ช่วยกันทำลายอคติเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำในสังคมไทย
เป็นเรื่องดีที่การหาเสียงของพรรคใหญ่อย่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ทำให้เกิดบรรยากาศตื่นตัวและความสนใจของผู้คนที่จะถกเถียงและหาความรู้เกี่ยวกับผลดีและผลเสียของนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องที่ได้รับความสนใจในวงกว้างตอนนี้ คือ การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน ถึงแม้พื้นที่ส่วนใหญ่ของสื่อจะถูกฝ่ายทุนช่วงชิงไป และทำให้เราได้ยินและได้อ่านความคิดเห็นในทางคัดค้านนโยบายนี้เป็นส่วนใหญ่ก็ตาม ในความเป็นจริง เรื่องผลกระทบของการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดวิวาทะในสังคมอุตสาหกรรมมานานแล้ว และก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่ อย่างในสหรัฐอเมริกา ก็มีการถกเถียงเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำตลอดช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ในช่วงปลายปี 2549 เมื่อ ส.ส.จากพรรคเดโมแครตเสนอให้ขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐบาลกลางจาก 5.15 เป็น 7.25 ดอลลาร์ ก็ทำให้เกิดการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับผลกระทบต่อการจ้างงาน แต่ในที่สุด ก็สามารถผลักดันนโยบายนี้สำเร็จ โดยใช้ระยะเวลาเพิ่มค่าจ้างทั้งหมด 2 ปี ตามที่ได้เสนอไว้เป็นลำดับขั้นตอนถึง 3 ช่วง ในวงการเศรษฐศาสตร์เอง การอภิปรายถึงผลกระทบของการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ก็ยังไม่นำไปสู่ข้อสรุปที่แน่ชัดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานลดลงหรือไม่ ถึงแม้นักเศรษฐศาสตร์ในอดีตมักจะปักใจเชื่อว่าการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ จะทำให้เกิดการจ้างงานลดลง เช่น ในช่วงปลายทศวรรษ 1970s หรือทศวรรษ 2510 การสำรวจนักเศรษฐศาสตร์วิชาชีพในวารสาร American Economic Review ชี้ให้เห็นว่านักเศรษฐศาสตร์ร้อยละ 90 เชื่อว่าการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำจะทำให้การว่างงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกับคนงานกลุ่มที่ถูกเรียกว่า \ไร้ฝีมือ\" จะถูกกีดกันออกจากตลาดแรงงาน แต่ในระยะหลัง นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากขึ้นก็พยายามหาข้อพิสูจน์ว่าการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ อาจไม่ได้ทำให้การจ้างงานลดลงเสมอไป ขึ้นอยู่กับบริบท เช่น พื้นที่และอุตสาหกรรม ข้อโต้แย้งของนักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักที่เชื่อว่าการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ จะทำให้เกิดการว่างงานเพิ่มขึ้นนั้น มาจากตรรกะของพวกเขาว่าการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทำให้คนงานไร้ฝีมือมีค่าจ้าง หรือ \"ราคา\" สูงกว่าที่ควรจะเป็น เมื่อเปรียบเทียบกับคนงานที่มีทักษะสูงกว่า จะว่าไปแล้ว นี่เป็นตรรกะที่สะท้อนแนวคิดที่หมกมุ่นกับผลิตภาพการผลิตจนเกินไป และมองคนงานเป็น \"ปัจจัยการผลิต\" แทนที่จะเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตและมีศักดิ์ศรีไม่ต่างจากคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นนายจ้างและมนุษย์เงินเดือนก็ตาม คงจะไม่เป็นการกล่าวเกินจริงเลย ถ้าจะพูดว่านักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักไม่สนับสนุนการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เพราะขัดกับหลักการเรื่องการแข่งขันเสรีที่พวกเขาเชื่อ เมื่อใดก็ตาม ที่มีการเสนอให้ขึ้นค่าจ้าง นักเศรษฐศาสตร์ก็มักจะคัดค้าน โดยอ้างทฤษฎีการกำหนดราคาสินค้าที่ว่า \"ผู้ประกอบการจะจ่ายค่าจ้างไม่มากไปกว่ามูลค่าของงานที่ได้รับจากชั่วโมงทำงานที่เพิ่มขึ้น\" ซึ่งถูกสะท้อนออกมาในรูปค่าจ้างในขณะนั้นอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาให้ลึกซึ้ง ข้อโต้แย้งดังกล่าวนี้ไม่มีความสมเหตุสมผล เนื่องจากระดับค่าจ้างที่ใช้อยู่ในปัจจุบันก็ไม่ได้ถูกกำหนดจากกลไกตลาดอย่างที่อ้าง แต่เป็นผลผลิตของการกำกับของรัฐผ่านกฎหมายจำนวนมาก ในกรณีของประเทศไทย ค่าจ้างที่ใช้อยู่ก็ถูกกำหนดจากคณะกรรมการค่าจ้างกลาง ซึ่งเกิดขึ้นจากกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่ให้อำนาจ รวมถึงอำนาจต่อรองระหว่างฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง การกล่าวว่านโยบายเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งเป็นการตัดสินใจโดยฝ่ายบริหารนั้นเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด จึงเป็น \"คำโกหกที่แนบเนียน\" ของผู้ที่คัดค้านการขึ้นค่าแรงเท่านั้น จะเห็นว่าอคติในเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำนั้นตั้งอยู่บนฐานที่แข็งแกร่งและยากจะทำลายของมายาคติเรื่อง \"กลไกตลาดในฐานะราคาที่เป็นธรรม\" ซึ่งถือเป็นมายาคติที่ฝังรากลึกที่สุดในวิชาเศรษฐศาสตร์ และแพร่หลายจนกลายเป็น \"ความจริง\" ที่คนจำนวนมากแม้กระทั่งนักวิชาการสายก้าวหน้าที่มีแนวโน้มจะสนับสนุนฝ่ายแรงงานก็ยังอ้างถึงโดยไม่ต้องพิสูจน์ ตราบใดก็ตามที่ผู้คนจำนวนมากยังเชื่ออย่างสนิทใจว่าค่าจ้างค่าแรง ซึ่งเป็นผลตอบแทนของการทำงานของคนควรที่จะปล่อยให้ถูกกำหนดจากสิ่งนามธรรมที่เรียกว่า \"กลไกตลาด\" ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมวิวาทะเกี่ยวกับนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในขณะนี้ จึงเต็มไปด้วยข้อโต้แย้งทางเทคนิคที่ไร้มนุษยธรรม ไม่ว่าจะเป็นความกังวลเรื่อง \"ความสามารถในการแข่งขัน\" ของผู้ประกอบการหรือเรื่องเงินเฟ้อของพวกมนุษย์เงินเดือน โดยแทบจะไม่มีใครสนใจประเด็นเรื่องสิทธิทางสังคมและความจำเป็นที่จะต้องสร้างหลักประกันคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานให้กับคนงานเลย ทั้งที่เราทุกคนก็ทราบดี (โดยไม่ต้องมีความรู้เศรษฐศาสตร์แม้แต่น้อย) ว่า ระดับค่าจ้างขั้นต่ำที่เป็นอยู่นั้นไม่สะท้อนระดับค่าครองชีพที่เป็นจริงในชีวิตประจำวันแต่อย่างใด และที่คนงานไทยจำนวนมากมีรายได้พอกระเสือกกระสนไปแต่ละเดือน ก็ด้วยการทำงานล่วงเวลาเพื่อให้ได้รายได้เพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่ง จนทำให้จำนวนชั่วโมงทำงานของคนงานในโรงงานเฉลี่ยต่อวันนั้นอยู่ในระดับที่สูงมากจนน่าตกใจ เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เราปล่อยให้วิวาทะเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ ถูกฝ่ายนายทุนฉกเฉยไปและเบี่ยงเบนประเด็น \"ค่าจ้างที่เป็นธรรม\" ไปเป็นเรื่องความอยู่รอดของธุรกิจและโยนคำถามกลับมายังคนงานอย่างเลือดเย็นว่าจะเลือกงานที่แย่หรือตกงาน สังคมแบบไหนกันที่เสนอทางเลือกลักษณะนี้ให้กับคนทำงานที่ยังได้รับค่าจ้างไม่พอยังชีพ ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ \"มุมมองบ้านสามย่าน\" หน้าทัศนะวิจารณ์ น.ส.พ. กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม 2554"
Comments
-
- ถ้าสิ่งที่เขาเตือนมาแล้วไม่เชื่อ ก็ทำตามความเชื่อของตัวเองไป หากมีปัญหาทีหลังก็รับผิดชอบเองก็แล้วกัน
รัฐบาลมา แล้วก็ไป ที่ผ่านมา รับผิดชอบอะไรบ้าง ก็แค่อยากได้คะแนนเสียงเพื่ออำนาจ
ใครเจ๊งเพราะค่าแรง 300
ใครเจ๊งเพราะค่าแรง 300 บาทต่อวัน
ไม่ต้องกลัว
ผมจะเข้า Take Over เอง
หรือใครกลัวเจ๊ง รีบประกาศ จะเข้าซื้อกิจการทันที
ขอวัดดวงหน่อย
คนไทเป็นทาสมานานเกินไปแล้ว (ว่ะ)
ขอแจ้งมายังผู้ใช้แรงงานทุกท่า
ขอแจ้งมายังผู้ใช้แรงงานทุกท่าน
ถ้าผมเข้า Take Over กิจการใด ผมจะให้ทุกท่านเป็นนายทุน เป็นเถ้าแก่ด้วยกัน
ทุกคนถือหุ้นเท่ากัน
ช่วยกันทำงาน แบ่งผลประโยชน์กันแบบใสสะอาด
ถ้าเจ๊ง ก็เจ๊งไปด้วยกัน
ดูว่า เราจะอยู่รอดกันไหม กับค่าแรง 300 บาทต่อวัน
กินข้าวจานสองจานก็อิ่ม
ตายแล้วเขาก็ใส่โลงเผา เอาเมียน้อยไปด้วยก็ไม่ได้
แม่มจะละโมบไปถึงไหน
ทำบุญกับคนด้วยกัน มันกลัวเจ๊ง
คดีหมั่นไส้... รัฐบาลมาแล้วก็
คดีหมั่นไส้...
รัฐบาลมาแล้วก็ไป
รับผิดชอบอะไรบ้าง
เขาขอร้องกันมาก็ไม่ทำ
ทำตามความเชื่อของตนไป
คนจะตายเท่าไหร่ก็ไม่สนใจ
ขอเพียงให้ตนยังมีอำนาจจัดสรรงบ
มีคนตายแต่ตนมองไม่มีปัญหาอะไร
เลยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร
ก็อยากได้คะแนนเสียงอยู่เหมือนกัน
แต่เขาก็ไม่ยอมเลือกกันมา
คราวที่แล้วเขาก็ไม่ได้เลือกมา
แต่ยังดันทุรังแย่งอำนาจเขามา
นายจ้างฝากบอกมา เอาไปเลยวันละ
[b]นายจ้างฝากบอกมา[/b]
เอาไปเลยวันละร้อยก็พอ
พอไม่พอก็เรื่องของมึง
กูมีให้มึงแค่นี้ มึงจะเอาไหม?
ถ้ามึงไม่เอา กูก็จะจ้างพม่า-ลาว-เขมร มาทำ
แล้วกูก็จะให้เจ้าหน้าที่ทำเป็นไม่เห็น
วันดีคืนดีก็ประกาศลงทะเบียนซะให้รู้แล้วรู้รอด
ถ้าพวกกูไม่ปล่อยแรงงานต่างด้าวทะลักเข้ามา
ป่านนี้กูต้องจ่ายพวกมึงเกินสามร้อยไปแล้ว
นี่เขาเรียกว่า "กลไก" ของตลาดแรงงานมึงรู้ไหม
แล้วกูก็สร้าง "กลไก" ของตลาดขึ้นมาได้มึงรู้หรือเปล่า
มึงสร้าง "กลไก" ตลาดแบบกูได้ไหม?
ธรรมชาติของคนธุรกิจ
ธรรมชาติของคนธุรกิจ กำไรสูงสุดคือเป้าหมาย ยิ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายมากเท่าไหร่ กำไรก็ยิ่งมาก....จึงไม่แปลกใจที่ออกมาต่อต้านโดยไม่คำนึงถึงความเป็นธรรม.....
