สลักธรรม โตจิราการ: ข้อเท็จจริงจากการชันสูตรศพผู้เสียชีวิต 10 เมษา 53

ชื่อบทความเดิม: สลักธรรม โตจิราการ: ข้อเท็จจริงบางประการที่พบเห็นจากการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553

 

13 เมษายน 2555

แม้ว่าการสลายการชุมนุมของประชาชนที่บริเวณสี่แยกคอกวัวจะผ่านมา 2 ปี แม้ว่าทุกฝ่ายจะเห็นพ้องต้องกันว่าการค้นหาความจริงว่าใครเป็นผู้ใช้ความรุนแรงเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งในการทำให้ประเทศไทยพัฒนาสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงได้ก็ตาม ยังมีความไม่ชัดเจนว่าผู้เสียชีวิตนั้นถูกผู้ใดสังหาร ฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ก็กล่าวหาว่า “ชายชุดดำ” ซึ่งถือปืนอาก้าทำการสังหาร ในขณะที่ฝั่งประชาชนผู้ร่วมชุมนุมจำนวนมากลงความเห็นว่าทหารเป็นผู้สังหารประชาชน

2 ปีที่แล้วหลังเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน ได้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมชันสูตรพลิกศพที่เสียชีวิตเนื่องจากเหตุการณ์ปะทะกันในวันที่ 10 เมษายน 2553 โดยมีคณาจารย์ด้านนิติเวชวิทยาจากหลายสถาบัน เช่น โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และโรงเรียนแพทย์อื่นๆเป็นกรรมการร่วมกันชันสูตรพลิกศพเพื่อให้การชันสูตรพลิกศพเป็นไปด้วยความโปร่งใส นอกจากนั้น คณะกรรมการดังกล่าวได้เชิญตัวแทนจาก นปช. ไปร่วมชันสูตรศพที่เสียชีวิตซึ่งมี อ.เชิดชัย ตันติสิรินทร์ และ อ.ชลน่าน ศรีแก้ว ไปร่วมชันสูตร ส่วนผมก็เข้าไปเป็นผู้ช่วยทั้ง 2 ท่านด้วย โดยศพของประชาชนนั้น คณะกรรมการชันสูตรพลิกศพทำการชันสูตรที่โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนศพของทหารนั้นคณะกรรมการชันสูตรพลิกศพทำการชันสูตรที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ผมจึงได้เห็นผู้เสียชีวิตทุกคนในเหตุการณ์ 10 เมษายน ทั้งฝั่งประชาชนและฝั่งทหาร โดยศพของประชาชนนั้นได้รับการชันสูตรพลิกศพโดยคณะกรรมการร่วมชันสูตรฯที่โรงพยาบาลตำรวจทุกราย ส่วนศพของทหารที่เสียชีวิตก็ได้รับการชันสูตรโดยคณะกรรมการร่วมชันสูตรพลิกศพชุดเดียวกันนี้

ยกเว้น พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ที่คณะกรรมการร่วมชันสูตรพลิกศพไม่ได้เป็นผู้ชันสูตรศพ เพราะศพถูกนำไปฌาปนกิจเสียก่อน หลายคนจึงตั้งข้อสงสัยว่าทำไมจึงต้องรีบฌาปนกิจศพของ พ.อ.ร่มเกล้า โดยไม่นำศพเข้าร่วมการชันสูตรโดยคณะกรรมการร่วมชันสูตรพลิกศพจากหลายสถาบันเพื่อความโปร่งใสในขั้นตอนการชันสูตรพลิกศพเช่นเดียวกับศพอื่น ?

อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ผมได้เข้าร่วมกระบวนการชันสูตรด้วย จึงขอนำเอาสิ่งที่ได้พบเห็นมาเล่าให้ประชาชนได้รับฟังเพื่อจะเป็นประโยชน์ในการค้นหาความจริงมากขึ้น

จากการตรวจศพของประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมกับ นปช. ในวันที่ 10 เมษายน คณะกรรมการชันสูตรฯ ลงความเห็นว่าผู้เสียชีวิตในฝั่งของประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมกับ นปช. นั้น มี 1 คนที่หัวใจวายตาย และอีก 1 คนที่เสียชีวิตเนื่องจากถูกยิงด้วยกระสุนความเร็วต่ำ ส่วนคนที่เหลือทั้งหมดเสียชีวิตจากการถูกยิงด้วยกระสุนความเร็วสูง เนื่องจากมีการแตกสลายของอวัยวะภายในอย่างรุนแรง และมีอาจารย์แพทย์ด้านนิติเวชจากโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งให้ความเห็นเป็นการส่วนตัวว่าแผลจากกระสุนปืนความเร็วสูงนั้นน่าจะเป็นแผลจากกระสุนปืน M16 มากกว่าอาก้า แต่ว่าเนื่องจากไม่พบหัวกระสุน แพทย์นิติเวชจึงไม่สามารถระบุชนิดของหัวกระสุนไปในรายงานตรวจศพได้ทันที ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานนิติวิทยาศาสตร์และพนักงานสอบสวนในการนำข้อมูลจากการสอบสวนไปพิจารณาลงความเห็นเพิ่มเติมว่าเกิดจากกระสุนชนิดใด แต่ถ้าลองดูภาพที่ผมหามาเปรียบเทียบแผลภายในร่างกายที่เกิดจากกระสุนชนิดต่างๆ (ขอบคุณ www.firearmstactical.com) ดังที่ปรากฏข้างล่าง แผลของกระสุน 5.56x45 mm มาตรฐาน NATO อย่างที่ใช้ใน M16 HK33 และTavor ที่ทหารใช้ตอนปราบปรามประชาชน (รูปที่ 1 กรอบบน) จะเห็นว่าแผลภายในจะเกิดการทำลายเป็นช่องกว้างขึ้นมามากเหมือนกับที่พบในศพของประชาชน ในขณะที่แผลจากกระสุน 7.62x39 mm มาตรฐานรัสเซียอย่างที่ใช้ในอาก้า (รูปที่ 1 กรอบล่าง) ที่อ้างว่าชายชุดดำใช้ จะไม่เกิดการทำลายอวัยวะภายในเป็นช่องกว้าง แต่จะทะลุร่างกายออกไปได้มากกว่า M16

ฉะนั้นในความเห็นผมสรุปได้ว่าแผลที่เกิดขึ้นในร่างกายของผู้เสียชีวิตฝั่งประชาชนในวันที่ 10 เมษายน ส่วนใหญ่น่าจะเกิดจากกระสุน 5.56x45 mm มาตรฐาน NATO ซึ่งทหารใช้มากกว่ากระสุน 7.62x39 mm มาตรฐานรัสเซียที่มีคนอ้างว่าชายชุดดำใช้ ถ้าเชื่อตามรูปว่าชายชุดดำมีปืนอาก้าตามรูปที่เอามาลงกันจริงๆ ก็แปลว่าชายชุดดำไม่มีส่วนในการฆ่าประชาชนเลย เพราะชายชุดดำไม่ได้ถือ M16 HK33 หรือ Tavor ในขณะที่ทหารที่เข้าปฏิบัติการสังหารประชาชนในวันที่ 10 เมษายนมีหลักฐานชัดเจนว่ามีปืน M16 Tavor และปืนซุ่มยิง

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือร่างผู้เสียชีวิตเกินครึ่งหนึ่งแผลกระสุนเข้าอยู่ที่ศีรษะ ปกติศีรษะคนมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดร่างกายมนุษย์ทั้งหมด ถ้าไม่เล็งยิงโอกาสโดนน้อยมาก แปลว่าคนยิงมีเจตนายิงให้เสียชีวิตอย่างแน่นอน

นอกจากนั้นยังมีศพที่ถูกยิงเข้าที่อกด้วยกระสุน 5.56x45 มิลลิเมตรมาตรฐาน NATO แต่วิถีกระสุนพุ่งดิ่งจากบนลงล่างด้วยมุมชันมาก ซึ่งสันนิษฐานว่าเกิดจากการโดนกระสุนที่ยิงขึ้นฟ้าแล้วตกลงมา

 


รูปที่ 1 รูปเปรียบเทียบระหว่างแผลที่เกิดจากกระสุน 5.56x45 mm มาตรฐาน NATO อย่างที่ใช้ใน M16 และ Tavor ที่ทหารใช้ในการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน (ในกรอบบน) เมื่อเปรียบเทียบกับ ผลจากกระสุน 7.62x39 mm มาตรฐานรัสเซียอย่างที่ใช้ในอาก้า (AK47) อเซกาเซ (SKS) (ในกรอบล่าง)

