คำ ผกา: การเมืองไทยหลังรัฐบาลอภิสิทธิ์

หมายเหตุ เนื้อหาของบทความปรับปรุงจากการอภิปรายในหัวข้อ ทำนายการเมืองไทยหลังรัฐบาลอภิสิทธิ์ 1 ด้วยลีลาแสบๆ คันๆ จากนักเขียนสาว “คำ ผกา” เธอทำนายว่า จากนี้ไปไทยจะเจริญๆ ยิ่งขึ้นทางด้านศาสนาและจิตวิญญาณ ส่วนด้านเศรษฐกิจนั้นเล่าก็จะก้าวหน้าแบบไทยๆ ชนิดไม่ต้องสนใจโลก

คลิปวีดิโอ อัพโหลดโดย fujikoSNL

ทางด้านเศรษฐกิจ 

มั่นใจว่าหลังรัฐบาลอภิสิทธิ์ยังเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์อยู่เช่นเดิม เศรษฐกิจไทยภายใต้การนำของรัฐบาลอภิสิทธิ์ จะยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจแบบไทย โดยโน้มนำให้คนไทยเชื่อว่า เราไม่จำเป็นต้องพัฒนาเศรษฐกิจให้เหมือนกันประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทย คนไทย ไม่ควรไม่อิจฉาตาร้อนตื่นตูมเรื่องลาวมี 3G ลาวจะมีรถไฟหัวกระสุน เขมรจะสร้างสนามบิน คุณภาพการศึกษาของเวียดนามดีกว่าไทย หรืออื่นๆ เพราะนั่นเป็นการพัฒนาแบบเห็นผิดเป็นชอบ เป็นลัทธิบูชาเงิน บูชาวัตถุ บูชาความเจริญก้าวหน้าแต่เพียงภายนอก แต่ละทิ้งแก่นแกนทางจิตวิญญาณ ประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลาย ถึงวันนี้รู้สึกผิดกันมาก บอกว่า ไม่น่าพัฒนาประเทศมาแนวทางนี้เลย รู้อย่างนี้ขุดรูอยู่ถ้ำ สุข สงบ ไม่หนัก ไม่เหนื่อย ไม่เครียด มีชุมชนเข้มแข็งดีกว่า 

ดังนั้นประเทศไทยไม่ควรเดินตามรอบประเทศโลกที่ 1 ที่ใช้กิเลสและความโลภเป็นตัวกระตุ้นการพัฒนา เราต้องให้ความสำคัญกับความสุขมวลรวมของประชาชาติมากกว่าตัวเลขจีดีพี 

เมื่อคนไทยได้เชื่อเช่นนี้แล้วว่าเราย่อม “พัฒนา” และ “เจริญก้าวหน้า” ในแบบของเราและไม่จำเป็นต้องเหมือนใครในโลก  เรา ก็จะสามารถทนอยู่อย่างอดๆอยากๆได้ เราจะไม่บ่นหากรัฐไม่สามารถจัดการบริการสาธารณูปโภคให้แก่เราได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ไม่มีรถเมล์ รถไฟ เราต้องเรียนรู้ที่จะเดินเท้า เดินไปด้วยภาวนาไปด้วยก็ได้ประโยชน์สองเด้งคือได้ออกกำลังกายและบริหารจิต ให้เข้มแข็งไปในตัว หากบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตของประเทศเราเชื่องช้าหรือล่มไปบ่อยๆ ก็โปรดเข้าใจว่านั่นเป็นโอกาสที่เราจะละความสนใจจากจอคอมพิวเตอร์ไปใช้เวลา กับสมาชิกในครอบครัว หยอกล้อกับพ่อ แม่ ลูก อย่างอบอุ่น เมื่อความรักในครอบคัวเกิด พวกเราก็หันมาขอบคุณรัฐบาลที่ไม่ยอมพัฒนาคุณภาพสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ดีกว่า นี้ ถ้าไฟฟ้าในประเทศเราดับบ่อยๆ ขอให้รู้ว่านั่นเป็นโอกาสอันดีที่รัฐบาลอยากให้ประชาชนหันมาเงยหน้ามองขึ้น ไปบนท้องฟ้า เพื่อได้มองดูดวงดาว ดวงจันทร์ที่สว่างเรืองรองในยามที่เราไม่มีไฟฟ้าใช้เท่านั้น พวกเราคนไทยอยู่กับสงไฟอันแข็งกระด้างของไฟฟ้ามามากแล้ว ก็รู้จักอ่อนน้อม ฟังเสียงความเงียบจากความมืดบ้างก็จะดี  

ทางด้านวัฒนธรรม 

เรามีแนวโน้มที่จะเป็นรัฐที่ให้ความสำคัญกับศาสนา จริยธรรม ศีลธรรมมากขึ้น ดูจาก

  • ห้ามใส่เหล้าลงไปในกระเช้า
  • กำหนดเวลาซื้อขายเหล้า
  • งบประมาณที่ทุ่มเทไปกับการกำกับพฤติกรรมส่วนตัวของปชช. จะเพิ่มสูงขึ้น ดูจากโฆษณาของสสส. ทางสื่อต่างๆ
  • สถานีโทรทัศน์อย่างไทยพีบีเอส จะรับลูก ผลิตรายการทีวีที่ให้ความสำคัญกับชีวิต “ทางเลือก”  ปราชญ์ ชาวบ้าน ความเข้มแข็งของชนบท มีการพูดถึงประชาธิปไตยทางตรง หรือประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือมากขึ้น ในทางอุดมการณ์ และเฝ้าโจมตีประชาประธิปไตยระบบตัวแทนอย่างต่อเนื่อง
  • เราจะการเซ็นเซอร์หนังที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม เพราะฝ่ายรัฐมีอำนาจในการผูกขากการตัดสิน ผิดชอบชั่วดีให้กับปชช.ไปแล้ว เช่น แม้เราจะมีการจัดเรทหนังตามอายุ แต่เราก็ยังอุตส่าห์มีแรท “ห” คือ เรท ห้ามฉาย นั่นแปลว่า แม้อาจารย์ชาญวิทย์จะอายุเกิดหกสิบปี อาจารย์อย่าคิดว่ามีสิทธิ์ดูหนังทุกเรื่อง เพราะด่านสุดท้ายคือ  “ห” หรือ ห้ามฉาย นั่นแปลว่า ไม่ว่าคุณจะแก่แค่ไหน รัฐก็ยังไม่เชื่อว่าคุณมีวิจารณญาณในการดูหนังเรื่องนี้ ดิฉันขอเสนอให้กระทรวงวัฒนธรรม ยกเลิกการจัดเรทหนังตามอายุ แต่แบ่งไปเลยว่า มีเรท ห เรท ค เรท ต สามเรทถือเป็นเรทห้ามฉายทั้งหมด เรทที่จะได้รับการสนับสนุนมีเรท ป. หรือเรทประวัติศาสตร์ (คลั่งชาติ) เรท ส คือ เรทที่ได้ทุนจาก สสส. เรท อ. คือเรท อบอุ่น ตามด้วยเรท พ คือ เรทที่ส่งเสริม เศรษฐกิจพอเพียง
  • เรื่อง “สื่อ” การปฏิรูปสื่อของเรา จะเต็มไปด้วยคำสวยหรู เช่น สื่อต้องเป็นกลาง สื่อต้องเป็นอิสระ ต้องมียุทธศาสตร์ สื่อต้องรู้เท่าทัน  แต่ ไม่ว่ายุทธศาสตร์การปฏิรูปสื่อจะเป็นอย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพียงยุทธศาสตร์ และกลุ่มปฏิรูปสื่อก็จะหากินกับงบประมาณการหายุทธศาสตร์ปฏิรูปกันได้อีกนาน มาก ตราบเท่าที่เราจะไม่มีการูดถึงการใช้อำนาจทั้งในที่มืดและที่สว่างในการ ปิดปากคนไม่ให้พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด ปิดปากสื่อมิให้เสนอข่าวที่ไม่ควรเป็นข่าว  

