อภิสิทธิ์ประเมิน 9 เดือนรัฐบาล ไม่ตอบโจทย์ประเทศไทย
ชี้รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการตามเป้าหมาย นโยบายที่เกี่ยวข้องกับประชาชนไม่ได้เอาจริงเอาจังเหมือนกับเรื่องของทักษิณ ข้องใจรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ปรองดอง-รักเคารพสถาบันกษัตริย์ แต่กลับมีการเปิดหมู่บ้านเสื้อแดง และมีรัฐมนตรีไปปราศรัย ปัดให้คะแนนรัฐบาล แต่ขอให้ติดตามชมการอภิปรายงบประมาณ 21 พ.ค.นี้
เว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ รายงานว่า วันนี้ (11 พ.ค. 55) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์ Blue Sky Channel ได้แสดงความเห็นถึงการบริหารประเทศเป็นเวลา 9 เดือนของรัฐบาลว่า
การแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจนั้น รัฐบาลยังไม่ได้สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ ส่วนเรื่องการเมืองนั้น ตอนไปหาเสียงได้พูดถึงเรื่องประชาธิปไตย และการปรองดอง แต่ที่เห็นรัฐบาลมีความมุ่งมั่นชัดเจน และทำอย่างต่อเนื่องอย่างไม่ลดละความพยายามเลยก็คือ การหาทางช่วย พ.ต.ทักษิณ
“ผมคิดว่าคงคิดกันไม่ค่อยต่างกัน ผมว่าเราดูภาพใหญ่ก่อนตอนที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงในช่วงการเลือกตั้ง ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องใหญ่ที่แข่งขันกัน ก็คือ 1. เรื่องเศรษฐกิจ กับ 2. คือเรื่องการเมือง
เรื่องเศรษฐกิจก่อน ชัดเจนครับ ตอนนั้นผมถูกโจมตีมากเรื่องของแพง คงนึกออกเพราะช่วงประมาณตอนยุบสภา ประมาณช่วงนี้ปีที่แล้ว ก็บังเอิญเป็นช่วงซึ่งมีปัญหาที่ราคาน้ำมัน เริ่มจะปรับขึ้น แล้วก็สินค้าบางตัว เช่นไข่ เช่นหมู มีราคาแพง ซึ่งผมไม่เคยปฏิเสธข้อเท็จจริง ก็ยอมรับว่า สินค้าบางตัวแพง แล้วก็พยายามเร่งแก้ไข จนกระทั่งบางเรื่องเช่นเรื่องไข่ ความจริงก็อานิสงส์ก็ตกมาถึงรัฐบาลชุดนี้ที่ทำให้ราคาไข่ถูกลง
แต่ว่าสาระสำคัญที่เขาบอกว่าพรรคเพื่อไทยได้รับการสนับสนุนในการเลือกตั้งนั้น ก็พูดกันง่าย ๆ ก็บอกว่า จะเพิ่มรายได้ให้แล้วก็จะลดรายจ่าย ก็จึงเป็นที่มาของนโยบาย ผมก็ไม่ได้นับนะครับว่า 30 นโยบายรึเปล่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้นก็เป็นเรื่อง 300 บาท 15,000 แล้วก็เกษตรกรก็พูดถึงเรื่องนโยบายจำนำ 15,000 บาททุกเม็ด แล้วก็ทางด้านรายจ่ายก็ที่ทราบกันดีครับ จะมีการ กระชากค่าครองชีพลงมา แล้วก็จะเริ่มต้นจากเรื่องของน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บอกจะยกเลิกกองทุนน้ำมัน
ถ้ามองในภาพใหญ่ตรงนี้ 9 เดือนผ่านมา ผมว่า ไม่ต้องดูโพลล์ครับ เอาคำพูดของท่านนายกฯ เมื่อ 2 – 3 วัน จะเป็นคำตอบ เพราะว่าท่านนายกฯ พอถูกถามว่า ตอนแรกที่พูดเรื่องของแพง แล้วก็ท่านพูดหรือไม่พูดว่าเป็นความรู้สึก คิดไปเองอะไรนั้น จนกระทั่งท่านบอกว่า ไม่ใช่แล้วท่านก็พยายามจะอธิบายบอกว่า ที่คนรู้สึกว่าของแพงนั้น เพราะเงินในกระเป๋าลดลง
ผมก็ถามว่า ถ้าได้ดำเนินการตามนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้นั้น เงินในกระเป๋ามันจะลดลงได้อย่างไร เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นคนยืนยันว่าจะเพิ่มรายได้ให้ และจะลดรายจ่ายให้ นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่า ปฏิเสธได้ยากว่าในภาพรวมภาพใหญ่ตรงนี้เป็นปัญหา
แน่นอนถ้าไปไล่เรียงตามนโยบายแต่ละด้าน แต่ละเรื่องก็จะเห็นเช่นเดียวกันว่าความไม่สำเร็จนั้นยังมีอยู่มากพอสมควร ค่าแรง 300 บาท ที่หาเสียงนั้น แข่งขันกับผมที่พูดว่า 25% ใน 2 ปี ทุกคนก็เข้าใจว่า 300 บาททันที ทุกแห่งทั่วประเทศ มาถึงวันนี้เป็น 300 บาทที่เกิดขึ้นใน 7 จังหวัด
