ประชาธิปัตย์เรียกร้องนายกรัฐมนตรีปิดประชุมสภา
ส.ส.ปชป. ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้ออกพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ ระบุหากไม่ปิดสมัยประชุม อาจเป็นจุดเริ่มต้นปัญหาขัดแย้ง บานปลายเป็นวิกฤตประเทศ
สำนักข่าวแห่งชาติ รายงานวันนี้ (5 มิ.ย.) ว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายสรรเสริญ สมะลาภา และนายชื่นชอบ คงอุดม ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผ่าน น.พ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เพื่อขอให้คณะรัฐมนตรีตราพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ
โดยนายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ให้นำหน้งสือมายื่นต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้ตราพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ เพราะวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มีแนวโน้มาจากการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ที่มีเนื้อหานิรโทษกรรม หากไม่เร่งปิดสมัยประชุม อาจเป็นจุดเริ่มต้นปัญหาขัดแย้งให้ทวีความรุนแรง และบานปลายเป็นวิกฤตประเทศ หากปิดสมัยประชุม เชื่อว่าจะทำให้ความกังวลของสาธารณชนเบาบางไปด้วย
ด้าน นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า จะนำเรื่องเรียนนายกรัฐมนตรีอย่างเร่งด่วน แต่ต้องเข้าใจว่ายังมีภารกิจอีกหลายเรื่องตามกรอบ มาตรา 190 ที่ต้องให้รัฐสภาพิจารณา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นายกรัฐมนตรีมีความกังวลเรื่องความเห็นแตกต่าง แต่เห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง จึงอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน การเมืองมีความคิดเห็นต่างได้ แต่ไม่น่ารุนแรง เชื่อว่าท้ายที่สุดสถานาการณ์ต้องดีขึ้น
Comments
ทหารฉีกรัฐธรรมนูญ...กูเฉยๆไม่
ทหารฉีกรัฐธรรมนูญ...กูเฉยๆไม่รู้ไม่ชี้
ประชาชนจะแก้รัฐธรรมนูญ...
...กูจะบ้าตาย
ก็การพิจารณาร่าง พรบ. เลื่อนไปไม่มีกำหนด
จนกว่าจะปรองดอง....จะเอาอะไรอีกหรือ
เพื่อนๆครับ ผมชอบใจคำว่า
เพื่อนๆครับ
ผมชอบใจคำว่า แก๊งคนดี ของเพื่อนท่านหนึ่งในเว็บประชาไทนี้
เพราะเป็นคำที่สามารถแยกภาพความจริงกับภาพมายาที่ทับซ้อนกันอยู่ออกมาให้เห็นเด่นชัดได้
หลายปีที่ผ่านมา คนไทยที่มีใจเป็นกลาง บางท่าน เริ่มแปลกใจในพฤติกรรมของแก๊งคนดี แต่ยังไม่มีความคิดสงสัย ก็เพราะมีสื่อพวกพ้องช่วยกันเชียร์ช่วยกันการันตีว่า แก๊งนี้ คนดี
แต่วันนี้ คนที่คิดสงสัย ลุกลามไปทั่วโลก ส่วนที่ก้าวข้ามความคิดสงสัย ปักใจฟันธงลงไปได้เลยว่า ดีได้เพราะพวกเชียร์ มาถึงวันนี้ น่าจะมีค่อนโลกครับ
คนที่ปัญญาไม่อ่อน หรือไม่ถูกเสน่ห์ ของแก๊งคนดี จนหลงใหลงมงาย วันนี้ มีไม่น้อย ที่ถอยห่างออกมา เพราะเข้าใจแล้วว่า ที่ผ่านมา หลงเข้าใจผิดไป
นิยามคนดีที่แท้จริงนั้น สำหรับของแก้งคนดี อาจจะต่างจากของผม
เพราะนิยามคนดีที่แท้จริงแบบโลกิยะ ขั้นธรรมดาๆ ยังเดินดินกินข้าวแกง แบบของผม
ต้องเป็นคนมีศีล มีคุณธรรม ไม่ว่าจะอย่างไร จะไม่มีการใช้วิธีการต่ำๆ สกปรก และต่ำช้าสามานย์ เพื่อให้ได้มาตามต้องการ
นี่คือนิยามคนดีฉบับย่อแบบของผมครับ เพื่อนๆครับ สวัสดี.
