กวีประชาไท: ข้าพเจ้าต้องการงานเฉลิมฉลองของประชาชน!

ข้าพเจ้าต้องการงานเฉลิมฉลอง
ของพวกเราเหล่าพลเมือง
บรรณาการแด่เสรีภาพ ความเท่าเทียม
หาใช่การเซ่นสังเวยแด่เทพดาและผีห่าตนใด

ข้าพเจ้าปรารถนา รอยยิ้ม เริงรื่น เบิกบาน
เยี่ยงนกป่าเสรีที่โผบินไปในจินตนาการ
มิใช่เพียงประจักษ์พยานประดับฉาก
แห่งนาฎรัฐมหานครอันยิ่งใหญ่

ข้าพเจ้าฝันถึงรุ่งอรุณ
แห่งการเปลี่ยนแปลงจิตสำนึกใหม่
อหังการ์ของความเป็นคน
มิใช่เป็นฝุ่นใต้ฝ่าตีนใคร

ข้าพเจ้าต้องการงานเฉลิมฉลอง
ของพวกเรา- มนุษย์ผู้มีเสรีและเจตจำนง
มีรัก โลภ โกรธ หลง โง่งม อย่างแสนสามัญ
มิต้องการใบประกาศยืนยัน “คุณความดี”
ที่มิมีใครเสมอเหมือน

มากไปหรือเพื่อนผู้ร่วมโลกทั้งหลาย
หากชีวิตหนึ่งของเราเกิดขึ้นมา
จะยืนหยัดทะนงด้วยฝ่าตีนตนเอง
มากไปหรือเพื่อน
หากชีวิตหนึ่งเกิดมา
จะเรียกร้องแสวงหาเสรีภาพความเท่าเทียมของความเป็นคน

เพื่อนเอ๋ย ....
หากเธอเห็นว่าการเปล่งเสียงเรียกร้องนี้แสนธรรมดา
ฉัน เธอ พวกเราจงลุกขึ้นมา
ยืนยันว่าเรา “คนเหมือนกัน”
เมื่อนั่น เราจะร่วมดื่มอย่างหรรษา
ภายใต้ท้องฟ้าครามไร้หมู่เมฆทะมึน.
 

Comments

ตั้งใจว่าจะใส่ชื่อกลุ่ม

ตั้งใจว่าจะใส่ชื่อกลุ่ม "กวีตีนแดง" ไปด้วย แต่ตอนส่งบทกวีลืมใส่ชื่อกลุ่มแนบไปด้วย

ต้องขออภัยประชาไทด้วยครับ ถ้าปรับได้ช่วยใส่เป็นบันทึกให้ด้วยก็ขอบพระคุณยิ่งครับ

"วิกิลีกส์"เผยความจริงอีกด้าน

"วิกิลีกส์"เผยความจริงอีกด้านของพธม.ในเหตุการณ์ 7 ตุลา
เอกสารรายงานอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐบ

เมื่อไม่นานมานี้ วิกิลีกส์ได้เผยแพร่
เอกสารรายงานของนายอีริค จี. จอห์น อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ว่า
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2551 หนึ่งเดือนหลังเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551
นายจอห์นรายงานถึงการสนทนากับสมาชิกตระกูลมหาเศรษฐีของไทยคนหนึ่ง
ที่มีเส้นสายกว้างขวาง
ซึ่งวิกิลีกส์ลบชื่อออก (ใช้ชื่อ สมมุติว่า นาย ก.) มีการสนทนากันหลายเรื่อง
และในตอนหนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551
โดยระบุถึงการวางแผนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

"นาย ก.เชื่อว่าพันธมิตรยังวางแผนจะให้เกิดการนองเลือดระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่
จนทำให้ทหารออกมายึดอำนาจ นาย ก.เสริมคำพูดของเขาด้วยข้อมูลที่ว่า
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม เขาร่วมทานอาหารเย็นกับผู้นำพันธมิตรคนหนึ่ง
ซึ่งผู้นำพันธมิตรคนนั้นบอกเขาว่าพันธมิตรเตรียมยั่วยุให้รัฐใช้ความรุนแรง
ในระหว่างการประท้วงหน้ารัฐสภาในวันรุ่งขึ้น คือ
7 ตุลาคม ผู้นำพันธมิตรคนนั้นได้คาดการณ์ว่า
ทหารจะออกมายึดอำนาจในคืนวันที่ 7 ตุลาคม นาย ก.ยังยืนยันว่า
แม้จนขณะที่พูดกันอยู่ พันธมิตรยังหวังจะสร้างสถานการณ์ปะทะขึ้นใหม่
เพื่อให้คนตายอีกสักกว่า 20 ศพ อันจะทำให้การที่ทหารออกมายึดอำนาจสมเหตุผล"

