สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: จาก ครก.ถึงตุลาการ และพรรคเพื่อไทย

คำถามถึงรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย อย่าลืมว่า ผู้ที่ต้องคดี 112 จำนวนมาก เคยต่อสู้มาด้วยกัน การวางเฉยต่อประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อเช่นนี้ จะให้ความหมายว่าอย่างไร

ในระยะ 1 เดือนที่ผ่านมานี้ เป็นระยะเวลาแห่งการรวบรวมรายชื่อประชาชนของคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 เพื่อที่จะให้มีการปฏิรูปกฎหมายอาญามาตรานี้ ซึ่งถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวใหญ่กรณีนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย แม้ว่าจะเป้าหมายของการรณรงค์จะเป็นไปเพื่อสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย และเพื่อให้สังคมไทยเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น แต่ที่น่าสังเกตคือ รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยได้แสดงท่าทีไม่สนับสนุนการเคลื่อนไหว และบางส่วนถึงกับแสดงท่าทีคัดค้าน แต่การเคลื่อนไหวของ ครก.112 และคณะนิติราษฎร์ก็ยังดำเนินต่อไป

ความจริงแล้ว การแสดงท่าทีไม่สนับสนุนและไม่เห็นด้วยของพรรคเพื่อไทยในกรณีปฏิรูปกฏหมาย มาตรา 112 นั้นไม่ใช่เรื่องแปลก กลับเป็นการตอกย้ำด้วยซ้ำไปว่า ปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ด้วย กฏหมายมาตรา 112 นั้น เป็นปัญหามากกว่าเรื่องของกฎหมาย แต่เป็นปัญหาของโครงสร้างทางความคิดของชนชั้นนำไทย ที่ครอบงำประชาชนด้วยแนวคิดอนุรักษ์นิยมเจ้า (royalist conservative) ซึ่งมีลักษณะนิยมเจ้าเกินจริงยิ่งกว่าราชา เน้นความศรัทธายิ่งกว่าเหตุผลและความชอบธรรม และทำให้เกิดการตีความกฎหมายจนเกินขอบเขต จึงก่อให้เกิดความวิตกและหวาดกลัวในทุกเรื่องที่จะไปแตะต้องเรื่องที่เกี่ยว ข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์

จึงกลับกลายเป็นว่า ทั้งที่กฎหมายอาญามาตรา 112 มีเป้าหมายเพียงการคุ้มครอง พระมหากษัตริย์ พระราชินี องค์รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแผ่นดินให้อยู่ในฐานะล่วงละเมิดมิได้ แต่พวกขวาอนุรักษ์นิยม ตีความให้กฎหมายอาญามาตรานี้ เป็นสิ่งแตะต้องไม่ได้ไปด้วย รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงไม่กล้าแตะต้อง และพรรคเพื่อไทยแสดงท่าทีไม่สนับสนุน เพราะเมื่อคณะนิติราษฎร์เสนอข้อเสนอนี้ ก็ถูกพวกสลิ่มสารพัดสี พวกแมงสาบ และพวกอนุรักษ์นิยมขวาจัด รุมถล่มโจมตีด้วยข้อหาล้มเจ้าโดยทันที ดังนั้น ถ้าหากว่า รัฐบาลหรือพรรคเพื่อไทยแสดงท่าทีสนับสนุนการรณรงค์ ก็จะถูกโจมตีทันทีว่าเข้าร่วมขบวนการล้มเจ้า และจะเป็นการ ”เรียกแขก”มาถล่มรัฐบาลแทน ซึ่งมีผลต่อเสถียรภาพ ทำให้ชนชั้นนำไทยมีข้ออ้าง ที่จะล้มรัฐบาลประชาธิปไตยก่อนวาระ ด้วยวิธีการอันไม่ศิวิไลซ์ทั้งหลาย

แต่ที่เหลือเชื่อก็คือ แม้ว่าฝ่ายพรรคเพื่อไทยจะแสดงท่าทีปฏิเสธการรณรงค์ของ ครก.112 มาแต่แรก พวกสลิ่ม พวกแมงสาบและพวกขวาจัด ก็ยังอุตส่าห์โจมตีว่า ครก.กับพรรคเพื่อไทยเป็นกลุ่มเดียวกันอยู่นั่นเอง โดยอ้างว่า ทั้งนิติราษฎร์ พรรคเพื่อไทย รัฐบาลยิ่งลักษณ์ และกลุ่มคนเสื้อแดง นปช. ต่างก็เป็นเครือข่ายทักษิณ การดำเนินการของนิติราษฎร์เป็นเพียงยุทธศาสตร์ “แยกกันเดิน รวมกันตี” เพื่อล้มเจ้าตามแนวคิดทักษิณ ทั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เองก็ไม่เคยแสดงท่าทีแม้แต่ครั้งเดียว ที่จะเห็นด้วยกับนิติราษฎร์ ข้อกล่าวของพวกขวาจัดนี้ จึงเป็นข้อกล่าวที่ไม่ได้ยืนอยู่บนหลักฐานและข้อเท็จจริงแม้แต่น้อย

