สมยศเบิกความ ชี้ “จักรภพ เพ็ญแข” ตัวจริงเขียนบทความ อ่านแล้วตีความแค่ “อำมาตย์”

สมยศเบิกความระบุ “จิตร พลจันทร์” นามแฝงของ “จักรภพ เพ็ญแข” เขียนบทความที่ถูกฟ้อง เขียนมาก่อนเขาเป็นบก. พร้อมแจงอ่านบทความคร่าวๆ เห็นว่าหมายถึง “อำมาตย์” ไม่อาจโยงถึงกษัตริย์ได้ ด้านทนายชี้ พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ ฉบับใหม่ บก.ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ดีเอสไอจับคนเขียนไม่ได้ จึงโยงจับสมยศ

 

1 พ.ค.55 ที่ศาลอาญา รัชดา มีการสืบพยานจำเลยเป็นวันแรก ในคดีที่นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เป็นจำเลยในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา จากกรณีที่นายสมยศเป็นบรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Voice of Taksin ที่มีการตีพิมพ์บทความ 2 เรื่องที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112

จำเลยอ้างตนเองเป็นพยาน เบิกความว่า ในปี 2552 เป็นเพียงผู้เขียนคนหนึ่งใน นิตยสาร Voice of Taksin ต่อมาเมื่อถึงฉบับที่ 9 จึงมารับหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหาร (บก.บห.) ต่อจากนายประแสง มงคลสิริ (ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ-ประชาไท) โดยได้ค่าจ้าง 25,000 บาท นิตยสารเล่มนี้ไม่มีใครเป็นเจ้าของเด็ดขาด เนื่องจากร่วมกันหลายหุ้นและช่วยๆ กันทำ ส่วนเหตุที่ใช้ชื่อนี้ก็เป็นเพราะเหตุผลทางการตลาด มีแนวทางในการวิพากษ์วิจารณ์การรัฐประหาร พรรคประชาธิปัตย์ เน้นเรื่องสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย กระทั่งถูกสั่งปิดซึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะมีเนื้อหาวิพากษ์การโยกย้ายนายพลในช่วงเวลานั้นอย่างหนัก  

สำหรับบทความที่ตีพิมพ์นั้น แบ่งเป็นบทความประจำที่ลงต่อเนื่อง และบทความใหม่ๆ ที่ต้องทำเพิ่มให้ทันสถานการณ์ ในส่วนบทความประจำจะมีทั้งผู้เขียนที่ใช้ชื่อจริงและนามแฝง โดยผู้มีชื่อเสียงเป็นที่น่าเชื่อถือของสังคมจะได้รับการลงพิมพ์ทั้งหมดโดยไม่มีการตัดทอนบทความแต่อย่างใด โดยปกติตนมีหน้าที่อ่านเพียงคร่าวๆ เนื่องจากมีบทความต้องพิจารณามาก และต้องเร่งให้ทันการปิดเล่ม

เมื่อถามว่า “จิตร พลจันทร์” เจ้าของบทความที่เป็นเหตุให้ถูกฟ้องคือใคร สมยศ ตอบว่า จักรภพ เพ็ญแข ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ของนิตยสารตั้งแต่ฉบับแรกๆ ก่อนที่เขาจะมาทำหน้าที่เป็น บก.บห. โดยผู้ประสานงานติดต่อให้จักรภพมาเป็นคอลัมนิสต์คือ นายประแสง

เมื่ออัยการถามว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจคัดเลือกบทความในขั้นสุดท้าย สมยศขอดูรายชื่อกรรมการในนิตยสารอีกครั้งพร้อมระบุว่า ไม่อยู่ในรายชื่อนี้ จากนั้นอัยการได้ซักถามเพิ่มเติมจนสุดท้ายสมยศตอบว่า ผู้มีสิทธิตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการลงบทความ ก็คือตัวนักเขียนเอง ตนมีหน้าที่นำไปส่งโรงพิมพ์

ในด้านเนื้อหาของบทความ นายสมยศตอบทนายว่า เมื่ออ่านบทความของจิตรฯ แล้วคิดว่าสื่อถึง “อำมาตย์” ไม่คิดว่าจะสื่อความถึงสถาบันกษัตริย์ อีกทั้งภาพประกอบบทความก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์แต่อย่างใด ไม่น่าจะทำให้ผู้อ่านโน้มเอียงไปในทางนั้นได้ ในส่วนที่พยานอื่นระบุว่าหมายถึงพระเจ้าตากสิน เขาไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น เนื่องจากไม่มีการเอ่ยอ้างถึงท่อนจันทร์ แต่กล่าวถึงถุงแดงซึ่งเขาไม่ทราบว่าหมายถึงอะไร การกล่าวถึงผู้อยู่ชั้นบนของโรงพยาบาลพระรามเก้าก็ไม่เกี่ยวข้องกษัตริย์ เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่โรงพยาบาลศิริราชโดยตลอด ส่วนการกล่าวถึงตัวละคร “หลวงนฤบาล” ก็ไม่อาจเทียบเคียงได้ว่าหมายถึงพระมหากษัตริย์ เพราะตำแหน่งหลวงนั้นต่ำกว่า อีกทั้งบทความยังระบุว่าหลวงนฤบาลสอพลอทหารใหญ่ ซึ่งน่าจะหมายถึงนายทหารที่ยศต่ำกว่าจอมพลฤษดิ์ ธนะรัชต์ จึงเชื่อว่าไม่ได้หมายถึงกษัตริย์อย่างแน่นอน  

