ตลกร้าย กรณี “ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์” ถูก มติชน “เชิญออก”
“การยอมรับความแตกต่างและใช้ความแตกต่างเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมเป็นความงดงามของ ปชต. แต่การปิดกั้นผู้อื่นคือ อนารยะ” -- ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ 31 กรกฎาคม เวลาประมาณ 8 โมงเช้า ผ่านทวิตเตอร์แอคเคานท์ @Prasong_Lert https://twitter.com/#!/Prasong_lert/status/97452873906008064 ----------------------------------------------- การที่นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นักข่าวอาวุโส ผู้ทำงานที่เครือมติชนมาร่วม 26 ปี และมีชื่อเสียงทางด้านการทำข่าวสืบสวนสอบสวน ต่อต้านทักษิณ ชินวัตร ถูกบีบออกจากมติชนเป็นเรื่องที่สะเทือนใจและน่าเป็นห่วงสำหรับคนที่รักประชาธิปไตยและสังคมที่ยอมรับความหลากหลาย รวมถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก หากทว่า ท่ามกลางเสียงแสดงความเห็นใจและเสียใจต่อกรณีนายประสงค์ และความเงียบจากฝ่ายเสื้อแดงที่เรียกตนว่า “รักประชาธิปไตย” ผู้เขียนขอตั้งข้อสังเกตความย้อนแย้งระดับตลกร้าย มาให้ช่วยกันพิจารณาดังนี้ 1. วันที่ 31 กรกฎาคม เวลาประมาณ 8 โมงเช้า นายประสงค์ทวีตผ่านทวิตเตอร์แอคเคาท์ @prasong_lert เพื่อขอบใจผู้ที่แสดงความชื่นชมและเป็นห่วงเป็นใยต่อชะตากรรมของตนว่า “@xxxxxxx ขอบคุณครับ การยอมรับความแตกต่างและใช้ความแตกต่างเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมเป็นความงดงามของ ปชต. แต่การปิดกั้นผู้อื่นคือ อนารยะ” ผู้เขียนเห็นด้วยกับข้อความนายประสงค์ทุกอย่าง แต่อดมิได้ที่จะถามว่า จุดยืนของนายประสงค์ช่วงที่เป็นนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ต่อสื่อเสื้อแดง เป็นอย่างไร ซึ่งรวมถึงคนอย่างนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ซึ่งถูกรัฐบาลประชาธิปัตย์ ไล่บี้จนต้องไปพิมพ์หนังสือ Red Power ในประเทศกัมพูชา ทั้งยังถูกจับกุมข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมถึงคำถามเช่น ในช่วงปี 2552 ซึ่งวิทยุ สถานีโทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์เสื้อแดงจำนวนมากถูกไล่ปิด นายประสงค์เคยแสดงจุดยืนบ้างไหมเรื่องความจำเป็นที่สังคมไทยควร “ยอมรับความเห็นต่าง” นี่ยังไม่รวมถึงจุดยืนของนายประสงค์ต่อการทำลายความเห็นต่างอย่างแท้จริงในสังคมไทยอย่างร้ายแรงที่สุด อย่าง กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เท่าที่ผู้เขียนจำได้จากการแลกเปลี่ยนความเห็นกับนายประสงค์ในเวทีสาธารณะอย่างน้อยสองครั้ง จุดยืนของนายประสงค์ต่อกฎหมายที่ขัดกับหลักประชาธิปไตยพื้นฐานนี้ก็คือ ไม่ต้องไปทำอะไร และไม่มีปัญหาอะไรกับกฎหมายนี้ ผู้เขียนจึงอดแปลกใจไม่ได้ว่า มาวันนี้ นายประสงค์กลับกลายเป็นผู้ที่ชื่นชอบ “ความแตกต่าง” ทางความคิดไปได้อย่างไร 2. ก่อนหน้านั้น นายประสงค์ได้ทวีตขอบคุณ “เปลว สีเงิน” บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ที่ออกมาแสดงความเห็นวิพากษ์ผู้ที่กระทำต่อนายประสงค์ ซึ่งผู้เขียนก็เห็นว่า เป็นสิ่งที่พึงกระทำอยู่ แต่อยากจะชี้ให้เห็นถึงตลกร้ายในเรื่องนี้ว่า นายประสงค์มิได้ตระหนักหรือไงว่า เปลว สีเงินก็มีระดับ การยอมรับ “ความแตกต่าง” ทางการเมืองในระดับที่น่าจะเรียกได้ว่าต่ำเช่นกัน ดูได้จากการที่เปลว สีเงิน จัดการปิดปากอดีตคอลัมนิสต์ไทยโพสต์ สีแดง ที่ใช้นามปากกาว่า “ใบตองแห้ง” ซึ่งก็ไม่ต่างจากการที่มติชนเพิ่งจัดการกับนายประสงค์ 3. ส่วนบรรดาเสื้อแดง โดยเฉพาะบรรดาเสื้อแดงที่เรียกตนว่า เป็นพวกหัวก้าวหน้า หรือเสื้อแดงเพี่อประชาธิปไตยก็ตาม พวกเขาเงียบหายไปไหนกันหมดล่ะ ทำไมไม่ออกมาปกป้องให้สังคมและสื่อมีพื้นที่สำหรับความเห็นต่าง หากพวกคุณไม่เห็นคุณค่าของความเห็นต่าง และความสำคัญของความเห็นต่างอันหลากหลายในสังคมประชาธิปไตย (ซึ่งก็น่าจะเป็นสังคมแบบที่คุณอยากเห็นมิใช่หรือ) พวกคนเสื้อแดงก็ควรสำเหนียกว่า หากพวกคุณไม่ออกมารักษาสิทธิของผู้เห็นต่าง ณ วันนี้ ในวันหน้า เมื่อใดที่รัฐบาลที่เห็นต่างจากพวกคุณกลับมามีอำนาจ ความเห็นของสื่อหรือนักข่าวที่แดง ก็จะถูกเหยียบย่ำจัดการ ไม่ต่างจากการที่นายประสงค์ถูกกระทำในวันนี้ แบบทีใครทีมัน แบบที่ใครมีอำนาจ ก็ปิดปากผู้ไม่มีอำนาจ หรือผู้เห็นต่าง ผู้เขียนอยากบอกคนเสื้อแดง และคนเสื้อสีอื่นๆ ว่า หากเราไม่ปกป้องสิทธิในการแสดงออก สังคมไทยก็ไม่สามารถเป็นประชาธิปไตยได้ ถ้าคุณสนใจแต่จะปกป้องเสียงที่เห็นเหมือนคุณ หรือเสียงที่คุณเห็นว่าเป็น “คนดี” ในมุมมองของคุณ ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะดีอย่างไร มันก็ไม่สามารถทำให้สังคมเป็นประชาธิปไตยได้ เพราะสังคมประชาธิปไตยคือสังคมที่ความคิดเห็นอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะทางการเมือง เศณษฐกิจ หรือสังคม สามารถมีที่ยืนได้ โดยไม่ถูกทำลายหรือปิดกั้น 4. ผู้เขียนยืนยันว่า กรณีนายประสงค์ถูกบีบออก เป็นสิ่งที่สังคมต้องออกมาร่วมกันเรียกร้องให้มติชนตอบคำถามให้ชัดเจน หรือไม่ก็ต้องออกมาประณามมติชน หากเหตุผลที่บีบออกเพียงเพราะคนที่รักทักษิณเกลียดประสงค์เกินไป อย่างไรก็ตามนั่นก็ไม่ได้ทำให้นายประสงค์กลายเป็นผู้ที่รักและสนับสนุนปกป้องความเห็นต่างโดยปริยายและอย่างแท้จริง โดยเฉพาะความเห็นต่างที่ต่างจากนายประสงค์ หากเราย่อมต้องถามเช่นเดียวกันว่า นายประสงค์เชื่อมั่นว่า สังคมต้องมีพื้นที่สำหรับผู้เห็นต่าง โดยไม่ต้องถูกทำให้เงียบ ไล่ออก หรือถูกโยนเข้าคุกเข้าตารางจริงหรือ หรือเป็นเพียงการที่นายประสงค์ท่องคาถาใหม่ หรือใส่หัวโขนใหม่ ภายใต้บริบทที่ถูกยัดเยียดให้ใหม่ ผู้เขียนเสียใจที่ต้องตอบว่า ผู้เขียนกังขาอย่างยิ่งว่า จุดยืนแท้จริงของนายประสงค์เป็นอย่างไรในเรื่องนี้ แต่ถึงแม้เราจะเห็นต่างกัน ผมก็ขอยืนยันว่า คนไทย ไม่ว่าเสื้อสีแดง สีเหลือง หรือสีอะไร ก็ควรออกมาประณามผู้กระทำการปิดปากนายประสงค์ เพื่อว่า วันหนึ่งสังคมไทยจะได้เป็นสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพื่อที่ว่า สังคมจะเรียนรู้ยอมรับว่า คุณอาจเห็นต่างจากผม แต่ผมเชื่อว่า คุณมีสิทธิที่จะแสดงความเห็นต่าง โดยไม่ถูกปิดปาก และจักสู้ปกป้องสิทธิในการเห็นต่างของคุณและทุกคน ปล.1 การเขียนบทความเกี่ยวกับนายประสงค์ ผู้เคยเป็นนายกสมาคมนักข่าวสองสมัย ทำให้ผู้เขียนนึกขึ้นมาได้อีกว่า การจัดอันดับเสรีภาพของสื่อไทย จากองค์กรต่างประเทศเช่น Freedom House องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน และ Committee to Protect Journalists ได้ตกลงไปฮวบฮาบจนกระทั่งทุกวันนี้ไทยตกมาอยู่อันดับดับท้ายๆ ของโลกร่วมกับสังคมเผด็จการหลายประเทศไปเรียบร้อยแล้ว สิ่งนี้เกิดขึ้นภายใต้การนำของคุณประสงค์ในฐานะสมาคมนักข่าวฯ แล้วสุดท้ายมติชนก็มาจัดการกับนายประสงค์แบบนี้หลังจากเขาพ้นตำแหน่งที่สมาคมฯ ได้ไม่กี่เดือน มันช่างเป็นตลกร้ายเสียจริง ปล.2 สำหรับหนังสือพิมพ์มติชน ซึ่งเรียกตนเองว่า เป็น “หนังสือพิมพ์คุณภาพเพื่อสังคมคุณภาพ” นั้น น่าจะเปิดพื้นที่วิพากษ์รัฐบาลเพื่อไทย/ยิ่งลักษณ์/ทักษิณให้มากขึ้น ในเมื่อเพื่อไทยกำลังจะตั้งรัฐบาล แต่ผู้บริหารกลับเลือกที่จะผลักไสนายประสงค์ออก ผู้เขียนก็มองมิออกว่า มันจะช่วยทำให้สังคมไทยเป็น “สังคมคุณภาพ” ได้อย่างไร
Comments
เห็นด้วยกับประเด็นที่คุณประวิ
เห็นด้วยกับประเด็นที่คุณประวิตร เรียกร้องต่อคนเสื้อแดง และนักกิจกรรมที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกท่านครับ ...เรื่องของ "หลักการ" ต้องปกป้องไม่ว่าเขาจะแตกต่างจากเราแค่ไหนก็ตาม
ส่วนตัวประเด็นนี้ ไม่ได้รู้ว่ามีสาเหตุจากอะไร เห็นข่าวครั้งแรกคิดว่าเป็นเรื่องการบริหารภายในธรรมดา ไม่คิดว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองด้วย แต่เมื่อออกมาในสภาพเหมือนจะถูกบีบแบบนี้ ก็ต้องถามกับมติชนว่า "เกิดอะไรขึ้น" ???
ถ้าคนส่วนใหญ่นิ่งเฉยกับเรื่อง
ถ้าคนส่วนใหญ่นิ่งเฉยกับเรื่องนี้
คิดว่าส่วนหนึ่งน่าจะมาจากผลงานของคุณประสงค์ เองหละ
ในความเห็นคนนอกวงการที่ไม่รู้
ในความเห็นคนนอกวงการที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย มีประเด็นขัดแย้งต่อข้อเขียน ดังนี้
1. การที่มติชนเชิญออก มองว่าเป็นเรื่องนโยบายของบริษัท ไม่เกี่ยวกับการปิดกั้นในภาพกว้างตรงไหน
2. การปิดกั้นที่ควรจะถูกเรียกร้องควรจะเกิดเมื่อมีความพยายามจะปิดกั้นไม่ให้แสดงความเห็น เช่น block เว็บไซต์ Twitter
ส่วนเรื่องตลกร้าย มันก็ตลกร้ายแบบนี้ละครับ ทุกคนมักหยิบสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองมาใช้เสมอ
อันนี้เป็น คห
อันนี้เป็น คห ของผมในกระทู้ข่าวนี้
http://prachatai.com/journal/2011/07/36243
ความคิดเห็นของ ประชาธิปไตยรากหญ้า (visitor) (101.108.20.189 101.108.20.189) .. Fri, 2011-07-29 00:54
ผมไม่ชอบประสงค์ที่ค่อนข้างเป็นเหลือง แต่ผมยืนยันว่าในหลักการว่า ฝ่ายบรรณาธิการบริหาร มติชนทำไม่ถูกที่แบน คอลัมน์ของนายประสงค์...........ประสงค์ควรมีสิทธิเขียนคอลัมน์ของตนเองวิจารณ์ ยิ่งลักษณ์
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อยากจะบอกว่าคนเสื้อแดงอย่างผมยังยืนในหลักการ free speech อยู่ครับ ไม่ว่าแดงหรือเหลืองไม่ควรถูกจำกัดเสรีภาพ......แม้ว่า ความคิดต่าง ของนายประสงค์ที่พูดออกมาจะสองมาตรฐานก็ตาม......สื่อที่มีความเห็นต่างจากนายประสงค์โดนเล่นงาน เช่น จอม เพชรประดับ สมยศ ไม่เห็นสมาคมสื่อออกมาทำอะไรเหลือ.....สื่อบางคนออกมาสมน้ำหน้าเสียอีก
คนเราก็บ้าๆ แบบนี้
[quote=คนเราก็บ้าๆ แบบนี้]ในความเห็นคนนอกวงการที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย มีประเด็นขัดแย้งต่อข้อเขียน ดังนี้
1. การที่มติชนเชิญออก มองว่าเป็นเรื่องนโยบายของบริษัท ไม่เกี่ยวกับการปิดกั้นในภาพกว้างตรงไหน
2. การปิดกั้นที่ควรจะถูกเรียกร้องควรจะเกิดเมื่อมีความพยายามจะปิดกั้นไม่ให้แสดงความเห็น เช่น block เว็บไซต์ Twitter
ส่วนเรื่องตลกร้าย มันก็ตลกร้ายแบบนี้ละครับ ทุกคนมักหยิบสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองมาใช้เสมอ[/quote]
นโยบายบริษัทอะไรนั่นก็คือการแทรกแซงสื่อรูปแบบหนึ่ง็นการแทรกแซงสื่อโดยนายทุนไงครับ........
