น้ำตาสลิ่ม#1: นักวิจัยหมูหลุมเสนอเลิกใช้คำว่า “สลิ่ม”
เสวนาเรื่องวาทกรรม “สลิ่ม” ที่ร้าน 9 บรรทัด นักวิจัยหมูหลุมเสนอคนเสื้อแดงเลิกถือตัวเป็นคนจน ไม่เช่นนั้นจะถูกแช่แข็งในวาทกรรมจน-โง่-ซื้อเสียง ชี้วาทกรรม “อยู่ข้างคนจน” เป็นของตกค้างจากวรรณกรรมเดือนตุลาแต่สมัยนี้เริ่มนิยามความจนไม่ได้ เพราะคนมีรายได้เกินเส้นยากจนหมดแล้ว พร้อมเสนอให้เลิกใช้คำว่า “สลิ่ม” เลิกตีขลุม-เหมารวม และอย่าผลักคนกลางๆ ไปเป็นศัตรู

บรรยากาศการเสวนาที่ร้าน 9 บรรทัด เมื่อ 2 ธ.ค. ที่ผ่านมา (ที่มา: ประชาไท)
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่ร้าน 9 บรรทัด จ.เชียงใหม่ มีการจัดเสวนา: น้ำตาสลิ่ม: ชนชั้นกลางเป็นภัยต่อความก้าวหน้าของประชาธิปไตยจริงหรือ? วิทยากรประกอบด้วย เก่งกิจ กิติเรียงลาภ จากกลุ่มประกายไฟ เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร จากกลุ่มทุนนิยาม และวิทยากร บุญเรือง นักวิจัยจากศูนย์วิจัยหมูหลุม (Mooloom Intelligence Unit - MIU) ดำเนินรายการโดย น.ส.ยุภาวดี ทีฆะ กลุ่มนักศึกษาไร้สังกัด
โดยเริ่มแรกนักวิจัยจากศูนย์วิจัยหมูหลุม (Mooloom Intelligence Unit - MIU) ได้อภิปรายในหัวข้อ “ทำไม “คนชั้นกลาง-คนกรุงเทพ-สลิ่ม” จึงเป็น “แพะ” อันโอชะ เมนูยอดฮิตแห่งยุคสมัยสำหรับปัญญาชนทวนกระแส” โดยมีรายละเอียดดังนี้
000
การ ประณามใครต่อใครที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามว่า "สลิ่ม" ศูนย์วิจัยหมูหลุมขอเสนอให้ยกเลิกคำนี้ไป และมาอธิบายว่าคนที่คุณกำลังเถียงคือใคร คุณกำลังเถียงกับมวลชนพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องนิยามแบบนั้น คุณกำลังเถียงกับพันธมิตรฯ ก็ต้องเถียงแบบนั้น คุณอย่ามาตีขลุมว่าคนชั้นกลาง คนเล่นอินเตอร์เน็ตเป็นฝ่ายตรงข้ามคุณ ประโยชน์ไม่เกิด … ประโยชน์ที่จะเกิดจริงๆ คือ เราอย่าไปผลักคนที่อยู่กลางๆ คนที่ไม่แสดงทัศนคติทางการเมือง เราอย่าผลักเขาเป็นศัตรู เราทำให้เขามาเป็นพวกก็ได้
วิทยากร บุญเรือง
ชี้การที่เสื้อแดงถือว่าตัวเป็นคนจน จะถูกแช่แข็งในวาทกรรมจน-โง่-ซื้อเสียง
สิ่งที่จะนำเสนอนี้เป็นส่วนหนึ่งในงานวิจัยที่ทำอยู่คือ “แผนธุรกิจ: เราจะหากินกับกลุ่มคนที่มีทัศนคติทางการเมืองต่างๆ ในสังคมไทยได้อย่างไร” (อ่านบทสรุปของงานวิจัยได้ที่ล้อมกรอบ)
ขอ ออกตัวก่อนว่าในสังคมไทยมีปัญหาอย่างหนึ่งโดยเฉพาะฝั่งประชาธิปไตย ฝั่งคนเสื้อแดง คือมีคำอธิบายอย่างหนึ่งที่กีดกันคนส่วนหนึ่งออกจากขบวนการ ซึ่งคนกลุ่มนี้เราจะเรียกว่าชนชั้นกลาง
ความเป็นคนเสื้อแดง ภาพที่โดนฉาย ภาพติดคือเป็นพวกรากหญ้า เป็นพวกคนจน แต่ผมขออธิบายว่าก็ถูกที่ว่าในขบวนการมีคนจน มีรากหญ้า แต่อยากถามว่ามากกว่านั้นคือคนที่ร่วมขบวนการมีลักษณะทางฐานะที่มากกว่าคนจน ไหม ถามเลยว่าที่มาฟังเสวนานี้ส่วนใหญ่น่าจะเป็นคนเสื้อแดง ถามจริงๆ เถอะว่าเป็นคนจน (มีคนตอบ: จนไม่จริง) คือถ้าบอกว่าเราเป็นคนจนปุ๊บ จะเข้าทางคนอีกกลุ่มหนึ่งที่พยายามบอกว่าคนเสื้อแดงเป็นคนจน คนโง่ คนที่ซื้อเสียง คือจะเข้าทางคนที่ Stuff ให้เราเป็นคนจน คนที่อยู่ในเศรษฐกิจพอเพียง
แต่สิ่งที่อยู่ในงานวิจัยของผมคือ คน เสื้อแดงไม่ได้เกี่ยวว่าเราจนหรือไม่ แต่มีจุดร่วมกันคือความคิดประชาธิปไตย ซึ่งไม่ใช่เรื่องฐานะทางสังคมแล้ว แต่คนที่ออกมาเคลื่อนในขบวนมีจุดร่วมกันด้านความคิดประชาธิปไตย ซึ่งไม่สามารถอธิบายว่ามีแต่คนจนเท่านั้นที่มีความคิดเรื่องประชาธิปไตย ชนชั้นกลางนะครับ เอารถมาฟังเสวนากันทั้งนั้น
ชี้การนิยามคำว่า “สลิ่ม” มีปัญหา ผลักคนกลางๆ ออกจากกลุ่ม
นักวิจัยหมูหลุม อภิปรายที่มาของคำว่า “สลิ่ม” ว่า มีคนส่วนหนึ่งที่มาเห็นใจคนเสื้อแดงหลังการล้อมปราบเดือนพฤษภาคมปี 2553 พวกเราได้แนวร่วมที่มากกว่าคนที่เคยเป็นฐานเสียงไทยรักไทย คนที่ชอบทักษิณมาก่อน คนพวกนี้เมื่อก่อนเขาอาจเป็นเสื้อเหลืองเหลือง บางทีเขาไม่ยอมรับว่าเขาเป็นเหลือง เขายอมรับว่าเขาเป็นกลางหน่อย แต่ตอนนี้เราได้คนแบบนี้มามาก ที่เห็นใจเพราะพวกเสื้อแดงโดนฆ่า เพราะเรื่องมนุษยธรรม
พวกนี้จะแบ่งเฉดเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเขาคิดว่าเป็นปัญญาชน ที่พยายามบอกอะไรกับสังคมว่าคนนั้นคนนี้เป็นอย่างไร และพยายามผลักคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่แสดงทัศนคติออกไป ผู้ร่วมเสวนาเคยได้ยินคำว่า "สลิ่ม" ไหมครับ
คำนี้โคตรมีปัญหามากที่ สุด ซึ่งผมจะพยายามอธิบายในวันนี้ คือเราได้ยินคำว่าสลิ่ม เราโคตรเกลียดเลยนะ สลิ่มที่ผมจะอธิบายวันนี้ ถูกนิยามแบบ 3 อย่างด้วยกัน หนึ่ง พยายามบอกว่า คนที่ไม่ยอมแสดงทัศนคติทางการเมืองว่าเป็นเหลืองหรือเป็นแดง จะถูกปัญญาชนทวนกระแสประณามว่าเป็นสลิ่ม อีกกลุ่มคือคนที่เกลียดเสื้อแดงจริงๆ ที่แสดงออกมาว่าเกลียดคนเสื้อแดง ก็ถูกถือว่าเป็นสลิ่ม อีกกลุ่มคือคนที่กั๊กๆ เหลืองก็ได้ แดงก็ได้ ก็ถูกหาว่าเป็นสลิ่ม
แต่ ผมแคร์คนกลุ่มแรกมากที่สุด คือคนที่ไม่ได้แสดงออกทางการเมืองว่าเขาเป็นคนกลุ่มไหน ถ้าเป็นเมืองนอกจะเรียกว่าเป็นกลุ่มสวิงโหวต ที่สามารถไปทางเหลืองก็ได้แดงก็ได้ แต่ต้องทำอะไรสักอย่างให้เขาเป็นพวก จู่ๆ เราไปผลักให้คนพวกนี้ออกไป ก็จะไปเข้าทางสนธิ ลิ้มทองกุล เขาก็ไม่มาร่วมกับเรา กระแสที่มีปัญหาตอนนี้คือเราประณามสลิ่ม และเราละเลยที่จะทำงานการเมือง พวกปัญญาชนทวนกระแสพยายามชูตัวเอง และผลักคนกลุ่มหนึ่งออกไป นี่เป็นปัญหาสำคัญอันหนึ่ง
วาทกรรม “อยู่ข้างคนจน” เป็นของตกค้างจากเดือนตุลา
แต่สมัยนี้เริ่มนิยาม “คนจน” ไม่ค่อยได้ เพราะรายได้เกินมาตรฐานยูเอ็นแล้ว
ความ คิดที่เกลียดสลิ่ม เกลียดชนชั้นกลาง เป็นสิ่งที่ตกทอดมาจากวรรณกรรมเพื่อชีวิตสมัยเดือนตุลา เมื่อ 30 ปีก่อน ที่มีคำเรียกว่า "แนวร่วมนักศึกษา ชาวนา กรรมกร" พยายามอธิบายว่าตัวเองอยู่ข้างคนจน แต่ในสังคมไทยอีก 30 ปีต่อมา คำว่าคนจน เริ่มนิยามไม่ค่อยได้ว่าคืออะไร ถ้าจะเอามาตรฐานสหประชาชาติคือคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,200 บาทต่อเดือน ตอนนี้พวกเราที่มาฟังมีใครรายได้ต่ำกว่า 1,200 บาทต่อเดือนไหม ก็ไม่มีนะ
ผม อยากอธิบายว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่ผมเรียกว่า ปัญญาชนทวนกระแส เกิดมาจากหลังการล้อมปราบ อยากมาเข้าข้างคนเสื้อแดง แต่อยากมีจุดร่วมอย่างหนึ่งว่าเขารักและเอ็นดูคนจน แต่เขาได้สร้างศัตรูขึ้นมาอีกกลุ่มคือ ชนชั้นกลาง
ยันเหมารวมไม่ได้ว่าคนกรุงเทพฯ ไม่เอาเสื้อแดง
อีก การอธิบายหนึ่งที่ว่าคนกรุงเทพฯ แม่งเหี้ย แม่งเลว ไม่ใช่คนเสื้อแดง ซึ่งเอาอะไรมาวัดก็ไม่รู้ก็ แต่มีตัวชี้วัดอย่างหนึ่งว่าในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เราพยายามประณามว่าคนกรุงเทพฯ ไม่ใช่ฝั่งคนเสื้อแดง อันนี้ผมไม่รู้ว่าถูกหรือผิดนะ แต่มีตัวชี้วัดอย่างหนึ่งว่าตอนที่คนเสื้อแดงรณรงค์ล้อมกรุงเทพฯ (การเคลื่อนเข้ากรุงเทพฯ ของ นปช. เมื่อเดือนมีนาคมปี 2553) ก็คนกรุงเทพฯ ออกมาต้อนรับจำนวนมาก
และอีกอันหนึ่งคือ ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทยได้ 10 คนจาก 33 เขต และในแต่ละเขตไม่ได้แพ้การเลือกตั้งขาดแบบภาคใต้ และคะแนนบัญชีรายชื่อใน กทม. ประชาธิปัตย์ 1,277,669 คน เพื่อไทยได้ 1,209,508 คน คือแพ้แค่ 60,000 คะแนน คือเราจะตีขลุมว่าคนกรุงเทพฯ ไม่เข้าใจเรื่องประชาธิปไตยไม่ได้
