ประวิตร โรจนพฤกษ์: วาทกรรม “ความเป็นกลาง” ของสื่อ ไม่ง่ายอย่างที่อ้าง

เหตุการณ์ถกเถียงโต้แย้ง ระหว่างสภาการหนังสือพิมพ์กับเครือมติชน เรื่องความเป็นกลาง หรือไม่เป็นกลางของมติชนและสื่ออื่น จนทำให้มติชนตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสภาการหนังสือพิมพ์ ทำให้ผู้เขียนตระหนักว่า ความเข้าใจวาทกรรม “ความเป็นกลาง” ของสื่อเป็นสิ่งสำคัญและสังคมไทยยังขาดความเข้าใจที่ลึกซึ้งเพียงพอเกี่ยวกับวาทกรรมนี้ จึงขอเสนอความเห็นมาพอสังเขปว่าด้วยเรื่องความเป็นกลาง ดังนี้ คำว่า “ความเป็นกลาง” มักถูกสื่อกระแสหลักใช้สร้างความชอบธรรมและความน่าเชื่อถือมาเป็นเวลานาน ถึงแม้เอาเข้าจริงอาจมิต่างจากบรรดานายพลผู้ก่อรัฐประหาร ที่มักอ้างว่า ตนกระทำการเพื่อรับใช้ประชาชนและสถาบันกษัตริย์ คำถามแรกที่ควรถามคือ ความเป็นกลางคืออะไร ความเป็นกลาง คือการอยู่กึ่งกลางระหว่างสองข้างหรือไม่ ความเป็นกลาง คือการอยู่กึ่งกลางระหว่างดีกับชั่ว ผิดกับถูก เผด็จการกับประชาธิปไตย หรือไม่ คำถามที่เลี่ยงไม่ได้คือ เป็นกลางระหว่างอะไร ระหว่างคู่พิพาท หรือ อุดมการณ์ที่ต่างกันสองข้าง สองขั้ว กระนั้นหรือ? และถ้ามีมากกว่าสองข้างอย่างสามสี่ข้าง แล้วจะเป็นกลางได้อย่างไร สื่อมักเอียงไปทางด้านของเจ้าของสื่อ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือทางอุดมการณ์ที่ตนสนับสนุนใช่หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์ประชาธิปไตย อุดมการณ์เจ้านิยม อุดมการณ์เผด็จการ อุดมการณ์ทุนนิยม และอื่นๆ ผู้เขียนเคยเขียนในหนังสือ \สื่อเสรีมีจริงหรือ: บทเรียนประชาธิปไตยและวัฒนธรรมในสื่อไทย\" (ประวิตร โรจนพฤกษ์ พิมพ์โดยสำนักพิมพ์โกมลคีมทอง ปี 2545

Comments

'ความเป็นกลาง'ดูเป็นนามธรรมเก

'ความเป็นกลาง'ดูเป็นนามธรรมเกินไป
'หน้าที่'น่าจะเป็นรูปธรรมกว่า สามารถเขียนระบุออกมาได้
จรรยาวิชาชีพ'เป็นแนวทางปฏิบัติ ก็เขียนระบุได้
'มืออาชีพ'หมายถึงไม่เอาเรื่องส่วนตัวอารมณ์ส่วนตัวปนกับงาน อย่างเช่นความขัดแย้งธุรกิจ เจ้าของสื่อที่เขียนคอลัมน์ไม่ควรเขียนถึงคนที่ขัดแย้งทางธุรกิจของตัวเองอย่างยิ่ง ซึ่งลูกน้องก็อาจถูกจับตาด้วย หรือการรายงานข่าวการพูดโจมตีของใครก็ตาม ควรรายงานความขัดแย้งส่วนตัวด้วยหรือขัดแย้งอื่นๆ เพื่อให้ผู้ฟังข่าวได้รู้ว่าคนพูดอาจเอนเอียงจากข้อขัดแย้งส่วนตัว