ทุก วันนี้ไทย และคนที่อยู่ในสื่อจำนวนมาก ตื่นนอนขึ้นมาด้วยความคิดที่ว่า วันนี้เราควรจะพูดอะไร และไม่ควรจะพุดอะไร การใคร่ครวญ เซ็นเซอร์ตัวเองได้เข้าไปอยู่ในในระดับจิตสำนึกเรียบร้อยแล้วคาดว่าในอีกไม่ นานปี สันดานอันนี้จะค่อยตกผลึกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอหลักของคนไทยที่ส่ง ทอดต่อให้ลูก หลาน เหลน ในอนาคตได้  ด้วยเสรีภาพของสื่อที่เรามีอยู่นี้ มันจะทำให้ประเทศไทยดูเป็นประเทศที่ “โอเค” มีความสุข ไม่มีปัญหา นิตยสารผู้หญิงยังนำเสนอคอลเล็กชั่นล่าสุดจาก มิลาน ปารีส โตเกียวได้ตามปกติ อันเป็นข้อพิสูจน์ว่า สื่อบ้านเรามีเสรีภาพไร้ขีดจำกัด และไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วงเลย 

การเมือง

การเมืองบ้านเราจะมั่นคง มีเสถียรภาพ ตราบเท่าที่สองมิติที่กล่าวไปข้างต้นเป็นไปอย่างเรียบร้อย คนไทยจะเป็นคนที่ว่านอนสอนง่าย  ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดูหนังโป๊ ไม่ดูหนังที่มีเลิฟซีน ไม่ดูหนังกะเทย ใครอยากเป็นกะเทยก็ต้องเป็นกะเทยไทยที่ดี คือ กตัญญูเป็นกุลกะเทย รักษาพรมจรรย์ ไม่แร่ด ไม่ร่าน รู้จักหมอบคลาน รำไทย ให้เป็นกะเทยแบบนี้จะได้รับอนุญาตให้มีชีวิตอยู่ได้ดีตามสมควร  แต่ถ้าคุณเป็นกะเทยที่ทำหนังให้เห็นกะเทยเอาผู้ชาย หนังคุณจะถูกแบน  นอกจากนี้คนไทยจะเป็นคนที่มีความสุขอย่างสมถะ ทำงานเหนื่อยแต่ไม่หนัก เพราะใจเบา โปร่ง ไม่กระหาย ไม่โลภ พอใจในสิ่งที่เรามีเราเป็น รถไฟบ้านเราขี้ ฉี่ ลงดินเหมือนร้อยปีที่แล้ว เราก็พอใจ เพราะเรามุ่งเน้นความเจริญทางจิตวิญญาณมากกว่าทางวัตถุ นอกจากนั้นคนไทยจะสนองนโยบายของรัฐด้วยการสร้างครอบครัวอบอุ่น วันๆยิ้มให้กัน  ชวนกันไปทำบุญ ไปวัด  ไม่ใช่ไปม็อบให้ถูกยิงตาย 

พ่อแม่คนไทย วันๆจะหมกมุ่นอยู่กับขับรถรับส่งลูก ไปโรงเรียนไปเรียนพิเศษ ไปทำกิจกรรมล้านเจ็ด รถจะติดมาก เพื่อให้เราหมดเวลาไปการอยู่บนถนน จะได้ไม่มีเวลามานั่งคิดเรื่องการเมือง หรือตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล หรือตั้งคำถามในชีวิต ทำงานเหนื่อยแล้ว กลับบ้านเราจะดูข่าวที่เสพง่ายๆ สั้นๆ ไม่ซับซ้อน  จากนั้นก็ดูละครหล่อหลอมดวงวิญญาณ อ่านทวิตเตอร์จากพระชื่อดังเพื่อให้ได้มีสติก่อนนอน แล้วตื่นขึ้นมามีชีวิตในวันใหม่ ด้วยทวิตเตอร์ของพระรูปเดิม ที่ชี้ทางพบสุขอย่างง่ายๆแค่ชั่วต้มมาม่าสามนาทีแก่คนไทย

ชีวิตคนไทยจะมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เราจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจ น้ำท่วม เราก็แก้ปัญหาด้วยการบริจาค  ภัยหนาวก็แก้กันด้วยการแจกผ้าห่ม  ปัญหาขายข้าวไม่ได้ราคาหรือน้ำท่วม ฝนแล้ว รัฐก็แค่จ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกร เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แก้ง่าย แก้เร็ว  ไม่ ต้องไปพัฒนาองค์ความรู้หรือคิดว่าทำอย่างไรน้ำจะไม่ท่วม ฝนจะไม่แล้ง หรือจะให้ชาวนาไทยเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการเกษตรอย่างไรเพื่อลดต้นทุนในการ ผลิต และให้การผลิตมีประสิทธิผลมากขึ้น อันนั้นไม่ทำ ยากไป แจกเงินดีกว่า ง่ายกว่า จากนั้นเราจะชินกับการมีภัยพิบัติทุกฤดู ทั้งภัยหนาว ภัยแล้ง ภัยน้ำท่วม โดยไม่ต้องตั้งคำถามว่า ประเทศอื่นที่หนาวกว่าเรา ร้อนกว่าเรา ฝนตากมากกว่าจึงไม่มีภัยสามฤดูเหมือนกับเรา เพราะเราชินเสียแล้วว่า เทศกาลแจกผ้าห่มหรือการนั่งฮ. ช่วยเหลือน้ำท่วมนั้นเป็น festival  ประจำฤดูกาลที่มีการถ่ายทอดสดด้วย 

