สำเนียงส่อภาษา : ส.ส. หญิงกับการอภิปรายในสภาไทย

มีผู้ตั้งข้อสังเกตไว้น่าสนใจว่า ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีลำดับชั้นในทางโครงสร้าง โดยหลักฐานที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือกรณีของคำแทนตัวหรือคำสรรพนามที่เรามีใช้อย่างหลากหลาย ทั้งผม คุณ กู มึง ข้าพเจ้า ท่าน ข้าพระพุทธเจ้า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เป็นต้น ลำดับชั้นของคำสรรพนามเหล่านี้ทำให้การสนทนานั้นมีลักษณะของการจำแนกลำดับสูง-ต่ำ ของผู้พูด-ผู้ฟังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เหมือนกับภาษาอังกฤษ ซึ่งมีเพียง I กับ You เท่านั้น จึงนับว่าเป็นภาษาที่มีคุณลักษณะเป็นประชาธิปไตยมากกว่าภาษาไทย ซึ่งผมเห็นด้วยเป็นอย่างมาก แต่ยังนอกจากเรื่องของคำสรรพนามแล้ว ที่จริงในการใช้ภาษายังมีอีกประเด็นหนึ่งที่สมควรพูดถึง นั่นคือเรื่องของสำเนียง (intonation) หรือท่วงทำนองและจังหวะในการพูดจา ซึ่งเป็นตัวกำหนดอารมณ์และบทบาทหน้าที่ของข้อความต่างๆ ที่มนุษย์ใช้สื่อสารในลักษณะที่แตกต่างกัน ข้อความว่า “สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล” เป็นข้อความที่ชนชั้นสูงใช้แยกแยะกลุ่มบุคคลที่แตกต่างออกไปจากตน (ซึ่งมักแปลว่าอยู่ “ต่ำ” กว่า) สำเนียงในการพูดหมายถึงท่วงทำนองในการพูด หมายถึงลักษณะการทำเสียงสูงๆ ต่ำๆ การเน้นคำ และรวมไปถึงการเว้นจังหวะจะโคนในการพูดด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ฟังสามารถรู้ได้ว่า กำพืดของผู้พูดนั้นเป็นอย่างไรและมาจากท้องถิ่นไหน เพราะภาษาไม่ได้หมายถึงเพียง “ภาษา” อย่างที่เราเข้าใจในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงความเป็นกลุ่มชน และ “เกี่ยวพันกับ ‘วัฒนธรรม’ และ ‘อำนาจ’ หรือ ‘ชนชั้น’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” (ดูบทความ ภาษาดี ภาษาสวย ภาษาราชการ? ของ ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ฉบับประจำวันที่ 5-11 ส.ค. 54) สำเนียงและวิธีการพูดจา จึงมีส่วนกำหนดท่าทีของการสื่อสารหรือภาพลักษณ์ของผู้พูดได้ไม่น้อยไปกว่าสารที่ผู้พูดนำเสนอ การที่นายบัณฑูร สุภัควณิช เลขานุการนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับสื่อเครือเนชั่นเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาถึงการที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มักพูดผิดๆ ถูกๆ ว่าเป็นเพราะความที่ท่านเป็น “คนบ้านนอก” นั้น (ดู http://www.suthichaiyoon.com/detail/16432) ส่วนหนึ่งอาจเป็นการขอความเห็นใจจากคนบ้านนอกจำนวนมากที่เป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยก็จริงอยู่ แต่ก็ต้องถือว่าเป็นการตั้งข้อสังเกตที่ตรงประเด็นอย่างที่สุด เพราะในสังคมที่ควบคุมด้วยรัฐราชการแบบในประเทศไทย เมืองหลวงย่อมถือว่าเป็นสุดยอดของความศิวิไลซ์ และคนที่พูดภาษาด้วยสำเนียงคนกรุงเทพฯ ได้ชัดเจนเท่านั้นจึงจะถือว่าเป็นผู้มีการศึกษา ดังนั้นเราจึงดูถูกดูแคลนสำเนียงบ้านนอกมาแต่ไหนแต่ไร เราดูถูกสำเนียงสุพรรณ ดูถูกสำเนียงทองแดง และดูถูกชาวเขาที่พูดไทยไม่ชัด เรามักดูถูกคนที่เขียนภาษาไทยไม่ได้ พูดไทยไม่ชัด และใช้ภาษาราชการไม่เป็น โดยไม่เคยตั้งข้อสังเกตเลยว่าแท้จริงแล้ว “ภาษาราชการ” นั้นมีรากเหง้าเดียวกันกับภาษาในราชสำนัก (เพราะเป็นภาษาของ “ข้า” ราชการ) และในความเป็นจริงแล้ว ภาษาแบบราชสำนักนั้นไม่เคยมีที่ทางอย่างกว้างขวางในสังคมไทยมาก่อนเลย โดยเฉพาะในสังคมชนบท เช่นภาษาราชการแบบในกฏหมายตราสามดวงนั้นก็เห็นชัดๆ ว่าไม่ได้เขียนไว้ให้คนทั่วๆ ไปอ่านอยู่แล้ว กรณีสำเนียงการพูดจาและลักษณะการใช้ภาษาของนักการเมืองไทยนั้น เท่าที่ผมลองสืบค้นและฟังดูจากการประชุมสภาในหลายๆ ครั้ง (ผมจะจำกัดเฉพาะตัวอย่างการพูดของ ส.ส. หญิงเท่านั้นในที่นี้) พบว่าเราอาจจัดกลุ่มสำเนียงและลักษณะการพูดจาของ ส.ส. หญิงออกได้คร่าวๆ เป็นสามกลุ่ม (การแบ่งกลุ่มในที่นี้ไม่มีนัยยะเชิงเปรียบเทียบว่ากลุ่มไหนดีกว่ากลุ่มไหน) 1) กลุ่มที่พูดจาฉาดฉาน ชัดเจน มีความเป็นสำเนียงเมืองหลวงเต็มที่ พูดจาด้วยภาษาที่รัดกุมและเป็นแบบ “ราชการ” และที่สำคัญคือ จะไม่เน้นการเน้นเสียงเบาเสียงดังหรือใช้สำเนียงสูงๆ ต่ำๆ มากนัก ซึ่งแสดงให้เห็น “วุฒิภาวะทางอารมณ์” ที่มั่นคง (คือมีความเป็นผู้ดีตามนิยามของระบบการศึกษาไทยสูง) แต่มีการแบ่งวรรคตอนในการพูดที่เหมาะสมและเป็นจังหวะจะโคน ส.