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1293178053&grpid=00&catid=&subcatid=

เพื่อนผู้ใฝ่ฝันถึงวันอันเสรีเ

เพื่อนผู้ใฝ่ฝันถึงวันอันเสรีเอ๋ย.....ชีวิตคนชีวิตนึงน่ะแสนสั้นนัก....โลกเพียงกระพริบตาเราก็ไม่รู้ไปอยู่หนไหนแล้ว.....จะมัวใยฝันถึงสี่งที่เลื่อนลอยอยู่ทำไม......เราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเสรีชน...ย้ำ...ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเสรีชน.....หรือประกาศศักดาแห่งความเป็นคนอะไรทั้งนั้น.......แค่โลกหยุดให้อากาศแก่เราเพียงหนึ่งนาที.....วิญญาณเราก็ล่อยลอยออกจากร่างแล้ว.......แค่โลกขยับตัวหรือทำให้น้ำในมหาสมุทรสั่นไหว......จิตจำนงเสรีของเราก็กระเด็นอกจากร่างแล้วเช่นกัน..... เราก็แค่ส่วนนึงของลมหายใจแห่งจักวาล......ก็เท่านั้น....คุณกวีประชาไท

ปิงตามมาราวี

ปิงตามมาราวี และมาขำตาเฒ่าแช่ม
Homo erectus เขียนได้วิเศษมาก

อีริค มันก็แดงอยู่แล้ว

อีริค มันก็แดงอยู่แล้ว เมียอีริคมันก็สนิทกับพจมาน แล้วสมาชิกตระกูลมหาเศรษฐี มันก็พวกทักษิณทั้งนั้น จะเอาสาระความเป็นจริงอะไรกับมัน คนที่ทำงานอยู่อยู่สถานทูตสหรัฐเขารู้ตื้นลึกหนาบางกันดี เขาต่างก็เกลียดไอ้อีริคมันเหลือเกิน ดีที่มันหมดวาระไปซะได้ คนที่อยู่ที่สถาทูตเขาสาปแช่งส่งมันทั้งนั้น อ้อ....อ่านข่าวอันนี้แล้ว ก็จับโกหกได้อีก ตอนวันที่6ตค. แกนนำพธม.ทุกคนไม่สามารถออกมาจากทำเนียบได้ ถ้าออกมาข้างนอกก็โดนจับในข้อหากบฏทันที ซึ่งลุงจำลองก็ถูกจับไปแล้วก่อนหน้าไม่กี่วัน แล้วไอ้อีริคมันไปคุยกับแกนนำคนไหนวะ แดงคุยกันเอง สรุปกันเองมาหลอกกันเอง แล้วก็เชื่อกันเอง อย่างนี้ซิจึงเรียกว่าแดงแต้ๆ เห้อ......ซะไม่มีอะ

เหตุที่ถูกด่าหยามเหยียดเกลียด

เหตุที่ถูกด่าหยามเหยียดเกลียดชังไปทั่วโลก
ก็แบบ pn นี่แหละ น่าสมเพช ป่านนี้ยังไม่รู้ตัว

หลงตัว
แทนที่จะถ่อมใจ

ยกตนเกินเหตุ
แทนที่จะอ่อนน้อมต่อมวลชน

ดูหมิ่นผู้อื่น
แทนที่จะยอมรับเขา
ฯลฯ

บทกวีนี้

บทกวีนี้ เหมาะที่จะใส่ทำนองเพลงเลยครับ คุณ H.e.

