ธิดา ถาวรเศรษฐ : ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย แพ้เลือกตั้งที่ปทุมธานีบ่งบอกอะไรบ้าง?
สนามเลือกตั้งเป็นที่เดียวที่บอกความคิดและความต้องการของประชาชน ถ้าเป็นการเลือกตั้งเฉพาะพื้นที่ก็บ่งบอกความคิดและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ถ้าเป็นการเลือกตั้งทั่วไปก็จะบอกถึงความคิดความต้องการของทั้งแต่ละพื้นที่และในขอบเขตทั่วประเทศ
การที่มีการเลือกตั้ง แม้ไม่อาจแสดงว่าประเทศนี้มีการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ แต่ผลการเลือกตั้งทุกครั้งก็เป็นการแสดงผลทัศนคติและความประสงค์ของประชาชนที่ต้องเคารพและสะท้อนให้เห็นว่า ระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งนั้นดีกว่าเผด็จการทหารและระบอบอำมาตย์ฯ ที่ปล้นอำนาจประชาชนไปเพียงไร? การที่ผู้สมัคร สส. และนายก อบจ. มาจากพรรคเพื่อไทยแพ้การเลือกตั้งทั้ง 2 ตำแหน่ง และผู้สมัครนายก อบจ. ที่ลงทุนทิ้งตำแหน่ง สส. มาสมัครแพ้นับแสนคะแนน จึงเป็นเรื่องน่าสนใจที่จะวิเคราะห์เป็นอย่างยิ่ง
สำหรับผู้สมัคร สส. นั้น พบว่าแพ้ชนะไม่มากนัก แต่น่าสังเกตที่มีผู้มาเลือกตั้งเพียงสามสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงผู้สมัคร สส. ประชาธิปัตย์ได้ฐานเสียงเดิมของตนเต็มจำนวน ส่วนผู้สมัคร สส.เพื่อไทยก็ยังได้ฐานเสียงเดิมจำนวนหนึ่ง แต่ก็มีคนที่เคยเลือก สส. เพื่อไทยไม่ไปออกเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ไม่น้อยทีเดียว รวมแล้วคิดเป็นจำนวนกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง นี่คือปรากฎการณ์ แล้วเนื้อแท้ของปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร?
ผู้เขียนมีมุมมองจากจุดที่พอจะสัมผัสประชาชนพี่น้องจังหวัดปทุมธานีระดับหนึ่ง ก็ขอแสดงทัศนะแลกเปลี่ยน ณ. ที่นี้คือ คำถามว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้บ่งบอกถึงลักษณะทั่วไปทั้งประเทศว่าประชาชนเสื่อมศรัทธาพรรคเพื่อไทยหรือไม่? ผู้เขียนคิดว่ายังไม่ใช่เช่นนั้น ปรากฎการณ์ครั้งนี้มีลักษณะเฉพาะมากกว่าลักษณะทั่วไป แต่น่าจะเป็นบทเรียนที่ดีของพรรคเพื่อไทย (ถ้าคิดจะสร้างพรรคให้เป็นพรรคมวลชน) ลักษณะเฉพาะคืออะไร? ประการแรก ลักษณะเฉพาะที่ผู้สมัคร สส. ลาออกจากตำแหน่งเพื่อลงสมัครนายก อบจ. โดยไม่คำนึงถึงประชาชนผู้เลือกตั้งและผู้สนับสนุน เขาคงคิดบนการตัดสินใจส่วนตนเป็นหลัก ประเมินตนเอง ประเมินพรรค และประชาชนไม่ตรงความเป็นจริง ผลจึงออกมาแบบนี้ เมื่อลาออกแล้วไปลงนายก อบจ. จึงแพ้นับแสนคะแนน อย่างนี้ต้องถือว่าจบแล้วทางการเมือง เพราะประเมินตนเองสูงกว่าความเป็นจริง และประเมินประชาชนคนเสื้อแดงต่ำกว่าความเป็นจริง คิดว่าผลที่แล้วมาได้รับชัยชนะเพราะมีฐานเสียงของตนเอง คิดว่าประชาชนศรัทธาตัวตนของผู้สมัครโดยไม่ให้ความสำคัญว่า ที่แล้วมาผู้สมัครได้รับเลือกตั้งเพราะพรรค และการสนับสนุนของประชาชนที่ชอบพรรคเพื่อไทย และการสนับสนุนเอาการเอางานของคนเสื้อแดง (ไม่ต้องจ้าง)
ส่วนผู้สมัคร สส. ในนามพรรคเพื่อไทยแพ้ชนะไม่มากนักก็จริง แต่ที่คนไม่มาเลือกตั้งรวม ๆ กว่าร้อยละหกสิบ แสดงว่าผู้เคยสนับสนุนอย่างเอาการเอางานก็เฉื่อยชา ไม่ออกไปเลือกพรรคไหน นี่จึงแสดงว่าประชาชนขาดแรงจูงใจที่จะไปออกเสียงสนับสนุนผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย แต่ก็ไม่ไปเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และประชาชนจำนวนหนึ่งไม่ให้ความสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะไม่เชื่อว่า สส. จะมีประโยชน์อะไรแก่ประชาชนในพื้นที่และแก่ประเทศ จึงเป็นสาเหตุที่บ่งบอกว่า สส.เดิมและผู้สมัครใหม่ยังไม่ใกล้ชิดกับประชาชนมากเพียงพอตั้งแต่ได้รับการเลือกตั้ง และผู้สมัครใหม่ก็ยังไม่ได้ใจจากประชาชนเพียงพอ
