วันเสาร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2556 | อัพเดทล่าสุดเมื่อ 1 ชั่วโมง 20 นาที ที่ผ่านมา
สนนท. และเครือข่ายคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์
20 เม.ย. 55 - สนนท. และเครือข่ายออกแถลงการณ์คัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ฉบับที่ 1 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ..
แถลงการณ์คัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ฉบับที่ 1
ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนประการหนึ่ง ที่มักเกิดขึ้นอยู่เสมอคือปัญหาการสร้างเขื่อน อันจะทำให้ทรัพยากรประเทศที่ถูกทำลายไปจากนโยบายของภาครัฐ ในอดีตที่ผ่านมาสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) ได้เข้าร่วมกับขบวนการชาวบ้านในการคัดค้านการสร้างเขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานี คัดค้านการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น จ.แพร่ ด้วยเหตุผลสำคัญที่ว่าประชาชนในพื้นที่ไม่ได้เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว พวกเขาไม่ได้มีสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเอง ทั้งนี้ในแต่ละโครงการยังมีการอนุมัติงบประมาณจำนวนมหาศาลอันเอื้อให้เกิดผลประโยชน์ต่อบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ได้รับการประมูล
ด้วยเหตุนี้การ ที่รัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ อนุมัติให้ดำเนินโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง โดยจะใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น ๑๓,๒๘๐ ล้านบาท ใช้ระยะเวลาก่อสร้างถึง ๘ ปี โดยผูกพันงบประมาณถึงปีงบประมาณ ๒๕๖๒ นั้น แม้ว่าปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน แต่การแก้ปัญหาด้วยอำนาจรัฐโดยที่ประชาชนแทบไม่มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา จึงเหมือนเป็นหนังม้วนเก่าที่กำลังถูกนำกลับมาฉายซ้ำภายใต้วาทกรรม “เขื่อนคือการพัฒนา”และ “ต้องเสียสละป่าเพื่อสร้างเขื่อน”
นอกจากนี้หากชั่งน้ำหนักดูแล้วจะพบว่าผลกระทบจากการสร้างเขื่อน ต้องทำลายสมดุลทางระบบนิเวศน์า ไม่ว่าจะเป็นพันธ์สัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธ์ การสูญเสียผืนป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และเหลืออยู่น้อยเต็มที่ โดยเฉพาะพื้นที่สร้างเขื่อนแม่วงก์ที่ต้องสูญเสียป่าสักทองธรรมชาติหลายหมื่นต้น ซึ่งอาจมีผลประโยชน์ทางป่าไม้ให้กับบุคคลบางกลุ่ม กรณีปัญหาดังกล่าวนั้น สวนทางกันอย่างชัดเจนระหว่างการเร่งพัฒนาแก้ปัญหาของภาครัฐ และการพัฒนาของพื้นที่เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอันสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่า ป่าไม่ ทรัพยากรอื่นๆ อันเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อคนรุ่นหลังในอนาคต
โดยจากมติคณะรัฐมนตรีข้างต้น เป็นการตัดสินใจตัดสินใจที่ขาดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน สังคม นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่างๆ ทำให้การพิจารณาถึงผลได้-ผลเสีย และผลกระทบในด้านต่าง ๆ ถูกละเลยมองข้ามไปอย่างเร่งรีบโดยเจตนาเคลือบแฝงบางประการ เป็นน่าสังเกตว่าในหลายปีที่ผ่านมาโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ ถูกตั้งข้อกังขาจากสังคมโดยตลอดว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้จริงและคุ้มค่ากับทรัพยากรธรรมชาติที่สูญเสียไปหรือไม่
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) เป็นองค์กรนักนิสิตนักศึกษาที่มีจุดยืนเคียงข้างผลประโยชน์ประชาชน และเรียกร้อง ต่อต้าน คัดค้าน แนวทางที่ทำลายผลประโยชน์ประชาชน ไม่ว่าแนวทางนั้นจะมีที่มาจากรัฐหรือทุนก็ตาม
เราในนามสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) และองค์กรเครือข่ายร่วม ขอเรียกร้อง คัดค้าน ต่อผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในกรณีเขื่อนแม่วงก์ ดังนี้
๑. เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ เนื่องด้วยมติ ครม. ดังกล่าว ที่อนุมัติให้ดำเนินโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ ไม่เป็นไปกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจต่อประชาชนในกระบวนการสร้างเขื่อน การทำกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน(Public hearing)
๒. เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายพิจารณาถึงผลดี-ผลเสีย ของการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ซึ่งมีกรณีศึกษามากมายทั่วประเทศและทั่วโลก และร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด
๓. เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลใช้กระบวนรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในทุกๆโครงการของรัฐ รัฐต้องถือว่าความเห็นของประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นเจ้าของประเทศและเป็นผู้มีส่วนได้-ส่วนเสีย ภาครัฐต้องให้ความร่วมมือในการเผยแพร่ความรู้ข้อดี-ข้อเสีย ปัญหา แนวทางแก้ไข ให้กับประชาชนทุกภาคส่วนรับรู้อย่างทั่วถึง
หน้าที่ของรัฐบาลคือการทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน บนเส้นทางที่พินิจวิเคราะห์ถึงผลดี-ผลเสีย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน และแน่นอนบางครั้งปัญหาเรื่องน้ำท่วม-น้ำแล้ง ก็มิใช่การสร้างเขื่อนเท่านั้นที่เป็นทางเลือกที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน แต่หากยังมีทางเลือกอื่นๆอีกมากมายที่สามารถทำได้ และแน่นอนการสร้างเขื่อนก็อาจทำลายความสุขของคนทั้งสังคม หากต้องทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่ายิ่งของคนในสังคม
หยุดเขื่อนแม่วงก์ ! หยุดวาทกรรมการพัฒนาจอมปลอม!
