อัครพงษ์ ค่ำคูณ: ปรีดี พนมยงค์ ตายไปแล้ว
ปรีดี พนมยงค์ เกิดเมื่อ 11 พฤษภาคม 2443 และตายไปเมื่อ 2 พฤษภาคม 2526 ปัจจุบันชื่อเสียงของท่านเป็นที่รับรู้ในการเมืองและสังคมไทยหลากหลายมิติ แน่นอนว่า ท่านกลายเป็นบุคคลสำคัญของโลกโดยยูเนสโก บางคนรู้จักในฐานะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นสมาชิกคณะราษฎร (อ่านว่า คะ-นะ-ราด-สะ-ดอน) เป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก เป็นเลขาธิการรัฐสภาคนแรก เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศนี้จึงไม่ตกเป็นฝ่ายแพ้สงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 และเป็นผู้พยายามก่อรัฐประหารไปสู่ประชาธิปไตยแต่ล้มเหลว และท้ายที่สุดได้รับการยกย่องให้เป็นรัฐบุรุษอาวุโสของประเทศนี้
ผมจึงตั้งคำถามเพื่อนำเสนอประเด็นต่อไปนี้ ให้สังคมได้ร่วมกันพิจารณา ในโอกาสเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดปีที่ 112 ของ ปรีดี พนมยงค์ วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2555
ประเด็นแรก โดยทั่วไป เมื่อมีการกล่าวยกย่องบุคคล ในสังคมไทยมักอ้างถึงบรรดาตำแหน่งหน้าที่การงานในระบบราชการ ซึ่งมีลำดับชั้นความสำเร็จขึ้นอยู่กับอำนาจ วาสนา และบารมี ดังนั้น ข้าพเจ้าขอยกย่อง ปรีดี พนมยงค์ ในฐานะนักปรัชญาทางการเมืองที่เสนอแนวคิดเรื่อง สังคมนิยมวิทยาศาสตร์ประชาธิปไตย (Scientific Democratic Socialism) เพราะไม่ว่าแนวความคิดนี้จะมีสถานะเช่นไรในปัจจุบัน มันก็ไม่ได้ถูกนำมาขยายผลมากไปกว่าหน้ากระดาษหนังสือในห้องสมุด
บางตอนจากคำสัมภาษณ์ที่ ปรีดี พนมยงค์ ตอบนายแอนโทนี่ พอล ผู้สื่อข่าวเอเชียวีค ประจำกรุงปารีส เกี่ยวกับปรัชญาทางการเมืองของท่านว่า “ข้าพเจ้าจะตอบคำถามของท่านจากจุดยืนของผู้รักชาติ ตามหลักห้าประการของสังคมนิยมวิทยาศาสตร์ประชาธิปไตย กล่าวคือ, เอกราชของชาติ อธิปไตยของชาติ สันติภาพ ความเป็นกลาง ความไพบูลย์ของประชาชนพร้อมด้วยประชาธิปไตยของประชาชน” (จาก “Pridi Through a looking glass” ใน Asiaweek. 28 Dec.1979 – 4 Jan. 1980, อ่านเพิ่มเติมได้จาก http://www.pridi-phoonsuk.org/wp-content/uploads/2010/01/111.pdf)
ประเด็นที่สอง จากประสบการณ์ของผมที่ทั้งศึกษาและทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เอาเข้าจริงความเป็น “ปรีดี พนมยงค์” ดูเหมือนจะได้รับการกล่าวถึงมากมายมหาศาล ปรากฏอยู่ตามบรรดาอาคารสถานที่ และส่วนจัดแสดงนิทรรศการเพื่ออวดอ้างเกียรติประวัติของมหาวิทยาลัยที่เขาเป็นผู้ให้กำเนิด ด้วยความสัตย์จริงแล้ว ผมรู้จัก ปรีดี พนมยงค์ เป็นครั้งแรกในฐานะชื่อของ “ลานคอนกรีตหน้าตึกโดมริมแม่น้ำเจ้าพระยา” ซึ่งเป็นสถานที่นัดพบระหว่างรุ่นพี่กับเพื่อนใหม่ และหลังจากนั้นชื่อของ ปรีดี พนมยงค์ ในความรับรู้ของผมจึงค่อยๆ เข้าสู่ความคุ้นชินในฐานะอะไรต่อมิอะไรมากมายมหาศาลภายในกรอบรั้วธรรมศาสตร์