ส. ในกลุ่มนี้มีตัวอย่างที่ชัดเจนคือคุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แลคุณฐิติมา ฉายแสง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะทั้งสองคนนี้เป็นนักการเมืองอาชีพและผ่านเวทีปราศรัยมาแล้วอย่างมากประสบการณ์ 2) กลุ่มนี้ตรงกันข้ามกับกลุ่มแรกอย่างสิ้นเชิง นั่นคือมักจะพูดจาไม่ราบรื่นนักเมื่อเทียบกับกลุ่มแรก (ขอเน้นทำความเข้าใจตรงนี้อีกครั้งหนึ่งว่านี่ไม่ใช่ข้อตำหนิ แต่เป็นข้อสังเกต) มักมีปัญหากับการเรียงประโยคตามหลักไวยากรณ์ อีกทั้งยัง “ใส่อารมณ์” ในการพูดค่อนข้างมาก มีการเน้นเสียงสูงต่ำอย่างเป็นธรรมชาติเช่นเดียวกับที่ชาวบ้านร้านตลาดทั่วๆ ไปพูดคุยกัน แล้วเผลอๆ ยังแอบหลุดสำเนียงท้องถิ่นมาให้ผู้ฟังได้ยินอีกด้วย กรณีแบบนี้มีตัวอย่างเช่นคุณรังสิมา รอดรัศมี เป็นต้น 3) กลุ่มสุดท้ายมีจำนวนมากที่สุด และจัดอยู่ในประเภทกลางๆ คือไม่ถึงกับพูดฉาดฉานสมบูรณ์แบบเช่นในกลุ่มแรกนัก แต่ก็ควบคุมสำเนียงและลีลาการพูดให้มีความเป็นทางการได้ในระดับหนึ่ง ตัวอย่างในกลุ่มนี้มีคุณวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ที่ยังติดถ้อยคำแบบที่ไม่ใช่ภาษาราชการ เช่นการลากเสียงคำว่า “เนี่ย” แบบที่ชาวบ้านทั่วๆ ไปพูดกัน หรือบางครั้งอาจไม่สามารถจัดวรรคตอนและการหายใจได้เหมาะสม และยังไม่ใส่ใจกับการควบกล้ำหรือ ร เรือ ล ลิงมากนัก เช่นเดียวกับคุณนาถยา เบญจศิริวรรณ ที่ยังคงมีอาการตะกุกตะกักบ้าง และบางครั้งก็เรียงประโยคผิดไวยากรณ์ ที่น่าสนใจคือ ส.ส. ทั้งสองคนนี้ จัดอยู่ในกลุ่มกลางๆ ในซีกที่ค่อนไปในทางที่ใช้ท่วงทำนองการพูดแบบมีสำเนียงสูง-ต่ำ และความหนัก-เบาที่บ่งบอกถึง “อารมณ์ความรู้สึก” ในการอภิปรายด้วยอยู่มาก ขณะที่กลุ่มกลางๆ อีกซีกหนึ่งนั้นค่อนข้างจะมีความจงใจควบคุมสำเนียงการพูดให้เป็นไปอย่างเรียบๆ มากกว่า ซึ่งมีตัวอย่างเช่นคุณรสนา โตสิตระกูล (ส.ว.) คุณอนุสรา ยังตรง และคุณอรุณี ชำนาญยา เป็นต้น การอภิปรายของ ส.ส. ซีกนี้มีความเป็นราชการค่อนข้างสูงขึ้นมาอีก (จึงทำให้คนส่วนมากรู้สึกว่าออกจะน่าเบื่อ) แต่ก็ยังมีการพูดผิด พูดซ้ำๆ เว้นวรรคผิด เรียงประโยคกลับกันบ้าง แต่ประเด็นสำคัญคือ - ลักษณะการพูดจาอภิปรายจะเป็นไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบๆ ไม่เน้นการใช้เสียงหนัก-เบา สูง-ต่ำ เพื่อแสดง “อารมณ์ความรู้สึก” นัก ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้เอง (แต่ถ้าสังเกตการตอบคำถามหรือการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ดูดีๆ โดยเฉพาะในรายการของคุณจอม เพชรประดับ หรือคุณสรยุทธ สุทัศนจินดา ในช่วงก่อนเลือกตั้ง จะพบว่า ว่าที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ (ในขณะนั้น) สามารถตอบคำถามต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติมากทีเดียว ซึ่งสื่อให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีน่าจะคุ้นเคยกับการแสดงความคิดในลักษณะที่ไม่เป็นทางการนักมากกว่า) เป็นที่รู้ๆ กันว่าการอภิปรายหรือการปราศรัยนั้นเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของนักเลือกตั้ง แต่ก็เป็นที่รู้ๆ กันอีกว่าคุณสมบัติข้อนี้ไม่เกี่ยวกับสติปัญญาในการบริหารบ้านเมืองแต่อย่างใด เพราะที่จริงแล้วเราอาจเห็นคนมีความสามารถอีกหลายๆ คนที่พูดไม่เก่งหรือพูดไม่เป็นเลย - ซึ่งก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก จริงอยู่ที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อาจเป็นคนที่พูดไม่เก่ง พูดผิดๆ ถูกๆ บ้างในบางครั้ง แต่โดยรวมๆ แล้วย่อมไม่ถึงกับจัดเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่อง และว่าที่จริงถ้ากล่าวถึงการคุมประเด็นและรักษาเนื้อความที่ต้องการนำเสนอแล้วยังควรจัดว่าอยู่ในขั้นค่อนข้างดีด้วยซ้ำ แน่นอนว่าการฝึกฝนให้สามารถพูดจาแบบคนภาคกลางและด้วยภาษาราชการสวยๆ หรูๆ นั้นย่อมเรียนรู้และฝึกฝนกันได้ เพียงแต่อาจต้องใช้เวลาบ้างเท่านั้น แต่แน่ใจหรือ - ว่าการสื่อสารด้วยสำเนียงและภาษาแบบราชการนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องสมบูรณ์ที่สุดเพียงหนึ่งเดียว ลองถามตัวเองดูก่อนว่าทุกวันนี้ เราอยากอ่านหนังสือราชการหรืออยากจะอ่านหนังสือที่เขียนขึ้นด้วยภาษาชาวบ้านธรรมดาที่เข้าใจกันได้ง่ายๆ มากกว่ากัน