ประชาธิปไตยรากหญ้า
[quote=ประชาธิปไตยรากหญ้า][quote=คนเราก็บ้าๆ แบบนี้]ในความเห็นคนนอกวงการที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย มีประเด็นขัดแย้งต่อข้อเขียน ดังนี้
1. การที่มติชนเชิญออก มองว่าเป็นเรื่องนโยบายของบริษัท ไม่เกี่ยวกับการปิดกั้นในภาพกว้างตรงไหน
2. การปิดกั้นที่ควรจะถูกเรียกร้องควรจะเกิดเมื่อมีความพยายามจะปิดกั้นไม่ให้แสดงความเห็น เช่น block เว็บไซต์ Twitter
ส่วนเรื่องตลกร้าย มันก็ตลกร้ายแบบนี้ละครับ ทุกคนมักหยิบสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองมาใช้เสมอ[/quote]
นโยบายบริษัทอะไรนั่นก็คือการแทรกแซงสื่อรูปแบบหนึ่ง็นการแทรกแซงสื่อโดยนายทุนไงครับ........[/quote]
คุณลองเป็นเจ้าของบริษัทแล้ว ลูกน้องมีความเห็นไม่ตรงกัน ไม่ว่าจะมาจากเรื่องอะไร คุณจะทำไง
การปิดปากจริงๆ มันต้อง ตามไล่ปิดเว็บ ไล่ปิดบริษัท ไล่ปิดวิทยุ อันนี้ปิดจริง
ขอบคุณ มติชน
ขอบคุณ มติชน ที่เป็นสื่อเปิดพื้นที่ให้พวกไพร่ (freeman) ด้วย ท่ามกลาง สรรพสื่อต่างๆที่มองคิดออกจากมุมของตนเอง ถ้าไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจบารมี ไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของสื่อ จำพวก free TV ได้
ถ้าวิพากษ์ในทุกภาคส่วน เรารับได้ แต่ถ้าจะเลือกข้าง เรารับไม่ได้ เพราะทุกคนมาจาก จุดเริ่มต้นและการดำรงอยู่ทีแตกต่างกัน
ตย ถ้าคุณเป็นข้าราชการ เป็นคนทำงานสายธุรกิจ (ต่างจากแม่ค้าส้มตำ) เป็นคนที่มีอายุแต่มีลูกหลานหาเลี้ยง ไม่ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงตนเอง คุณจะคิดแตกต่างจาก บุคคลจำพวก เรียนไม่สูง รู้จักแต่งูและปลา มีรายได้ไม่แน่นอน เป็นเกษตรกร
คุณจะคิดอีกแบบ และมีแววตาเหม่อมองออกไป มีความหวังบางๆ ทุกข์ใจก็ไม่รู้จะปรึกษาใคร (ถ้าไปบอกใครบางคนว่า อดอยากและหิว อาจจะได้รับเมตตาเขายื่นขนมปังหรือห่อข้าวมาให้ สัก 2-3 ห่อ)
ถามว่า เราควรเลือก ผู้มีความคิด สามารถช่วยแก้ใขปัญหาให้เราได้ในระยะยาว แม้ภาพอาจดูไม่ดี > ก็เพราะเนื่องจากสื่อที่จงใจฆ่าในทันทีที่เขาเด่นออกมา ถ้าเขาไม่เด่นก็จะไม่ทำอะไร คอยแต่ดึงภาพอันบิดเบี้ยวที่มีในตัวทุกคน ในจากมุมมองของตน หรือเลือกผู้ไม่มีความผิด หรือซ่อนเร้น มีผู้ช่วยซ้อนเร้น หรือไม่รู้จักอะไรคือความผิด หรือความถูก ก็ตามแต่ หรือเพราะไม่ทำอะไรเลย ทำไม่เป็นและไม่เป็นไร หรือ สื่อสมรู้ร่วมคิดมองไม่เห็นของไม่ดีในตัวเขา ก็เลยไม่มีความผิด
ฉันเป็นผู้เคยใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ บางทีถ้าคุณเพียงเดินเที่ยว คุณคงยังไม่เข้าใจหรอกว่า ประเทศที่พัฒนาแล้ว มันเป็นอย่างไรในเชิงลึก มีความต่างจากประเทศไทยอย่างไร และฉันเคยใช้ชีวิตในบ้านนอก แบบไม่มีไฟฟ้า น้ำประปาใช้ อยู่แบบชาวบ้านนอกเลย และฉันใช้ชีวิตในเมืองที่ความเจริญรองจากกรุงเทพฯ เรียนหนังสือในโรงเรียนและสถาบันชั้นนำของประเทศนี้ และฉันเคยใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ แบบกลายเป็นคนกรุงเทพฯ เป็นชีวิตแบบชนชั้นกลาง มีการศึกษา มีเพื่อนเป็นคนกรุงเทพฯแท้ genuin ดั้งเดิม ฉันจึงเกิดจากประสบการณ์อันหลากหลาย มุมมองก็หลากหลาย
ฉันเคารพการตัดสินใจของมติชน ขอบคุณมติชนฯอีกครั้งที่ล้าน ที่พยายามรักษาพื้นที่ให้คนไทย กลุ่มที่มีเสียงอันแหบโหย แผ่วเบา มีอาวุธเป็นจอบกับเสียมหรือล้อเข็น มีมืออันแห้งกร้าน มีดวงตาแห้งผากและบางทีประหวั่นพรั่นพรึง มีความหวังในใจ ว่าสักวันฉันคงมีความสุขกว่านี้บ้างสักหน่อย คนพวกนี้ไม่มีอาวุธเป็นปากกาที่คอยทิ่มแทง ไม่มีปากค่อยทิ่มแทง ไม่มีสมองคิดจะทำลายผู้ใด ตราบใดเมื่อท้องยังหิววันแล้ววันเล่า ไม่เหมือนผู้มีเวลามากมาย ไม่ต้องหากิน ท้องอิ่ม จึงมีเวลาคิดวิเคราะห์จะทำลายผู้แตกต่างไปจากตน ในทุกรูปแบบ
กรณีประสงค์เข้าใจว่าน่าจะห่าง
กรณีประสงค์เข้าใจว่าน่าจะห่างไกลจากคำว่าโดนปิดปากน่ะ ...
- ประสงค์กับมติชนมีปัญหากันมานานมากแล้ว ไม่แน่ใจว่าช่วงปลาย พปท. หรือ ช่วงต้น ปชป. เลยด้วยซ้ำ เลยไม่แน่ใจว่าตกลงสาเหตุของปัญหานั้นเป็็นเพราะเรื่องแกกัดติดทักษิณ หรือ เรื่องอื่น
- อาชีพสื่อสารมวลชนที่มีชื่อเสียงระดับสตาร์อย่างประสงค์ถึงจะถูกมติชนเชิญให้ออก เขาก็ยังมีสิทธิ์จะไปแสดงความสามารถที่อื่นได้อีกมากมายอีกหลายที่ อาจจะมากกว่าตำแหน่งสุดท้ายที่ทำอยู่มติชนด้วยซ้ำ
- มติชนเองก่อนหน้านี้ก็มีการปลดกลุ่มแดงออกไปหลายคน แต่ไม่เป็นข่าวเหมือนกรณีนี้ ไม่รู้ทำไม
มันจึงน่าจะต่างกับกรณี ITV ช่อง 11 หรืออย่างสมยศ อยู่เยอะทีเดียว อาจจะคล้ายกับกรณีรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ของสนธิบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ชัดเจนเท่า ... สรุปคงยังต้องรอคำชี้แจง เบื้องหลัง จากแหล่งข่าวอีกที ... ว่าแต่แกน่าจะย้ายไปอยู่ไทยโพสท์ หรือไม่ก็ค่ายเนชั่น เหมือนกันน่ะ ดรีมทีมเลย
อันที่จริง มันก็น่าเห็นใจ
อันที่จริง มันก็น่าเห็นใจ นะครับ
โดยหลักการ แล้ว "สมาคมสื่อ" องค์กรสื่อ ทั้งหลาย ต้องออกโรงก่อน ว่าไหม
แต่ ทำไม "คนเขียน" ต้องมา เรียกร้องคนเสืือแดง ว่ะ 555
พรรคแมลงสาบตอนมันเป็นรัฐบาลยั
พรรคแมลงสาบตอนมันเป็นรัฐบาลยังไรปิดวิทยุชุมชนและหนังสือพิมพ์ที่เห็นต่างจากพวกมันแถมตั้งขอหาเขาอีก ไอ้พวกองค์กรสื่อเหี้ยๆๆอย่างพวกมึงไม่ออกมาโวยไอ้สัตว์ ส้นตีน
พรรคแมลงสาบมันทำกับสื่อที่เห็
พรรคแมลงสาบมันทำกับสื่อที่เห็นต่างกับมันมากกว่านี้อีก ไอ้องค์องกรสื่อเหี้ยๆๆอย่างพวกมึงไม่กล้าพูดเลยไอ้เหี้ย รับเงินเหี้ยมาล่ะซิไอ้ควายเอ๋อ
สัตยาของสื่อฯ
สัตยาของสื่อฯ คือถ่ายทอด-ส่งผ่านฯ "ความจริง" ทีอุบัติฯขึ้นต่อประชาชนฯ "เพื่อรับทราบฯ พิจารณาดำเนินการใช้-อธิปไตยฯ-ของตน ในวาระต่อไป" ... การสอดใส่ อคติฯ ชอบ-ชัง-งมงาย-กลัวฯ ตามสันดานฯกูเข้าไป มันจึงเริ่มเพี้ยนฯที่ตรงนี้ฯ สืบต่อไปเพี้ยนกันทั้งมวลชนผู้บริโภคสื่อฯ...แล้วมันเลยเพี้ยนฯไปเกือบทุกระบบขับเคลื่อนฯสังคมฯ...การถอยกลับมายืนหยัดบนบรรทัดฐานฯที่ถูกต้อง เสมือนเป็นไปไม่ได้ อิกต่อไปแล้ว... เคยยกเลิกรับมติชน/รายวันไป ก้อคงเพราะ"ท่านฯถูกต้องตามสันดานฯกู" ท่านนี้กระมัง?.
กรณี “ประสงค์
กรณี “ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์” ถูก มติชน “เชิญออก”
ถ้ายอมรับความเห็นต่าง แล้วผิดด้วยหรือที่มติชนมีความเห็นต่างบ้าง
เอาเข้าจริงๆ...ประชาธิปไตยไทย
เอาเข้าจริงๆ...ประชาธิปไตยไทย ไปไม่ถึงไหน?
สุดท้าย..ก็เป็นประชาธิปไตยแบบ "ตัวกู ของกู" ด้วยกันทั้งสิ้น
ประสงค์ บอกเลิกลามติชน ไปอยู่
ประสงค์
บอกเลิกลามติชน
ไปอยู่กับ
เปลว สีเหลือง
เบิ้นความมัน
ที่โพส์ททูมอโล่
นายประสงค์ทำงานหนังสือพิมพ์มา
นายประสงค์ทำงานหนังสือพิมพ์มานานก็จริง แต่ทัศนะของเขามี " อคติ" อยู่มาก และดูจะหนักอยู่กับ"พลังเผด็จการ" พื้นที่ความคิดของ " ยาพิษประชาธิปไตย" น่าจะเป็นสิ่งที่สื่อทุกสื่อควรกำจัดออกไป เพราะสื่อไม่ควรหยอดยาพิษประชาธิปไตยใส่หัวประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรชมกันจนเป็นบ้าเป็นบอไป ที่สำคัญสื่อควรเสนอสิ่งถูกต้อง เป็นธรรม ไม่เอนเอียง แต่ดูๆ 26 ปีของนายประสงค์ มันไม่มีสิ่งนั้นเอาเลย เขาขึ้นมานำองค์กรสื่อระดับชาติ ก็พาองค์กรนั้นตกต่ำลงเรื่อยๆอย่างที่เห็นจนกระทั่งเขาต้องออกไป มติชนจ้างให้เขาออกก็ดีแล้ว เพราะดัดแปลงมา 26 ปีก็ไม่เป็นผล ก็ให้กลับไปอยู่บ้านเฉยๆดีกว่า
คุณทักษิณทำผิดกฏหมายไม๊
คุณทักษิณทำผิดกฏหมายไม๊ ตั้งแต่รัฐประหารมาสรุปได้ว่าไม่ผิด ทำผิดจริยธรรมไม๊ ผมไม่รู้เพราะไม่มีตัววัด แต่ผมดูผลลัพธ์ว่าคุณทักษิณพยายามปรับระบบให้ประเทศไทยมีระบบตรวจสอบที่ดีขึ้น ที่มืดก็สว่างโดยที่กลุ่มอำนาจเก่าไม่อยากให้สว่างกลัวประชาชนพบเห็นความไม่ชอบมาพากลที่ครอบงำประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ที่บอกว่าคุณทักษิณแก้กฏหมายเอื้อประโยชน์ตนเองก็ไม่เห็นไปแก้กฏหมายอะไรที่บอกไม่เป็นธรรมแสดงว่ามันดีแล้วใช่ไหม บอกว่าคุณทักษิณละเมิดสิทกรณีปราบยาบ้า ก็ไม่เห็นมีใครจะติดตามว่าใครบ้างเสียหายใครบ้างโดนละเมิด แสดงว่าก็มีแต่พวกค้ายาที่ได้รับผลกระทบใช่หรือไม่ บอกว่าตุณทักษิณโกงภาษีก็ไม่เห็นว่าพวกเล่นหุ้นจะต้องเสียภาษีหรือมีข้อยกเว้นว่านักการเมืองต้องเสียภาษี สุดท้ายบอกว่าต้องติดคุกสองปี ผลก็งงตรรกะ ว่าคนซื้อไม่ผิด คนขายไม่ผิด คนเซ็นต์ผิด ช่างเป็นไปได้ ที่คุณทักษิณผิดผิดอยู่ทุกวันนี้คือข้อหารักประชาชน ทำเพื่อประชาชน ผิดในข้อหาเก่งเกินไปทำอะไรก็ดูเวิร์คไปซ๊ะทุกเรื่อง และที่สำคัญ ผิดในข้อหาปิดทองหน้าพระครับ ก็เป็นคนของประชาชนมัวปิดทองหลังพระแล้วเมื่อไรบ้านเมืองจะเดินหน้าละครับ คนเข้ามาบริหารบ้านเมืองก็ต้องทำงานเพื่อประชาชน ไม่ทำเพื่อประชาชนจะทำงานเพื่อแพะหรือครับ นีแหละหนาสังคมไทยผมไม่ชอบเลยคำว่า "ทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากให้เราเด่นเกิน" ทำดีแล้วเด่นจะเป็นไรครับหรือจะให้ทำชั่วเด่น ทำดีก็ต้องยกย่องชมเชย ทำชั่วสิต้องประนาม ทำดีต้องหลบๆซ่อนๆหรือครับ จิตใจคับแคบมากสำหรับสุภาษิตนี้ ผมไม่ใช่พวกคลั่งทักษิณน๊ะครับถ้าวันหนึ่งคุณทักษิณทำผิดผมก็จะวิจารณ์ สังคมเราต้องยกย่องคนทำความดีความถูกต้อง เมื่อไรเขาทำดีเราก็ยกย่องสรรเสริญ เมื่อไรที่เขาทำไม่ถูกเราก็ต้องวิจารณ์ตักเตือน มัวหลับหูหลับตาว่าจะต้องดีเสมอถูกเสมอ เป็นไปได้ยากตราบใดที่เราเป็นคนก็ต้องมีถูกบ้างผิดบ้าง และสังคมคอยตักเตือนว่าคุณทำถูกไม๊ปรับแก้กันไปตามสถานการณ์ พูดไม่ได้ว่าไม่ได้ก็คือเผด็จการดีๆนี่เอง คนเรามีสมองครับมีความคิดเรื่องถูกผิดดูไม่ยาก ที่ยากคือทำผิดให้ถูก ทำถูกให้ผิด กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์สิ่งเหล่านี้
เรื่องที่ทักษิณทำมาก็ไม่ผิด..
เรื่องที่ทักษิณทำมาก็ไม่ผิด...เพราะเป็นนโยบายและเห็นต่าง
ปชป.ก็ไม่ผิด...เพราะเป็นนโยบายและเห็นต่าง
เสื้อแดงไม่ผิด...เพราะเป็นนโยบายและเห็นต่าง
พธม.ทำไม่ผิด...เพราะเป็นนโยบายและเห็นต่าง
ทหารก็ไม่ผิด...เพราะเป็นนโยบายและเห็นต่าง
ไม่มีไครผิด...เพราะเป็นนโยบายและเห็นต่าง
พวกเราต่างไม่ผิด...เพราะเป็นนโยบายและเห็นต่าง
คงต้องดูเหตุผลจากมติชน
คงต้องดูเหตุผลจากมติชน ว่าเป็นเหตุผลทางการเมืองหรือทางเศรษฐกิจ ถ้าการเลิกจ้างพนักงานที่ทำงานสื่อเป็นการคุกคามสื่อ มันก็เกินไปนะครับ ไม่อย่างนั้น สื่อที่เจ๊งไป ก็ย่อมอ้างได้ว่าการที่รัฐไม่ลงโฆษณา หรือถอนโฆษณา ก็เป็นการคุกคามสื่อ ไม่ใช่นะครับ การคุกคามสื่อ ต้องเป็นอะไรที่ชัดเจนเช่นเอาตำรวจไปยึดสถานีวิทยุ สั่งปิดหนังสือพิมพ์
จริงไอ้เรื่องเลิกจ้างนักข่าว เนชั่นก็เลิกจ้างเป็นสิบๆคน ทีอย่างนั้นสมาคมสื่อเงียบเชียว
ที่จริง มติชน
ที่จริง มติชน ก็แค่องค์กรหนึ่งเท่านั้นเอง ใช่ว่าจะไม่เคยปลดพนักงาน หากมองในเชิงการบริหาร พนักงานมีทัศนคติไม่เหมาะกับองค์กร ไม่สนองนโยบายของผู้บริหาร การถูกเชิญออกก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร ไม่จำเป็นต้องมานั่งโยงให้เป็นการเมืองเลยด้วยซ้ำ.....
