ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน เผย 10 พื้นที่อันตรายสำหรับสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน รายงานสถานการณ์เสรีภาพและสวัสดิภาพของสื่อมวลชนทั่วโลกในปี 2011 พบสื่อถูกสังหารเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 16 เปอร์เซ็นต์ มีการปิดกั้นสื่อ 499 แห่ง และกว่า 68 ประเทศทั่วโลกมีการวางมาตรการปิดกั้นข่าวสาร พร้อมจัดอันดับ 10 พื้นที่อันตรายสำหรับสื่อมวลชน ตัวเลขของสื่อ บล็อกเกอร์และประชาชนที่ใช้อินเตอร์เน็ตซึ่งถูกคุกคามในปีที่ผ่านมา มีดังนี้ ผู้สื่อข่าวถูกสังหาร 66 ราย ( สูงขึ้น 16% จากปี 2010) ผู้สื่อข่าว 1,044 รายถูกจับกุม ผู้สื่อข่าว 1,959 ถูกทำร้ายร่างกายหรือถูกคุกคาม สื่อ 499 แห่งถูกเซ็นเซอร์ ผู้สื่อข่าว 71 รายถูกลักพาตัว ผู้สื่อข่าว 73 รายต้องหนีออกนอกประเทศ พลเมืองออนไลน์ถูกสังหาร 5 ราย บล็อกเกอร์และพลเมืองออนไลน์ 199 ถูกจับ บล็อกเกอร์และพลเมืองออนไลน์ถูกทำร้ายร่างกาย 62 ราย 68 ประเทศทั่วโลก มีการออกมาตรการเซ็นเซอร์ ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนระบุว่า ปี 2011 เป็นปีที่หนักหน่วงสำหรับเสรีภาพสื่อ ปรากฏการณ์ “อาหรับสปริง” เป็นจุดศูนย์กลางความสนใจ ซึ่งตัวเลขผู้สื่อข่าวที่ถูกสังหารไปทั้งสิ้น 66 รายในปีที่ผ่านมานั้น มี 20 รายที่ถูกสังหารในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2010 ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวที่ถูกสังหารในตะวันออกกลางมีจำนวนเท่ากับที่ถูกสังหารในละตินอเมริกา ปากีสถาน เป็นประเทศที่มีผู้สื่อข่าวถูกสังหารถึง 10 รายในปีที่ผ่านมา ขณะที่ จีน อิหร่าน และเอริเทรีย (ทางตอนเหนือของแอฟริกาตะวันออก) ก็กำลังเป็นคุกขนาดใหญ่ของสื่อ ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนรวบรวมสถิติการคุกคามสื่อในรูปแบบต่างๆ ตามแต่ละภูมิภาคของโลกดังนี้ ภูมิภาค ถูกสังหาร ถูกจับ/ถูกควบคุมตัว ถูกคุกคาม/ทำร้าย ถูกปิดกั้น ถูกลักพาตัว อเมริกา 18 121 513 154 2 ตะวันออกกลาง 20 252 553 79 20 แอฟริกา 9 253 245 95 3 เอเชีย 17 119 347 93 34 ยุโรป 2 299 301 78 2 รวม 66 1044 1959 499 71 ปรากฏการณ์การอาหรับสปริงนั้นมีผลสร้างแรงบันดาลใจให้กับประเทศใกล้gคียงเช่น อาเซอร์ไบจัน ซูดาน รวมถึงการประท้วงบนท้องถนนที่เกิดขึ้นในหลายแห่งทั่งโลกเช่น กรีซ เบลารุส อูกานดา ชิลี และสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีผู้สื่อข่าวถูกจับกุมมากขึ้น คือ จากเดิมที่มีผู้ถูกจับกุม 535 คนในปี 2010 ก็เพิ่มขึ้นเป็น 1044 คน ในปี 2011 และมีผู้สื่อข่าวจำนวนมากถูกกีดขวางทางกายภาพด้วยเหตุที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน เช่น ถูกกักขังในระยะสั้นๆ หรือถูกสอบปากคำ สถานการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลที่จะยับยั้งข้อมูลข่าวสาร เมื่อเทียบกับปี 2010 ผู้สื่อข่าวถูกทำร้ายร่างกายมากขึ้นถึง 43 เปอร์เซ็นต์ และพลเมืองอินเตอร์เน็ตถูกจับมากขึ้น 31 เปอร์เซ็นต์ โดยพลเมืองเน็ตที่เป็นเป้าหมายของการจับกุมก็คือคนที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเรียกร้องบนท้องถนนในขณะที่สื่อถูกปิดกั้นข่าวสารเหล่านั้น ประชาชนที่ออกมาต่อสู้เรียกร้องบนท้องถนนถูกฆ่าตายไป 5 คนในปีที่ผ่านมา โดย 3 ใน 5 ถูกฆ่าตายในเม็กซิโก ตารางเปรียบเทียบการเพิ่ม-ลด ของการคุกคามสื่อในปี 2010 กับ 2011 ปี 2010 ปี 2011 เปรียบเทียบ (เพิ่ม-ลด) ผู้สื่อข่าวถูกฆ่า 57 66 +16 % ผู้สื่อข่าวถูกจับกุม 535 1044 +95 % ผู้สื่อข่าวถูกทำร้ายร่างกายหรือถูกคุกคาม 1374 1,959 +43 % สื่อถูกเซ็นเซอร์ 504 499 -1 % ผู้สื่อข่าวถูกลักพาตัว 51 71 +39 พลเมืองออนไลน์ถูกสังหาร 1 5 บล็อกเกอร์และพลเมืองออนไลน์ถูกจับ 152 199 +31 % บล็อกเกอร์ถูกทำร้ายร่างกาย 52 62 +19 % ประเทศที่มีการเซ็นเซอร์ข่าวสาร 62 68 +10 % สำหรับพื้นที่อันตรายสำหรับสื่อมวลชนในปีที่ผ่านมา เรียงลำดับตามตัวอักษรของชื่อประเทศมีดังนี้ มานามา, บาห์เรน (Manama, Bahrain) รัฐบาลบาห์เรนทำทุกวิถีทางที่จะป้องกันไม่ให้นานาประเทศรับรู้เกี่ยวกับการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นในเมือมานามา เมืองหลวง โดยปฏิเสธให้สื่อมวลชนต่างชาติเข้าไปทำข่าว รวมถึงการคุกคามและทำร้ายร่างกายสื่อมวลชนต่างชาติ ขณะที่สื่อมวลชนโดยเฉพาะช่างภาพชาวบาร์เรนถูกคุมขังเป็นเวลาหลายชั่วโมงไปจนถึงหลายสัปดาห์ มีบล็อกเกอร์รายหนึ่งยังคงถูกจำคุกโดยศาลทหาร อาบิดจัน, ไอวอรี่ โคสต์ (Abidjan, Côte d’Ivoire) อาบิดจัน และเมืองรอบข้างล้วนกลายเป็นพื้นที่อันตรายสำหรับสื่อในช่วงครึ่งปีแรก สื่อมวลชนต้องเผชิญการสอบสวนที่มีการใช้กำลัง หรือการทำร้ายร่างกาย สำนักงานใหญ่ของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติเป็นเป้าในการโจมตีทางอากาศ ในเดือนพฤษภาคม ผู้ประกาศของสถานีวิทยุกลายเป็นเหยื่อของการฆาตกรรมที่ไม่มีการลงโทษผู้กระทำผิด โดยผู้กระทำผิดคือเจ้าหน้าที่ทหารของกองทัพ การปะทะกันระหว่างกองกำลังที่สนับสนุนผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งสองฝ่าย คือ โลรองท์ บากโบ กับอลัสซาน อูอัตทารานั้นส่งผลอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของผู้สื่อข่าว จัตุรัสตาฮีร์, กรุงไคโร, อียิปต์ (Cairo’s Tahrir Square, Egypt) ฝ่านเรียกร้องประชาธิปไตยซึ่งสามารถโค่นฮอสนี มูบารักลงจากอำนาจได้ในที่สุดเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมานัน เริมต้นขึ้นในปลายเดือนมกราคมที่จัตุรัสตาฮีร์ สื่อมวลชนต่างชาติถูกทำร้ายอย่างเป็นระบบในเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากการรณงรงค์ต่อต้านสื่อมวลชนต่างชาติในระหว่างวันที่ 2-5 ก.พ. มีรายงานเหตุรุนแรงเกิดขึ้นกว่า 200 ครั้งสื่อมวลชนท้องถิ่นก็กลายเป็นเป้าหมายด้วย เหตุการณ์คล้ายคลึงกันนี้เกิดขึ้นอีกใน 6 เดือนให้หลัง คือช่วงวันที่ 19-28 พ.ย. และวันที่ 17-18 ธ.ค. ในระหว่างการการปราบปรามการชุมนุมรอบใหม่ซึ่งเรียกร้องให้สภาสูงสุดของกองทัพอียิปต์ลาออก มิสราตา, ลิเบีย (Misrata, Libya) หลังจากที่กลุ่มผู้ต่อต้านกัดดาฟีเข้ายึดเมืองมิสราตา ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเมืองใหญ่ของลิเบียได้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ผู้สื่อข่าวตกอยู่ในความเสี่ยงของภาวะสงคราม ผู้สื่อข่าวสองคนเสียชีวิตในเมืองมิสราตา ในปีที่ผ่านมา โดยจำนวนผู้สื่อข่าวที่เสียชีวิตในลิเบียในปีที่ผ่านมามีทั้งหมด 5 คน เวอราครูซ, เม็กซิโก (Veracruz state, Mexico) เวอราครูซ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนอ่าวแม็กซิโก และเป็นศูฯย์กลางของอาชญากรรมนานาชนิด ตั้งแต่การค้ายา ค้ามนุษย์ ไปจนถึงค้าน้ำมันเถื่อน ในปีที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวสามรายถูกสังหาร 10 รายหนีออกจากประเทศ เนื่องจากการภัยคุกคามที่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐเพิกเฉยหรือบางครั้งก็เป็นผู้ร่วมกระทำการคุกคามเสียเอง กุซดาร์, ปากีสถาน (Khuzdar, Pakistan) ผู้สื่อข่าวจำนวนมากถูกคุกคามและสังหารในเมืองกุซดาร์ และมีการคุกคามสื่อที่รุนแรงในพื้นที่นี้ โดยผู้สื่อข่าวนั้นอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างกองทัพของปากีสถานกับกองกำลังแบ่งแยกดินแดน กรณีล่าสุดคือ จาเว็ด นาซีร์ ริน อดีตผู้ช่วยบรรณาธิการของ เตวาร์ เดลี ซึ่งถูกพบศพเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา หลังถูกลักพาตัวไปกว่า 3 เดือน ขณะที่กลุ่มต่อต้านการแบ่งแยกดินแดนที่เรียกตัวเองว่า บัลเลาะห์ มัสซาลาห์ เดฟา เผยรายชื่อสื่อมวลชน 4 รายที่เป็นเป้าหมายการสังหารเมื่อปลายเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา มะนิลา, เซบู, คากายัน เดอ โอโร่, ฟิลิปปินส์ (The Manila, Cebu and Cagayan de Oro metropolitan areas on the islands of Luzon and Mindanao, Philippines) การสังหารและการทำร้ายร่างกายผู้สื่อข่าวในประเทศฟิลิปปินส์ ส่วนใหญ่แล้วเกิดขึ้นใน 3 เมืองดังกล่าว โดยผู้ก่ออาชญากรรมนั้นคือกองกำลังส่วนบุคคลของนักการเมืองท้องถิ่นและกองกำลังทหาร รัฐบาลที่เพิ่งเข้ามาบริหารในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาก็ไม่ได้แสดงท่าทีที่น่าพึงพอใจใดๆ ต่อกรณีที่เกิดขึ้น กลุ่มกองกำลังต่างๆ ยังคงไม่ได้รับการลงโทษ เหล่านี้เป็นผลของการคอร์รัปชั่น ความเชื่อมโยงระหว่างนักการเมืองและการก่ออาชญากรรม และระบบยุติธรรมที่ไม่เป็นอิสระเพียงพอ โมกาดิชู, โซมาเลีย (Mogadishu, Somalia) โมกาดิชูเป็นเมืองแห่งความตายของผู้สื่อข่าว ซึ่งอาจจะเสียชีวิตได้จากระเบิด หรือการกราดยิง รวมไปถึงการที่สื่อออนไลน์ตกเป็นเป้าของกองกำลังทหาร ผู้สื่อข่าว 3 รายเสียชีวิตในโมกาดิชูในเดือน สิงหาคม ตุลาคม และธันวาคมตามลำดับ ช่างภาพชาวมาเลเซียถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสในเดือนกันยายนขณะที่เข้าไปในพื้นที่พร้อมกับเอ็นจีโอมาเลเซียเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เดราห์, ฮอมส์ และดามัสกัส, ประเทศซีเรีย (Deraa, Homs and Damascus, Syria) เดราห์ และฮอม เป็นสองศูนย์กลางการประท้วงต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด พื้นที่ทั้งสองนี้และเมืองดามัสกัดเป็นพื้นที่อันตรายสำหรับสื่อมวลชนในปีที่ผ่านมา รัฐบาลของอัล อัสซาด ปิดกั้นข่าวอย่างเบ็ดเสร็จ ปฏิเสธการออกวีซาให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศและเนรเทศผู้สื่อข่าวต่างประเทศ คลิปวิดีโอการประท้วงของฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยนั้นถูกถ่ายและเผยแพร่โดยประชาชนธรรมดา ซึ่งการทำเช่นนั้นก็เสี่ยงภัยต่อชีวิตเช่นเดียวกัน หลายคนถูกจับกุม ลักพาตัว ทำร้ายและทารุณกรรม กองทัพไซเบอร์ถูกนำมาใช้เพื่อคุกคามสื่อมวลชน ความรุนแรงต่อร่างกายกลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ บล็อกเกอร์และผู้สื่อข่าวจำนวนมากหลบหนีออกนอกประเทศ คาดว่าขณะนี้มีผู้สื่อข่าวที่ถูกคุมขังอยู่ราว 30 คน จัตุรัสแห่งการเปลี่ยนแปลง เมืองซานา, เยเมน (Sanaa’s Change Square, Yemen) จัตุรัสแห่งการเปลี่ยนแปลง ในเมืองซานา ประเทศเยเมนเป็นศูนย์กลางการประท้วงต่อต้านประธ่นาธิดี อาลีอับดุลาห์ ชาเลห์ และกลายเป็นพื้นที่ของความรุนแรงและการละเมิดผู้สื่อข่าวด้วย มีผู้สื่อข่าว 2 คนเสียชีวิตขณะทำข่าวการประท้วงที่มีการเหตุปะทะกับกองกำลังทหารหลายครั้ง มีการใช้กำลังกับผู้สื่อข่าว ยึดอุปกรณ์การทำงาน ลักพาตัว ทำลายออฟฟิศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการใช้ความรุนแรงต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นระบบ ที่มา: The 10 most dangerous places for journalists

