รองเลขาศาลหนักใจกรณีอากง โบ้ยหลักฐานขอประกันไม่ชัด-หมอชี้มะเร็งระยะลุกลาม

16 พ.ค. เวลา 13.30 น. ที่อาคารรัฐสภา 2 นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดประชุมพิจารณาศึกษากรณีการเสียชีวิตของนายอำพล หรือ อากง ในระหว่างถูกคุมขังในราชทัณฑ์ เพื่อไม่ให้ปรากฏเหตุในลักษณะเช่นเดียวกันอีก โดยเชิญหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เช่น กรมราชทัณฑ์ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ สำนักงานศาลยุติธรรม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมทั้งทนายความและญาติของผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มีประชาชนที่สนใจและสื่อมวลชนเข้าร่วมฟังคับคั่ง

การประชุมเริ่มโดยผู้แทนกรมสารนิเทศ กระทรวงต่างประเทศ รายงานถึงผลกระทบจากกรณีการเสียชีวิตของนายอำพลว่า สื่อต่างประเทศได้รายงานและวิพากษ์วิจารณ์การเสียชีวิตของนายอำพลมากพอสมควร โดยเชื่อมโยงกับประเด็นกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เสรีภาพการแสดงออก และการเมืองภายในประเทศ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ทางกระทรวงต้องให้ข้อมูลแก่ประชาคมโลก สหภาพยุโรป (EU) ซึ่งติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่นายอำพลยังไม่เสียชีวิตได้แสดงความกังวลเรื่องการบังคับใช้มาตรา 112 และย้ำเรื่องสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของไทย รองโฆษกกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาได้มาสอบถามรายละเอียดเหตุผลการเสียชีวิตของนายอำพล ส่วนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (Asian Human Rights Commission) ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ และเสนอข้อเรียกร้อง 3 เรื่อง คือ สิทธิในการได้รับการประกันตัว สิทธิในการรักษาพยาบาลของผู้ต้องหา และให้ดำเนินการชันสูตรศพนายอำพลเพื่อหาสาเหตุการตาย

นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการศาลยุติธรรม กล่าวว่าศาลเองก็ไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิด ศาลได้เคยอนุญาตให้ปล่อยตัวนายอำพลชั่วคราวเมื่อ 4 ต.ค. 2553 ด้วยหลักประกัน 5 แสนบาท แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้รับการประกันตัวอีก ในคดีมาตรา 112 ศาลก็เคยอนุญาตให้บางคนประกันตัว เช่น นายสนธิ ลิ้มทองกุล  จากการเก็บสถิติในกระบวนยุติธรรม ศาลจะอนุญาตให้ปล่อยตัวจำเลยที่เป็นคนไทยร้อยละ 93 ไม่อนุญาตร้อยละ 7 เท่านั้น  รัฐธรรมนูญบอกว่าการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นสิทธิพื้นฐาน แต่ก็ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 ที่จะไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี ศาลจะใช้ดุลยพินิจเป็นรายกรณี

