นึกไม่ถึง

 

เส้นทางประชาชน ฉบับที่แล้วผมเขียนถึง พ.ร.บ.ปรองดอง ของพลเอกสนธิว่า เนื้อความกฎหมายที่เขียนอย่างนั้น แกจะไปปรองดองกับใคร? ซึ่งบทความนั้น ผมเขียนขึ้นก่อนที่เขาจะนำเข้าสู่สภา

และผลของมันก็เป็นดังคาด คือ พ.ร.บ.ปรองดองฉบับนั้นได้รับการต่อต้านจากทุกสารทิศ  แม้คนเสื้อแดงจะไม่ออกไปต่อต้านกลางถนน แต่คนเสื้อแดงก็มีความรู้สึกไม่พอใจ พ.ร.บ.นั้นกันค่อนข้างจะทั่วหน้า

เพราะ พ.ร.บ.นั้น ได้บัญญัติให้เรื่องราวทางการเมืองที่เกิดขึ้นในรอบ 6 ปีที่ผ่านมานี้ “ เจ๊า” กันหมดในทุกกรณี ก็แปลว่า คนเสื้อแดงที่ตายหรือบาดเจ็บก็ต้องจบลงที่ได้รับเงินเยียวยา โดยไม่ต้องรู้กันว่าความจริงเป็นเช่นไร?  ใครเป็นคน “ สั่งฆ่าประชาชน”  ทั้งยังเอาโทษเอาโพยอะไรไม่ได้กับพวกเผด็จการที่ทำลายประชาธิปไตย  อันหมายถึงคณะ คมช.-ผู้กระทำการรัฐประหาร

ส่วนพวกพันธมารและพรรคประชาธิปัตย์นั้น เขารับไม่ได้กับการที่จะต้องคืนเงิน 46,000 ล้านบาทให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมๆกับการนิรโทษกรรมให้ในทุกกรณี

เมื่อเนื้อหามันเป็นอย่างนี้ การต่อต้านจากฝ่ายต่างๆมันจึงปรากฎขึ้นอย่างที่เรา-ท่านได้เห็นกันแล้วในวันที่ พ.ร.บ.นั้นเข้าสภา

ผมจึงมีความสงสัยว่า การที่บิ๊กบังเข็ญ พ.ร.บ.อย่างนี้ออกไป มัน “ไม่น่าจะมีความปรารถนาดี” ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือต่อขบวนประชาธิปไตย โดยเฉพาะคนเสื้อแดง  หากแต่มันจะยิ่งทำให้สังคมมีความขัดแย้งรุนแรงมากยิ่งขึ้น  มันทำให้พันธมารและกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยที่เคยสนับสนุนการทำรัฐประหารล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคประชาธิปัตย์ กลับมารวมตัวกันได้อีกครั้งหนึ่ง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ พวกเขาอยู่ในสภาพแตกแยกกันและกำลังก็เหลือน้อยเต็มที

การเสนอกฎหมายอย่างนี้จึงอ่านเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากต้องอ่านว่า เป็นกฎหมาย ปรองดองฉบับ “ ลับ-ลวง-พราง” ที่หวังจะให้เกิดสถานการณ์ปั่นป่วนไปทุกองคาพยพ และในที่สุด สังคมก็ต้องถูกบีบให้ต้องออกในทางรัฐประหาร

และจะได้ปิดประตูการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างถาวร !

แต่แผนการอย่างนั้นต้อง “ แป๊ก” เพราะคนเสื้อแดงรู้ทันและไม่ออกไปเล่นด้วยดังที่กล่าวมา

ในสภานั้น พรรคประชาธิปัตย์ได้ “ ทุ่มสุดตัว” ก่อหวอดสร้างเงื่อนไขแห่งความปั่นป่วนนับแต่เปิดสภา  บทบาทที่เคยลวงโลกว่าพวกเขาเป็นนักประชาธิปไตยนั้น ได้เปลือยออกมาอย่างล่อนจ้อนให้คนทั้งโลกได้เห็นกันชัดเจนว่า  เนื้อแท้แล้วพวกเขาคือ อันธพาลในรัฐสภา นั่นเอง  เมื่อไม่ได้ดังใจพวกเขา ก็แสดงสันดานทรามต่างๆออกมาจนหมดสิ้น ใช้คำพูดที่หยาบคายเป็นที่สุดอย่างที่เราไม่เคยได้ยินกันมาก่อน  ทั้งบุกขึ้นไปลากประธานสภาลงจากเก้าอี้ เอาเอกสารขว้างใส่ประธาน ลากเก้าอี้ประธานหนี ตลอดไปถึงการบีบคอ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่เอาโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูป  อาการที่พลพรรคประชาธิปัตย์แสดงออกในวันนั้น ถือว่า ได้ทำลายเกียรติภูมิ ของสภาผู้แทนราษฎร  เกียรติภูมิของประธานสภา ให้หมดลงอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นเรื่องที่เหนือการคาดคิดของผู้รักประชาธิปไตยมั้งมวล

