พม่าเปลี่ยนธงชาติ-สัญลักษณ์และชื่อประเทศใหม่

แหล่งข่าวในรัฐฉานรายงานว่า เมื่อวานนี้ (21 ต.ค.) ทางการพม่าได้ประกาศเปลี่ยนใช้ธงชาติใหม่ โดยถือฤกษ์ช่วงบ่ายจัดพิธีเชิญธงชาติเก่าลงจากยอดเสาและนำธงชาติใหม่ขึ้นแทน ขณะเดียวกันได้มีการเปลี่ยนสัญลักษ์ประเทศ ชื่อของประเทศและเพลงชาติใหม่ด้วย

โดยที่ด่านการค้าชายแดนระหว่าง เมืองหมู่แจ้ (รัฐฉานภาคเหนือ) กับ เมืองแจ้เก่า (ร่วยลี่ของจีน) เจ้าหน้าที่ทางการพม่าได้มีการชักธงชาติเก่าลงจากยอดเสาและเชิญธงชาติใหม่ขึ้นแทนที่ เมื่อเวลา 15.00 น.

สำหรับธงชาติใหม่ที่ทางการพม่ากำหนดใช้มีลัษณะคล้ายธงชาติไทใหญ่ปัจจุบัน มี 4 สี ประกอบด้วย สีเหลือง สีเขียว สีแดง และมีรูปดาวสีขาวอยู่ตรงกลาง ขณะที่ธงชาติไทใหญ่มีรูปดวงจันทร์สีขาวอยู่ตรงกลาง

การเปลี่ยนใช้ธงชาติใหม่นี้เป็นไปตามบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 2551 (2008) มาตราที่ 13 ซึ่งระบุการเปลี่ยนแปลง 5 ประการสำคัญของประเทศ คือ ธงชาติ เพลงชาติ เมืองหลวง สัญลักษณ์ประเทศ และชื่อประเทศใหม่ ซึ่งเมืองหลวงใหม่ได้เปลี่ยนไปแล้วก่อนหน้านี้

ขณะที่แหล่งข่าวจากชายแดนไทย-พม่า รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทางการพม่าในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ตรงข้ามอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้ทำพิธีเปลี่ยนธงชาติที่ด่านการค้าชายแดนฝั่งท่าขี้เหล็ก เมื่อช่วงบ่ายเช่นกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกิดวันอังคารเป็นผู้เชิญธงชาติเก่าลงและทำการเผาทิ้ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้เกิดวันพุธทำหน้าที่เชิญธงชาติใหม่ขึ้นสู่ยอดเสาแทน

นอกจากการเปลี่ยนใช้ธงชาติใหม่ ทางการพม่ายังได้มีการเปลี่ยนเพลงชาติ สัญลักษณ์ประเทศ รวมถึงเปลี่ยนชื่อประเทศจากสหภาพเมียนมาร์ (Union of Myanmar) เป็นสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ (Republic of the Union of Myanmar) ด้วย ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อกันว่าการตัดสินใจเปลี่ยนธงชาติเป็นไปตามคำแนะนำจากโหราศาสตร์

อาจารย์เมืองดี นักโหราศาสตร์ไทใหญ่กล่าวว่า การตัดสินใจเปลี่ยนธงชาติใหม่ของทางการพม่าน่าจะถือตามโหราศาสตร์ เนื่องจากมีการเลือกเปลี่ยนในวันพุธและถือฤกษ์ในช่วงบ่าย ตามปกติการเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาจะมีในช่วงเช้า และจากคำทำนายตามตำราโหราศาสตร์นั้นบอกว่า ดวงอังคารได้สิ้นสุดไปเมื่อเกิดปรากฎการณ์สุริยุปราคาที่ผ่านมา ขณะที่ดวงพุธจะดีเลิศไปอีก 100 ปี จึงเชื่อว่าผู้นำทหารพม่าคงยึดถือตามดวงนี้

ขณะที่สำนักข่าวอิรวดีรายงานว่า พิธีเปลี่ยนธงชาติใหม่ของทางการพม่าในกรุงเนปิดอว์ มีขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น. วานนี้ (21 ต.ค.) และที่ศาลาว่าการกรุงย่างกุ้ง มีขึ้นเมื่อเวลา 15.33 น. ซึ่งผู้สังเกตการณ์กล่าวว่า การตัดสินใจเปลี่ยนธงชาติเป็นไปตามคำแนะนำจากโหราศาสตร์ ซึ่งธงชาติใหม่ถูกใช้ 17 วันก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 พ.ย. นี้