คุกคามสื่อ
[quote=คุกคามสื่อ]คงต้องดูเหตุผลจากมติชน ว่าเป็นเหตุผลทางการเมืองหรือทางเศรษฐกิจ ถ้าการเลิกจ้างพนักงานที่ทำงานสื่อเป็นการคุกคามสื่อ มันก็เกินไปนะครับ ไม่อย่างนั้น สื่อที่เจ๊งไป ก็ย่อมอ้างได้ว่าการที่รัฐไม่ลงโฆษณา หรือถอนโฆษณา ก็เป็นการคุกคามสื่อ ไม่ใช่นะครับ การคุกคามสื่อ ต้องเป็นอะไรที่ชัดเจนเช่นเอาตำรวจไปยึดสถานีวิทยุ สั่งปิดหนังสือพิมพ์
จริงไอ้เรื่องเลิกจ้างนักข่าว เนชั่นก็เลิกจ้างเป็นสิบๆคน ทีอย่างนั้นสมาคมสื่อเงียบเชียว[/quote]
ชอบความเห็นนี้ครับใช่เลย
ไม่ทราบว่า
ไม่ทราบว่า "ความเห็นต่างในความหมายของคุณประวิตร โรจนพฤกษ์ แปลว่า แดง กับ เหลือง หรือพรรค ป.กับพรรค พ." มิใช่ความถูกต้อง ว่าแบบนี้แดงผิด หรือแบบนี้เหลืองผิด หรือเทวดาคือถูก มารคือผิด ช่วยแปลความหมายให้หน่อยแล้วค่อยวิจารณ์ ขอบคุณครับ
ขอเสริมข้อมูลแล้วกัน
ขอเสริมข้อมูลแล้วกัน เพราะส่วนใหญ่ที่เขียนมาข้างต้นก็มีประเด็นที่ชัดเจน ว่าไม่ใช่การปิดกั้นสื่อ
เรื่องที่ว่าคือ ก่อนจะออกจากมติชน ประสงค์ได้รับแต่งตั้งเป็น กรรมการปฎิรูปกฏหมาย ซึ่งเป็นองค์กรอิสระแบบ กกต. ซึ่งเป็น "บำเหน็จ" ในการตามบี้ทักษิณกับพรรคพวก ตามลิงค์นี้ไปอ่านข่าวกัน http://www.thaireform.in.th/news-highlight/item/5635-2011-04-07-12-42-19.html
มีข่าวแว่วมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ประสงค์เตรียมลาออกจากมติชนตั้งแต่ได้เป็น กรรมการปฎิรูปกฏหมาย แล้ว แต่อาจจะรีรอในการเจรจาเพื่อจะได้เิงินจ้างออกที่มากที่สุดต่างหาก
คิดว่า ประชาไท หรือ คุณประวิตร น่าจะลองหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ไม่ใช่พึ่งข่าวด้านเดียวจากเครือผู้จัดการนะ
( คุณประวิตร หรือ ใบตองแห้ง น่าจะรวบรวมมาบ้างว่าตั้งแ่ต่รัฐประหาร 5 ปีที่ผ่านมามีสื่อคนไหนได้ดีจากอำมาตย์บ้าง และ พวกเขาได้ใช้ตำแหน่งเ้ข้าพิทักษ์เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนแบบไม่เลือกฝ่ายหรือไม่ )
Would Prachatai have the
Would Prachatai have the 'LIKE' button, I'd repetitively hit it for a million times for this marvellous article of Pravit. !!!!!!!!!!!!!!!!!!!
Voltaire once said "I disagree with what you say, but I will defend to the death your right to say it"?
No matter how much I loathe Prasong's political stance, I prefer arguing than stifling.
Those who fails to get the 'message' from this article, might have a different idea of 'Democracy' from khun Pravit's ( and the rest of the world too ).
Congratulation khun Pravit, you had (once again) made yourself very clear on one pivotal issue concerning Democracy.
ขอพูดในฐานะของประชาชน
ขอพูดในฐานะของประชาชน ผู้ที่ต้องเสพสื่อทั้งหลายว่า นี่มันแค่เป็นเรื่องของนายจ้างกับลูกจ้างในหนึ่งของหลากหลายกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศ"สองมาตรฐาน" ที่ถูกชี้นำสั่งการโดยพวกโรคจิต ชนิด บ้ายอ บ้ายกย่องแบบไม่ลืมหู ลืมตา...เอาความประจบ สอพลอเป็นแก่นสาร อย่างน่ารังเกียจยิ่งกว่าอาจม เท่านั้น.
...สมควรว่าทั้งผู้กระทำ และผู้ที่ถูกกระทำ ไม่ควรจะมาเรียกร้องเอาอะไรจากประชาชน ....เมื่ออยู่ร่วมกันไม่ได้ก็ต้องแยกย้าย ไม่เห็นว่ามันจะแปลกตรงไหน.?
...พวกเรารับรู้กันเป็นอย่างดีแล้วว่า ไม่มีหน้าไหนมันจะมีความเป็นกลางอย่างแท้จริงไปได้ ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ล้วนแต่เอนเอียงเพื่อหาประโยชน์ใส่ตัว ไม่ทางใด ก็ทางหนึ่งกันทั้งนั้นมันจึงเป็นความรับผิดชอบของทั้งผู้ที่นำเสนอและผู้เสพเองเท่านั้นเอง.
....กิ้งก่า มันเปลี่ยนปรับสีเพื่อความอยู่รอด แล้วคนเราจะให้มันวิ่งหนีการอยู่รอดไปได้อย่างไร ?
กรรมใด ใครมันก่อ ...ก็ปล่อยให้พวกมันว่ากันไป พวกเราควรจะนั่งดูการถูกเปลี่ยนแปลงใดๆนี้อย่างรื่นรมณ์ จะดีกว่าไหม ?
Quote:3. ส่วนบรรดาเสื้อแดง
[quote]3. ส่วนบรรดาเสื้อแดง โดยเฉพาะบรรดาเสื้อแดงที่เรียกตนว่า เป็นพวกหัวก้าวหน้า หรือเสื้อแดงเพี่อประชาธิปไตยก็ตาม พวกเขาเงียบหายไปไหนกันหมดล่ะ ทำไมไม่ออกมาปกป้องให้สังคมและสื่อมีพื้นที่สำหรับความเห็นต่าง หากพวกคุณไม่เห็นคุณค่าของความเห็นต่าง และความสำคัญของความเห็นต่างอันหลากหลายในสังคมประชาธิปไตย (ซึ่งก็น่าจะเป็นสังคมแบบที่คุณอยากเห็นมิใช่หรือ) พวกคนเสื้อแดงก็ควรสำเนียกว่า หากพวกคุณไม่ออกมารักษาสิทธิของผู้เห็นต่าง ณ วันนี้ ในวันหน้า เมื่อใดที่รัฐบาลที่เห็นต่างจากพวกคุณกลับมามีอำนาจ ความเห็นของสื่อหรือนักข่าวที่แดง ก็จะถูกเหยียบย่ำจัดการ ไม่ต่างจากการที่นายประสงค์ถูกกระทำ ในวันนี้ แบบทีใครทีมัน แบบที่ใครมีอำนาจ ก็ปิดปากผู้ไม่มีอำนาจ หรือผู้เห็นต่าง
ผู้เขียนอยากบอกคนเสื้อแดง และคนเสื้อสีอื่นๆ ว่า หากเราไม่ปกป้องสิทธิในการแสดงออก สังคมไทยก็ไม่สามารถเป็นประชาธิปไตยได้ ถ้าคุณสนใจแต่จะปกป้องเสียงที่เห็นเหมือนคุณ หรือเสียงที่คุณเห็นว่าเป็น “คนดี” ในมุมมองของคุณ ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะดีอย่างไร มันก็ไม่สามารถทำให้สังคมเป็นประชาธิปไตยได้ เพราะสังคมประชาธิปไตยคือสังคมที่ความคิดเห็นอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะทางการเมือง เศณษฐกิจ หรือสังคม สามารถมีที่ยืนได้ โดยไม่ถูกทำลายหรือปิดกั้น
4. ผู้เขียนยืนยันว่า กรณีนายประสงค์ถูกบีบออก เป็นสิ่งที่สังคมต้องออกมาร่วมกันเรียกร้องให้มติชนตอบคำถามให้ชัดเจน หรือไม่ก็ต้องออกมาประณามมติชน หากเหตุผลที่บีบออกเพียงเพราะ คนที่รักทักษิณเกลียดประสงค์เกินไป อย่างไรก็ตามนั่นก็ไม่ได้ทำให้นายประสงค์กลายเป็นผู้ที่รักและสนับสนุนปกป้องความเห็นต่างโดยปริยายและอย่างแท้จริง โดยเฉพาะความเห็นต่างที่ต่างจากนายประสงค์ หากเราย่อมต้องถามเช่นเดียวกันว่า นายประสงค์เชื่อมั่นว่า สังคมต้องมีพื้นที่สำหรับผู้เห็นต่าง โดยไม่ต้องถูกทำให้เงียบ ไล่ออก หรือถูกโยนเข้าคุกเข้าตารางจริงหรือ หรือเป็นเพียงการที่นายประสงค์ท่องคาถาใหม่ หรือใส่หัวโขนใหม่ ภายใต้บริบทที่ถูกยัดเยียดให้ใหม่ ผู้เขียนเสียใจที่ต้องตอบว่า ผู้เขียนกังขาอย่างยิ่งว่า จุดยืนแท้จริงของนายประสงค์เป็นอย่างไรในเรื่องนี้ แต่ถึงแม้เราจะเห็นต่างกัน ผมก็ขอยืนยันว่า คนไทย ไม่ว่าเสื้อสีแดง สีเหลือง หรือสีอะไร ก็ควรออกมาประณามผู้กระทำการปิดปากนายประสงค์ เพื่อว่า วันหนึ่งสังคมไทยจะได้เป็นสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพื่อที่ว่า สังคมจะเรียนรู้ยอมรับว่า คุณอาจเห็นต่างจากผม แต่ผมเชื่อว่า คุณมีสิทธิที่จะแสดงความเห็นต่าง โดยไม่ถูกปิดปาก และจักสู้ปกป้องสิทธิในการเห็นต่างของคุณและทุกคน [/quote]
ปัญหานี้เป็นปัญหาแบบสีเทาที่อภิปรายได้หลากหลาย และอาจ'เข้าเนื้อ'กันได้ง่ายแบบว่าหลักการเหลว,มือถือสากปากถือศีล
มองทะลุเห็นว่าปัญหานี้เป็นปัญหาเดิมๆตั้งแต่ปี2543 ก็คือ เมื่อสื่อไม่อยู่ในกรอบวิชาชีพและจรรยาบรรณและ'ความเป็นมืออาชีพ' อีกทั้งควบคุมไม่ได้เพราะสื่อไม่พยายามที่จะควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพด้วยกันเอง แล้วเราทั้งหลายจะทำอย่างไร?
ทำอะไรเข้าไปก็ถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงสื่อ คุกคามสื่อ ปิดปากสื่อ
แทบแตะต้องไม่ได้
ขอตั้งสัก2-3คำถามเพื่อจะหาคำตอบว่า เราทั้งหลายจะทำอย่างไร
1-ถ้าคนสื่อ'สร้างปีศาจ-สร้างเทวดา'เราทั้งหลายจะทำอย่างไร การสร้างปีศาจก็คือพูดแต่ด้านลบ ไม่พูดถึงด้านบวกเลย และขยายด้านลบใหญ่โตมหึมากว่าความเป็นจริง หรือแม้กระทั่งสิ่งที่ตีความได้หลายอย่าง ก็เลือกที่จะตีความให้ร้ายกาจมากๆ เช่นเดียวกับการสร้างเทวดา ไม่ทำผิดอะไรเลย-ใครๆเขาก็ทำ-เจตนาดี-เราเป็นคนดี-เรื่องที่ทำขยายใหญ่โตว่าเลิศ-หากผิดก็ขี้ปะติ๋วอย่าไปนับ ไม่ต้องตรวจสอบมาก ดีแน่นอน
2-ถ้าคนสื่อเขียนสนับสนุนเผด็จการทหาร สนับสนุนคณาธิปไตย(การปกครองโดยปัญญาชนส่วนน้อย) สนับสนุนกลไกรัฐประหารที่ทำลายประชาธิปไตย ปล้นชิงอำนาจอธิปไตยไปจากปวงชน เราทั้งหลายจะทำอย่างไร (มองทะลุเคยเสนอว่า สื่อรัฐและเอกชน [b]ต้อง[/b] เผยแพร่อุดมประชาธิปไตย)
3-ชำนาญ ดูจะอ้างถึง"ทีใครทีมัน"ผิดที่ผิดทาง ระบอบอำมาตย์และคณาธิปไตยต่างหากที่ควบคุมแทรกแซงสื่ออย่างหนักและทำอย่างนี้ตลอด ไม่ใช่ว่ามีคนไปทำเขาแล้วเขาทำตอบ รัฐประหารทุกครั้งต้องควบคุมสื่อและข่าวสาร เอาทหารไปคุมหน้าตึกสถานีโทรทัศน์ จับคนเห็นต่างเข้าคุก ตรงข้ามกับระบอบประชาธิปไตยที่คิดแล้วคิดอีก คิดบนหลักเสรีภาพอย่างที่เราทั้งหลายเถียงกันตรงนี้ คำถามที่ควรถามมากกว่าก็คือว่า ในระบอบประชาธิปไตยจะสามารถปิดปากสื่อที่โฆษณาสนับสนุนเผด็จการ-คณาธิปไตย(ดูถูกชาวบ้านว่าโง่ ต้องปกครองโดยปัญญาชนและพวกเขาทำอย่างนั้นโดยสนับสนุนรัฐประหารปล้นอำนาจอธิปไตยปวงชนและเข้าไปร่างกฎหมายที่ใช้บังคับประชาชน)-ราชาธิปไตยได้หรือไม่?
แก้คำผิด 3-ชำนาญ
แก้คำผิด
3-ชำนาญ ดูจะอ้างถึง"ทีใครทีมัน"ผิดที่ผิดทาง....................
แก้เป็น
3-ประวิตร ดูจะอ้างถึง"ทีใครทีมัน"ผิดที่ผิดทาง....................