ในประเทศประชาธิปไตยต่างๆนั้น ก็มีข้อขัดแย้งถึงกับทะเลาะกันในสภาเป็นธรรมดา แต่ก็จะเป็นการทะเลาะ ชกต่อย หรือขว้างปากันระหว่าง ส.ส. กับ ส.ส. ไม่มีประเทศไหนในโลกที่จะก้าวล่วงไปจนถึงประธานสภาอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์กระทำต่อสภาไทย

เห็นอาการป่าเถื่อนทางการเมืองของพลพรรคประชาธิปัตย์วันนั้นแล้ว ทำให้นึกไปถึงตอนปี 2553 ที่คนเสื้อแดงบุกไปถึงรัฐสภา เพื่อยับยั้งการออกกฎหมายควบคุมม็อบของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์   มีการสร้างสถานการณ์ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ม็อบ  แล้วส.ส.พรรคประชาธิปัตย์นายหนึ่งได้ลากปืนกลอูซี่ อันเป็นอาวุธสงครามออกมาถือพร้อมจะยิงเพื่อคุ้มกันนายสุเทพที่บริเวณใต้ถุนสภา

นี่แสดงให้เห็นว่าพวกเขานั้นเป็น “ อันธพาลการเมือง”  ซึ่งไม่น่าจะมาเป็น “ ผู้ทรงเกียรติในสภา” เลย

สัปดาห์ที่แล้วนั้น   ประเทศไทยยังโชคดีที่คนเสื้อแดงยังมีสติสัมปชัญญะ วิเคราะห์เหตุการณ์ได้ชัด จึงไม่ออกไปชุมนุมหน้าสภากับเขาด้วย  เพราะหากเสื้อแดงไปชุมนุมและเกิดตีกันกับม็อบพันธมาร  ก็ลองนึกดูเถิดว่าหากหน้าสภาตีกันนัวเนีย  ในสภาก็ฟัดกันจนประชุมกันไม่ได้  โอกาสของ “ กรรมการ” ก็จะมาในทันที นั่นคือการยึดอำนาจเพื่อรักษาความสงบ ซึ่งฝ่ายอำมาตย์คอยจังหวะอยู่ตลอดเวลา

แต่เกมนี้ไม่สำเร็จเพราะคนเสื้อแดงไม่ออกไปผสมโรงดังกล่าวมา

เมื่อแผน 1 ไม่เข้าง่าม พวกเขาจึงเดินแผน 2 โดยให้สมุน คมช. 4-5 คน ไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญกล่าวหาว่า การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเสนอต่อสภานั้น อาจมีผลทำให้เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตาม ม. 68 แห่งรัฐธรรมนูญ 2550

ยื่นในวันที่ 30 และ 31  พฤษภาคม   วันที่ 1 มิถุนายน  ศาลรัฐธรรมนูญสั่งการให้สภายุติการลงมติที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 มิ.ย.อย่างเด็ดขาด  !

รับลูกกันได้อย่างรวดเร็ว  ทันใจเหลือเกิน !