 

สำหรับกรณีทหารที่เสียชีวิตนั้นผมได้ร่วมการตรวจศพนายทหารชั้นประทวนที่อยู่กับ พ.อ.ร่มเกล้า ตอนเสียชีวิต แต่ไม่ได้ร่วมการตรวจศพ พ.อ.ร่มเกล้า ซึ่งไม่ได้รับการชันสูตรจากคณะกรรมการร่วมชันสูตรพลิกศพเหมือนศพอื่นๆ ในช่วงวันที่ 10 เม.ย. ศพทหารที่เสียชีวิตนั้นนั้นตายจากสะเก็ดระเบิดที่เป็นโลหะรูปร่างบิดเบี้ยวเป็นแผ่นที่แตกออกมาด้วยความเร็วสูงพุ่งทะลุเข้าไปในสมอง ถ้าถามความเห็นผม ทหารที่เสียชีวิตนั้นน่าจะเสียชีวิตจากระเบิดมือมากกว่า M79 เพราะว่า กระสุนระเบิดขนาด 40 mm ที่ใช้กับ M79 หรือ M203 ส่วนมากเป็นกระสุนที่มีอำนาจการทำลายจากตัวแรงระเบิดเอง (High Explosive) มากกว่า ยกเว้นจะใช้หัวกระสุนชนิดคล้ายปืนลูกซองซึ่งจะให้ลูกปรายออกมาเป็นลูกกลม ในขณะที่ระเบิดมือชนิดทำลายบุคคลจะใช้การแตกสะเก็ด (Fragmentation) เพื่อให้สะเก็ดระเบิดพุ่งตามแรงระเบิดไปทำลายบุคคล จากการชันสูตรพบว่าทหารที่เสียชีวิตนั้นไม่ได้เสียชีวิตจากตัวแรงระเบิดเอง แต่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิด สะเก็ดระเบิดที่พบในศีรษะทหารที่เสียชีวิตมีลักษณะเป็นแผ่นแบบที่แตกออกมาจากผิวของระเบิดมือชนิดแตกสะเก็ด ไม่ใช่หัวลูกปรายในกระสุน M79 แบบพิเศษ (นอกจากนั้น คุณภาพของกระสุนระเบิดสำหรับ M79 ที่ใช้ในราชการกองทัพไทยมีประวัติปัญหาการใช้งาน เคยมีบุคคลากรทางทหารเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ลูกน้องในทีมของเขายิง M79 ไปตกกลางวงเด็กที่เล่นกันอยู่ ปรากฏว่าไม่มีเด็กบาดเจ็บเลย มีแต่ร้องไห้กันเพราะเสียงระเบิด)


หากเราคะเนว่าทหารที่เสียชีวิตเพราะว่าโดนระเบิดมือแบบแตกสะเก็ด แปลว่าผู้ลงมือต้องอยู่ใกล้กับพื้นที่มาก เพราะว่าระยะขว้างของระเบิดมือนั้นโดยปกติจะไม่เกิน 50-100 เมตร ยกตัวอย่างเช่นระเบิดขว้างแบบแตกสะเก็ดชนิด M67 ของสหรัฐอเมริกามีระยะขว้างปกติ 40 เมตร เพราะฉะนั้นผู้ที่ทำการสังหารต้องอยู่ใกล้แนวหลังหรือกองบัญชาการของ พ.อ.ร่มเกล้า และทีมงาน ตามปกติแล้วการรักษาความปลอดภัยในบริเวณแนวหลังหรือกองบัญชาการนั้นจะต้องเข้มงวดมาก โอกาสที่บุคคลภายนอกจะเล็ดรอดเข้าไปยังพื้นที่แนวหลังหรือกองบัญชาการในระยะไม่เกิน 40 เมตรในสถานการณ์สงครามและสามารถขว้างระเบิดมือแล้วหลบหนีออกจากพื้นที่โดยไม่ถูกตรวจจับหรือมีการปะทะถือว่าน้อยมาก ยกเว้นการรักษาความปลอดภัยย่อหย่อนอย่างร้ายแรง หรือเป็นการกระทำจาก “คนใน” ด้วยเหตุนี้ทฤษฎีที่ฝั่งกองทัพและรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในเวลานั้นออกมาเผยแพร่จึงกล่าวอ้างว่าทหารเหล่านี้เสียชีวิตจากกระสุนระเบิดที่ยิงโดย M79 เพื่ิอไม่ให้เกิดการเสียหน้า