อีกด้านหนึ่งคือ ประเด็นเรื่องน้ำท่วม ตอนแรกการพูดถึงเรื่องน้ำท่วมคือมีการพยายามบล็อก มีการพยายามบิวด์ที่มาจากฝั่งเสื้อแดงเราไม่ยอมสูญเสียพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งก็ถูกในเรื่องการจัดการของผู้ว่าฯ กทม. และรัฐบาล แต่เราถามว่า เราจะเอาเรื่องของความเป็นกรุงเทพ กับความเป็นคนกรุงเทพฯ มาชี้วัดตรงนี้ไม่ได้ เราพยายามบอกว่าคนกรุงเทพฯ เห็นแก่ตัว แต่พอน้ำเข้าดอนเมืองปุ๊บ ดอนเมืองกลุ่มฮาร์ดคอร์จะไปรื้อบิ๊กแบ๊ก ดอนเมืองเป็นคนกรุงเทพฯ นะครับ คือเป็นเรื่องปัญหาเฉพาะหน้า เอย่าไปประณามว่าคนกรุงเทพฯ เห็นแก่ตัว มันเป็นเรื่องระบบการเมืองตรงนั้น และเขาไปอยู่ในพื้นที่ๆ มีความสำคัญ จึงไม่ใช่ว่าเสียงส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ จะไม่ทุกข์ร้อนกับน้ำท่วม ถ้าเจอเข้าจริงก็เดือดร้อน
พวกเราที่มาฟัง เสวนาก็มาเพราะเฟซบุคใช่ไหมครับ ประเด็นที่สามที่ผมจะพูดคือ ความเดือดดาลของปัญญาชนที่เล่นเฟซบุคและสร้างคำว่า "สลิ่ม" ขึ้นมา จะมีปัญหาก็คือ หนึ่ง พวกเราไปเห็นความคิดของคนเล่นเฟซบุคที่เขาอยู่ฝั่งพันธมิตรฯ หรือฝั่งต่อต้านเสื้อแดง แล้วเราไปอธิบายว่านี่คือความเห็นของคนเล่นอินเตอร์เน็ตทั้งหมด ซึ่งใช่ ไม่ใช่ ไม่รู้ แต่ตัวเลขที่ผมนำมาแสดงคือ คนเล่นเฟซบุคชอบประชาธิปัตย์มากกว่าเพื่อไทยจริง แต่จำนวนแพ้กันไม่เยอะ แฟนเพจอภิสิทธิ์มีประมาณ 8 แสนคน ยิ่งลักษณ์ก็มีแฟนเพจ 5 แสนคนทั้งซึ่งเขาเพิ่งมีบทบาทมาไม่ถึงปี ได้ 5 แสนเสียง ขณะที่อภิสิทธิ์กุมมาสองปีก่อนหน้านั้น
ในส่วนของแฟนเพจนักกิจกรรม แฟนเพจหนูหริ่ง (สมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนอน) อาจน้อยกว่าหมอตุลย์ (นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ กลุ่มเสื้อหลากสี) แต่กิจกรรมที่ทำในทางรูปธรรมก็มีคนมาร่วมมากกว่าหมอตุลย์
เสนอเลิกคำว่า “สลิ่ม” เลิกตีขลุม-เหมารวม
อย่าผลักคนกลางๆ ไปเป็นศัตรู
ข้อสรุปที่ผมจะเสนอคือ สิ่งหนึ่ง การประณามใครต่อใครที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามว่า "สลิ่ม" ศูนย์วิจัยหมูหลุมขอเสนอให้ยกเลิกคำนี้ไป และมาอธิบายว่าคนที่คุณกำลังเถียงคือใคร คุณ กำลังเถียงกับมวลชนพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องนิยามแบบนั้น คุณกำลังเถียงกับพันธมิตรฯ ก็ต้องเถียงแบบนั้น คุณอย่ามาตีขลุมว่าคนชั้นกลาง คนเล่นอินเตอร์เน็ตเป็นฝ่ายตรงข้ามคุณ ประโยชน์ไม่เกิด
ประโยชน์ที่จะเกิดจริงๆ คือ เราอย่าไปผลักคนที่อยู่กลางๆ คนที่ไม่แสดงทัศนคติทางการเมือง เราอย่าผลักเขาเป็นศัตรู เราทำให้เขามาเป็นพวกก็ได้
ในวงการวิชาการ อย่านำเสนอเรื่องที่เป็นเรื่องเชิงประวัติศาสตร์ เชิงโพสต์โมเดิร์น หรือความสัมพันธ์เชิงอำนาจอันซับซ้อน แล้วเอามาอธิบายคนกลุ่มหนึ่ง คือเราต้องทำโพลล์สำรวจที่หลากหลาย เพื่ออธิบายคนกลุ่มหนึ่งๆ เช่น อาจารย์มหาวิทยาลัยจะชอบเสื้อแดงหรือเสื้อเหลือง คนภาคอีสานจะชอบเสื้อแดงหรือเสื้อเหลือง คือต้องมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมากกว่านี้ มากกว่าที่บอกว่าชนชั้นกลางทั้งหมดเลว คนกรุงเทพฯ เห็นแก่ตัว ในวงการวิชาการน่าจะพอแล้ว และไปลงรายละเอียดมากกว่านี้
000
เอกสารประกอบการนำเสนอโดยศูนย์วิจัยหมูหลุม
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
ทำไม “คนชั้นกลาง-คนกรุงเทพ-สลิ่ม” จึงเป็น “แพะ” อันโอชะ เมนูยอดฮิตแห่งยุคสมัยสำหรับปัญญาชนทวนกระแส
หมาย เหตุ: บทสรุปสำหรับผู้บริหารประกอบการนำเสนอนี้ตัดทอนและดัดแปลงมาจากส่วนหนึ่งของ “แผนธุรกิจ: เราจะหากินกับกลุ่มคนที่มีทัศนคติทางการเมืองต่างๆ ในสังคมไทยได้อย่างไร” จึงยังไม่ใช่ฉบับที่สมบูรณ์
ศูนย์วิจัยหมูหลุม (Mooloom Intelligence Unit - MIU)
พฤศจิกายน 2554
"ว่า กันว่านักเศรษฐศาสตร์รุ่นเดอะคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ทำนองว่า “ความรวย (หรือคนรวย) ในประเทศที่ยากจน ยังไงก็เป็นสิ่งที่ผิด” แต่ประเทศไทยแปลกกว่านั้น เพราะดันมาคิดกันว่าการเป็น “ชนชั้นกลาง” เป็นสิ่งที่ผิด"
ศูนย์วิจัยหมูหลุม (Mooloom Intelligence Unit - MIU) พฤศจิกายน 2554
บทสรุปผู้บริหาร
นิยามสั้นๆ “สลิ่ม” ตามความเข้าใจของหมูหลุม
คำ ว่า “สลิ่ม” น่าจะเริ่มถูกใช้อย่างจริงจัง มาจากการชุมนุมในเดือน พ.ค. 53 ในความเข้าใจของ MIU น่าจะนำมาอธิบายกลุ่มที่ออกมาแสดงพลังสีขาวหรือแสร้งว่าตนเองเป็นกลางหรือ กลุ่มที่ออกตัวว่าไม่สนใจเรื่องก่อน จากนั้นคำนี้ถูกนำมาใช้อย่างติดปากเรียกฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามเสื้อแดงรวมถึงฝ่ายที่ไม่แสดงตัวว่าสนับสนุนเสื้อแดงเกือบทั้งหมด

หมาย เหตุ: ส่วนสมัชชาคนจน กลุ่มอนุรักษ์ต่างๆ เป็นข้อยกเว้นในการไม่นำคำว่าสลิ่มมาใช้ทั้งๆ ที่แนวคิดและการแสดงออกทางการเมืองของกลุ่มเหล่านี้อาจเข้าทางกับคำว่า “สลิ่ม” (ในเรื่องของการกั๊ก วางตัวเป็นกลางทางการเมือง) แต่ด้วยมารยาททางสังคมบางประการทำให้ปัญญาชนทวนกระแสไม่สามารถไปกล่าวถึง กลุ่มเหล่านี้ในแง่ลบได้
ทำไมสลิ่ม ชนชั้นกลาง คนกรุงเทพ จึงเป็นเหยื่ออันโอชะของปัญญาชนทวนกระแส คาดว่าเกิดจากอิทธิพลดังนี้
ปัญญาชน ทวนกระแสยังติดแนวคิดวรรณกรรมเพื่อชีวิตยุคตุลาที่ปัญญาชนมีหน้าที่โอบอุ้ม คนยากจน และผลักชนชั้นกลางออกเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือฝ่ายที่ละเลยคนจน
สำหรับ การประณามคนกรุงเทพนั้น ปัญญาชนทวนกระแสได้ผนวกเอาแนวคิดที่ว่ากรุงเทพเป็นศูนย์กลางที่รุกรานและสูบ ทรัพยากรจากภูมิภาค (เช่นตัวอย่างเรื่องน้ำท่วม ในระยะแรกมีการประณามคนกรุงว่าเห็นแก่ตัว ไว้ก่อน แต่ในช่วงหลังหันมาพูดเรื่องการบริหารจัดการ) ส่วนในเรื่องการเมืองนั้นก็ผลักให้คนกรุงอันเป็นตัวแทนของคนเมือง อยู่ตรงข้ามกับฝ่ายเสื้อแดงอันเป็นตัวแทนของคนชนบท
จุดพีคของการใช้ คำว่า “สลิ่ม” ช่วงหลังเลือกตั้ง 2554ปัญหาสาเหตุต่อความเดือดดาลประการสำคัญประการหนึ่งก็คือ การที่ปัญญาชนทวนกระแสไปเจอทัศนะคติที่แย่ๆ ของคนเล่นเฟซบุกจำนวนหนึ่งที่เกลียดคนเสื้อแดง แล้วมีการตีขลุมว่านั่นคือความคิดของชนชั้นกลางทั้งหมด
ข้อแนะนำของ MIU
สำหรับ บุคคลทั่วไปและปัญญาชนทวนกระแส ในการจะประณามใครก็ตามในสังคมไทยในเรื่องการเมือง นิยามกลุ่มทางการเมืองให้เจาะจงลักษณะให้ชัดเจนกว่าเดิม เช่น พวกอนุรักษ์นิยม พวกประชาธิปัตย์ พวกพันธมิตร เป็นต้น คนอ่านหรือคนฟังเราจะได้รู้ว่าเราด่าหรือประณามใครอย่างชัดเจน
ในวงการวิชาการ ต้องมีการพยายามหาตัวชี้วัดในมิติต่างๆ ให้มากกว่าเดิม ในการอธิบายเรื่องรสนิยมทางการเมืองของคนกลุ่มต่างๆ ในสังคมไทย
พรรค เพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดงต้องนำชนชั้นกลางมาเป็นพวกให้ได้มากที่สุด แล้วแต่วิธีการใดๆ ก็ตาม แต่อย่าผลักชนชั้นกลางไปเป็นฝ่ายตรงข้าม
ข้อมูลเศษเสี้ยวว่าด้วยเรื่องนานาจิตตัง เกี่ยวกับ ชนชั้นกลาง
สมรภูมิเฟซบุก

ที่มา: http://www.checkfacebook.com/ (เข้าดูเมื่อ 22 พ.ย. 2554)
|
ผู้ใช้ทั้งหมด
12,881,800 คน |
หญิง
6,64,9240 คน (51.9%) |
ชาย
6,166,160 (48.1%) |
|
ช่วงอายุ
13-15 ปี 1,475,840 คน (11.5%)
16-17 ปี 1,271,500 คน (9.9%)
18-24 ปี 4,374,680 คน (34.0%)
25-34 ปี 3,687,160 คน (28.6%)
55-64 ปี 138,100 คน (1.1%)
ตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป 146,600 คน (1.1%)
|
||
ที่มา: http://www.checkfacebook.com/ (เข้าดูเมื่อ 22 พ.ย. 2554)
เพ จ กลุ่ม และอื่นๆ เกี่ยวกับนักการเมือง, พรรคการเมือง, นักกิจกรรม และกลุ่มกิจกรรมทางการเมืองที่น่าสนใจบนเฟซบุก (จากการเข้าดูเมื่อ 29 พ.ย. 54)

คนกรุงเทพฯ กับการเลือกตั้ง
คนกรุงเทพฯ เลือกปาร์ตี้ลิสต์พรรคประชาธิปัตย์ 1,277,669 คน เลือกพรรคเพื่อไทย 1,209,508 คน
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4,260,951 คน
มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 3,059,472 คน (71.80%)*
บัตรเสีย 59,402 (1.94%)
ไม่ประสงค์ลงคะแนน 138,099 (4.51%)
*สัดส่วนของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่ต่ำกว่ากรุงเทพฯ