และจากการที่รากฐานแนวคิดแบบนิยมเจ้าเกินกว่าราชา (ultra royalism) วางรากฐานอยู่บนศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยอารมณ์ความรู้สึกยิ่งกว่า เหตุผลและข้อเท็จจริงเช่นนี้เอง จึงทำให้การต่อต้านข้อเสนอของนิติราษฎร์ในระยะ 1 เดือนที่ผ่านมา จึงแทบจะไม่ได้มีการผลิตคำอธิบายหรือเหตุผลที่เป็นระบบมาอธิบายตอบโต้ข้อ เสนอของคณะนิติราษฎร์ได้เลย และต่อมาในวันที่ 11 กุมภาพันธ์  เมื่อ ธงชัย วินิจจะกูล ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เสนอปาฐกถาในหัวข้อ “ระบบสังคมการเมืองที่ขัดฝืนการเปลี่ยนแปลง คืออันตรายที่แท้จริง” ชี้ให้เห็นว่าปัญหาทางการเมืองปัจจุบันที่เกิดจากการที่พวกกษัตริย์นิยมขัด ฝืนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมโดยลดทอนหลักประชาธิปไตยแล้วเพิ่มพระราชอำนาจ และจะเป็นอันตรายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เอง ก็มิได้มีนักวิชาการฝ่ายขวาคนใดมาตอบโต้ในทางเหตุผลให้เกิดความกระจ่างแจ้ง เลย

ความจริงแล้วในประวัติศาสตร์ ผลร้ายของความศรัทธาอย่างงมงายก็มีตัวอย่างที่ชัดเจนมาแล้ว เช่น กรณี 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 ที่ขบวนการนักศึกษาถูกกล่าวหาว่า จัดทำละครหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กลไกรัฐและกลุ่มฝ่ายขวาได้ปลุกระดมประชาชนขึ้นมา ก่อการทำร้ายนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนำกำลังตำรวจปฏิบัติการพิเศษเข้ามาดำเนินการกวาดล้างปราบปราม จนทำให้มีนักศึกษาผู้บริสุทธิ์ถูกสังหารชีวิตด้วยิธีการอันเหี้ยมโหด จำนวนกว่า 40 คน การเข่นฆ่าสังหารเกิดขึ้น โดยไม่ต้องไต่ถามเหตุผล และโดยไม่ต้องพิจารณาเลยว่า นักศึกษาคนที่ถูกฆ่านั้นเป็นผู้กระทำผิด หรือเกี่ยวข้องกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่ หรือถ้าเกี่ยวข้องจริง ในฐานะที่บ้านเมืองปกครองด้วยกฎหมาย การใช้ศาลเตี้ยฆ่าคนเสียเองเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ และการเข่นฆ่านักศึกษาในเช้าวันที่ 6 ตุลานั้น เป็นเงื่อนไขนำมาสู่การก่อรัฐประหารล้มล้างประชาธิปไตยในเย็นวันเดียวกัน ซึ่งเป็นการสถาปนาระบอบเผด็จการขวาจัดที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย คือ รัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร และคณะรัฐประหารชุดนี้เอง ที่ออกคำสั่งเผด็จการ เพิ่มโทษในกฎหมายมาตรา 112 ให้เป็นโทษสูงเช่นในปัจจุบัน ปัญหาคือเมื่อเวลาผ่านไป ก็เป็นที่ทราบกันชัดเจนว่า กรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของฝ่ายนักศึกษานั้นเป็นเหตุการณ์ไม่จริง เป็นเรื่องของการใส่ร้ายป้ายสี แต่การเข่นฆ่าสังหารก็เกิดขึ้นไปแล้ว การรัฐประหารก็ผ่านไปแล้ว ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกฆ่าเมื่อ 6 ตุลา ยังไม่ได้รับการชดเชยจนถึงทุกวันนี้ และชนชั้นนำไทยก็ไม่เคยสรุปบทเรียน จึงทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ยังต้องตกเป็นเหยื่อของมาตรา 112 เรื่อยมา