คอลัมน์พูดแต่เรื่อง
[b]คอลัมน์พูดแต่เรื่อง เพิ่มรายได้
ทำไมไม่พูดเรื่อง ลดค่าครองชีพ บ้าง
เพราะ บางที เพิ่มเป็น 300 แต่ ระดับค่าครองชีพเพิ่มไปรอแล้ว 30% 300 ที่ได้มาจะมีความหมายอะไร
แล้วเรื่องลดค่าครองชีพ เป็นเรื่องที่รัฐบาลทำได้ทันที โดยไม่ต้องไปต่อรองกับ คณะกรรมการค่าแรงไตรภาคี หอการค้า สภาอุตฯ ฯลฯ
ก็แค่สั่งกระทรวงพานิชย์เร่งร้านธงฟ้าให้กว้างขวางทุกชุมชนคนกินเงินเดือน กับ สั่งลดราคาน้ำตาลทันที 5 บาท (อย่าลืมตอนไอ้สุวิทย์มันแอบขึ้นไป 5 บาท : กก. จำได้หรือไม่)
ลดค่าครองชีพ 2 อย่างนี้แล้ว ค่าครองชีพก็ลดลงไปโขอยู่ เผลอๆ ได้ค่าแรงเท่าเดิม ก็ยังอยู่ได้ดีขึ้น
(แอบบอกอีกอัน.- บอกให้นายกฯ คนต่อไปยึด ปตท. กลับคืนมาเป็นรสก. 100% แล้วสั่งให้ลดค่าน้ำมันทุกชนิด 10 บาท ต่อ ลิตร แค่นี้ เมืองไทยก็ยิ่งกว่าแดนสรวง แล้ว! เชื่อปะ) (ฮา)
ปล. การลดน้ำมัน 10 บาท ต่อ ลิตร ก็คือ ให้ ปตท. เลิกกำหนดราคาน้ำมันดิบจากสิงโปร์ซักที ก็เราซื้อจากดูไบ เสือกมาเอาราคาสิงคโปร์เป็นฐานก็เสร็จดิ้ อ้อ! อีกอันให้ไอ้แม้วคายทุกอย่างที่คุม ปตท. ออกมาด้วย แค่นี้เผลอๆ ลดราคาน้ำมันได้เกิน 10 บาทต่อลิตรซะอีก! เชื่อมะ! ไม่เชื่อใช่มะ! ก็งี้แหละ! เขาถึงว่าเสื้อแดง มันโดนจูงจมูก) (ฮา)[/b]
ญาติคนหนึ่งมีประสบการณ์ทำการค
ญาติคนหนึ่งมีประสบการณ์ทำการค้ามาหลายสิบปี เลิกทำไปหลายปี พึ่งกลับมาทำใหม่
ต้องหาตนมาทำงาน ไม่ขอใช้คำว่าลูกจ้าง เพราะ
ไม่จ่ายค่าแรงรายวัน รายเดือน รายปี แต่จ่ายเป็น % จากรายได้
รับงาน 10000 ค่าใช้จ่ายทุน100%
ที่เหลือกำไร เจ้าของ 40 (ช่วงเริ่มลงทุนไปเยอะ)ที่เหลือ คือค่าแรง ไปแบ่งกัน
ทำมากได้มาก
อยากได้มากๆ ไปช่วยกันหางานเข้าร้าน
ทุกคนในร้านเป็นพนักงานขาย ทุกคนในร้านเป็นพนักงานช่วยกันทำ ประเมินผลในกลุ่มกันเอง (มึงทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย _ ระดับฝีมือต้องยกเป็นลูกพี่)
----ยังเปิดได้ไม่นาน ทุกอย่างไปด้วยดี ดีมากๆ....(ต่อไปไม่รู้ขึ้นอยู่กับฝีมือเจ้าภาพ)
***เอามาบอก ว่า ไม่ได้เอาเปรียบแรงงาน***
ชอบบทความนี้ ค่าครองชีพ-เงินเ
ชอบบทความนี้
ค่าครองชีพ-เงินเฟ้ออย่าไปกลัว!
เมืองไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเที่ยวเพราะคาครองชีพจัดว่าต่ำ
นักศึกษาก็มาเที่ยวได้ กรรมกรของเขาก็มาเที่ยวได้
การกลัวค่าแรงเพิ่มและเงินเฟ้อจากค่าแรง เป็นความกลัวที่คับแคบ
หากกรรมกรต่างประเทศบินครึ่งโลกมาเที่ยวเมืองไทยได้ ก็น่าจะแปลว่าค่าแรงของเราต่ำเกินไปมาก ราคาพืชผลก็น่าจะต่ำมากแปลว่าเกษตรถูกกดราคาด้วย? ดูแท็กซี่สิเปิดเสรีตั้งแต่ปี2535ผ่านมา19ปีปรับราคาแค่ครั้งเดียว
[b]ประเทศนี้มันเก่งแต่การกดหัวคนชั้นล่างที่ไม่มีปากมีเสียงน่ะ[/b]
คนที่ส่งเสียงคัดค้านค่าแรงขั้
คนที่ส่งเสียงคัดค้านค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ฟังผมหน่อย
ผมยินดีจ้างคุณให้หุบปาก และไม่ต้องทำงานอะไรตอบแทนผม ในอัตราวันละ 300 บาท
โดยมีข้อแม้ว่า คุณจะใช้จ่ายเงินได้ไม่เกินเดือนละ 9,000 บาท สำหรับการดำรงชีวิตของคุณ
ถามว่าคุณเอาไหม????