Comments

ก็เราเป็นคนเชียงใหม่

ก็เราเป็นคนเชียงใหม่ ภาษาไทยกลางก็ไม่ใช่ภาษาพ่อ ภาษาแม่ของเรา การพูดให้สำเนียงชัดเจนเป็นไทยกลางบางครั้งก็อาจจะตก ๆ หล่น ๆ ก็ทีเวลาคุณมาพูดภาษาบ้านเรา ทำไมคุณถึงออกเสียงไม่ได้ล่ะ อย่างเช่น อี่ห้า ปันต๋าย มาว่าคนอื่นง่าว บ่หล๋วก แล้วมึงลอหล๋วกเต๋มทีกา จ้าดหมา

ก่อนบ่ายคลายเครียด

[quote=ก่อนบ่ายคลายเครียด]ก็เราเป็นคนเชียงใหม่ ภาษาไทยกลางก็ไม่ใช่ภาษาพ่อ ภาษาแม่ของเรา การพูดให้สำเนียงชัดเจนเป็นไทยกลางบางครั้งก็อาจจะตก ๆ หล่น ๆ ก็ทีเวลาคุณมาพูดภาษาบ้านเรา ทำไมคุณถึงออกเสียงไม่ได้ล่ะ อย่างเช่น อี่ห้า ปันต๋าย มาว่าคนอื่นง่าว บ่หล๋วก แล้วมึงลอหล๋วกเต๋มทีกา จ้าดหมา[/quote]

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
อยากให้คนที่ชอบดูถูกคนอื่นฝึกประโยคนี้ให้ได้ก่อนที่จะไปเที่ยวเชียงใหม่อ่ะค่ะ

อี่ห้า ปันต๋าย มาว่าคนอื่นง่าว บ่หล๋วก แล้วมึงลอ หล๋วกเต๋มทีกา จ้าดหมา
อี่ห้า ปันต๋าย มาว่าคนอื่นง่าว บ่หล๋วก แล้วมึงลอ หล๋วกเต๋มทีกา จ้าดหมา
อี่ห้า ปันต๋าย มาว่าคนอื่นง่าว บ่หล๋วก แล้วมึงลอ หล๋วกเต๋มทีกา จ้าดหมา

ฝึกได้หรือยังค้าาาาาาาาา เก่ามากค่ะะะะะะะะ

ทางสายกลาง

ทางสายกลาง ย่อมดีที่สุด
นรม.ยิ่งลักษณ์ พูดได้ดีแล้ว เหมาะกับจริตคนไทยที่ดีๆส่วนใหญ่

คนไทยไม่ชอบคนที่พูดจาฉาดฉานเกินไป พูดคล่อกเกินไป
เพราะดูไม่น่าเคารพนับถือ ไม่น่าไว้ใจ

คนไทยมีปกติชอบคนสุขุมรอบคอบ
พูดเมื่อควรพูด และเมื่อสิ่งที่จะพูดนั้นก่อให้เกิดประโยชน์.

........................................................................

เรื่องสำเนียงการพูด นั้น แล้วแต่มุมมอง
ส่วนตัวแล้วคิดว่าสำเนียงท้องถิ่นแต่ละภาค น่ารักดีนะ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดเหมือนคนกรุงเทพฯ
อะไรๆที่เหมือนๆกันไปหมดแบบปั๊มออกมาจากโรงงาน น่าเบื่อจะตาย.

.........................................................................

คิดถึงเรื่องที่ ดร.สมเกียรติ ตำหนิ นรม. เรื่องสำเนียงภาษาอังกฤษ

ดร.สมเกียรติ มีความคิดคับแคบไปหรือเปล่า ?
อจ. เคยไปอยู่มากี่ประเทศแล้ว ?

เด็กที่ไปซัมเมอร์หลายๆประเทศ เขาไม่มองว่าสำเนียงมีความสำคัญอะไร
แต่ละท้องถิ่นก็พูดภาษาอังกฤษสำเนียงของตัวกันทั้งนั้น
พยายามเข้าใจว่าเขาพูดอะไร ก็เพียงพอจะสื่อสารกันได้แล้ว

มีลูกทำงานในบริษัทที่มีทั้งคนอังกฤษ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อินเดีย จีน เวียดนาม
ทุกคนก็สื่อสารภาษาอังกฤษในสำเนียงของตัวเอง ไม่เห็นมีปัญหาตรงไหน

โลกเปลี่ยนไปเยอะแล้ว คนแก่ๆก็สมควรจะปรับตัว จะได้อยู่ร่วมกับเด็กๆได้.

สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล

สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล

บักสมเกียรติ อ่อนวิมล พูดภาษาไทยกลางด้วยสำเนียงถิ่นไหน
กิริยาวาจาที่มันแสดงออก ส่อสกุลใด

ใครเป็นขี้ข้าของพวกฝรั่งหรือ จึงต้องพูดฝรั่งแบบฝรั่ง

คนไทย พูดฝรั่งแบบไทยๆ มันเสียหายตรงไหน

การดัดจริต

การดัดจริต มาจากสังคมยุโรปก่อนยุคสว่างทางปัญญา
การดูถูกคน มาจากกลุ่มคนจีนที่หนีการปฏิรูปวัฒนธรรมมาอยู่ไทย
(พวกหนีสังคมใหม่ก็นำมายกตนข่มท่านแบบสังคมฟุ้งเฟ้อของค่านิยมกดขี่โบราณ)

สังคมไทย รับมาจากพวกดัดจิต๊อคโกโก(ผู้ชายยังดัดจริตแต่งหน้าทาแป้งและดัดผม เปียผมฯลฯ"
จึงติดอารม์ความรู้สึกศักดินาจากพวก"จบนอก" ลูกทั่นหลานเทอสมัยนิยมสงลูกไปนอกคือ"ไม่รู้"

ชื่อ ที่พ่อแม่ตั้งมาแต่เกิด มัน บ้านๆ อายเค้า
( เดี๋ยวเขาคิดว่าลูกตามี หลานยายมา)

ไปเรียนเมืองกรุง เรียบจบมีหน้าที่ดีดี
ก็ยิ่งต้องเปลี่ยนตามค่านิยมคนบางกอกให้มันเหมือนลอยมาแต่ฟากฟ้ากระยาหงัน

ยิ่งต้องไปทำงานเมืองนอกเปลี่ยนกันอ้างว่าพระแนะนำ ชื่อเก่ามันกาลกิณี
(ค่านิยมผีบ้าสังคมเพ้อเจ้อดัดจริตก็วิจิตรประจงตั้งอลังการณ์เหมือยลอยลิ่วมาแต่วงเทวัญอสัญแดหวา)

ขนาดต่อสู้เพือปะชาธิปไตยเป้าหมายหลักคือความเท่าเทียมแท้ๆ
ยังมีพฤติกรรมศักดินา ลูกท่านหลานเธอ เรียนมาสูง ยกตัวเหนือฯลฯ ดัดจริตล้วนๆ

สังคมประชาธิปไตยควรละค่านิยมผีบ้าดัดจริต
เป็นสังคมที่ให้มาตรฐานคุณค่าที่"ศักดิศรีความเป็นมนุษย์"

รับความเป็นชาวบ้านไม่ได้
ประชาธิปไตยมันยากจะเกิด

นักคิด นักเขียน นักสื่อมวลชนไทย
ควรเป็นกลุ่มที่พูดก่อน

พวกสื่อมีเดียหากยกระดับการสือสารในสังคมให้พ้นความดัดจริต
ก็อาจจะเกิดมาตฐานสังคมประชาธิปไตยประชาชนได้ในอนาคต

อู๊ฝารั๊งแบ๊บเหน้อๆ.....ส้ำเน

อู๊ฝารั๊งแบ๊บเหน้อๆ.....ส้ำเนียงสู้พรรน ส้มเกียรติจึ้งจาฟังเข้าใจ๋.....อู้ไทยแบ๊บเหน้อๆ ส้มเกียรติจึ้งจาฟังรู้
เหลื่อง ......ยะการยะงานยะเนิบๆ.......ไวปานวอก ส้มเกี้ยรติ

ตอแหลไม่เก่ง

ตอแหลไม่เก่ง มันก็หาว่าพูดไม่เป็น ไอ้พวกจ๊าดหมา

คนบางกลุ่มออกทีวีแทบจะทุกวัน พูดเนิบนาบ ผิดๆเถิกๆ ฟังไม่รู้เรื่อง ฟังแล้วจะอ๊วกกกกก
มันกลับพากันสรรเสริญว่าโคตรอัจฉริยะ ฮ่วย...

นี่แหละตอแหลแลนด์ขนานแท้

ชาวบ้าน-1 wrote:ทางสายกลาง

[quote=ชาวบ้าน-1]ทางสายกลาง ย่อมดีที่สุด
นรม.ยิ่งลักษณ์ พูดได้ดีแล้ว เหมาะกับจริตคนไทยที่ดีๆส่วนใหญ่

คนไทยไม่ชอบคนที่พูดจาฉาดฉานเกินไป พูดคล่อกเกินไป
เพราะดูไม่น่าเคารพนับถือ ไม่น่าไว้ใจ

คนไทยมีปกติชอบคนสุขุมรอบคอบ
พูดเมื่อควรพูด และเมื่อสิ่งที่จะพูดนั้นก่อให้เกิดประโยชน์.

........................................................................

เรื่องสำเนียงการพูด นั้น แล้วแต่มุมมอง
ส่วนตัวแล้วคิดว่าสำเนียงท้องถิ่นแต่ละภาค น่ารักดีนะ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดเหมือนคนกรุงเทพฯ
อะไรๆที่เหมือนๆกันไปหมดแบบปั๊มออกมาจากโรงงาน น่าเบื่อจะตาย.

.........................................................................

คิดถึงเรื่องที่ ดร.สมเกียรติ ตำหนิ นรม. เรื่องสำเนียงภาษาอังกฤษ

ดร.สมเกียรติ มีความคิดคับแคบไปหรือเปล่า ?
อจ. เคยไปอยู่มากี่ประเทศแล้ว ?