เหตุที่คุณประสงค์โดนออกไม่ใช่
เหตุที่คุณประสงค์โดนออกไม่ใช่เรื่องความคิดเห็นทางการเมืองที่ต่างกับผู้บริหารมติชนครับ หรือถ้ามีส่วนก็ต้องเรียกว่าความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องลามออกมาจากเรื่องอื่น สาเหตุหลักๆคือคุณประสงค์ไม่กินเส้นกับผู้บริหารเครือมติชนรุ่นเด็กกว่าที่กำลังเปลี่ยนถ่ายเข้ามาเป็นใหญ่แทนรุ่นก่อน นี่เป็นวงจรปกติของการบริหารกิจการครอบครัว เราโดนเข้าก็ต้องไม่ชอบและต้องโวยวาย แต่อย่าอ้างว่าเป็นเรื่องความแตกต่างทางความคิดเลยครับ
กรณีเปลว สีเงินกับใบตองแห้ง นั่นเป็นเรื่องความแตกต่างทางความคิดระหว่างเจ้านายกับลูกน้องแน่ๆชัดๆ
กรณีผู้บริหารเครือมติชนกับคุณประสงค์ ไม่ใช่ครับ
คุณประสงค์ไม่ควรหลอกลวงสาธารณชน สาธารณชนไม่มีเหตุต้องไปปกป้องหรือซ้ำเติมคุณประสงค์
คุณประวิตรควรหาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ
อีกนิด
อีกนิด มติชนเคยทำคล้ายๆกันนี้มาแล้วเมื่อไม่นานมานี้เอง คือย้ายผู้อาวุโสหลายคนที่อยู่กับมติชนมาเป็นเวลานานออกไปแขวนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีอำนาจใดๆหรือกำหนดทิศทางข่าวอีกต่อไป ผู้อาวุโสที่โดนแขวนงวดก่อนเป็นพวกเอียงไปทางแดงแทบทั้งนั้น แต่เหตุคราวนั้นก็เหมือนกีบกรณีคุณประสงค์ คือการเปลี่ยนถ่ายรุ่นผู้บริหารมาอยู้ในมือรุ่นลูก การเมืองหรือความต่างทางความคิดไม่ใช่สาเหตุ
จะเดือดร้อนอะไรมากมาย
จะเดือดร้อนอะไรมากมาย ผลงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ถ้าผลงานไม่ดี ก็แค่เปลี่ยนคน สื่อต้องมีหลักการ และอุดมการอยู่แล้ว
ส่วนจะไปแนวทางใหน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องดูภาพรวมในประเทศ นอกประเทศ และความจริง ที่เสนอออกไป ถ้าไม่ดี ก็ควรเปลี่ยนเป็นเรื่องปรกติของการบริหาร ถ้าไม่ดีก็มีแต่จะนำพาองค์กรแย่ สมควรเปลียน ตรรกะง่ายๆ เรียนไม่สูง ก็คิดได้ จะเดือดร้อนอะไรหนักหนา ถ้าคิดว่าไม่ยุติธรรม คุนก็หาพื้นที่อื่นแสดงความคิดได้ จะเรียกร้องอะไร ก็ไม่มีใครปิดกั้นอยู่แล้ว ถ้าโดนปิดกั้นก็ว่ากันอีกที
คนใน
[quote=คนใน]เหตุที่คุณประสงค์โดนออกไม่ใช่เรื่องความคิดเห็นทางการเมืองที่ต่างกับผู้บริหารมติชนครับ หรือถ้ามีส่วนก็ต้องเรียกว่าความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องลามออกมาจากเรื่องอื่น สาเหตุหลักๆคือคุณประสงค์ไม่กินเส้นกับผู้บริหารเครือมติชนรุ่นเด็กกว่าที่กำลังเปลี่ยนถ่ายเข้ามาเป็นใหญ่แทนรุ่นก่อน นี่เป็นวงจรปกติของการบริหารกิจการครอบครัว เราโดนเข้าก็ต้องไม่ชอบและต้องโวยวาย แต่อย่าอ้างว่าเป็นเรื่องความแตกต่างทางความคิดเลยครับ
กรณีเปลว สีเงินกับใบตองแห้ง นั่นเป็นเรื่องความแตกต่างทางความคิดระหว่างเจ้านายกับลูกน้องแน่ๆชัดๆ
กรณีผู้บริหารเครือมติชนกับคุณประสงค์ ไม่ใช่ครับ
คุณประสงค์ไม่ควรหลอกลวงสาธารณชน สาธารณชนไม่มีเหตุต้องไปปกป้องหรือซ้ำเติมคุณประสงค์
คุณประวิตรควรหาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ[/quote]
ถูกต้องแล้ว
ไม่ใช่เรื่องปิดปากสื่ออะไรหรอก
อีกอย่างตอนรัฐบาลอภิสิทธิ์ประกาศภาวะฉุกเฉิน ปิดประชาไท กับ เวบเป็นร้อย จัดการกับสมยศ ใช้ ม.112 อย่างเหวี่ยงแห สมาคมฯไม่เคยออกมาแสดงท่าทีต่อต้าน ประณามเลย
อย่างที่ คุณประสงค์อย่าทำให้คนนอกสังคมเข้าใจผิดเลย
คนใน
[quote=คนใน]เหตุที่คุณประสงค์โดนออกไม่ใช่เรื่องความคิดเห็นทางการเมืองที่ต่างกับผู้บริหารมติชนครับ หรือถ้ามีส่วนก็ต้องเรียกว่าความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องลามออกมาจากเรื่องอื่น สาเหตุหลักๆคือคุณประสงค์ไม่กินเส้นกับผู้บริหารเครือมติชนรุ่นเด็กกว่าที่กำลังเปลี่ยนถ่ายเข้ามาเป็นใหญ่แทนรุ่นก่อน นี่เป็นวงจรปกติของการบริหารกิจการครอบครัว เราโดนเข้าก็ต้องไม่ชอบและต้องโวยวาย แต่อย่าอ้างว่าเป็นเรื่องความแตกต่างทางความคิดเลยครับ
กรณีเปลว สีเงินกับใบตองแห้ง นั่นเป็นเรื่องความแตกต่างทางความคิดระหว่างเจ้านายกับลูกน้องแน่ๆชัดๆ
กรณีผู้บริหารเครือมติชนกับคุณประสงค์ ไม่ใช่ครับ
คุณประสงค์ไม่ควรหลอกลวงสาธารณชน สาธารณชนไม่มีเหตุต้องไปปกป้องหรือซ้ำเติมคุณประสงค์
คุณประวิตรควรหาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ[/quote]
เรียนคุณ "คนใน"
ผมเคยได้เคยทวีตไปก่อนหน้าที่จะเขียนบทความแล้วว่า ทั้งหนังสือพิมพ์มติชน และคุณประสงค์ ควรจะออกมาชี้แจงให้ชัดเจน อย่างซื่อสัตย์และโปร่งใสกับหกรณ๊นี้
มติชน ในฐานะหนังสือพิมพ์ "คุณภาพ" ควรมีความโปร่งใส รับผิดชอบต่อสาธารณะ มิเช่นนั้นมติชนจะไปเรียกร้องสถาบันและองค์กรอื่ีนในสังคมให้มีความโปร่งใสและมีความรับผิดชอบได้อย่างไร ส่วนคุณประสงค์ควรมีความกล้าหาญทางจริยธรรมที่จออกมาอธิบายว่า ความเป็นจริงคืออะไร และตัวเองสนับสนุนความหลายหลายทางความจริงหรือ
ผมเห็นด้วยกับหลายท่านที่มองว่
ผมเห็นด้วยกับหลายท่านที่มองว่าไม่ควรมองเรื่องนี้เป็ํนเรื่องความเห็นต่างกัน เพราะหากเราติดตามเข่าว หรือใครที่ตามอ่านคอลัมม์ใบตองแห้ง จะเห็นว่า ภายในมติชนเตรียมปรับปรุงโครงสร้างอย่างมาก
และผมยังเชื่อในมติชนว่าเป็นพื้นที่ของความเห็นต่างมากกว่าสื่ออื่นด้วยซ้ำ....หากยังจำกันได้มติชนหนังสือพิมพ์ฉบับบแรกที่กล้าด่าวิพากษ์วิจารณ์ทักษิณ ในสมัยที่สื่ออื่นล้วนแต่หยอดคำหวาน (ถึงขนาดทักษิณยังจะมาซื้อ..แต่ก็ถูกต้านไป)
ข้อสังเกตุอีกประการ หากมติชนจะบีบบคอลัมนิสต์ที่เอียงเหลืองหรือสลิ่มทุกคน(กลายเป็นแดง) นวรัตน์ กาละแมร์ ฯลฯ คงไม่หลือให้เห็น (ซึ่งถ้าพวกนี้เริ่มถูกทยอยออกผมถึงจะเชื่อ)
ส่วนข้อสังเกตุอื่นก็เหมือน คุณคนใน ได้กล่าวไป คือคนที่โดนเด้งแรกๆเป็นพวกที่เอียงแดงทั้งนั้น (ตอนนั้นยังนึกโกรธมติชนว่าไม่กล้าชน เห้อ)
ที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่า ยังเป็นสื่อที่ไว้ใจได้ฉบับหนึ่ง(แม้ไม่อิสระสมบูรณ์)ถ้าเทียบกับฉบับอื่น
เรื่องนี้ถ้าเป็นไปได้ รอใบตองแห้งเขียนดีกว่า..อย่าเพิ่งตัดสิน
แต่ถ้าใครตามอ่านคอลัมใบตองแห้งจะพบว่า มีผลประโยชน์(ตอบแทน)โดยการให้ทุนหรือ...กับนักข่าวที่ไล่บี้ทักษิณด้วย(โดยการเป็นกรรมการหรืออะไรก็แล้วแต่) และจุดนี้ก็อาจเป็นจุดหนึ่งที่มติชนเช็คบิลประสงค์ก็เป็นได้ เพื่อความเป็นอิสระจากพันธะผู้ให้ทุนก็เป็นได้(ถ้ามองในแง่ดี)
"กรณีเปลว สีเงินกับใบตองแห้ง
"กรณีเปลว สีเงินกับใบตองแห้ง นั่นเป็นเรื่องความแตกต่างทางความคิดระหว่างเจ้านายกับลูกน้องแน่ๆชัดๆ
กรณีผู้บริหารเครือมติชนกับคุณประสงค์ ไม่ใช่ครับ"
อะไรคือแตกต่างทางความคิดระหว่างเจ้านายกับลูกน้องครับ?
และความแตกต่างทางความคิดนั้น มีผลทำให้ต้องเลิกจ้างเลยหรือ?
ถ้า นสพ. ฉบับใด ไม่มีความแตกต่างเลย คงจืดน่าดู
ส่วนเรื่อง ม.211 นั้น ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับกรณีนี้
เพราะเรื่องข้างต้นเป็นเรื่องของการแทรกแซงทางความคิด
และการใช้อำนาจที่สามารถทำได้ ส่วนจะถูกต้องหรือไม่นั้น
คงต้องใช้วิจารณญาณของแต่ละบุคคล
ส่วน ม.211 นั้น ปกป้องการแสดงความความคิดเห็นที่ไปละเมิด
ต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ได้รับการปกป้อง
และผู้แสดงความคิดเห็นนั้นต้องรับผิดชอบต่อความคิดเห็นนั้นๆ
เข้าใจว่า ม.211 นั้น ไม่ได้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นในเชิงวิชาการ
และไม่ได้บังคับให้ใครต้องแสดงความคิดเห็น
ที่เป็นคุณกับผู้ที่ได้รับการปกป้องตาม ม.211
ฉะนั้นจึงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวตามระหว่างคุณประสงค์ กับมติชนเลย
คนใน
[quote=คนใน]เหตุที่คุณประสงค์โดนออกไม่ใช่เรื่องความคิดเห็นทางการเมืองที่ต่างกับผู้บริหารมติชนครับ หรือถ้ามีส่วนก็ต้องเรียกว่าความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องลามออกมาจากเรื่องอื่น สาเหตุหลักๆคือคุณประสงค์ไม่กินเส้นกับผู้บริหารเครือมติชนรุ่นเด็กกว่าที่กำลังเปลี่ยนถ่ายเข้ามาเป็นใหญ่แทนรุ่นก่อน นี่เป็นวงจรปกติของการบริหารกิจการครอบครัว เราโดนเข้าก็ต้องไม่ชอบและต้องโวยวาย แต่อย่าอ้างว่าเป็นเรื่องความแตกต่างทางความคิดเลยครับ
กรณีเปลว สีเงินกับใบตองแห้ง นั่นเป็นเรื่องความแตกต่างทางความคิดระหว่างเจ้านายกับลูกน้องแน่ๆชัดๆ
กรณีผู้บริหารเครือมติชนกับคุณประสงค์ ไม่ใช่ครับ
คุณประสงค์ไม่ควรหลอกลวงสาธารณชน สาธารณชนไม่มีเหตุต้องไปปกป้องหรือซ้ำเติมคุณประสงค์
คุณประวิตรควรหาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ[/quote]
ขอบคุณครับ ได้ข่าวมาแบบนั้นเหมือนกันแต่ไม่กล้าพูด เพราะไม่ใช่คนใน
ขอแก้คำผิดหน่อยครับ ประวิตร
ขอแก้คำผิดหน่อยครับ
[quote=ประวิตร โรจนพฤกษ์ ][quote=คนใน]เหตุที่คุณประสงค์โดนออกไม่ใช่เรื่องความคิดเห็นทางการเมืองที่ต่างกับผู้บริหารมติชนครับ หรือถ้ามีส่วนก็ต้องเรียกว่าความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องลามออกมาจากเรื่องอื่น สาเหตุหลักๆคือคุณประสงค์ไม่กินเส้นกับผู้บริหารเครือมติชนรุ่นเด็กกว่าที่กำลังเปลี่ยนถ่ายเข้ามาเป็นใหญ่แทนรุ่นก่อน นี่เป็นวงจรปกติของการบริหารกิจการครอบครัว เราโดนเข้าก็ต้องไม่ชอบและต้องโวยวาย แต่อย่าอ้างว่าเป็นเรื่องความแตกต่างทางความคิดเลยครับ
กรณีเปลว สีเงินกับใบตองแห้ง นั่นเป็นเรื่องความแตกต่างทางความคิดระหว่างเจ้านายกับลูกน้องแน่ๆชัดๆ
กรณีผู้บริหารเครือมติชนกับคุณประสงค์ ไม่ใช่ครับ
คุณประสงค์ไม่ควรหลอกลวงสาธารณชน สาธารณชนไม่มีเหตุต้องไปปกป้องหรือซ้ำเติมคุณประสงค์
คุณประวิตรควรหาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ[/quote]
เรียนคุณ "คนใน"
ผมเคยได้เคยทวีตไปก่อนหน้าที่จะเขียนบทความแล้วว่า ทั้งหนังสือพิมพ์มติชน และคุณประสงค์ ควรจะออกมาชี้แจงให้ชัดเจน อย่างซื่อสัตย์และโปร่งใสกับหกรณ๊นี้
มติชน ในฐานะหนังสือพิมพ์ "คุณภาพ" ควรมีความโปร่งใส รับผิดชอบต่อสาธารณะ มิเช่นนั้นมติชนจะไปเรียกร้องสถาบันและองค์กรอื่ีนในสังคมให้มีความโปร่งใสและมีความรับผิดชอบได้อย่างไร ส่วนคุณประสงค์ควรมีความกล้าหาญทางจริยธรรมที่จออกมาอธิบายว่า ความเป็นจริงคืออะไร และตัวเองสนับสนุนความหลายหลายทางความจริงหรือ[/quote]
วรรคสุดท้ายแก้เป็น "ความหลากหลายทางความคิดจริงหรือ"
ใบตองแห้งเขียนแล้ว อุดมการณ์ส
ใบตองแห้งเขียนแล้ว
อุดมการณ์สื่อ SAGA: จัดระเบียบเชิงอุดมการณ์
http://www.voicetv.co.th/blog/445.html
FFF FFF [ มองอีกมุม
FFF
FFF
[ มองอีกมุม ]
-------------------------------------
เฮีย"วิทย์"
ตีความเหตุการณ์ "พลาด" ไปรึปล่าว ?......
"กรณีเฮียสงค์" นั้น
มัน ไ ม่ ใ ช่ "ปัญหาการปิดปากสื่อ" : ที่หมายถึงเรื่องของหลักการที่ว่าด้วย "ประชาธิปไตย VS. เผด็จการ"....
แต่ลักษณะรวมของเหตุการณ์ คือ :
มันเป็นการขัดแย้งกันของ "ผู้ถือหุ้นใหญ่ในองค์กร (เจ้าของ)-รึตัวแทนเจ้าของ" กับ "พนักงานในองค์กร (ลูกจ้าง)"---มันคือปัญหาว่าด้วย "การขัดแย้งกันในองค์กร-ซึ่งแท้จริงก็คือ >> ปัญหาการบริหารจัดการองค์กร" น่ะ....
เป็น "เหตุการณ์ปกติ"
ขององค์กรธุรกิจในสังคมทุนนิยมเสรี-ทั่วโลก
--------------------
"เฮียสงค์" นั้น
ไม่ได้มี"สถานะ" เ ป็ น "สื่ออิสระ-เอกเทศ"
แต่ "เฮียสงค์"
มี "สถานะ" เ ป็ น "พนักงานในองค์กร-มีสังกัด"....
"พนักงานในองค์กรใดๆ" นั้น
มี "สิทธิ์&หน้าที่อย่างเต็มที่" ในการที่จะ "พึงต้องรักษาผลประโยชน์(ที่ไม่ผิดกฏหมาย)และปฏิบัติตามหลักนโยบาย(ที่ไม่ผิดกฏหมาย)ขององค์กรที่ตนสังกัด".....
ความสัมพันธ์ใดๆ
ระหว่าง "มติชน" กับ "ประสง เลิศรัตนวิสุทธิ์" นั้น
ไม่ว่าจะเชิงบวกรึเชิงลบ
ถือว่าเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง :
"ผู้ถือหุ้นใหญ่(เจ้าของ)" กับ "พนักงานในสังกัด(ลูกจ้าง)"
ถือเป็นความสัมพันธ์ที่มี "สถานะ" ที่เป็น "ความสัมพันธ์ 'ใน' องค์กรเชิงธุรกิจ" ที่ "ระนาบแห่งศักดิ์และสิทธิ์" ของสองฝ่ายเป็นคนละระนาบกัน....
ไม่ใช่เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง
"หน่วยองค์อำนาจอิสระ" กับ "ปัจเจกชนเสรี" ที่ต่างก็ยืนอยู่บน "ระนาบแห่งศักดิ์และสิทธิ์" เดียวกัน....
. . . . . . . .
"คนนอก"
ไม่อาจจะรู้ได้ว่า
เป็นประเด็นผลประโยชน์&หลักนโยบายอะไร ? ที่ "องค์กรมติชน"ต้องบริหารจัดการองค์กรด้วยการเลิกจ้าง "พนักงานประสงค์".....