ด้วยจิตคารวะ
20 เมษายน 2555
1. สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)
2. เครือข่ายนักศึกษาสี่ภาค
3. กลุ่มเสรีนนทรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
4. กลุ่มลูกชาวบ้าน มหาวิทยาลัยบูรพา
5. ชมรมวรรณศิลป์ มหาวิทยาลัยบูรพา
6. กลุ่มสะพานสูง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
7. กลุ่มซุ้มเหมราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง
8. กลุ่มแสงดาว มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
9. กลุ่มรั้วแดง มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
10. กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน) มหาวิทยาลัยขอนแก่น
11. กลุ่มนกกระจอก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
12. ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพือสังคมประชาธิปไตย (YPD)
13. เครือข่ายกระพรุนไฟ
14. กลุ่มระบายฝัน มหาวิทยาลัยนเรศวร
15. กลุ่มคนสร้างฝัน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
16. กลุ่มปลุกฮัก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
17. ชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ
18. ครอบครัวนักกิจกรรมภาคใต้
19. คนหนุ่มสาวภาคอีสาน
20. กลุ่มเพื่อนนักกิจกรรม (F.A.N.)
21. กลุ่มเพื่อนประชาชน (FOP)
22. ศูนย์บ่มเพาะนักปฎิบัติการทางสังคม
23. กลุ่มเถียงนาประชาคม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
24. กลุ่มเม็ดทราย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
25. กลุ่มสำนึกรักษ์บ้านเกิด ม.สงขลานครินทร์
26. กลุ่มกลุ่มนักศึกษาอิสระเพือสังคม ม.ปัตตานี
27. กลุ่มประกายไฟ-การละคร
28. ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
29. ชมรมมหาวิทยาลัย-ชาวบ้าน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
30. กลุ่มสิตเอก ม.รังสิต
Comments
ถามชาวบ้าน
ถามชาวบ้าน ถามคนแถวนั้นดีกว่าครับ ที่นำ้ท่วมพวกนี้ทำอะไรกันอยู่
ปลาทู wrote:ถามชาวบ้าน
[quote=ปลาทู]ถามชาวบ้าน ถามคนแถวนั้นดีกว่าครับ ที่นำ้ท่วมพวกนี้ทำอะไรกันอยู่[/quote]
ตอนน้ำ ท่วมพวกผมไปเป็นอาสาสมัคร ช่วยพี่น้องแรงงานอยู่ที่อยุธยา ครับ จำได้ว่า ตอนนั้น เลขา สนนท.ก็มาช่วยทำงานข้อมูล
ผมเป็นชาวบ้านทั่วไปนะครับ