ประเด็นต่อมา ด้วยหลักคิดแบบอนุรักษ์นิยมเจ้าจนเกินงามนี้เอง ได้ครอบงำความคิดของศาลไทย ทำให้กระบวนการยุติธรรมเกิดการไขว้เขวบิดเบือนอย่างหนักไปด้วย เพราะบรรดาผู้พิพากษาทั้งหลาย ต่างก็ถูกครอบงำด้วยความคิดกษัตริย์นิยมอันเน้นแต่ศรัทธาและอารมณ์ความ รู้สึกภักดี จึงไม่เคยมีใครเลยในกระบวนตุลาการ ที่จะออกมาวิพากษ์ความบกพร่องและความไม่เป็นธรรมของกฎหมายมาตรา 112 ทั้งที่เป็นกฎหมายเผด็จการ เป็นผลิตผลของการรัฐประหาร มีระบบคำอธิบายที่ไร้เหตุผล และมีมาตราการลงโทษที่สูงเกินจริง ผู้พิพากษาทั้งหลายต่างก็ยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน และนำเอาหลักกฎหมายป่าเถื่อนเช่นนี้ ไปตัดสินลงโทษประชาชนผู้บริสุทธิ์ครั้งแล้วครั้งเล่า และยังใช้เป็นเครื่องมือในการริดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะสิทธิการประกันตัว คณะตุลาการกลายร่างเป็นพวกใจดำอำมหิต เห็นการติดคุกของประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ

ประเด็นปัญหาของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยต่อกรณีนี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน คือ ทางฝ่ายพรรคเพื่อไทยที่ไม่เห็นด้วบกับข้อเสนอของนิติราษฎร์ ก็ไม่สามารถที่จะอธิบายในเชิงเหตุผลในการโต้แย้งกับนิติราษฎร์ได้เลย จึงกลายเป็นว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีที่แสดงบทบาทในการคัดค้านนิติราษฎร์มากที่สุด ก็ต้องไปนำเอาเหตุผลแบบพวกขวาจัดมาใช้ ทำให้จุดยืนของพรรคเพื่อไทยในเรื่องนี้ ไม่มีความแตกต่างกับพรรคประชาธิปัตย์และฝ่ายพันธมิตร นอกจากนี้ ก็คือการประกาศเพียงแต่ว่า จะไม่รับข้อเสนอของ ครก. แม้ว่าจะมายื่นต่อรัฐสภา พวก ส.ส.ทั้งหลายก็จะไม่พิจารณา

ในวันนี้ พรรคเพื่อไทยได้ผลักดันร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร โดยเสนอให้แก้มาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เพื่อให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เรียกกันว่า สสร. ในข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย จะให้ สสร.นั้นมาจากการเลือกตั้ง 77 จังหวัด เป็น 77 คน และให้มีนักวิชาการด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์อีก 22 คน ต้องขอกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่รู้จักเข็ด เพราะข้อเสนอแบบนี้ก็จะเปิดทางให้พวกเนติบริการ และรัฐศาสตร์บริการหน้าเดิม ที่เคยรับใช้เผด็จการและร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 กลับมาใหม่ คือถ้าไม่มีมาตรการป้องกัน ก็จะได้นักกฎหมายอนุรักษ์นิยมเจ้า และนักวิชาการฝ่ายขวามาแก้รัฐธรรมนูญเช่นเดิมอีก และบางส่วนยังพยายามเสนอด้วยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่มีการแก้ไขหมวดพระมหากษัตริย์ ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญแทบจะไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในทางประชาธิปไตยเลย เพราะถ้าหากว่าไม่มีการยุบเลิกองคมนตรี ก็จะเป็นการเปิดทางให้อภิสิทธิ์ชนพวกนี้ อ้างสถาบันแล้วหนุนฝ่ายทหารก่อการรัฐประหารทำลายประชาธิปไตยได้อีก

ต่อกรณีมาตรา 112 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ และรัฐบาลเพื่อไทย ที่ย้ำในจุดยืนว่า จะไม่สนับสนุนการแก้ไข แต่ไม่เคยแสดงท่าทีหรืออธิบายเลยว่า ต่อประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ ที่ต้องติดคุกและถูกลงโทษอย่างไม่ถูกต้อง จะมีการช่วยเหลือหรือไม่ และอย่างไร อย่าลืมว่า ผู้ที่ต้องคดี 112 จำนวนมาก และโดยเฉพาะ คุณสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข และประชาชนอีกจำนวนหนึ่ง ก็เคยต่อสู้มาด้วยกัน การวางเฉยต่อประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อเช่นนี้ จะให้ความหมายว่าอย่างไร

 

Comments

จะเอาอะไรกันนักกันหนาครับ

จะเอาอะไรกันนักกันหนาครับ ประเทศไทยมีประชาธิปไตยแบบ "พอเพียง" ก็ควรจะสมเหตุสมผลแล้ว ฮ่าๆๆๆ

