รำลึก 7 ตุลา จดหมายถึงนิธิและเสกสรรค์ ก.ก.ปฏิรูปประเทศไทย เรื่องบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในระบอบการปกครองของไทย

รียน อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ และอาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ด้วยความเคารพ
 
จดหมายฉบับนี้มีความมุ่งหมาย 2 ประการดังชื่อเรื่องคือ ประการหนึ่งต้องการรำลึกถึงเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม 2551 ซึ่งเป็นวาระในขณะที่เขียนบทความชิ้นนี้ และอีกประการหนึ่งต้องการเสนอความคิดและตั้งคำถามเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศไทย มาถึงอาจารย์ทั้งสองท่านในฐานะที่ท่านทั้งสองร่วมอยู่ในคณะบุคคลที่เรียกว่า “คณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย”
 
เหตุที่ผมเขียนถึงอาจารย์ทั้งสองท่านเป็นการเฉพาะเจาะจงนั้น ก็เนื่องจากความใกล้ชิด ทั้งในฐานะที่เป็นนักเขียนรุ่นหลัง และในฐานะของผู้ซึ่งผลงานของท่านอาจารย์ทั้งสองได้เคยมีส่วนในการขยับขยายโลกของการอ่านให้เติบใหญ่
 
ลำดับแรก ผมขอทบทวนความเข้าใจของตนเองเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นการปกครองของประเทศไทย
 
ตั้งแต่พอจะรู้ความในเรื่องดังกล่าว ผมเข้าใจมาตลอดว่า ระบอบประชาธิปไตยนั้นคือระบอบที่ทุกคนมีความเสมอภาค มีสิทธิทางการเมืองเท่าเทียมกัน โดยทุกคนมีหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงในการเลือกผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง
 
จนกระทั่งต่อมามีความเข้าใจเพิ่มเติมขึ้นมาว่า ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนี้ มีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประธานของระบอบ กล่าวคือเป็นผู้ใช้สิทธิ์นั้นแทนปวงชนชาวไทยผ่านทางฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ อำนาจทั้งสามฝ่ายย่อมถ่วงดุลตรวจสอบซึ่งกันและกัน และผู้ใช้อำนาจดังกล่าวย่อมจะต้องมีความยึดโยงกับประชาชน
 
ผมเข้าใจมาโดยตลอดว่า ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยนั้น เป็นเรื่องของ “ระบบ” ไม่น้อยไปกว่า “คน” กล่าวคือ ไม่ใช่เป็นแต่เพียงการเลือก “คนดี” เข้าไปปกครองบ้านเมืองเท่านั้น สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ คนซึ่งได้ “อำนาจ” ในการปกครองไปนั้น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมือง หรือฝ่ายข้าราชการ ย่อมจะต้องมี “ระบบ” ที่กำกับคนเหล่านั้นด้วย ซึ่งต่อมาผมก็ได้รู้เพิ่มเติมว่า ระบอบการปกครองของไทยนั้นมีหลักที่เรียกว่า ระบบการรับผิด เช่นเดียวกับนานาประเทศที่เจริญแล้ว กล่าวคือ ผู้ใดมีอำนาจ ผู้นั้นก็จะต้องมีความรับผิด หากผู้ใดไม่มีความรับผิด ผู้นั้นก็จะต้องไม่มีอำนาจ  “ความรับผิด” ในที่นี้ย่อมจะต้องเป็นความรับผิดที่ถูกมองเห็นโดยระบบ เช่นที่ คณะรัฐมนตรีจะต้องรับผิดต่อสภา เป็นต้น  ดังนั้น เมื่อเกิดกรณี “ถวายคืนพระราชอำนาจ” เพื่อเรียกร้อง “นายกฯ พระราชทาน” ขึ้น ผมจึงไม่เห็นด้วย เนื่องจากหากทำเช่นนั้น จะทำให้พระมหากษัตริย์ต้องทรงมารับผิด ซึ่งก็ไม่มีระบบใดที่จะรองรับ ดังที่ในหลวงได้ทรงตรัสไว้ด้วยพระองค์เองแล้วว่า การอ้างมาตรา 7 ขอนายกฯ พระราชทานนั้นคือ “มั่ว”
 
ท่านอาจารย์ทั้งสองครับ วิกฤติการเมืองที่ผ่านมาท่านอาจารย์คงจะเห็นพ้องกันกับผมว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้วิกฤตินี้รุนแรงก็เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ถูกดึงลงมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ในวาระนี้ ขอให้ผมได้รำลึกถึงเหตุการณ์บางเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551
 
 

 

สมเด็จฯห่วงใยผู้ได้รับบาดเจ็บ

 

นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผอ.โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ทั้งจากแก๊สน้ำตาและสะเก็ดระเบิด ซึ่งท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ฑีขะระ รองราชเลขานุการในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้โทรศัพท์มาสอบถามถึงสถานการณ์ พร้อมแจ้งว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยพสกนิกรคนไทยทุกคน ทรงสอบถามถึงอาการผู้บาดเจ็บ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรับผู้บาดเจ็บไว้ในพระอุปถัมภ์ทั้งหมด พร้อมกำชับให้ดูแลเป็นอย่างดี ทั้งนี้ ยังทรงพระราชทานเงินจำนวน 100,000 บาท เป็นค่ารักษาพยาบาล ทำให้ผู้บาดเจ็บ แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ต่างปลาบปลื้ม ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ถือเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาลจะสนองตามพระราชประสงค์ทุกประการ ส่วนค่ารักษานั้นคงไม่ต้องพูดถึง
ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ
 
นอกจากนี้ น.ส.อัญชลี ไพรีรักษ์ พิธีกรของกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ขณะนี้สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานเงินจำนวนหนึ่งแสนบาท เป็นค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ จากการที่ถูกตำรวจสลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา พร้อมทั้งรับผู้บาดเจ็บไว้เป็นคนไข้ในพระราชินูปถัมภ์ เมื่อผู้ชุมนุมพันธมิตรฯที่ชุมนุมอยู่หลายพันคนได้รับทราบข่าว ต่างพากันร้องตะโกน “ ทรงพระเจริญ” จนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
 

 

“ สนธิ” ขีดเส้นตายรัฐบาล 6 โมงเย็น

 

เวลาเดียวกัน นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นเวทีในทำเนียบรัฐบาลกล่าวเตือนผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ตอนนี้เตรียมรับโทษความผิดที่ทำร้ายประชาชนและให้ถอยออกจากทำเนียบฯและรัฐสภา เพราะรัฐบาลนี้จะอยู่ไม่เกิน 6 โมงเย็นวันนี้ นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต ที่ไปรับใช้นายสมชายทำร้ายประชาชน ใช้เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงประชาชนขาขาด ตนบอกตั้งแต่สะพานมัฆวานฯแล้วว่าผู้ชุมนุมทั้งผู้หญิงผู้ชายล้วนแต่เป็นทหารเสือพระราชา วันนี้รู้แล้วทำร้ายลูกหลานพระองค์ท่าน ทำร้ายประชาชน ด้วยเหตุนี้พระองค์ท่านจึงพระราชทานเงินมาช่วยเหลือหนึ่งแสนบาท และรับเป็นคนไข้ไว้ในส่วนพระองค์ทั้งหมด
 

 

ไทยรัฐ 8 ตค.51

 