15,000 ที่บอกว่าเป็นเงินเดือนปริญญาตรี สุดท้ายกลายเป็นเรื่องของการไปเพิ่มเงินช่วงในเรื่องค่าครองชีพสำหรับข้าราชการ แล้วก็ลูกจ้างของภาคราชการเท่านั้น และให้เฉพาะคนที่จบปริญญา ความจริงเวลาเขาช่วยกันเรื่องค่าครองชีพนั้น เขาจะต้องช่วยเท่า ๆ กันทุกคนนะครับ
เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องยอมรับครับว่า ยังไม่ได้สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ ขณะเดียวกัน มาตรการที่มารองรับผลกระทบอีกด้านจากนโยบายแบบนี้ซึ่งเราก็เตือนไว้ ที่จะมีต่อผู้ประกอบการ ก็เห็นได้ชัดว่าไม่มีคำตอบให้เขา จึงเป็นที่มาของเสียงของการสะท้อนจากนักเศรษฐศาสตร์บ้าง จากทางหอการค้าบ้าง ใครต่อใครบ้าง
ส่วนเกษตรกร เราก็ย้ำกันแล้ว ย้ำกันอีกครับว่า สุดท้ายแล้วผมก็ไม่แน่ใจว่าเดินทางมากี่จังหวัดแล้ว มีเกษตรกรคนไหนบ้างครับที่ไปจำนำข้าวแล้วได้ราคา 15,000 บาท ก็แทบไม่มีนะครับ แล้วก็รวมทั้งบางคนเข้าโครงการไม่ได้เลย แล้วก็ชาวมันสำปะหลังนั้นเดือดร้อนที่สุด
เพราะฉะนั้นความล้มเหลวตรงนี้ก็ยังตีถึง ส่งผลกระทบไปถึงเรื่องของการทรุดลงของการส่งออก เพราะฉะนั้นในแง่ของเศรษฐกิจจึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจ นายกฯ ก็ยอมรับว่าเงินในกระเป๋าลดลง แล้วก็ทางนักเศรษฐศาสตร์ต่าง ๆ ก็มองด้วยความกังวลว่า เศรษฐกิจขณะนี้เจอทั้งภาวะเงินเฟ้อ แล้วก็ดูเหมือนกับว่า จะเจอลักษณะความฝืดเคืองพร้อม ๆ กันไปด้วย ท่ามกลางความไม่ชัดเจนในเรื่องของการที่จะรักษาวินัยทางการเงินการคลัง ตั้งแต่เรื่องการแทรกแซงธนาคารแห่งประเทศไทยมาจนถึงเรื่องของการกู้เงิน แล้วก็นโยบายประชานิยมที่ไม่มีคำตอบในเรื่องของรายได้เลย ด้านเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายน่าจะเห็นพ้องต้องกัน แล้วก็การที่ขอนแก่น ที่ไปทำโพลล์ เฉพาะพี่น้องชาวอีสานก็ยิ่งเป็นคำตอบที่ชัดว่า ในขณะที่อาจจะยังสนับสนุนทางพรรคเพื่อไทยหรือรัฐบาลอยู่ แต่ก็ยอมรับว่า สอบไม่ผ่านในเรื่องของเศรษฐกิจ
ส่วนเรื่องการเมืองนั้น ที่จริงแล้วการหาเสียงก็ไปในทางที่พูดถึงประชาธิปไตย กับปรองดอง แต่ที่เราเห็นมุ่งมั่นชัดเจน แล้วก็ทำมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ลดละความพยายามเลยก็คือ หาทางในการที่จะช่วยคุณทักษิณ เพราะฉะนั้นกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้ ผมก็ยืนยันว่าขณะนี้ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกในสังคมเป็นว่าความขัดแย้งกำลังลดลงหรือเราจะเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น มีแต่ความวิตกกังวลกันว่า วิธีการที่พยายามผลักดันในสิ่งเหล่านี้กำลังนำไปสู่ปมความขัดแย้งใหม่ที่เกิดขึ้นในสังคม
เพราะฉะนั้น 9 เดือนตรงนี้ จึงเป็น 9 เดือนที่ผมคิดว่าไม่ได้เป็นไปตามแนวทางของการหาเสียง ที่เป็นความคาดหวังของพี่น้องประชาชน
ส่วนในระหว่าง 9 เดือน ก็มีเหตุน้ำท่วมใหญ่ เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้มองเห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการของรัฐบาลด้วย ตรงนี้แน่นอนว่าไม่ได้พูดเอาไว้ในช่วงหาเสียงนะครับ แต่ก็ในช่วงสมัยประชุมปีที่แล้ว ที่เราได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมก็คิดว่าเราก็ได้เห็นชัดเจนนะครับว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาล การบริหารจัดการ การวางแผน รวมไปถึงการใช้อำนาจทางการเมือง หรือการปลดบทบาททางการเมืองของตั้งแต่ ส.ส. ไปจนถึงตัวรัฐมนตรี และตัวนายกรัฐมนตรี ก็ยังมีจุดที่จะต้องปรับปรุงอีกเยอะ
เพราะฉะนั้นผมก็เรียนยืนยันนะครับว่า 9 เดือนที่ผ่านมาไม่ได้ตอบโจทย์สำหรับประเทศ เหมือนที่ทางพรรคเพื่อไทยเคยให้ความหวังไว้ แล้วก็หลายเรื่องนั้นสวนทางจากเดิมที่บอกว่า ยกเลิกกองทุนน้ำมัน ตอนนี้ไล่เก็บเงินประชาชนเข้ากองทุนน้ำมันอย่างเดียว แล้วก็ความพยายามในการขึ้นค่าก๊าซ ค่าไฟ ก็ยังมีต่อเนื่อง แม้ว่าในขณะนี้จะมีการพยายามมาบอกว่า ช่วงเดือน พฤษภา หรืออะไรจะพยายามตรึงอยู่ก็ตาม