การที่ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวแม้ว่านายอำพลจะมีอาการป่วย นายสราวุธชี้แจงว่าปกติศาลจะปล่อยตัวถ้ามีหลักฐานแสดงชัดเจนเพียงพอ แต่ตอนที่นายอำพลยื่นคำร้องขอประกันตัว เอกสารที่ยื่นมีใบรับรองแพทย์ ศาลเห็นว่าอาการเจ็บป่วยยังไม่ได้ปรากฏมาก น่าเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี และอาการป่วยยังสามารถรักษาระหว่างจองจำได้ ถึงมีการยืนขอปล่อยตัวชั่วคราวหลายครั้ง แต่ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงยังคงเหมือนเดิม ศาลก็ยังยืนยันตามเดิม ใช้เหตุผลซ้ำๆ กับที่เขียนไว้ของเดิม และต้องชี้แจงว่ารูปแบบคำสั่งกับคำพิพากษาแตกต่างกัน คำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวหรือไม่ต้องทำอย่างรวดเร็วในวันเดียวกัน ที่มีผู้ถามว่าทำไมศาลไม่รู้สึกว่าอาการเจ็บป่วยนั้นร้ายแรงทั้งที่ใบรับรองแพทย์ระบุว่าเป็นมะเร็ง จริงๆ มะเร็งมีหลายระยะ ระยะแรกๆ อาจรักษาหาย ควรมีการระบุความรุนแรงของอาการ นายสราวุธยืนยันว่าศาลมีความเป็นกลาง พิจารณาตามหลักฐานและเกณฑ์ที่กำหนด แต่การใช้ดุลยพินิจของผู้พิพากษาแต่ละคนมีความแตกต่างกันภายใต้กรอบกฎหมาย ตนมีความหนักใจในการแถลงครั้งนี้เช่นกัน เพราะตนไม่ใช่ศาล

นายอานนท์ อำภา ทนายความนายอำพล ตั้งข้อสังเกตว่าในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คำสั่งศาลไม่ได้ออกมาในวันเดียวกันอย่างที่นายสราวุธกล่าว ตนเคยยื่นขอปล่อยตัวจำเลย แต่เดือนครึ่งแล้วศาลก็ยังไม่สั่งจนต้องถอนอุทธรณ์ ตนไม่แน่ใจว่าจะต้องรอให้อากงปากพูดไม่ได้ เลือดออกหูจึงจะให้ประกันหรือเปล่า และปัญหาสำคัญในกระบวนการยุติธรรมคือ เห็นได้ว่าการไม่อนุญาตให้ประกันตัวมันบังคับให้จำเลยไม่สู้คดี เช่น กรณีนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์

นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความนายอำพลอีกผู้หนึ่ง เสนอว่า ในการไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ศาลควรเขียนระบุให้ชัดเจนว่าข้อเท็จจริงที่อาศัยเป็นฐานของดุลยพินิจ “เกรงว่าจะจำเลยหลบหนี” นั้นคืออะไร และเสนอให้ราชทัณฑ์เพิ่มงบประมาณการตรวจรักษาโรคที่ต้องเฝ้าระวังเช่นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ เพราะแม้ผู้ป่วยจะอาการไม่รุนแรงระยะแรกแต่จำเป็นต้องได้รับการตรวจเพื่อเฝ้าระวังว่าโรคลุกลามไปแค่ไหนแล้ว ตนมีแต่ใบรับรองแพทย์ก่อนที่อากงจะเข้าคุกมาให้ศาลพิจารณา แต่หลังจากนั้นก็ยากลำบากในการติดตามอาการของอากง

ขณะที่นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล ในฐานะผู้มีส่วนร่วมชันสูตรพลิกศพอากง ระบุว่า อากงเป็นมะเร็งตับในระยะลุกลาม ไม่ใช่ระยะสุดท้าย ซึ่งพบชิ้นเนื้อมะเร็งประมาณ 7 เซนติเมตร แต่เชื้อดังกล่าวนั้น ไม่ได้ลามไปถึงหัวใจ และทำให้ตนตั้งข้อสังเกตว่า ขั้นตอนในการส่งตัวไปรักษานั้น มีความบกพร่องมากน้อยหรือไม่ เพราะถ้าหากเป็นเช่นนั้น ทางกรมราชทัณฑ์ก็ควรแก้ไขปรับปรุงในเรื่องดังกล่าว

นายสรสิทธิ์ จงเจริญ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ชี้แจงการดูแลทางการแพทย์ในเรือนจำว่าผู้ต้องขังที่เข้ามาใหม่ทุกคนต้องพบแพทย์และสอบถามประวัติความเจ็บป่วย ถ้าผู้ต้องขังไม่สบายสามารถพบแพทย์ในเรือนจำได้ทุกวัน จะมีเวรพยาบาลดูแลอยู่ หากสถานพยาบาลในเรือนจำรักษาไม่ไหวจึงจะส่งไปที่โรงพยาบาลกลางราชทัณฑ์  หากผู้ป่วยมีจำนวนมากจนแพทย์และเครือมือไม่เพียงพอก็จะมีการส่งผู้ป่วยออกไปข้างนอกประจำ

