'สนนท.' ย้ำต้องแก้ไขกม.หมิ่นฯ -ปฏิรูประบบตุลาการ

'สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย' ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 แจงแนวทางแก้ไขกฎหมายหมิ่นฯ ร้องผู้อำนาจต้องเปิดพื้นที่ให้มีการถกเถียงอย่างกว้างขวางในสาธารณะ พร้อมยกเลิกการให้ข้อมูลแก่ประชาชนเพียงด้านเดียว เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เกี่ยวกับแนวทางแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยเรียกร้องให้มีการทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว รวมทั้งตั้งคณะกรรมการที่มาจากประชาชนเพื่อทบทวนและแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 นอกจากนี้ สนนท. ยังชี้ว่าต้องให้มีการปฏิรูประบบตุลาการเพื่อให้มีความโปร่งใสและมีอำนาจที่ยึดโยงกับประชาชนมากขึ้นด้วย 0000 แถลงการณ์ฉบับที่ ๒ สภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขกฎหมายหมิ่นฯ มาตรา ๑๑๒ ด้วยสภาพปัญหาของกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในปัจจุบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ซึ่งได้บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี องค์รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี” ซึ่งเกิดจากการแก้ไขเพิ่มเติมในช่วงหลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ โดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ ๔๑ นำมาสู่การนำไปใช้ทำลายคู่ต่อสู้การเมือง และนำไปสู่ความขลาดของระบบตุลาการจนเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่าตุลาการภิวัฒน์ในที่สุด จนละเลยหลักการประชาธิปไตยสากล จากสภาพการณ์ของประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ดังกล่าว พวกเราได้มองเห็นปัญหาดังนี้มีปัญหาดังต่อไปนี้ ๑. ปัญหาที่มาของกฎหมาย ดังที่กล่าวมาแล้วว่ากฎหมายนี้เกิดมาจากคำสั่งคณะปฎิรูปการปกครองในปี ๒๕๑๙ บ่งบอกว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ได้มีความเป็นประชาธิปไตยเลยแม้แต่น้อย เนื่องมาจากหนึ่งกฏหมายนี้ถูกบัญญัติโดยกลุ่มคนที่กระทำรัฐประหารซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการกระทำที่ผิดหลักประชาธิปไตย ไม่มีประเทศใดในโลกที่ยอมรับการยึดอำนาจของประชาชนเช่นนี้ ๒. การแช่แข็งปัญหาเรื่อยมาของตัวกฎหมาย อันนำมาสู่การใช้ข้อหานี้มาโจมตีผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง เสมือนเป็นเครื่องมือเพื่อรับใช้ระบอบเก่า และสิ่งเหล่านี้ถูกทำให้รับรู้แต่เพียงวงแคบในสังคมทำให้กฎหมายนี้ถูกนำมาใช้กลั่นแกล้งผู้ที่เห็นต่างอย่างไม่เป็นธรรม โดยในสภาพปัจจุบันที่ความคิดของผู้คนมีความหลากหลายจนเกิดการตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายหมิ่นฯ ยิ่งเป็นผลให้กฎหมายดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการปิดหูปิดตาและปิดปากคนเหล่านี้ยิ่งขึ้น อันเห็นได้จากสถิติการพิพากษาคดีด้วยมาตราดังกล่าวในรอบ ๕ ปีที่มีจำนวนสูงกว่า ๕๐๐ คดี ๓. ปัญหาความไร้เสถียรภาพ อันนำมาสู่ความอ่อนแอและความขลาดของระบบตุลาการในประเทศไทย เมื่อกระบวนการได้มาของตัวแทนประชาชนในการพิพากษาคดีไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชน จึงทำให้ระบบตุลาการถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือโดยกลุ่มคนเพียงบางกลุ่มที่สถาปนาตัวเองให้มีอำนาจเหนือกว่าประชาชน สิ่งเหล่านี้ทำให้ระบบตุลาการไร้เสถียรภาพในด้านการบริหารงานของตัวผู้พิพากษาที่จะพิจารณาคดีด้วยความโปร่งใส นำมาสู่ความอ่อนแอของตุลาการไทย ที่ไม่มีความกล้าในการทำให้คดีมีความโปร่งใสและยุติธรรม อันนำมาซึ่งการตีความของศาลที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล ๔. การละเลยหลักการประชาธิปไตยสากลของกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ เพราะองค์ประกอบของหลักประชาธิปไตยนั้นต้องประกอบไปด้วย หลักอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน หลักความเสมอภาค หลักสิทธิเสรีภาพ หลักนิติรัฐ และหลักการเสียงข้างมากแต่ต้องเคารพเสียงส่วนน้อย หลักการเหล่านี้เป็นหลักสากลที่มนุษย์ทุกคนพึงมี แต่กฎหมายหมิ่นฯมาตรา ๑๑๒ ได้ละเลยหลักการดังกล่าวไปอย่างสิ้นเชิง เห็นได้จากการกำหนดโทษของกฎหมายที่สูงเกินจริง และการตีความของกฎหมายที่มีลักษณะครอบจักรวาล อีกทั้งกระบวนการประกันตัวก็ยังครุมเครือและไม่เท่าเทียม