วีรพัฒน์ ปริยวงศ์: อากง is dead, long live อากง (?)
‘อากง’ ที่ตายแล้ว คือ ‘นายอำพล’ แต่ ‘อากง’ ที่ยังไม่ตาย คือ ‘เหยื่ออยุติธรรม’ อีกหลายราย ในสังคมไทย
คำถามที่ต้องไม่ลืม คือ เมื่อ ‘อากง’ ตายแล้ว ‘อากง’ อื่นจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้หรือไม่ ?
ผู้เขียนขอชักชวนทุกฝ่าย ทั้งที่ เป็นทุกข์ เป็นสุข ปล่อยวาง หรือ ไร้ความรู้สึก ต่อทั้ง ‘อากง’ ที่ตายแล้ว และทั้ง ‘อากง’ ที่อาจกำลังจะตาย ให้ช่วยกันคิดถึงประเด็นต่อไปนี้ร่วมกัน
* * *
1. ภาพ ‘อากง’ ไม่ได้แบนราบ และไม่ได้ฉาบด้วยสีเดียว
ในทางตรงกันข้าม ผู้นั้น อาจเพียงอาจไม่พอใจกับ ‘ความอยุติธรรม’ ที่เกิดขึ้น ซึ่งความอยุติธรรมนั้น อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับ มาตรา 112 เลยก็เป็นได้
บางคน อาจไม่ได้รู้สึกอะไรมากไปกว่า ‘สงสาร’ หรือ ‘เห็นใจ’ ชาวไทยคนหนึ่งที่เจ็บป่วยและชรา แล้วต้องมาตายในคุกในขณะสู้คดี และสังเวชกับชะตากรรมของคนไทย ที่แม้จะอยู่ในประเทศที่มีโรงพยาบาลและสปาที่หรูหราขึ้นชื่อมากที่สุดของโลก แต่คนไทยหลายคนเมื่อชราเจ็บป่วย กลับไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอ ไม่ว่าจะในคุก หรือนอกคุก
บางคน อาจไม่ติดใจอะไรเลยกับ มาตรา 112 (อาจสนับสนุนการคงมาตรา 112 ไว้เสียด้วยซ้ำ) แต่ที่เศร้า ก็เพราะเศร้ากับปัญหาการตีความ ‘สิทธิการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว’ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 40 (7) ว่าหลักประกันขั้นพื้นฐานในรัฐธรรมนูญของประชาชน ได้ถูกลดค่าให้เป็นเพียงข้อยกเว้นในกฎหมายลำดับรองที่ครอบครองโดยดุลพินิจตุลาการหรือไม่ ?
ยิ่งไปกว่านั้น บางคนอาจอาลัย ‘อากง’ เพราะเศร้าเสียดายจังหวะจุดเปลี่ยนของสังคม โดยรอลุ้นว่าหากคดีอากงไปถึงศาลฎีกา บรรดาผู้พิพากษาจะใช้โอกาสนี้ตีความ มาตรา 112 ให้หลักแหลม ลึกซึ้ง แยบยล และสอดคล้องกับยุคสมัยมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อนำความยุติธรรมกลับคืนมาสู่สังคม และบรรเทาความลำบากพระราชหฤทัยที่บรรดาตุลาการล้วนทราบชัดแจ้งตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค. 2548 เป็นต้นมา โดยไม่ต้องไปแก้ไขหรือยกเลิก มาตรา 112 เลยได้หรือไม่ ?
(ผู้เขียนเองเคยตั้งคำถามเกี่ยวกับแนวทางการยกเลิกแก้ไข มาตรา 112 ที่นิติราษฎร์ คิด และ ครก. 112 ดำเนินการว่า ถูกต้องและรอบคอบดีแล้วหรือไม่ พร้อมเสนอแนวคิดทางเลือกให้ ‘สถาบันตุลาการ’ ทำหน้าที่แก้ไขปัญหาของสังคมโดยการวางหลักการตีความ มาตรา 112 เสียใหม่ให้สมเจตนารมณ์ รายละเอียดโปรดดูที่ http://on.fb.me/ISKAWY)
ดังนั้น เมื่อความเศร้าต่อ ‘อากง’ คือ ความสลดต่อความอยุติธรรม และเมื่อความอยุติธรรม ไม่ได้แบนราบ และไม่ได้ฉาบด้วยสีเดียว เราจึงต้องคิดกันให้หนักว่า จะทำอย่างไร ไม่ให้ใครหลงคิดไปว่า ผู้ที่เศร้าต่อ ‘อากง’ คือผู้ผูกขาดร่างทรงของความดีงามหรือความชั่วร้ายของ มาตรา 112 หรือเรื่องอื่นเรื่องใดเพียงเรื่องเดียวเสมอไป
2. ผู้ที่ห่วงใย ‘อากง’ ต้องมองให้ไกลไปกว่า ครก. 112 หรือ มาตรา 112
ผู้เขียนจะไม่ขอกล่าวซ้ำถึงความล้มเหลวของรัฐบาล พรรคการเมือง และผู้พิพากษาอีก แต่จะขอชักชวนให้เราช่วยกันคิดถึงหน่วยงานที่มีความสำคัญต่อกรณี ‘อากง’ ไม่น้อย แต่อาจถูกกล่าวถึงน้อยไปหน่อย ซึ่งก็คือ ‘คู่แฝดที่ยังไม่ทันเกิด’ ของ ‘คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย’ ที่มีชื่อว่า ‘คณะกรรมการปฏิรูปและพัฒนากระบวนการยุติธรรมแห่งชาติ’
คณะกรรมการดังกล่าว เป็นกลไกสำคัญที่ถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 81 (4) ซึ่งมาตรา 303 ของรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้รัฐบาลของคุณสมัครผู้ล่วงลับต้องตั้งให้มาปฎิรูป ‘กระบวนการยุติธรรม’ ไปตั้งแต่หลายปีที่แล้ว แต่เสียดายคุณสมัครกลับถูก ‘กระบวนการยุติธรรม’ พลิกพจนานุกรมปฏิรูปไปเสียก่อน และรัฐบาลชุดต่อมา ก็ยังตั้งไม่สำเร็จ
‘คณะกรรมการปฏิรูปและพัฒนากระบวนการยุติธรรมแห่งชาติ’ ที่ว่า หากตั้งสำเร็จแล้ว ย่อมมีบทบาทสำคัญในการเสนอแผนการเพื่อตอบคำถามสำคัญเกี่ยวกับเรื่อง ‘อากง’ อาทิ การพิสูจน์พยานหลักฐานในศาลไทยเป็นธรรมหรือไม่ เหตุใดจำเลยหลายรายจึงไม่ได้รับการประกันตัวไปรักษาอาการเจ็บป่วย และรัฐจะดำเนินการช่วยเหลือ ‘อากง’ คนอื่นๆ ให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างไร เป็นต้น
สิ่งที่น่าคิดก็คือ ขณะนี้การตั้งคณะกรรมการดังกล่าวยังเป็นเรื่องที่ค้างอยู่ในสภา (โปรดดู http://bit.ly/KNZmew) จึงน่าคิดต่อว่า ที่มา โครงสร้าง อำนาจหน้าที่ และวิธีการทำงานของคณะกรรมการที่ว่านั้น จะเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ห่วงใยหรือเศร้าใจต่อกรณี ‘อากง’ ได้มีส่วนร่วมในการปฏิรูปอย่างแท้จริงหรือไม่ หรือคณะกรรมการที่ว่าจะเป็นเพียงท่านผู้ใหญ่กลุ่มเดิมที่เคยได้แต่มอง ‘อากง’ มา แล้วก็ไป ?
3. โปรดอย่าลืมนึกถึง ‘อากง’ ในวันเลือกตั้ง
เป็นไปได้หรือไม่ ที่รัฐธรรมนูญจะเพิ่มบทบัญญัติที่คุ้มครองพวกเราว่า บุคคลไม่อาจถูกจำคุกได้ด้วยเหตุที่ใช้เสรีภาพแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบุคคลที่ใช้อำนาจสาธารณะในเรื่องการใช้อำนาจที่กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ว่าในกรณีใด?
(เลิกเสียเถิด นักการเมือง หรือ แม้แต่ตุลาการ ที่ฟ้องคดีแล้วใช้โทษอาญามาบีบบังคับให้ผู้อื่นลงโฆษณาขอขมาต่อตน ทั้งที่เรื่องที่ตนถูกกล่าวหาก็เป็นเรื่องที่สังคมควรได้วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเต็มที่ และตนกลับไม่เคยคิดจะแถลงชี้แจงหรือตอบคำถามให้ชัดเจน)
เป็นไปได้หรือไม่ ที่รัฐธรรมนูญจะมีมาตรการกำหนดให้ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ต้องนำกฎหมายทั้งหมดที่ตราขึ้นโดยผู้กระทำรัฐประหารในอดีตมาทบทวน ยกเลิก หรือแก้ไขอย่างเป็นระบบ ?
เป็นไปได้หรือไม่ ที่รัฐธรรมนูญจะมีมาตรการกำหนดให้ฝ่ายตุลาการต้องร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปฏิรูประบบยุติธรรม ต้องร่วมสำรวจปัญหา และร่วมเสนอแนวทางแก้ไข มิใช่ก้มมองกรรมการปฏิรูปแต่ละชุดแล้วเปล่งร้องความเป็นอิสระจากหอคอยที่นับวันประชาชนปีนถึงยากขึ้นเรื่อยๆ ?
* * *
หากกระแสความเศร้าใจต่อ ‘อากง’ ในวันนี้ ถูกนำเสนออย่างแบนราบไปในโทนเดียว ว่าเป็นเรื่องของคนที่ทุกข์อยู่กลุ่มเดียว ในวาระเดียว และก็ถูกตอบโต้ไปมาเช่นนี้ต่อไป น่ากังวลเหลือเกินว่า ‘อากง’ ทั้งหลายที่ยังไม่ตาย ก็คงจะต้องตายตาม ‘อากง’ ไปในเร็ววัน
อากง is dead, long live อากง (?)
Comments
ก่อนจะมองให้ไกลกว่าม.112
ก่อนจะมองให้ไกลกว่าม.112 คุณก็ต้องมองม.112 ก่อน ถ้าคุณไม่มองม.112 ก็ไม่ต้องเคลือบน้ำตาลว่า"ชื่นชมความดีของ ครก. 112 ในฐานะผู้ที่ช่วยให้ประชาชนมีโอกาสมีส่วนร่วมทางการเมือง แต่เมื่อบัดนี้ระยะเวลา 112 วัน ของการรวบรวมรายชื่อเพื่อเข้าชื่อเสนอกฎหมายแก้ไข มาตรา 112 ได้ผ่านไปแล้ว และยังไม่ชัดเจนว่าการดำเนินการจะสิ้นสุดลงอย่างไร" เพราะกระบวนการนี้ยังไม่จบ รวบรวมได้แล้วก็มีขั้นต่อไปอีก
ดิฉันสังเกตบทความคุณมาหลายบทความแล้ว คุณมักเคลือบน้ำตาลแต่สาระคือคุณต้องการคัดค้านสิ่งที่คุณเคลือบน้ำตาล คุณจะคัดค้านก็คัดค้านมาเลยค่ะ คนอ่านประชาไทไม่ไร้เดียงสาแบบเด็กๆที่ต้องเอาขนมมาล่อ
จะไปหาความยุติธรรมอะไรจากรัฐธรรมนูญใหม่ถ้ากระดูกสันหลังของ"รัฐธรรมนูญกึ่งรัฐศาสนา"อย่างม. 112 ยังยืนยงคงกระพัน !?!
กรณี อากง ถ้าจะเอาไปเป็นบริบท
กรณี อากง ถ้าจะเอาไปเป็นบริบท เพื่อปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมไทยทั้งระบบนั้น
ผมเห็นด้วยครับ.......แต่ในแง่ที่ คมชัดลึกกว้างกว่าแค่กรณี มาตรา๑๑๒มากนัก..
บริบทที่สังคมควรไตร่ตรองแก้ไขนั้น ผมว่า...
อยู่ที่กระบวนการอำนวยความยุติธรรมตั้งแต่ชั้นต้นยันกรมราชทัณฑ์ ในการดูแลผู้ต้องหาและนักโทษ ที่ป่วยเจ็บพิการระหว่างต้องคดี ซึ่งควรจะมีมาตรฐานเดียวกัน และเป็นมาตรฐานที่แม้เป็นการดูแลผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องโทษ แต่ก็ให้สิทธิความเป็นมนุษย์เทียบเท่ากับประชาชนทั่วไปจะพึงมีที่จะรักษาพยาบาลความเจ็บไข้ได้ป่วยของตน...
ตัวอย่างง่ายๆ...โรงพยาบาลคุกนั้นต้องไม่ปิดเสาร์อาทิตย์ เปิดยิ่สิบสี่ชั่วโมงเช่นเดียวกับโรงพยาบาลของรัฐทั่วไป และต้องมีบุคคลากรทางการแพทย์และอุปกรณ์รักษาพยาบาลในระดับที่เพียงพอในการดูแลผู้ต้องขังของแต่ละเรือนจำได้....หากผุ้ป่วยมีอาการเกินืี่จะรับรักษา ก็ควรมีกระบวนการส่งตัวไปรักษาภายนอกที่เหมาะสมและมีความปลอดภัยป้องกันการหลบหนีเพียงพอ...
ส่วนในขั้นการสอบสวน และการพิจารณาคดีนั้น....หากศาลไม่อนุญาติให้ประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีร้ายแรงหรือเงื่อนไขอื่นใดก็ตาม......ก็ควรมีกฏเกณฑ์ระเบียบแน่ชัดว่า....
ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องขังเจ็บป่วยหรืออยู่ในกระบวนการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ......ก็ต้องถือว่าเป็นภาระหน้าที่ของหน่วยงานที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาหรือผู้ต้องขังไว้ ในการที่จะอำนวยการให้ขั้นตอนการรักษาพยาบาลนั้นได้ดำเนินการต่อไป ในระดับที่ประชาชนทั่วไปได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ......๓๐บาทรักษาทุกโรคทำนองนั้น........
อากง แกจะเป็นวีระบุรุษ หรือจะเป็นแค่เหยื่อแค่แพะ มันอยู่แค่มุมมองจากจุดยืนแนวระดับราบ ที่แตกต่างกันทางการเมือง.....
แต่ในมุมมองจาก อยู่บนผา ดูหมากัดกัน....
ผมว่า...ไหนๆจะตายสักคน ก็ใช้การตายให้เป็นประโยชน์ต่อ ชีวิตและสุขภาพของผุ้ต้องหาผู้ต้องขังรายอื่นๆทั้งปัจจุบันทั้งในอนาคต....น่าจะเป็นกุศลกว่า...
กรณี อากง ถ้าจะเอาไปเป็นบริบท
กรณี อากง ถ้าจะเอาไปเป็นบริบท เพื่อปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมไทยทั้งระบบนั้น
ผมเห็นด้วยครับ.......แต่ในแง่ที่ คมชัดลึกกว้างกว่าแค่กรณี มาตรา๑๑๒มากนัก..
บริบทที่สังคมควรไตร่ตรองแก้ไขนั้น ผมว่า...
อยู่ที่กระบวนการอำนวยความยุติธรรมตั้งแต่ชั้นต้นยันกรมราชทัณฑ์ ในการดูแลผู้ต้องหาและนักโทษ ที่ป่วยเจ็บพิการระหว่างต้องคดี ซึ่งควรจะมีมาตรฐานเดียวกัน และเป็นมาตรฐานที่แม้เป็นการดูแลผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องโทษ แต่ก็ให้สิทธิความเป็นมนุษย์เทียบเท่ากับประชาชนทั่วไปจะพึงมีที่จะรักษาพยาบาลความเจ็บไข้ได้ป่วยของตน...
ตัวอย่างง่ายๆ...โรงพยาบาลคุกนั้นต้องไม่ปิดเสาร์อาทิตย์ เปิดยิ่สิบสี่ชั่วโมงเช่นเดียวกับโรงพยาบาลของรัฐทั่วไป และต้องมีบุคคลากรทางการแพทย์และอุปกรณ์รักษาพยาบาลในระดับที่เพียงพอในการดูแลผู้ต้องขังของแต่ละเรือนจำได้....หากผุ้ป่วยมีอาการเกินืี่จะรับรักษา ก็ควรมีกระบวนการส่งตัวไปรักษาภายนอกที่เหมาะสมและมีความปลอดภัยป้องกันการหลบหนีเพียงพอ...
ส่วนในขั้นการสอบสวน และการพิจารณาคดีนั้น....หากศาลไม่อนุญาติให้ประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีร้ายแรงหรือเงื่อนไขอื่นใดก็ตาม......ก็ควรมีกฏเกณฑ์ระเบียบแน่ชัดว่า....
ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องขังเจ็บป่วยหรืออยู่ในกระบวนการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ......ก็ต้องถือว่าเป็นภาระหน้าที่ของหน่วยงานที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาหรือผู้ต้องขังไว้ ในการที่จะอำนวยการให้ขั้นตอนการรักษาพยาบาลนั้นได้ดำเนินการต่อไป ในระดับที่ประชาชนทั่วไปได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ......๓๐บาทรักษาทุกโรคทำนองนั้น........
อากง แกจะเป็นวีระบุรุษ หรือจะเป็นแค่เหยื่อแค่แพะ มันอยู่แค่มุมมองจากจุดยืนแนวระดับราบ ที่แตกต่างกันทางการเมือง.....
แต่ในมุมมองจาก อยู่บนผา ดูหมากัดกัน....
ผมว่า...ไหนๆจะตายสักคน ก็ใช้การตายให้เป็นประโยชน์ต่อ ชีวิตและสุขภาพของผุ้ต้องหาผู้ต้องขังรายอื่นๆทั้งปัจจุบันทั้งในอนาคต....น่าจะเป็นกุศลกว่า...
กานดา นาคน้อย
[quote=กานดา นาคน้อย]ก่อนจะมองให้ไกลกว่าม.112 คุณก็ต้องมองม.112 ก่อน ถ้าคุณไม่มองม.112 ก็ไม่ต้องเคลือบน้ำตาลว่า"ชื่นชมความดีของ ครก. 112 ในฐานะผู้ที่ช่วยให้ประชาชนมีโอกาสมีส่วนร่วมทางการเมือง แต่เมื่อบัดนี้ระยะเวลา 112 วัน ของการรวบรวมรายชื่อเพื่อเข้าชื่อเสนอกฎหมายแก้ไข มาตรา 112 ได้ผ่านไปแล้ว และยังไม่ชัดเจนว่าการดำเนินการจะสิ้นสุดลงอย่างไร" เพราะกระบวนการนี้ยังไม่จบ รวบรวมได้แล้วก็มีขั้นต่อไปอีก
ดิฉันสังเกตบทความคุณมาหลายบทความแล้ว คุณมักเคลือบน้ำตาลแต่สาระคือคุณต้องการคัดค้านสิ่งที่คุณเคลือบน้ำตาล คุณจะคัดค้านก็คัดค้านมาเลยค่ะ คนอ่านประชาไทไม่ไร้เดียงสาแบบเด็กๆที่ต้องเอาขนมมาล่อ
จะไปหาความยุติธรรมอะไรจากรัฐธรรมนูญใหม่ถ้ากระดูกสันหลังของ"รัฐธรรมนูญกึ่งรัฐศาสนา"อย่างม. 112 ยังยืนยงคงกระพัน !?![/quote]
ขอบคุณอาจารย์กานดาสำหรับความเห็นครับ ผมสนใจจะรับฟังต่อไปว่า คำว่าเคลือบน้ำตาลนั้นเป็นอย่างไร เพราะผมไม่มีเจตนาอื่นใดนอกจากแสดงความเห็นตามปกติจริงๆ ผมก็บอกตรงๆ อยู่ในบทความว่า ผมเห็นต่าง และตั้งคำถาม แล้วมันจะเคลือบอย่างไร ?
เรื่อง มาตรา 112 ถ้าผู้ดอ่านผู้ใดมองไปที่บทความผม ก็จะเห็นว่าผมก็มองแล้วนะครับ ผมก็วิพากษ์โดยการตั้งคำถามตรงๆ เช่น บทความที่อ้างถึงใน link ข้างต้น
ตุลาการไทย กับ มาตรา 112
http://www.facebook.com/note.php?note_id=333315163356711
ซึ่งเป็นบทความต่อกับเรื่องนี้
คำถามถึงนิติราษฎร์: แก้ 112 โดยไม่แก้ 112 ได้หรือไม่ ?
http://www.facebook.com/note.php?note_id=328117000543194
ผมพอเข้าใจนะครับว่า ระบบวิธีการวิพากษ์การยกเลิกแก้ไข มาตรา 112 ของผม มันอาจนำมาวิจารณ์ได้ไม่สะดวกเหมือนข้อโต้แย้ง เช่น ที่บอกว่าไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ก็ยังเชื่อว่ามีผู้สามารถวิจารณ์ได้ครับ
ในขณะเดียวกัน ผมรู้สึกตกใจมาก ที่ความพยายามร่วมแสดงความเห็นของผมด้วยความปราถนาดี โดยไม่ต้องโจมตีต่อว่าในเรื่องที่ไร้สาระ ชมในสิ่งที่ควรชม ค้านเฉพาะเรื่องที่เราไม่เห็นด้วย กลับกลายเป็นเหตุให้เคลือบแคลงเจตนา ผมยิ่งตกใจเมื่อผู้เคลือบแคลงกลับเป็นนักวิชาการ ที่น่าจะเข้าใจระบบคิดวิเคราะห์และวัฒนธรรมการสนทนาอย่างสร้างสรรค์เสียเอง
ผมคงตอบอะไรไปไม่ได้นอกจากขอให้อาจารย์กานดาและท่านที่เคลือบแคลงโปรดพิจารณาบทความทุกชิ้นของผมด้วยใจที่เป็นธรรมและปราศจากความคาดหวังว่าผมต้อง เอา หรือ ไม่เอา กับฝ่ายใด หรือหากตัวหนังสือไม่พอ จะมองตาผมในบทสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ก็ได้ครับ ผมรวบรวมไว้ให้ทุกท่านตรวจสอบวิพากษ์ได้ตรงนี้
https://sites.google.com/site/verapat/legal-writings
https://sites.google.com/site/verapat/videos
ผมเห็นเช่นใด ก็ว่าไปเช่นนั้น อะไรที่ผมสงสัย แต่ไม่แน่ใจ ก็ต้องถาม เพราะนั้่นคือการช่วยกันคิด ผมไม่เห็นประโยชน์ของการใช้คำพูดที่รุนแรง ผมไม่เดา ผมไม่ด่วนสรุป ผมไม่ให้ร้ายใครโดยปราศจากหลักฐาน ผมไม่คิดว่าผมเห็นด้วยกับใครแล้วจะต้องเห็นด้วยไปหมด ฉันใดก็ฉันนั้น ผมชื่นชมยกย่องใครในเรื่องใด ผมก็ยังวิพากษ์ผู้นั้นในเรื่องอื่นก็เป็นได้ การมองโลกในมิติเช่นนี้ มันทำให้ผมลำบาก แต่สำหรับผู้อื่นมันก็มีประโยชน์มิใช่หรือครับ อาจารย์ กานดา ? เหตุใดเราจะต้องเคลือบแคลงหรือให้ร้ายกัน และะด่วนสรุปว่า เพราะเห็นต่างในบางประเด็น ต้องกลายเป็นคัดค้านอยู่ตรงข้ามกันไปเสียหมด
วีรพัฒน์ ปริยวงศ์
ผมว่าคุณ"วีรพัฒน์"
ผมว่าคุณ"วีรพัฒน์" แม้จะเป็นนักกฎหมาย รtดับนักเรียนนอกM? แต่เรื่องนี้ ส่วนตัวที่ได้อ่านบทวิเคราะห์นี้ คุณ ละเลยเนื้อหา วิธีการตีความต่อคดีนี้ที่คือเงื่อนไขหลัก ของรูปคดีที่เป็นแบบนี้ยึดโยงคดี"ความมั่นคง" ที่คุณเคยเป๋ฯคราวก่อน ที่สวนนิติราษฎร์หรือ.วรเจตนาเรื่องนี้ จนผมสวนกลับคุณไปว่าคุณ ขาดความเข้าใจเนื้อหาตรงนี้ที่เป็นลักษณะพิเศษแบบไทยๆในการเอาไปบึดโยงความมั่นคงแบบไหน ขัดหลักปชตงหรือสิทธิมนุษยชนประเทสแบบปชตแบบใด คุณยังหลงประเด็นอยู่เลยเรื่องนี้???
ในการตีความความมั่นคงต่อเนื้อหาคดีแบบนี้ละเมิดหลักปชต. หรือเนื้อหาหลักของประเทศที่ปกครองในระบอบปชต.หรือไม่อย่างไร? แต่กรณีคดีอากง ชัดครับว่า ตีความความมั่นคงที่ผิดไปเนื่องจากเนื้อหาในตัวบทม.112กำกับไว้ ให้เป็นคดีความมั่นคง แต่คุณยังหลงประเด็นว่าม.112 ตัวเนื้อหาไม่มีปัญหา??? แต่นี่คือสิ่งชี้วัดว่ามันขัดและมีปัญหาอย่างมากว่าตกลงประเทศนี้ปกครองด้วยอะไรจึงเขียนกกหมาออกมาแบบนี้???
แต่ผมกำลังชี้ว่ามีปัญหาทั้งตัวเนื้อหาตัวบท, และวิธีการบังคับใช้ เช่นการฟ้องร้องใครก็ได้ เนื้อหาบทลงโทษที่เกินหลักคดีหมิ่นทั่วไปสากลมากชนิดที่ไม่มีที่ไหนในโลก จนการตีความให้อ้างอิงความมั่นคง ที่เท่ากับ รัฐนี้ไม่ได้ปกครองใมนระบอบปชต. เพราะตีความเกินเนื้อหาสิทธิที่คุ้มครองหลักตามการปกครองระบอบปชต. มันค้านกับ เนื้อหาความมั่นคงแบบนี้
คุณ"วีรพัฒน์" ครับคุณยังเดียงสาเกินไปกับเงื่อนไข แบบไทยๆ แม้จะเป็นนักเรียนนอก และเป็นคนที่ผมเคยชื่นชมในวิธีการนำเสนอแบบมีภาวะวิสัย มีความเป็นวิชาการตรงมาตรงไปแต่กรณีนี้คุณพลาดแล้วครับ???
ปล.มีเวลากว่านี้จะมาลงรายละเอียดเพราะอ่านแบบเทอร์โบงานมาด่วน???
ผมอ่านบทความของ คุณวีรพัฒน์
ผมอ่านบทความของ คุณวีรพัฒน์ ผมก็มึนอาจจะเป็นเพราะผมกึ๋น ไปไม่ถึงอารมณ์ความเป็นนักวิชาการเมืองนอกไม่ได้ แต่ผมเห็นด้วยกับคุณ กานดา นาคน้อย และคุณอะตอม ที่มองเรื่องกฏหมายมาตรา 112ได้ชัดเจนกว่าคุณ วีรพัฒน์เพราะไม่ได้บอกว่าปัญหาของ ม.112 เขาเอาไปโยงเข้ากับเรื่องของความมั่นคงมันไม่ใช่เรื่องของการหมิ่นประมาทโดยทั่วไป ถ้าจะให้พูดอย่างชาวบ้านธรรมดาๆอย่างผมก็จะบอกว่ามันเป็นการเมืองมากกว่าของกลุ่ม ชนชั้นนำในสังคมไทยที่พยายามที่จะรักษาสถานะเดิมของพวกตัวเองไว้ชนชั้นนำทางสังคมไทย ชี้นำสังคมได้ทุกเรื่องเนื่องจากพวกเขากุมอำนาจทางสังคมไว้เบ็ดเสร็จ อำนาจรัฐโดยพฤตินัยอยุ๋ในการบงการของเขาหมด จบ..
ความยุติธรรมจึงอยู่กับเขาจะให้หรือไม่ให้ต่างหากแค่นี้ จบ..
ตองเหลือง
[quote=ตองเหลือง]ผมอ่านบทความของ คุณวีรพัฒน์ ผมก็มึนอาจจะเป็นเพราะผมกึ๋น ไปไม่ถึงอารมณ์ความเป็นนักวิชาการเมืองนอกไม่ได้ แต่ผมเห็นด้วยกับคุณ กานดา นาคน้อย และคุณอะตอม ที่มองเรื่องกฏหมายมาตรา 112ได้ชัดเจนกว่าคุณ วีรพัฒน์เพราะไม่ได้บอกว่าปัญหาของ ม.112 เขาเอาไปโยงเข้ากับเรื่องของความมั่นคงมันไม่ใช่เรื่องของการหมิ่นประมาทโดยทั่วไป ถ้าจะให้พูดอย่างชาวบ้านธรรมดาๆอย่างผมก็จะบอกว่ามันเป็นการเมืองมากกว่าของกลุ่ม ชนชั้นนำในสังคมไทยที่พยายามที่จะรักษาสถานะเดิมของพวกตัวเองไว้ชนชั้นนำทางสังคมไทย ชี้นำสังคมได้ทุกเรื่องเนื่องจากพวกเขากุมอำนาจทางสังคมไว้เบ็ดเสร็จ อำนาจรัฐโดยพฤตินัยอยุ๋ในการบงการของเขาหมด จบ..
ความยุติธรรมจึงอยู่กับเขาจะให้หรือไม่ให้ต่างหากแค่นี้ จบ..[/quote]
ถูกต้องที่สุดคร๊าบบบบ
ผมว่าถ้าคุณวีรพัฒน์อยากโฆษณาผ
ผมว่าถ้าคุณวีรพัฒน์อยากโฆษณาผลงานตัวเองมาก. ก็ควรมีขอบเขตมากกว่านี้นะครับ. ไม่ควรเอากระแสคนตายมาเป็นพื้นที่สื่อให้ตัวเองแบบนี้
บางกอก wrote:กรณี อากง
[quote=บางกอก]กรณี อากง ถ้าจะเอาไปเป็นบริบท เพื่อปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมไทยทั้งระบบนั้น
ผมเห็นด้วยครับ.......แต่ในแง่ที่ คมชัดลึกกว้างกว่าแค่กรณี มาตรา๑๑๒มากนัก..
บริบทที่สังคมควรไตร่ตรองแก้ไขนั้น ผมว่า...
อยู่ที่กระบวนการอำนวยความยุติธรรมตั้งแต่ชั้นต้นยันกรมราชทัณฑ์ ในการดูแลผู้ต้องหาและนักโทษ ที่ป่วยเจ็บพิการระหว่างต้องคดี ซึ่งควรจะมีมาตรฐานเดียวกัน และเป็นมาตรฐานที่แม้เป็นการดูแลผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องโทษ แต่ก็ให้สิทธิความเป็นมนุษย์เทียบเท่ากับประชาชนทั่วไปจะพึงมีที่จะรักษาพยาบาลความเจ็บไข้ได้ป่วยของตน...
ตัวอย่างง่ายๆ...โรงพยาบาลคุกนั้นต้องไม่ปิดเสาร์อาทิตย์ เปิดยิ่สิบสี่ชั่วโมงเช่นเดียวกับโรงพยาบาลของรัฐทั่วไป และต้องมีบุคคลากรทางการแพทย์และอุปกรณ์รักษาพยาบาลในระดับที่เพียงพอในการดูแลผู้ต้องขังของแต่ละเรือนจำได้....หากผุ้ป่วยมีอาการเกินืี่จะรับรักษา ก็ควรมีกระบวนการส่งตัวไปรักษาภายนอกที่เหมาะสมและมีความปลอดภัยป้องกันการหลบหนีเพียงพอ...
ส่วนในขั้นการสอบสวน และการพิจารณาคดีนั้น....หากศาลไม่อนุญาติให้ประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีร้ายแรงหรือเงื่อนไขอื่นใดก็ตาม......ก็ควรมีกฏเกณฑ์ระเบียบแน่ชัดว่า....
ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องขังเจ็บป่วยหรืออยู่ในกระบวนการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ......ก็ต้องถือว่าเป็นภาระหน้าที่ของหน่วยงานที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาหรือผู้ต้องขังไว้ ในการที่จะอำนวยการให้ขั้นตอนการรักษาพยาบาลนั้นได้ดำเนินการต่อไป ในระดับที่ประชาชนทั่วไปได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ......๓๐บาทรักษาทุกโรคทำนองนั้น........
อากง แกจะเป็นวีระบุรุษ หรือจะเป็นแค่เหยื่อแค่แพะ มันอยู่แค่มุมมองจากจุดยืนแนวระดับราบ ที่แตกต่างกันทางการเมือง.....
แต่ในมุมมองจาก อยู่บนผา ดูหมากัดกัน....
ผมว่า...ไหนๆจะตายสักคน ก็ใช้การตายให้เป็นประโยชน์ต่อ ชีวิตและสุขภาพของผุ้ต้องหาผู้ต้องขังรายอื่นๆทั้งปัจจุบันทั้งในอนาคต....น่าจะเป็นกุศลกว่า...[/quote]
เนียนดีมวากก
แต่หยาบคายว่ะ.....ใจดำอีกตะหาก!
ฝากบอกพี่บิ๊กด้วยว่า ไหนๆจะสวมบทแม็กเบธ ก็ขอให้เป็นแม็กเบธที่สุดในโลกเลยนะ
อุตส่าห์ลำเค็ญข้ามศพทั้งเครือญาติ-เพื่อนมนุษย์ มาอย่างเหนื่อยยาก จนเหงื่อหยดติ๋งๆ
อย่าให้ใครมาแย่งตำแหน่งไปนะจ๊ะ ทำให้เป็นหลักไมล์อ้างอิงของเผด็จการระดับเวิลด์คลาสไปเล้ยย...
เพื่อในอนาคต เราจะได้ดูหนังมหากาพย์ที่สุดแสนสนุกไง
ดูจนเบื่อแระ สามก๊ก ซูสีไทเฮา แม็กเบธ ฮิตเลอร์
จบ Harvard
จบ Harvard (แบบที่ผู้เขียนมักชอบพรีเซ้นต์ตัวเอง)ก็ไม่ได้การันตีว่าเขียนหนังสือแล้วอ่านรู้เรื่อง
ขอความกรุณาเถอะครับ คุณบางกอก
ขอความกรุณาเถอะครับ คุณบางกอก อย่าพ่นอะไรออกจากปากมากไปกว่านี้เลยครับ
....เหม็นขี้ฟัน....