นายแพทย์บุญมี วิบูลย์จักร แพทย์ในโรงพยาบาลกลางราชทัณฑ์  ยอมรับว่าโรงพยาบาลกลางราชทัณฑ์ไม่สามารถดูแลผู้ป่วยได้เต็มศักยภาพเท่าโรงพยาบาลข้างนอกที่มีเจ้าหน้าที่ทำงานเต็มอัตรา เนื่องจากทัณฑสถานไม่ใช่ที่สำหรับคนทั่วไป เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลกลางราชทัณฑ์จะทำงานตอนกลางวัน แต่กลางคืนจะใช้ระบบเวรพยาบาลแทน ส่วนกรณีที่คนไข้เจ็บป่วยรุนแรง เวรพยาบาลจะแจ้งแพทย์ทราบและให้แพทย์สั่งรักษาทางโทรศัพท์ การรักษาคนไข้ที่ถูกคุมขังมีข้อจำกัดเพราะระบบการกักตัวนักโทษในบางเวลา วันเสาร์ อาทิตย์ ก็ใช้แต่ระบบเวรพยาบาล ไม่มีแพทย์เว้นแต่เหตุฉุกเฉิน

ส่วนการดูแลรักษานายอำพลก่อนเสียชีวิตนั้น  นายแพทย์บุญมีเล่าว่าตอนแรกอากงได้แจ้งความเจ็บป่วยเรื่องมะเร็งช่องปาก แพทย์ด้านหูคอจมูกได้ตรวจอาการ แต่ไม่พบอาการกำเริบ เมื่อกลางปีที่แล้ว คนไข้บอกว่ามีรู้สึกอาการจะกลับมาเป็นใหม่ แพทย์ตรวจแล้วก็ยังไม่พบอาการผิดปกติ แต่ก็ได้ส่งไปตรวจ MRI ที่คอในโรงพยาบาลรัชวิภา ก็ยังไม่พบอาการมะเร็งที่ช่องปาก กระทั่งเดือนมกราคมปีนี้ อากงมาหาแพทย์อีกครั้งโดยบอกว่าเจ็บที่คอ แพทย์พบว่าต่อมน้ำเหลืองที่คอโต เบื้องต้นให้ยาปฏิชีวนะ อาการก็ดีขึ้น ต่อมน้ำเหลืองก็ยุบลงไปและกลับไปเรือนจำตามเดิม คนไข้จะหายไปจากการรักษาเป็นช่วงๆ ระหว่างนั้นก็ใช้ชีวิตเหมือนผู้ต้องขังปกติ ไม่ได้มีอาการเหนื่อยหรือเจ็บป่วยร้ายแรง

นายแพทย์บุญมีกล่าวว่า โรงพยาบาลราชทัณฑ์สามารถผ่ามะเร็งเบื้องต้นได้ทันที แต่กรณีของอากงนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไร โรคที่ช่องปากก็ผ่านการรักษาอย่างถูกต้องแล้ว ส่วนอาการปวดท้องนั้นยังอยู่ในช่วงการตรวจหาโรค ตอนนั้นอากงเริ่มปวดท้อง  ท้องบวมโต เราก็รับไว้ในโรงพยาบาลโดยได้ให้ยาเพื่อรอตรวจในวันถัดไปเหมือนโรงพยาบาลอื่นๆ แต่เพราะคนไข้มาในวันศุกร์ ช่วงนั้นเป็นวันหยุดราชการ เสาร์ อาทิตย์ กระบวนการส่งต่อจึงชะงักไปก่อน อาการอากงตอนนั้นยังดูไม่อยู่ในขั้นรุนแรง ความดันปกติ ทานอาหารได้ เหมือนอาการทั่วไปของโรคในช่องท้อง เดินเหินช่วยเหลือตัวเองได้ แพทย์วางแผนจะตรวจข้างนอก แต่ต้องส่งในเวลาทำการ