แนวโน้มการแก้ปัญหาในชีวิตของคนไทย  เป็นไปในลักษณะที่เข้าหามิติทางจิตวิญญาณมากขึ้น นับเป็นนิมิตหมายอันดี สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจแบบไทยๆ นั่นคือ คนไทยจะหันมาแก้กรรมกันมากขึ้น เมื่อชีวิตมีปัญหา ผู้นำทางจิตวิญญาณที่มีทักษะในการดูกรรม แก้กรรม แสกนกรรม จะทรงอิทธิพลมากขึ้นแทนที่นักการเมือง เพราะต่อไปนี้ปัญหาในชีวิตของเราจะไม่เกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ ระดับมหภาค ทีดีอาร์ไอจะค่อยๆลดบทบาทลงตามลำดับ เพราะคนไทยเข้าใจแล้วว่ารากเหง้าของปัญหาในชีวิตมักมาจากกรมตั้งแต่ชาติที่ แล้ว เช่น ผู้หญิงคนหนึ่งมีกรรมเก่าหนักมากเนื่องจากเป็นคนเปิดประตูให้พม่าเข้าเมือง ชาตินี้เธอจึงโดนผู้ชายหลอกครั้งแล้วครั้งเลา แม่ชีแนะนำให้เธอแก้กรรมด้วยการติดมู่ลี่หอยที่หน้าประตู เพื่อที่หอยจะเป็นฝ่ายตั้งรับแทน หอยของเจ้าตัว อย่างนี้เป็นต้น ดังนั้นปัญหาที่ผู้หญิงโดนหลอกมิใช่เรื่อง เจนเดอร์ หรือความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างหญิง ชาย  แต่เป็นเรื่องการเปิดประตูให้พม่าเข้ามามาตั้งแต่ชาติที่แล้ว 

ทางออกที่ลุ่มลึกกว่าการแก้กรรมของผู้ไม่งมงาย หากมีปัญหาในชีวิตก็ไปแสวงหาพระอาจารย์ในการไปวิปัสสนา ปล่อยวางเสีย นักการเมืองเลว ก็ช่างเขา เราทำดี เราไม่เลว เท่านี้เราก็จะช่วยประเทศชาติบ้านเมืองได้มากมาย 

ศาสนายังเป็นที่ล้างบาป คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการ ใจโหดหิน รุกที่ป่า หากสามารถสร้างภาพพจน์ว่าเป็นผู้นั่งสมาธิ ถือศีล  ทำทาน ภาวนา เป็นประจำ ก็มีภาพพจน์ที่ดี ไม่ว่าทำเลวแค่ไหน นักร้อง ดารา ถ้ามีข่าวฉาวก็ไปบวชพระ บวชชีสักพัก ก็จะเอาชนะใจมหาชนได้ดังเดิม 

เมื่อเป็นเช่นนี้ดิฉันขอฟันธงว่าอนาคตของประเทศไทยจะสดใสเรืองรอง ประชาชนจะมีแต่ความสุข แม้อดอยากทางกายแต่ใจก็สงบ ชีวิตของพวกเราจะเรียบง่าย ลงตามลำดับ พวกเราจะค่อยๆละกิเลส ความอยากได้ใคร่มี เริ่มปลง และเลิกเปรียบเทียบประเทศเรากับประเทศอื่นๆ เพราะเราพอใจในสิ่งที่เราเป็น  หนักเข้าเราอาจจะเลิก เรียนภาษาต่างประเทศเพราะเราไม่อยากรับรู้ว่าประเทศอื่นพูดถึงประเทศเราว่า อย่างไร เพราะประเทศเหล่านั้นไม่ได้เกิดเป็นคนไทยมันไม่รู้หรอกว่า ความสุขของเราอยู่ที่ไหน  คนต่างชาติชอบเอามาตรฐานของตัวเองมาวัดแล้วประณามว่าเราเป็นรัฐทหารบ้าง ไม่เป็นปชต. บ้าง  ช่างคนเหล่านั้นเถิด เรายืนยันและภูมิใจในเอกลักษณ์ของเราที่ไม่เหมือนใครแค่นี้ก็เกินพอ 

สุดท้ายดิชั้นของเรียกร้องให้พวกเราที่อ่าน เขียนภาษาอังกฤษได้ ร่วมกันช่วยปกป้องชื่อเสียงของประเทศไทยด้วยการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษส่งไป ยังสื่อต่างๆทั่วโลกเพื่อชี้แจงจุดยืนในการพัฒนาประเทศของเราให้ชาวโลกได้ รับรู้ ช่วยกันเผยแพร่คุณงามความดีแบบไทยให้คนต่างชาติตระหนัก ร่วมกันประณามการบิดเบือนข่างสารของประเทศไทยโดยสื่อต่างประทศที่ถูกทักษิณ ล้างสมอง  เรียกร้องให้โลกทั้งใบเคารพในวิถีทางการเมืองการปกครองแบบไทยๆที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนใครในโลกนี้ด้วย

Comments

Quote: ไม่ควรไม่อิจฉาตาร้อนตื

[quote]
ไม่ควรไม่อิจฉาตาร้อนตื่นตูมเรื่อง[b]ลาวมีสามี[/b] สาวจะมีรถไฟหัวกระสุน
[/quote]

สงสัยถอดความมาผิด
น่าจะเป็น "ลาวมี3G" มากกว่านะครับ

Supporting her article to

Supporting her article to criticize that Thailand is the best place on earth that is different from others. This country is a highly standard politic in democracy system that you has never seen as other countries; therefore, please comes to visit our country we will show you all what happens in the dark side in this country.

เสียดสีได้มันส์จริงๆ

เสียดสีได้มันส์จริงๆ แต่ชักจะไม่ค่อยสร้างสรรค์ เพราะคุณแขกไม่ได้ทำนาย แต่กำลังพูดถึงปัจจุบันต่างหาก!

....ถ้าเต็ม 10 ก็ได้ 10

....ถ้าเต็ม 10 ก็ได้ 10 ถ้าเต็มร้อย เอาไปเกินร้อย เลยครับ..

โดน ค่ะ โคน

โดน ค่ะ โคน ...งานนี้โดนกันทั่วถ้วนหน้า หัดโดนกันซะบ้างนิ
นี่คุณแขกแค่รวบรวมสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ในบ้านนี้เมืองนี้เท่านั้นแหละ
ไม่ได้สะหนงเสนอ รึแต่งเติมอะไรให้แปลกใหม่กว่าที่เป็นอยู่เลยนะ
ก้อต้องหัดยอมรับความจริงกันบ้างนะ ชาวสยามเมืองยิ้มทั้งหลาย
ว่าแล้ว ก็ยิ้มมมมมมม กันเข้าไว้ ยิ้มสวยซะอย่าง
อีกหน่อยคงได้ลงกินเนสบุ๊กส์ว่ายิ้มมมมมมมมม สวยที่สุดในโลก
เอ้า...ยิ้มมมมมมมมมมมมมม

เผ็ดร้อน......

เผ็ดร้อน...... ถึงวิญญานอำมาตยา
555555555

เขียนเอามันส์

เขียนเอามันส์ ได้ทั้งมันได้ทั้งเผือก .....การนั่งสมาธิ สร้างภาพเป็นผู้ทรงศีล ทำให้หลุดพ้นคดีบุรุกป่าสงวน ถึงแม้จะถูกถีบหัวส่งตกจากเขา..... จำใจสั่งรื้อบ้าน รื้อทรัพย์สิน ออกจากป่า คืนทรัพย์ให้แผ่นดิน ....แต่ก็รอดคุกรอดตาราง นี่แหละข้อดีของการถือศีล ถึงมันจะเป็นพวกฉ้อราษฏ์บังหลวง จัดอยู่ในพวกกังฉิน .....ศีลช่วยได้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นโจรหรือสุจริตชนที่ปฏิบัต

ใช่เลย ในเมื่อลำบากจะแก้

ใช่เลย ในเมื่อลำบากจะแก้ ก็ยกให้มันเป็นแค่ทีวีเครื่องหนึ่งก็แล้วกัน
จะเอาอะไรนักหนากับรายการที่เขาจัดให้ดู .. ปิดเสียก็หมดรำคาญ.!