เหตุผลที่สำคัญยิ่งคือประชาชนจังหวัดปทุมธานีได้ประสบเคราะห์กรรมจากมหาอุทกภัยปลายปี 54 จนต้นปี 55 กว่าสามเดือน และบัดนี้เงินชดเชยเยียวยายังลงไปถึงพี่น้องไม่ทั่วถึง คำถามถึง สส.พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย คือมาตรการดูแลประชาชนที่เดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งนี้ มีระบบและการติดตามตรวจสอบอย่างไร นอกจากระบบงานของรัฐบาลแล้วยังเป็นปัญหาเฉพาะตัว สส. ด้วย ถ้าคิดว่ากระแสพรรคแรงจนตัว สส. จะปฏิบัติตัวอย่างไรประชาชนก็ต้องเลือกวันยังค่ำ ไม่จำเป็นต้องดูแลใกล้ชิดประชาชน ถ้าคิดอย่างนี้ก็คิดผิด
สำหรับลักษณะทั่วไปที่นำมาร่วมพิจารณาได้แม้ยังไม่ใช่สาเหตุหลักของการพ่ายแพ้ครั้งนี้ในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งลักษณะเฉพาะเป็นด้านหลักที่ สส. ลาออกและมีปัญหาอุทกภัยหนักหนาสาหัส
1. พรรคเพื่อไทยก็ต้องพิจารณาว่า จุดอ่อนของ สส. และการทำงานในฐานะ สส. เขตหรือ สส. บัญชีรายชื่อนั้น ต้องมีระบบแบบแผนการทำงาน และการตรวจสอบในขอบเขตที่เหมาะสม รวมทั้งการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่
2. รัฐบาลพรรคเพื่อไทยต้องตรวจสอบผลการทำงานของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐในการแก้ปัญหาประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสำคัญอันมีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก
3. พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทย รัฐบาล กับคนเสื้อแดงและ นปช.
ข้อดี ก็คือผลการเลือกตั้งครั้งนี้แสดงว่า คนเสื้อแดงปทุมธานีมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก ไม่ได้เป็นอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์โจมตีว่าเป็นพวกโง่เง่า บริวารคุณทักษิณ ถูกซื้อได้ด้วยเงิน แสดงว่าถ้าเขาไม่พอใจที่ สส. ลาออกมาสมัครนายก อบจ. เขาก็แสดงออกชัดเจน ผู้เขียนได้รับการร้องเรียนจากคนเสื้อแดงปทุมธานีเรื่อง สส. พรรคเพื่อไทย หรือในหลายจังหวัดก็มีเรื่องทำนองนี้มาก ที่พูดนี่ก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าข้างคนเสื้อแดงเสียทั้งหมด เพราะคนเสื้อแดงก็คือประชาชนไทยธรรมดาที่เอาการเอางานในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความยุติธรรม ก็มีความหลากหลายเช่นเดียวกับประชาชนไทยทั่วไป
แต่ถ้าพรรคจะเก็บรับบทเรียนครั้งนี้ไปก็เป็นผลดีของพรรคเอง ที่สำคัญอย่าโยนว่าเป็นความผิดของ สส. ทั้งหมดโดยพรรคไม่จำเป็นต้องปรับปรุงอะไรเลย และความคิดที่ว่าเมื่อได้รับการเลือกตั้งมาแล้วก็เดินหน้าทางการเมืองโดยไม่สนใจ รับฟังประชาชนหรือแม้แต่คนเสื้อแดง แม้แต่องค์กร นปช. แดงทั้งแผ่นดิน คิดว่าถ้าควบคุมแกนนำจำนวนหนึ่งในฐานะสมาชิกพรรคได้ ก็แปลว่าควบคุมคนเสื้อแดงทั้งประเทศได้ ขอโทษ! คิดผิดแล้ว เพราะคนเสื้อแดงเติบใหญ่ทั้งปริมาณและคุณภาพยิ่งกว่าจะเดินตามอย่างเชื่อง ๆ ไม่ใช่จะให้ใครมาสั่งการที่ไม่มีเหตุผลหรือไม่สอดคล้องความเป็นจริงแล้วเขาจะทำตามนะ อย่าว่าแต่พรรคเลย แกนนำก็สั่งการโดยไม่มีเหตุผลไม่สอดคล้องความจริงก็สั่งการไม่ได้
ในด้านลบอาจจะมองว่าทำให้พรรคการเมืองที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยอ่อนกำลังลง ครั้งนี้ไม่น่าจะเสียหายอะไรมากมาย ดีเสียอีกที่ผลการเลือกตั้งจะส่งสัญญาณเตือนพรรคเพื่อไทยให้ปรับปรุงทั้งในมิติเรื่องการคัดเลือกผู้สมัคร สส. การตรวจสอบ สส. และความสัมพันธ์ระหว่างพรรค, ผู้สมัคร สส. กับประชาชนและองค์กรประชาชนคนเสื้อแดง จะทำให้ยกระดับการทำงานของพรรค ของ สส. ในแง่ความสัมพันธ์กับประชาชนและประสิทธิภาพการทำงานของ สส. ของพรรคของรัฐบาล ก็น่าจะทำให้อนาคตฝ่ายประชาชนดีขึ้น
Comments
'พท. แพ้
'พท. แพ้ ปชป.ไม่มากนัก'
ฟังดูดีน๊ะ แต่ถ้าเทียบกับผลคะแนน
จากการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา
ดูคะแนนแล้วคงหนาว
เพราะ ปชป. ตีตื้นขึ้นมาเยอะ...