ในเวลาเดียวกัน
ในเวลาเดียวกัน ประชาชนก็ขอเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์กลับเข้าไปใช้สภาเป็นเวทีต่อสู้ทางการเมืองตามครรลองของระบอบประชาธิไตยที่อารยชนพึงกระทำ
แล้วยอมรับเสียงข้างมากที่ทั่วโลกถือปฏิบัติกันมาตลอดตั้งแต่เริ่มใช้ระบบประชาธิไตยมาปกครองประเทศ
แม้ Majority Votes จะไม่ชอบด้วยเหตุผลของฝ่ายค้านเสียงข้างน้อย แต่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง ไม่จำเป็นต้องให้พรรคฝ่ายค้านมาลับลวงพรางแอบอ้างเพื่อประโยชน์ทางการเมืองเฉพาะกลุ่มตน(เช่น คดีบุกรุกเขาแพง คดีพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับการสลายการชุมนุม คดีทุจริตคอรัปชั่นตัวจริงเสียงจริงที่กำลังถูกขุดคุ้ย คดีอื่นๆอีกมากมายที่ได้ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ฯลฯ)
ที่จริงพรรครัฐบาลก็ไม่ได้มีผลงานอะไรที่ประทับใจประชาชนอย่างที่ได้หาเสียง หลายนโยบายนอกจากจะยังไม่สำเร็จแล้วยังส่งผลกระทบด้านลบอย่างคาดไม่ถึง(เพราะความไม่รอบคอบในการกำหนดนโยบายและความเป็นมือใหม่สมัครเล่นของรัฐมนตรีหลายคน) แต่เผอิญพรรคฝ่ายค้านออกมามีบทบาทที่ทำให้ประชาชนส่วนนั้นผิดหวัง จึงทำให้พรรครัฐบาลได้รับความเห็นใจแทน
ลองเปรียบเทียบวุฒิภาวะระหว่างนายกฯปัจจุบัน(lady)กับอดีตนายกฯของรัฐบาลชุดที่แล้ว(gentleman) จะเห็นความต่างกันชัดเจนมากขึ้นๆๆ ฝ่ายแรกไม่เคยแสดงท่าทีลีลาหรือวาทกรรมประชดประชันเชือดเฉือนใครเลย(แม้จะทำได้โดยกลมกลืนตามธรรมชาติของเพศหญิง)สัมภาษณ์ทีไรก็พูดประโยคเดียวว่าขอใช้เวลาทำงานเพื่อประชาชนก่อน ส่วนจะจริงหรือไม่เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์
แต่อีกฝ่ายหนึ่งตรงกันข้ามเหมือนสวรรค์กับนรก วันๆมีแต่สรรหาวาทกรรมกระทบกระแทก แดกดัน ประชดประชันสุภาพสตรีที่เป็นถึงผู้นำประเทศ(ของคนไทยและทุกคนในพรรคฝ่ายค้านด้วย) ไม่เว้นแม้กระทั่งชุดแต่งกาย ????
