May Day สมยศ พฤกษาเกษมสุข และประชาธิปไตยที่แท้จริง
วันที่ 1 พฤษภาคมพ.ศ.2433 ผู้ใช้แรงงานทั่วโลกได้กำหนดให้ป็นวันกรรมกรสากล หรือ “วันเมย์เดย์” (May Day) มีจุดกำเนิดมาจากการต่อสู้ของชนชั้นกรรมาชีพในยุโรปและอเมริกา ในยุคของ “การปฏิวัติอุตสาหกรรม” จากสังคมเกษตรไปสู่สังคมอุตสาหกรรม ที่ส่งผลให้ผู้คนอพยพจากการผลิตภาคเกษตรกรรมไปเป็นแรงงานภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ใช้แรงงานต้องประสพกับการถูกกดขี่ขูดรีดจากนายทุนโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ถูกบังคับให้ใช้แรงงานเยี่ยงทาส ต้องทำงานหนักถึงวันละ 14-16 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด รวมทั้งไม่มีสวัสดิการและมาตรฐานคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงานแต่อย่างใด
สภาพดังกล่าว เป็นสาเหตุทำให้ผู้ใช้แรงงานมีการเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู้การกดค่าจ้างแรงงานและให้ลดชั่วโมงการทำงานลง ซึ่งแนวความคิดนี้ได้ขยายไปหลายประเทศทั้งในยุโรป อเมริกา ละตินอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย เพื่อเรียกร้อง “ระบบสามแปด” คือ ทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อน8ชั่วโมงและศึกษาหาความรู้ 8 ชั่วโมง
“ระบบสามแปด” คือ ทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมงและศึกษาหาความรู้ 8 ชั่วโมง ยังห่างไกลความเป็นจริงของชีวิตผู้ใช้แรงงานในสังคมไทยที่มีอยู่กว่า 40 ล้านคน ซึ่งต้องมีชีวิตอยู่รอดได้ก็ต้องทำงานหนักมากกว่า 8 ชั่วโมง ต้องทำงานล่วงเวลา และทำงานวันหยุดด้วย
อย่างไรก็ตาม “วันกรรมกรสากล” ถูกชนชั้นปกครองอำมาตย์ไทย บิดเบือนให้กลายเป็น “วันแรงงานแห่งชาติ” เพื่อให้ผู้ใช้แรงงาน ถูกครอบงำด้วยอุดมการ “พระเดชพระคุณ” เหนือกว่าว่า อุดมการ “ชนชั้น” เพื่อบิดเบือนประวัติศาสตร์การต่อสู้ของผู้ใช้แรงงานทั่วโลก
และเพื่อให้ผู้ใช้แรงงานสยบยอมจำนนต่ออำนาจที่เหนือกว่า มากกว่าการตระหนักถึงการกดขี่ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ถูกลดทอนให้เป็นเพียง “หุ่นยนต์” หรือ “สินค้า” ในระบบทุนนิยม
0 0 0
สมยศ พฤกษาเกษมสุข ปัญญาชนของชนชั้นผู้ใช้แรงงาน ผู้มีบทบาทอันแข็งขันในการต่อสู้ของผู้ใช้แรงงาน ทำหน้าที่ให้ความรู้ เรียนรู้จากผู้ใช้แรงงาน มีความใฝ่ฝันให้ผู้ใช้แรงงานอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีสิทธิเสรีภาพ มีความเสมอภาคเท่าเทียมกับคนกลุ่มอื่นๆ
“สมยศ พฤกษาเกษมสุข” เป็นปัญญาชนของผู้ใช้แรงงาน ที่ต่างจากปัญญาชนในระบบทุนนิยมที่ทำหน้าที่สร้างความชอบธรรมให้กับนายจ้าง นายทุนต่างๆ ในการแสวงหากำไร ขูดรีดมูลค่าส่วนเกิน เอารัดเอาเปรียบกดขี่ชนชั้นผู้ใช้แรงงาน แต่ปัญญาชนผู้ใช้แรงงานนั้น กลับมีจุดยืนเคียงข้างผู้ใช้แรงงาน ทำหน้าที่เปิดโปงด้านมืดของระบบทุนนิยม และแสวงหาทางออกให้กับผู้ใช้แรงงาน