ชมรมคนรัก ม. 112 ทุกท่าน
ชมรมคนรัก ม. 112 ทุกท่าน ขอได้โปรดอย่าพยายามแถต่อไปเลยครับว่า ม.112 ไม่ใช่ปัญหา
มันคือ unjust law ตัวจริง สังคมอารยะประชาธิปไตยเขาไม่เก็บไว้หรอกครับ
เนื่องจากเจตนารมย์ อุดมการณ์ ที่กำกับมาตรานี้จึงทำให้จึงทำให้เหล่าผู้พิพากษายุคตุลาการภิวัฒน์
ตีความออกมาอำมหิตขนาดนี้
ครับเพิ่มเติม
ครับเพิ่มเติม ข้อความแรกเนื่องจากเขียนไว้ตอนงานมาด่วน ? จึงไม่ได้ตรวจทาน หรือแก้ไขรวบรวมเนื้อหาให้เป็นระบบ ประเด็นซีเรียสของผมคือ เงื่อนไขที่กฎหมายนี้อ้างอิง เนื้อหาความมั่นคงที่ยึดโยงอำนาจนอกปชต. พูดง่ายๆว่าการตีความที่มีผู้ปกครองปชต.อีกชั้นในการเอาผิดอากง???
ตรงนี้ไงครับคุณ"วีรพัฒน์"ที่คุณละเลย? ทั้งที่คุณเป็นนักเรียนนอกด้านกฎหมาย คุณยังจับประเด็นนี้ไม่ถูกหรือตรงประเด็นเลย?ว่าเนื้อหาที่เขาซีเรียสเรื่องอะไร?,ไฮไล้ท์มันคืออะไร?แต่คุณไปแบบ เนียนๆไหลตามน้ำแบบนี้ ผมที่อ่านและเคยดูมาตรฐานเก่าๆคุณจึงต้องติงฯมา?
เงื่อนไขเพราะตัวบทกฎหมาแบบนี้ ถ้าสังคมจะไปโทษศาลหรือเอาผิดกระบวนการยุติธรรมขั้นตอนศาลมันจึงไม่ถูก? หรือจับผิดได้แต่เขาก้อ้างได้ เพราะตัวบทเขียนเนื้อหาชงหวานๆ ให้ศาลเขาตบตามนั้?น(ตัวบทยึดโยงความมั่นคงต่ออำนาจนอกปชต.ไว้ในการตีความคดีนี้) นั้นคือมันเลยข้ามปริมณฑลสิทธิทางปชต.ทั่วไปขั้นพื้นฐานของประเทศที่ปกครองในระบอบปชต.?
เพราะ ถ้าไม่ให้ตัวบทไปอ้างอิงความมั่นคงแบบนั้น คดีนี้อากงจะไม่ใช่แบบนี้? หรือคนที่โโนคดีนี้จะไม่ได้รับการปฎิบัติที่คือเงื่อนไขประเด็นที่เขาซีเรียสกันนี้? มันจะเป็นไปตามหลักนิติธรรมสากลหรือเคารพสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ต่อฐานความผิดอากง อย่างยึดโยงสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ปกครองตามระบอบปชต.? ในการเคารพสิทธิการแสเดงออกทางความเห็นทางปชต. แม้เนื้อหากฎหมายเชิงหมิ่นฯ ก็ต้องเป็นซับเซ็ต หลักการทางปชต. ไม่ใช่อำนาจนอกปชต.เป็นยูเนี่ยนทั้งหมดรวมถึงหลักการปชต.แล้วเท่ากับแสดงชัดว่าประเทศนี้ไม่ได้ปกครองในระบอบปชต.หรือไม่?อย่างไร?มันไปไกลระดับนั้น???
นั้นแสดงให้ชัดว่ารัฐนี้ ตีความความมั่นคงยึดโยงอะไร? อำนาจนอกปชต.สูงสุด หรือปชต.สูงสุด? ตรงนี้คือเนื้อหา เพราะถ้า มันชัดเจน มันจะไม่มั่วมาแบบคดีอากง เพราะถ้ายึดโยงปชต. อากงต้องได้รับการปำฎิบัติในรัฐชาติที่ปกครองตามระบอบปชต.ในสิทธิขั้นพื้นฐาน แม้คดีหมิ่นมีทุกชาติ,ปชต. แต่ต้องตีความภายใต้รัฐที่ปกครองแบบปชต. และถ้าตีความตามนั้น(ไม่โยงความมั่นคงในการยึดโยงอำนาจนอกปชต.เหนือหลักปชต.แบบม.112นี้)
คดีอากงหรือหลายการปฎิบัติแต่เหยื่อคดีนี้ จะไม่ใช่แบบนี้ ตรงนี้ไงครับคุณวีรพัฒน์ ครับคุณพลาดอย่างมากน่ะครับ? ในการละเลย และประเด็นซีเรียสนี้? ที่คุณเคยสวนนิติราษฎร์ ด้วยความเดียงสาของคุณจนโดนผมสวนกลับไปหลายรอบ? คือถ้า คุณ เข้าใจเก็ต (สิ่งที่ผมเตือนไว้)จริงๆว่าเนื้อหาที่ชี้ไปมันคืออะไร?คุณคงไม่พลาดซ้ำอีกทีแบบนี้???
ผมไม่ได้อะไร ด้วยห่วงใยมาตรฐานที่น่าเชื่อถือผมเคยชื่นชมคุณ จึงเตือนด้วยความหวังดี เพราะคุณมีภาวะวิสัยที่ดี เป็นความหวังของคนรุ่นใหม่ครับ ทบทวนด่วนครับหรือมีอะไรชี้แจงที่ใช่กว่าที่จะแย้งหรือชีแจงมาว่ามาผมยินดีรับข้อมูลที่ใช่กว่า???
เคลือบน้ำตาล หรือ
เคลือบน้ำตาล หรือ กากน้ำตาล
1. "ภาพ 'อากง' ไม่ได้แบนราบ และไม่ได้ฉาบด้วยสีเดียว"
อากงตายในคุกเป็นผลพวงจาก มาตรา 112 คุณวีรพัฒน์ ตอบหน่อยสิ ว่าประโยคนี้ให้ภาพแบนราบ ฉาบสีเดียวอย่างไร ถ้าอยู่ภาวะปกติอากงเป็นมะเร็งอาจจะตายก่อนหน้านี้หรือหลังจากนี้อีก 10 ปี คนที่จะเศร้าใจก็คือครอบครัวและคนใกล้ชิดรู้จักอากง และถ้าเช่นนั้นคงไม่มีประชาชนจำนวนไม่น้อยออกมาแสดงความเศร้าใจและแค้นเคืองต่อความอยุติธรรมที่อากงได้รับ แต่ชะตากรรมของอากง 15 เดือนสุดท้ายของชีวิตถูกกำหนดโดย ม.112 มิติเดียวล้วนๆ จึงสร้างความอนาถใจ และก่อปฏิกิิริยาสังคมที่คุณเห็น
การอ้างว่าคนจำนวนหนึ่งอาจสลดใจด้วยเหตุผลต่างๆกันซ้ำร้ายอาจสนับสนุน ม. 112 ด้วยซ้ำ เลยทำให้ไม่สามารถมองภาพอากงแบบมิติเดียวได้ ผมมองไม่เห็นว่าเหตุผลที่มาของความรู้สึกต่อเพื่อนมนุษย์เป็นตัวกำหนดมิติในกรณีนี้อย่างไร แล้วมันน่าสนใจอย่างไรในทางวิชาการ มิพักต้องฉงนว่าคุณมีเป้าหมายซ่อนเร้น นี่ไงครับเคลือบน้ำตาล เขียนลวดลายสลับเท้าเหมือนน่าคิด แต่เบาหวิวจริงๆ อากงตายในคุกเป็นผลพวงจาก มาตรา 112 แบนราบยังไง เอาอีกทีซิ
ถ้ามีมิติอื่น ทำไมคุณต้องเรียกร้องให้ก้าว (ข้าม?) ไกลไปกว่า 112 ถ้าอากง ไม่เป็น poster victim ของ ทุกอย่างที่เลวเกี่ยวกับ 112 คงไม่มีปฏิกิริยาสังคมเรียกร้องให้ต้องแก้ไขหรือยกเลิกกฏหมายนี้รวมทั้งอุดมการณ์การเมืองที่คลอบคลุมมันอยู่ Debate อันนี้ ยังเข้มข้นและไม่เสดิ็จน้ำ แล้วจะก้าวไกลไปกว่าอย่างไร คุณเคยตั้งคำถามเกี่ยวกับแนวทางการยกเลิก 112 แล้วในบทความนี้คุณก้าวไกลไปกว่า โดยเสนอบทบัญญัติปกป้องเสรีภาพเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญ โอ พระเจ้า บทบัญญัติเสรีภาพที่กำหนดอยู่ไม่คุ้มครองพอจริงหรือ
มาตรา 4 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และ ความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับ ความคุ้มครอง
ตลกร้าย นี่คุณเป็นนักกฏหมายจริงหรือ อ่านนิติราษฏร์หลายๆ ทีนะครับ
2. Legal Justice v.s. (Social, Economic, Political Justice)
ความเห็นทางกฏหมายของคุณเกี่ยวกับพรมแดน (เรื่องเขาพระวิหาร เป็นต้น ลองเรื่อง Law of the Sea กับ Historical Claims ในทะเลจีนไต้หน่อยก็ได้) น่าสนใจนะครับ แต่เวลาที่คุณแสดงภูมิทางด้านสังคมรัฐศาสตร์ ไม่ใช่แต่อาจารย์กานดาที่สงสัยเกี่ยวกับกากน้ำตาล ผมเองก็ได้กลิ่น ลอยมาแต่ไกล แล้วเรื่องวิชากง วิชาการ ลองอ่าน concepts Comparative Advantage, Divisions of Labor, Moral Hazards (เอ ทำไมเศรษฐศาสตร์อย่างเดียวหว่า) ใน หนังสือเศรษฐศาสตร์หลัก อ่านแล้วถามตัวเองว่าคล้อยตามไหม เสร็จแล้วลองหาหนังสือเศรษฐศาสตร์การเมือง มาอ่านล้างพิษ ดู คุณอาจจะหายแบนราบ นี่คือ point ของหัวข้อ 2 ครับ คิด 112 คิดอุดมการณ์การเมือง ทีอย่างนี้มองไม่เห็นมิติอื่น
ผมว่าเผด็จการโบราณพวกนั้นพลาด
ผมว่าเผด็จการโบราณพวกนั้นพลาดมากๆเลย
มันไม่เหมือนในอดีตที่คุณครอบงำสังคมได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ที่คุณจะแบ่งแยกแล้วปกครองด้วยอาณาจักรแห่งความกลัวได้ง่ายๆ
ถ้าคุณจะเล่นเกมกฎเหล็กอันนี้ คุณต้องประคบประหงมเหยื่อให้มีอายุยืนที่สุดต่างหาก
มิใช่หาเรื่องเปิดแนวรบใหม่ๆ หาเรื่องเปิดแผลบนสันหลังตัวเองจนเหวอะหวะ
คุณคิดว่า ผู้ถูกคุมขัง โดนกระทำ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด แล้วตายในขณะรับโทษเนี่ย
ถามว่า มันเวิร์คมั้ย กับวิธีเชือดไก่ให้ลิงดูแบบอำนาจโบราณ
สิ่งที่คุณทวีชัยกำลังทำ หรือ
สิ่งที่คุณทวีชัยกำลังทำ หรือ หลงทำ ก็เป็นไปตามตัวอย่างของปัญหาที่ผมวิพากษ์ไว้ในบทความ คือการผูกขาดว่า เรื่อง ศพอากง คือ ร่างทรงเรื่อง 112 เท่านั้น ซึ่งเป็นเหตุให้ผมเขียนบทความนี้ขึ้น ไม่ใช่เพื่อจะมาบอกว่า 112 ดี หรือ ต้องไม่แตะ แต่เพื่อจะบอกว่าอย่าไปล้อมกรอบตีวงว่า คนที่ต้องการเคลื่อนไหวเรื่อง อากง จำเป็นต้องมีปัญหากับ 112 ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเท่านั้น มิเช่นนั้นการเคลื่อนไหวเรื่องอากงก็จะติดกับ ดังที่ชัดว่า คุณทวีชัยเหมือนเข้าใจว่า ผมบอกว่า 112 ไม่ใช่ปัญหา ทั้งที่ผมก็มองว่าเป็นปัญหา เพียงแต่ปัญหาและวิธีแก้ของผม มันอาจไม่เหมือนคุณทวีชัย ก็เท่านั้น
ผมก็คงอธิบายได้เท่านี้หละครับ อากง ที่เหลือจะตายตามไปหรือไม่ ก็อยู่ที่สติ และความใจกว้าง ของผู้ที่จะเคลื่อนไหวเรื่องนี้
ขอให้โชคดีครับ ไม่ใส่น้ำตาลนะครับ
ท่านฮาเวิร์ดคงหวังดีกับอากงจร
ท่านฮาเวิร์ดคงหวังดีกับอากงจริง ๆ แหละ แต่คงไม่ค่อยกล้าเท่าไหร่ อืมม แต่แล้วทำไมตอนท้ายต้องแช่งอากง 2 3 4 5 ด้วยนา ลองลีฟ อากง มีเครื่องหมายคำถาม แปลว่าอะไร ทำไมใช้สำนวนแบบเบื้องสูง คนเรามีความรู้ต้องคู่คุณธรรมด้วย เอาไงซักกะอย่าง อย่าเสี้ยมนะ สมัยนี้เขามีจุดยืนกันแล้ว ท่านจะมาครึ่งนั่งครึ่งนอนครึ่งยืนกันได้ไง เห็นแก่ชาวบ้านร้านตลาดที่ความรู้น้อยเหอะ เพราะไม่รู้คุณจะอยู่ข้างธรรมะ หรืออธรรมะ เอาซะอย่างนะ เห็นมาหลายทีแล้ว เหมือนที่อาจารย์กานดาบอกแหละ แต่ยังไงคนส่วนใหญ่ของประเทศทั้งที่เป็นชาวบ้านและชาวเมืองเขาก็เลือกจุดยืนกันแล้วนะจ๊ะ
ให้กำลังใจครับ คุณวีรพัฒน์
ให้กำลังใจครับ คุณวีรพัฒน์ ปริยวงศ์
ตอบคุณวีรพัฒน์ 1.
ตอบคุณวีรพัฒน์
1. ขอบคุณที่ตอบอย่างละเอียดค่ะ เป็นไปได้ว่าดิฉันสับสนกับจุดยืนของคุณ เนื่องจากการคุยเรื่องม.112 ในที่สาธารณะต้องเลี้ยวลดคดเคี้ยวแถมรหัสลายแทง ดิฉันอาจจะถอดรหัสผิดพลาดไป จะหาเวลาอ่านบทความเก่าๆของคุณอีกครั้งแล้วกันนะคะ
2. เคลือบน้ำตาลคือ sugar coat ในความหมายที่สองที่เว็บนี่ค่ะ
http://www.thefreedictionary.com/sugarcoat
เหมือนลูกกวาดที่ข้างนอกหวานแต่ข้างในขม เอาน้ำตาลมาเคลือบไว้ทำให้ไม่รู้ว่าขมตอนชิมแรกๆ แต่พออมไปจนน้ำตาลละลายก็ขมน่ะค่ะ
3. ถึงเราต่างก็เป็นนักวิชาการ เราอยู่คนละสาขาก็ไม่แปลกที่อาจจะโดนฝึกเขียนมาคนละแบบนะคะ ดิฉันโดนสอนมาว่าอย่าเขียนงานวิชาการเหมือนเขียนนิยาย คืออย่าอารัมภบทและมีตัวประกอบมากมาย จะเล่าเรื่องอะไรก็เล่าไปเลยไม่ต้องรอไคลแมกซ์ หลีกเลี่ยงการเคลือบน้ำตาลเพราะจะทำให้ประเด็นไม่ชัดเจน มีข้อยกเว้นว่าให้เคลือบน้ำตาลบ้างถ้าจะเสนองานที่ท้าทายผลงานเก่าของคนอื่นมากๆ ไม่งั้นอาจโดนรุมกินโต๊ะด้วยความหมั่นไส้หรืออิจฉาริษยา
ที่เล่านี่ไม่ได้หมายความว่าคุณเขียนเหมือนนิยายนะคะ แค่อยากอธิบายว่าดิฉันไม่ชินกะงานเขียนที่มีหลายประเด็นแบบบทความคุณ พอมีหลายประเด็นมากก็ชักมึนว่าตกลงบทความนี้จะบอกเรื่องอะไรกันแน่ ดิฉันอาจจะมึนจนตีความผิด ขออภัยที่ทำให้ตกใจค่ะ
พอเถอะครับ คุณวีรพัฒน์.
พอเถอะครับ คุณวีรพัฒน์. ถ้าคุณอยากโฆษณามากละก็. จ้างบริษัทโฆษณาหรือไปเช่าโฆษณาทีวีช่องอื่นๆเลยดีไหม. ผมเห็นรายครั้งละว่าคุณพยายามรีบเร่งดันหน้าตาผลงานตัวเองออกสื่อให้ติดตลาดได้เร็วที่สุด โดยที่ความคิดของึุณมันยังไม่ได้ตกผลึกอะไรเลยเวลาคุณเขียนอะไรออกมามันถึง ดูลอยๆไม่รู้วัตถุประสงค์ของที่คุณเขียน. คือผมเห็นหลายครั้งแล้วแต่ครั้งนี้ผมขอเหอะ. เห็นแก่อากงบ้าง. เห็นแก่คนตายบ้าง. อย่าเอาความโศกเศร้าของคนอื่น มาเป็นพื้นที่โฆษณาเลย
คุณ"กานดาฯ"ครับ
คุณ"กานดาฯ"ครับ ประเด็นไม่ใช่"วีรพัฒน์" เขาบอกอะไร?ในกระทู้หรือบทความนี้ แต่เงื่อนไขคือ ความเข้าใจต่อเรื่องนี้เขาระดับไหน?(ชงหวานชงขมตีความแค่ไหน?อย่างไร?)และมีเงื่อนไขชี้นำระดับใดในสาธารณะ)
ชงหวาน,ชงขม ความคมความคิดนี้? เขาเข้าใจหรือไม่ว่าคืออะไร?ในแก่น (รวมคุณ) แต่เงื่อนไขคือประเด็นคือเข้าใจเนื้อหา ระดับไหน? อะไรคือต้นน้ำของปัญหา? อะไรคือปลายน้ำของปัญหา?(ส่วนใหญ่หลงมายาสัมพัทธนี้) ผมให้ความสำคัญ ที่อะไรมีประโยชน์เชิงสาธารณะ? มากกว่าความร้ายสาระทางวาทกรรม? ไม่ต้องไปอะไรมากกับวีรพัฒน์? เขาแค่มวยฟอร์มสด ขยันต่อย(ส่วนตัวเคยชื่นชมลีลาเขาในภววิสัย)?
แต่เงื่อนไขของสังคมไทยต้องการอะไรที่มากกว่านั้นในมหาวิกฤตนี้???
คุณ"กานดาฯ"ครับ
คุณ"กานดาฯ"ครับ ประเด็นไม่ใช่"วีรพัฒน์" เขาบอกอะไร?ในกระทู้หรือบทความนี้ แต่เงื่อนไขคือ ความเข้าใจต่อเรื่องนี้เขาระดับไหน?(ชงหวานชงขมตีความแค่ไหน?อย่างไร?)และมีเงื่อนไขชี้นำระดับใดในสาธารณะ)
ชงหวาน,ชงขม ความคมความคิดนี้? เขาเข้าใจหรือไม่ว่าคืออะไร?ในแก่น (รวมคุณ) แต่เงื่อนไขคือประเด็นคือเข้าใจเนื้อหา ระดับไหน? อะไรคือต้นน้ำของปัญหา? อะไรคือปลายน้ำของปัญหา?(ส่วนใหญ่หลงมายาสัมพัทธนี้) ผมให้ความสำคัญ ที่อะไรมีประโยชน์เชิงสาธารณะ? มากกว่าความร้ายสาระทางวาทกรรม? ไม่ต้องไปอะไรมากกับวีรพัฒน์? เขาแค่มวยฟอร์มสด ขยันต่อย(ส่วนตัวเคยชื่นชมลีลาเขาในภววิสัย)?
แต่เงื่อนไขของสังคมไทยต้องการอะไรที่มากกว่านั้นในมหาวิกฤตนี้???
คุณ"กานดาฯ"ครับ
คุณ"กานดาฯ"ครับ ประเด็นไม่ใช่"วีรพัฒน์" เขาบอกอะไร?ในกระทู้หรือบทความนี้ แต่เงื่อนไขคือ ความเข้าใจต่อเรื่องนี้เขาระดับไหน?(ชงหวานชงขมตีความแค่ไหน?อย่างไร?)และมีเงื่อนไขชี้นำระดับใดในสาธารณะ)
ชงหวาน,ชงขม ความคมความคิดนี้? เขาเข้าใจหรือไม่ว่าคืออะไร?ในแก่น (รวมคุณ) แต่เงื่อนไขคือประเด็นคือเข้าใจเนื้อหา ระดับไหน? อะไรคือต้นน้ำของปัญหา? อะไรคือปลายน้ำของปัญหา?(ส่วนใหญ่หลงมายาสัมพัทธนี้) ผมให้ความสำคัญ ที่อะไรมีประโยชน์เชิงสาธารณะ? มากกว่าความร้ายสาระทางวาทกรรม? ไม่ต้องไปอะไรมากกับวีรพัฒน์? เขาแค่มวยฟอร์มสด ขยันต่อย(ส่วนตัวเคยชื่นชมลีลาเขาในภววิสัย)?
แต่เงื่อนไขของสังคมไทยต้องการอะไรที่มากกว่านั้นในมหาวิกฤตนี้???
P wrote:พอเถอะครับ
[quote=P]พอเถอะครับ คุณวีรพัฒน์. ถ้าคุณอยากโฆษณามากละก็. จ้างบริษัทโฆษณาหรือไปเช่าโฆษณาทีวีช่องอื่นๆเลยดีไหม. ผมเห็นรายครั้งละว่าคุณพยายามรีบเร่งดันหน้าตาผลงานตัวเองออกสื่อให้ติดตลาดได้เร็วที่สุด โดยที่ความคิดของึุณมันยังไม่ได้ตกผลึกอะไรเลยเวลาคุณเขียนอะไรออกมามันถึง ดูลอยๆไม่รู้วัตถุประสงค์ของที่คุณเขียน. คือผมเห็นหลายครั้งแล้วแต่ครั้งนี้ผมขอเหอะ. เห็นแก่อากงบ้าง. เห็นแก่คนตายบ้าง. อย่าเอาความโศกเศร้าของคนอื่น มาเป็นพื้นที่โฆษณาเลย[/quote]
คุณ P เรียกร้องเรื่องสิทธิเสรีภาพของอากง และผมก็เดาว่า คุณ P เรียกร้องเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนไม่ให้ถูกคุกคามโดยมาตรา 112 เช่นกัน แต่เหตุใด คุณ P จึงดูมีปัญหากับการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นของผม ? กลายเป็นว่า การแสดงความเห็นในประชาไท คือพื้นที่โฆษณา ที่คุณ P รับไม่ได้ ? สรุปว่าใครที่มีความเห็นไม่ดีพอในสายตาคุณ P ก็ควรจะ censor ตัวเอง อย่าไปแสดงความเห็น อย่างนั้นหรือครับ ?
ผมเดานะครับ ถ้าผมออกมายกยอมาตรา 112 หรือ ออกมาด่าทออากง หรือ ออกมาจินตนาการกล่าวหาว่าคุณ P ล้มเจ้า ผมว่าคุณ P คงโต้แย้งผมได้สนุก แต่พอผมเสนอประเด็นที่คุณ P อาจโต้แย้งไม่ได้สนุก ก็เลยได้แต่กล่าวหาผมลอยๆ แต่ไม่ได้อธิบายสักคำว่าเนื้อหาการนำเสนอนั้นมีปัญหาอย่างไร
กาที่คุณ P กล่าวเอาง่ายๆ ว่า ไม่รู้วัตถุประสงค์ที่ผมเขียน อาจเป็นเพราะว่า คุณ P มองโลกในแง่ที่ว่า หากผมไม่มาด่าทอหรือเย็นชาต่ออากงเพราะไม่พอใจกับมาตรา 112 ก็แสดงว่าผมต้องมีมุมมองที่ต้องการแก้ไขยกเลิกมาตรา 112
นี่แหละครับ คือประเด็นที่บทความผมพยายามเสนอ ว่าโลกความเป็นจริง มันอาจไม่เป็นแบบนั้นก็ได้
หากอากงรักในสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและต้องการสังคมที่ผู้คนมีจิตใจไม่คับแคบอย่างแท้จริง ผมว่าคุณ P คงทำให้อากงเสียใจมาก
ขอให้คุณ P ทราบนะครับว่า เหตุที่ผมยินดีที่ประชาไทลงบทความผม ก็เพื่อผมจะได้อ่านความเห็น ข้อโต้แย้ง และคำวิจารณ์ที่มีสาระ แล้วนำมาคิดต่อ ผมพอใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมพหุนิยม และไม่เคยค่อนแคะให้ร้ายผู้ใด เพียงเพราะผู้นั้นยินดีที่จะร่วมคิดต่างไปพร้อมกับผม
กานดา นาคน้อย
[quote=กานดา นาคน้อย]ตอบคุณวีรพัฒน์
1. ขอบคุณที่ตอบอย่างละเอียดค่ะ เป็นไปได้ว่าดิฉันสับสนกับจุดยืนของคุณ เนื่องจากการคุยเรื่องม.112 ในที่สาธารณะต้องเลี้ยวลดคดเคี้ยวแถมรหัสลายแทง ดิฉันอาจจะถอดรหัสผิดพลาดไป จะหาเวลาอ่านบทความเก่าๆของคุณอีกครั้งแล้วกันนะคะ
2. เคลือบน้ำตาลคือ sugar coat ในความหมายที่สองที่เว็บนี่ค่ะ
http://www.thefreedictionary.com/sugarcoat
เหมือนลูกกวาดที่ข้างนอกหวานแต่ข้างในขม เอาน้ำตาลมาเคลือบไว้ทำให้ไม่รู้ว่าขมตอนชิมแรกๆ แต่พออมไปจนน้ำตาลละลายก็ขมน่ะค่ะ
3. ถึงเราต่างก็เป็นนักวิชาการ เราอยู่คนละสาขาก็ไม่แปลกที่อาจจะโดนฝึกเขียนมาคนละแบบนะคะ ดิฉันโดนสอนมาว่าอย่าเขียนงานวิชาการเหมือนเขียนนิยาย คืออย่าอารัมภบทและมีตัวประกอบมากมาย จะเล่าเรื่องอะไรก็เล่าไปเลยไม่ต้องรอไคลแมกซ์ หลีกเลี่ยงการเคลือบน้ำตาลเพราะจะทำให้ประเด็นไม่ชัดเจน มีข้อยกเว้นว่าให้เคลือบน้ำตาลบ้างถ้าจะเสนองานที่ท้าทายผลงานเก่าของคนอื่นมากๆ ไม่งั้นอาจโดนรุมกินโต๊ะด้วยความหมั่นไส้หรืออิจฉาริษยา
ที่เล่านี่ไม่ได้หมายความว่าคุณเขียนเหมือนนิยายนะคะ แค่อยากอธิบายว่าดิฉันไม่ชินกะงานเขียนที่มีหลายประเด็นแบบบทความคุณ พอมีหลายประเด็นมากก็ชักมึนว่าตกลงบทความนี้จะบอกเรื่องอะไรกันแน่ ดิฉันอาจจะมึนจนตีความผิด ขออภัยที่ทำให้ตกใจค่ะ[/quote]
ขอบคุณอาจารย์ครับ
วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ wrote:กานดา
[quote=วีรพัฒน์ ปริยวงศ์][quote=กานดา นาคน้อย]ตอบคุณวีรพัฒน์
1. ขอบคุณที่ตอบอย่างละเอียดค่ะ เป็นไปได้ว่าดิฉันสับสนกับจุดยืนของคุณ เนื่องจากการคุยเรื่องม.112 ในที่สาธารณะต้องเลี้ยวลดคดเคี้ยวแถมรหัสลายแทง ดิฉันอาจจะถอดรหัสผิดพลาดไป จะหาเวลาอ่านบทความเก่าๆของคุณอีกครั้งแล้วกันนะคะ
2. เคลือบน้ำตาลคือ sugar coat ในความหมายที่สองที่เว็บนี่ค่ะ
http://www.thefreedictionary.com/sugarcoat
เหมือนลูกกวาดที่ข้างนอกหวานแต่ข้างในขม เอาน้ำตาลมาเคลือบไว้ทำให้ไม่รู้ว่าขมตอนชิมแรกๆ แต่พออมไปจนน้ำตาลละลายก็ขมน่ะค่ะ
3. ถึงเราต่างก็เป็นนักวิชาการ เราอยู่คนละสาขาก็ไม่แปลกที่อาจจะโดนฝึกเขียนมาคนละแบบนะคะ ดิฉันโดนสอนมาว่าอย่าเขียนงานวิชาการเหมือนเขียนนิยาย คืออย่าอารัมภบทและมีตัวประกอบมากมาย จะเล่าเรื่องอะไรก็เล่าไปเลยไม่ต้องรอไคลแมกซ์ หลีกเลี่ยงการเคลือบน้ำตาลเพราะจะทำให้ประเด็นไม่ชัดเจน มีข้อยกเว้นว่าให้เคลือบน้ำตาลบ้างถ้าจะเสนองานที่ท้าทายผลงานเก่าของคนอื่นมากๆ ไม่งั้นอาจโดนรุมกินโต๊ะด้วยความหมั่นไส้หรืออิจฉาริษยา
ที่เล่านี่ไม่ได้หมายความว่าคุณเขียนเหมือนนิยายนะคะ แค่อยากอธิบายว่าดิฉันไม่ชินกะงานเขียนที่มีหลายประเด็นแบบบทความคุณ พอมีหลายประเด็นมากก็ชักมึนว่าตกลงบทความนี้จะบอกเรื่องอะไรกันแน่ ดิฉันอาจจะมึนจนตีความผิด ขออภัยที่ทำให้ตกใจค่ะ[/quote]
ขอบคุณอาจารย์ครับ[/quote]
++++++++++++++++++++++++++++++++++
ผมว่า...วีรพัฒน์ฝึกเขียนฝึกอ่านมาโรงเรียนเดียวกับกานดาแหละครับ...
อิ อิ อิ ถึงไม่มีใครตอบคุณอะตอมแก....
บางกอก wrote:วีรพัฒน์
[quote=บางกอก][quote=วีรพัฒน์ ปริยวงศ์][quote=กานดา นาคน้อย]ตอบคุณวีรพัฒน์
1. ขอบคุณที่ตอบอย่างละเอียดค่ะ เป็นไปได้ว่าดิฉันสับสนกับจุดยืนของคุณ เนื่องจากการคุยเรื่องม.112 ในที่สาธารณะต้องเลี้ยวลดคดเคี้ยวแถมรหัสลายแทง ดิฉันอาจจะถอดรหัสผิดพลาดไป จะหาเวลาอ่านบทความเก่าๆของคุณอีกครั้งแล้วกันนะคะ
2. เคลือบน้ำตาลคือ sugar coat ในความหมายที่สองที่เว็บนี่ค่ะ
http://www.thefreedictionary.com/sugarcoat
เหมือนลูกกวาดที่ข้างนอกหวานแต่ข้างในขม เอาน้ำตาลมาเคลือบไว้ทำให้ไม่รู้ว่าขมตอนชิมแรกๆ แต่พออมไปจนน้ำตาลละลายก็ขมน่ะค่ะ
3. ถึงเราต่างก็เป็นนักวิชาการ เราอยู่คนละสาขาก็ไม่แปลกที่อาจจะโดนฝึกเขียนมาคนละแบบนะคะ ดิฉันโดนสอนมาว่าอย่าเขียนงานวิชาการเหมือนเขียนนิยาย คืออย่าอารัมภบทและมีตัวประกอบมากมาย จะเล่าเรื่องอะไรก็เล่าไปเลยไม่ต้องรอไคลแมกซ์ หลีกเลี่ยงการเคลือบน้ำตาลเพราะจะทำให้ประเด็นไม่ชัดเจน มีข้อยกเว้นว่าให้เคลือบน้ำตาลบ้างถ้าจะเสนองานที่ท้าทายผลงานเก่าของคนอื่นมากๆ ไม่งั้นอาจโดนรุมกินโต๊ะด้วยความหมั่นไส้หรืออิจฉาริษยา
ที่เล่านี่ไม่ได้หมายความว่าคุณเขียนเหมือนนิยายนะคะ แค่อยากอธิบายว่าดิฉันไม่ชินกะงานเขียนที่มีหลายประเด็นแบบบทความคุณ พอมีหลายประเด็นมากก็ชักมึนว่าตกลงบทความนี้จะบอกเรื่องอะไรกันแน่ ดิฉันอาจจะมึนจนตีความผิด ขออภัยที่ทำให้ตกใจค่ะ[/quote]
ขอบคุณอาจารย์ครับ[/quote]
++++++++++++++++++++++++++++++++++
ผมว่า...วีรพัฒน์ฝึกเขียนฝึกอ่านมาโรงเรียนเดียวกับกานดาแหละครับ...
