เรียนประธานศาลรัฐธรรมนูญ “และ/หรือ” เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

พลันที่ข่าวประชาสัมพันธ์ของศาลรัฐธรรมนูญข่าวที่ ๑๖/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้เผยแพร่ในเวบไซต์ของศาลรัฐธรรมนูญ เนื้อหาที่โดดเด่นมากที่สุดในข่าวฉบับนี้คือเนื้อหาในวรรคที่สองของหนังสือข่าวที่ระบุว่า

“ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา ๖๘ ให้สิทธิแก่ผู้ที่ทราบถึงการกระทำอันเป็นการเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ย่อมใช้สิทธิให้มีการตรวจสอบการกระทำดังกล่าวได้ โดยให้มีสิทธิสองประการ คือ หนึ่งเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ และสองยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว....”

แน่นอนว่าในวงการนักกฎหมายการใช้การตีความกฎหมายดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ การตีความดังกล่าวเป็นการตีความโดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งล้วนแต่เป็นนักกฎหมายและนักรัฐศาสตร์ที่มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญเป็นอย่างสูงในสาขาวิชาที่ได้ร่ำเรียนมาบวกด้วยประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวกับการใช้การตีความกฎหมายที่มีมาอย่างยาวนาน หาไม่แล้วคงไม่ได้รับการคัดเลือกให้ทำหน้าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอันสำคัญของประเทศชาติเป็นแน่แท้

เมื่อได้อ่านข่าวประชาสัมพันธ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้บรรยายการตีความมาตรา ๖๘ ของรัฐธรรมนูญ หากไม่ได้อ่านหรือติดตามผลงานของศาลรัฐธรรมนูญมาบ้างคงจะเกิดความประหลาดใจมากว่าในกรณีนี้ ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามช่องทางที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๘ นั้น หากอ่านถ้อยคำตามเนื้อหาของกฎหมายแล้วย่อมตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่า ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องในกรณีนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญได้แก่ อัยการสูงสุด เท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตาม อย่างที่เรียนไว้แล้วว่าด้วยผลงานที่ผ่านมาของศาลรัฐธรรมนูญ การตีความว่าผู้ที่ทราบถึงการกระทำตามมาตรา ๖๘ นั้นมีสิทธิยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุดแล้วให้อัยการสูงสุดยื่นต่อศาล หรือสามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้โดยตรง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกและน่าตื่นเต้นประการใด แม้ว่าการตีความดังกล่าวจะขัดต่อถ้อยคำที่เป็นลายลักษณ์อักษรของมาตรา ๖๘ ที่ใช้คำว่า “และ” ไม่ได้ใช้คำว่า “หรือ”

การตีความว่าผู้ที่ทราบถึงการกระทำดังกล่าวนั้นมีสิทธิสองประการนั้น คำถามที่ตามมาก็คือถ้าสามารถยื่นคำร้องได้โดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะกำหนดให้สามารถยื่นผ่านอัยการสูงสุดอีกด้วยเหตุอันใด ก็เท่ากับว่าบทบัญญัติมาตรา ๖๘ ที่เกี่ยวข้องกับผู้มีสิทธิยื่นคำร้องโดยเฉพาะที่กำหนดให้ยื่นผ่านอัยการสูงสุดนั้น เป็นส่วนเกินที่ไม่ควรมีในการตรากฎหมาย (ในที่นี้คือรัฐธรรมนูญ) เพราะด้วยการใช้การตีความกฎหมายแล้ว หากกรณีใดจะกำหนดผู้มีสิทธิยื่นคำร้องแตกต่างกันเป็นสองกรณีแล้ว ย่อมมีเหตุผล และที่สำคัญคือต้องให้ทั้งสองกรณีนั้นสามารถใช้บังคับได้ในทางข้อเท็จจริงด้วย หาไม่แล้วก็เท่ากับเป็นการแสดงถึงความสามารถของผู้ร่างรัฐธรรมนูญปี ๕๐ เอง ว่าร่างรัฐธรรมนูญในลักษณะฟุ้งเฟ้อเกินไปหรือไม่ โดยร่างเพื่อกำหนดให้ผู้ที่ทราบถึงการกระทำตามมาตรา ๖๘ นั้น มีสิทธิสองประการคือยื่นเองต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือยื่นผ่านอัยการสูงสุดเพื่อให้อัยการสูงสุดยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกต่อหนึ่ง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเหตุใดจึงไม่กำหนดให้ผู้ที่ทราบถึงการกระทำดังกล่าวสามารถยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้แต่เพียงอย่างเดียว จะกำหนดให้สิทธิไปยื่นผ่านอัยการสูงสุดเพื่ออะไรอีก

อย่างไรก็ตามด้วยผลงานของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาจึงไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดการตีความเรื่องผู้มีสิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา ๖๘ ของรัฐธรรมนูญนั้นจะปรากฏออกมาตามในข่าวประชาสัมพันธ์ของศาลรัฐธรรมนูญ อย่างน้อยที่สุดก็มีความรู้สึกที่ดีว่าศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายไปในทางที่ให้สิทธิแก่ประชาชนมากขึ้นดังเช่นในกรณีนี้ที่ตีความให้สิทธิสามารถยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรงได้ ต่อไปนี้ก็ย่อมเป็นการง่ายขึ้นที่จะมีการยื่นคำร้องตามมาตรา ๖๘ ต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องไปยื่นผ่านอัยการสูงสุดตามความเข้าใจแบบดั้งเดิมแต่ประการใด น่าเสียดายอยู่ตรงที่ว่าการใช้การตีความดังกล่าวนี้ไม่ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญได้ให้เหตุผลที่อาจจะเพิ่มความเข้าใจได้ว่าเหตุใดจึงตีความเรื่องสิทธิในการยื่นคำร้องตามมาตรา ๖๘ ที่แตกต่างไปจากความคิดความเข้าใจแบบดั้งเดิม อาจเป็นเพราะข้อจำกัดในเรื่องของเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ที่ไม่สามารถกล่าวโดยละเอียดได้

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามต้องขอฝากเรียนรบกวนไปยังประธานศาลรัฐธรรมนูญ (นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์) “และ/หรือ” เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (นายชวนะ ไตรมาศ) รีบเร่งดำเนินการเข้าไปแก้ไขข้อมูลในเวบไซต์ของศาลรัฐธรรมนูญ www.constitutionalcourt.or.th ในส่วนของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวข้อ “การใช้สิทธิต่อศาลรัฐธรรมนูญ” (http://www.constitutionalcourt.or.th/
index.php?option=com_content&view=article&id=334&Itemid=282&lang=thindex.php
) ที่ยังคงปรากฏเอกสารพีดีเอฟที่เกี่ยวกับการใช้สิทธิต่อศาลรัฐธรรมนูญที่มีชื่อไฟล์เอกสารว่า“concourt3.pdf” (http://www.constitutionalcourt.or.th/index.php?option=com_docman&task=doc_download&
gid=867&Itemid=100&lang=th
) ในส่วนของ “(๓) การพิจารณาวินิจฉัยกรณีบุคคลหรือพรรคการเมืองใช้สิทธิและเสรีภาพในทางการเมืองโดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ (มาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๓๗) ซึ่งปรากฏอยู่ในหน้าที่สามของเอกสารดังกล่าวเนื่องจากในช่องหัวข้อ “ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง” ยังคงระบุว่าเป็น “อัยการสูงสุด” เพียงผู้เดียวอยู่ และในช่องหัวข้อ “วิธีการและเงื่อนไข” ยังคงระบุว่าผู้ที่ทราบการกระทำดังกล่าวมีสิทธิยื่นเรื่องผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้นอยู่