การเปลี่ยนธงชาติใหม่ถูกเสนอระหว่างการประชุมแห่งชาติเมื่อปี 2550 (2007) ซึ่งเป็นการประชุมร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 (2008) และมีการถกเถียงคัดค้านอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มผู้แทนจากกลุ่มชนกลุ่มน้อย ซึ่งต่างให้ความเห็นว่า ธงชาติแบบเก่าเป็นสัญลักษณ์ของการรวมกัน

สำหรับธงชาติเดิมของสหภาพพม่ามีสีแดง และมุมซ้ายด้านบนเป็นสีน้ำเงิน มีรูปกงจักร รวงข้าว และดาวสีขาวจำนวน 14 ดวงล้อมรอบ ซึ่งหมายถึงการอยู่ร่วมกัน 7 รัฐ 7 ภาค เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการมีสิทธิเท่าเทียมกันในสหภาพ

รูปภาพธงชาติสาธารณรัฐสหภาพพม่า และ สัญลักษณ์ประเทศแบบใหม่

ธงชาติพม่าแบบใหม่

สัญลักษณ์ประจำชาติแบบใหม่ของพม่า

 

----------------------------------------

 

ชมภาพ / อ่านข่าวย้อนหลังได้ที่
http://www.khonkhurtai.org/

"คนเครือไท" เป็นศูนย์ข่าวภาคภาษาไทยเครือข่ายสำนักข่าวอิสระไทใหญ่ หรือ สำนักข่าวฉาน (SHAN – Shan Herald Agency for News) มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรัฐฉาน สหภาพพม่า ตลอดจนตามแนวชายแดนไทย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรการเมือง / การทหารกลุ่มใด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ shan_th@cm.ksc.co.th หรือ ติดตามอ่านข่าวสารภาคภาษาอังกฤษได้ที่ www.shanland.org ภาคภาษาไทใหญ่ที่ www.mongloi.org และภาคภาษาไทยที่ www.khonkhurtai.org
 

Comments

หวังว่าคณะjuntaคงไม่พยายามปรั

หวังว่าคณะjuntaคงไม่พยายามปรับปรุงภูมิทัศน์ของทำเนียบรัฐบาลให้สอดคล้องกับฮวงจุ้ยด้วยนะครับ เพราะมีประเทศข้างบ้านทำเป็นตัวอย่างให้ดูแล้ว หลังปรับภูมิทัศน์ปรากฏว่า........ความจริงโผล่ออกมาเพียบ

เรื่องนี้ต้องจับตา...การข่าวด

เรื่องนี้ต้องจับตา...การข่าวด้านความมั่นคง ไม่ควรมองข้าม

ศักยภาพทางการทหารของพม่าไม่ด้อยกว่าไทยเลย

ยิ่งเปลี่ยนเมืองหลวงเสมือนเปลี่ยนจุดยุทธศาสตร์

จากประสบการณ์ในอดีตที่เสียกรุงสองครั้ง...ทำให้ต้องระวัง

ถ้าเสี่ยนหนามที่เป็นชนกลุ่มน้อยหมดไป ไทยเราก็อาจเป็นเป้าต่อไป

กองทัพภาคใหม่ที่บิ็กป็อกดันจนสำเร็จ...กับภาระกิจเฝ้าระวังเพื่อนบ้านเริ่มต้นแล้วครับ

Benni Deutschland

[quote=Benni Deutschland]เรื่องนี้ต้องจับตา...การข่าวด้านความมั่นคง ไม่ควรมองข้าม

ศักยภาพทางการทหารของพม่าไม่ด้อยกว่าไทยเลย

ยิ่งเปลี่ยนเมืองหลวงเสมือนเปลี่ยนจุดยุทธศาสตร์

จากประสบการณ์ในอดีตที่เสียกรุงสองครั้ง...ทำให้ต้องระวัง

ถ้าเสี่ยนหนามที่เป็นชนกลุ่มน้อยหมดไป ไทยเราก็อาจเป็นเป้าต่อไป

กองทัพภาคใหม่ที่บิ็กป็อกดันจนสำเร็จ...กับภาระกิจเฝ้าระวังเพื่อนบ้านเริ่มต้นแล้วครับ[/quote]

ฮา...