มาให้ขำอีกแหละ..คุณธิดา ตามย่
มาให้ขำอีกแหละ..คุณธิดา
ตามย่อหน้าสุดท้าย นี่ยังตีซึมเป็นฝ่ายประชาธิปไตยอีกหรือนี่
เขาเรียกว่าคณาธิปไตยไม่ไช่หรือ
เหวง
เหวง
เห็นด้วยกับมุมมองของอาจารย์ธิ
เห็นด้วยกับมุมมองของอาจารย์ธิดาครับ
อยากให้แยกแยะให้ชัดแจ้งว่าพรรคเพื่อไทยกับองค์กรคนเสื้อแดงนั้นเป็นคนละมิติกัน อย่าเหมาง่ายๆว่าเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอไป
ตราบใดที่พรรคการเมืองยังไม่สามารถนำนโยบายที่หาเสียงไว้ไปปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมแก่ประชาชน(ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งให้ครั้งก่อน)อย่างแท้จริง การเลือกตั้งครั้งใหม่ก็ไม่มีอะไรแน่นอนอีกต่อไปเพราะคนเสื้อแดงส่วนใหญ่มีสำนึกทางการเมืองสูงกว่าคนในเมืองที่ยังหลงยึดมั่นถือมั่นในความคิดความเชื่อของตนอย่างไม่ลืมหูลืมตา
ส่วน สส. พรรคเพื่อไทยไม่น้อยที่ไม่ได้มีอุดมการณ์เหมือนคนเสื้อแดง เพียงแค่อาศัยโหนกระแสเข้าสภาเท่านั้น ดังเช่นกรณี อดีต สส.ปทุมธานีที่ลาออกไปสมัครนายก อบจ. และพรรคเพื่อไทยที่ยังหลงผิดและดูถูกประชาชนโดยเฉพาะคนเสื้อแดง
หวังว่าบทเรียนครั้งนี้จะช่วยให้ทั้ง พท. และ ปชป. ได้เห็นความจริงตามความเป็นจริงเสียที เพราะการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่ถือว่ามีฝ่ายชนะฝ่ายแพ้ ทุกฝ่ายควรหันหลังกลับไปทบทวนบทบาทของตนเองเพื่อการครองใจประชาชนให้ได้
เห็นด้วย
เห็นด้วย และรู้สึกสะใจกับผลการเลือกตั้งครั้งนี้มาก ทั้งที่ตอนเลือกตั้ง ผมเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งแบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์
ระดับเขต เพื่อไทยคงไม่สะดุ้งเท่าไหร่
แต่ระวังไว้เถอะ เรื่องระดับประเทศน่ะ
ไอ้ที่คุณทักษิณในรายการคุณจอมออกมาบอกว่า จะไม่เอาผิดคนสั่งฆ่า 91 ศพบ้าง พลเอกเปรมไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองบ้าง
พูดตรงๆ ผมแค่สนใจการเมือง ไม่ได้ไปชุมนุม ไม่ได้เป็นครอบครัวของ 91 คนนั้น แต่รู้สึกเหมือนถูกเพื่อไทยตบหน้าจังๆ ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนย่อมรู้สึกเช่นกัน
ปากบอกว่าทำเพื่อประชาชน ก็ขอให้การกระทำเป็นเหมือนดังปากด้วยนะครับ
สรุปสุดท้ายก็คือ
สรุปสุดท้ายก็คือ ประเทศไทยตอนนี้มีเหลือแค่ 2 พรรคการเมืองเท่านั้นหรือ... หากไม่พอใจเพื่อไทย ก็ต้องกลืนน้ำลายเลือก ประชาธิปปัตย์ ใช่หรือไม่... หรือที่ประชาธิปปัตย์ชนะ เพราะเขาแสดงความจริงใจในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงน้ำท่วม
ในวันนี้เราเลือกตั้งกันด้วยเหตุผลหรืออารมณ์ ถ้าเหตุผลผู้ชนะอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นผู้สมัครจากเพื่อไทยหรือประชาธิปปัตย์ แต่ถ้าอารมณ์ก็อย่างที่เห็นบทความเต็มไปหมดคือ ตบหน้าเพื่อไทยบ้าง ตบหน้ารัฐบาลบ้าง แทบจะไม่เห็นใครชื่นชมว่า ผู้สมัคร ปชป ดี ช่วยเหลือประชาชน พรรคทำงานเข้าตา เลยยยยย... ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกหน่อยอาจจะได้นายกฯ ที่เก่งด้านจิตวิทยา มวลชน แต่กินสะบั้นก็ได้สิ
คนกรุง
[quote=คนกรุง]ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกหน่อยอาจจะได้นายกฯ ที่เก่งด้านจิตวิทยา มวลชน แต่กินสะบั้นก็ได้สิ[/quote]
มีปัญญากิน ก็กินๆไปครับ
กินกันไป แบ่งกันไปก็โอเค
เบื่อพวกกินรวบ แอบกินเป็นกลุ่ม
นึกว่าชาวบ้านเขาไม่รู้ แอบกินเอากินเอา
แค่เอาคนรูปหล่อและมีภาพว่าไม่โกงไม่กินมาหลอกล่อ
แล้วมีพวกแอบอยู่ข้างหลัง กินเอากินเอาจนตัวอ้วน
ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรกันดี "ไอ้อ้วน" "คุณอ้วน" "ท่านอ้วน"...หรือ"อีอ้วน"ดี