ผมเป็นชาวบ้านทั่วไปนะครับ อยากให้ทางสนนท.เสนอแนวทางแก้ปัญนำ้ท่วม ฝนแล้งให้ชาวบ้านด้วยซิครับ หากท่านว่าการสร้างเขื่อนเป็นสิ่งไม่ดี แต่ก็ควรมีแนวทางแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านด้วย และที่ท่านออกมาช่วยชาวบ้านเรื่องนำ้ท่วมนั้นผมขอสรรเสริญครับ แต่เท่าที่รู้น้ำไม่ได้ท่วมที่อยุธยาที่เดียวนะครับมีท่วมที่อื่นด้วย การแก้ปัญหาด้วยการเข้ามาช่วยน้ำท่วมของ สนนท.น่าจะไม่ครอบคลุมถึงผู้เดือดร้อนจากการประสบน้ำท่วมที่อื่นนะครับ(เป็นความเห็นนะครับไม่ใช่ตำหนิ) แต่หากท่านค้่านแบบไม่เสนอแนวทางแก้ไขมาคนที่รับกรรมก็คือชาวบ้านทั่วไปในท้องที่เกิดเหตุนะครับ
ผมขอเพิ่มเติมนะครับที่ท่านไปช
ผมขอเพิ่มเติมนะครับที่ท่านไปช่วยชาวบ้านแก้นำ้ท่วมนั้นท่านรู้สึกว่าอย่างไรบ้างละ และท่านคิดว่าชาวบ้านเขาลำบากไหมละ และชาวบ้านที่เดือดร้อนนั้นก็ยังมีที่จังหวัดอื่นอีกนะครับไม่ใช่อยุธยาที่เดียว คือหาก สนนท.ค้านการสร้างเขื่อนก็อยากจะให้ สนนท.เสนอแนวทางแก้ไขปัญาน้ำท่วมหรือน้ำแล้งอย่างยั่งยืนมาด้วยซิครับ อย่าตีขลุมแบบแถลงการณ์นี้ ผมว่าหมดยุคแล้วนะครับที่ท่านจะค้านอย่างเดียวโดยไม่เสนอแนวทางแก้ไขและที่ท่านแจ้งว่า เลขา สนนท.มาช่วยทำข้อมูลนั้นท่านคิดว่าจะแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไรดีละ หากว่าท่านมีแนวทางอื่นแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างชัดเจนและสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมและฝนแล้งให้กับชาวบ้านได้ ผมก็อนุโทนาในกุศลผลบุญที่ท่านคิดวิธีการแก้ปัญหาขึ้นมาได้และยินดีกับชาวบ้านที่จะได้รับอานิสงดังกล่าวด้วยครับ
ผมขอเพิ่มเติมนะครับที่ท่านไปช
ผมขอเพิ่มเติมนะครับที่ท่านไปช่วยชาวบ้านแก้นำ้ท่วมนั้นท่านรู้สึกว่าอย่างไรบ้างละ และท่านคิดว่าชาวบ้านเขาลำบากไหมละ และชาวบ้านที่เดือดร้อนนั้นก็ยังมีที่จังหวัดอื่นอีกนะครับไม่ใช่อยุธยาที่เดียว คือหาก สนนท.ค้านการสร้างเขื่อนก็อยากจะให้ สนนท.เสนอแนวทางแก้ไขปัญาน้ำท่วมหรือน้ำแล้งอย่างยั่งยืนมาด้วยซิครับ อย่าตีขลุมแบบแถลงการณ์นี้ ผมว่าหมดยุคแล้วนะครับที่ท่านจะค้านอย่างเดียวโดยไม่เสนอแนวทางแก้ไขและที่ท่านแจ้งว่า เลขา สนนท.มาช่วยทำข้อมูลนั้นท่านคิดว่าจะแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไรดีละ หากว่าท่านมีแนวทางอื่นแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างชัดเจนและสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมและฝนแล้งให้กับชาวบ้านได้ ผมก็อนุโทนาในกุศลผลบุญที่ท่านคิดวิธีการแก้ปัญหาขึ้นมาได้และยินดีกับชาวบ้านที่จะได้รับอานิสงดังกล่าวด้วยครับ
แม่วงก์ ลาดยาวไมได้แค่น้ำท่วม
แม่วงก์ ลาดยาวไมได้แค่น้ำท่วม เมื่อถึงหน้าแล้งก็มีภัยแล้ง