Benni Deutschland

[quote=Benni Deutschland]เรื่องนี้ต้องจับตา...การข่าวด้านความมั่นคง ไม่ควรมองข้าม

ศักยภาพทางการทหารของพม่าไม่ด้อยกว่าไทยเลย

ยิ่งเปลี่ยนเมืองหลวงเสมือนเปลี่ยนจุดยุทธศาสตร์

จากประสบการณ์ในอดีตที่เสียกรุงสองครั้ง...ทำให้ต้องระวัง

ถ้าเสี่ยนหนามที่เป็นชนกลุ่มน้อยหมดไป ไทยเราก็อาจเป็นเป้าต่อไป

กองทัพภาคใหม่ที่บิ็กป็อกดันจนสำเร็จ...กับภาระกิจเฝ้าระวังเพื่อนบ้านเริ่มต้นแล้วครับ[/quote]

คุณกำลังพูดถึงพม่าในปี2010 หรือ ปี1767 ?

กองทัพที่ตะหานไทยตั้งขึ้นใหม่นี่ ผมไม่มั่นใจอย่างที่คุณเคลมว่าเพื่อเฝ้าระวังเพื่อนบ้าน ผมสงสัยว่าจะเอาไว้เฝ้าระวังคนบ้านเดียวกันมากกว่ากระมัง ผมพูดถึงประเทศไทยปี 2010 นะครับ (จะได้คุยตรงกัน)

Benni Deutschland

[quote=Benni Deutschland]เรื่องนี้ต้องจับตา...การข่าวด้านความมั่นคง ไม่ควรมองข้าม

ศักยภาพทางการทหารของพม่าไม่ด้อยกว่าไทยเลย

ยิ่งเปลี่ยนเมืองหลวงเสมือนเปลี่ยนจุดยุทธศาสตร์

จากประสบการณ์ในอดีตที่เสียกรุงสองครั้ง...ทำให้ต้องระวัง

ถ้าเสี่ยนหนามที่เป็นชนกลุ่มน้อยหมดไป ไทยเราก็อาจเป็นเป้าต่อไป

กองทัพภาคใหม่ที่บิ็กป็อกดันจนสำเร็จ...กับภาระกิจเฝ้าระวังเพื่อนบ้านเริ่มต้นแล้วครับ[/quote]
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องพูดเล่นเลย มีข่าวแว่วๆมา เพื่อนเรากำลังคิดเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ จริงไม่จริงก็ควรจะจับตามอง

ดวง

[quote=ดวง]เอาสีเหลืองอยู่เหนือสีแดงแบบนี้ ระหวังชาวเสื้อแดงเขาโกรธเอานะ ยิ่งขี้โกรธขี้เกลียดอยู่ด้วย คิกๆๆๆ[/quote]
ป้าออกมาทำมุกอีกและ คนฮากันตึมเลยป้า แต่เขาบอกเขาไม่ได้ฮากับมุกของป้าหรอก get it? get it?

ดวง

[quote=ดวง]เอาสีเหลืองอยู่เหนือสีแดงแบบนี้ ระหวังชาวเสื้อแดงเขาโกรธเอานะ ยิ่งขี้โกรธขี้เกลียดอยู่ด้วย คิกๆๆๆ[/quote]

นั่นยังไม่เท่าไหร่
สีน้ำเงินสิ หนักกว่า ไม่มีอยู่ในธง
อย่างนี้สีน้ำเงินมิต้องลุยแหลกหรืองายยยยยยย
ยิ่งขี้กลัวอยู่ด้วยตอนนี้

มั่น wrote:Benni Deutschland

[quote=มั่น][quote=Benni Deutschland]เรื่องนี้ต้องจับตา...การข่าวด้านความมั่นคง ไม่ควรมองข้าม