นายอภิสิทธิ์แสดงความเห็นต่อสภาพการส่งออกในรอบ 9 เดือนว่า ตอนนี้ที่ทำให้ภาพพื้นฐานไม่ชัดเจนเป็นเพราะมีปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมา แต่ต้องจับตาอยู่อย่างใกล้ชิดถึงผลที่จะต่อเนื่องต่อไป
“ส่วนหนึ่งตอนนี้ที่ผมคิดว่าจะทำให้ภาพพื้นฐานยังไม่ชัด ก็เพราะว่ามันมีปัญหาน้ำท่วมเข้ามา ซึ่งก็อาจจะทำให้เป็นสาเหตุที่ตัวเลขหลายอย่างอาจจะมีความผิดปกติอยู่ แต่ก็ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพราะว่าการขาดดุล การลดลงของการส่งออก การเพิ่มขึ้นของการนำเข้านั้น ก็ต้องดูว่าเป็นผลที่จะต่อเนื่องไป แม้ว่าตัวเลขของโรงงานที่กลับมาประกอบการได้เหมือนเดิมหลังจากน้ำท่วมนั้น พอกลับมาได้ 8 – 9 – 10% แล้วยังขาดดุล ยังมีปัญหาเรื่องการส่งออก เรื่องการนำเข้าอยู่หรือเปล่า ถ้ายังมีอยู่ก็แสดงให้เห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องน้ำท่วมแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องจับตาดู
แต่บางตัวนั้นก็ชัดเจนนะครับ อย่างการส่งออกข้าว มันไม่ใช่เรื่องน้ำท่วมหรอกครับ มันเป็นเรื่องนโยบายจำนำ ทั่วโลกเขาก็พูดกันอย่างนั้นไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย ดังนั้นตรงนี้ก็เป็นปัญหา เป็นความล้มเหลวแน่นอน ที่จะต้องมีการแก้ไข
ส่วนในแง่ของตัวเลขอื่น ๆ นั้น ผมก็มีตัวเลขที่น่าสนใจแต่ว่ากำลังตรวจสอบอยู่นะครับ เหมือนกับเมื่อไม่กี่วันมานี้ มีการแถลงว่าการเปิดโรงงานใหม่ การเปิดการประกอบการกิจการใหม่ในเดือนที่ผ่านมา ต่ำสุดในรอบเกือบ 20 ปี อันนี้สัญญาณไม่ดีแน่นอนครับ เพราะว่าเท่ากับเป็นการบอกว่าความสามารถของประเทศไทยในการที่จะดึงดูดให้เกิดการประกอบการการลงทุนนั้นมีปัญหา แล้วก็จากการที่ผมเองนั้นได้มีการแลกเปลี่ยนกับบรรดากลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ตามแนวทางที่เราทำงานอยู่ในขณะนี้ ปัญหาเรื่องต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นเหตุผล หรือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มีปัญหาในเรื่องนี้แน่นอน ต้นทุนที่ว่าก็คือเรื่องพลังงาน ต้นทุนเรื่องค่าแรง แล้วก็ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติ เช่นเรื่องประกันภัย และเรื่องอื่น ๆ”
“มีวาทกรรมหลายเรื่องซึ่งไม่ได้ดูข้อเท็จจริง ถ้าไปถามว่าในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา เป็นเพราะฝ่ายค้านไปขัดขวางอะไรทำให้นโยบายไม่สำเร็จนั้น ผมยืนยันว่าคงจะไม่มีนะครับ ผมก็ยืนยันอีกครั้งนะครับ ในช่วงน้ำท่วมไม่มียุคไหนหรอกครับ อย่าว่าแต่ฝ่ายค้านเลยครับ ประชาชนที่เคยมีความขัดแย้งกัน ก็มีแต่จะช่วยกันว่าจะให้พ้นจากวิกฤติได้อย่างไร แต่จะเห็นว่าคนขนาดระดับรัฐมนตรีออกมาพูดว่าประชาธิปัตย์ค้านทุกเรื่อง วันก่อนผมก็ยังขำนิด ๆ นะครับ เพราะว่าคุณประชา ประสพดีมาหาเรื่องผมว่า ไม่ได้กดบัตร ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมแล้วก็ต้องไปอ้าง สถิติการลงมติ คนส่วนใหญ่ไม่ได้สังเกตหยิบประเด็นนี้ขึ้นมานะครับ นั่นเป็นตัวอย่างเลยครับว่า กฎหมายเรื่องขนส่งเรื่องอะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลด้วยนั้น พรรคประชาธิปัตย์ลงคะแนนให้นะครับ
แล้วก็ผมกล้าพูดได้ว่ากฎหมายส่วนใหญ่ในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์ได้กดบัตร หรือลงมติสนับสนุนด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดเลยนะครับ ในช่วงที่ฝ่ายประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เพราะฉะนั้นคำพูดที่บอกว่า ยุคนี้ ฝ่ายค้านขัดขวางนั้นคงไม่จริง ถามว่าขัดขวางเรื่องอะไรบ้าง ขัดขวางเรื่องความพยายามที่จะล้างผิดให้กับคนโกงเท่านั้น หรือการที่จะรวบอำนาจ หรือทำอะไรที่ไม่เป็นทำนองคลองธรรมที่ควรจะเป็น ไม่ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย อันนั้นขัดขวางครับ อย่างเช่นเรื่องรัฐธรรมนูญซึ่งเราเห็นว่ามีจุดอ่อนมากมายที่จะเป็นการเปิดทางนำไปสู่ระบบการเมืองที่มีการผูกขาด ขาดการตรวจสอบ อย่างนี้เรายอมรับครับ เราคัดค้านเต็มที่