ศรีสะเกษ ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.62% | บึงกาฬ ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.56% | พิจิตร ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.29% | บุรีรัมย์ ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.23% | สุรินทร์ ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 70.77% | ร้อยเอ็ด ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 70.28% | นครพนม ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 69.86% | สกลนคร ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 69.28% | อุดรธานี ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 69.21% | หนองบัวลำภู ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 69.07% | หนองคาย ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 68.59%
ตารางแสดงผลคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 3 กรกฎาคม 2554
|
หมายเลข
|
พรรค
|
กรุงเทพมหานคร
|
|
1
|
เพื่อไทย
|
1,209,508
|
|
2
|
ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน
|
7,173
|
|
3
|
ประชาธิปไตยใหม่
|
5,805
|
|
4
|
ประชากรไทย
|
1,858
|
|
5
|
รักประเทศไทย
|
214,246
|
|
6
|
พลังชล
|
2,454
|
|
7
|
ประชาธรรม
|
346
|
|
8
|
ดำรงไทย
|
164
|
|
9
|
พลังมวลชน
|
1,676
|
|
10
|
ประชาธิปัตย์
|
1,277,669
|
|
11
|
ไทยพอเพียง
|
1,678
|
|
12
|
รักษ์สันติ
|
83,892
|
|
13
|
ไทยเป็นสุข
|
380
|
|
14
|
กิจสังคม
|
8,497
|
|
15
|
ไทยเป็นไท
|
346
|
|
16
|
ภูมิใจไทย
|
8,191
|
|
17
|
แทนคุณแผ่นดิน
|
1,008
|
|
18
|
เพื่อฟ้าดิน
|
611
|
|
19
|
เครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย
|
631
|
|
20
|
การเมืองใหม่
|
1,322
|
|
21
|
ชาติไทยพัฒนา
|
10,864
|
|
22
|
เสรีนิยม
|
347
|
|
23
|
ชาติสามัคคี
|
287
|
|
24
|
บำรุงเมือง
|
294
|
|
25
|
กสิกรไทย
|
415
|
|
26
|
มาตุภูมิ
|
12,589
|
|
27
|
ชีวิตที่ดีกว่า
|
203
|
|
28
|
พลังสังคมไทย
|
110
|
|
29
|
เพื่อประชาชนไทย
|
376
|
|
30
|
มหาชน
|
2,986
|
|
31
|
ประชาชนชาวไทย
|
188
|
|
32
|
รักแผ่นดิน
|
337
|
|
33
|
ประชาสันติ
|
2,013
|
|
34
|
ความหวังใหม่
|
875
|
|
35
|
อาสามาตุภูมิ
|
305
|
|
36
|
พลังคนกีฬา
|
992
|
|
37
|
พลังชาวนาไทย
|
359
|
|
38
|
ไทยสร้างสรรค์
|
96
|
|
39
|
เพื่อนเกษตรไทย
|
535
|
|
40
|
มหารัฐพัฒนา
|
345
|
|
รวมทั้งหมด
|
2,861,971
|
|

จำนวนผู้ประกันตนภาคบังคับ (มาตรา 33) ปี 2545 – 2554
|
2545
|
2546
|
2547
|
2548
|
2549
|
2550
|
2551
|
2552
|
2553
|
2554*
|
|
6,900,223
|
7,434,237
|
7,831,463
|
8,225,477
|
8,537,801
|
8,781,262
|
8,779,131
|
8,680,359
|
8,955,744
|
9,057,785
|
ที่มา: สำนักงานประกันสังคม
*ข้อมูลสิ้นสุด ณ เดือนกรกฎาคม 2554
ผู้ยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
จาก ข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่เปิดเผยในปี พ.ศ. 2553 พบว่าจำนวนผู้เสียภาษีของประเทศ โดยเฉพาะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากที่ประเทศไทยมีประชากร 64 ล้านคน แต่มีผู้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเพียง 9-10 ล้านคน และในจำนวนนี้มีผู้ที่ต้องจ่ายเงินภาษีจริงเพียง 2.3 ล้านคนเท่านั้น (เพราะเมื่อหักค่าลดหย่อนต่างๆ แล้ว ทำให้คนส่วนหนึ่งมีรายได้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี จึงไม่ต้องมีภาระเสียภาษี)
|
ปี
|
ผู้ยื่นเสียภาษี (คน)
|
|
ปีภาษี 2542
|
5,352,077
|
|
ปีภาษี 2543
|
5,349,126
|
|
ปีภาษี 2544
|
6,046,823
|
|
ปีภาษี 2545
|
6,224,629
|
|
ปีภาษี 2546
|
6,652,069
|
|
การประมาณการที่เปิดเผยในปี 2553
|
9-10 ล้านคน
|
ที่มา: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กับ กรมสรรพากร
จำนวนกรมจำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิต
|
เมื่อสิ้นปี
|
จำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีผลบังคับ (ประเภทสามัญ)
|
||
|
ตลอดชีพ
|
สะสมทรัพย์
|
เฉพาะกาล
|
|
|
2550
|
3,678,913
|
6,383,131
|
630,664
|
|
2551
|
4,018,992
|
7,011,790
|
756,088
|
|
2552
|
4,421,405
|
7,630,975
|
861,199
|
ที่มา: สมาคมประกันชีวิตไทย
000

Comments
คนเสื้อแดง รวยๆ
คนเสื้อแดง รวยๆ ก็มีมากมายนับไม่ถ้วน การศึกษาระดับปริญญาเอก ก็จะเดินเหยียบกันตาย ไม่ต้องไปพูดถึงปริญญาโท หรือตรี
คนเสื้อแดงมีทุกระดับชั้น และมีทุกสาขาอาชีพ รวมทั้งมีทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด และทุกภาค ทั้วแผ่นดิน (ในอนาคตจะมีทุกหมู่บ้าน)
สำหรับเพื่อนๆ ท่านอื่นๆ นั้น ผมไม่อาจจะทราบได้
แต่สำหรับผมและเพื่อนอีกหลายคนที่ผมเคยคุยด้วย
ไม่ได้จำกัดนิยามของ คำว่า สลิ่ม หมายถึงชนชั้นกลางหรือคนมีการศึกษา หรือว่าคนในกรุงเทพฯ
แต่จำกัดนิยามของคำว่า สลิ่ม คือ พวกหนักแผ่นดิน ชั่วช้า เลวทราม และใจดำอำมหิต
เพื่อนผมคนหนึ่ง ให้คำจำกัดความ สลิ่ม ว่า หนักแผ่นดิน
เพราะเป็นพวกที่กลายพันธุ์มาจากพันธมิตรฯ เป็นพวกที่ชัดเจนว่า นิยมระบอบเผด็จการฯ ก็คือ พวกต้านระบอบประชาธิปไตยนั่นเอง
เพื่อนผมอีกคนหนึ่ง ให้คำจำกัดคงาม สลิ่ม ว่า พวกชั่วช้า
เพราะเป็นพวกที่ไม่ยอมรับกติกาสากลในระบอบประชาธิปไตยในขั้นพื้นฐานว่า การเลือกตั้ง เป็นอันดับแรก ปฏิเสธไม่ได้
เมื่อแพ้เลือกตั้งมา 10 ปี ติดต่อกัน ยังดันทุรังจะปล้นอธิปไตยของปวงชนคนค่อนประเทศ
แพ้การแข่งขันต่อหน้าคนทั่วโลก ยังดันทุรังจะโกง จะล้มกระดานให้ได้ นี่คือ ชั่วช้า
เพื่อนผมอีกคน ให้คำจำกัดคงาม สลิ่ม ว่า พวกเลวทราม
เพราะเป็นพวกที่ใช้อารมณ์ส่วนตัวอยู่เหนือความถูกต้อง ก็คือเลวทราม
เลวทรามอย่างไร เลวทรามด้วยวิธีการทุกรูปแบบ เพื่อล้มรัฐบาลที่ตัวไม่ชอบให้ได้ เป็นต้นว่า
เข้าไป "แฮก" ทวิตเตอร์นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ใส่ร้ายป้ายสีว่า
เราทำเพื่อพวกพ้องของเรา ไม่ได้ทำเพื่อคนไทย เราทำเพื่อคนที่สนับสนุนเรา ไม่ใช่คนที่เห็นต่างจากเรา ฯลฯ
วิธีการประณามนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ด้วยคำต่ำช้านานาประการที่มีแต่คนเลวทรามจึงพ่นออกมาจากปาก หรือเขียนออกมาได้
วิธีการที่จับผิดทุกๆเรื่องที่ไร้สาระ หาเรื่องนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ทุกวัน ฯลฯ
ส่วนตัวผมให้คำจำกัดคงาม สลิ่ม ว่า พวกใจดำอำมหิต
ผมเห็นคลิปกับตาว่า ทหารต้อนคนเสื้อแดงขึ้นรถเพื่อส่งกลับบ้าน
(ที่จริง มีคนบอกว่า เอาไปฆ่า ก็มี เอาไปขัง ก็มี เอาไปทิ้งกลางทาง ก็มี เอาไปซ้อม ก็มี แต่ที่ส่งกลับบ้าน แบบส่งถึงที่ ไม่มีครับ)
ผมเห็นพวกที่ไปหัวเราะ สมน้ำหน้า แสดงความสะใจ สาแก่ใจ ที่คนเสื้อแดงถูกต้อนขึ้นรถอย่างกับหมูกับหมา
ตะโกนด่าทอสาบแช่งคนเสื้อแดงต่างๆนานา ดังกับว่า ไม่ใช่คนในชาติเดียวกัน และดั่งกับว่า ไม่ใช่คน
คนพวกนี้ ดีใจที่คนเสื้อแดงถูกยิงตายเหมือนหมาข้างถนน ถูกทำร้ายจนพิการ ถูกซ้อม ถูกจับเข้ากรงขังเหมือนสัตว์
ฯลฯ
ผมรับไม่ได้กับความใจดำอำมหิตของคนพวกนี้ และคนพวกนี้ ก็อยู่ในกลุ่ม สลิ่ม ที่หนุนการรัฐประหาร การยึดอำนาจทักษิณ
ก็คือกลุ่มเดียวกับที่หนุนอภิสิทธิ์ หนุนสุเทพ หนุนพรรคแมลงสาบ ทั้งๆที่เห็นชัดๆว่า ทำความเลวทรามต่ำช้าอะไรไว้กับบ้านเมืองนี้
เห็นชัดๆว่า โกหก กลับกลอก หลอกลวง พลิกลิ้นไปพลิกลิ้นมา หาสัจวาจาไม่ได้
เห็นชัดๆว่า รวมหัวกับเผด็จการฯ ปล้นอำนาจอธิปไตยไปจากปวงชนคนค่อนประเทศ เพื่อขึ้นสู่อำนาจแบบหน้าไม่อาย
ถ้าเป็นผม มาแบบนี้ ผมอาย รับไม่ได้ หน้าไม่หนาพอครับ
ดังนั้น พวก สลิ่ม สำหรับผม ความจริง ยังมีคำนิยามอีกมากมายครับ สวัสดี.
