กลุ่มนิรนามโจมตีเว็บ FBI หลังเว็บโหลดไฟล์ยักษ์ใหญ่โดนจับ

หลังเว็บไซต์ฝากไฟล์ 'เมก้าอัพโหลด' ถูกสั่งปิดและเจ้าของถูกจับกุม เหล่าเว็บฝากไฟล์รายใหญ่พากันหวั่นเกรงมีการระงับหรือจำกัดการให้บริการตามมา ขณะที่กลุ่มนิรนาม (Anonymous) ในอินเทอร์เน็ตพากันโจมตีเว็บไซต์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปิดเมก้าอัพโหลด หน้าแรกเว็บ megaupload.com ขณะนี้ หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วเว็บไซต์เมก้าอัพโหลด (Megaupload) ถูกปิดตัวลงและมีการจับกุมเจ้าของเว็บไซต์โดย FBI ภายในอีก 48 ชั่วโมงต่อมาเหล่าเว็บไซต์ฝากไฟล์ทั้งหลายก็พากันตื่นกลัวและเปลี่ยนแปลงระบบของตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเดียวกับพี่ใหญ่เมก้าอัพโหลด โดยบางเว็บใช้วิธีการหนีด้วยการงดระบบจ่ายให้ผู้อัพโหลดเมื่อไฟล์ของเขาได้รับการแชร์ให้คนอื่น บางเว็บเช่น Filesonic และ Fileserve ถึงขั้นปิดกั้นตัวเองด้วยการอนุญาตให้ผู้อัพโหลดไฟล์เท่านั้นที่สามารถดาวน์โหลดไฟล์ตัวเองได้ เว็บไซต์ TorrentFreak รายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผู้ก่อตั้งและทีมงานของเมก้าอัพโหลดถูกจับกุมเป็นเรื่องที่ดูรุนแรงมาก และส่งผลให้ราว 2-3 วันหลังจากนั้น ผู้ให้บริการฝากไฟล์เริ่มหวาดกลัว ข้อกล่าวหาสำคัญอย่างหนึ่งที่เมก้าอัพโหลดถูกกล่าวหาคือในช่วงปี 2005 ถึง 2011 เมก้าอัพโหลดได้ให้รางวัลแก่ผู้ใช้ผู้ที่อัพโหลดสิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ขึ้นไปบนเว็บ ในอีเมลภายในที่ถูกนำมาอ้างถึงกรณีนี้นั้น มีกลุ่มทีมงานกำลังถกเถียงกันเรื่องการจ่ายเงินให้กับผู้ที่อัพโหลดภาพยนตร์ดีวีดีชื่อดังฉบับเต็ม และซอฟต์แวร์ที่มีตัวสร้างรหัสสำหรับลงโปรแกรมโดยอัตโนมัติ หรือ Keygenerators แม้ว่าเมก้าอัพโหลดจะหยุดการให้รางวัลนี้ไปแล้วในเดือน ก.ค. 2011 แต่ก็ยังถูกบุกจับ ในช่วงเย็นวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมาเว็บไซต์ Filesonic หนึ่งในยักษ์ใหญ่เว็บฝากไฟล์ติดอันดับ 10 ที่มียอดเข้าชมหลายล้านต่อเดือน ก็ไม่ได้แค่งดการให้รางวัล แต่ยังไม่อนุญาตให้บุคคลถายนอกเข้ามาดาวน์โหลดไฟล์ หรือง่ายๆ คือให้ผู้ใช้เท่านั้นที่สามารถเข้ามาดาวน์โหลดไฟล์ที่ตัวเองอัพโหลดไว้ได้ แต่จากรายงานก็ยังเชื่ออะไรไม่ได้ เนื่องจากมีบัญชีผู้ใช้บางรายถูกสั่งระงับหรือไม่ก็ถูกลบไฟล์ที่มีอยู่ ทางด้าน Fileserve เว็บชั้นนำด้านการฝากไฟล์อีกเว็บหนึ่งก็งดโครงการให้รางวัลด้วยเช่นกัน และเริ่มมีการทำแบบเดียวกับ Filesonic คือไม่ให้ผู้ใช้ภายนอกเข้ามาโหลด ด้านเว็บไซต์ Uploaded.to ก็ทำการแบนเลขไอพีที่มาจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นความพยายามทำให้ตัวเองอยู่ห่างจากขอบเขตกฎหมายของสหรัฐฯ เว็บ VideoBB กับ VideoZer ต่างก็ยุติการให้รางวัลและมีรายงานว่าได้ลบบัญชีผู้ใช้ของผู้ที่มีไฟล์อยู่เป็นจำนวนมาก เว็บอื่นๆ เช่น FilePost กับ 4shared ก็มีการระงับการให้รางวัล ส่วน FileJungle กับ UploadStation ก็ปิดกั้นไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาดาวน์โหลด เว็บไซต์บางเว็บก็ปิดตัวลงไปเลยเช่น x7.to ด้านเว็บที่เล็กกว่าอย่าง UploadBox ก็บอกจะปิดตัวโดยมีการลบไฟล์ภายในวันที่ 30 ม.ค. คดี Megaupload ในเว็บไซต์ Knowyourmeme ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมเรื่องราวและเกร็ดข้อมูลจากปรากฏการณ์อินเทอร์เน็ต โดยรายงานว่าเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2012 เว็บไซต์ฝากไฟล์เมก้าอัพโหลดถูกสั่งปิดโดยกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ และมีการตั้งข้อหากับทีมงานผู้บริหารเว็บไซต์หลายกระทง รวมถึงการละเมิดลิขสิทธิ์และการมีส่วนร่วมกับการฟอกเงิน มีการออกหมายจับ 20 หมายในสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ อีก 8 ประเทศทั้งในทวีปยุโรป ฮ่องกง และนิวซีแลนด์ จากข้อกล่าวหาระบุว่า ฝ่ายจำเลยหารายได้ผ่านการสมัครสมาชิกและการโฆษณาออนไลน์ ได้รับค่าสมัครสมาชิกรวมแล้ว 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และได้รับค่าโฆษณารวม 25 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการอ้างด้วยว่าในปี 2010 ที่ผ่านมา คิม ดอทคอม หรือนามจริงคือ คิม ชมิธส์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ มีรายได้ส่วนตัวสูงถึง 42 ล้านดอลลาร์ Anonymous โต้กลับ Knowyourmeme รายงานอีกว่า กลุ่มชุมชนออนไลน์ได้พากันตอบโต้มาตรการนี้ โดยก่อนหน้านี้ไม่นานนักพวกเขาก็เพิ่งประท้วงกฏหมายลิขสิทธิ์ SOPA และ PIPA ไป เพียงหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่เมก้าอัพโหลดถูกจับ หน้าแรกของเว็บกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ก็ถูกปิด เป็นฝีมือมาจากกลุ่มนิรนาม หรือ Anonymous ซึ่งพวกเขาได้ออกแถลงการณ์กรณีการปิดเว็บเมก้าอัพโหลดและโจมตี Denial of Service (DDoS) ใส่เว็บต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปิดเมก้าอัพโหลดในนามของปฏิบัติการที่ชื่อว่า Operation Megaupload หรือปฏิบัติการเมก้าอัพโหลด ในแถลงการณ์มีการระบุถึงเว็บไซต์ที่พวกเขาต้องการโจมตีทำให้มีเว็บไซต์รัฐบาลและเว็บไซต์อุตสาหกรรมบันเทิงอย่างน้อย 9 เว็บไซต์หยุดทำงานลงเป็นเวลาหลายชั่วโมง รวมถึงเว็บของ FBI, สำนักงานลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ สมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐอเมริกา (RIAA), สมาคมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของอเมริกา (MPAA) และยังมีการระบุถึงข้อมูลส่วนตัวของ คริส ดอด อดีตวุฒิสมาชิกและประธาน MPAA กับครอบครัวของเขาด้วย เว็บทั้งหลายเหล่านี้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งในเช้าวันที่ 20 ม.ค. โดยบอกว่า พวกเขาถูกโจมตี Denial of Service (DDoS) และบอกว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย จากกรณีดังกล่าว นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยได้ออกคำเตือนว่า ผู้ใช้ทวิตเตอร์อาจกลายเป็นคนที่โจมตี DDoS ได้โดยไม่รู้ตัวจากการคลิกลิงก์ในหน้าข่าว โดย กรามา คลูเลย์ ผู้ให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีเปิดเผยว่ากลุ่ม Anonymous ในปฏิบัติการเมก้าอัพโหลดน่าจะแอบใส่ลิงก์ที่เปลี่ยนเส้นทางโดยอัตโนมัติลงในทวิตเตอร์ผ่านเว็บ pastehtml.com ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่รู้ตัวมีโอกาสกลายเป็นผู้จู่โจมทางอินเทอร์เน็ตได้ เรียบเรียงจาก Cyberlocker Ecosystem Shocked As Big Players Take Drastic Action, TorrentFreak, 23-12-2012 http://torrentfreak.com/cyberlocker-ecosystem-shocked-as-big-players-take-drastic-action-120123/ Operation Megaupload, Knowyourmeme, 24-12-2012 http://knowyourmeme.com/memes/events/operation-megaupload