แช่ม

[quote=แช่ม]โธ...ไอ้หอกหัก...
โลกเขาไปถึงไหนแล้ว
มัวพร่ำพรรณาอยู่ได้...[/quote]

โลกเขาไปถึงไหนแล้ว แต่เรายังสดุดีเมฆฝน...กราบ

เราเชื่อกันว่าถ้าเราไม่กราบเมฆฝนแล้วฝนจะไม่ยอมตกลงมา
เมฆฝนจะปิดบังท้องฟ้าให้มืดมิดมืดมัวไปนานแสนนาน

namping

[quote=namping]เหตุที่ถูกด่าหยามเหยียดเกลียดชังไปทั่วโลก
ก็แบบ pn นี่แหละ น่าสมเพช ป่านนี้ยังไม่รู้ตัว

หลงตัว
แทนที่จะถ่อมใจ

ยกตนเกินเหตุ
แทนที่จะอ่อนน้อมต่อมวลชน

ดูหมิ่นผู้อื่น
แทนที่จะยอมรับเขา
ฯลฯ[/quote]

ใครเหยียดหยามใคร ใครจะยอมรับใคร ใครจะทำตัวให้คนอื่นนับถือ ไม่ใช่เกิดจากการบังคับให้คนอื่นเขาต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เกิดจากการกระทำของตนเอง ขนาดนั้นแล้วขนาดองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ยังไม่สามารถทำให้คนยอมรับได้ทั้งหมด แล้วจะมาเอาอะไรกับคนธรรมดาๆที่รักชาติศาสน์กษัตริย์อย่างผม ไม่ต้องห่วงผมหรอก ห่วงตัวเองเถอะนะ namping

มหาประชาชนจักเฉลิมฉลองสังคมให

มหาประชาชนจักเฉลิมฉลองสังคมใหม่ที่ึงามมีความเป็ธรรมได้ พึงขยายแนวร่วมให้กว้างใหญ่ไไพศาล รู้จัก แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง มิใช่ใครที่รักความถูกต้องเป็นธรรม วิพากษ์วิจารณ์ก็ใจแคบ เห็นเป็นศัตรูไปหมด เราต้องพึงรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างแต่ก็ต้องมีจุดยืนอันหยัดมั่นเพื่อสร้างสรรค์ความเป็ธรรมความเป็นไทให้กับแผ่นดิน..ในการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมต้องมียุทธศาสตร์ ยุทธวิธีในการเคลื่อนไหว เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาฯ ๒๕๑๖ และพฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕ เป็นตัวอย่างที่ดี ที่ประชาชนได้ชัยในระดับหนึ่งได้ เพราะมีแนวร่วมอันกว้างใหญ่ไพศาลทั่วประเทศทั่วทุกภาคเกือบทุกจังหวัด ...๑๔ตุลาฯ ๑๖ ประชาชนนักเรียนนิสิตนักศึกษาและผู้รักธรรมรักไทร่วมพลังกันสู้กะเผด็จการฟัสซิตม์ทหาร ถนอม - ประภาส - ณรงค์ และมีความขัดแย้จึงสามารถขับไล่เผด็จการขณะนั้นในหมู่ทหารด้วยเช่นขัดแย้งกับ พลเอก กฤษณ์ สีวะรา และพวกอภิสิทธิ์ชน(ไม่ต้องบอกก็ได้ว่าเป็นพวกไหน?) จึงสามารถขับไล่หัวโจกเผด็จการออกไปนอกประเทศได้ แต่ต่อมามันก็กลับมาโดยพวกอภิสิทธิชนเปิดไฟเขียวให้เมือ่รู้ว่าขบวนการประชาชนกำลังเติบโตทั้งในเมือง ในป่า และต่างประเทศ พวกเขากลัวทฤษฏีโดมิโน่ที่ ลาว เขมร เวียดนาม เขมรที่ปลดปล่อยประเทศได้แล้ว พวกเขากลัวจะไม่มีที่ซุกหัวนอนเพราะเป็นอภิสิทธิ์ชนและกดขี่เอารัดเอาเปรียบประชาชนอย่างแยบยลโดยการใช้นโยบายประชาสงเคราะห์ ไม่ได้แก้ไขปัญหารากเหง้าของประชาชนดอก มีทางเดียวเท่านั้นประชาชนคนรากเหง้าคนไพร่ราบต้องรู้เท่าทันเผด็จการอภิสิทธิ์ชนทุกสายพันธุ์และช่วยกัยแก้ไขปัญาหาที่กดทับกดขี่มานานแสนนานด้วยตัวเอง(ส่วนใครที่คิดว่าในสังคมนี้ไม่มีการกดขี่ขูดรีดเอารัดเอาเปรียบก็เป็นเรื่องของเขา โลกก็ร้อนธรรมชาติชีวิตรากเหง้าของชุมชนก็ทุกทำลายโดยระบบอภิมหาบริโภคทุนนิยมสามานย์สุดโต่ง และโดยพวกอภิสิทธิ์ชน นายทุนสามานย์ทั้งหลาย ภาวะภัยพิบัติทั่วโลกมันเกิดจากพวกเผด็จการทุกสายพันธุ์ทั้งนั้นแล้วลูก หลาน เหลน โหลน หลีด ลี้เราจะอยู่ได้ยังงัย?(แม้กระทั่งตัวเราเองก็เถอะ) เมื่อมันนับถือวัตถุเงินตราดุจพระเจ้า...ข้าพระพุทธเจ้าผู้น้อยเคยพูดมาแล้วจนขี้เกียจพูด ไปอ่านทวนหลังใน blogazine ประชาไทเอาเองเถิด การที่จะนับถือใครข้าฯว่าเราต้องดูมองลึก ให้ถึง ธา ตุแ ท้ ของเขา มิใช่มองเพียง ปรากฏกาณ์ที่เขาแสดงออกต่อสาธารณชน ต่อสังคม ฯลฯ พวกใส่สุทร ผูกไทม์ในสภา หรือพวกนายทุนที่เอาเปรียบ(นายทุนที่ดีก็มี แต่มีน้อยมาก) พวกคุณหญิงขคุณนาย และพวกตีนไม่ติดดิน ตลอดจนพวกอภิสิทธิ์ชนพวกเอาแต่อยู่บนหอคอยงาช้างฯลฯ เอาแต่เอาของไปแจก ให้ประชาชนคิดว่าตะะเองมีบุณคุณกับประชาชนคนยากคนจน คนไพร่ราบเหลือหลาย เดินทางไปบริจาคแจกข้าวของ ปัดธ่อ มันก็คือการทำประชาสงเคราะนั่นเอง