เด็กที่ไปซัมเมอร์หลายๆประเทศ เขาไม่มองว่าสำเนียงมีความสำคัญอะไร
แต่ละท้องถิ่นก็พูดภาษาอังกฤษสำเนียงของตัวกันทั้งนั้น
พยายามเข้าใจว่าเขาพูดอะไร ก็เพียงพอจะสื่อสารกันได้แล้ว

มีลูกทำงานในบริษัทที่มีทั้งคนอังกฤษ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อินเดีย จีน เวียดนาม
ทุกคนก็สื่อสารภาษาอังกฤษในสำเนียงของตัวเอง ไม่เห็นมีปัญหาตรงไหน

โลกเปลี่ยนไปเยอะแล้ว คนแก่ๆก็สมควรจะปรับตัว จะได้อยู่ร่วมกับเด็กๆได้.[/quote]
ไอ้หมอนี่คิดว่าตัวเองพูดภาษาอังกฤษเก่ง เห็นเวลามันพูดไหม ฟังแลวก็ขำ ๆ ดี มีโทนเดียวอ่ะ เสียงสามัญ 55 พูดเหมือนท่อง ดีน่ะ พอได้แกร่มมาบ้าง เเต่เเอ๊กเซ่นของมันนี่จิ ฟังดูแปก ๆคร้า จะเเหม่งๆ แแบ สุพรรณ ก็ไง ๆอยู่ จะเเบบ มะกันก็ไม่ช่าย รึจะเเบบผู้ดีอังกิด บริติชๆ ก็ไม่เชิง เเบบซิงกลิช อ๊ะ รึเเบบ อ่าโน..อ่าโน...รึเป็นแบบ ไทยนีส ๆๆ อิอิที่ฝรั่งชอบอก ญี่ปุ่นชอบพูด รึว่า ไทยๆ จะแบบไหนอันไหนก็ช่างแม่ม เถอะคร้า...มันก็ไม่ได้ดีเด่ ไปกว่านายกฯ อะไรหรอก ก็พวกสลิ่มลืมกำพีด โดนคนอื่นน้อคคลื่นไปน่ะ ก็พอยังเหลือเช้าๆมืดละมั้ง...แต่กำลังจะบอก ภาษานีใช้สือสารกันให้รู้เรือง ไม่ได้เป็นเนทีฟ อ่ะค่ะ อย่าไปวอรี่ ก็ฟังคุณสมเกียรติพูดอังกฤษทีไร เดี๊๋ยนยังคันหูเรยเคอะ อิอิ จั๊กกะจี้จั๊กกะเดียม ดูนายมาร์ค มุขควายนั่นปะไร ถ่อไปเรียนเมืองผู้ พูดจาภาษาอังกฤษพอรู้เรื่องอยู่ เเต่สำก็ยังผิดหวังว่ะคร่ะ ถ้าเอามาตราฐานอีตาสมเกียรตินี่อ่ะ สำเนียงคุณมุขควายเธอก็ยังไทยๆ อยู่ดีนะคะ เเหมไปฝังตัวมาตั้งเเต่เรียนมัดยม นึกว่าจะได้สำเนียงผู้ดีมาบ้าง เด๋วจะมาว่าเดี๊ยนว่าเเระอ่ะ เอ็งดีแค่ไหนเชีย..อูยเดี๊๋ยนแค่ แถวๆ บาร์พัฒพงษ์อ่ะจร้า กันมาเล่าสู่กันฟัง ภาษาไทยเดี่ยนก็ยังไม่เเข็งเเรงด้วย คีพเวลแอนด์แฮปปี้ๆ นะเคอะ

ข้อตำหนิจากการพูดของยิ่งลักษณ

ข้อตำหนิจากการพูดของยิ่งลักษณ์
ไม่ได้เกิดจากการพูดไม่เก่ง
แต่่เกิดจากการพูดโดยไม่รู้จริง พูดตามคำบอกเล่า
เวลาคนที่ไม่รู้จริง แต่ต้องพูดเหมือนรู้
มันจะวนเวียน จะตะกุกตะกัก หาทางลงไม่ได้
และจะจบลงแบบห้วนๆ

เพราะหน้าที่ของเธอคือพรีเซนเตอร์
มันจะมีบทให้เธอ ถ้ามีคนถามนอกบท อาการประเภท "ไปไม่เป็น" ก็จะสำแดง
คะแนนพรีเซนเตอร์พรรค 9
คะแนนนายก 0

งานกร่อย

[quote=งานกร่อย]ข้อตำหนิจากการพูดของยิ่งลักษณ์
ไม่ได้เกิดจากการพูดไม่เก่ง
แต่่เกิดจากการพูดโดยไม่รู้จริง พูดตามคำบอกเล่า
เวลาคนที่ไม่รู้จริง แต่ต้องพูดเหมือนรู้
มันจะวนเวียน จะตะกุกตะกัก หาทางลงไม่ได้
และจะจบลงแบบห้วนๆ

เพราะหน้าที่ของเธอคือพรีเซนเตอร์
มันจะมีบทให้เธอ ถ้ามีคนถามนอกบท อาการประเภท "ไปไม่เป็น" ก็จะสำแดง
คะแนนพรีเซนเตอร์พรรค 9
คะแนนนายก 0[/quote]

ส่วนข้อดีของการพูดของนายอภิสิทธิ์คือพูดเก่งพูดคล่องพูดฟังดูดีสวยงาม ฉะฉาน ทั้งหมดนี้คือเวลาพูด แต่เวลาให้ทำ มันจึงเป็นได้แค่ดีแต่พูด ภาษิตว่าการกระทำย่อมดังกว่าคำพูด แปลได้อีกอย่างว่าค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ไม่งั้นพรรคประชาธิปดไม่เหลือที่นั่งในสภาแค่165 พรรคเพื่อไทยพูดไม่เก่งแต่ผลงานเยอะเลยได้ไป290เสียง จำตัวเลขแม่นๆไม่ได้ประมาณนี้ ก็อายจนต้องไปเอาปี๊บมาคุมแล้ววววว