หมามุ่ย wrote:ใช่เลย

[quote=หมามุ่ย]ใช่เลย ในเมื่อลำบากจะแก้ ก็ยกให้มันเป็นแค่ทีวีเครื่องหนึ่งก็แล้วกัน
จะเอาอะไรนักหนากับรายการที่เขาจัดให้ดู .. ปิดเสียก็หมดรำคาญ.![/quote]

ผมไม่ปิดทีวีตอนนั้นนะ...เพียงแต่ว่ามันเป็นเวลาอาบน้ำของผมแค่นั้นเอง

ด้านศีลธรรม สนับสนุนให้ไทยแลน

ด้านศีลธรรม
สนับสนุนให้ไทยแลนด์เป็นแดนฟรีเซ็กส์
ผู้หญิงที่นอนกับผู้ชาย 3 คนในวันเดียวจะได้รับการยกย่อง
สามารถชูคอได้ในสังคมด้วยความภาคภูมิใจ

อีกครั้งของคุณคำ ผกา

อีกครั้งของคุณคำ ผกา โดนใจมากๆ แต่มีอาการหวั่นใจว่า คนบางคนอาจจะเห็นดีเห็นงามไปด้วยจริงๆ ไม่ get หรอกว่าเฮ้ยนี่เค้าแดกดันนะเว้ย อาจจะหลับตา ยิ้มน้อยๆ พยักหน้าช้าๆ อือ ช่ายเลย กูอยากได้ ปชต อย่างนี้แหละ ไทย ไทย unique เป็นเด็กดีกันทั้งชาติ ตั้งแต่เกิดจนตาย แดนสุขาวดี น่ะ คนไทยทั้งน้าน hang out กันที่นั่นเพรียบเลย

เศรษฐศาสตร์แดนสุขาวดี เราถูกพ

[b]เศรษฐศาสตร์แดนสุขาวดี[/b]

เราถูกพร่ำสอน เราถูกทำให้วาดฝัน
ฝันถึงสรวงสวรรค์ ฝันถึงแดนสุขาวดี
ทิพย์พิมานสถานอันสวยงามตระการตา
ไม่มีทุกข์ร้อน ไม่ต้องดิ้นรน มีแต่สุขสบาย
ไม่มีเจ็บไม่มีป่วย ไม่มีหิวโหย มีแต่อิ่มทิพย์ ฯลฯ

บางครั้งผมสงสัยว่าใครหนอเป็นผู้สร้างทิพย์พิมาน
ใครกันนะไปประมูลสร้างทิพย์พิมานสถานเหล่านั้น
ใครกันนะเป็นคนออกแบบทิพย์พืมานสถานเหล่านั้น
แล้วถ้าเราไม่อยากได้รูปทรงอย่างนั้นเราต้องทำอย่างไร
เขาสร้างด้วยอะไรกัน ใครเป็นเจ้าของกิจการผลิตวัสดุบนสวรรค์นี่คงรวยน่าดู

บางทีเราอยากกินอะไรอร่อยๆ แต่ถ้าเรายังอิ่มอยู่มันก็คงกินไม่อร่อย
กิจการภัตตาคารร้านอาหารบนสวรรค์มันคงเปิดไม่ได้แน่เลย
ใครๆก็อิ่มทิพย์กันหมด เคเอฟซี แมคโดนัลด์ ฯลฯ คงเจ๊งกันระนาว

ใครเป็นดีไซเนอร์ออกแบบเสื้อผ้าที่สวมใส่
นางฟ้าใส่ชุดว่ายน้ำได้ไหม นางฟ้าถ่ายนู้ดได้หรือเปล่า
(ก็เสียดายความสวยของนางฟ้านะครับ)
แล้วเครื่องประดับเอามาจากไหนกันมากมาย

เขาอาจบอกว่าทุกสิ่งเขาเนรมิตมันขึ้นมาได้
แล้วเขาเอาอะไรเป็นวัตถุดิยในการเนรมิต
ใครเป็นคนเนรมิตให้ แล้วจะเนรมิตไปนานสักแค่ไหน

เศรษฐศาสตร์บนแดนสุขาวดีคงไม่มีความหมาย
เมื่อทุกคนได้ทุกคนมี แล้วจะเรียนเรื่องการจัดสรรทรัพยากรกันไปทำไม

แต่เอ๊ะ...แดนสุขาวดีนี่แนวคิดมันช่างคล้ายมาร์กซิสต์นะนั่น

แต่ผมอ่านแล้วเครียดว่ะ

แต่ผมอ่านแล้วเครียดว่ะ ............................ ถ้าประเทศไทยเป็นอย่างงั้นล่ะก็ มันเกาหลีเหนือ(เผด็จการ)+พม่า(รัฐทหาร)+ทิเบต(งมงาย)+ภูฐาน(ปิดตัวจากโลก) เลยนะครับ

hey, khun kam ph'ka, i think

hey, khun kam ph'ka,

i think i am familiar with the philosophy implied from the above article. you have included the word "por-piang' there. well, thailand, if we can, will be the first "utopia" ever on earth.

congratulations krub!

""however, i do agree with friend above (khun มาช้าแต่มาแล้ว) "แต่ผมอ่านแล้วเครียดว่ะ ............................ ถ้าประเทศไทยเป็นอย่างงั้นล่ะก็ มันเกาหลีเหนือ(เผด็จการ)+พม่า(รัฐทหาร)+ทิเบต(งมงาย)+ภูฐาน(ปิดตัวจากโลก) เลยนะครับ". dear khun มาช้าแต่มาแล้ว, we already are. what more can we want?

อ๊ะ.. คุณ คำ ผกา

อ๊ะ.. คุณ คำ ผกา อาจได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ์จากท่านผู้นำนะ ในฐานะที่มองเห็นเจตนารมณ์ดีของคณะบริหารได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ไอ้ที่บ่นๆด่าๆน่ะกันน่ะ ทำไม๊มันถึงมองไม่เห็นว่าพวกเราทำงานหนักแค่ไหนเพื่อให้สังคมไทย เป็นสังคมที่ดี มีคุณธรรม (ha ha) จริยธรรม (ha ha) มีความเสมอภาค (ha ha) เพราะฉะนั้น เลิกพูด เลิกบ่น เลิกสงสัยเสียที เชื่อฟังอย่าง good citizen ซะ ประเทศชาติจะได้เดินไปในแนวทางที่พวกเราวาดไว้ให้เดิน เข้าใจ๋....ฮืึ่ม

งานกร่อย

[quote=งานกร่อย]ด้านศีลธรรม
สนับสนุนให้ไทยแลนด์เป็นแดนฟรีเซ็กส์
ผู้หญิงที่นอนกับผู้ชาย 3 คนในวันเดียวจะได้รับการยกย่อง
สามารถชูคอได้ในสังคมด้วยความภาคภูมิใจ[/quote]