เข้าทำนอง เสร็จนาฆ่าโคถึก

เข้าทำนอง เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จสร้างตึกรื้อนั่งร้าน
ตอนไม่มีอำนาจก็ใช้มวลชนเข้าแย่งชิงอำนาจ
พอมีอำนาจแล้ว ก็ตั้งหน้าเสวยผลประโยชน์ ปล่อยให้คนที่ร่วมทุกข์ (ไม่ให้ร่วมสุข) รอไปก่อนจนกว่าจะถึงฤดูเลือกตั้งใหม่ นี่แหละครับสันดานสัตว์การเมือง

เริ่มเข้าทางตรีนอำมาตย์แล้ว

เริ่มเข้าทางตรีนอำมาตย์แล้ว การสั่งฆ่าไม่สามารถสลายแดงได้ แต่การดึงแดงบางส่วนมาเป็นพวก และเหยียบกดแดงบางส่วนไว้ใต้อุ้งตรีน .....นี่แหละคือการละลายแดง โดยไม่ต้องเสียลูกปืนแม้แต่นัดเดียว เมื่อสลายได้แล้ว ก็กระทืบซ้ำแดงอำมาตย์ใหม่ แดงส่วนใหญ่ก็จะสมน้ำหน้า ไม่ปกป้องแดงอีก อำมาตย์ก็ยึดอำนาจคืนเบร็ดเสร็จเช่นเดิม...............อย่าตกใจเพราะไม่ใช่เรื่องจริงแม้แต่นิดเดียว เป็นความฝันเมื่อคืน แต่อยากเล่าให้ฟัง ไม่รู้จะโดนข้อหานำความเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์หรือปล่าว

ก็อยากจะแก้...แต่ไม่กล้า...ต้

ก็อยากจะแก้...แต่ไม่กล้า...ต้องทำแตหลอ..เพื่อให้อยู่ในอำนาจให้นานที่สุด
ขืนไปแสดงจุดยืนเห็นด้วยกับนิติราษฎร์..มีหวังล้มก่อนกำหนดอดเถลิงอำนาจ
ก็ต้องอดทนกันไป..อากง อายศ อาชัย..ก็อดทนกันไป..ตายในคุกกับตายนอกคุกก็มีค่าเท่ากัน..ถือว่าโชคดีที่เกิดมาเป็นคนไทยใต้ร่มพระบารมี

รัฐบาล เป็นฝ่ายบริหาร สภา

รัฐบาล เป็นฝ่ายบริหาร
สภา นิติบัญัติ
ศาล ตุลาการ

แยกออกจากกัน

ถ้ารัฐบาลสั่งศาลตามอำเภอใจหรือตามใจเสื้อแดง คงยุ่งพิลึก

โตๆกันแล้ว จะพูดจะเขียนอะไรน่าจะรู้ว่าจะเป็นการละเมิดผู้อื่นหรือเปล่า

และควรพิจารณาว่า ช่วงเวลานี้หมาะสมต่อการลองดีกับกฎหมายหรือไม่อย่างไร

เขียนขัดใจหน่อย แต่คิดให้ดี ก่อนพ่นอะไรออกมา

มองในแง่ดี

มองในแง่ดี การที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยไม่สนับสนุนการแก้ไข
ทำให้ข้อเสนอนี้มีความเป็น "เจตจำนงของประชาชน"

ถูกต้องแล้วครับ

ถูกต้องแล้วครับ ที่พรรคเพื่อไทยไม่เคยให้ราคากับคนกลุ่มน้อยพวกนี้ ดังที่คุณเฉลิมพูดในสภา

วันแรกว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยมีความคิดเรื่อง 112 เลย กฎหมายทีปกป้องเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินน่ะ

จะไม่แตะต้อง ทำให้โพลทุกสำนักในตอนนั้นบอกว่า คุณเฉลิมได้รับคะแนนนิยมในการอภิปรายสูงสุด

คุณเฉลิมยังพูดเมื่อไม่นานมานี้อีกกรณีกลุ่มนิติราษฎร์ คุณเฉลิมบอกกับสื่อ

ทำนองอย่าไปให้ราคา แหมมันสะใจจริงๆครับ

เพราะอะไรตอบไม่ยากครับ เพราะพวกบอนไซพวกนี้ คิดไม่เหมือนชาวบ้านไงครับ

ไปดูประวัติพวกต้องคดี 112 สิครับ หลายๆคน ตัวแสบๆทั้งนั้น

Maximus wrote:รัฐบาล

[quote=Maximus]รัฐบาล เป็นฝ่ายบริหาร
สภา นิติบัญัติ
ศาล ตุลาการ

แยกออกจากกัน

ถ้ารัฐบาลสั่งศาลตามอำเภอใจหรือตามใจเสื้อแดง คงยุ่งพิลึก

โตๆกันแล้ว จะพูดจะเขียนอะไรน่าจะรู้ว่าจะเป็นการละเมิดผู้อื่นหรือเปล่า

และควรพิจารณาว่า ช่วงเวลานี้หมาะสมต่อการลองดีกับกฎหมายหรือไม่อย่างไร

เขียนขัดใจหน่อย แต่คิดให้ดี ก่อนพ่นอะไรออกมา[/quote]

