ความเห็น "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" หลัง "คิดเล่นเห็นต่าง" ประกาศพัก 1 เดือน
หมายเหตุ: วันนี้ (9 เม.ย.) สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์สถานะลงในเฟซบุคตั้งค่าการเข้าถึงสาธารณะ หลังจากที่ลักขณา ปันวิชัย หรือ "คำ ผกา" ประกาศก่อนเข้ารายการ “คิดเล่น เห็นต่าง” ทางวอยซ์ทีวี ซึ่งคำ ผกา เป็นผู้ดำเนินรายการว่าจะหยุดออกอากาศรายการเป็นเวลา 1 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 14 เมษายน นี้ และจะกลับมาออกอากาศอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2555 โดยให้เหตุผลว่า สาเหตุที่ต้องหยุดออกอากาศชั่วคราวเนื่องจากต้องการแสดงความรับผิดชอบ และขอขมาต่อพระรัตนตรัยรวมทั้งขอกราบขอโทษต่อมหาเถรสมาคม และองค์กรพุทธทั่วประเทศ ที่รายการได้กล่าวล่วงเกินซึ่งออกอากาศในวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม ในประเด็นที่ว่าด้วยเรื่องการสวดมนต์ข้ามปี (ข่าวที่เกี่ยวข้อง)
โดยความเห็นของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล มีรายละเอียดดังนี้
000
นี่ผม "ช็อค" มากเลยนะ
ผมไม่ทราบว่า คุณแขก Kiku Nohana มีเหตุผลอะไรเรื่อง "ขอขมา" และ "พักรายการ 1 เดือน" นะครับ และขอย้ำว่า ทีเขียนต่อไปนี้ ไม่ได้เป็นการพูดถึงหรือวิจารณ์คุณแขก โดยตรง
แต่ทีคุณแขก พูดไปเมื่อวันที่ 10 มีนาคม มันเป็น "สาธารณะ" ไปแล้ว (เหมือนงานเขียน หรือการพูดในทีสาธารณะของใครก็ตาม) และก็มีปฏิกิริยา จากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะกรณี พระมหาโชว์ ("นมเหียว" "หัวนมดำ") เป็นประเด็นสาธารณะไปแล้วเช่นกัน
บอกตรงๆว่า รู้สึกไม่ดีมากๆเลย กับการที่เรื่องมาลงเอยแบบนี้
คุณแขก พูดไปตอนแรก เมื่อวันที่ 10 มีนา จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ยังไงก็ตาม ก็ควรถือเป็นเรืองถกเถียง
ต่อให้ คนที่ไม่เห็นด้วย ก็เถียงกัน ดีเบตกัน แม้แต่ "ดีเบต" แย่ๆ แบบพระมหาโชว์ ตอนแรก ก็ยังดี
ที่ไม่ดี คือ เริ่มไป "ดึง" อำนาจรัฐ เข้ามาเกียวข้อง ด้วยการยื่นหนังสือต่อ กมธ.สภา นันแหละ
และทีตอนนี้ ผมเห็นว่า ไม่ดีมากๆ ก็คือการลงเอยแบบนี้แหละ
.............
ผมไม่ได้ตั้งใจจะโยงอะไร แต่ถ้าใครติดตามที่วันก่อนผมไป "ดีเบต" กับ คุณ ศาสดา ประเด็นมันอันเดียวกันนันแหละ
ประเทศนี้ "พื้นที่อ่อนไหว" (sensitive areas) หรือ "พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์" (sacred areas) มันมากเกินไป
และสังคมไทยควรต้องเรียนรู้ที่จะ
(ก) ลดทอน "ความศักดิ์สิทธิ์" ทังหลายลง ให้กลายเป็นเรื่องความเห็น ความรู้สึกส่วนตัว ในแง่ "คำสอน" อะไรเฉยๆ ไมใช่อะไรที่มัน "ศักดิ์สิทธิ์" (ไหนๆ พุทธ เองก็ชอบอ้างไมใช่หรือ เรื่อง เป็นวิทยาศาสตร์ ไมใช่เรืองศักดิ์สิทธิ์)
และ (ข) ต่อให้ บางคนจะยังรู้สึกว่า มีบางอย่าง "ศักดิ์สิทธิ์" ก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับคนอื่นที่ เห็นว่า สิ่งนัน ไม่เพียงไม่ศักดิ์สิทธิ์ ยัง "ดาษๆ" (profane) หรือ ตรงข้ามกับความ "ศักดิ์สิทธิ์" นั้น ด้วย
ความจริง ผมนึกจะเขียนเรือ่งนี้ อยู่พอดี เมื่อเช้า ทีเห็น "ปางแม็คโดนัลด์" น่ะ นึกไม่ถึงว่า จะมาเจอกรณีนี้ให้เขียน โดยโยงกับประเด็นนี้
000