จริงอยู่ว่าแม้ว่าแนวการวินิจฉัยมาตรา ๖๘ ของศาลรัฐธรรมนูญที่มีในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่ผ่านมาจะเป็นแนวความคิดแนววินิจฉัยใหม่ หาไม่แล้วเอกสารที่ชื่อ “concourt3.pdf” คงปรากฏแล้วว่าผู้มีสิทธยื่นคำร้องต่องศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีช่องทางสองประการ คือยื่นเองหรือยื่นผ่านอัยการสูงสูด ดังนั้น เพื่อให้ข้อมูลสอดคล้องกับแนวการใช้การตีความใหม่ของศาลรัฐธรรมนูญ จึงเห็นสมควรที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญ “และ/หรือ” เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเร่งรีบดำเนินการสั่งการให้มีการแก้ไขข้อมูลให้สอดคล้องกัน โดยในการสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลดังกล่าวนี้

๑. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ หรือ
๒. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือ
๓. เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

เป็นผู้มีอำนาจในการสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลดังกล่าว ให้สอดคล้องกับ “แนวการตีความ(ใหม่)” ในส่วนของมาตรา ๖๘ ของศาลรัฐธรรมนูญ

ท้ายที่สุดนี้ จึงขอให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ/หรือ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญรีบเร่งดำเนินการแก้ไข ข้อมูลในเวบไซต์ดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความสับสนหรือความเข้าใจผิดในการใช้การตีความกฎหมาย อันจะเป็นการวางแนวการใช้การตีความกฎหมายอันเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญยิ่งอีกครั้งหนึ่งโดยคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอันเป็นคุโณปการอันหาได้ยากยิ่งในวงการนิติศาสตร์ไทยต่อไป

                                                                               ด้วยความเคารพอย่างสูง

 

AttachmentSize
เอกสารในเว็บไซต์ของศาลรัฐธรรมนูญ.pdf174.82 KB

Comments

ถ้าคิดว่าเป็นอำนาจของนิติบัญญ

ถ้าคิดว่าเป็นอำนาจของนิติบัญญัติ สส ก็ดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญต่อไปได้เลย ผ่านวาระ 3 ไปเลย ผมก็อยากจะทราบเหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าดีแต่เห่าครับ

ถ้าคิดว่าเป็นอำนาจของนิติบัญญ

ถ้าคิดว่าเป็นอำนาจของนิติบัญญัติ สส ก็ดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญต่อไปได้เลย ผ่านวาระ 3 ไปเลย ผมก็อยากจะทราบเหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าดีแต่เห่าครับ

ถ้าคิดว่าเป็นอำนาจของนิติบัญญ

ถ้าคิดว่าเป็นอำนาจของนิติบัญญัติ สส ก็ดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญต่อไปได้เลย ผ่านวาระ 3 ไปเลย ผมก็อยากจะทราบเหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าดีแต่เห่าครับ

คน

[quote=คน]ถ้าคิดว่าเป็นอำนาจของนิติบัญญัติ สส ก็ดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญต่อไปได้เลย ผ่านวาระ 3 ไปเลย ผมก็อยากจะทราบเหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าดีแต่เห่าครับ[/quote]
แบบนี้เรียกว่า "หอน" หรือเปล่า

@ แม้นตลก เล่นตลก

@ แม้นตลก เล่นตลก แบบสกปรก
พาเข้ารก เข้าพง จงอย่าเฉย
ขอผู้รู้ เรื่อง ตลก ยกอ้างเอ่ย
พูดไปเลย ตลก ร้าย ไม่ยอมรับ

@ ราษฎร ไม่ต้องการ ตลกร้าย
และไม่โง่ งมงาย ให้โขกสับ
หากผู้แทน ราษฎร อ้อนคำนับ
ให้ ตลก บังคับ นับว่าซวย

ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจ

ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจ วินิจฉัยตามดังนี้ครับ มาตรา ๗ ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่จำเป็นต้องไปผ่านอัยการสูงสุดหรอกครับเพราะเรื่องนี้เป็นกรณีเร่งด่วนช้าอาจเสียการ การตีความกฎหมายต้องอ่านมาตราที่เกี่ยวข้องให้ตลอดก็ออกมาโวยวาย กลุ่มนิติราษฎร์นี่ชอบโชว์โง่จังเลย

นรินทร์ อิธิสาร

[quote=นรินทร์ อิธิสาร]แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามต้องขอฝากเรียนรบกวนไปยังประธานศาลรัฐธรรมนูญ (นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์) “และ/หรือ” เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (นายชวนะ ไตรมาศ) รีบเร่งดำเนินการเข้าไปแก้ไขข้อมูลในเวบไซต์ของศาลรัฐธรรมนูญ www.constitutionalcourt.or.th ในส่วนของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวข้อ “การใช้สิทธิต่อศาลรัฐธรรมนูญ” (http://www.constitutionalcourt.or.th/
index.php?option=com_content&view=article&id=334&Itemid=282&lang=thindex.php) ที่ยังคงปรากฏเอกสารพีดีเอฟที่เกี่ยวกับการใช้สิทธิต่อศาลรัฐธรรมนูญที่มีชื่อไฟล์เอกสารว่า“concourt3.pdf” (http://www.constitutionalcourt.or.th/index.php?option=com_docman&task=doc_download&
gid=867&Itemid=100&lang=th) ในส่วนของ “(๓) การพิจารณาวินิจฉัยกรณีบุคคลหรือพรรคการเมืองใช้สิทธิและเสรีภาพในทางการเมืองโดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ (มาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๓๗) ซึ่งปรากฏอยู่ในหน้าที่สามของเอกสารดังกล่าวเนื่องจากในช่องหัวข้อ “ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง” ยังคงระบุว่าเป็น “อัยการสูงสุด” เพียงผู้เดียวอยู่ และในช่องหัวข้อ “วิธีการและเงื่อนไข” ยังคงระบุว่าผู้ที่ทราบการกระทำดังกล่าวมีสิทธิยื่นเรื่องผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้นอยู่[/quote]

ถึงผู้เขียน เข้าไปดาวน์โหลดเอกสารไม่ได้แล้วครับ และลิ้งที่ระบุยังถูกระงับห้ามเข้าอีก ไปกันใหญ่ สงสัยเจอไวรัสคอมพิวเตอร์ น่าจะเป็นตัวเดียวกันกับที่เข้าไปในเซิร์ฟเวอร์พรรคประชาธิปัตย์อาทิตย์ก่อนที่ไฟดับที่นึงแต่ทำให้เซิร์ฟเวอร์ที่อยู่อีกที่นึงใช้การไม่ได้ มันร้ายมาก!! ยังไงรบกวนเอาขึ้นลิ้งใดที่สามารถดาวน์โหลดได้ให้ทีครับ