 
ผู้ชุมนุมใช้ด้ามธงไล่แทงตำรวจ แผลฉกรรจ์ชายโครง-ทะลุปอด
(7 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะพล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น.และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่กำลังประชุมหารือวางแนวทางปฏิบัติดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งเครียดอยู่นั้น เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อกลุ่มพันธมิตรฯที่ปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณแยกอู่ทองในได้ใช้หนังสติ๊กยิงลูกเหล็ก ลูกหิน ลูกแก้ว น็อตเหล็ก ขว้างปาใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจและใช้ด้ามธงที่เป็นเหล็กแหลมไล่ตีและไล่แทงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่บริเวณนั้น จนเจ้าหน้าที่ต้องถอยออกไม่สามารถต้านทานการผลักดันของกลุ่มผู้ชุมนุมได้
จนเกิดเหตุชุลมุนขึ้นอีกครั้งเพราะกำลังตำรวจไม่สามารถสู้ได้มีเพียงโล่ห์กำบังอย่างเดียว หลังเหตุสงบพบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นายคือ ด.ต.ทวีป กลิ่นเรียม สังกัดตำรวจภูธร จ.นครสวรรค์ มีบาดแผลถูกปลายเหล็กแหลมแทงเข้าที่ชายโครงด้านซ้ายทะลุปอด นำตัวส่งห้องไอซียูโรงพยาบาลพระมงกุฏฯโดยเร่งด่วน ส่วนอีกรายอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายชื่อได้รับบาดเจ็บถูกแทงบริเวณชายโครงลักษณะเดียวกัน
 

 

คมชัดลึก 7 ตค.51

 

 
10.05 น.- มีรายงานข่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชทานรถพยาบาลจำนวน 4 คัน พร้อมนายทหารพยาบาลเข้ารอให้ความช่วยเหลือผู้ชุมนุม
16.25 น.- นายทหารพยาบาลพระราชทาน เคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือประชาชนที่แยกการเรือน
16.45 น.- เจ้าหน้าที่ตำรวจผลักดันประชาชน โดยยิงแก๊สน้ำตาเข้ามาเป็นระยะๆ จนถึงแยกอู่ทองใน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระทำการโหดเหี้ยม ยิงแม้กระทั่งรถพยาบาลที่พยายามเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมที่หน้ารัฐสภาอย่างต่อเนื่อง และไม่ยอมให้รถพยาบาลผ่านเข้าออก กลับยิงใส่เจ้าหน้าทีพยาบาลข้างหลัง ขณะเข้าตรวจสอบพื้นที่ว่ามีผู้บาดเจ็บหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากนั้นนายทหารพยาบาลพระราชทาน ได้เดินทางมาถึงหน้ารัฐสภา และเป็นด่านหน้าเข้าช่วยเหลือประชาชน
17.30 น.- แกนนำพันธมิตรฯ ขออาสารถน้ำชุมชนเข้าช่วยเหลือที่หน้ารัฐสภา ขณะเดียวกันมีรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่หน่วยพยาบาลพระราชทาน ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงได้รับบาดเจ็บ 6 ราย
18.30 น.- พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกของกองทัพบก ให้สัมภาษณ์กับเนชั่น แชลแนล ว่าช่วงบ่ายที่ผ่านมามีการจัดทหารเสนารักษ์จำนวนหนึ่งเข้าช่วยเหลือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยลำเลียงและปฐมพยาบาลกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยยืนยันว่าจะไม่มีอาวุธและไม่มีส่วนในการสลายการชุมนุม รวมทั้งจะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหาร โดยจะแบ่งความรับผิดชอบไปทั้งกองทัพบก ทัพเรือและทัพอากาศ
19.30 น.- กองทัพเคลื่อนย้ายกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนมาก ติดริบบิ้นสีขาวเข้ามาหน้าสนามเสือป่าแล้ว ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมที่กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า และบริเวณใกล้เคียง
 

 

ผู้จัดการออนไลน์ 7 ตุลาคม

 

 
ท่านอาจารย์ทั้งสองครับ จากรายงายข่าวที่ผมยกมานี้ ผมเชื่อว่าท่านอาจารย์คงจะได้เห็นเช่นเดียวกับผมว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ได้ถูกดึงลงมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองเพียงใด โดยเฉพาะในส่วนที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวบนเวทีนั้น เป็นการอ้างด้วยความเข้าใจอันบริสุทธิ์หรือไม่ก็ตาม ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นกำลังสนับสนุนพวกเขาอยู่ แม้ว่าพวกเขาจะกำลังกระทำผิดกฎหมายอยู่ในขณะนั้น
 
ลำดับต่อมา ผมเชื่อว่าท่านอาจารย์ทั้งสองทราบเป็นอย่างดีว่าการที่สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกดึงลงมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองในวิกฤติการณ์ที่แตกแยกเช่นนี้ ล้วนไม่เป็นผลดี ทั้งต่อระบอบการปกครองของไทย และต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ในสภาพที่ประชาชนจำนวนมากแตกแยกความคิดเป็นสองฝ่าย และความขัดแย้งรุนแรงลึกซึ้งเช่นนี้ ท่านอาจารย์ทั้งสองจะเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศไทยอย่างไรนั้น เป็นสิ่งที่เหลือปัญญาของผมจะคิดได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผมสามารถยืนยันกับท่านอาจารย์ทั้งสองได้ก็คือ ความไม่เท่าเทียมกันนั้นมีอยู่จริง การกดขี่นั้นมีอยู่จริง และในกรณีที่เป็นปัญหาวิกฤติการเมืองที่ผ่านมานั้น หาได้เป็น “ความเหลื่อมล้ำ” อย่างที่ปัญญาชนและสื่อโทรทัศน์พยายามจะเสนออย่างมืดบอดพร้อมกับยืนยันว่าไม่มีอำมาตย์ไม่มีไพร่
 
อาจารย์เสกสรรค์ครับ ผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของอาจารย์เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ตอนหนึ่งอาจารย์กล่าวว่า คนตัวเล็กๆ ไม่มีอำนาจต่อรอง ไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการชีวิตของตัวเอง กรรมการปฏิรูปพูดคุยกันมาหลายครั้ง ทิศทางที่ชัดเจนอย่างหนึ่งคือ เราต้องปรับความสัมพันธ์อำนาจตรงนี้ให้ได้ เพื่อให้ประชาชนมีอำนาจจัดการชีวิต อาจารย์กล่าวถึงเรื่องการเพิ่มอำนาจให้ประชาชน... ผมคิดว่า 4 ปีที่ผ่านมานี้ เห็นได้ชัดว่าคนกลุ่มใดต้องการ “ลด” อำนาจของประชาชน แม้แต่อำนาจพื้นฐานที่สุดในระบอบประชาธิปไตยอย่าง “หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียง” ก็ยังไม่ถูกยอมรับและมีความพยายามริดรอนโดยชนชั้นนำจำนวนหนึ่งและชนชั้นกลางจำนวนหนึ่ง อำนาจพื้นฐานนี้ถูกกระทำย่ำยีมาตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ในเรื่องการเพิ่มอำนาจของประชาชนตามที่อาจารย์กล่าว ผมมีความเห็นว่า กลุ่มเป้าหมายของอาจารย์คือคนที่ไม่ยอมรับอำนาจของประชาชนเหล่านั้น หากคณะกรรมการปฏิรูปจะเสนอแนวทางที่จะปฏิรูปความคิด จิตสำนึก และจิตวิญญาณประชาธิปไตยให้กับคนเหล่านั้น ให้การศึกษาแก่บรรดาชนชั้นนำและชนชั้นกลางที่ไม่มีความเคารพในสิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะชนชั้นกลางและปัญญาชนซึ่งอยู่ในฐานะซึ่งมีหน้าที่อบรมผู้อื่น เช่น บรรดาคณาจารย์ และอธิการบดีมหาวิทยาลัย ที่เข้าไปรับใช้คณะรัฐประหาร และมีบทบาทในการไม่ยอมรับผู้ปกครองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ผมเชื่อว่าจะช่วยคลี่คลายวิกฤติได้ไม่มากก็น้อย
 