มีคนได้เยอะกว่านี้ แหกอะหล่างฉ่างกว่านี้
แล้วยังชูคอได้สูงงงง... กว่านี้อีกนะเธอว์

ถ้าให้เทียบกับคนนั้นจริงๆ ยัยคำผกากลายเป็นแม่ชีไปเลยค่ะ คริคริคริ

ทั้งหมดที่คำผกาเขียนมา

ทั้งหมดที่คำผกาเขียนมา เป็นต้นทุนที่สังคมไทยจะต้องจ่าย ให้กับการมีอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ แล้วประเทศนี้จะเหลือเงินอีกสักเท่าใด ที่พอจะจ่ายค่าใช้จ่ายอันแสนแพงนี้ สุดท้ายก็ต้องเป็นหนี้กู้มาจ่าย อนิจจาประเทศไทย

ผมอ่านแล้วเฉยๆนะครับ

ผมอ่านแล้วเฉยๆนะครับ บอกตรงๆว่าสังคมจะมีคนเขียนแบบนี้เยอะเพื่อแสดงอัตตา

ขอแถมต่อจากคุณคำ ผกา ว่า

ขอแถมต่อจากคุณคำ ผกา ว่า อนาคตเมืองไทยนอกจากสามด้านคือ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ที่คุณคำ ผกา บอกไว้แล้ว ก็ยังมีด้านการศึกษา ที่ในยุคอภิสิทธิ์เป็นนายกสมัยหน้าจะต้องเป็นคือ ได้รับแจกเงินที่บอกว่าเรียนฟรีแต่ไม่มีคุณภาพไปเต็มๆ เพราะเรียนฟรีของอภิสิทธิ์ คือชุดนักเรียนคุณภาพต่ำ 1ชุด/คน/ปี ไม่มีชุดกีฬา ชุดเนตนารี ชุดฯลฯ หนังสือเรียนที่ต้องใช้ต่อจากรุ่นที่แล้วในสภาพเยินอย่างแรงและห้ามขีดเขียนใดๆ แต่พ่อแม่กลับต้องจ่ายค่าชีท ค่าห้องคอมฯ ค่าบำรุงห้องสมุด ค่าบำรุงสระน้ำ ค่าบำรุงโรงยิม ฯลฯ ปีหนึ่งหลายพันบาท นี่มันเรียนฟรีจริงๆนะพ่อแม่พี่น้อง
มิหนำซ้ำผลการสำรวจไอคิวของเด็กไทยเกือบเป็นที่โหล่ในเอเชีย ไม่นับรวมพฤติกรรมเด็กไทยในเมืองใหญ่ที่ฟุ้งเฟ้อ ติดแช็ท บ้ามือถือ เที่ยวผับ บ้าดารา อยากเป็นดารา ฯลฯ ไชโยอนาคตไทย

user002 wrote: หมายเหตุ

[quote=user002]
หมายเหตุ เนื้อหาของบทความปรับปรุงจากการอภิปรายในหัวข้อ ทำนายการเมืองไทยหลังรัฐบาลอภิสิทธิ์ 1 ด้วยลีลาแสบๆ คันๆ จากนักเขียนสาว “คำ ผกา” เธอทำนายว่า จากนี้ไปไทยจะเจริญๆ ยิ่งขึ้นทางด้านศาสนาและจิตวิญญาณ ส่วนด้านเศรษฐกิจนั้นเล่าก็จะก้าวหน้าแบบไทยๆ ชนิดไม่ต้องสนใจโลก

คลิปวีดิโอ อัพโหลดโดย fujikoSNL
ทางด้านเศรษฐกิจ 
มั่นใจว่าหลังรัฐบาลอภิสิทธิ์ยังเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์อยู่เช่นเดิม เศรษฐกิจไทยภายใต้การนำของรัฐบาลอภิสิทธิ์ จะยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจแบบไทย โดยโน้มนำให้คนไทยเชื่อว่า เราไม่จำเป็นต้องพัฒนาเศรษฐกิจให้เหมือนกันประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทย คนไทย ไม่ควรไม่อิจฉาตาร้อนตื่นตูมเรื่องลาวมี 3G ลาวจะมีรถไฟหัวกระสุน เขมรจะสร้างสนามบิน คุณภาพการศึกษาของเวียดนามดีกว่าไทย หรืออื่นๆ เพราะนั่นเป็นการพัฒนาแบบเห็นผิดเป็นชอบ เป็นลัทธิบูชาเงิน บูชาวัตถุ บูชาความเจริญก้าวหน้าแต่เพียงภายนอก แต่ละทิ้งแก่นแกนทางจิตวิญญาณ ประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลาย ถึงวันนี้รู้สึกผิดกันมาก บอกว่า ไม่น่าพัฒนาประเทศมาแนวทางนี้เลย รู้อย่างนี้ขุดรูอยู่ถ้ำ สุข สงบ ไม่หนัก ไม่เหนื่อย ไม่เครียด มีชุมชนเข้มแข็งดีกว่า 
ดังนั้นประเทศไทยไม่ควรเดินตามรอบประเทศโลกที่ 1 ที่ใช้กิเลสและความโลภเป็นตัวกระตุ้นการพัฒนา เราต้องให้ความสำคัญกับความสุขมวลรวมของประชาชาติมากกว่าตัวเลขจีดีพี 
เมื่อคนไทยได้เชื่อเช่นนี้แล้วว่าเราย่อม “พัฒนา” และ “เจริญก้าวหน้า” ในแบบของเราและไม่จำเป็นต้องเหมือนใครในโลก  เรา ก็จะสามารถทนอยู่อย่างอดๆอยากๆได้ เราจะไม่บ่นหากรัฐไม่สามารถจัดการบริการสาธารณูปโภคให้แก่เราได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ไม่มีรถเมล์ รถไฟ เราต้องเรียนรู้ที่จะเดินเท้า เดินไปด้วยภาวนาไปด้วยก็ได้ประโยชน์สองเด้งคือได้ออกกำลังกายและบริหารจิต ให้เข้มแข็งไปในตัว หากบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตของประเทศเราเชื่องช้าหรือล่มไปบ่อยๆ ก็โปรดเข้าใจว่านั่นเป็นโอกาสที่เราจะละความสนใจจากจอคอมพิวเตอร์ไปใช้เวลา กับสมาชิกในครอบครัว หยอกล้อกับพ่อ แม่ ลูก อย่างอบอุ่น เมื่อความรักในครอบคัวเกิด พวกเราก็หันมาขอบคุณรัฐบาลที่ไม่ยอมพัฒนาคุณภาพสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ดีกว่า นี้ ถ้าไฟฟ้าในประเทศเราดับบ่อยๆ ขอให้รู้ว่านั่นเป็นโอกาสอันดีที่รัฐบาลอยากให้ประชาชนหันมาเงยหน้ามองขึ้น ไปบนท้องฟ้า เพื่อได้มองดูดวงดาว ดวงจันทร์ที่สว่างเรืองรองในยามที่เราไม่มีไฟฟ้าใช้เท่านั้น พวกเราคนไทยอยู่กับสงไฟอันแข็งกระด้างของไฟฟ้ามามากแล้ว ก็รู้จักอ่อนน้อม ฟังเสียงความเงียบจากความมืดบ้างก็จะดี  
ทางด้านวัฒนธรรม 
เรามีแนวโน้มที่จะเป็นรัฐที่ให้ความสำคัญกับศาสนา จริยธรรม ศีลธรรมมากขึ้น ดูจาก