ถ้าไม่เอาก็จงหุบปากซะ... สาดดดดดดดดดดดดดแม่งงงงงงงงงงงงงเอี้ยยยยยยยยยยยยยยย
30 บาทรักษาทุกโรค ไม่เคยมีใครคิดทำมาก่อน ทักษินทำ แม่งวาทะกรรมพวกเอี้ยบอกประชานิยม ทั้งๆที่เป็นการมอบโอกาสให้ประชาชนผู้ยากไร้
300 บาทคือค่าแรงขั้นต่ำ ไม่เคยมีใครคิดทำมาก่อน ทักษินคิด เพื่อไทยทำ วาทะกรรมพวกเอี้ยก็บอกประชานิยม ทั้งๆที่เป็นการมอบโอกาสให้ประชาชนผู้ยากไร้
พวกเมิงไม่เคยคิด ไม่เคยทำเพื่อประชาชนจริงๆเลย
นอกจากคิดหลอกลวง ใช้ประชาชนเป็นฐาน เพื่อความสุขสะบายของพวกเมิง
ไร้ซึ่งความจริงใจ และคิดบนพื้นฐานของความเห็นแก่ตัว
เลือกตั้งกี่ที พวกเมิงก็ไม่มีทางชนะดอกสิบอกไห่ ไอ้พวกสาดดดดดดด ถ่วงความเจริญ
ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ต้องถามท่านเหล่านี้ก่อนปล่อยให้ต่างด้าวเข้าเมืองมาทำงานเต็มไปหมดไม่รู้กี่ล้านคนแล้ว เจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องถ้าเอาจริงกับพวกเหล่านี้ผลตามมาอย่าว่าแต่ 300 บาทเลยมากกว่านี้ก็น่าจะเป็นไปได้ นี่ที่เห็นทำไปตรวจแรงงานพวกนี้ก็รับเงินกันมาแล้วก็จ่ายรายเดือนกัน นายจ้างเขารู้ดีว่าต้องจ่ายหัวละเท่าไหร่ อันนี้สังคมรู้ที่ไม่รู้คือคนที่มีหน้าที่โดยตรง แล้วมันเกี่ยวไรกับค่าแรง 300 อย่างมากเลยก็นายจ้างถ้าจ้างคนไทย เต็มค่าแรงเขาก็ไม่จ้างแต่จ้าง พวกต่างด้าวที่ต่ำลงมาพวกนั้นมันมีทางเลือกที่ไหนหนีตายจากประเทศตัวเองมาบ้านเราได้มันก็บอกบุญแล้ว ไปแล้วกลับมามีนายหน้าทำให้จัดรถรับส่งถามอีกว่าทำได้ไง เฮ่อไม่อธิบายแล้วก็บ้านนี้เมืองนี้มันทำกันแบบนี้ไงมันถึงเป็นแบบนี้ จะทำไรทีนายทุนขู่ฟ่อหรือโยนเงินให้หน่อยก็เงียบไม่มีองค์กรตรวจสอบที่เข้มเเข้ง ถึงมีก็เลือกข้าง ประเภทพวกข้าไม่ผิดพวกเอ็งเอาหัววิ่งชนลูกปืนทำให้รัฐเสียงบประมาณซื้อลูกปืนใหม่ ประมาณนี้ ถ้ามันตรงไปตรงมากางตารางทำกันให้ถูกต้องสัก 70% ประเทศไทยไปไกลกว่านี้ ดังที่อาจารย์หม่อมเคยกล่าวไว็"ถนนในประเทศไทยปูด้วยทองคำก็ได้ถ้าไม่คอรัปชั่น" ประเทศไทยสมบูรณ์ทุกอย่าง ยกเว้นอย่างนะที่มันเลวได้ใจจริง ช่วยตอบทีครับคือไร
ความเห็นอันก่อน
ความเห็นอันก่อน พูดได้อีกอย่างหนึ่งว่า
ค่าแรงที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น(และค่าครองชีพที่ต่ำ) นอกจากจะให้นายทุน,ชนชั้นกลาง-ชนชั้นบนๆ กดขี่ขูดรีดแล้ว
ยังให้ต่างชาติกดขี่ขูดรีดในรูปนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายสิบล้านคนในแต่ละปี
ลองนึกถึงเวลาไปเที่ยวเมืองนอกค่าครองชีพสูงดูสิ
คุณจ่ายค่าอาหารธรรมดาเป็นร้อยๆบาท ค่าแท็กซี่หลายร้อย
แล้วนึกถึงประเทศไทยที่เป็นประเทศท่องเที่ยวยอดนิยมประเทศหนึ่ง
นักท่องเที่ยวควรจะจ่ายเงินกินอยู่สำหรับประเทศนี้มากกว่านี้
(และจ่ายมากขึ้นในธุรกิจมุมมืด-หญิงบริการซึ่งเป็นหนึ่งในแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว)
รวมทั้งบรรดาผู้ที่มาใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศเราก็ควรจ่ายเพิ่มขึ้น
อาจประมาณว่า จ่ายเพิ่มขึ้น25-50%
(หญิงบริการ50ดอลล่าร์กลายเป็น62-75ดอลล่าร์ ต้มยำกุ้ง10ดอลลาร์เป็น12-15ดอลล่าร์ ค่าแท็กซี่5ดอลลาร์เป็น6.25-7.5ดอลลาร์ ฯลฯ)
หากค่าครองชีพเพิ่มขึ้นโดยขึ้นค่าแรง-รายได้ ไล่เรียงจากชนชั้นล่างๆขึ้นมา-กระจายให้ทั่วๆ
ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เพราะชนชั้นล่างได้เพิ่มรายได้รองรับไปแล้ว
I Pad
[quote=I Pad][b]คอลัมน์พูดแต่เรื่อง เพิ่มรายได้
ทำไมไม่พูดเรื่อง ลดค่าครองชีพ บ้าง
เพราะ บางที เพิ่มเป็น 300 แต่ ระดับค่าครองชีพเพิ่มไปรอแล้ว 30% 300 ที่ได้มาจะมีความหมายอะไร