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยจะกำหนดให้มีการจัดงานวันปรีดี พนมยงค์ 11 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งจะเป็นวาระที่บรรดาผู้คนในสังคมที่ยังนับถือและระลึกถึงท่าน มีโอกาสมาวางพานพุ่มเพื่อสักการะอนุสาวรีย์ของท่านที่ “ลานคอนกรีตหน้าตึกโดมริมแม่น้ำเจ้าพระยา” ผมเองมาร่วมงานนี้ทุกปี ตั้งแต่เดินทางจากบ้านนอกเข้ามาชุบตัวในกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ.2544
สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากที่สุดในปีนี้ คือ บทบาทของผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ที่ต้องคอยยกย่อง ปรีดี พนมยงค์ ในฐานะผู้ประศาสน์การ เห็นได้จากครั้งนี้ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งถึงกับกล่าวในที่ประชุมกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยว่า “งานปรีดีนี้ถือเป็นงานรูทีน (Routine) ช่วยกันทำๆ ไปก็แล้วกัน”
ประเด็นสุดท้าย ผมขอบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรทางประวัติศาสตร์เอาไว้ว่า เมื่อผมติดต่อประสานงานกับผู้ใหญ่ในประเทศนี้ (เมษายน พ.ศ.2555) เพื่อขอเชิญตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในพิธีเปิด วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ในฐานะที่เป็นสถาบันไม่กี่แห่งในประเทศนี้ที่มีชื่อของปรีดี พนมยงค์ เป็นสัญลักษณ์ นอกจากสถาบันและมูลนิธิปรีดี พนมยงค์ แล้ว
คำรับปากของผู้ใหญ่ที่ผมติดต่อไปนั้น ให้ความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า นายกรัฐมนตรี ทราบเรื่องและรับปากแล้ว ทำให้ผู้ประสานงานการจัดงานในพิธีดังกล่าวต้องปะทะกับต้นสังกัดและผู้บริหารบางคนที่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการเชิญนายกรัฐมนตรีท่านนี้มาเป็นประธาน และเกิดคำถามประเภทว่า “ทำไมเชิญแค่ระดับนายกรัฐมนตรี ในเมื่อท่านปรีดี พนมยงค์ เคยเป็นถึงผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ...”
ผมฟังแล้วก็อึ้งไปเลย ตกลงประเทศนี้มีการปกครองระบอบอะไรกันหรือ ในเมื่อสิ่งที่ ปรีดี พนมยงค์ กล่าวเสมอว่า ระบอบการปกครองที่ท่านหมายถึงคือ “ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” แต่ดูเหมือนว่าในปัจจุบันท่อนท้ายไม่ได้มีความหมายอีกต่อไป ในเมื่อตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลประชาธิปไตยที่ปรีดี พนมยงค์ เคยเป็นนั้น ถูกผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการศึกษาเข้าใจว่า “เล็กกว่า” ตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ท้ายที่สุด ก่อนวันงาน 1 วัน ก็มีคำตอบจากหน้าห้องนายกรัฐมนตรีว่า “นายกรัฐมนตรีจะไม่มาร่วมงาน เพราะติดภารกิจอื่น” ส่วนตัวผมเองก็ไม่ประหลาดใจ เพราะมีใครหลายท่านทำนายไว้แล้วว่า “ในบรรยากาศของความปรองดองเช่นนี้ การมาร่วมงานพิธีเกี่ยวกับ ปรีดี พนมยงค์ อาจไม่ก่อให้เกิดผลดีกับตัวนายกรัฐมนตรี”
ที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวถึงตัวบุคคล แต่กรณีนี้ทำให้ผมเห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า ปรีดี พนมยงค์ ตายไปแล้วอย่างสมบูรณ์จากการเมืองและสังคมไทย
Comments