หลังจากการประชุมเสร็จสิ้น โรเบิร์ต อัมเตอร์ดัม ทนายความของกลุ่มคนเสื้อแดงในเหตุสลายการชุมนุมปี 53 ซึ่งมาร่วมฟังการประชุม ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตนรู้ถึงอาการป่วยของอากงจากการที่ไปเยี่ยมคราวที่แล้ว ในฐานะนักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน มองว่าการที่ศาลปฏิเสธการประกันตัวเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน ตนได้เรียนกับรัฐบาลว่าปัจจุบันประเทศไทยมีนักโทษทางความคิดหรือนักโทษการเมืองจำนวนมาก รัฐบาลจึงจำเป็นต้องปรับปรุงสภาพเรือนจำ รัฐบาลนี้ได้รับการเลือกตั้งมาโดยประชาชน รัฐบาลต้องตอบสนองมาตรฐานสากลเรื่องสิทธิมนุษยชน ในช่วงรัฐบาลทหารที่นำโดยนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น แต่ตอนนี้ต้องยุติลงเพราะเรามีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง เราต้องรับประกันว่าการตายของอากงจะไม่สูญเปล่า เราต้องประกันสิทธินักโทษทางการเมืองและนักโทษทางความคิดทุกคนด้วย

Comments

เสียชื่อ

เสียชื่อ ศาลไทย

คนทั้งโลกจะมอง ศาลไทย อย่างไร !!

door

door

แถไปได้หนอ

แถไปได้หนอ ยอมรับอย่างลูกผู้ชายแล้วไขจะดีเสียกว่า ชาวบ้านเขากินข้าวนะครับไม่ใข่กินหญ้าฮาาา

เหตุผลที่อากงไม่ได้รับการประก

เหตุผลที่อากงไม่ได้รับการประกันตัวน่าจะมาจากข้อความที่ว่า
"คนที่เจนโลกโชคโชน มีสันดานเป็นโจร" มากกว่า
ศาลควรจะออกมายอมรับผิด และขอโทษครอบครัวอากง

ตอนนั้นอยากเชือดไก่ให้ลิงดู ล

ตอนนั้นอยากเชือดไก่ให้ลิงดู
ลิงดันตาย
ลิงเลยไม่กลัวแถมเอะอะโวยวายกันใหญ่
ตอนนี้ไอคนเชือดเลยกลัวปัดกันพัลวัลเฮ้ยไม่ใช่กูแต่เปนไอเหี้ยนั่น แต่เหี้ยไหนก็ไม่รู้

จำเรอญ

[quote=จำเรอญ]เหตุผลที่อากงไม่ได้รับการประกันตัวน่าจะมาจากข้อความที่ว่า
"คนที่เจนโลกโชคโชน มีสันดานเป็นโจร" มากกว่า
ศาลควรจะออกมายอมรับผิด และขอโทษครอบครัวอากง[/quote]

แล้วนายคนนั้นที่เป็นเลขา ไปมุดอยู่ไหน ปากตอนให้สัมภาษณ์กล่าวร้ายเขาอย่างไร ตอนนี้ให้รองมาแทน

คุณ....... ลูกผู้ชายไหม กล้าตอบสังคมหรือเปล่า

ถ้าไป เปลี่ยนซะ มันทุเรศ

จันทร์แสงนวล wrote:เสียชื่อ

[quote=จันทร์แสงนวล]เสียชื่อ ศาลไทย

คนทั้งโลกจะมอง ศาลไทย อย่างไร !![/quote]
-ศาลอำมาตย์ไงครับ

คนดี..ชอบ แก้ไข..คนจัญไร..ชอบ

คนดี..ชอบ แก้ไข..คนจัญไร..ชอบ แก้ตัว
...คนที่เจนโลกโชกโชน มีสันดานเป็นโจร โกงเงินแบงค์.อย่างสนธิ ลิ้ม.ดันให้ประกัน...