ปล. คงต้องให้เพื่อนๆ ผู้มีปัญญา ให้คำจำกัดความและความหมายเพิ่มเติมต่อไปครับ.
สลิ่ม คือ พวกหนักแผ่นดิน
สลิ่ม คือ พวกหนักแผ่นดิน ชั่วช้า เลวทราม และใจดำอำมหิต
ตามนี้...คือความหมายของ "สลิ่ม" ไม่ต้องแถไปตีความไกลให้เรื่องมาก เท่านี้สั้นๆ ได้ใจความ
สำหรับผมแล้ว คำว่า "สลิ่ม"
สำหรับผมแล้ว
คำว่า "สลิ่ม" ไม่ได้หมายถึงคนกรุงเทพ หรือชนชั้นกลางเลย
"สลิ่ม" หมายถึง หมายถึงพันธมิตรที่แต่ก่อนเป็นเสื้อเหลือง แล้วพวกนี้มาอ้างภายหลังว่าเป็นเสื้อหลากสี คำว่าหลากสีนี้ล่ะหมายถึงสลิ่ม นั่นก็คือพันธมิตรนั่นเอง เพราะฉะนั้นสลิ่มก็คือใครก็ได้ที่ต่อต้านแนวทางประชาธิปไตย หรือสนับสนุนฝ่ายปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้มีความตามอย่างที่สนทนาในคลิปเลย
สลิ่ม คือ พวกตอแหล และ
สลิ่ม คือ พวกตอแหล และ พวกชอบพวกตอแหล พวกหลงในมายา และพวกชอบพวกหลงในมายา พวกชอบดูละครน้ำเน่า และพวกชอบแสดงละครน้ำเน่าเก่งๆ พวกที่ชอบดูถูกคนอื่น ดูถูกความคิดคนอื่น พวกที่ไม่ยอมรับเสียงข้างมาก
เนี่ยคือสลิ่ม
เนี่ยคือสลิ่ม สลิ่มที่ทำวิจัยนี้กลับไปอยู่ในหลุมเถอะ
[quote=opas]คนเสื้อแดง รวยๆ ก็มีมากมายนับไม่ถ้วน การศึกษาระดับปริญญาเอก ก็จะเดินเหยียบกันตาย ไม่ต้องไปพูดถึงปริญญาโท หรือตรี
คนเสื้อแดงมีทุกระดับชั้น และมีทุกสาขาอาชีพ รวมทั้งมีทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด และทุกภาค ทั้วแผ่นดิน (ในอนาคตจะมีทุกหมู่บ้าน)
สำหรับเพื่อนๆ ท่านอื่นๆ นั้น ผมไม่อาจจะทราบได้
แต่สำหรับผมและเพื่อนอีกหลายคนที่ผมเคยคุยด้วย
ไม่ได้จำกัดนิยามของ คำว่า สลิ่ม หมายถึงชนชั้นกลางหรือคนมีการศึกษา หรือว่าคนในกรุงเทพฯ
แต่จำกัดนิยามของคำว่า สลิ่ม คือ พวกหนักแผ่นดิน ชั่วช้า เลวทราม และใจดำอำมหิต
เพื่อนผมคนหนึ่ง ให้คำจำกัดความ สลิ่ม ว่า หนักแผ่นดิน
เพราะเป็นพวกที่กลายพันธุ์มาจากพันธมิตรฯ เป็นพวกที่ชัดเจนว่า นิยมระบอบเผด็จการฯ ก็คือ พวกต้านระบอบประชาธิปไตยนั่นเอง
เพื่อนผมอีกคนหนึ่ง ให้คำจำกัดคงาม สลิ่ม ว่า พวกชั่วช้า
เพราะเป็นพวกที่ไม่ยอมรับกติกาสากลในระบอบประชาธิปไตยในขั้นพื้นฐานว่า การเลือกตั้ง เป็นอันดับแรก ปฏิเสธไม่ได้
เมื่อแพ้เลือกตั้งมา 10 ปี ติดต่อกัน ยังดันทุรังจะปล้นอธิปไตยของปวงชนคนค่อนประเทศ
แพ้การแข่งขันต่อหน้าคนทั่วโลก ยังดันทุรังจะโกง จะล้มกระดานให้ได้ นี่คือ ชั่วช้า
เพื่อนผมอีกคน ให้คำจำกัดคงาม สลิ่ม ว่า พวกเลวทราม
เพราะเป็นพวกที่ใช้อารมณ์ส่วนตัวอยู่เหนือความถูกต้อง ก็คือเลวทราม
เลวทรามอย่างไร เลวทรามด้วยวิธีการทุกรูปแบบ เพื่อล้มรัฐบาลที่ตัวไม่ชอบให้ได้ เป็นต้นว่า
เข้าไป "แฮก" ทวิตเตอร์นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ใส่ร้ายป้ายสีว่า
เราทำเพื่อพวกพ้องของเรา ไม่ได้ทำเพื่อคนไทย เราทำเพื่อคนที่สนับสนุนเรา ไม่ใช่คนที่เห็นต่างจากเรา ฯลฯ
วิธีการประณามนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ด้วยคำต่ำช้านานาประการที่มีแต่คนเลวทรามจึงพ่นออกมาจากปาก หรือเขียนออกมาได้
วิธีการที่จับผิดทุกๆเรื่องที่ไร้สาระ หาเรื่องนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ทุกวัน ฯลฯ
ส่วนตัวผมให้คำจำกัดคงาม สลิ่ม ว่า พวกใจดำอำมหิต
ผมเห็นคลิปกับตาว่า ทหารต้อนคนเสื้อแดงขึ้นรถเพื่อส่งกลับบ้าน
(ที่จริง มีคนบอกว่า เอาไปฆ่า ก็มี เอาไปขัง ก็มี เอาไปทิ้งกลางทาง ก็มี เอาไปซ้อม ก็มี แต่ที่ส่งกลับบ้าน แบบส่งถึงที่ ไม่มีครับ)
ผมเห็นพวกที่ไปหัวเราะ สมน้ำหน้า แสดงความสะใจ สาแก่ใจ ที่คนเสื้อแดงถูกต้อนขึ้นรถอย่างกับหมูกับหมา
ตะโกนด่าทอสาบแช่งคนเสื้อแดงต่างๆนานา ดังกับว่า ไม่ใช่คนในชาติเดียวกัน และดั่งกับว่า ไม่ใช่คน
คนพวกนี้ ดีใจที่คนเสื้อแดงถูกยิงตายเหมือนหมาข้างถนน ถูกทำร้ายจนพิการ ถูกซ้อม ถูกจับเข้ากรงขังเหมือนสัตว์
ฯลฯ
ผมรับไม่ได้กับความใจดำอำมหิตของคนพวกนี้ และคนพวกนี้ ก็อยู่ในกลุ่ม สลิ่ม ที่หนุนการรัฐประหาร การยึดอำนาจทักษิณ
ก็คือกลุ่มเดียวกับที่หนุนอภิสิทธิ์ หนุนสุเทพ หนุนพรรคแมลงสาบ ทั้งๆที่เห็นชัดๆว่า ทำความเลวทรามต่ำช้าอะไรไว้กับบ้านเมืองนี้
เห็นชัดๆว่า โกหก กลับกลอก หลอกลวง พลิกลิ้นไปพลิกลิ้นมา หาสัจวาจาไม่ได้
เห็นชัดๆว่า รวมหัวกับเผด็จการฯ ปล้นอำนาจอธิปไตยไปจากปวงชนคนค่อนประเทศ เพื่อขึ้นสู่อำนาจแบบหน้าไม่อาย
ถ้าเป็นผม มาแบบนี้ ผมอาย รับไม่ได้ หน้าไม่หนาพอครับ
ดังนั้น พวก สลิ่ม สำหรับผม ความจริง ยังมีคำนิยามอีกมากมายครับ สวัสดี.
ปล. คงต้องให้เพื่อนๆ ผู้มีปัญญา ให้คำจำกัดความและความหมายเพิ่มเติมต่อไปครับ.[/quote]
ที่จริงนิยามคำว่า "สลิ่ม"
ที่จริงนิยามคำว่า "สลิ่ม" ไม่ใช่เรื่องชนชั้น แต่เป็นเรื่องพฤติกรรมของคนมากกว่า.......
แล้วถ้าผมคือคนที่รักประชาธิปไ
แล้วถ้าผมคือคนที่รักประชาธิปไตยและไม่เคยเอาเผด็จการ แต่คิดว่าประชาธิปไตยในประเทศไทยควรมีการปฏิรูปโครงสร้างและสถาบันของปชต. ไม่ใช่บอกว่ามาจากการเลือกตั้งก็เป็น ปชต แล้ว และไม่เห็นด้วยกับเสื้อแดงในบางเรื่องเกี่ยวกับ ปชต. ผมก็ยังโดนด่าบ่อยๆจากคนในเวปนี้ว่าเป็นสลิ่ม ทั้งๆที่บางครั้งผมเห็นด้วยกับความคิดเห็นของเสื้อแดง ก็ยังเป็นสลิ่ม อ่านข่าวจากประชาไท ตลอด ก็เป็นสลิ่ม สรุป ใครเห็นต่างจากเสื้อแดงแม้แต่ความเห็นเดียว คือสลิ่ม รึเปล่า?
เรื่องจริงตอนถ่ายทอดการล้อมปร
เรื่องจริงตอนถ่ายทอดการล้อมปราบเสื้อแดง ข้าราชการตำแหน่งวิศวกรที่บรรจุใหม่ นั่งเชียร์ให้ฆ่าให้หมด นี่ละหนอระบบการศึกษาไทย เรียนมาแทบตายสุดท้ายได้กระดาษกับรูปอย่างละใบแต่จิตใจเหี้ยมโหด ยินดีทีเห็นคนที่ไม่ใช่พวกเดียวกับตนเองถูกทำร้ายด้วยความสะใจ
ผมขอขยายความคำที่เพื่อนผมคนหน
ผมขอขยายความคำที่เพื่อนผมคนหนึ่งในสภากาแฟแสดงความหมายของ สลิ่ม ไว้ว่า พวกชั่วช้า
"เพราะเป็นพวกที่ไม่ยอมรับกติกาสากลในระบอบประชาธิปไตยในขั้นพื้นฐานว่า การเลือกตั้ง เป็นอันดับแรก ปฏิเสธไม่ได้
เมื่อแพ้เลือกตั้งมา 10 ปี ติดต่อกัน ยังดันทุรังจะปล้นอธิปไตยของปวงชนคนค่อนประเทศ
แพ้การแข่งขันต่อหน้าคนทั่วโลก ยังดันทุรังจะโกง จะล้มกระดานให้ได้ นี่คือ ชั่วช้า"
ผมขอขยายความ ดังนี้ครับ
ถ้าเรารู้ว่า ระบอบประชาธิปไตย มีรูปแบบตั้งแต่ต้นจนจบอย่างไร มีกติกาอย่างไร และเรายอมรับระบอบนี้ในประเทศไทย
เราจะปฏิเสธการเลือกตั้งไม่ได้ครับ เพราะการเลือกตั้ง เป็นรูปแบบขั้นพื้นฐานเบื้องต้นของระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่การลากตั้งครับ
เราจะปฏิเสธผลของการเลือกตั้งไม่ได้ ถ้าผลนั้น ออกมาอย่างไร ยุติอย่างไร ต้องยอมรับผลนั้น นี่คือกติกาเบื้องต้นครับ
มันต้องเข้าใจและยอมรับ หรือเห็นตรงกันในประเด็นนี้ก่อน จึงจะต่อยอดความคิดพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงต่อไปได้
หากเพียงขั้นเบสิค ยังมาแตกคอกัน เห็นต่างกัน มันจะเดินหน้าไปไม่ได้ตั้งแต่ต้น เพราะมีการจ้องล้มกระดานกันเรื่อยไป
แบบนี้ ประชาธิปไตยในเมืองไทย จะตกอยู่ในเงามืดของเผด็จการที่จะฉวยโอกาสแอบอ้างเข้ามายึดอำนาจร่ำไป
และประเทศไทย จะล้าหลัง ก้าวหน้าไม่ได้ สากลโลก ที่นิยมระบอบประชาธิปไตย ใครเขาจะมาคบด้วยครับ สวัสดี.