ช่างน่าอดสูละอาย(แทน)ในพฤติกรรมของผู้นำฝ่ายค้าน(gentleman)เหลือเกิน !!! แต่ก็คงแนะนำอะไรไม่ได้เพราะท่านทำตัวให้เป็นแก้วที่มีน้ำเต็มเสียแล้ว คงได้แต่ภาวนาให้ผู้นำฝ่ายค้านมีโอกาสดวงตาเห็นธรรมได้สักวันจะได้กลับมาเป็นกำลังของชาติต่อไป
@ เมื่อนักดาบ ชอบปราบขอม
@ เมื่อนักดาบ ชอบปราบขอม จอมอำมหิต
แสดงฤทธิ์ ปราบนารี ศรีสยาม
ด้วยท่าที รานรุก แลคุกคาม
การปรองดอง ต้องห้าม ปรามสุดฤทธิ์
@โอ้ปรองดอง อาจต้องดอง เอาไว้ก่อน
หลบฤทธิ์ร้อน ท่านผู้มี อภิสิทธิ์
ไว้ภายหน้า โฉมสุดา ค่อยมาคิด
เกรงกลัวฤทธิ์ ท่านนักดาบ ผู้อาบมนต์
@ การปรองดอง จักต้องรู้ ในความจริง
แจ้งทุกสิ่ง แจ่มใส ไม่สับสน
รู้ว่าใคร สั่งฆ่า ประชาชน
รู้ว่าใคร ชิงปล้น ประชาธิปไตย
@ ให้ผู้ผิด จอมโหด รับโทษทัณฑ์
แล้วค่อยหัน ปรองดอง อย่าหมองไหม้
ปรองดองด้วย ความจริง ที่จริงใจ
ให้อภัย ทุกทุกคน จนหมดเวร
คงทนอับอายขายขี้หน้าไม่ไหว
คงทนอับอายขายขี้หน้าไม่ไหว ที่ต้องบากหน้าเข้าประชุมนะไม่ว่า อย่าอ้างเรื่องอื่น .....ความจริงประชาชนเขาให้อภัยได้ ขอแค่อย่าแสดงพฤติกรรมถ่อยเถื่อนคุ้มคลั่งอีก ต้องรู้จักระงับสติอารมณ์
สมกับที่ประชาชนไว้วางใจ ลงคะแนนเลือกให้เป็นต้วแทน ให้นึกถึงตอนหาเสียง ถ่อมเนื้อถ่อมตน
นอบน้อมอ่อนหวานออก คนและหมาเดินผ่าน ยังเห็นยกมือไหว้ทั้งหมาทั้งคนเลย เข้าสภาไม่ทันไร
ทำไมเปลี่ยนไปขนาดนั้นก็ไม่รู้
แปลกใจว่าทำไมยังมีคนจำนวนหนึ่
แปลกใจว่าทำไมยังมีคนจำนวนหนึ่งสนับสนุนการกระทำอันเป็นเสมือนคนไร้การศึกษาของพรรคปชป อยู่ได้ ไม่ว่าเรื่องทำถ่อยเถื่อนขว้างปาสิ่งของใส่ประธาน แย่งเก้าอี้ประธาน บีบคอเพื่อนส.ส.ต่างพรรค แก้ตัวแบบหน้าด้านๆเหมือนพันธมิตรฯไม่มีผิด เวลาทำชั่ว ทำนักเลงจะบอกว่าทำเพื่อชาติ เพื่อสถาบัน หรือว่าประชาชนคนไทยเราต้องแบ่งฝ่ายแล้วจับอาวุธขึ้นต่อสู้กันเอง เพราะถึงชนะเลือกตั้งไปก็ไม่มีความหมายอะไร เพราะพวกอันธพาลขี้แพ้ที่ผสมพันธุ์กันระหว่างเสื้อเหลืองที่ไม่กล้าลงเลือกตั้ง กับพรรคปชป ที่ชอบบอยคอตเลือกตั้ง ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันจริง คือจังไรพบกับอันธพาล
แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะไม่ควร
แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะไม่ควรเอง เพื่อเป็นเหตุเป็นผลของความขัดแย้งอย่างรุนแรง แปลกนะ
ต้องสองปี่กว่าๆ ไม่มีแนวทางปรองดอง พอพรรคอื่นเขามีวิธีหรืแนวทางทำเป็นรับไม่ได้
ก็สิ่งที่ทำ ในปี 49 มันสมควรหรือไม่ที่ยัดเยียดความผิดให้คนอื่น
ก็ลองถามกลับ ย้ำ
ก็ลองถามกลับ ย้ำ ก่อนหละครับว่า
ที่กล่าวว่า การเกิดเป็นเรื่องวิทย์ การคิดไม่ใช่เรื่องวิทย์ แน่หรือ
หากเขาบอกว่า แน่สิ
ก็ถามกลับเลยว่า คนวิทย์อย่างเขาใช้คิดหรือเปล่า !?