ที่ควรได้ กับที่จะได้ มันไม่สอดคล้องกัน
ฝ่ายหนึ่งว่าเป็นยุทธวิธีในสนามรบ อีกฝ่ายหนึ่งก็ว่ายุทธวิธีแบบนี้มันหนียุทธศาสตร์

ทำไงดี

ให้ต่างคนต่างพูดให้เต็มที่ดีกว่า คำพูดหลายคนทำให้เห็นความต้องการหลากหลาย

เวลาเพื่อไทยขึ้นโต๊ะเจรจาต่อรอง จะได้พูดเต็มปากว่า คุม น.ป.ช. ได้ก็จริง แต่ยังมีแดงอีกมากมายที่ต้องฟังเขา ถ้าไม่สนใจความต้องการของแดงอื่น แดง น.ป.ช. ก็อาจจะเอาใจออกห่างจากเพื่อไทยเพราะพวกเขาเป็นพี่น้องกัน

ความจริงแล้วแดงเอาเพื่อไทย ก็เพราะเห็นว่าเพื่อไทยเป็นอำมาตย์ใหม่ที่พอเห็นใจไพร่อย่างพวกเขา
ถ้าแดงทั้งหลายเห็นว่าอำมาตย์ไหนก็มาอีหรอบเดียวกัน
อำมาตย์ใหม่ไม่เอาแล้ว เรื่องจะหันไปหาอำมาตย์เก่าคงไม่มีทาง

อำมาตย์ทั้งหลายจะได้เข้าใจเสียทีว่า อะไรเป็นอะไร
แล้วก็จะได้กำหนดยุทธศาสตร์ยุทธวิธีที่ถูกต้อง คือการปรองดองอย่างจริงใจ
จะได้ลงกันอย่างาม ๆ

พวกกระเหี้ยนกระหือรือทั้งสองฝ่ายก็คงจะกินแห้ว
เราซึ่งอยู่หน้าจอคอมหลังตู้เย็น ก็จะได้เสวยผลพวงของวีรชนผู้เสียสละเต็มเม็ดเต็มหน่วย

และถ้าถึงวันนั้น
ประโยชน์ทั้งหลายทั้งปวงคงต้องยกให้พระสยามเทวาธิราช
และต้องพูดว่า เป็นบุญของประเทศไทยที่ผ่านเภทภัยสงครามกลางเมืองมาได้ เพราะท่านดลใจให้คนไทยสามัคคีปรองดอง

ประวัติศาสตร์หน้านี้ก็จะผ่านไป ผองไทยก็จะอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ตราบชั่วกาลนาน

นี่แหละแบบไทย ๆ อันอำไพ

เห็นด้วยกับท่านอาจารย์สุธาชัย

เห็นด้วยกับท่านอาจารย์สุธาชัยคะ ลองคิดดูนะคะถ้าเราได้ออกมารวมตัวกันเพื่อต่อสู้เรียกร้องอะไรซักอย่าง ด้วยความยากลำบาก เสี่ยงชีวิต แล้วพอการเรียกร้องนั้นชนะมาด้วยความชอบธรรมของคะแนนเสียง ก็หวังว่าสิ่งที่เรียกร้องมานั้นจะได้รับการสนองตอบ จะได้รับความเป็นธรรมเหมือนเราถูกจับเป็นตัวประกันอยู่แล้วพ่อหรือแม่เราพาตำรวจมาพบที่คุมขังเราเราก็หวังว่าเขาจะช่วยเราออกมาแต่ปรากฎว่าเขายังนั่งมองเราอยู่เฉยๆแล้วบอกว่านอกจากเราจะไม่ได้ออกจากคุกแล้ว กฎหมายที่ (พาล )เอาเราเข้าคุกจะไม่มีการไปแตะต้องอีกรับรองได้ ได้โปรดเมตตาพวกข้าพเจ้าเถิด เราจะไม่ทำอะไรขัดใจท่านเลย อย่าล้มรัฐบาลของเราเลยนะ จะเอาอะไรเราก็ยอม บอกตรงๆว่าดิฉันไม่ค่อยรู้สึกว่าเรามีรัฐบาลใหม่สักเท่าไหร่เพราะวันๆก็ยังเห็นนักข่าววิ่งไปสัมภาษณ์นายอภิสิทธิ์ว่าเห็นด้วยกับเรื่องนั้นเรื่องนี้หรือไม่ ควรจะเป็นอย่างไร ฯลฯ แล้วก็เห็นลิ่วล้อของปชป.คอยออกมาดิสส์เครดิทท์ นายกยิ่งลักษณ์แบบไร้สาระ ทำการเมืองน้ำเน่าอย่างละครน้ำเน่าประเภทนางเอกกับตัวอิจฉา ไม่เข้าใจว่า รัฐบาลกลัวอะไรนักหนา บอกตรงๆว่าตอนนี้ประชาชนงง ว่าอะไรคือความจริงกันแน่ มันขาดความมั่นใจจริงๆนะคะ เราเลือกนายกหญิงมาเพราะคิดว่าเลือกมาให้ปรองดอง อดทนยอมให้ถูกด่าว่าสาดเสียเทเสียแล้วไม่โต้ตอบ พวกที่คอยหาเรื่องก็ย่ามใจใช้แต่วิธีงี่เง่าขาดเหตุผลในการทำงานที่ถือว่าทรงเกียรติ น่าอนาถประเทศไทยที่เดินถอยหลังอยู่ตลอดเวลา