นอกจากนี้ยังมีการเบิกความเกี่ยวกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ โดยสมยศเบิกความว่า เนื่องจากเป็นสื่อมวลชน ก็ได้ศึกษาข้อกฎหมายอยู่บ้าง โดยรู้ว่าตาม พ.ร.บ.สิ่งพิมพ์ 2484  บก.ต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาของหนังสือที่จัดพิมพ์ แต่ พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 นั้น ไม่ได้ระบุว่าให้บรรณาธิการเป็นผู้รับผิดชอบ

สุวิทย์ ทองนวล ทนายจำเลยได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ภายหลังการสืบพยานว่า กฎหมายใหม่ไม่ได้ระบุว่าบรรณาธิการต้องรับผิดชอบด้วย หากบทความเข้าข่ายความผิดผู้เขียนต้องรับผิดชอบ การที่เจ้าหน้าที่จับตัวผู้เขียนไม่ได้ ก็ไม่ใช่ความผิดของเรา หรือต่อให้ยืนยันว่าบรรณาธิการต้องรับผิดชอบเนื้อหาที่ตีพิมพ์ก็ยังไม่ใช่นายสมยศอยู่ดี เพราะมีบรรณาธิการอีกคนหนึ่งซึ่งมีชื่อปรากฏอยู่ในหนังสือ แต่กลับไม่ถูกดำเนินคดี เพราะดีเอสไออ้างว่านายสมยศแสดงตนเสมือนเป็นบรรณาธิการ

สำหรับประวัติการทำงานที่ผ่านมา สมยศเบิกความต่อศาลว่า เคยทำสำนักพิมพ์สยามปริทัศน์และหนังสืออื่นๆ มาก่อนจะมาทำนิตยสาร Voice of Taksin หลังจากโดนศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สั่งปิด ก็มาเป็นบรรณาธิการของนิตยสาร Red Power ต่อในเดือน ก.ค.53

หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 สมยศและสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ได้แถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลประชาธิปัตย์รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ จากนั้นทั้งสองก็ถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่ค่ายทหาร โดยสุธาชัยถูกควบคุมตัว 7 วัน สมยศถูกควบคุมตัว 21 วัน โดยไม่มีการสั่งฟ้องคดีใดๆ ระหว่างนั้น Voice of Taksin ถูกปิด ทีมงานเดิมจึงเปิด Red Power ขึ้นมาใหม่โดยตีพิมพ์ได้ 5 เล่ม ก็ถูกสั่งปิดโรงพิมพ์ จึงได้ไปจ้างพิมพ์ที่ประเทศกัมพูชาแล้วนำเข้ามาจำหน่ายในไทย พร้อมๆ กับการจัดทัวร์ท่องเที่ยวกัมพูชาด้วย

สมยศ ระบุว่า เขาเชื่อว่าการจับกุมเขามีที่มาจากผังล้มเจ้า ซึ่งระบุถึงหนังสือ Voice of Taksin และผู้เกี่ยวข้องหลายคน รวมถึงสุธาชัยด้วย ซึ่งภายหลังสุธาชัยได้ฟ้องหมิ่นประมาท พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ผู้ประกาศผังล้มเจ้า จนสุดท้าย พ.อ.สรรเสริญ ยอมรับว่าผังไม่มีมูล จึงได้มียอมความกันไป

ในทัศนะของสมยศ เขาคิดว่า สถาบันกษัตริย์อยู่เหนือความขัดแย้ง และยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไม่ได้ ซึ่งย้อนไปในอดีตจะพบว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ได้ออกมาต่อต้านรัฐบาลทักษิณจนนำมาสู่การรัฐประหาร โดยมีข้ออ้างว่ารัฐบาลทักษิณไม่จงรักภักดี และยังแอบอ้างสถาบันกษัตริย์ในการเคลื่อนไหวตลอดเวลา จนมีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งออกมาต่อต้านและถูกจับกุมด้วยข้อหาไม่จงรักภักดีจำนวนมาก ทั้งที่พระองค์เคยมีพระราชดำรัสไว้ว่าพระมหากษัตริย์นั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสื่อมวลชนต้องมีเสรีภาพในการนำเสนอความจริง กระนั้นตนก็ไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันเหมือนประชาชนทั่วไป เพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับมาตรา 112 และเห็นว่ามันถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองทำลายฝ่ายอื่น อีกทั้งโทษ 3-15 ปีก็สูงเกินกว่าเหตุ และขัดต่อหลักสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงหลักนิติรัฐ ส่วนพฤติกรรมที่ผ่านมา เคยแถลงข่าวถึงปัญหาเรื่องนี้และเสนอการรวบรวมรายชื่อเพื่อยกเลิกมาตรา112 แต่ยังไม่ทันได้ดำเนินการก็ถูกจับกุมคุมขังในสัปดาห์ถัดมา

