ศาลรธน.ไม่รับวินิจฉัยคำร้องสมยศ-ทนายขอย้ายคดี 112 ไปเรือนจำใหม่-พิพากษาสุรชัย 28 พ.ค.

 

20 พ.ค.53  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ศาลชั้นต้นได้ยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ต้องขังคดีหมิ่นสถาบันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นการยื่นขอประกันเป็นครั้งที่ 10 โดยใช้หลักทรัพย์จำนวน 3 ล้านบาท แบ่งเป็นหลักทรัพย์ส่วนตัวของนายสมยศ จำนวน 2 ล้านบาท และเงินสดจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพอีก 1 ล้านบาท เย็นวันเดียวกัน ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าศาลอาญาและศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย โดยระบุเหตุผลไว้ชัดเจนแล้ว  กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่ง

นายคารม พลพรกลาง ทนายความสมยศกล่าวว่า การยื่นประกันตัวครั้งนี้นำเป็นครั้งที่ 10 แล้วที่ศาลปฏิเสธ โดยเหตุที่ยื่นเป็นเพราะเห็นว่าการสืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว และกว่าจะมีนัดพิพากษาใช้เวลาอีกยาวนาน เนื่องจากต้องรอผลวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ยื่นไปว่า มาตรา 112 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ก่อน ประกอบกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับมาตรฐานในของสถานที่ควบคุมที่กำลังเป็นประเด็นร้อน อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะไม่มีการยื่นอุทธรณ์คำสั่ง เนื่องจากศาลอุทธรณ์เองก็เคยชี้มาแล้วว่า คดีนี้เป็นที่กระทบกระเทือนความรู้สึกของปะชาชนจึงไม่ให้ประกันตัว

นายคารมกล่าวอีกว่า ในสัปดาห์หน้าจะทำหนังสือถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้พิจารณาย้ายนักโทษคดี 112 ทั้งหมดไปที่เรือนจำโรงเรียนพลตำรวจ หลักสี่ โดยจะเริ่มที่สมยศ และสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ซึ่งตนเป็นทนาย มีอำนาจโดยตรงก่อน เนื่องจากนักโทษคดีหมิ่นเบื้องสูงก็เป็นนักโทษการเมือง และสภาพในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นั้นแออัดอย่างมาก ประกอบกับสุขภาพร่างกายของลูกความ เช่น นายสุรชัยก็เจ็บป่วยหลายโรคและอายุมากแล้ว

ขณะที่นางสุกัญญา พฤกษาเกษมสุข ภรรยานายสมยศกล่าวหลังทราบผลไม่ได้ประกันตัวรอบ 10 ว่า ขอทิ้งระยะไว้สักพักในด้านกระบวนการศาล ตอนนี้ก็มีแผนจะทำหนังสือ และกิจกรรมอื่นๆ ในการเรียกร้องแก้ไข ม.112 และกิจกรรมวันที่ 24 มิถุนา ซึ่งจะจัดโดยกลุ่มนักศึกษาร่วมกับกับกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีเผยแพร่ผลการพิจารณา ลงวันที่ 18 พ.ค.55 โดยหนึ่งในนั้นมีกรณีคำร้องของนายสมยศด้วย โดยผลการพิจารณาระบุว่าแม้จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แต่ผู้ร้องยังมิได้ใช้สิทธิโดยวิธีการอื่น คำร้องจึงไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ประกอบข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย พ.ศ.2550 ข้อ 21 ซึ่งมีหลักเกณฑ์ว่า (1) ต้องเป็นบุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้ อันเนื่องมาจากบทบัญญัติแห่งกฎหมาย (2) คำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ (3) ต้องเป็นกรณีที่ไม่อาจใช้สิทธิโดยวิธีการอื่นได้แล้ว จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

นายคารม ทนายจำเลยกล่าวต่อกรณีนี้ว่า จะทำคำแถลงตอบโต้การวินิจฉัยนี้ในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม ผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นส่วนที่ทนายจำเลยได้ยื่นเรื่องเอง เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ยังเหลือกรณีที่ยื่นผ่านศาลอาญาในระหว่างสืบพยาน ซึ่งศาลระบุว่าจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้หลังเสร็จสิ้นการสืบพยาน ซึ่งยังไม่ทราบว่าเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญหรือยัง และศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเช่นไร