จะเรียกอะไรกันก็ช่าง ยังไงยังไง ก็ "อ้วน" ก็แล้วกันน่า
พญาไท
[quote=พญาไท]เห็นด้วยกับมุมมองของอาจารย์ธิดาครับ
อยากให้แยกแยะให้ชัดแจ้งว่าพรรคเพื่อไทยกับองค์กรคนเสื้อแดงนั้นเป็นคนละมิติกัน อย่าเหมาง่ายๆว่าเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอไป
ตราบใดที่พรรคการเมืองยังไม่สามารถนำนโยบายที่หาเสียงไว้ไปปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมแก่ประชาชน(ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งให้ครั้งก่อน)อย่างแท้จริง การเลือกตั้งครั้งใหม่ก็ไม่มีอะไรแน่นอนอีกต่อไปเพราะคนเสื้อแดงส่วนใหญ่มีสำนึกทางการเมืองสูงกว่าคนในเมืองที่ยังหลงยึดมั่นถือมั่นในความคิดความเชื่อของตนอย่างไม่ลืมหูลืมตา
ส่วน สส. พรรคเพื่อไทยไม่น้อยที่ไม่ได้มีอุดมการณ์เหมือนคนเสื้อแดง เพียงแค่อาศัยโหนกระแสเข้าสภาเท่านั้น ดังเช่นกรณี อดีต สส.ปทุมธานีที่ลาออกไปสมัครนายก อบจ. และพรรคเพื่อไทยที่ยังหลงผิดและดูถูกประชาชนโดยเฉพาะคนเสื้อแดง
หวังว่าบทเรียนครั้งนี้จะช่วยให้ทั้ง พท. และ ปชป. ได้เห็นความจริงตามความเป็นจริงเสียที เพราะการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่ถือว่ามีฝ่ายชนะฝ่ายแพ้ ทุกฝ่ายควรหันหลังกลับไปทบทวนบทบาทของตนเองเพื่อการครองใจประชาชนให้ได้[/quote]
like.....
ว่าที่จริงแล้ว ความเหลื่อมล้ำ
ว่าที่จริงแล้ว ความเหลื่อมล้ำ ความอยุติธรรม การกดขี่มีอยู่เสมอ
เพียงแต่ผู้คนจำต้องยอมกล้ำกลืนแบกรับไว้ เพราะไม่มีทางเลือกอื่น
ไม่ต้องถามว่าหนักหนาหรือไม่ เจ็บปวดแค่ไหน ลำบากเพียงใด
ไม่ต้องถามถึงการเฝ้าผันถึงวันได้ปลดเปลื้องภาระนี้
ไม่ต้องถามถึงการเฝ้ารอคอยผู้นำในการต่อสู้เพื่อปลดแอกนี้
ไม่ต้องถาม เพราะมันคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตเขาไว้ให้อยู่รอดไปได้
นอกเหนือจากลมหายใจ เลือด และอาหาร
จนวันหนึ่งมีคนที่พวกเขาคิดว่าใช่ น่าจะใช่ เป็นไปได้สูงว่าจะใช่
เขาก็ร่วมมือกับคนนั้น ชนิดยอมร่วมหัวจมท้ายด้วย
แน่ละ มันเพื่อวาระแห่งารปลดแอกภาระบนบ่าของพวกเขาเป็นสำคัญ
แต่พวกเขาก็ไม่ได้ปล่อยให้ผู้นำของเขาเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง
พวกเขาก็ยินดีที่จะเคียงบ่าเคียงไหล่ถึงไหนถึงกัน
แต่วันหนึ่ง หลังจากฝ่าความทุกข์ยากนานามาด้วยกัน
ผู้นำของเขากลับมีท่าทีที่เปลี่ยนไป เหมือนจะไม่กล้าหาญเช่นเดิม
เหมือนไม่อยากจะเป็นผู้นำการต่อสู้ของพวกเขาอีกต่อไป
เหมือนอยากจะกลับไปเป็นเช่นเดิมก่อนหน้านี้
ที่ความเหลื่อมล้ำ ความอยุติธรรม การกดขี่ยังมีอยู่
ที่พวกเขาต้องกล้ำกลืนแบกรับไว้ แบบไม่มีทางเลือกใดๆ
นัยว่า นั่นเป็นวิบากกรรมอันชอบแล้ว
นั่นเป็นเรื่องปกติธรรมดาของบ้านนี้เมืองนี้
ถ้าสามารถแนะนำอะไรใครได้ ขอแนะนำว่าอย่าได้ไปให้ความหวังอะไรกับใคร
โดยเฉพาะความหวังที่ไม่สามารถบรรลุได้โดยง่าย
อย่า...แม้จะด้วยความปรารถนาดีเพียงใดก็ตาม
สู้ให้พวกเขาอยู่กับความทุกข์ยากอย่างเดิมดีกว่า
สู้ให้พวกเขามีความสุขกับความฝันลมๆ แล้งๆ ของพวกเขาดีกว่า
เพราะอย่างนั้น มันเจ็บปวดน้อยกว่ากการที่พวกเขารู้สึกว่าถูกหลอก
เพราะมันเคืองแค้นน้อยกว่าการที่พวกเขารู้สึกว่าถูกทรยศหักหลัง
เมื่อแรกที่ได้ยินคำว่า
เมื่อแรกที่ได้ยินคำว่า ปรองดอง จากฝ่ายที่ถูกขับโค่น
ยังนึกไม่ออกว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก
เพราะปัญหาที่ยอกแสยงใจฝ่ายที่ทำการขับโค่นนั้น
ไม่ใช่เรื่องเศรษฐีมีเงินมาก ไม่ใช่เรื่องโกงกิน ไม่ใช่เรื่องคุณธรรม ศีลธรรม
ยิ่งไม่ใช่เรื่องความก้าวร้าว ความไม่นอบน้อม ความไม่รู้เด็กไม่รู้ผู้ใหญ่
แต่เป็นเรื่องความนิยมอันสูงเด่นในหมู่ประชาชนจำนวนมากต่างหาก
จะกำจัดทำลายความนิยมดังกล่าวนี้ได้อย่างไร?