ปล. ผมว่า สลิ่ม อย่ามาร้องไห้ หรือเสียน้ำตาวันนี้เลยครับ
เพราะกาลเวลาที่ สลิ่ม ร่วมกันทำร้ายประเทศไทยมา โดยการเปิดช่องให้กลุ่มทหารชั่ว อ้างเหตุผลเข้ามายึดอำนาจ
ปล้นอธิปไตยของมหาชนไป ปล้นไปทำไม ก็ปล้นไปโกงชาติ กินแผ่นดิน ชนิดที่ตรวจสอบไม่ได้
พวกที่ทหารลากตั้งเข้ามา รวยไปตามๆกัน ใหญ่คับฟ้าคับปัฐพีจนถึงวันนี้ และแฝงลึกอยู่ในทุกวงการ
พวก สลิ่ม เป็นพวกหนึ่งซึ่งมีส่วนสนับสนุนให้ทหารออกมาปกครองประเทศ ทำร้ายประเทศไทยให้ถอยหลังไปอีกหลายปี เป็นที่เหยียดหยามของนานาชาติ
วิธีที่ดีที่สุด คือเช็ดน้ำตา แล้วช่วยกันสร้างประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ประชาธิปไตยที่เต็มใบ เต็มรูปแบบ ให้กับประเทศไทยนี้ จะดีกว่ามาร้องไห้ครับ.
อ่านประชาไทมาตั้งนานเพิ่งรู้ว
อ่านประชาไทมาตั้งนานเพิ่งรู้ว่า "สลิ่ม" แปลว่าอะไร 5555+
คนๆหนึ่ง
[quote=คนๆหนึ่ง]ที่จริงนิยามคำว่า "สลิ่ม" ไม่ใช่เรื่องชนชั้น แต่เป็นเรื่องพฤติกรรมของคนมากกว่า.......[/quote]
ใช่แล้ว ถูกต้องแล้ว
เป็นความหมายถึงพฤติกรรมของคน
ไม่ได้หมายความถึงชนชั้น
ที่ยกย่องกันว่าเป็นชั้นสูง เป็นผู้ดี พูดจาไพเราะ
โถ .... ดูกำพืดมันสิ
คนๆหนึ่ง
[quote=คนๆหนึ่ง]ที่จริงนิยามคำว่า "สลิ่ม" ไม่ใช่เรื่องชนชั้น แต่เป็นเรื่องพฤติกรรมของคนมากกว่า.......[/quote]
เห็นด้วยครับ
คนเสื้อแดงจะเรียกตนว่ารู้จักป
คนเสื้อแดงจะเรียกตนว่ารู้จักประชาธิปไตยดีกว่าคนที่ไม่ใช่เสื้อแดงได้อย่างไร ในเมื่อตัวพวกคุณยังไม่เคยยอมรับความคิดที่แตกต่าง ละคอยตั้งแง่คนเหล่านั้นว่าเป็นศัตรู ....ประชาธิปไตยมิใช่แค่พวกมากลากไปแล้วจะทำห่าเหวอะไรตามใจก็ได้นะ
ประชาสัมพันธ์กิจกรรมคนเสื้อแด
ประชาสัมพันธ์กิจกรรมคนเสื้อแดง : สู่ใจกลางอาณาจักรขอมโบราณ...นครธม-นครวัด...รากฐานความเป็นไทย เยือนเพื่อนบ้านผู้มีน้ำใจต่อนักประชาธิปไตยไทย...ในราคาประหยัด....พักสบาย...อาหารอร่อย....พบกับการบรรยายจากผู้นำประชาธิปไตยในต่างแดน..ในหัวข้อ "เผด็จการหรือประชาธิปไตย..รัฐธรรมนูญไทยปัจจุบัน" ในวันที่ 10-12 ธ.ค. นี้ โดยผู้จัดมากประสบการณ์ สอบถาม โทร. 086-0730053. ขอบพระคุณค่ะ
สลิ่มมีหลายสี
สลิ่มมีหลายสี พวกท่านก็เป็นสลิ่มแดง ชอบพูดตัดตอนเหตุแห่งผลที่ตามมา
ประเด็นนี้มาอีกแล้ว
ประเด็นนี้มาอีกแล้ว อดใจไม่ได้ทุกที
ผมยังยืนยันว่าเรามากันผิดทาง และผมเห็นด้วยกับอาจารย์สมศักดิ์ เจียมฯที่ว่าไม่มีการปฏิวัติไหนสำเร็จถ้าคนชั้นกลางไม่ให้ความร่วมมือ
สิ่งที่พวกเราทำอยู่ตอนนี้คือผลักคนชั้นกลางออกห่าง ผลักคนที่อยู่ตรงกลางออกไปฝั่งตรงข้าม
แทนที่เราจะเชิญชวน อธิบายให้เขาเห็นว่าเรามีเหตุผล ยอมรับฟัง เผื่อวันหนึ่งเขาจะก้าวข้ามฝั่งมาอยู่กับเรา
เรากลับผลักไสเขาออก ไม่เฉพาะกับฝั่งตรงข้าม แต่ผมเชื่อว่าพวกเราหลายคนก็ต้องมีที่รู้สึกแบบผมบ้าง
นั่นก็คือผลักไสพวกเดียวกันออกไปด้วย ผมกับเพื่อนเสื้อแดงหลายคนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
เมื่อออกมาเรียกร้อง ต่อว่ารัฐบางเรื่อง ก็ถูกหาว่าเป็นนิวสลิ่ม หรือสลิ่มยุคหลังน้ำท่วมไปอีก
ปัญหาคือเราหาจุดร่วมของคำว่าสลิ่มไม่ได้ ปฏิเสธไม่ได้เลยนะว่าคนข้างนอกใช้สลิ่มโจมตีคนอื่นมั่วมาก
คนนี้บอกสลิ่มมาจากพฤติกรรม พฤติกรรมอย่างไรหล่ะ ในเมื่อโลกทั้งนอกและในอินเตอร์เน็ท ใครเห็นต่างคือสลิ่มหมด
อย่าลืมว่า จุดยืนหลักของพวกเราคือประชาธิปไตย พวกเขามีสิทธิแสดงความเห็นได้ แม้ไม่ถูกใจเรา
ถ้าเราไปปิดปาก ปิดกั้นเขา เราจะเสียจุดยืนที่น่าชื่นชม ที่ร่วมต่อสู้กันมา
ตอนเขามีอำนาจ ผมก็เกลียดที่เห็นคนเสื้อแดงถูกเหมารวมว่าเป็นหางแดง เป็นควาย ใครเป็นเสื้อแดงนี่ควายหมด
ตอนนี้เรามีอำนาจ ทำไมเราต้องปฏิบัติอย่างเดียวกับสิ่งที่เราบอกว่าเกลียด พวกนั้นมันชอบแบ่งแยก ทำไมเราต้องไปแบ่งแยกตามมัน
ถ้านี่เป็นเกม ผมเชื่อว่าฝ่ายไหนที่มีสติ ใช้สมองวางแผน ใช้จิตวิทยาและสื่อ คุมและเพิ่มกำลังคนได้มากกว่าคือฝ่ายที่จะชนะ
ปัจจุบัน เรามีทั้งสื่อ มีทั้งกำลังคน มีคนใช้จิตวิทยาเก่งๆอยู่ร่วมด้วยเยอะ แต่ที่เราขาดคือสติ หลายคนเริ่มหลงตัวเองและเริ่มก้าวสู่ความประมาท
ถ้าเรายังเป็นอยู่อย่างนี้ ขอโทษนะครับที่ต้องพูดว่า เห็นทีพวกเราคงจะแพ้พวกเขาอีกครั้ง
ประเด็นนี้มาอีกแล้ว
ประเด็นนี้มาอีกแล้ว อดใจไม่ได้ทุกที
ผมยังยืนยันว่าเรามากันผิดทาง และผมเห็นด้วยกับอาจารย์สมศักดิ์ เจียมฯที่ว่าไม่มีการปฏิวัติไหนสำเร็จถ้าคนชั้นกลางไม่ให้ความร่วมมือ
สิ่งที่พวกเราทำอยู่ตอนนี้คือผลักคนชั้นกลางออกห่าง ผลักคนที่อยู่ตรงกลางออกไปฝั่งตรงข้าม
แทนที่เราจะเชิญชวน อธิบายให้เขาเห็นว่าเรามีเหตุผล ยอมรับฟัง เผื่อวันหนึ่งเขาจะก้าวข้ามฝั่งมาอยู่กับเรา
เรากลับผลักไสเขาออก ไม่เฉพาะกับฝั่งตรงข้าม แต่ผมเชื่อว่าพวกเราหลายคนก็ต้องมีที่รู้สึกแบบผมบ้าง
นั่นก็คือผลักไสพวกเดียวกันออกไปด้วย ผมกับเพื่อนเสื้อแดงหลายคนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
เมื่อออกมาเรียกร้อง ต่อว่ารัฐบางเรื่อง ก็ถูกหาว่าเป็นนิวสลิ่ม หรือสลิ่มยุคหลังน้ำท่วมไปอีก
ปัญหาคือเราหาจุดร่วมของคำว่าสลิ่มไม่ได้ ปฏิเสธไม่ได้เลยนะว่าคนข้างนอกใช้สลิ่มโจมตีคนอื่นมั่วมาก
คนนี้บอกสลิ่มมาจากพฤติกรรม พฤติกรรมอย่างไรหล่ะ ในเมื่อโลกทั้งนอกและในอินเตอร์เน็ท ใครเห็นต่างคือสลิ่มหมด
อย่าลืมว่า จุดยืนหลักของพวกเราคือประชาธิปไตย พวกเขามีสิทธิแสดงความเห็นได้ แม้ไม่ถูกใจเรา
ถ้าเราไปปิดปาก ปิดกั้นเขา เราจะเสียจุดยืนที่น่าชื่นชม ที่ร่วมต่อสู้กันมา
ตอนเขามีอำนาจ ผมก็เกลียดที่เห็นคนเสื้อแดงถูกเหมารวมว่าเป็นหางแดง เป็นควาย ใครเป็นเสื้อแดงนี่ควายหมด
ตอนนี้เรามีอำนาจ ทำไมเราต้องปฏิบัติอย่างเดียวกับสิ่งที่เราบอกว่าเกลียด พวกนั้นมันชอบแบ่งแยก ทำไมเราต้องไปแบ่งแยกตามมัน
ถ้านี่เป็นเกม ผมเชื่อว่าฝ่ายไหนที่มีสติ ใช้สมองวางแผน ใช้จิตวิทยาและสื่อ คุมและเพิ่มกำลังคนได้มากกว่าคือฝ่ายที่จะชนะ
ปัจจุบัน เรามีทั้งสื่อ มีทั้งกำลังคน มีคนใช้จิตวิทยาเก่งๆอยู่ร่วมด้วยเยอะ แต่ที่เราขาดคือสติ หลายคนเริ่มหลงตัวเองและเริ่มก้าวสู่ความประมาท
ถ้าเรายังเป็นอยู่อย่างนี้ ขอโทษนะครับที่ต้องพูดว่า เห็นทีพวกเราคงจะแพ้พวกเขาอีกครั้ง
เพื่อนๆครับ ผมมีเพลงหนึ่งซึ่ง
เพื่อนๆครับ
ผมมีเพลงหนึ่งซึ่งเข้ากับวันเฉลิมฯ พอดี
มาฝาก เพื่อนๆ ลองชมและฟังดู ตามลิ้งล่างนี้ครับ สวัสดี.