อิ อิ อิ ถึงไม่มีใครตอบคุณอะตอมแก....[/quote]
บางประเด็นดิฉันก็เห็นด้วยกะคุณอะตอมนะคะ บางประเด็นก็ไม่เห็นด้วย บางประเด็นก็มึนอ่านแล้วไม่เข้าใจ
คุณอะตอมมีหลายประเด็นมากกว่าคุณวีรพัฒน์มากมายเวลาคุณอะตอมตอบท้ายบทความ ทำให้ขี้เกียจตอบน่ะค่ะ เพราะจะกลายเป็นว่าดิฉันต้องมาเรียบเรียงประเด็นคุณอะตอมให้ราวกะว่าช่วยคุณอะตอมเขียนบทความ เลยไม่ตอบน่ะค่ะ
ของคุณบางกอกนานที่ก็เห็นด้วยทีค่ะ แต่ชอบที่คุณมักเล่าเรื่องราวเก่าๆ เล่าแล้วบางทีคุณก็จำผิดคลาดเคลื่อนบ้างซึ่งไม่แปลกเพราะดูเหมือนคุณอายุมากแล้ว ดิฉันเองบางทีก็ยังมึนจำปีผิดบ้างก็มีค่ะ คนอื่นก็มาทักท้วงว่าคุณคลาดเคลื่อน ทำให้เป็นประเด็นโต้ตอบกันไป
คุณวีรพัฒน์ สู้ๆ ส่วนตัวผมๆ
คุณวีรพัฒน์ สู้ๆ
ส่วนตัวผมๆ มองว่า
ปัญหา 112 มันเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาความขัดแย้งในสังคมของเรา และมันได้กลายสภาพเป็นอาวุธ ของทั้ง 2 ฝ่าย
ฝ่ายหนึ่ง ก็ระแวงว่าอีกฝ่ายต้องการล้มสถาบันโดยไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอ (งานอ้างอิงของพวกฝ่ายแก้ 112 เน้นที่การเชื่อมความสัมพันธ์บุคคลกับตีความเหตุการณ์ อะไรที่ชัดเจนๆไม่ค่อยมี) การยุ่มย่ามหรือปรับแก้ 112 ตอนนี้คือการพยายามทำลายสถาบันอย่างไม่เป็นธรรม ในเบื้องต้น เรื่องการแก้ไข 112 นักวิชาการฝ่ายนี้อย่างกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ ก็เห็นว่าควรปรับแก้ เหตุผลก็ชุดเดียวกับฝ่ายต้องการแก้นั่นแหละ แต่เน้นว่าไม่ใช่ตอนนี้ ที่สงครามการเมืองร้อนแรง และ 112 ได้กลายเป็นอาวุธหรือพื้นที่ยุทธศาสตร์ไปแล้ว
อีกฝ่ายหนึ่งก็ใช้ 112 เป็นอาวุธในการสวมหมวกฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นเผด็จการ คือเห็นคนที่พยายามหาเหตุหาผล หาบริบทในทางปฏิบัติ ของ112 ถือเป็นพวกเผด็จการไปหมด แต่ไม่ยอมตอบคำถามว่า แก้แล้วสถานการณ์ในภาพใหญ่จะเป็นอย่างไร ความขัดแย้งจะพัฒนาไปในทิศทางใด พวกนี้คิดว่าถ้าตัวเองได้พูดข้อมูลหลักฐานต่างๆที่ตัวเองมีแล้วฝ่ายตรงข้ามจะเชื่อ ซึ่งค่อนข้างมีปัญหา เพราะ ไอ้หนังสือตำราต่างๆ ที่ชอบอ้างกัน พวกอนุรักษ์นิยมเขาก็อ่าน แล้วก็ลงความเห็นให้น้ำหนักไปแล้ว มันถึงสู้กันไม่แพ้ชนะกันอย่างนี้ การไปลงความเห็นว่าอนุรักษ์นิยมไม่ได้รับข้อมูลแบบที่ตัวเองมี อาจจะเป็นการหลงเข้าใจไปเองก็ได้
ผมจำได้คลับคลายคลับคลาว่า มีคนถาม อ.พวงทอง ภวัคพันธ์ ทำนองว่าสมมุติไม่มี 112 แล้วคุณเชื่อว่า สถาบันจะไม่ถูกโจมตีโดยไร้เหตุผล หรือโยนปาป แก่ตอบว่าไม่รู้ ตอบไม่ได้ รู้แต่ว่ามันขัดกับหลักการ คือคำตอบมันไม่ได้บ่งชี้ว่าดีต่อสถานการณ์ความขัดแย้งของประเทศเลย
เท่าที่ผมสัมผัส(ย่านนิคมอุตสาหรรม ) พวกที่มีสีแต่อ่อนๆทุกสี ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ เขามองแบบคุณวีรพัฒน์ คือมองว่าควรปรับปรุงอะไรบ้าง ทำไมราชฑัณฑ์ไม่ให้การรักษา ทำไมศาลไม่ให้ประกันตัว แล้วต้องปรับแก้และพัฒนาอะไรยังไงได้บ้าง จะหาจุดสมดุลยังไงให้ยอมรับกันทุกฝ่ายและบ้านเมืองเดินต่อไปได้ ประมาณนี้ เขาไม่ได้เอะอะก็หลักการอุดมการณ์เป็นใหญ่อย่างเดียว
"เขาไม่ได้เอะอะก็หลักการอุดมก
"เขาไม่ได้เอะอะก็หลักการอุดมการณ์เป็นใหญ่อย่างเดียว"
ก็คงงั้นล่ะครับ เพราะความคิดเห็นที่พวกเขาแสดงออกมา มีแค่สัญสำนึกเท่านั้น ความแหลมคมจึงจำกัดจำเขี่ย
แต่ถามว่าสามัญสำนึกพื้นฐานเรื่องความเป็นธรรม มนุษยธรรม ของพวกเขาถูกต้องไหม?
ถูกต้องแล้วครับ!
ถ้าไม่ใจไม้ใส้ระกำ ใครๆก็ต้องเห็น แต่เรื่องที่เกี่ยวกับกิเลสตัณหาแห่งอำนาจ เรื่องอำนาจซ้อนอำนาจ
ใช้สามัญสำนึกอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะหนทางเต็มไปด้วยกับดัก กลเกมทางการเมือง
ที่ประชาชนผู้ไม่รู้เท่าทันจะถูกหลอกใช้ได้ง่ายๆ
คงเป็นเพราะ สังคมไทยขาดวัฒนธรรมแห่งความขี้สงสัย กับวัฒนธรรมแห่งการอ่านกระมังครับ.
แถมนิด...ผมไม่ได้เอะอะก็หลักการอุดมการณ์อย่างเดียวนะ พวกคุณต่างหากที่เอะอะก็รักๆๆๆๆๆ
รู้จักไหมหลักกาลามสูตรน่ะ ที่ผ่านมาพวกคุณทำอะไรกับแผ่นนี้ ผลข้างเคียงมันร้ายแรงมากถ้าคุณใช้ความรักเป็นอาวุธ
คุณกำลังสอนทำให้นักการเมืองธรรมดาๆเรียนรู้โนว์ฮาวระบบอบมาเฟียโบราณ คุณกำลังสร้างปีศาจตนใหม่ รู้ไหม?
นวนคร wrote:คุณวีรพัฒน์
[quote=นวนคร]คุณวีรพัฒน์ สู้ๆ
ส่วนตัวผมๆ มองว่า
ปัญหา 112 มันเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาความขัดแย้งในสังคมของเรา และมันได้กลายสภาพเป็นอาวุธ ของทั้ง 2 ฝ่าย
ฝ่ายหนึ่ง ก็ระแวงว่าอีกฝ่ายต้องการล้มสถาบันโดยไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอ (งานอ้างอิงของพวกฝ่ายแก้ 112 เน้นที่การเชื่อมความสัมพันธ์บุคคลกับตีความเหตุการณ์ อะไรที่ชัดเจนๆไม่ค่อยมี) การยุ่มย่ามหรือปรับแก้ 112 ตอนนี้คือการพยายามทำลายสถาบันอย่างไม่เป็นธรรม ในเบื้องต้น เรื่องการแก้ไข 112 นักวิชาการฝ่ายนี้อย่างกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ ก็เห็นว่าควรปรับแก้ เหตุผลก็ชุดเดียวกับฝ่ายต้องการแก้นั่นแหละ แต่เน้นว่าไม่ใช่ตอนนี้ ที่สงครามการเมืองร้อนแรง และ 112 ได้กลายเป็นอาวุธหรือพื้นที่ยุทธศาสตร์ไปแล้ว
อีกฝ่ายหนึ่งก็ใช้ 112 เป็นอาวุธในการสวมหมวกฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นเผด็จการ คือเห็นคนที่พยายามหาเหตุหาผล หาบริบทในทางปฏิบัติ ของ112 ถือเป็นพวกเผด็จการไปหมด แต่ไม่ยอมตอบคำถามว่า แก้แล้วสถานการณ์ในภาพใหญ่จะเป็นอย่างไร ความขัดแย้งจะพัฒนาไปในทิศทางใด พวกนี้คิดว่าถ้าตัวเองได้พูดข้อมูลหลักฐานต่างๆที่ตัวเองมีแล้วฝ่ายตรงข้ามจะเชื่อ ซึ่งค่อนข้างมีปัญหา เพราะ ไอ้หนังสือตำราต่างๆ ที่ชอบอ้างกัน พวกอนุรักษ์นิยมเขาก็อ่าน แล้วก็ลงความเห็นให้น้ำหนักไปแล้ว มันถึงสู้กันไม่แพ้ชนะกันอย่างนี้ การไปลงความเห็นว่าอนุรักษ์นิยมไม่ได้รับข้อมูลแบบที่ตัวเองมี อาจจะเป็นการหลงเข้าใจไปเองก็ได้
ผมจำได้คลับคลายคลับคลาว่า มีคนถาม อ.พวงทอง ภวัคพันธ์ ทำนองว่าสมมุติไม่มี 112 แล้วคุณเชื่อว่า สถาบันจะไม่ถูกโจมตีโดยไร้เหตุผล หรือโยนปาป แก่ตอบว่าไม่รู้ ตอบไม่ได้ รู้แต่ว่ามันขัดกับหลักการ คือคำตอบมันไม่ได้บ่งชี้ว่าดีต่อสถานการณ์ความขัดแย้งของประเทศเลย
เท่าที่ผมสัมผัส(ย่านนิคมอุตสาหรรม ) พวกที่มีสีแต่อ่อนๆทุกสี ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ เขามองแบบคุณวีรพัฒน์ คือมองว่าควรปรับปรุงอะไรบ้าง ทำไมราชฑัณฑ์ไม่ให้การรักษา ทำไมศาลไม่ให้ประกันตัว แล้วต้องปรับแก้และพัฒนาอะไรยังไงได้บ้าง จะหาจุดสมดุลยังไงให้ยอมรับกันทุกฝ่ายและบ้านเมืองเดินต่อไปได้ ประมาณนี้ เขาไม่ได้เอะอะก็หลักการอุดมการณ์เป็นใหญ่อย่างเดียว[/quote]
อ่านที่คุณเขียนมาหลายปีนี่เป็นครั้งแรกที่เห็นด้วยทุกอย่างที่คุณเขียน ขอเพิ่มเติมบางประเด็น
1. คนที่คุณไม่ได้สัมผัสก็ยังมีโดยเฉพาะคนที่ติดคุกด้วยม.112 คนที่คุณไปเจอเขาไม่ติดคุกเขาก็สนใจเรื่องปากท้องมากกว่า คนเราก่อนจะช่วยคนอื่นได้ก็ต้องช่วยตัวเองได้ก่อนค่ะ ไม่งั้นก็เป็นเตี้ยอุ้มค่อย ก็ไม่ได้ว่าคนที่คุณเจอเขาเห็นแก่ตัว แต่มันเป็นสัญชาติญาณมนุษย์ ดิฉันเองก็ด้วย ถ้าไม่สุขสบายมีกินแล้วดิฉันก็ไม่มีเวลามานั่งเขียนบทความลงประชาไทหรอกนะคะ ก็ต้องไปทำมาหากินให้มีกินก่อน
2. ดิฉันสนับสนุนการแก้ม.112 ทั้งเพราะเห็นใจคนที่ติดคุกเพราะคดีนี้และเพราะมองว่าม.112 คือกระดูกสันหลังของรธน.กึ่งรัฐศาสนา แค่นี้คนไทยก็โดนสะกดจิตกันจนโลกทัศน์คับแคบแบบเกาหลีเหนือไปแล้ว ระบบเศรษฐกิจไทยเป็นทุนนิยม(แบบไทยๆ)แต่ระบบการปกครองคล้ายเกาหลีเหนือมาก มีดีกว่าเกาหลีเหนือตรงที่ว่าใครไม่ชอบก็อนุญาตให้ย้ายไปอยู่ประเทศอื่นได้ ไม่ควบคุมการย้ายออกนอกประเทศแบบเกาหลีเหนือ
คุณภาพคนรุ่นใหม่มีแต่ถอยหลังเข้าคลอง ก็สะกดจิตกันทั้งด้วยพิธีกรรมและทั้งด้วยการศึกษาแบบอนุรักษ์นิยม คนโดนสะกดจิตมานานๆยากที่จะมีความคิดสร้างสรรค์นะคะ ศาสนาเป็นสิ่งดีถ้าใช้ให้ถุกทาง แต่ที่ไทยเอามาเป็นเครื่องมือควบคุมพลเมือง ถ้าไม่แก้ม.112 แก้รธน.กันไปก็ได้รธน.กึ่งรัฐศาสนาฉบับใหม่ ก็สะกดจิตพลเมืองด้วยพีธีกรรมต่างๆกันต่อไป คนไทยก็สมองฝ่อลงทุกวัน นานไปก็เป็นได้แค่ประเทศที่ขายแรงงานราคาถูกแค่นั้น
อ่านไปอ่านมาอ่านมันทุกตัวหน่อ
อ่านไปอ่านมาอ่านมันทุกตัวหน่อน..อ่านแล้วก้อให้รุ้สึกว่าหนอนแต่ล่ะตัวก้อว่า "ข้าเก่ง ข้าเจ่งที่สุด"
หุหุ ทุกตัวหนอนก้อล้วนอยู่ในกองมูตรกองเดียวกัน ฮ่าฮ่า มูตร ๑๑๒ กองเดียวกานนนนนนนนนนนนนนนนนนน หุหุ หนอนนนนนนนนนนนนหนางสือถางง้านนนนนนนนนนนน
ไม่มีหนอนตัวไหนอธิิายเรื่องสองมาตราฐานในคดีเดียวกันเหมือนกันซักโคนนนนนนนนนนนนนน
หุหุ งานนี้หนอนฮาเวิี์ร์ดเหนื่อยที่สุด ฮ่าฮ่า
ประเด็นของคุณ"นวนคร"
ประเด็นของคุณ"นวนคร" ยิ่งออกทะเล(แถมพาดพิงคนอื่นรวมผมเสียหายร้ายแรงด้วย) ผมวิจารณ์ในแง่มุมต่อต้านม.112 ตรงเนื้อหาและวิธีปฎิบัติและทั้งที่มาจนถึงมันสร้างเงื่อนไขมหาเงื่อนไขหลายๆอย่างให้สังคม,สถาบันฯ ในหลายๆมิติ เช่น ความน่าเชื่อถือในเงื่อนไขที่ต่างชาติเขาซีเรียส(การละเมิดสิทธิมนุษยชนสากล) และเนื้อหานิติรัฐที่ไม่มีหลักนิติธรรมที่ยึดโยงการปกครองแบบปชต. แต่มันยึดโยงอำนาจนอกจากนั้นมันทำให้ถนนทุกสายพุ่งเป้าไปเข้าหาสถาบันฯหลักเราอย่างเลี่ยงไม่ได้
ที่เราอธิบายได้กับคนไทย แต่ต่างชาติเข้าไม่เข้าใจว่าคืออะไร? มันกระทบหลายมิติด้านความเชื่อมั่น อย่าลืมว่าต่างชาติหลายคนโดนม.112เล่นงานแบบงงๆ ไปหลายคน กระทบเขาแน่นอนในการประเมินหลักนิติธรรม และความน่าเชื่อถือหลายๆมิติของประเทศนี้???
ดังนั้นที่ผมกล่าวมาทั้งหมด ผมไม่ได้ เจตนาล้มล้างสถาบันตามข้อกล่าวหาคุณ"นวนคร" ที่เหมารวมคลุมๆมาแบบนั้?น เพราะผมติงเพื่อให้มันไม่เป็นเงื่อนไขในสังคมที่ม.112 ไปสร้างเื่งื่อนไขให้สถาบันกับผสกฯของพระองค์ท่านมีปัญหาหรือผลักให้ เจตนารมณ์"ประชาสมาศรัย" ที่พระองค์ท่านเปรยบ่อยๆ เพราะนั้นคือปชต.แบบกษัติย์
แต่เนื้อหาและวิธีการแห่งม.112 มันปิดโอกาสแบบนั้น? และหรือมันสร้างบรรยากาศแบบตรงข้าม? เท่ากับม.112มีปัญหากับเจตนารมณ์ประชาสมาศรัยนั้น นั้นคือการนำเสนอของผม มันเกี่ยวๆทุกมิติที่จะสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งทางสังคมจากผลแห่งม.112 ส่วนใครจะหยิบเอาไปเป็นเครื่องมือต่อ่สู้ทางการเมือง หรืออาวุธทางการเมือง
ตามข้อสังเกตุคุณ มันก็เนื่องมาจากต้นน้ำของปัญหาการมีมาตรา112นี้ ที่อีกฝ่ายประกอบเป็นอาวุธร้ายแรงในการไล่ล่าจนผมเรียกนิยามส่วนตัวม.112ว่า" อุปกรณ์ยิงตูดสนัข" เป็นอาวุธร้ายแรงที่เทพเมือกใช้ใน"มายแม็ปล้มเจ้า"(ผังล้มเจ้า) ที่อ.ยิ้มโดนไป ที่ผมล้อหนักไปว่า
ใครมันเอาครุ ถัง กาลามัง แลกอ.ยิ้มมา? มันมองศักดิ?ศรีความเป็นคนหรือคนไทยเหมือนหมูเหมือนหมา แบบนั้นเหรอ ในการจับขังคุกตาราง ในแบบรถขนหมา หรือรถต้นแบบ"ทรานฟอร์มหมา" รุ่นที่มีออฟชั่นเด็ดไม่ต้องคอยถีบกรงหนี คือชิ่งหนีง่ายๆเลย คนปฎิบัติ(ไม่ต้องรับผิดชอบใดใดถีบกรงหนีง่ายๆเลย) อย่างเทพเมือกกับกรณีมายแม็ปล้มเจ้า จนได้เหยื่ออย่างอ.ยิ้ม? รับผิดชอบออะไรมันจึงมักง่ายในการเอาไปใช้ แค่อ้างว่าใช้เพราะจงรักษฯ? หรือมันเจาะจงลากลงมากระทืบ???
นี่ถ้าอ.ยิ้มไม่เลือกฟ้องกลับจนผลคดีอ.ยิ้มชนะ จึงรอดตัวมา แต่ถ้าเป็นตาสีตาสา หรืออย่างอากง คุกฟรีลืมไปเลยครับ??? นั้นคือเงื่อนไขมหาเงื่อนไขที่เกิดขึ้นจริงเดือดร้อนจริงกระทบทุกคนจริง เขาจึงออกมาต่อต้าน ไม่เกี่ยวกับล้มจ้งล้มเจ้าอะไรของคุณนวคร เลย เขาเจตนาช่วยด้วยซ้ำ???
ส่วนกรณี เจ้าของบทความ"วีรพัฒน์" ด้วยความเคารพความคิดต่างคุณครับ? แต่บางเรื่องเมื่อมีการเสิร์ฟทางสาธารณะ มันเป็นประเด็นสาธารณะแล้ว ก็ต้องคุยให้รู้เรื่องไม่ใช่พูดไม่รู้ที่เอาเมาประเด็น จนผมติงคุณไปแล้วชี้ชัดๆโฟกัสไปยังประเด็นหลัก หรือกรอบหลักๆของประเด็นสาธารณะนี้
ให้มันชัดว่าเราพูดเรื่องอะไร เป้าหมายคืออะไร แต่ถูกคุณ"นวนคร" กล่าวหา บิดเบือนว่าเจตนาล้มเจ้าที่มันตรงผมจึงชี้แจงแย้งไปเนื่องจากจะเสียหาย แต่กรณี"วีรพัฒน์" ผมแย้งเพราะถ้าไม่แย้งชี้ไม่ชัดมันจะหาประเด็นไม่เจอ เพราะคุณนำเสนอว่าตัวเนื้อหาไม่มีปัญหา และการตีความผ่านความมั่นคงไม่ใช่ประเด็น(คุณเคยโต้นิติราษฎร์และผมตอบสวนแทนนิติราษฎร์ตามเนื้อหาช้างบนไป)แต่ข้อเท็จจริงมันตรงกันข้าม ผมจึงชี้แจงไปตามเหตุตามผลนั้น (ไม่ได้เจตนาขัดคอใคร)
นั้นคือถ้าคุณเข้าใจในประเด็นจะหักล้างความเชื่อนั้นแล้วจะไม่มีการนำเสนอซ้ำแบบผิดๆอย่างนี้อีก นั้นคือเหตุผลว่าทำไม่ครั้งนี้ผมขวาง เหมือนมาขัดคอ ทั้งที่แต่ก่อนผมไม่เคยขัดคอคุณสนับสนุนชื่นชมตลอด เพราะเป็นคนหนุ่มไฟแรงมีแง่มุมการนำเสนอในภูมิรู้ัที่มีประโยชน์หลายกรณี เช่นพระวิหารฯ หลายอันต่อยอดจากคุณไปในทางปฎิบัติ เช่นแปลผิดฯลฯ นั้นคือรูปธรรมในคุณูปการณ์ของคุณต่อคนไทย แม้จะเวทีเล็กๆแบบนี้ มันกลับไปผลต่อบ้านเมืองอย่างเป็นรูปธรรม
แต่ประเด็นแย้งครั้งนี้ เพราะผมเคยเตือนแล้วตอนนั้น(คราวคุณแย้งนิติราษฎร์) หวังว่าคงเข้าใจนะครับ?ไม่ได้เจตนาขัดคอใคร หรือแย่งซีนใคร? แต่ถ้าไม่แย้ง มันจะหาข้อสรุปที่ชัดเจนไม่ได้ ส่วนคุณกานดา ครับ ผมให้ความเห็นท้ายบทวิเคราะห์ จึงไม่มีหน้าที่กำหนดประเด็น หรืออกแบบบทวิเคราะห์
ส่วนใหญ่มันจึงไหลตามเนื้อหาเจ้าของบทวิเคาราะห์เขามันจึงเป็นไปตามที่คุณติงมาว่าประเด็นมันกระจาย ก็ใช่ครับเพราะผมมาร่วมแจมไม่ได้เป็นผู้ตั้งโตีะเองก็ขอบคุณที่ติงมา แต่ผมซีเรียสสุดๆ ที่คุณ"นวนคร" เพราะข้อกล่าวหาที่บิดเบือนเขารุนแรงและเสียหายมากจึงรีบชี้แจงครับ???
ส่วนจันแดง มีอะไรก็ว่ามาเลย
ส่วนจันแดง มีอะไรก็ว่ามาเลย อย่ามาแขวะ? แบบอมภูมิ ผมเจอคุณหลายครั้งแล้ว อมขี้ฟันทั้งนั้น? ไม่ได้อมภงอมภูมิอะไรหรอก? จริงไหม?จันแดง คือผมจำลายมือคุณได้ รวมถึงจำอุจาระวาจาที่แอบเหยาะขี้มูกน้ำลายใส่ความเห็น แบบเด็กแว้น มาก่อกวนชาวบ้านเขา เพราะมันคุ้นๆคุณได้ไปแว้นไว้ สมัยเรื่องพระวิหาร
ประเด็นเรื่องสองมาตรฐาน มันเป็นหน้าที่ของเจ้าของบทวิเคราะห์เขาจะกำหนด เราแค่มาเดินตลาด ไม่ได้เป็นเจ้าของแผงขาย? ในการกำหนดประเด็นบนโต๊ะสนทนา ส่วนคุณมีอะไรก็ว่ามาดีกว่า ?ประเด็นมันเยอะแยะไปหมด คุณจะเอามาเสนอขายก็ว่ามาสิ? แต่อย่าลืมถามเจ้าของแผงเขาด้วยว่าเขาอนุญาติให้มาขายตัดหน้าแผงขายเขาไหม?
คุณเปิดมาสิ ผมจะต่อให้ หรือฝังใจที่แดงเลือดอาบได้ฝั่งเดียวขณะที่ เหลืองหลากขี้ จะจะเห็นเป็นประเด็นสาธารณะ ตั้งหลายคน? ยกฟ้องได้ประกันหมด? ก้บอกแล้วไงม.112 อุปกรณ์ยิงตูดสนัข "รถทรานฟอร์มหมา" เขาตั้งล๊อค แบบหนังโกลสบัตเตอร์ ให้สัญญญานไล่ล่าดังเฉพาะ ตัวไหนมันหางแดง ส่วนหางเหลือง หางน้ำเงิน เขาคัดออก ไม่ต้องรอถีบกรงหนีจริงไหมจันแดง เอ้ยหางแดง555
ปล.ผมตอบตามสไตล์ลายมือใครมาแบบไหนน่ะครับจันแดงเขาสไตล์กวนๆมาแบบนี้ ก็เลยจัดไปแบบนี้???
คือหลายคนหลายกระแส
คือหลายคนหลายกระแส พยายามโบ้ยเนื้อหามาตรา112 ว่าเป็นปัญหาแค่ระดับปฎิบัติ เช่นสังคมไปกดดันศาล หรือระดับปฎิบัติ เช่นคนชงรูปคดี ว่าเกินกว่าเหตุไหม? ตีความผิดไปไหม? เช่นล่าสุดศาลโดนกระแสสังคมถล่ม?
จริงๆสังคมไทย กับคุณภาพปชต.แบบสมาธิสั้น มันจึงไหลเฮๆกันตามกระแส จนจับสาระหรือเนื้อหาต้นน้ำของปัญหาไม่ถูก? มันจึงมั่วกันไปแล้วก็มั่วกันมาแบบนี้แถม ไปด่าเขมรว่า ว่าอะไรว่าเฮไหน?เฮตามกันกับข่าวลือแบบเขมรเผาสถานทูตไทยคราวนั้น แต่คนไทยนี่ล่ะ? แย่กว่าเขมรกับสังคมไร้สติ สมาธิสั้น?
ศาลหรือพนักงานระดับปฎิบัติไม่ได้เกินกว่าเหตุเลย เพราะถ้าพนักงาน ไม่ทำ ก็จะโดนข้อหาละเว้น(เช่นประเด็นกรณีข้อความในห้องน้ำหรือไม่ยืนในโรงหนัง นั่งขี้อยู่ดีดีไม่รู้อิโหน่อิเหน่มีสิทธิได้รับแจ๊กพ็อตคุกฟรีๆระดับสิบปีน่ะครับ
ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เป็นประเด็นแล้ว"จะอุด อั้นสุขา"(ประยุทธ) ออกมาครางฮึมๆ เรื่องขอ้ความในห้องน้ำสาธารณะ? นั้นคือใครไปขี้ เกิดเจอข้อความหมิ่นในนั้น แล้วคนเข้าต่อไป เกิดหมั่นไส้เพราะรอนานจนขี้เร็ดกางเกง จึงอย่าเอาคืนเพราะแรงจูงใจมากกว่าหมั่นไส้(เข้าข้อกฎหมายด้วยเห็นไม่ห้ามปรามโดนด้วยครับ)
ก็เลยฟ้องร้องนายคนขี้นานนี้ เพราะใครก็นำฟ้องได้(ตรงนี้ก็ปัญหา) แล้วไปถึงตำรวจ เห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่รับฟ้องก็ไม่ได้?เพราะคดีความมั่นคงร้า่ยแรง(นี่ไงครับมันไฟ้ต์บังคับแบบไหน?) สวนปลายทางจะออกณูปแบบใด แต่ทางแห่งคดี มันไฟ้ต์บังคับมาเรื่อยๆ จนชงไปแบบปลายทางอย่างอากงครับ???เพราะถ้าไม่ปฎิบัติก็ อาจจะโดนข้อหาละเว้นฯเสียเอง รวมทั้งอัยการ,ศาล ด้วย ยิ่งกรณีเทียบเคียงกฎหมายความมั่นคงแบบนี้
เขาจึงตีความตรงตัวบท ไปโทษเขาไม่ได้? นั้นคือตัวชี้วัดผลที่วีรพัฒน์เถียงนิติราษฎร์ผ่านมายังผม ว่าประเด็นความมั่นคงไม่เกี่ยวกับเนื้อหาสาระทางคดีที่จะมีปัญหา? ก็นี่ไงครับจะจะว่าคืออะไร? คดีอากงนี่ไง และตัวอย่างที่ชี้มามันจะจะไหม? เหยื่ออย่างอากง,อ.ยิ้มหรือหลายคนนี่ไง? คุกแบบไม่ต้องให้ประกันตัวเพราะคดีความมั่นคงร้ายแรง จึงไม่ได้รับประกันตัว เพราะผู้ปฎิบัติก็เลี่ยงไม่ได้
แต่วันนี้สังคมไทยกลับไปจับผิดระดับปฎิบัติ เช่นศาลตอนนี้แบบผิดฝาผิดตัวไม่มองที่ต้นน้ำปัญหาไปคลำๆหาอะไรที่ปลายน้ำเจ้าพระยาแบบนั้น อีกหน่อยก็คงพากันไปลอยคอกลางทะเลฯ (ออกทะเลกันทั้งประเทศ) เพราะความ"มั่วสนิท ศิษย์ส่ายหน้า"แบบนี้ไง???
พวกคุณคิดว่าบ้านเรามีกองกำลัง
พวกคุณคิดว่าบ้านเรามีกองกำลังอย่าง เกสตาโป เรดการ์ด รีพับรีกันการ์ด มั้ย? ผมว่ามี เพราะว่าที่ทุกวันนี้การเคลื่อนไหวเรื่องนี้ แม้จะเป็นกระแสสูง แต่เป็นอย่างที่เห็นกันอยู่ เพราะผู้เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างเจ้าหน้าที่ระดับสูง หรือผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องในภาคส่วนต่างๆที่เป็นวงในที่พอจะมองเห็นความฉ้อฉล ถึงแม้จะสำนึกในบาปกรรมที่เคยสมรู้ร่วมคิด แต่ก็ยังไม่กล้าเปิดปาก เพราะต่างก็กลัวกองกำลังนี้จะมาเล่นงาน เรื่องจะหวังพึ่งอำนาจรัฐบนดินนั้นลืมไปได้เลย(แค่เดี๋ยวนี้ประชาชนที่ิอยู่นอกวงอำนาจ ต่อจิ๊กซอนิดหน่อยยังตาสว่างได้เลย เพราะที่ผ่านมาแก๊งนี้ทำอะไรไว้ มันได้ทิ้งใบเสร็จไว้ตลอดทาง ไม่ได้เนียนอะไรมากมาย แล้วถ้าความจริงถูกเปิดเผยจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ล่ะ! มันจะเร่งปฎิกริยาได้มากขนาดไหน?)
เมื่อไหร่ที่แยกกองกำลังติดอาวุธออกจากแก๊งนี้ได้ เมื่อนั้นแหละที่การยกเลิกกฎเหล็กนี้จึงจะเป็นไปได้.
อะตอม
[quote=อะตอม]ผมว่าคุณ"วีรพัฒน์" ... ละเลยเนื้อหา วิธีการตีความต่อคดีนี้ที่คือเงื่อนไขหลัก ของรูปคดีที่เป็นแบบนี้ยึดโยงคดี"ความมั่นคง" ที่คุณเคยเป๋ฯคราวก่อน ที่สวนนิติราษฎร์หรือ.วรเจตนาเรื่องนี้ จนผมสวนกลับคุณไปว่าคุณ ขาดความเข้าใจเนื้อหาตรงนี้ที่เป็นลักษณะพิเศษแบบไทยๆในการเอาไปบึดโยงความมั่นคงแบบไหน ขัดหลักปชตงหรือสิทธิมนุษยชนประเทสแบบปชตแบบใด คุณยังหลงประเด็นอยู่เลยเรื่องนี้???
ในการตีความความมั่นคงต่อเนื้อหาคดีแบบนี้ละเมิดหลักปชต. หรือเนื้อหาหลักของประเทศที่ปกครองในระบอบปชต.หรือไม่อย่างไร? แต่กรณีคดีอากง ชัดครับว่า ตีความความมั่นคงที่ผิดไปเนื่องจากเนื้อหาในตัวบทม.112กำกับไว้ ให้เป็นคดีความมั่นคง แต่คุณยังหลงประเด็นว่าม.112 ตัวเนื้อหาไม่มีปัญหา??? แต่นี่คือสิ่งชี้วัดว่ามันขัดและมีปัญหาอย่างมากว่าตกลงประเทศนี้ปกครองด้วยอะไรจึงเขียนกกหมาออกมาแบบนี้???
...[/quote]
ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้อ่านความเห็นคุณอะตอม ที่ผมอาจตอบไม่ได้ทันทีนั้น ต้องขออภัยเพราะคุณอะตอมมักตอบมายาง และต่อเนื่องหลายข้อความ บางทีผมต้องอ่านหลายรอบจริงๆ ครับ
ผมเข้าใจว่า
1. คุณอะตอม กำลังบอกว่า มาตรา 112 มีปัญหาในตัวเนื้อหาที่ทำให้ศาลเอาเรื่องความมั่นคงมาตีความอย่างผิดๆ และตัวบทยังขัดต่อหลักประชาธิปไตย และหลักสากล
2. ดังนั้น การที่ผมเสนอความเห็นว่า มาตรา 112 อาจไม่ต้องไปยกเลิกก็ได้ แต่ศาลต้องตีความให้ถูกต้องนั้น จึงเป็นสิ่งที่คุณ อะตอม ไม่เห็นด้วย
หากที่ว่านี้ ผมเข้าใจประเด็นคุณอะตอมถูกต้องแล้ว ผมขอตอบเพียงสั้นๆว่า ผมได้อธิบายความคิดของเรื่องนี้ไว้แล้วในบทความนี้ครับ
http://www.facebook.com/note.php?note_id=328117000543194
ผมขอพยายามเอามาย่อยอีกครั้ง
ผมขอให้คุณอะตอมลองวิพากษ์ความคิดผมเป็นข้อๆ ดังนี้นะครับ
1. มาตรา 112 มีบางแง่มุมที่จำเป็นต่อระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ ?