... เคยได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งสมัยหลังเหตุการณ์ลุกขึ้นสู้ ๑๔ ตุลาฯ ๑๖ เขาเขียนถึงพวกอภิสิทธิชน( น้องหนูอภิสิทธิื์์ เวชชาชีวะ อย่าเต้นแร้งเต้นกาเน้อ์อ้ายคนล้านนา มิได้หมายถึงเธอฝ่ายเดียว) ที่บอกทำนองว่า...

... ฉันจะขี่นั่งบนคอ หลัง ไหล่ ของเธอ ประชาชน ตลอดไป แต่ฉันจะพยายามทำตัวให้เบาที่สุด เพื่อเธอจะได้ไม่ต้องแบกรับน้ำหนักฉันมากเกินไป ... ดู ดู๋ เซ่ "ดู่ ดู ดู ดู ทำไมถึงทำกับฉันได้ "(บทเพลงของน้า จ๊อบ ทูดู... คนเพลงนักดนตรีแห่งดินแดนด้ามขวานด่านใต้) นี่หละคือความมหากรุณาอันยิ่งใหญ่ของพวกอภิสิทธิ์ชน ! มีทางเดียวเท่านั้นคือต้องสลัด คอ หลังบ่าไหล่ให้เขาไปนอนแอ้งแม้ง เราจึงจะปลดแอกที่ขี่คอรัดคอประชาชนเราได้ ... -ขอเพียงพี่น้องปประชาชนพึงมียุทธสาสตร์ยุทธวิธีในการต่อสู้ให้ชัดเจน รู้เขารู้เรา รู้จักวิเคราะห์สังคม ไม่ใช่ไร้เดียงสาว่ามันจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ตามอัตตาของตัวเอง มิเช่นนั้ก็เอวัง อย่าไปคิดว่า มวลชนมาเรือนแสนแล้วจะชนะได้ ประเภทม้วนเดียวจอด ในเมื่ออำนาจรัฐอยู่ทีชนชั้นปกครอง ต้องรู้จักรุก และรู้จักถอยด้วย ถอยเพือตั้งหลัก ขยายแนวร่วมให้การศึกษาแก่มวลชน ไม่ใช่เพียงฮึกห้าวเหิมหาญเมื่อเห็ประชาชนมาเป็นเรือนร่วมแสน แล้วคิดว่าจะชนะ และการต่อสู้กะอำนาจรัฐอธรรม ที่ติดอาวุธตั้งแต่หัวถึงตีน แค่กระชับพื้นที่ โอบล้อมก็เสร็๗แล้ว อย่าไร้เดียงสาในการต่อสู้เคลื่อนไหวทางการเมือง(พูดแบบนี้อย่าโกรธกัน ใครวิพากษ์วิจารณ์ก็ด่วนไปตัดสินว่าเขาเป็นศัตรู) และการต่อสู้ในเมืองต้องต่อสู้ชุมนุมด้วยอหิงสาไม่ใช้ความรุนแรง ต้องยอมรับด้วยว่ามีฮาร์ดที่ใช้ความรุนแรง โกรธและเผาลุย และโดยเฉพาะแกนนำต้องพูดต่อหน้ามวลชนผู้ชุมนุมด้วยความจริง(ความจริงก็มีอยู่ที่พูด แต่อย่าใส่ไข่ พูดตลกได้ กลุ่มสีสมมุติไหนเขาก็พูดกัน ถ้าใส่ไข่จะไร้ความเชื่อถือต่อสาธารณชน ... สำหรับข้าพระพุทธเจ้าเองนั้นไม่มีสีดอกมีแต่สีแห่งความรักและความเป็นธรรมเพื่อรากเหง้าธรรมชาติวิถีชีวิตของชุมชน สังคม ประชาชนฯลฯ พูดแลกเปลี่ยนมามากแล้ว วิพากษณ์วิจารณ์ด้วยความหวังดี การที่จะเฉลิมฉลองชัยชนะของประชาชนมันต้องใช้เวลา ...ปักหลัก จัดตั้ง สั่งสม พลัง รอคอยโอกาส ... หวัดดีเจ้าทุกๆท่านและอ้าย Homo