โดยการรัฐประหารหรือ? ตุลาการภิวัตน์หรือ? การรุมประณามก่นด่าสาปแช่งหรือ?
ทั้งหมดล้วนพิสูจน์แล้วว่า ไม่เพียงไม่สามารถกำจัดทำลายได้
ตรงข้าม กลับยิ่งทำให้ความนิยมมากยิ่งขึ้น หนักแน่นยิ่งขึ้น มั่นคงยิ่งขึ้น
การพยายามเลียที่ทำๆ กันอยู่ จึงจะไม่ทำให้เกิดการปรองดองได้โดยตรง
กล่าวคือ ต่อให้เลียกันจนลิ้นขาด แต่ตราบเท่าที่ความนิยมยังคงอยู่
ก็ไม่ทำให้ฝ่ายที่ทำการขับโค่นปรองดองด้วยได้อย่างวางใจ
แต่เหนือคาดหมาย การเลียกลับเกิดผลข้างเคียงที่ได้ผลอย่างสูงยิ่ง
กล่าวคือ มันทำให้ผู้คนที่นิยมเลื่อมใส เกิดเสื่อมศรัทธาในคนที่เขาศรัทธา
พวกเขาเริ่มเห็นธาตุแท้ยิ่งขึ้นๆ และจะเสื่อมศรัทธายิ่งขึ้นๆ
ยิ่งฝ่ายถูกขับโค่น พยายามเลียมากเท่าไร ยิ่งเผยธาตุแท้
ยิ่งเผยธาตุแท้ คนยิ่งเห็นกมลสันดาน
ยิ่งคนเห็นกมลสันดาน ยิ่งเสื่อมศรัทธา
ยิ่งคนเสื่อมศรัทธา ยิ่งได้รับความนิยมน้อยลง
ยิ่งได้รับความนิยมน้อยลง ยิ่งเป็นภัยคุกคามน้อยลง
ยิ่งเป็นภัยคุกคามน้อยลง ยิ่งยอกแสยงใจน้อยลง
ยอกแสยงใจน้อยลงเท่าไร การปรองดองก็เป็นไปได้มากเท่านั้น
แต่ใครจะไปอยากปรองดองกับคนที่ผู้คนเสื่อมศรัทธา
มีความจำเป็นใดที่จะต้องให้ราคากับคนที่ผู้คนเสื่อมศรัทธา
ใครอยากจะอยู่ร่วมกับคนเช่นนี้ ใครอยากจะอุ้มชูคนเช่นนี้
น่าเศร้าที่ถึงที่สุดแล้ว การปรองดองก็ยังคงไม่เกิดขึ้นอยู่ดี
อย่ามาปลอบใจตนเองดีกว่าครับ
อย่ามาปลอบใจตนเองดีกว่าครับ จะแพ้กี่คะแนนก็ถือว่าแพ้แล้ว ผู้ชนะก็ได้เป็น สส หรือ นายก อบจ. ไม่ต้องไปมองหรอกว่ามีผู้มาลงคะแนน กี่เปอร์เซนต์ ผู้ที่ไม่มาเลือกตั้งยิ่งน่าสนใจว่ากี่เปอร์เซนต์ เพราะคนส่วนนี้คือคนที่หายไปไม่มาลงคะแนนให้พวกคุณแน่นอน ถ้ามันจะมาลงคะแนนให้ถึงจะลำบากอย่างไร มันก็ต้องมาลงคะแนนให้อยู่ดี ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าสาเหตุที่ไม่มาลงคะแนนให้แสดงว่าคนพวกนี้ไม่ต้องการลงคะแนนให้ใครนั่นเอง น่าเกลียดมากที่ไปตีความเข้าข้างตนเองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สำคัญ ทำไมจะไม่สำคัญวะ เพราะผู้ชนะคือ สส ได้มีโอกาสมาทำงานในสภา และที่สำคัญคือ เสียงของพรรคที่แพ้หายไป 1 เสียง ส่วนเสียงของพรรคผู้ชนะ ได้เสียงเพิ่มมาอีก 1 เสียงนั่นเอง หรือว่าจะเถียง
เหตุ
เหตุ รัฐบาลไปรดน้ำดำหัวป่าเปรม
ผลพรรคเพื่อไทยพ่ายแพ้การเลือกตั้ง
เพราะคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่เลือกพรรคเพื่อไทย
พรรคเพื่อไทย ไม่ใช่พรรค คนเสื้อแดง เมื่อไม่ทำตามความประสงค์คนเสื้อแดง ก็จะมีค่าเท่ากับความพ่ายแพ้
โปรด จด และ จำ คนเสื้อแดงเป็นคนเสื้อแดง
รัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่ได้ตอบโจ
รัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่ได้ตอบโจทย์เสื้อแดง ๆเสื้อแดงจึงลงโทษพรรคเพื่อไทย และคุณธิดาไม่ต้องไปลง ส.ส.หรอกอุดมการณ์เสื้อแดงมันยิ่งใหญ่กว่าพรรคเพื่อไทย ๆ ประคองตนเองเพ่ื่อการอยู่ให้รอดครบ 4 ปี เสื้อแดงควรตั้งพรรคขึ้นมาแข่งกับเพื่อไทยจะดีกว่า จริงๆไม่ต้องไปปรองดองอะไรกับใครหรอกทำหน้าที่ตามปกตินั่นแหละ เกลียดตัวกินไข่เกลี่ยดปลาไหลกินน้ำแกง ทำไปได้
ถ้าเลือกตั้งชนะ ก็ว่า
ถ้าเลือกตั้งชนะ ก็ว่า แดงของเราสนับสนุน
แต่เมื่อแพ้เลือกตั้ง ก็ว่า แดงไม่เกี่ยวข้อง เพราะ มันคนละองค์กรกัน
เฮ้ย...อย่างนี้มัน Double Standard....นี่หว่า
ฮา...