ท่านอาจารย์ครับ อำมาตย์และไพร่สำหรับคนเสื้อแดงนั้น ไม่ได้หมายถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความยากดีมีจน อย่างที่ทีวีซึ่งใช้เงินภาษีของประชาชนกำลังพยายามจะบอกหรอกครับ ความเหลื่อมล้ำนั้นมีมานานแล้ว และผมเชื่อว่ามีมาก่อนจะมี “ประเทศไทย” ด้วยซ้ำ ท่านอาจารย์นิธิย่อมทราบดี เหตุใดเล่าคนจึงเพิ่งตระหนักและมาลุกฮือเอาตอนนี้
 
อำมาตย์และไพร่ของคนเสื้อแดงนั้นเข้าใจง่ายครับ ไม่ซับซ้อนแม้แต่น้อย ความไม่เท่าเทียมและการกดขี่ที่สร้างความคับแค้นให้กับคนเสื้อแดงนั้นก็คือ การไม่ยอมรับหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงตามระบอบประชาธิปไตยนั่นเองครับ รัฐบาลที่เขาเลือกมาถูกรัฐประหาร เขาก็ไม่ว่าอะไร เลือกใหม่มาอีกครั้ง ก็ถูกต่อต้านด้วยวิธีที่ผิดกฎหมาย รัฐบาลแรกถูกยุบไปด้วยเรื่องทำกับข้าว รัฐบาลต่อมาก็ถูกล้มไปในสถานการณ์ที่มีการจับสนามบินแห่งชาติเป็นตัวประกัน ข้อเสนอของพันธมิตรที่ให้เลือกตั้ง 30% คัดสรร 70% นั้น สะท้อนวิธีคิดที่ “กดขี่” ผู้อื่นได้ชัดเจนโดยที่ไม่ต้องขยายความเพิ่ม ยังไม่นับถ้อยคำเหยียดหยามดูถูก ทั้งต่อการใช้สิทธิ์ของพวกเขา ทั้งต่อการชุมนุมของพวกเขา
 
อำมาตย์ของคนเสื้อแดงนั้น แท้จริงแล้วก็คือ คนที่มีอำนาจ คนที่ใช้อำนาจ โดยไม่ต้อง “รับผิด” นั่นเองครับ
 
ผมรู้สึกประหลาดใจเหลือเกินที่เรื่องง่าย ๆ เพียงแค่นี้ ปัญญาชนชั้นนำ สื่อมวลชนจำนวนมาก โดยเฉพาะสื่อที่ใช้เงินจากภาษีของประชาชน กลับแสดงสีหน้าไร้เดียงสาต่อปัญหาดังกล่าว ราวกับเด็กที่เพิ่งเคยเห็นของลับผู้ใหญ่เป็นครั้งแรก
 
อาจารย์ทั้งสองท่านจะมีแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยอยู่ในใจอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมคาดหวัง และก็อาจจะเป็นสิ่งที่คนเสื้อแดงคาดหวังเช่นเดียวกันก็คือ อย่างน้อยสิทธิทางการเมืองของประชาชนจะต้องได้รับความเคารพ ไม่มีคณะผู้ปกครองประเทศที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และไม่มีผู้ที่สามารถใช้อำนาจได้โดยไม่ต้องรับผิด ไม่มีองค์กรที่มีอำนาจโดยไม่ยึดโยงกับประชาชน และสิ่งที่สำคัญ ซึ่งผมเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ก็เห็นว่าสำคัญ ก็คือบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมเชื่อว่าอาจารย์ทั้งสองท่านจะต้องทราบดีอยู่แล้วว่า การปฏิรูปประเทศโดยไม่นำประเด็นเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์มาพิจารณานั้น เป็นได้แต่เพียงการปฏิรูปจอมปลอมเท่านั้น ทำอย่างไรจึงจะสามารถทำนุบำรุงสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นองค์ประธานของระบอบการปกครองอย่างยั่งยืนต่อไป โดยมีบทบาทที่สอดพ้องกับระบอบประชาธิปไตย อยู่พ้นจากอำนาจ จากการเมือง เพื่อพ้นจากการรับผิด เพื่อมิให้ใครอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์โดยหวังผลทางการเมือง ไม่มีใครใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นเครื่องมือในการทำลายกันทางการเมือง ประชาชนไม่ต้องหวาดกลัวและรับโทษหนักจากความผิดที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น มาตรา 112  
 
อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญเช่นกัน ก็คือ ประชาชนที่สูญเสียชีวิตจำนวนมากระหว่างเหตุการณ์เดือนมีนาคม-พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น จะต้องมีการสอบสวนหาคนรับผิดชอบ แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยก็ตาม แต่ผมเชื่อว่า โดยสติปัญญาของท่านอาจารย์ทั้งสอง คงไม่คิดว่าจะสามารถปฏิรูปประเทศไทยโดยที่ประชาชนยังไม่ได้รับความยุติธรรมเมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้ การกล่าวว่าคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยจะไม่เป็นธุระในเรื่องดังกล่าว แต่จะสนใจเฉพาะเรื่องการปฏิรูปในอนาคตนั้น เป็นคำกล่าวที่โง่เขลา เพราะนั่นคือการเสนอในสิ่งที่ทำไม่ได้ ผมเชื่อว่าจะไม่มีการตอบรับใด ๆ จากคนเสื้อแดงต่อข้อเสนอของคณะปฏิรูปฯ ตราบใดที่คณะบุคคลนี้ไม่สามารถมอบความยุติธรรมหรืออย่างน้อยมีจุดยืนที่จะมอบความยุติธรรมให้พวกเขา การปฏิรูปประเทศบนการไม่รับผิดชอบของรัฐบาล หรือแม้กระทั่งถูกมองว่าเป็นการสร้างความชอบธรรม และบ่ายเบี่ยงความรับผิดของรัฐบาล นั้น ไม่มีวันประสบความสำเร็จ จุดยืนในเรื่องการเรียกร้องให้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง และดำเนินคดีต่อฝ่ายปกครองที่กระทำผิด จึงเป็นจุดเดียวกับจุดเริ่มต้นการปฏิรูปประเทศไทย เป็นจุดที่จะเพิ่มความชอบธรรมให้กับข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปฯ หลังจากที่ประชาชนจำนวนมากถูกย่ำยีอย่างไร้ความเป็นธรรมต่อเนื่องมาตลอดวิกฤติการณ์
 
ทั้งนี้ ผมมีความเชื่อมั่นในสติปัญญาของท่านอาจารย์ทั้งสอง ว่าย่อมเห็นความสำคัญของ “ระบบที่ดี” ซึ่งยั่งยืนมากกว่า “คนดี” และผมเชื่อมั่นในความกล้าหาญของท่านอาจารย์ทั้งสอง ที่จะไม่ประนีประนอมกับแนวทางซึ่งหวังผลทางการเมืองระยะสั้น หรือแนวทางที่เป็นการกดขี่ทางการเมือง
 
“ถ้าท่านไม่ศรัทธาประชาชน ถ้าท่านไม่ฝากความหวังไว้กับพลังและจิตใจต่อสู้ของพวกเขา ท่านก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับชะตาของพวกเขา” เป็นคำกล่าวของฟิเดล คาสโตร ซึ่งผมขอนำมาเอ่ยไว้ ณ ที่นี้ ไม่ว่าผลบั้นปลายของการปฏิวัติคิวบาจะเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่าคำกล่าวนี้ยังคงมีความจริงที่เป็นอมตะอยู่
 
สุดท้ายขอให้อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ และอาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล สามารถทำหน้าที่ได้ดังที่ตั้งใจไว้ และขอคุณพระศรีรัตนตรัย และคุณประชาชนผู้เสียสละชีวิต คุ้มครองอาจารย์ทั้งสอง
 
วาด รวี
 
6 ตุลาคม 2553
 
 
 
ชื่อบทความเดิม: บทความรำลึก 7 ตุลา และจดหมายเปิดผนึกถึงอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์และอาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ในฐานะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย เรื่องบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในระบอบการปกครองของไทย

 