ก่อนอื่น ขอให้ผมย้ำว่า ผมถือว่า ที่ "ดีเบต" กับคุณ ศาสดา มัน "จบ" แล้ว (ไม่ได้แปลว่า ไม่ยินดีจะดีเบตอีกในประเด็นเดียวกันนะ) และผมไม่เคยมองว่า มันเป็นเรือ่ง "แพ้-ชนะ" อะไร และจริงๆ ก็ไม่แฮปปี้เท่าไร ทีหลายคน ล้อเล่น เป็นเรือ่งทำนองนั้น (แต่ก็เข้าใจว่า เป็นความเคยชินทีจะเฮฮาแบบนัน)
ทีผมยกเรือ่งนี้ขึ้นมาอีกก็เพราะจะย้ำว่า
ทำไม วันก่อน ผมจึง "เอาเป็นเอาตาย" "เอาจริงเอาจัง" กับประเด็นนั้นมาก
เพราะผมมองในเรื่อง "นัยยะ" ทีมันกว้างออกไป ถึงปัญหา ซึงผมเห็นว่าสำคัญมากๆ และเป็นเรื่องร่วมสมัยมากๆ คือ
เราควร "จัดการ" อย่างไร กับปัญหาเรื่อง "ความศักดิ์สิทธิ์" ในสังคมสมัยใหม่ ไมว่าจะเป็นเรื่องทีเกียวกับ ศาสนา หรือ เกี่ยวกับ กษัตริย์
ผมมองว่า กรณีล่าสุดเรือ่งรายการของคุณแขก Kiku Nohana ก็เป็นเรื่องนี้
คือ เริ่มจาก มีบางคน (คุณแขก) แสดงความเห็นบางอย่างหรือแสดงออกบางอย่างออกไป
แล้วมีคนอีกส่วนหนึง (ต่อให้เป็น "ส่วนใหญ่" หรือ จำนวนมากกว่า ผมไม่คิดว่าเป็นประเด็น) ที ไม่พอใจ หาว่าเป็นการ "ละเมิดความศักดิ์สิทธิ์" บางอย่าง
ผมยืนยัน เหมือนกับทียืนยันในการ "ดีเบต" กับคุณศาสดา ว่า
ในสังคมสมัยใหม่ เราต้องเริ่มต้นจากหลักการทีว่า
แต่ละคนมีสิทธิทีจะคิด และแสดงความเห็นอย่างเสรี ไม่รุนแรง
และ ความเห็นแต่ละคน หรือบางคน อาจจะไปในทางตรงกันข้ามแบบสุดๆ เลย กับสิ่งทีคนอื่น หรือคนจำนวนมากเชื่อกันอยู่
ทางออกคือ ต้องส่งเสริมวัฒนธรรมทีรู้จัก "อดทน อดกลั้น" หรือทีเรียกว่า "ขันติธรรม" (tolerance) ต่อความเห็นทีไม่เหมือนกับเรา
และจะอ้าง เรื่อง "จำนวน" เรื่อง "เสียงส่วนใหญ่" อะไร มากดทับ มาบังคับ ไมให้ คนทีเป็น "ส่วนน้อย" กระทัง เป็นเพียงคนๆเดียวในสังคม ไม่ได้
เราต้องเริ่มต้น จากการยอมรับว่า ในสังคมสมัยใหม่ มีความหลากหลายทางความคิด มากๆ
สิ่งเดียวกัน ทีบางคน (แม้แต่ "คนส่วนใหญ่") เห็นว่า "ศักดิ์สิทธิ์" "แตะต้องไม่ได้" ก็มีบางคน (แม้แต่ แค่ คนเดียว) ทีจะเห็นตรงข้ามเลยก็ได้ คือ ไม่เพียง "ไม่ศักดิ์สิทธิ์" อาจจะเห็นว่า "ล้อเลียนได้" "ประณามได้" ด้วย
000
วันก่อนระหว่าง "ดีเบต" กับคุณ ศาสดา ผม "แตะ" หรือยกตัวอย่างสั้นๆ ถึงกรณี การ์ตูนที่ฝรังเดนมาร์ก คนหนึง เขียนล้อเลียนพระศาสดาของอิสลาม อันทีจริง มีอีกตัวอย่างทำนองเดียวกัน คือเรื่อง "ซัลมาน รุสดิ" ในนิยายเรื่อง The Satanic Verses
(หรือ ทีผมยกซ้ำแล้วซ้ำอีก ในเรื่องเกียวกับ สถาบันกษัตริย์ไทย เรื่อง "พ่อ" อะไรนี่แหละ)
ผมขอย้ำว่า ผมเองไม่เห็นด้วยกับการ์ตูน นสพ. เดนมาร์ก ที่วา และต้องการจะบอกว่า ฝรั่งจำนวนมาก รวมทั้งชาวเดนมาร์ก เอง ก็ไม่เห็นด้วย กรณี รุสดิ ก็เช่นกัน คนอังกฤษ หรือคนฝรังเอง จำนวนไม่น้อย ก็ไม่ชอบที รุสดิ เขียน
แต่ปัญหาคือ สังคมที่ "mature" หรือ มี "วุฒิภาวะ" ทางด้านวัฒนธรรม อย่างในกรณีเดนมาร์ก หรือ อังกฤษ เขาจุัดการเรือ่งนี้ คนละแบบกับสังคม ที่ไม่ยอมบรรลุ วุฒิภาวะ อย่างประเทศไทย หรือประเทศแถบนี้หลายประเทศ
นันคือ เขาถือว่า นี่เป็น "ความเห็น" ของเอกชน คนหนึง ที่มีสิทธิจะแสดงออกได้ และได้รับการคุ้มครอง การแสดงออกนั้น ตามหลักประชาธิปไตยของเขา
หลายคนชี้ให้เห็นด้วยว่างาน "ศิลปะ" หรือ "ศิลปิน" หรือ นักคิดนักเขียน ปัญญาชน นั้น มีลักษณะอย่างหนึงทีเลี่ยงไม่ได้เสมอ คือ offend ("ก่อให้เกิดความระคายเคืองใจ") ต่อคนอื่นๆ อยู่เป็นปรกติอยู่แล้ว เพราะนี่เป็น ธรรมชาติ ของงานศิลปะ หรือ ธรรมชาติ ของการแสดงออกของการคิด การตั้งคำถาม ซึงเป็นการสะท้อน ความอุดมสมบุรณ์ของวัฒนธรรมในสังคมทีเสรี