ผมลูกจามจุรี
ผมลูกจามจุรี แต่หลงรักพ่อผู้ให้กำเนิด มธ. อย่างสุดใจ เป็นต้นแบบผมในหลักประชาธิปไตย ผมเล่าคุณความดีที่ท่านทำให้ลูกผมฟังเสมอ
ตอนผมอายู 8 ขวบ ระหว่างเดินกลับบ้าน ผมพบหญิงสูงอายุใจดีผู้หนึ่งเดินออกจากประตูบ้านมือถือตะกร้าไปจ่ายตลาด ท่านยิ้มให้ผมกล่าวทักทายผม ผมในขณะนั้นสามารถรับรู้สัมผัสแห่งความเมตตาจากท่าน .....แม่ครับยายที่ผมพบตรงนั้นคือใครครับ ......ท่านเป็นภรรยาของท่านปรีดี ท่านปรีดีคือใครตอนนั้นผมไม่ทราบ ผมรู้แต่ว่าท่านคงเหมือนภรรยาของท่าน แม่เล่าเกี่ยวกับท่านปรีดีให้ผมฟังตอนนั้นรู้แต่เพียงว่าท่านมีปัญหาเกี่ยวกับการสวรรคตของ ร. 8 และท่านไม่สามารถอยู่เมืองไทยได้ ผมยังเสียใจในการไม่ได้ไปร่วมงานศพของป้าผู้ใจดีคนนั้น ที่แม้แต่ท่านเสียชีวิตไปแล้วยังทรนงในการจัดงานศพอย่างสามัญชน เพลิงที่นำท่านสู่สรวงสวรรค์เพื่อไปอยู่เคียงข้างท่านปรีดี ก็ได้จากเหล่าหมู่มวลกัลยาณมิตรเราท่านตามประสงค์ของป้าท่าน ....ลูกแม่โดมที่มิเคยสำนึกถึงพ่อท่าน จงทำงานรูทีนอื่นเพื่อตนเองต่อไปเถอะ
ผมรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ผมรักประชาชน ผมเชื่อเช่นนั้นจริงๆๆ
คล้าย ๆ กับว่า ถูกทุบที่หัว
คล้าย ๆ กับว่า ถูกทุบที่หัว ด้วยท่อนจัน
นายกฯปัจจุบันก็มาจาก(การใช้นโ
นายกฯปัจจุบันก็มาจาก(การใช้นโยบายลวงๆดึงเอา)คะแนนเสียงส่วนใหญของประชาชน เขากับพรรคพวกได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วก็แสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชน(ส่วนใหญ่)ไปเรื่อยๆ ทางใดที่จะสร้างความมั่นคงให้เขากับพรรคพวกในฐานะรัฐบาลเขาก็ต้องทำ...รอหมดวาระสี่ปี ค่อยหาทางหลอกเอาคะแนนเสียงจากประชาชนแล้วกลับเข้ามาใหม่...มันเป็นวัฏจักร..ไม่มีใครอยากเอาตัวเองไปเสี่ยงกับอุดมการณ์บ้าบอที่กินไม่ได้อะไรนั่นหรอก เดี๋ยวจะเดือดร้อนเปล่าๆปรี้ๆ ไม่งั้นพวกเขาจะทำเป็นปรองดองกับอำนาจเก่าทำไม ก็พวกเขาต้องการรักษาอำนาจของเขาไว้ให้มั่นคงเข้าไว้ไงเพราะมีแต่ได้กับได้ เสรีภาพเหรอ ความยุติธรรมเหรอ ความเสมอภาคเหรอให้นักวิชาการตระโกนแหกปากเรียกร้องกันให้ตายก็ไม่มีทางทำให้เกิดขึ้นได้จริงหรอกตราบที่อำนาจและผลประโยชน์ยังคงเป็นที่โหยหาของหมู่มวลมนุษย์...พูดมาแล้วก็สงสารอ.ปรีดี...สงสารประชาชาที่ต้องบาดเจ็บล้มตาย..สงสารประเทศไทย...
ฯพณฯ ปรีดี พนมยงค์ ยิ่งดำรง
ฯพณฯ ปรีดี พนมยงค์
ยิ่งดำรง คุณค่า น่าเลื่อมใส
ปลูกต้นกล้า ประชาธิปไตย
จนเติบใหญ่ ทั่วไทย ในวันนี้
@ ถึงชีพท่าน ลาลับ ดับไปแล้ว
ยังผ่องแผ้ว เกียรติคุณ บุญศักดิ์ศรี
รัฐบุรุษ แห่งสยาม นามปรีดี
ท่านผู้มี คุณูปการ ลูกหลานไทย
@ แก้สิทธิสภาพ นอกอาณาเขต
เป็นปะเทศ เอกราช ชาติผ่องใส
พาประเทศ ให้รอด แลปลอดภัย
ด้วยสร้างเสรีไทย ในวันนั้น
@ วีรกรรม วีรชน ผลยิ่งใหญ่
จารึกไว้ ด้วยใจ ใฝ่สร้างสรรค์
ประวัติศาสตร์ ความจริง สิ่งยืนยัน
ความสำคัญ ท่านปรีดี พนมยงค์
@ ถึงชีพลับ ดับสลาย ไปนานแล้ว
ยังผ่องแผ้ว เกียรติ์ศักดิ์ศรี ที่สูงส่ง
ขอประชาธิปไตย ไทยดำรง
อย่างมั่นคง คู่หล้า ฟ้าเมืองไทย
อิ อิ
อิ อิ อิ.....ผมว่า..
