การเลือกตั้งปทุมธานี ไม่ใช่แค่ปัญหาบุคคลและท้องถิ่น

                ความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. และนายก อบจ. ปทุมธานี ได้มีความเห็นจากคนของพรรคเพื่อไทยว่าเป็นความผิดพลาดของตัวบุคคล เรื่องนี้จึงกำลังถูกทำให้พ้นตัวพรรคเพื่อไทย ทำให้เป็นเรื่องส่วนบุคคล และทำให้เป็นปัญหาท้องถิ่น แต่ข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่พรรคเพื่อไทยชี้แจงหรือไม่

ใครควรรับผิดชอบ
                ความรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้ ควรเป็นของ นายสุเมธ ฤทธาคนี และ ส.ส.ปทุมธานีเท่านั้นหรือไม่ ประการแรกคือ นายชาญ พวงเพ็ชร เป็นผู้มีสายสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทย เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะพยายามขจัดทิ้ง ประการต่อมา การลาออกจาก ส.ส. ของนายสุเมธ ต้องรับทราบโดยกรรมการพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน และไม่เคยปฏิกิริยาของพรรคเพื่อไทยต่อการลาออกก่อนหน้านี้ ประการที่สาม การลาออกควรจะมีการหารือของ ส.ส.ปทุมธานี จึงมีการหาผู้สมัครคนใหม่ นายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ สามีของพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.เพื่อไทยปทุมธานี เขต 4

                จึงเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ กรรมการพรรคเพื่อไทยรับทราบทุกขั้นตอน ดังนั้น ไม่ควรโยนความผิดให้กับนายสุเมธ และ ส.ส.ปทุมธานีเท่านั้น

เพราะน้ำท่วมอย่างเดียวหรือไม่
                การสั่งสอนพรรคเพื่อไทยครั้งนี้เป็นเพราะน้ำท่วมอย่างเดียวหรือไม่ แน่นอนน้ำท่วมมีผลกระทบต่อการตัดสินเฉพาะกลุ่มที่เบื่อการทำงานพรรคประชาธิปัตย์แล้วหันมาเลือกพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่คะแนนที่หายไปจำนวนมากขนาดนี้ย่อมมาจากมวลชนเสื้อแดงด้วย

เมื่อดูได้จากช่วงน้ำท่วม เสียงของเสื้อแดงยังคงสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าเป็นเพราะฝีมืออำมาตย์ เหมือนกับที่บทความของสุนัย จุลพงศธร เขียนไว้ แม้กระทั่งการเยี่ยมพื้นที่น้ำท่วมของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ มวลชนยังคงต้อนรับอย่างอบอุ่น

                ถึงแม้ว่า ในช่วงน้ำท่วมผู้รับเหมารายย่อยจากย่านอื่นที่ไปติดน้ำท่วมที่ลำลูกกาเล่าว่า เสื้อแดง (ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย) จัดกำลังดูแลพื้นที่น้ำท่วมอย่างดียิ่ง แต่มวลชนเสื้อแดงที่จัดการดูแลตัวเองเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.เพื่อไทยอย่างกระท่อนกระแท่น รวมถึงในพื้นที่ปทุมธานีด้วย

ขณะที่ ทัศนคติของเสื้อแดงนนทบุรีฝั่งตะวันตก ซึ่งน่าจะสะท้อนทัศนคติเสื้อแดงปทุมธานีได้ คือน้ำท่วมไม่ใช่ปัญหาใหญ่หลวงจนเปลี่ยนไปเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ถึงแม้ว่าจะหงุดหงิดพฤติกรรมของ ส.ส. ในพรรคเพื่อไทยก็ตาม

                แต่สิ่งที่สุนัย ไม่ได้กล่าวถึงเสื้อแดงปทุมธานีเลย คือผลกระทบจากช่วงการชุมนุมเดือนมีนาคม - พฤษภาคม 2553 เสื้อแดงปทุมธานีได้แสดงบทบาทสนับสนุนการชุมนุมราชประสงค์ มีผู้บาดเจ็บหลายราย เช่น การชุมนุมที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง การเผชิญหน้าที่ ขวัญชัย ไพรพนา หลบหนีกลับราชประสงค์ ทิ้งให้มวลชนเสื้อแดงเผชิญหน้ากับทหารเพียงลำพัง