  • ห้ามใส่เหล้าลงไปในกระเช้า
  • กำหนดเวลาซื้อขายเหล้า
  • งบประมาณที่ทุ่มเทไปกับการกำกับพฤติกรรมส่วนตัวของปชช. จะเพิ่มสูงขึ้น ดูจากโฆษณาของสสส. ทางสื่อต่างๆ
  • สถานีโทรทัศน์อย่างไทยพีบีเอส จะรับลูก ผลิตรายการทีวีที่ให้ความสำคัญกับชีวิต “ทางเลือก”  ปราชญ์ ชาวบ้าน ความเข้มแข็งของชนบท มีการพูดถึงประชาธิปไตยทางตรง หรือประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือมากขึ้น ในทางอุดมการณ์ และเฝ้าโจมตีประชาประธิปไตยระบบตัวแทนอย่างต่อเนื่อง
  • เราจะการเซ็นเซอร์หนังที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม เพราะฝ่ายรัฐมีอำนาจในการผูกขากการตัดสิน ผิดชอบชั่วดีให้กับปชช.ไปแล้ว เช่น แม้เราจะมีการจัดเรทหนังตามอายุ แต่เราก็ยังอุตส่าห์มีแรท “ห” คือ เรท ห้ามฉาย นั่นแปลว่า แม้อาจารย์ชาญวิทย์จะอายุเกิดหกสิบปี อาจารย์อย่าคิดว่ามีสิทธิ์ดูหนังทุกเรื่อง เพราะด่านสุดท้ายคือ  “ห” หรือ ห้ามฉาย นั่นแปลว่า ไม่ว่าคุณจะแก่แค่ไหน รัฐก็ยังไม่เชื่อว่าคุณมีวิจารณญาณในการดูหนังเรื่องนี้ ดิฉันขอเสนอให้กระทรวงวัฒนธรรม ยกเลิกการจัดเรทหนังตามอายุ แต่แบ่งไปเลยว่า มีเรท ห เรท ค เรท ต สามเรทถือเป็นเรทห้ามฉายทั้งหมด เรทที่จะได้รับการสนับสนุนมีเรท ป. หรือเรทประวัติศาสตร์ (คลั่งชาติ) เรท ส คือ เรทที่ได้ทุนจาก สสส. เรท อ. คือเรท อบอุ่น ตามด้วยเรท พ คือ เรทที่ส่งเสริม เศรษฐกิจพอเพียง
  • เรื่อง “สื่อ” การปฏิรูปสื่อของเรา จะเต็มไปด้วยคำสวยหรู เช่น สื่อต้องเป็นกลาง สื่อต้องเป็นอิสระ ต้องมียุทธศาสตร์ สื่อต้องรู้เท่าทัน  แต่ ไม่ว่ายุทธศาสตร์การปฏิรูปสื่อจะเป็นอย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพียงยุทธศาสตร์ และกลุ่มปฏิรูปสื่อก็จะหากินกับงบประมาณการหายุทธศาสตร์ปฏิรูปกันได้อีกนาน มาก ตราบเท่าที่เราจะไม่มีการูดถึงการใช้อำนาจทั้งในที่มืดและที่สว่างในการ ปิดปากคนไม่ให้พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด ปิดปากสื่อมิให้เสนอข่าวที่ไม่ควรเป็นข่าว  