http://www.youtube.com/v/r_Wv8q6U_XQ&hl=en_US&feature=player_embedded&version=3
น่าสนใจนะ
น่าสนใจนะ เพื่อนๆอย่าเพิ่งใช้อารมณ์ บางทีเราอาจจะสามารถเปลี่ยนอุดมการณ์ของคนที่เป็นกลางได้
ส่วนตัวดิฉันมีเพื่อนเป็นเหลือง และสลิ่ม สาวก ปชป ค่อนข้างมาก แต่เขาก็เป็นเพื่อนที่ดีนะค่ะ แต่แค่มีความเห็นททางการเมืองไม่ตรงกัน แต่เราก็ต้องค่อยๆ นำเสนอข้อมูลให้เขาแบบเนียนๆ เขาก็ไขว้เขวได้เหมือนกัน
พอมาคิดดีๆ แล้วยังมีอีกหลายกลุ่มที่ไม่เอาการเมือง ไม่เข้าใจการเมือง มีมายาคติ คิดว่าเรื่องการเมืองน่าเบือ คนพวกนี้จะไม่เปิดรับข่าวสารใดๆ อยู่ในโลกของตัวเอง และจะทีบเราออกจากวงสังคมเขา ถ้าเราแสดงท่าทีว่าอยู่ฝ่ายไหน แต่ฉันเชื่อว่าถ้าพวกเขาได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ได้มีการคิดวิเคราะห์เขาจะสามารถทำความเข้าใจได้ อาจจะเห็นด้วย แต่ยังไม่กล้าที่จะแตกตัวออกมาจากสังคมตรงนั้น เพราะคิดว่าอยู่แบบนี้ก็ดีแล้ว เราว่าคนพวกนี้ออน่ไหวสามารถชักจูงได้ ปัจจุบันถือว่าดีมากๆเลย ที่มี fb twiter เพราะหลายๆคนเริ่มแชร์ความคิด แค่กดไลท์แล้วเผลอไปอ่านก็เปลี่ยนความคิดเราได้
ประเด็นที่ต้องตั้งคำถามคือ คนเสื้อแดงจะสามารถก้ามข้ามอารมณ์ ยอมรับฟังความคิดเห็นสลิ่มอย่างไร้อคติ และสามรถที่จะเป็นเพื่อนหรือแลกเปลี่ยนทัศนกันได้หรือไม่ มันจะมีประโชยน์หรือไม่ถ้าเราสามารถทำให้เขามาเป็นพวกเราได้ หรือเป็นเพื่อนกันได้อยู่
Bal wrote:ประเด็นนี้มาอีกแล้ว
[quote=Bal]ประเด็นนี้มาอีกแล้ว อดใจไม่ได้ทุกที
ผมยังยืนยันว่าเรามากันผิดทาง และผมเห็นด้วยกับอาจารย์สมศักดิ์ เจียมฯที่ว่าไม่มีการปฏิวัติไหนสำเร็จถ้าคนชั้นกลางไม่ให้ความร่วมมือ
สิ่งที่พวกเราทำอยู่ตอนนี้คือผลักคนชั้นกลางออกห่าง ผลักคนที่อยู่ตรงกลางออกไปฝั่งตรงข้าม
แทนที่เราจะเชิญชวน อธิบายให้เขาเห็นว่าเรามีเหตุผล ยอมรับฟัง เผื่อวันหนึ่งเขาจะก้าวข้ามฝั่งมาอยู่กับเรา
เรากลับผลักไสเขาออก ไม่เฉพาะกับฝั่งตรงข้าม แต่ผมเชื่อว่าพวกเราหลายคนก็ต้องมีที่รู้สึกแบบผมบ้าง
นั่นก็คือผลักไสพวกเดียวกันออกไปด้วย ผมกับเพื่อนเสื้อแดงหลายคนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
เมื่อออกมาเรียกร้อง ต่อว่ารัฐบางเรื่อง ก็ถูกหาว่าเป็นนิวสลิ่ม หรือสลิ่มยุคหลังน้ำท่วมไปอีก
ปัญหาคือเราหาจุดร่วมของคำว่าสลิ่มไม่ได้ ปฏิเสธไม่ได้เลยนะว่าคนข้างนอกใช้สลิ่มโจมตีคนอื่นมั่วมาก
คนนี้บอกสลิ่มมาจากพฤติกรรม พฤติกรรมอย่างไรหล่ะ ในเมื่อโลกทั้งนอกและในอินเตอร์เน็ท ใครเห็นต่างคือสลิ่มหมด
อย่าลืมว่า จุดยืนหลักของพวกเราคือประชาธิปไตย พวกเขามีสิทธิแสดงความเห็นได้ แม้ไม่ถูกใจเรา
ถ้าเราไปปิดปาก ปิดกั้นเขา เราจะเสียจุดยืนที่น่าชื่นชม ที่ร่วมต่อสู้กันมา
ตอนเขามีอำนาจ ผมก็เกลียดที่เห็นคนเสื้อแดงถูกเหมารวมว่าเป็นหางแดง เป็นควาย ใครเป็นเสื้อแดงนี่ควายหมด
ตอนนี้เรามีอำนาจ ทำไมเราต้องปฏิบัติอย่างเดียวกับสิ่งที่เราบอกว่าเกลียด พวกนั้นมันชอบแบ่งแยก ทำไมเราต้องไปแบ่งแยกตามมัน
ถ้านี่เป็นเกม ผมเชื่อว่าฝ่ายไหนที่มีสติ ใช้สมองวางแผน ใช้จิตวิทยาและสื่อ คุมและเพิ่มกำลังคนได้มากกว่าคือฝ่ายที่จะชนะ
ปัจจุบัน เรามีทั้งสื่อ มีทั้งกำลังคน มีคนใช้จิตวิทยาเก่งๆอยู่ร่วมด้วยเยอะ แต่ที่เราขาดคือสติ หลายคนเริ่มหลงตัวเองและเริ่มก้าวสู่ความประมาท
ถ้าเรายังเป็นอยู่อย่างนี้ ขอโทษนะครับที่ต้องพูดว่า เห็นทีพวกเราคงจะแพ้พวกเขาอีกครั้ง[/quote]
ขอบคุณครับออกช่วยมาเตือนสติพวกเรา
>>ถ้าผมนึกถึง ขี้
>>ถ้าผมนึกถึง ขี้ ผมนึกถึงสิ่งที่ขยะแขยง เหม็น
>>ถ้าผมนึกถึง Computer ผมนึกถึง อุปกรณ์ที่มี สมองกลความฉลาดสูงควบคุม ระบบอะไรสักอย่างหนึ่ง
>>ถ้าผมนึกถึง รถถัง ผมนึกถึง ทหารขี้รถเหล็กตีนตะขาบ ถือปืนจะมายิงหัวประชาชน
>>ถ้าผมนึกถึง การปฏิวัติรัฐประหาร ผมนึกถึง นายเปรม ติณฯ นั่งรอฟังข่าวความสำเร็จกิจกรรมที่ตัวเองวางแผน ในห้องนั่งเล่นแห่งหนึ่ง
ถ้าผมนึกถึงสลิ่ม ความหมายเบื้องต้น ตรงตัวที่สุด เป็นความหมายแรกที่คนนึกถึงเลย คือ "คนไทยที่นิยมเจ้า คลั่งเจ้า ผู้สนับสนุนรูปแแบการปกครอง ที่ผู้ปกครองสูงสุดไม่ได้มาจากการเลือก ของประชาชนส่วนใหญ่โดยตรง" .....แล้วความหมายอื่น ๆ ค่อย ๆ ตามมาเป็นลำดับถัดไป .... อย่าไปอ้อมค้อมความหมายสลิ่ม อื่น ๆ เลยคับ
ถึงแม้สลิ่มบางตัวจะเป็นสลิ่ม โดยภาวะสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ค่านิยม เพราะเกิดจากการลงทุนปลูกฝัง เช้าเย็น เช้าเย็น ทุกวัน ๆ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ มา 50 -60 ปี จากสื่อแทบทุกชนิด ไม่น่าแปลกสลิ่มยังมีอยู่มากในบ้านเราตอนนี้
ความสำคัญไม่ได้อยู่ ที่มีจำนวนมาก แต่มันอยู่ที่อัตราลดลงของจำนวนสลิ่ม ที่มีเพิ่มขึ้นต่างหาก เพราะความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมือง โดยเฉพาะทางด้าน IT ได้เปิดประตูบานใหญ่ให้คนไทยได้ดู และเห็นโลกกว้างข้างนอก นั่นเอง ไม่มีใครหยุดยั้งกลไกนี้ได้คับ เพราะมันเป็นสันดานของมนุษย์ทั่วโลกทุกคน ที่แสวงหา เสรีภาพ อิสระภาพ ความเท่าเทียมกัน โดยไม่ได้มาจากผู้เปี่ยมบารมี และเปี่ยมเมตตาตัวใด ๆ ในแผ่นดิน จริงไหมคับ?
สองคำก็สลิ่มสามคำก็สลิ่ม ไม่น
สองคำก็สลิ่มสามคำก็สลิ่ม
ไม่น่าละถึงไม่มีแนวร่วม
ถึงได้แพ้ตลอด
2 ครั้ง 2 คร่า เลยเผาเมืองแม่งเลย
การดูถูกคนอื่นเพราะเขาไม่เข้าร่วมกับคุณ โกธร เกียจ เพราะไม่เข้าร่วมกันไอสารเลว เต้น ตู่
ไอคนที่พาคนไปตายนะเหรอ นักวิชาการปัญญาอ่อน
เออ กูขอเป็นควายก็ได้วะ
เออ กูขอเป็นควายก็ได้วะ เป็นคนมันลำบาก หันหน้าไปคุยกับพวกหนึ่งขัดหูมัน มันก็หาว่าล้มเจ้า หันหน้ามาคุยกับอีกพวกเห็นต่างหน่อยก็ด่าว่าสลิ่ม
ไหนพวกมึงบอกชอบประชาธิปไตยกันจัง
ผมว่า ทีมวิจัยนี้
ผมว่า ทีมวิจัยนี้ ก็คือพวกสลิ่ม ที่มาแบบเนียนๆ มาตั้งนิยาม เพื่อหาพวกให้กับสลิ่ม เพราะนิยามคนเสื้อแดง และสลิ่มคืออย่างไร รู้กันดีหมดแล้ว คนเสื้อแดง ไม่ใช่คนจน ก็รู้กันตั้งนาน ไฮโซ ก็ยังมี พูดกันแค่นี้พอ อย่าไปให้ความสนใจมุขใหม่ เพื่อพยายาม รวมพลคนสลิ่ม ของเขาเลยครับ
ที่เรามีบุคลิกภาพอย่างทุกวันน
ที่เรามีบุคลิกภาพอย่างทุกวันนี้ได้เพราะ...