                เมื่อพรรคเพื่อไทยหันหน้าไปปรองดอง และเอาตัวเสื้อแดงที่ถูกจับกุมเป็นตัวประกัน ทิ้งให้ไร้อิสรภาพมาเกือบสองปี โดยเก้าเดือนอยู่ภายใต้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่พวกเขาเลือกมากับมือ แล้วพวกเขาจะพอใจได้อย่างไร

                ในเฟซบุ๊ก ข้อความที่วิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องให้ปล่อยตัวเสื้อแดงที่ติดคุก มีคนคลิก “Like” และโพสต์ความเห็นสนับสนุนมากมาย ดังนั้น สุนัย รวมถึงพรรคเพื่อไทย ไม่ควรมองข้ามความรู้สึกว่า พรรคเพื่อไทยกำลังหักหลังพวกเขา

น้ำท่วมเพราะอำมาตย์หรือ
                ในเมื่อสุนัยได้พูดถึงเรื่องน้ำท่วม ก็ขอฝากข้อสงสัยเรื่องน้ำท่วมบางใหญ่และบางบัวทองเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อพื้นที่สองอำเภออยู่ห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยามากกว่าสิบกิโลเมตร พื้นที่ใกล้ที่สุดประมาณห้ากิโลเมตร

                พื้นที่นี้ได้รับน้ำทุ่งจากปทุมธานีหรือไม่ คำตอบคือ ได้รับ ซึ่งมาถึงตั้งแต่ 10 ต.ค. และน้ำท่วมเฉพาะบริเวณคันกั้นน้ำไม่แข็งแรงและพังลงมา เช่น โรงพยาบาลบางบัวทอง และน้ำก็ยังไหลไปแม่น้ำท่าจีน ผ่านลำคลองต่างๆ พอคืนวันที่ 18 ต.ค. น้ำห็ท่วมอำเภอบางบัวทองในพื้นที่เทศบาล เนื่องจากเขื่อนริมคลองบางบัวทองและประตูน้ำพิมลราชพัง จึงท่วมทันที พื้นที่ไกลออกไป เช่น บริเวณถนนกาญจนาภิเษก น้ำท่วมเริ่มมาจากด้านปลายคลองแต่ละสาย หมายความว่าน้ำไม่สามารถไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีนได้อีกแล้ว เพราะในรายงานกรมชลประทาน แม่น้ำท่าจีนที่ประตูน้ำพลเทพเต็มตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.

                วันที่ 27 ต.ค. ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ให้ความเห็นว่า แม่น้ำท่าจีนถูกใช้งานมากเกินไป และประตูน้ำท่วมพลเทพได้ปิดลงเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน สถานการณ์ในนนทบุรีฝั่งตะวันตกดีขึ้นตามลำดับ พื้นที่ส่วนใหญ่แห้งประมาณกลางเดือนธันวาคม น้ำควรลดลงจนแห้งในปลายเดือนธันวาคม ถึงไม่มีการชุมนุมของคนจังหวัดนนทบุรี

                คำถามจึงมีว่า เป็นเพราะอำมาตย์ปล่อยน้ำ หรือเป็นเพราะการบริหารน้ำด้วย

ไม่ใช่แค่ปัญหาส่วนบุคคลและท้องถิ่น
                การโยนความผิดเหล่านี้เป็นเรื่องง่ายและทำบ่อย คนติดคุกเพราะฝ่าฝืน พรก. ที่ถูกจับรอบราชประสงค์เกือบร้อยคนไม่เคยมี ส.ส.เพื่อไทยไปเยี่ยม ตามรายงานมีแค่ อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ที่ไปเยี่ยมเกือบครบ แม้แต่ ธิดา ถาวรเศรษฐ ไปเรือนจำทุกวัน แต่ไม่เคยเยี่ยมผู้ต้องขังเสื้อแดงคนอื่น ยกเว้นแกนนำ นปช. การโยนความผิดให้กับ ส.ส.ปทุมธานี จึงเป็นเรื่องธรรมดา