นายกน้องปูของผม แกถือเคล็ดเชื่อดวงนะครับ ก็เลยไม่ปลื้มกับงานของปรีดีนัก..
กลัวจะเจริญรอยตามกัน...
ปรีดี......ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่๑ออกแนวบอลเชวิคตามสมัยนิยม พรรคพวกไม่ปลื้ม ร.๗ไม่ปลื้ม ถูกส่งตัวไปอยู่ตปท.พักหนึ่ง
ปรีดีกลับมาเป็นรัฐมนตรีเป็นผู้นำนักการเมืองในสภา ทำผลงานดีเยี่ยม เป็นนักการเมืองระดับรัฐมนตรียอดเยี่ยมในประวัติศาสตร์ชาติไทยก็ว่าได้...อ้าว ญี่ปุ่นบุกประเทสไทย และไม่ปลื้มกับปรีดี จอมพลป.ก็เลยต้องอาศัยสภาตั้งปรีดีเป็นผู้สำเร็จราชการหลบหน้าญี่ปุ่นซะ (อิ อิ อิ...คำถามว่า ในหลวงร.๘มีบทบาทเช่นไรในเรื่องนี้ ไม่ต้องถามก็ได้ครับ)
ปรีดีคงไม่ปลื้มนักกับญี่ปุ่น ก็เลยดันนายควงเป็นนายกแทนจอมพลป. โดยโหวตล้มรัฐบาลจอมพลป.เสียในสภาเป็นคลาสสิคเคสครั้งเดียวหรือเปล่าไม่แน่ใจนัก ของการเมืองไทย และปรีดีเข้าร่วมกับเสรีไทยประมาณว่าพร้อมๆกับจอมพลป.นั้นแหละ....ช่วงนี้ คู่นี้สามัคคีกันดีครับ เพราะแน่ใจว่า ญี่ปุ่นแพ้แน่ ไว้รอลุ้นลุยกันต่อหลังสงคราม...
หลังสงครามพันธมิตรชนะเข้าเมืองไทย ปรีดีในฐานะผู้นำเสรีไทยในประเทศบารมีเหลือเฟือล้นเหลือ แถมมีกองกำลังเสรีไทยติดอาวุธสนับสนุน มีแววมยุราว่าน่าจะได้เป็นผู้นำเป็นนายกตัวจริงกับเขาเสียที......แฟนมวยไทยให้เป็นต่อห้าหนึ่ง แถมร.๘เสด็จนิวัตร กลับมาตั้งแกเป็นรัฐบุรุษอาวุโสตามใครก้ไม่รู้เสนอเสียอีก....
ปรีดี ร่างรัฐธรรมนูญ๒๔๘๙ ขึ้นมาใหม่คราวนี้ ออกแนวประชาธิปไตยขึ้นมานิดหนึ่งตามสมัยนิยมของผู้ชนะสงคราม คำจำกัดความใดๆที่ออกแนวคอมมูนิสตืก็ตัดออกเสีย สส.ทั้งสภาแกก็คุมอยู่ จอมพลป.โดนข้อหาอาชกรสงคราม
สถานะการณ์์เช่นนี้ ปรีดีก็ได้เป็นนายกสมใจนึก.....แต่
เกิดพลิกล็อควินาศสันะตโร....ฝ่ายพันธมิตรผู้ชนะสงคราม...อิ อิ อิ..ดันไม่ปลื้มกับปรีดี.....ข้อหาหลัก ก็คือ การให้ความสนับสนุนนักสู้เพื่อเสรีภาพในอินโดจีน ทั้งลาวทั้งเขมร ทั้งเวียตนาม ..........
