รณรงค์ปล่อยตัว "สมยศ พฤกษาเกษมสุข" สร้างเสริมเสรีภาพของผู้ใช้แรงงาน
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2555 สภาแรงงานแห่งรัฐวิคตอเรีย (Victorian Trades Hall Council) ประเทศออสเตรเลีย ที่ประกอบด้วยสมาชิกสหภาพแรงงานกว่า 400,000 คน [1] ได้ออกจดหมายเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐไทยปล่อยตัวสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักกิจกรรมด้านแรงงาน ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ส่งถึงสถานทูตไทยประจำประเทศออสเตรเลีย
ทั้งนี้ ก่อนหน้าทางโครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทยได้ประชุมพูดคุยกับคุณลุค ฮิลาคารี เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์และฝ่ายอุตสาหกรรมของสภาแรงงานฯ ดังกล่าว พร้อมกับนักกิจกรรมด้านแรงงานจากเครือข่ายแรงงานเอเชียออสเตรเลีย (Australia Asia Worker Links) และองค์กรสังคมนิยมทางเลือก (Socialist Alternative) ร่วมประชุมผลักดันการรณรงค์ครั้งนี้ด้วย
เนื้อหาของจดหมายรณรงค์ปล่อยตัวสมยศ พฤกษาเกษมสุข ลงชื่อโดยนายไบรอัน บอยด์ เลขาธิการสภาแรงงานแห่งรัฐวิคเตอเรีย แปลเป็นภาษาไทยโดยละเอียดดังนี้ [2]
……..
ถึง เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศออสเตรเลีย
นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา
111 Empire Circuit
Yarralumla ACT 2600
ถึง สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเมลเบิร์น
กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ดร.ศรีมน เอ วอลเลซ
Suite 301, 566 St Kilda Road
Melbourne VIC 3004
ข้าพเจ้าในนามของสภาแรงงานแห่งรัฐวิคตอเรีย ขอแสดงความสมานฉันท์ไปยังคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักกิจกรรมด้านแรงงานที่กำลังถูกคุมขังโดยไม่ได้รับการประกันตัว ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554 ด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
เรารู้สึกเป็นกังวลอย่างยิ่งต่อการจองจำคุมขังเขา ซึ่งถูกปฏิเสธไม่ให้ได้รับการประกันหลายครั้ง
คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะที่ทำงานจัดตั้งสหภาพแรงงานส่งเสริมประชาธิปไตยในประเทศไทย ในปี 2550 เขาเป็นบรรณาธิการนิตยสารวอยส์ออฟตากสิน ซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ทางการเมืองที่คัดค้านการทำรัฐประหารของทหารเมื่อปี 2549 เขายังเป็นประธานเครือข่ายองค์กรแรงงานเพื่อประชาธิปไตยและเป็นหัวหน้ากลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ที่ก่อตั้งขึ้นหลังจากการทำรัฐประหาร 2549
เราตกใจมากเมื่อมีการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมแดชานุภาพเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ปิดปากนักกิจกรรมทางสังคมและผู้ที่คัดค้านเห็นต่างจากเผด็จการรัฐประหาร 2549 เป็นต้นมา เราเชื่อว่าการใช้กฎหมายไปในทางที่ผิดอย่างต่อเนื่องนี้จะก่อให้เกิดภัยอันตรายต่อการสร้างประชาธิปไตยในประเทศไทยใหม่ กฎหมายดังกล่าวจึงต้องถูกนำมาทบทวน ตรวจสอบ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล
ดังนั้น เราจึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐไทย
1. ยกเลิกข้อกล่าวหาทุกข้อที่กระทำต่อคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุขโดยทันที และปล่อยตัวเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข
2. ยกเลิกข้อกล่าวหาทุกข้อที่กระทำต่อนักกิจกรรมทางการเมือง นักหนังสือพิมพ์ และทุกคนที่เป็นเหยื่อของกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และ
3. รื้อฟื้นเสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็นในประเทศไทยเพื่อสร้างคุณประโยชน์ และยกระดับประชาธิปไตยในประเทศต่อไป
นอกจากนี้ทางโครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทยยังได้พบปะพูดคุยกับคุณหลุยส์ คอนเนอร์ เลขาธิการสาขารัฐวิคตอเรีย เครือข่ายการสื่อสาร บันเทิงและศิลปะ (Media, Entertainment and Arts Alliance) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดตั้งของสหภาพแรงงานเสื้อผ้าสิ่งทอและรองเท้า สาขารัฐวิคเตอเรีย (Textile Clothing and Footware Union of Australia (Victorian Branch) เพื่อรณรงค์ออกจดหมายเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐไทยปล่อยตัวสมยศ พฤกษาเกษมสุขเช่นเดียวกัน ในช่วงระหว่างที่จะมีการไต่สวนสืบพยานฝ่ายโจทก์วันที่ 18-26 เมษายน 2555 และฝ่ายจำเลย วันที่ 2-4 พฤษภาคม 2555 ที่ศาลอาญา รัชดา ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองว่า กระบวนการยุติธรรมแบบไทยจะพิจารณาคดีออกมาเช่นคดีของผู้ต้องหาคนอื่นๆ และมีโทษหนักถึง 20 ปีหรือไม่
จะเห็นว่าสหภาพแรงงานในประเทศออสเตรเลียไม่ได้เงียบเฉยต่อการละเมิดสิทธิเสรีภาพในประเทศไทยที่เป็นไปอย่างกว้างขวาง และรู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่งที่เสรีภาพของนักกิจกรรมแรงงานถูกคุกคาม ทั้งนี้เสรีภาพในการแสดงออก แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างมีคุณต่อการปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องแรงงานทั่วโลก และเป็นหลักประกันไม่ให้เผด็จการรัฐประหารมาทำลายสถาบันประชาธิปไตยอีกครั้ง
……………….
[1] โครงสร้างของสภาแรงงานแห่งรัฐวิคตอเรีย ประกอบด้วยสมาชิกเครือข่ายสหภาพแรงงาน 60 องค์กร ซึ่งมีสมาชิกสหภาพอยู่ราว 400,000 คน และสภาแรงงานระดับจังหวัด 8 จังหวัด. แหล่งที่มา: เว็บไซด์ของสภาแรงงานแห่งรัฐวิคเตอเรีย http://www.vthc.org.au/inside-trades-hall/what-we-do/our-structure/index.cfm
[2] ฉบับภาษาอังกฤษในเว็บไซด์ของเครือข่ายแรงงานเอเชียออสเตรเลีย Australia Asia Worker Links http://aawl.org.au/files//pdf/vthc_free_somyot_12_04_10.pdf หรือตามไฟล์ภาพข้างล่างนี้

Comments
ดร.ไซมอน เอ วอลเลซนะคะ
ดร.ไซมอน เอ วอลเลซนะคะ พิมพ์ผิด
ขอความเป็นธรรมให้นายสมยศ
ขอความเป็นธรรมให้นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เพื่อปกป้องสถาบัน
ดร.โสภณ พรโชคชัย
วันนี้ผมขอเขียนประเด็นร้อนฉ่าสักหน่อยเกี่ยวกับนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ที่ถูกข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมไม่ได้หาเหาใส่หัว แต่ผมเขียนบันทึกนี้ก็เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ การปฏิบัติที่ไม่ดีต่อผู้ต้องหาซึ่งยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ อาจทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันได้