ก่อนบ่ายคลายเครียด

[quote=ก่อนบ่ายคลายเครียด][quote=ก่อนบ่ายคลายเครียด]ก็เราเป็นคนเชียงใหม่ ภาษาไทยกลางก็ไม่ใช่ภาษาพ่อ ภาษาแม่ของเรา การพูดให้สำเนียงชัดเจนเป็นไทยกลางบางครั้งก็อาจจะตก ๆ หล่น ๆ ก็ทีเวลาคุณมาพูดภาษาบ้านเรา ทำไมคุณถึงออกเสียงไม่ได้ล่ะ อย่างเช่น อี่ห้า ปันต๋าย มาว่าคนอื่นง่าว บ่หล๋วก แล้วมึงลอหล๋วกเต๋มทีกา จ้าดหมา[/quote]

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
อยากให้คนที่ชอบดูถูกคนอื่นฝึกประโยคนี้ให้ได้ก่อนที่จะไปเที่ยวเชียงใหม่อ่ะค่ะ

อี่ห้า ปันต๋าย มาว่าคนอื่นง่าว บ่หล๋วก แล้วมึงลอ หล๋วกเต๋มทีกา จ้าดหมา
อี่ห้า ปันต๋าย มาว่าคนอื่นง่าว บ่หล๋วก แล้วมึงลอ หล๋วกเต๋มทีกา จ้าดหมา
อี่ห้า ปันต๋าย มาว่าคนอื่นง่าว บ่หล๋วก แล้วมึงลอ หล๋วกเต๋มทีกา จ้าดหมา

ฝึกได้หรือยังค้าาาาาาาาา เก่ามากค่ะะะะะะะะ[/quote]

เบาๆลงก็ได้นะครับ อย่าไปสอนเขาถึงคำพูดที่ไม่เพราะเลย เขาจะยิ่งดูถูกเรามากขึ้น
ผมก็คนเชียงใหม่ อายุก็มากแล้ว เคยปากจัดมากๆสมัยอายุยังน้อย เดี๋ยวนี้ผ่อนลงมากแล้วครับ
พิจารณากันให้ดี นรม.ยิ่งลักษณ์ ก็เป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองดีทีเดียวนะครับ
ทำงานเป็นผู้นำประเทศครั้งแรกของเธอในขณะที่อายุก็ยังน้อย นับว่าเก่งทีเดียว
สี่เท้ายังรู้พลาด คนเรามันก็ต้องมีหลุดบ้างเป็นธรรมดา
คุณยิ่งลักษณ์ก็ไม่ใช่นางฟ้าบินลงมาจากสวรรค์ จะให้เธอสมบูรณ์แบบ แบบพวกเขี้ยวลากดิน เธอก็คงทำยังไม่ได้ ต้องให้เธอเป็นนักการเมืองต่อไปอีกสักสองสามสมัย เธอก็คงพัฒนาไปได้สวย
อย่าไปใส่ใจมากกับคำพูดที่ทำให้เสียความรู้สึก แต่ถ้าจะให้ดี เก็บเอามาพัฒนา ปรับปรุงเราให้ดีขึ้นคงจะยอดเยี่ยมกว่า นะครับ
ว่าไหมครับเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกๆคน

ภาษาดี ภาษาเก่ง ภาษาสวย

ภาษาดี ภาษาเก่ง ภาษาสวย ภาษาราชการ
สมเกียรต์ อ่อนวิมล อย่างดีก้อแค่ส.ว. เมื่อก่อนนี้ก้อผุ็ประกาศ
เอาเถอะ ยิ่งลักษณ์ ย่อมไม่ใช่ ซูจีท่ีจะพูดอังกฤษคล่อง
แต่คำว่า "อังกฤษ "นี้น่ะ เป็นคำฝรั่งเศส ท่ีออกเสียงจาก english
แท้จริง คนฝรั่งเศสไม่พูด อังกฤษ เลย

ภาษาดี ภาษาเก่ง ภาษาสวย

ภาษาดี ภาษาเก่ง ภาษาสวย ภาษาราชการ
สมเกียรต์ อ่อนวิมล อย่างดีก้อแค่ส.ว. เมื่อก่อนนี้ก้อผุ็ประกาศ
เอาเถอะ ยิ่งลักษณ์ ย่อมไม่ใช่ ซูจีท่ีจะพูดอังกฤษคล่อง
แต่คำว่า "อังกฤษ "นี้น่ะ เป็นคำฝรั่งเศส ท่ีออกเสียงจาก english
แท้จริง คนฝรั่งเศสไม่พูด อังกฤษ เลย

คนตระกูลชินวัตร

คนตระกูลชินวัตร ไม่ได้เกิดมาเพื่อพูด
พวกเขาเป็นสายเลือดที่เกิดมา"ทำงาน"

พวกอวดอ้างพูดเก่ง พูดดี ก็ดีแต่พูด
ทำงานเป็นไง ก็รู้เห็นนะ

ทุกคนมี Talent ต่างกัน

สมเกียรติ

สมเกียรติ ดูแคลนนายกว่าควรใช้ล่าม....เป็นธรรมชาติของกลุ่มเครือ เนชั่น....ครับ

ภาษาอังกฤษ หรือแม้แต่ภาษาไทยกลาง....คนภาคกลางก็ยังพูดไม่ชัดหรอกครับ...ถ้าไม่ผ่านการฝึกหัด........