ทีนี้ เขาก็เลี่ยงไม่ได้แน่ว่า ต้องใช้คิด
ถ้าหากว่า ตอนนั้น เขาอึ้งนิ่งหาคำตอบอยู่ ให้รีบช่วยเขา จับไหล่เขาเบาๆ แล้วพูด
อย่างอ่อนโยนว่า
"หาคุณตั้งใจคิดๆๆๆ คิดอย่างเดียว อาศัยคิดอย่างเดียว จะไม่ใช่วิทยาศาตร์"
"แต่หาก คุณคิดโดยออกจากประสบการณ์ การทดลอง ก็เป็นกึ่งวิทยาศาตร์เพราะ
ต้องพิสูจน์ก่อนว่า ที่สรุปออกมาไม่ใช่ออกมาจาก คิด"
"แต่เหนือกว่านั้น หากเขาคิดก็จริงแต่มันออกมาจากการหยั่งรู้เห็นตรงๆ อันนี้มีแนวโน้มว่าเป็นวิทย์"
หากเขาได้ยินเราช่วย แล้ว ตบผาง ว่าใช่ๆ ผมไม่ได้คิด แต่มาจากการหยั่งรู้
เราก็พูดต่อว่า
"การหยั่งรู้เป็นเรื่องของศาสนา ไม่ใช่เรื่องวิทย์!!"
หากเขาไม่หัวฟัดฟัวเหวี่ยง เราก็ ทำมือสองมือให้เขาเลือก
1. อาศัยคิด ต่อไป อย่างไม่เป็นวิทย์
2. จะมาเป็นผู้หยั่งรู้ หรือเข้าศาสนาซะ
ถ้าเขาทำท่างงๆ ว่า เอ แล้ว วิทย์ของกู หายไปไหน
ก็ตอบว่า
3. นักวิทย์ส่วนใหญ่ตายไปอย่างไม่รู้ว่าตนอยู่ตรงไหนแบบนั้นแหละ แย่กว่าคนคิดไม่เป็นซะอีก
ไม่ว่า เพื่อนจะเชื่อ
ไม่ว่า เพื่อนจะเชื่อ หรือไม่เชื่อ เรื่องกฎแห่งกรรม .. แต่กฎนี้ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เป็นไปของมัน ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเชื่อหรือไม่!
แล้วการที่ คิดว่า หวังดี ไปเถียงกับเขา ..
การเถียงกัน จะทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นกับอีกฝ่าย ... จะพลอยไม่ได้บุญ แต่ได้บาปแทน
ทางที่ดี อย่าไปเถียงกับเขา ของแบบนี้ มันอยู่ที่วาสนา
เคยสงสัยมั้ย ??? สงสัย case ของแม่
ท่านเกิดมา เรียนจบแค่ ป.4 แต่แม่เชื่อว่า ถ้าเราคิดอย่างไร จะได้อย่างนั้น (เช่น ถ้าอยากรวย ก็อย่าไปคิดว่าตัวเองจน ถ้าอยากมีสุขภาพดี ก็ไม่ต้องไปหาหมอ คิดเสียว่าตัวเองสุขภาพดี แล้วเดี๋ยวมันก็ดี)
ตอนนั้น งง มาก! ทำไม แม่เชื่อแบบนั้น ><
แล้วแม่ก็เชื่อเรื่อง ผี เรื่องนรก-สวรรค์ เรื่องกฎแห่งกรรม โดยที่ แม่ไม่เคยเจอผีเลย และแม่ก็ไม่ได้เรียนหนังสือสูงๆ และไม่ได้ไปอ่านหนังสือธรรมะมากมาย
--------
ตอนนั้น มีความเห็น ไม่ค่อยเหมือนแม่ เพราะตั้งแต่ ป.4 ถึง มหาลัย เป็นคนที่ ไม่เชื่อเรื่องผีเลย แล้วยังชอบศึกษาวิทยาศาสตร์มากๆๆๆๆๆๆๆๆ !! เพราะอยากรู้ว่า นอกโลก ในอวกาศ มีอะไรอยู่บ้าง ???
มีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่สงสัย และเคยเข้าใจว่า สามารถหาคำตอบได้จากวิทยาศาสตร์ แต่ทุกครั้งที่ดูสารคดีเรื่องอวกาศ นักวิทยาศาสตร์ จะชอบบอกว่า คงต้องรอให้คนรุ่นหลัง(อีกหลายพัน หลายหมื่นปี นับจากนี้) เป็นคนไขปริศนาให้
ตอนนั้น เคยคิดด้วยว่า อยากมีอายุสัก 1000 ปีจัง จะได้อยู่รอดูวิวัฒนาการมนุษย์ และการไขปริศนาต่างๆ
จนวันหนึ่งได้มีประสบการณ์ เกี่ยวกับวิญญาณ! ที่ผ่านมาไม่เคยเจอผีหรอก (นี่เป็นสาเหตุทำให้ไม่เชื่อเรื่องผี) แต่วันหนึ่ง มีประสบการณ์ เห็นวิญญาณตัวเอง ออกจากร่าง
ตั้งแต่นั้น ก็ศึกษาเรื่องนี้ นับแต่ วิญญาณ การนั่งสมาธิ จนมาเจอ พระพุทธศาสนา
ศึกษาไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 4 ปีที่ผ่านมา คิดว่า ได้คำตอบสำหรับข้อสงสัยในใจมากมาย มากมายเสียจน ไม่รู้จะเริ่มต้นเล่าอย่างไร และจะเล่าให้ใครฟังดี ???
แต่ยังไม่ทิ้งวิทยาศาสตร์ ยังคงคอยติดตามการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ พร้อมๆ กับศึกษาจากภายใน(คือ การศึกษาเรื่อง จิตของตัวเอง) ไปพร้อมๆกัน
--------
เชื่อไหม ??? ถ้าจะบอกว่า..
เพื่อนของคุณที่คุณไปเถียงกับเขา
ไม่ต้องไปเถียงหรอก
แล้วจะบอกให้นะ ทุกๆสิ่ง ทุกๆเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ณ ขณะนี้ ล้วนมีเหตุผลทั้งสิ้น!
ไม่มีใคร เป็นโรคมะเร็ง เพราะสูบบุหรี่จัด แต่คนที่เป็นโรคมะเร็ง เพราะมีเหตุและผล ที่ทำให้เขา ในชาติภพนี้ และในจักรวาลคู่ขนานนี้ๆ เส้นทางชีวิตนี้ๆ เขาเลือกที่จะ ชอบสูบบุหรี่
ต้องใช้คำพูดว่า นี้ๆ ณ ชาติภพนี้ๆของเขา เส้นทางชีวิตนี้ๆ เพราะจริงๆแล้ว พวกเรายังมีตัวตนอยู่อีกมากมาย มากมายจนเป็นอนันต์
ผู้ชายคนเดียวกันนี้ที่ชอบสูบบุหรี่ ในอีกโลกหนึ่งๆ ที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมๆกัน เขาอาจจะ ไม่ได้สูบบุหรี่ เพราะมี cause & effect บางอย่าง ที่ทำให้เขาไม่ได้เลือกที่จะสูบบุหรี่
แล้วถ้า กฎแห่งกรรม เป็นเรื่องจริง ทำไมถึงได้มีหลายเส้นทางชีวิต หลายๆจักรวาลคู่ขนาน ทำไมถึงได้มี คนๆเดียวกัน มีตัวตนอยู่มากมายมหาศาล(เรื่องนี้พิสูจน์มาแล้วทางวิทยาศาสตร์ ไปหาดูสารคดีเรื่อง จักรวาลคู่ขนานซะ)
วิทยาศาสตร์ เขาอธิบายในแบบของเขา เรื่องการแบ่งตัวตนของ electron และเรื่อง ปฏิสสาร
แต่ในความเป็นจริงแล้ว เหตุผลที่ มันมีตัวตนที่เป็นเรา คนๆเดียวกับเรา หน้าตาเหมือนๆเรา เป็นลูกพ่อแม่เดียวกันกับเรา ในอีกโลกๆหนึ่ง .. นั่นเป็นเพราะ คนๆนั้น มีดวงวิญญาณคนละดวงกับพวกเรา! (รู้ไว้ซะ)
ไม่ต้องแปลกใจเลย ว่าทำไมพวกเราถึงได้ผ่านการเกิด-การตาย มาแล้วหลายภพหลายชาติ
เพราะทุกๆสิ่งในเอกภพนี้ ล้วนเป็นอนันต์
ไม่ได้มีแค่ ดวงวิญญาณของเราเท่านั้น ที่มาเกิดในร่างเรา แต่มีหลายๆดวงวิญญาณ และมันไปก่อนให้เกิดเป็น จักรวาลคู่ขนาน เป็นโลกอีกโลก ที่เหมือนๆกับโลกเรา
เช่น ในอีกโลกหนึ่ง .. hitler(ฮิตเล่อร์) อาจกำลังครองโลกอยู่ก็ได้ เป็นต้น!