pn หมิ่น ละเมิดมาตรา112

pn หมิ่น ละเมิดมาตรา112 ชัวร์ป๊าด
ด้วยการเอ่ยอ้างพระนามฯมากดขี่ข่มคนอื่น

เป็นการเอ่ยอ้างเพื่อตนเอง
อ้างข่มคนอื่นด้วยผยองพองขน

ที่ถูกดูหมิ่นไปทั่วโลกวันนี้
ก็เพราะคนอย่างpn นี่เอง

เมืองไทยอยู่รอดมาได้อย่างยาวน

เมืองไทยอยู่รอดมาได้อย่างยาวนาน.....ก็ด้วยผู้นำที่มีใจเสียสละเท่านั้น.....ผู้นำที่ไม่เสียสละก็อยู่ได้ไม่นานนักหรอก....ถ้าไม่มีอดีตที่กล้าหาญและเสียสละ...เชื่อเหลือเกินว่าท่านที่พูดที่เขียนๆ กันอยู่ในนี้...อาจจะไม่ใช่พูดในฐานะคนไทย....บางท่านอาจพูดในฐานะชาวไทยใหญ่ที่กำลังต่อสู้เพื่ออิสรภาพจากรัฐพม่า.....บางท่านอาจพูดในฐานะชาวกะเหรี่ยงหรือมอญที่กำลังต่อสู้กับพม่าเช่นกัน......บางท่านอาจพูดในฐานะชนส่วนน้อยในสังคมของมาเลย์....บางท่านอาจพูดในฐานะชาวลาวซ้าย.....หรือลาวขวาก็สุดแล้วแต่......บางท่านอาจพูดในฐานะชาวกัมพูชาที่ผ่านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มาอย่างโชกโชน.....บางท่านอาจพูดในฐานะชาวเวียดนามใต้ก็เป็นได้....มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะได้พูดในฐานะไทยที่แท้จริง......การเสียสละต่างหากคือเป้าหมายหนึ่งของการวิวัฒและเติบโตทางปัญญาของจิต.....

สุพัฒน์

[quote=สุพัฒน์]เพื่อนผู้ใฝ่ฝันถึงวันอันเสรีเอ๋ย.....ชีวิตคนชีวิตนึงน่ะแสนสั้นนัก....โลกเพียงกระพริบตาเราก็ไม่รู้ไปอยู่หนไหนแล้ว.....จะมัวใยฝันถึงสี่งที่เลื่อนลอยอยู่ทำไม......เราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเสรีชน...ย้ำ...ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเสรีชน.....หรือประกาศศักดาแห่งความเป็นคนอะไรทั้งนั้น.......แค่โลกหยุดให้อากาศแก่เราเพียงหนึ่งนาที.....วิญญาณเราก็ล่อยลอยออกจากร่างแล้ว.......แค่โลกขยับตัวหรือทำให้น้ำในมหาสมุทรสั่นไหว......จิตจำนงเสรีของเราก็กระเด็นอกจากร่างแล้วเช่นกัน..... เราก็แค่ส่วนนึงของลมหายใจแห่งจักวาล......ก็เท่านั้น....คุณกวีประชาไท[/quote]
เพื่อนเอ้ยเพื่อนผู้ปลงโลก ช่างแสนโศกยิ่งกว่าแน่ว่าชีวิตนั้นแสนสั้น แต่ชีวิตจะไม่พึงมีคุณค่ามั้งล่ะหรือ