ด้วยสภาพปัญหาดังกล่าว ทางสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) จึงขอเสนอแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาและหาทางออกให้กับสังคมไทยเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งอันนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดอย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้วในประวัติศาสตร์ ดังนี้ ๑. เราขอเรียกร้องให้มีการทบทวนและแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ อย่างจริงจัง ทั้งนี้การทบทวนและแก้ไขควรมีการทำประชาพิจารณ์จากภาคประชาสังคม และควรตั้งคณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนจากทางภาครัฐและภาคประชาชน โดยผู้ที่จะมาเป็นตัวแทนดังกล่าว ต้องมาจากการทำประชามติโดยประชาชนทั้งประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในกระบวนการทบทวนและแก้ไขกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศอันเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงในสังคมไทย ๒. เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเร่งเร้าและผลักดันให้ปัญหานี้ออกสู่สาธารณะชนอย่างกว้างขวางโดยเร็ว เนื่องด้วยการกดขี่ของผู้ที่ใช้อำนาจนอกระบบยังดำเนินอยู่ในสังคมไทยอย่างไม่ลดละ ทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชนอย่างรุนแรง การใช้กฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ มาโจมตีผู้ที่มีความคิดเห็นต่างทางการเมืองนับวันยิ่งทวีเพิ่มมากขึ้น เราได้ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้และเห็นควรว่าถ้าปัญหาเหล่านี้ไม่ถูกเปิดเผยออกสู่สาธารณะโดยเร็ว ปัญหาเหล่านี้จะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นจนยากเกินจะแก้ไขเยียวยา และอาจนำไปสู่การนองเลือดอย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้วในประวัติศาสตร์ไทยครั้งแล้วครั้งเล่า การผลักดันปัญหาเหล่านี้ให้เป็นไปตามข้อที่หนึ่งจึงมีความจำเป็นยิ่ง เพื่อลดความขัดแย้งของสังคมไทยที่นับวันจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ๓. เราขอเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบตุลาการ โดยการทำให้ระบบตุลาการมีความยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งกระบวนการสรรหาและการตีความทางกฏหมายของระบบตุลาการต้องคำนึงหลักสิทธิเสรีภาพสากล และต้องมีความโปร่งใสในการที่จะตรวจสอบได้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมอีกทั้งต้องตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐนิติธรรม มิใช่ตัดสินโดยใช้อคติส่วนตัวโดยไม่คำนึงถึงหลักสากล ทั้งนี้รวมไปถึงสิทธิการประกันตัว และสิทธิอื่นๆที่ผู้ต้องหาพึงได้รับ ๔. เราขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจ เปิดพื้นที่ทางความคิดเพื่ออภิปรายประเด็นปัญหาอันแหลมคมนี้อย่างกว้างขวางทั้งในสื่อ และวงการการศึกษากระแสหลัก เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และตระหนักรู้ถึงปัญหา อีกทั้งยังจะช่วยให้เกิดการถกเถียงอภิปรายอย่างเป็นรูปธรรมในทางสาธารณะ มิใช่เอาแต่ปิดกั้นและริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และขอให้เลิกการให้ข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียวอันจะนำไปสู่ความแตกแยกของสังคมไทย การนำประเด็นปัญหาเหล่านี้ออกสู่สาธารณะจะเป็นการเปิดพื้นที่ทางความคิด เสริมสร้างการเรียนรู้ทางด้านสิทธิเสรีภาพและหน้าที่พลเมือง อันจะนำไปสู่ความร่วมมือร่วมใจในการแก้ไขปัญหาในสังคมไทยอย่างแท้จริง สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) หวังเป็นอย่างยิ่งว่าปัญหาและข้อเสนอข้างต้นจะได้รับการพิจารณาจากทางภาครัฐและภาคประชาชนทุกภาคส่วนต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยอย่างจริงจัง และนำไปสู่เส้นทางแห่งประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มิใช่การการปิดกั้นเสรีภาพทางความคิดอย่างที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน มิใช่การจำกัดสิทธิพลเมืองและไร้ซึ่งความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรม ความยุติธรรมที่ตั้งอยู่บนหลักสิทธิเสรีภาพสากลจะต้องบังเกิดในประเทศที่อ้างว่าปกครองระบอบประชาธิปไตยเสียที ด้วยจิตคารวะ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