1.ผลข้างเคียงของการใช้ปฎิบัติการจิตวิทยาต่อต้านคอมมิวนิสต์ ใช้ความเชื่อ,ความกลัว นำทางสังคม
2.การเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างมากในห้วงทศวรรษแห่งสงครามเย็น ทำให้แต่ละคนห่วงแต่สถานะทางเศรษฐกิจ,
การผลิตบุคลากรให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาปท. แผนการศึกษาจึงมุ่งเน้นไปที่ทักษะวิชาชีพ
ทำให้ปชช.อ่อนแอในองค์ความรู้ ในภาควิชาประวัติศาตร์ ปรัชญา หรือศาตร์บริสุทธิ์อื่นๆที่ไม่จำเป็นต่อวิชาชีพ
เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเสียเวลา น่าเบื่อ ไม่ทำเงิน ฯลฯ หรืออาจเป็นเพราะเราไม่มีพื้นฐานแห่งความขี้สงสัย ไม่ชอบโต้เถียง
3.การฉวยโอกาสบิดเบือนประวัติศาตร์ของชั้นนำ
ทั้งหมดนี้...ทำให้ผู้ที่เกิดในช่วงเวลาดังกล่าว,ถึงแม้ว่าเขาเหล่านั้นจะประสพความสำเร็จในวิชาชีพในเวลาต่อมา
แต่ก็หลุดจากฐานแห่งความเป็นจริง เข้าสู่โลกโรแมนติกทางการเมือง ก่อตัวเป็นบุคลิกภาพอย่างที่เห็น...
หลายๆคนนั้น...ดีแสนดี ใจกว้าง สุภาพ มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ช่วยเหลือสังคม มีเหตุมีผล มีรสนิยมละเอียดอ่อน
แต่พอมาถึงทัศนคติทางการเมือง พวกเขากลับกลายเป็นคนสองบุคลิก สามารถออก"ไลเซนส์ ทู คิล"กับอีกฝ่าย
ได้อย่างเย็นชา...
ถ้า นปช.(ในฐานะแกนนำสู้เพื่อ
ถ้า นปช.(ในฐานะแกนนำสู้เพื่อ ปชต.)
เปลี่ยนจากการ "ชู" เรื่องความอยุติธรรม-2 มาตรฐาน
มาเป็นชูเรื่อง "ปากท้อง-ความยากจน" ...
วันนี้ อาจไม่มีคำว่า "สลิ่ม" ให้ได้เอียนรูหู ด้วยซ้ำไป !!!
ตามมากด Like คุณ BAL
ตามมากด Like คุณ BAL อีกครั้งครับ..
ตามนั้นเลย.....
..................
คล้ายๆกัน หมูหลิ่ม เป็น สลิ่ม
คล้ายๆกัน หมูหลิ่ม เป็น สลิ่ม หรือเปล่า ดูจะร้อนตัวเกินงาม
อาจารย์สมศักดิ์ เจียมฯ
อาจารย์สมศักดิ์ เจียมฯ "กระฎุมพีไทยมีภาวะ 'ไม่มั่นคงรวมหมู่' (collective insecurity) ....."
อย่างนี้นับว่าตีขลุม ไม่แยกแยะ ผลักคนที่อยู่ตรงกลางออกไปฝั่งตรงข้าม พยายามชูตัวเอง และผลักคนกลุ่มหนึ่งออกไป ไหมครับ
....อยากกินสลิม
....อยากกินสลิม ลาดกะทิน้ำเชื่อมหอม ๆ ใส่น้ำแข็งเกล็ดหิมะเยอะ ๆ
แล้วหาเก้าอี้นั่งฟังสลิมเชิดชู "เจ้า" แล้วแอบอิงจนเจ้าแทบทรงกายไม่อยู่
สลิมเย็น ๆ จร้า.....มากินกัน
อยากให้สลิ่มวิเคราะห์หน่อย
อยากให้สลิ่มวิเคราะห์หน่อย สงสัยว่าทำไมถึงมีโพลถามว่าพอใจการทำงานของทหาร หรือรัฐบาลมากกว่ากัน เพราะเข้าใจว่า ทหารกับรัฐบาลเป็นก้อนเดียวกัน ทหารต้องอยู่ภายใต้อำนาจและดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว ไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่าทหารหรือรัฐบาลใครดีกว่ากัน หรือทหารเป็นองค์กรเอกเทศ เป็นองค์กรเอกชน
ไม่รู้จะให้ความหมายสลิ่มอย่าง
ไม่รู้จะให้ความหมายสลิ่มอย่างไรดี สลิ่ม คือบุคคลที่หลงคิดว่าตนมีสติปัญญา คุณสมบัติ ความเชื่อ หรือคา่นิยมเหนือกว่าคนอื่น ทว่าที่แท้จริงกลับไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน ไม่สามารถใช้ตรรกะหรือแสดงเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์ได้ จึงมักอา้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือความเชื่อที่ผิดอยู่เสมอ ทั้งยังปากว่าตาขยิบ มีอคติและดัดจริตสูง เกลียดนักการเมือง และไม่ชอบประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน
สลิ่มมีที่มาจากบุคคลที่อ้างว่าเกลียดแดง แต่ไม่ยอมรับว่าตนเหลือง บุคคลเหล่านี้มักรวมตัวกันสวมเสื้ออหลากสีสี แลดูเหมือนของหวานประเภทหนึ่ง
ทำวิจัยกันยังไง
ทำวิจัยกันยังไง จะน่าเชื่อถือได้อย่างไร ในเมื่อยังไม่เข้าใจนิยามคำว่า "สลิ่ม" ที่คนเสื้อแดงเค้าใช้เลยด้วยซ้ำ
ในเมื่อเริ่มก็ผิด เนื้อหาก็ไร้คุณภาพ อุตส่าห์อ่านตั้งนาน
คำว่าสลิ่มเริ่มจากพวกหลากสี จนมาถึงพวกเริ่มประโยคสนทนาว่า "ชั้นไม่เลือกข้างไหนนะ ชั้นกลาง แต่แดงมัน here มันควาย มันเผาบ้านเผาเมือง บลาๆๆ"
ไม่เคยมีใครตีขุมสลิ่มว่าคือคนชั้นกลางล้วนๆ สักหน่อย มั่วจริงๆ
BBBB BBBB ขอนิมนต์ หัวเราะรับ
BBBB
BBBB
ขอนิมนต์
หัวเราะรับลมหนาว
กับ "ปัญหาอะไรเอ่ย"-ระดับพันล้าน....
[quote=intra]สองคำก็สลิ่มสามคำก็สลิ่ม
ไม่น่าละถึงไม่มีแนวร่วม
ถึงได้แพ้ตลอด
2 ครั้ง 2 คร่า เลยเผาเมืองแม่งเลย
การดูถูกคนอื่นเพราะเขาไม่เข้าร่วมกับคุณ โกธร เกียจ เพราะไม่เข้าร่วมกันไอสารเลว เต้น ตู่
ไอคนที่พาคนไปตายนะเหรอ นักวิชาการปัญญาอ่อน[/quote]
แนวคิด / ทัศนะคติ / standing point / ท่าที&ลีลา-- แบบ"เฮียintra"นี้
เป็น "สลิ่ม" หรือ "เต้าหู้" ?
รึว่า "ไม่เป็นอะไรเลย".....
-----------
คาก
คาก
คาก
คาก.....
:(
BBBB
BBBB
opas wrote:คนเสื้อแดง รวยๆ
[quote=opas]คนเสื้อแดง รวยๆ ก็มีมากมายนับไม่ถ้วน การศึกษาระดับปริญญาเอก ก็จะเดินเหยียบกันตาย ไม่ต้องไปพูดถึงปริญญาโท หรือตรี
คนเสื้อแดงมีทุกระดับชั้น และมีทุกสาขาอาชีพ รวมทั้งมีทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด และทุกภาค ทั้วแผ่นดิน (ในอนาคตจะมีทุกหมู่บ้าน)
สำหรับเพื่อนๆ ท่านอื่นๆ นั้น ผมไม่อาจจะทราบได้
แต่สำหรับผมและเพื่อนอีกหลายคนที่ผมเคยคุยด้วย
ไม่ได้จำกัดนิยามของ คำว่า สลิ่ม หมายถึงชนชั้นกลางหรือคนมีการศึกษา หรือว่าคนในกรุงเทพฯ
แต่จำกัดนิยามของคำว่า สลิ่ม คือ พวกหนักแผ่นดิน ชั่วช้า เลวทราม และใจดำอำมหิต
เพื่อนผมคนหนึ่ง ให้คำจำกัดความ สลิ่ม ว่า หนักแผ่นดิน
เพราะเป็นพวกที่กลายพันธุ์มาจากพันธมิตรฯ เป็นพวกที่ชัดเจนว่า นิยมระบอบเผด็จการฯ ก็คือ พวกต้านระบอบประชาธิปไตยนั่นเอง
เพื่อนผมอีกคนหนึ่ง ให้คำจำกัดคงาม สลิ่ม ว่า พวกชั่วช้า
เพราะเป็นพวกที่ไม่ยอมรับกติกาสากลในระบอบประชาธิปไตยในขั้นพื้นฐานว่า การเลือกตั้ง เป็นอันดับแรก ปฏิเสธไม่ได้
เมื่อแพ้เลือกตั้งมา 10 ปี ติดต่อกัน ยังดันทุรังจะปล้นอธิปไตยของปวงชนคนค่อนประเทศ
แพ้การแข่งขันต่อหน้าคนทั่วโลก ยังดันทุรังจะโกง จะล้มกระดานให้ได้ นี่คือ ชั่วช้า
เพื่อนผมอีกคน ให้คำจำกัดคงาม สลิ่ม ว่า พวกเลวทราม
เพราะเป็นพวกที่ใช้อารมณ์ส่วนตัวอยู่เหนือความถูกต้อง ก็คือเลวทราม
เลวทรามอย่างไร เลวทรามด้วยวิธีการทุกรูปแบบ เพื่อล้มรัฐบาลที่ตัวไม่ชอบให้ได้ เป็นต้นว่า
เข้าไป "แฮก" ทวิตเตอร์นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ใส่ร้ายป้ายสีว่า
เราทำเพื่อพวกพ้องของเรา ไม่ได้ทำเพื่อคนไทย เราทำเพื่อคนที่สนับสนุนเรา ไม่ใช่คนที่เห็นต่างจากเรา ฯลฯ
วิธีการประณามนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ด้วยคำต่ำช้านานาประการที่มีแต่คนเลวทรามจึงพ่นออกมาจากปาก หรือเขียนออกมาได้
วิธีการที่จับผิดทุกๆเรื่องที่ไร้สาระ หาเรื่องนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ทุกวัน ฯลฯ
ส่วนตัวผมให้คำจำกัดคงาม สลิ่ม ว่า พวกใจดำอำมหิต
ผมเห็นคลิปกับตาว่า ทหารต้อนคนเสื้อแดงขึ้นรถเพื่อส่งกลับบ้าน
(ที่จริง มีคนบอกว่า เอาไปฆ่า ก็มี เอาไปขัง ก็มี เอาไปทิ้งกลางทาง ก็มี เอาไปซ้อม ก็มี แต่ที่ส่งกลับบ้าน แบบส่งถึงที่ ไม่มีครับ)
ผมเห็นพวกที่ไปหัวเราะ สมน้ำหน้า แสดงความสะใจ สาแก่ใจ ที่คนเสื้อแดงถูกต้อนขึ้นรถอย่างกับหมูกับหมา
ตะโกนด่าทอสาบแช่งคนเสื้อแดงต่างๆนานา ดังกับว่า ไม่ใช่คนในชาติเดียวกัน และดั่งกับว่า ไม่ใช่คน
คนพวกนี้ ดีใจที่คนเสื้อแดงถูกยิงตายเหมือนหมาข้างถนน ถูกทำร้ายจนพิการ ถูกซ้อม ถูกจับเข้ากรงขังเหมือนสัตว์
ฯลฯ
ผมรับไม่ได้กับความใจดำอำมหิตของคนพวกนี้ และคนพวกนี้ ก็อยู่ในกลุ่ม สลิ่ม ที่หนุนการรัฐประหาร การยึดอำนาจทักษิณ
ก็คือกลุ่มเดียวกับที่หนุนอภิสิทธิ์ หนุนสุเทพ หนุนพรรคแมลงสาบ ทั้งๆที่เห็นชัดๆว่า ทำความเลวทรามต่ำช้าอะไรไว้กับบ้านเมืองนี้
เห็นชัดๆว่า โกหก กลับกลอก หลอกลวง พลิกลิ้นไปพลิกลิ้นมา หาสัจวาจาไม่ได้
เห็นชัดๆว่า รวมหัวกับเผด็จการฯ ปล้นอำนาจอธิปไตยไปจากปวงชนคนค่อนประเทศ เพื่อขึ้นสู่อำนาจแบบหน้าไม่อาย
ถ้าเป็นผม มาแบบนี้ ผมอาย รับไม่ได้ หน้าไม่หนาพอครับ
ดังนั้น พวก สลิ่ม สำหรับผม ความจริง ยังมีคำนิยามอีกมากมายครับ สวัสดี.