แล้วเรื่องลดค่าครองชีพ เป็นเรื่องที่รัฐบาลทำได้ทันที โดยไม่ต้องไปต่อรองกับ คณะกรรมการค่าแรงไตรภาคี หอการค้า สภาอุตฯ ฯลฯ
ก็แค่สั่งกระทรวงพานิชย์เร่งร้านธงฟ้าให้กว้างขวางทุกชุมชนคนกินเงินเดือน กับ สั่งลดราคาน้ำตาลทันที 5 บาท (อย่าลืมตอนไอ้สุวิทย์มันแอบขึ้นไป 5 บาท : กก. จำได้หรือไม่)
ลดค่าครองชีพ 2 อย่างนี้แล้ว ค่าครองชีพก็ลดลงไปโขอยู่ เผลอๆ ได้ค่าแรงเท่าเดิม ก็ยังอยู่ได้ดีขึ้น
(แอบบอกอีกอัน.- บอกให้นายกฯ คนต่อไปยึด ปตท. กลับคืนมาเป็นรสก. 100% แล้วสั่งให้ลดค่าน้ำมันทุกชนิด 10 บาท ต่อ ลิตร แค่นี้ เมืองไทยก็ยิ่งกว่าแดนสรวง แล้ว! เชื่อปะ) (ฮา)
ปล. การลดน้ำมัน 10 บาท ต่อ ลิตร ก็คือ ให้ ปตท. เลิกกำหนดราคาน้ำมันดิบจากสิงโปร์ซักที ก็เราซื้อจากดูไบ เสือกมาเอาราคาสิงคโปร์เป็นฐานก็เสร็จดิ้ อ้อ! อีกอันให้ไอ้แม้วคายทุกอย่างที่คุม ปตท. ออกมาด้วย แค่นี้เผลอๆ ลดราคาน้ำมันได้เกิน 10 บาทต่อลิตรซะอีก! เชื่อมะ! ไม่เชื่อใช่มะ! ก็งี้แหละ! เขาถึงว่าเสื้อแดง มันโดนจูงจมูก) (ฮา)[/b][/quote]
[b]ตอนเลือกตั้งไม่ยักลงเลือกตั้งเสนอนโยบายให้คนเลือก พอตลาดวาย..เขาเลือกตั้งเสร็จไปแล้วเพิ่งงัวเงียตื่นขึ้นมาเสนอนโยบายยึดสนามบิน เอ๊ย ยึดคืน ปตท. คืน..ฮา..ที่กิงก็เคยได้ยินมานานว่าพาลธมารอยากให้ยึดคืน ปตท..เอ้าถ้าแจ่มกิงทะไมเล่นตัว น่าจะลงเลือกตั้งเสนอนโยบายให้ซี้ดซ้าดกันไปเลย..จะเข้าท่ากว่าเอารูปตะกวดสิงสาราสัตว์มาหาเสียงซะอีก.ฮา..
กล้าๆหน่อย.แต่อาจโดนด่ายับทั่วประเทศหนักกว่าเดิมแทนก็ได้นะ จิงมะ(คริ คริ). สื่อสาวกพาลธมารคิดเสนออะไรเพี้ยนๆตลอด..มั่วจนคนมึนหรือมั่วจนเกิน ฮา..อ้างประชาธิปไตยแต่เชียร์ยึดอำนาจมั่งล่ะ(หลอกกันเองมากกว่า) จะไปยึดเขมรมั่งล่ะ ประชาชนสติดีเขาไม่เชื่อ ง่ะ (ก๊ากกก)
..แค่โหวตโนก็หัวโนแพ้ยับเยินยกแก็งค์ แทบเอาปี๊บคลุมหัวกันไม่ทัน..(ก๊ากก)[/b]
300 ...! จะล่วง ค่าแรงงาน
300 ...! จะล่วง
ค่าแรงงาน ปานเอามีด กรีดเลือดแรก
มือกร้านแตก แอกเทียมบา หาใช้หนี้
ถูกเอาเปรียบ เหยียบย่ำ ต่ำสิ้นดี
ถูกกดขี่ ชี่หน้าใช้ ให้จำนน
ทำทุกอย่าง แรกเศษเงิน พอยาไส้
ยามป่วยไข้ อัตคัด ทั้งขัดสน
ค่าครองชีพ ไม่เท่าเทียม กลับความจน
ถึงแหกปาก ป่าวร้องบ่น ใครรับฟัง
ต้องทำงาน เกินวันละ แปดชั่วโมง
อีกค่าแรง ยังถูกโกง หมดความหวัง
ถ้าเรื่องมาก ถูกไร่ออก ยิ่งหมดตังค์
ชีวิตพัง ทางบ้านแย่ ลูกหิวโซ
พรรคเพื่อไทย ให้สามร้อย พลอยมีหวัง
หอการค้า ขึงขัง ฟังโมโห
ให้เห็นใจ นายจ่าง ปาดติโธ่.!
บอกมากโข ที่ได้รับ นั้นพอเพียง
ค่าห้องเช่า ปาเข้า เดือนพันกว่า
ค่ารถลา ยังต้องผ่อน ลูกต้องเลี้ยง
ค่าหยูกยา ถึงคราวซวย ถึงครามเดี้ยง
ก็ไม่มีประชาชน คอยหาเลี้ยง อย่างพวกคุณ
เห็นใจคน จนจน ก่อนดีไหม
ที่ร่ำรวย เพราะรีดไถ เลิกนับหนุน
พวกบาทใหญ่ ใช้ค่าแรง เป็นบุญคุณ
เห็นประชา ชนเป็นฝุ่น เนี๊ยตัวดี
สามร้อยบาท ขนไม่ล่วง หลอกกระหมั่ง
ที่ผ่านมาสูบ เต็มถัง ทั้งกดขี่
เห็นแก่ตัว กันมากไป มันไม่ดี
ประชาชี กินข้าวปา ใช่หญ้าฟาง
konsankao wrote:300 ...!
[quote=konsankao]300 ...! จะล่วง
ค่าแรงงาน ปานเอามีด กรีดเลือดแลก
มือกร้านแตก แอกเทียมบ่า หาใช้หนี้
ถูกเอาเปรียบ เหยียบย่ำ ต่ำสิ้นดี
ถูกกดขี่ ชี่หน้าใช้ ให้จำนน
ทำทุกอย่าง แรกเศษเงิน พอยาไส้
ยามป่วยไข้ อัตคัด ทั้งขัดสน
ค่าครองชีพ ไม่เท่าเทียม กลับความจน
ถึงแหกปาก ป่าวร้องบ่น ใครรับฟัง
ต้องทำงาน เกินวันละ แปดชั่วโมง
อีกค่าแรง ยังถูกโกง หมดความหวัง
ถ้าเรื่องมาก ถูกไล่ออก ยิ่งหมดตังค์
ชีวิตพัง ทางบ้านแย่ ลูกหิวโซ
พรรคเพื่อไทย ให้สามร้อย พลอยมีหวัง
หอการค้า ขึงขัง ฟังโมโห
ให้เห็นใจ นายจ่าง ปาดติโธ่.!