ปี๒๔๘๙ ปรีดีได้รับเกียรติประวัติว่า ได้เป็นนายรัฐมนตรีประเทศไทย สามสมัย เป็นเวลารวมกันไม่ถึงหนึ่งปี ก็ถูกโค่นล้มไปด้วยกรณีสวรรคตร.๘.....
สัมพันธมิตรนั้นเจตนาดั้งเดิม อยากสนับสนุนเสรีไทยสายต่างประเทศที่มี เสนีย์เป็นหัวหน้าให้เป็นรัฐบาล แต่ความจำเป็นของสถานะการณ์โลกที่ต่อต้านลัทธิคอมมูนิสท์ ทำให้ต้องสนับสนุนบุคคลประเภทบุรุษเหล็กกุมอำนาจทหารได้
เขาก็เลยหันมาสนับสนุนทหาร และได้จอมพลป.กลับมาคุมอำนาจต่อ......
ตำนาน ป.ปลากับตำแหน่งผู้นำไทย ปรีดี กับ แปลก พิบูลสงคราม...
นายกน้องป.ปู.....คงมีใครเล่าให้เข้าหูบ้าง...
แปลก กับ เปรม นั้นพยางค์เดียว เหมือน...ปู พอไปรอด
ป.ปลา สองพยางค์ แบบ ปรีดี ประพาส ประมาณ ไปไม่รอดครับส่วนมากได้แค่ลุ้น ขนาด ป.ปลาตัดหาง เหลือแค่ บ.ใบไม้ อย่าง บรรหาร ยังได้แค่ปีครึ่งเลย....
ดังนั้น...อย่าได้ไปโทษนายกน้องปูของผม เลยครับว่า
ไม่ให้เกียรติปรีดี ที่นักวิชาการระดับสักแต่ว่าอ่านงานเขียนงานบทความ แต่ อ่านใจคนไม่เป็น...ของไทย เขายกย่องชมเชยผลงานไว้มากมายมหาศาล.....
ผลงานของปรีดีนั้น หลายสิ่งหลายประการมีคุณค่ามหาศาลต่อประเทศไทย...แต่..
เรื่องเคล็ดเรื่องโชคเรื่องดวงเรื่องโอกาสนั้น.....ปรีดี..ออกจะไม่ดีเอาเสียเลย...
น้องปูแกถือคติ กันไว้ดีกว่าแก้ ครับ........
ถ้านายกฯปู เป็นศิษย์เก่า มธ
ถ้านายกฯปู เป็นศิษย์เก่า มธ เธอต้องไปอย่างแน่นอน ..
และ ใครจะไปรู้ว่า ที่ มช สอนเรื่อง อ.ปรีดี ว่าอย่างไรบ้าง ..
ลองไปถาม ศิษย์เก่า หรือ นศ มช สัก 2-3 คน คงพอได้รับคำตอบ ..
ว่า ทำไมนายกฯปู จึงติดภารกิจ ..
อ. ปรีดี ตายไปแล้วจริงๆ จาก
อ. ปรีดี ตายไปแล้วจริงๆ จาก ธรรมศาสตร์ อย่างไร้ข้อสงสัย
ตายไปตั้งแต่ มธ ถูกย้ายไปปทุมธานี
ก็เลขาฯนายอภิสิทธิ์ ชื่อ นายสมเกิยรติ จบ รัฐศาสตร์ มธ ไม่ใช่หรือ
แต่สิ่งที่เขาพูด คิด และทำ นั้น .. คนละวิญญาณ..
กับ วิญญาณธรรมศาสตร์ของฉัน..
ถึงโลกจะปลื้มท่านปรีดี แต่อำม
ถึงโลกจะปลื้มท่านปรีดี
แต่อำมาตย์ไม่ปลื้มซะอย่างใครจะทำไม
โลกไม่ใช่พ่อของอำมาตย์สักหน่อย
ก็อย่างที่ท่านบางกอกบอก
รัฐธรรมนูญฉบับที่๑ของท่านปรีดีนั้นเหลือเกินจริงๆ
อำมาตย์คนไหนๆก็รับไม่ได้หรอกรู้ไหม
นายกปัจจุบันกำลังทำภารกิจปรองดอง
สิ่งไหนอำมาตย์ไม่ปลื้ม นายกก็ไม่อาจจะปลื้มได้
ถ้าปรองดองกันได้แล้ว จะปลื้มอะไรแค่ไหนค่อยว่ากันใหม่ก็แล้วกัน
ชื่อของท่านปรีดี ไม่ตายไปจากเมืองไทยง่ายๆหรอก
ชื่อนี้มันคอยทิ่มแทงหัวใจใครบางคนมานักต่อนัก
ถ้าชื่อนี้ลบได้ด้วยยางลบ ใครบางคนอาจทุ่มทุนซื้อยางลบทั่วแผ่นดิน
ลูกแม่โดม wrote:ถ้านายกฯปู
[quote=ลูกแม่โดม]ถ้านายกฯปู เป็นศิษย์เก่า มธ เธอต้องไปอย่างแน่นอน ..