หรือคุณธิดาไม่ต้องรับผิดชอบใน
หรือคุณธิดาไม่ต้องรับผิดชอบในความพ่ายแพ้ครั้งนี้เลย สำหรับผม นปช มีส่วนทำให้ผู้สมัครของเพื่อไทยแพ้ เพราะนปช ไม่ได้ทำหน้าที่ตามที่ปชช คนเสื้อแดงได้มอบหมายให้ ยิ่งคุณธิดายิ่งต้องรับผิดชอบมากกว่าคนอื่น เพราะอย่าลืมว่าสามีคุณธิดา ก็ร่วมอยู่ในคณะรัฐบาลชุดนี้
นับถือ คนประทุมครับ
นับถือ คนประทุมครับ นี้คือพลังมวลชนอย่างแท้จริง อย่าหลงใครจนไม่ลืมหูลืมตา คนใต้ควรเอาตัวอยาาง
คนประทุมไว้ ไม่ใช่เขาส่งเสาไฟฟ้าให้เลือกก็ยังจะเลือกอีก ใช้สมองหน่อย
มันก็แพ้ก็ชนะแบ่งๆกันบ้่งไม่ม
มันก็แพ้ก็ชนะแบ่งๆกันบ้่งไม่มีอะไรหรอก
การปรองดอง การเลีย ธาตุแท้
[quote=การปรองดอง การเลีย ธาตุแท้ และความเสื่อม]เมื่อแรกที่ได้ยินคำว่า ปรองดอง จากฝ่ายที่ถูกขับโค่น
ยังนึกไม่ออกว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก
เพราะปัญหาที่ยอกแสยงใจฝ่ายที่ทำการขับโค่นนั้น
ไม่ใช่เรื่องเศรษฐีมีเงินมาก ไม่ใช่เรื่องโกงกิน ไม่ใช่เรื่องคุณธรรม ศีลธรรม
ยิ่งไม่ใช่เรื่องความก้าวร้าว ความไม่นอบน้อม ความไม่รู้เด็กไม่รู้ผู้ใหญ่
แต่เป็นเรื่องความนิยมอันสูงเด่นในหมู่ประชาชนจำนวนมากต่างหาก
จะกำจัดทำลายความนิยมดังกล่าวนี้ได้อย่างไร?
โดยการรัฐประหารหรือ? ตุลาการภิวัตน์หรือ? การรุมประณามก่นด่าสาปแช่งหรือ?
ทั้งหมดล้วนพิสูจน์แล้วว่า ไม่เพียงไม่สามารถกำจัดทำลายได้
ตรงข้าม กลับยิ่งทำให้ความนิยมมากยิ่งขึ้น หนักแน่นยิ่งขึ้น มั่นคงยิ่งขึ้น
การพยายามเลียที่ทำๆ กันอยู่ จึงจะไม่ทำให้เกิดการปรองดองได้โดยตรง
กล่าวคือ ต่อให้เลียกันจนลิ้นขาด แต่ตราบเท่าที่ความนิยมยังคงอยู่
ก็ไม่ทำให้ฝ่ายที่ทำการขับโค่นปรองดองด้วยได้อย่างวางใจ
แต่เหนือคาดหมาย การเลียกลับเกิดผลข้างเคียงที่ได้ผลอย่างสูงยิ่ง
กล่าวคือ มันทำให้ผู้คนที่นิยมเลื่อมใส เกิดเสื่อมศรัทธาในคนที่เขาศรัทธา
พวกเขาเริ่มเห็นธาตุแท้ยิ่งขึ้นๆ และจะเสื่อมศรัทธายิ่งขึ้นๆ
ยิ่งฝ่ายถูกขับโค่น พยายามเลียมากเท่าไร ยิ่งเผยธาตุแท้
ยิ่งเผยธาตุแท้ คนยิ่งเห็นกมลสันดาน
ยิ่งคนเห็นกมลสันดาน ยิ่งเสื่อมศรัทธา
ยิ่งคนเสื่อมศรัทธา ยิ่งได้รับความนิยมน้อยลง
ยิ่งได้รับความนิยมน้อยลง ยิ่งเป็นภัยคุกคามน้อยลง
ยิ่งเป็นภัยคุกคามน้อยลง ยิ่งยอกแสยงใจน้อยลง
ยอกแสยงใจน้อยลงเท่าไร การปรองดองก็เป็นไปได้มากเท่านั้น
แต่ใครจะไปอยากปรองดองกับคนที่ผู้คนเสื่อมศรัทธา
มีความจำเป็นใดที่จะต้องให้ราคากับคนที่ผู้คนเสื่อมศรัทธา
ใครอยากจะอยู่ร่วมกับคนเช่นนี้ ใครอยากจะอุ้มชูคนเช่นนี้
น่าเศร้าที่ถึงที่สุดแล้ว การปรองดองก็ยังคงไม่เกิดขึ้นอยู่ดี[/quote]
เขียนได้ดี ลำดับความน่าจะเป็นได้แบบเห็นภาพเลยครับ
แต่ความหยากมันบดบังสมอง เลยทำอะไรแบบโง่ๆ เพียงแค่อยากกลับบ้านมาตายเร็วๆเท่านั้นครับ
ฝ่ายขับไล่ยังมีพลังล้นฟ้าเหนือแผ่นดิน ยังควบคุมทุกองค์กรในดินแดนนี้ได้อยู่
ควบคุมได้แม้ศรัทธาของผู้คนจำนวนมาก แม้จะสูญเสียศรัทธาให้กับผู้คนที่ตาสว่างแล้วจำนวนมากเหมือนกันก็ตาม แต่ยังนับว่ายังคงมีพลังล้นฟ้า เพราะนอกจากการสูญเสียศรัทธาให้กับคนตาสว่าง ส่วนอื่นๆยังอยู่ในกำมือเหมือนเดิมทุกประการ
ฉะนั้นจงเลียให้หนัก จงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้กลับบ้าน อย่าไปสนสิ่งใดๆ ไม่ต้องสนเสียงจิ้งจกตุ๊กแก
......................................"จงรีบกลับเข้ามาอยู่ในอุ้งมือมาร"...........................................