“ผมมีหน้าที่พูดในข้อเท็จจริง ถ้าพูดแล้วเขาจะลงโทษก็ไม่เป็นไร ถือว่าชีวิตนี้ทำหน้าที่แล้ว จบแล้ว” สมยศให้สัมภาษณ์ผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศหลังเสร็จสิ้นการสืบพยานในช่วงเช้า

ทั้งนี้ สมยศถูกจับกุมที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้วเมื่อวันที่ 30 เม.ย.54 ขณะพาคณะทัวร์เตรียมผ่านแดนไปกัมพูชา โดยถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด เนื่องจากเป็นบรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin ซึ่งตีพิมพ์บทความของ “จิตร พลจันทร์” ซึ่งเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง 2 บทความ โดยตีพิมพ์ในฉบับที่ 15 เดือนกุมภาพันธ์ 2553 ชื่อ “แผนนองเลือดกับยิงข้ามรุ่น”  และในฉบับที่ 16 เดือนมีนาคม 2553 ชื่อ เรื่อง 6 ตุลา แห่ง พ.ศ.2553 ซึ่งตามคำฟ้องระบุความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 91, 112 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 มาตรา 4

หลังจากถูกจับกุมเขาถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยไม่ได้รับการประกันตัวแม้จะมีการยื่นขอประกันถึง 9 ครั้ง ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสืบพยาน โดยที่ผ่านมามีการสืบพยานโจทก์ไปแล้ว 4 ครั้งในจังหวัดต่างๆ ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 21 พ.ย.54, จังหวัดเพชรบูรณ์เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.54, จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.55, จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 13 ก.พ.55 แต่มีการเลื่อนมาสืบพยานที่กรุงเทพฯ เนื่องจากพยานอยู่กรุงเทพฯและจะสืบพยานจำเลยในวันที่ 1-3 พ.ค.55 โดยในวันพรุ่งนี้ช่วงเช้านายปิยบุตร แสงกนกกุล จากกลุ่มนิติราษฎร์ จะขึ้นให้การเป็นพยาน

 

Comments

แกล้งมันให้หนัก

แกล้งมันให้หนัก จนกว่ามันจะยอมรับสารภาพ ขังไว้จนกว่ามันสำนึกค่อยอภัยโทษ ให้รู้ว่าประเทศนี้ใครคือเจ้าพ่อขาใหญ่ ปรือ ๆๆๆๆ...

.............................

..............................THE “ Offender ”......!

.....................................

............จากปี ๒๕๔๙ ถึงคราวนี้..............สี่ห้าปีที่ผ่านการเข่นฆ่า
กรรมที่กวดขมวดปมขมขื่นคา................ปีสองพันห้าร้อยห้าสิบห้าอย่ารอรี
ทุกท่าทีทัศนะกระจ่างชัด.......................ความวิบัติเพราะอัตตาพาบัดสี
ความเหลื่อมล้ำโลกวัชชะประดามี............ก็ร่วมกรีธาทัพกับผองกรรม
...........บทสรุป ๑๙ กันยา ๒๕๔๙......ความปวดร้าวก้าวออกตรอกซอยย่ำ
คนขับรถแท็กซี่ที่ต้องจำ.......................ได้กระทำทุกขกริยาท้าทายทัพ
เขาขับรถบดรถถังหลัง ๑๙......................เป็นเรื่องราวยาวไกลใช้ดันขับ
สามัญชนคนไพร่ใจเหลือรับ.....................ประทานทรัพยากรค่อนโลกา
...........บทสรุปรวบรับอาหรับสปริง.......เสียงกระดิ่งกังวานสะท้านหล้า
บทเพลงดอกมะลิจะมิมา..............เพราะเสียงกล้ารากหญ้าเราคนเผ่าไทย
ปี ๒๕๕๕ ถึงคราต้อง..........................ปลดปล่อยผองน้องพี่ที่โหยไห้
นักโทษการเมืองกระเดื่องไกล................ต้นเหตุไฟไหม้ฟ้าราตรีกาล
...........มาตรา 112 ของแท้...............ต้องแก้เพื่อไม่ให้ใช้ล้างผลาญ
ปิดทางใช้ห้อยโหนโจนทะยาน.............เป็นต้นธารการฆ่ามาไม่น้อย
หลังนรก 6 ตุลา 2519........................ยืดเยื้อยาวโยงใยใช้เริ่มบ่อย
19 พฤษภามาย้ำรอย..................ผังล้มเจ้าฉาวถ่อยเป็นร้อยศพเลย.....