ถ้าชีวิตพึงมีค่าเพียงกายดำรง หินก็คงแสนค่ามากกว่าคน

pn

pn เป็นมาตรฐานพวกไร้ความสามารถ แพ้ใครก็อ้าง"...." ข่มเขาให้กลัวลนลาน
เถียงใครด้วยสติปัญญาและข้อมูลไม่เป็น ไม่ยอมรับเหตุผลอ้างแต่อำนาจโบราณ

คนพวกนี้ชอบติดตราหราเต็มหน้าอกแม้จะเดินงกๆๆเงิ่น ๆ ยังสั่งฆ่าคนได้อีก
กลัวแต่คนไม่กลัว แม้ตนเองสังขารร่วงโรยจนต้องใส่ผ้าอ้อมแล้วก็ตาม ฮา ๆ

เป็นคนติดอารมณ์+ควมรู้สึกศักดินา หยิ่งยะโส ยกตนเหนือผู้อื่นโดยคิดเอาเอง
คิดเอาเองว่าคนอื่นต้องด้อยกว่าตนเพราะปมด้อยไร้ความสามารถของตัวเองไง

คนสังคมประชาธิปไตย เขาไม่ต้องอ้างใครมาข่มคนอื่น เขาสง่างามในความจริง
ภาคภูมิในความเป็นมนุษย์ของตน ไม่หลอกลวงตนเอง คือคุณค่าความเป็นมนุษย์

ไท wrote:สุพัฒน์

[quote=ไท][quote=สุพัฒน์]เพื่อนผู้ใฝ่ฝันถึงวันอันเสรีเอ๋ย.....ชีวิตคนชีวิตนึงน่ะแสนสั้นนัก....โลกเพียงกระพริบตาเราก็ไม่รู้ไปอยู่หนไหนแล้ว.....จะมัวใยฝันถึงสี่งที่เลื่อนลอยอยู่ทำไม......เราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเสรีชน...ย้ำ...ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเสรีชน.....หรือประกาศศักดาแห่งความเป็นคนอะไรทั้งนั้น.......แค่โลกหยุดให้อากาศแก่เราเพียงหนึ่งนาที.....วิญญาณเราก็ล่อยลอยออกจากร่างแล้ว.......แค่โลกขยับตัวหรือทำให้น้ำในมหาสมุทรสั่นไหว......จิตจำนงเสรีของเราก็กระเด็นอกจากร่างแล้วเช่นกัน..... เราก็แค่ส่วนนึงของลมหายใจแห่งจักวาล......ก็เท่านั้น....คุณกวีประชาไท[/quote]
เพื่อนเอ้ยเพื่อนผู้ปลงโลก ช่างแสนโศกยิ่งกว่าแน่ว่าชีวิตนั้นแสนสั้น แต่ชีวิตจะไม่พึงมีคุณค่ามั้งล่ะหรือ

ถ้าชีวิตพึงมีค่าเพียงกายดำรง หินก็คงแสนค่ามากกว่าคน[/quote]

ใช่แล้วครับหินมีค่ามากกว่าชีวิตคนมากนัก....ร่างกายคนเราก็เพียงเศษ ๆ ของ ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่ประกอบกันเพียงชั่วขณะนึง.....แล้วก็สลายแยกตัวไป.....ร่างกายมีค่าเพราะมีจิตดำรง....ปราศจากจิต....มันก็เป็นอะไรไม่รู้....จิตมีค่าเพราะการวิวัฒของปัญญา....ถ้าจิตวิบัติค่าของจิตก็ติดลบ....ก็เวียนตายเวียนเกิด.....เวียนโกรธโลภหลง....เวียนเจ็บปวดคลั่งแค้นแน่นในอก....เวียนตามหาความยุติธรรมความเป็นคนที่แท้.....เวียนอะไรต่อมิอะไร.....มันก็เพื่อให้จิตได้เรียนรู้และวิวัฒไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหลุดออกจากกระแสแห่งการเวียนนี้....ก็เท่านั้น