Comments

ประเทศนี้อย่าแก้รธน.เลย

ประเทศนี้อย่าแก้รธน.เลย ปฏิวัติด้วยรถถัง เขียนด้วยรองเท้ายังง่ายซะกว่า ศาลยังออกใบรับรองให้เสร็จสรรพด้วยซ้ำ

ประภัสสร

[quote=ประภัสสร ]สัปดาห์ที่แล้วนั้น ประเทศไทยยังโชคดีที่คนเสื้อแดงยังมีสติสัมปชัญญะ วิเคราะห์เหตุการณ์ได้ชัด จึงไม่ออกไปชุมนุมหน้าสภากับเขาด้วย เพราะหากเสื้อแดงไปชุมนุมและเกิดตีกันกับม็อบพันธมาร ก็ลองนึกดูเถิดว่าหากหน้าสภาตีกันนัวเนีย ในสภาก็ฟัดกันจนประชุมกันไม่ได้ โอกาสของ “ กรรมการ” ก็จะมาในทันที นั่นคือการยึดอำนาจเพื่อรักษาความสงบ ซึ่งฝ่ายอำมาตย์คอยจังหวะอยู่ตลอดเวลา

แต่เกมนี้ไม่สำเร็จเพราะคนเสื้อแดงไม่ออกไปผสมโรงดังกล่าวมา[/quote]

เขียนย่อหน้านี้ นี่คิดดีแล้วเหรอ พวกเสื้อแดงเคยไม่ให้น้ำหนัก เหตุผลการป้องกันม๊อบชนม๊อบ ของคมช. ไม่ใช่เหรอ
โดยอ้างว่าเป็นข้ออ้างรัฐประหารเท่านั้นมันไม่เคยเกิดขึ้นจริง

ตอนนี้ทำไมทำกลัวไปได้ แถมซ้ำอวยเสื้อแดงอีก

จะเล่าให้ฟังนะ

ในปี 2549 พันธมิตรที่ทำการชุมนุมไล่นายกฯทักษิณมาตลอดนานเป็นปีชุมนุมทีก็ประกาศชัยชนะที แต่ก็ไล่นายกฯทักษิณไม่สำเร็จสักที พวกพันธมิตรได้นัดชุมนุมล่วงหน้าประมาณ 2 เดือนโดยนัดวันที่ 21 กันยายน 2549 ณ. ลานพระบรมรูปทรงม้า
ต่อมาจู่ๆ พวกสนับสนุนพรรคไทยรักไทย ที่ต้นเดือนกุมภาหรือมีนา(ประมาณนี้ล่ะ) ปี 49 ทำการชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวง พวกนี้ใช้สีแดงเป็นสัญญลักษณ์
เกิดเฮี้ยนขึ้นมา อยากจะชุมนุมมั่ง ประมาณวันที่ 13-14 กันยายน 49 จึงประกาศว่า จะขอชุมนุมมั่ง ที่ท้องสนามหลวง ในวันที่ 20 กันยายน 2549

เท่านี้แหละสื่อมวลชน นักวิชาการ แตกตื่นกันเพราะว่าการชุมนุมขนาดใหญ่อยู่ใกล้กันเกินไป มีการเจรจาต่อรองกับแกนนำ ผู้สนับสนุนพรรคไทยรักไทย ทีแรกขอให้เลื่อนการชุมนุมออกไป ทางเสื้อแดงก็ไม่ยอมอีก เสนอต่อว่าขอให้ไปชุมนุมที่ห่างๆไปหน่อยสนามกีฬารัชมังคลาฯ ก็ได้ ก็ไม่ตกลงอีก หันไปหาฝั่งเสื้อเหลืองบ้าง ขอให้เลื่อนออกไปก่อน พวกเสื้อเหลืองก็ตอบว่า เขาประกาศการชุมนุมล่วงหน้าเป็นเดือนๆ งานต่างๆก็เตรียมไปหมดแล้ว ยกเลิกไม่ได้ เสื้อแดงเป็นใครที่จู่ๆก็จะมาชุมนุมตัดหน้า ก็ไม่ยอมอีกเช่นกัน

ผลก็คือมีการชิงทำรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549 เสื้อแดงกลายเป็นผู้รักประชาธิปไตย เรื่องม๊อบชนม๊อบกลายเป็นเรื่องขาดน้ำหนัก เสื้อเหลืองกลับถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกเผด็จการ

ที่ผมเล่าให้ฟัง เพราะเกรงว่าจะลืม เสื้อแดงเป็นพระเอกเสมอเลย

นวนคร อย่าได้น้อยใจไปเลยครับ

นวนคร อย่าได้น้อยใจไปเลยครับ พวกพระเอก(อะไร)ตายเป็นร้อย

เสื้อแดงไม่มีทางสู้เสื้อเหลืองได้ ด้วยประการทั้งปวง จงภาคภูมิใจที่เกิดเป็นเหลืองเถอะครับ

ขอแสดงความไม่เห็นด้วยกับ

ขอแสดงความไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ปรองดอง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉบับ สนธิบัง) โดยสิ้นเชิง

พลเอก สนธิฯ หัวหน้าคณะรัฐประหารไม่มีความชอบธรรมตั้งแต่ต้นที่จะเป็นประธาน กมธ. ปรองดอง

อ๋อ!!! สมุน คมช.