ช่วงชีวิตของเขา ได้เดินทางแลกเปลี่ยนกับปัญญาชนผู้ใช้แรงงานทั่วโลก เขาจึงมีเพื่อนสหภาพแรงงาน นักวิชาการ ปัญญาชนชนชั้นแรงงาน และฝ่ายประชาธิปไตยทั่วโลก ปัญญาชนแบบเขายังต่างกับผู้นำขุนนางกรรมกร ที่นิยมระบอบอำมาตยาธิปไตย สนุบสนุนการรัฐประหาร พวกผู้นำกรรมกรที่ฉวยโอกาส หาผลประโยชน์ส่วนตน และบางส่วนก็อับจนทางปัญญาด้วยการชูธงลัทธิสหภาพแรงงานที่ปิดกั้นการต่อสู้ทางการเมืองของผู้ใช้แรงงาน
ในช่วงวิกฤตการเมืองไทย การต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายอำมาตยาธิปไตยเข้มข้นนั้น “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” มีบทบาทสำคัญในการก่อกำเนิด “กลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย” เป็นบรรณาธิการหนังสือ Voice of Taksin กระบอกเสียงฝ่ายประชาธิปไตย และถูกจับดำเนินคดีข้อหาหมิ่นฯ ม.112 จากบทความในหนังสือที่เขาเป็นบรรณาธิการ และถูกริดรอนสิทธิเสรีภาพโดยศาลไม่ให้ประกันตัว กลายเป็น “คนที่ต่อสู้เพื่อเสรีภาพ กลับต้องเป็นผู้ถูกกดขี่เสรีภาพ” เสียเอง
“สมยศ พฤกษาเกษมสุข” กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่สำคัญของฝ่ายประชาธิปไตย ในการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ
……………
บริบทเงื่อนไขสภาพการดำรงอยู่ที่เป็นจริงปัจจุบัน การต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และประชาธิปไตยของผู้ใช้แรงงาน ในภาวะที่ฝ่ายประชาธิปไตยเบียดขับฝ่ายอำมาตยาธิปไตย นั้น
ผู้ใช้แรงงานไทยฝ่ายก้าวหน้า ฝ่ายประชาธิปไตย ต้องสนับสนุนนโยบาย 300 บาท และคัดค้านการต่อต้านนโยบายนี้ของกลุ่มทุนล้าหลังคับแคบที่หากินกับการกดค่าจ้างแรงงาน เช่น สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมนายธนาคาร ฯลฯ มิใช่เพียงเรียกร้องรัฐบาลให้ทำตามนโยบายเท่านั้น
ทั้งยังต้องแก้ไข เสนอกฎหมายต่างๆ ที่เป็นผลประโยชน์กับผู้ใช้แรงงาน เช่น พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พรบ.ประกันสังคม พรบ.คุ้มครองความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการ การลงนามอนุสัญญา ILO มาตรา 87 และ 98 ฯลฯ พร้อมๆ ขยายการต่อสู้เรื่องรัฐสวัสดิการ อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเสมอภาคเท่าเทียมกันในสังคม โดยมาตราการภาษีก้าวหน้า
ขณะที่ด้านการเมือง สนับสนุนการต่อสู้ให้มีการประกันตัว “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” และคนอื่นๆที่โดนดำเนินคดีทำนองเดียวกัน ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพแก้ไขมาตรา 112 ปล่อยนักโทษการเมือง เอาคนสั่งฆ่าประชาชนเหตุการณ์เมษา –พฤษภาอำมหิต 53 มาลงโทษตามกฎหมาย
นอกจากนนี้แล้ว ต้องสนับสนุนให้มีแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงที่ไม่มีอำนาจนอกระบบครอบงำ และเสนอให้ผู้ใช้แรงงานเลือกตั้งในสถานประกอบได้ เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและอำนาจของผู้ใช้แรงงาน
สิ่งสำคัญยิ่ง ขบวนการแรงงานฝ่ายประชาธิปไตยฝ่ายก้าวหน้า ต้องขยายงานจัดตั้ง ยกระดับ สมาชิก มีการนำรวมหมู่ ประชาธิปไตยในองค์กร สร้างผู้ปฎิบัติงาน ขยายสมาชิก แสวงหาแนวร่วมฝ่ายประชาธิปไตย
Comments
ขอความเป็นธรรมให้นายสมยศ
ขอความเป็นธรรมให้นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข
ดร.โสภณ พรโชคชัย
วันนี้ผมขอเขียนประเด็นร้อนฉ่าสักหน่อยเกี่ยวกับนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ที่ถูกข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมไม่ได้หาเหาใส่หัว แต่ผมเขียนบันทึกนี้ก็เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ การปฏิบัติที่ไม่ดีต่อผู้ต้องหาซึ่งยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ อาจทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันได้
ในการสืบพยาน “เหมือนเป็นการกลั่นแกล้งกัน เพราะพยานแต่ละปากนั้นพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่กลับมีการเรียกสืบพยานที่ภูมิลำเนาของพยาน ซึ่งที่ผ่านมา ตนเอง (ทนาย) ก็แถลงคัดค้านการสืบพยานในลักษณะนี้ทุกครั้ง เนื่องจากทราบว่าพยานทุกปากอยู่ที่กรุงเทพฯ ทั้งยังยินดีออกค่าใช้จ่ายให้กับพยานปากต่อไป ให้สามารถเดินทางมาเบิกความที่ศาลในกรุงเทพฯ ได้ ทั้งนี้เพราะการเดินทางแต่ละครั้งเป็นไปด้วยความยากลำบาก สมยศซึ่งมีปัญหาสุขภาพจะต้องนั่งที่หลังรถกระบะ มีโซ่ตรวน และเจอกับสภาพอากาศร้อน อย่างที่เดินทางมาสงขลา ใช้เวลาถึง 12 ชั่วโมง” <1> และเมื่อนายสมยศเดินทางไปถึง พยานก็กลับไม่ไปศาล
ข้อนี้สังคมอาจมองได้ว่านี่คือการใช้อคติทรมานนายสมยศ ทั้งนี้นายสมยศต้องเดินทางด้วยการนั่งหลังรถกระบะในเวลากลางวันร้อน ๆ พร้อมโซ่ตรวนอย่างนี้ไปทั้งที่สระแก้ว เพชรบูรณ์ นครสวรรค์และสงขลามาแล้ว ยังไม่รู้จะต้องเดินทางแบบนี้ไปไหนอีก การไม่ให้ประกันตัวนายสมยศตามคำร้องขอถึง 6-7 ครั้งแล้ว ทั้งที่ “ญาติหอบโฉนดที่ดิน 28 ไร่ ตีราคา 1.6 ล้าน ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว” <2> เช่นนี้ แม้เป็นอำนาจของผู้พิพากษา แต่ก็ควรพิจารณาว่า ผู้ต้องหารายนี้ยินดีให้จับกุมแต่แรก และหากรู้ตัวล่วงหน้า ก็ยังพร้อมเข้ามอบตัว <3>
นายสมยศถูกจับเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2554 จนถึงวันนี้ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำเกือบปีแล้ว และยังไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปถึงเมื่อใดจึงจะมีคำพิพากษา กระบวนการยุติธรรมไทยน่าจะมีความรวดเร็วกว่านี้ ความช้าอาจหมายถึงความอยุติธรรม การที่กระบวนการยุติธรรมหรือบุคคลที่ทำงานในกระบวนการยุติธรรมตัดสินในใจไปล่วงหน้าแล้วว่าผู้ต้องหาผิด หรือเห็นว่าเขาอยู่ข้างทักษิณ จึงทรมานเขาเช่นนี้ มีแต่จะสร้างความขมุกขมัว หวาดกลัว และเกลียดชัง แตกแยกขึ้นในสังคม และทำให้ภาพพจน์สถาบันเสียหายโดยผู้ที่เข้าใจว่าตนเองกำลังปกป้องสถาบันเอง โปรดพิจารณาด้วยครับ
ที่มา:
<1> เลื่อนสืบพยานคดี “สมยศ” ไป 18 เม.ย. หลังเดินทางถึงสงขลา http://www.prachatai3.info/journal/2012/02/39242 <2> “สมยศ” วืดประกันนอนคุกต่อ ศาลไม่อนุญาตปล่อยตัว! http://www.manager.co.th/crime/viewnews.aspx?NewsID=9550000014173&TabID=2& <3> ข่าว “จับ ‘สมยศ พฤกษาเกษมสุข’ คดีล้มเจ้า” http://www.komchadluek.net/detail/20110430/96236/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2.html