Comments

-ขอให้สนนทจริงใจจริงเถอะ

-ขอให้สนนทจริงใจจริงเถอะ ถ้ารวมพลังนักศึกษาร่วมด้วยจริงๆก็จะดี เราไม่ต้องการหักดิบยกเลิกหรอก แต่ขอให้แก้เนื้อหาใน112ให้เขากับหลักประชาธิปไตยและเลิกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานทางกฎหมายของประชาชน ที่จริงความผิดข้อหาหมิ่นประมาทเป็นแค่ความผิดลหุโทษแค่นั้น แต่พอเอามารวมเขากับข้อหาความมั่นคงต่อราชอาณาจักรมันก็เลยหนัก ควรที่จะแยกออกมาเป็นสัดเป็นส่วน

มันต้องกล้าอย่างนี้ ซิ

มันต้องกล้าอย่างนี้ ซิ ลูกหลานไทย..สนนท....อย่าปล่อยให้ระบอบศักดินามันกินเมือง

ยกเลิกไปเลยครับ เห็นๆอยู่ว่าเ

ยกเลิกไปเลยครับ
เห็นๆอยู่ว่าเป็นพิษเป็นภัยต่อทุกฝ่าย และไร้ประโยชน์
ก็โล๊ะทิ้งไปซะ ไม่เห็นยาก
จะมัวมานั่งแก้ทำไมให้เสียเวลา