แต่ถ้าเป็นเรื่องนโยบายที่เป็นผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน นอกจากจะสนับสนุนกฎหมายหลายฉบับแล้ว ยังเสนอแนะไปตั้งหลายเรื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่เคยได้ยินเลยในยุคที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน”
สำหรับงานในเชิงสังคม ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเสริมสร้างบรรยากาศการปรองดอง การส่งเสริมรณรงค์ให้ประชาชนรักเคารพสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น นายอภิสิทธิ์มองว่ารัฐบาลมีจุดยืนที่ไม่ชัดเจน ในขณะที่มีคนในรัฐบาลออกมาแสดงทิศทางอย่างที่มันควรจะเป็น แต่กลับมีคนในแวดวงเดียวกันออกมาเดินไปในอีกทิศทาง
“คือมีปัญหาพื้นฐานในขณะนี้ว่ารัฐบาลมีจุดยืนอย่างไรแน่ เพราะฉะนั้นเวลาที่มีการจุดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง อย่างเช่นเรื่องมาตรา 112 ก็ดี หรือเรื่องการเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงก็ดี จะเห็นได้ว่าในทางสาธารณะก็จะต้องมีคนในรัฐบาลมาแสดงออกในทิศทางที่มันควรจะเป็น แต่ในทางปฏิบัติก็ปล่อยปละให้กับคนที่อยู่ในแวดวง หรือคุ้นเคยกับตนเองเดินไปอีกคนละแนวเลย
ในที่สุดแล้วจากเดิมซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเคยยอมรับว่าเหตุด้วยว่าการไปขยายเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม วันนี้กลับกลายเป็นว่ากลไกราชการกำลังไปรองรับการเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงในหลายพื้นที่อย่างที่เราเห็น คนเป็นรัฐมนตรีหรือคนที่กำลังอยากจะเป็นรัฐมนตรีก็ไปปราศรัยเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงกันอย่างไม่จบไม่สิ้น แม้แต่ในพื้นที่ซึ่งมีความละเอียดอ่อนเรื่องความขัดแย้งอยู่แล้วเช่นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้”
“9 เดือนนะครับ ผมคิดว่ามันก็ถ้าบอกว่าอายุรัฐบาล 4 ปีนั้น ก็ยังไม่ถึง 1 ใน 4 ผมว่าก็เป็นโอกาสดี รัฐบาลก็ไปทบทวนตนเอง ปรับปรุงแก้ไขเสียครับ”
มีนโยบายอย่างน้อย 2 นโยบายที่มีการขีดเส้นชัดเจน คือ นโยบายปราบปรามยาเสพติดให้หมดไปภายใน 12 เดือน และ นโยบายแก้ปัญหาความยากจนให้หมดไปภายใน 4 ปีนั้น นายอภิสิทธิ์มองว่า เรื่องการแก้ปัญหาเรื่องความยากจนนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะตัวนายกฯ เอง ก็ระบุว่าขณะนี้เงินในกระเป๋าลดลง ส่วนเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติดนั้น น่าสนใจว่าเหตุใดยิ่งจับกุม ยิ่งพบว่ามีการกระทำผิดเพิ่มขึ้น และเห็นว่าลำพังการปราบปรามเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องทำด้านป้องกันควบคู่ไปด้วย
“เรื่องความยากจนไม่ต้องพูดถึงอยู่แล้ว ถ้ารัฐบาลตัวนายกฯ บอกเงินในกระเป๋าก็ลดลงนั้น ก็ไม่ได้แปลว่าการแก้ปัญหาความยากจนมันประสบความสำเร็จ ส่วนยาเสพติดนั้น ผมยอมรับว่าข่าวเรื่องยาเสพติดในการจับกุมอะไรเยอะเหลือเกิน ซึ่งก็ผมก็ต้องเห็นความเอาจริง เอาจัง แต่ว่าตอนแรก ๆ พอเห็นข่าวการจับกุมอะไรต่าง ๆ คนก็มีความหวังขึ้นมา สงสัยมันจะดำเนินการได้ตามเป้าหมาย แต่ว่าตอนนี้ทำไปทำมา คนกลับมีความรู้สึกว่า เอ๊ะ ทำไมยิ่งจับ มันยิ่งจับได้เพิ่ม หรืออะไรอย่างนั้น ก็น่าสนใจครับว่า ในที่สุดแล้วแนวทางนี้มันจะไปได้แค่ไหน เพราะว่าผมก็ยืนยันมาตลอดนะครับว่า การปราบปรามจำเป็นแต่ว่าไม่เพียงพอ ถ้าจะปราบปรามยาเสพติดหรือว่าถ้าจะขจัดยาเสพติดแล้ว ลำพังการปราบปรามอย่างเดียวมันไม่สามารถเป็นคำตอบสุดท้ายที่ยั่งยืนได้ งานทางด้านป้องกัน งานทางด้านอื่น ๆ จำเป็นจำต้องทำมากขึ้น แล้วก็มันก็จะควบคู่แล้วโยงมาถึงเรื่องเศรษฐกิจด้วย เพราะว่าถ้าเศรษฐกิจไม่ดี โอกาสที่คนจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็จะมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมองในแง่ของผู้ค้าหรือผู้เสพ”
เกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาลในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีบางนโยบายยังไม่ได้เริ่มหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าตนไม่ทราบ และตอบแทนรัฐบาลไม่ได้ แต่ถ้ารัฐบาลทุ่มเท สติปัญหา กำลัง และเวลาทำแต่นโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเหมือนกับช่วยแก้ปัญหาให้กับพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว คงจะเห็นประเทศมีความก้าวหน้าชัดเจนกว่านี้
“ไม่ทราบได้นะครับ ผมก็ตอบแทนรัฐบาลไม่ได้ แต่ว่าอย่างที่ผมย้ำครับว่า ถ้ารัฐบาลจะทุ่มเทความคิด กำลัง ทุกเรื่อง สติปัญญา กำลัง เวลา ทำในนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เหมือนกับที่กำลังทำที่กำลังทำที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับคุณทักษิณ ก็คงจะเห็นความก้าวหน้าชัดเจน แต่วันนี้กลับไม่ใช่ เรื่องที่เป็นนโยบายที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนั้นไม่ได้เอาจริงเอาจัง ไม่ได้เคลื่อนอย่างเป็นระบบ เหมือนกับเรื่องของคุณทักษิณ”
ส่วนคำถามที่ว่าอะไรคือสิ่งที่ 9 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ทำแล้วประสบความสำเร็จ และพอจะอ้างเป็นผลงานได้นั้น นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล บางเรื่องที่ดำเนินการไปนั้นเป็นเพียงการลงมือทำเพียงบางส่วน และยังไม่เป็นไปตามสัญญา เช่นการปรับค่าแรง 300 บาท ใน 7 จังหวัด แต่ตนอยากตำหนิรัฐบาลคือว่า แม้จะเป็นการเริ่มต้นนโยบาย แต่ถ้าไม่ระมัดระวัง และมีมาตรการรองรับ สุดท้ายแทนที่จะทำให้เกิดการปรับค่าแรงเป็น 300 บาท กลับจะทำให้เกิดการตกงานเพิ่มขึ้น
“ผมคิดว่าเพื่อความเป็นธรรม บางเรื่องก็ได้ดำเนินไปแต่เพียงว่ามันบางส่วน มันไม่ได้เป็นไปตามสัญญา การขยับค่าแรงขึ้นใน 7 จังหวัดอย่างน้อยก็เป็นการปฏิบัติตามสิ่งที่เป็นเป้าหมายที่ประกาศไว้ แม้ว่าจะไม่เหมือนกับตอนที่ประกาศ ทุกคนเข้าใจว่าทันทีทุกแห่ง แต่ว่ามาช้า และมาไม่ทั่วถึง แต่ก็อย่างน้อยก็เป็นการขยับไป เพียงแต่ที่ผมตำหนิก็คือว่า คนที่ได้รับผลกระทบในทางลบแล้วก็ถ้าไม่ระมัดระวังทำแบบไม่มีมาตรการรองรับ สุดท้ายก็จะมีการปลดคนออกจากงาน คนที่เคยได้ 200 กว่าบาท แทนที่จะได้ 300 บาท ก็เลยไม่มีอาชีพเสียอีก มันก็ไม่ได้ผล แต่ว่าเรื่องนี้ก็อย่างน้อยก็มีการดำเนินการไป”
“ผมว่าขณะนี้ก็คือทิศทางการบริหารเศรษฐกิจ เพราะว่าแม้แต่ที่เป็นความสำเร็จเช่นการที่บางคนได้รับค่าแรง 300 หรือค่าแรงเพิ่มขึ้นไป แต่ถ้าภาวะเศรษฐกิจอยู่ภายใต้ความเสี่ยง ความไม่แน่นอนจากความผิดพลาดในการบริหารนโยบายอย่างนี้ ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตข้างหน้า หรือในระยะยาวความเป็นอยู่จะดีขึ้น”
ส่วนที่นายอภิสิทธิ์จะให้คะแนนการทำงานของรัฐบาลในช่วง 9 เดือนเท่าไหร่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขอให้ติดตามชมการอภิปรายงบประมาณในวันที่ 21 พ.ค.นี้
“ผมไม่ค่อยอยากให้เป็นคะแนนหรอกครับ เอาอย่างนี้ดีกว่า วันอภิปรายงบประมาณ วันที่ 21 พ.ค. ผมก็จะได้อภิปรายโดยอิงกับนโยบายของรัฐบาล ก็จะประเมินให้เห็นเลยครับว่าเรื่องไหนผ่าน เรื่องไหนตก เรื่องไหนทำ เรื่องไหนไม่ได้ทำ เสร็จแล้วเดือนสิงหาคม เปิดสมัยประชุมสามัญ รัฐบาลจะต้องแถลงการดำเนินงานตามรัฐธรรมนูญครบรอบ 1 ปี แล้วก็คงจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย ก็รอฟังตอนนั้นดีกว่าครับ”