ภารกิจอีกขั้วของ มาตรา 112 อาจมีแง่มุมที่เป็นประโยชน์หรืออาจ “จำเป็น” ต่อพันธกิจของรัฐประชาธิปไตย ตัวอย่างสุดขั้ว เช่น หากมีผู้ตั้งขบวนการต่อต้านการตรากฎหมาย โดยแสดงอาการอาฆาตมาดร้ายสถาบันเพื่อข่มขู่ให้พระมหากษัตริย์วิตก หรือกลัว หรือลังเล ที่จะทรงลงพระปรมาภิไธยในกฎหมายฉบับดังกล่าวอันเป็นกระบวนการขั้นตอนสำคัญตามรัฐธรรมนูญ ในบริบทขั้วนี้ มาตรา 112 ย่อมเป็นเครื่องมือสำคัญในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ำ ใช่หรือไม่ ?
2. เมื่อพิจารณาต่อจากข้อ 1 เป็นไปได้หรือไม่ว่า มาตรา 112 ซึ่งปัจจุบันถูกบัญญัติไว้ในลักษณะ “ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” นั้น ก็ถือว่ามี “ตำแหน่งแห่งที่” ที่เหมาะสมอยู่แล้ว ?
กล่าวคือ หากตีความให้ถูกต้อง ผู้ที่จะกระทำผิดตาม มาตรา 112 นั้น ไม่เพียงแต่จะต้อง หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แบบธรรมดาทั่วไปเท่านั้น แต่ต้องกระทำในลักษณะหรือด้วยเจตนาที่รุนแรงถึงขั้นกระทบถึง “ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” อีกด้วย กล่าวคือ มาตรา 112 ต้องตีความตัวบทให้สอดคล้องกับตามเจตนารมณ์ของลักษณะความผิด ไม่ใช่นำลักษณะความผิดมาใช้เป็นตัวบท
ดังนั้น จึงน่าคิดว่า การที่ตำรวจก็ดี อัยการก็ดี ผู้พิพากษาก็ดี ไปเข้าใจว่า การหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายตาม มาตรา 112 ทุกกรณีต้องถือเป็น “ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” เสมอไปนั้น ถือเป็นการตีความกฎหมายที่กลับหัวกลับหาง คือ แทนที่จะตีความบทบัญญัติให้เข้ากับเจตนารมณ์ของหมวดหมู่ กลับไปตีความหัวข้อหมวดหมู่ได้กลายมาเป็นเนื้อหาของบทบัญญัติมาตรา 112 เสียเอง หรือไม่ ?
3. เราจะแก้ปัญหามาตรา 112 โดยการตีความกฎหมายให้สมเจตนารมณ์มากยิ่งขึ้นได้หรือไม่ ?
กล่าวคือ แม้มาตรา 112 จะยังคงอยู่ต่อไปในหมวดความมั่นคง หากตีความเสียใหม่ คดีแบบอากง ต้องไม่เกี่ยวกับมาตรา 112 เลย เพราะการกระทำของอากงนั้น ถือไม่ได้ว่ากระทบต่อความมั่นคง
ในขณะเดียวกัน หากมี อากงอีกคน จัดตั้งขบวนการใช้โทรศัพท์กระจายข้อความ sms ต่อสาธารณะ เพื่อขุ่มขู่กษัตริย์ไม่ให้ไปเปิดประชุมรัฐสภา ก็ต้องนำมาตรา 112 มาใช้ให้สมเจตนารมณ์ในฐานะกฎหมายความมั่นคง
แนวคิดแบบนี้ เป็นทางเลือกหนึ่งของการแก้ปัญหา มาตรา 112 โดยไม่ต้องไปยกเลิกหรือย้ายหมวดได้หรือไม่ ?
(อนึ่ง ผมไม่มีปัญหาเลยนะครับ กับการที่จะลดโทษ หรือมีผู้กลั่นกรองการฟ้อง และผมก็ไม่ได้ค้านว่า มาตรา 112 นั้นเหมาะสมในแง่ความชอบธรรมของที่มา ปัญหาที่ผมวิพากษ์คือ การยกเลิก 112 แล้วไปบัญญัติใหม่ในหมวดที่มันผิดฝาผิดตัว เพราะผมมองว่ามันเป็นการแก้ปัญหาที่ผิดวิธี และยิ่งทำให้เกิดความประหลาดว่า กษัตริย์มีกฎหมายให้มาฟ้องประชาชนเรื่องส่วนพระองค์ ก็เท่านั้นครับ แต่ฟังแบบนี้ใครคิดทันจับประเด็นได้ ก็โปรดอย่าหาว่าผมเป็น ultra-anti royalist นะครับ)
รอฟังคุณอะตอมตอบ ผมขอให้ช่วยตอบเรียงประเด็นเป็นข้อๆ ตาม 3 ข้อ ที่ผมถามนะครับ ขอบคุณครับ
ฝากนิดนึงนะครับ
ฝากนิดนึงนะครับ ท่านใดที่รู้จักคุณศรายุทธ ตั้งประเสริฐกุล ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นทีมงานของประชาไท ฝากแจ้งให้คุณศรายุทธ ช่วยดูด้วยว่า คุณศรายุทธได้ตั้งค่าเฟซบุ็คส่วนตัวให้ block เฟซบุ็คของผมหรือไม่
ที่ผ่านมามีบุคคลจำนวนหนึ่งที่มักนำความเห็นของผมไปวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งผมก็ยินดีและสนใจที่จะรับฟังเสมอนะครับ เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าด้วยเหตุใดว่า บางครั้งเหมือนการตั้งค่า block ซึ่งทำให้ผมไม่สามารถแม้แต่ส่งคำขอ หรือข้อความ ทาง เฟซบุ็ค เพื่อเข้าไปรับฟังแลกเปลี่ยนด้วยได้
ผมเข้าใจว่าคุณศรายุทธ เห็นว่าข้อวิจารณ์ในตอนแรกของอาจารย์กานดาน่าสนใจ จึงนำไปเผยแพร่ต่อที่
http://www.facebook.com/sarayut.tangprasert/posts/351693508227852
(ผมเข้าถึงไม่ได้ ต้องอาศัยดูผ่านผู้อื่น ซึ่งไม่ว่าใครก็ดูได้)
ที่น่าสนใจคือ คนที่เข้ามากด like ก็เป็นผู้ที่น่าจะมีความเห็นที่น่าสนใจพอสมควร และก็มีบางส่วนที่ดูเหมือนจะนิยมแต่แสดงความเห็นในที่แจ้งแต่ปิดกั้นเฉพาะตัวผมแบบนี้
แน่นอนว่าเรื่องการใช้เฟซบุ็คนี้เป็นสิทธิส่วนบุคคลย่อมไปบังคับใครไม่ได้ แต่อย่างน้อย ผมคิดว่า หากผู้ใดพอใจที่จะวิพากษ์วิจารณ์ความคิดเห็นของผมในแบบ public แล้ว (กล่าวคือคนทั่วไปอ่านคำวิจารณ์นั้นได้ ยกเว้นที่ block) ก็ขออย่าได้ปิดกั้น หรือ block มิให้ผมได้รับทราบและแลกเปลี่ยนสิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์มายังผมเลย แม้ไม่อยากฟังว่าผมคิดเห็นกับคำวิจารณ์อย่างไร อย่างน้อยก็ให้ผมรับทราบได้ด้วยตนเองเพื่อนำไปคิดต่อได้ก็ยังดี ผมคงไม่มีอะไรที่ทำให้ผู้ใดกังวลใจได้ นอกจากเหตุผลและคำอธิบายที่จะได้แลกเปลี่ยนกลับไป
ขอบคุณครับ
อะตอม wrote:ส่วนจันแดง
[quote=อะตอม]ส่วนจันแดง มีอะไรก็ว่ามาเลย อย่ามาแขวะ? แบบอมภูมิ ผมเจอคุณหลายครั้งแล้ว อมขี้ฟันทั้งนั้น? ไม่ได้อมภงอมภูมิอะไรหรอก? จริงไหม?จันแดง คือผมจำลายมือคุณได้ รวมถึงจำอุจาระวาจาที่แอบเหยาะขี้มูกน้ำลายใส่ความเห็น แบบเด็กแว้น มาก่อกวนชาวบ้านเขา เพราะมันคุ้นๆคุณได้ไปแว้นไว้ สมัยเรื่องพระวิหาร
ประเด็นเรื่องสองมาตรฐาน มันเป็นหน้าที่ของเจ้าของบทวิเคราะห์เขาจะกำหนด เราแค่มาเดินตลาด ไม่ได้เป็นเจ้าของแผงขาย? ในการกำหนดประเด็นบนโต๊ะสนทนา ส่วนคุณมีอะไรก็ว่ามาดีกว่า ?ประเด็นมันเยอะแยะไปหมด คุณจะเอามาเสนอขายก็ว่ามาสิ? แต่อย่าลืมถามเจ้าของแผงเขาด้วยว่าเขาอนุญาติให้มาขายตัดหน้าแผงขายเขาไหม?
คุณเปิดมาสิ ผมจะต่อให้ หรือฝังใจที่แดงเลือดอาบได้ฝั่งเดียวขณะที่ เหลืองหลากขี้ จะจะเห็นเป็นประเด็นสาธารณะ ตั้งหลายคน? ยกฟ้องได้ประกันหมด? ก้บอกแล้วไงม.112 อุปกรณ์ยิงตูดสนัข "รถทรานฟอร์มหมา" เขาตั้งล๊อค แบบหนังโกลสบัตเตอร์ ให้สัญญญานไล่ล่าดังเฉพาะ ตัวไหนมันหางแดง ส่วนหางเหลือง หางน้ำเงิน เขาคัดออก ไม่ต้องรอถีบกรงหนีจริงไหมจันแดง เอ้ยหางแดง555
ปล.ผมตอบตามสไตล์ลายมือใครมาแบบไหนน่ะครับจันแดงเขาสไตล์กวนๆมาแบบนี้ ก็เลยจัดไปแบบนี้???[/quote]
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
ฟังวาทะกรรมของอะตอมบรื้อ!แล้ว
หุหุ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง....ยังคงปรากฏขี้เรื้อนที่รักษาไม่หาย
หุหุ วันนี้ยังจำเขาพระวิหารได้อีกหรือ?
แล้วตกลงท้านสุดเป็นของใครล่ะ ชัดแจ้งล่ะยัง แล้วตกลงสันปันน้ำตาม ๐๕ คือเส้นไหนกัน
ถึงวันนี้คงจะได้ความจริงแล้วน่ะ หุหุ โง่ถึงขนาดแนะนำให้ไปฟ้องว้ำ เออว๊ะเดียวอีกไม่นานคงได้มีวิวาทะกันนเรื่องนี้อีกแน่ ศาลใกล้จะัดสินแล้วนี่
หุหุ วันนี้เป็นอย่างไรบ้างล่ะสองคนไทยวีระผู้อาจกล้าราตีผุ้อาจหาญที่ยังอยู่ในคุกเขมรน่ะน่ะ ไม่ใช้เพราะมีความเชื่อความคิดแบบเดียวกับอะตอมบรื้อ!ไม่ใช่หรือ ถึงกับมีความคิดแนวบยุยงส่งเสริมให้ก่อสงคราม"คลั่ง"คุณก้อกระทำมาแล้ว... แล้วไง บทสรุปวันนี้เป็นอย่างไร?
อย่าต้องพูดอะไรให้มากเลย แม้คำง่าย ๆ "สันปันน้ำคืออะไร แล้วตามกรณีข้อพิพาทคือเส้นไหน?" หุหุ ขี้เรื้อนรอยนี้คุณอะตอมบรื้อ!ยังรักษาไม่หายเลย
จะยอมลงทุนลงแรงสร้างรอยใหม่หรืออย่างไร
เอาอย่างงี้ก้อแล้วกัน แค่ข้อเท็จจริงเพียงแค่นี้...
"....และจำเลยอ้างความเจ็บป่วย ไม่ปรากฏจนถึงขนาดจะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ทั้งราชทัณฑ์ก็มีโรงพยาบาลที่จะให้การรักษาจำเลยได้ทันทีอยู่แล้ว ในชั้นนี้ศาลอุธรณ์จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์"
เป็นบางส่วนจากคำสั่งของศาลอุทธรณ์
ควรมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอำนาจ การใช้อำนาจ ความเชื่อมโยงกับอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชวไทยอย่างไร การบังบใช้อย่างเป็นธรรม(นิติธรรม ไม่ใช่นิติรัฐอย่างไร) หุหุ หวังว่าจะไม่ออกแนวก่อสงคราม "คลั่ง"แบบกรณีเขาพระวิหารอีกน่ะครับ จะสังเวชกันเปล่า ๆ
ตอนนี้เวลานี้คนที่ไม่รู้ "เพลี้ย" ของคุณเขาก้ออาจชื่นชม หุหุ เอาเถอะยังไงก้อไม่สามารถกลบลายเรื้อนไปได้หร็อกเดี๋ยวก้อเรื้อนโผล่..เชิญตามสบายน่ะครับ
อ้อสุดท้ายจะบอกให้รู้ประดับความรู้ไว้น่ะครับ มนุษย์นั้นล้วนมีหางทุกคน ผมยินดีที่จะมีหางสีแดงครับ หากรู้ไม่ถึงไม่ทันก้อไม่ต้องมาพูดเรื่องหางน่ะครับ จะขายขี้เเทือกสุบรรณเปล่า ๆ
อ้อ!อีกเรื่อง เรื่องอมขี้ฟันน
อ้อ!อีกเรื่อง
เรื่องอมขี้ฟันนั้นไม่อมขี้ฟันแล้วจะให้อมอะไร ความจริงธรรมดามากกับการอมขี้ฟัน ผมอม ๆ แปรง ๆ
ฟันผมสะอาดดีครับ
หรือว่าคุณเอาปากไว้อมนิ้วตีน อมนิ้วตีนไม่อมขี้ฟันอย่างนั้นหรือ?
วาทะกรรมแบบเด็ก ๆ ฟ๊ะ(Fuck)! อะตอมบรื้อ! ถนัดนักน่ะเรื่องแบบนี้ เอาความจริงเอาข้อเท็จจริงเอาเรื่องธรรมชาติเอาเรื่องธรรมดามาพูดบิดเบือนให้เหมือนเป็นรื่องไม่ปกติไม่ธรรมดาฟังดูไม่ดี นึกว่าเก่ไก๋นักหรือ คุณอะตอมบรื้อ! ผมว่าคุณยังอ่อนหัดนักกับเรื่องแบบนี้ ทบทวนตัวเองหน่อยน่ะครับ
....."1.
....."1. คนที่คุณไม่ได้สัมผัสก็ยังมีโดยเฉพาะคนที่ติดคุกด้วยม.112 คนที่คุณไปเจอเขาไม่ติดคุกเขาก็สนใจเรื่องปากท้องมากกว่า คนเราก่อนจะช่วยคนอื่นได้ก็ต้องช่วยตัวเองได้ก่อนค่ะ ไม่งั้นก็เป็นเตี้ยอุ้มค่อย ก็ไม่ได้ว่าคนที่คุณเจอเขาเห็นแก่ตัว แต่มันเป็นสัญชาติญาณมนุษย์ ดิฉันเองก็ด้วย ถ้าไม่สุขสบายมีกินแล้วดิฉันก็ไม่มีเวลามานั่งเขียนบทความลงประชาไทหรอกนะคะ ก็ต้องไปทำมาหากินให้มีกินก่อน
2. ดิฉันสนับสนุนการแก้ม.112 ทั้งเพราะเห็นใจคนที่ติดคุกเพราะคดีนี้และเพราะมองว่าม.112 คือกระดูกสันหลังของรธน.กึ่งรัฐศาสนา แค่นี้คนไทยก็โดนสะกดจิตกันจนโลกทัศน์คับแคบแบบเกาหลีเหนือไปแล้ว ระบบเศรษฐกิจไทยเป็นทุนนิยม(แบบไทยๆ)แต่ระบบการปกครองคล้ายเกาหลีเหนือมาก มีดีกว่าเกาหลีเหนือตรงที่ว่าใครไม่ชอบก็อนุญาตให้ย้ายไปอยู่ประเทศอื่นได้ ไม่ควบคุมการย้ายออกนอกประเทศแบบเกาหลีเหนือ
คุณภาพคนรุ่นใหม่มีแต่ถอยหลังเข้าคลอง ก็สะกดจิตกันทั้งด้วยพิธีกรรมและทั้งด้วยการศึกษาแบบอนุรักษ์นิยม คนโดนสะกดจิตมานานๆยากที่จะมีความคิดสร้างสรรค์นะคะ ศาสนาเป็นสิ่งดีถ้าใช้ให้ถุกทาง แต่ที่ไทยเอามาเป็นเครื่องมือควบคุมพลเมือง ถ้าไม่แก้ม.112 แก้รธน.กันไปก็ได้รธน.กึ่งรัฐศาสนาฉบับใหม่ ก็สะกดจิตพลเมืองด้วยพีธีกรรมต่างๆกันต่อไป คนไทยก็สมองฝ่อลงทุกวัน นานไปก็เป็นได้แค่ประเทศที่ขายแรงงานราคาถูกแค่นั้น".....
กราบขอบคุณครับอาจารย์กานดา นาคน้อย ความกล้าหาญเช่นนี้ขอคาระวะด้วยหัวใจครับ
1. มาตรา 112
1. มาตรา 112 มีบางแง่มุมที่จำเป็นต่อระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ ?
ภารกิจอีกขั้วของ มาตรา 112 อาจมีแง่มุมที่เป็นประโยชน์หรืออาจ “จำเป็น” ต่อพันธกิจของรัฐประชาธิปไตย ตัวอย่างสุดขั้ว เช่น หากมีผู้ตั้งขบวนการต่อต้านการตรากฎหมาย โดยแสดงอาการอาฆาตมาดร้ายสถาบันเพื่อข่มขู่ให้พระมหากษัตริย์วิตก หรือกลัว หรือลังเล ที่จะทรงลงพระปรมาภิไธยในกฎหมายฉบับดังกล่าวอันเป็นกระบวนการขั้นตอนสำคัญตามรัฐธรรมนูญ ในบริบทขั้วนี้ มาตรา 112 ย่อมเป็นเครื่องมือสำคัญในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ำ ใช่หรือไม่ ?
ตอบคุณวีรพัฒน์ เบื้องต้นคำถามคุณไม่ตรงประเด็น? ยังจับแพะชนแกะอยู่? ความผิดชัดเจนเรื่องนี้(ในกรณีที่คุณยกมา)ไม่มี? และไม่เคยมีกรณีตัวอย่างแบบนี้เทีัยบเคียงและมันไม่ใช่ประเด็นนี้คุณจับแพะชนแกะแล้ว (ตอนนี้่เราพูดกรณีอากงคุณกำลังหลงประเด็นจะบแพะชนแกะอยู่) แล้วถ้าม.112 ก้าวหน้าไปไกลระดับป้องกันส่วนนั้น(คือเกินประเด็นนี้ไปหลายลี้ที่ผมฟันธงว่า99.99%ว่าไม่มีกรณีตัวอย่างนี้? แต่ถ้าคุณคิดกว้าหน้าไปไกลกว่านั้น จนยกกรณีแบบนี้มาที่ความน่าจะเป้นเท่ากับ0 ผมยินดีและเห็นด้วย แต่เงื่อนไงมหาเงื่อนไข กรณีเคสแบบนี้ไม่ถึง 0.000000009% บนความน่าจะเป็น และลักษณะสังคมไทย
จนถึงเจตนานารมณ์กฎหมานี้(ตรงนี้สำคัญมาก) เจตนารมณ์ของม.112 ไม่ได้ตรงตามที่คุณนำเสนอตรงนี้? แต่คือ(ขออนุญาติตรงๆน่ะถ้าไม่ตรงจะเข้าประเด็นไม่ได้) นั้นคือต้องการให้อำนาจนอกปชต.ใหญ่กว่าอำนาจปชต. ในตัวเนื้อหาม.112 นั้นคือผมกำลังจะตอบคุณเรื่อง จำเป็นหรือไม่จำเป็นต่อระบอบปชต. แต่เนื้อหามในเจตนารมณ์ม.112 คือเป็นยูเนี่ยนของรูปแบบการปกครองแบบปชต.(คือใหญ่กว่าปชต.)
ผมถามนู่๋"วีรพัฒน์" ว่าคุณฝักใฝ่อะไร? ปชต.หรืออำนาจนอกปชต. ถ้าคุณแยกแยะเป็น คุณจะเข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมาแบบนี้ว่าจำเป็นต่อการปกครองในระบอบปชต.อันมีพระมหากษัคิย์เป็นประมุขไหม? หรือไม่? ถ้าคุณตอบว่าใช่? นั้นหมายความว่าคุณตีความกฎหมายนี้ว่ามีอำนาจที่มีศักดิ์มีเจตนารมณ์ที่ต้องพิทักษ์ อำนาจนอกปชต.สูงกว่าการปกครองในระบอบปชต.เพราะในหลักกาณณืที่มาเนื้อหาของกฏหมายนี้มทีเจตนารมณ์ไปถึงตรงนั้น(อย่าบอกว่าไม่รู้หรือดุไม่ออกระดับคุณแล้ว)
เพราะการตีความ หลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในหลักการการปกครองในระบอบปชต. ต่ำกว่าอำนาจนอกปชต.ในการตีความาเอาผิดเทียบเคียงเนื้อหาความมั่นคงต่อรัฐ คดีอากงชัดแล้ว อย่ามาเลี่ยงบาลีช้างๆคูๆแบบนี้ นู๋วีรพัฒน์อย่าเอาทีนเท่าฝาหอยมาสวนพี่? นู๋ไปทบทวนตัวเองว่า เข้าใจเรื่องนี้ดีแค่ไหน?ในเนื้อหา ไม่ใชแหลตามน้ำมาแบบนี้? พี่เตือนด้วยเอ็นดู เพราะตอนนี้ไม่มีสมาธิคุยละเอียด ตอบแค่ตามน้ำ(เห็นแล้วตอบตามสัญชาตญาน ไม่ได้รอรวบรวมครีเอทก่อนค่่อยตอบ
เอาง่ายๆที่มาและเนื้อหาในการเกิดกฎหมาม.112 นู่เข้าใจหรือไม่ในกำเนิดที่มาอย่างไรเจตนาอย่างไร? ตุลา19ใช่ไหม? เขาต้องการรวบควบรวมอำนาจเก่าก่อน2475 หรือก่อนปรฃีดียืหรือยุคหลังปรีดีย์คืนมาไหม?นั้นคื้ออำนาจนอกปชต. ต้องการเอาคืนสัดส่วนอำนาจ ที่ให้เหนือกว่าปชต. นั้นคือที่มาและเนื้อหาในเจตนารมณ์ของนักปกครอง ไม่ใช่นักปชต.
ส่วนกหารอ้างโน้นอ้างนี่แค่เจตนาสับขาหลอก คนรุ่นใหม่แบบนู่ีที่ยังเป็นเด้กอมมือเรื่องนี้ ยังอีกไกลนู๋วีรพัฒน์จะมาโต้เรื่องนี้กับพี่ บอกตรงพี่ไม่จบมัธยมด้วย นู่ดร.นักเรียนนอกด้านกฏหมาย แต่พี่ไม่เกี่ยงครสดใครไม่สด ท่้าดวนหมฃัดต่อหมัดทา่งความคิดกันได้ว่าไผ๋เป็นไผ๋???
อะตอม wrote:1. มาตรา 112
[quote=อะตอม]1. มาตรา 112 มีบางแง่มุมที่จำเป็นต่อระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ ?
ภารกิจอีกขั้วของ มาตรา 112 อาจมีแง่มุมที่เป็นประโยชน์หรืออาจ “จำเป็น” ต่อพันธกิจของรัฐประชาธิปไตย ตัวอย่างสุดขั้ว เช่น หากมีผู้ตั้งขบวนการต่อต้านการตรากฎหมาย โดยแสดงอาการอาฆาตมาดร้ายสถาบันเพื่อข่มขู่ให้พระมหากษัตริย์วิตก หรือกลัว หรือลังเล ที่จะทรงลงพระปรมาภิไธยในกฎหมายฉบับดังกล่าวอันเป็นกระบวนการขั้นตอนสำคัญตามรัฐธรรมนูญ ในบริบทขั้วนี้ มาตรา 112 ย่อมเป็นเครื่องมือสำคัญในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ำ ใช่หรือไม่ ?
ตอบคุณวีรพัฒน์ เบื้องต้นคำถามคุณไม่ตรงประเด็น? ยังจับแพะชนแกะอยู่? ความผิดชัดเจนเรื่องนี้(ในกรณีที่คุณยกมา)ไม่มี? และไม่เคยมีกรณีตัวอย่างแบบนี้เทีัยบเคียงและมันไม่ใช่ประเด็นนี้คุณจับแพะชนแกะแล้ว (ตอนนี้่เราพูดกรณีอากงคุณกำลังหลงประเด็นจะบแพะชนแกะอยู่) แล้วถ้าม.112 ก้าวหน้าไปไกลระดับป้องกันส่วนนั้น(คือเกินประเด็นนี้ไปหลายลี้ที่ผมฟันธงว่า99.99%ว่าไม่มีกรณีตัวอย่างนี้? แต่ถ้าคุณคิดกว้าหน้าไปไกลกว่านั้น จนยกกรณีแบบนี้มาที่ความน่าจะเป้นเท่ากับ0 ผมยินดีและเห็นด้วย แต่เงื่อนไงมหาเงื่อนไข กรณีเคสแบบนี้ไม่ถึง 0.000000009% บนความน่าจะเป็น และลักษณะสังคมไทย...
ส่วนกหารอ้างโน้นอ้างนี่แค่เจตนาสับขาหลอก คนรุ่นใหม่แบบนู่ีที่ยังเป็นเด้กอมมือเรื่องนี้ ยังอีกไกลนู๋วีรพัฒน์จะมาโต้เรื่องนี้กับพี่ บอกตรงพี่ไม่จบมัธยมด้วย นู่ดร.นักเรียนนอกด้านกฏหมาย แต่พี่ไม่เกี่ยงครสดใครไม่สด ท่้าดวนหมฃัดต่อหมัดทา่งความคิดกันได้ว่าไผ๋เป็นไผ๋???[/quote]
แหมเป็นครั้งแรกที่มีคนเรียกผมว่า "หนู" ที่ประชาไท เขินนะครับ สรุปคือ คุณอะตอม (หากเป็นตัวจริง) บอกว่า ถ้ากรณีที่ผมอธิบายมีโอกาสเป็นไปได้ คุณอะตอมก็จะเห็นด้วย
สรุปมันเลยกลับไปสู่ประเด็นที่คุณอะตอมเคยกล่าวเรื่อง ภววิสัย ไงครับ เพราะมาเถียงกันว่าอะไรน่าจะเกิดหรือไม่เกิด ผมว่ามันแล้วแต่คนมอง แต่ปรากฏชัดแล้วว่า ในเชิงหลักการคุณอะตอมน่าจะเข้าใจวิธีคิดผมแล้ว ผมจึงไม่ขออธิบายอะไรเพิ่มเติมในจุดนี้ อนึ่ง กฎหมายหลายมาตราที่มีไว้ แต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้ ก็มิได้เสียหายอะไร หากใช้อย่างถูกต้องในยามจำเป็น
อีก 2 ข้อ คุณอะตอมยังไม่ตอบ ผมจะรอฟังนะครับ
ส่วนที่ว่า "อำนาจนอกปชต.สูงกว่าการปกครองในระบอบปชต" หมายถึงอะไร รบกวนช่วยอธิบายด้วยครับ
2. เมื่อพิจารณาต่อจากข้อ 1
2. เมื่อพิจารณาต่อจากข้อ 1 เป็นไปได้หรือไม่ว่า มาตรา 112 ซึ่งปัจจุบันถูกบัญญัติไว้ในลักษณะ “ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” นั้น ก็ถือว่ามี “ตำแหน่งแห่งที่” ที่เหมาะสมอยู่แล้ว ?
กล่าวคือ หากตีความให้ถูกต้อง ผู้ที่จะกระทำผิดตาม มาตรา 112 นั้น ไม่เพียงแต่จะต้อง หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แบบธรรมดาทั่วไปเท่านั้น แต่ต้องกระทำในลักษณะหรือด้วยเจตนาที่รุนแรงถึงขั้นกระทบถึง “ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” อีกด้วย กล่าวคือ มาตรา 112 ต้องตีความตัวบทให้สอดคล้องกับตามเจตนารมณ์ของลักษณะความผิด ไม่ใช่นำลักษณะความผิดมาใช้เป็นตัวบท
ดังนั้น จึงน่าคิดว่า การที่ตำรวจก็ดี อัยการก็ดี ผู้พิพากษาก็ดี ไปเข้าใจว่า การหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายตาม มาตรา 112 ทุกกรณีต้องถือเป็น “ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” เสมอไปนั้น ถือเป็นการตีความกฎหมายที่กลับหัวกลับหาง คือ แทนที่จะตีความบทบัญญัติให้เข้ากับเจตนารมณ์ของหมวดหมู่ กลับไปตีความหัวข้อหมวดหมู่ได้กลายมาเป็นเนื้อหาของบทบัญญัติมาตรา 112 เสียเอง หรือไม่ ?
ตอบ.
วีรพัฒน์ ต้องกลับไปตามหาเจตนาจริง ของการเกิด? ที่มาของกฎหมานี้ ก่อนจะมาถามคำถามนี้ผมแบบเด็กอมมือ? ว่าเจตนาจริงๆคืออะไร?(แต่ไม่ใช่ที่นู๋เพ้อเจ้อแน่นอน) เพราะตำแน่งแห่งที่จริงๆคือ เขาต้องการให้อำนาจนอกปชต.ใหญ่กว่าเนื้อหาสาระ หลักการ หรือหลักการณ์พื้นฐาน หรือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชากรที่ปกครองในระบอบปชต.(มาตรา .อะไรผมจำไม่ได้ที่ว่าด้วยหลักสิทธิขั้นพื้นฐานในการปกครแองในระบอบปชตที่ปชช.พึงมี)ในรัฐชาติปชต.???
ดังนั้นนิยามความั่นคงตามที่คุณว่าต้องมีเนื้อหาที่ยึดโยงเรื่องนี้? อย่างมีที่มาที่ไปไม่ขัดกัน ด้วยเนื้อหาม.112นี้ เพราะคดีอากงชัดแล้วในการตีความตามเนื้อหาเจตนาของต้นฉบับที่มา แบบนี้ ศาลเขาตอบตรง? และฟันธงเป็นคำตัดสินต่อรูปคดี ตรงตามเจตนารมณ์กกหมานี้แล้วมันจึงอกมาแบบนี้? และเข้าใจในที่มาที่ไปกว่าคุณมาก(อย่ามาเอาทีนเท่าฝาหอยมาท้าต่อยสังฆราช) กว่าคุณที่ยังเดียงสาเรื่องนี้หลายเท่า(ไปทบทวนและไปศึกษาใหม่อย่างเร่งด่วนและต้องมีตัวช่วยอย่างมากเพราะลำพังนู๋ยังเดียงสามาก)
นั้นคือนิยามความม่ั่นคงที่ไปโยงความผิดต่อความมั่นคงทางราชอาณาจักรก่อนถึงจะเข้าข้อกฎหมายนี้ ตามความเข้าใจส่วนตัวของคุณ มันเป็นแค่จิตนาการส่้วนตัวคุณ?ที่ไกลกว่าเนื้อหา เจตนา และวิธีปฎิบัติต่อกฎหมายนี้อย่างมาก?(ไปศึกษาให้ดีๆก่อนสวนหรือเถียงผมเรื่องนี้ เพราะถ้่ามาข้างๆคูๆจะโดนหนักกว่านี้)เพราะคดีอากง อ.ยิ้มและเสื้อแดง บางกรณี เพราะบางกรณีก็ใช่เข้าข้อกฎหมาย(ตามจินตนาการคุณน่ะไม่ใช่ของจริงม.112)แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่? มันชัดมาก ว่าเขาตีความอย่างไร?ต่างจากจินตนาการส่วนตัวคุณแค่ไหน?
ส่วนอัยการตำรวจก็ดี ในท้ายข้อความโต้ผม มันเป็นเงื่อนไขของการออกแบบม.112 บังคับให้เส้นทางรูปคดีเข้าไปในเส้นทางที่เขาออกแบบไว้(อำนาจนอกปชตสูงกว่าปชต.ที่ขัดต่อหลักประเทศที่ปกครองในระบอบปชตสากล) แต่มันเป็นไปตามเจตนรมณ์แบบนั้นแล้ว(อำนาจนอกปชต.ใหญ่กว่าสิทธิขั้นพื้นฐานทางปชต.) ดังนั้นข้อต่อสู้หลักที่ส่วนใหญ่หลายคนคิดเดียงสาแบบคุณ เช่นคดีทักษิณ อ้างคตส. หรือที่มาจากปฎวัติไม่ถุกต้อง
แต่ศษลอ้าง"รัฐฎาฐิปัติ"(แปลไทยเป้นไทยว่ารัดข้าใครอย่าเอาขามาขัด มันโจรหรือรับรองอำนาจโจรชัดๆ) นั้นคือที่มาที่อำนาจศษลรับรองก่อนการออกมาพิพากษษรูปคดี นั้นคือศาลยืนยันว่าตัวเองรับรองการปล้น เรื่องนี้คดีที่เกียวกับม.112เหมือแนกัยเป๊ะเลย???เป็นการยึดโยงอำนาจนอก ปชช. ที่อำนาจทางปชต.จะต้อง หมอบราบกราบลงพื้นให้กฎหมาม.112นี้
ถ้าไม่งั้น ข้อต่อสู้คนที่เขาเอาหลักปชต.ขั้นพื้นฐานไปสู้หรือคดีทักษฺณเอาไปสู็้้ เรื่องที่มา ขัดหลักปชต. เขาต้องชนะหมด สิ? ไม่ใช่เลือกปฎิบัติแค่เสื้อเหลืองแบบนี้ รวมทั้งอากง เสื้อแดง หลายคน เพราะเขาเอาข้อต่อสู้ที่ยึดโยงหลักปชต.ขั้นพื้นฐานในหลักการประเทศที่ปกครองในระบอบปชต.และยังมีหลักนิติธรรมที่ยึดโยงหลักปชต.สา่กล ไม่ใช่อ้างหลักนิติรัฐที่ยึดโยงอำนาจ นอกปชต.หรือศษ,รับรองวิธีการปล้น ว่าคือความชอบธรรมแบบปชต.อยู่ เหมือนคุณตอนนี้? ในการ มาครอบงำ หลักนิติธรรมที่มาจากหลักนิติรัฐที่ยึดโยงหลักปชต.สากล ซึ่งม.112ไม่ใช่?(เถียงสิว่ามาสิเป็นข้อๆเลย ถ้ายังดื้ออีกจะสอนมวยให้หนักนู๋)
ปล.เขียนตอนมึนแล้วเลยยาวหน่อยเพราะไหลตามอารฒณ์มันจึงแบบนี้ไม้ได้เรียบเรียง???