ดุลพินิจของศาล หมายความว่าไง

ดุลพินิจของศาล หมายความว่าไง หากสมมุติตุลาการไม่พอใจนาย ก จึงใช้ดุลพินิจไม่ให้ประกันตัวนาย ก และกรณีเดียวกัน หากตุลาการ พอใจนาย ข ในคดีลักษณะเดียวกับนาย ก และศาลใช้ดุลพินิจให้นาย ข ประกันตัว หากตุลาการทำเช่นนี้แสดงว่าใช้ดุลพินิจเลือกปฏิบัติหรือไม่ครับ ทำไมคนเป็นตุลาการจึงไม่ยึดหลักของกฎหมายแต่มาใช้ดุลพินิจความเห็นส่วนตัวมาเป็นเครื่องตัดสินใจได้ไง ถ้าให้ตุลาการสามารถใช้ดุลพินิจได้พร่ำเพื่ออยู่เหนือกฎหมายเช่นนี้ แล้วใครเล่าจะเชื่อถือระบบศาลของไทยครับ กรณีของอากงน่าจะมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการเอาผิดกับตุลาการเจ้าของคดีอากง ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการว่าด้วยการยุติธรรม ตามป.อาญา ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่จะดำเนินการไต่สวน ( เข้าใจว่าน่าจะดำเนินการได้นะ ) เอาผิดแก่ตุลาการที่ใช้ดุลพินิจไม่ให้ประกันตัวอากง

^ ^ ^ BBBB BBBB ถ้าเฮีย

^
^
^
BBBB
BBBB

ถ้าเฮีย "สุนัย จุลพงศธร"
ให้ "เสธ.หนั่น ๔๕ ล้าน" ถาม "เฮียบังธิเมียสาม"
ประมาณว่า---
ใช้หลักอะไร / และมีใครเกี่ยวข้องด้วยในการ "ใ ช้ ดุ ล พิ นิ จ" ในการทำ "รัฐประหารอากรง"......

คำตอบก็คงจะเหมียนเดิมฮิ คือ :
"ให้ตาย( ห่า )ก็บอกไม่ได้".....

คาก
คาก
คาก......

( ^O^ )

BBBB
BBBB

ศาลที่มีความเป็นคนร้อยละ

ศาลที่มีความเป็นคนร้อยละ 99

ให้ประกันกับคนที่ป่วยหนัก

ศาลอีก 1 เปอร์เซนต์ ที่ไม่มีความเป็นคน อยู่ในประเทศบางประเทศที่ไม่มีความเป็นคน

An inconvenient death

An inconvenient death ความตายที่ผู้รับผิดชอบต้องปัดกันจนฝุ่นตลบ ความตายครั้งนี้ใครๆก็คงไม่อยากให้เกิดขึ้นโดยเฉพาะครอบครัวอากง แต่การตายของอากงครั้งนี้ตบหน้าคนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการความยุติธรรมและกล่าวหาอากงฉาดใหญ่

ตาชั่งในเมืองไทยเอียงมาหลายปีแล้ว หรือมีมือที่มองไม่เห็นโกงตาชั่ง

ที่บอกว่าไม่ให้ประกันตัว 7%

ที่บอกว่าไม่ให้ประกันตัว 7% นั้นเป็นตัวเลขที่ไม่มาก แสดงว่าส่วนใหญ่ได้ประกันตัว

แต่สิ่งที่เขาเรียกร้องคือคดีนักโทษทางความคิด และนักโทษการเมืองทั้งหมดควรได้รับการประกันตัว