[ เราอาจจะ "วิเคราะห์" ได้
แต่มันก็เป็นเพียงแค่ "การวิเคราะห์"--ไม่ใช่ "ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์"....]
บังเอิญว่า
"องค์กรมติชน" และ "พนักงานประสงค์"
มีสถานภาพร่วมกันที่เป็น "องค์กร&พนักงานที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับข่าวสารข้อมูล"
"ภาพ" มันก็เลยชวนให้ "ตีความ" ว่า
เป็นการ "ปิดปาก-คุกคามสื่อ".....
---------------------------
ถ้า "การบริหารจัดการองค์กร" ด้วยการ "เชิญพนักงาน(คอลัมนิสท์)คนหนึ่งออก"
แล้วถูกตีความว่าเป็นการ "ปิดปาก-คุกคามสื่อ" ละก็...
ในตรรกะเดียวกันนี้
ถ้า "องค์กรมติชน" เชิญพนักงาน(คอลัมนิสท์)คนหนึ่งเข้า"--เราจะเรียกว่าอะไร ?
จะเรียกว่า
"องค์กรมติชน" กำลัง "เปิดปาก-ให้เสรีภาพสื่อ" งั้นเรอะ ?
มันจะ "เซอร์&เอ๋อ" ไปหน่อยละม้างง์...
รึงัย ?
------------------------
แท้จริงแล้ว
นิยาม "ว่าด้วยการปิดปาก-คุกคามสื่อ" นั้น
มันมีหลักการ / บริบท / และลักษณะเฉพาะ-ของมันเช่นกัน
คงไม่ใช่
แค่ "พนักงานคนหนึ่งในองค์กรธุรกิจข่าวสารข้อมูล" ถูกให้ออก
ก็จะตีความกันว่า "เป็นการปิดปาก-คุกคามสื่อ" แบบสูตรสำเร็จน่ะ....
"การเลิกจ้างพนักงาน" กับ "การปิดปาก-คุกคามสื่อ" นั้น
มันคนละ "โหมด" / คนละ "ฟิลลิ่ง" กัน
มันไม่ "ง่าย" แบบที่(อาจจะ)เข้าใจผิดกันยังงั้นหรอก.....
แม้แต่ "กรณีใบต้องแห้งกับไทยโพสท์"
มันก็เป็น "ชุดปัญหาแบบเดียวกัน" นี่แหละ.....
( ยังมีต่อ )
--------------------------
"กรณีเฮียสงค์" นั้น
ถ้าเฮียวิทย์ (และผู้ที่ชอบอ้างถึงเรื่องความเป็นธรรม) จะ "สนใจตรวจสอบ" กันละก็....
ก็ควร "โฟกัส" ไปที่แกนของเหตุการณ์เลย--นั่นคือ :
การที่ "องค์กรมติชน" บริหารจัดการกับ "พนักงานประสงค์" ด้วยการเลิกจ้างนั้น
การบริหารจัดการนั้นได้กระทำการโดยถูกต้องและเป็นธรรม "ตามหลักกฎหมายการจ้างงานและหลักมนุษยธรรมพื้นฐาน" รึไม่ ?
นี่ต่างหากคือ "ประเด็นแกนกลางของเหตุการณ์์"
ถ้า"คนนอก"สนใจจะตรวจสอบกันน่ะ.....
---------------------------
[ แต่--
ถ้า "บังเอิญว่า" ในการบริหารจัดการด้วยการเลิกจ้างนั้น
"องค์กรมติชน" มี "เงื่อนไขและคำขาด"เป็นลายลักษณ์อักษร ว่า :
แม้ "เฮียสงค์" จะออกไปแล้ว-จะไปเป็นคอลัมนิสท์อิสระ /หรือคอลัมนิสท์ในสังกัดใดก็ตามก็ ห้ า ม เ ขี ย น เ ชี ย ร์ ทั ก ษิ ณ มิฉะนั้น "เงินตอบแทนก้อนสุดท้าย" ที่กะลังตกลงกันนี้จะโดนหัก ๕ %.....
เออ---ถ้า "มีอะไรยังงี้"
ก็ค่อย "มีเค้า" หน่อยว่าเป็นการ "ปิดปาก-คุกคามสื่อ"
เพราะมัน "นอกขอบเขตของการเลิกจ้างปกติ" และ "เลยขอบเขตของความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานในองค์กรกับหลักผลประโยชน์และหลักนโยบายขององค์กร" ไปแล้ว ]
แต่นี่
ก็เป็นเพียงแค่ "เรื่องชวนขันที่เป็นไปได้ยากส์" ที่เอามาแกล้มความเห็นทั้งหมด-เท่านั้น
ไม่ได้ซีเรียสอะไร....
. . . . . . .
แต่ที่แน่ๆ
การที่ศอฉ. สั่งปิดเว็บ "ประชาไท"
ถือได้ว่าเป็นการ "ปิดปาก-คุกคามสื่อ" แน่นอน....
เหตุผลเรอะ ?
เอาไว้ค่อยมาว่ากันต่อ.....
---------------------------------------
( งดหัวเราะชั่วคราว )
{ ^_^ }
FFF
FFF
คนเราก็บ้าๆ แบบนี้
[quote=คนเราก็บ้าๆ แบบนี้][quote=ประชาธิปไตยรากหญ้า][quote=คนเราก็บ้าๆ แบบนี้]ในความเห็นคนนอกวงการที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย มีประเด็นขัดแย้งต่อข้อเขียน ดังนี้
1. การที่มติชนเชิญออก มองว่าเป็นเรื่องนโยบายของบริษัท ไม่เกี่ยวกับการปิดกั้นในภาพกว้างตรงไหน
2. การปิดกั้นที่ควรจะถูกเรียกร้องควรจะเกิดเมื่อมีความพยายามจะปิดกั้นไม่ให้แสดงความเห็น เช่น block เว็บไซต์ Twitter
ส่วนเรื่องตลกร้าย มันก็ตลกร้ายแบบนี้ละครับ ทุกคนมักหยิบสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองมาใช้เสมอ[/quote]
นโยบายบริษัทอะไรนั่นก็คือการแทรกแซงสื่อรูปแบบหนึ่ง็นการแทรกแซงสื่อโดยนายทุนไงครับ........[/quote]
คุณลองเป็นเจ้าของบริษัทแล้ว ลูกน้องมีความเห็นไม่ตรงกัน ไม่ว่าจะมาจากเรื่องอะไร คุณจะทำไง
การปิดปากจริงๆ มันต้อง ตามไล่ปิดเว็บ ไล่ปิดบริษัท ไล่ปิดวิทยุ อันนี้ปิดจริง[/quote]
ผมก็ชาวบ้านที่ชอบอ่านและแสดงความเห็นในประชาไท ผมว่าคนในวงการสื่อยุคนี้ ลดอีโก้ ลงหน่อย มองตัวเองแบบคนธรรมดาบ้าง สำหรับ คำว่า ฐานันดร สี่ ที่ให้เกียรติ สื่อนั้น ยุคนี้ คงไม่ใข่แล้ว ปัจจัยหลักในการทำงานก็คือการทำมาหากิน เป็นธุรกิจแบบหนึ่ง ใครที่ตามข่าวนายโรเบริต เมอร์ดอค เจ้าพ่อสื่อระดับโลก เป็นระดับมหาเศรษฐี ที่ใช้เสรีภาพ ดักฟังการสนทนาทางโทรศัพท์ มาลงข่าว แล้วนายเมอร์ดอค ก็รีบปิดหนังสือพิมพ์ของตัวเองที่ทีมงานลูกน้อง เป็นต้นเหตุ อย่างนี้จะเรียกว่านายเมอร์ดอคคุกคามสื่อหรือไม่ กรณีของมติชน ประเด็นแรกต้องถือว่าเป็นการใช้อำนาจทางบริหารของบริษัทท้่วไป ประเด็นที่สอง เพราะมติชนอาจเห็นว่า พนักงานใช้เสรีภาพ เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนก็ได้ หากเป็นกรณีหลัง เสื่้อแดง ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมโวยวาย
เอามาจาก voice tv
[quote=เอามาจาก voice tv]ใบตองแห้งเขียนแล้ว
อุดมการณ์สื่อ SAGA: จัดระเบียบเชิงอุดมการณ์
http://www.voicetv.co.th/blog/445.html[/quote]
ตอนท้ายแหว่งไปหน่อย
หรือว่าเขียนยาวเกินที่ blog ปล่อยให้ขึ้นจอ???
ใตองแห้ง ทราบแล้วเปลี่ยน/ แก้ให้ครบๆ
อ่านไม่จบ รมณ์ค้างง่ะ - -"
ขอแสดงความคิดเห็นแบบที่ประสบอ
ขอแสดงความคิดเห็นแบบที่ประสบอยู่ทุกวันนะครับ หลังรัฐประหารผมเห็นพฤติกรรมสื่อหลายแขนงเปลี่ยนไปมาก ไม่อยากบอกว่าเลือกข้างหรือล้มแล้วข้ามนะ แต่มีอคติกับฝ่ายทักษิณมากจนเกินหน้าที่ของสื่อ ผมติดตามข่าวการเมืองทุกวันอยากฟังการอ่านข่าวจริงๆแต่เท่าที่ได้ฟังทุกวันอ่านข่าวแล้ววิจารณ์ทุกกรณีที่เกี่ยวกับฝ่ายทักษิณ ทำไมไม่ทำหน้าที่ที่ตนเองได้รับคือผู้สื่อข่าว นี่คือสาเหตุที่ทำให้กลุ่มเสื้อแดงโตขึ้นพร้อมกับกลุ่มคนที่ถูกผลักให้อยู่ตรงข้ามกับ ปชป. เพราะไม่อยากทนที่จะต้องฟังเรื่องที่ตามด่า,กระแนะกระแหน กันทุกวันครับ
ทั้งหมดทั้งมวล โอเค กับ
ทั้งหมดทั้งมวล โอเค กับ ดช.เฟียน(ผู้มาจากนรก) เป็นสัจธรรมนิยามคำว่า "นายจ้าง"กับ "ลูกจ้าง"ครับพี่น้อง
อย่าไปให้ความสำคัญมากนัก...กรรมมุตา วัตตะกี โลโก..สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม..55
เนื้อที่สื่อมีจำกัดนะครับ และ
เนื้อที่สื่อมีจำกัดนะครับ
และหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของสื่อ คือสะท้อนเสียงของประชาชน
ออกมา
สิ่งที่คุณควรจะโฟกัส คือ การเพิกเฉย นอกจาก การกระทำ
อะไรคือการเพิกเฉยที่ว่า
- เพิกเฉย แกล้งไม่พูดถึง มองไม่เห็นถึง ความผิด ความไม่ถูกต้องชอบธรรม
( รัฐประหารและการสืบทอดผ่านรัฐธรรมนูญเป็นปัญหาใหญ่ แต่เอาเวลาไปให้กับการสร้างภาพปีศาจให้ทักษิณเสียหมด)
สื่อบางฉบับ (ก็สังกัดของเจ้าของบทความด้วยนั่นแหละ) ก็ปากพูด ไม่ชอบรัฐประหารไม่เห็นด้วย
แต่เลียปากแผลบ ๆ กับผลประโยชน์ ที่ได้ต่อเนื่องหลังการรัฐประหาร โฆษณาพวก องค์กรณ์อิสระ
ผมเห็นมานานแล้ว ไปหล่อเลี้ยงกันดีจัง ผมเห็นแล้วผิดสังเกต แต่เข้าใจได้ โดยไม่ต้องอยู่วงใน
งานที่ได้ไปเกาะกุมจาก สื่อหลัก อย่าบอกว่า ได้เพราะฝีมือล้วน ๆ ไม่เชื่อหรอก
ไม่ต้องพูดถึงการเชิญออกหรอกครับ ที่มันเกิดทุกวันทำไมไม่พูด
บก ไม่ให้ลงข่าว เพราะข่าว แดง
ตำแหน่งคนนี้ไม่ขึ้น ไม่ได้ตำแหน่งสำคัญ เพราะ แดง
ไม่รับเข้าทำงาน เพราะแดง
practice พวกนี้ มันเน่าเฟะทั้งระบบมานานแล้ว
เทียบกับกรณีประสงค์มันขี้ประติ๋ว
แต่ก็มีแต่คนเพิกเฉยกันมาตลอด
ไม่อย่างงั้นคนมันถึงเสื่อมศรัทธา หาอะไรอ่าน หาอะไรเสพไม่ได้ ต้องหนีไปหา หนังสือพิมพ์ของ
คนทำสื่อมือใหม่ มือรอง ทำสื่อให้กันเอง (ไม่ใช่่มืออาชีพไม่จบมา เพราะมืออาชีพ มันก็คืออาชีพหาเงิน จริง ๆ )
ทีวีดาวเทียม
หรือ หาสื่อใหม่เช่นอินเตอร์เน็ตกันเหรอครับ
ผมเลิกดูฟรีทีวี มานานแล้วเพราะรู้สึกว่ามันหลอกลวงจอมปลอม
แกล้งมองไม่เห็นคนเป็นสิบล้าน มาได้หลายปี เป็นอะไรที่ประหลาดมาก
ผมเชื่อว่าคนอีกเป็นล้าน ๆอึดอัดที่ต้องทนดูสื่อที่พวกคุณนั่นแหละทำออกมา
หาทางเลือกไม่ได้ พวกคุณหลายคนพยายามที่จะปั่นหัวพวกเราให้ไปอีกทาง
แต่ทำไม่ได้ผลมันก็ออกชัดแล้ว
เรื่องชั่วร้ายพวกนี้เกิดทุกเมื่อเชื่อวันไม่ใช่หรือ
ผมว่าพวกคุณหลายคนที่ผ่านมาเป็นแค่ขโมย อ้างชื่อมวลชน
แล้วเอาคลื่นสาธารณะไปสร้างความสำคัญให้ตัวเอง ปั่นหัวคนอื่น
หากินหาประโยชน์
ผมดูสื่อจีนแดง ผมว่าหลายแง่ยังทำงานได้ดีกว่าคุณ
อย่างน้อยไม่มี กนก ออกมาแสดงความคิดเห็นดูถูก เหยียดมนุษย์ ออกทีวี
หลายเรื่องเข้ากล้ากับรัฐบาลของเขามากกว่า คอยเชลียร์รับผลประโยชน์แบบพวกคุณด้วยซ้ำ
ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลเขาเวลาเล่นเล่นหนักกว่า
ถ้ารักกันจริง เรื่องในเนชั่นน่ะปล่อยออกมาด้วย ปัดกวาดด้วยบ้านตัวเอง
หรือที่คุณอยู่ก็อิสระไม่จริง ?