ส่วนการประเมินบทบาทของตนเองในฐานะฝ่ายค้านนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนยืนยันว่าฝ่ายค้านทำเต็มที่ และยอมรับว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ยังปรับปรุงได้อีก และยังต้องทำงานหนักมากขึ้นเพราะมีปัญหามากขึ้น และมีเรื่องราวสลับซับซ้อนมากขึ้น
“ผมก็ยืนยันว่าทำเต็มที่นะครับ แล้วก็ยอมรับเช่นเดียวกันว่า แม้จะทำเต็มที่หลายเรื่องก็ยังปรับปรุงได้ แล้วก็ยังจะต้องทำงานกันหนักมากขึ้น เพราะว่าปัญหาก็มีมากขึ้น ความสลับซับซ้อนของเรื่องราวต่าง ๆ ก็มีมากขึ้น เพราะฉะนั้นเราเองก็จะต้องมีการปรับปรุงการทำงานเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าก็ต้องบอกครับว่ายุคนี้ก็เหมือนกับยุคเวลาคุณทักษิณเป็นนายกฯ คนเป็นฝ่ายค้านก็ทำงานไม่ง่ายนัก เพราะว่าถูกปิดกั้น หรือว่าถูกสกัดหลายช่องทางเหมือนกัน”
“ต้องเกาะติดหลาย ๆ เรื่องมากกว่านี้ เพราะว่าต้องยอมรับว่าหลายเรื่องนั้น เราได้มีการพูดทักท้วงในเชิงหลักการแต่ว่าพอมันมีการดำเนินการต่อไปในรายละเอียดในทางปฏิบัติแล้วมันมีผลกระทบ บางครั้งก็ยังควรจะติดตามให้ละเอียดมากกว่านี้ ซึ่งก็จะมีการปรับปรุงในเรื่องนี้ครับ เช่นเราจะติดตามเรื่องความล้มเหลวที่มาจากเรื่องของนโยบายจำนำพืชผล ก็คงต้องเอาข้อมูลที่ลึกกว่านี้ออกมา อย่างนี้เป็นต้น”
Comments
ความผิดบางอย่างอภัยได้
ความผิดบางอย่างอภัยได้ บางอย่างอภัยไม่ได้ พระกินข้าวเย็น ปรงอาบัติแล้ว ก็เป็นพระต่อได้ แต่ถ้าพระเสพเมถุน ปรงอาบัติอย่างไรก็ขาดจากความเป็นพระ สำหรับผม ผู้นำประเทศที่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจ กับการสั่งฆ่าประชาชน เขาปราชิกทางการเมืองไปแล้ว
ไม่เป็นไรเพราะประชาชนส่วนใหญ่
ไม่เป็นไรเพราะประชาชนส่วนใหญ่เขาประเมินไม่เหมือนหัวหน้าฝ่ายแค้น ดูเหมือนนายกฯเงาไม่กล้าพูดเรื่องผลงานปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลนี้เลย ที่สามารถสืบถึงต้นตอสารตั้งต้นผลิตยาบ้าได้เป็นครั้งแรกว่าแท้ที่จริงพวกมีการศึกษาสูงอย่างผ.อ.โรงพยาบาล เภสัช ร่วมกันกระทำชั่วช้าสามานย์แค่ไหน หากรัฐบาลยังเป็นปชป ความจริงพวกนี้จะไม่มีวันถูกเปิดเผย การกวาดล้างคุก ก็จะไม่มีวันริเริ่มทำได้ เพราะพรรคนี้มันกลัวพวกมาเฟียค้ายา มันไม่กล้าคิดกล้าทำอะไร นอกจากกล้า.....ประชาชนเท่านั้นจนมี91ศพให้เห็นกันเป็นการทำลายสถิติการเสียชีวิตจากการปราบปรามของรัฐบาล นี่ล่าสุดยังกล้าออกหมายจับนักค้ายาเสพติดตัวพ่อคนแล้วคนเล่า หากพรรคปชป เป็นรัฐบาล นึกไม่ออกเลยว่าประเทศจะมีสถานการณ์อย่างไร คงได้แต่ความเงียบสงบแต่ผิวหน้า แต่เนื้อในมีแต่ความสกปรกของสังคมที่มีแต่ยาเสพติด
บางเรื่องของนโยบายรัฐบาลแม้นไม่สำเร็จ100% แต่ก็เห็นว่าเขากำลังพยายามที่จะดำเนินการไปสู่เป้าหมายอยู่ ไม่เหมือนพรรคการเมืองที่คิดอะไรไม่ออก ทำอะไรดีๆให้ประชาชนไม่เป็น ดีแต่พูด ดีแต่คอยดิสเครดิตประเทศไปวันๆ
ตลอด 2ปีกว่าๆ
ตลอด 2ปีกว่าๆ ที่มึงไอ้มาร์คมาบริหารประเทศด้วยวิธีพิเศษ มึงมีแต่สร้างโจทย์ให้ประเทศและประชาชน มึงยังมีหน้ามาว่ารัฐบาลปัจุบัน ที่มาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ว่าไม่ตอบโจทย์ จากการที่มึงและพวกมึงได้สร้างโจทย์ทิ้งเอา ตั้งแต่ปลุกปั่นผู้คนออกมาเล่นการเมืองข้างถนนรวมหัวกับพวกพันธมารเป็นกลุ่มแรกก่อน จนลุกลามมาถึงปัจจุบัน ผลพวงที่เกิดจากพวกมึงทำไว้ แล้วยังมีหน้ามาสะเออะเที่ยวสอนเที่ยวติเค้าอีก มึงไปดูตัวมึงไป "ไอ้ฆาตกร ไอ้เลือดเย็น ไอ้อยากได้อำนาจแบบอะไรก็ได้ขอให้กูได้ ถุยยย!!!