คำกำกวม จับทำไม

คำกำกวม จับทำไม คนจับคิดเอาเอง
ก็เหมือนสั่งให้ทหารใช้กระสุนจริงนั่นแหละ
แม้ว่าจะไม่ได้สั่งว่า ให้ฆ่านะ.. ก็ตาม..
หรือ คิดว่าใส่กระสุนจริง แล้วเขาจะนั่งกราบ
จนป่านนี้ ยังหาคนรับผิดชอบ ไม่ได้
แต่ฝ่ายตรงกันข้าม ได้รับผลหลายรูปแบบ
มีแบบตาย.. มีแบบพิการ..
หรือ ใช้กฎหมายเป็นอาวุธ แก้กฎหมาย แล้วจับเข้าคุก
ลูกผัวเมียแม่พ่อ ไม่ได้ทำงาน ยากแค้น และพลัดพรากตลอดกาล

ใครนะ ที่นั่งสบาย นอนสบาย ครอบครัวอยู่ครบ ได้มีวันหยุด ได้รับประทานอาหารดีดี
อ๋อ.. ได้รับเครื่องราชฯ หลายหมื่นคน ได้รับตำแหน่งสูงส่ง

ผู้ไม่ให้อิสรภาพแก่ผู้อื่น ย่อมไม่ควรได้รับอิสรภาพนั้นเช่นกัน (อับราฮัม ลินคอร์น)

อีเพ็ญร้อนตูดแล้วค่า

อีเพ็ญร้อนตูดแล้วค่า จะได้บานสมใจในกรงแล้ววววว กรี๊ดดดด

สมยศ และ อากง

สมยศ และ อากง รับสารภาพไปเถอะครับ
ไม่มีใครว่าหรอก ทนทรมาณไม่เกิดผลดี
การเสแสร้งเป็นประเพณี ตั้งแต่ ท่านจอมพล
สฤษดิ์บอกจอมพล ป. ว่าจะซื่อสัตย์ต่อท่าน ป.
ดุจสุนัขที่จูงมาด้วย

มาช่วย (แสดงความเห็น)

มาช่วย (แสดงความเห็น) ครับผม

============

ขอความเป็นธรรมให้นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข

ดร.โสภณ พรโชคชัย

วันนี้ผมขอเขียนประเด็นร้อนฉ่าสักหน่อยเกี่ยวกับนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ที่ถูกข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมไม่ได้หาเหาใส่หัว แต่ผมเขียนบันทึกนี้ก็เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ การปฏิบัติที่ไม่ดีต่อผู้ต้องหาซึ่งยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ อาจทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันได้

ในการสืบพยาน “เหมือนเป็นการกลั่นแกล้งกัน เพราะพยานแต่ละปากนั้นพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่กลับมีการเรียกสืบพยานที่ภูมิลำเนาของพยาน ซึ่งที่ผ่านมา ตนเอง (ทนาย) ก็แถลงคัดค้านการสืบพยานในลักษณะนี้ทุกครั้ง เนื่องจากทราบว่าพยานทุกปากอยู่ที่กรุงเทพฯ ทั้งยังยินดีออกค่าใช้จ่ายให้กับพยานปากต่อไป ให้สามารถเดินทางมาเบิกความที่ศาลในกรุงเทพฯ ได้ ทั้งนี้เพราะการเดินทางแต่ละครั้งเป็นไปด้วยความยากลำบาก สมยศซึ่งมีปัญหาสุขภาพจะต้องนั่งที่หลังรถกระบะ มีโซ่ตรวน และเจอกับสภาพอากาศร้อน อย่างที่เดินทางมาสงขลา ใช้เวลาถึง 12 ชั่วโมง” <1> และเมื่อนายสมยศเดินทางไปถึง พยานก็กลับไม่ไปศาล

ข้อนี้สังคมอาจมองได้ว่านี่คือการใช้อคติทรมานนายสมยศ ทั้งนี้นายสมยศต้องเดินทางด้วยการนั่งหลังรถกระบะในเวลากลางวันร้อน ๆ พร้อมโซ่ตรวนอย่างนี้ไปทั้งที่สระแก้ว เพชรบูรณ์ นครสวรรค์และสงขลามาแล้ว ยังไม่รู้จะต้องเดินทางแบบนี้ไปไหนอีก

การไม่ให้ประกันตัวนายสมยศตามคำร้องขอถึง 6-7 ครั้งแล้ว ทั้งที่ “ญาติหอบโฉนดที่ดิน 28 ไร่ ตีราคา 1.6 ล้าน ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว” <2> เช่นนี้ แม้เป็นอำนาจของผู้พิพากษา แต่ก็ควรพิจารณาว่า ผู้ต้องหารายนี้ยินดีให้จับกุมแต่แรก และหากรู้ตัวล่วงหน้า ก็ยังพร้อมเข้ามอบตัว <3> นายสมยศถูกจับเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2554 จนถึงวันนี้ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำเกือบปีแล้ว และยังไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปถึงเมื่อใดจึงจะมีคำพิพากษา กระบวนการยุติธรรมไทยน่าจะมีความรวดเร็วกว่านี้ ความช้าอาจหมายถึงความอยุติธรรม

การที่กระบวนการยุติธรรมหรือบุคคลที่ทำงานในกระบวนการยุติธรรมตัดสินในใจไปล่วงหน้าแล้วว่าผู้ต้องหาผิด หรือเห็นว่าเขาอยู่ข้างทักษิณ จึงทรมานเขาเช่นนี้ มีแต่จะสร้างความขมุกขมัว หวาดกลัว และเกลียดชัง แตกแยกขึ้นในสังคม และทำให้ภาพพจน์สถาบันเสียหายโดยผู้ที่เข้าใจว่าตนเองกำลังปกป้องสถาบันเอง

โปรดพิจารณาด้วยครับ
ดร.โสภณ พรโชคชัย

ตอนนี้ ต้อง Define

ตอนนี้ ต้อง Define โจทย์ให้ชัดเจน

สมยศ...เขาบอกว่า เขาเคารพเทิดทูลสถาบัน

แต่เขาไม่เห็นด้วยกับมาตรา 112 เท่านั้นเอง

ในเมื่อโจทย์เป็นอย่างนี้

แนวทางต่อไปจะเป็นอย่างไร?