สำหรับสิ่งที่ผมได้พบเห็นมาเหล่านี้ หวังว่าจะเป็นข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ความจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553 ปรากฏออกมาสู่สังคม คืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตทุกคนในเหตุการณ์นี้ และผู้ที่สั่งการให้ปราบปรามประชาชนโดยใช้อาวุธสงครามในยามค่ำคืนจนเกิดความสูญเสียจะต้องรับผิดชอบต่อคำสั่งของตนในที่สุด

 

Comments

วิเคราะห์ว่าน่าจะมีความแตกแยก

วิเคราะห์ว่าน่าจะมีความแตกแยก ในหมู่ทหารที่เข้าปฎิบัติการด้วยกัน อาจะมีทหารบางพวกไม่เห็นด้วยกับการสั่งการ แล้วเกิดการขัดแย้งกันอย่างรุนแรง จึงได้ใช้อาวุธเข้าหากัน ลองดูจากศพทหาร ที่บริเวณนั้น นอกจากรอยบาดแผลจากระเบิด แล้วมีบาดแผลกระสุนด้วยไหม หาก มี ก็สันนิษฐานว่า มีทหารขัดขืนต่อคำสั่งเลยถูกยิง จึงได้ขว้างระเบิดเจ้าใส่ โดยเฉพาะ ลักษณะนิสัย ของ ร่มเกล้า

The M406 40 mm HE (high

The M406 40 mm HE (high explosive) grenades fired from the M79 travel at a muzzle velocity of 75 meters per second. The M406 contained enough explosive to produce over 300 fragments that travel at 1,524 meters per second within a lethal radius of 5 meters. This round incorporated a spin-activation safety feature which prevents the grenade from arming while still within range of the shooter; it armed itself after traveling a distance of about 30 meters. Even though the round would not arm at point blank ranges, the round still had enough kinetic energy to kill or seriously injure its target.

แล้วพวกที่ยึดปืนทหารทั้งTavor และ M16 ไปถือไปโชว์กันบนเวทีนั้น พวกไหนหรือครับ...

1.ชายชุดดำไม่ใช่มีแค่อาก้า

1.ชายชุดดำไม่ใช่มีแค่อาก้า ก่อนหน้านี้ นปช.เองก็เอาอาวุธหลายประเภทไปโชว์บนเวที รวมถึง m16 ที่ยึดจากรัฐด้วย
2.กรณีวิถีกระสุนพุ่งจากบนลงล่าง ที่คาดกาลว่ากระสุนยิ่งขึ้นฟ้าแล้วตกลงมา ด้วยลักษณะเหตุการณ์ มันยากไปหรือปล่าว แต่มีกรณีที่คนแอบอยูตามตึก ข้าง ๆ ถนนยิงลงมาน่าจะเป็นไปได้มากกว่า ภาพเคลือนไหวก็มี
3.การยิง m79 ตกกลางวงเด็กแล้วเด็กไม่บาดเจ็บน่าจะมีเหตผลอื่นมากกว่าจะเป็นการยิงโดยปกติของ m79 เช่นยิงใกล้เกิน กรณี 10 เมษา มีทั้งระเบิดมือ และการยิง m79 มากกว่านัดเดียว ลงตรงทหารหมด จุดประสงค์คงไม่ได้ยิงขู่ ไม่แน่ใจว่าศพทหารทุกคนตายเพราะเศษโลหะหรือปล่าว แต่จะตัดประเด็นไม่ทำให้ทหารบาดเจ็บถึงตาย น่าจะไม่ถูก การยิง m79 จะต้องใช้ทักษะพอสมควร ถึงจะใช้ให้มีประสิทธิ์ภาพทำลายล้างสูงสุด แต่ถ้าได้ระยะยิง ก็มีอำนาจการทำลายอยู่ดี
4.กรณี พ.อ.ร่มเกล้า มีการชันสูตรพลิกศพแน่นอน รายชื่อคณะน่าจะหาไม่ยาก แล้วจะรู้สาเหตุเอง

'หมอสลักธรรม'

'หมอสลักธรรม' ดังระเบิด

ตอนที่พวกเสื้อแดง 'กรีดเลือด'