ดิฉันอยู่ในกลุ่มไม่เลือกข้าง

ดิฉันอยู่ในกลุ่มไม่เลือกข้าง แต่จะเลือกอยู่ฝ่ายที่ถูกกระทำหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ดิฉันเลือกเพื่อไทยโดยไม่สนใจว่าใครจะมาเป็นนายก และมีคนที่ไม่นิยมชมชอบอยู่ในพรรคหรือไม่ เพราะเวลานั้นความอยุติธรรม เกิดขึ้นทุกหัวระแหงบุคคลที่เคยให้ความเคารพนับถือ ก็กลับกลายเป็นพวก 2 มาตรฐานให้ชาวบ้านพึ่งพาไม่ได้ ความถูกกลั่นแกล้งเอารัดเอาเปรียบเกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาของชาวบ้านกลุ่มชนชั้นกลาง (บางกลุ่ม ) และชนชั้นสูงที่ชีวิตไม่เคยพบกับความยากลำบากหรือถูกตัดสินแบบ 2 มาตรฐาน จึงต้องเลือกพรรคที่คิดว่าจะอยู่ตรงข้ามกับสิ่งนั้น แต่มาถึงวันนี้ มองเห็นแล้วว่าการเมืองหากทำด้วยกลุ่มคนเดิมๆ ก็จะได้พฤติกรรมและแนวทัศนแบบเดิมๆ เปลี่ยนแปลงได้ยากเคยหมดศรัทธากับการเลือกตั้งมาแล้วก่อนที่จะมีรัฐบาลทักษิณ 1 ซึ่งรวบรวมเอาบุคคลคุณภาพอย่าง คุณปุรชัย สุรพงศ์ จาตุรนณ์ เป็นต้น แต่รัฐบาลในฝันนั้นก็มีอายุสั้นนักเป็ฯกรรมของประเทศไทย ที่คนดีๆอยู่ไม่ได้ ถ้ามีการเลือกตั้งอีกหากไม่มีพรรคใหม่ที่รวมคนดีๆไว้ให้เลือกอีกก็คงจะต้องงดออกเสียง แต่ ถ้างดออกเสียงก็กลัวว่าพรรค ปชป. จะกลับมาอย่าเลยเลือก พรรคที่อย่างน้อยก็ยังเห็นใจคนจนๆ บ้างก็ยังดีเสียกว่า

"การวางเฉยต่อประชาชนที่ตกเป็น

"การวางเฉยต่อประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อเช่นนี้ จะให้ความหมายว่าอย่างไร" หมายความว่า รัฐบาลเขาเห็นแล้วว่าอะไรเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข อะไรไม่ใช่ กฏหมายก็เขียนไว้ทนโท่ยังไม่ได้แก้ไข แล้วไปทำผิดกฏหมายจะให้พรรคทำอย่างไร หลายประเทศเริ่มจะมีแก้ไขกฏหมายการเสพกัญชาแต่ถ้ายังไม่แก้การเสพก็ผิดกฏหมายอยู่ดี และที่แน่ๆ แต่เท่าที่จำได้ทางพรรคเพื่อไทยก็ไม่เคยเลยที่มีนโยบายแก้ไข ม.112 ส่วนประชาชนที่เป็นเหยื่อก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ทำผิดกฏหมายเอง และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่พรรคต้องไปช่วยผู้กระทำผิดกฏหมาย มิเช่นนั้นสงสัยอีกหน่อย พรรคคงต้องไปช่วยหมดตั้งแต่คดีเช็คเด้ง หมิ่นประมาท ลักขโมยปลากระป๋อง ยัน ฆ่าคนตาย ค้ายาสิครับ

