[คลิป] ธงชัย: ระบอบสังคมการเมืองที่ขัดฝืนการเปลี่ยนแปลงคืออันตรายที่แท้จริง

เมื่อคืนวานนี้ (11 ก.พ. 55) ธงชัย วินิจจะกูล ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ ประจำมหาวิทยาลัยวิสคอลซิล เมดิสัน สหรัฐอเมริกา กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “ระบอบสังคมการเมืองที่ขัดฝืนการเปลี่ยนแปลงคืออันตรายที่แท้จริง” ในรายการสนทนาซึ่งจัดโดยกลุ่มเพื่อนรัฐธรรมนูญ เพื่อหารายได้สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 ตามข้อเสนอของนิติราษฎร์ ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถ.ราชดำเนิน โดยประชาไทเคยนำเสนอในส่วนที่เป็นการอภิปรายไปแล้ว (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง) และโอกาสนี้จะเป็นการนำเสนอคลิปการอภิปรายดังกล่าวของธงชัย โดยมีรายละเอียดดังนี้

ช่วงที่หนึ่ง

ช่วงที่สอง

 

Comments

@ ทุกขัง อนิจจัง

@ ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา
เป็นธรรมดา ของโลก อย่าโศกศัลย์
มีสิ่งใด เที่ยงแท้ แม้ชีวัน
อย่ายึดมั่น ถือมั่น อย่าหวั่นใจ

@ การขัดขวาง อนิจจัง หวังขวางโลก
มีแต่สร้าง ทุกข์โศก โลกมืดใหญ่
ยิ่งลุแก่ อำนาจ ฟาดฟันไป
โลกยิ่งไร้ ความสุข สุดทุกข์ตรม

แหม

แหม ขู่กันใหญ่เลยนะจ๊ะ

ประหนึ่งว่า นิติราษฎร์ ได้ยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธมิได้

กระนั้นหรือยะ ตัวเอง ?

แหม น่ากัวจังเยย ....

ไปคิดดู ดีดีที่เขาเสนอ

ไปคิดดู ดีดีที่เขาเสนอ อย่าเบี่ยงประเด็นโน่นนี่ เถียงข้างๆ คูๆ ใครไปข่มขู่ โลกมันหมุนไปเรื่อยๆ นับวันจะมีสักกี่คน ที่จะชอบให้เขาต้องหยุดรถ ถ้าลูกท่านหลานเธอผ่านมา แค่นั้นยังไม่พอ ยังต้องถูกตำรวจบอกให้ลงรถมานั่งข้างทางห้ามยืน จนกว่าขบวนเสด็จจะผ่านไป หรือบางสถานทีก็สั่งให้ยืน แล้วแต่เขาต้องการแบบไหน ไปดูหนังคลายเครียด เครียดกว่าเดิม ถ้าเกิดปล่อยอารมณ์จนหลงลืมทำความเคารพเพลงสรรเสริญ ฉนั้นอย่าไปดูหนังที่โรงดูที่บ้านดีสุด พูดไปมากกว่านี้ก็จะเข้ากฏหมายอาญา ม. 112 เพราะมันครอบจักรวาลเหลือเกิน แล้วทำไมถึงไม่อยากให้แก้ ต้องรอให้สุดสายป่านก่อนหรือ ที่ตายๆกันมากมาย มาหลายยุคนั้น ยังไม่เพียงพอหรืออย่างไร (คนบางกลุ่มที่ได้เปรียบหรือบางคนที่ความเดือดร้อนยังไม่ไปถึงตัวเอง ก็จะบอกว่าไม่เห็นจะเป็นไร ทุกคนในโลกนี้ก็มีค่าความเป็นคนไม่ได้น้อยไปกว่าพวกคุณ)

ไม่เอาลัทธิ

ไม่เอาลัทธิ ทุนนิยมอำมาตย์สามานย์
ไม่เอาลัทธิ ทุนนิยมอำมาตย์สามานย์
ไม่เอาลัทธิ ทุนนิยมอำมาตย์สามานย์
ไม่เอาลัทธิ ทุนนิยมอำมาตย์สามานย์
ไม่เอาลัทธิ ทุนนิยมอำมาตย์สามานย์
ไม่เอาลัทธิ ทุนนิยมอำมาตย์สามานย์
ไม่เอาลัทธิ ทุนนิยมอำมาตย์สามานย์

คลิป] ธงชัย:

คลิป] ธงชัย: ระบอบสังคมการเมืองที่ขัดฝืนการเปลี่ยนแปลงคืออันตรายที่แท้จริง

Sun, 2012-02-12 06:09
<<<>>>

นี่ไง ขู่ให้คนกลัว "อันตราย"