ขอบคุณล่วงหน้า

คน wrote:ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจ

[quote=คน]ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจ วินิจฉัยตามดังนี้ครับ มาตรา ๗ ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่จำเป็นต้องไปผ่านอัยการสูงสุดหรอกครับเพราะเรื่องนี้เป็นกรณีเร่งด่วนช้าอาจเสียการ การตีความกฎหมายต้องอ่านมาตราที่เกี่ยวข้องให้ตลอดก็ออกมาโวยวาย กลุ่มนิติราษฎร์นี่ชอบโชว์โง่จังเลย[/quote]
กระบวนการเป็นไปตามขั้นตอน เมื่อ ผ่านวาระ 1 วาระ 2 แล้ว ต้องเข้าสู่วาระ 3 ภายในกรอบเวลา ก็เป็นการดำเนินการตามปรกติ แต่ที่ผิดปรกติ ก็ตรงที่ มีการรับคำร้องและศาลเข้ามาสั่ง ให้ยุติกระบวนการพิจารณานี่แหละ จึงเกิดปัญหาอยู่ในตอนนี้ เพราะทำเสมือนว่ามีการเร่งขัดขวาง ให้ทันก่อนที่จะผ่านวาระ
3 เพราะถ้าผ่านวาระ 3 ไปแล้ว กระบวนการร่างแก้ไขรัฐธรมนูญจะเดินหน้า โดยไม่มีใครขัดขวางได้อีก ก็แค่นั้นเอง ไม่มีอะไรซับซ้อน ถึงมีคนท้วงติง ว่า ศาลรัฐธรรมนูญ เปิดหน้าเล่นเกินไปหรือปล่าว
......อ่าน คห คุณ คน ถึงตรง นิติราษฎร์โชว์โง่ ......กำลังดื่มน้ำอัดลมอยู่ พุ่งพรวดเลย ออกปากอกจมูก

คนร่างแก้ไข คือ สสร.

คนร่างแก้ไข คือ สสร. ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นใครมาเป็น
ไม่ใช่ สส. ร่างแก้ครับ และถ้าร่างออกมาแล้ว
มีข้อใดบกพร่องก็ร้องศาล รธณ. แก้ไขได้อีก
จุดมุ่งหมายน่าจะหาเหตุยุบพรรคสร้างความวุ่นวาย
..........................................
เรื่องเอกสาร pdf ของศาล มันเละมาถึงขั้นนี้..เละเทะ
ไม่ต้องแก้มันแล้วครับ ให้ศาลวินิจฉัยอีกรอบสรุปว่า
การยื่นอัยการสูงสุดก็คือยื่นโดยประชาชน
มีอะไรหรือเปล่า แฮ่ แฮ่

เดชอุดม wrote:นรินทร์ อิธิสาร

[quote=เดชอุดม][quote=นรินทร์ อิธิสาร]แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามต้องขอฝากเรียนรบกวนไปยังประธานศาลรัฐธรรมนูญ (นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์) “และ/หรือ” เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (นายชวนะ ไตรมาศ) รีบเร่งดำเนินการเข้าไปแก้ไขข้อมูลในเวบไซต์ของศาลรัฐธรรมนูญ www.constitutionalcourt.or.th ในส่วนของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวข้อ “การใช้สิทธิต่อศาลรัฐธรรมนูญ” (http://www.constitutionalcourt.or.th/
index.php?option=com_content&view=article&id=334&Itemid=282&lang=thindex.php) ที่ยังคงปรากฏเอกสารพีดีเอฟที่เกี่ยวกับการใช้สิทธิต่อศาลรัฐธรรมนูญที่มีชื่อไฟล์เอกสารว่า“concourt3.pdf” (http://www.constitutionalcourt.or.th/index.php?option=com_docman&task=doc_download&
gid=867&Itemid=100&lang=th) ในส่วนของ “(๓) การพิจารณาวินิจฉัยกรณีบุคคลหรือพรรคการเมืองใช้สิทธิและเสรีภาพในทางการเมืองโดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ (มาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๓๗) ซึ่งปรากฏอยู่ในหน้าที่สามของเอกสารดังกล่าวเนื่องจากในช่องหัวข้อ “ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง” ยังคงระบุว่าเป็น “อัยการสูงสุด” เพียงผู้เดียวอยู่ และในช่องหัวข้อ “วิธีการและเงื่อนไข” ยังคงระบุว่าผู้ที่ทราบการกระทำดังกล่าวมีสิทธิยื่นเรื่องผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้นอยู่[/quote]

ถึงผู้เขียน เข้าไปดาวน์โหลดเอกสารไม่ได้แล้วครับ และลิ้งที่ระบุยังถูกระงับห้ามเข้าอีก ไปกันใหญ่ สงสัยเจอไวรัสคอมพิวเตอร์ น่าจะเป็นตัวเดียวกันกับที่เข้าไปในเซิร์ฟเวอร์พรรคประชาธิปัตย์อาทิตย์ก่อนที่ไฟดับที่นึงแต่ทำให้เซิร์ฟเวอร์ที่อยู่อีกที่นึงใช้การไม่ได้ มันร้ายมาก!! ยังไงรบกวนเอาขึ้นลิ้งใดที่สามารถดาวน์โหลดได้ให้ทีครับ

ขอบคุณล่วงหน้า[/quote]

http://www.constitutionalcourt.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=334&Itemid=85&lang=thindex.php

http://www.constitutionalcourt.or.th/index.php?option=com_docman&task=doc_download&
gid=867&Itemid=100&lang=th

ทั้งสองลิงค์ ก็ยังเข้าได้ปรกติ
เจอช่วงที่คนเข้าเยอะหรือปล่าว

รู้ทัน wrote:คน

[quote=รู้ทัน][quote=คน]ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจ วินิจฉัยตามดังนี้ครับ มาตรา ๗ ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่จำเป็นต้องไปผ่านอัยการสูงสุดหรอกครับเพราะเรื่องนี้เป็นกรณีเร่งด่วนช้าอาจเสียการ การตีความกฎหมายต้องอ่านมาตราที่เกี่ยวข้องให้ตลอดก็ออกมาโวยวาย กลุ่มนิติราษฎร์นี่ชอบโชว์โง่จังเลย[/quote]
กระบวนการเป็นไปตามขั้นตอน เมื่อ ผ่านวาระ 1 วาระ 2 แล้ว ต้องเข้าสู่วาระ 3 ภายในกรอบเวลา ก็เป็นการดำเนินการตามปรกติ แต่ที่ผิดปรกติ ก็ตรงที่ มีการรับคำร้องและศาลเข้ามาสั่ง ให้ยุติกระบวนการพิจารณานี่แหละ จึงเกิดปัญหาอยู่ในตอนนี้ เพราะทำเสมือนว่ามีการเร่งขัดขวาง ให้ทันก่อนที่จะผ่านวาระ
3 เพราะถ้าผ่านวาระ 3 ไปแล้ว กระบวนการร่างแก้ไขรัฐธรมนูญจะเดินหน้า โดยไม่มีใครขัดขวางได้อีก ก็แค่นั้นเอง ไม่มีอะไรซับซ้อน ถึงมีคนท้วงติง ว่า ศาลรัฐธรรมนูญ เปิดหน้าเล่นเกินไปหรือปล่าว
......อ่าน คห คุณ คน ถึงตรง นิติราษฎร์โชว์โง่ ......กำลังดื่มน้ำอัดลมอยู่ พุ่งพรวดเลย ออกปากอกจมูก[/quote]

