สมาคมต่อต้านโลกร้อนฟ้องนโยบายใช้ไฟฟ้าฟรี

เผยผลักภาระให้กับประชาชนและผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 90 หรือ 50 หน่วย โวยคิดอยากจะใช้ประชานิยม แต่ไม่มีปัญญาหาเงินมาดำเนินการเอง 5 ม.ค. เวลา 10.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า สมาคมฯได้รับมอบอำนาจจากประชาชนและผู้ประกอบการเอกชน ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐรวม 5 หน่วยงานต่อศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) ในความผิดฐานเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการออกกฎ คำสั่งหรือการกระทำอื่นใดเนื่องจากกระทำโดยไม่มีอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือโดยไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับการกระทำนั้น หรือโดยไม่สุจริตหรือมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม หรือสร้างภาระให้เกิดกับประชาชนเกินสมควร หรือเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ จากกรณีที่หน่วยงานต่าง ๆ ดังกล่าวร่วมกันมีมติให้ประชาชนผู้ด้อยโอกาสใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยต่อเดือนและภายหลังมีมติปรับลดเหลือ 50 หน่วยต่อเดือน เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 54 ที่ผ่านมา นโยบายดังกล่าวถือว่าเป็นนโยบายที่ดี ซึ่งรัฐบาลในอดีตเคยเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง แต่พอมาในรัฐบาลยุคนี้กลับดำเนินการผลักภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ไฟฟ้าฟรีดังกล่าวไปให้ประชาชนทุกครัวเรือน ผู้ประกอบการขนาดเล็ก จนถึงขนาดใหญ่ทุกรายที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 90 หน่วยหรือเกิน 50 หน่วย ให้ร่วมรับผิดชอบต่อค่าไฟฟ้าฟรีดังกล่าว นอกจากนั้นพบข้อมูลจากสมาคมแช่เยือกแข็งไทยรายงานว่าผู้ประกอบการบางจังหวัดถูกเรียกเก็บค่าไฟฟ้าสูงขึ้นกว่าอัตราที่ใช้ในแต่ละรอบเดือนตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา อาทิ จังหวัดสงขลาเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จังหวัดระนองเพิ่มขึ้นร้อยละ 58 จังหวัดจันทบุรีเพิ่มขึ้นร้อยละ 28 นอกจากนี้ประชาชนบางครัวเรือนช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมามีการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าสูงกว่าปกติมาก ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านไม่ได้อยู่บ้านเลยตลอดช่วงน้ำท่วม การดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องถือได้ว่า เป็นการดำเนินการโดยมิชอบ มีการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 30 และขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน 2550 มาตรา 7 (4) โดยชัดแจ้งนายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด คำขอท้ายฟ้อง 1) ขอให้ศาลพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ถึงที่ 3 เพิกถอนคำสั่งหรือมติเกี่ยวกับมาตรการค่าไฟฟ้าฟรี เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการผลักภาระค่าการใช้ไฟฟ้าฟรี สำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกินครัวเรือนละ 90 หรือ 50 หน่วยต่อเดือน ไปให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดกลาง กิจการขนาดใหญ่ กิจการเฉพาะอย่าง และองค์กรที่ไม่แสดงหากำไร หรือประชาชน ผู้ประกอบการ หรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วประเทศ และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ที่ 5 คืนเงินที่เรียกเก็บไปแล้วจากนโยบายดังกล่าวคืนให้กับประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ถูกรับภาระค่าไฟฟ้าดังกล่าวทั้งหมดตั้งแต่เริ่มเก็บเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2554 มาจนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษา พร้อมอัตราดอกเบี้ยตามที่ศาลกำหนด 2) ขอให้ศาลพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ 2 และหรือผู้ถูกฟ้องคดีทั้งหมด ยกเลิกการจำแนกประเภทของผู้ใช้ไฟฟ้าออกเป็นประเภทต่าง ๆ และให้กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าที่เท่าเทียมกันทั้งประเทศโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม 3) ขอให้ศาลพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 แก้ไขคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการกำกับอัตราค่าพลังงาน ให้เกิดความเป็นธรรม โดยแต่งตั้งตัวแทนของผู้ใช้ไฟฟ้าประจำเขตทั้งประเทศ หรือตัวแทนภาคประชาชนชนผู้ใช้ไฟฟ้า เข้าไปเป็นคณะกรรมการดังกล่าวเสีย และหรือในคณะทำงานทุก ๆ คณะฯ ตามพระราชบัญญัติประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 4) ขอให้ศาลพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำประชาพิจารณ์หรือจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรือผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายบัญญัติทุกครั้งอย่างทั่วถึง ทั่วประเทศ ก่อนที่จะมีการประกาศใช้ค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่าเอฟที ต่อผู้ใช้ไฟฟ้าที่จะต้องได้รับผลกระทบต่อการประกาศค่าเอฟทีดังกล่าว 5) ด้วยปรากฏว่าขณะนี้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ได้ดำเนินการเรียกเก็บค่าใช้ไฟฟ้าจากผู้ฟ้องคดีและประชาชน ผู้ประกอบการต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้ว ก่อให้เกิดความเดือดร้อนและเสียหายเกิดขึ้นกับผู้ฟ้องคดีและผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 90990 และหรือ 50 หน่วยทั่วประเทศ ผู้ฟ้องคดีจึงใคร่มีคำขอมายังศาลในข้อนี้ เพื่อศาลได้โปรดเปิดการไต่สวนและมีเมตตากำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาตามคำขอของผู้ฟ้องคดีโดยมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีระงับการผลักภาระการเก็บค่าการใช้ไฟฟ้าส่วนเกินจากการใช้ไฟฟ้าฟรี ไปเก็บผู้ที่ใช้ไฟฟ้าเกินครัวเรือนละ 50 หน่วยต่อเดือน ให้กับผู้ฟ้องคดี และหรือผู้ใช้ไฟฟ้า และหรือผู้ประกอบการ หรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วประเทศที่ต้องเสียหรือจ่ายเงินดังกล่าวแล้วด้วย