จดหมายเปิดผนึก คัดค้าน พ.ร.บ. ปรองดองฉบับหัวหน้าคณะรัฐประหาร 2549
28 พฤษภาคม 2555
คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ประกาศยึดประเทศและโค่นรัฐบาลที่ได้รับการเลือกต้ังมาจากประชาชนในเวลา 22.54 น. คืนวันที่ 19 กันยายน 2549 และเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเวลาเกือบเที่ยงคืน ในวันที่ 20 กันยายน คปค. ออกประกาศฉบับที่ 3/2549 ให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 สิ้นสุดลง ให้วุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี และศาลรัฐธรรมนูญ สิ้นสุดลงพร้อมกับรัฐธรรมนูญ ให้คณะองคมนตรีดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ให้ศาลคงอำนาจหน้าที่ต่อไป ในวันที่ 22 กันยายน เวลา 12.00 น. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถ่ายทอดเทปบันทึกภาพ พิธีรับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และในวันที่ 1 ตุลาคม คปค. ประกาศใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) 2549 ทั้งนี้ในมาตรา 37 ระบุนิรโทษกรรคผู้ก่อการรัฐประหารทั้งหมด “ไม่ว่าเป็นการกระทำเพื่อให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทำอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ และไม่ว่ากระทำในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อนหรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมายก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง”
นี่คือธรรมเนียมปฏิบัติของการรัฐประหารในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จเป็นครั้งที่ 9 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ผ่านไป 6 ปี นอกจากไม่มีผู้ร่วมในการทำการรัฐประหารโค่นกระบวนการประชาธิปไตยแม้แต่คนเดียว(อีกครั้งหนึ่งแล้ว) ได้รับโทษจากการล้มล้างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ หัวหน้าคณะรัฐประหารยังได้ก่อตั้งพรรคการเมืองและนั่งอยู่ในสภาในฐานะ "ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ (กมธ.ปรองดอง) สภาผู้แทนราษฎร" โดยขณะนี้ได้ชงร่าง "พระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ" ที่ระบุว่า “ อันเป็นไปตามประเพณีที่ประเทศไทยเคยปฏิบัติมาแล้วหลายครั้งและเป็นไปตามมาตรฐานสากลด้วยการนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดอันมีสาเหตุจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ได้กระทำระหว่างวันที่ 15 กันยายน 2548 จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2554”
ทั้งนี้ พ.ร.บ.ปรองดอง หรือ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้ ในหลายมาตรา เป็นการให้นิรโทษกรรมเหมาเข่ง ทั้งผู้ที่สมคววรจะได้รับการนิรโทษกรรมทางการเมืองอย่างแท้จริง ซึ่งได้แก่ 3.1) บรรดาการกระทำใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง และทั้งกลุ่มที่ต้องรับผิดชอบในการก่อความรุนแรง 3.2) การกระทำทั้งหลายของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการป้องกัน ระงับหรือปราบปรามในเหตุการณ์ มาตรา 4) ถ้าผู้กระทำการตามมาตรา 3 อยู่ในระหว่างการสอบสวนให้ผู้มีอำนาจสอบสวนระงับการสอบสวนผู้นั้น ...ฯลฯ ครอบคลุมระยะเวลา มาตรา 3) ...ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2548 จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2554 หากมีการกระทำใดเป็นความผิดตามกฎหมาย ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป และให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง
นอกจากนี้ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ในมาตรา 5 ระบุว่า “ให้ถือว่าบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการหรือการปฏิบัติทั้งหลายขององค์กรหรือคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) หรือคำสั่งของหัวหน้า คปค. ซึ่งได้ยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 หรือการดำเนินการหรือการปฏิบัติทั้งหลายขององค์กร หรือหน่วยงานอื่นใดอันเป็นผลสืบเนื่องจากการดำเนินการหรือการปฏิบัติของ องค์กรหรือของคณะบุคคลดังกล่าว มิได้เป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือเป็นผู้กระทำความผิด”
ทางรัฐบาลจะประเมินความเสียหายของประเทศไทยนับตั้งแต่รัฐประหาร 2549 และจะชดเชยได้อย่างไร ถ้าไม่นำตัวผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำรัฐประหารมารับผิดชอบ และเพื่อป้องกันไม่ให้ทหารทำรัฐประหารโค่นประชาธิปไตยได้อีกในอนาคต