บอกมากโข ที่ได้รับ นั้นพอเพียง
ค่าห้องเช่า ปาเข้าไป เดือนพันกว่า
ค่ารถรา ยังต้องผ่อน ลูกต้องเลี้ยง
ค่าหยูกยา ถึงคราวซวย ถึงคราวเดี้ยง
ก็ไม่มีประชาชน คอยหาเลี้ยง อย่างพวกคุณ
เห็นใจคน จนจน ก่อนดีไหม
ที่ร่ำรวย เพราะรีดไถ เลิกนับหนุน
พวกบาตรใหญ่ ใช้ค่าแรง เป็นบุญคุณ
เห็นประชา ชนเป็นฝุ่น เนี๊ยตัวดี
สามร้อยบาท ขนไม่ร่วง หรอกกระหมั่ง
ที่ผ่านมาสูบ เต็มถัง ทั้งกดขี่
เห็นแก่ตัว กันมากไป มันไม่ดี
ประชาชี กินข้าวปลา ใช่หญ้าฟาง
รัฐบาลอ่อนแอ มาแต่ปางก่อน
รัฐบาลอ่อนแอ มาแต่ปางก่อน เมื่อ พ่อค้าแม่ค้า ซื้อคนได้ ย่อมเอาเงินฟาดหัวเจ้าเมืองได้
เจ้าเมืองบริหารชาติบ้านเมือง ที่โดน พ่อค้าเอาเงินฟาดหัว เอาเครื่องกำนัน ถวายให้ มาแต่ชาติก่อน
ประชาชน จะสู้ต้อง ด้วยตัวเอง ถึงจะได้เป็นเจ้าพ่อ จะงอมืองงอขา ก็จะต้องถูกเอาเปรียบเรื่อยไป
ประชาชนอยู่เพียง แค่ พอ แค่นั้น มากกว่านั้นไม่มีใครให้ ต้องแสวงหา
ไม่มีฮีโร่ ตัวไหน หรอก ดูหลังหน้ากาก ของพวกมัน สิ เหี้ย ชัดๆ
ดู สิ่งที่ มัน มี กับ สิ่งที่ ประชาชน ต้อง ทนรับ สภาพชะตากรรม
ของตัวเอง อยู่ ซ้ำๆ ซาก ๆ เบื่อขี้ปากของ พวกที่ หลงงมงาย เหลือเกิน
... ไม่อยากเห็น ไม่อยากได้ยิน พ่อเมงดี พ่อเมงเก่ง แล้ว เมงมาเป็นลูกจ้างกูทำมัย
ไปของานพ่อเมงทำโน่นไ๊ป๊ ... กูจะให้มึง เท่านี้ มึง ไม่เอาก็ออกไป
อยากได้มากกว่านี้ไปหาเอาที่อื่น ให้พ่อเมงจ่ายให้เถอะ
ไม่มีใคร ต่อล้อต่อเถียงด้วย
ไม่มีใคร ต่อล้อต่อเถียงด้วย เลย เหงานะ จริงๆ
ค่าแรงสามร้อย ประชาชนเรียกร้องผ่านเสียงตัวแทนของเขา นั่นคือความจริง
คุณไม่อยากให้ ก็ไม่ต้องให้ ก็หลบเลี่ยงใช้แรงงานเถื่อนกันไปตามเดิม เถอะ
เสียงประชาชนว่าขึ้นค่าแรง มันมีมานานแล้ว ใครๆก็รู้ แน่ๆ
แต่นี่ เขาเอาไปใช้หาเสียง ก็เพราะเป็นตัวแทนเสียง รู้ใจว่าคนว๊อนอะไร
ืแน่นอนว่า ไม่ง่ายเลย ที่เสียงของประชาชน จนๆ จะ สามารถเป็นผลได้ง่ายๆ
แต่เสียงของพวกเขาดังกว่า ใคร ดังในใจ ดังไปถึงชาติหน้า ดังในจิตใจ จิตสำนึกของมนุษย์ ทุกคน
พวกเขามีเสียงที่ดังกังวาล แต่ไม่มีใครตอบสนองพวกเขาได้ ...
จึงเกิดมีพระเจ้า มาเพื่อ ปลอบใจพวกเขา ให้ขวัญกำลังใจพวกเขา ให้มีความสุข
มีความพอใจในสิ่งที่พวกเขา มี ตั้งแต่กำเนิด นั่นคือ ความรัก ครอบครัว
หรือหากกำพร้า พระเจ้าก็ยังเมตตา ให้ความรัก กับทุกคน ...
ไม่มีใคร ต่อล้อต่อเถียงด้วย
ไม่มีใคร ต่อล้อต่อเถียงด้วย เลย เหงานะ จริงๆ
ค่าแรงสามร้อย ประชาชนเรียกร้องผ่านเสียงตัวแทนของเขา นั่นคือความจริง
คุณไม่อยากให้ ก็ไม่ต้องให้ ก็หลบเลี่ยงใช้แรงงานเถื่อนกันไปตามเดิม เถอะ
เสียงประชาชนว่าขึ้นค่าแรง มันมีมานานแล้ว ใครๆก็รู้ แน่ๆ
แต่นี่ เขาเอาไปใช้หาเสียง ก็เพราะเป็นตัวแทนเสียง รู้ใจว่าคนว๊อนอะไร
ืแน่นอนว่า ไม่ง่ายเลย ที่เสียงของประชาชน จนๆ จะ สามารถเป็นผลได้ง่ายๆ
แต่เสียงของพวกเขาดังกว่า ใคร ดังในใจ ดังไปถึงชาติหน้า ดังในจิตใจ จิตสำนึกของมนุษย์ ทุกคน
พวกเขามีเสียงที่ดังกังวาล แต่ไม่มีใครตอบสนองพวกเขาได้ ...
จึงเกิดมีพระเจ้า มาเพื่อ ปลอบใจพวกเขา ให้ขวัญกำลังใจพวกเขา ให้มีความสุข
มีความพอใจในสิ่งที่พวกเขา มี ตั้งแต่กำเนิด นั่นคือ ความรัก ครอบครัว
หรือหากกำพร้า พระเจ้าก็ยังเมตตา ให้ความรัก กับทุกคน ...