ทั้งนี้ ศาลอาญานัดฟังผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 19 ก.ย.นี้

นายคารม ยังกล่าวถึงคดีของสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) ด้วยว่า จะมีการนัดพร้อม ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ คดีหมายเลขดำที่ อ.3444/2553 (คดีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง) ในวัน 28 พ.ค.นี้ เวลา 9.30 น. โดยถือเป็นนัดพิพากษาเพราะจำเลยให้การรับสารภาพแล้ว หลังจากในตอนต้นให้การปฏิเสธ


 

หมายเหตุ มีการเพิ่มเติมเนื้อหาข่าว 17.30 น. (20 พ.ค.)

Comments

อุปัชฌายาจารย์

อุปัชฌายาจารย์ ที่อาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระไปแล้ว เมื่อมีคนบวขก็ไม่เป็นพระ เพราะอุปัชฌายาจารย์ ไม่ได้เป็นพระ ดังนั้นศาลที่มาจากการปฎิวัติก็ไม่เป็นศาลน่ะสิ! ใช่ไหม?

แปลง่าย..ๆ.ว่ารัฐธรรมนูญคุ้มค

แปลง่าย..ๆ.ว่ารัฐธรรมนูญคุ้มครองคุณก็จริง...แต่คุณต้องไปหาวิธีการอื่น ๆ ให้ถึงที่สุดก่อนเมื่อไม่ได้หรือตายแล้ว..ค่อยมาขอสิทธิจาก..รัฐธรรมนูญให้คุ้มครอง...ถูกต้องรึเปล่า........................
ส่วนการย้ายเรื่องจำ...คดีนี้เป็นที่กระทบกระเทือนความรู้สึกของปะชาชน..อาจกระทบกระเทือนความรู้สึกของนักโทษที่เรือนจำดังกล่าวและกระทบกระเทือนต่อบุคคลอีกบางกลุ่มที่ไม่กล้าแจ้งโทษเอาความ..ที่ต้องโศกเศร้าเสียใจ.แต่พูดไม่ได้ไอก็ไม่ดัง.จึงไม่ให้ย้ายไปที่เรือนจำนักโทษการเมือง....ให้อยู่ที่เก่าดีแล้ว

-ไม่ต้องไปขอมันหรอกครับก็บอกแ

-ไม่ต้องไปขอมันหรอกครับก็บอกแล้วว่าศาลมันไม่ได้เกียวโยงกับประชาชนมันไม่เคยสนใจหรอกครับว่าจะละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐานทางกฎหมายของประชาชนหรือเปล่า เพราะประชาชนให้คุณให้โทษมันไม่ได้

ทักษิณ..."ถ้ามีการปรองดองเมื่

ทักษิณ..."ถ้ามีการปรองดองเมื่อไหร่ ผมก็คงได้มีโอกาสกลับไปตอบแทนบุญคุณพี่น้อง" และเขามองว่าโฟนอินครั้งนี้ "คงจะเป็นครั้งสุดท้าย หวังว่าบ้านเมืองจะกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วเพื่อเราจะได้ไปร่วมกันรักษาสถาบันชาติ ศาสนา และกษัตริย์ และสถาบันประชาธิปไตยของเรา"

คุณใจ...ประเด็นสำคัญคือ ทักษิณคงจะได้กลับบ้าน แต่คนที่จะต้อง “จ่าย” หรือ “เสียสละ” คือนักโทษการเมือง และคนที่เสียชีวิตไป ซึ่งไม่มีโอกาสกลับบ้านเหมือนทักษิณ ยิ่งกว่านั้น ถ้าไม่มีการแก้หรือยกเลิก 112 และถ้าไม่มีการลบผลพวงของรัฐประหาร 19 กันยา ตามข้อเสนอของคณะนิติราษฏร์ ประเทศไทยจะมีประชาธิปไตยเสรีไม่ได้เลย