ที่สำคัญเมื่อพิจารณากลั่นกรองแล้ว เรื่อง ม.112 ไม่ใช่สาระสำคัญที่ต้องไปสนใจ ที่มีอยู่ก็ดีอยู่แล้ว ส่วนพวกต่อต้านเรื่องนี้ก็เป็นคนกลุ่มน้อยในสังคม อย่างไรเสียเลือกตั้งงวดหน้า พวกกลุ่มต่อต้าน 112 ถ้าไม่กาพรรคเพื่อไทย ก็คงไม่ยอมเลือก ปชป หรือ โหวตโน เหมือนเสื้อเหลืองหรอก (เสียศักดิ์ศรีหมด สุดท้ายจริงๆก็เลือกเพื่อไทยหรือไม่ก็นอนหลับทับสิทธิ์ซะจะดีกว่า)

Maximus wrote:รัฐบาล

[quote=Maximus]รัฐบาล เป็นฝ่ายบริหาร
สภา นิติบัญัติ
ศาล ตุลาการ

แยกออกจากกัน

ถ้ารัฐบาลสั่งศาลตามอำเภอใจหรือตามใจเสื้อแดง คงยุ่งพิลึก

โตๆกันแล้ว จะพูดจะเขียนอะไรน่าจะรู้ว่าจะเป็นการละเมิดผู้อื่นหรือเปล่า

และควรพิจารณาว่า ช่วงเวลานี้หมาะสมต่อการลองดีกับกฎหมายหรือไม่อย่างไร

เขียนขัดใจหน่อย แต่คิดให้ดี ก่อนพ่นอะไรออกมา[/quote]
หึหึหึ กร๊าก
หลักการดีมากครับ ทางทฤษฎี
แต่ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาให้คนเห็นกันทั้งบ้านทั้งเมืองแล้วน่ะ ยังจะพูดได้จริงๆ หรือครับว่า สานไทยทั่นไม่ได้รับคำสั่งใครมาตัดสินไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งหลายคดีแล้วด้วยซ้ำ ขนาดค้านข้อเท็จจริง ค้านสามัญสำนึก ค้านกระทั่งหลักกฎหมายเอง สานไทยก็เคยตัดสินตามอำเภอใจมาแล้ว เพียงแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่อำเภอใจของสานทั่นเอง เป็นอำเภอใจของใครก็ไม่ทราบ แล้วมีไรอ๊ะป่าว
ใครยังอยากจะหลับตาหลงเชื่อความฝันว่าสานไทยเป็นอิสระ ตลก. ตลกไทยเป็นตัวตลก เอ๊ยเป็นผู้น่าเคารพ มีดุลพินิจเป็นของตัวเองจริงๆ ก็เชิญหลับต่อไปตามสบาย คนที่เขาตื่นแล้วเขาเห็นเองแหละ
หึหึหึ กร๊าก

โลกเปลี่ยนไปมากแล้ว

โลกเปลี่ยนไปมากแล้ว หลักการและหรือทฤษฏี เป็นเพียงอักษรบนกระดาษ การจุนเจือเพื่อบริโภค แบ่งปันความเท่าเทียม ช่วยเหลือผู้คนรอบข้าง สมควรกระทำอย่างยิ่ง ขอบคุณ คณะนิติราษฏร์

พรรคเพื่อไทยต้องตรวจสอบข้อกฎห

พรรคเพื่อไทยต้องตรวจสอบข้อกฎหมายให้รอบคอบและรัดกุม
เราไม่คิดว่าพรรคเพื่อไทยเพิกเฉย
แต่พรรคเพื่อไทยเสียเปรียบที่ศาลอยู่ข้างพรรคประชาธิปัตย์
เคยถูกสั่งให้ยุบพรรคมาแล้วถึง 2 ครั้ง
ยกตัวอย่าง แม้คดี นายกฯสมัคร ออกรายการทำครัว
ซึ่งน่าจะดีต่อประชาชน เพราะท่านออกไปจ่ายตลาดด้วยตนเอง
ทำให้เข้าถึงราคาพืชผลในตลาด
จนนำไปสู่การรณรงค์ติดป้ายราคาอาหารทุกประเภท
และสอนให้ ปชช ใช้วัตถุดิบให้คุ้มค่า
เช่น บังเอิญที่ได้ชมรายการบ้าง ว่า ท่านสอนเลาะกระดูกไก่
และนำกระดูกไปทำน้ำซุปได้อีก และ ทำให้เกิดกับข้าวได้อีกหลายเมนู
โดยไม่มีเรื่อง การเมือง เลย
เราชอบมาก ผู้ชายที่เป็นถึงนายกฯรมต ทำกับข้าวได้
ทำเอง ไม่ต้องรอแต่แม่ครัว หรือไปกินที่ร้าน
แต่ในที่สุด ก็ถูกยุบพรรค เพราะเรื่องแค่นี้
ฉะนั้น พรรคเพื่อไทย ต้องรอบคอบที่สุด
พรรคประชาธิปัตย์ ทำอะไรไม่เคยผิด มาแต่แรกตั้งพรรคแล้ว
คราวก่อน ก็วิ่งเต้น นายหัวชวนแทบไม่ได้หลับได้นอน แต่ก็รอด
เพราะช่วยกันอย่างขะมักเขม้น ทั้งข้างในข้างนอก
พรรค ปชป ถนัดเรื่อง ใช้กำลังภายใน เพราะตรวจสอบยาก
แต่ให้ผล ค่อนข้างได้ดังใจ
จริงแล้ว สมาชิกเสื้อแดง ต้องระมัดระวังตัวบ้าง
ไม่ใช่ทำตัวล่อเป้า
งานรัฐบาลยังมีอีกมาก และเราไม่แน่ใจว่า ผู้มาเรียกร้องนี้ เป็นเสื้อแดงจริง
หรือแอบแฝงเข้ามากดดันรัฐบาล ระดับนี้ น่าจะรู้อะไรเป็นอะไรนะ