ในการสืบพยาน “เหมือนเป็นการกลั่นแกล้งกัน เพราะพยานแต่ละปากนั้นพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่กลับมีการเรียกสืบพยานที่ภูมิลำเนาของพยาน ซึ่งที่ผ่านมา ตนเอง (ทนาย) ก็แถลงคัดค้านการสืบพยานในลักษณะนี้ทุกครั้ง เนื่องจากทราบว่าพยานทุกปากอยู่ที่กรุงเทพฯ ทั้งยังยินดีออกค่าใช้จ่ายให้กับพยานปากต่อไป ให้สามารถเดินทางมาเบิกความที่ศาลในกรุงเทพฯ ได้ ทั้งนี้เพราะการเดินทางแต่ละครั้งเป็นไปด้วยความยากลำบาก สมยศซึ่งมีปัญหาสุขภาพจะต้องนั่งที่หลังรถกระบะ มีโซ่ตรวน และเจอกับสภาพอากาศร้อน อย่างที่เดินทางมาสงขลา ใช้เวลาถึง 12 ชั่วโมง” {1} และเมื่อนายสมยศเดินทางไปถึง พยานก็กลับไม่ไปศาล
ข้อนี้สังคมอาจมองได้ว่านี่คือการใช้อคติทรมานนายสมยศ ทั้งนี้นายสมยศต้องเดินทางด้วยการนั่งหลังรถกระบะในเวลากลางวันร้อน ๆ พร้อมโซ่ตวนอย่างนี้ไปทั้งที่สระแก้ว เพชรบูรณ์ นครสวรรค์และสงขลามาแล้ว ยังไม่รู้จะต้องเดินทางแบบนี้ไปไหนอีก
การไม่ให้ประกันตัวนายสมยศตามคำร้องขอถึง 6-7 ครั้งแล้ว ทั้งที่ “ญาติหอบโฉนดที่ดิน 28 ไร่ ตีราคา 1.6 ล้าน ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว” {2} เช่นนี้ แม้เป็นอำนาจของผู้พิพากษา แต่ก็ควรพิจารณาว่า ผู้ต้องหารายนี้ยินดีให้จับกุมแต่แรก โดยไม่ได้หลบหนี ทำทัวร์เดินทางเข้าออกกัมพูชาประจำ และหากรู้ตัวล่วงหน้า ก็ยังพร้อมเข้ามอบตัว {3} นายสมยศถูกจับเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2554 จนถึงวันนี้ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำเกือบปีแล้ว และยังไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปถึงเมื่อใดจึงจะมีคำพิพากษา กระบวนการยุติธรรมไทยน่าจะมีความรวดเร็วกว่านี้ ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความไม่ยุติธรรม {4}
การที่กระบวนการยุติธรรมหรือบุคคลที่ทำงานในกระบวนการยุติธรรมตัดสินในใจไปล่วงหน้าแล้วว่าผู้ต้องหาผิด หรือเห็นว่าเขาอยู่ข้างทักษิณ (ในฐานะ บก. Voice of Taksin) จึงทรมานเขาเช่นนี้ มีแต่จะสร้างความขมุกขมัว หวาดกลัว และเกลียดชัง แตกแยกขึ้นในสังคม และทำให้ภาพพจน์สถาบันเสียหายโดยผู้ที่เข้าใจว่าตนเองกำลังปกป้องสถาบันเอง
โปรดพิจารณาด้วยครับ
ที่มา:
{1} เลื่อนสืบพยานคดี “สมยศ” ไป 18 เม.ย. หลังเดินทางถึงสงขลา http://www.prachatai3.info/journal/2012/02/39242
{2} “สมยศ” วืดประกันนอนคุกต่อ ศาลไม่อนุญาตปล่อยตัว! http://www.manager.co.th/crime/viewnews.aspx?NewsID=9550000014173&TabID=2&
{3} ข่าว “จับ ‘สมยศ พฤกษาเกษมสุข’ คดีล้มเจ้า” http://www.komchadluek.net/detail/20110430/96236/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2.html
{4} เป็นภาษิตกฎหมาย justice delayed is justice denied: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1
In free countries you are
In free countries you are innocent until proven guilty,in Thailand it is the opposite. This is very scary,are we living in Soviet -Russia during Stalin's time?
ติดตามเรื่องนี้มาตลอด
ติดตามเรื่องนี้มาตลอด อ่านข้อความซ้ำกัน แต่ก็ทำให้เห็นความอยุติธรรม อคติ ของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรม เป็นผู้ที่น่าจะดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม มีพรหมวิหารธรรม -ไม่กลั่นแกล้งผู้ต้องหา....เห็นได้ชัดว่าผู้พิพากษาแกล้งผู้ต้องหา ไปสืบพยานทีู่ภูมิลำเนาในต่างจังหวัดทั้งที่พยานอยู่ในกรุงเทพ.....เป็นวิธีการทรมานผู้ต้องหาโดยการฟ้องร้องมั่วไปทั่วประเทศ..ผู้พิพากษาน่าจะใช้ดุลพินิจวิจารณญาณ วินิจฉัยตัดสินใจให้ประกันหรือสืบพยาน ณ ที่ ๆ ซึ่งพยานอยู่ก็ได้.