มีผู้แทนไว้ช่วยเวลาน้ำท่วม
มีผู้แทนไว้ช่วยเวลาน้ำท่วม แต่มันจะไปยกมือออกกฎหมายอะไรก็ได้แล้วแต่เจ้าของพรรคจะสั่ง
ประชาธิปตวยสิครับอย่างนี้
ที่จริงการเลือกตั้งมีเงือนไขม
ที่จริงการเลือกตั้งมีเงือนไขมาก ว่าจะได้รับการเลือกตั้งหรือไม่ ทุกอย่างต้องพอดีกัน ตัวบุคคลตั้งแต่ประวัติ การศึกษา การอยู่กับมวลชน ผลงาน คู่แข่ง(ดีพอหรือไม่,ลงกี่คนตัดคะแนนนกันหรือไม่) คนเก่ามีผลงานอย่างไร นยบ.เป็นที่ต้องการของชาวบ้านหรื่อไม่ ปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างไรมากน้อยขนาดไหน สภาพพื้นที่ มีหัวคะแนนมีการจัดตั้งหรือไม่ แต่ในมุมมองผมผมมองว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นอบจ.เทศบาล,อบต.น่าจะเลือกตัวบุคคลมากกว่า แต่การเลือกตั้งถือว่าหนักแล้วการทำงานยิ่งหนักรับผิดชอบทั้งจังหวัด เช่น แปดอำเภอ ห้าสิบเอ็ดตำบล ห้าร้อยกว่าหมู่บ้าน นั่นหมายความว่านักการเมืองต้องทำงานทั้งเจ็ดวัน ทำงานดีอย่างไรก็ถูกด่า ก็ถูกสร้างวาทกรรมว่านักการเมืองเลว จากสื่อจากเครือข่ายอำฯ ออกนยบ.ดีให้ชาวบ้านบอกว่าประชานิยม หาเสียง เป็นอย่างนั้นไป ในสังคมไทยผมเห็นว่ามีคนเหล่านี้มาก ที่คำนึงถึงตนเอง(วิชาชีพ)มากกว่าอยากเห็นคนอื่่นได้ดี ชาวบ้านมีงาน มีเงิน มีความสุข ชุมชน สังคม ประเทศมีอนาคต
กลุ่มนายกอปท.
ถ้า สส คนดัง ได้รับเลือกเป็น
ถ้า สส คนดัง ได้รับเลือกเป็น นายก อบจ และที่ลงสมัคร สส ด้วย
นั่นจะแสดงความตกต่ำของสังคมไทยอย่างชัดเจน
บอกตรงๆว่าถึงแม้จะไม่เห็นด้วย
บอกตรงๆว่าถึงแม้จะไม่เห็นด้วยที่คณะรัฐบาลจะไปรดน้ำดำหัวพลเอกเปรม แต่ก็ไม่คิดว่าสมควรจะไปเลือกให้แมลงสาปเพราะจะไปเพิ่มตัวเชื้อโรคในสังคม ถ้าไม่มีใครดีก็ไม่ต้องเลือกใครทั้งนั้น คนเสื้อแดงก็ไม่ต้องอ้างอิงกับใครไม่จำเป็นต้องมีแกนนำ เพราะคนเสื้อแดงมีพลังอำนาจจากหมู่คณะของตนเองมีสมรรถภาพ เพียงพอที่จะดูแลตนเองด้วยอุดมการณ์ของพวกตน ไม่อยากให้พวก.ปชป. ลำพองใจว่าได้ชัยชนะเพราะความดี ของพวกตนเพราะมันไม่ใช่ไม่อยากให้อันธพาลครองเมือง
การปรองดอง การเลีย ธาตุแท้
[quote=การปรองดอง การเลีย ธาตุแท้ และความเสื่อม]เมื่อแรกที่ได้ยินคำว่า ปรองดอง จากฝ่ายที่ถูกขับโค่น
ยังนึกไม่ออกว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก
เพราะปัญหาที่ยอกแสยงใจฝ่ายที่ทำการขับโค่นนั้น
ไม่ใช่เรื่องเศรษฐีมีเงินมาก ไม่ใช่เรื่องโกงกิน ไม่ใช่เรื่องคุณธรรม ศีลธรรม
ยิ่งไม่ใช่เรื่องความก้าวร้าว ความไม่นอบน้อม ความไม่รู้เด็กไม่รู้ผู้ใหญ่
แต่เป็นเรื่องความนิยมอันสูงเด่นในหมู่ประชาชนจำนวนมากต่างหาก
จะกำจัดทำลายความนิยมดังกล่าวนี้ได้อย่างไร?