Comments

เรียนถามด้วยความเคารพต่อไปนี้

เรียนถามด้วยความเคารพต่อไปนี้
1) รู้จักแต่สิทธิ์กากบาทแต่ไม่รู้จักสิทธิ์อื่น - หน้าที่ประชาชนคือเลือกผู้แทนและติดตามประเมินผลผู้แทนให้มีคุณธรรมในการปฎิบัติหน้าที่ คนไทยทุกคนเท่าเทียมกันในการเลือก แต่เท่าเทียมกันบนบรรทัดฐานมาตรฐานเดียวกันหรือยังในการวัดผลผู้แทน? ทำไมคนที่ท่านเลือกโกงแสนล้าน ผิดจริยธรรมชัดๆ แต่ยังสนับสนุนอยู่? ระบบตรวจสอบในประชาธิปไตยที่ท่านอ้างหายไปไหน นอกจากหนึ่งเสียงที่ท่านได้เลือกผู้แทนเข้าไป? ผมไม่เห็นประเด็นนี้ชัดในบทความของท่าน เห็นแต่คำบ่นว่าคนที่เลือกโดนปลดจากข้อหาทำกับข้าว หรือว่านักการเมือง ฉ ที่มีลูกกร่างคือนายกที่ผมต้องก้มหน้ายอมรับ?

2) เงินตรามาก่อนคุณธรรม ส่วนตัวมาก่อนส่วนรวม - เห็นด้วยกับการต่อว่าเรื่องความเหลื่อมล้ำอย่างยิ่ง เพราะเปรียลเทียบโรงเรียนในกรุงเทพกับโรงเรียนบนเขาต่างกันยังไง.... ความเหลื่อมล้ำทางสังคมความรู้คุณธรรมในประเทศไทยก็ยังต่างกันเช่นนั้น คำถามผมคือ ทำยังไงให้แท็กซี่ไม่โกงผู้โดยสารต่างชาติ ทำยังไงให้คนๆหนึ่งไม่เลือกผู้แทนเพราะเขามอบเงินให้เปล่าแต่เลือกเพราะเค้าทำงานให้บ้านเมืองด้วยคุณธรรมและด้วยความสามารถ ทำยังไงให้คนไทยมีความคิดว่าคุณธรรมคือเครื่องวัดเกียรติยศมากกว่าเงินตราหรืิอหน้าที่การงาน? คนรวยบางคนต่อราคาผักสิบบาทเหลือสามบาท แต่ซื้อของหมื่นบาทไม่ต่อซักคำ ทำยังไงให้ไม่มีคนแบบนี้ในแผ่นดินไทย? ถ้าสิ่งแย่ๆเหล่านี้เหล่านี้มีน้อยมากในสังคมไทย และทุกคนต่อสู้มาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแบบนี้... ผมเชื่อว่าคนไทยจะเคารพหนึ่งเสียงของผู้อื่นอย่างยิ่งยวดและไม่มีข้ออ้างให้ดูถูกว่าคนอีกกลุ่มช่างเลือกผู้แทนได้อัปยศและช่างเป็นกลุ่มที่ไร้ความสามารถทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย

ปล ไม่ได้เป็นนักเขียน อาจเรียบเรียงไม่มีระบบ ขออภัยล่วงหน้า

ที่ว่า "

ที่ว่า " ทำไมคนที่ท่านเลือกโกงแสนล้าน ผิดจริยธรรมชัดๆ แต่ยังสนับสนุนอยู่?" ช่วยยกรูปธรรมที่มีความจริง พร้อมหลักฐานประกอบมาแสดงให้ชัดเจนได้ไหมครับว่าใคร? หรือ คุณพูดตามๆเขาไป ซึ่งการพูดอย่างนั้นเขาเรียกว่าพูดพล่อยๆ และคำพูดพล่อยๆยกเมฆแบบนี้ มันช่วยกันทำลายระบอบประชาธิปไตยมานักต่อนัก โกงเงินแสนล้าน หากมีจริง แล้วองค์กรตรวจสอบ นักกฎหมาย ส.ส.ฝ่ายค้านอยู่กันเต็มบ้านเต็มเมือง เขาไม่มีหูมีตาบ้างหรือคุณ?
ความคิดและการพูดพล่อยแบบนั้น มันไม่ได้สร้างสรรค์อะไรหรอกครับ

"ทำไมคนที่ท่านเลือกโกงแสนล้าน

"ทำไมคนที่ท่านเลือกโกงแสนล้าน ผิดจริยธรรมชัดๆ แต่ยังสนับสนุนอยู่?"
การถอดถอนนักการเมืองที่โกง มีระบบอยู่แล้วมิใช่หรือในกระบวนการของรัฐธรรมนูญ ไม่เห็นต้องใช้การปฏิวัติ
รัฐบาลชุดปัจจุบัน ก็มีข่าวโกงอยู่ทุกวันในหน้าหนังสือพิมพ์ จริงหรือไม่จริงไม่รู้ เพิ่งฟังข่าวไปเมื่อเย็นนี้ว่าปีละ 3 แสนล้าน ควรปฏิวัติอีกหรือไม่ล่ะ หรือถ้าเป็นรัฐบาลชุดนี้ ไม่เป็นไร ฟังทางสภาอุตสาหกรรมว่าจะไม่ร่วมมือจ่าย 30% ให้นักการเมืองแล้ว ขอให้เป็นความจริงเถอะ แสดงว่ายอมรับว่าจริงๆแล้วทุจริตจ่ายกันมาโดยตลอด แล้วพวกที่จ่ายๆเพื่อให้ได้งานนี้ ไม่ทุจริตหรือ แล้วเป็นใครกันล่ะพวกนี้ คุณ bbb ยอมรับสนับสนุนอยู่ได้อย่างไร

อ่านแล้วนึกอยากจะเขีบนบทความเ

อ่านแล้วนึกอยากจะเขีบนบทความเองสักตั้งหนึ่ง

1. เจ้าของกระทู้อย่างี่เง่า ก่อนรัฐประหาร รัฐบาลขณะนั้นทำยังไงกับเสื้อเหลือง
ผมจำได้ดี ภาพอาเจ๊กอาแป๊ะ วิ่งหนีอันธพาล ที่เข้ามาไล่ทุบตี เสื้อเหลืองต่างจังหวัด
จะเข้ากรุงเทพถูกกักตัวไว้ นักการเมืองทรท. แข่งกันส่งสมุนไปกลั่นแกล้งเสื้อเหลือง เพื่อเอาใจนาย

2. การรัฐประหาร ผมว่าคุณคงสติดีอยู่นะครับ เพราะผลมันคือเผด็จการทั้งคู่ ทบทวนความจำนะ พันธมิตรฯ
ประกาศนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 21 ก.ย 53 ที่ลานพระบรมรูป จู่ๆเสื้อแดงก็บอกว่าขอชุมนุมบ้าง เท่าที่จำได้คือวันที่20 ก.ย. 53
ที่สนามหลวง ทั้งสื่อ ทั้งนักวิชาการ ชาวบ้านทั่วไป เขาขอร้องให้ยุติการชุมนุมทั้งสองฝ่าย เหลืองบอกว่าพันธมิตรแจ้งล่วงหน้าแล้ว ทางแดงจู่ๆก็มาชุมนุมตัดหน้า 1 วัน แถมไม่พอมาชุมนุมห่างกันแค่ 2 กม. ขอร้องแดงให้ไปชุมนุมที่สมามกีฬารัชมังคลา
ก็ไม่ไป
ตอนนั้นมันก็อ่านเกมกันออกถูกใหม ฝ่ายรัฐบาลต้องการให้เกิดการปะทะกับระหว่างมวลชนแล้วจะประกาศ บังคับใช้พรบ. ฉุกเฉิน แล้วปลดผบทบ. ผบ. แถมทหารในกรุงเทพระดับผู้บังคับกองพล เป็น ฝ่ายรัฐแทบทั้งนั้น
ส่วนฝ่ายต่อต้านรัฐ ก็หวังว่าทหารฝ่ายข้างน้อยจะช่วยเหลือ ตอนปะทะ แล้วยึดอำนาจรัฐ