คุณรู้ทันยังดีนะที่กำลังดื่มน้ำอัดลมอยู่ ผมนี่กำลังกินข้าวทั้งสำลักทั้งอ๊วกออกหมดเลย นึกไม่ถึงเลยว่าคุณ"คน"นี่ฉลาดกว่านิติราษฎร์และฉลาดกว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซะอีกรู้ดีว่าตุลาการตีความตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๗ ด้วย นับถือๆผมอยากให้คุณ"คน"เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีกสักคนโดยปลดคุณชัช ชลวร ออก ความเชื่อมั่นของประชาชนชาวไทยต่อกระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญจะได้มีความหวังขึ้นบ้าง

ได้แล้วครับ ตามนี้

ได้แล้วครับ ตามนี้

http://www.constitutionalcourt.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=334&Itemid=85&lang=th

มันสุดยอดมากครับท่าน ขอบคุณผู้เขียนที่ทำให้รู้ว่ามีเอกสารชิ้นนี้อยู่ในโลกที่มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไว้พิทักษ์ความยุติธรรมเช่นนี้ (ไม่น่าแปลกใจที่ยังเข้าได้ เพราะศาลเขาไม่ทำงานวันหยุดกัน อาจจะยังไม่รู้ตัว) ลุ้นเพิกถอนตุลาการน่าจะมันส์พอๆ กับศึกวันแดงเดือดไหมล่ะคราวเน๊๊ยะ

พึ่งรู้ว่ามีรัฐประหารเกิดขึ้น

พึ่งรู้ว่ามีรัฐประหารเกิดขึ้นแล้ว แล้วหัวหน้าคณะรัฐประหารคือใคร....แล้วทำสำเร็จไหม ถ้าไม่สำเร็จก็เป็นกบฏ ต้องโทษประหารชีวิตครับ...ประหารด้วยหัวสุนัข...

โปรดฟังอีกครั้งขณะนี้ผู้ก่อกา

โปรดฟังอีกครั้งขณะนี้ผู้ก่อการได้ยึดอำนาจรัฐสภาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่าได้ต่อสู้วุ่นวาย มิฉะนั้น พรรคปชป.จะไม่ยอมและพันธมิตรก็จะประท้วงต่อไปไม่ให้ประเทศชาติอยู่ในความสงบ โปรดฟังอีกครั้ง จาก คณะยึดอำนาจนิติบัญญัติ

ประเทศไทย ไม่ต้องมีกฎหมายหรอก

ประเทศไทย ไม่ต้องมีกฎหมายหรอก ให้มีคนดีปกครองก็พอ ท่านว่ายังไงก็ยังงั้น ยุบคณะนิติศาสตร์ทุกแห่งทั่วประเทศ เสียเวลาเรียนประหยัดเงินด้วย

เดชอุดม wrote:ได้แล้วครับ

[quote=เดชอุดม]ได้แล้วครับ ตามนี้

http://www.constitutionalcourt.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=334&Itemid=85&lang=th

มันสุดยอดมากครับท่าน ขอบคุณผู้เขียนที่ทำให้รู้ว่ามีเอกสารชิ้นนี้อยู่ในโลกที่มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไว้พิทักษ์ความยุติธรรมเช่นนี้ (ไม่น่าแปลกใจที่ยังเข้าได้ เพราะศาลเขาไม่ทำงานวันหยุดกัน อาจจะยังไม่รู้ตัว) ลุ้นเพิกถอนตุลาการน่าจะมันส์พอๆ กับศึกวันแดงเดือดไหมล่ะคราวเน๊๊ยะ[/quote]
เข้าไปอ่านแล้วครับมันเจ๋งจริงๆ เมื่อก่อนศาลรธน. เคยวินิจไว้แล้วว่าต้องอัยการสูงสุดเท่านั้น! โอ้ววว.. แม่เจ้า (อย่าบอกนะว่าพิมพ์ไว้ในเอกสารชิ้นนี้มันพิมผิด) ยิ่งไปอ่าน บันทึกรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 27/2550 ที่คณะนิติราษฎร์อ้างพบว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเข้าใจตรงกันว่า ผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 68 วรรคสอง คือ อัยการสูงสุดเท่านั้น ขณะนั้นจำได้คร่าวๆว่าท่านจรัญหนึ่งใน ตลก.ก็น่าจะอยู่ในที่ประชุมด้วย ต้องถาม ว่า ตลก.ศาลรธน.ขณะนี้กำลังคิดอะไรอยู่จริงๆกันแน่ ต้องถอน มันต้องถอดถอน และก็ขอบคุณเจ้าของบทความที่ทำให้รู้ว่ามีเอกสารนี้เช่นเดียวกันครับ

wega wrote:เดชอุดม

[quote=wega][quote=เดชอุดม]ได้แล้วครับ ตามนี้

http://www.constitutionalcourt.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=334&Itemid=85&lang=th

มันสุดยอดมากครับท่าน ขอบคุณผู้เขียนที่ทำให้รู้ว่ามีเอกสารชิ้นนี้อยู่ในโลกที่มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไว้พิทักษ์ความยุติธรรมเช่นนี้ (ไม่น่าแปลกใจที่ยังเข้าได้ เพราะศาลเขาไม่ทำงานวันหยุดกัน อาจจะยังไม่รู้ตัว) ลุ้นเพิกถอนตุลาการน่าจะมันส์พอๆ กับศึกวันแดงเดือดไหมล่ะคราวเน๊๊ยะ[/quote]
เข้าไปอ่านแล้วครับมันเจ๋งจริงๆ เมื่อก่อนศาลรธน. เคยวินิจไว้แล้วว่าต้องอัยการสูงสุดเท่านั้น! โอ้ววว.. แม่เจ้า (อย่าบอกนะว่าพิมพ์ไว้ในเอกสารชิ้นนี้มันพิมผิด) ยิ่งไปอ่าน บันทึกรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 27/2550 ที่คณะนิติราษฎร์อ้างพบว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเข้าใจตรงกันว่า ผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 68 วรรคสอง คือ อัยการสูงสุดเท่านั้น ขณะนั้นจำได้คร่าวๆว่าท่านจรัญหนึ่งใน ตลก.ก็น่าจะอยู่ในที่ประชุมด้วย ต้องถาม ว่า ตลก.ศาลรธน.ขณะนี้กำลังคิดอะไรอยู่จริงๆกันแน่ ต้องถอน มันต้องถอดถอน และก็ขอบคุณเจ้าของบทความที่ทำให้รู้ว่ามีเอกสารนี้เช่นเดียวกันครับ[/quote]

ก็บอกแล้วไงครับว่าแก็งค์นี้เค้า "หน้าหนา" อย่าไปหวังเชียวว่าจะสำนีกได้เอง ความ "ละอายใจ" ไม่อยู่สาระบบของคนพวกนี้ เค้าทำเลวกันชนชิน ทำมาหลายปีดีดักแล้ว ถ้าเขาคิดกันได้ เขาไม่ทำแบบนี้หรอกครับ