เทหน้าทำเนียบ เทหน้าบ้านท่านนายกอภิสิทธิ์

เหตุผลท่ีเร่งรีบเผาศพล่ะ

เหตุผลท่ีเร่งรีบเผาศพล่ะ ไม่รอผลการชันสูตรพลิกศพให้แน่นอนก่อนล่ะ

รวมถึงรายน้องโบว์อีกล่ะ ท่ีน่าสงสัยว่าจะเป็นเพราะระเบิดท่ีชายขี้ขลาดฝากไว้นั่นน่ะ

ผมไม่รู้จักสลักธรรมเป็นการส่ว

ผมไม่รู้จักสลักธรรมเป็นการส่วนตัว แต่ถ้าเป็นแพทย์แล้วและวางตัวเป็นคนก้าวหน้าด้วยน่าจะรู้จักว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือความเห็น ผมก็คิดว่าแฟร์ดีที่ขึ้นต้นไว้ด้วยว่า"ในความเห็นของผม" แต่ขอให้รับรู้ไว้ด้วยว่าเรามีความเชี่ยวชาญในด้านใดที่จะออกความเห็น ยิ่งเป็นแพทย์ด้วยแล้วไปออกความเห็นเรื่องอาุวุธนี่ไม่น่าเชื่อถือ แถมไปออกความเห็นลักษณะพฤติการณ์ของการเกิดยิ่งน่าขำ ถ้าแสดงตัวว่าเป็นมวลชนเสื้อแดงน่าจะดีกว่าเพราะเหมือนกับการแสดงความเห็นธรรมดาในวงสนทนา

sajja tatiyanupanwong

[quote=sajja tatiyanupanwong]ผมไม่รู้จักสลักธรรมเป็นการส่วนตัว แต่ถ้าเป็นแพทย์แล้วและวางตัวเป็นคนก้าวหน้าด้วยน่าจะรู้จักว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือความเห็น ผมก็คิดว่าแฟร์ดีที่ขึ้นต้นไว้ด้วยว่า"ในความเห็นของผม" แต่ขอให้รับรู้ไว้ด้วยว่าเรามีความเชี่ยวชาญในด้านใดที่จะออกความเห็น ยิ่งเป็นแพทย์ด้วยแล้วไปออกความเห็นเรื่องอาุวุธนี่ไม่น่าเชื่อถือ แถมไปออกความเห็นลักษณะพฤติการณ์ของการเกิดยิ่งน่าขำ ถ้าแสดงตัวว่าเป็นมวลชนเสื้อแดงน่าจะดีกว่าเพราะเหมือนกับการแสดงความเห็นธรรมดาในวงสนทนา[/quote]

นั่นซิครับ...

sajja tatiyanupanwong

[quote=sajja tatiyanupanwong]ผมไม่รู้จักสลักธรรมเป็นการส่วนตัว แต่ถ้าเป็นแพทย์แล้วและวางตัวเป็นคนก้าวหน้าด้วยน่าจะรู้จักว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือความเห็น ผมก็คิดว่าแฟร์ดีที่ขึ้นต้นไว้ด้วยว่า"ในความเห็นของผม" แต่ขอให้รับรู้ไว้ด้วยว่าเรามีความเชี่ยวชาญในด้านใดที่จะออกความเห็น ยิ่งเป็นแพทย์ด้วยแล้วไปออกความเห็นเรื่องอาุวุธนี่ไม่น่าเชื่อถือ แถมไปออกความเห็นลักษณะพฤติการณ์ของการเกิดยิ่งน่าขำ ถ้าแสดงตัวว่าเป็นมวลชนเสื้อแดงน่าจะดีกว่าเพราะเหมือนกับการแสดงความเห็นธรรมดาในวงสนทนา[/quote]
ผมว่าหมอแกชัดเจนนะ มีส่วนและพิสูจน์ผลวิเ้คราะห์ แต่หมอตุลย์ผมยังงงอยู่ เพราะท่านออกมาทุกเรื่องเลยนี่ก็ส่วนตัวครับ

ขอบคุณข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริ

ขอบคุณข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงว่ามีคนถูกยิงตายส่วนใหญ่ถูกยิงบริเวณศีรษะ แสดงว่าผู้ยิงต้องได้รับการฝึกฝน จึงสามารถกำหนดจุดที่จะยิงได้อย่างแม่นยำ