หงส์แดง...1) กลยุทธ์ของทักษิณในการที่จะหลบไปจากจอเรดาร์ถูกต้องที่สุดก่อนที่จะมีการแก้รับธรรมนูญโดย สสร. เพื่อป้องกันฝ่ายอำมาตย์ดำเนินการผ่านเครือข่ายโจมตีการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อคนคนเดียว
2) คุณใจ คงไม่ได้ครุ่นคิดถึงกลยุทธ์ต่างๆ ที่ฝ่ายประชาธิไตยต้องกำหนดบทบาทในแต่ละช่วงเวลาให้ได้ประโยชน์สูงสุด คุณใจ ได้แต่วิจารณ์ในสิ่งที่มองเห็นอย่างตื้นเขิน หากคุณใจ ตกอยู่ในฐานะเดียวกันกับคุณทักษิณ คุณใจคิดว่า คุณใจจะมีศักยภาพในการพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินไทยอย่างที่คุณทักษิณกระทำอยู่ในปัจจุบันหรือ การบอกกล่าวการงดโฟนอินเข้ามานี้ก็เพื่อให้เข้าหูเข้าตาพวกอำมาตย์ แล้ววางกลยุทธ์อยู่เบื้องหลังฝ่ายประชาธิไตย ซึ่งเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อในการแก้ไขกฏหมายสูงสุดของประเทศ หากคุณทักษิณได้กลับประเทศ นั่นเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ฝ่ายประชาธิไตยได้รุกคืบอย่างก้าวกระโดด หากแต่คุณใจลองคิดดูว่าถ้าทักษิณไม่ได้กลับมาไทยเช่นเดียวกับคุณใจแล้ว มันจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อประเทศไทยได้อย่างไรกัน
3) ประเด็นปลีกย่อยต่างๆ เช่น แก้ 112, ลบผลพวงการปฏิวัติ, การช่วยประกันตัวคนเสื้อแดง เหล่านี้เป็นเรื่องเฉพาะหน้าถ้าทำได้ก็ดี ถ้าทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ เพราะอำนาจหลักยังอยู่ที่ศาล อำนาจหลักไม่ได้อยู่ในมือคุณยิ่งลักษณ์และ ครม. และฝ่ายนิติบัญญัติสักหน่อย ทางเดียวในหลักการคือต้องแก้สมดุลของอำนาจ 3 ฝ่าย นิติ รัฐบาล ตุลาการ ให้สมดุลย์กันก่อน นี่คือหลักการที่ผมคิดว่าไม่ใช่แค่คุณทักษิณที่ต่อไปจะนั่งลุ้นเป็นแบ็คอัพแต่จะเป็นหลักการที่ทุกคนที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตย จะต้องมานั่งลุ้นกันจนกว่าเราจะมีการยุบสภาเพื่อใช้กติกาการเลือกตั้งของรัฐธรรมนูญปี 2556 วึ่งมีคุณทักษิณนั่งยิ้มแฉ่งออกจอโทรทัศน์ให้คุณสรยุทธ์สัมภาษณ์ พร้อมบริบทต่างๆ ที่ท้องฟ้าแห่งราชอาณาจักรไทยเปิดโล่ง คุณใจคิดว่าบรรยากาศที่จินตนาการไว้เช่นนี้จะเป็นผลดีต่อประเทสไทยหรือแม้แต่ต่อตัวคุณใจ เอง หรือไม่?
4) คุณทักษิณรู้อยู่ในหัวใจตนเองตลอดเวลาว่าชาตินี้เป็นหนี้บุญคุณชาวเสื้อแดง ถึงแม้ทุกอย่างหากไม่ได้ผลสำเร็จ แต่คุณทักษิณตั้งใจและลงมือเต็มที่แล้ว แต่หงส์แดงยังไม่ค่อยได้เห็นบทบาทของคุณใจสักเท่าไหร่เลยนะ ด้วยความสัตย์จริง หรือตอนนี้คุณใจ มีภารกิจของฝ่ายประชาธิปไตยอย่างไรอยู่โดยที่หงส์แดงไม่รู้ ก็ขออภัย
5) ไม่มีใครมอบประชาธิไตยที่ดีที่สุดเป็นของขวัญให้ปวงชนชาวไทยได้เท่าคุณทักษิณผนึกเสื้อแดง อีกแล้ว

คดีนี้เป็นที่กระทบกระเทือนควา

คดีนี้เป็นที่กระทบกระเทือนความรู้สึกของประชาชน ถูกต้องแล้วครับ

ทำให้ประชาชนรู้สึกสะเทือนใจ
...และรู้สึกอยากยกเลิก ม. 112
...รู้สึกอยากปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม อย่างรุนแรง