เขาไม่ได้เป็นฆาตกรต่อเนื่อง พ่อค้ายา หรือข่มขืนใคร
เขาแค่มองว่าสังคม ประเทศ ควรเดินไปอีกทางหนึ่ง

กองทัพ ฆาตกรหมู่มาอย่างต่อเนื่องทุก 15-20 ปี ไม่เคยเห็นได้รับโทษ

นายทหารใหญ่ ตำรวจใหญ่ พ่อค้าใหญ่เกี่ยวกับยาเสพติด ไม่เคยเห็นได้รับโทษ

นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม

นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม พูดได้เข้าที

ผมขอเสริมว่า

รัฐบาล 100 ศพ มาจากค่ายทหาร จะมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็เป็นเรื่องที่คาดเดาได้

แต่รัฐบาลที่มาจากประชาชน ยังปล่อยให้มีการย่ำยีมนุษย์เหมือนเดิม หมายความว่าอย่างไร?

สงสัยแต่ว่าหลักฐานไม่ชัดเจนเห

สงสัยแต่ว่าหลักฐานไม่ชัดเจนเหตุใดตัดสินว่าผิด จะตัดสินใครผิดหลักฐานต้องแน่น และซ้ำร้ายไม่ให้ประกันตัว แม้วยังปล่อยออกนอกประเทศ สนธิยังเดินร่อนกะโปกอยู่แถมประกันไปด้วยเงินน้อยนิด คดีอุกฉกรรจ์ก็ยังให้ประกัน เอะอะดุลพินิจศาล ดุลพินิจ ไม่ได้หมายถึงตามอำเภอใจไอ้ศาลนรก

เอาเหอะศาลไทย เลวไม่เลวก็ดูและตัดสินกันเอาเอง นามสกุลตระกูลคนพวกนี้ จำกันไว้ให้แม่น ลูกมันหลานมันก็จดก็จำกันเอาไว้แล้วกันคนไทย ความยุติธรรมสำหรับประชาชนคนธรรมดามันไม่มีจริง

ศาลเน่าๆๆของไทย

ศาลเน่าๆๆของไทย แก้ตัวไปยิ่งดูแย่งลงเรื่อยๆ ออกมายอมรับความผิดพลาดของตนเหมือนที่จะให้คนอื่นยอมรับการตัดสินของศาลบ้างดีกว่านะ

ไม่รู้จะว่า หรือเอ่ยอะไร

ไม่รู้จะว่า หรือเอ่ยอะไร รู้เพียงว่าคงมีหลายชีวิต ... หลายสิบ หลายร้อยสิทธิที่จะถูกละเมิดด้วยกระบวนการอัปลักษณ์เหล่านี้ ...

นับถือตัวเอง

[quote=นับถือตัวเอง]สงสัยแต่ว่าหลักฐานไม่ชัดเจนเหตุใดตัดสินว่าผิด จะตัดสินใครผิดหลักฐานต้องแน่น และซ้ำร้ายไม่ให้ประกันตัว แม้วยังปล่อยออกนอกประเทศ สนธิยังเดินร่อนกะโปกอยู่แถมประกันไปด้วยเงินน้อยนิด คดีอุกฉกรรจ์ก็ยังให้ประกัน เอะอะดุลพินิจศาล ดุลพินิจ ไม่ได้หมายถึงตามอำเภอใจไอ้ศาลนรก

เอาเหอะศาลไทย เลวไม่เลวก็ดูและตัดสินกันเอาเอง นามสกุลตระกูลคนพวกนี้ จำกันไว้ให้แม่น ลูกมันหลานมันก็จดก็จำกันเอาไว้แล้วกันคนไทย ความยุติธรรมสำหรับประชาชนคนธรรมดามันไม่มีจริง[/quote]