ถ้าการแสดงออกของ "เอกชน" คนใด อย่างกรณีนักวาดการ์ตูน หรือ กรณีรุสดิ ไป offend ความรู้สึกใครเข้า คนที่รู้สึกถูก offended ก็สามารถตอบโต้ ประณาม ได้
แต่ที่ไม่ควรทำมากๆคือ การไปสร้างการ "กดดัน" ให้เอกชนนั้น ต้อง ยุติ หรือต้อง "ถอน" หรือบังคับห้ามการแสดงออกนั้น
ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไมควร จะใช้การข่มขู่ หรือ กดดัน ด้วยกฎหมาย ด้วยอำนาจรัฐ เด็ดขาด (รุสดิ ถูก "หมายหัว" เป็นเวลาหลายปี ทางการอังกฤษ ซึงก็ไม่ได้แชร์ ทัศนะ ของรุสดิ ก็ยังให้ความคุ้มครองชีวิตให้)
มีแต่ต้องใช้ท่าที หรือ ทางออกแบบนี้ เท่านั้น จึงจะสอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคมสมัยใหม่ที่ (ก) มีความหลากหลายทางความคิด และ (ข) แต่ละคนมีสิทธิ์ เท่าเทียมกัน ทีจะคิดตามแบบของตัวเอง
000
เอ้า เชิญดู-ฟังกันเองอีกครั้ง หรือ โหลดเก็บไว้ เผื่อจะถูกลบหายไป
รายการ "คิดเล่นเห็นต่าง"
วันที่ 10 มีนาคม 2555
http://www.youtube.com/watch?v=V1D5WWKI6do
วันที่ 11 มีนาคม 2555
http://www.youtube.com/watch?v=rJQQBd36dBg
และอันนี้ มีคนตัดตอนเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง
http://www.youtube.com/watch?v=9JZJNZSvrVQ
000
บอกตรงๆว่าผม upset กับเรื่องนี้มากๆ
ความเห็นของคุณแขก Kiku Nohana ใน "คิดเล่นห็นต่าง" วันที่ 10 - 11 มีนาคม จะถูกผิดยังไง ก็เถียงกันได้
แต่ผมมองไม่ออกเลยว่า จะถือเป็นการ "ล่วงเกินพระพุทธศาสนา" ได้อย่างไร? อะไรคือ "ล่วงเกินพระพุทธศาสนา"?? การตีความนโบายและโครงการบางอย่างของรัฐและองค์การสงฆ์ แม้กระทั่งการปฏิบัติบางอย่างของชาวพุทธ ที่ต่างกับการตีความขององค์กรสงฆ์ หรือ "ชาวพุทธส่วนใหญ่"? ความเห็นในเรื่องแบบนี้ ใช้ "เสียงส่วนใหญ่" หรือจำนวนคน หรือองค์กรศาสนา มาตัดสิน กดดันบังคับ ความเห็นของเอกชน แม้แต่คนเดียวได้หรือ?
ยิ่งมองไม่ออกเลยว่า คุณแขก มีอะไรทีต้อง "ขอขมาต่อพระรัตนตรัย" หรือ องค์กรสงฆ์ต่างๆ
Comments
สมควรแล้วที่จะรับผิดชอบ
สมควรแล้วที่จะรับผิดชอบ เพราะคำวิจารณ์นั้นได้กระทบต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ จึงขอขอบคุณคุณแขก ที่ได้แสดงความรับผิดชอบ และไม่เข้าใจที่ อ.สมศักดิ์ จะมาช๊อคอะไรนักหนา.......
พุทธบริษัท
[quote=พุทธบริษัท]สมควรแล้วที่จะรับผิดชอบ เพราะคำวิจารณ์นั้นได้กระทบต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ จึงขอขอบคุณคุณแขก ที่ได้แสดงความรับผิดชอบ และไม่เข้าใจที่ อ.สมศักดิ์ จะมาช๊อคอะไรนักหนา.......[/quote]
อ่อนไหวไปเอง แบบ ไม่มีเหตุผล
สังคมไทย มักใช้มาตรการ ลดทอน
สังคมไทย มักใช้มาตรการ ลดทอน โลกจริง ให้มีขนาดเล็กลง
เช่น พ่อแม่ของแผ่นดิน พิธิกรรมต่างๆที่สวมครอบทั้งสังคมตลอดปี ทั้งจากวัง จากวัด และการส่งเสริม คนดีต่างๆ
มองเผินๆ ก็ดี เพราะ ทำให้เชื่อง
แต่ในอีกแง่หนึ่ง ก็คือ การปฏิเสธความหลากหลาย
หรือ การสร้างพื้นที่ ที่แตะต้องไม่ได้ พื้นที่สงวน (ความเหมือน)ซ้ำๆ
โถ..ไอ้ศักดิ์ นังนั่น
โถ..ไอ้ศักดิ์
นังนั่น มันสำนึกผิด ก็ดีแล้ว
เอ็ง อย่าไปยุ่งกับเขา...