ถ้ารอให้โจรพวกนี้กลับใจคงต้องรอให้้น้ำท่วมหลังเป็ด แต่ถ้าอยากให้โจรเข็ดหลาบอยู่ในคอกของตัวเองก็ต้อง "ใช้สมอง" คิดแนวทางที่จะจัดการโจรพวกนี้ให้อยู่หมัด เอาให้น็อกออกมาเพ่นพ่านไม่ได้เลยโดยใช้การเดินเกมตามกฎกติกาที่ถูกต้อง เพราะอย่างที่คุณทักษิณว่า "เราไม่มีเส้น" ขนาดทำอะไรตามกติกา ไอ้แก็งค์โจรพวกนี้มันยังไปทำกติกาปลอมมาเล่นงานเราเลย

ยำ้!! อย่าได้หวังลมๆ แล้งๆ ว่า แก็งค์โจรปล้นชาติแก็งค์นี้จะสำนึกได้ด้วยตนเองแล้วกลับใจมาอยู่ข้างประชาชน จะจัดการกับแก็งค์นี้ได้ต้องใช้ "สมอง" วางกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและน็อกด้วยข้อมูลที่ถูกต้องเท่านั้น ทั้งนี้ต้องอาศัยผู้มีจิตใจรักชาติหลายๆ ฝ่ายเข้ามาช่วยกัน อย่างที่ตอนนี้กำลังทำกันอยู่ ผมว่ามีแนวโน้มที่ดีมากจริงๆ เทียบกับเมื่อตอนปี 49 ที่แทบมองไม่เห็นนักวิชาการคนไหนกล้าออกมาสู้กับความไม่ถูกต้องแบบนี้ ผมในฐานะคนธรรมดาก็คงได้แต่เอาใจช่วยและร่วมเข้าลงชื่อถอดถอนพรรคพวกของแก็งค์โจรแค่นั้นล่ะครับ

อำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดคืออำ

อำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดคืออำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อมีข้อขัดแย้งในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มันก็เป็นอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญอยู่ดีที่จะวินิจฉัยชี้ขาดลงไป ผมเห็นว่าศาลมีอำนาจดำเนินการรับคำร้องโดยไม่จำเป็นที่จะต้องไปผ่านอัยการสูงสุด ผมอยากให้พรรคเพื่อไทยดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 ไปเลย พรรคนี้จะได้ถูกยุบซะทีหมดเรื่องหมดราวไปเลย ก็อำนาจตีความวินิจฉัยเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายก็เขียนชัดอยู่แล้วถ้าไม่ใช่อำนาจหน้าที่แล้วจะตั้งศาลมาทำหอกอะไร ดังนั้นต้องยื่นที่ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วจะไปยื่นผ่านอัยการสูงสุดทำไม ผู้ร้องก็ต้องยื่นคำร้องผ่านศาลรัฐธรรมนูญซิครับ หรือจะยื่นทั้งสองแห่งก็ไม่เสียหาย ผู้รับคำร้องก็ต้องมีกฎหมายอ้างอิงมารองรับอยู่แล้ว ไปอ่านทำไมมาตรา 68 ให้ดูอย่างเดียวว่าอำนาจในการวินิจฉัยอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญทุกอย่างจบ ตีความกันไปเรื่อยๆมั่วไปหมด หลงทิศกันเลอะเทอะไปหมด

ผมได้ส่งตัวไฟล์ concourt3.pdf

ผมได้ส่งตัวไฟล์ concourt3.pdf ไปให้บรรณาธิการประชาไท เพื่อพิจารณานำขึ้นในสารบบ ป้องกันการทำลายหลักฐานครับ ทั้งนี้แล้วแต่ดุลพินิจของบรรณาธิการว่าจะเอาขึ้นหรือไม่ครับ

คน

[quote=คน]อำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดคืออำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อมีข้อขัดแย้งในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มันก็เป็นอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญอยู่ดีที่จะวินิจฉัยชี้ขาดลงไป ผมเห็นว่าศาลมีอำนาจดำเนินการรับคำร้องโดยไม่จำเป็นที่จะต้องไปผ่านอัยการสูงสุด ผมอยากให้พรรคเพื่อไทยดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 ไปเลย พรรคนี้จะได้ถูกยุบซะทีหมดเรื่องหมดราวไปเลย ก็อำนาจตีความวินิจฉัยเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายก็เขียนชัดอยู่แล้วถ้าไม่ใช่อำนาจหน้าที่แล้วจะตั้งศาลมาทำหอกอะไร ดังนั้นต้องยื่นที่ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วจะไปยื่นผ่านอัยการสูงสุดทำไม ผู้ร้องก็ต้องยื่นคำร้องผ่านศาลรัฐธรรมนูญซิครับ หรือจะยื่นทั้งสองแห่งก็ไม่เสียหาย ผู้รับคำร้องก็ต้องมีกฎหมายอ้างอิงมารองรับอยู่แล้ว ไปอ่านทำไมมาตรา 68 ให้ดูอย่างเดียวว่าอำนาจในการวินิจฉัยอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญทุกอย่างจบ ตีความกันไปเรื่อยๆมั่วไปหมด หลงทิศกันเลอะเทอะไปหมด[/quote]
สีข้างยังอยู่นะ

plai_krabee wrote:คน

[quote=plai_krabee][quote=คน]อำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดคืออำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อมีข้อขัดแย้งในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มันก็เป็นอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญอยู่ดีที่จะวินิจฉัยชี้ขาดลงไป ผมเห็นว่าศาลมีอำนาจดำเนินการรับคำร้องโดยไม่จำเป็นที่จะต้องไปผ่านอัยการสูงสุด ผมอยากให้พรรคเพื่อไทยดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 ไปเลย พรรคนี้จะได้ถูกยุบซะทีหมดเรื่องหมดราวไปเลย ก็อำนาจตีความวินิจฉัยเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายก็เขียนชัดอยู่แล้วถ้าไม่ใช่อำนาจหน้าที่แล้วจะตั้งศาลมาทำหอกอะไร ดังนั้นต้องยื่นที่ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วจะไปยื่นผ่านอัยการสูงสุดทำไม ผู้ร้องก็ต้องยื่นคำร้องผ่านศาลรัฐธรรมนูญซิครับ หรือจะยื่นทั้งสองแห่งก็ไม่เสียหาย ผู้รับคำร้องก็ต้องมีกฎหมายอ้างอิงมารองรับอยู่แล้ว ไปอ่านทำไมมาตรา 68 ให้ดูอย่างเดียวว่าอำนาจในการวินิจฉัยอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญทุกอย่างจบ ตีความกันไปเรื่อยๆมั่วไปหมด หลงทิศกันเลอะเทอะไปหมด[/quote]
สีข้างยังอยู่นะ[/quote]
ถ้าคุณจะไปศาลรัฐธรรมนูญ คุณอาจจะแวะที่อัยการสูงสุดก่อนก็ได้ แต่ถ้าคุณเห็นว่าถ้าแวะแล้วช้า คุณก็มุ่งตรงไปศาลรัฐธรรมนูญเลยก็ได้ ถามว่าไม่แวะผิดไหม ตอบว่าไม่ผิด แล้วถามว่าถ้าไม่แวะผิดไหม ก็ตอบได้ว่าไม่ผิดเช่นกัน เพราะเหตุผลหลักของผู้ร้องมีเป้าหมายต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยใช่หรือไม่ ดังนั้นการที่ศาลรับคำร้องจึงไม่ผิดเพราะอย่างไรเสียอัยการสูงสุดก็ต้องส่งเรื่องการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอยู่ดี ถ้าผลการสอบข้อเท็จจริงของอัยการสูงสุดออกมาว่ามีมูล ก็ต้องส่งเรื่องใหั ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อรวบรวมเป็นหลักฐานเดียวกันอยู่ดี การรับคำร้องลักษณะนี้เรียกว่าเป็นการถ่วงดุลกันทางกฎหมายธรรมดาเท่านั้นเอง เพื่อป้องกันอัยการสูงสุดจงใจเจตนาถ่วงเรื่องเท่านั้นเอง เข้าใจไหมเนี่ยที่ผมอธิบายแบบง่ายๆนี้ ถ้าไม่เข้าใจผมก็ปลงแล้วครับพี่น้องเอ้ย