ทุก วันนี้ไทย และคนที่อยู่ในสื่อจำนวนมาก ตื่นนอนขึ้นมาด้วยความคิดที่ว่า วันนี้เราควรจะพูดอะไร และไม่ควรจะพุดอะไร การใคร่ครวญ เซ็นเซอร์ตัวเองได้เข้าไปอยู่ในในระดับจิตสำนึกเรียบร้อยแล้วคาดว่าในอีกไม่ นานปี สันดานอันนี้จะค่อยตกผลึกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอหลักของคนไทยที่ส่ง ทอดต่อให้ลูก หลาน เหลน ในอนาคตได้  ด้วยเสรีภาพของสื่อที่เรามีอยู่นี้ มันจะทำให้ประเทศไทยดูเป็นประเทศที่ “โอเค” มีความสุข ไม่มีปัญหา นิตยสารผู้หญิงยังนำเสนอคอลเล็กชั่นล่าสุดจาก มิลาน ปารีส โตเกียวได้ตามปกติ อันเป็นข้อพิสูจน์ว่า สื่อบ้านเรามีเสรีภาพไร้ขีดจำกัด และไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วงเลย 
การเมือง
การเมืองบ้านเราจะมั่นคง มีเสถียรภาพ ตราบเท่าที่สองมิติที่กล่าวไปข้างต้นเป็นไปอย่างเรียบร้อย คนไทยจะเป็นคนที่ว่านอนสอนง่าย  ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดูหนังโป๊ ไม่ดูหนังที่มีเลิฟซีน ไม่ดูหนังกะเทย ใครอยากเป็นกะเทยก็ต้องเป็นกะเทยไทยที่ดี คือ กตัญญูเป็นกุลกะเทย รักษาพรมจรรย์ ไม่แร่ด ไม่ร่าน รู้จักหมอบคลาน รำไทย ให้เป็นกะเทยแบบนี้จะได้รับอนุญาตให้มีชีวิตอยู่ได้ดีตามสมควร  แต่ถ้าคุณเป็นกะเทยที่ทำหนังให้เห็นกะเทยเอาผู้ชาย หนังคุณจะถูกแบน  นอกจากนี้คนไทยจะเป็นคนที่มีความสุขอย่างสมถะ ทำงานเหนื่อยแต่ไม่หนัก เพราะใจเบา โปร่ง ไม่กระหาย ไม่โลภ พอใจในสิ่งที่เรามีเราเป็น รถไฟบ้านเราขี้ ฉี่ ลงดินเหมือนร้อยปีที่แล้ว เราก็พอใจ เพราะเรามุ่งเน้นความเจริญทางจิตวิญญาณมากกว่าทางวัตถุ นอกจากนั้นคนไทยจะสนองนโยบายของรัฐด้วยการสร้างครอบครัวอบอุ่น วันๆยิ้มให้กัน  ชวนกันไปทำบุญ ไปวัด  ไม่ใช่ไปม็อบให้ถูกยิงตาย 
พ่อแม่คนไทย วันๆจะหมกมุ่นอยู่กับขับรถรับส่งลูก ไปโรงเรียนไปเรียนพิเศษ ไปทำกิจกรรมล้านเจ็ด รถจะติดมาก เพื่อให้เราหมดเวลาไปการอยู่บนถนน จะได้ไม่มีเวลามานั่งคิดเรื่องการเมือง หรือตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล หรือตั้งคำถามในชีวิต ทำงานเหนื่อยแล้ว กลับบ้านเราจะดูข่าวที่เสพง่ายๆ สั้นๆ ไม่ซับซ้อน  จากนั้นก็ดูละครหล่อหลอมดวงวิญญาณ อ่านทวิตเตอร์จากพระชื่อดังเพื่อให้ได้มีสติก่อนนอน แล้วตื่นขึ้นมามีชีวิตในวันใหม่ ด้วยทวิตเตอร์ของพระรูปเดิม ที่ชี้ทางพบสุขอย่างง่ายๆแค่ชั่วต้มมาม่าสามนาทีแก่คนไทย
ชีวิตคนไทยจะมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เราจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจ น้ำท่วม เราก็แก้ปัญหาด้วยการบริจาค  ภัยหนาวก็แก้กันด้วยการแจกผ้าห่ม  ปัญหาขายข้าวไม่ได้ราคาหรือน้ำท่วม ฝนแล้ว รัฐก็แค่จ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกร เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แก้ง่าย แก้เร็ว  ไม่ ต้องไปพัฒนาองค์ความรู้หรือคิดว่าทำอย่างไรน้ำจะไม่ท่วม ฝนจะไม่แล้ง หรือจะให้ชาวนาไทยเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการเกษตรอย่างไรเพื่อลดต้นทุนในการ ผลิต และให้การผลิตมีประสิทธิผลมากขึ้น อันนั้นไม่ทำ ยากไป แจกเงินดีกว่า ง่ายกว่า จากนั้นเราจะชินกับการมีภัยพิบัติทุกฤดู ทั้งภัยหนาว ภัยแล้ง ภัยน้ำท่วม โดยไม่ต้องตั้งคำถามว่า ประเทศอื่นที่หนาวกว่าเรา ร้อนกว่าเรา ฝนตากมากกว่าจึงไม่มีภัยสามฤดูเหมือนกับเรา เพราะเราชินเสียแล้วว่า เทศกาลแจกผ้าห่มหรือการนั่งฮ. ช่วยเหลือน้ำท่วมนั้นเป็น festival  ประจำฤดูกาลที่มีการถ่ายทอดสดด้วย 
แนวโน้มการแก้ปัญหาในชีวิตของคนไทย  เป็นไปในลักษณะที่เข้าหามิติทางจิตวิญญาณมากขึ้น นับเป็นนิมิตหมายอันดี สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจแบบไทยๆ นั่นคือ คนไทยจะหันมาแก้กรรมกันมากขึ้น เมื่อชีวิตมีปัญหา ผู้นำทางจิตวิญญาณที่มีทักษะในการดูกรรม แก้กรรม แสกนกรรม จะทรงอิทธิพลมากขึ้นแทนที่นักการเมือง เพราะต่อไปนี้ปัญหาในชีวิตของเราจะไม่เกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ ระดับมหภาค ทีดีอาร์ไอจะค่อยๆลดบทบาทลงตามลำดับ เพราะคนไทยเข้าใจแล้วว่ารากเหง้าของปัญหาในชีวิตมักมาจากกรมตั้งแต่ชาติที่ แล้ว เช่น ผู้หญิงคนหนึ่งมีกรรมเก่าหนักมากเนื่องจากเป็นคนเปิดประตูให้พม่าเข้าเมือง ชาตินี้เธอจึงโดนผู้ชายหลอกครั้งแล้วครั้งเลา แม่ชีแนะนำให้เธอแก้กรรมด้วยการติดมู่ลี่หอยที่หน้าประตู เพื่อที่หอยจะเป็นฝ่ายตั้งรับแทน หอยของเจ้าตัว อย่างนี้เป็นต้น ดังนั้นปัญหาที่ผู้หญิงโดนหลอกมิใช่เรื่อง เจนเดอร์ หรือความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างหญิง ชาย  แต่เป็นเรื่องการเปิดประตูให้พม่าเข้ามามาตั้งแต่ชาติที่แล้ว 
ทางออกที่ลุ่มลึกกว่าการแก้กรรมของผู้ไม่งมงาย หากมีปัญหาในชีวิตก็ไปแสวงหาพระอาจารย์ในการไปวิปัสสนา ปล่อยวางเสีย นักการเมืองเลว ก็ช่างเขา เราทำดี เราไม่เลว เท่านี้เราก็จะช่วยประเทศชาติบ้านเมืองได้มากมาย 
ศาสนายังเป็นที่ล้างบาป คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการ ใจโหดหิน รุกที่ป่า หากสามารถสร้างภาพพจน์ว่าเป็นผู้นั่งสมาธิ ถือศีล  ทำทาน ภาวนา เป็นประจำ ก็มีภาพพจน์ที่ดี ไม่ว่าทำเลวแค่ไหน นักร้อง ดารา ถ้ามีข่าวฉาวก็ไปบวชพระ บวชชีสักพัก ก็จะเอาชนะใจมหาชนได้ดังเดิม 
เมื่อเป็นเช่นนี้ดิฉันขอฟันธงว่าอนาคตของประเทศไทยจะสดใสเรืองรอง ประชาชนจะมีแต่ความสุข แม้อดอยากทางกายแต่ใจก็สงบ ชีวิตของพวกเราจะเรียบง่าย ลงตามลำดับ พวกเราจะค่อยๆละกิเลส ความอยากได้ใคร่มี เริ่มปลง และเลิกเปรียบเทียบประเทศเรากับประเทศอื่นๆ เพราะเราพอใจในสิ่งที่เราเป็น  หนักเข้าเราอาจจะเลิก เรียนภาษาต่างประเทศเพราะเราไม่อยากรับรู้ว่าประเทศอื่นพูดถึงประเทศเราว่า อย่างไร เพราะประเทศเหล่านั้นไม่ได้เกิดเป็นคนไทยมันไม่รู้หรอกว่า ความสุขของเราอยู่ที่ไหน  คนต่างชาติชอบเอามาตรฐานของตัวเองมาวัดแล้วประณามว่าเราเป็นรัฐทหารบ้าง ไม่เป็นปชต. บ้าง  ช่างคนเหล่านั้นเถิด เรายืนยันและภูมิใจในเอกลักษณ์ของเราที่ไม่เหมือนใครแค่นี้ก็เกินพอ 
สุดท้ายดิชั้นของเรียกร้องให้พวกเราที่อ่าน เขียนภาษาอังกฤษได้ ร่วมกันช่วยปกป้องชื่อเสียงของประเทศไทยด้วยการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษส่งไป ยังสื่อต่างๆทั่วโลกเพื่อชี้แจงจุดยืนในการพัฒนาประเทศของเราให้ชาวโลกได้ รับรู้ ช่วยกันเผยแพร่คุณงามความดีแบบไทยให้คนต่างชาติตระหนัก ร่วมกันประณามการบิดเบือนข่างสารของประเทศไทยโดยสื่อต่างประทศที่ถูกทักษิณ ล้างสมอง  เรียกร้องให้โลกทั้งใบเคารพในวิถีทางการเมืองการปกครองแบบไทยๆที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนใครในโลกนี้ด้วย[/quote]