อ๋อ!!! สมุน คมช. เพิ่งยื่นเองเหรอครับ

ขออภัย ผมคนไกลปืนสไนเปอร์

สิ่งที่"นึกไม่ถึง"

สิ่งที่"นึกไม่ถึง" ที่เกิดขึ้นแล้ว ตั้งแต่การอภิวัฒน์ 2475 เป็นต้นมาจวบจนปัจจุบัน ยังมีอีกมาก...อีกมาก

แต่สิ่งที่ ... นึกไม่ถึง... จะค่อยๆ ถูกเปิดโปง เปิดเผย และเปลือยธาตุแท้ออกมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ

ย้อนกลับไปสมัยเด็ก สิ่งที่ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง ถูกสั่ง ถูกสอนให้เชื่อ ให้ฟัง ให้หลงไหล ให้รัก ให้ชอบ ให้หวาดกลัว
...มาบัดนี้จึงได้รู้ว่านั่นคือการฝังหัว การล้างสมอง การโฆษณาชวนเชื่อ

...มาบัดนี้จึงได้ "ตาสว่าง" มองเห็นขบวนการอันยิ่งใหญ่ มันเป็นขวนการที่ใหญ่มาก จน "นึกไม่ถึง" ที่กำหนด ควบคุมกลไกทุกองคาพยพ ให้เดินไปในทิศทางที่ต้องการ

นี่คือคำแก้ตัวของ

นี่คือคำแก้ตัวของ เสื้อแดงสายทักษิณอย่างชัดเจน
พรบ.ปรองดองมียื่นไปถึง 4 ฉบับ 3 ฉบับเป็นของสมุนทักษิณ
เนื้อหาแทบจะ copy กันมา

เร่งขนาดนั้น
ไม่รู้ไคร ลับ ลวง พราง

เขียนได้ดี ผมก็พึ่งรู้ ว่า

เขียนได้ดี ผมก็พึ่งรู้ ว่า ยื่นเรื่องให้ศาล เมื่อวันที่ 30แล ะ31 พค วันที่ 1 มิย ศาล สั่งให้สภาระงับเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนููญ

สภาเป็นที่รวมของคนเก่งๆ โดยเฉพาะ ด้านกฎหมาย สภามีหน้าที่หลักคือออกกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย กฎหมายบางฉบับ เขา จึงให้เกียรติ คนเสนอ โดยเรียกชื่อกฎหมาย ตามชื่อ คนร่าง ประมุขผู้นำประเทศต่างๆ เมื่อจะให้เกียรติ อย่างสูง ในบางคร้งก็เชิญมาพูดที่สภา

ถ้าสภา ทำตามศาลสั่ง เกียรติยศ ก็ไม่เหลือแล้ว เป็นได้แค่เด็กส่งเอกสาร

Anarchist wrote:นวนคร

[quote=Anarchist]นวนคร อย่าได้น้อยใจไปเลยครับ พวกพระเอก(อะไร)ตายเป็นร้อย

เสื้อแดงไม่มีทางสู้เสื้อเหลืองได้ ด้วยประการทั้งปวง จงภาคภูมิใจที่เกิดเป็นเหลืองเถอะครับ[/quote]

ผมไม่ได้น้อยใจอะไรเลยนะ พอดีช่วงม๊อบเหลืองชุมนุมสวนลุมฯแรกๆ ผมได้มีโอกาสไปทำงานที่ออฟฟิศลูกค้าแถวนั้นตกเย็นก็เดินเล่นคลายเครียดในสวนลุมฯ

ช่วงแรกก็ไม่มีอะไรก็ม๊อบกันไป แต่คนเริ่มเยอะขึ้น
แล้ววันหนึ่ง คุณก็เห็นคนปาระเบิดปิงปองถล่มม๊อบ เห็นชายฉกรรจ์เกือบร้อยคน ไปคุกคามม๊อบ เห็นอาเจ๊กอาแปะ กลัวจนเป็นลมมั่ง ฉี่ราดมั่ง จากนั้นก็เป็นยังงี้แทบทุกวันศุกร์ 1-2อาทิตย์แรกหลังเหตุการณ์คนกลัวกันมาก ม๊อบเหลือหน่อยเดียว แต่จู่ๆก็เพิ่มจำนวนคนขึ้นอีก