ขอโทษ สถานการณ์ทั้งสองเหตุการณ์ นี่มันประชาธิปไตยหรือเปล่า รบกวนเจ้าของบทความ ไปหาข้อมูลหรือเหตุผลเลยนะว่าจู่ๆเสื้อแดงก็ประกาศชุมนุมตัดหน้าเหลืองแถมไม่พอมาชุมนุมใกล้ๆ อีกด้วย มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
มันเป็นแผนการของใครที่จะเอาไว้กวาดล้างฝ่ายต่อต้านรัฐบาลหรือเปล่า

3. เรื่องสถาบัน ผมสรุปเหตุการณ์ง่ายๆว่า หลักคิดของเสื้อแดงคือ ถ้าไม่มีสถาบันฯ มวลชนเสื้อแดง สามารถไปไล่ฆ่าใครก็ได้ด้วยข้อหาเป็นเผด็จการ เสื้อแดงสามารถตั้งตัวแบบอัลกออิดะห์ หรือมวลชนอินเตอร์แรมเว ของรวันดา ได้เลย

ผมถามเจ้าของบทความจริงๆ ว่าสถาบันฯ ช่วย กัน M79 11 ลูก ไม่ให้ลงกลางวงพันธมิตรฯ ได้ใหม ช่วย ไม่ให้เสื้อแดงลากเสื้อเหลืองไปประชาฑัณฑ์แล้วฆ่า หน้าบ้านเสื้อเหลืองเองได้ใหม ช่วยกันเสื้อแดงบุกเผาสถานที่ของสันติอโศกได้ใหม
ทั้งหมดนี่นะ สถาบันช่วยอะไรไม่ได้เลย

ถ้าคุณถูกกระทำในระดับนี้แล้วหาที่พึงไม่ได้ แค่การเข้าไปขอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากสถาบันฯ เสื้อแดงก็มองว่ามันผิด แม้แต่เสื้อแดงบาดเจ็บล้มตาย สถาบันเขาก็ช่วยเหลือไม่ใช่เหรอ

4. เรื่องคนนิ่งเฉยกับเหตุการณ์เมษาพฤษภาคม 53 ผมคนหนึ่งละที่นิ่งเฉย สมเพชและสังเวชใจ มันง่ายๆว่าผมไม่ต้องการรวันดาโมเดลที่ทางเสื้อแดงทางปฏิบัติเสนอมา ถ้าเสื้อแดงชนะ เสื้อแดงจะตั้งกลุ่มมวลชนเที่ยวไล่ฆ่าคนเห็นต่างอย่างที่ทำอยู่เสมอ เป็นกิจวัตรของเสื้อแดง (แดงเทียมมั้ง) เสื้อแดงเหิมเกริมถึงขั้นไปใช้อาวุธสงครามกับทหารกับเจ้าหน้าที่ คุณดูตัวอย่างเสื้อเหลืองที่คุณยกมาอ้างก็ได้ นั่นนะเป็นแค่ครั้งเดียวที่พันธมิตรฯ ทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วยังเป็นอาวุธที่คว้าเอาแถวนั้น มันเทียบไม่ได้เลยกับพฤติกรรมของเสื้อแดง
ถึงจะเข้าใจในความคับแค้นใจของเสื้อแดง แต่มันรับไม่ได้ ที่เสื้อแดงยกการรัฐประหารมาสร้างความชอบธรรมเพื่อหาประโยชน์อยู่ตลอดเวลา หลังเหตุการณ์ก็ผ่านกระบวนการประชาธิปไตยมาแล้ว ก็อ้างอยู่นั่นแหละ

ผมจำได้นะ วันนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เสื้อแดงนิ่งเฉยยังไงแถมยุให้ตำรวจทหารจัดการพวกเสื้อเหลืองให้หมด มาวันนี้คุณโดนบ้าง
คุณจะตัดพ้อต่อว่าไปทำไม คุณควรที่จะไปสัมภาษณ์แดงที่ใช้อาวุธสงครามกับเจ้าหน้าที่ดีกว่า จะได้ป้องกันในภายหลังได้

ผมคงไม่มีความเห็นเกี่ยวกับสถา

ผมคงไม่มีความเห็นเกี่ยวกับสถาบันหรอกนะ แต่ในประเด็นทางการเมืองที่ทหารทำรัฐประหารทักษิณ ผมเห็นด้วยถึงแม้จะไม่ชอบธรรมก็ตามเพราะทักษิณก็คือเผด็จการทางรัฐสภาดีๆนี่เอง ก็ไม่แตกต่างจากเผด็จการทหารแต่อย่างใด คำกล่าวของเขาที่ประกาศว่า จังหวัดไหนไม่เลือกพรรคเขา จะไม่จัดงบประมาณให้ แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วในเรื่องของการเลือกปฏิบัติ ถึงแม้รัฐบาลนอมินีของเขาได้รับการเลือกเข้ามาเป็นจำนวนมาก ก็มิได้หมายความว่าจะเป็นประชาธิปไตยแต่อย่างใด ทักษิณก็ยังชักใยอยู่เบื้องหลังและมีอำนาจเช่นเดิม การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงทักษิณก็ชักใยอยู่เบื้องหลังเช่นเดียวกัน ถ้าบางฝ่ายเห็นว่า ม.112 ไม่เป็นธรรมก็เสนอให้ สส แก้กฎหมายซิครับ ทำไมพวกคุณไม่ทำ พวกคุณอยากจะวิจารณ์สถาบันก็ทำได้ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายที่มีอยู่ อย่าระเมิดกฎหมาย เพราะตามปกติ ประมุข รัฐมนตรี หรือ นายกรัฐมนตรี ก็คือบุคคลสาธารณะ ย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ และอีกประเด็นหนึ่งก็คือ รัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ก็ผ่านการลงประชามติจากประชาชนทั้งประเทศแล้วเป็นเสียงข้างมาก ทำไมพวกคุณไม่ยอมรับกันล่ะ ถ้าอยากจะแก้ไขก็ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อนว่าจะให้แก้ไขหรือไม่

ไอ้วิธีคิดวิธีมองประชาธิปไตยแ

ไอ้วิธีคิดวิธีมองประชาธิปไตยแบบแดงๆของเจ้าของจดหมายนี่แหละที่มันโคตรด้อยพัฒนา คับแคบ ไร้การศึกษา จนไม่มีใครเขาเอาด้วยนอกจากพวกแดงด้วยกัน

*หากเคารพ สถาบัน

*หากเคารพ สถาบัน อันสูงส่ง
อย่าดึงลง มาใช้ ใฝ่ประหาร
อย่าใช้เป็น เครื่องมือ เผด็จการ
อย่าประจาน คนคิดต่าง อย่างเลวร้าย

*ความจงรักภักดี...อยู่ที่ใจ
ไม่ต้องโอ้อวดใคร เพียงใจหมาย
ยิ่งโอ้อวด ประกวดแข่ง แย้งมิคลาย
เหมือนหวังดี ประสงค์ร้าย ไม่เหมาะควร

*พวกแอบอ้าง ความจงรัก ภักดี
เพื่อเป็นที รัฐประหาร พวกพาลป่วน
เป็นพวกเลว พวกร้าย ใจเลวล้วน
เป็นพวกควร ถูกประหาร ผลาญปลดปลง

*สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เคารพ ที่นบไหว้
ควรเทิดไว้ บนหิ้ง สิ่งสูงส่ง
คนทั่วไป กราบไหว้ ใจมั่นคง
ไม่นำลง มาใช้ ด้วยใจพาล

ขอบคุณเจ้าของบทความ

ขอบคุณเจ้าของบทความ ถามได้โดนใจ แต่โดยวัฒนธรรมของปัญญาชนอีลีตระดับ อ.นิธิ และ อ.เสกสรรค์ จะรู้สึกรู้สาหรือ?