Comments

ผมอยากให้เอาสถิติการครอบงำสื่

ผมอยากให้เอาสถิติการครอบงำสื่อ คุกคามสื่อ ปิดสื่อ เป็นต้น ตั้งแต่ยุค พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ มาเปรียบเทียบกันกับยุคเผด็จการทหาร ทำการยึดอำนาจ รัฐประหาร จนถึงยุคเผด็จการฯ อุ้มนายอภิสิทธิ์

เอาหันให้ชัดๆเลยครับว่า รัฐบาลไหน รครอบงำสื่อ คุกคามสื่อ ปิดสื่อ เป็นต้น มากกว่ากัน

และสื่อที่เอียงข้าง เอียงชนิดหัวคะมำ หัวทิ่มหัวตำ ไร้จรรยาบรรณ ขาดจิตวิญญาณ ในยุคใคร มีมากที่สุดครับ

เอา 3 รัฐบาล (ที่จริง ก็แค่ 2 รัฐบาล เพราะรัฐบาลทหาร จะเป็น พลเอก.สุรยุทธ์ หรือนายอภิสิทธิ์ มันก็รัฐบาลเผด็จการฯ คือกัน) มาเทียบกันเลยครับ เอาชัดๆจะจะไปเลย

เพราะผมจำได้ว่า สมัยทักษิณ สื่อตีพิมพ์และสื่อทีวีทุกช่อง ลงและออกแต่ข่าวพันธมิตรติดต่อกันยาวนานเป็นเดือนๆ ถล่มทักษิณแหลก

ผมสงสัยมานานว่า ทักษิณคุกคามสื่อ ปิดสื่อตรงไหน ก็เห็นกับตาว่า ถล่มทักษิณแหลก ถล่มยาวนานเป็นเดือนๆ

เชิญวิทยากรมาออกทีวีแต่ละคน หน้ามันเหมือนม้า มากกว่าคน ประชาชนคนค่อนโลกเห็นกันชัดครับ สวัสดี.

ปล. ด้วยเหตุนี้ ผมจึงสงสัย และไม่ให้ราคาสื่อเท็จอีกต่อไปครับ.

เออ จริงแฮะ ลืมกันไปหมดแล้วสิ

เออ จริงแฮะ ลืมกันไปหมดแล้วสิ ใครเป็นคนเปิดไฟเขียวให้? ดูพวกเขาช่างโคตรสามัคคี-ปรอง-รุม

zone teen รุมกระทืบพรัอมเพรียงกันโคตรดีจริงๆๆๆๆๆๆๆ