ถึงเวลาหรือยังที่สื่อหลัก ๆ จะสะท้อนเสียงของคนเป็นล้าน ๆ
ให้มีเนื้อที่บ้าง
อ้อผมขอเสนอแนะประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งคือ
อยากให้มีกฎหมาย ให้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่จะไปลง สื่อ หนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุโทรทัศน์
อยู่พ้นจากอำนาจขององค์กรณ์ การเมือง และองค์กรณ์อิสระ
กกต ศาลรัฐธรรมนูญ อะไรที่ไปออกสื่อบางพวกผิดสังเกตน่ะแหละ
(ให้สุ่มตามระบบ เรทติ้งก็พอแล้ว )
งบพวกนี้แหละเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ สื่อหลักในปัจจุบัน ไม่สนใจคนดูก็ได้
คอยรับใช้แล้ว โฆษณาพวกนี้จะมาเอง
ขอโทษด้วย เหมือนเป็นการบ่น(ก่น)เสียมากกว่า
แต่เห็นท่าทีของคุณแล้ว ผมคิดว่า เอาเวลาไปจับผิดประเด็นมากๆ
บทเขียน บทวิเคราะห์ วิจารณ์
บทเขียน บทวิเคราะห์ วิจารณ์ ของ ประสงค์ฯ เท่าทีติดตามอิง " เผด็จการ"
จึงไม่มีความจำเป็นต่อองค์กร/องค์การของ"คนเสื้อแดง" หรือสื่อที่มีความเป็นประชาธิปไตย
สรุป +++ จะไปอยู่ที่แห่งหนใดก็ไม่มีความสำคัญต่อความเป็นประชาธิปไตยแต่อย่างใด
คนใน wrote:อีกนิด
[quote=คนใน]อีกนิด มติชนเคยทำคล้ายๆกันนี้มาแล้วเมื่อไม่นานมานี้เอง คือย้ายผู้อาวุโสหลายคนที่อยู่กับมติชนมาเป็นเวลานานออกไปแขวนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีอำนาจใดๆหรือกำหนดทิศทางข่าวอีกต่อไป ผู้อาวุโสที่โดนแขวนงวดก่อนเป็นพวกเอียงไปทางแดงแทบทั้งนั้น แต่เหตุคราวนั้นก็เหมือนกีบกรณีคุณประสงค์ คือการเปลี่ยนถ่ายรุ่นผู้บริหารมาอยู้ในมือรุ่นลูก การเมืองหรือความต่างทางความคิดไม่ใช่สาเหตุ[/quote]
ผมมีข้อสังเกตเหมิอนกันว่า 1. ทำไมองค์กรสื่อไม่ออกมาเคลื่อนไหว 2.ทำไมคุณประสงค์เงียบอย่างผิดสังเกต ซึ่งไม่ใช่นิสัยของคุณประสงค์ ผมเชื่อว่าโดยนิสัยของคุณประสงค์แล้ว หากถูกรังแกหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมเขาจะต้องออกมาฟ้องสาธารณะแน่ ไม่ปล่อยให้เงียบงันอย่างนี้
มีคนจำนวนมากเรียกร้อง "สื่อ
มีคนจำนวนมากเรียกร้อง "สื่อ ทำหน้าที่ให้เป็นกลาง" (ถ้าสื่อ ชอบพอใครจะเอียงบ้างเล็กน้อยก็ถือเสียว่า มันเป็นกิเลส ของคนทำสื่อนั้น)
มติชน เขาเห็นว่า คนทำสื่อมันเอียงมากไป มันไม่น่าจะถูกเขาก็ทำให้แล้ว ยังไปว่าเขาอีก
อันที่จริงถ้าอยากแสดงความเห็นแบบเอียงไปข้างไหน ก็ออกไปทำแบบอิสระก็สิ้นเรื่อง
เพราะคนจำนวนมาก เขาอยาก ฟัง ดู จากสื่อที่กลางๆ แต่ข้อมูลครบ ข้อมูลจริง
Iterator
[quote=Iterator]เนื้อที่สื่อมีจำกัดนะครับ
และหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของสื่อ คือสะท้อนเสียงของประชาชน
ออกมา
สิ่งที่คุณควรจะโฟกัส คือ การเพิกเฉย นอกจาก การกระทำ
อะไรคือการเพิกเฉยที่ว่า
- เพิกเฉย แกล้งไม่พูดถึง มองไม่เห็นถึง ความผิด ความไม่ถูกต้องชอบธรรม
( รัฐประหารและการสืบทอดผ่านรัฐธรรมนูญเป็นปัญหาใหญ่ แต่เอาเวลาไปให้กับการสร้างภาพปีศาจให้ทักษิณเสียหมด)
สื่อบางฉบับ (ก็สังกัดของเจ้าของบทความด้วยนั่นแหละ) ก็ปากพูด ไม่ชอบรัฐประหารไม่เห็นด้วย
แต่เลียปากแผลบ ๆ กับผลประโยชน์ ที่ได้ต่อเนื่องหลังการรัฐประหาร โฆษณาพวก องค์กรณ์อิสระ
ผมเห็นมานานแล้ว ไปหล่อเลี้ยงกันดีจัง ผมเห็นแล้วผิดสังเกต แต่เข้าใจได้ โดยไม่ต้องอยู่วงใน
งานที่ได้ไปเกาะกุมจาก สื่อหลัก อย่าบอกว่า ได้เพราะฝีมือล้วน ๆ ไม่เชื่อหรอก
ไม่ต้องพูดถึงการเชิญออกหรอกครับ ที่มันเกิดทุกวันทำไมไม่พูด
บก ไม่ให้ลงข่าว เพราะข่าว แดง
ตำแหน่งคนนี้ไม่ขึ้น ไม่ได้ตำแหน่งสำคัญ เพราะ แดง
ไม่รับเข้าทำงาน เพราะแดง
practice พวกนี้ มันเน่าเฟะทั้งระบบมานานแล้ว
เทียบกับกรณีประสงค์มันขี้ประติ๋ว
แต่ก็มีแต่คนเพิกเฉยกันมาตลอด
ไม่อย่างงั้นคนมันถึงเสื่อมศรัทธา หาอะไรอ่าน หาอะไรเสพไม่ได้ ต้องหนีไปหา หนังสือพิมพ์ของ
คนทำสื่อมือใหม่ มือรอง ทำสื่อให้กันเอง (ไม่ใช่่มืออาชีพไม่จบมา เพราะมืออาชีพ มันก็คืออาชีพหาเงิน จริง ๆ )
ทีวีดาวเทียม
หรือ หาสื่อใหม่เช่นอินเตอร์เน็ตกันเหรอครับ
ผมเลิกดูฟรีทีวี มานานแล้วเพราะรู้สึกว่ามันหลอกลวงจอมปลอม
แกล้งมองไม่เห็นคนเป็นสิบล้าน มาได้หลายปี เป็นอะไรที่ประหลาดมาก
ผมเชื่อว่าคนอีกเป็นล้าน ๆอึดอัดที่ต้องทนดูสื่อที่พวกคุณนั่นแหละทำออกมา
หาทางเลือกไม่ได้ พวกคุณหลายคนพยายามที่จะปั่นหัวพวกเราให้ไปอีกทาง
แต่ทำไม่ได้ผลมันก็ออกชัดแล้ว
เรื่องชั่วร้ายพวกนี้เกิดทุกเมื่อเชื่อวันไม่ใช่หรือ
ผมว่าพวกคุณหลายคนที่ผ่านมาเป็นแค่ขโมย อ้างชื่อมวลชน
แล้วเอาคลื่นสาธารณะไปสร้างความสำคัญให้ตัวเอง ปั่นหัวคนอื่น
หากินหาประโยชน์
ผมดูสื่อจีนแดง ผมว่าหลายแง่ยังทำงานได้ดีกว่าคุณ
อย่างน้อยไม่มี กนก ออกมาแสดงความคิดเห็นดูถูก เหยียดมนุษย์ ออกทีวี
หลายเรื่องเข้ากล้ากับรัฐบาลของเขามากกว่า คอยเชลียร์รับผลประโยชน์แบบพวกคุณด้วยซ้ำ
ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลเขาเวลาเล่นเล่นหนักกว่า
ถ้ารักกันจริง เรื่องในเนชั่นน่ะปล่อยออกมาด้วย ปัดกวาดด้วยบ้านตัวเอง
หรือที่คุณอยู่ก็อิสระไม่จริง ?
ถึงเวลาหรือยังที่สื่อหลัก ๆ จะสะท้อนเสียงของคนเป็นล้าน ๆ
ให้มีเนื้อที่บ้าง
อ้อผมขอเสนอแนะประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งคือ
อยากให้มีกฎหมาย ให้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่จะไปลง สื่อ หนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุโทรทัศน์
อยู่พ้นจากอำนาจขององค์กรณ์ การเมือง และองค์กรณ์อิสระ
กกต ศาลรัฐธรรมนูญ อะไรที่ไปออกสื่อบางพวกผิดสังเกตน่ะแหละ
(ให้สุ่มตามระบบ เรทติ้งก็พอแล้ว )
งบพวกนี้แหละเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ สื่อหลักในปัจจุบัน ไม่สนใจคนดูก็ได้
คอยรับใช้แล้ว โฆษณาพวกนี้จะมาเอง
ขอโทษด้วย เหมือนเป็นการบ่น(ก่น)เสียมากกว่า
แต่เห็นท่าทีของคุณแล้ว ผมคิดว่า เอาเวลาไปจับผิดประเด็นมากๆ[/quote]
เห็นด้วย และถูกใจกับข้อความนี้มาก ขอบคุณที่ช่วยระบาย
FFF FFF [ ต่อ
FFF
FFF
[ ต่อ ]
-------------------------------------------------
"เฮียสงค์"--ในฐานะ "พนักงานองค์กร"
สามารถที่จะกระทำการใดๆ( คิด / เขียน /ถกเถียง )ได้อย่าง "แตกต่าง/หลากหลาย" ภายใน "องค์กร"......
แต่การกระทำที่ "แตกต่าง/หลากหลาย" นั้น
ก็จะต้อง "เป็นไปและไม่สวนทางหักล้าง" กับ "หลักผลประโยชน์และหลักนโยบาย" ของ "องค์กรมติชน" ที่เฮียสงค์ สั ง กั ด....
นี่คือ
หลักการของสิ่งที่เรียกกันว่า "การยอมรับความแตกต่าง/หลากหลาย-ในองค์กร"
หรือหลักการของ "เสรีภาพในองค์กร"
---------------------------
(สมมุติว่า)
ถ้า "องค์กรมติชน" บริหารจัดการองค์กรด้วยการเลิกจ้าง "พนักงานประสงค์"
โดยการพิสูจน์ทราบแล้วว่า :
การกระทำ "แตกต่าง/หลากหลาย" ของ "พนักงานประสงค์" นั้น
เป็นไปและสวนทางหักล้างกันกับหลักกำหนดขององค์กร
"องค์กรมติชน"--โดยผู้ถือหุ้นใหญ่
ก็สามารถที่จะ "เลิกจ้างพนักงานประสงค์" ได้
ถือว่าเป็น "การปฏิบัติโดยชอบ"
และก็จะไม่เรียกว่า "เป็นการปิดปาก-คุกคามสื่อ"
แต่
ถ้า "องค์กรมติชน" ห้ า ม "พนักงานประสงค์" กระทำการอัน "แตกต่าง/หลากหลาย"
โดยที่การกระทำอันแตกต่าง/หลากหลายนั้นๆก็ไม่ได้สวนทางหักล้างกับหลักกำหนดขององค์กรเลย
เช่นนี้
จึงจะถือว่า "ปฏิบัติไม่ชอบ"---ถือว่า "ไม่ยอมรับ"ความแตกต่าง/หลากหลาย
และก็ถือว่าเป็นภาวะ "ไร้เสรีภาพในองค์กร"
แต่ก็ยังไม่เรียกได้ว่า "เป็นการปิดปาก-คุกคามสื่อ"
เพราะเป็นการกระทำ "ในบริบทของความสัมพันธ์ในองค์กร"
นั่นคือ
เป็นการกระทำใน "สถานะ" >> [ "องค์กร"กระทำกับ"พนักงานในสังกัด" ]
ถือว่าอยู่ใน"โหมด"ของ "ปัญหาการบริหารจัดการองค์กร"-เท่านั้น
---------------------------
สิ่งที่เรียกกันว่า "ต้องยอมรับความแตกต่าง/หลากหลาย" นั้น
ต่างกันกับสิ่งที่เรียกกันว่า "จำนนต่อการป่วนที่เป็นภาวะอนาธิปไตย"
"ความแตกต่าง/หลากหลาย" นั้น
เป็นภาวะ "สัมพัทธ์"
คือต้องมองและนิยามมันโดยสัมพัทธ์กับบริบทที่ "ความแตกต่าง/หลากหลาย" นั้นสัมพันธ์หรือ "พิง"อยู่ด้วย....
เลยเส้นหลักการนี้ออกไป
มันก็จะไม่ใช่ "ความแตกต่าง/หลากหลาย" อีกต่อไป
แต่คือ "ภาวะอนาธิปไตยอันโกลาหลที่นอกเหนือการควบคุม".....
--------------------------
"คำกล่าว" ของ "เฮียสงค์" ที่อยู่บนสุดของบทความ
และเฮีย"วิตร" เอามาอ้างอิงซ้ำในบทความนั้น
อาจจะเป็นการ "อ้างอิงผิดบริบทของเหตุการณ์" น่ะ.....
คือเป็นการตีความเหตุการณ์ "คลาดเคลื่อนไป"
การเอา "คำกล่าวเชิงหลักการของเฮียสงค์" มาอ้างอิง--มันก็เลย "คลาดเคลื่อนตาม"......
แต่อย่างไรก็ตาม
ที่สุดของที่สุด--ก็ "เข้าใจ&ค่อนข้างเห็นด้วย" กับ "ความระหว่างบรรทัด" ที่เฮีย"วิตร"ต้องการสื่อสารออกมา....
(ยังมีต่อ)
-----------------------------------
( งดหัวเราะชั่วคราว )
{ ^_^ }
FFF
FFF
ประวิทย์ ทำการบ้านเยอะ ๆ
ประวิทย์ ทำการบ้านเยอะ ๆ หน่อยก็ดีจะได้ไม่ "หลงทางตีน" พวกบุญยอด เ้ทพไท และมาร์คร้อยศพ
เคยเจอประสงค์หลายครั้ง นับแต่รัฐประหารเป็นต้นมา เขาตั้งหน้าตั้งตาขุดคุ้ยเรื่องทักษิณและอยู่กินกับเผด็จการอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ความเจ็บความตายของคนในแผ่นดินไม่เจ็บปวด การฆ่าคนมือเปล่าที่เรียกร้องทางการเมืองในราชประสงค์คงไม่อยู่ในความคิดของประสงค์ คงไม่เลวร้ายเท่าความเลวของทักษิณ ของคนตระกูลชินวัตร นั่นน่าจะเป็นสรณะของประสงค์
คงไม่ต่างจากซากเดนสื่อหลาย ๆ คนแถวเนชั่นที่ประกาศยืนเคียงข้างฆาตกรมือเปื้อนเลือด เผด็จการจนวินาทีสุดท้าย และขับถ่ายระบายความกระหายเลือดผ่านสื่ออย่างคม ชัด ลึก เนชั่นสุดสัปดาห์ โอเคเนชั่น ซึ่งเรื่องนี้ประวิทย์น่าจะเห็นและบอกไ้ด้ว่า มันเป็นเช่นนั้นภายใต้องค์กรแสวงหากำไรอย่างเนชั่น
เพราะประชาชนไปไกลกว่าสื่ออย่างประสงค์และเครือเนชั่นแล้ว จึงไม่แปลกที่มติชนสุดสัปดาห์เกลี้ยงแผงแต่เนชั่นสุดสัปดาห์ล้นแผง และคงจะเป็นอย่่างนี้อีกต่อไป
ประสงค์ออกจากมติชนจึงเป็นเรื่องดี
และหากประสงค์มีดีพอ เครือเนชั่น ประกาศรับเข้าทำงานสิครับ
บางทีที่นั่นน่าจะเป็นที่ทางที่เหมาะสม
กรณีนี้ น่าจะตลกร้ายมากกว่า ว่ามั๊ย
นายประสงค์ไม่ใช่นักข่าว
นายประสงค์ไม่ใช่นักข่าว หรือนักหนังสือพิมพ์
แต่เป็นนักเต้าข่าว
และนักเขียนนิยายน้ำเน่าให้คนอ่านเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริงทางการเมือง
เช่นเดียวกับเนื้อหาส่วนใหญ่ในมติชน ทั้งรายวัน และสุดสัปดาห์
ตลอด7-8ปีที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์พวกนี้คุณค่าด้อยกว่ากระดาษชำระ
ถ้ามองในแง่หลักการ
ถ้ามองในแง่หลักการ ผมก็เห็นด้วยว่าเราควรปกป้องผู้ที่ถูกลิดรอนสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นแม้ว่าความเห็นนั้นจะแตกต่างกับเราอย่างสุดขั้ว
เหมือนอย่างที่เราควรปกป้องคุณทักษิณฯ ที่ถูกฝ่ายเผด็จการและอมาตย์ทำรัฐประหารโดยอ้างว่าคุณทักษิณฯทุจริต ประพฤติมิชอบฯ และ ฯลฯ
ที่เราควรปกป้องคุณทักษิณฯ ไม่ใช่เพราะคุณทักษิณฯเก่ง มีคนนิยมชมชอบมาก โดนรังแก หรือเพราะไม่เชื่อว่าคุณทักษิณฯไม่ผิดตามที่ถูกกล่าวหา
แต่ที่เราควรปกป้องเพราะเห็นว่า ฝ่ายที่กระทำต่อคุณทักษิณฯนั้นเป็นเผด็จการใช้อำนาจนอกระบบนอกกฏหมายและใช้วิธีการที่ผิดกฎหมายทำลายหลักการ เป็นการล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและเป็นการกระทำที่ทำให้ระบอบประชาธิปไตยเสียหายอย่างร้ายแรง
ถ้าคุณทักษิณฯเป็นพวกเดียวกับเผด็จการ แล้วถูกพวกเผด็จการด้วยกันทำรัฐประหาร คงไม่มีใครคิดปกป้องคุณทักษิณฯอย่างแน่นอนแม้ว่าจะไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร
ส่วนกรณีของคุณประสงค์ฯ จะเห็นได้ว่าเขามีพฤติการณ์ที่สนับสนุนฝ่ายเผด็จการ ความคิดเห็นของเขามักจะเป็นโทษต่อประชาธิปไตย
ดังนั้น เมื่อคุณประสงค์ฯถูกเลิกจ้าง การที่ไม่มีปฏิกิริยาจากฝ่ายประชาชนแสดงความห่วงใยหรือคัดค้าน จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
ฝ่ายประชาชนไม่สมน้ำหน้า ก็ถือว่าดีแล้ว
องค์กรฐานันดรพิเศษในสังคม กล่
องค์กรฐานันดรพิเศษในสังคม
กล่าวร้ายคนอื่นได้ โดยไม่ต้องมีพยานหลักฐาน
ใช้หน้าที่ของตัวเองมุ่งทำลายคนอื่นอย่างเอาเป็นเอาตาย
แต่พอโดนเข้าบ้างก็ดิ้นทุรนทุรายเหมือนหมาโดนน้ำร้อน
กรรมสนอง
กรรมสนอง
ประวิตร โรจนพฤกษ์
ประวิตร โรจนพฤกษ์ สับสนในชีวิตของตนเอง รึเปล่า..! คริ คริ..! บอกให้คนอื่นเคารพความเห็นต่างแล้วตัวเองเคารพความเห็นต่างด้วย รึเปล่า ล่ะ..! อย่ามายัดเยียดให้คนเสื้อแดงต้องเห็นด้วยกับคุณ สิ..! มติชนกับคุณประสงค์ เขาตกลงแยกทางจากกันด้วยดีแล้ว คุณประวิตร คุณไปวุ่นวายอะไรกับพวกเขา สิ่งที่พวกคุณทำแบบนั้นล่ะคือปัญหาทัศนะท่าทีคนดีของพวกคุณที่เป็นภัยต่อสังคมจะรู้สึกตัวกันบ้าง รึเปล่า..! คริ คริ..! มติชนกับคุณประสงค์ถ้าทั้งสองมีปัญหาความไม่เป็นธรรมต่อกัน หรือความไม่ถูกต้องไม่ดีไม่งาม พวกเขาต้องต่อสู้กันเพื่อนำเสนอความจริงต่อสังคมให้ได้รับรู้ เพื่อตัดสินความถูกผิด อย่างนั้น สิ..! มันถึงจะถูกต้อง..! ถ้าคนเสื้อแดงวางเฉย คุณประวิตร จึงค่อยมาโวยวายใส่คนเสื้อแดง มันก็ยังไม่สายไปใช่ มั๊ย..! นี่อะไรในเมื่อทั้งสองฝ่ายยังไม่โต้แย้งเหตุผลให้สาธารณชนได้รับรู้อย่างกว้างขวาง คุณประวิตรก็ออกมาโวยวายแทนเขาเสียแล้ว..! นี่เขาเรียกว่า "เสือก" รึเปล่า..! (และที่สำคัญเนื้อหาก็ส่อสื่อไปทางให้ร้ายคุณทักษิณเสียแล้ว พวกคุณเป็นบ้าเสียสติกัน รึงัย..! ) รัฐบาลก็ยังไม่ได้ตั้ง อำนาจก็ยังไม่มี พวกอ้างตัวเองว่าคนดี ก็ออกลาย จัญไร เสียแล้ว..! คริ คริ..!