ถ้าอยากอ่าน 'บทความ' พรรค์อย่างว่า
ที่ถูกกับ 'จริต' ของเอ็ง
ก็ให้ไปอ่านบทความของ 'ไอ้สุรพศ' เอาซิว๊ะ
***อิอิอิ ดุกันจัง
***อิอิอิ ดุกันจัง นานาจิตตัง ครับ***
เรื่อง
เรื่อง คุณคำผกาประกาศรับผิดชอบยุติจัดรายการ 1 เดือนนั้น หลายคนไม่เห็นด้วยที่จะอาจจะมีอำนาจเหนือฟ้าใด้มาบีบบังคับ แต่เชื่อได้ว่าตามปรกติ คุณคำ ผกาก็เป็นนักคิดนักเขียนทีมีแนวคิดอิสระเสรีตลอดมา
สมมุติว่า คุณ คำผกาถูกมหาเถรสมาคม หรือกระทรวงสึกษาสำนักพุทธศาสนามาขอร้องมาบังคับให้คุณ คำผกายุติการวิพากษ์วิจารณ์ศาสนาพุทธ อาจเป็นได้ที่ไปห้ามคนๆเดียว แต่มหาเถรสมาคม หรือองค์กรพุทธทั้งหลายเคยเปิดตาดูไหมว่าปัจจุบันนี้มีคนทำให้ศาสนาพุทธเสื่อมลงทุกวันๆ องค์กรพุทธทั้งหลายมีปัญญาไปห้ามไปปรามเขาไหม ท่านทราบไหมว่าประเทศไทยมีพลเมือง60-70 ล้านคน ที่ว่าคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ท่านทราบไหมว่ามีกี่เปอร์เซ็นต์กันที่รู้เรื่องศาสนาพุทธจริงๆ และบรรดาผู้ที่ถือว่ารู้เคยพยายามช่วยกันอธิบายให้ผู้ไม่รู้ หรือเยาชนคนไทยไหมว่า การนับถือศาสนาพุทธนั่้นนับถืออะไร ถ้าจะบอกว่าให้นับถือพระะธรรมคำสอนของพระศาสดา แต่ท่านรุ้ใช่ไหมว่ามีบรรดาเหลือบศาสนาหากินโดยแอบอ้างและทำให้คนหลงผิดนับถือผิดๆ เช่นนับถือเครื่องรางของขลัง เช่นนับถือองค์เทพเทวดา นับถือผี พวกท่านผู้รู้ทั้งหลายมีแต่จะอ้างเอาคำสอนมาท่องบ่นให้ฟัง แต่ท่านทำเป็นไม่รู้ที่มีพวกมารศ่าสนามาหากินหลอกลวงผู้นับถือศาสนาพุทธ เช่นกำหนดพิธีกรรมต่างๆโดยอ้างเพื่อพระศาสนาและทำให้มีผุ้หลงเชื่อบริจาคเสียเงินทองจำนวนมาก ท่านผู้รู้ไปอยู่ที่ไหนถึงไม่เห็น
ท่านกำลังทำผิดที่ไปห้ามปรามบคคลวิพากษ์วิจารณ์วงการศาสนาพุทธ ท่านได้แต่อ้งว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดจะแตะต้องไม่ได้ ก็เพราะหลับหูหลับตาปฏิบัติต่อๆกันมาอย่างนี้ว่า การวิพากษ์วิจารณ์ศาสนา หรือสมมุติสงฆ์เป็นบาป ก็ทำไมในเมื่อพวกมารศาสนามันหากินแอบอ้างศาสนาพุทธอยู่ทุกวันโดยเปิดเผย พวกท่านกลับเข้าใจผิดไปได้ว่าเขาทำเพื่อผดุงส่งเสริมพระศาสนา
สำหรัะบการที่วัดพระธรรมกายร่วมกับองค์กรพุทธบางแห่งจ้ดขบวนธุดงค์เข่้ามาในเมืองหลวงโดยอ้างเหตุผลต่างๆ การที่มีผู้คนตำหนิไม่เห็นด้วยโดยให้เหตุผลว่าไม่ใช่วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง ฯลฯ ผู้วิจารณ์ก็มีทั้งผู้นับถือพุทธศาสนาทั่วๆไป มีทั้งพวกสาวกสำนักสันติอโศก พวกสาวกพันธมิตร พวกสมุนพรรคปชป.ที่ถือโอกาสโจมตีเพราะเข้่าใจไปว่าวัดธรรมกายสนับสนุนทักษิณ และพวกเสื้อแดง อะไรก็ตามถ้าพวกเหล่านี้คิดว่าเป็นพวกสนับสนุนทักษิณ และพวกนปช.คนพวกนี้จะต้องไม่เห็นด้วย ยิ่งนับวันมันทำให้คนในชาติโดยเฉพาะพวกคนนับถือศาสนาพุทธพากันสับสน อะไรถูกอะไรผิดในการปฏิบัติ
ท่านผู้รู้ทั้งหลายทำไมไม่กระตือรือร้นสอนอนุชนให้รู้ว่า การนับถือศาสนาแบบไหนผิด แบบไหนถูก แค่นี้พวกท่านทำได้ไหม
พุทธ ปัจจุบัน
พุทธ ปัจจุบัน มันเพี้ยนไปแล้ว