การพูดการเขียนซึ่งสามารถแปลคว

การพูดการเขียนซึ่งสามารถแปลความหมายได้หลายอย่างไม่ชัดเจน แต่ก็มีการพยายามยัดเยียดว่าหมายถึงประมุขไทยผิดมาตรา 112 ผู้ยัดเยียดหรือผู้ฟ้องน่าจะเข้าข่ายผิดมาตรา 112 นะ
ขอบคุณธุลีดาวหางที่สรุปความเห็นหลังจากหายหน้าไปนาน ความคิดเห็นของท่านน่าสนใจมาก อยากให้รวมเล่มจัง

โยนไปให้จักรภพซะแล้ว

โยนไปให้จักรภพซะแล้ว

กรูติดคนเดียวได้ไง มรึงต้องมาติดกับกรูด้วยซิ จะได้สลับตูดบานกันได้

อีจักรภพเลยซวยไป โดนไอ้หน้าเหลี่ยมทักษิณ ตัดหางปล่อยวัดแน่นอน

หลังจากที่ผ่านมาก็โดนไอ้ทักษิณให้อีแดงแจ๊ดเยอรมันมาด่าซะเละไปแล้วรอบหนึ่ง มาคราวนี้โดนเบิ้ลอีกซ้ำดอกสอง

มั่วกันไปหรือเปล่า

มั่วกันไปหรือเปล่า มั่วตามสันดานขี้เหลืองว่างั้นเถอะ....
สมยศเขาให้การตามข้อเท็จจริง...
เมื่อจักรภพเป็นผู้เขียน แล้วไง...ง
บทความที่จักรภพเขียนสมยศเขาก้อบอกแล้วว่าไม่ได้สื่อถึงใครที่จะผิดได้ตามนัย ม.๑๑๒
การที่เขาถูกจับกุมคุมขังเกิดจากการกล่าวหาที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย เป็นเพียงความชอบตามกฏหมาเท่านั้น
หุหุ การให้กการในศาลเป็นเรื่องของคนครับ ไม่ใช่เรื่องของหมา การให้การต่อศาลไม่ใช่เรื่องของการกัดกัน คนเขาไม่โยนขี้กันหลอก เวลาขี้เขาขี้ลงหลุ่มลงสร้วม มีแต่หมาแหระที่กินขี้
แต่ทีสำคัญรำคราญเสียงเห่าว๊ะ เห่าออกมาได้ "โยนไปให้จักรภพซะแล้ว " และ "โยนขี้ให้จักรภพ ไอ้พวกนี้กัดกันเองแล้ว" หุหุ ทั้งหมาเล็กหมาใหญ่เห่ากันประสานเสียงระงม....
อ่านความวิเคราะห์ความไม่แตกก้ออย่าออกมาเห่าเลย เดี๊ยะ! จะโดนไม้คานยายจันหวดกบาลแยกจนกลับบ้านไม่ถูก ไม่ได้กินน้ำโกเต๊กซ์น่ะเอ้า.......ฮ่าฮ่า

......."ผมมีหน้าที่พูดในข้อเท

......."ผมมีหน้าที่พูดในข้อเท็จจริง ถ้าพูดแล้วเขาจะลงโทษก็ไม่เป็นไร ถือว่าชีวิตนี้ทำหน้าที่แล้ว จบแล้ว"..........อ่านกันซ่ะ อย่าเอาแต่เห่า

....."ผมมีหน้าที่พูดในข้อเท็จ

....."ผมมีหน้าที่พูดในข้อเท็จจริง ถ้าพูดแล้วเขาจะลงโทษก็ไม่เป็นไร ถือว่าชีวิตนี้ทำหน้าที่แล้ว จบแล้ว".....อ่านกันซ่ะ อย่าเอาแต่เห่าหอน

...."สมยศเบิกความ ชี้ “จักรภพ

...."สมยศเบิกความ ชี้ “จักรภพ เพ็ญแข” ตัวจริงเขียนบทความ อ่านแล้วตีความแค่ “อำมาตย์”......อ่านกันซ่ะ อย่าเอาแต่้น้ำลายไหลยือ หางตก หลังแข็ง เดีียะโดนน้ำสาดไม่รู้ด้วยน่ะเอ้า จริง ๆ นา

ประเทศด้อยพัฒนาทางเสรีภาพ

ประเทศด้อยพัฒนาทางเสรีภาพ ประชาชนก้อเลยซวยไป

ไม่รู้แค้นอะไรกันหนักหนากะอีแค่คำพูด เอากันถึงขั้นเข้าคุก อย่างนี้ ปราชญ์ เค้าไม่ทำกันหรอก