ประชาไท ลงข่าวนี้
ประชาไท ลงข่าวนี้ 'แบบล่อเป้า'
กะให้ 'เหล่าแฟนคลับ' ระบายความเครียด โดยการถล่ม ปชป. เล่น
หลังจากโดน 'เพื่อไทย' ขัดใจหลายเรื่อง
ฮา....
เออค่อยสบายใจหน่อย......
เออค่อยสบายใจหน่อย...... เพราะที่ผ่านมา สิ่งไหนนู๋มาร์คบอกว่าดี เจ๊งไม่เป็นท่าแทบทุกเรื่อง แต่เรื่องไหนที่นู๋มาร์คบอกไม่ดี ให้เดินหน้าเต็มสูบได้เลย เพราะนั่นคือคำตอบประเทศไทย ยกตัวอย่าง 30 บาทรักษาทุกโรค ที่มาร์คก็เถียงคอเป็นเอ็น ว่าทำไม่ได้ จะทำให้โรงบาลเจ๊ง หมอพญาบาลต้องตกงาน ต้องไปขอทานกิน แต่พอทำจริงๆ ทั้งหมอพยาบาลล้วนอู้ฟู่ ประชาชนล้วนได้รับการยกระดับการรักษา ไม่เห็นจะเป็นอย่างที่มาร์คว่าสักหน่อย
ไม่ทราบจริงๆว่า...ทำไมบ้านนี้
ไม่ทราบจริงๆว่า...ทำไมบ้านนี้เมืองนี้ ยังมีกลุ่มคนบางกลุ่มบางเหล่า ยังสนับสนุนให้คนที่สั่งปราบปรามประชาชนที่มาเรียกร้องทางการเมืองล้มตายและบาดเจ็บจำนวนมาก มาเป็นผู้นำของประเทศอีก...
[Quote:15,000
[Quote:15,000 ที่บอกว่าเป็นเงินเดือนปริญญาตรี สุดท้ายกลายเป็นเรื่องของการไปเพิ่มเงินช่วงในเรื่องค่าครองชีพสำหรับข้าราชการ แล้วก็ลูกจ้างของภาคราชการเท่านั้น และให้เฉพาะคนที่จบปริญญา ความจริงเวลาเขาช่วยกันเรื่องค่าครองชีพนั้น เขาจะต้องช่วยเท่า ๆ กันทุกคนนะครับ]
ช่วยเท่าๆกันเลยเหรอครับดีจัง ก็รู้จักพูดเป็นเนาะ ทีเงิน 2000 บาทที่คุณแจกมีอีกกี่ล้านคนไม่ได้รับอ่ะ
อ๋อโทษทีครับมันเป็นคนละสถานะกานกัน อ้อ! เดี๋ยวๆครับ เกือบลืม ถึงมันจะล้าหลังไปมากแล้ว แต่ขอถามหน่อยนะ คำถามนี้จะได้ทิ้งไปจากใจซะที จะได้ไม่ค้างคาอีกแล้วและจะไม่นึกถึงอีกแล้ว ถามคุณอภิสิทธิ์เกี่ยวกับ "กดเหล็ก 9 ข้อที่ท่านบันหยัดขึ้น ข้อที่มีใจความว่า- ความรับผิดชอบทางการเมืองต้องมาก่อนความรับผิดชอบทางกฏหมาย ข้อนี้ไม่ได้ใช้กับคุณอภิสิทธิ์ใช่ไหมครับ เพราะผมเห็นว่า(หลายพันล้านคนคงเห็นเหมือนกับผม) การสั่งปราบปรามประชาชนจนมีคนล้มตายเป็นจำนวนมากมาย เป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่มีการสลายการชุมนุมทางการเมือง ผู้ที่เป็นนายกต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง ถึงแม้ตัวเองจะเชื่อว่าไม่ได้ทำผิดกฏหมายก็ตาม แต่คุณไม่เคยแม้แต่จะคิดรับผิดชอบใดๆเลย หรือกดเหล็กที่ตั้งขึ้นเพื่อทำให้ตัวดูดีเท่านั้นไม่ได้จิงจังอะไร หรือคุณอภิสิทธ์คิดว่าการกระทำแบบนี้ไม่ต้องมีความรับผิดชอบทางการเมือง? " โอ้ววววว สบายใจละ
ในบทความนี้อ่านแล้วคอนเฟิร์มลงไปอีกว่า "ดีแต่พูด" และสอนคนอื่นวิจารณ์คนอื่นทำได้ดีมากๆ แต่ถึงเวลาตัวเองเป็นรัฐบาลไม่เห็นจะทำได้อย่างแนวคิดที่ตัววิจารสักอย่าง คนอย่างคุณอภิสิทธิ์ ควรเป็นนักวิจารณ์ จะดีกับตัวท่านมากกว่าให้ท่านทำเอง เพราะถ้าให้ลงมือเป็นรัฐบาลเองสิ่งที่วิจารณ์ คนอื่นมันเข้าตัวเองหมดเลย ทำให้ไม่มีราคา
กุ ขอ confirm 2ปี 7 เดือน