น่าจะมีการพิจารณากระบวนการยุติธรรม น่าจะมีการพิจารณาลงโทษแบบที่พระสงฆ์ทำคือการคว่ำบาตร ไม่ร่วมสังฆกรรม ไม่ยินยอมรับการกระทำของผู้พิพากษา ศาล ที่ไม่มีจิตใจการณยธรรม ไม่มีความเมตตาหลงเหลืออยู่ในจิตใจ อ้างแต่ว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่มีความยืดหยุ่น ยืนกระต่ายขาเดียวว่า กลัวผู้ต้องหาหลบหนี เป็นคดีสำคัญ ..
.ยิ่งผู้พิพากษาหลับหูหลับตา เล่่นงานผู้ทีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด หมิ่นสถาบันเบื้องสูง มีการพูดจาโน้มน้าวจูงใจ ข่มขู่ ซ้อม ให้ยอมรับสารภาพ-หนักจะได้เป็นเบา ถ้ารับสารภาพว่ากระทำผิด (แม้จะไม่ได้ทำผิด) ก็ได้รับความเมตตาจากศาล ได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ ติดคุกไม่นาน เดี๋ยวก็ได้รับอภัยโทษ.......
การกระทำอย่างนี้ของศาล ยิ่งจะทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติของสถาบัน จะสร้างความเจ็บช้ำยน้ำใจติดตัวไปกับผู้ต้อิงหา ก่อขยายมวลชน ที่รู้สึกชิงชังรังเกียจต่อสถาบัน-ลองคิดดูง่าย ๆ กษัตริย์มิได้เป็นผู้บริหารประเทศ (เพราะนายกฯและครม.ตะหากที่เป็นผู้บริหารร) กษัตริย์เป็นประมุขผู้สูงส่ง เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ...ประชาชนย่อมเทใจเคารพนับถือเองโดยไม่ต้องมีใครมาสั่งบังคับ
สมควรประณามการกระทำของผู้บังคับใช้กฎหมายตั้งแต่ ตำรวจ อัยการ และ ผู้พิพากษา ...สมควรลงโทษผู้บังคับใช้กฎหมายที่มีอคติ ไม่ตั้งอยู่ในความยุติธรรม เที่ยงธรรม ไม่มีความเสมอภาค ไม่ใช้หลักนิติธรรม หลักเมตตาธรรม หลักคุณธรรม หลักความชอบธรรม ในการตัดสินคดีความ น่าสงสารคนไทย ที่ไม่มีสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง แม้จะมีการเผยแพร่โฆษณาประชาสัมพันธ์ว่า ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ความจริงปกครองอยู่ในระบอบเผด็จการที่ฉาบหน้าด้วยประชาธิปไตย สร้างความทุกข์ยากให้ประชาชนที่มีความคิดเห็๋นต่าง ห้ามตำหนิวิจารณ์สถาบันกษัตริย์/สถาบันศาล เป็นการทำลายสถาบันกษัตริย์/สถาบันศาล มากกว่าจะสร้างความเลื่อมใสศรัทธาต่อสถาบันกษัตริย์/สถาบันศาลให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนไทย.
ถ้าไม่มีการสังคายนากระบวนการยุติธรรม การกระทำของตำรวจ อัยการ ศาล ..อิกไม่ช้าไม่นาน อาจเกิดการเปลี่ยนแปลง ดังที่เกิดมาแ้ล้วในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เพราะความบีบคั้นจิตใจ เพราะความรู้สึกไม่เป็นธรรม ทั้งที่สถานการณ์ของบ้านเมือง/ของโลกเปลี่ยนไป แต่่วิธีการปฏิบัติต่อพสกนิกรยก่อน 2475 และหลัง2475 ยังไม่แตกต่างกัน และหนักขึ้นทุกวัน ผู้คนเบื่อหน่าย เพราะมีคนบางคน บางพรรค ใช้สถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องในการกำจัดศัตรูทางการเมือง มีการแกล้งกล่าวหาเรื่องหมิ่นสถาบันซ้ำซาก โดยใครก็ได้ ส่วนมากจะมาจากพวกแมลงสาบ พวกเหลืองทรราชย์ พวกที่หากินอยู่กับการทำรัฐประหาร
ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน.... เจ๊กลิ้ม เหลือง-พธม. คมชัดลึก แมลงสาบ ที่หมิ่นสถาบัน กะพวกแดง -นปช. พรรคไทยรักไทย/พลังประชาชน/เพื่อไทย ทักษิณ จักรภพ สมยศ สุรชัย ดา ตอร์ปิโด อากง โจ การ์ดอน
อยากเห็นการรณรงค์เรียกร้องความเป็นธรรมในการดำเนินคดีความการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ดังเช่นสภาแรงงานรัฐวิตอเรีย ออสเตรเลีย..อยากให้ยุบกสม.ที่มีนางอมราเป็นประธานเสีย ไม่มีประโยชน์ต่อประชาชน/สังคมไทย
อยากเห็นการแก้ไขกฎหมาย ป.อ.มาตรา 112 หรือยกเลิกไปเลย..
ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนจึงใช้ความจงรักภักดีมากดขี่ ข่มเหง กดหัวคนไทยด้วยกัน ใครหมิ่นสถาบันฯ มันเป็นคนชั่วช้าสาระเลว ?? มันต้องได้รับโทษทัณฑ์ยิ่งกว่าการฆ่าคน ปล้นทรัพย์. ขนาดการทำรัฐประหารซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายร้ายแรงโทษถึงประหาร/จำคุกตลอดชีวิต แต่พวกทำรัฐประหารทำได้ไม่ผิด ไม่ต้องติดคุกเพราะออกกฎหมายอภัยโทษให้ตัวเองได้ -ทั้งที่เป็นการหมิ่นสถาบันกษัตริย์ชัดเจน
ความเป็นธรรมของสังคมอยู่ที่ตรงไหน.
ติดตามเรื่องนี้มาตลอด
ติดตามเรื่องนี้มาตลอด อ่านข้อความซ้ำกัน แต่ก็ทำให้เห็นความอยุติธรรม อคติ ของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรม เป็นผู้ที่น่าจะดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม มีพรหมวิหารธรรม -ไม่กลั่นแกล้งผู้ต้องหา....เห็นได้ชัดว่าผู้พิพากษาแกล้งผู้ต้องหา ไปสืบพยานทีู่ภูมิลำเนาในต่างจังหวัดทั้งที่พยานอยู่ในกรุงเทพ.....เป็นวิธีการทรมานผู้ต้องหาโดยการฟ้องร้องมั่วไปทั่วประเทศ..ผู้พิพากษาน่าจะใช้ดุลพินิจวิจารณญาณ วินิจฉัยตัดสินใจให้ประกันหรือสืบพยาน ณ ที่ ๆ ซึ่งพยานอยู่ก็ได้.
น่าจะมีการพิจารณากระบวนการยุติธรรม น่าจะมีการพิจารณาลงโทษแบบที่พระสงฆ์ทำคือการคว่ำบาตร ไม่ร่วมสังฆกรรม ไม่ยินยอมรับการกระทำของผู้พิพากษา ศาล ที่ไม่มีจิตใจการณยธรรม ไม่มีความเมตตาหลงเหลืออยู่ในจิตใจ อ้างแต่ว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่มีความยืดหยุ่น ยืนกระต่ายขาเดียวว่า กลัวผู้ต้องหาหลบหนี เป็นคดีสำคัญ ..
.ยิ่งผู้พิพากษาหลับหูหลับตา เล่่นงานผู้ทีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด หมิ่นสถาบันเบื้องสูง มีการพูดจาโน้มน้าวจูงใจ ข่มขู่ ซ้อม ให้ยอมรับสารภาพ-หนักจะได้เป็นเบา ถ้ารับสารภาพว่ากระทำผิด (แม้จะไม่ได้ทำผิด) ก็ได้รับความเมตตาจากศาล ได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ ติดคุกไม่นาน เดี๋ยวก็ได้รับอภัยโทษ.......