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ก็ต้องทนกันอยู่อย่างนี้กันต่อไป ในประเทศตอแหลแลนด์ ความยุติธรรมจากผู้มีอำนาจคงจะหายาก รัฐบาลที่พวกเราช่วยกันเลือกเข้ามาก็หน่อมแน้ม ตั้งหน้าทำมาหากินเอาชีวิตเราและครอบครัวให้ไปรอดวันหนึ่งๆจะดีกว่า นักการเมืองพรรคใหน ประเทศใหน ก็คล้ายๆกันแหละครับ แม้แต่ในต่างประเทศที่ผมอยู่ พอได้ตำแหน่งสุขสบายมักจะลืมชาวบ้านที่เลือกพวกเขาเข้ามา เรื่องนามสกุลนั้นขอให้พิจารณาเป็นรายบุคคล ตระกูลเดียวกันแต่อยู่คนละพวกมีอยู่ไม่น้อยเลย วันหนึ่งคงจะมีคนดีศรีอยุธยามากอบกู้ประเทศสาระขันธุ์ คงจะไม่นานเกินรอ บาปกรรมมันมีจริงครับ เห็นมาหลายรายแล้ว

การโทษศาลอย่างเดียวมันไม่น่าจ

การโทษศาลอย่างเดียวมันไม่น่าจะถูกต้องครับ
1.การอ้างคำพิพาทษาไม่ถูกต้อง ถ้าได้ไปดูคำพิพาทษาก็รับฟังได้ เพราะหลาย ๆ ข้อกล่าวหาเขามีหลักฐานหลายชิ้นประกอบกัน ถึงจะเป็นพยานแวดล้อม แต่มันก็ยากอยู่แล้วที่จะมีคนเห็นการกระทำผิดซึ่งหน้า ส่วนคำแก้ต่างข้อกล่าวหาก็มีปัญหาในตัวมันเอง ขัดกันเองก็มี มันก็ขึ้นกับทนายว่ามีแนวทางต่อสู้ยังไง
2.การประกันตัว มันเป็นความสามารถโดยตรงของทนายมากกว่า การที่ระบุอากงเป็นมะเร็งปาก แต่ใช้แค่ใบรับรองแพทย์อย่างเดียวมันน้อยไปหรือปล่าว เท่าที่รู้ก็ไม่มีความเห็นแพทย์ด้วย แถมมีการตรวจอยู่แล้วเบื้องต้นและมีการตรวจเป็นระยะ มันก็สมควรอยู่ การตายของอากงมันเป็นมะเร็งตับ ไม่ใช่ที่ช่องปาก ทนายเองก็ใกล้ชิดกับอากงมากกว่าศาลหลายเท่า ทำเรื่องประกันก็หลายรอบ เรื่องสุขภาพอากงก็ไมมีหลักฐานใหม่อะไร ถึงประกันตัวออกมา ถ้าอากงเป็นคนมีฐานะ เขาก็คงใช้วิธีเข้าโรงพยาบาลตรวจ แต่อากงน่าจะใช้วิธีเขาคลีนิคใกล้บ้านมากกว่า แต่คงไมมีใครบ้าขนาดตัวเองเป็นมะเร็งช่องปากแต่ไปของหมอตรวจมะเร็งตับมั้ง การอยู่ในคุกน่าจะมีโอกาสตรวจพบได้ง่ายกว่า เพราะมีแนวทางการรักษาพยาบาลอยู่ แต่ปัญหาคือระบบราชการมากกว่า ที่หยุตเสาว์-อาทิตย์ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องของสุขภาพ ก็เป็นไปได้สูงที่จะมีการตรวจพบก่อนที่จะมีการตายเกิดชึ้น กรณีทนายต่างประเทศเท่าที่รู้ ที่ไม่ให้ประกันตัวที่ต่างประเทศก็เยอะไม่ใข่หรือ เอาทหารตัวเองไปบุกยิ่งคนที่ไม่ใช่พลเมื่องตัวเองที่ประเทศอื่นก็มี