วันนี้เห็นภาพนายกยิ่งลักษณ์สนทนากับ Obama แล้ว ...สงสารคนวิจารณ์นายกที่มีอคติ...

น่าอายนะครับ.....ทำให้เห็นอีกคนแก่อีกคนหนึ่งที่พบว่า แก่เพราะอยู่นาน .........แค่นั้นเอง

พูดแบบนี้แหละถึงได้เป็นนายกรั

พูดแบบนี้แหละถึงได้เป็นนายกรัฐมนตรี พูดภาษาฝรั่งสำเนียงสุพรรณ หรือสำเนียงอังกฤษแบบจบอ๊อกฟร์อด ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะ ไม่ได้เป็น นายกรัฐมนตรี

[quote=ถีบหัว][quote=ชาวบ้าน-1]ทางสายกลาง ย่อมดีที่สุด
นรม.ยิ่งลักษณ์ พูดได้ดีแล้ว เหมาะกับจริตคนไทยที่ดีๆส่วนใหญ่

คนไทยไม่ชอบคนที่พูดจาฉาดฉานเกินไป พูดคล่อกเกินไป
เพราะดูไม่น่าเคารพนับถือ ไม่น่าไว้ใจ

คนไทยมีปกติชอบคนสุขุมรอบคอบ
พูดเมื่อควรพูด และเมื่อสิ่งที่จะพูดนั้นก่อให้เกิดประโยชน์.

........................................................................

เรื่องสำเนียงการพูด นั้น แล้วแต่มุมมอง
ส่วนตัวแล้วคิดว่าสำเนียงท้องถิ่นแต่ละภาค น่ารักดีนะ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดเหมือนคนกรุงเทพฯ
อะไรๆที่เหมือนๆกันไปหมดแบบปั๊มออกมาจากโรงงาน น่าเบื่อจะตาย.

.........................................................................

คิดถึงเรื่องที่ ดร.สมเกียรติ ตำหนิ นรม. เรื่องสำเนียงภาษาอังกฤษ

ดร.สมเกียรติ มีความคิดคับแคบไปหรือเปล่า ?
อจ. เคยไปอยู่มากี่ประเทศแล้ว ?

เด็กที่ไปซัมเมอร์หลายๆประเทศ เขาไม่มองว่าสำเนียงมีความสำคัญอะไร
แต่ละท้องถิ่นก็พูดภาษาอังกฤษสำเนียงของตัวกันทั้งนั้น
พยายามเข้าใจว่าเขาพูดอะไร ก็เพียงพอจะสื่อสารกันได้แล้ว

มีลูกทำงานในบริษัทที่มีทั้งคนอังกฤษ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อินเดีย จีน เวียดนาม
ทุกคนก็สื่อสารภาษาอังกฤษในสำเนียงของตัวเอง ไม่เห็นมีปัญหาตรงไหน

โลกเปลี่ยนไปเยอะแล้ว คนแก่ๆก็สมควรจะปรับตัว จะได้อยู่ร่วมกับเด็กๆได้.[/quote]
ไอ้หมอนี่คิดว่าตัวเองพูดภาษาอังกฤษเก่ง เห็นเวลามันพูดไหม ฟังแลวก็ขำ ๆ ดี มีโทนเดียวอ่ะ เสียงสามัญ 55 พูดเหมือนท่อง ดีน่ะ พอได้แกร่มมาบ้าง เเต่เเอ๊กเซ่นของมันนี่จิ ฟังดูแปก ๆคร้า จะเเหม่งๆ แแบ สุพรรณ ก็ไง ๆอยู่ จะเเบบ มะกันก็ไม่ช่าย รึจะเเบบผู้ดีอังกิด บริติชๆ ก็ไม่เชิง เเบบซิงกลิช อ๊ะ รึเเบบ อ่าโน..อ่าโน...รึเป็นแบบ ไทยนีส ๆๆ อิอิที่ฝรั่งชอบอก ญี่ปุ่นชอบพูด รึว่า ไทยๆ จะแบบไหนอันไหนก็ช่างแม่ม เถอะคร้า...มันก็ไม่ได้ดีเด่ ไปกว่านายกฯ อะไรหรอก ก็พวกสลิ่มลืมกำพีด โดนคนอื่นน้อคคลื่นไปน่ะ ก็พอยังเหลือเช้าๆมืดละมั้ง...แต่กำลังจะบอก ภาษานีใช้สือสารกันให้รู้เรือง ไม่ได้เป็นเนทีฟ อ่ะค่ะ อย่าไปวอรี่ ก็ฟังคุณสมเกียรติพูดอังกฤษทีไร เดี๊๋ยนยังคันหูเรยเคอะ อิอิ จั๊กกะจี้จั๊กกะเดียม ดูนายมาร์ค มุขควายนั่นปะไร ถ่อไปเรียนเมืองผู้ พูดจาภาษาอังกฤษพอรู้เรื่องอยู่ เเต่สำก็ยังผิดหวังว่ะคร่ะ ถ้าเอามาตราฐานอีตาสมเกียรตินี่อ่ะ สำเนียงคุณมุขควายเธอก็ยังไทยๆ อยู่ดีนะคะ เเหมไปฝังตัวมาตั้งเเต่เรียนมัดยม นึกว่าจะได้สำเนียงผู้ดีมาบ้าง เด๋วจะมาว่าเดี๊ยนว่าเเระอ่ะ เอ็งดีแค่ไหนเชีย..อูยเดี๊๋ยนแค่ แถวๆ บาร์พัฒพงษ์อ่ะจร้า กันมาเล่าสู่กันฟัง ภาษาไทยเดี่ยนก็ยังไม่เเข็งเเรงด้วย คีพเวลแอนด์แฮปปี้ๆ นะเคอะ[/quote]