เขาก็อำมาตย์เหมือนกันน่ะนั่นนะ ....555

ถ้าจะมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองก็ได้นะ แต่สมควรต้องรู้จักรับ "คำวิพากษ์วิจารณ์" ได้ด้วย จะกลัวหน้าตัวเองทำไมล่ะ "ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ" ยกเลิกไปเลยสิ กฎหมายที่ทำลายสิทธิเสรีภาพประชาชน ขัดกับหลักรัฐธรรมนูญอย่าง กฎหมายหมิ่นฯ 112 น่ะ แต่สงสัยจะเป็นพวก "มือถือสาก ปากถือศีล" มากกว่าว่ะ

..ยังมีประเทศไหนในโลกที่อ้างตัวเองว่าเป็น "ประชาธิปไตย" แต่ยังดำรงกฎหมายเผด็จการได้ล้าหลังเหมือนในประเทศไทยอีกหรือ

ศิลา wrote:ที่ว่า "

[quote=ศิลา]ที่ว่า " ทำไมคนที่ท่านเลือกโกงแสนล้าน ผิดจริยธรรมชัดๆ แต่ยังสนับสนุนอยู่?" ช่วยยกรูปธรรมที่มีความจริง พร้อมหลักฐานประกอบมาแสดงให้ชัดเจนได้ไหมครับว่าใคร? หรือ คุณพูดตามๆเขาไป ซึ่งการพูดอย่างนั้นเขาเรียกว่าพูดพล่อยๆ และคำพูดพล่อยๆยกเมฆแบบนี้ มันช่วยกันทำลายระบอบประชาธิปไตยมานักต่อนัก โกงเงินแสนล้าน หากมีจริง แล้วองค์กรตรวจสอบ นักกฎหมาย ส.ส.ฝ่ายค้านอยู่กันเต็มบ้านเต็มเมือง เขาไม่มีหูมีตาบ้างหรือคุณ?
ความคิดและการพูดพล่อยแบบนั้น มันไม่ได้สร้างสรรค์อะไรหรอกครับ[/quote]

เห็นด้วยกับคุณศิลาครับ

เขาตั้งคณะกรรมการพิเศษเสียงบประมาณไปมากมาย เพื่อการตรวจสอบความผิดของคนๆเดียว ตรวจสอบอยู่เป็นปีๆ
สุดท้ายดำเนินคดีได้เพียงคดีเดียว แล้วยังเป็นคดีเล็กๆ ที่ก้ำกึ่งกันระหว่างผิดกับไม่ผิด จนผลการตัดสินไม่เอกฉันท์
และสุดท้ายก็เป็นแค่การสร้างภาพการโกงจากการ propaganda เพื่อการยึดอำนาจการบริหารคืนไปให้อีกขั้วหนึ่งเท่านั้น

นักการเมืองปัจจุบันอาจจะโกงมากกว่าเดิมก็ได้ แต่ไม่มีใครแยแสหรอกครับ

ตรวจดูดัชนีการวัดผลเกี่ยวกับคอรัปชั่นในแต่ละประเทศดูก็ได้ ดัชนีที่จัดทำโดยต่างชาติ
ช่วงเวลาไหนดีที่สุดของเมืองไทย?
บางทีเราอาจสงสัยว่าช่วงที่ใครต่อใครแหกปากบอกว่าโกงมากที่สุด
แต่ทำไมต่างชาติประเมินว่าดีที่สุด เขาประเมินจากอะไร ?
ส่วนคนไทยอาจจะประเมินการคอรัปชั่นจาก ASTV กระมัง

คุณวาด

คุณวาด ระวี

ถ้าจะส่งจดหมายให้เสกสรรค์ กรุณาส่งไปที่อำเภอภูเวียง จังหวัดขอบแก่น เพราะสิ่งที่เป็นซากดึกดำบรรพ์(ไม่ว่าจะเป็นทางโบราณคดีหรือทางประวัติศาสตร์ก็ดี) เขามักจะขุดค้นพบกันแถวนั้น

ส่วนนิธิเองก็คงยังไม่มีเวลามาอ่านจดหมายเปิดผนึกของคุณ เพราะกำลังง่วนหาคำแปลของคำว่าhypocriteอยู่ในdictionary Websterอยู่

Quote: ...ผมรู้สึกประหลาดใจเห

[quote]
...ผมรู้สึกประหลาดใจเหลือเกินที่เรื่องง่าย ๆ เพียงแค่นี้ ปัญญาชนชั้นนำ สื่อมวลชนจำนวนมาก โดยเฉพาะสื่อที่ใช้เงินจากภาษีของประชาชน กลับแสดงสีหน้าไร้เดียงสาต่อปัญหาดังกล่าว ราวกับเด็กที่เพิ่งเคยเห็นของลับผู้ใหญ่เป็นครั้งแรก...
[/quote]

สื่อมวลชนของรัฐก็เหมือนดาราวัยรุ่นนั่นแหละ
ชอบทำอาโนเนะ แต่จริงๆแล้วไม่มี "โอโน่โน่"
...มีแต่ "โอ...เย่ส์์์...โอ...เย่ส์์์..."

*รำลึก เจ็ดตุลา

*รำลึก เจ็ดตุลา วันตาสว่าง
มองเห็นข้างชัดเจนเห็นสดใส
ม๊อบมีเส้นเป็นไฉนได้แจ้งใจ
ม๊อบยิ่งใหญ่ล้อมสภาร้องฆ่ามัน

*สดุดีวีรกรรมตำรวจไทย
ถูกบีบคั้นเพียงใดไม่ไหวหั่น
มุ่งรักษากฎหมายเป็นสำคัญ
สลายการปิดกั้นรัฐสภา

*สดุดีวีรกรรมตำรวจไทย
ถูกรถยนต์ทับไปมุ่งไล่ฆ่า
แต่คนทำผิดน้อยนิดผิดเมตตา
ตำรวจกล้าน่าบูชาในน้ำใจ

*รำลึก เจ็ดตุลา

*รำลึก เจ็ดตุลา วันตาสว่าง
มองเห็นข้าง ชัดเจน เห็นสดใส
ม๊อบมีเส้น เป็นไฉน ได้แจ้งใจ
ม๊อบยิ่งใหญ่ ล้อมสภา ร้องฆ่ามัน
*สดุดี วีรกรรม ตำรวจไทย
ถูกบีบคั้น เพียงใด ไม่ไหวหวั่น
มุ่งรักษา กฎหมาย เป็นสำคัญ
และป้องกันชีวิต ส.ส.ไว้

*เกียรติตำรวจ ของไทย ใจกล้าหาญ
ถูกระรานด้วย “คนดี”ที่ยิ่งใหญ่
พันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย
ผู้ขับไล่ รัฐบาล เลือกตั้งมา

*ขับรถชน ด้วยบันดาล โทสะ
ได้ลดละ โทษทัณฑ์ สุดหรรษา
ตำรวจเจ็บ หนักหนา น่าเวทนา
ม๊อบที่มา มีเส้น เป็นยิ่งนัก

*คนเสื้อแดง ถูกไล่ล่า ถูกฆ่าเข่น
โกรธไม่เป็น หรืออย่างไร ให้เสียหลัก
ถูกจับขัง คุมเข้ม เต็มที่นัก
ม๊อบไร้เส้น เห็นประจักษ์ เหมือนผักปลา

*นี่แหละสองมาตรฐาน บ้านเมืองไทย
เทวดา ยิ่งใหญ่ ใจหยาบหนา
ทำอะไร ก็ไม่ผิด ด้วยฤทธา
คนธรรมดา ถูกระราน สังหารฟรี