ดาวแดง

[quote=ดาวแดง]ก็ศาลคิดแต่ว่าใครตั้งมา[/quote]
-ครับศาลไทยเราไม่ได้เชื่อมโยงกับประชาชนเหมือนนานาชาตินะครับ ใครตั้งผู้พิพากษาเราก็รู้ๆกันอยู่ แต่ถ้ามันไม่ละเมิดสิทธิ์พื้นฐานทางกฎหมายก็ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ปัญหาคือมันละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐานทางกฎหมายนี้ชิครับ มันก็เลยยุ่ง ใครผิดใครถูกไม่สำคัญหรอกครับ มันสำคัญที่ไปละเมิดสิทธิ์ทางกฎหมายของประชาชนนี้ชิครับสำคัญ

กระบวนการยุติธรรรมของไทยอยู่ใ

กระบวนการยุติธรรรมของไทยอยู่ในสภาวะเสื่อมถอยทางคุณธรรมจริยธรรมเพราะนำกฎหมายมาใช้เป็นเครื่องมือทำลายมากกว่าใช้สร้างสรรค์ นี้แหละต้นเหตุของสังคมแบบ Permissive Society ที่ขื่อแปมีเหมือนไม่มี

ถ้ามีการใช้หลักพรหมวิหารธรรมประกอบการตัดสินชะตาชีวิตของมนุษย์ก็จะช่วยให้คนดียังคงมีอยู่ในสังคม

ทีผู้ร้ายฆ่าคนโดยสันดานยังได้รับความเมตตาลดหย่อนโทษ หรือให้ประกันตัวออกไปต่อสู้คดี

ที่ผู้ก่อการร้ายตัวจริงที่เป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติทาง 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังได้รับสิทธิลดหย่อนให้โอกาสกลับตัวทั้งๆที่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร

จะบอกว่าถึงเวลาที่กระบวนการยุติธรรมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำต้องหันกลับมาทบทวนคุณธรรมจริยธรรมของตนเองก็คงช้าไป เพราะมันได้ก่อปัญหาสั่งสมให้แก่สังคมไทยมามากแล้ว ตอนนี้ก็เหลืออย่างเดียวว่าผู้ทรงอำนาจพิทักษ์รักษาความยุติธรรมนั้นจะยอมรับความจริงได้หรือยังว่าที่ผ่านๆมานั้นคำว่า 2 มาตรฐาน(จากความมีอคติ)อย่างที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์นั้นมีอยู่จริง ซึ่งหากยอมรับก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะทุกคนก็คือโลกียชนเหมือนกันทั้งนั้น ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา(ถ้าไม่เจตนา)

แต่ถ้ารู้ตัวว่าทำอะไรผิดพลาดแล้วหาวิธีการปรับปรุงแก้ไขโดยไม่ชักช้า บุคคลผู้นั้นก็สมควรได้รับคำยกย่องเชิดชูว่าเป็นสัตบุรุษ แต่ถ้ารู้แล้วกลับแก้ตัวให้พ้นผิดก็ต้องจัดเป็นบุคคลตรงกันข้ามกับคนดีมีคุณธรรม

ขอให้กรณีอากงเป็นบทเรียนที่กระบวนการยุติธรรมทั้งระบบนำไปพิจารณา ทบทวนและนำไปปรับปรุงพัฒนาให้ระบบยุติธรรมไทยกลับมาเป็นความหวังสุดท้ายของสังคมไทยอีกครั้ง

นายแพทย์บุญมีกล่าวได้ตรงไป

นายแพทย์บุญมีกล่าวได้ตรงไป ตรงมา ถึงสภาพการรักษาในโรงพยาบาลเรือนจำ
แต่ ผู้บัญชาการเรือนจำ กล่าวแบบผู้ได้รับรายงานจากเบ๊มา หาใช่การได้สัมผัสด้วยตนเองไม่