เป็นข้อเขียนที่เต็มไปด้วยอคติ

เป็นข้อเขียนที่เต็มไปด้วยอคติอย่างล้นเหลือ
จนผู้เขียนน่าจะถูกจัดเป็นกลุ่มเขียนด่า เอามัน อย่างเดียว
มากกว่าจะมีใครให้ค่าสิ่งที่เขียนออกมาในเชิงวิชาการ
หรือคิดว่าเธอใช้ข้อเท็จจริงประกอบการคิด การเขียน

ถ้าสังคมทุนนิยมสามานย์ คือให้ทุนและกิเลสบงการได้เต็มเหนี่ยว
(อย่างที่เธอคิดเอาเองว่าอารยประเทศเขาใช้ระบอบนี้อยู๋)
โดยสังคมไม่จำเป็นต้องควบคุมดูแล
(อย่างที่เธอคิดเอาเองผิดๆ ว่าอารยประเทศเขาไม่ได้ทำกันยิ่งกว่าไทยเสียอีก)
คือโลกในอุดมคติของเธอ

โลกที่อบายมุขทุกชนิดเรียงหน้ามอมเมาเด็กไทย คนไทยได้เสรี
(ในนามของเสรีภาพอ้าซ่า)
โลกที่การสนุกทางเพศ กับคนมากหน้าหลายตา รวมทั้งคู่สมรสของคนอื่น
เป็นเรื่องธรรมดาที่เอามาเขียนอวดผู้คนได้อย่างภาคภูมิ

ประชาไทก็น่าสมเพชมาก ที่สนับสนุนคนอย่างนี้ให้เป็นมือเผยแพร่ในสื่อของตน

เศรษฐกิจ คือเรื่องรับ จ่าย

เศรษฐกิจ คือเรื่องรับ จ่าย อดมื้อกินมื้อคือคนหาเช้ากินค่ำ และคนหาค่ำกินเช้า แต่คนไทยไม่เน้นเรื่องหาเงินเพื่อมาใช้จ่ายทุกอย่าง คือวันๆ ไม่ทำอะไรอยู่ในโรงงานอย่างเดียว อยู่ในออฟฟิสอย่างเพื่อให้ได้เงิน มากินมาใช้ คนสมัยก่อนกินของที่ปลูกเองเป็นส่วนใหญ่ จะซื้อก็ส่วนน้อย ของใช้ก็ทำเองเป็นส่วนใหญ่จะวื้อก็ส่วนน้อย คนสมัยนี้มีศักยภาพแค่ทำเอกสาร หรือถ้าอยูโรงงานชำแหละไก่ ก็หั่นได้เพียงปีกซ้าย กลับมาบ้านก็มืดค่ำ ไม่มีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่น ค่าแรงก็ประมาณ 200 บาท แค่กินคนเดียวก็เกือบหมดไม่เหลือออม คนสมัยก่อนกินอย่างเดียวไม่ต้องไปทำงานตั้งแต่หกโมงเช้าถึงหกโมงเย็น จะกินไก่ ก็อยู่ใต้ถุนบ้าน ไข่ก็ในเล้า ปลาก็ในบ่อ ใช้เวลาไม่เกินสองชั่วโมงก็ได้กิน อิ่มกันทั้งบ้าน คนไทยหาเงินก็ไม่เก่ง ค่าแรงก็ต่ำ ไม่ทำกินเอง ปลูกกินเอง ใช้วิธีหาเงินเพื่อมาซื้อก็อดมื้อกินมื้อ คนสมัยนี้ถ้าเขาปิดโรงงานกลับบ้านนอกก็ทำอะไรไม่เป็นเพราะมาอยู่โรงงานตั้งแต่จบ ป.6 กลับไปบ้านไปเป็นภาระพ่อแม่แก่ๆ
การแก้กรรมถ้าไม่เดือดร้อนตนเองและผู้อื่นก็ไม่น่าเป็นปัญหา เพราะเป็นจิตวิทยาที่ช่วยให้เขาพ้นทุกข์ ดีกว่าฆ่าตัวตาย ขาดทุน โดนโกง โดนตม อกหัก ทำร้ายคนอื่น ทำบาป ทำแท้ง ไปแก้กรรมทำให้สบายใจขึ้นเขาก็ต้องทำ การศึกษาก็เช่นกันครูก็อบรมสั่งสอนส่วนหนึ่งเวลาหนึ่ง แต่พ่อแม่ต้องอบรมสั่งสอนตลอดเวลา เด็กไม่โง่ ไม่มืดบอดถ้าผู้ใหญ่เป็นคนดี สร้างส่งที่มีในสังคมให้พัฒนาเด็กไม่ใช่ทำลายเด็ก อย่าเห็นเงินเป็นพระเจ้า เงินไม่บันดาลทุกอย่างได้ ไม่บันดาลให้คนที่คุณรักเขาแต่เขาไม่รักคุณหันมารักคุณได้ แต่เขาจะรักเพียงส่งของที่เขาต้องการจากคุณเท่านั้นเข้าใจนะ

โห…ไม่น่าเชื่อจริง…จริง…ใครจะ

โห…ไม่น่าเชื่อจริง…จริง…ใครจะไปคิดได้ว่าเวรกรรมมันมีจริง…
ไวเสียยิ่งกว่าเครื่องบินเจ็ท เสียอีก คงจำกันได้ใช่มั้ยว่า วิศวกรหนุ่มคนไทย
นามว่า ศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ที่เคยถูกดำเนินคดีในข้อหาโจรกรรมแผนการบิน
ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นรม. และได้รับการอภัยโทษ โดยการประสาน
งานของ อดีต นรม.ทักษิณ จำได้มั้ยคนที่ ศิวรักษ์ฯ โทรศัพท์แจ้งแผนการบินใน
วันนั้น ชื่อ พนิช วิกฤตเศรษฐ ตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขณะนั้น
และวันนี้เป็นงัยล่ะ พนิช วิกฤตสุด ต้องไปนอนเคาว์ดาวน์ และฉลองปีใหม่
อยู่ในเรือนจำเปรยซอร์ กรุงพนมเปญ เสียเอง

โห…ไม่น่าเชื่อจริง…จริง…ใครจะ

โห…ไม่น่าเชื่อจริง…จริง…ใครจะไปคิดได้ว่าเวรกรรมมันมีจริง…
ไวเสียยิ่งกว่าเครื่องบินเจ็ท เสียอีก คงจำกันได้ใช่มั้ยว่า วิศวกรหนุ่มคนไทย
นามว่า ศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ที่เคยถูกดำเนินคดีในข้อหาโจรกรรมแผนการบิน
ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นรม. และได้รับการอภัยโทษ โดยการประสาน
งานของ อดีต นรม.ทักษิณ จำได้มั้ยคนที่ ศิวรักษ์ฯ โทรศัพท์แจ้งแผนการบินใน
วันนั้น ชื่อ พนิช วิกฤตเศรษฐ ตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขณะนั้น
และวันนี้เป็นงัยล่ะ พนิช วิกฤตสุด ต้องไปนอนเคาว์ดาวน์ และฉลองปีใหม่
อยู่ในเรือนจำเปรยซอร์ กรุงพนมเปญ เสียเอง