ก็บทความมันบิดเบือน
ก็บทความมันบิดเบือน เอาไว้กล่าวให้ร้ายฝ่ายตรงข้าม แล้วจะคุยจะเถียงไปทำไม
เรื่องค่าแรง ใครบอกไม่ให้ขึ้น ปัญหามันอยู่แค่ที่วิธีการ วิธีปฏิบัติ
อย่างประชาธิปัตย์บอก 25 % ในสองปี เพื่อไทยบอกทันที 300 บาท ทั่วประเทศคือขึ้น 35 % ทันทีเป็นอย่างน้อย
ก็บิดเบือนกันอยู่ได้ ให้ร้ายกันอยู่ได้ ว่าอีกฝ่ายไม่ให้ขึ้น แถมยังเอาไปปลุกระดมทางการเมือง หาว่าถูกเอาเปรียบอีก อ้างว่า 10 ปีนี้แทบไม่มีการขึ้นค่าจ้าง ลองหันไปดูพฤติกรรมของรัฐบาลทักษิณและพรรคพวก บ้างกินเวลาประมาณ 6 ปี อีก 4 ปีเป็นพวกอำมาตย์(ที่คุณว่า) ไปดูเลยว่าใครขึ้นค่าแรงมากกว่ากัน
เรื่องค่าแรง ถ้าไม่คุยเรื่องผลกระทบกับวิธีการจัดการ ก็คงไม่ค่อยมีใครคุยแล้วละ ยกเว้นพวกคุณเอง จะเอาไว้ไปปลุกระดมผิดๆ หาว่าพวกนั้นพวกนี้ขวางทางปืน
ใครที่มันกลัวเงินเฟ้อ
ใครที่มันกลัวเงินเฟ้อ กลัวของขึ้นราคา กลัวค่าครองชีพจะสูง กลัวพวกนายจ้างมันจะเจ๊ง โรงงานปิด โรงงานย้ายไปประเทศอื้นๆๆที่ข้าแรงถูกกว่า กูก็ขอสาธุนะ กูเป็นพ่อค้า กูได้กำไรวันละ600-1000บาท/วันอยู่แล้ว พวกกรรมกรอย่างพวกมึงไม่มั้นใจในฝีมือแรงงานของตัวเองเลยนี้หว่า โรงงานไหนมันจะย้ายไปที่อื่นก็ชั่งหัวมัน มันจะเจ๊งก็ชั่งแม่งมัน จะปิดกิจการก็ชั่งเหี้ยมัน เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของเรามันเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะบริหารกิจการอย่างไรจึงจะทำให้เกิดความเป็นธรรมทั้งนายจ้างและลูกจ้างไม่ใช่นายจ้างได้กำไรเมือแบ่งหุ้นส่วนต่างแต่ล่ะคนเฉลี่ยปีล่ะเป็น10ๆๆๆล้าน แต่คนทำงานแต่ละเดือน5000-6500บาท/เดือน ปีละประมาณ60,000-70,000บาท แต่รายจ่ายต่อเดือน7,000กว่าบาทปีล่ะ80,000-90,000บาท/ปีนั้นแสดงว่าพวกมึงแต่ละปีขึ้นบัญชีแดงเลยนะเนี้ย ใช่ชีวิตติดลบ กลับไปทำไร่ ทำนาดีกว่าถ้าจะใช่ชีวิตแบ่บนี้พวกทาสก็ยังเป็นทาสไปจนตายๆๆๆๆๆ
ประเทศไทยเมือเทียบกับประเทศอื
ประเทศไทยเมือเทียบกับประเทศอื่นๆๆค่าครองชีพมันไม่สูงมากมายอะไรหลอก แต่คนมันไม่มีเงินมากพอที่จะดำรงชีพอย่างมีความสุข มีมากพอที่จะเก็บไว้ใช่ยามจำเป็น แต่อีกพวกหนึ่งมันมีเหลือแดก แทมแดกแต่ของแพงๆๆอีกต่างหาก ผู้ใช้แรงงานเขาเรียกร้องถูกต้องแล้ว ส่วนพวกกรรมกรพวกไหนที่มันไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ก็ชั่งเหี้ยมันก็มันควายเรียกพี่นี้ครับ โง่ไม่รักษาสิทธิที่พวกมันควรได้555ๆๆๆๆ
รู้สึกว่า
รู้สึกว่า แม่เป็นพวกอำมาตย์
รับเงินบำนาญ
แม่ไม่ค่อยใช้เงิน รู้จักค่าของเงิน เก็บหอมรอมริบ
แต่..แม่บอกว่า เห็นด้วย ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เถอะ
จริงรึแม่ .. จริงสิ ..
คงเพราะ ข้าวของแพง ..