และ ใครจะไปรู้ว่า ที่ มช สอนเรื่อง อ.ปรีดี ว่าอย่างไรบ้าง ..
ลองไปถาม ศิษย์เก่า หรือ นศ มช สัก 2-3 คน คงพอได้รับคำตอบ ..
ว่า ทำไมนายกฯปู จึงติดภารกิจ ..[/quote]
น่าจะเชิญท่าน "ชวน" ด้วยนะ
ลูกแม่โดมเหมือนกันนี่นา...เป็นอดีตนายกตั้งสองสมัย
มช.อยู่ไกลถึงเชียงใหม่
จะไปรู้อะไรเกี่ยวกับท่านปรีดีนักหนา
ไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่หรอก
ลองถามเด็กรุ่นใหม่ในกรุงเทพดูเอาก็จะรู้
อาจได้รับคำตอบว่าท่านปรีดีคือผู้คิดล้มเจ้าเบอร์หนึ่ง
คงมีคนแอบใส่ชื่อไว้ในผังล้มเจ้ามาตั้งนมตั้งนานแล้วหละ
ว่างๆลองไปเปิดแบบเรียนประวัติศาสตร์ในชั้นมัธยมดู
ว่าตอนนี้เขาสอนอะไรให้เด็กกันบ้าง
แบบเรียนประวัติศาสตร์ในมัธยม มันถูกแยกมาเล่มหนึ่ง
มันสำคัญมากจริงๆ ต้องแยกออกมาเล่มหนึ่ง เห็นไหม?
เรื่องอื่นๆในสายสังคมที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน หรือสำคัญมากกว่า
มันถูกอัดรวมไปอยู่ในแบบเรียนเล่มเดียวกันอีกเล่มหนึ่ง เห็นไหม?
แล้วจะรู้ว่าเขากำลังสอนอะไรกันให้กับเด็กทั่วแผ่นดิน เห็นไหม?
จะโดน...ไหมเนี่ยะ ถ้าจะบอกว่าเป็นศิษย์เก่า มช. คนหนึ่ง
แต่ไม่เคยเรียนประวัติศาสตร์หรอกนะ...คือกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย
ไม่อยากเรียนประวัติศาสตร์กลัว
ไม่อยากเรียนประวัติศาสตร์กลัวมันหลอน อาจโดนทุบด้วยท่อนจันข้อหาเป็นบ้า บังคับพระเจ้าให้กราบ
ลองเทียบทักษิณกับท่าน รัฐบุรูษ ปรีดี ฯ ชะตากรรมเกือบจะคล้ายๆกัน หาแผ่นดินอยู่ไม่ได้
เป็นลูกจามจุรี
เป็นลูกจามจุรี แต่เคยอ่านหนังสือที่ฝรั่งเขียนถึงท่านปรีดีในทางบวกมาก ๆ ทุกด้าน
ก็แปลกใจว่าคนไทยคนหนึ่งสร้างความประทับใจให้ฝรั่งคนหนึ่งได้มากขนาดนั้น เค้าคงต้องมีอะไรดีบ้างละน่า
น่าเสียดายสิ่งดี ๆ ที่ท่านคิดและทำให้ประเทศไทยจะเลือนหายไปในความทรงจำของคนไทย
แม้แต่คนที่ได้รับอานิสงค์ของมหาลัยที่ท่านก่อตั้งก็ตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับความคิดที่มีค่าต่อสังคมไทยของท่านได้
เอาเถอะ ไม่ว่าจะจบจากที่ไหน ขอให้เป็นคนไทยที่มีจิตสำนึก รักชาติ และมีมนุษยธรรมก็น่าจะพอแล้ว
"เกียรติภูมิจุฬา คือเกียรติแห่งการรับใช้ประชาชน"
ความจริงก็คือ
ความจริงก็คือ พวกอสูรกายทั้งไอ้และอีที่เป็นแร้งทึ้งประเทศไทยมาห้าสิบหกสิบปีมานี้มันกลัว ท่านปรีดีมากๆ เหมือนกับซาตานกลัวพระเจ้าอะไรแบบนั้น.