                การจะโยนปัญหาให้พ้นพรรคเพื่อไทย อาจจะมีความจำเป็นแบบไทยเพื่อรักษาหน้าตัวเอง ทั้งที่พรรคต้องแสดงความรับผิดชอบด้วย

                การเลือกตั้งปทุมธานี ครั้งนี้จึงเป็นบทเรียนที่ให้พรรคเพื่อไทยกลับไปทบทวนกลไกพรรคและทิศทางการเมืองที่ดำเนินอยู่ว่า “เห็นหัวมวลชนเสื้อแดง” ไหม ไม่ใช่แค่ ส.ส.เป็นรายบุคคล แต่เป็นทั้งพรรคที่ต้องทบทวนตัวเอง ที่สำคัญคือต้องทบทวนความพยายามปรองดองโดยเอานักโทษการเมืองเสื้อแดงเป็นตัวประกัน 

Comments

พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลยิ่งลักษ

พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องตระหนักว่าที่ได้อำนาจมานั้นเพราะใคร แล้วก็จะหลุดจากอำนาจได้ง่ายๆเช่นกัน โดยไม่ใช่โดนมือที่มองเห็นเขี่ยทิ้งซะด้วย

การคิดจะจูบใครในที่สาธารณะต้องตรึกตรองและใคร่ควรด้วยว่า มีความสุขชั่วครั้งชั่วคราวจะคุ้มกับความสูญเสียหรือไม่

1.ประชาธิปไตยก็ต้องทำไป(มันต้

1.ประชาธิปไตยก็ต้องทำไป(มันต้องมีอุปสรรค)
2.ที่สำคัญกว่าคือช่วยพี่น้องคนไทยที่กระทบจากการเรียกร้องประชาธิปไตยทำเรื่องนี้สำเร็จข้อ1ก็สำเร็จ

พรรคเพื่อไทยมีเพียงประชาชนเป็

พรรคเพื่อไทยมีเพียงประชาชนเป็นป้อมปราการที่ยิ่งใหญ่ กลุ่มทุนเก่า อำนาจดั้งเดิมยังไงเขาก็ไม่เอาเพื่อไทยอยู่แล้ว หากเมื่อใดที่พรรคเพื่อไทยทำลายป้อมปราการนี้ ก็เท่ากับทำลายตัวเอง ขอให้พรรคตระหนักให้่จงหนักว่าจะเลือกประชาชนหรือ หลอมตัวเองให้เข้ากับอำมมาตย์? และพยายามทุกวิถีทางที่จะให้อำมาตย์มารักตัวเองเพราะเป็นได้แค่ความฝัน ไม่มีทางที่จะให้ปวงชนลืมทุกสิ่งเพื่อปรองดอง แต่การปรองดองที่สำคัญคือต้องคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนก่อน ประชาชนไม่ใช่เป็นของผู้ใดผู้หนึ่ง แต่เป็นไปเพื่อครรลองแห่งความเสมอภาค เสรีภาพ ยุติธรรม ดังนั้นปัจจัยใดที่ไม่ได้ส่งเสริมเรื่องดังกล่าวหากพรรคเพื่อไทยยังต้องการให้ประชาชนเป็นผนังคอยค้ำยัน ก็จงทำตามความต้องการของประชาชน ไม่ใช่ทำเพื่อ...?

-แพ้ชนะเป็นเรื่องธรรมดาครับ

-แพ้ชนะเป็นเรื่องธรรมดาครับ ทำใจให้กว้างๆอย่าไปใจแคบแบบพรรคอำมาตย์ปชปมัน การเลือกตั้งต้องมีอยู่ต่อไปตราบเท่าที่ประเทศไทยยังมีประชาธิปไตยแม้จะเป็นประชาธิปไตยจอมปลอม(แบบอำมาตย์) แต่ถ้าประชาชนรวมตัวกันเหนียวแนนแบบนี้ประชาธิปไตยของมวลชนต้องมาถึงสักวัน