คุณว่า คนหนุ่มคนสาว พนักงานออฟฟิศแถวนั้นเขาจะคิดยังไง เขาจะคิดว่าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยอยู่ใหม

ถ้าคุณเห็นพัฒนาการความรุนแรง ตั้งแต่แรกคุณคิดว่าจะเริ่มความเป็นเผด็จการที่ การรัฐประหาร 19 กันยายน 49 หรือเปล่า

ผมสารภาพตามตรงว่าทำไม่ได้ และอีกหลายๆล้านคนก็ทำไม่ได้

ตราบใดที่นักวิชาการแดง อย่างนิติราษฎร์ ไม่ยอมก้าวข้ามมาศึกษาเหตุการณ์จริงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 49 โดยเทียบกับหลักการที่ตัวเองถือเป็นสรณะ การปรองดองก็ไม่มีวันเกิดขึ้นได้

นวนคร wrote:Anarchist

[quote=นวนคร][quote=Anarchist]นวนคร อย่าได้น้อยใจไปเลยครับ พวกพระเอก(อะไร)ตายเป็นร้อย

เสื้อแดงไม่มีทางสู้เสื้อเหลืองได้ ด้วยประการทั้งปวง จงภาคภูมิใจที่เกิดเป็นเหลืองเถอะครับ[/quote]

ผมไม่ได้น้อยใจอะไรเลยนะ พอดีช่วงม๊อบเหลืองชุมนุมสวนลุมฯแรกๆ ผมได้มีโอกาสไปทำงานที่ออฟฟิศลูกค้าแถวนั้นตกเย็นก็เดินเล่นคลายเครียดในสวนลุมฯ

ช่วงแรกก็ไม่มีอะไรก็ม๊อบกันไป แต่คนเริ่มเยอะขึ้น
แล้ววันหนึ่ง คุณก็เห็นคนปาระเบิดปิงปองถล่มม๊อบ เห็นชายฉกรรจ์เกือบร้อยคน ไปคุกคามม๊อบ เห็นอาเจ๊กอาแปะ กลัวจนเป็นลมมั่ง ฉี่ราดมั่ง จากนั้นก็เป็นยังงี้แทบทุกวันศุกร์ 1-2อาทิตย์แรกหลังเหตุการณ์คนกลัวกันมาก ม๊อบเหลือหน่อยเดียว แต่จู่ๆก็เพิ่มจำนวนคนขึ้นอีก

คุณว่า คนหนุ่มคนสาว พนักงานออฟฟิศแถวนั้นเขาจะคิดยังไง เขาจะคิดว่าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยอยู่ใหม

ถ้าคุณเห็นพัฒนาการความรุนแรง ตั้งแต่แรกคุณคิดว่าจะเริ่มความเป็นเผด็จการที่ การรัฐประหาร 19 กันยายน 49 หรือเปล่า

ผมสารภาพตามตรงว่าทำไม่ได้ และอีกหลายๆล้านคนก็ทำไม่ได้

ตราบใดที่นักวิชาการแดง อย่างนิติราษฎร์ ไม่ยอมก้าวข้ามมาศึกษาเหตุการณ์จริงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 49 โดยเทียบกับหลักการที่ตัวเองถือเป็นสรณะ การปรองดองก็ไม่มีวันเกิดขึ้นได้[/quote]
สิ่งที่เสื้อเหลืองเปนคือทัศนะมุมมองสนับสนุนระบอบเก่าก่อน2475
70-30 คือส่วนความคิดรวบยอดนี่คือหลักที่เสื้อเหลืองเปนมันเปนทัศนะหลักที่คุณยึดถือแต่ไม่สอดคล้องยุคสมัย
เสื้อแดงทัศนะหลักก็คือพวกเสรีนิยมไม่ชอบไม่พอใจระบอบเก่าก่อน
นี่คือสองกระบวนการที่มุมมองทางสังคมต่างกัน การด่าทอมันแค่เรื่องรอง