น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ พูดอังกฤษสำเนียงแบบนี้แหละถึงได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ต่างจากคนที่จบ ดร.มาจากอืนเดีย หรือ นักปาฐกถามาจากอังกฤษ เป็นได้แค่ สส.หรือ สว.เท่านั้น ย้ำ! เท่านั้น นายกของไทย ไม่ได้เกิดที่อังกฤษเด้อ! เกิดและเติบโตเรียนหนังสืออยู่เชียงใหม่และไม่ได้เป็นผู้ประกาศข่าวหรือนักปาฐกถาเกาะโพเดี่ยม มาก่อนแต่สามารถสื่อสารกับผู้นำต่างชาติได้และรู้เรื่องถึงเวลาหัวเราะก็หัวเราะพร้อมกัน ไม่เหมือนกับนายกหลายๆคนที่ผ่านมาของไทยพูดกับฝรั่งเรื่องเดียวกันแต่หัวเราะกันคนละครั้งเพราะเพราะต้องรอล่ามแปลก่อน บางคนเป็นตั้งแปดปี บางคนฟังไม่รู้เรื่องก็นนั่งวาดภาพการ์ตูนลายเส้นเล่นรอล่ามแปลก่อน.....แมนบ่...

อาจารย์สมเกียรติ

อาจารย์สมเกียรติ วิจารณ์ท่านนายกฯ แรงไปหรือเปล่า ท่านถึงได้รับการ feedback ออกมาอย่างนี้ ยังไงเราก็คนไทยด้วยกันอย่าเหยียบย่ำคนไทยด้วยกันให้อายฝรั่งเลย ท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ท่านเก่ง เก็บอารมณ์และความรู้สึกเก่งมาก ไม่ตอบโต้ แม้จะมีสุภาพสตรีชั้นสูงว่าท่านว่าท่านดัดจริต บีบน้ำตา ท่านก็ไม่เคยตอบโต้ แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะทางอารมณ์ของท่านสูง ได้รับการอบรมมาดีจากครอบครัวที่อบอุ่น ต่างไปจากคนที่ชอบวิจารณ์ ให้ร้าย ไม่ว่าด้วย กาย วาจา หรือ ใจ แก่ผู้อื่น ต่างกับท่านผู้วิจารณ์ ส่อให้เห็นความอิจฉา ริษยา ตาร้อน ของท่านสุภาพสตรีท่านนั้น จิตใจก็หยาบกระด้าง สงสัยท่านคงไม่เคยนึกสงสารคนจน ๆ ที่ต้องลำบากเลย ถ้าจะเห็นน้ำตา ของท่านก็น่าจะเป็นน้ำตาจระเข้มากกว่า หุบปากของท่านบ้าง ยิ่งพูดยิ่งเข้าเนื้อตัวเอง ไม่คุ้มเลย ถ้าจะมีคนมาเสนอให้ท่านหาตะกร้อมาครอบปากเหมือน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางท่าน

ลาวโดยสายเลือด

[quote=ลาวโดยสายเลือด]น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ พูดอังกฤษสำเนียงแบบนี้แหละถึงได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ต่างจากคนที่จบ ดร.มาจากอืนเดีย หรือ นักปาฐกถามาจากอังกฤษ เป็นได้แค่ สส.หรือ สว.เท่านั้น ย้ำ! เท่านั้น นายกของไทย ไม่ได้เกิดที่อังกฤษเด้อ! เกิดและเติบโตเรียนหนังสืออยู่เชียงใหม่และไม่ได้เป็นผู้ประกาศข่าวหรือนักปาฐกถาเกาะโพเดี่ยม มาก่อนแต่สามารถสื่อสารกับผู้นำต่างชาติได้และรู้เรื่องถึงเวลาหัวเราะก็หัวเราะพร้อมกัน ไม่เหมือนกับนายกหลายๆคนที่ผ่านมาของไทยพูดกับฝรั่งเรื่องเดียวกันแต่หัวเราะกันคนละครั้งเพราะเพราะต้องรอล่ามแปลก่อน บางคนเป็นตั้งแปดปี บางคนฟังไม่รู้เรื่องก็นนั่งวาดภาพการ์ตูนลายเส้นเล่นรอล่ามแปลก่อน.....แมนบ่...[/quote]
ขอต่อ จากประสบการณ์ที่เคยได้คุยกับครูฝรั่งเมื่อสิบกว่าปีกว่า เขาบอกตอนพลเอกชาติชายเป็นนายกฯนั้น ได้ฟังอดีตนายกฯชาติชายพูดในงานระดับทางการ(ระดับระหว่างชาติ) ครูฝรั่งคนนี้บอกว่าฟังตั้งแต่ต้นจนจบจับใจความไม่ได้เลยว่านายกฯคนนี้พูดเรื่องอะไร ทั้งๆที่อดีตตอนเป็นทหารอาชีพก็เคยเป็นทูตทหารอยู่ต่างประเทศมาก่อน

เห็นยกตัวอย่างเรื่อง อดีตนายกฯชวน ให้ฟังนั้น ทำให้ต้องอมยิ้ม เราต้องยอมรับว่านายชวนนั้นโชคดีที่มีความสามารถในทางขีดๆวาดๆเลยดูเหมือนน่ารักที่ได้ทำอะไร(อาจจะแก้เขิน)โดยใช้เวลาที่รอคนอื่นชงเรื่องให้ แล้วมาขีดๆวาดๆเป็นของขวัญให้กับคู่เจรจา แต่ใครจะไปรู้ผู้นำต่างชาติที่มาเจรจาด้วยนั้นอาจคิดเป็นอื่นก็ได้ เห็นพวกฝรั่งที่รู้จักชอบพูดกันว่าคนไม่รู้ จะชอบหาอะไรมาทำให้รู้สึกว่าวุ่นวายกับสิ่งที่ทำอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับผู้คน