เรามีแต่บอกว่า เป็นชาวพุทธ แต่ไม่เห็นจะรู้สึก จะทะนุบำรุงศาสนาในทางที่ถูก
พระใบ้หวย พระขายยา พระเป็นเกย์ตุ๊ด พระอวดอ้างอุตริ พระดูดวง พระมีเมีย พระมีผลประโยชน์ มีให้เห็นทุกวี่วัน ศาสนากลายเป็นธุรกิจไปแล้ว ไม่มองกันที่คำสอนแล้ว มองที่วัดถุ
เช่น วัดดังๆ มีคนไปกราบไหว้เยอะทำไมต้องมีวัดดังๆ วัดทุกวัดนั้นต่างกันตรงไหน ศาสดา องค์เดียวกัน คำสอนเดียวกัน ทำไมต้องแบ่งเกรด แบ่งระดับชั้น พระพุทธเจ้า ท่านสอนให้ละกิเลส รัก โลภ โกรธ หลง แต่ก็ยังมีให้เห็นทุกวัน ทุกที่ ที่ยังละกันไม่ได้ หลุดกันไม่พ้น ลองดูสิครับ ถ้าใครจัดงานแล้วเชิญเจ้าคณะจังหวัดมาทำพิธีให้แล้วพอเสร็จงาน ก็กราบขอบพระคุณท่านโดยไม่มีปัจจัยใดๆ อยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ไม่ต้องเอาอะไรมาก แค่ไปทำบุญ ทำสังฆทาน พอพระท่านสวดเสร็จ แล้วไม่ถวายปัจจัยใดๆ เลย จะเกิดอะไรขึ้น ทุกวันนี้เราเอาเงิน ทำบุญ แล้วคิดไปเองว่าให้เงินเยอะๆ สร้างเยอะๆ มันจะได้บุญ
ในพระไตรปิฏก ข้อไหนที่บัญญัติไว้ถึงตรรกะนี้บ้าง
ทำไมละครับ เราจะวิพากย์ ศาสนา เพื่อก่อให้เกิดสิ่งที่ดีงามขึ้นไม่ได้ ทำไมคุณคำผกาต้อง หนี ต้องหลบ ผมนั่งดูเทปแล้วมันก็มีเหตุผลนะครับ
ผมมีข้อคิดอย่างนึงนะครับ
เวลาท่านๆที่ชอบบอกว่าเป็นพุทธศาสนิกชน ท่านเจอพระภิกษุซักรูปหนึ่งเดินมา ท่านจะรู้ได้อย่างไร ว่า
พระรูปนั้นมีวัตรปฎิบัตร ที่ควรเคารพ เราดูจะอะไรครับ ดูที่ท่านสวดได้คล่องแคล่ว ดูที่ท่านนิ่งเฉย จนเราคิดเองว่าทำสำรวม ใครตอบได้ช่วยนะครับ ทุกวันนี้เรายังไม่สามารถจะแยกแยะออกได้เลย ว่าพระภิกษุที่ท่านเดินสวนกับเรา จริงแท้แล้วท่านเป็นพระที่ควรเคารพหรือไม่
บางคนติดยามาแล้วมาบวช บางคนหมดหนทางชีวิตแล้วมาบวช ส่วนใหญ่จะมีสักกี่คนที่เดินเข้าสู่ทางธรรมเพราะศรัทธา มีครับ แต่จะมีสักกี่คน ตราบใดที่ยังไม่มีวิธีกำหนดหรือพิสูจน์กัน ก็ยากที่จะรู้ได้
ผมไม่ได้มีเจตนาจะวิจารณ์ในทางที่เสียหายแต่อย่างใด เพียงแต่อยากเสนอแนวคิด ที่ผมสังเกตุได้จากประสบการณ์จริง ที่พบพา
เราอยากให้ศาสนาดำรงอยู่ ด้วยการห้ามวิพากย์ ห้ามติเตียน ห้ามแสดงความคิดเห็น ก็ไม่น่าจะเป็นทางออกที่ดีนะครับ
ดูจากคลิปที่ตัดต่อเอาเฉพาะตอน
ดูจากคลิปที่ตัดต่อเอาเฉพาะตอนที่เกี่ยวข้องกับมหาเถรสมาคมอย่างเดียว
ก็เห็นได้ไม่ยากว่าคุณคำ ผกาเธอใช้เหตุผลวิจารณ์อย่างเหมาะสมดีแล้ว
การที่เธอเว้นวรรครายการหนึ่งเดือน และขอโทษขอโพยมหาเถรฯ เลยไปถึงพระรัตนตรัย
ไม่คิดว่านั่นเป็นการยอมรับ หรือสำนึกผิด น่าจะเป็นการแสดงมารยาท (แบบไทยๆ)
หรือที่บางคน (อย่างผม) เรียกว่า "จริต" ตามสังคมมากกว่า
เดาเอาว่าคงจะประมาณเดียวกับที่เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เคยบอกนักข่าวว่า
ร่วมลงชื่อกับ ครก. ๑๑๒ เพราะเกรงใจผู้ใหญ่บางท่าน
คุณคำ ผกา จะให้สัมภาษณ์ภายหลังว่าออกมาขอขมาเพราะเกรงใจผู้ใหญ่บางท่านเหมือนกันก็ได้นะ
พุทธเจริญ wrote:พุทธ ปัจจุบัน
[quote=พุทธเจริญ]พุทธ ปัจจุบัน มันเพี้ยนไปแล้ว