จรรยาบรรณสื่อสารมวลชนสากล 23 ข้อ ประกอบด้วย

1. ต้องกระทำตนให้อยู่ในขอบเขตของความเหมาะสมมีกริยาดี (The bounds of decency)
2. ไม่สร้างข่าวขึ้นเอง (Do not attempt to make news)
3. ต้องเสนอข้อเท็จจริงทั้งหมดแก่ผู้รับสาร (The truth and the whole truth)
4. ไม่ก้าวก่ายสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น (Do not to invade the private rights)
5. ไม่บังคับบุคคลให้พูด (Do not to force individuals to speak)
6. ซื่อสัตย์ต่อบุคคลที่ต่อสู้เพื่อสังคม (Play fair with a person against whom derogatory charges)
7. ซื่อสัตย์ต่อบุคคลที่นำมากล่าวถึงในคอลัมน์ (Play fair with persons quoted in its columns)
8. รักษาไว้ซึ่งความลับของแหล่งข่าว (Keep the confidence of its news sources)
9. ไม่ปิดบังอำพรางข่าวที่นำเสนอ (Do not suppress news)
10. ไม่ควรขายข่าว ขายคอลัมน์เพื่อเงิน หรือความพอใจส่วนตัว (Do not "sell" its news colums for money or courtesies)
11. ละเว้นจากการเข้าร่วมพรรคการเมือง (Refrain from allowing party politics)
12. ต้องบริการคนส่วนรวม มิใช่บริการคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง (Serve the whole society, not just one "class")
13. ช่วยต่อสู้และปราบปรามอาชญากร (Fight and discourage crime)
14. ต้องเคารพ และช่วยผดุงกฏหมายบ้านเมือง (Must respect and aid the law and the courts)
15. สร้างความสัมพันธ์อันดีแก่ชุมชน (Seek to build its community)
16. ไม่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างญาติและเพื่อนของผู้อื่น (Not injure the relatives and friends)
17. คำนึงว่าการหย่าร้าง การฆ่าตัวตายนั้น เป็นปัญหาสังคมสิ่งหนึ่งไม่ควรเสนอข่าวไปในเชิงไม่สุภาพ
(To recognize divorce, suicide as an unfortunate social problem)
18. อย่ากล่าวโจมตีคู่แข่ง (Do not attack on competitive)
19. อย่าหัวเราะเยาะความวิกลจริต จิตทราม หรือพลาดโอกาสของบุคคล (Do not ridicule the insane or the feebleminded or misfortunes)
20. เคารพนับถือวัด โบสถ์ เชื้อชาติ และเผ่าพันธุ์ของบุคคล (Respect churches, nationalities and races)
21. หน้ากีฬาควรเขียนถึงทุกๆ คน (Sports page is written for everybody)
22. แก้ไขข้อผิดพลาดที่พบในทันที (Be prompt in correcting errors)
23. จำไว้ว่าข่าวที่นำเสนอนั้น มีเยาวชนชายหญิงอ่านด้วย (Remember that the new is read by young boys and girls)

(อ้างอิงจากไทยรัฐออนไลน์วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ .2553)

สื่อไร้จรรยาบรรณ

สื่อไร้จรรยาบรรณ ขาดมาตรฐานทางวิชาชีพ หรือไม่ก็รับทรัพย์ เพราะส่วนหนึ่ง ขาดการตรวจสอบ จากผู้อ่านและผู่ชม

ลองดูคำถามผู้สื่อข่าว เรื่องแรกเป็นคำถามที่เกี่ยวกับการโยกย้ายนายทหารที่สัมภาษณ์ พลเอกฃวลิต
เรื่องที่สองเกี่ยวกับการชุมนุมค้านการแต่งตั้งนายทหารโดยโยงว่า จตุพร เป็นคนจัดการชุมนุม ทั้งที่นายจตุพร ปฏิเสธ เป็นการถามพลเอก ประยุทธ

จาก ข่าวสด 3 ตค 2554
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศไทยปลายปีโดยรัฐบาลพยายามขอพระราชทานอภัยโทษ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนไทยทำไมจะเดิน...

สรุปเอาเองว่าทักษิณ จะกลับปลายปี แสดงหลักฐานหน่อย ทักษิณเคยบอกว่าอยากกลับมาถ้าไม่วุ่นวาย

ข่าวสด 1 ตค 2554
เมื่อถามว่านายจตุพรน่าใช้ความเป็นส.ส.ช่วยเหลือประชาชนมากกว่าหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า

นี้ไม่ใช่คำถามเลย เป็นคำพิพากษา ที่ต้องการให้อีกฝ่ายหนึ่งตอบ และชี้นำผู้อ่าน