แล้วไม่เพียงแค่ ดวงวิญญาณดวงอื่นๆจะสามารถมาเกิดในร่างของเราได้เท่านั้น ดวงวิญญาณของเราเองนี่แหละ ก็กลับมาเกิดในร่างเดิมของเราได้เหมือนกัน!
และก่อให้เกิดเส้นทาง เส้นทางใหม่ จักรวาลคู่ขนานจักรวาลใหม่
เหตุ และ ผล ของสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา มันเกี่ยวพันกัน กับหลายๆภพชาติ
เช่น คนที่ชาติภพปัจจุบันนี้ เค้าปวดศีรษะมาก ถ้าลองย้อนอดีต(หรือไปอนาคต)ดู จะรู้ว่า มีชาติภพใดชาติภพหนึ่ง ที่เขาอาจจะถูกยิงตายที่ศีรษะ หรืออาจไม่ใช่ถูกยิง แต่เกี่ยวกับอะไรสักอย่างที่ศีรษะ
แต่ถามว่า เราจำเป็นต้องรู้อดีต(หรือ อนาคต)ชาติไหม ??? ตอบ.. " ไม่ "
เราไม่จำเป็นต้องรู้ (ไม่งั้นเราจะถูกกำหนดมาให้ลืมอดีตชาติทำไม)
ปัจจุบัน จะทำให้เราหลุดพ้นได้
ไม่ว่าที่ผ่านมา เราเคยทำอะไรไว้ ขอให้รู้ไว้เลยว่า มันอาจจะส่งผลต่อชาติภพนี้ แต่ การทำความดี การพัฒนาจิตใจ ไม่เคยถูกรบกวนโดยผลกรรมของชาติก่อนๆ
ชาตินี้ ขอให้คิดดี ทำดี จะทำอะไร ขอให้ตัวเอง ไม่สะท้อนแสงดำๆ หรือเทาๆ ก็คือ เราทำดีแล้ว(ถ้าคนเรามีตาทิพย์ จะมองเห็นเลยว่า เวลาคนคิดเรื่องไม่ดี มันจะมีแสงดำๆเปล่งออกมา แต่เวลาคนคิดเรื่องดีๆ จะมีแสงขาวๆนวลๆเปล่งออกมา)
ถ้าเรากำลังจะทำอะไรที่ไม่ดี ลองนึกภาพว่า ตัวเองกำลังเปล่งแสงดำๆออกมารอบๆตัว
แล้วรู้มั้ย ??? แสงรอบๆตัว มีความหมายอย่างไร ??
ถ้าคุณเปล่งแสงดำๆออกมา มันจะไปดึงดูด เหตุการณ์ที่ไม่ดี เข้ามาหาคุณ
แต่ถ้า คุณเปล่งแสงขาวๆออกมา แสงนี้ จะดึงดูดเหตุการณ์ดีๆ เข้ามาหาคุณ
พวกมนุษย์ต่างดาว เค้ามองเห็นแสงพวกนี้นะ ดาวเขาเลยไม่มีคนชั่ว
แต่มนุษย์เรายังเป็นสัตว์ 3 มิติ เราเลยมองไม่เห็นแสงนี้
แต่ถามว่าพวกเราเคยเกิดเป็นมนุษย์ต่างดาวไหม ?? ตอบว่า "เคย" แน่นอน !!