ขอมองจากคนนอกวงการที่ไม่รู้ตื
ขอมองจากคนนอกวงการที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางในวงการธุรกิจสื่อแต่พอมีประสบการณ์ในระดับบริหารอยู่บ้าง
เห็นว่าการที่บริษัทจะตัดสินใจเลิกจ้างพนักงานแต่ละคนนั้นมักเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ดีที่สุดต่อทุกฝ่าย เว้นแต่ว่าการคงอยู่ของพนักงานท่านนั้นจะยังให้องค์กรโดยรวมได้รับความเสียหายจากการกระทำของคนเพียงคนเดียว
ผมเชื่อโดยสนิทใจว่าเรื่องนี้ทางผู้ว่าจ้างได้มีการจัดการแก้ไขมาก่อนนี้ตามลำดับแล้ว จนสุดท้ายจึงเป็นทางเลือกที่ไม่อยากเลือกแต่จำเป็นต้องเลือก
ในวิสัยของลูกจ้างมืออาชีพโดยทั่วไปแล้วมักไม่คิดว่าการเลิกจ้างเป็นเรื่องแปลกหรือทำไม่ได้ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าถ้าท่านเห็นว่าการเลิกจ้างนั้นไม่เป็นธรรม ท่านพึงใช้สิทธิตามกฎหมายที่มีอยู่เรียกร้องความชอบธรรม(เงียบๆ)ได้เต็มที่ ไม่ควรใช้วิธีตีโพยตีพายเพื่อเรียกร้องสังคมให้เห็นใจท่านฝ่ายเดียว(แล้วสร้างภาพนายจ้างให้เป็นอสูร) เพราะความจริงที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไรมีแต่ท่านและผู้ว่าจ้างเท่านั้นที่รู้อยู่แก่ใจว่าจะสามารถทำงานแบบ win-win ต่อไปได้หรือไม่?
ขอสนับสนุนให้คุณประสงค์ฯ ปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของตนเองผ่านกระบวนการยุติธรรมเหมือนลูกจ้างทั่วประเทศเพื่อจะได้พิสูจน์ว่าการเลิกจ้างนั้นเป็นธรรมหรือไม่? โดยระหว่างนี้ท่านจะแสดงจุดยืนทางอาชีพสื่อมวลชนอย่างไรก็ทำไปเต็มที่ตามอุดมการณ์ที่แท้จริงของท่าน ขอเพียงให้แสดง spirit ของลูกจ้างมืออาชีพที่มีจรรยาบรรณให้มากที่สุด
จนถึงบัดนี้ยังมีใครเชื่ออีกหรือว่าความเป็นกลางนั้นมีอยู่จริงในทุกอาชีพ เราควรยอมรับความจริงอย่างตรงไปตรงมาดีกว่าว่าความเป็นกลางนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงอุดมคติที่อยากจะเห็นอยากจะเป็น(ถ้ามนุษย์สามารถละวางอคติทั้ง 4 ได้หมดซึ่งก็คงมีอริยบุคคลเท่านั้นที่ทำได้)
อย่างไรก็ตาม ผมขอแสดงความเห็นใจต่อคุณประเสริฐฯ ที่ต้องถูกเลิกจ้าง แต่ก็ขอให้สติที่จะเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสให้ได้ เพราะปัญหาอุปสรรคของชีวิตถือว่าเป็นบทเรียนที่มีคุณค่าที่จะพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นกว่าเดิมนะครับ แล้ววันหนึ่งข้างหน้าคุณประเสริฐฯ อาจต้องกลับไปขอบคุณหนังสือพิมพ์มติชนที่ให้ชีวิตใหม่...ก็ได้
ป.ล. เรื่องนี้เสื้อแดงไม่น่าถูกดึงมาเกี่ยวข้องด้วย ที่ถูกควรต้องถามสมาคมวิชาชีพของสื่อมวลชนมากกว่าว่าจะเข้ามามีส่วนไกล่เกลี่ยหาข้อยุติที่ดีต่อทุกฝ่ายได้อย่างไร?
พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม
[quote=พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม]ประวิตร โรจนพฤกษ์ สับสนในชีวิตของตนเอง รึเปล่า..! คริ คริ..! บอกให้คนอื่นเคารพความเห็นต่างแล้วตัวเองเคารพความเห็นต่างด้วย รึเปล่า ล่ะ..! อย่ามายัดเยียดให้คนเสื้อแดงต้องเห็นด้วยกับคุณ สิ..! มติชนกับคุณประสงค์ เขาตกลงแยกทางจากกันด้วยดีแล้ว คุณประวิตร คุณไปวุ่นวายอะไรกับพวกเขา สิ่งที่พวกคุณทำแบบนั้นล่ะคือปัญหาทัศนะท่าทีคนดีของพวกคุณที่เป็นภัยต่อสังคมจะรู้สึกตัวกันบ้าง รึเปล่า..! คริ คริ..! มติชนกับคุณประสงค์ถ้าทั้งสองมีปัญหาความไม่เป็นธรรมต่อกัน หรือความไม่ถูกต้องไม่ดีไม่งาม พวกเขาต้องต่อสู้กันเพื่อนำเสนอความจริงต่อสังคมให้ได้รับรู้ เพื่อตัดสินความถูกผิด อย่างนั้น สิ..! มันถึงจะถูกต้อง..! ถ้าคนเสื้อแดงวางเฉย คุณประวิตร จึงค่อยมาโวยวายใส่คนเสื้อแดง มันก็ยังไม่สายไปใช่ มั๊ย..! นี่อะไรในเมื่อทั้งสองฝ่ายยังไม่โต้แย้งเหตุผลให้สาธารณชนได้รับรู้อย่างกว้างขวาง คุณประวิตรก็ออกมาโวยวายแทนเขาเสียแล้ว..! นี่เขาเรียกว่า "เสือก" รึเปล่า..! (และที่สำคัญเนื้อหาก็ส่อสื่อไปทางให้ร้ายคุณทักษิณเสียแล้ว พวกคุณเป็นบ้าเสียสติกัน รึงัย..! ) รัฐบาลก็ยังไม่ได้ตั้ง อำนาจก็ยังไม่มี พวกอ้างตัวเองว่าคนดี ก็ออกลาย จัญไร เสียแล้ว..! คริ คริ..![/quote]
แม้จะเป็นการ "เทศน์+สวดชยันโต--เวอร์ชั่นฮาร์ดร็อค" ไปนี้ดด์
แต่ก็ "เห็งล่วย" กับ "แง่มุม" ที่นำเสนอ--
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปะเด็นที่เกี่ยวกะการจะเชิญ "คนเสื้อแดง" เข้าไปร่วมเป็น "คณะมวยหมู่-สู้เพื่อหำใบที่สามของเผด็จการ"".....
เอาอีก !
เอาอีก !
ทั่นหลงเพ่....
อมิตพู้ด.....
----------------------------
คาก
คาก
คาก.....
:(
BBBB
BBBB
ถ้าสื่อถูกกลั่นแกล้งประชาชนสม
ถ้าสื่อถูกกลั่นแกล้งประชาชนสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องปกป้องสื่อ..เสมอตนเอง..สื่อคือผู้นำความจริงแก่ประชาชน...สมควรปกป้องอย่างยิ่ง
แต่ไอ้คนๆนี้มันไม่ใช่สื่อ...มันแฝงตัวมากับสื่อ...การปั้นความผิดไห้ทักษิน..มันไม่ใช่วิชาชีพทางสื่อ..
คุณทำตัวเป็นเจ้าของความถูกต้อง..ทำตัวเป็นผู้พิพากษาผู้อื่น...คุณทำได้...ประชาชนทั้วไปก็ทำได้..ที่จะแยกผิดแยกถูก..
ไม่จำเป็นต้องเป็นตุลาการณ์..ถึงจะแยกผิดแยกถูกเป็น...ประชาชนทั้วไปก็แยกถูกแยกผิดเป็น..เขาถึงไม่เชื่อถือผู้พิกษาเลย..และก็ไม่เชื่อถือพวกที่แอบอ้างตัวเองเป็นสื่อ..พฤติกรรมมันฟ้องว่าพวกท่านมันพวกเผด็จการแฝงตัวมา...เรียกง่ายๆว่าก็พวกฆาตรกรณ์ดีๆนี่เอง...
ผลของการบิดเบือนความจริง..ไม่ใช่ทักษินถูกกระทำแต่ผู้เดียวแต่ยังมีประชาชนถูกฆ่าตายและบาดเจ็บเป็นพันคน..จากการกระทำของพวกคุณ...พวกคุณเคยสำนึกถึงคนที่ถูกพวกคุณกระทำหรือเปล่า...
คุณเอาทักษินมาอ้าง...แล้วพวกคุณทำอะไรก็ได้ยังงั้นหรือ..
- ประสงค์
- ประสงค์ ทำให้เราเลิกอ่านมติชน -
เป็นแฟนมติชนและมติชนสุดสัปดาห์มานานมากๆ
ตั้งแต่เริ่มทำงานก็อ่านแต่มติชน แทบไม่ได้อ่าน นสพ. อื่นเลย
ปี 2549 ต้องเลิกอ่านมติชน เพราะรับไม่ได้กับสื่อเอียงข้างเผด็จการ
จนปัจจุบัน ก็ยังไม่อ่าน นสพ. เลย เพราะยังใจสลายกับพวกท่าน
ดีใจที่คอลัมนิสต์ขวัญใจพวกเราหลายท่าน มาเขียนบทความให้อ่านในประชาไท
ทั้ง อจ.สุรชาติ บำรุงสุข, ชำนาญ จันทร์เรือง และอีกหลายๆท่าน
เห็นด้วยว่า ประสงค์ควรไปอยู่เนชั่น หรือ ผู้จัดการ.
ขอให้กำลังใจคุณประสงค์นะครับ
ขอให้กำลังใจคุณประสงค์นะครับ อย่าไปคาดหวังอะไรมากกับเว็บประชาไท เป็นเว็บเล่นพวกพ้อง
คุณประวิตร
คุณประวิตร เขียนเหมือนเป็นคนใจกว้าง แต่ผมว่า มันยังแคบอยู่ว่ะ
ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปถาม
ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปถาม “ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์” ว่า "สื่อ" คืออะไร มีหน้าที่อะไร จรรยาบรรณ มีไว้เพื่อ???
หากตอบได้ ก็อ่านบรรทัดถัดไป
"ธุรกิจ" คืออะไร
"กำไร" เกิดจากอะไร
"ขาดทุน" เพราะอะไร
ทุกคุณต้องยอมรับ หนังสือพิมพ์ ก็เป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทุน และเมื่อการประกอบธุรกิจจำเป็นต้องมีผลกำไร(ใจรักอย่างเดียวไม่ได้)
* ตอนนี้ มติชน คิดว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นลูกค้า เค้าเลยพยายาม เจาะเข้าไปยังกลุ่มลูกค้า (ตามกลยุทธการตลาด) และ/หรือ อาจจะเกิดจากการขัดแย้งภายใน(แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเรื่องผลประโยชน์ : กำไร)
แต่ ก็อย่าลืมจรรยาบรรณของสื่อ ผู้ที่มีถานันดรที่ 4 และอย่าหันหลังให้ความยุติธรรม
Iterator
[quote=Iterator]เนื้อที่สื่อมีจำกัดนะครับ
และหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของสื่อ คือสะท้อนเสียงของประชาชน
ออกมา
สิ่งที่คุณควรจะโฟกัส คือ การเพิกเฉย นอกจาก การกระทำ
อะไรคือการเพิกเฉยที่ว่า
- เพิกเฉย แกล้งไม่พูดถึง มองไม่เห็นถึง ความผิด ความไม่ถูกต้องชอบธรรม
( รัฐประหารและการสืบทอดผ่านรัฐธรรมนูญเป็นปัญหาใหญ่ แต่เอาเวลาไปให้กับการสร้างภาพปีศาจให้ทักษิณเสียหมด)
สื่อบางฉบับ (ก็สังกัดของเจ้าของบทความด้วยนั่นแหละ) ก็ปากพูด ไม่ชอบรัฐประหารไม่เห็นด้วย
แต่เลียปากแผลบ ๆ กับผลประโยชน์ ที่ได้ต่อเนื่องหลังการรัฐประหาร โฆษณาพวก องค์กรณ์อิสระ
ผมเห็นมานานแล้ว ไปหล่อเลี้ยงกันดีจัง ผมเห็นแล้วผิดสังเกต แต่เข้าใจได้ โดยไม่ต้องอยู่วงใน
งานที่ได้ไปเกาะกุมจาก สื่อหลัก อย่าบอกว่า ได้เพราะฝีมือล้วน ๆ ไม่เชื่อหรอก
ไม่ต้องพูดถึงการเชิญออกหรอกครับ ที่มันเกิดทุกวันทำไมไม่พูด
บก ไม่ให้ลงข่าว เพราะข่าว แดง
ตำแหน่งคนนี้ไม่ขึ้น ไม่ได้ตำแหน่งสำคัญ เพราะ แดง
ไม่รับเข้าทำงาน เพราะแดง
practice พวกนี้ มันเน่าเฟะทั้งระบบมานานแล้ว
เทียบกับกรณีประสงค์มันขี้ประติ๋ว
แต่ก็มีแต่คนเพิกเฉยกันมาตลอด
ไม่อย่างงั้นคนมันถึงเสื่อมศรัทธา หาอะไรอ่าน หาอะไรเสพไม่ได้ ต้องหนีไปหา หนังสือพิมพ์ของ
คนทำสื่อมือใหม่ มือรอง ทำสื่อให้กันเอง (ไม่ใช่่มืออาชีพไม่จบมา เพราะมืออาชีพ มันก็คืออาชีพหาเงิน จริง ๆ )
ทีวีดาวเทียม
หรือ หาสื่อใหม่เช่นอินเตอร์เน็ตกันเหรอครับ
ผมเลิกดูฟรีทีวี มานานแล้วเพราะรู้สึกว่ามันหลอกลวงจอมปลอม
แกล้งมองไม่เห็นคนเป็นสิบล้าน มาได้หลายปี เป็นอะไรที่ประหลาดมาก
ผมเชื่อว่าคนอีกเป็นล้าน ๆอึดอัดที่ต้องทนดูสื่อที่พวกคุณนั่นแหละทำออกมา
หาทางเลือกไม่ได้ พวกคุณหลายคนพยายามที่จะปั่นหัวพวกเราให้ไปอีกทาง
แต่ทำไม่ได้ผลมันก็ออกชัดแล้ว
เรื่องชั่วร้ายพวกนี้เกิดทุกเมื่อเชื่อวันไม่ใช่หรือ
ผมว่าพวกคุณหลายคนที่ผ่านมาเป็นแค่ขโมย อ้างชื่อมวลชน
แล้วเอาคลื่นสาธารณะไปสร้างความสำคัญให้ตัวเอง ปั่นหัวคนอื่น
หากินหาประโยชน์
ผมดูสื่อจีนแดง ผมว่าหลายแง่ยังทำงานได้ดีกว่าคุณ
อย่างน้อยไม่มี กนก ออกมาแสดงความคิดเห็นดูถูก เหยียดมนุษย์ ออกทีวี
หลายเรื่องเข้ากล้ากับรัฐบาลของเขามากกว่า คอยเชลียร์รับผลประโยชน์แบบพวกคุณด้วยซ้ำ
ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลเขาเวลาเล่นเล่นหนักกว่า
ถ้ารักกันจริง เรื่องในเนชั่นน่ะปล่อยออกมาด้วย ปัดกวาดด้วยบ้านตัวเอง
หรือที่คุณอยู่ก็อิสระไม่จริง ?