3. เราจะแก้ปัญหามาตรา 112
3. เราจะแก้ปัญหามาตรา 112 โดยการตีความกฎหมายให้สมเจตนารมณ์มากยิ่งขึ้นได้หรือไม่ ?
กล่าวคือ แม้มาตรา 112 จะยังคงอยู่ต่อไปในหมวดความมั่นคง หากตีความเสียใหม่ คดีแบบอากง ต้องไม่เกี่ยวกับมาตรา 112 เลย เพราะการกระทำของอากงนั้น ถือไม่ได้ว่ากระทบต่อความมั่นคง
ในขณะเดียวกัน หากมี อากงอีกคน จัดตั้งขบวนการใช้โทรศัพท์กระจายข้อความ sms ต่อสาธารณะ เพื่อขุ่มขู่กษัตริย์ไม่ให้ไปเปิดประชุมรัฐสภา ก็ต้องนำมาตรา 112 มาใช้ให้สมเจตนารมณ์ในฐานะกฎหมายความมั่นคง
แนวคิดแบบนี้ เป็นทางเลือกหนึ่งของการแก้ปัญหา มาตรา 112 โดยไม่ต้องไปยกเลิกหรือย้ายหมวดได้หรือไม่ ?
ตอบ.
เป็นจินตนาการส่วนตัวคุณทั้งสินเพราะเนื้อหาและที่มาเจตนารมณ์กฎหมานี้ไม่ใช่ตรงที่คุณจิตนาการเลยสักนิด(มีเวลาตั้งประเด็นี้มาว่าไม่ใช่อย่างไรเบื้องต้นชี้ข้างบนแล้ว) เพราะคดีอากง มันตรงแล้วตามนั้น ว่าเขาเจตนาอย่างไรทแล้วผลมันก็ออกมาตามนั้น(แม้จะเป็นผลข้างเคียงบ้างตามวิธีการให้อำนาจแบบมากไว้ก่อนเหตุผลค่อยหาที่หลังแบบวิธีการอันธพาลในการกล่าวหาเอาผิด ในการให้มาก แบบมากแบบเซ็นต์เชคเปล่าให้คนเอาไปใช้ผลข้างเคียงมันเลยเยอะตาม?
ตัวอย่างที่คุณยกSMSนั้น0.0000009%บนความน่าจะเป็นมันจึงเป้นการยกมาอย่างไร้สาระมากเพราะวิธีการที่มีอำนาจมากกว่านั้นทางกติกาสากลทางปชต. ยังทำอะไรไม่ได้ เช่นการให้ความเห็นเหตุผลตามหลักปชตงอย่างตรงวมาตรงไปทางวิชาการหลายคนโดน เช่นนิติืราษฎร์,อ.ยิ้ม,อ.สมศักดิ์ หลายท่าน จนหลายคนคุกไปแล้วและที่ไม่คุกก็คุกคามทุกรูปแบบ
นั้นคือวิธีการที่ใกล้ข้อเท็จจริงกว่ากรณีตัวอย่างคุณที่ผมให้ความน่าจะเป็นแค่0.00009%หรือการยกกรณีตัวอย่างในฝันแบบนั้น เอาแค่ความจริงหน้างานจะจะยังทำอะไรไม่ได้ กับตรงนั้น ทั้งที่เป็นเงื่อนไขตามกติกาปชต.สากลเสียด้วย กว่าตัวอย่าง หนึ่งในล้านของคุณนั้น
ปล.วีรพัฒน์ครับนู๋? ท้ามีาระมากว่านี้จะมาตอบแต่ถ้าขช้างๆคูๆแบบนี้เสียเวลา? อ้อฝากถึงจัญ(ไร)แดงด้วยกากกกไร้สาระผมคงมองไม่เห็นว่าคุณพุดอะไรมามันกากกมาก???
3. เราจะแก้ปัญหามาตรา 112
3. เราจะแก้ปัญหามาตรา 112 โดยการตีความกฎหมายให้สมเจตนารมณ์มากยิ่งขึ้นได้หรือไม่ ?
กล่าวคือ แม้มาตรา 112 จะยังคงอยู่ต่อไปในหมวดความมั่นคง หากตีความเสียใหม่ คดีแบบอากง ต้องไม่เกี่ยวกับมาตรา 112 เลย เพราะการกระทำของอากงนั้น ถือไม่ได้ว่ากระทบต่อความมั่นคง
ในขณะเดียวกัน หากมี อากงอีกคน จัดตั้งขบวนการใช้โทรศัพท์กระจายข้อความ sms ต่อสาธารณะ เพื่อขุ่มขู่กษัตริย์ไม่ให้ไปเปิดประชุมรัฐสภา ก็ต้องนำมาตรา 112 มาใช้ให้สมเจตนารมณ์ในฐานะกฎหมายความมั่นคง
แนวคิดแบบนี้ เป็นทางเลือกหนึ่งของการแก้ปัญหา มาตรา 112 โดยไม่ต้องไปยกเลิกหรือย้ายหมวดได้หรือไม่ ?
ตอบ.
เป็นจินตนาการส่วนตัวคุณทั้งสินเพราะเนื้อหาและที่มาเจตนารมณ์กฎหมานี้ไม่ใช่ตรงที่คุณจิตนาการเลยสักนิด(มีเวลาตั้งประเด็นี้มาว่าไม่ใช่อย่างไรเบื้องต้นชี้ข้างบนแล้ว) เพราะคดีอากง มันตรงแล้วตามนั้น ว่าเขาเจตนาอย่างไรทแล้วผลมันก็ออกมาตามนั้น(แม้จะเป็นผลข้างเคียงบ้างตามวิธีการให้อำนาจแบบมากไว้ก่อนเหตุผลค่อยหาที่หลังแบบวิธีการอันธพาลในการกล่าวหาเอาผิด ในการให้มาก แบบมากแบบเซ็นต์เชคเปล่าให้คนเอาไปใช้ผลข้างเคียงมันเลยเยอะตาม?
ตัวอย่างที่คุณยกSMSนั้น0.0000009%บนความน่าจะเป็นมันจึงเป้นการยกมาอย่างไร้สาระมากเพราะวิธีการที่มีอำนาจมากกว่านั้นทางกติกาสากลทางปชต. ยังทำอะไรไม่ได้ เช่นการให้ความเห็นเหตุผลตามหลักปชตงอย่างตรงวมาตรงไปทางวิชาการหลายคนโดน เช่นนิติืราษฎร์,อ.ยิ้ม,อ.สมศักดิ์ หลายท่าน จนหลายคนคุกไปแล้วและที่ไม่คุกก็คุกคามทุกรูปแบบ
นั้นคือวิธีการที่ใกล้ข้อเท็จจริงกว่ากรณีตัวอย่างคุณที่ผมให้ความน่าจะเป็นแค่0.00009%หรือการยกกรณีตัวอย่างในฝันแบบนั้น เอาแค่ความจริงหน้างานจะจะยังทำอะไรไม่ได้ กับตรงนั้น ทั้งที่เป็นเงื่อนไขตามกติกาปชต.สากลเสียด้วย กว่าตัวอย่าง หนึ่งในล้านของคุณนั้น
ปล.วีรพัฒน์ครับนู๋? ท้ามีาระมากว่านี้จะมาตอบแต่ถ้าขช้างๆคูๆแบบนี้เสียเวลา? อ้อฝากถึงจัญ(ไร)แดงด้วยกากกกไร้สาระผมคงมองไม่เห็นว่าคุณพุดอะไรมามันกากกมาก???
ผมตอบไปแล้วไงครับว่า
ผมตอบไปแล้วไงครับว่า ผมไม่โต้แย้งเรื่องที่มา หากจะแก้เพราะที่มาไม่ชอบ ผมก็ไม่ขัดข้อง แต่ดูเหมือนคุณอะตอมเองก็ยอมรับแล้วว่า ไม่ได้ขัดข้องกับแนวคิดของผม เพียงแต่มองว่า แนวคิดของผมนั้นทำไม่ได้
ก็อย่างว่า ผมอายุน้อย จึงไม่มีทางเลือกนอกจากมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ครับ ขอความอดทนรับฟังและให้เวลาผม ผมก็จะพยายามอย่างดีที่สุดละกันนะครับ
อะตอม wrote:3.
[quote=อะตอม]3. เราจะแก้ปัญหามาตรา 112 โดยการตีความกฎหมายให้สมเจตนารมณ์มากยิ่งขึ้นได้หรือไม่ ?
กล่าวคือ แม้มาตรา 112 จะยังคงอยู่ต่อไปในหมวดความมั่นคง หากตีความเสียใหม่ คดีแบบอากง ต้องไม่เกี่ยวกับมาตรา 112 เลย เพราะการกระทำของอากงนั้น ถือไม่ได้ว่ากระทบต่อความมั่นคง
ในขณะเดียวกัน หากมี อากงอีกคน จัดตั้งขบวนการใช้โทรศัพท์กระจายข้อความ sms ต่อสาธารณะ เพื่อขุ่มขู่กษัตริย์ไม่ให้ไปเปิดประชุมรัฐสภา ก็ต้องนำมาตรา 112 มาใช้ให้สมเจตนารมณ์ในฐานะกฎหมายความมั่นคง
แนวคิดแบบนี้ เป็นทางเลือกหนึ่งของการแก้ปัญหา มาตรา 112 โดยไม่ต้องไปยกเลิกหรือย้ายหมวดได้หรือไม่ ?
ตอบ.
เป็นจินตนาการส่วนตัวคุณทั้งสินเพราะเนื้อหาและที่มาเจตนารมณ์กฎหมานี้ไม่ใช่ตรงที่คุณจิตนาการเลยสักนิด(มีเวลาตั้งประเด็นี้มาว่าไม่ใช่อย่างไรเบื้องต้นชี้ข้างบนแล้ว) เพราะคดีอากง มันตรงแล้วตามนั้น ว่าเขาเจตนาอย่างไรทแล้วผลมันก็ออกมาตามนั้น(แม้จะเป็นผลข้างเคียงบ้างตามวิธีการให้อำนาจแบบมากไว้ก่อนเหตุผลค่อยหาที่หลังแบบวิธีการอันธพาลในการกล่าวหาเอาผิด ในการให้มาก แบบมากแบบเซ็นต์เชคเปล่าให้คนเอาไปใช้ผลข้างเคียงมันเลยเยอะตาม?
ตัวอย่างที่คุณยกSMSนั้น0.0000009%บนความน่าจะเป็นมันจึงเป้นการยกมาอย่างไร้สาระมากเพราะวิธีการที่มีอำนาจมากกว่านั้นทางกติกาสากลทางปชต. ยังทำอะไรไม่ได้ เช่นการให้ความเห็นเหตุผลตามหลักปชตงอย่างตรงวมาตรงไปทางวิชาการหลายคนโดน เช่นนิติืราษฎร์,อ.ยิ้ม,อ.สมศักดิ์ หลายท่าน จนหลายคนคุกไปแล้วและที่ไม่คุกก็คุกคามทุกรูปแบบ
นั้นคือวิธีการที่ใกล้ข้อเท็จจริงกว่ากรณีตัวอย่างคุณที่ผมให้ความน่าจะเป็นแค่0.00009%หรือการยกกรณีตัวอย่างในฝันแบบนั้น เอาแค่ความจริงหน้างานจะจะยังทำอะไรไม่ได้ กับตรงนั้น ทั้งที่เป็นเงื่อนไขตามกติกาปชต.สากลเสียด้วย กว่าตัวอย่าง หนึ่งในล้านของคุณนั้น
ปล.วีรพัฒน์ครับนู๋? ท้ามีาระมากว่านี้จะมาตอบแต่ถ้าขช้างๆคูๆแบบนี้เสียเวลา? อ้อฝากถึงจัญ(ไร)แดงด้วยกากกกไร้สาระผมคงมองไม่เห็นว่าคุณพุดอะไรมามันกากกมาก???[/quote]
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
อะตอม wrote:3.
[quote=อะตอม]3. เราจะแก้ปัญหามาตรา 112 โดยการตีความกฎหมายให้สมเจตนารมณ์มากยิ่งขึ้นได้หรือไม่ ?
กล่าวคือ แม้มาตรา 112 จะยังคงอยู่ต่อไปในหมวดความมั่นคง หากตีความเสียใหม่ คดีแบบอากง ต้องไม่เกี่ยวกับมาตรา 112 เลย เพราะการกระทำของอากงนั้น ถือไม่ได้ว่ากระทบต่อความมั่นคง
ในขณะเดียวกัน หากมี อากงอีกคน จัดตั้งขบวนการใช้โทรศัพท์กระจายข้อความ sms ต่อสาธารณะ เพื่อขุ่มขู่กษัตริย์ไม่ให้ไปเปิดประชุมรัฐสภา ก็ต้องนำมาตรา 112 มาใช้ให้สมเจตนารมณ์ในฐานะกฎหมายความมั่นคง
แนวคิดแบบนี้ เป็นทางเลือกหนึ่งของการแก้ปัญหา มาตรา 112 โดยไม่ต้องไปยกเลิกหรือย้ายหมวดได้หรือไม่ ?
ตอบ.
เป็นจินตนาการส่วนตัวคุณทั้งสินเพราะเนื้อหาและที่มาเจตนารมณ์กฎหมานี้ไม่ใช่ตรงที่คุณจิตนาการเลยสักนิด(มีเวลาตั้งประเด็นี้มาว่าไม่ใช่อย่างไรเบื้องต้นชี้ข้างบนแล้ว) เพราะคดีอากง มันตรงแล้วตามนั้น ว่าเขาเจตนาอย่างไรทแล้วผลมันก็ออกมาตามนั้น(แม้จะเป็นผลข้างเคียงบ้างตามวิธีการให้อำนาจแบบมากไว้ก่อนเหตุผลค่อยหาที่หลังแบบวิธีการอันธพาลในการกล่าวหาเอาผิด ในการให้มาก แบบมากแบบเซ็นต์เชคเปล่าให้คนเอาไปใช้ผลข้างเคียงมันเลยเยอะตาม?
ตัวอย่างที่คุณยกSMSนั้น0.0000009%บนความน่าจะเป็นมันจึงเป้นการยกมาอย่างไร้สาระมากเพราะวิธีการที่มีอำนาจมากกว่านั้นทางกติกาสากลทางปชต. ยังทำอะไรไม่ได้ เช่นการให้ความเห็นเหตุผลตามหลักปชตงอย่างตรงวมาตรงไปทางวิชาการหลายคนโดน เช่นนิติืราษฎร์,อ.ยิ้ม,อ.สมศักดิ์ หลายท่าน จนหลายคนคุกไปแล้วและที่ไม่คุกก็คุกคามทุกรูปแบบ
นั้นคือวิธีการที่ใกล้ข้อเท็จจริงกว่ากรณีตัวอย่างคุณที่ผมให้ความน่าจะเป็นแค่0.00009%หรือการยกกรณีตัวอย่างในฝันแบบนั้น เอาแค่ความจริงหน้างานจะจะยังทำอะไรไม่ได้ กับตรงนั้น ทั้งที่เป็นเงื่อนไขตามกติกาปชต.สากลเสียด้วย กว่าตัวอย่าง หนึ่งในล้านของคุณนั้น
ปล.วีรพัฒน์ครับนู๋? ท้ามีาระมากว่านี้จะมาตอบแต่ถ้าขช้างๆคูๆแบบนี้เสียเวลา? อ้อฝากถึงจัญ(ไร)แดงด้วยกากกกไร้สาระผมคงมองไม่เห็นว่าคุณพุดอะไรมามันกากกมาก???[/quote]
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
อะตอม wrote สุดท้ายก้ออกรูป
อะตอม wrote
สุดท้ายก้ออกรูป "สะตอแหล" เช่นเดิม
การพิมพ์มากเหมือนพุดมาก พุดในสิ่งที่เหมือนหลักฏหมายเบื้องต้น หลักรัฐศาสตรืเบื้องต้น
แต่อวดอ้างว่าความรู้มหาศาล ผมว่าไม่ต่างอะไรกับกากเหมือนกัน แต่ใกล้เคียงที่สุดน่าจะเป้น "กากตด" ฟ๊ะ(Fuck) !!!!!!!
ลืมสำนวนหมาย่ำร๊อคไปแล้วหรือคุณอะตอมบรื้อ!
ไม่แน่จริงอย่ามาเหน็บกันเลยลุงงงงงงงงงงงงงงงงง ฮ่าอ่า อ่านและคิดบ้างในคำถามมีคำตอบนั้นหมายถึงอะไร กลับไปอ่านไปทบทวนดูใหม่ซ่ะ..หุหุ
เฮ่ย อะตอม
เฮ่ย อะตอม เลอะเทอะอ่ะ
ผมไม่ได้ว่าคุณจะล้มเจ้าอะไรนา
คุณชอบเสนอเองให้ดูป่าทั้งป่า แต่นี่จะดูแค่ ต้น 112 ต้นเดียวได้ไง
กรณี "อำนาจนอกระบบ" ผมถือว่าเป็นเรื่องเหลวไหลของคนไม่รับผิดชอบ
ถ้าคุณถือหลักประชาธิปไตยจริง มีความเชื่อความศรัทธาว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของคุณ จะมีอำนาจนอกระบบได้อย่างไรกัน เราๆท่านๆ เพียงส่งผ่านอำนาจนี้ให้ตัวแทนของเรา ถ้าปัญหามันคือ "ตัวแทนประชาชน" ไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของผู้เลือกตั้ง ทำแต่ตามอัตวินิจฉัยของตนเอง
ประชาธิปไตยเป็นเวทีให้กลุ่มผลประโยชน์ทั้งในเชิงวัตถุและอุดมการณ์ได้เข้ามาต่อรองกัน กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ก็ร่วมมือดีไม่น้อยเลย
อีตานี้ ถ้า "ตัวแทนประชาชน" ต่อรองไม่เก่งหรือต่อรองเพื่อตัวเอง คุณก็ต้องแก้ไขเอง จะแก้ที่ ตัวคุณเอง หรือ "ตัวแทนประชาชน" ที่คุณเลือกเข้ามา ก็ว่าไป
การสร้างปีศาจ "อำนาจนอกระบบ" ขึ้นมา แล้วเอาไปแปะป้ายยัดเยียดให้กับประชาชนกลุ่มอื่นๆ ในสังคม เพื่อปัดสวะ ความผิดพลาดอันมาจากการเลือกของตัวเอง และลดทอนอำนาจการต่อรองของคนอื่นไปด้วย
มันไม่ค่อยสร้างสรรค์นาผมว่า
นวนคร wrote:เฮ่ย อะตอม
[quote=นวนคร]เฮ่ย อะตอม เลอะเทอะอ่ะ
ผมไม่ได้ว่าคุณจะล้มเจ้าอะไรนา
คุณชอบเสนอเองให้ดูป่าทั้งป่า แต่นี่จะดูแค่ ต้น 112 ต้นเดียวได้ไง
กรณี "อำนาจนอกระบบ" ผมถือว่าเป็นเรื่องเหลวไหลของคนไม่รับผิดชอบ
ถ้าคุณถือหลักประชาธิปไตยจริง มีความเชื่อความศรัทธาว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของคุณ จะมีอำนาจนอกระบบได้อย่างไรกัน เราๆท่านๆ เพียงส่งผ่านอำนาจนี้ให้ตัวแทนของเรา ถ้าปัญหามันคือ "ตัวแทนประชาชน" ไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของผู้เลือกตั้ง ทำแต่ตามอัตวินิจฉัยของตนเอง
ประชาธิปไตยเป็นเวทีให้กลุ่มผลประโยชน์ทั้งในเชิงวัตถุและอุดมการณ์ได้เข้ามาต่อรองกัน กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ก็ร่วมมือดีไม่น้อยเลย
อีตานี้ ถ้า "ตัวแทนประชาชน" ต่อรองไม่เก่งหรือต่อรองเพื่อตัวเอง คุณก็ต้องแก้ไขเอง จะแก้ที่ ตัวคุณเอง หรือ "ตัวแทนประชาชน" ที่คุณเลือกเข้ามา ก็ว่าไป
การสร้างปีศาจ "อำนาจนอกระบบ" ขึ้นมา แล้วเอาไปแปะป้ายยัดเยียดให้กับประชาชนกลุ่มอื่นๆ ในสังคม เพื่อปัดสวะ ความผิดพลาดอันมาจากการเลือกของตัวเอง และลดทอนอำนาจการต่อรองของคนอื่นไปด้วย
มันไม่ค่อยสร้างสรรค์นาผมว่า[/quote]
หึหึ.."อำนาจนอกระบบ" ในสังคมนี้มันเป็นแค่เรื่องเหลวไหล-จินตนาการฝันเฟื่องหรือครับ???
แล้วที่ผ่านมาหลายสิบปี ประชาชนที่ล้มตาย สูญหาย
ในเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองต่างๆ นักการเมืองในสภาเป็นผู้บงการเหรอ?
ผู้ถืออาวุธ เชื่อฟังคำสั่งของนักการเมือง....หรือของใคร?
คำสั่งให้ฆ่าประชาชน แล้วผู้ปฎิบัติยอมก่ออาชญากรรมกับเพื่อนร่วมชาติได้เนี่ย..ไม่ใช่จากนักการเมืองแน่นอน
เพราะถ้าพวกนั้นมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจริง ทำไมเอาตัวรอดจากการถูกรัฐประหารไม่ได้เลยสักครั้ง!
ถ้าเจ้าของตัวจริงเขาไม่ต้องการ พวกนั้นน่ะลอยหน้าลอยตาในสภาได้ไม่นานหรอก
ต่างต้องมายอมสยบแทบเท้ากันหมด หรือไม่ก็โดนวางยา แบล็คเมล์ จนหมดฤทธิ์
112...ไม่ใช่หนึ่งในต้นไม้ในป่า แต่เป็นผ้าปิดตาประชาชน
เพื่อไม่ให้มองเห็นต้นไม้ทั้งหมดต่างหากเล่า
แล้ว"อำนาจนอกระบบ" ก็ฮุบสมบัติส่วนรวมคือป่าทั้งป่า ไปแต่เพียงผู้เดียว.
ปล.ผมคิดว่าความเห็นของคุณนวนคร เป็นความเห็นที่สร้างสรรค์มาก
เพราะคุณ..ช่วยทำให้เห็นปีศาจร้ายในเงามืด ที่ชอบตีกินประชาชน..ได้ชัดเจนขึ้น
ขอบคุณครับ.
Cocoon
[quote=Cocoon]
หึหึ.."อำนาจนอกระบบ" ในสังคมนี้มันเป็นแค่เรื่องเหลวไหล-จินตนาการฝันเฟื่องหรือครับ???
แล้วที่ผ่านมาหลายสิบปี ประชาชนที่ล้มตาย สูญหาย
ในเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองต่างๆ นักการเมืองในสภาเป็นผู้บงการเหรอ?
ผู้ถืออาวุธ เชื่อฟังคำสั่งของนักการเมือง....หรือของใคร?
คำสั่งให้ฆ่าประชาชน แล้วผู้ปฎิบัติยอมก่ออาชญากรรมกับเพื่อนร่วมชาติได้เนี่ย..ไม่ใช่จากนักการเมืองแน่นอน
เพราะถ้าพวกนั้นมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจริง ทำไมเอาตัวรอดจากการถูกรัฐประหารไม่ได้เลยสักครั้ง!
ถ้าเจ้าของตัวจริงเขาไม่ต้องการ พวกนั้นน่ะลอยหน้าลอยตาในสภาได้ไม่นานหรอก
ต่างต้องมายอมสยบแทบเท้ากันหมด หรือไม่ก็โดนวางยา แบล็คเมล์ จนหมดฤทธิ์
112...ไม่ใช่หนึ่งในต้นไม้ในป่า แต่เป็นผ้าปิดตาประชาชน
เพื่อไม่ให้มองเห็นต้นไม้ทั้งหมดต่างหากเล่า
แล้ว"อำนาจนอกระบบ" ก็ฮุบสมบัติส่วนรวมคือป่าทั้งป่า ไปแต่เพียงผู้เดียว.
ปล.ผมคิดว่าความเห็นของคุณนวนคร เป็นความเห็นที่สร้างสรรค์มาก
เพราะคุณ..ช่วยทำให้เห็นปีศาจร้ายในเงามืด ที่ชอบตีกินประชาชน..ได้ชัดเจนขึ้น
ขอบคุณครับ.[/quote]
ขออนุญาติท่านอื่นๆ ข้ามไปเลย ผมนอกเรื่อง
ผมเคยเป็นพวกไม่เอาสถาบันมาก่อน แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยที่จะโยนสารพัดความเลวร้าย ปัญหา ความล้มเหลว ไปให้สถาบัน มันหมายถึงว่าประชาชนไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบตัวเอง เดี๋ยวก็วิ่งหาคนโน้นทีคนนี้ที ถ้าเป็นอย่างนี้ ต่อให้ไม่มีสถาบัน ประชาธิปไตยก็ไม่ไปใหนอยู่ดี ยุคที่สถาบันบริหารบ้านเมืองสูบกินความมั่งคั่งมันผ่านไปนานโขแล้ว ตอนนี้พวกเขากลายเป็นบรรษัทข้ามชาติไปแล้ว
หลักการประชาธิปไตย มันจะยั่งยืนได้ต้องเชื่อว่าอำนาจของคุณมีจริงและคุณเองเป็นบ่อเกิดของอำนาจด้วยและพร้อมที่จะแสดงอำนาจนั้น กรณีมีคนกลุ่มอื่นใช้อำนาจเกินเลยไป คุณก็ต้องยืนยันสิทธิหรืออำนาจของคุณ
19 กันยายน 2549 หมอบกันทั้งประเทศจริงใหมครับ วันที่ 20 กันยายน 2549 ฝ่ายต่อต้านรวมเบ็ดเสร็จเท่าที่ผมประเมินคร่าวๆ ไม่น่าเกิน 250 คน ทั้งฝั่งสนามหลวง ทั้งฝั่งธรรมศาสตร์
อย่าง 112 ถ้าปัญหามันอยู่ที่ "การตีความ" เจตนารมณ์อุดมการณ์กำกับกฏหมาย" หรือจะเอาประเด็นใหญ่กว่านั้นก็คือ
ตีความ "หลักการประชาธิปไตย" แตกต่างกัน
ทางสมมุติว่า ทางฝ่ายแดง ตีความว่า "การเลือกตั้ง" ต้องมีความชอบธรรมครอบงำทุกสิ่งอย่าง" ดังนั้นทุกหลักการในสังคมต้องยึดโยงกับ "การเลือกตั้ง"
เกิดอีกฝ่ายเขาก็ตีความว่า "การเลือกตั้ง" เป็นส่วนหนึ่งและเป็นส่วนใหญ่ และอยู่ร่วมกับหลักการอื่นๆในสังคมนั้นๆ แล้วรวมกันเรียก "หลักการประชาธิปไตย" นึกภาพ คุณมัดท่อรวมกัน แล้วท่อเลือกตั้งใหญ่สุด
ถึงตอนนี้ผมว่าไม่ควรอ้างฝรั่ง เจ้าตำรา เพราะฝรั่งมันก็เถียงกันยังไม่จบ
ปล. ผมพยายามหาอยู่ไอ้เรื่อง วางยานี่ และการสิ้นสุดของทหารสายที่เกี่ยวพันกับคณะราษฏร์ อย่างจอมพลประภาสนี่ก็ใช่ แต่เวลาไม่ค่อยมี ธุรกิจรัดตัว
ถูกแล้วครับ 19 กันยา 49
ถูกแล้วครับ 19 กันยา 49 เราหมอบกันทั้งประเทศ!
จนเวลาผ่านไปอีก12เดือน ผมถึงเริ่มสงสัยว่า "พวกเขาข้างบนนั่นกำลังเล่นเกมอะไรกันอยู่?"
จนกระทั่งล่วงเลยไปอีกหลายสิบเดือน ผมถึงเข้าใจ...
ว่าตั้งแต่กึ่งพุทธกาลเป็นต้นมา..เกมที่พวกเขาเล่นกันก็คือเกมสวามิภักดิ์ กับเกมแบ่งสรรปันประโยชน์...นั่นเอง
ใครอยากจะเล่นเกมนี้ ต้องสวมปลอกคอเสียก่อน
แต่ถ้าใครไม่อยากเล่น ก็จงไปให้พ้นทางเสีย
เอะอะอะไร...อย่ามาโยนบาปให้ประชาชนเลย
ถ้าจะโทษประชาชน ก็คงจะเป็นเรื่องแรงเฉื่อยทางวัฒนธรรมนี่แหละ มันก็แนวๆตะวันออกกลางสปริงอ่ะ
มีโอกาสได้ครอบครองแก้วสารพัดนึกในมือแล้ว...แต่ใช้ไม่เป็น!
แต่ถ้าพูดให้ถึงที่สุดแล้ว ต้องโทษในมิจฉาทิษฐิของผู้กุมความรู้(กุศโลบายทางการปกครอง)
เพราะผู้กุมความรู้คือผู้กุมอำนาจรัฐ และผู้กุมอำนาจรัฐคือผู้ครอบงำประชาชน
ไปจับหัวหน้าโจรก่อนดีไหม ไปดับที่เหตุเถอะ.
บังเอิญวันนี่ไม่มีเวลาเข้าเน็
บังเอิญวันนี่ไม่มีเวลาเข้าเน็ต เกือบทั้งวันเพราะภาระกิจส่วนตัว พึ่งจะมีเวลาก็มืดแล้ว มีข้อความพาดพิงมาที่จะต้องตอบแค่คุณ"นวนคร"(แม้จะพาดพิงมาอย่างอ้อแอ้ๆ แต่ในเมื่อสนทนากันแล้วก้ให้เกียรติความอ้อแอ้ตรงนั้น)ขอโคว๊ตข้อความเขาตรงนี้มาตอบ
"กรณี "อำนาจนอกระบบ" ผมถือว่าเป็นเรื่องเหลวไหลของคนไม่รับผิดชอบ
ถ้าคุณถือหลักประชาธิปไตยจริง มีความเชื่อความศรัทธาว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของคุณ จะมีอำนาจนอกระบบได้อย่างไรกัน เราๆท่านๆ เพียงส่งผ่านอำนาจนี้ให้ตัวแทนของเรา ถ้าปัญหามันคือ "ตัวแทนประชาชน" ไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของผู้เลือกตั้ง ทำแต่ตามอัตวินิจฉัยของตนเอง
ประชาธิปไตยเป็นเวทีให้กลุ่มผลประโยชน์ทั้งในเชิงวัตถุและอุดมการณ์ได้เข้ามาต่อรองกัน กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ก็ร่วมมือดีไม่น้อยเลย
อีตานี้ ถ้า "ตัวแทนประชาชน" ต่อรองไม่เก่งหรือต่อรองเพื่อตัวเอง คุณก็ต้องแก้ไขเอง จะแก้ที่ ตัวคุณเอง หรือ "ตัวแทนประชาชน" ที่คุณเลือกเข้ามา ก็ว่าไป
การสร้างปีศาจ "อำนาจนอกระบบ" ขึ้นมา แล้วเอาไปแปะป้ายยัดเยียดให้กับประชาชนกลุ่มอื่นๆ ในสังคม เพื่อปัดสวะ ความผิดพลาดอันมาจากการเลือกของตัวเอง และลดทอนอำนาจการต่อรองของคนอื่นไปด้วย
มันไม่ค่อยสร้างสรรค์นาผมว่า"?
ตอบ.
ผมว่าคุณหรือนู๋"นวนคร" ต้องไปทำความเข้าใจโครงสร้างอำนาจแบบไทยๆตั้งแต่เตรียมอนุบาลเลย ก่อนจะมาตั้งคำถามแบบนี้ ?เพราะเขาถามแค่ปลายน้ำของปัญหา ที่อ่านอาขยานตามๆเขามา ในบทที่หนึ่งนักเรียนอนุบาลทางปชต.
เพราะต้นน้ำปชต.ไม้ดัดมันเกิดจากโครงสร้างอำนาจในแบบไม่เอาทั้งปชต.หรือเรือยนต์(ที่เราลงทุนเปลี่ยนเรือมาแล้วปี2475) แต่เรายังคาอำนาจแบบสมบูรณฯ(สำเภากางใบรุ่นเก่าคาเอาไว้ในสัดส่วนที่ากกว่าอำนาจที่ยึดโยงหลักปชต.) แต่ก่อน60/30 แต่ช่วงพธม.มาเสนอ70/30 แต่ผลจริงคือ80/20 นั้นคืออำนาจนอกปชต เอาไป80 เหลือทอนเศษให้สิ่งที่ยึดโยงอำนาจแบบปชตเพียง20ในเชิงพิธีกรรม
สังเกตุสิ ช่วงหลังปฎิวัติ อำนาจอะไร?ที่เป็นคนเลือกอีกทีจากพิธีกรรมการเลือกตั้ง(อำนาจสุดท้ายมในการเลือกรบ.ผ่านการยุบไม่ยุบพรรคมันยึดโยงอำนาจอะไรปชช.หรือไม่สัดส่วนอย่างไร ถึง20%ไหมของปชช.) ให้เข้าไปในในฐานะตัวแทนภาคปชช. ในกระบวนการแบบปชต.ที่ถูกต้องเเป็นที่ยอมรับในแบบสากล(แม้แบบไทยๆไม่ไสมากนักต่อกลุ่มทุนนักเลือกตั้ง) แต่ถ้าเราเลือกวิธีการแบบปชตเชื่อมั่นในเครื่องมือแบบนั้น
ต้องมีวุฒิภาวะพอที่จะอดทน เพื่อสร้างพัฒนาการในทิศทางนั้นร่วมกัน ไม่ใช่พาเป๋หลงทางไปตามเจ้าลิทธิ(สนธิ(ลิ้ม)ตัวพาเราหลงทางมาไกลมาก) แม้บทบาทตอนรแกจะเป็นตัวช่วย แบบขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ ปลุกคนไทยตืนจากทฤษฎีต้มกบระบอบทักษิณในระยะตั้งโต๊ะ แต่เหลาไปเหลามาได้บ้องกัญชาอำนาจร้อนแบบก้อนยาฝิ่นให้อันะพาลตัวใหญ่หมัดหนักคุมบ่อนกาสิโนอำนาจ ลากลงหม้อตุ๋นกบอำมาตย์พัฒนาการไหลย้อนกลับไปไกลมากเพราะเขาพาเป่ไปหาตัวบุคคจนหลงทางมาไกลเยี่ยงนี้กับมหาวิกฤติแบบนี้???