พวกท่านที่ออกมาคัดค้านจะแก้ปัญหาพวกนี้อย่างไร ขอเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่คำพูดว่าสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก หรือขุดลอกคูคลอง เพราะเรื่องขุดลอกนั้นในพื้นที่ทำกันประจำแทบทุกปี แต่มันไม่มีน้ำหน้าแล้ง อ่างเก็บน้ำหลายแห่งในพื้นที่แห้งขอด การจะสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่มจะเอาพื้นที่จากไหน ชาวบ้านยอมไหม ปัญหาในพื้นที่ยิบย่อยมันมีเยอะแยะ คำพูดของพวกค้านแต่ไมได้ลงไปทำลงไปแก้ปัญหามันก็พูดได้สวยหรูยังไงก็ได้ แต่ทำจริงมันอีกเรื่อง
ผมเห็นมีกลุ่มนั้นกลุ่มนี้มากมาย มันมากเท่าคนในพื้นที่เขาหรือเปล่าหรือทุกกลุ่มรวมกันแค่หลักร้อยคนแต่คนในพื้นที่น่ะหลักแสนถึงหลายแสนคนที่เขาได้รับผลได้ผลเสียจากเขื่อนนี้
ไม่แค่แม่วงก์ ลาดยาว แต่มันรวมถึงอุทัยธานีบางส่วนที่ต้องการน้ำยามหน้าแล้งพวกท่านที่คัดค้านเคยเข้าไปดูเขากันไหม ลำบากกันเพียงไร
เมื่อค้านแล้วช่วยหาทางออกด้วย เอาแผนที่มากางดูแล้วระบุไปด้วยว่าตรงไหนจะทำอะไรอย่างไร หรือในพื้นที่มีปัญหาตรงไหนช่วยเสนอทางแก้หน่อยนะครับ
ผมคนจังหวัดนครสวรรค์นะครับ
ผมคนจังหวัดนครสวรรค์นะครับ เกิดที่เขตอำภอเมือง แต่ไปรับราชการแถวเขต 4 อำเภอตะวันตกของนครสวรรค์ (ลาดยาว ชุมตาบง แม่วงก์ แม่เปิน)นะครับ ไปมาเกือบทุกที่ ป่าอุทยานแห่งชาติแม่วงก็เข้าไปบ่อย เคยแม้กระทั่งเดินเท้าเข้าไป จึงขอแสดงความเห็นในทัศนะของผมโดยไม่เข้าข้างใครนะครับ ดังนี้
1. ถึงแม้ว่ามีการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ก็แก้ปัญหาน้ำท่วมลาดยาวได้น้อยมาก สรุปก็คือถึงสร้างเขื่อนน้ำท่วมลาดยาวอยู่ดี มีเหตุผลคือ
1.1 ลาดยาวเป็นพื้นที่ต่ำที่สุด ที่รองรับน้ำไหลบ่าจากทั้งสามอำเภอฝั่งตะวันตก ถ้าสร้างเขื่อนเอาเป็นว่าระยะห่างระหว่างปากเขื่อนกับอำเภอลาดยาว ประมาณ 50 กิโลเมตรเห็นจะได้ เอาแต่ไม่ต้องถึงปากเขื่อน แค่ตัดแนวเขาแม่กระทู้จากเขาชนกันถึงแม่เปิน ก็ไม่ต่ำกว่า 40 กม.แล้ว แล้วระยะพื้นที่ลาดเอียงจากตะวันตกถึงตะวันออกอีกประมาณ 20 กม. หมายความว่า ชาวอำเภอลาดยาวเมื่อมีปริมาณน้ำฝนมากต้องรับน้ำจากพื้นที่ลาดเอียงก่อนถึงปากเขื่อนแม่วงก์อย่างต่ำถึง 40*20 กม. หรือ 800 ตร.กม.นะครับ (ซึ่งขณะนี้มีอ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์รองรับน้ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น)
ในขณะที่การระบายน้ำฝนจากพื้นที่ของตนเองก็ยากพออยู่แล้วนะครับ ยังต้อรับน้ำจากทั้งสามอำเภออีก ซึ่งอยู่ก่อนถึงปากเขื่อนแม่วงก์ทั้งนั้น
1.2 การระบายน้ำออกทางหนองนมวัวระบายได้ยากมาก เพราะ คลองระบายน้ำแคบ และมีการกันที่นาไม่ให้น้ำผ่าน และการสร้างที่อยู่อาศัยขวางทางน้ำ (น้ำบ่าทุ่งไม่ได้ ส่วนหนึ่งเพราะทำแต่ข้าวเตี้ย) ผมเคยเห็นปรากฏการณ์น้ำท่วมถนน แต่ ในนามีข้าวเขียว จึงทำให้ตำบลต่างๆใน อำเภอลาดยาวกลายเป็นที่กักเก็นน้ำครับ