ถึงเวลาหรือยังที่สื่อหลัก ๆ จะสะท้อนเสียงของคนเป็นล้าน ๆ
ให้มีเนื้อที่บ้าง
อ้อผมขอเสนอแนะประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งคือ
อยากให้มีกฎหมาย ให้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่จะไปลง สื่อ หนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุโทรทัศน์
อยู่พ้นจากอำนาจขององค์กรณ์ การเมือง และองค์กรณ์อิสระ
กกต ศาลรัฐธรรมนูญ อะไรที่ไปออกสื่อบางพวกผิดสังเกตน่ะแหละ
(ให้สุ่มตามระบบ เรทติ้งก็พอแล้ว )
งบพวกนี้แหละเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ สื่อหลักในปัจจุบัน ไม่สนใจคนดูก็ได้
คอยรับใช้แล้ว โฆษณาพวกนี้จะมาเอง
ขอโทษด้วย เหมือนเป็นการบ่น(ก่น)เสียมากกว่า
แต่เห็นท่าทีของคุณแล้ว ผมคิดว่า เอาเวลาไปจับผิดประเด็นมากๆ[/quote]
FFF FFF [ ต่อ
FFF
FFF
[ ต่อ ]
-----------------------------------------------------
ความสัมพันธ์ของ "ศอฉ." กับ "ประชาไท"
ไม่เหมือนกับความสัมพันธ์ของ "เฮียสงค์" กับ "มติชน"......
"เฮียสงค์" นั้น
มีสถานะเป็น "พนักงาน ใ น สั ง กั ด" ของ "องค์กรมติชน"
แต่ "ประชาไท"
ไม่ได้ "อยู่ในสังกัด" หรือ "ขึ้นสังกัด" ต่อ "องค์กรศอฉ."
-------------------------
"ประชาไท" และ "ศอฉ." นั้นต่างฝ่ายต่างก็เป็น "หน่วยอิสระ" ต่อกันและกัน
และต่างฝ่ายต่างก็อยู่บน "ระนาบแห่งศักดิ์และสิทธิ์" เดียวกัน--ในสังคมเดียวกัน
หมายถึงว่า
ต่างก็มี "สถานะเชิงสังคม" ที่เสมอกัน / ไม่ผูกพันซึ่งกันและกัน.....
"ประชาไท" คือ "หน่วยทางสังคม"ที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับข่าวสารข้อมูล
และ "ศอฉ." คือ "หน่วยทางสังคม"ที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับอำนาจรัฐ
ทั้ง ๒ หน่วยทางสังคมนี้
ต่างก็อยู่ภายใต้ "โดมแห่งหลักการปกครองเดียวกัน" นั่นคือ >> ระบอบประชาธิปไตยเสรี.....
--------------------------
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือ
"ศอฉ.-ภายใต้ข้ออ้างที่ผิดปกติ" กระทำการปิด "ประชาไท" แบบไม่ได้เป็นไปตาม "หลักแห่งกฏหมาย" อันเป็นองค์ประกอบที่สำคัญองค์ประกอบหนึ่งของ "หลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเสรี"
ดังรายละเอียดข้อมูลเหตุการณ์ที่ทุกคนก็ "รู้ๆเห็นๆ" โดยทั่วกันอยู่แล้ว....
นั่น--
หมายถึงว่า :
"ศอฉ." ได้ละเมิด "ศักดิ์และสิทธิ์" ของ "ประชาไท"--
ทั้งๆที่ทั้ง ๒ หน่วยทางสังคมนี้ต่างก็ยืนอยู่บน "ระนาบศักดิ์และสิทธิ์" เดียวกัน
คือมี "สถานะ" เสมอกัน / ภายใต้ "โดมแห่งหลักการปกครอง" เดียวกัน / และต่างก็เป็นอิสระต่อกันและกัน--ไม่ได้ผูกพันเชิง"ขึ้นต่อกัน"แบบ "มติชน" กับ "เฮียสงค์" แต่อย่างใด...
ลักษณะที่ "ศอฉ." กระทำต่อ "ประชาไท" แบบทั้งผิดหลักการ/และเสมือนหนึ่งเป็น "ผู้ที่อยู่เหนือกว่าโดยสมบูรณ์" เช่นนี้
จึงถือว่าเป็น "การคุกคาม"
นั่นคือ >> "หน่วยทางสังคม-ประชาไท" ต้องสูญสิทธิ์และหยุดกิจกรรมทั้งมวลที่เป็น function ของตัวเองลงไปอย่างสิ้นเชิง....
ลักษณะเช่นนี้
จึงถือว่าเป็น "การปิดปาก-คุกคามสื่อ" อย่างแท้จริง.....
. . . . . . . . .
แต่กรณี "เฮียสงค์" กับ "มติชน" / และกรณีเฮีย "ใบตองแห้ง" กับ "ไทยโพสท์" นั้น แ ต ก ต่ า ง อ อ ก ไ ป
ดังที่ได้แจกแจงรายละเอียดโดยสังเขปไว้ตามความเห็นด้านบนแล้ว....
---------------------------
"คำขวัญ" ในวงการธุรกิจข่าวสารข้อมูล-- ที่ว่า
"คุกคามสื่อ คือ คุกคามประชาชน" นั้น
มันมี "ความเป็นไปใน ๒ ลักษณะ"
นั่นคือ :
สู้ เ พื่ อ เ ส รี ภ า พ
และ/หรือ
ห า แ ด ก กั บ เ ส รี ภ า พ !......
---------------------------
( งดหัวเราะชั่วคราว )
{ ^_^ }
FFF
FFF
ดช.เฟียม ( come back from
[quote=ดช.เฟียม ( come back from hell ! )]FFF
FFF
[ ต่อ ]
-----------------------------------------------------
ความสัมพันธ์ของ "ศอฉ." กับ "ประชาไท"
ไม่เหมือนกับความสัมพันธ์ของ "เฮียสงค์" กับ "มติชน"......
"เฮียสงค์" นั้น
มีสถานะเป็น "พนักงาน ใ น สั ง กั ด" ของ "องค์กรมติชน"
แต่ "ประชาไท"
ไม่ได้ "อยู่ในสังกัด" หรือ "ขึ้นสังกัด" ต่อ "องค์กรศอฉ."
-------------------------
"ประชาไท" และ "ศอฉ." นั้นต่างฝ่ายต่างก็เป็น "หน่วยอิสระ" ต่อกันและกัน
และต่างฝ่ายต่างก็อยู่บน "ระนาบแห่งศักดิ์และสิทธิ์" เดียวกัน--ในสังคมเดียวกัน
หมายถึงว่า
ต่างก็มี "สถานะเชิงสังคม" ที่เสมอกัน / ไม่ผูกพันซึ่งกันและกัน.....
"ประชาไท" คือ "หน่วยทางสังคม"ที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับข่าวสารข้อมูล
และ "ศอฉ." คือ "หน่วยทางสังคม"ที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับอำนาจรัฐ
ทั้ง ๒ หน่วยทางสังคมนี้
ต่างก็อยู่ภายใต้ "โดมแห่งหลักการปกครองเดียวกัน" นั่นคือ >> ระบอบประชาธิปไตยเสรี.....
--------------------------
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือ
"ศอฉ.-ภายใต้ข้ออ้างที่ผิดปกติ" กระทำการปิด "ประชาไท" แบบไม่ได้เป็นไปตาม "หลักแห่งกฏหมาย" อันเป็นองค์ประกอบที่สำคัญองค์ประกอบหนึ่งของ "หลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเสรี"
ดังรายละเอียดข้อมูลเหตุการณ์ที่ทุกคนก็ "รู้ๆเห็นๆ" โดยทั่วกันอยู่แล้ว....
นั่น--
หมายถึงว่า :
"ศอฉ." ได้ละเมิด "ศักดิ์และสิทธิ์" ของ "ประชาไท"--
ทั้งๆที่ทั้ง ๒ หน่วยทางสังคมนี้ต่างก็ยืนอยู่บน "ระนาบศักดิ์และสิทธิ์" เดียวกัน
คือมี "สถานะ" เสมอกัน / ภายใต้ "โดมแห่งหลักการปกครอง" เดียวกัน / และต่างก็เป็นอิสระต่อกันและกัน--ไม่ได้ผูกพันเชิง"ขึ้นต่อกัน"แบบ "มติชน" กับ "เฮียสงค์" แต่อย่างใด...
ลักษณะที่ "ศอฉ." กระทำต่อ "ประชาไท" แบบทั้งผิดหลักการ/และเสมือนหนึ่งเป็น "ผู้ที่อยู่เหนือกว่าโดยสมบูรณ์" เช่นนี้
จึงถือว่าเป็น "การคุกคาม"
นั่นคือ >> "หน่วยทางสังคม-ประชาไท" ต้องสูญสิทธิ์และหยุดกิจกรรมทั้งมวลที่เป็น function ของตัวเองลงไปอย่างสิ้นเชิง....
ลักษณะเช่นนี้
จึงถือว่าเป็น "การปิดปาก-คุกคามสื่อ" อย่างแท้จริง.....
. . . . . . . . .
แต่กรณี "เฮียสงค์" กับ "มติชน" / และกรณีเฮีย "ใบตองแห้ง" กับ "ไทยโพสท์" นั้น แ ต ก ต่ า ง อ อ ก ไ ป
ดังที่ได้แจกแจงรายละเอียดโดยสังเขปไว้ตามความเห็นด้านบนแล้ว....
---------------------------
"คำขวัญ" ในวงการธุรกิจข่าวสารข้อมูล-- ที่ว่า
"คุกคามสื่อ คือ คุกคามประชาชน" นั้น
มันมี "ความเป็นไปใน ๒ ลักษณะ"
นั่นคือ :
สู้ เ พื่ อ เ ส รี ภ า พ
และ/หรือ
ห า แ ด ก กั บ เ ส รี ภ า พ !......
---------------------------
( งดหัวเราะชั่วคราว )
{ ^_^ }
FFF
FFF[/quote]
เท่าที่อานดูความเห็นต่างๆ ส่ว
เท่าที่อานดูความเห็นต่างๆ
ส่วนใหญ่จะยึดตึดกับกล่อง มากกว่าของในกล่อง
ยึดตึดกับยี่ห้อ มากกว่าคุณภาพของสินค้า
ยึดตึดกับสี มากกว่า ความถูกต้อง
และทุกกๆวันเรื่องเหล่านี้กลายเป็นเรื่องธรรมดา
คนบนโลก
[quote=คนบนโลก]คุณทักษิณทำผิดกฏหมายไม๊ ตั้งแต่รัฐประหารมาสรุปได้ว่าไม่ผิด ทำผิดจริยธรรมไม๊ ผมไม่รู้เพราะไม่มีตัววัด แต่ผมดูผลลัพธ์ว่าคุณทักษิณพยายามปรับระบบให้ประเทศไทยมีระบบตรวจสอบที่ดีขึ้น ที่มืดก็สว่างโดยที่กลุ่มอำนาจเก่าไม่อยากให้สว่างกลัวประชาชนพบเห็นความไม่ชอบมาพากลที่ครอบงำประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ที่บอกว่าคุณทักษิณแก้กฏหมายเอื้อประโยชน์ตนเองก็ไม่เห็นไปแก้กฏหมายอะไรที่บอกไม่เป็นธรรมแสดงว่ามันดีแล้วใช่ไหม บอกว่าคุณทักษิณละเมิดสิทกรณีปราบยาบ้า ก็ไม่เห็นมีใครจะติดตามว่าใครบ้างเสียหายใครบ้างโดนละเมิด แสดงว่าก็มีแต่พวกค้ายาที่ได้รับผลกระทบใช่หรือไม่ บอกว่าตุณทักษิณโกงภาษีก็ไม่เห็นว่าพวกเล่นหุ้นจะต้องเสียภาษีหรือมีข้อยกเว้นว่านักการเมืองต้องเสียภาษี สุดท้ายบอกว่าต้องติดคุกสองปี ผลก็งงตรรกะ ว่าคนซื้อไม่ผิด คนขายไม่ผิด คนเซ็นต์ผิด ช่างเป็นไปได้ ที่คุณทักษิณผิดผิดอยู่ทุกวันนี้คือข้อหารักประชาชน ทำเพื่อประชาชน ผิดในข้อหาเก่งเกินไปทำอะไรก็ดูเวิร์คไปซ๊ะทุกเรื่อง และที่สำคัญ ผิดในข้อหาปิดทองหน้าพระครับ ก็เป็นคนของประชาชนมัวปิดทองหลังพระแล้วเมื่อไรบ้านเมืองจะเดินหน้าละครับ คนเข้ามาบริหารบ้านเมืองก็ต้องทำงานเพื่อประชาชน ไม่ทำเพื่อประชาชนจะทำงานเพื่อแพะหรือครับ นีแหละหนาสังคมไทยผมไม่ชอบเลยคำว่า "ทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากให้เราเด่นเกิน" ทำดีแล้วเด่นจะเป็นไรครับหรือจะให้ทำชั่วเด่น ทำดีก็ต้องยกย่องชมเชย ทำชั่วสิต้องประนาม ทำดีต้องหลบๆซ่อนๆหรือครับ จิตใจคับแคบมากสำหรับสุภาษิตนี้ ผมไม่ใช่พวกคลั่งทักษิณน๊ะครับถ้าวันหนึ่งคุณทักษิณทำผิดผมก็จะวิจารณ์ สังคมเราต้องยกย่องคนทำความดีความถูกต้อง เมื่อไรเขาทำดีเราก็ยกย่องสรรเสริญ เมื่อไรที่เขาทำไม่ถูกเราก็ต้องวิจารณ์ตักเตือน มัวหลับหูหลับตาว่าจะต้องดีเสมอถูกเสมอ เป็นไปได้ยากตราบใดที่เราเป็นคนก็ต้องมีถูกบ้างผิดบ้าง และสังคมคอยตักเตือนว่าคุณทำถูกไม๊ปรับแก้กันไปตามสถานการณ์ พูดไม่ได้ว่าไม่ได้ก็คือเผด็จการดีๆนี่เอง คนเรามีสมองครับมีความคิดเรื่องถูกผิดดูไม่ยาก ที่ยากคือทำผิดให้ถูก ทำถูกให้ผิด กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์สิ่งเหล่านี้[/quote]
หน้ามืดไปหรือเปล่า เอายาดมไหม