นั้นคือหลังสิ้นยุคปรีดีย์ ทั้งที่เขา(พธม)ตั้งใจแค่ยุคป๋าคืออำมาตย์ศักดินาล้าหลังสุดขั่ว แต่ผลลัพธ์ไปไกลกว่าันั้นมากในพัฒนาการทางปชต.เพราะกลุ่มทีมงานวิ่งพลัดกี่คูณให้ร้าย ทำงานแท็กทีมแบบจิ๊กซอร์ ในการสร้าง"CHAOS"ความสัยสนวุ่นวายจับต้นชนปลายไม่ถูก เพื่อเข้าสู่โหมดกลยุทธ"นกกระจิบในแหนายพราน" (แยกสีให้มันตีกันแบ่งแยกเพื่อแทรกมาปกครองปชตถ้ามันล้มเหลว)
นั้นคือสนธิลิ้ม พยายามลากเราหรือล่มเรือยนต์ปชต.ลอยคอไปหาเรือยนต์พระที่นั่ง(กระแสม.7) นั้นคือ กระแสความไ่ม่เชื่อมั่นในเรือยนต์ปชต. เพียงเพราะการสร้างภาพระบอบทักษิณให้เป็นปีศาจตามกลยุทธ"ตุลา19โมเดล"(มุกตะโกนในโรงหนังที่ปชป.ร่วมแท๊คทีมกับพธม.ในทีมงานวิ่งผลัดกี่คูณให้ร้าย)
คือระบอบทักษิณทฤฎีต้มกบมีมูล (เป็นสิ่งปฎิกูลที่ต้องตรวจสอบอย่างถุกต้องตามระบบสุขาภิบาล ไม่ใช้เอามือไปดกยขี้)แต่ถ้าเชื่อมั่นในปชตหรือมาตรการด่านอระหันต์ผม หรือกระบวนการแบบ"สุขาภิบาล"ที่ผมเคยเสนอในการกดำจัดสิ่งปฎิกูล แต่ทานกระแสเอามือไปโกยขี้ของพธม.และปชป. ไม่ไหว(การเมืองข้างถนนในการแสดงออกทางปชตที่ขาดวุฒิภาวะ ในการระบายออกจนที่สุดเหลืองอ๋อยตามสนามบินทำเนียบ)
แต่เหตุทีมันเป๋หนักเพราะ ไม่เชื่อมั่นในเครื่องมือปชต. แล้วพยายามล่มเรือยยนต์ลอยคอไปหาเรือสำเภากางใบ(สมบูรณฯ)ในพัฒนากรและทิศทางที่เขาพยายามพาไป(ทั้งกระแสม.7และสนับสนุนปฎิวัติที่คนปชป.ขนาดกลอนออกตัวทางเฟสบุ๊คว่าเชื่อมั่นในการปฎิวัติ(ที่ผมสวนว่าเขาเรียนจบวิชาปชตแค่อนุบาลในวุฒิภาวะทางปชต) สวนกับการเล่นลิเกสร้างภาพของปชป.เดิมๆของท่านชวนว่าเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา???นั้นคือพาเราหลงทางมาไกลสุดกู่แล้ว???
นั้นคือเนื้อหาพาเราหลงทางในพัฒนการทางปชต.ที่เขาออกแบบ ตามแนวทางไม้ดัดทางโครงสร้างอำนาจแบบไทย(นู๋นวนครไปศึกษษดีๆร่วกัยวีรพัฒน์ว่าตรงนี้หมายความว่าอย่างไร ต้องผ่านอนุบาลหนึ่งก่อนอย่างซ๊เรียสก่อนที่จะมาเอาฟันน้ำนมมาตั้งคำถามร้ายเดียงสาแบบนี้)
เพราะถ้าไม่ผ่านคอร์สอนุบาลหนึ่งในวิชาว่าด้วยปชต.สากลที่ว่านี้ มันก็จะมาอ้อแอ้ๆ ตั้งคำถามแบบร้ายเดียงสาร้ายสาระแบบนี้แม้การเมืองภาคตัวแทนมีปัญหาที่เป็นธรรมชาติของการตั้งไข่ ที่ต้องอาศัยพฒฯาการในทิศทางที่ถุึกต้องไม่ใช่ปชตไม้ดัด หรือเตี้ยอุ้มค่อมแบบนี้มันยิ่งซ้ำเติมเพราะกับดักทมงความคิดอันนี้ถุกฝังลงไปในยินส์ดีเอ็นเอความดักดานแบบคนเช่นคุณ คือโง่ดักดานถาวรแล้วยังอวดฉลาด???
ประเด็น ผมกำลังจะบอกว่า คุณไม่เข้าใจต้นน้ำของปัญหาในระดับโครงสร้างอำนาจบทที่หนึ่งของอนุบาลหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องปชต. มันก็จะมาอ้อแอ้ๆถามคำถามตามน้ำตามวิธีการเล่นการเมืองแบบปชป. ที่เน้นฉวยโอกาสไหลตามน้ำ เอาตัวรอดทางการเมืองไปวันๆ หลักการณ์หรือการต่อสู้เพื่อปชต.เต็มใบจริงบทบาทปชป.จริงๆไม่เคยมี ส่วนใหญ่ฉวยโอกาส เช่นการตะโกนในโรงหนังและปฎิวัติที่ไรปชป.มา?
และล่าสุดต่างตอบแทนอำนาจนอกปชต.จึงได้โอกาสอำนาจส้มหล่นทางลัดกับโอกาสการเป็นรบ. ในบทไส้ศึกฝ่ายปชต. แม้คุณภาพในพัฒฯาการอำนาจภาคตัวแทนในไทยมีปัญหา และมีปัญหาที่เกิดจากโครงสร้างทางอำนาจแบบนี้ ตัดตอน ในแบบปชต.ไม้ดัด ด้วยกลยุทธ"นกกระจิบในแหนายพราน" แบ่งแยกเพื่อแทรกตัวมาปกครอง
ในเจตนามันต้องล้มเหลวเพื่อสร้างความชอบธรรมในการแทรกตัวเข้ามาของอำนาจนอกปชต. นั้นคือเงื่อนไขการวางยาทางโครงสร้างอำนาจแบบนี้ สังเกตุสิ ใครมาตอนนี้ไม่ว่าขั่วไหนค่ายไหน?มันก็ไม่ต่างกัน(ปชป.เพื่อไทย) เพราะโครงสร้างอำนาจเขาวางยาไว้แล้วแบบนี้เทวดาลงมายังจะโดนหนักกว่านี้เพราะเทวดาแหลตามน้ำไม่เป็นแบบนักการเมืองมันจึงหนักกว่าคนเหมือนกันแบบนี้?กับโครงสร้างอำนาจที่โดนวางยาแบบนี้???
ความล้มเหลวของฝ่ายการเมือง90%เกิดจากพัฒนาการที่ถูกวางยาภายใต้โครงสร้างอำนาจแบบ"ปชต.ไม้ดัด" แล้ววันนี้พัฒฯาการสูงสุดมันแค่"ระบอบสวนสัตว์" เพราะการเมืองภาคปชช. ภาคตัวแทน อะไรที่ยึดโยงอำนาจนอกปชต.มันล้มเหลวหมดเพราะมันจะต้องเชื่องๆว่าง่ายๆกรงใครกรงมัน
นั้นคือผลที่การเมืองภาคตัวแทนล้มเหลว (ไส้ศึกคือปชป.)การเมืองภาคปชช.ล้มเหลว ด้วยกลยุทธ"นกกระจิบในแหนายพราน" ดีเดย์ผ่านพธม.,เสื้อหลากสี สืือก็ถูกจับเป็นตัวประกันร่วมกับตัวประกันอดทนคนไทยนักวิชาการส่วนใหญ่ก็เต๋าถ่วง ให้กับเกมกาสิโนอำนาจ
นั้นคือความล้มเหลวอย่างบรรจงเต็มบรรทัดผ่านการออกแบบโครงสร้างอำนาจแบบนี้ นู๋"นวนคร" ลองเอาโจทย์ที่ผมตั้งอย่างลวกๆนี้ เอาไปแกะคอร์ด แค่ซีเมอร์เจอร์ บางที่อาจจะเลิกโง่บ้าเซ๋อร์มาตั้งคำถามแบบฟันน้ำนมอย่างนี้
ไปทบทวนดูดีๆ เพราะเรืองแบบนี้ เอาให้หมดยาวมาก นี่แค่กระพรี้หนึ่งของการกระตุ้นต่อมความดักดานถาวรของควายไทย???
อ้อสรุปอีกที่ครับเพื่อให้ชัดก
อ้อสรุปอีกที่ครับเพื่อให้ชัดกว่านั้น ในประเด็นคำถามคุณ"นวนคร" ก็คือความล้มเหลวของฝ่ายปชต.หรือฝ่ายการเมืองทั้งภาคตัวแทนและภาคปชช. เพราะมีกับดักทางความคิดและโครงสร้างอำนาจวางยาไว้หลายชั้น?
เช่นกลยุทธ"นกกระจิบในแหนายพราน" (แบ่งแยกเพื่อแทรกตัวมาปกครองกระบวนการหลักต้องล้มเหลวก่อนกระบวนการลองจะมีความชอบธรรมในการแทรกตัวเข้ามา) สำทับด้วย"ตุลา19โมเดล"ในการกำจัดตัวแข็งข้อขัดขืน
มันจึงสร้างพันธนาการที่ติดกับดักดักดานถาวรแบบนี้ จนได้คนแบบ"นวนคร" มาอ่านอาขยานที่เขา เจตนาฝังลงในไมรโครชิพความดักดานถาวรของปชต.ไม้ดัด"ระบอบสวนสัตว์" แบบไทยๆ ในระดับต้นน้ำของปัญหา แต่คนไทย เป็นเหยื่อที่โดนวางยามานานจนต่อมความดักดานโตกว่าต่อมสำนึกทางปชต.หรืออิสระความเป็นไทไม่ต้องมีย.ยักษ์ตนนนั้นมากำกับ แต่เรายอมจำนนแล้ว ในการที่จะกระพรือปีกออกมาหาปชต.เต็มใบ
หรือหลุดพ้นบ่วงแหนายพรานเสียที แม้ทฤษฎีต้มกบ(ระบอบทักษิณ) จะสร้างเื่งื่อนไขให้เรากลัวนักปกครองภาคตัวแทนแต่ถ้าเราเชื่อมั่น เชื่อในหลักวิวัฒนาการ และกำหนดทิศทางว่าไปทางไหน? พัฒนาการไปหาเรือยนต์ปชต.ในทิศทางประคองให้ไปข้างหน้า แม้ไม่สวยในระยะตัุ้งไข่ แต่มันต้องอาศัยพัฒฯษการตามหลักวิวัฒนาการที่ถุกต้องไม่ใช่ไม้ดัดติดยึดดักดานแบบไดโนเสาร์ที่หลงในความใหญ่จน ตึดยึดกลัวการเปลี่ยนแปลง แบบนั้น จึงอกแบบสังคมให้ติดกับดักตรงนั้น ชั่วนิรันดร์
นั้นคือการออกแบบให้พัฒฯาการมันไหลย้อนกลับไปกลับมาหาเรือสำเภาแบบนี้ในการสับสน แบบไทยๆขณะ มันจึงวนไม่ไปไหนครับ
ตอนนี้พัฒนาการทางปชต.เราไหลย้อนกลับไปหายุคหลังปรีดีย์แล้ว แม้ทักษิณจะพาพัฒนาการเรามาไกลที่สุดเท่าที่เคยมีรบ.มา? เพียงแต่ว่าการเป๋ของเขา มันควรถูกพลังทางปชต. พลังทางสังคมปชต.ที่มีวุฒิภาวะกว่านี้หรือเพียงพอ ในการประคองทิศทาง ว่าเราจะเอาอะไร? จะไปทางไหน?เรือยนต์ปชต.หรือเรือสำเภากางใบ) ไม่ใช่เหยียบเรือสองแคมขย่มข่มขู่ผู็โดยสารให้เลือกเอา แบบนี้ตอนนี้? ที่ให้ตัวซวยสนธิ และตัวกาลีบ้านกาลีเมืองตัว(ขันทีหรือกุนซือฟันเหลือฟันดำฟันเหยิน)"กาลากิณี"(คงไม่ต้องชี้ว่าคือใคร)
ตัวแปรที่พาเราหลงทางตัวละครเดิมกลุ่มนี้คือตัวปัญหาของประเืทศ แล้วยังดักดานถาวรกับตัวละครเดิมๆ ถึงวันนี้วินาทีนี้? ก็ยังเดิมๆแบบเดิมๆ ฝันไปเถอะว่ามันจะไปไหนได้? ผมไม่ได้แช่งแต่ผลรวมของการกระทำของคนในสังคมหนึ่งอัตตาและตัวที่มีอำนาจใหญ่กว่า เป็นตัวกำหนดด้วยอัตตาที่มิจฉาทิฐิ ส่งเงื่อนไขมหาเงื่อนไขลงไปในระบบแบบซ้ำเติมซ้ำๆๆๆๆเพราะมันผูกขาดคนกำกับคนเล่น และแอ็คชั่นก็หน้าเดิม
จนตำนาน"ปอบสยามกับต้นมะขามสนามหลวง"พล็อตเรื่องมหาเถื่อนดักดานแบบนี้ มันจึงเป็นมหากาพย์กำกับละครฆ่าแขวนคอย้อนประวัติศาสตร์ได้ อย่างไม่อายชาวโลกยุคโลกาฯว่าเขาจะไปถึงไหนควายไทยยังดักดานถาวรเท่าเดิมเพราะแบบนี้???
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้คือวิธีการ
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้คือวิธีการที่มันเอาชีวิติแม่ผมอย่างแยบยลของคนที่ไม่ใช่คน(หมาลอบกัด)???
ถึงว่าสิ เมื่อไม่กี่เดือนก่อน
ถึงว่าสิ
เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เดวิด ร๊อกกี้เฟลเลอร์ เข้าเฝ้า ผมว่าน่าเป็นพวกอิลูมินาติ ที่เป็นตัวแทนมนุษย์ต่างดาว อัลฟ่า ดราโกนัส (Reptilian สังเกตดูสิมนุษย์เราชอบเคารพสัตว์เลื้อยคลาน มังกรเอย นาคเอย) ที่ปกครองโลกนี้มาวางแผนและสั่งการแก้ไขปัญหาแก้ไขปัญหา เพราะต่อมาไม่นานก็เริ่มปรองดองกันในหมู่คนชั้นสูง
สงสัยจะเริ่มมีการแปลงพันธุกรรมของคนบางตระกูล เพิ่ม DNA ของ reptilian ลงไปแบบเดียวกับพวกอิลูมินาติตระกูลอื่นๆ เพราไม่ทำอย่างนี้ก็ควบคุมสังคมไม่ได้
เข้าเรื่องดีกว่า
สถาบันกษัตริย์ไทย มีอำนาจนำมากจริงๆ ก็แค่หลังปี 35 นี่เอง แถมระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไทย ยังสั้นแค่ 40-50 ปีเอง ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น ก็ขุนนางเป็นใหญ่ ย้อนไปราชวงค์บ้านพูลหลวง "เจ้าทรงกรม" เป็นใหญ่ (เจ้ารบกันจนอ่อนแอ) ย้อนไปราชวงค์ปราสาททอง ขุนนางเป็นใหญ่ ไล่ย้อนไปจนถึง ยุคพระบรมไตรโลกนาถยกเลิกระบบนครรัฐ รวบอำนาจเข้าศูนย์กลาง แบ่งเป็นหัวเมือง ตรีโทเอก ทำให้ต้องพึ่งพาระบบราชการทำให้ขุนนางเป็นใหญ่
ถ้าจะมีโครงสร้างอะไรนั่น ก็ต้องบอกว่า 500 ปีแล้วมั้ง แต่มันไม่ใช่โครงสร้างสมบูรณาญาสิทธิราชย์แบบของฝรั่ง
การหวนกลับมามีอำนาจนำของสถาบันกษัตริย์ไทยในปี 2516 ไม่ได้มาเดี่ยว แต่สร้างพันธมิตรร่วมกับสถาบันใหม่ อย่างสถาบันองค์กรธุรกิจ ถึงข่มสถาบันทหารลงได้
นักประวัติศาสตร์ไทย ถึงยกให้ เหตุการณ์และ คำสบถ วลีประวัติศาสตร์ "ยุ่งตายห่า" ของประธานสภาผู้แทนราษฏร์นายประสิทธิ กาญจนวัฒน์ ตัวแทนนักธุรกิจ ที่เริ่มเข้าเสวยอำนาจทางการเมือง เป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ เป็นไพร่ไม่พอเป็นเจ๊กอีกด้วย สบถ ภาษาหยาบคาย บนเก้าอี้ประธานสภาฯ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน
นั่นหมายถึงว่าโครงสร้างประเทศนี้เปลี่ยนไปแล้ว มีผู้เล่นใหม่ๆเข้ามารับช่วงแบ่งปันอำนาจ จนถึงปัจจุบันก็ 40ปีเข้าไปแล้ว ผู้เล่นใหม่ได้แสดงออกถึงแกนหลักโครงสร้างอำนาจที่เปลี่ยนไปแล้ว เช่น สส. อีสานแต่ก่อนเป็นครูเสียส่วนใหญ่ ทุกวันนี้ส่วนใหญ่คือนักธุรกิจภูธรใช่ใหม องค์กรกึ่งราชการต่างๆที่ทำงานให้สถาบันกษัตริย์ถอยห่างจากระบบราชการและกลายร่างเป็น NGOs
โครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตอนนี้ แค่เงื่อนไขเรื่องการลงทุนทางตรงจากนักลงทุนต่างชาติ และข้อเท็จจริงที่ว่าเศรษฐกิจไทยยังพึ่งพิงต่างชาติกว่า 70% จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่โครงสร้างโบราณที่คุณอะตอมคิดว่ามีอยู่จริงจะรองรับได้ มันจึงไม่สมเหตุสมผลกับพัฒนาการของสังคม และน่าจะไม่มีจริง
คำอธิบายของคุณอะตอม มันออกนิยายประเภทจอมบงการวางแผนหลายๆชั้น แบบหนังจีนกำลังภายใน ซึ่งในแง่สังคมผมไม่เชื่อว่าจะมีปัจเจกชนคนใหนหรือกลุ่มใหนเพียงกลุ่มเดียวจะทำได้ และผมก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน
ขอบคุณครับ
ทฤษฎีการเมืองชองอะตอมนี่ อิ
ทฤษฎีการเมืองชองอะตอมนี่ อิ อิ อิ ผมอ่านแล้วต้องบอกว่า...ฟั้นเฟือนเช่นเคยเสมอมาครับ...
ไหนลองอธิบายสักห้าสิบบรรทัดสิครับว่า ในมายาภาพที่อะตอมเห็นและสัมผัสได้นั้น
ตลอดยุคสุรยุทธ ทำไมไม่กำจัดศัตรูทางการเมืองของผู้มีอำนาจนอกรัฐธรรมนูญไปให้สิ้นซาก....ถ้าอำนาจเช่นนั้นมีอยู่จริง....
ความเห็นผมนั้น รัฐบาลสุรยุทธคือหลักฐานชัดเจนว่า ไม่มีอำนาจลึกลับบงการการเมืองไทย
การยึดอำนาจของคมช.นั้น เกิดจากความกลัวในการสูญเสียอำนาจโดยการบงการของแม้วของนายทหารบางกลุ่ม....ผู้ที่มีความสามารถจะยึดอำนาจรัฐได้ แต่ไร้แผนไร้กลยุทธที่จะบริหารปกครองแผ่นดินต่อไป....เลยไปเอาสุรยุทธมาเป็นนายก
ถ้าระดับผู้มีอำนาจนอกรัฐธรรมนูญอย่างที่ฝ่ายตรงข้ามเรียกทำเอง หรือบงการให้ทหารทำการยึดอำนาจในครั้งนั้น
กระบวนการจัดระเบียบบ้านเมืองต้องเด็ดขาดกว่านั้น แม้วและบริวารไม่มีทางได้โผล่หัวขึ้นมาอีกได้แน่นอน....คดีไม่จบไม่มีการจัดการเลือกตั้ง
ความล้มเหลวของคมช.นั้น เป็นบทเรียนสำคัญให้กับผู้ที่คิดจะทำการยึดอำนาจรัฐครั้งต่อไป......ว่า...เด็ดบัว ต้องไม่เหลือใย...
ถ้าเอาอย่างคมช.ที่ยึดอำนาจได้แล้ว ก็คิดแค่จะทำมาหากินกับเงินทองของเจ้าของอำนาจเดิม เลี้ยงไข้ไว้ไถตังค์ไปเรื่อยๆ ผลก็ออกมาอย่างที่เห็นนี่แหละครับ...
ยึดอำนาจกันคราวหน้าไม่ว่าใครทำ ผมว่า มีการจัดหนักแน่นอน ไว้คอยดูกัน....
นักการเมืองที่ระบอบประชาธิปไตยเลือกตั้งขึ้นมาบริหารบ้านเมืองนั้น ใช้เวลาพิศูจน์ตัวเองมานานเกินพอแล้ว ว่าไร้ความสามารถจะขับเคลื่อนประเทศไทยให้พัฒนาไปในทิศทางที่ก่อเกิดประโยชน์สุขแก่ปากท้องของมหาประชาชนได้ แต่กลับทำประโยชน์สุขให้กับนักเลือกตั้งที่ชนะการเลือกตั้งขึ้นมาได้อำนาจบริหารบ้านเมือง....
ผมว่า เราลองเลิกใช้งานทั้งนักการเมือง ทั้งระบอบประชาธิปไตยเสียบ้าง น่าจะดี...
เครื่องมือเครื่องใช้ของมนุษยืนั้น เมื่อใดใช้งานตามต้องการไม่ได้ซ่อมแซมมาหลายครั้งหลายหนก็ยังโหล่ยโท่ยอยู่ ก็ทิ้งขว้างไปเสีย หาชุดใหม่ของใหม่มาใช้..
ระบอบการปกครองบ้านเมือง ก็เช่นกัน..........
หหุ ยังดี
หหุ ยังดี ที่"นวนคร"พยายามคุ้ยขยะกากอ้อยที่"อะตอม"ขากทิ้ง
ต้องบอกว่าเก่งวุ้ย ที่กาดอ้อยทั้งกองเจอที่ยังเคี้ยวไม่หมดอยู่ข้อหนึ่่ง
อนิจา!น้ำตาลในข้อหนึ่งนั้นก้อเป็นเพียง "น้ำตาลบูด" ที่เป็นประโยชนืได้สำหรับเหล่ามดปลวกเท่านั้น
กากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกทั้งนั้น เหอะ เหอะ พร่ำเป็นร้อยบรรทัด
เอามาตอบคำถามว่าประเทศไทยจะเดินไปทางไหนไม่ได้แม้บรรัดเดียว..........
หหุ ยังดี
หหุ ยังดี ที่"นวนคร"พยายามคุ้ยขยะกากอ้อยที่"อะตอม"ขากทิ้ง
ต้องบอกว่าเก่งวุ้ย ที่กากอ้อยทั้งกอคุ้ยงเจอที่ยังเคี้ยวไม่หมดอยู่ข้อหนึ่่ง
อนิจา!น้ำตาลในข้อหนึ่งนั้นก้อเป็นเพียง "น้ำตาลบูด" ที่เป็นประโยชน์ได้สำหรับเหล่ามดปลวกเท่านั้น
....ล้วนมีแต่กากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกทั้งนั้น เหอะ เหอะ พร่ำเป็นร้อยบรรทัด
เอาสาระมาตอบคำถามว่าประเทศไทยจะเดินไปทางไหนไม่ได้แม้บรรทัดเดียว..........
ถ้าจะเอาความล้มเหลวในการกำจัด
ถ้าจะเอาความล้มเหลวในการกำจัดแม้วและพวกในยุครัฐบาลฤาษีเลี้ยงเต่า มาหักล้าง
แล้วช่วยแก้ต่างให้พวกกระหายเลือดว่าอำนาจลึกลับในบ้านนี้เมืองนี้ไม่ได้มีอยู่จริงละก็...
ผมว่าคุณไปหาน้ำยาล้างจานที่ดีกว่านี้มาใหม่เถอะ
เพราะกลิ่นคาวเลือดของประชาชนที่พวกคุณเสพกินน่ะ
มันไม่ได้ล้างกันได้ง่ายๆหรอกนะ มันยังเหม็นคละคลุ้งอยู่เลย เหอเหอ
ครับตอนแรกกะจะจบบมสนธนา
ครับตอนแรกกะจะจบบมสนธนา เพราะมันเริ่มไปไกลกว่าประเด็นเจ้าของกระทู้ ด้วยกลัวเสียมารยาท แต่ด้วยเนื้อหาผู้ร่วมสนทนาพาดพิงมาผมรู้สึกว่ามันบิดเบือนและจะเสียหายเลยต้องขออนุญาติคุณ"วีรพัฒน์" เพิ่ม
ประเด็น คุณ"นวนคร" ยังไม่มีอะไรๆให้เพิ่มเติมนักเพราะเขาตอบไม่เข้าหรือตรงประเด็น ไปอรัมบทเรื่องพระเจ้าเหามาโยงแบบจับแพะชนแกะมันยิ่งออกทะเล มีประเด็นชี้แจงนิดเดียว พร้อมกับตั้งคำถามให้โจทย์ใหม่ไปศึกษาร่วมกับนู๋จันแดง(ฉายาเด็กแว้นแห่งประชาไท)
กรณี การเกิดของกลุ่มทุนเก่า(ศักดินาล้าหลังที่โครงสร้างยึดโยงอำมาตย์ราชการหรือศักดินาข้าราชฯ) ที่เงื่อนไขคือกลุ่มอำนาจเก่านี้ คือเดงื่อนไขให้ปชตงแบบปรีดีย์โตไม่ได้เคล้าโครงที่เสนอก้าวหน้านั้น อำนาจเก่าที่ต่อมาพัฒฯาการมาเป็นอำมาตย์ผ่านโครงสร้างราชการแบบเดิมๆ(ทหารก็คือซับเซ็ตในนั้นในการต่างตอบแทน)เป็นตัวขับเคลื่อน ในลักษณะผูดขาดการเข้าถึงทรัพยากร ผ่านบอร์ดทั้งรัฐวิสาหกิจฯลฯ
จึงทำให้ฐานทรัพยากรถูกกลุ่มนี้ ผูกขาดในการเข้าถึง เพราะรูปแบบรัฐวิสาหกิจ มันเป็นระบบทุนที่ล้าหลังแบบเก่า แต่กลุ่มศักดินาล้าหลังเก่าเขาฝังรากลงลึกในการผูกขาดการเข้าถึงทรัพยากรผ่านโครงสร้างนั้นมานาน จึงสร้างวาทะกรรมปล้นชาติให้กับแนวทางการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ หรือโลกาภิฯ อย่างสุดขั่ว
เพราะกลุ่มทุนแบบนี้(ศักดินาล้าหลัง)กลัวการเปลี่ยนแปลงกลัวการปรับตัวเข้าสู่ระบบนิเวศน์หลักของโลก(ทุนนิยมเสรีที่มันคือที่มาของโลกเสรีนิยมปชต.ส่วนใหญ่)แม้ทุนเสรีจะมีมุมมืิดเช้นการผูกขาดด้วยระบบทุนนิยมอย่างเสรี(เช่นความผิดพลาดในการแปรรูปปตท.( แต่ไม่ใช่หลักการแปรรูปผิดเพราะนั้นคือวิธีการปรับตัวเข้าสู่ระบบทุนแบบใหม่)
แต่เงื่อนไขเพราะ การเกิดใหม่ของกลุ่มทุนนักการเมือง(ที่มีคนสร้างวาทะกรรม"ทุนสามานย์") ที่ส่วนใหญ่ มีปัยหาจริงในการสยายปีกของทักษิณ และเริ่มไล่ต้อน กลุ่มทุนศักดินาล้าหลังที่ส่วนใหญ่บาดเจ็บตอนฟองสบู่ต้มยำกุ้งครีชีส และปัญหาด้านการปรับตัวเข้าสู่ยุคโลกาภิฯ หรือระบบทุนแบบใหม่ภาคเรียลไทม์ ด้วยความหลบงยุคตกขบวนจึงมีแนวคิดต่อต้านโลกาภิฯ และการแปรรูป หรือทุนเสรี
จากปัญหาหลักคือเขาปรับตัวยากในภาคเรียลไทม์กับเงื่อนไขใหม่ๆนี้ จึงสร้างวาทะกรรมโจมตีกลุ่มทุนนักการเมืองเกิดใหทม่ หรือทุนใหม่(สร้างวาทะกรรมทุนสามานย์ให้เกินจริง) แม้จะมีจริงบ้าง แต่กลุ่มทุนใหม่ปรับตัวได้ไกลกว่ามาก และเร่ิมที่จะไล่ต้อนความหลงยุคตกขบวนโลก ต่อระบบทุนแบบใหม่
จนได้วาทะกรรม"เศรษฐกิจพอเพียง" แม้แนวทางพระราชดรัชนี้จะมีเนื้อหาในเจตนาที่ดี แต่ในอีกมิติหนึ่งมีที่มาจากการกลัวการเปลี่ยนแปลงตรงนี้เพราะมีปัญหาด้านการปรับตัว
ดังนั้นสิ่งที่น่ากลัวกว่ากลุ่มทุนนักการเมืองใหม่(ปตท.ผมก้รู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมมายังปชช.เพราะแปรรูปผิดเจตนารมณ์ไม่ใช่หลักการการแปรรูปผิด) นั้นคือตัวอย่างที่สร้างความน่ากลัวหรือสร้างความชอบธรรมในการขยายผลให้กลุ่มทุนนักการเมืองน่ากลัวในภาพแบบนั้น
แต่ภาพที่น่ากลัวกว่านั้นมาก ในสัดส่วน80% คือการผูกขาดการเข้าถึงทรัพยากรของกลุ่มทุนศักดินาล้าหลังที่สร้างความล้าหลังมหาศษลเสียโอกาสมหาศาล ต่อการเข้าถึงทรัพยากรของปชช.และโอกาสทางเศรษฐกิจทั้งโอกาสทางที่ตั้งภูมิศาสตร์เป็นศูนย์กลาง ความแข็งแกร่งจากข้างใน จากภายในเพราะเรามีหลากหลายทรัพยากรไม่ใช่เชิงเดี่ยวแบบตะวันออกกลางคือน้ำมันฟอสซิล
จของเราหลากหลายมากมายทั้งท่องเที่ยวศูนย์กลางการเดินทางเมืองท่า(ไม่ได้อะไรเลยขายโอกา่ศทิ้งไปหมดแล้ว) ความล้าหลังนี้ เกิดจากเงื่อนไขการผุกขาดการเข้าถึงทรัพยากร และอำนาจเชิงการบริหาร ที่ล้าหลัง ที่ขับเคลื่อนผ่านระบบราชการในกลไกแบบอำมาตยราชการ หรือข้าราชการของอำมาตย์ฯ ในกรอบวิธีคิดแบบนักปกครอง ที่สัดส่วนการเข้าถึงโอกาศทางสังคมทรัพยากรแปรผันตามสัดส่วนอำนาจนักปกครอง ไม่ใช่ปชช.
นั้นคือเหตุผลของความล้าหลังเหลื่อมล้ำ เช่นรฟท.จุดเริ่มต้นเรามาก่อนใครหรือมาพร้อมญี่ปุ่น มาเลฯแทบอาเชี่ยนตามเราไๆม่เห็นฝุ่นแต่เดียวเขาแซงหน้าเราหลายลี้? ผูกขาดเพราะระบบนัุ้นขับเคลื่อนมาอย่างผูกขาดมาตตลอด จากโครงสร้างอำนาจที่อำมาตย์คุม ชัดคือยุคป๋าฯ สมัยนั้นดินฟ้าอากาศดี เหมือนยุคป่าฯบริหารดีวางรากฐานดี แต่จริงๆไม่ใช่ดินฟ้าอากาศตัวแปรเศรษฐโลกไม่กระทบเราจังๆ เรามีสิ่งที่แข็งแรงภายใน แบบนั้นยุคป๋าบริหารแบบถึงก็ชั่งไมใ่ถึงก็ช่าง แต่ส่วนใหญ่เข้าคลังหลวงอำมาตย์หรือทุนศักดินา ปชช.แค่เศษ?
ขนาดนั้นยุคป๋าฯก็ปลูกข้าว ปลูกผลไม้ มาได้เพราะดินฟ้าอากาศดี จนมาถึงยุคเก็บเกี่ยวสมัยชาติชาย ไปใช้วิธีการโค้นทั้งต้นมาเก็บเกี่ยวหรือยืมอนาคตมารวย(ปั่นราคาอสังหาฯ)จนมันพองสุดฟองสบู่ระเบิด(รายละเอียดก่อนฟองแตกมีชัดมากแต่ลงยาวๆไม่ได้) ถ้าให้เทียบผลงานป๋าฯที่ใครคุยนักคุยหนาว่าดี ผมให้คะแนนแค่5% แต่ติดลบ เนื้อหาความล้าหลังความสูญเสียโอกาสการบริหารในปชต.แบบใหม่จนได้ผลลัพธ์ พัฒนาการทางปชตงและการแข่งขันต่อารยะประเทสเราถอยหลังล้าหลังลงมาเรื่อยๆ
เพราะการบริหารแบบนี้ของป๋าแล้วชวนรับช่วง ระบบขับเคลือนผ่านอำมาตยราชการแบบเก่า(นักปกครองปชต) ไม่ใช่ข้าราชปชช. แนวทางเกิดใหม่ของกลุ่มทุนนักการเมือง ที่พึ่งเกิดจริงสมัยทักษิณ จึงสร้างงเื่อนไขให้ทุนศักดินาล้าหลังกลัวมาก จึงเกิดการสร้างวาทะกรรมเอาไปขยายผลจากความผิดพลาดการแปรรูปปตท.