ถ้าเค้าพูดเรื่องไม่จริง คนพูดน่ะจะเสียหายเอง เพราะ พูดเรื่องไม่จริง ( โปรดไปอ่านนิทาน เด็กเลี้ยงแกะ )

และถ้าเค้าพูดเรื่องจริง ก้อควรเอามาพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น

และถ้าเรื่องที่เค้าพูดไม่ได้พูดเกี่ยวกับเรา ( ซึ่งเค้าก้อบอกว่าไม่เกี่ยวๆ ) ก้อไม่เห็นจะต้องไปเดือดร้อนอะไรเลยแฮะ

อยู่ในสังคม มนุษย์ แล้วไม่โดนวิจารณ์น่ะ มันไม่มีหรอกน๊ะจ๊ะ

ไม่มีใครโยนขี้ให้ใคร

ไม่มีใครโยนขี้ให้ใคร เขาก็บอกแล้วว่าเขาพูดความจริง ใครเขาอยากติดคุกไร้อิสระภาพโดยความอยุติธรรมมั่ง แล้วคุณจักรภพก็คงเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่งที่อยากให้คุณสมยศพูดความจริง แล้วถ้าสังคมนี้พูดความจริงแล้วต้องติดคุกอย่างนี้ ก็คงรอความเสื่อมกันไป คงฉลาดมากถ้าใครมาบอกว่าเสื้อผ้าที่ใส่อยู่มันงามเลิศแล้วเชื่อ ทั้งๆที่ใส่ชุดวันเกิดอยู่

ชื่นชมคุณจักรภพ

ชื่นชมคุณจักรภพ คุณเป็นนักวิชาการนักการเมืองน้ำดีคนหนึ่ง หวังว่าสักวันคุณคงได้กลับมาช่วยกันพัฒนาประเทศ ประเทศนี้ยังต้องการกำลังมาช่วยปัดกวาดขยะมูลฝอย และแถมยังมีกองขยะกองใหญ่ที่ซุกอยู่ใต้พรม

คนเขียนมันก็พูดได้ทั้งนั้นแหล

คนเขียนมันก็พูดได้ทั้งนั้นแหละ ว่าไม่ได้หมายถึงคนโน้น ไม่ได้หมายถึงคนนี้ เขาเรียกว่าแก้ตัว

ดูเหมือนพวกฝ่ายซ้ายจะถนัดและคิดว่ามุกนี้ได้ผล แต่ก็แป๊กมาตลอด เปลี่ยนมุกใหม่บ้างเหอะ

สมยศบอกว่าไม่ได้สื่อถึงกษัตริย์ แต่ถ้าคนอ่านเขาบอกว่าสื่อถึงกษัตริย์ล่ะ จะว่าไงดีล่ะ จะให้ศาลเชื่อแต่สมยศคนเดียวหรือ ไม่อย่างนั้นต่อไปใครก็สามารถเที่ยวไปด่าคนโน้นคนนี้ก็ได้เสรีสิ แค่แก้ตัวว่าไม่ได้หมายถึงแก หมายถึงคนนั้นคนนี้ แล้วอย่างนี้จะมีกฎหมายเอาไว้ทำไม

ถึงได้บอกไง มุกแป๊กมาตลอด ตั้งแต่ตายหมู่ตุลาปี19 แล้วก็ยังไม่เข็ด ไม่ยอมเปลี่ยนมุกใหม่ ไอ้มุกประเภทไปเที่ยวด่าคนโน้นคนนี้ แล้วพอเขาจะมาเอาเรื่องมันบอกว่า"เปล่า" เข็นไม่ขึ้นเพราะทั้งศาลทั้งสังคมคนภายนอกเขาไม่มีใครเชื่อ

โยงแค่อำมาตย์? ลองไปหาหนังสือ

โยงแค่อำมาตย์?

ลองไปหาหนังสือทักษิณว็อยซ์ เดือนเมษายนปี54มาดูที่ปกมันดิ

ทำเป็นรูปไพ่สามใบ J Q K

ไพ่แจ็คมันใส่หน้าอภิสิทธิ์

ไพ่ควีนมันใส่หน้าป๋าเปรม

ไพ่ใบสุดท้ายมันใส่เครื่องหมายคำถาม?

เหนื่อป๋าเปรมยังมีใครอีกถ้าไม่ใช่....

แล้วบอกพวกเสื้อแดงจงรักเทิดทูนสถาบัน

พูดไปก็เท่านั้น ตอนนี้พวกเสื้อแดงเป็นใหญ่

มันยังหาความเท่าเทียม ความยุติธรรมจากพวกเดียวกันเองไม่ได้เลย

กูจะบอกให้ไอ้คนไหนมันอ่านแล้ว

กูจะบอกให้ไอ้คนไหนมันอ่านแล้วแปลว่าสื่อถึงเจ้าก็ชั่งหัวมันก็หัวสมองของมันคงเท่าหัวแม่ตีนอ่านแล้วแปลยังไงมันก็ไม่ไช่ ไอ้บ้า

สื่อศิลป์

[quote=สื่อศิลป์]โยงแค่อำมาตย์?