ปรกติการชันสูตรศพนั้น

ปรกติการชันสูตรศพนั้น หมอเป็นผู้ชันสูตร ก็น่าจะเชื่อหมอ
หมอตัวไหนไม่ได้ทำหน้าที่ชันสูตรก็ไม่รู้จะไปเชื่ออะไรมัน

พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม

พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม เป็นคริสต์ แล้วจะณาปนกิจได้หรือครับ? (ดูเรื่องในเนชั่นสุดสัปดาห์หลายเล่มก่อนก็ได้ครับ ป้ายหน้าหลุมศพเขียนว่า ร่มเกล้า คริสโตเฟอร์ ธุวธรรม)

ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่าภายหลังจะมีพิธีฝังศพ พ.อ.ร่มเกล้า ในหลุมศพคริสต์ ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม

ถ้าข้อมูลตรงนี้ของคุณสลักธรรม "ไม่ถูก" แล้วข้อมูลตรงอื่นๆ ในบทความ จะ "ไม่ผิด" หรือเปล่า? ขอตั้งข้อสังเกตเอาไว้ครับ

มีข้อสังเกค

มีข้อสังเกค เรื่องกระสุนแรงสูง และ ลูกระเบิด เอ็ม ๗๙
ปกติแล้ว การยิง ในแนวราบ ลูกกระสุน จะทะลุ ไปเรื่อย ๆ จนกว่า ความเร็วจะหมดลง
ข้อสันนิฐานว่า ยิงมาจากทางด้านบน นับว่ามีเหตุ มีผล แต่ระยะที่ น่าจะแม่นยำ คงไม่เกิน ๔๐๐ ถึง ๕๐๐ เมตร แค่ดูจากสภาพแวดล้อมแล้ว จะเป็น ฝ่าย ของผู้ชุมนุม ที่ตวบคุม ที่สูงไว้ได้ทั้งหมด แล้วใครจะกล้าขึ้นไป ถ้าไม่ใช่พวกเดัยวกัน....
เอ็ม ๗๙ ที่เล่าให้ฟัง คงจาเป็นลูกซ้อมยิง ที่จะมีแต่เสียง ลูกจริง ขนาด ยิงไปตั้งนานแล้วเด็กเก็บมาแกะเล่น ยังตายและบาดเจ็บไปหลายคน

คุณสลักธรรมอาจจะจำพลาดเรื่องศ

คุณสลักธรรมอาจจะจำพลาดเรื่องศพคุณร่มเกล้าว่าถูกเผา แต่ที่จริงเป็นการฝังตามประเพณีคริสต์ศาสนา ที่น่าสนใจคือฝังเร็วคือตาย 10 เมษายนทำพิธีทางศาสนา 13 วันแล้วฝังที่นครปฐม 23 เมษายน มี ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ เป็นประธาน ที่น่าสนใจคืองานนั้น มาร์คไม่มาอ้างว่าติดประชุมราชการที่ ราบ 11 !!! และ มีจำลอง ศรีเมือง โผล่มาแจมด้วย

ถ้าข้องใจกันก็ขอหมายศาลขุดศพมาชันสูตรก็ได้นะครับ หรือ จะเริ่มคือไปดูรายงานการชันสูตรครั้งแรกก็ได้

ยังไงก็ตาม คุณสลักธรรม ก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเราดีมาก

แสดงว่าชายชุดดำที่มีจำนวนไม่ถ

แสดงว่าชายชุดดำที่มีจำนวนไม่ถึงสิบคนมีศักยภาพประสิทธิภาพเหนือกว่าทหารของพวกทรราชที่ยกขบวนกันมาพร้อมอาวุธครบมือเป็นพัน เพราะพวกทหารทรราชไม่สามารถฆ่าชายชุดดำได้สักคนเดียว แต่สามารถถ่ายภาพชายชุดดำในอริยาบทต่างๆได้หลายภาพ หากเป็นเช่นนั้นทหารที่ตายไปควรคิดอย่างไรที่ไม่สามารถรับมือกับชายชุดดำที่มีไม่ถึงสิบคน จับไม่ได้แม้แต่คนเดียว ฆ่าไม่ได้แม้แต่คนเดียว พวกที่ตายก็เป็นชาย/หญิง ชุดแดงทั้งสิ้น ไม่มีชายชุดดำแม้นคนเดียว ใครที่บังเอิญผ่านมาได้อ่านข้อความนี้ ขอให้ใช้สมองและจิตใจคิดดูว่า รัฐบาลที่มาจากราบ11 ดีแต่พูด ดีแต่ใส่ร้ายประชาชน ผิดทั้งขึ้นทั้งร่องอย่างนี้ ยังไม่เคยเอ่ยปากขอโทษประชาชนสักคำ มีแต่วาจาตลบแตลงปลิ้นปล้อน แก้ตัวไปวันๆ