1.3 ผมเคยได้ยินคนวัยกลางคนลาดยาวบอกว่า สมัยโคตรพ่อโคตรแม่ยังไม่ท่วมลาดยาวถึงขนาดนี้ เหตุผลเพราะพื้นที่ลาดเอียงทั้งสามอำเภอที่ผมกล่าวใน 1.1 ยังมีป่าไม้มาก ทำให้ดูดซับน้ำไว้ได้ ซึ่งปัจจุป่าไม้เตียนราบหมดแล้ว เพราะอิทธิ ส.ส. ตระกูลดังไปกินป่าหมดและสร้างให้เป็นบ้านป่าเมือนนักเลงไว้เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ที่คนแถบเรียกกันว่า ป่าแตก ประกอบกับสมัยนี้เป็นผลจากภาวะโลกร้อนทำให้ปริมาณน้ำฝนมาก
2.เหตุส่วนสำดัญในการสร้างเขื่อนแม่วงก์ คือมูลค่าของไม้ราคาแพง ผมเคยเดินเข้าไปในเขตต้นน้ำและที่ป่าทึบ พบไม้หายากและต้องการของตลาดมาก ซึ่งเป้นที่หอมหวานของนักการเมืองที่ต้องการที่ผลักดันเป็นอันมาก เช่น เต็ง รัง ตะเคียน มะค่า ซิงชัน พิรังกาสา ฯลฯ โดยเฉพาะสักทอง มีจำนวนมาก ลองไปเซิสดูราคาไม้พวกนี้ดูนะครับ ไม้ประเภท 3 - 5 คนโอบมีอยู่เกลื่อนตา ไม้บางต้นใช้ต้นเดียวสร้างบ้านได้ทั้งหลัง ไม้บางประเภท แค่ต้นเท่ากกขาราคาก็ไม่ตำกว่าสามหมื่นแล้วนะครับ ลองคิดดูมันแน่นเอี้ยด สูงเห็นปลายยอดแหงนคอแทบหักนะครับ เฉพาะมูลไม้ผมคิดว่าน่าจะมากกว่างบประมาณที่อนุมัติสร้างเขื่อนหมื่นสามพันกว่าล้านอีกนะ นักการเมืองที่ผลักดันเห็นเป้นสิ่งหอมหวานมาหลายยุคหลายสมัยแล้วนะ
ลองคิดเล่นๆ ถ้าไม่เกี่ยวกับมูลค่าป่าไม้ในเขตที่จะสร้างเขื่อน กล้าทำข้อตกลงไม้ล่ะว่าป่าไม้ทั้งหมดจะไม่ให้ใครสัมปทานจะเรื่อยทำเขียงเล่นๆอ่ะ ผมเชื่อว่าจะไม่เร่งรัดโครงการสร้างเขื่อนแบบนี้
ที่ผมพูดมานี่เป้นความเห็นส่วนตัวผมนะครับ ผมคนนครสวรรค์ อาจจะไม่ได้เกิดในเขต 4 อำเภอตะวันตก แต่ก็เปนข้าราชการในเขตนั่น รักประชาชนในเขตนั้น ยืนยันไม่ได้เข้าข้างใครนะ
ควรต้องตั้งโจทย์ใหม่...จาก จะ
ควรต้องตั้งโจทย์ใหม่...จาก
จะเอาเขื่อนแม่วงก์ มูลค่า 13,000 ล้านบาท หรือไม่?
เป็น
ถ้ามีเงิน 13,000 ล้านบาท จะใช้บริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำสะแกกรังอย่างไร?
คุณจะเห็นความแตกต่างของวิธีคิด!
ข้าพเจ้าเคยเห็นมาแล้วที่เมือง
ข้าพเจ้าเคยเห็นมาแล้วที่เมืองกาญจนบุรี เมืองกาญจน์มีเขื่อนมากมายครับ แต่เห็นผืนป่าที่สูญเสียไปแล้ว น่าใจหาย ได้ไม่ตุ้มเสียหรอกครับ สรุปง่ายๆอย่างนี้ก็แล้วกันนะ
ต่อไปผมว่า มติคณะรัฐมนตรีนั้นมิชอบด้วยกฎหมายแล้ว ต้องผ่านมติของประชาชนด้วยทุกครั้งไป มติคณะรัฐมนตรีเต็มไปด้วยผลประโยชน์ หน้าไหว้หลังหลอก คณะรัฐมนตรีพวกนี้ต้องลากคอพาไปหลักประหาร ฟันคอขาดแล้ว ให้อีแร้งเอาไปแดกเสียให้เข็ด
พวกอยู่ไกลพื้นที่
พวกอยู่ไกลพื้นที่ พวกอาชีพอื่น พวกปัญญาชน ชนชั้นสูงชอบปากว่าตาขยิบ ชนชั้นล่างจะตายกันอยู่แล้ว