โดยการรัฐประหารหรือ? ตุลาการภิวัตน์หรือ? การรุมประณามก่นด่าสาปแช่งหรือ?
ทั้งหมดล้วนพิสูจน์แล้วว่า ไม่เพียงไม่สามารถกำจัดทำลายได้
ตรงข้าม กลับยิ่งทำให้ความนิยมมากยิ่งขึ้น หนักแน่นยิ่งขึ้น มั่นคงยิ่งขึ้น
การพยายามเลียที่ทำๆ กันอยู่ จึงจะไม่ทำให้เกิดการปรองดองได้โดยตรง
กล่าวคือ ต่อให้เลียกันจนลิ้นขาด แต่ตราบเท่าที่ความนิยมยังคงอยู่
ก็ไม่ทำให้ฝ่ายที่ทำการขับโค่นปรองดองด้วยได้อย่างวางใจ
แต่เหนือคาดหมาย การเลียกลับเกิดผลข้างเคียงที่ได้ผลอย่างสูงยิ่ง
กล่าวคือ มันทำให้ผู้คนที่นิยมเลื่อมใส เกิดเสื่อมศรัทธาในคนที่เขาศรัทธา
พวกเขาเริ่มเห็นธาตุแท้ยิ่งขึ้นๆ และจะเสื่อมศรัทธายิ่งขึ้นๆ
ยิ่งฝ่ายถูกขับโค่น พยายามเลียมากเท่าไร ยิ่งเผยธาตุแท้
ยิ่งเผยธาตุแท้ คนยิ่งเห็นกมลสันดาน
ยิ่งคนเห็นกมลสันดาน ยิ่งเสื่อมศรัทธา
ยิ่งคนเสื่อมศรัทธา ยิ่งได้รับความนิยมน้อยลง
ยิ่งได้รับความนิยมน้อยลง ยิ่งเป็นภัยคุกคามน้อยลง
ยิ่งเป็นภัยคุกคามน้อยลง ยิ่งยอกแสยงใจน้อยลง
ยอกแสยงใจน้อยลงเท่าไร การปรองดองก็เป็นไปได้มากเท่านั้น
แต่ใครจะไปอยากปรองดองกับคนที่ผู้คนเสื่อมศรัทธา
มีความจำเป็นใดที่จะต้องให้ราคากับคนที่ผู้คนเสื่อมศรัทธา
ใครอยากจะอยู่ร่วมกับคนเช่นนี้ ใครอยากจะอุ้มชูคนเช่นนี้
น่าเศร้าที่ถึงที่สุดแล้ว การปรองดองก็ยังคงไม่เกิดขึ้นอยู่ดี[/quote]
ชอบมากสรุปได้ดีจังหวังว่าคนที่เคยอยู่เคียงกายจะเข้าใจ
..........................
.......................... Let It Be.. VS... Go to hell..
.........พรรคเพื่อไทยเพื่อใครแน่แหย่ดูรัง.....ประชาหวังไว้ใจได้ไหมหนอ
เหยียบศพคนเสื้อแดงแต่งตัวหล่อ.............เป็น ส.ส.ก็ชนะได้คะคาน
เอาชนะคะคานผลาญปราชัย............ทั้งเมืองไทยให้คะแนนแค้นสังหาร
ได้ ส.ส.มามากฝากทำงาน...................ใครคือฐานคะแนนยิ่งแค้นคับ
..........หวังจะให้ไปดูผู้ใดฆ่า...................เอามันมากาหัวชั่วประดับ
จารชื่อใส่หนังหมาคณานับ.................แต่ไยกลับกลอกกลิ้งลิงอีกแล้ว
ลิงหลอกเจ้าอ้าวหรือคือทักษิณ..........ยักคิ้วลิ้นเลียโอษฐ์กระโดดแผล็ว
ลิงหลอกไพร่ให้มาตายได้หนอแม้ว.......กลายเป็นแก้วร้าวรานพานพบไฟ
..........ใจของไพร่ไปจากบ้านทำงานช้าง...ธุลีร่างเล็งแลแต่ทางใหญ่
ร้อยเปอร์เซ็นต์เน้นทวงอธิปไตย.................เข้าใจไหมใครปล้นไม่ทนโว้ย
คุณทักษิณไยหมิ่นแคลนให้แค้นคับ......พูดกับจอม เพชรประดับยับระโหย
คนเสื้อแดงแห่งแผ่นดินดิ้นแดโดย....กลิ่นศพโชยเพื่อประชาธิปไตยไม่ใช่คุณ
.............เขาถูกโจรมันยิงทิ้งชัด ๆ ............สิ่งชี้วัดวีรชนคนหรือหุ่น
สู้เพื่อประชาธิปไตยใช่นายทุน...........หัวร่างพรุนสถุลนักพรรคเพื่อไทย
นักการเมืองเชื่องหงอต่อผลประโยชน์.......ตายทั้งโคตรสักครั้งจะขลังไหม
ตายหลายครั้งปัง ๆ แลเห็นแต่ไพร่..........เชิญคนใหญ่คนโต Go to hell
...............เขาสู้เพื่อประชาธิปไตยใช่วีรชน...ล้วนคนจนยากไร้ไม่หนีเผ่น
มอบชีวิตอุทิศตัวหัวกระเด็น...............ใช่เหลือเดนนรกล้นหม่นหมองมา
ล้วนเป็นทายาทมหาตุลาคม........................พฤษภามาล่มล้มมิจฉา
มีศักดิ์ศรีแห่งวีรชนบนวิญญา............หวงประชาธิปไตยเกินใครเอย....