ลองไปหาหนังสือทักษิณว็อยซ์ เดือนเมษายนปี54มาดูที่ปกมันดิ

ทำเป็นรูปไพ่สามใบ J Q K

ไพ่แจ็คมันใส่หน้าอภิสิทธิ์

ไพ่ควีนมันใส่หน้าป๋าเปรม

ไพ่ใบสุดท้ายมันใส่เครื่องหมายคำถาม?

เหนื่อป๋าเปรมยังมีใครอีกถ้าไม่ใช่....

แล้วบอกพวกเสื้อแดงจงรักเทิดทูนสถาบัน
............................................................................

ความคิดชั่ว ๆ ดึงฟ้าต่ำ ทำหินแตก .......
ก้อในเมื่อสถาบันไม่ยุ่งการเมือง มีสถานะพิเศษที่ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ แล้ว
เขาใส่เครื่องหมายคำถาม มันก้อเป็นแค่คำถาม
แต่ที่คุณตอบมันก้อเป็นคำตอบแบบชั่ว ๆ คิดดึงฟ้าต่ำทำหินแตกไง...
คิดชั่วเองแล้วไปโยนให้คนอื่น แต่ล่ะคนยอมมีคำตอบของตัวเอง สำหรับคนเสื้อแดงเขารักประชาธิปไตยขับไล่อำมาตยาทรราชย์โว้ยรู้บ้างไหม...
กลับบ้านไป กลับไปกินข้าวในกะลาให้โตพอ เสียก่อนน่ะพ่อคุณ..................
แล้วค่อยมาว่ากัน

พูดไปก็เท่านั้น ตอนนี้พวกเสื้อแดงเป็นใหญ่

มันยังหาความเท่าเทียม ความยุติธรรมจากพวกเดียวกันเองไม่ได้เลย[/quote]

สื่อศิลป์

[quote=สื่อศิลป์]โยงแค่อำมาตย์?

ลองไปหาหนังสือทักษิณว็อยซ์ เดือนเมษายนปี54มาดูที่ปกมันดิ

ทำเป็นรูปไพ่สามใบ J Q K

ไพ่แจ็คมันใส่หน้าอภิสิทธิ์

ไพ่ควีนมันใส่หน้าป๋าเปรม

ไพ่ใบสุดท้ายมันใส่เครื่องหมายคำถาม?

เหนื่อป๋าเปรมยังมีใครอีกถ้าไม่ใช่....

แล้วบอกพวกเสื้อแดงจงรักเทิดทูนสถาบัน
............................................................................

ความคิดชั่ว ๆ ดึงฟ้าต่ำ ทำหินแตก .......
ก้อในเมื่อสถาบันไม่ยุ่งการเมือง มีสถานะพิเศษที่ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ แล้ว
เขาใส่เครื่องหมายคำถาม มันก้อเป็นแค่คำถาม
แต่ที่คุณตอบมันก้อเป็นคำตอบแบบชั่ว ๆ คิดดึงฟ้าต่ำทำหินแตกไง...
คิดชั่วเองแล้วไปโยนให้คนอื่น แต่ล่ะคนยอมมีคำตอบของตัวเอง สำหรับคนเสื้อแดงเขารักประชาธิปไตยขับไล่อำมาตยาทรราชย์โว้ยรู้บ้างไหม...
กลับบ้านไป กลับไปกินข้าวในกะลาให้โตพอ เสียก่อนน่ะพ่อคุณ..................
แล้วค่อยมาว่ากัน

พูดไปก็เท่านั้น ตอนนี้พวกเสื้อแดงเป็นใหญ่

มันยังหาความเท่าเทียม ความยุติธรรมจากพวกเดียวกันเองไม่ได้เลย[/quote]

โยงแค่อำมาตย์? ลองไปหาหนังสือ

โยงแค่อำมาตย์?

ลองไปหาหนังสือทักษิณว็อยซ์ เดือนเมษายนปี54มาดูที่ปกมันดิ

ทำเป็นรูปไพ่สามใบ J Q K

ไพ่แจ็คมันใส่หน้าอภิสิทธิ์

ไพ่ควีนมันใส่หน้าป๋าเปรม

ไพ่ใบสุดท้ายมันใส่เครื่องหมายคำถาม?

เหนื่อป๋าเปรมยังมีใครอีกถ้าไม่ใช่....

แล้วบอกพวกเสื้อแดงจงรักเทิดทูนสถาบัน

พูดไปก็เท่านั้น ตอนนี้พวกเสื้อแดงเป็นใหญ่

มันยังหาความเท่าเทียม ความยุติธรรมจากพวกเดียวกันเองไม่ได้เลย
.........................................................................................................
ความคิดชั่ว ๆ ดึงฟ้าต่ำ ทำหินแตก .......
ก้อในเมื่อสถาบันไม่ยุ่งการเมือง มีสถานะพิเศษที่ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ แล้ว
เขาใส่เครื่องหมายคำถาม มันก้อเป็นแค่คำถาม
แต่ที่คุณตอบมันก้อเป็นคำตอบแบบชั่ว ๆ คิดดึงฟ้าต่ำทำหินแตกไง...
คิดชั่วเองแล้วไปโยนให้คนอื่น แต่ล่ะคนยอมมีคำตอบของตัวเอง สำหรับคนเสื้อแดงเขารักประชาธิปไตยขับไล่อำมาตยาทรราชย์โว้ยรู้บ้างไหม...
กลับบ้านไป กลับไปกินข้าวในกะลาให้โตพอ เสียก่อนน่ะพ่อคุณ..................
แล้วค่อยมาว่ากัน

จันแดง

[quote=จันแดง]โยงแค่อำมาตย์?