โยนความผิดให้คนอื่นลอยคอไอ้บั

โยนความผิดให้คนอื่นลอยคอไอ้บัง เกมถนัดของพวกมึงเลยนี่ ก็ไม่ใช่ไอ้ตุ๊ดโอ้กลูกเชี่ยแม้วเหรอที_่ออกมาเห็นดีเห็นงานไอ้บังทำคุณไถ่โทษแต่พอผิดแผนก็ออกมาเบี่ยงประเด็นป้้ายขี้ เลิกเขียนคอลัมน์ขี้หมาแบบนี้ดีกว่าหาตรรกกะแทบไม่ได้ มันไม่ต่างอะไรกับไอ้ตู่ที่พอจวนตัวจะโดนกระทืบก็ออกมาปล่อยข่าวปฏิวัติระดมคนมาเป็นโล่มนุษย์ให้ตัวเองทุกทีไป

cnnex wrote:รัฐประหารอีกรอบ

[quote=cnnex]รัฐประหารอีกรอบ คราวนี้ลุยแน่ ประชาชนจะปลดแอกประเทศสยาม[/quote]
ปลดแอกบนหลังมึงเองก่อนเถอะ

1 เออ

1 เออ เดี๋ยวนี้คนความจำสั้นกันแยะ ก่อนรัฐประหารปี 49 เห็นแต่พวกพันธมิตรที่มีนักรบศรีวิชัย หน้าตาดุดัน เหมือนเอามาจากคนภาคใต้ ถือมีดถือไม้หนวดเครารุงรังเต็มไปหมด ถ้ายังจำไม่ได้ก็เปิดคลิปดูแล้วกัน ระเบิดปิงปองตำรวจเขาก็เจอจากพวกพันธมิตรทั้งนั้น ตำรวจเองยังกลัว ใครที่รุนแรงก้าวร้าว เด็กผู้หญิงที่ตายก็พกระเบิด นายตำรวจเสื้อเหลืองที่ถูกระเบิดตายก็เอามาเองในรถส่วนตัว ขนาดกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไปปิดไปล้อมไม่รู้กี่ครั้ง ยึดทำเนียบรัฐบาลครึ่งค่อนปี รัฐบาลต้องย้ายไปประชุมที่โน่นที่นี่กี่เดือน ยึดสนามบิน8 วัน ประเทศชาติเสียหายกี่แสนล้าน นี่น้อยไปสำหรับพฤติกรรมพวกที่บอกว่ากู้ชาติ เส้นสายใหญ่โต ผู้นำกองทัพก็ออกมาข่มขู่รัฐบาลทางทีวี ช่วยกันทำลายชาติซะเละเทะ จนต่างประเทศเขาประหลาดใจที่ทำไมคนไทยเป็นไปได้ขนาดนั้น
2 ผลพวงจากความจริงวันนั้น ทำให้เกิดความจริงวันนี้ คนไทยตาสว่างทั้งแผ่นดิน คงไม่มีใครยอมอีกแล้ว ประเทศชาติประชาชนถอยหลังจนจะตกคลองอยู่แล้ว ขนาดเวียดนาม เขมร พม่า เขายังสำนึกได้ แต่คนไทยจำนวนหนึ่งที่เสียงข้างน้อยมาก ๆ แต่มีอิทธิพลอำมหิตสูงยังไม่ยอม จะเอาชนะทักษิณให้ได้ ขนาดทำลายประเทศไปรอบนึงแล้วยังไม่พอ
3 โอเค ถ้าเห็นว่าคนไทยยังลำบากไม่พอ ก็ทำลายกันต่อไปเถิด ไม่ต้องปรองดอง ไม่ต้องสามัคคี แล้วคิดถึงคนรุ่นหลัง รุ่นลูกรุ่นหลานด้วย ว่าเขาจะต้องอยู่กันแบบไหน พวกที่มีต้นทุนทางสังคมทางเศรษฐกิจสูง รุ่นคุณยังไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่รุ่นต่อไป คงไม่แคล้วซีเรีย อัฟกัน อิรัก อิหร่าน ถ้ายังไม่ปล่อยให้คนไทยเขามีอิสรเสรีในการเลือกทางเดินของเขา

นวนครและไอพวกเสื้อเหลืองมันไม

นวนครและไอพวกเสื้อเหลืองมันไม่เชื่อว่ามะนุดทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน
มันยกให้อำมาตย์และคนดี(ในนิยามสามานย์มั่วๆของพวกมัน)มีความเป็นมะนุดสูงส่งกว่า