Comments

กรณีนี้ผมคิดว่าถ้าจะให้ผู้บริ

กรณีนี้ผมคิดว่าถ้าจะให้ผู้บริโภคกลับไปซื้อแผ่นก็คงยากอยู่ดีล่ะครับ คิดว่าคงต้องพัฒนาการขายแบบออนไลน์ แล้วก็มีผนทางให้ตัวผู้บริโภคเองเรียนรู้การทำธุรกรรมผ่านทางระบบออนไลน์ด้วย (ยอมรับว่าผมคนหนึ่งล่ะที่เกรงๆ ไม่กล้าใช้การทำธุรกรรมออนไลน์อยู่ ห่วงเรื่องความปลอดภัยและกลัวความซับซ้อนของมัน ทั้งที่จริงๆ มันอาจจะง่ายกว่าที่คิดก็ได้) เนื่องจากว่าปัญหาหลักๆ สำหรับผู้เสพย์งานต่างประเทศคือการไม่มีใครกล้า import งานแปลกๆ เข้ามา หรือแม้แต่งานเพลง mainstream ยังหายากเลยครับถ้าไม่ใช่พวกที่เป็นของฝรั่ง

รายได้เยอะมาก

รายได้เยอะมาก คนไทยส่วนใหญ่คงคิดไม่ออกว่าจะทำเงินอย่างไรกับ บริการแบบนี้