บางกอก wrote:The M406 40 mm

[quote=บางกอก]The M406 40 mm HE (high explosive) grenades fired from the M79 travel at a muzzle velocity of 75 meters per second. The M406 contained enough explosive to produce over 300 fragments that travel at 1,524 meters per second within a lethal radius of 5 meters. This round incorporated a spin-activation safety feature which prevents the grenade from arming while still within range of the shooter; it armed itself after traveling a distance of about 30 meters. Even though the round would not arm at point blank ranges, the round still had enough kinetic energy to kill or seriously injure its target.

แล้วพวกที่ยึดปืนทหารทั้งTavor และ M16 ไปถือไปโชว์กันบนเวทีนั้น พวกไหนหรือครับ...[/quote]

โชว์เสร็จเขาก็เอาไปคืนหมดแล้วครับคุณบางกอก

แสดงหลักฐานขนาดนี้

แสดงหลักฐานขนาดนี้ บอกพวกคุณซิครับ ว่า อย่านิรโทษกรรม เดินเข้าหาความจริงพร้อมกัน เพื่อจะได้จับฆาตกรเข้าคุก ไม่ใช่ให้ฆาตกรมาดิ้นรนต่อต้านการนิรโทษกรรมอย่างนี้

sajja tatiyanupanwong

[quote=sajja tatiyanupanwong]ผมไม่รู้จักสลักธรรมเป็นการส่วนตัว แต่ถ้าเป็นแพทย์แล้วและวางตัวเป็นคนก้าวหน้าด้วยน่าจะรู้จักว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือความเห็น ผมก็คิดว่าแฟร์ดีที่ขึ้นต้นไว้ด้วยว่า"ในความเห็นของผม" แต่ขอให้รับรู้ไว้ด้วยว่าเรามีความเชี่ยวชาญในด้านใดที่จะออกความเห็น ยิ่งเป็นแพทย์ด้วยแล้วไปออกความเห็นเรื่องอาุวุธนี่ไม่น่าเชื่อถือ แถมไปออกความเห็นลักษณะพฤติการณ์ของการเกิดยิ่งน่าขำ ถ้าแสดงตัวว่าเป็นมวลชนเสื้อแดงน่าจะดีกว่าเพราะเหมือนกับการแสดงความเห็นธรรมดาในวงสนทนา[/quote]

คุณหมอสลักธรรมได้ใหัความเห็นตามหลักของ Forensic medicine ที่แพทย์ทุกคนต้องผ่านการอบรมมาระหว่างตอนเป็นนักศึกษาแพทย์หรือแพทย์ฝึกหัด,แพทย์ประจำบ้าน (Internship or residency or as a medical student) นอกจากหมอเถื่อนเท่านั้นที่อาจจะไม่รู้เรื่องนี้ เรื่องนี้ไม่ขำเลยครับ คุณหมอยังแสดงหลักฐานเรื่องล้กษณะบาดแผลจากกระสุนต่างๆ ซึ่งดูถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ การที่คุณ sajja กล่าวหาหมอสลักธรรม จึงไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวทั้งแดงหรือเหลืองเลยครับ

โดยจรรยาบรรณแพทย์

โดยจรรยาบรรณแพทย์ บอกได้เพียงแค่ว่า เสียชีวิตจากอะไร และอวัยวะส่วนไหนเสียหาย หรือ อาวุธอะไรทำให้ตาย เวลาสอน โรงเรียนแพทย์ก็สอนตามนี้ จะมาบอกว่า คนยิงน่าจะเป็นใคร หรือยิงมาจากไหน ผมว่าหลายความเห็นพูดถูกแล้วครับ ไปพูดในศาลเขาจะฟังไหม วิเคราะห์อย่างนี้ เหมาะกับพูดให้คนเสื้อแดงฟังแค่นั้น ตามแนวถนัดของพวกแกนนำ ถ้าพวกหมอด้วยกันเขามาอ่านมันจะอายย้อนหลังนะครับ