Nemsdaddy

[quote=Nemsdaddy]ผมได้ส่งตัวไฟล์ concourt3.pdf ไปให้บรรณาธิการประชาไท เพื่อพิจารณานำขึ้นในสารบบ ป้องกันการทำลายหลักฐานครับ ทั้งนี้แล้วแต่ดุลพินิจของบรรณาธิการว่าจะเอาขึ้นหรือไม่ครับ[/quote]

ผมเห็นความพยายามของพี่น้องที่จะกำจัดแก็งค์โจรแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ :) โจรพวกนั้นฝึกให้หลายคนที่นี่ต้องกลายเป็นคนรอบคอบ จนเข้าขั้น"หวาดระแวง" กันทีเดียว เพราะเผลอพลาดนิดพลาดหน่อยไม่ได้ ไม่งั้น "มันเอาตาย"

หวาดระแวง ฟังดูไม่ค่อยจะดี แต่จริงๆ การหวาดระแวงนี่ถ้านำมาใช้ให้ถูกทางก็ทำให้ประสบความสำเร็จได้นะครับ เพราะจะได้คอยระมัดระวัง หูไวตาไว กับทุกๆ เรื่องที่สำคัญ ผมเคยอ่าน เบื้องหลังความสำเร็จของซัมซุง ผู้บริหารคนสำคัญบอกว่า "ความหวาดระแวง" ถึือเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่สำคัญมาก จนทำให้วันนี้ซัมซุงกลายเป็นบริษัทใหญ่ เบอร์หนึี่งของเกาหลี เบอร์สองของเอเชียรองจากโตโยต้า มีรายได้ต่อปีมากกว่าจีดีพีของหลายๆ ประเทศในโลกนี้ จริงๆ ผมก็ไม่ได้นิยมซัมซุงโดยเฉพาะมือถือ ผมว่าคุณภาพไม่ดี แต่ก็นะ..จากธุรกิจเล็กๆ จากประเทศเอเชียเล็กๆ ต่อมาเกือบล้มละลาย ในที่สุดทำได้ขนาดนี้ก็ต้องชื่นชม เมื่อไหร่ไทยเราจะทำได้ยิ่งใหญ่ "กว่านี้" บ้าง เมื่อก่อนเราก็เคยดูถูกเกาหลีใต้นะ แต่วันนี้ ดูซิครับ เขาไปถึงไหนแล้ว เรายังงมโข่งอยู่ใน "ยุคมืด" อยู่เลย

คน wrote:plai_krabee wrote:คน

[quote=คน][quote=plai_krabee][quote=คน]อำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดคืออำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อมีข้อขัดแย้งในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มันก็เป็นอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญอยู่ดีที่จะวินิจฉัยชี้ขาดลงไป ผมเห็นว่าศาลมีอำนาจดำเนินการรับคำร้องโดยไม่จำเป็นที่จะต้องไปผ่านอัยการสูงสุด ผมอยากให้พรรคเพื่อไทยดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 ไปเลย พรรคนี้จะได้ถูกยุบซะทีหมดเรื่องหมดราวไปเลย ก็อำนาจตีความวินิจฉัยเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายก็เขียนชัดอยู่แล้วถ้าไม่ใช่อำนาจหน้าที่แล้วจะตั้งศาลมาทำหอกอะไร ดังนั้นต้องยื่นที่ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วจะไปยื่นผ่านอัยการสูงสุดทำไม ผู้ร้องก็ต้องยื่นคำร้องผ่านศาลรัฐธรรมนูญซิครับ หรือจะยื่นทั้งสองแห่งก็ไม่เสียหาย ผู้รับคำร้องก็ต้องมีกฎหมายอ้างอิงมารองรับอยู่แล้ว ไปอ่านทำไมมาตรา 68 ให้ดูอย่างเดียวว่าอำนาจในการวินิจฉัยอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญทุกอย่างจบ ตีความกันไปเรื่อยๆมั่วไปหมด หลงทิศกันเลอะเทอะไปหมด[/quote]
สีข้างยังอยู่นะ[/quote]
ถ้าคุณจะไปศาลรัฐธรรมนูญ คุณอาจจะแวะที่อัยการสูงสุดก่อนก็ได้ แต่ถ้าคุณเห็นว่าถ้าแวะแล้วช้า คุณก็มุ่งตรงไปศาลรัฐธรรมนูญเลยก็ได้ ถามว่าไม่แวะผิดไหม ตอบว่าไม่ผิด แล้วถามว่าถ้าไม่แวะผิดไหม ก็ตอบได้ว่าไม่ผิดเช่นกัน เพราะเหตุผลหลักของผู้ร้องมีเป้าหมายต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยใช่หรือไม่ ดังนั้นการที่ศาลรับคำร้องจึงไม่ผิดเพราะอย่างไรเสียอัยการสูงสุดก็ต้องส่งเรื่องการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอยู่ดี ถ้าผลการสอบข้อเท็จจริงของอัยการสูงสุดออกมาว่ามีมูล ก็ต้องส่งเรื่องใหั ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อรวบรวมเป็นหลักฐานเดียวกันอยู่ดี การรับคำร้องลักษณะนี้เรียกว่าเป็นการถ่วงดุลกันทางกฎหมายธรรมดาเท่านั้นเอง เพื่อป้องกันอัยการสูงสุดจงใจเจตนาถ่วงเรื่องเท่านั้นเอง เข้าใจไหมเนี่ยที่ผมอธิบายแบบง่ายๆนี้ ถ้าไม่เข้าใจผมก็ปลงแล้วครับพี่น้องเอ้ย[/quote]

.ก็ตัดอัยการสูงสุดออกไปเลยซิ จะได้หมดสิทธิ์เตะถ่วง และไม่ต้องจ้างให้เสียเงินเดือน..ก็เขียนมันโต้งๆให้ยื่นกะมือสาลรัดทำมะนวยหัวคูณไปเลยซิจิงมะคุณขน เอ๊ย คน (กลัวคนไม่รู้มั้งว่าเป็นคน..ฮา)

แระเรื่องนี้ทำไมสาลรัดทำนวยฯจึงรุกรี้รุกรนมารับเรื่องเองตอนยุบพรรคแมลงสาบคดีฟอกเงิน(ไซฟ่อนเงิน)ศาลรัดทำนวยฯไปมัวดิงดองที่ไหนทำไมไม่รีบมารัดคิวตรวจสอบ ปล่อยให้คดีหมดอายุความต่อหน้าต่อตา.ยัง.งี้สาลรัดทำนวยฯก็ถูกจ้างล้มคดี เหมือนล้มมวยล้มบอลใช่ปะ...(แค่สงสัยในพฤติกรรม)