ปล. คงต้องให้เพื่อนๆ ผู้มีปัญญา ให้คำจำกัดความและความหมายเพิ่มเติมต่อไปครับ.[/quote]
ถนัดเล่นใต้ดิน วาทศิลป์เป็นเลิศ วางตัวประเสริฐเต็มประดา ข้าเป็นชนชั้นผู้นำ นั่นแหละนิยามสลิ่ม ใครไม่ใช่ก็อย่าร้อนตัวสิ วิจัยอะไร วิจารณ์อย่างกับเหมือนเปิดช่องให้สมองกลวงเดินตาม เดินหมากเหมือนกันเป๊ะ คนมีปัญญาเขาคิดเองได้ ไม่จำเป็นต้องชี้นำ ที่สำคัญอย่าดัดจริต
ถึงนักวิจัยหมูหลุม
ถึงนักวิจัยหมูหลุม เปิดประเด็นความหมายของสลิ่มมาก็โชว์โง่แล้ว แสดงว่าคุณไม่ได้รู้เรื่องความเป็นมาของคำนี้แต่แรกเลย กลับไปวิจัยฝุ่นเหมือนเดิมเถอะครับ อย่ามาโหนกระแสประชาธิปไตยเลย มันอุบาศว์ // ส่วนเรื่องความขัดแย้งเรื่องสีโน้นสีนี้อ่ะนะ ผมอ่านจากที่หลายๆคนโพสมาขอพูดดังนี้ "คุณสลิ่มตัวจริงครับ อย่ามาโชว์โง่โพสควายๆในกระทู้ เสื้อแดงมีอยู่ทุกชนชั้นของสังคม และถือเอาคติประชาธิปไตยโดยมีเสียงข้างมากเป็นฐานในการปกครองประเทศตามหลักประชาธิปไตย ถ้าพวกคุณยังยอมรับหลักการนี้ไม่ได้ ก็ออกไปจากบ้านนี้ซะ ไปอยู่บ้านพม่าเถอะครับ เพราะบ้านนี้ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
Myname wrote:>>ถ้าผมนึกถึง
[quote=Myname]>>ถ้าผมนึกถึง ขี้ ผมนึกถึงสิ่งที่ขยะแขยง เหม็น
>>ถ้าผมนึกถึง Computer ผมนึกถึง อุปกรณ์ที่มี สมองกลความฉลาดสูงควบคุม ระบบอะไรสักอย่างหนึ่ง
>>ถ้าผมนึกถึง รถถัง ผมนึกถึง ทหารขี้รถเหล็กตีนตะขาบ ถือปืนจะมายิงหัวประชาชน
>>ถ้าผมนึกถึง การปฏิวัติรัฐประหาร ผมนึกถึง นายเปรม ติณฯ นั่งรอฟังข่าวความสำเร็จกิจกรรมที่ตัวเองวางแผน ในห้องนั่งเล่นแห่งหนึ่ง
ถ้าผมนึกถึงสลิ่ม ความหมายเบื้องต้น ตรงตัวที่สุด เป็นความหมายแรกที่คนนึกถึงเลย คือ "คนไทยที่นิยมเจ้า คลั่งเจ้า ผู้สนับสนุนรูปแแบการปกครอง ที่ผู้ปกครองสูงสุดไม่ได้มาจากการเลือก ของประชาชนส่วนใหญ่โดยตรง" .....แล้วความหมายอื่น ๆ ค่อย ๆ ตามมาเป็นลำดับถัดไป .... อย่าไปอ้อมค้อมความหมายสลิ่ม อื่น ๆ เลยคับ
ถึงแม้สลิ่มบางตัวจะเป็นสลิ่ม โดยภาวะสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ค่านิยม เพราะเกิดจากการลงทุนปลูกฝัง เช้าเย็น เช้าเย็น ทุกวัน ๆ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ มา 50 -60 ปี จากสื่อแทบทุกชนิด ไม่น่าแปลกสลิ่มยังมีอยู่มากในบ้านเราตอนนี้
ความสำคัญไม่ได้อยู่ ที่มีจำนวนมาก แต่มันอยู่ที่อัตราลดลงของจำนวนสลิ่ม ที่มีเพิ่มขึ้นต่างหาก เพราะความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมือง โดยเฉพาะทางด้าน IT ได้เปิดประตูบานใหญ่ให้คนไทยได้ดู และเห็นโลกกว้างข้างนอก นั่นเอง ไม่มีใครหยุดยั้งกลไกนี้ได้คับ เพราะมันเป็นสันดานของมนุษย์ทั่วโลกทุกคน ที่แสวงหา เสรีภาพ อิสระภาพ ความเท่าเทียมกัน โดยไม่ได้มาจากผู้เปี่ยมบารมี และเปี่ยมเมตตาตัวใด ๆ ในแผ่นดิน จริงไหมคับ?[/quote]
ไอ้เหี้ยคลั่งเจ้ามันกบาลพ่อมึงตรงไหนวะไอ้มึงคลั่งเสรีภาพมึงก็ไปคลั่งประเทศพ่อมึงซิสัด
ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันม
ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คือถูกต้องแล้วครับแต่ไอ้พวกที่ว่าคลั่ง
เจ้าคือสลิ่ม ไอ้พวกนี้คือพวกไหน ผมก็คือคนหนึ่งที่เอาระบบการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ความคิดเห็นในวงเล็บนี้มันเป็นพวกไหนกันละคับ (Submitted by Myname (visitor) on Mon, 2011-12-05 17:59.) คุณคลั่งเสรีภาพได้ผมคลั่งเจ้าหนักกบานคุณตรงไหนไม่ทราบ อาการแบบนี้ส่วนใหญ่ที่เห็นหรือได้สำผัสมาคือพวกวัวลืมตีนหลงตัวเองอยากตีตนเสมอท่านไม่ได้ดูเงาหัวตัวเองเอาเป็นว่าอยากเป็นไหญ่อยากเปลี่ยนแปลงการปกครองว่างั้นเถอะหวังลึกๆว่าสักวันอาจเป็นเราที่ถูกเลือกให้เป็นผู้นำสูงสุดในประเทศ โถไอ้ขี้กากเป็นได้ก็แค่สังคังข้างไข่แค่นั้นแหละแค่เอาคนไกล้ตัวให้เคารพกราบไหว้ตัวเองได้มีปัญญาทำหรือเปล่า เรื่องสิทธิเสรีภาพทุกวันนี้
ใครห้ามไม่ให้มึงไปเลือกตั้งเหรอควาย มึงไม่เอาเจ้ามึงอยู่กินตีนไรที่เมืองไทยกูเอาเจ้ามึงมีไรป่ะ
opas
[quote=opas]ผมขอขยายความคำที่เพื่อนผมคนหนึ่งในสภากาแฟแสดงความหมายของ สลิ่ม ไว้ว่า พวกชั่วช้า
"เพราะเป็นพวกที่ไม่ยอมรับกติกาสากลในระบอบประชาธิปไตยในขั้นพื้นฐานว่า การเลือกตั้ง เป็นอันดับแรก ปฏิเสธไม่ได้
เมื่อแพ้เลือกตั้งมา 10 ปี ติดต่อกัน ยังดันทุรังจะปล้นอธิปไตยของปวงชนคนค่อนประเทศ
แพ้การแข่งขันต่อหน้าคนทั่วโลก ยังดันทุรังจะโกง จะล้มกระดานให้ได้ นี่คือ ชั่วช้า"
ผมขอขยายความ ดังนี้ครับ
ถ้าเรารู้ว่า ระบอบประชาธิปไตย มีรูปแบบตั้งแต่ต้นจนจบอย่างไร มีกติกาอย่างไร และเรายอมรับระบอบนี้ในประเทศไทย
เราจะปฏิเสธการเลือกตั้งไม่ได้ครับ เพราะการเลือกตั้ง เป็นรูปแบบขั้นพื้นฐานเบื้องต้นของระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่การลากตั้งครับ
เราจะปฏิเสธผลของการเลือกตั้งไม่ได้ ถ้าผลนั้น ออกมาอย่างไร ยุติอย่างไร ต้องยอมรับผลนั้น นี่คือกติกาเบื้องต้นครับ
มันต้องเข้าใจและยอมรับ หรือเห็นตรงกันในประเด็นนี้ก่อน จึงจะต่อยอดความคิดพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงต่อไปได้
หากเพียงขั้นเบสิค ยังมาแตกคอกัน เห็นต่างกัน มันจะเดินหน้าไปไม่ได้ตั้งแต่ต้น เพราะมีการจ้องล้มกระดานกันเรื่อยไป
แบบนี้ ประชาธิปไตยในเมืองไทย จะตกอยู่ในเงามืดของเผด็จการที่จะฉวยโอกาสแอบอ้างเข้ามายึดอำนาจร่ำไป
และประเทศไทย จะล้าหลัง ก้าวหน้าไม่ได้ สากลโลก ที่นิยมระบอบประชาธิปไตย ใครเขาจะมาคบด้วยครับ สวัสดี.
ปล. ผมว่า สลิ่ม อย่ามาร้องไห้ หรือเสียน้ำตาวันนี้เลยครับ
เพราะกาลเวลาที่ สลิ่ม ร่วมกันทำร้ายประเทศไทยมา โดยการเปิดช่องให้กลุ่มทหารชั่ว อ้างเหตุผลเข้ามายึดอำนาจ
ปล้นอธิปไตยของมหาชนไป ปล้นไปทำไม ก็ปล้นไปโกงชาติ กินแผ่นดิน ชนิดที่ตรวจสอบไม่ได้
พวกที่ทหารลากตั้งเข้ามา รวยไปตามๆกัน ใหญ่คับฟ้าคับปัฐพีจนถึงวันนี้ และแฝงลึกอยู่ในทุกวงการ
พวก สลิ่ม เป็นพวกหนึ่งซึ่งมีส่วนสนับสนุนให้ทหารออกมาปกครองประเทศ ทำร้ายประเทศไทยให้ถอยหลังไปอีกหลายปี เป็นที่เหยียดหยามของนานาชาติ
วิธีที่ดีที่สุด คือเช็ดน้ำตา แล้วช่วยกันสร้างประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ประชาธิปไตยที่เต็มใบ เต็มรูปแบบ ให้กับประเทศไทยนี้ จะดีกว่ามาร้องไห้ครับ.[/quote]
ตลอดเวลาที่ผ่านมานักการเมืองโกงมึงเคยตรวจสอบได้หมั๊ยไอ้ควายชีวิตด้อยประสบการณ์ขนาดนี้ยัง
เสือกมาอวดกูเอาระบอบประชาธิปไตยแต่กูไม่เอานักการเมืองโกงมึงทำได้ป่ะ
ที่อ่านๆมากูก็เห็นแม่งมีปัญญา
ที่อ่านๆมากูก็เห็นแม่งมีปัญญากันหมดคิดเองได้แต่ทำไมให้ไอ้พวกนักการเมืองจูกจมูกได้เหมือนควายกัน
จังแยกแยะเรื่องประโยชน์ส่วนร่วมของชาติกับประโยชน์ส่วนคัวไม่ได้