แน่นอนว่าการทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีเสถียรภาพ สันติสุข พูนสุข และอย่างยั่งยืน เป็นเป้าหมายร่วมของประชาชนทุกคนในประเทศไทย แต่เราไม่เห็นว่า พ.ร.บ. ปรองดองที่เต็มไปด้วยช่องโหว่และข้อกังขาฉบับนี้ของพลเอกสนธิ หัวหน้าคณะรัฐประหารโค่นการเมืองประชาธิปไตยเมื่อปี 2549 จะสามารถยุติความขัดแย้งในสังคมไทยได้ และไม่มีทางที่การผ่าน พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ รังแต่จะยิ่งเพิ่มความรุนแรงของความขัดแย้งทางความคิดทางการเมืองมากยิ่งขึ้น ถ้าประเทศไทยไม่ได้ปักหมุดแห่งการยึดมั่น เคารพและปฏิบัติตามหลักการยุติธรรมที่ได้มาตรฐานสากลและมีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ
ประเทศจะก้าวไปข้างหน้า นักการเมืองที่เป็นตัวแทนที่ประชาชนเลือกจะต้องกล้าหาญในการนำประเทศด้วยการยึดมั่นในหลักการ ด้วยความซื่อตรง ซื่อสัตย์ ยุติธรรม โดยส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศทั้งทางตรง(การเลือกตั้ง) และทางอ้อม อาทิการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และการร่วมแสดงพลังประชามติในประเด็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนต่างๆ ทั้งนี้การปรองดองและนิรโทษกรรมเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนที่ต้องให้ประชาชนร่วมตัดสินใจ
จึงขอเสนอแนะมายังคณะรัฐบาลและรัฐสภา ดังต่อไปนี้
1. ขอให้ถอนญัตติการพิจารณาร่างพรบปรองดองแห่งชาติ ฉบับพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ออกจากวาระการพิจารณาโดยทันที
2. ขอให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเรื่องการปรองดอง โดยที่รัฐบาลตั้งคณะกรรมการที่ประกอบจากทุกภาคส่วน (ย้ำว่าทุกภาคส่วน โดยเฉพาะต้องมีตัวแทนจากครอบครัวและตัวผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง) เพื่อร่างข้อเสนอ ทางเลือก เพื่อทำประชาพิจารณ์ให้ประชาชนร่วมลงประชามติ
3. ในระหว่างนี้ขอให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง รวมทั้งนักโทษคดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ทุกคนโดยทันที และหยุดดำเนินคดีทั้งหมดจนกว่าจะได้ผลการลงประชามติ
จึงเรียนมาด้วยความเชื่อมั่นยิ่งว่า ขณะนี้รัฐบาลก็เดินหน้าได้ ไม่จำเป็นต้องรีบเร่งผลักดันเรื่องการปรองดองอย่างเร่งด่วนเช่นนี้ จนละเลยต่อหลักการแห่งความยุติธรรม(ทางความแพ่งและทางอาญา) ต่อผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบและประชาชนทุกคน ทั้งนี้คณะรัฐบาล คณะผู้แทนในรัฐสภาทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมทั้งประชาชนทุกกลุ่ม ทุกสถาบันในประเทศไทย ต้องการเห็นประเทศเดินไปข้างหน้า และเชื่อว่าจำนวนไม่น้อยพร้อมร่วมกันนำพาประเทศผ่านความคิดต่างทางการเมือง ด้วยความยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตย เพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่ประชาชนทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ประเทศสันติสุข ยุติธรรม พูนสุข และยั่งยืนอย่างแท้จริง
ขอแสดงความนับถือ
ACT4DEM
Comments
โรคปรองดองขึ้นสมอง
โรคปรองดองขึ้นสมอง ทำลายเนื้อสมองส่วนสร้างสรรค์จนหมดสิ้น คิดอย่างอื่นไม่ออก นอกจากปรองดอง ใครๆ ก็บอกว่าต้องปรองดอง เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า.... มีเหตุผลอื่นที่พอฟังได้กว่านี้ไหมครับ?????
คิดว่า ปรองดองคือยาวิเศษแก้อาการขัดแย้ง แก้ปัญหาประชาธิปใตยที่ล้มลุกคลุกคลานด้วยฝีมือของขุนทหารให้ลุกขึ้นเดินไปข้างหน้าได้หรืออย่างไร????
ถ้าไม่ปรองดอง ประเทศนี้จะล่มสลายหายไปจากแผนที่โลกเลยหรือครับ????
มันอุบาทก์และไร้ความชอบธรรมตั้งแต่มีอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร มาเป็นประธาน กมธ. ปรองดองแล้วล่ะพี่น้อง
ปรองดองก็ดีแต่....ไม่ใช่วิธีท
ปรองดองก็ดีแต่....ไม่ใช่วิธีที่อดีตหัวหน้ารัฐประหารเสนอ...แล้วจะใช้วิธีไหนล่ะ ไม่ต้องให้ผมออกความเห็นนะเพราะออกความเห็นไปก็ไม่รู้ เขา จะเห็นด้วยหรือ? เอาคนที่ทำรัฐประหารเมื่อ 19 ก.ย. 2549 และคนที่สั่งทหารกระชับพื้นที่เมื่อ เมย.- พ.ค. 2553-54ติดคุกก่อนค่อยคุยกัน เอาไหม??? ชนชั้นนำทางสังคมไทยอย่าทำเป็นโง่ไม่รู้เรื่องอะไรผิดอะไรถูก ปัญหาสังคมไทยมันชัดเจนจนชาวบ้านอย่างผมพอจะรู้ว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร? มันรอเวลาแตกหักก็เท่านั้นเอง เงื่อนไขมันชัดเจน และชนชั้นนำก็คิดว่าเขาสามารถจัดการได้
วิธีการของเขาก็คือ ฆ่า แล้วก็ ฆ่า.......