นวนคร

[quote=นวนคร]อ่านแล้วนึกอยากจะเขีบนบทความเองสักตั้งหนึ่ง

1. เจ้าของกระทู้อย่างี่เง่า ก่อนรัฐประหาร รัฐบาลขณะนั้นทำยังไงกับเสื้อเหลือง
ผมจำได้ดี ภาพอาเจ๊กอาแป๊ะ วิ่งหนีอันธพาล ที่เข้ามาไล่ทุบตี เสื้อเหลืองต่างจังหวัด
จะเข้ากรุงเทพถูกกักตัวไว้ นักการเมืองทรท. แข่งกันส่งสมุนไปกลั่นแกล้งเสื้อเหลือง เพื่อเอาใจนาย

2. การรัฐประหาร ผมว่าคุณคงสติดีอยู่นะครับ เพราะผลมันคือเผด็จการทั้งคู่ ทบทวนความจำนะ พันธมิตรฯ
ประกาศนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 21 ก.ย 53 ที่ลานพระบรมรูป จู่ๆเสื้อแดงก็บอกว่าขอชุมนุมบ้าง เท่าที่จำได้คือวันที่20 ก.ย. 53
ที่สนามหลวง ทั้งสื่อ ทั้งนักวิชาการ ชาวบ้านทั่วไป เขาขอร้องให้ยุติการชุมนุมทั้งสองฝ่าย เหลืองบอกว่าพันธมิตรแจ้งล่วงหน้าแล้ว ทางแดงจู่ๆก็มาชุมนุมตัดหน้า 1 วัน แถมไม่พอมาชุมนุมห่างกันแค่ 2 กม. ขอร้องแดงให้ไปชุมนุมที่สมามกีฬารัชมังคลา
ก็ไม่ไป
ตอนนั้นมันก็อ่านเกมกันออกถูกใหม ฝ่ายรัฐบาลต้องการให้เกิดการปะทะกับระหว่างมวลชนแล้วจะประกาศ บังคับใช้พรบ. ฉุกเฉิน แล้วปลดผบทบ. ผบ. แถมทหารในกรุงเทพระดับผู้บังคับกองพล เป็น ฝ่ายรัฐแทบทั้งนั้น
ส่วนฝ่ายต่อต้านรัฐ ก็หวังว่าทหารฝ่ายข้างน้อยจะช่วยเหลือ ตอนปะทะ แล้วยึดอำนาจรัฐ

ขอโทษ สถานการณ์ทั้งสองเหตุการณ์ นี่มันประชาธิปไตยหรือเปล่า รบกวนเจ้าของบทความ ไปหาข้อมูลหรือเหตุผลเลยนะว่าจู่ๆเสื้อแดงก็ประกาศชุมนุมตัดหน้าเหลืองแถมไม่พอมาชุมนุมใกล้ๆ อีกด้วย มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
มันเป็นแผนการของใครที่จะเอาไว้กวาดล้างฝ่ายต่อต้านรัฐบาลหรือเปล่า

3. เรื่องสถาบัน ผมสรุปเหตุการณ์ง่ายๆว่า หลักคิดของเสื้อแดงคือ ถ้าไม่มีสถาบันฯ มวลชนเสื้อแดง สามารถไปไล่ฆ่าใครก็ได้ด้วยข้อหาเป็นเผด็จการ เสื้อแดงสามารถตั้งตัวแบบอัลกออิดะห์ หรือมวลชนอินเตอร์แรมเว ของรวันดา ได้เลย

ผมถามเจ้าของบทความจริงๆ ว่าสถาบันฯ ช่วย กัน M79 11 ลูก ไม่ให้ลงกลางวงพันธมิตรฯ ได้ใหม ช่วย ไม่ให้เสื้อแดงลากเสื้อเหลืองไปประชาฑัณฑ์แล้วฆ่า หน้าบ้านเสื้อเหลืองเองได้ใหม ช่วยกันเสื้อแดงบุกเผาสถานที่ของสันติอโศกได้ใหม
ทั้งหมดนี่นะ สถาบันช่วยอะไรไม่ได้เลย

ถ้าคุณถูกกระทำในระดับนี้แล้วหาที่พึงไม่ได้ แค่การเข้าไปขอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากสถาบันฯ เสื้อแดงก็มองว่ามันผิด แม้แต่เสื้อแดงบาดเจ็บล้มตาย สถาบันเขาก็ช่วยเหลือไม่ใช่เหรอ

4. เรื่องคนนิ่งเฉยกับเหตุการณ์เมษาพฤษภาคม 53 ผมคนหนึ่งละที่นิ่งเฉย สมเพชและสังเวชใจ มันง่ายๆว่าผมไม่ต้องการรวันดาโมเดลที่ทางเสื้อแดงทางปฏิบัติเสนอมา ถ้าเสื้อแดงชนะ เสื้อแดงจะตั้งกลุ่มมวลชนเที่ยวไล่ฆ่าคนเห็นต่างอย่างที่ทำอยู่เสมอ เป็นกิจวัตรของเสื้อแดง (แดงเทียมมั้ง) เสื้อแดงเหิมเกริมถึงขั้นไปใช้อาวุธสงครามกับทหารกับเจ้าหน้าที่ คุณดูตัวอย่างเสื้อเหลืองที่คุณยกมาอ้างก็ได้ นั่นนะเป็นแค่ครั้งเดียวที่พันธมิตรฯ ทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วยังเป็นอาวุธที่คว้าเอาแถวนั้น มันเทียบไม่ได้เลยกับพฤติกรรมของเสื้อแดง
ถึงจะเข้าใจในความคับแค้นใจของเสื้อแดง แต่มันรับไม่ได้ ที่เสื้อแดงยกการรัฐประหารมาสร้างความชอบธรรมเพื่อหาประโยชน์อยู่ตลอดเวลา หลังเหตุการณ์ก็ผ่านกระบวนการประชาธิปไตยมาแล้ว ก็อ้างอยู่นั่นแหละ

ผมจำได้นะ วันนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เสื้อแดงนิ่งเฉยยังไงแถมยุให้ตำรวจทหารจัดการพวกเสื้อเหลืองให้หมด มาวันนี้คุณโดนบ้าง
คุณจะตัดพ้อต่อว่าไปทำไม คุณควรที่จะไปสัมภาษณ์แดงที่ใช้อาวุธสงครามกับเจ้าหน้าที่ดีกว่า จะได้ป้องกันในภายหลังได้[/quote]
ขอบอกชัดๆ ขบวนการเสื้องเหลืองถูกจัดตั้งให้เป็นเงื่อนไขปฏิวัติเท่านั้นโดยผู้มีบารมี

นวนคร

[quote=นวนคร]อ่านแล้วนึกอยากจะเขีบนบทความเองสักตั้งหนึ่ง

1. เจ้าของกระทู้อย่างี่เง่า ก่อนรัฐประหาร รัฐบาลขณะนั้นทำยังไงกับเสื้อเหลือง
ผมจำได้ดี ภาพอาเจ๊กอาแป๊ะ วิ่งหนีอันธพาล ที่เข้ามาไล่ทุบตี เสื้อเหลืองต่างจังหวัด
จะเข้ากรุงเทพถูกกักตัวไว้ นักการเมืองทรท. แข่งกันส่งสมุนไปกลั่นแกล้งเสื้อเหลือง เพื่อเอาใจนาย