การกระทำอย่างนี้ของศาล ยิ่งจะทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติของสถาบัน จะสร้างความเจ็บช้ำยน้ำใจติดตัวไปกับผู้ต้อิงหา ก่อขยายมวลชน ที่รู้สึกชิงชังรังเกียจต่อสถาบัน-ลองคิดดูง่าย ๆ กษัตริย์มิได้เป็นผู้บริหารประเทศ (เพราะนายกฯและครม.ตะหากที่เป็นผู้บริหารร) กษัตริย์เป็นประมุขผู้สูงส่ง เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ...ประชาชนย่อมเทใจเคารพนับถือเองโดยไม่ต้องมีใครมาสั่งบังคับ
สมควรประณามการกระทำของผู้บังคับใช้กฎหมายตั้งแต่ ตำรวจ อัยการ และ ผู้พิพากษา ...สมควรลงโทษผู้บังคับใช้กฎหมายที่มีอคติ ไม่ตั้งอยู่ในความยุติธรรม เที่ยงธรรม ไม่มีความเสมอภาค ไม่ใช้หลักนิติธรรม หลักเมตตาธรรม หลักคุณธรรม หลักความชอบธรรม ในการตัดสินคดีความ น่าสงสารคนไทย ที่ไม่มีสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง แม้จะมีการเผยแพร่โฆษณาประชาสัมพันธ์ว่า ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ความจริงปกครองอยู่ในระบอบเผด็จการที่ฉาบหน้าด้วยประชาธิปไตย สร้างความทุกข์ยากให้ประชาชนที่มีความคิดเห็๋นต่าง ห้ามตำหนิวิจารณ์สถาบันกษัตริย์/สถาบันศาล เป็นการทำลายสถาบันกษัตริย์/สถาบันศาล มากกว่าจะสร้างความเลื่อมใสศรัทธาต่อสถาบันกษัตริย์/สถาบันศาลให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนไทย.
ถ้าไม่มีการสังคายนากระบวนการยุติธรรม การกระทำของตำรวจ อัยการ ศาล ..อิกไม่ช้าไม่นาน อาจเกิดการเปลี่ยนแปลง ดังที่เกิดมาแ้ล้วในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เพราะความบีบคั้นจิตใจ เพราะความรู้สึกไม่เป็นธรรม ทั้งที่สถานการณ์ของบ้านเมือง/ของโลกเปลี่ยนไป แต่่วิธีการปฏิบัติต่อพสกนิกรยก่อน 2475 และหลัง2475 ยังไม่แตกต่างกัน และหนักขึ้นทุกวัน ผู้คนเบื่อหน่าย เพราะมีคนบางคน บางพรรค ใช้สถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องในการกำจัดศัตรูทางการเมือง มีการแกล้งกล่าวหาเรื่องหมิ่นสถาบันซ้ำซาก โดยใครก็ได้ ส่วนมากจะมาจากพวกแมลงสาบ พวกเหลืองทรราชย์ พวกที่หากินอยู่กับการทำรัฐประหาร
ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน.... เจ๊กลิ้ม เหลือง-พธม. คมชัดลึก แมลงสาบ ที่หมิ่นสถาบัน กะพวกแดง -นปช. พรรคไทยรักไทย/พลังประชาชน/เพื่อไทย ทักษิณ จักรภพ สมยศ สุรชัย ดา ตอร์ปิโด อากง โจ การ์ดอน
อยากเห็นการรณรงค์เรียกร้องความเป็นธรรมในการดำเนินคดีความการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ดังเช่นสภาแรงงานรัฐวิตอเรีย ออสเตรเลีย..อยากให้ยุบกสม.ที่มีนางอมราเป็นประธานเสีย ไม่มีประโยชน์ต่อประชาชน/สังคมไทย
อยากเห็นการแก้ไขกฎหมาย ป.อ.มาตรา 112 หรือยกเลิกไปเลย..
ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนจึงใช้ความจงรักภักดีมากดขี่ ข่มเหง กดหัวคนไทยด้วยกัน ใครหมิ่นสถาบันฯ มันเป็นคนชั่วช้าสาระเลว ?? มันต้องได้รับโทษทัณฑ์ยิ่งกว่าการฆ่าคน ปล้นทรัพย์. ขนาดการทำรัฐประหารซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายร้ายแรงโทษถึงประหาร/จำคุกตลอดชีวิต แต่พวกทำรัฐประหารทำได้ไม่ผิด ไม่ต้องติดคุกเพราะออกกฎหมายอภัยโทษให้ตัวเองได้ -ทั้งที่เป็นการหมิ่นสถาบันกษัตริย์ชัดเจน
ความเป็นธรรมของสังคมอยู่ที่ตรงไหน.