ง่ายๆแค่นั้น
พวกนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจและชวนสมเพช

[quote=ท]
สิ่งที่เสื้อเหลืองเปนคือทัศนะมุมมองสนับสนุนระบอบเก่าก่อน2475
70-30 คือส่วนความคิดรวบยอดนี่คือหลักที่เสื้อเหลืองเปนมันเปนทัศนะหลักที่คุณยึดถือแต่ไม่สอดคล้องยุคสมัย
เสื้อแดงทัศนะหลักก็คือพวกเสรีนิยมไม่ชอบไม่พอใจระบอบเก่าก่อน
นี่คือสองกระบวนการที่มุมมองทางสังคมต่างกัน การด่าทอมันแค่เรื่องรอง[/quote]

คุณรู้ได้ยังไงว่าใครคิดอะไร มีทัศนะอย่างไร ไม่มีใครคิดกลับไปในอดีตอีกแล้ว

ทัศนะเสรีนิยม โดยเฉพาะทางเศรษฐกิจมันก็เป็นกันทั้งประเทศ โดยเฉพาะพวกเสื้อเหลือง
ในบรรดาพวกเสื้อเหลืองก็มีหลายกลุ่ม คุณจะเหมารวมได้อย่างไร

ทัศนคติโบราณตกยุค อย่างการผูกประชาธิปไตยเข้ากับพัฒนาการทุนนิยม ต่างหากที่เป็นอุดมการณ์ล้าหลัง เป็นอุดมการณ์สมัยสงครามเย็น โลกเข้าสู่ยุคใหม่แล้วจะเอามาใช้ทำไม

มันก่อให้ปั้นเหตุผลทุเรศๆ ที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงอย่างอ้างว่าอำมาตย์ขูดรีดทำให้ชาวบ้านยากจนข่นแค้น ขัดขวางทางร่ำรวยของชาวบ้าน ทั้งๆที่พ่อค้าพืชไร่หรือผู้รับเหมาก่อสร้างในต่างจังหวัด เข้าสู่การเมืองเป็นสส. กัน โดยเฉพาะอีสาน แบ่งเขตกันเข้าควบคุมการค้าพืชไร่หรือสัมปทานหินดินทรายกันเต็มไปหมด
ที่สำคัญที่สุดก็คือมันบั่นทอนพัฒนาการประชาธิปไตยอย่างมาก ตัวอย่างการกระจายอำนาจนี่ชัดเจนมาก
การกระจายอำนาจที่ก้าวหน้าเป็นมรรคเป็นผลก็มาจากฝีมือพวกอนุรักษ์นิยม (เป็นวิธีที่ป้องกันรัฐประหารได้ชะงัดที่สุด ประเทศจะมีหลายศูนย์กลาง จะยึดอำนาจก็ต้องยึดทุกหัวเมืองใหญ่ เป็นไปไม่ได้เลย) คุณไม่แปลกใจบ้างหรือทำไมรัฐบาลเสื้อแดงเมื่อได้อำนาจ หรือรัฐบาลทักษิณที่เคยครองอำนาจนานๆ กลับรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง มิใช่เพราะต้นทุนมันต่ำ ผูกขาดสัมปทานได้ง่ายหรอกหรือ

สำหรับประเทศใหญ่ๆ การรวมศูนย์อำนาจ เป็นโครงสร้างล้าหลัง น่าจะเหลือแค่ประเทศไทยที่ยังเป็นแบบนี้ โครงสร้างแบบนี้มันเหมาะกันนครรัฐหรือรัฐสถานีการค้า เกาหลีไต้ เผด็จการทหารได้ลงมือผ่าโครงสร้างประเทศทำการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น จากนั้นทหารจึงถอนตัวจากการเมือง มาเลเซียแต่ละรัฐแข่งขันกันพัฒนาประเทศ

ผมไม่มีหลักการเท่าเทียมกันที่วิเศษแต่ตอนใช้เถียงกัน แต่ผมต้องการให้ทุกคนในประเทศนี้มีชีวิตอย่างดีพอสมควร ปัญหาอยู่ตรงใหนก็แก้ที่ตรงนั้น ไม่ใช่ขัดหลักการตรงใหนแก้ตรงนั้น

หลักการทางสังคมไม่ใช่หลักการทางวิทยาศาสตร์สักหน่อย