เมื่อนิสิตนักศึกษาเรียกร้องใน

เมื่อนิสิตนักศึกษาเรียกร้องในเรื่องนี้ เหล่าผู้อาวุโสซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย หรือ ด้านอื่นๆก็ตาม สมควรอายเด็กรุ่นหลาน และเริเริ่มปฏิรูประบบตุลาการได้แล้ว เนื่องจากระบบตุลาการของไทยเป็นระบบปิด จึงไม่พ้นการเล่นพรรคเล่นพวก การใช้ระบบผู้น้อยเลือกตั้งผู้อาวุโส เป็นเรื่องผิดหลักการประชาธิปไตย เพราะอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย คือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ จะเห็นว่า 2 อำนาจแรกจะยึดโยงกับประชาชน
1.อำนาจนิติบัญญัติ ประชาชนเลือก ส.ส.มาทำหน้าที่แทน
2.อำนาจบริหาร ส.ส. จะเลือกนายกรัฐมนตรีมาบริหารประเทศ
3.อำนาจตุลาการ ไม่มีส่วนยึดโยงกับประชาชน ที่จะให้ประชาชนควบคุมดูแลเช่นใด การจะอ้างว่าเหล่าตุลาการเลือกสรรกันกันเองจะทำให้ปลอดการเมือง ประชาชนได้รับความยุติธรรม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน ประชาชนทั่วไปไม่เคยได้รับความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด โดยเฉพาะการมีกฎหมายละเมิดอำนาจศาล จึงทำให้ผู้ไม่ได้รับความยุติธรรม ไม่กล้าวิพากย์วิจารณาผู้พิพากษา เท่ากับว่าตุลาการ คือ เจ้าชีวิตของประชาชน เพราะถ้าพิพากษาผิด ตุลาการก็ไม่ต้องรับโทษแต่อย่างใด อีกประการหนึ่งระบบตุลาการไทยขลาดเขลา เช่นที่ สนนท.กล่าว คือ เมื่อมีการรัฐประหาร คณะตุลาการ ถือว่าคณะรัฐประหารเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ไม่กล้ารับเรื่องที่ประชาชนจะฟ้องคณะรัฐประหารว่าทำผืดกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นขบถ ปัญหาการรัฐประหารในเมืองไทย จึงเกิดขึ้นเป็นระยะตลอดมา เพราะทำแล้วไม่มีใครเอาโทษได้ ปัจจุบันประชาชนระดับรากหญ้าขึ้นมาเริ่มเข้าใจสิทธิที่ตนเองพึงมี ที่จะใช้อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ประการให้มีประสิทธิภาพ คุณธรรม และยุติธรรม
ขอให้ สนนท.จงทำหน้าที่กองทัพหน้าต่อสู้กับผู้มีอำนาจ อย่างไม่ท้อแท้ หรือ ท้อถอย เช่นที่ สนนท.ยุค ตุลา 16 ได้เคยเปลี่ยนแปลงกระบวนการปกครองของผู้มีอำนาจสำเร็จมาแล้ว ที่สำคัญต้องพยายามทุกสิ่งทุกอย่างให้นิสิตนักศึกษาในสมัยนี้สนใจการเมือง ความอยุติธรรมของระบบ สิทธิเสรีภาพ ฯลฯ ของประชาชน ไม่ใช่เอาแต่ทำแต่เรื่องไร้สาระ เช่น จัดงานสนุกสนุนเฮฮา ใส่ใจแต่ความสุขส่วนตัว ส่วนรวมจะเป็นอย่างไร ก้ไม่สนใจ เพราะปัจจุบัน กลุ่มนักศึกษาเหล่านี้ใข้สื่อสารสนเทศได้อย่างมีความรู้ และชำนาญ สามารถสื่อสาร และประสานงานกันได้อย่างรวดเร็ว เช่นเรื่อง อากงที่ถูกผู้พิพากษาตัดสินจำคุก 20 ปี คดีหมิ่นฯ เป็นต้น ทำไมพวกท่านไม่เรียกร้องให้ผู้มีอำนาจเปลี่ยนแปลงผลการลงโทษให้สมเหตุสมผล คดีเพียงเท่านี้กระเทือนความมั่นคงของชาติอย่างไร? ถ้าเพียงท่านรวบรวมบุคคลผ่าน Facebook หรือ อะไรก็แล้วแต่ หมื่นเสียง แสนเสียง หรือ ล้านเสียง ดูซิว่าผู้มีอำนาจจะรับฟังหรือไม่
เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมา---อาญามาตรา 112 พันเปอร์เซนต์ และควรเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายที่เขียนขึ้นในยุครัฐประหาร หรือ เผด็จการทรราช ทุกยุคทุกสมัยเป็นต้นมา เพื่อความเจริญรุ่งเรือง ยุติธรรม ความสงบ ความเรียบร้อย ความสุขของสังคมที่มีชื่อเรียกว่า"ชนชาติไทย"ในอนาคตอีกไม่นาน

ขอให้ สนนท.เอาแบบอย่างบุคคล

ขอให้ สนนท.เอาแบบอย่างบุคคล เช่น ท่านมหาตม คานธี นายเนลสัน เมนเดล่า นางอองซาน ซูจี หรือ บุคคลที่มีคุณค่าของโลก หรือ ไทย จะเห็นว่าเขาต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรง แต่ต่อสู้อย่างไม่ท้อแท้ หรือ ท้อถอย อย่างต่อเนื่อง สร้างพลังอำนาจที่ยุติธรรม รวบรวมผู้ที่มีความคิดเห็นอย่างเดียวกัน อย่างเป็นระบบ จนกระทั่งมีกำลังเช้มแช็ง สามารถเปลี่ยนประวัติศาสตร์การเมใองของประเทศไทศได้ ขออวยพรให้เป้าหมายที่ตั้งไว้ จงเร็จ ลุล่วงด้วยดี "ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่มีการต่อสู้ (กับผู้มีอำนาจ)"

มีสิทธิอะไรใช้

มีสิทธิอะไรใช้ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ออกแถลงการอย่างนี้ มีนักศึกษาจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำโดยพละการอย่างคุณ

มีสิทธิอะไรใช้

มีสิทธิอะไรใช้ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ออกแถลงการอย่างนี้ มีนักศึกษาจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำโดยพละการอย่างคุณ