กุ ขอ confirm 2ปี 7 เดือน รัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่ตอบโจทย์ประเทศไทย
แช่ม wrote:ประชาไท ลงข่าวนี้
[quote=แช่ม]ประชาไท ลงข่าวนี้ 'แบบล่อเป้า'
กะให้ 'เหล่าแฟนคลับ' ระบายความเครียด โดยการถล่ม ปชป. เล่น
หลังจากโดน 'เพื่อไทย' ขัดใจหลายเรื่อง
ฮา....[/quote]
-มึงจะเชียร์อภิสิทธิ์ก็เชียร์ไป คนอื่นเขาจะด่ามันมันก็เรื่องของเขาไอ้นักกฎหมา
ถ้าเก้าเดือนนี้พวกขี้ข้าเผด็จ
ถ้าเก้าเดือนนี้พวกขี้ข้าเผด็จการตีค่ารัฐบาลปัจจุบันทำงานไม่ได้เรื่อง แล้วไอ้สองปีห่วยๆ ที่ผ่านมา บ้านเมืองต้องเรียกว่าฉิบหายป่นปี้ได้ไหมไอ้หมีหน้าฮ้ากกกกกกกกกก ดีแต่เห่า เกิดมาเพื่อเห่า สิ่งมีชีวิตอัปรีย์แห่งศตวรรษ
แช่ม wrote:ประชาไท ลงข่าวนี้
[quote=แช่ม]ประชาไท ลงข่าวนี้ 'แบบล่อเป้า'
กะให้ 'เหล่าแฟนคลับ' ระบายความเครียด โดยการถล่ม ปชป. เล่น
หลังจากโดน 'เพื่อไทย' ขัดใจหลายเรื่อง
ฮา....[/quote]
ประชาไท ลงข่าวนี้ 'แบบล่อเป้า'
เจ๊ แช่ม แมงสาบขาประจำประชาไทก็เลยอดไม่ได้ต้องลงโพส แบบเรียกแขก (ตีนตบ)ชาวเสื้อแดงแด้งๆๆแดงๆๆๆ ถ้าขาดแมลงสาบไปบอร์ดมันจืดเชือด อะนะ..คิกๆ
อภิสิทธิ์ประเมิน 9
อภิสิทธิ์ประเมิน 9 เดือนรัฐบาล ไม่ตอบโจทย์ประเทศไทย
...มาร์คคงยังไม่หายมึนนน..เมื่อเดือน9ก่อน ประชาชนทั้งประเทศสามัคคีจัดเต็มช่วยกันตอบโจทย์ให้รัฐบาลมาร์ค-เมือก เด็กดีของป๋าที่ส่งสไนเปอร์ยิงหัวประชาชนมือเปล่าตายเกือบร้อยศพ..แค่ขอให้มาร์คยุบสภา...
คำตอบที่ทำให้....เมือกต้องไปขุดรูอยู่ ส่วนมาร์คโพเดี้ยมต้องกระเด็นจากทำเนียบมาเป็นฝ่ายแค้นยืนน้ำลายยืดเกาะริมรั้วคอยเห่าคอยกัดคอยเห่ารัฐบาลปู ไงละน้อง...
.ไม่สำคัญว่าใครจะตอบโจทย์ประเทศไทย เพราะคงสู้ประชาชนทั้งประเทศช่วยกันตอบโจทย์บ่ได้..จิงมะ..ต้องเป็นฝ่ายแค้นรออีก3ปีกั่วๆคิดแว้วมันเจ็บกระดองใจจิงมะมาร์ค....(ก๊ากกก)
โธ่...นายโมฆบุรุษนามว่า"อึปรส
โธ่...นายโมฆบุรุษนามว่า"อึปรสิต เลือดประชาชีว๊าา"
มีนิคเนมว่า"ม๊ากกระสัน ฟันเก ทำเท่ไปวันๆ"
คนอย่างนายน่ะ มันต้องเรียกว่า"ปรสิตสังคม"
ถ้าบอกว่า 9
ถ้าบอกว่า 9 เดือนไม่ตอบโจทย์ประเทศไทย 2 ปีกว่าที่ผ่านมาจะว่าตอบโจทย์เลย ตีความอ่านโจทย์ยัวไม่ออกเลย สำรวจตัวเองเสียใหม่แล้วค่อย ๆวิเคราะห์ วิจารณ์คนอื่นเขา
eden
[quote=eden]ความผิดบางอย่างอภัยได้ บางอย่างอภัยไม่ได้ พระกินข้าวเย็น ปรงอาบัติแล้ว ก็เป็นพระต่อได้ แต่ถ้าพระเสพเมถุน ปรงอาบัติอย่างไรก็ขาดจากความเป็นพระ สำหรับผม ผู้นำประเทศที่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจ กับการสั่งฆ่าประชาชน เขาปราชิกทางการเมืองไปแล้ว[/quote]
เห็นด้วยครับท่าน สาธุ
เราชาว "ประชาไท" เห็นใจ
เราชาว "ประชาไท" เห็นใจ ลุงแช่ม จังเลย โดนตรีนตบเข้าอีกตามเคยต้องไปขอยาจากหนูมาร์กมาทากันฟกช้ำหน่อยน่ะ
แช่ม.. ชื่นใจ..
แช่ม.. ชื่นใจ.. ฮ่ะ..ฮ่ะ..ฮ่ะ.. มว๊ากกกก...