...........................๑.
...........................๑.ขอใบอนุญาตฆ่า.......................
......”.......มีการปล้นสะดมร้านสะดวกซื้อเอาของไปมากมายหลายอย่าง แต่ไม่เอาหนังสือไปด้วยเพราะอ่านหนังสือไม่ได้ เนื่องจากผู้ชุมนุมจะเชื่อแกนนำอย่างเดียว ................”
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆศก ศอฉ. พูด ก่อนหน้า ๑๙ พ.ค.๒๕๕๓
.............(ขอใบอนุญาตฆ่า)!!!!!!!!???????
.............เพราะความจนปล้นปัญญาหรือว่าโง่......เคยมีโอกาสใดเปิดให้นี่
อยากทำอะไรได้เลยไม่เคยมี..........................อยากได้ดีที่เท่ไม่เฮโล
แต่ไฮโลว์โง่เง่าเอาไปหมด....................โอกาสอดมากกว่าอิ่มทั้งหงิมโง่
อยู่ใต้ถุนสังคมจมเกมส์โชว์....................โอกาสโอ่โผล่ไกลแทบไม่มี
.............ไอ้ไฮโลว์โง่เง่ามันเขลาขลาด.....แทงพลาดคาดผิดติดแต่หนี้
ไม่ยอมเลิกลดละผละเสียที.....................ขออีกทีอีกทีจนหนี้บาน
นั่น 19 ก.ย. 49 อ้าวอีกแล้ว..................ผีถ้วยแก้วตะกละรัฐประหาร
ชนชั้นกลางวางมือร่วมยื้อจาน.................ร่วมทหารสังหารรัฐตัดสิทธิ์คน
มาปีนี้สี่ปีแล้วแนวรบเริ่ม.......................มันกลับเพิ่มและพบประสบผล
คิดว่าผ่านแต่ผันผกนรกรณ....................นำผองชนชิงชังกันทั้งไทย
..............ลับลวงพรางร่างรัฐธรรมนูญ.....ปี 50 ซุก ม.77 หมกเม็ดไว้
รัฐต้องมีอาวุธยุทธปัจจัย.......................นั่นงัยในนัยงบประมาณ
งบประมาณกลาโหมหื่นโถมถา............เผยโฉมหน้าพ่อค้าอาวุธชุดสังหาร
ตลาดใหญ่ในภูมิภาคอยากประจาน.......ทวยทหารสรรเสริญเพลิดเพลินไป
ตั้งร้านสะดวกซื้ออื้ออาวุธ.......................เอาไว้กุดหัวคนพ้นสมัย
ไอ้พวกไม่อ่านหนังสือคือพวกไพร่.........ประชาธิปไตยใครหลอกมา........?
................................๒..ขอต่อใบอนุญาต............
..............กรมอะไรออกให้ใบอนุญาต......ยึดใบไอ้อำนาจวาสนา
ยื่นคำร้องพี่น้องไทยไร้เมตตา.................ออกใบอนุญาตฆ่าชะตากรรม
ไพร่ฟ้าหน้าเหลืองเปลืองกระสุน..............นัดเดียวก็เหลือลุ้นคุณใจป้ำ
จะปรองดองต้องขอดูบัตรผู้ค้ำ.................มีคุณธรรมให้ร่ำลือหรือมือปืน!
ลับลวงพรางทางสายใหม่ใบอนุญาตฆ่า...ปรองดองห่าถ้าใจหินเข็ดกลิ่นหืน
คุณจ่ายไปได้ใบเสร็จหรือยังสั่งไฟฟืน........ทุกค่ำคืนคุณมืดมนอนธการ
เตรียมถางทางล้างไพ่ใหม่ใบอนุญาตฆ่า......ใช้วิชาลับลวงพรางทางสังหาร
โยนเศษเนื้อข้างเขียงเลี้ยงพันธมาร........ระเบิดด้านหรือไม่ด้านงานเข้าตรึม
...................................๓.รบพิเศษขอปรองดอง..........
.....ตายไปแล้วยังตอบไม่ได้ลวดลายรบพิเศษ....น่าสังเวชเวทนาทำท่าขรึม
อดีตหัวหน้า คปค.ตออึมครึม.................รับงานงึม ๆ งำ ๆ พร่ำปรองดอง
ลับลวงพรางทางใหม่หรือไม่หนอ..............เป็นสายล่อฟ้าฟาดสาดสนอง
สำนึกบาปกลับใจในครรลอง....หรือว่าต้องการใบอนุญาตฆ่าอีกคราเอย...!?