ทุกๆคน ผ่านการเกิดดับมาหลายล้านภพชาติ นับไม่ถ้วน
แต่ถ้าคุณพยายามจะระลึกอดีตชาติ คุณจะระลึกได้เพียง ชาติภพที่มี เหตุและผล เกี่ยวข้องกับชาติภพนี้ เท่านั้น! นอกเสียจากผู้ที่เป็น พระโสดาบัน ขึ้นไป ถึงจะสามารถ ระลึกถึง ชาติภพ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับชาติภพนี้ได้ (ซึ่งมันมีเป็น ล้าน ล้าน ชาติภพ)
ไม่ว่า คุณจะเกิดเป็นใคร เกิดที่ดาวดวงไหน คุณก็สามารถหลุดพ้นได้ ด้วยการกระทำ ณ ปัจจุบัน
เพราะฉะนั้น อย่าเสียเวลาไปเถียงกับเพื่อนเลย! เขาไม่เชื่อ เพราะเขาไม่มีวาสนา และถึงเขาจะไม่เชื่อ แต่คุณบอกเองว่า เขาก็เป็นคนดี
ส่วน การที่คน 2 คนเถียงกัน ย่อมเปล่งแสงสีเทารอบๆตัว การให้ธรรมะ เลยจะพร้อมเป็นการทำบาป มากกว่าที่จะได้บุญ
พอจะนึกภาพออกไหม ??? ^_^
เมื่อคุณเข้าใจ กฎแห่งกรรม แล้ว คุณพยายาม ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ตัดกรรมต่างๆโดยการ ทำบุญ แผ่เมตตา นั่งสมาธิให้มากๆ เมื่อเพื่อนคุณทำอะไรไม่ดี ต้องอธิบายกับเขา ถ้าเขาไม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ก็ไม่ต้องไปเถียงกับเขา ให้อธิบายกับเขาว่า สิ่งนั้นสิ่งนี้ ไม่ควรทำ อธิบายด้วย เหตุ และ ผล
เพราะในความเป็นจริงแล้ว วิทยาศาสตร์ มันก็คือ subset ของ พระพุทธศาสนา อ่ะแหละ
ช่วงนี้บอกอะไรให้พวกศาลรัฐธรรมนูญ กับพวกมาร์ค ฟัง มันไม่ฟังหรอก ต้องให้พวกมันงงงง...
หงส์แดง ข้างบนไปแล้วเว้ย
หงส์แดง ข้างบนไปแล้วเว้ย ท่องจักรวาลไปอวกาศแล้ว กลับมาก่อนไอ้น้องไปหาหมอที่ศรีธัญญาก่อน ใจเย็นๆน้อง นั่งทบทวนสติตนเองก่อน
ทำไม ถึงเสนอปิดประชุมสภา
ทำไม ถึงเสนอปิดประชุมสภา หรือหลีกหนีการกระทำทึ่ก่อขึ้นให้เห็นกันทั่วบ้านทั่วเมือง
ทำไม ถึงได้บอกว่าจะเกิดความขัดแย้ง ก็ทุกฝ่ายฟังเหตุผลกัน พูดจากันเพื่อสร้างสรร อะไรคือความรุนแรง
ทำไม ปล่อยให้ พธม เข้ามาเพื่อให้เกิดความวุ่นวาย ถ้าปรองดองแล้วทุกฝ่ายสงบสุขก็น่าจะยอมรับ
ทำไม ไม่ชอบประชาธิปไตยเสียงข้างมาก บอกว่าเผด็จการสภา
ทำไม ชอบใช้อัธพาลเสียงข้างน้อย แล้วให้คนอื่นยอมรับในสิ่งที่ตนเองกระทำผิด
ทำไม ชอบพูดใช้เงินซื้อเสียง ทั่งที่ตนเองก็ไร้ฝีมือในการบริหาร (2 ปีที่ผ่านมา)
ทำไม การแก้รัฐธรรมนูญ บอกว่าเป็นการล้มล้าง ทั่งที่แก้ไข ไม่ใช่ฉีกทิ้่ง
ทำไม ถึงบอกตนเองว่ามีมาตรฐานสูงกว่าคนอื่น ทั้งที่ตนเองทำตัวต่ำกว่ามาตรฐาน(ชนชั้นสูง)
-ไม่มีอะไรจะด่าไอ้เลวนี้
-ไม่มีอะไรจะด่าไอ้เลวนี้ เพราะไอ้นี้มันเลวและบ้าอำนาจสุดๆ
ปัญหาจะบานปลายแน่ถ้า
ปัญหาจะบานปลายแน่ถ้า ปชป.ยังไร้เหตุผลอย่างที่เห็น เปรียบเปรย เขาขออนุมัติสร้างบ้านแต่ยังไม่เลือกแบบ ปชป.ยังดูถูกเจ้าของบ้านด้วยการเดาว่าเขาจะสร้างตึกจึงขัดขวาง ปชป.ทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากสร้างภาพหลอกตัวเอง ไม่เคยเห็นทำอะไรเป็นมรรคเป็นผลสักอย่าง ยกเว้นการโกงกิน