เรามีแต่บอกว่า เป็นชาวพุทธ แต่ไม่เห็นจะรู้สึก จะทะนุบำรุงศาสนาในทางที่ถูก
พระใบ้หวย พระขายยา พระเป็นเกย์ตุ๊ด พระอวดอ้างอุตริ พระดูดวง พระมีเมีย พระมีผลประโยชน์ มีให้เห็นทุกวี่วัน ศาสนากลายเป็นธุรกิจไปแล้ว ไม่มองกันที่คำสอนแล้ว มองที่วัดถุ
เช่น วัดดังๆ มีคนไปกราบไหว้เยอะทำไมต้องมีวัดดังๆ วัดทุกวัดนั้นต่างกันตรงไหน ศาสดา องค์เดียวกัน คำสอนเดียวกัน ทำไมต้องแบ่งเกรด แบ่งระดับชั้น พระพุทธเจ้า ท่านสอนให้ละกิเลส รัก โลภ โกรธ หลง แต่ก็ยังมีให้เห็นทุกวัน ทุกที่ ที่ยังละกันไม่ได้ หลุดกันไม่พ้น ลองดูสิครับ ถ้าใครจัดงานแล้วเชิญเจ้าคณะจังหวัดมาทำพิธีให้แล้วพอเสร็จงาน ก็กราบขอบพระคุณท่านโดยไม่มีปัจจัยใดๆ อยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ไม่ต้องเอาอะไรมาก แค่ไปทำบุญ ทำสังฆทาน พอพระท่านสวดเสร็จ แล้วไม่ถวายปัจจัยใดๆ เลย จะเกิดอะไรขึ้น ทุกวันนี้เราเอาเงิน ทำบุญ แล้วคิดไปเองว่าให้เงินเยอะๆ สร้างเยอะๆ มันจะได้บุญ
ในพระไตรปิฏก ข้อไหนที่บัญญัติไว้ถึงตรรกะนี้บ้าง
ทำไมละครับ เราจะวิพากย์ ศาสนา เพื่อก่อให้เกิดสิ่งที่ดีงามขึ้นไม่ได้ ทำไมคุณคำผกาต้อง หนี ต้องหลบ ผมนั่งดูเทปแล้วมันก็มีเหตุผลนะครับ
ผมมีข้อคิดอย่างนึงนะครับ
เวลาท่านๆที่ชอบบอกว่าเป็นพุทธศาสนิกชน ท่านเจอพระภิกษุซักรูปหนึ่งเดินมา ท่านจะรู้ได้อย่างไร ว่า
พระรูปนั้นมีวัตรปฎิบัตร ที่ควรเคารพ เราดูจะอะไรครับ ดูที่ท่านสวดได้คล่องแคล่ว ดูที่ท่านนิ่งเฉย จนเราคิดเองว่าทำสำรวม ใครตอบได้ช่วยนะครับ ทุกวันนี้เรายังไม่สามารถจะแยกแยะออกได้เลย ว่าพระภิกษุที่ท่านเดินสวนกับเรา จริงแท้แล้วท่านเป็นพระที่ควรเคารพหรือไม่
บางคนติดยามาแล้วมาบวช บางคนหมดหนทางชีวิตแล้วมาบวช ส่วนใหญ่จะมีสักกี่คนที่เดินเข้าสู่ทางธรรมเพราะศรัทธา มีครับ แต่จะมีสักกี่คน ตราบใดที่ยังไม่มีวิธีกำหนดหรือพิสูจน์กัน ก็ยากที่จะรู้ได้
ผมไม่ได้มีเจตนาจะวิจารณ์ในทางที่เสียหายแต่อย่างใด เพียงแต่อยากเสนอแนวคิด ที่ผมสังเกตุได้จากประสบการณ์จริง ที่พบพา
เราอยากให้ศาสนาดำรงอยู่ ด้วยการห้ามวิพากย์ ห้ามติเตียน ห้ามแสดงความคิดเห็น ก็ไม่น่าจะเป็นทางออกที่ดีนะครับ[/quote]
เอ่อ.... เพิ่งเข้ามาอ่านครั้งแรกอ่ะคะ อยากกด Like ให้ แต่ไม่รู้ว่ากดตรงไหน เลยเขียนเอา^^ สังคมนี้ชอบเอามือปิดตาข้างนึงอย่างนี้หละคะ ผลมันก็เลยออกมาเป็นเช่นที่ว่านี่แล
การแสดงความเห็นต่างไม่เห็นจะผ
การแสดงความเห็นต่างไม่เห็นจะผิดตรงไหน แต่บางคนที่มีสื่ออยู่ในมือก็อย่าเอาเปรียบคนอื่นที่ไม่มีสื่อในการช่วยกระจายข่าวให้ และผมคิดว่าอย่าไปดูแคลนหรือดูถูกภูมิปัญญาของคนที่มีความเห็นไม่เหมือนกับของเรา ในประเด็นที่อ่อนไหวต่อความรู้สึกของคนเป็นจำนวนมากนิ่งเฉยเสียบ้างก็ไม่น่าจะสร้างความเดือดร้อน บางเรื่องถ้าจะไม่พูดก็ไม่มีใครคิดว่าเป็นใบ้ จริงไหมครับ
ผมว่า ถ้าจะให้ คุณ แขก มา ขอ
ผมว่า ถ้าจะให้ คุณ แขก มา ขอ ขมา
ผมว่า ทางสมาคมพระพุทธศาสนา ไปเอา ธรรมชัยโย