ขอบใจนะน้อง
ขอบใจนะน้อง ที่เอาเรื่้องมาบอกกล่าว
ปรีดี ถูกพยายามฆ่าให้ตายจากผู้มีอำนาจ ทั้งระดับชาติ และในมธก.มาตลอดในประวัฒิศาสตร์
แต่น่าแปลก แม้ปรีดีจะถูกตีมาตลอด แต่ไม่ยอมตายสักดี
คนที่ยึดมั่นในคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ จะไม่ถูกฆ่าอย่างง่ายๆหรอก
inner
[quote=inner]นายกฯปัจจุบันก็มาจาก(การใช้นโยบายลวงๆดึงเอา)คะแนนเสียงส่วนใหญของประชาชน เขากับพรรคพวกได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วก็แสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชน(ส่วนใหญ่)ไปเรื่อยๆ ทางใดที่จะสร้างความมั่นคงให้เขากับพรรคพวกในฐานะรัฐบาลเขาก็ต้องทำ...รอหมดวาระสี่ปี ค่อยหาทางหลอกเอาคะแนนเสียงจากประชาชนแล้วกลับเข้ามาใหม่...มันเป็นวัฏจักร..ไม่มีใครอยากเอาตัวเองไปเสี่ยงกับอุดมการณ์บ้าบอที่กินไม่ได้อะไรนั่นหรอก เดี๋ยวจะเดือดร้อนเปล่าๆปรี้ๆ ไม่งั้นพวกเขาจะทำเป็นปรองดองกับอำนาจเก่าทำไม ก็พวกเขาต้องการรักษาอำนาจของเขาไว้ให้มั่นคงเข้าไว้ไงเพราะมีแต่ได้กับได้ เสรีภาพเหรอ ความยุติธรรมเหรอ ความเสมอภาคเหรอให้นักวิชาการตระโกนแหกปากเรียกร้องกันให้ตายก็ไม่มีทางทำให้เกิดขึ้นได้จริงหรอกตราบที่อำนาจและผลประโยชน์ยังคงเป็นที่โหยหาของหมู่มวลมนุษย์...พูดมาแล้วก็สงสารอ.ปรีดี...สงสารประชาชาที่ต้องบาดเจ็บล้มตาย..สงสารประเทศไทย...[/quote]
เป็นการมองเชิงลบเกินไป ดูการเมืองภาคประชาชนเลวทรามไปหมด ทุกวันนี้ต้องยอมรับความจริงกันว่า สังคมก็แค่ประชาธิปไตยลวง รัฐบาลชนะเลือกตั้งก็เท่านั้น อำนาจแท้จริงมีหรือเปล่า ก็ไม่รู้ ต้องเดินตามเส้นที่เขาเขียนให้เดิน มีคนคอยกำกับ คอยไล่เต็มไปหมด
ปรีดี คือบิดาประชาธิปไตยไทย
ปรีดี คือบิดาประชาธิปไตยไทย ถ้าท่านยังอยู่ ประเทศไทยก็น่าจะพัฒนาเท่าทันเกาหลีหรือญี่ปู่น
มีแต่เรื่องบอกเล่า
มีแต่เรื่องบอกเล่า เรื่องจริงมีมั้ย ที่บอกความจริงๆ รู้ได้ไงว่าจริง
redfuture
redfuture wrote
มีแต่เรื่องบอกเล่า เรื่องจริงมีไหม ที่บอกความจรริงๆ รู้ได้ไงว่าจริง
กวนอารมณ์นะเธอ งั้นประวัติศาสตร์ที่เราอ่านกันมาก็ไม่ใช่เรื่องจริงๆนะสิ ที่บอกว่าพระเจ้าตากสิน เป็นบ้าก็ไม่จริงล่ะซิ แล้วยืดอำนาจจากพระเจ้าตากสินเพราะบอกว่าบ้าก็โกหกล่ะสิ
อย่าๆๆๆ...อันตรายเดี๋ยวเดินชน ม.111+1 ประกันตัวไม่ได้ด้วย..ง่า...