ลองไปหาหนังสือทักษิณว็อยซ์ เดือนเมษายนปี54มาดูที่ปกมันดิ

ทำเป็นรูปไพ่สามใบ J Q K

ไพ่แจ็คมันใส่หน้าอภิสิทธิ์

ไพ่ควีนมันใส่หน้าป๋าเปรม

ไพ่ใบสุดท้ายมันใส่เครื่องหมายคำถาม?

เหนื่อป๋าเปรมยังมีใครอีกถ้าไม่ใช่....

แล้วบอกพวกเสื้อแดงจงรักเทิดทูนสถาบัน

พูดไปก็เท่านั้น ตอนนี้พวกเสื้อแดงเป็นใหญ่

มันยังหาความเท่าเทียม ความยุติธรรมจากพวกเดียวกันเองไม่ได้เลย
.........................................................................................................
ความคิดชั่ว ๆ ดึงฟ้าต่ำ ทำหินแตก .......
ก้อในเมื่อสถาบันไม่ยุ่งการเมือง มีสถานะพิเศษที่ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ แล้ว
เขาใส่เครื่องหมายคำถาม มันก้อเป็นแค่คำถาม
แต่ที่คุณตอบมันก้อเป็นคำตอบแบบชั่ว ๆ คิดดึงฟ้าต่ำทำหินแตกไง...
คิดชั่วเองแล้วไปโยนให้คนอื่น แต่ล่ะคนยอมมีคำตอบของตัวเอง สำหรับคนเสื้อแดงเขารักประชาธิปไตยขับไล่อำมาตยาทรราชย์โว้ยรู้บ้างไหม...
กลับบ้านไป กลับไปกินข้าวในกะลาให้โตพอ เสียก่อนน่ะพ่อคุณ..................
แล้วค่อยมาว่ากัน[/quote]

อ้าว...ไอ้จันแดง

ดำน้ำชนตอจนหัวปูด แล้วยังเสือกดำต่อ

เฮอๆๆ...อ่อนใจจริงๆ

แช่มเอ๋ย!..... คิดว่าตัวเองกิ

แช่มเอ๋ย!.....
คิดว่าตัวเองกินน้ำข้าวมาอิ่มพอแล้วหรือ?
กินให้อิ่มก่อนค่อยเห่าน่ะ เดี๋ยวจะสำลัก้ำข้าวน่ะ ด้วยความเป็นห่วงน่ะ

ตอนติดคุกบอกจงรักภักดี

ตอนติดคุกบอกจงรักภักดี ทำเพื่อรักษาสถาบัน พ้นคุกบอก ต้องการแสดงเสรีภาพ อิสะภาพทางความคิด กล้าคิดกล้าทำ ก็ต้องกล้ารับผิดชอบด้วย

อีกหน่อยประเทศไทยคงมีคำต้องห้

อีกหน่อยประเทศไทยคงมีคำต้องห้ามเพิ่มขึ้น เช่น เหี้ยสั่งฆ่า ห่าสั่งยิง ทอมนักจด ปลาวาฬ ตาเดียว ไอ้บอด เสี่ย ถั่วปากอ้า ผมว่า ถ้าจะตัดสินแบบตีความกันแบบนี้ ถ้าจะมีคนผิดก็คนตีความนั่นแหล่ะ เพราะนอกจากมันจะคิดแล้ว มันยังพูด และใช้บรรทัดฐานการตีความมายัดเยียดความผิดให้คนอื่น

เชื่อสิ อีกซักปี2ปี ไม่ว่าจะขี้จะเยี่ยว มันก็จะโยงไปหมดแหล่ะ ถ้ามันอยากหาเรื่องคนอื่นน่ะ 55+ เผลอๆด่าพ่อตัวเอง มันก็จะเอามาเป็นสาระเหมือนกัน

ใครคิดจะแก้ไข ม.112

ใครคิดจะแก้ไข ม.112 หรือไม่เห็นด้วยก็ให้ไปอยู่ประเทศอื่นเพราะมีคนยอมรับแล้วใครคือคนสั่งฆ่าทั้ง 6 ต.ค.19 และเมษา พฤษภา 52 -53 อย่างน้อยก็ A แหละคนหนี่ง อย่าดึงฟ้าต่ำ อย่าทำหินแตก อย่าแยกแผ่นดินกูฟังและจำได้ตั้งแต่ปี 2518-19แล้วแม่..ก็ไอ้พวกกากเดนศักดินา มหาอำมาตย์ทั้งนั่น อากาศร้อน ของขึ้นว่ะ...

ศราวุฒิ ประทุมราช

[quote=ศราวุฒิ ประทุมราช]เป็นการเบิกความที่ดีและฉลาดมากครับ ขอชื่นชม[/quote]
ขอชื่นชมด้วยคน..มันกำลังรับกรรมอยู่ 5555555555