คนกลัว เกิดความไม่มั่นใจ
แล้วจะได้ฉวยโอกาสจูงจมูกคนอื่นได้ง่ายๆ

คริ คริ

Submitted by Maximus

Submitted by Maximus (visitor) on Sun, 2012-02-12 19:20.
คลิป] ธงชัย:
คลิป] ธงชัย: ระบอบสังคมการเมืองที่ขัดฝืนการเปลี่ยนแปลงคืออันตรายที่แท้จริง

Sun, 2012-02-12 06:09
<<<>>>

นี่ไง ขู่ให้คนกลัว "อันตราย"

คนกลัว เกิดความไม่มั่นใจ
แล้วจะได้ฉวยโอกาสจูงจมูกคนอื่นได้ง่ายๆ

คริ คริ

ใช้สติปัญญาสมองตรองถึงเหตุผลที่เขาพูดก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ อย่าขวัญอ่อนเลยพ่อคุณ
ทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา กำลังเป็นไปในปัจจุบัน และจะเป็นไปในอนาคต
ไม่มีใครยอมให้ผู้อื่นจูงจมูกได้ยกเว้นคนที่มืดบอดสติปัญญา หรือมีมิจฉาทิฐฐิเช่นคุณ

ระบบฝืนการเปลียนแปลง หรือ

ระบบฝืนการเปลียนแปลง หรือ ฝืนให้ระบบเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ต้องการ กันแน่
ระบบไม่ได้เรียกร้องการเปลียนแปลงอะไร แต่ มีคนพยายามปลุกปั่นให้ระบบเปลี่ยน
ใครฝืนกันแน่ ใครจะเป็นอันตรายกันแน่

ประชาธิปไตยอำนาจ บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ คานอำนาจกัน ทุกวันนี้มันคานรึเปล่า
ถ้าแก้ พรบ กลาโหม + ฝ่ายบริหารแต่งตั้งศาล ก็จบกันเลย ไม่ต้องคานกันแล้ว
ทีนี้ไม่ว่า ปลัดกระทรวง ตำรวจ ทหาร ผู้ว่าฯ ศาล ฯลฯ
ใครอยากได้ตำแหน่ง ก็ฉ้อฉลหาเงินไปกราบนักการเมืองกันเอาเอง

ระบบที่ไม่มีการคานอำนาจ คือ ระบบเผด็จการ
ถึงจะมีการเลือกตั้ง ก็เลือกตั้งคนขึ้นไปใช้อำนาจเผด็จการ

การรัฐประหาร + การเอาปืนจี้หัวนักการเมืองไปตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร
คือการเปลี่ยนแปลงนอกระบบ ยอมรับไม่ได้ ต้องต่อต้าน

แต่การต่อต้านอำนาจอำมาตย์ ทำได้ตั้งหลายวิธี ไม่จำเป็นต้องไปโง่ด่าให้ตัวเองติดคุก
หรือไม่จำเป็นต้องไปแก้ ม112 เพื่อลดโทษ ยิ่งทำก็ยิ่งเพิ่มความขัดแย้งในสังคม
กลายเป็นเงื่อนไขให้ทหารเอาไปอ้างปฏิวัติอีก

ที่สำคัญระวังพวกนักการเมืองรวบอำนาจ ทุกอย่างไปไว้กับตัวเอง
แล้วอ้างแค่เลือกตั้งว่าเป็น ประชาธิปไตย

ถ้าองค์ประกอบหลักของการปกครอง

ถ้าองค์ประกอบหลักของการปกครองทั้งสาม 1. กษัตริย์และองคมนตรี 2. สภาผู้แทนราษฎร 3. วุฒิสภา นอกจากตรวจสอบกันภายในแล้ว องค์ประกอบทั้ง 3 ยังสามารถตรวจสอบระหว่างกันเองได้ ไม่ติดปัญหาของเรืองห้ามแตะต้อง ณ องค์ประกอบใดประกอบหนึ่ง น่าจะทำให้ระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของเรา ราบรื่นขึ้น.

พื้นที่ทั้ง 3 เป็นพื้นที่โปร่งใส ทนต่อการตรวจสอบได้แบบเดียวกัน

ไอ้ศักดิ์ เจี๊ยก, ไอ้โน๊ส

ไอ้ศักดิ์ เจี๊ยก, ไอ้โน๊ส จอมเนรคุณ กับ ไอ้หน้าตี๋ ตราลูกกตัญญู

โดน ชาวบ้าน รุมยำ ซะเละตุ้มเป๊ะไปแล้ว

คิวต่อไป...ก็ ไอ้ธง นี้แหละ...