สร้างวาทะกรรมจากสหภาพฯที่กลัวการเปลี่ยนแปลงที่กระทบเขาในการปรับตัวนั้นคือเงื่อนไขที่สหภาพฯรถไฟ เกิดขุนโจรแห้วหวาน(สาวิทย์ แก้วหวาน) จับเอาชะตากรรมการพัฒฯารถไฟ หรือปชช.ผุ้ใช้บริการเป็นตัวประกัน เพราะหลักคิดเตี้ยอุ้มค่อม จากการกลังการเปลี่ยนแปลงจึงผูกขาดความล้าหลังไว้ที่ไอ้เตี้ยหลังค่อมรฟท. นั้นคือที่ทมาที่ผมเปิดกโหลกกะลาสมัยนายกมาร์ค สมัยสาวิทย์ แก้วหวานหยุดเดินรถ
แล้วเสนอแนวทางรถไฟความเร็วสูงสร้างได้ไม่ถึง5ปีอย่างไรม ีรูปธรรมชัดเจนเพียงแค่เปลี่ยนวิธีคิด ให้รฟท. ไม่ผูกขาดไว้มที่ไอ้ค่อมรฟท. นี่ครับเบื้องหลังเงื่อนไขความล้าหลังตัวอย่างเล็กๆ แต่ใหญ่กว่านี้เล่ายาวมาก
นั้นคือเหตุผลว่ากลุ่มทุนศักดินาล้าหลังที่ผุกขาดมายาวนานแบบซึมลึก จนเราล้าหลังสร้างงเื่อนไขความเหลื่อมล้ำให้สังคม ศักยภาพด้านการแข่งขันทั้งที่เราเป็นต่อใครๆที่สุดในภูมิภาคและเอเซีย แต่ความล้าหลังเกิดจากสาเหตุแบบนี้ ถ้าเทียบสัดส่วนความน่ากลัว ระหว่างกลุ่มใหม่กับกลุ่มทุนเก่า ผมให้สัดส่วน80/20% เพราะทุนใหม่ถ้าใส่ธรรมภิบาลลงไป มันจะเข้ากับหลักการปชต.ตรวจสอบง่ายกว่า แต่ทุนเก่าที่นี่ ใส่ไปสิ? ยิ่งสนธยากว่าเก่า
ไปดูสิกินตามน้ำตามบอร์ดรัฐวิสาหกิจและงบลับและไม่รับมันมหาศษลกว่าข้อกล่าวหาทุนนักการเมืองมหาศาล
ดังนั้น"นวนคร" ไปอ่านอาขยานมาใหม่ เรื่องนี้ำไม่ผ่าน???
ส่วนบางกอก
ส่วนบางกอก นั้นเขาสำนักคิดแบบนั้นสะท้อนผ่านวิธีคิดที่เขาไม่เอาปชต.(เคยประกาศมาหลายครั้งและปะทะวาทะกรรมกับผมหลายครั้งจนเขายอมรับตรงๆว่าสำนักคิดแบบนี้ไม่เอาระบอบปชต.)
คือจุดร่วมต้นในวิธีคิดเขาเหมือนสนธิ คือเชื่อมั่นในอำนาจนอกระบบ หรือการใช้ไฟอำนาจดิบ ในการเปลี่ยนแปลง เตรียมพื้นที่ในการเซ็ตระบบ นั้นคือที่มาของการออกแบบระบบภายใต้กรอบความคิดแบบ"แมตทริกซ์สยามซู" ในที่มาต้นน้ำของสำนักคิดแบบนี้คือ ปชต.ไม้ดัด ต้องมีการอภิบาลปชต.ตลอดไปและตลอดกาล
จึงมองวิธีการเปลี่ยนแปลงทางรัฐและนำไปสู่การปฎิบัติเพราะสำนักคิดนี้มาแรง และบลิ้วกันแรงผ่าน ทีมงานวิ่งผลัดกี่คุณให้ร้าย ชงหวานให้ทหารตบ แล้วปูเสื่อเหลืองให้อำนาจนอกปชตงเข้ามาออกแบบตามต้นแบบ คุณ"บางกอก"เปี๊ยบเลย ปชป.ผสมโลงเพื่อแลกดอกาศทั้งที่ปากชวนบอก"เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา" แต่คนรุ่นใหม่แบบกลอน(กรณ์) ประกาศตรงในเฟสบุ๊คว่า"เชื่อมั่นใมนการปฎิวัติ" เพราะปฎิวัตินำข้าพระเจ้ามาเป็นรบ.ส้มหล่นครั้งนี้
ผล ของการใช้อำนาจร้อนแบบนั้น ที่ผมฟันธงว่าติดกระดุมผิด ตั้งแต่เม้ดแรก(ปฎิวัติ) จนรอ้งอุทานคำแรกหลังทราบว่าปฎิวัติ49ว่า"ทหารากำลังจะพาเราไปนุ่งผ้าถุงแข่งกับพม่า"???
มีแนวโน้มว่าจริงมาเรื่อยๆ เพราะตอนแรกเขาจะเบล็ดเสร็จเด็ดขาดตามพล็อตที่บางกอก,พธม.,กุ่นซือทหารกลุ่มฟันเหลืองฟันดำฟันเหยิน วางทุกอย่าง แต่ไปไม่รอดตามคำเตือนผมทุกอย่าง(ไปถามนายกสุรยุทธว่าตรงตามคำเตือนพยากรณืผมล่วงหน้าอย่างไรว่าคุณจะเจออะไร) ไปไหนในเวที่โลกแทบเอาปี๊บคลุมหัวมหามิตรอเมริกาแทบถ่มน้ำลายใส่หน้าที่ที่เราเขาผ้าถุงหลุดให้สมัยสงครามเย็นและคราวบุชประกาศให้เลือกข้าง
จนเราพาตัวเองไปอยู่ในระยะหมัดขอิงความขัดแย้งโลก(ปัญหาใต้คือรูปธรรม) ขนาดนั้นอเมริกายังไม่เอาเรา นั้นคือเหตุผลที่เขาไปต่อไม่ได้ ตามพล็อตคนบ้าถือคบไฟพธม. และสำนักคิดแบบบางกอก เขาจึงปรับให้ซอร์ฟลงมา แทนที่จะปฎิวัติซ้อนด้วยทหาร สนองนีดคนพธม.ที่ร้องหาทหารมาปัสวะรดหัวศักดิ์ศรีปชตตัวเองทุกเช้าทุกเย็นหลังป.49
ไม่พุดเปล่าลงทุนยั่วยุวางสร้างทีมงานวิ่งพลัดหลายรอบส่งไม้ต่อให้ทหารออกมาปฎวัติซ้อน ที่ชัดสุดคือม็อปแก้สน้ำตา แต่อนุพงษไม่เอาด้วยจนด่าเผาพลิกเผาเกลือจนอนพงษ์ร้อนตัวเป็นอนุเพลิง ทนไม้ได้เลยออกมาสำเร็จความใคร่ช่วยเหลือตัวเองสนองนีดคนกลุ่มนั้นด้วยการปฎิวัติทางจอทีวี
แบบนั้นการติดกระดุมเม้ดแรกที่ผิด เขายังรั้นเพราะแรงบลิ้วแบบคนบ้าถือคบไฟพธม.(สำนักคิดแบบคุณบางกอก)มีอิทธิพลต่อคนมีอำนาจขณะนั้นเขาจึงต้องใช้การปิดกระดุมเม็ดที่สองที่ผิดต่อจากเม็ดแรกที่ปฎิวัติเชิงโครงสร้างไม่สำเร็จ จึงวเก็บงานตกแต่งภายในด้วยการปฎิวัติโดยศาลเพื่อให้ กระบวนการทางศาลมัดไม่พลาดเหมือนสมัยปี35คือยกฟ้องหมดเพราะที่มามันไม่ถุกต้องหรือรับรองการปล้นของโจรไม่ได้
แต่คราวนี้ให้ศษลมารับรองการปล้นก่อนการตัดสินทุกคดี เพราะมันเป็นข้อต่อสู้หลักของผู้ถูกกระทำ ศาลจึงหน้าด้านรับรองรัฐาฎิปัตินั้นหมายถึงว่ารับรองการปล้นจากศาล เพราะรัฐข้าใครอย่างเอาขามาขัด นั้นล่ะครับต้นทุนศาลเดิมเสียหายมหาศาลผิดพลาดหนักในกระดุมเม็ดที่สอง
แล้วดันทุนรังติดให้มันรั้งมันรัดมัดกันมาเรื่อยๆจนเดินอย่างคนวิกลจริต เพราะผลพวงจาาการติดกระดุมผิดมันแบบนั้น แต่แนวคิดบางสำนัก เช่นคุณบางกอก ยังบลิ้วหนักให้ติดผิดต่อไป ที่สุดมันเหลือเม็ดสุดท้าย หาความลงตัวไม่ได้ สาบานสิ? คุณบางกอก ว่าถ้าไม่เอาไปผูกกับเชือกรองเท้า เดินแบบคนเอาหน้ามาแถกับพื้นเพราะความดันทุรัง ผมถามคุณตรงว่ามันจะเอาไปติดตรงไหน? เพราะยังไงมันก็หาความลงตัวไม่ได้
มันก็จะวนมาเริ่มใหม่แบบผิดๆรั้งกว่าเดิมเพราะความเชื่อที่มิจฉาฯนั้น แล้วมีการลองผิดลองถุกจนสร้างมหาวิกฤตจากไฟอำนาจร้อนตามข้อเสนอพวกคุรผลพวงครั้งนี้ กระทบไปหลายสิบปีและเราพัฒฯาการไหลย้อนกลับล้าหลังไปหลายสิบไป(ไปหายุคหลังปรีดีย์)นั้นคือมันทั้งย้อนหลังและเสียหายไปข้างหน้าอีกหลายสิบปีจากผลพวงการใชช้ไฟป่าปรับระบบตามข้อเสนอคุณ นี่เกือบสิบปีแล้วยังไม่ไปไหน ก้เพราะวิธีคิดที่ติดกระดุมผิดแบบคุณนี่ไง นักปชตจอมลวงโลก???
อ้อไม่ใช่สิ?คุณบางกอกเขาประกา
อ้อไม่ใช่สิ?คุณบางกอกเขาประกาศตัวว่าไม่เอาปชต.มานานแล้ว(คือเขาชัดเจนในจุดยืนแบบแปลกๆที่เคยสร้างมหาเงื่อนไขในมหาวิกฤตไฟป่าครั้งนี้เพราะต้นคิดคนบ้าถือคบไปแบบนี้นำทาง) แต่ปชป.(ประชาวิบัติ) พันเถอะมิตร(พธม) โดยเฉพาะสนธิ และปชป. นั้นมันนักปชต.จอมลวงโลก ปากอย่างใจอย่าง?บทบาทเป็นไส้ศึกขยายจุดอ่อนให้ฝ่ายปชต.
ปชป.คือจุดอ่อนภาคตัวแทนพธม.ภาคปชช(แม้ตอนแรกเหมือนตัวช่วย)ในการให้เขาดีเดย์มุก"นกกระจิบในแหนายพราน"(แยกสีให้มันตีกัน แบ่งแยกเพื่อแทรกตัวหาความชอบธรรมจากที่มันล้มเหลวเข้ามาปกครองปชต) ผ่าจุดอ่อนในหลายๆที่มั่นหรือทุกที่มั่น จนได้พลังทางสังคม พลังทางปชต.ที่สับสนวุ่นวาย"CHAOS"ในการทานอำนาจนอกปชต.ไม่ได้
ที่เบื้องหลังความล้มเหลวแบบนี้ มาจากการร่วมกันออกแบบหรือไม่ออกแบบ(ของคุณบางกอก) แต่มาในทิศทางนี้ กับมหาวิกฤต นี้
ปล.ผมเขียนแบบเทอร์โบตรวจคำผิดใช้เวลานานกว่าเขียนใหม่เพราะผมจะแก้ไขพิมพ์แทรกเพื่อความลงตัวสมบูรณ์ มันจึงใช้เวลา่มาก เพราะเขียนรอบแรกเหมือนการวางร่า่งรูปคร่าวๆ ยังไม่ลงรายละเอียด มันจึงถ้าตรวจแก้ใหม่ใช้เวลาเพิ่มกว่าเดิมหลายเท่าผมจึงไม่ได้ตรวจแก้ข้อความมันจึงออกไปแบบนั้นขอโทษคนอ่านแล้วกันครับ???
อ้อส่วนที่เขามองว่าชุดความคิด
อ้อส่วนที่เขามองว่าชุดความคิดทางปชต.ผมเพ้อฝันเพราะ วิธีคิดที่ไม่เอาปชตไง?มันเลยสวนทางกันแบบนั้น? เพราะหลักคิดปชต.ไม้ดัดแบบเขามันจึงสร้างความสับสนในทิศทางว่าเราจะพัฒฯาไปทางไหน? จนไปสร้างความชอบธรรมในอีกขั่วที่เป็นโครงสร้างอำนาจหลักในการแทรกตัวเข้ามาปกครองปชต.
ที่"นวนคร" บอกไม่มี เพราะวิธีการแบบมือที่มองไม่เห็นไง? กบเลือกนายแบบไทยๆ มันจึงดักดานถาวรในหม้อตุ๋นกบอำมาตย์ไม่รู้สึกตัว ผมถามตรงๆ อำนาจการยุบพรรคไม่ยุบพรรค? ที่ใช้อำนาจผ่านศาลและองค์กรอิสระ ในแบบมือที่มองไม่เห็น จนสร้างตุลาการเต๋าถ่วง เลือกปฎิบัติ หรือองค์กรโคตระอิสระเลยบทบาทกอกอตอ กรณียุบพรรคปชป.นั้นจะจะมากดูถูกคนไทยมองเห้นว่าเป็นควายขนาดไหน?ไปหน้าด้านน้ำขุ่นช่วยกันแบบน่าเกลียดมาก???
ทั้งที่สองข้างถ้าวัดมาตรฐานว่าพรรคนี้ควรโดน ปชป.แสปกว่ามหาศาลตอนที่ผมล้อไอ้ห้อย(ทรท) กับโหนปชป(ภาคแรก111)(จตุพรอภิปรายไว้ชัดมากในรายละเอียดไปหาอ่านเอาในนี้ล่ะ) โครงสร้างที่เขาจะอนุญาติไม่อนุญาติให้เป็นรบ.(เพียงแต่เขาจะใช้หรือไม่ใช่เมื่อไหร่เท่านั้น) เลือกซ้ำจากผลการเลือกตั้งชนะอีกที่80%การได้เข้าสู่อำนาจมันยึดโยงอำนาจปชต.หรือการเลือกปชช.ที่ไหน?
พิธีกรรมเลือกตั้งการตั้งรบ.แค่พิธีกรรม?เพื่อชงความชอบธรรมเป็นมายาสัมพัทธว่าปชต.? เพราะคนที่เขาเลือกอีกที นั้นเขาสอยเมื่อ่ไหร่ก็ได้? เห็นจะจะหลายรบ.แล้ว? ถามนวนครตรงๆกลางแสกหน้าสิ ?ว่าอำนาจเบล็ดเสร็จเด็ดขาดที่ใช้ผ่านศาลผ่านองค์กรอิสระตลอดเวลาๆที่ผ่านมา คุณไม่เห็นหรือคุณไปอยู่หลังเขา?หรือหลุดมาจากถ้ำไหนมา?
จึงมองไม่เห็นอำนาจในโครงสร้างหลัก80%ตรงนี้ของมือที่มองไม่เห็น? แต่ผลมันเห็นๆจะจะเลยตามนั้น? หรือเพราะความดักดานถาวรของคุณ? และคนไทยส่วนใหญ่ที่หลงมายาสัมพัทธของมือที่มองไม่เห็นนั้นหรือรู้แต่ยอมจำนนแบบที่เป็นควายยอมให้เขาสนตะพาย ไม่ใช่คนกันแน่???
โอ...ไม่เสียชาติเกิดแล้ว...เห
โอ...ไม่เสียชาติเกิดแล้ว...เหมือนดึงเสี้ยนออกจากเท้าแล้ว...ประชาชนตายตาสว่างได้แล้ว
อ้อครับใครอาจจะมองว่าผมลงลึกไ
อ้อครับใครอาจจะมองว่าผมลงลึกไป เจตนาอะไรกันแน่ แต่เหตุเพราะเคสนี้คือมะเร็ง? จะมาหลอกตัวเองหรือสับขาหลอกคนอื่น พลิ้วแบบปชป.ด้วยการประจบ ใช้ยาหอมยามทำใจหรือพาราฯรักษาได้ทุกโรค เนื้อตรงไหนไม่มีร้ายก็ต้องนำเสนอตรงๆมันจึงจะหาทางออกร่วมได้?
นั้นคือเจตนาผม ที่โดนหลายคนตีความ ว่าให้ร้ายใครเจตนาแฝงแบบไหน? ผมก็บอกตรงทำตรงๆไปหลายรอบก็แบบนี้ชัดเจนมาตลอด ลักษณะผม คล้ายๆ"นิติราษฎร์" แม้ต้นทุนความน่าเชื่อถือผมจะน้อยกว่า แต่ผมเชื่อผมมีมิติเชิงลึกที่จะชวยแนวทางนิติราษฎร์ได้ในบางมิติ (เพราะเรื่องนี้โยงหลายมิติมาก ) ความเชี่ยญชาญเฉพาะส่วนนั้นของนิติราษฎร์ ผมไม่อาจเอาไปเปรียบเทียบ รวมคุณวีรพัฒน์แต่บางเนื้อหาบางมิติผมเชื่อว่าผมลึกกว่าเป็นตัวช่วยได้) เพียงแต่ว่าเขาโดนไปก่อน???
วีรพัฒน์ยัง ไปต่อ มีโอกาสเล่นต่อได้และหน่วยก้านยังดี แต่ก็ต้องระมัดระวังฟังส่วนอื่นที่เราไม่ถนัดบ้าง ผมเชื่อว่าคุณจะมีประโยชน์ต่อประเทศชาติอีกมากครับ ส่วนผมไม่รู้จะเกมโอเว่อร์เมื่อไหร่? แต่ผมไม่กลัวมันเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น(ผมถึงเป็นห่วงนิติราษฎร์เพราะเขาเป็นเป้าเกินไป)ที่สุดก็โดนจนได้นี่ถ้าสังคมแบบตุลา19จริงๆคงไม่แค่นี้ แต่ผมโดนไปไกลแล้วคนใกล้ตัวซวยด้วย???
ฮ่าฮ่า
ฮ่าฮ่า บอกไว้ก่อนแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววว
พร่ำร้อยบรรทัด..ทำเหมือนเป็นความรู้ดังอัครมหาสมบัติอันมีค่ามาจากสมองวิปลาสปราศเปลื่อง
หุหุ แม้บรรทัดเดียวหาที่จะตอบว่าแล้วจะให้ประเทสไทยเดินไปทางไหน?
ผมว่า เหมือนคนแก่อวดดี เหมือนของเก่า ที่จะบอกว่าไม่มีประโยชน์เลยก้อไม่ใช่
แต่จะให้เอาทั้งหมดมาใช้ามสภาพปัจจุบันมันก้อไม่ทันกิน จึงเป็นได้แค่ของเก่าที่ฝุ่นจับ จะเอามาขัดถูก้อไม่ได้เดี่ยวจเป็นการทำลายหลักฐานทางการศึกษาเรื่องราวในอดีต
จะตำหนิกันแรง ๆ อีกต่อๆปก้อห่วงว่าคนแก่จะน้อยใจ เดี๋ยวก้ออกแตกตายกันเปล่า ๆ
ที่พร่ำมาทั้งหมดเด็ก ๆ เดียวนี้เขาวิเราะห์เองได้ หาอ่านเองได้ เข้ากลูเกิ้ลคลิ๊กเดียวไหลมามากกว่าที่ลุงใช้เวลาเป้นวัน ๆ เขียนมาร้อยบรรทัดน่ะครับ
เขียนมามากเหมือนทำงานมากอ่ะน่ะ สงสารครับเขารู้มานานแล้วครับ ที่เด็ก ๆ เขาไม่พูดถึงไม่ใช่ไม่รู้ไม่เข้าใจ แต่เขาเห้นวาไม่จำเป้นต้องพูดอะไรให้เยิ่นเย้อ
วันนี้เขาสงสัยเพียงว่าประเทศไทยจะเดินไปทางไหน ในขณะที่ วันนี้ รธน. มีปัญหาเป็นปัญหาต่อระบอบการปกครองที่มหาชนเขาปราถนา มีทั้งตัวบุคคล สถาบัน และองค์กรตามที่ รธน. กำหนด ได้ขัดขางความปราถนาของมหาชน
เด็กสมัยนี้เขาเลิกงมโข่งท่องอักขยายได้ไเราะแสดงว่าเป็นคนเก่งแล้วครับลุงงงงงงงงงงงงงง
สำเหนียกสำนนไม่ต้องสวิงสวายมากนักก้อได้ลุงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง สมัยนี้เขาไม่นิยมกันแล้ว ทุกวันนี้เขาชอบตัวย่อกันหรือไม่ ก้อคำว่า "เด้กแว้น" แบบนี้ล่ะใช้ได้เลย ฮ่าฮ่า
ผมว่าลุงพูดมากพร่ำมากก้อเหมือนกับการเอาของเก่ามาขายอ่ะ เด้กสมัยนี้เขาชอบง่าย ๆ ชัด ๆ เร้ว ๆ เอาประเด้นเอาหัวใจมาว่ากัน เห้น ๆ เชิงประจักษ์ครับ ไม่ใช่เอาประวัติสาสตร์ที่ไม่ได้ประจักษ์ด้วยตัวเอง
รุ้ ๆ อยู่ ใครรเขียนประวัติศาสตร์ คนั้นก้อเขียนเพื่อตัวเองทั้งสิ้น
เหมือนกับที่พร่ำกับบังคับกันใหเชื่อว่าประเทศไทยดำรงอยู่ได้มาถึงทุกวันนี้เพราะการต่อสู้ของเทวดานั่นแหระ
วันหลังถ้าลุงไม่อยากให้เด้ก ๆ เขาถอนหงอก เป้นผู้ใหญ่แล้วก้อสงบปากสงบคำลงบ้างก้อได้น่ะ หากยังชอบสีเสียดเสียดสี หุหุ เด็กสมัยนี้คงจะยอมง่าย ๆ หร้อกน่ะลุงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง อะตอมบรื้อ! คนแก่ควรมีหัวใจไว้ให้เด้กกราบไหว้ ไม่ใช่ทำตัวให้เด็กถอนหงอกได้ หากอยากตำหนิเด็ก ๆ ก้อขอให้ตำหนิได้เฉพาะเด็กในบ้านของลุงงงงงงงล่ะกัน
หวังว่าจะไม่มากระแนะกระแหนเด้กแว้นอีกน่ะ...หุหุ เพราะลุงอ่ะไม่ใช่พ่อของเด็กแว้นน่ะครับ
ขออนุญาตินอกเรื่อง คุณอะตอมว่
ขออนุญาตินอกเรื่อง
คุณอะตอมว่าเรื่อง "โครงสร้างอำนาจ" ไม่ใช่หรือ
โครงสร้างอำนาจมันมีพลวัต ตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม ผมจึงชี้ให้เห็นว่า ถ้าสังคมมีสถาบันใหม่เกิดขึ้น (ในที่นี้คือสถาบันทุน) โครงสร้างอำนาจก็ต้องเปลี่ยนไป ยกเว้นว่าโครงสร้างเดิมสามารถรองรับ พัฒนาการของสังคมได้ ถ้ามันรองรับไม่ได้มันก็ต้องเปลี่ยน ไม่เข้าใจอีกหรือ
ที่คุณเขียนอธิบายมา มันก็บอกถึงว่าโครงสร้างอำนาจเดิมมันได้ปรับเปลี่ยนตัวเองไปมากแล้ว เช่นนั้นมันกล่าวว่ามันล้าหลังไปเสียทั้งหมดได้อย่างไร
แล้วคุณยังจะคิดว่า โครงสร้างอำนาจ บ้านเรามันหยุดนิ่งเหรอ มันไม่สมเหตุสมผล
แล้วยิ่งมาโพสต์ว่าสถาบันกษัตริย์ "มีอำนาจบริหาร" ยิ่งเลอะเทอะ ยกตัวอย่างก็ไม่สมเหตุสมผล เช่น
คุณอธิบายแบบเลอะเทอะเรื่องทุน ช่วงเปรม ประเทศที่คอมมูนนิสต์จะบุกอยู่แล้ว ใครจะมาลงทุน คนที่จะมาลงทุนก็ต้องใช้วิธีร่วมทุน โชคดีที่ญี่ปุ่นเกิดฟองสบู่ เพราะค่าเงินเยนแข็งกระทันหัน กลุ่มทุนญี่ปุ่น จึงหาที่ก็มาลงที่ประเทศไทย มาเลเซีย การร่วมทุนทำให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี พยายามปั้นกลุ่มธุรกิจยักษ์แบบแชโบลของเกาหลี (นโยบายเดียวกัน) พัฒนาอุตสาหกรรม เน้นประหยัด แต่พอยุคชายชาติ นโยบายเปลี่ยนไป หันมาค้าหุ้น ค้าที่ดิน ปั่นเงินกัน
การพัฒนาอุตสาหกรรมกลายเป็นภาระของต่างชาติ เน้นขายแรงงานเป็นหลัก
พอปี 40 เกิดวิกฤติ สุดท้ายบริษัทร่วมทุนก็ถูกญี่ปุ่นยึดหมด
ทุนใหม่พระเจ้าของคุณนี่นะ ทุนการสื่อสาร เป็นพวกดึงเรื่องการเปิดเสรีการสื่อสารเป็นสิบปี พอถึงเวลาเปิดเสรีจริงๆ ขายธุรกิจทิ้ง การวิจัยและพัฒนาไม่มี
หันมาดูทุนล้าหลังบ้าง
ทุนเครือทรัพย์สิน มีการลงทุนวิจัยพัฒนามหาศาล ปรับเป็นบรรษัทข้ามชาติสัญชาติไทย ผลิตภัณฑ์ก็มีคุณภาพติดอันดับโลก บางส่วนก็พัฒนาจักรกลทางการเกษตร
ทุนอิงทหารอย่าง CP เป็นบริษัทส่งออกไก่อันดับ 3 ของโลก มีงานวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับเกษตรมหาศาล ใช้ไทยเป็นฐานวิจัย แต่ผลิตจริงที่จีนหรืออินเดีย
เช่นการค้าปลีก และพยายามพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องยนต์และรถมอเตอร์ไซด์(ผมไม่ชอบเครือบริษัทนี้ แต่ว่ากันไปตามจริง)
จะบอกให้เอาบุญ พวกทุนล้าหลังตอนนี้ ไปสุมหัวกันอยู่แถวกระทรวงวิทยาศาสตร์ หน่วยงานตระกูล TEC ทั้งหลาย หาลู่ทางวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีกันอยู่ แหล่งเทคโนโลยีอันใหนเจาะยากเช่น CERN ก็อาศัยบารมีเจ้านำไป
เดี๋ยวนี้ทุนล้าหลังของคุณเนี่ย มีดตัดอ้อย มันยังวิจัยเลย ล้าหลังโคตรละมั้ง
ล้าหลัง ไม่ล้าหลัง เดี๋ยวนี้ต้องพิจารณาให้ดีว่าใหมครับ
ครับเนื่องจากพาดพิงเสียหาย("น
ครับเนื่องจากพาดพิงเสียหาย("นวนคร) เขาจะมาแบบนี้ตลอด? คือฟังไม่ได้ศัพย์จับเอาไปกระเดียดตรงนี้?แบบนี้ตลอด(เสียเวลาชี้แจงมากเพราะถ้าไม่ชี้แจงจะเสียหายมากประเด็นพาดพิงมาแบบเอาให้หัวหลุดบ่าเลยถ้าใครเชข้าใจผมตามเขากล่าวหามันจึงจำเป็นมากที่ต้องชี้แจงตามนี้
"แล้วยิ่งมาโพสต์ว่าสถาบันกษัตริย์ "มีอำนาจบริหาร" ยิ่งเลอะเทอะ ยกตัวอย่างก็ไม่สมเหตุสมผล "
ตอบ มีตรงไหน? ที่ผมชี้ไปแบบนั้น ยกว้นคุณตีความในความเข้าใจในต้นทุนความเข้าใจแบบคุณ ผมมีใช้แค่คำว่าอำมาตยฯ ที่คนละโครงสร้างหรือตัวบุคคลกัน(แม้จะโยงกันบ้างแต่อำมาตยฯกับสถาบันฯในความหมายผม คนละเรืองกับความเข้าใจคุณหรือเปล่า)ผมแค่เดาๆเพราะคำตรงๆอย่างนั้นผมไม่เคยชี้หรืทอมียกเว้นอ่านตีความผิดๆมาทำนองนี้?
มีตรงไหนที่ผมชี้ว่า "สถาบันกษัติย์มีอำนาจบริหาร " คนเลอะเทอะคือคุณหรือไม่ฟังไม่ได้ศัพย์อ่านหนังสื่อไม่แตก แล้วจับแพะชนแกะมา มั่วไปหมดจนผมต้องเสียเวลามาชี้แจง เพราะผมเสียหายถ้าไม่แก้ใครก็จะเข้าใจตามที่คุณมั่วมาแบบนั้น ผมถึงหัวขาดเลย?
เสียเวลามาก หลายครั้งหลายอันแล้ว ที่พาดพิงอ้างอิงไม่ตรงต้นฉบับ แบบถามไปไหนมาตอบสามวาสามศอก? ผมว่าคนเลอะเทอะคือคุณต่างหาก ? แต่ที่ยอมเสียเวลาเพราะพาดพิงผมเสียหาย หลายอัน(ลองไปอ่านย้อนหลังดู)ที่ผมต้องเสียเวลามาตามแก้ข้อกล่าวหาตลอด ไม่ใช่ว่าคุณคุยมีประเด็นน่าสนใจ หรืออยากคุยด้วย? ในปกติ แต่เพราะคุณพาดพิงคนอื่นผิดๆแบบเจตนาปากครึ่งจมูกครึ่งหรือใต้เข็มขัดตลอดๆ จนผมหรือใครเสียหายแบบนี้
ช่วยปรับปรุงพิจารณาตัวเองด่วน ถ้าจะมาก่อกวนเนียนๆแบบนี้? ผมจะจัดคุณอยู่ในเคสเดียวหรือกลุ่มเดียวกับจันแดง(เด็กแว้นประชาไท) ส่วนคำอธิบายหลังๆเรื่องทุนของคุณล้วนเป็นความเข้าใจส่วนตัว(หรือจินตนาการส่วนตัวที่มั่วมาก)มันไกลข้อเท็จจริงหลายอัน
กรณีCP เป็นทุนเสรีรุ่นใหม่ยุคใหม่ วิธีคิดแบบใหม่ ไม่ใช่กรอบ"ทุนศักดินาล้าหลัง"(ส่วนจะเข้ามาแจมในการถือหุ้มไม่ใช่ประเด็นเพราะโครงสร้างระบบทุนการระดมทุนแบบใหม่แล้วไม่ใช่นิยามศักดินาล้าหลังแบบนั้นตรงนั้น) เพราะCP เป็นกลุ่มทุนใหม่หัวก้าวหน้า และเป็นกลุ่มทุนต้นแบบที่เราจะสร้างขนาดเศรษฐกิจ ผ่านระบบทุนแบบใหม่(ไม่ใช่ศักดินาล้าหลังตามนิยามคนเลยคนละเรื่องเลย)อำนาจการต่อรองของกลุ่มทุนลักษณะแบบนี้เราต้องมีและต้องใช้
นั้นคือประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมของการเพิ่มขนาดกลุ่มทุนในประเทศ เราจะได้อำนาจการต่อรองผ่านขนาดเศษฐกิจ ด้วยความแข่งแกร่งของกลุ่มทุนเรา ในอำนาจการต่อรองหลายๆมิติ เช่นที่จีนทำ และสิงคโปรทำ จนเขาใช้นโยบายกองทุนแห่งชาติในการเอามาลงทุนนอกประเทศอย่างเทมาเสกนั้นคือการขยายอำนาจการต่อรองผ่านการขยายอำนาจกลุ่มทุน CP ในไทยจะเป็นต้นแบบนั้นในความคาดหวังส่วนตัวผมถ้าทำดีๆ มันคนละเรื่องกับจินตนาการส่วนตัวคุณเลย???
เพราะรูปแบบการระดมทุน การบริหารจัดการ มันคือทุนแบบโลกเสรีหรือทุนนิยมเสรีหัวก้าวหน้าที่ล้ำหน้ายุคโลกาภิ คนละนิยามกับทุนเก่า ในลักษณะผูกขาดแบบการเข้าไปมั่วรัฐวิสาหกิจ แบบหวงสมบัติปู้โสมเฝาทรัพย์แบบรฟท.ที่เตี้ยอุ้มค่อมล้าหลัง นั้นคือต้นแบบวิธีคิดที่ถูกต้องผ่านการครอบงำของทุนศักดินาล้าหลัง
ที่คนละเรื่องกับต้นแบบCP(สัดส่วนผู้ถือหุ้นจะโยงใครหรืออำมาตยฯเข้าไปแจมไม่เกี่ยว) แต่โครงสร้างการระดมทุนหรือวิธีการลงทุนมันคือระบบทุนยุคโลกา หรือทุนเสรีแบบใหม่ ไม่ใช่ทุนผูกขาดทรัพยากร แบบรฟท.หรือรัฐวิสาหกิจแบบอื่นๆ
การอธิบายเรื่องป๋าฯ วิธีการบริหารจัดการ และการอธิบายกลุ่มทุนเก่า ,ฟองสบู่ทั้งที่มาที่ไปของคุณมั่วมาแบบเนียนๆ(มีเวลาจะมาให้รายละเอียดทุกซ็อต แต่นี่ก้เยอะแลวในการให้ทานทางปัญญามันฟรีๆ) แต่โคตระเนรคุณกันเลย? ครับขีเกียจลงลึกในประเด็นเสียเวลา แต่เนื่องจากพาดพิง บิดเบือนมา และพยายามชี้แจงและเลยใส่ให้เพิ่ม???