มาสึกดีกว่านะครับ ทำผิด วินัย สงฆ์ กี้ข้อ ไปแล้ว
ไม่เห็นทางสมาคม ว่า อะไร หาก การวิจาร์ณ ศาสนาพุทธ
คือสิ่งที่ผิด ท่านทั้งหลาย ก็อย่าทำให้ พระพุทธ ศาสนา
เสื่อมถอย เพราะความงมงายเลย
เหตุเพราะคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น มิได้สอนให้คนงมงาย
หรือเชื่อ ตามที่คนอื่นบอกให้เชื่อ แต่ให้เชื่อด้วยตนเอง
ดังนั้นการวิจาร์ณ ย่อมถูกต้อง อันมีมาตั้งแต่ พุทธสมัย
ย้อนกลับไป 100-200 ปี
ย้อนกลับไป 100-200 ปี ยังไม่ขนาดนี้กันเลย พวกพระพวกนี้กลัวหมดทางทำมาหากินก็แค่นั้น
ครับตอนแรกจะไม่ลงความเห็นกระท
ครับตอนแรกจะไม่ลงความเห็นกระทู้นี้ เพราะกระทู้คุณสุรพศผมตอบไว้กลายๆแล้ว แต่เพื่อความชัดเจน ในการแยกตอบให้มันชัดอีกทีต่อความเห็นคุณสมศักดิ์ ที่ตีความพระศาสนา เป็นของแตะไม่ได้ เป็นของศักดิ์สิทธิ? จนยกเรื่องแม๊กโดนัลศิลปะ ศิลปิน มาโยงกรณีคุณคำ ผกา???
โดยชี้ประเด็นว่านั้นคือสิทธิเสรีภาพในการ แสดงความคิดเห็น ที่แม้แต่แนวทางพุทธก็สนับสนุนวิธีการปชต.จนคือต้นแบบของปชต.แบบปัจจุบัน สิ่งสนับสนุนคือหลักกาลามสูตร,หลักปฎิจจะสมุปฯ,อิทัปปัจายะตา,อตัมสกสูตร นั้นคือมองให้เห็นเหตุในที่มา พิจารณาความเกี่ยวโยงเกี่ยวเนื่องกันตามเหตุตามผลเคารพที่มาของสิทธิและเคารพมิติบทบาทหน้าที่ไปตามความต่างทีจะไม่ละเมิดคนอื่นด้วย? นั้นคือพื้นฐานระดับรากเหง้าของปชต. จนพุทธเสนอแนวทางก้าวไกลกว่าปชต.ไปถึง"ธรรมาธิปไตย"(ยูโธเปียหรือจินตนาการทางพุทธที่อย่างได้สังคมที่คนมีการพัฒฯาระดับจิตพุทธะ จนธรรมเสมอกัน)
ดังนั้น เงื่อนไขความศักดิ์สิทธิ เทียบเคียงความเป็นสัจจะธรรม(ธรรมที่เป็นอกาลิโกจริงเหนือกาลเวลา) ประเด็นมันจึงคือสิ่งที่เป็นการเอาไปล้อ หรือนำเสนอที่ขาดความเข้าใจ ที่ถูกต้องจนเกิดการบิดเบือนพระศาสนาคนอื่นจากเจตนา คะนองทางเสรีภาพจนเกิดการละเมิดหรือเบียดเบียนคนอื่นให้เสียหายในเชิงความหมายที่ลึกซึ้งทางศาสนา ศักดิ์ศรีในจิตวิญญาน ที่มาที่ไปที่คลาดเคลื่อนเสียหายออกไป จากเนื้อหาที่ถูกต้อง
จนเกิดกรณีปัญหาการลบหลู่ เช่น กรณีเผาพระคำภีร์ หรืออัลกุระอาน ของทหารอเมริกา หรือ คนยุโรปล้อ พระอัลเละห์จนเกิดกรณีปัญหา ซึ่งก็ไม่ต่างจากกรณีนี้? ที่ถือเป็นการหมิ่นประมาททางศาสนาความคิดความเชื่อ ที่มีทีมาที่ไปมีการยอมรับจน คือศาสนาเอกศาสนาหนึ่งของโลกมีศักดิ์ศรี มีความศักดิ์สิทธิเชิงจิตวิญญานของพระศาสนานั้นๆ(เพราะทุกศาสนามีโครงสร้างหลักเหมือนกันไม่เว้นพุทธก็คือมีองค์ประกอบหลักทางศรัทธาความเชื่อและวิธีปฎิบัติในหลักธรรมคำสอน) แม้แต่พุทธที่เน้นเหตุผลก็ยังไม่ยกเว้นตรงนี้ นั้นคือเนื้อหาซีเรียส???
ที่จะไปลบหลู่ ล่วงละเมิด มิได้ มันจึงมีเนื้อหาของกฎหมายทางหมิ่นประมาทในเชิงสากลต่อเงื่อนไขแบบนี้? แต่ตัวอย่างนั้น นั้นคือฝรั่ง ที่อาจจะรู้เท่าไม่ถึงกาล เราจึงมีลักษณะความเข้มข้นในการห้ามปามไปตาม ความเหมาะสมของเจตนาและการรับรู้ เข้าโยงเจตนาเขา? ของเขา ผิดกับคนไทย คนพุทธกันเอง ล้อกันเองแบบกรณีนี้?