แช่ม wrote:ไอ้ศักดิ์ เจี๊ยก,

[quote=แช่ม]ไอ้ศักดิ์ เจี๊ยก, ไอ้โน๊ส จอมเนรคุณ กับ ไอ้หน้าตี๋ ตราลูกกตัญญู

โดน ชาวบ้าน รุมยำ ซะเละตุ้มเป๊ะไปแล้ว

คิวต่อไป...ก็ ไอ้ธง นี้แหละ...[/quote]

ซ่าย ชาวผีซอมบี้เหลือง สู้เหตุผล และหลักการเขาไม่ได้ เลยมีทางเดียวคือ พึ่งตรรกะความเชื่อผีๆ รุมด่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เขา อย่างแต่วแตก อย่างสุดลิ่มทิ้มหัว.

ผมเห็นด้วยที่เรื่องชาวบ้านมีก

ผมเห็นด้วยที่เรื่องชาวบ้านมีการเรียนรู้และเติบโตขึ้น แต่ผมคิดว่าเขายังสามารถสร้างความศรัทธาใหม่ให้กับสถาบันกษัตร์ตได้อยู่ ซึ่งเริ่มกระบวนการสร้างให้เห็นกันบ้างแล้ว เพราะเอาเข้าจริงๆ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล มันขึ้นอยู่กับกระบวนการสร้างตัวบุคคลที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว ด้วยขบวนการเดิมๆอย่างได้ผล ความขัดแย้งครั้งนี้กำลังจะจบลง และจากการประลองกำลังที่ผ่านมา ทำให้อำมาตต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบบางอย่าง เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะที่ชนบทมีการเติบโต ถ้าวันนี้ ชนชั้นกลางผู้มีความรู้เป็นตัวสนับสนุนฝ่ายอำมาตได้ ทำไมชาวนาที่เป็นชนชั้นกลางใหม่ในอนาคต จะถูกมองข้าม และไม่เข้าสู่กระบวนการเดิม อุดมการ ชาติ ศาสตร์ กษััตร ยังคงอยู่และสามารถใช้ได้ไปอีกนาน หากรบครั้งนี้ ไม่ชนะ อยู่เฉยๆแล้วต่อรองในขณะที่ยังไม่เพลี่ยงพล้ำไปมากกว่านี้ เมื่อระดับนำหยุด ชาวบ้านก็ไม่สามารถเดินต่อได้ มีเพียงปัจจัยเดียวคือ ทักสิน จะมองสิ่งที่ผ่านมาอย่างไร ทักสินคงอยากประนีประนอม มากกว่าจะโค่นล้ม เหตุการที่ผ่านมาเป็นคราวซวยของทักสินที่มีคนอย่างสนธิหรือเปล่า (ถ้าเป็นไปตามข่าวลือที่สนธิเป็นคนยุให้ล้มทักสิน) วันนี้ท่าทีเปรมและเพื่อไท ทำให้คิดไปทางนี้จริง

รัฐประหาร 19 ก.ย.

รัฐประหาร 19 ก.ย. ถุกกระทำขณะที่ ต้นทุนทางเศรษฐกิจไทย สูงมาก GDP 7>9>11% แต่จากนั้น ไม่มี บรรษัท หน้าโง่รายใด คิดจะ มูลฟ้อง คณะ รัฐปะ อ้ายพวก รักริษยา (TaksinMania) ตามตนทุนเศรษฐกิจไทยในขุณะนั้น..เลยสักตัว !@#$% สมคบคิดโง่แท้ บรรษัท,สินทรัพย์, เศรษฐ ไทยๆ