ขอบคุณอาจารย์

ขอบคุณอาจารย์ ที่ยังยืนยันว่าประเทศนี้เป็นประชาธิปไตย

เพียงแต่อาจารย์เห็นว่าต้องเพิ่มระดับขึ้นไปอีก และการกระทำของนักการเมืองตอนนี้อาจจะไม่ได้ประโยชนฺ์ในทางประชาธิปไตย

อย่างนี้คุยกันได้ ไม่ใช่เอะอะก็หาว่ามีจอมเผด็จการแอบบงการ ประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะ "วิจารณ์เจ้า" ไม่ได้ แบบอ.สมศักดิ์ มันปัญญาอ่อนเกินไป

ผมขอชื่นผมคุณ"นวนคร" ครับ

ผมขอชื่นผมคุณ"นวนคร" ครับ ความคิดอย่างคุณนี้ชาวบ้านอย่างพวกผมก็คงคุยด้วยได้หน่อย
ผม่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่านายสมศักดิ์นี่ทำไมถึงกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะ วิจารณ์ อะไรซะขนาดนั้น
และก็ไม่เห็นว่าการวิจารณ์ของนายคนนี้จะเป็นประโยชน์อะไรเลย ข้อมูลที่นายคนนี้บอกว่ามีอยู่ก็มีแต่
การได้รับฟัง หรือไม่ก็เป็นการบอกเล่ามาเท่านั้น หาข้อมูลความจริงโดยตรงอะไรไม่ได้ สรุปคือ
เชื่อถืออะไรไม่ได้ แล้วก็ยังจะตะแบงเป็นแผ่นเสียงตกร่องอยู่ตลอด

อีกเรื่องที่อาจจะไม่เกี่ยวกับบทความโดยตรง คือเรื่อง กล่มนีติราษฎร์ อ.วรเจตน์นี้ ผมก็ติดตามผลงาน
ของอ.มาสัก 5 ปีแล้วเห็นจะได้ แต่พอมาตอนหลังนี้ อยู่ๆ อ.เพิ่งจะมาพูดถึงม. 112 ผมเลิกติดตามเลย
ผมมีหลายเหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับอ. แต่มีอยู่เหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับอ.วรเจตน์ เพราะอ.บอกว่า
ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคที่เอาคนไม่ชอบทักษิณมาตัดสินเขา แต่พออ.เสนอให้แก้ไขม.112
แต่มีคนที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้ออกหน้าเป็นนิติราษฎร์และวิจารณ์สถาบันอย่าง
รุนแรงสนับสนุนแก้ม.112 ซึงผมรับไม่ได้จริงๆ เพราะมันไม่ต่างกับที่บอกว่าเอาคนที่ไม่ชอบทักษิณมา
ตัดสินเขา ผมก็ถือว่าอ.วรเจตน์นี่ก็ต้องจบกันไป ผมก็ไม่ติดตามอีก

และผมเพิ่งเห็นว่าอ.วรเจตน์แกไปไม่เป็นเลยจริงๆตอนที่ตอบคำถามคุณจอม เพชรประดับถามเรื่องอ.
บวรศักดิ์

สงสัยต้องรอ

สงสัยต้องรอ พรรคการเมืองของประชาชนที่แท้จริง การแก้ปัญหาจึงจะได้ผล มีใครกลุ่มไหนจะทำพรรคการเมืองแบบเดียวกับสมัยคณะราษฎรบ้าง ที่เน้นแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
เศรษฐกิจนี่ต้องมาหลังการแก้โครงสร้างนะ เพราะถ้ายังมีปัญหาโครงสร้างอยู่เศรษฐกิจก็ย่อมถูกกระทบไปด้วย

จะสนับสนุนเต็มที่เลยถ้าพรรคไหนประกาศแก้กม.ในหมวดพระมหากษัตริย์ และจัดระบบโครงสร้างอำนาจเสียใหม่