กฎหมายปัญญาของคนปัญญาอ่อนมั้ง...ในเมื่อส่งตรงถึงสาลรัดทำมะนวยหัวคูณโดยตรงได้ แว้วจะแวะไปหาอัยการสูงสุดทำเบื้อกอะไรให้เสียเวลาจิงมะ...(ลองเถียงดูซิ)...หรือจะแวะไปกินกาแฟที่อัยการสูงสุดก่อน...หรือเป็นแผนให้ เซิ้ง แห่กลองยาว.ขันหมาก..ไปแวะนมัสการอัยการสูงสุดซะก่อน ๆที่จะเข้าไปแก้บนกะท่านเปาฯสาลรัดทำมะนวยหัวคูณ...ฮา

เชิญ สลิ่มกะสาวกสื่อโกงธนาคารหาความสำราญกันเองเหอะ ยิ่งแถก็ยิ่งเลอะเทอะ มีปัญญาอธิบายได้มั่วขนาดนี้ยังมาถามว่าคนอื่นเข้าใจไหม เอ็งมันบ้าอยู่ตัวเดียวใครจะบ้าไปเข้าใจกะเอ็งวะไอ้โง่....

อะไรเนี่ย wrote:คน

[quote=อะไรเนี่ย][quote=คน][quote=plai_krabee][quote=คน]อำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดคืออำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อมีข้อขัดแย้งในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มันก็เป็นอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญอยู่ดีที่จะวินิจฉัยชี้ขาดลงไป ผมเห็นว่าศาลมีอำนาจดำเนินการรับคำร้องโดยไม่จำเป็นที่จะต้องไปผ่านอัยการสูงสุด ผมอยากให้พรรคเพื่อไทยดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 ไปเลย พรรคนี้จะได้ถูกยุบซะทีหมดเรื่องหมดราวไปเลย ก็อำนาจตีความวินิจฉัยเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายก็เขียนชัดอยู่แล้วถ้าไม่ใช่อำนาจหน้าที่แล้วจะตั้งศาลมาทำหอกอะไร ดังนั้นต้องยื่นที่ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วจะไปยื่นผ่านอัยการสูงสุดทำไม ผู้ร้องก็ต้องยื่นคำร้องผ่านศาลรัฐธรรมนูญซิครับ หรือจะยื่นทั้งสองแห่งก็ไม่เสียหาย ผู้รับคำร้องก็ต้องมีกฎหมายอ้างอิงมารองรับอยู่แล้ว ไปอ่านทำไมมาตรา 68 ให้ดูอย่างเดียวว่าอำนาจในการวินิจฉัยอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญทุกอย่างจบ ตีความกันไปเรื่อยๆมั่วไปหมด หลงทิศกันเลอะเทอะไปหมด[/quote]
สีข้างยังอยู่นะ[/quote]
ถ้าคุณจะไปศาลรัฐธรรมนูญ คุณอาจจะแวะที่อัยการสูงสุดก่อนก็ได้ แต่ถ้าคุณเห็นว่าถ้าแวะแล้วช้า คุณก็มุ่งตรงไปศาลรัฐธรรมนูญเลยก็ได้ ถามว่าไม่แวะผิดไหม ตอบว่าไม่ผิด แล้วถามว่าถ้าไม่แวะผิดไหม ก็ตอบได้ว่าไม่ผิดเช่นกัน เพราะเหตุผลหลักของผู้ร้องมีเป้าหมายต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยใช่หรือไม่ ดังนั้นการที่ศาลรับคำร้องจึงไม่ผิดเพราะอย่างไรเสียอัยการสูงสุดก็ต้องส่งเรื่องการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอยู่ดี ถ้าผลการสอบข้อเท็จจริงของอัยการสูงสุดออกมาว่ามีมูล ก็ต้องส่งเรื่องใหั ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อรวบรวมเป็นหลักฐานเดียวกันอยู่ดี การรับคำร้องลักษณะนี้เรียกว่าเป็นการถ่วงดุลกันทางกฎหมายธรรมดาเท่านั้นเอง เพื่อป้องกันอัยการสูงสุดจงใจเจตนาถ่วงเรื่องเท่านั้นเอง เข้าใจไหมเนี่ยที่ผมอธิบายแบบง่ายๆนี้ ถ้าไม่เข้าใจผมก็ปลงแล้วครับพี่น้องเอ้ย[/quote]

.ก็ตัดอัยการสูงสุดออกไปเลยซิ จะได้หมดสิทธิ์เตะถ่วง และไม่ต้องจ้างให้เสียเงินเดือน..ก็เขียนมันโต้งๆให้ยื่นกะมือสาลรัดทำมะนวยหัวคูณไปเลยซิจิงมะคุณขน เอ๊ย คน (กลัวคนไม่รู้มั้งว่าเป็นคน..ฮา)

แระเรื่องนี้ทำไมสาลรัดทำนวยฯจึงรุกรี้รุกรนมารับเรื่องเองตอนยุบพรรคแมลงสาบคดีฟอกเงิน(ไซฟ่อนเงิน)ศาลรัดทำนวยฯไปมัวดิงดองที่ไหนทำไมไม่รีบมารัดคิวตรวจสอบ ปล่อยให้คดีหมดอายุความต่อหน้าต่อตา.ยัง.งี้สาลรัดทำนวยฯก็ถูกจ้างล้มคดี เหมือนล้มมวยล้มบอลใช่ปะ...(แค่สงสัยในพฤติกรรม)

กฎหมายปัญญาของคนปัญญาอ่อนมั้ง...ในเมื่อส่งตรงถึงสาลรัดทำมะนวยหัวคูณโดยตรงได้ แว้วจะแวะไปหาอัยการสูงสุดทำเบื้อกอะไรให้เสียเวลาจิงมะ...(ลองเถียงดูซิ)...หรือจะแวะไปกินกาแฟที่อัยการสูงสุดก่อน...หรือเป็นแผนให้ เซิ้ง แห่กลองยาว.ขันหมาก..ไปแวะนมัสการอัยการสูงสุดซะก่อน ๆที่จะเข้าไปแก้บนกะท่านเปาฯสาลรัดทำมะนวยหัวคูณ...ฮา

เชิญ สลิ่มกะสาวกสื่อโกงธนาคารหาความสำราญกันเองเหอะ ยิ่งแถก็ยิ่งเลอะเทอะ มีปัญญาอธิบายได้มั่วขนาดนี้ยังมาถามว่าคนอื่นเข้าใจไหม เอ็งมันบ้าอยู่ตัวเดียวใครจะบ้าไปเข้าใจกะเอ็งวะไอ้โง่....[/quote]
*คน*ความคิดเห็นคนหรือควายกันแน่( ความคิดเห็นที่ใช้เชื่อว่า คน)ผมดุผมอ่านย่างไรผมก็ว่าความคิดเห็นของควายชัดๆ ควายๆ ๆๆ ๆๆๆ ๆๆๆ ๆๆๆเท่านั้นฟังอย่างไรคิดอย่างไรก็สรุปได้ว่าความคิดเห็นควายชัดๆ