"ประชาธิปไตย" กับ

"ประชาธิปไตย" กับ การเมืองไทยและความหมายของมัน สำหรับคน 3 ประเภท
กลุ่มประเภทที่ 1กลุ่มของนักการเมืองคือ โอกาสแก้มือทุก 4 ปี หรือเร็วกว่า ต้องหาทุนและแนวร่วมไว้ต่อรองให้มากที่สุด (ส่วนใครจะมาแทนกู ต้องรีบกำจัด).....กลุ่มประเภทที่ 2 กลุ่มคนมีเงิน(ข้าราชการการ,พ่อค้า,ผู้มีอันเหลือกิน) กลุ่มใหนมันมีแนวโน้มว่าจะเป็นใหญ่ต่อไป และให้ผลตอบแทนคืนมากที่สุด ต้องเข้าร่วม.....กลุ่มประเภทที่ 3 กลุ่มคนที่ไม่มีอันจะ...ดก ประชาธิปไตยคืออะไรช่างหัวมัน เพราะลำพังจะ..ดก กูก็ไม่มีอยู่แล้ว จบอย่างมากไม่เกินภาคบังคับ กูจะไปรู้เรื่องที่พวกมึงพูดเรอะ ใครพรรคใหนมีโยบายดีๆ บ้าง เผื่อลูกที่กูขายควาย ขายนาส่งมันไปเรียน มันจะพลอยได้อานิสงค์บ้าง ..... (คิดแบบชาวบ้านๆนะ)
**เพิ่มเติม คนแสดงความคิดเป็นคนบ้านนอกแถบอีสาน บริเวณชายแดนเขมรอีกด้วย แต่โชคดีมีเน็ตใช้ เลยมีโอกาศอ่านบทความและข้อแลกเปลี่ยนทุกท่าน มันหยดติงเลยครับ แต่ก็นะ ....ชาวบ้านนะ เลือกตั้งทีก็มีความรู้สึกแตกต่างกันไปตามข้อมูลที่มี ไม่กล้าบอกให้ท่านเชื่อ คิดเอาเองละกันครับ ทุกท่านก็ระดับปรมาจารย์แล้ว เลือกตั้งทีชาวบ้านก็ถามผู้นำที บางที่ก็เป็นพระ , ผู้ใหญ่บ้าน , แกนนำ , หัวคะแนน ,(ซึ่งมันก็ไม่มีข้อมูลเหมือนกัน พังเขาว่ามาอีกที หรือทุกท่านจะเถียง ...) ไอ้ที่ว่าชาวบ้านคิดได้เอง "เลิกเข้าข้างตัวเอง และ ใช้คำว่า "ชาวบ้าน" อ้างได้แล้วโดยเฉพาะคำว่าทั้งภาคอีสาน เป็นคนอีสานนี้มันโหดร้ายพออยู่แล้ว ฝนฟ้าอากาศไม่เป็นจัย หน่วยงานรัฐ นักการเมืองก็ตอแหล ภาคอื่นๆ นักการเมืองยังคิดถึงพื้นที่ตัวเองอยู่บ้าง แต่อีสานไม่รู้เป็นงัย แถมยังคอยซ้ำเติมไม่ขาดสาย นโยบายของแต่ละพรรคก็มุ้งเน้นให้เป็นประชานิยม ประเภท "ถ้าวันใดฉันไม่ช่วยพวกแก พวกแกก็ต้องอดตายนะ" ฉะนั้นเรื่องบางเรื่องที่ไม่ส่งผลต่อปากท้องโดยตรง แบบเห็นทันตาในวันต่อไป ก็ยากที่เขาจะเอาด้วย(ไม่เหมือนไปประท้วงนะครับ ไปที่ก็หลายตังค์พอเป็นค่านม ค่าอาหารไปหลายวันถ้าไม่ตายซะก่อน ทดแทนการ รอกรีดยาง หรือ ตัดอ้อย โดยไม่ต้องขายข้าวที่แทบไม่เหลืออยู่แล้ว โครงการจำนำข้าวก็ได้เฉพาะคนมีข้าว คนที่ไม่ได้ข้าวเพราะแล้ง หรือผลผลิตไม่ได้ตามเป้า คนแบบนี้มีเป็นแสน เคยคิดแก้มั๊ย
*****คนชั้นกลาง/คนมีเงิน/คนคุมอำนาจ /คนอยากมีอำนาจ ก็ต่อสู่เพื่ออุดมการณ์ของพวกคุณ *****คนจนๆไม่มีอันจะ...ดก ต้องสู้กับคนรวยที่รวยไม่รู้จักพอ ทำไรมาก็มีแต่ขาดทุนเพราะมันโง่ , คิดไม่ทันพวกจบโท เอก หรือนักบริหารมืออาชีพ ที่วันๆคิดแต่ว่าทำงัยวันนี้จะได้กำไรสัก หมื่นล้าน แล้วเอากำไรไปเที่ยวนอกโลก ชาวบ้านคิดได้เพียงพรุ้งนี้จะเอาไรซื้อกับข้าวกิน (ทรัพยากรอย่างอื่นพวกคนรวยมัน...ดก หมดแล้วทั้งทางตรงและทางอ้อม) ชาวบ้านนะเขามองคนมีข้อแตกต่างกันแค่ 2 ระดับเท่านั้นคือคนรวยมาก กับคนรวยน้อย ไอ้อย่างอื่นนะเขาไม่รู้หรอก........และอีกย่าง คนทีมีบุญคุณกับเขาเขารู้ดี แต่เขาก็ดูออกอยู่ว่าคนมีบุญคุณกับเขามีนานแค่ใหน และ จริงใจมากน้อยแค่ใหน ถ้าจะใช้เขาเป็นเครื่องมือก็ช่วยแสดงความจริงจัยให้เห็นหน่อย เอาเรื่องง่ายขอแค่ข้าวเปลือกหน้าโรงสีราคาสัก 50 บาทต่อ กิโลกรัมเป็นการทดสอบความจริงใหน่อย และให้กลุ่มสหกรณ์หรือกลุ่มชาวบ้านเป็นคนขายด้วยนะ ขอแค่นี้แหละไม่ขอมากหรอก ...กล้ามั๊ย