เนื่องจากมิจฉาทิฐิ หรืออีโก้ส่วนตัว จนเกินเลยเนื้อหาวิจารณ์โดยสุจจริต(คือเข้าข่ายสร้างความเสียหายเบียดเบียนหมิ่นประมาท) มันจึงเกินเลยเนื้อหาหลักเสรีภาพทั่วไป เพราะส่งผลกระทบกว้างขวางต่อความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเสียหายต่อศิลธรรมอันดี ที่เป็นเนื้อหา จริยะธรรมของสังคมนั้นอัตลักษณ์นั้น หรือรัฐนั้น โยงไกลไปถึงความมั่นคง ทางศิลธรรมความสงบเรียบร้อยของสังคมนั้น(ยกพวกฆ่ากันเพราะทะเลาะกันเรื่องศาสนามาเยอะแล้วเช่นสงครามครูเสด)
มันจึงไม่ใช่เนื้อหาจะคะนองหรือคึกคะนองโดยการอ้างเสรีภาพ มิติเดียวแบบที่อ.สมศักดิ์นำเสนอ ?เพราะเนื้อหาหมิ่นประมาท ยังมีเนื้อหาที่ต้องรับผิดชอบ ในการเบียดเบียนจากการใช้เสรีภาพนั้นไปกระทบคนอื่นหรือสังคมรวมในหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญหรือปชตด้วย ไม่ใช่อ้างแค่มิติสิทธิ เสรีภาพแต่ขาดมิติหน้าที่ความรับผิดชอบในการเบียดเบียนคนอื่นหรือความสงบของสังคมรวมอย่างเดียว???
ข้อนี้
ข้อนี้ เห็นด้วยกับสมศักดิ์
มันจะมาขอขมาทำไม (วะ)
ผมว่าคำผกา ไม่มีอะไรอยู่ในสมองจริงๆนั่นแหละ
วันไหน นึกอยากจะด่าก็ด่า
วันไหน นึกอยากจะขอขมาก็ขอขมา
พรุ่งนี้เดี๋ยวก็ออกมาด่าอีกนั่นแหละ
คนที่ชื่นชมก็มีแต่ ฟรา...ย.ๆๆ ทั้งน้านนนนนนน...... อิ อิ อิ..
อ้อ อีกอย่าง ผม งงจริงๆ คือ
อ้อ อีกอย่าง
ผม งงจริงๆ คือ แอบคิดในใจไม่ได้ว่า อิ อิ
ครือ...
( สมศักดิ์นี่มันประสาทแดรกหรือเปล่า
ก็มันขึ้นต้นด้วยการถามหาเหตุผลจากคำผกา อยู่แท้ๆ
แล้วมัน เสรือกออกตัวว่า ไม่ได้วิจารย์ หรือพูดถึงคำผกา
แล้ว ใครจะไปตอบคำถามนี้ แทนคำผกา ได้
ตกลงสมศักดิ์ ถามใครกันแน่
หัดซื่อสัตย์ต่อตัวเองด้วย
นิสัยไม่ดี ทำผิดซ้ำซาก แล้ว ยังคิดจะโยนบาปให้คนอื่น
ในเมื่อบูชาเสรีภาพยิ่งชีวิต แล้วจะต้องมากลัวอะไรกับแค่ โดนสังคมกดดัน
ที่จริง ไม่ใช่สังคมด้วยซ้ำ มันก็แค่ พวก เสื้อแดงด้วยกัน มากกว่า ที่ โวยวาย แบบ บ้าๆ บอๆ นมดำ นมยาน แบบนั้น
ไร้สาระ ไร้หลักการ สิ้นดี
คิดดูก็แล้วกัน ว่า..
คนจัดก็รัฐบาลเสื้อแดง (ปู)
คนด่าก็เสื้อแดง (แขก)
คนออกมาด่า คนด่า ก็เสื้อแดง (โช)
แล้วยังมีคนที่(พยายามจะ)ออกมาด่า คนที่ด่า คนด่า (ก็เสื้อแดงอีกนั่นแหละ (น่า จะ สมสากนะ ))
อิ อิ อิ.
ทำไมเราถึงไหว้
ทำไมเราถึงไหว้ พระ
เพราะเราเชื่อว่า พระ เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ
จึงสมควรแก่การได้รับการไหว้(เคารพ)
แต่เราจะรู้ได้หรือไม่ว่า
พระ รูปนั้นที่เราไหว้ นั้น ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ได้จริงหรือไม่
คำตอบคือ เราไม่รู้หรอก
ดังนั้น การที่เราไหว้พระ(สงฆ์) นั้น มันก็คือ การไหว้(เคารพ)ความคาดหวังของตัวเรานั่น
นั่นคือ เราไหว้ ความคาดหวังของเราที่คาดหวังว่า พระที่เราไหว้นั้น เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ
แต่ส่วนตัวพระ รูปนั้น จะปฏิบัติ ปฏิบัติชอบ หรือไม่นั้น ไม่ใช่สารสำคัญ ถ้าเราไม่รู้จักรพระรูปนั้น (ยกเว้นเป้นพระที่เรารู้วัตรปฏิบัติ เป็นอย่างดี)
ส่วนคนที่ไม่ได้ไหว้ อาจเป็นเพราะ เขาไม่มีความคาดหวังอะไร กับ พระ