1.เห็นด้วยและเชื่อมั่นว่ารัฐบ
1.เห็นด้วยและเชื่อมั่นว่ารัฐบาลทำได้และคิดถูกต้องทียกระดับค่าครองชีพ300บาทและอื่นๆตามที่ประกาศไว้
2.นโยบายคิดใหม่ทำใหม่มีวิสัยทัศที่มองอนาคตกว้างไกลเป็นการพัฒนาที่ถูกตัองและสอดคล้องต้องทำควบคู่กันไป
3.นายทุนรู้จักปรับตัวให้ลอดรายใหนอยู่ไม่ได้แสดงถึงทำธุระกิจอย่างไร้ประสืธภาพให้ไปศึกษาเรียนดูผู้ที่อยูได้เขาทำอย่างไร
4,คุณภาพชีวิตคนส่วนใหญ่ดีขึ้นเศรฐกิจประเทศดีตามการปริหารจัดการทีดีเป็นคำตอบของความอยู่รอด
5.พัฒนาอำนาจตลาดข้าวของประเทศผู้ผลิดให้ได้อย่างโอเปคและให้สำพันธ์กับราคาน้ำมันตลาดโลก
6.ฟังเสียงประชาชนระดับล่างซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ให้จงดี เสียงจากนายทุนหน้าฟังแต่เป็นเหตุผลเพื่อประโยชน์ของ
กลุ่มตนเท่านั้นเอง
ผมว่านโยบายนี้ดีมากครับ
ผมว่านโยบายนี้ดีมากครับ แต่ผมมองในแง่ของผู้ประกอบการนะครับไม่ใช่ผู้ใช้แรงงาน เพราะตัวผมก็อยู่ในตำแหน่งระดับหนึ่งในองค์กร
ที่ผมชอบก็ไม่ใช่เพราะจะช่วยยกระดับชีวิตอะไรหรอกครับ แต่เพราะผมเบื่อที่จะปากเปียกปากแฉะกับลูกน้อง พนักงาน จะบอกฝ่ายบริหารให้แก้ไขอะไร ก็ได้บอกแค่ว่าลงทุนไม่คุ้ม เพิ่มประสิทธิภาพคนงานโดยเอาอุปกรณ์ช่วยไม่คุ้ม ค่าแรงเราถูกกว่าฝาหรั่งมังค่า ใช้แรงงานไปดีกว่า เอาไว้ค่าแรงเราครึ่งนึงของเขาก่อนแล้วค่อยคิด เมื่อฟังไปเยอะๆ เราก็เริ่มเบื่อ เริ่มเซ็ง ประสิทธิภาพคนงานก็ค่อยๆ ตกลงไปเรื่อยๆ ก็อย่างว่า งานมีเยอะ คนตกงานมีน้อย คนเลือกงานได้มากขึ้น เราไม่ได้ประกอบรถยนต์ ไม่ได้ขายจิวเวลลี่ จะจ่ายค่าแรงเท่าพวกนั้นก็คงไม่ไหว พวกคนงานหัวกะทิก็หนีไปหมด (ขืนให้ค่าจ้างสวัสดิการเท่ากับ โตโยต้า ฮอนด้า อีซูซุ เบนซ์ หรือบริษัทผลิตเพชรพลอยข้ามชาติ หรือจ่ายแข็งกับ โลตัส บิ๊กซี เซ็นทรัล ก็มีหวังขาดทุนแน่นอน เพราะตอนนี้ก็ปริ่มๆ ละ)
แต่ถ้าค่าแรงขึ้นไปเรื่อยจนการลงทุนในอุปกรณ์เสริมเริ่มคุ้มค่า การไม่ต้องจ้างคนเพิ่มใครออกก็ช่าง ผมคงจะสบายขึ้นเยอะ แทนที่จะต้องไปยืนปากเปียกปากแฉะ ไปเฝ้าคนงานอย่าทำเจ๊งเยอะนัก หรือไปยืนให้คนยืนเถียงฉอด ฉอด ฉอด ไม่ฟังเราเลย ผมคงจะสามารถเอาเวลาไปจัดการพัฒนาอย่างอื่นได้อีกมาก หรือไม่ก็เอาเวลาไปพักผ่อนกับครอบครัวได้
ผมเห็นด้วยกับ พท. ครับ... จะให้ดี เพิ่มมากกว่านี้ก็ได้นะ เพราะ 300 บาทมันยังก้ำกึ่งว่าคุ้มหรือไม่คุ้มกับลงทุนเครื่องจักรประสิทธิภาพใหม่ใช้คนน้อยลง
มองทะลุ
[quote=มองทะลุ]ชอบบทความนี้
ค่าครองชีพ-เงินเฟ้ออย่าไปกลัว!
เมืองไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเที่ยวเพราะคาครองชีพจัดว่าต่ำ
นักศึกษาก็มาเที่ยวได้ กรรมกรของเขาก็มาเที่ยวได้
การกลัวค่าแรงเพิ่มและเงินเฟ้อจากค่าแรง เป็นความกลัวที่คับแคบ
หากกรรมกรต่างประเทศบินครึ่งโลกมาเที่ยวเมืองไทยได้ ก็น่าจะแปลว่าค่าแรงของเราต่ำเกินไปมาก ราคาพืชผลก็น่าจะต่ำมากแปลว่าเกษตรถูกกดราคาด้วย? ดูแท็กซี่สิเปิดเสรีตั้งแต่ปี2535ผ่านมา19ปีปรับราคาแค่ครั้งเดียว
[b]ประเทศนี้มันเก่งแต่การกดหัวคนชั้นล่างที่ไม่มีปากมีเสียงน่ะ[/b][/quote]
ใช่ เมืองไทยสวยงามแต่ค่าครองชีพต่ำ ฝรั่งจึงมาเที่ยวในราคาถูก ที่จริงเราควรดูดเงินมากกว่านี้
เมืองไทยอุดมสมบูรณ์ ผลิตอะไรๆได้เยอะ จึงส่งออกในราคาต่ำๆ อ้างว่าเพื่อตีตลาดโลก นี่ก็กดค่าแรง
คนไทยระดับล่างใช้แรงงาน แต่กลับไม่มีปัญญาซื้อของดีๆบริโภค เขาส่งออกเกือบหมด มากกว่า 60% GDP
ถ้าเพิ่มค่าแรงให้ พวกเขาจะได้บริโภคแทนชาวโลก เที่ยวแทนฝรั่ง เพิ่มคุณภาพชีวิตและอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีบ้าง
งน่าเศร้าที่เราปล่อยให้วิวาทะ
งน่าเศร้าที่เราปล่อยให้วิวาทะเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ ถูกฝ่ายนายทุนฉกเฉยไปและเบี่ยงเบนประเด็น "ค่าจ้างที่เป็นธรรม" ไปเป็นเรื่องความอยู่รอดของธุรกิจและโยนคำถามกลับมายังคนงานอย่างเลือดเย็นว่าจะเลือกงานที่แย่หรือตกงาน สังคมแบบไหนกันที่เสนอทางเลือกลักษณะนี้ให้กับคนทำงานที่ยังได้รับค่าจ้างไม่พอยังชีพ....ชอบบทความนี้ครั้งเพราะสังคมไทยบุคปัจุปันต้องเป็นสังคมแห่งการเปิดกว้างไม่ใช่เชื่อจมปลักอยุ๋แบบเสียเปรียบนายทุนไม่ลองไม่รุ็ครับคนที่มาขัดขวางก็เพราะเสียผลประโยชน์