ศักยภาพทางการทหารของพม่าไม่ด้อยกว่าไทยเลย

ยิ่งเปลี่ยนเมืองหลวงเสมือนเปลี่ยนจุดยุทธศาสตร์

จากประสบการณ์ในอดีตที่เสียกรุงสองครั้ง...ทำให้ต้องระวัง

ถ้าเสี่ยนหนามที่เป็นชนกลุ่มน้อยหมดไป ไทยเราก็อาจเป็นเป้าต่อไป

กองทัพภาคใหม่ที่บิ็กป็อกดันจนสำเร็จ...กับภาระกิจเฝ้าระวังเพื่อนบ้านเริ่มต้นแล้วครับ[/quote]
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องพูดเล่นเลย มีข่าวแว่วๆมา เพื่อนเรากำลังคิดเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ จริงไม่จริงก็ควรจะจับตามอง[/quote]
ขอเติมอีกนิด...สำหรับผู้ที่สนใจ.. วันอังคารนี้ (28/10) จะมีการถกกันเรื่องรบ.เพื่อนบ้านเรากับอาวุธนิวเคลียร์ ที่ FCCT

ถึงคุณแช่ม และคุณdoctor

ถึงคุณแช่ม และคุณdoctor J
---------------------------------

ขอย้อนความ...เรื่องแสนยานุภาพกองทัพพม่าซักเล็กน้อย

หลังสงครามเก้าทัพ สมัยรัชกาลที่หนึ่ง สยามเราเสียแผ่นดินไปส่วนหนึ่งให้พม่า

เมื่อชาวตะวันตกบุกมาล่าอณานิคมในแถบอาเซียน ทุกประเทศทั่วภูมิภาคโดนหมดยกเว้นไทย

หลังเพื่อนบ้านเราปลดแอก ในภาวะที่การเมืองไม่นิ่ง เราก็ไม่สามารถบุกไปทวงคืนดินแดนเหล่านั้นคืนมาได้

ผิดกับขแมร์ พอปลดแอกฝรั่งเศส ไทยเราเข้ายืดดินแดนครอบคลุมพื่นที่จนถึงพนมเปญ

เท่านี้ก็บอกได้คราวๆ ว่า ทั้งด้านชัยภูมิรบที่เราเสียเปรียบพม่า

รวมกันความเข้มแข็งทางทหารที่ไม่ด้อยกว่าเราเลย จากอดีตจนถึงปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้นโยบายความมั่นคงในอดีตของเรา คือ รัฐกันชน โดยสนับสนุนชนกลุ่มน้อยในพม่า

จนกระทั่ง ท่านชวน ไปเจรจาอยากได้ก็าซธรรมชาติ แลกกับการงดสนับสนุนชนเหล่านี้

โปรดตระหนักว่า...กลุ่มเอเซียน มิได้จั้งขึ้นเพื่อเรื่องทางการค้า จุดประสงค์หลัก คือ เพื่อความมั่นคงในภูมิภาคนี้

แค่ลำพัง..รัฐบาลทหารพม่าที่มีพิษสงพอตัว แล้วยิ่งจีนให้การสนับสนุนเรื่องระเบิดนิวเคลียร์ด้วย ก็เหมือนเสือติดปีก

จีนมีความพร้อมทุกด้านสำหรับการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ติดอยู่อย่างเดียว คือ พี่ใหญ่มะกันไม่ยอม

รวมทั้งชาติแปซิฟิก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวั่น ก็ร่วมประท้วงเตรียมงดสั่งสินค้าทุกชนิดจากจีน

เรื่องนี้จึงอาจจะออกหัวที่ว่า ถ้าจีนลงทุนทุกอย่างทั้ง เงิน คน และเทคโนโลยี

อย่างเดียวที่พม่าลงทุนคือ ยอมให้ตั้งโรงงานทดลองในพม่า แล้วให้พม่าออกหน้าในเรื่องนี้ ทุกอย่างก็จบ
-----------------------------------------------------------------------

เรื่องนี้ผมเขียนอย่างมีข้อมูล มิได้เขียนให้อ่านขำๆ นะครับ คุณแช่ม และคุณดอกเตอร์เจ

ถึงคุณแช่ม และคุณdoctor

ถึงคุณแช่ม และคุณdoctor J
---------------------------------

ถ้ามีเวลาลองค้นข้อมูลตามที่ผมว่า

หรือจะเขียนถาม บก. ประชาไทเองก็ได้ เค้ารู้ดี

สังเกตทุกวันจะมีข่าวพม่าให้อ่าน

ไม่ใช่ให้อ่านแล้ว รู้สึกเวทนาประชาชนพม่า

แต่อ่านแล้วลองตรึกตรองถึงนัยยะ ที่ประชาไท กำลังนำเสนอด้วยครับ

ด้วยความเคารพเช่นเคย