คุณนวนครเขาหมดปัญญาแก้ต่างให้
คุณนวนครเขาหมดปัญญาแก้ต่างให้ศักดินามาได้สักพักใหญ่ๆแล้วละครับ
พยายามชักแม่น้ำทั้งห้าว่าอำนาจแบบแอ็ปโซลุทเพาเวอร์
มันหมดจากสังคมไทยไปนานแล้ว ตั้งแต่แผนพัฒนาฉบับที่1แล้ว...อะไรทำนองนี้
ซึ่งอันที่จริงคุณ และคุณบางกอกน่ะรู้ดี และรู้ก่อนพวกมาเนิ่นนาน ว่าอะไรเป็นอะไร!
นั้นหมายความว่าแท้ที่จริงแล้ว พวกคุณทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเองล้วนๆ
ทั้งเพื่อผลประโยชน์ทางรูปธรรม(สถานภาพทางเศรษฐกิจ) และนามธรรม(ฐานที่มั่นของอัตตา-สถานภาพทางสังคม)
มันก็แค่นี้เอง....หึหึ
หุหุ
หุหุ ทำตัวเป็นศาสดา.....แต่ไม่กล้าเต๊ะ ซูเปอร์อำมาตยา อ่านแล้วก้อมีค่าแค่หมาเห่าไม่กล้ากัด ทุด
มีแต่เด็ก ๆ เท่านั้นแหระที่จะกลัวเสียงเห่า....แค่คำว่า ..."สถาบันกษัตริย์ "มีอำนาจบริหาร".....ทำเหมือนใส้เดือนถูกขี้เฒ่า ตอบให้ฟังหน่อยเถอะ สำนักทรัพย์สินฯเป็นหน่วยงานของรับหรือเปล่า ประชาชนตรวจสอบได้หรือไม่จะนำรายได้มาพัฒนาประเทสได้หรือ ทุกวันนี้ได้มีรายได้มาจากทางใด มีการลงทุนไปแล้วอย่างไร มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร อย่าเอาแต่เห่าโว้ยยยยยยยย
ข้อสังเกต...จะรู้ได้อย่างไรว่
ข้อสังเกต...จะรู้ได้อย่างไรว่าบรรดาพวกอำนาจนิยม เป็นจำพวกไหน?
1.ประเภทไร้เดียงสา+ถูกหลอกกินไข่แดงทางการเมือง พวกนี้จะพูดจาหยาบคาย เสียงดัง
การแสดงออกทางความคิดตื้นเขิน มักเป็นพวกมีฐานะแต่ขาดการศึกษาเรื่องนอกวิชาชีพ หลงตัวเอง จัดอยู่ในประเภทไฮซ้อ
แม่ยกม็อป อะไรประมาณนี้
2.พวกทำเนียน ไขสือ พวกนี้จะมีฐานะทางสังคมเหนือกว่าพวก1.ไปอีก เป็นระดับครีม คือเป็นพวกวงใน
เรียกว่าไฮโซ หรืออีลีทก็ได้ ฐานะดี มีรสนิยม เรียนสูง รู้กว้าง
รู้ลึกแตกฉานเป็นนายของภาษา เวลาแสดงความคิดความอ่านจึง"เนียนมวากก"
ดูดีแต่แฝงไปด้วยความหยาบคายอยู่ในที ผู้ฟังผู้อ่านจะถูกหลอกด่าโดยไม่รู้ตัว
แต่พวกเขาจะรู้กันว่า กำลังส่งสัญญาณอะไรอยู่
เหนือชั้นเจงเจง
"กรณีCP
"กรณีCP เป็นทุนเสรีรุ่นใหม่ยุคใหม่ วิธีคิดแบบใหม่ ไม่ใช่กรอบ"ทุนศักดินาล้าหลัง"(ส่วนจะเข้ามาแจมในการถือหุ้มไม่ใช่ประเด็นเพราะโครงสร้างระบบทุนการระดมทุนแบบใหม่แล้วไม่ใช่นิยามศักดินาล้าหลังแบบนั้นตรงนั้น) เพราะCP เป็นกลุ่มทุนใหม่หัวก้าวหน้า และเป็นกลุ่มทุนต้นแบบที่เราจะสร้างขนาดเศรษฐกิจ ผ่านระบบทุนแบบใหม่(ไม่ใช่ศักดินาล้าหลังตามนิยามคนเลยคนละเรื่องเลย)อำนาจการต่อรองของกลุ่มทุนลักษณะแบบนี้เราต้องมีและต้องใช้"
.....................................................................
ไอ้แก่มันตาบอดมองม้ายเห็นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
ใครเป็นที่ปรึกษาcp แต่ะปีส่งส่วยเท่าไร
ธรกิกลุ่มนี้ NGOs หน้าไหนกล้าแตะ แม่งเอาเงินอุดปากห็นเงียทุกราย
ทุกวันนแม่หุบทรพย์สินของแผ่นดินไปเท่าไรแล้ว ไม่ว่าจป็นเรื่องพันธู์พืช พันธุ์สัตว์ ซึ่งล้วนแต่เป็นต้นทุนของชาติ ทำให้คนในชาติมีอยู่มีกินมาช้านาน
ทุกวันนนี้cp ได้รุกเข้ามาควบคุมเร่องการกิน เร่องชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยต้งแต่คนที่อยู่ในวังเวงตนถึงในท้องไร่ท้องนาในป่าในเขาจนหมดสิ้นแล้ว
ต่อไปนี้สัยว์สักตัวผักสักต้นต้องไปขอความเมตตาากพวกมัน จะกินจะอยู่ก้อต้องพึ่งพาพวกมัน
คนไทยทุกคนมันจัดสรรให้ทั้งสิ้นใครมีหน้าที่อะไร ทำอะไร เสร้จแล้วก้อเจียดเงินให้พอปะทั้งตาย จะได้มีแรงรับใช้พวกมันต่อไป
หุหุ ปีไหนพอมเรื่องร้อน ๆ ขึนมา แมร่งก้อส่งสวยให้เยอะ เรื่องจะได้เบาบางลง
ไอ้แก่เอ่ย....ทำเป้นมองไม่เห็น
ผมเลยต้องจักให้อยู่ในกลุมในชั้นเดียวกับระกูล "บรื้อ"
บรื้อมาตังแต่เรื่องเขาพระวิหแล้ว ใช่ปล่าวครับคุณอะตอมบรื้อ!
คราวนี้จะมาแสดงบรื้อเรื่องcpอีก หุหุ
ไอ้แก่มันตาบอดมองม้ายเห็นนนนน
ไอ้แก่มันตาบอดมองม้ายเห็นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน ดักดานด้วยองค์ความรู้ล้าหลัง ชอบจักคเป้นกลุ่ม แยกพวกตามสันดานเห้นคนไม่ใช่คน
งั้นจะเอาเอาอย่างบ้าง.....หุหุ เอางี้ล่ะกันให้มีเรื่องราวประกอบด้วยจะได้น่าฟังขึ้น
ใครเป็นที่ปรึกษาcp แต่ละปี cp มีการส่งส่วยเท่าไร (มีการออกแพร่ภาพทาง TV) มีหลักฐาน
ธุรกิจกลุ่มนี้ NGOs หน้าไหนกล้าแตะ แม่งเอาเงินอุดปากห็นเงียบกันทุกราย
ทุกวันนี้แมรฮุบหุบทรัพย์สินของแผ่นดินไปเท่าไรแล้ว ไม่ว่าจะป็นเรื่องพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ซึ่งล้วนแต่เป็นต้นทุนของชาติ ทำให้คนในชาติมีอยู่มีกินมาช้านาน
ทุกวันนนี้cp ได้รุกเข้ามาควบคุมเรื่องการกิน เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยตั้งแต่คนที่อยู่ในวังเวงจนถึงในท้องไร่ท้องนาในป่าในเขาจนหมดสิ้นแล้ว
ต่อไปนี้สัยว์สักตัว ผักสักต้น ต้องไปขอความเมตตาจากพวกมัน จะกินจะอยู่ก้อต้องพึ่งพาพวกมัน
คนไทยทุกคนมันจัดสรรให้ทั้งสิ้นใครมีหน้าที่อะไร ทำอะไร ทำได้แค่ไหน เสร็จแล้วแมร่งก้อเจียดกำไรเป็นเงินให้พอปะทังตาย จะได้มีแรงรับใช้พวกมันต่อไป
หุหุ ปีไหนพอมีเรื่องร้อน ๆ ขึ้นมา แมร่งก้อส่งสวยให้เยอะหน่อย เรื่องจะได้เบาบางลง
ไอ้แก่เอ่ย....ทำเป็นมองไม่เห็น โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจพอเพียง (ไม่รู้ไอ้แก่จะเขาใจหรือเปล่า)
ผมเลยต้องจัดให้อยู่ในกลุ่มในชั้นเดียวกับระกูล "บรื้อ"
บรื้อมาตั่งแต่เรื่องเขาพระวิหารแล้ว ใช่ปล่าวครับคุณอะตอมบรื้อ!
คราวนี้จะมาแสดงบรื้อเรื่องcpอีก หุหุ
หมดยก ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน
หมดยก ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน จะไล่รายเครือธุรกิจเลย ตอนนี้ขอสรุป
คุณอะตอมเลอะเทอะมาก สายสัมพันธ์ของ CP คือเครือญาติสุจินดา จปร. 5 พวกนี้สร้างอิทธิพลผ่านการแต่งงาน มีเรื่องถือหุ้นบ้าบออะไรกัน
เอางี้คุณอ้างงานวิชาการ ของใครก็ได้สักคนหนึ่งก็ได้ผมจะได้เข้าใจวิธีคิดที่มาของคุณ สำหรับผม คุณไปหาอ่านงานของ อ.รังสรรค์ ธนพรพันธ์ อ.ผาสุข พงษ์ไพจิตร คริสเบเกอร์ กลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมืองจุฬา ประมาณนี้เป็นปฐม
ขอบคุณที่พยายามเสนอความรู้ของคุณให้
สำหรับจันแดง เราว่ากันด้วยพัฒนาของทุนมิใช่หรือการแบ่งทุนก้าวหน้าล้าหลัง นักวิชาการแดงชอบพูด ผมก็เลยชี้ให้ดู กรณีสำนักงานทรัพย์สินฯ คุณวิจารณ์ได้ อย่ามั่ว กรณี CP พูดถูกทุกอย่างครับ โธ่ คุณนึกว่าผมไม่สังเกต รายงานข่าวกลางดึก วันนั้นเหรอ
แต่ผมตีความต่างจากคุณนี่คือผู้มีอำนาจทางวัฒนธรรม กับผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจ คุยกัน แต่ก็ไม่ใช่อำนาจการเมืองอยู่ดี ถ้าคุณตีความแค่การรีดไถ ผมว่าตื้นไป ความเลวร้ายของ CP คุณรู้ผมรู้ แต่เขาหนุนพรรคเพื่อไทย เขย CP อยู่พรรคเพื่อไทยนา คุณจะทำยังไง ทีงี้ทำเป็นกลัวไปได้
ว่าแต่อ่านข่าวหรือยัง ข่าวล่าสุดแพลมมาว่า เครือ CP ทุ่มแสนล้าน ซื่อกิจการอาหารแข่แข็งอังกฤษ
Cocoon ผมไม่เคยปกป้องเจ้า ถ้าพวกพวกเขาก้าวก่ายการบริหารงานจริงๆ แต่แค่ระดับบารมี ผมถือว่าเป็นหน้าที่ที่ตัวแทนประชาชนในประเทศจะต้องจัดการหาคนที่มีคุณภาพทางประชาธิปไตยสูงๆมาเป็นตัวแทน ก็สังคมไทยมีคนนิยมเจ้าไม่น้อย คุณจะให้ผมทำไง ถึงจะอยู่กันได้
ว่ากันตามตรง ผมไม่เห็นว่าพฤติกรรมแสดงบารมีของคุณทักษิณมันจะต่างกับพวกเจ้าตรงใหน ถ้ายอมรับบารมีของเจ้าไม่ได้ ก็ไม่ควรยอมรับบารมีของปัจเจกชนคนใดๆทั้งสิ้น เพราะคนก็เหมือนกันเท่าเทียมกันตามหลักพื้นฐาน การแก้ที่คุณภาพตัวแทนประชาชนให้มีภูมิต้านทานบารมีจึงดีกว่า
ขอบคุณและขออภัยเจ้าของบทความที่นอกเรื่อง แต่ถ้าขุดรากปัญหามันก็เจอเรื่องพวกนี้แหละ
นวนคร wrote:หมดยก
[quote=นวนคร]หมดยก ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน จะไล่รายเครือธุรกิจเลย ตอนนี้ขอสรุป
คุณอะตอมเลอะเทอะมาก สายสัมพันธ์ของ CP คือเครือญาติสุจินดา จปร. 5 พวกนี้สร้างอิทธิพลผ่านการแต่งงาน มีเรื่องถือหุ้นบ้าบออะไรกัน
เอางี้คุณอ้างงานวิชาการ ของใครก็ได้สักคนหนึ่งก็ได้ผมจะได้เข้าใจวิธีคิดที่มาของคุณ สำหรับผม คุณไปหาอ่านงานของ อ.รังสรรค์ ธนพรพันธ์ อ.ผาสุข พงษ์ไพจิตร คริสเบเกอร์ กลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมืองจุฬา ประมาณนี้เป็นปฐม
ขอบคุณที่พยายามเสนอความรู้ของคุณให้
สำหรับจันแดง เราว่ากันด้วยพัฒนาของทุนมิใช่หรือการแบ่งทุนก้าวหน้าล้าหลัง นักวิชาการแดงชอบพูด ผมก็เลยชี้ให้ดู กรณีสำนักงานทรัพย์สินฯ คุณวิจารณ์ได้ อย่ามั่ว กรณี CP พูดถูกทุกอย่างครับ โธ่ คุณนึกว่าผมไม่สังเกต รายงานข่าวกลางดึก วันนั้นเหรอ
แต่ผมตีความต่างจากคุณนี่คือผู้มีอำนาจทางวัฒนธรรม กับผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจ คุยกัน แต่ก็ไม่ใช่อำนาจการเมืองอยู่ดี ถ้าคุณตีความแค่การรีดไถ ผมว่าตื้นไป ความเลวร้ายของ CP คุณรู้ผมรู้ แต่เขาหนุนพรรคเพื่อไทย เขย CP อยู่พรรคเพื่อไทยนา คุณจะทำยังไง ทีงี้ทำเป็นกลัวไปได้
ว่าแต่อ่านข่าวหรือยัง ข่าวล่าสุดแพลมมาว่า เครือ CP ทุ่มแสนล้าน ซื่อกิจการอาหารแข่แข็งอังกฤษ
Cocoon ผมไม่เคยปกป้องเจ้า ถ้าพวกพวกเขาก้าวก่ายการบริหารงานจริงๆ แต่แค่ระดับบารมี ผมถือว่าเป็นหน้าที่ที่ตัวแทนประชาชนในประเทศจะต้องจัดการหาคนที่มีคุณภาพทางประชาธิปไตยสูงๆมาเป็นตัวแทน ก็สังคมไทยมีคนนิยมเจ้าไม่น้อย คุณจะให้ผมทำไง ถึงจะอยู่กันได้
ว่ากันตามตรง ผมไม่เห็นว่าพฤติกรรมแสดงบารมีของคุณทักษิณมันจะต่างกับพวกเจ้าตรงใหน ถ้ายอมรับบารมีของเจ้าไม่ได้ ก็ไม่ควรยอมรับบารมีของปัจเจกชนคนใดๆทั้งสิ้น เพราะคนก็เหมือนกันเท่าเทียมกันตามหลักพื้นฐาน การแก้ที่คุณภาพตัวแทนประชาชนให้มีภูมิต้านทานบารมีจึงดีกว่า
ขอบคุณและขออภัยเจ้าของบทความที่นอกเรื่อง แต่ถ้าขุดรากปัญหามันก็เจอเรื่องพวกนี้แหละ[/quote]
******************************************************************
ก็ผมถึงเตือนพวกคุณไงว่ารู้มั้ย...พวกคุณกำลังสร้างปีศาจตนใหม่ขึ้นมา
หรืออาจมีมือที่สาม ที่มองเห็นโนว์ฮาวอำมหิตนี้ แล้วเอาไปต่อยอด
ผมภาวนาว่า...ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย
พวกคุณกำจัดแม้ว...ด้วยความรักความงมงาย แล้วทุกวันนี้ผลมันเป็นยังไง?
ปรากฏการณ์แม้ว เป็นรูปธรรมที่พิสูจน์ความจอมปลอมของระบอบศักดินา ที่มันไม่ตอบโจทย์ประชาชน
เพราะพวกนั้นหล่อเลี้ยงสังคมด้วยชุดความคิดกล่อมประสาทที่ไม่มีวันอิ่ม
แล้วพวกนั้นก็ซุกเงื่อนไขต่างๆไว้ใต้พรม แล้วฉายภาพมลังเมลืองมอมเมาสังคม
และเมื่อเหตุ-ปัจจัยพร้อม...ถึงไม่มีแม้ว ก็จะมี"ผีบุญ"ตนอื่นอยู่ดี
กำจัดปีศาจผีบุญให้ตายยังไงก็ไม่สำเร็จหรอก เพราะพวกมันนั่นแหละคือปีศาจตัวจริง
ครับพอดีมีประเด็นที่ต้องชี้แจ
ครับพอดีมีประเด็นที่ต้องชี้แจง ทั้งเรื่องทรัพย์สินฯ(ผมชี้ไว้ในกรณีโครงสร้างอำนาจศักดินาเก่าใน"งบลับและไม่รับ"ไว้ชัดแต่ขอไม่อธิบายชัดๆกว่านั้น(เพราะคนที่รู้จะเข้าใจแมสเซศนี้โดยไม่ต้องแปล) ยกเว้นหมา(หางแดงหรือจันแดง)เห่าเครื่องบินจะเหมือนหมาเห็นปลากระป๋อง คือเห็นแต่ทำอะไรไม่ได้ตีความไม่ถึงไม่เป้น จึงเอาแต่เห่าว่าเขารู้แล้วเอามาจำอวดแบบขำๆหมาเห่าปลากระป๋องแบบจันแดง แต่คนอย่างจันแดงอ่านแมสเซสนี้ไม่เป็นแบบหมาหางแดงเห่าเครื่องบิน?
กรณี"CP"เช่นกัน การให้แมสเซส เรื่องขอแจมแบบเนียนๆ นั้นชัดแล้วไม่ขออธิบายเพิ่มว่าผมหมายถึงอะไ? เพราะเมืองไทย ต้อคุยผ่านแมสเซส คือมันตรงๆไม่ได้ เข้าใจน่ะคุณ"นวนคร" บางเรื่องสอนพวกนู๋ตรงๆไม่ได้? ก่อย่างที่"นวนคร" พยายามยืนคุกให้(จริงๆไม่กลัว? แต่ กลัวความไม่ตรงมาตรงไปมันสมควรแลกเรามีอะไรต้องทำที่ปราวณษตัวไว้มากกว่านั้น ถ้าว่ากันอย่างตรงมาตรงไปเราพร้อมจะแลกกับใครก็ได้)และพัฒนาการทางสังคมไทย ไม่พร้อมที่จะปกป้องหรือ มีภูมิคุ้มกันภัยคนจริงหรือผู้ให้ทานทางปัญญาแยกแยะมายาสัมพัทธของความจริงโคลนนิ่งกับความจริงแบบ"สัมบูรณ์" ไม่ออก มันจึงยังแลกหมัดกันตรงๆไม่ได้ เรื่องนี้
จนสังเวยคนดีๆไปหลายคนแบบสมัยยุคมืดยุโรปกลาง คนอย่างกาลิเลโอโดนไปแล้ว ดังนั้นวิธีการเซฟตัวเองกับเงื่อนไขสังคมแบบนี้ต้องมี? และการต่อสู้ต้องแยบยลกว่านั้น ไม่ใช่"กลยุทธอึ่งอ่างหางแดง" หัวชนฝา อย่างพวกจันแดงทำพลาดซ้ำๆ แถมที่ได้ดีแล้วใช้มวลชนเป็นหน้าด่านเครื่องมือแล้วต่างตอบแทนทางอำนาจแล้วตกถังข้าวสารแล้วจะถีบหัวส่งแบบที่ปชป.ทำกับพธม.ต่อเสื้อแดง???
จันแดงพฤติกรรมพวกคุณแบบนั้นหรือเปล่า? อย่ามาทำเป็นอีแอบ?แน่จริงเปิดหน้ามาเลยลายมือทางความคิดแบบนี้สะท้อนตัวตนหลังเปลือกชุดที่ห่อหุ้มตัวคนไว้ได้ชัดมาก ที่ว่า อมภูมิว่ารู้ แต่สิ่งที่คุณเปรยออกมา มันแค่ตลกจำอวดหรือเด็กท่องจำอาขยานเขามา? ของจริงกว่านั้นเพียงแต่ว่า เงื่อนไขคือยังไมใ่ถึงเวลาที่คุณภาพหรือพัฒนาการทางสังคมไทยจะเสิร์ฟเรื่องแบบนี้ตรงๆได้ตอนนี้
เพราะมันจะเหมือนยื่นทองให้ลิง แต่ลิงเลือกตะกุยขี้เพราะเหลืองเหมือนกัน แต่เขาตีค่าขี้ มันกระตุ้นต่อมหรือผัสสะอายตนะ แบบลิงๆ(รวมพวกคุณหรือเปล่า)ในปฎิสัมพันธ์กับข้อมันตอบสนองได้ดีกว่าทอง ผมทิ้งแมสเซสไว้แค่นั้น ผมจึงใช้คำว่างบ"ลับและไม่รับ"??? แล้วสำทับในความหมายโครงสร้างอำนาจแบบไทยๆเรื่องเรือยนต์ปชต และเรือสำเภากางใบดันกันอยู่แบบไหนอย่างไรในตัวโครงสร้างอำนาจเพราะมันตีความคลุมไปถึงทุกเรื่องอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่วานรได้แก้วได้ทอง (แต่เลือกเล่นขี้เพราะมันเหลือิงกระตุ้นต่อมความดักดานได้ง่ายกว่า)แบบพวกคุณตีความ???
ถ้าคนที่มีภูมิรู้จริงต้องตีความแล้วเข้าใจแมสเซสแบบนี้ว่าคืออะไร? แต่ที่"นวนคร" พยายามจะต้อนผมแบบนั้น เรื่องสถาบัน และอำนาจบริหาร นั้น? ผมไม่เคยมีเนื้อหาที่ชี้ชัดไปแบบนั้นในภาษาแบบบ้านๆแบบนั้น แต่"นวนคร"ใช้ความคิดเขาออกแบบอ้างอิงว่าเป็นความคิดผม ซึ่งไม่ใช่ผมจึงชี้แจงไปแบบนั้นเป็นการอ้างอิงแบบสมแ้างหรือคิดให้แทนผม ผมเสียหายเลยชี้แจงตามสิทธิการพาดพิงแบบบิดเบือน
แต่สิ่งที่ใช่กว่านั้น ผมสื่อไปลึกกว่านั้น ถ้าพวกนู๋ๆอ่านเข้าใจไม่ตกภาษาไทยวิชาอ่านเอาเรือง? จะเข้าใจแต่ตัวไหนมันได้เอวิชาอ่านหาเรื่อง แบบจันแดง มันก็จะแสดงพฤติกรรมเด็กแว้นหรืออันธพาลในเว็ปท์ก่อกวนเขาไปวันๆแต่ตกถังข้าวสารทางอำนาจ แล้วกร่างหนัก โถ่เอ้ยพวกคางคกขึ้นวอ???
ปล.ขอให้สมาธินิ่งกว่านี้ เพราะตอนนี้หัวใจสลายเพราะผิดหวังและเสียใจ จน แทบไม่เอาอะไรแล้วตอนนี้? ผิดหวังเสียใจมากกับความเนรคุณของควายไทย? ตั้งหลักได้เมื่อไหร่? จะตามเชคบิลที่ละตัว ?ในเคล็ดลับวิชาแบบ"มือที่มองไม่เห็น" มันอย่าคิดน่าะว่ามันทำได้คนเดียวเพียงแต่ว่าตอนนี้ไม่ไหว มันเกินที่จะยอมรับได้ กับการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต? ขอพักเพราะหัวใจสลาย?เสียไปหมดแล้ว? ไม่เหลืออะไรแล้ว? เล่นต่อหรือไม่เล่นต่อ? ตอนนี้หมดความหมายกับผมแล้วขอเวลาทำใจถ้าไม่ไหวจริงๆอาจจะพักถาวร ไม่กลับมาเลย???
ผมว่าก่อนจะถึงปี'49
ผมว่าก่อนจะถึงปี'49 ...ด้วยความเชื่อมั่นฐานในฐานอำนาจของตัว
พวกศักดินาคงคิดว่า"สังคมไทย"คงจะเอาอยู่ คงจะบริหารจัดการได้...เฉกเช่นที่ผ่านมา
พอเกิดปรากฎการณ์แม้ว เลยตั้งตัวไม่ทัน เกิดความหวาดระแวงขึ้นมา
(เพราะแม้แต่เรื่องการถ่ายโอนอำนาจภายในของตัวก็ยังไม่ราบรื่น)
คืออาจจะไม่ได้หวาดระแวงแม้วคนเดียว แต่หวาดระแวงสังคมไทยด้วย
เพราะสมมุติว่า หากสังคมไทยรวยขึ้นมา อาจเป็นจะเพราะแม้ว หรือเพราะเครือข่ายศักดินาทุนทหารอ่อนกำลัง ก็ตามแต่
เมื่อคนเรากินอิ่ม-นอนหลับ ก็จะมีเวลาคิด...แล้วคำถามก็จะตามมา
ซึ่งพวกเขายอมไม่ได้ ที่กระบวนทัศน์ทางสังคมจะเคลื่อนไปสู่ขั้นนั้น
หุหุ
หุหุ ลุงอะตอมบรื้อ!...นึกว่าตนเป็นศาสดาเจ้าสำนักหรือไง
ลุงบรื้อ! ใช้สำนวนโดยไม่สำเนียก ลุงจะส่ง "แมสเซส" อย่างไรก้อช่าง
แต่ท้ายขยายความแมสเซสอ่ะน่ะ เหมือนคนแก่พร่ำบ่นแบบร้อยบรรทัดหาสะระที่จะชี้ทางออกประเทศไทย หาอย่างไรก้อไม่มี เพียงการแค่อวดพูมของตนเท่านั้น
ผมเองก้อใช้ิวธีการสื่อสารผ่าน "แมสเซส" เช่นเดียวกับลุงบรื้อ!นั้นแหระ แต่ไม่จำเป้นต้องขยายความอวดพูม จึงไม่จำเป้็นอะไรต้องเขียนมาก ๆ พิมพ์มาก ๆ ให้เลอะหน้าเพจเขา
แต่ก้อสามารถสื่อสารได้ว่าหมายถึงอะไรโดยในรายล่ะเอียดที่ไม่ขยายเพราะเชื่อว่าผู้อ่านมีความรู้ความคิดของตนเองอยุ่บ้างแล้ว เป้นการให้ความเคารพผู้อื่นด้วย ไม่เหยียดหยามว่าใครต่ำช้าต่ำชั้นกว่าตน ทุกคนมีความคิด มีความสาารถที่จะสืบค้นเองได้
สำนวนต่าง ไๆ ที่ลุงบรื้อ!ใช้นั้นมันไม่ได้ลึกลับซับซ้อนหรือมีคุณวิเศษณ์อะไรมากนักหร้อก หาอ่านได้ตามหนังสือตำหรับตำราในพ๊อคเก้ตบุุ๊คที่นักวิชาการสายต่าง ๆ ได้ตีพิทพ์ไว้มีอยู่มากมาย ไม่จำเป้นอะไรที่ต้องมาอวกพูมอะไรกันเลอะเทอะไปหมดเหมือนพยายามตีเมืองขึ้นก้อไม่ปาน
มาเทียบว่าจันแดงเป็นหมาหางแดง หุหุ
ลุงน่ะนะ..แก่แล้วสภาพก้อเหมือนหมาแกฟันหักเขี้ยวเหล็บก้อพุร่อนจะพูดอะไรจะเห่าอย่างไร หมาหางแดงเช่นเดียวกัลลุงบรื้อ!ก้อเห่าได้ดังกว่ามีกำลังมากกว่า สำหรับหมาแกอย่าลุงควรไปพักผ่อนได้แล้ว เดี๋ยวจะอกแตกตายเสียเปล่า ๆ หากคิดจะเห่าแข่งกับหมาหนุ่ม ๆ
หากจะเทียบลุงอ่ะนะจัfอยู่ในพวก Classicc โบราณ เป้นได้แค่กองหลัง แต่สถานะการของดลกยุคน้ต้องใช้แนวคิดแบบ Neo-Classic ครับ
หุหุ พูดมากไปเดี๋ยวลุงบรื้อ!จะถึงเวลาอันไม่อันไม่สมควรเสียก่อน
ลุงอะตอมบรื้อ!ครับพักผ่อนเถอะครับ ไม่ว่าลุงจะไปถาวรหรือไม่ถาวร จันแดงผลนี้ก้อคิดถึงลุงเสมอครับ อิอิ อโหสิกรรมด้วยน่ะครับ จะได้จากกันด้วยดี
หุหุ
หุหุ ลุงอะตอมบรื้อ!...นึกว่าตนเป็นศาสดาเจ้าสำนักหรือไง
ลุงบรื้อ! ใช้สำนวนโดยไม่สำเนียก ลุงจะส่ง "แมสเซส" อย่างไรก้อช่าง
แต่สุดท้ายที่ขยายความแมสเซสอ่ะน่ะ เหมือนคนแก่พร่ำบ่นแบบร้อยบรรทัดหาสาระที่จะชี้ทางออกประเทศไทยหรือเอามาใช้ประโยชน์อื่นนั้น หาอย่างไรก้อไม่มี เห็นค่าแค่เพียงการแค่อวดอ้างพูมของตนเท่านั้น
ผมเองก้อใช้วิธีการสื่อสารผ่าน "แมสเซส"หรือ "สัญญลักษณ์" เช่นเดียวกับลุงบรื้อ!นั้นแหระ แต่ไม่จำเป็นต้องขยายความอวดพูม จึงไม่จำเป้็นอะไรต้องเขียนมาก ๆ พิมพ์มาก ๆ ให้เลอะหน้าเพจเขา
แต่ก้อสามารถสื่อสารได้ระดับหนึ่งว่าหมายถึงอะไรโดยในรายล่ะเอียดที่ไม่ขยายความ เพราะเชื่อว่าผู้อ่านมีความรู้ความคิดของตนเองอยุ่บ้างแล้ว เป็นการให้ความเคารพผู้อื่นด้วย ไม่เหยียดหยามว่าใครต่ำช้าต่ำชั้นกว่าตน ทุกคนมีความคิด มีความสาารถที่จะสืบค้นเองได้ นอจากบ้างคนที่อกจะสุดกู่สุดขั้วผิดมนุษย์มนาเท่านัน
สำนวนต่าง ไๆ ที่ลุงบรื้อ!ใช้นั้นมันไม่ได้ลึกลับซับซ้อนหรือมีคุณวิเศษณ์อะไรมากนักหร็อก หาอ่านได้ตามหนังสือตำหรับตำราในพ๊อคเก้ตบุุ๊คที่นักวิชาการสายต่าง ๆ ได้ตีพิทพ์ไว้มีอยู่มากมาย ไม่จำเป็นอะไรที่ต้องมาอวดพูมไม่ต้องมายกตนข่มท่านอะไรกันเลอะเทอะไปหมดเหมือนพยายามตีเมืองขึ้นก้อไม่ปาน
หุหุ มาเทียบว่าจันแดงเป็นหมาหางแดง....
ลุงน่ะนะ..แก่แล้วสภาพก้อเหมือนหมาแก่ฟันหักเขี้ยวเหล็บกร่อขนล่วงแล้วจะพูดอะไรจะเห่าอย่างไรให้นึกถงหัวใจของหมาหนุ่มด้วย
หมาหางแดงเช่นเดียวกับลุงบรื้อ!ก้อเห่าได้ อาจดังกว่ามีกำลังมากกว่า สำหรับหมาแกอย่าลุงควรไปพักผ่อนได้แล้ว เดี๋ยวจะอกแตกตายเสียเปล่า ๆ หากคิดจะเห่าแข่งกับหมาหนุ่ม ๆ
หากจะเทียบลุงอ่ะนะจดfอยู่ในพวก Classicc โบราณ เป็นได้แค่กองหลัง แต่สถานะการของโลกยุคนี้ต้องใช้แนวคิดแบบ Neo-Classic ครับ จะตั้งรับเป้นเบี้ยล่างไม่ได้ ช่วงนใกล้จะหมดเวลาแล้ว เป้นเวลาที่ต้องบุกให้ชนะเด้ดขาด ไม่ใช่ตั้งรับเพื่อรอเวลาแพ้หรือแค่เสมอตัว
หุหุ พูดมากไปเดี๋ยวลุงบรื้อ!จะถึงเวลาอันไม่อันไม่สมควรเสียก่อน
ลุงอะตอมบรื้อ!ครับพักผ่อนเถอะครับ ไม่ว่าลุงจะไปถาวรหรือไม่ถาวร จันแดงผลนี้ก้อคิดถึงลุงเสมอครับ อิอิ อโหสิกรรมด้วยน่ะครับ จะได้จากกันด้วยดี