คน

[quote=คน]ถ้าคิดว่าเป็นอำนาจของนิติบัญญัติ สส ก็ดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญต่อไปได้เลย ผ่านวาระ 3 ไปเลย ผมก็อยากจะทราบเหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าดีแต่เห่าครับ[/quote]
-กูก็บอกมึงให้รู้ไว้อำนาจการออกกฎหมายแก้ไขกฎหมายเปลียนแปลงบทบัญญัติของกฎหมายเป็นอำนาจนิติบัญญัติ ศาลมันไม่ได้มีหน้าที่ออกกฎหมาย มันมีหน้าที่ใช้กฎหมายไม่ว่าศาลไหนๆ ถ้าเขาผ่านวะระ3กูก็เชิญให้ศาลเหี้ยๆของมึงสั่งยุคพรรคเพือไทยและล้มรัฐบาลไปเลย พวกกูก็รอให้พวกมึงยึดอำนาจพวกกูอยู่แล้ว ที่พวกมึงหันมาใช้ศาลยึดอำนาจแทนทหารมึงคิดว่าประชาชนเขาไม่รู้หรือไอ้งั่ง โง่เหมือนตอนที่โดนทักษิณหลอกให้โผล่หางเหี้ยๆออกมานั้นล่ะ ทักษิณเขาก็ไม่เชื่อหรอกว่าพวกมึงจะยอมปรองดอง เขาถึงยั่งกระแสแล้วเสือกโง่ออกมางับเหยื่อจนได้ แล้วทักษิณกับเสื้อแดงก็หนีไปหัวเราะที่ธันเดอร์โดมโน้น สุดท้ายที่พวกอำมาตย์อำนาจเหนือมนุษย์ของพวกมึงเสี้ยมก็เปล่าประโยชน์ โง่เอ๋ย

คน wrote:ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจ

[quote=คน]ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจ วินิจฉัยตามดังนี้ครับ มาตรา ๗ ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่จำเป็นต้องไปผ่านอัยการสูงสุดหรอกครับเพราะเรื่องนี้เป็นกรณีเร่งด่วนช้าอาจเสียการ การตีความกฎหมายต้องอ่านมาตราที่เกี่ยวข้องให้ตลอดก็ออกมาโวยวาย กลุ่มนิติราษฎร์นี่ชอบโชว์โง่จังเลย[/quote]
-ไอ้งั่งเอ๋ยกฎหมายมันก็บอกอยู่แล้วว่าให้ผ่านอัยการสูงสุด ไม่ใช่ว่ามันไม่มีบทบัญญัติไว้ ยิ่งโพสต์ยิ่งมั่วมึงอ้างโน้นอ้างนี้ งั่งไม่มีที่ติ

เดชอุดม wrote:นรินทร์ อิธิสาร

[quote=เดชอุดม][quote=นรินทร์ อิธิสาร]แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามต้องขอฝากเรียนรบกวนไปยังประธานศาลรัฐธรรมนูญ (นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์) “และ/หรือ” เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (นายชวนะ ไตรมาศ) รีบเร่งดำเนินการเข้าไปแก้ไขข้อมูลในเวบไซต์ของศาลรัฐธรรมนูญ www.constitutionalcourt.or.th ในส่วนของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวข้อ “การใช้สิทธิต่อศาลรัฐธรรมนูญ” (http://www.constitutionalcourt.or.th/
index.php?option=com_content&view=article&id=334&Itemid=282&lang=thindex.php) ที่ยังคงปรากฏเอกสารพีดีเอฟที่เกี่ยวกับการใช้สิทธิต่อศาลรัฐธรรมนูญที่มีชื่อไฟล์เอกสารว่า“concourt3.pdf” (http://www.constitutionalcourt.or.th/index.php?option=com_docman&task=doc_download&
gid=867&Itemid=100&lang=th) ในส่วนของ “(๓) การพิจารณาวินิจฉัยกรณีบุคคลหรือพรรคการเมืองใช้สิทธิและเสรีภาพในทางการเมืองโดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ (มาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๓๗) ซึ่งปรากฏอยู่ในหน้าที่สามของเอกสารดังกล่าวเนื่องจากในช่องหัวข้อ “ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง” ยังคงระบุว่าเป็น “อัยการสูงสุด” เพียงผู้เดียวอยู่ และในช่องหัวข้อ “วิธีการและเงื่อนไข” ยังคงระบุว่าผู้ที่ทราบการกระทำดังกล่าวมีสิทธิยื่นเรื่องผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้นอยู่[/quote]

ถึงผู้เขียน เข้าไปดาวน์โหลดเอกสารไม่ได้แล้วครับ และลิ้งที่ระบุยังถูกระงับห้ามเข้าอีก ไปกันใหญ่ สงสัยเจอไวรัสคอมพิวเตอร์ น่าจะเป็นตัวเดียวกันกับที่เข้าไปในเซิร์ฟเวอร์พรรคประชาธิปัตย์อาทิตย์ก่อนที่ไฟดับที่นึงแต่ทำให้เซิร์ฟเวอร์ที่อยู่อีกที่นึงใช้การไม่ได้ มันร้ายมาก!! ยังไงรบกวนเอาขึ้นลิ้งใดที่สามารถดาวน์โหลดได้ให้ทีครับ

ขอบคุณล่วงหน้า[/quote]
-ขนาดศาลเหี้ยๆของมึงยังมั่วเองเลย พวกเหี้ยเอ๋ยมั่วทุกเรื่อง

00000000000000000 wrote:คน

[quote=00000000000000000][quote=คน]ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจ วินิจฉัยตามดังนี้ครับ มาตรา ๗ ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่จำเป็นต้องไปผ่านอัยการสูงสุดหรอกครับเพราะเรื่องนี้เป็นกรณีเร่งด่วนช้าอาจเสียการ การตีความกฎหมายต้องอ่านมาตราที่เกี่ยวข้องให้ตลอดก็ออกมาโวยวาย กลุ่มนิติราษฎร์นี่ชอบโชว์โง่จังเลย[/quote]
-ไอ้งั่งเอ๋ยกฎหมายมันก็บอกอยู่แล้วว่าให้ผ่านอัยการสูงสุด ไม่ใช่ว่ามันไม่มีบทบัญญัติไว้ ยิ่งโพสต์ยิ่งมั่วมึงอ้างโน้นอ้างนี้ งั่งไม่มีที่ติ[/quote]
ก็ใช่ผ่านอัยการ แต่อัยการละเมิดสิทธิเพิกเฉยและไม่ทำอะไร เขาถึงใช่ ม212 ยืนศาลรธน
และอัยการไม่มีสิทธิืตัดสิน แต่พฤติกรรมทีทำมาก็ส่อว่ารับใช้นักการเมืองไมฟ้องเรืองโกงภาษีของอีพจมาน

ไม่แปลกใจเลยว่าไอ้พวกเอาผ้าโพ

ไม่แปลกใจเลยว่าไอ้พวกเอาผ้าโพกหัวว่ากู้ชาติมันสุดแสนจะโง่ เถียงข้างๆคูๆถูไถไปเรื่อย
เจ้าลัทธิมันกู้แบงค์ โกงแบงค์ จนถูกฟ้องล้มละลาย ยังจะพาไอ้พวกนี้ไปกู้ชาติอีก กลัวจริงๆ
กลัวชาติจะชิบหายหมดตูดจริงๆ เวรกรรมประเทศไทย