2. การรัฐประหาร ผมว่าคุณคงสติดีอยู่นะครับ เพราะผลมันคือเผด็จการทั้งคู่ ทบทวนความจำนะ พันธมิตรฯ
ประกาศนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 21 ก.ย 53 ที่ลานพระบรมรูป จู่ๆเสื้อแดงก็บอกว่าขอชุมนุมบ้าง เท่าที่จำได้คือวันที่20 ก.ย. 53
ที่สนามหลวง ทั้งสื่อ ทั้งนักวิชาการ ชาวบ้านทั่วไป เขาขอร้องให้ยุติการชุมนุมทั้งสองฝ่าย เหลืองบอกว่าพันธมิตรแจ้งล่วงหน้าแล้ว ทางแดงจู่ๆก็มาชุมนุมตัดหน้า 1 วัน แถมไม่พอมาชุมนุมห่างกันแค่ 2 กม. ขอร้องแดงให้ไปชุมนุมที่สมามกีฬารัชมังคลา
ก็ไม่ไป
ตอนนั้นมันก็อ่านเกมกันออกถูกใหม ฝ่ายรัฐบาลต้องการให้เกิดการปะทะกับระหว่างมวลชนแล้วจะประกาศ บังคับใช้พรบ. ฉุกเฉิน แล้วปลดผบทบ. ผบ. แถมทหารในกรุงเทพระดับผู้บังคับกองพล เป็น ฝ่ายรัฐแทบทั้งนั้น
ส่วนฝ่ายต่อต้านรัฐ ก็หวังว่าทหารฝ่ายข้างน้อยจะช่วยเหลือ ตอนปะทะ แล้วยึดอำนาจรัฐ

ขอโทษ สถานการณ์ทั้งสองเหตุการณ์ นี่มันประชาธิปไตยหรือเปล่า รบกวนเจ้าของบทความ ไปหาข้อมูลหรือเหตุผลเลยนะว่าจู่ๆเสื้อแดงก็ประกาศชุมนุมตัดหน้าเหลืองแถมไม่พอมาชุมนุมใกล้ๆ อีกด้วย มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
มันเป็นแผนการของใครที่จะเอาไว้กวาดล้างฝ่ายต่อต้านรัฐบาลหรือเปล่า

3. เรื่องสถาบัน ผมสรุปเหตุการณ์ง่ายๆว่า หลักคิดของเสื้อแดงคือ ถ้าไม่มีสถาบันฯ มวลชนเสื้อแดง สามารถไปไล่ฆ่าใครก็ได้ด้วยข้อหาเป็นเผด็จการ เสื้อแดงสามารถตั้งตัวแบบอัลกออิดะห์ หรือมวลชนอินเตอร์แรมเว ของรวันดา ได้เลย

ผมถามเจ้าของบทความจริงๆ ว่าสถาบันฯ ช่วย กัน M79 11 ลูก ไม่ให้ลงกลางวงพันธมิตรฯ ได้ใหม ช่วย ไม่ให้เสื้อแดงลากเสื้อเหลืองไปประชาฑัณฑ์แล้วฆ่า หน้าบ้านเสื้อเหลืองเองได้ใหม ช่วยกันเสื้อแดงบุกเผาสถานที่ของสันติอโศกได้ใหม
ทั้งหมดนี่นะ สถาบันช่วยอะไรไม่ได้เลย

ถ้าคุณถูกกระทำในระดับนี้แล้วหาที่พึงไม่ได้ แค่การเข้าไปขอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากสถาบันฯ เสื้อแดงก็มองว่ามันผิด แม้แต่เสื้อแดงบาดเจ็บล้มตาย สถาบันเขาก็ช่วยเหลือไม่ใช่เหรอ

4. เรื่องคนนิ่งเฉยกับเหตุการณ์เมษาพฤษภาคม 53 ผมคนหนึ่งละที่นิ่งเฉย สมเพชและสังเวชใจ มันง่ายๆว่าผมไม่ต้องการรวันดาโมเดลที่ทางเสื้อแดงทางปฏิบัติเสนอมา ถ้าเสื้อแดงชนะ เสื้อแดงจะตั้งกลุ่มมวลชนเที่ยวไล่ฆ่าคนเห็นต่างอย่างที่ทำอยู่เสมอ เป็นกิจวัตรของเสื้อแดง (แดงเทียมมั้ง) เสื้อแดงเหิมเกริมถึงขั้นไปใช้อาวุธสงครามกับทหารกับเจ้าหน้าที่ คุณดูตัวอย่างเสื้อเหลืองที่คุณยกมาอ้างก็ได้ นั่นนะเป็นแค่ครั้งเดียวที่พันธมิตรฯ ทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วยังเป็นอาวุธที่คว้าเอาแถวนั้น มันเทียบไม่ได้เลยกับพฤติกรรมของเสื้อแดง
ถึงจะเข้าใจในความคับแค้นใจของเสื้อแดง แต่มันรับไม่ได้ ที่เสื้อแดงยกการรัฐประหารมาสร้างความชอบธรรมเพื่อหาประโยชน์อยู่ตลอดเวลา หลังเหตุการณ์ก็ผ่านกระบวนการประชาธิปไตยมาแล้ว ก็อ้างอยู่นั่นแหละ

ผมจำได้นะ วันนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เสื้อแดงนิ่งเฉยยังไงแถมยุให้ตำรวจทหารจัดการพวกเสื้อเหลืองให้หมด มาวันนี้คุณโดนบ้าง
คุณจะตัดพ้อต่อว่าไปทำไม คุณควรที่จะไปสัมภาษณ์แดงที่ใช้อาวุธสงครามกับเจ้าหน้าที่ดีกว่า จะได้ป้องกันในภายหลังได้[/quote]
ขอบอกชัดๆ ขบวนการเสื้องเหลืองถูกจัดตั้งให้เป็นเงื่อนไขปฏิวัติเท่านั้นโดยผู้มีบารมี

คุณวาด ระวีเขียนได้ดีมาก

คุณวาด ระวีเขียนได้ดีมาก แม้จะพอรู้ว่าอะไรเป็นอะไรอยู่บ้างแล้ว แต่การเรียบเรียงเหตุการณ์อย่างในบทความทำให้ชัดเจนเลย

ดวง

[quote=ดวง]ไอ้วิธีคิดวิธีมองประชาธิปไตยแบบแดงๆของเจ้าของจดหมายนี่แหละที่มันโคตรด้อยพัฒนา คับแคบ ไร้การศึกษา จนไม่มีใครเขาเอาด้วยนอกจากพวกแดงด้วยกัน[/quote]

วิธีคิดแบบดวงๆ ด่าตัวเองเหมาะกว่า..ความคิดเท่าหัวแม่เท้าไม่ต้องออกความเห็นอ่านเฉยๆดีกว่านะจ๊ะ

นวนคร

[quote=นวนคร]อ่านแล้วนึกอยากจะเขีบนบทความเองสักตั้งหนึ่ง

1. เจ้าของกระทู้อย่างี่เง่าคุณจะตัดพ้อต่อว่าไปทำไม คุณควรที่จะไปสัมภาษณ์แดงที่ใช้อาวุธสงครามกับเจ้าหน้าที่ดีกว่า จะได้ป้องกันในภายหลังได้[/quote]

แสดงว่าเป็นคอการเมืองที่มองอะไรตื้นๆขาดข้อมูลบางด้าน..ช่วยแนะนำแล้วกันเผื่อจะมองอะไรชัดขึ้น
พวกเสื้อแดงยุคที่ไล่ทุบเสื้อเหลือง ตอนนั้นเป็นแดง(กองกำลังน้ำเงินในปัจจุบัน)สังกัดนายเนรคุณห้อย..แล้วเนรคุณห้อยโดนทหารจับไปแก้ผ้า..(ดีดไข่รึเปล่าจำไม่ได้)..

ตอนหลังเนรคุณห้อยก็เลยร้องไห้ยอมทรยศทักษิณ..กองกำลังเสื้อน้ำเงินดังกล่าวไอ้ห้อยใช้ไล่ถล่มคนเสื้อแดงที่พัทยาก่อนพฤษภาเลือดปี52

สรุปสิ่งที่คุณกล่าวหาคนเสื้อแดงตอนนี้ ที่จริงก็คือการกล่าวหาพรรคเนรคุณร่วมรัฐบาลชุดนี้..ไม่รู้ว่าคุณจะตามทันเล่ห์อำมาตย์และแป๊ะลิ้มไหมเนี่ย เพราะรู้อะไรด้านเดียวเหมือนเป็นแฟนพันธุ์แท้เหลืองเดินออกมาจากห้องส่งทีวีช่องเอแอสทีวี

สร้างภาพแดงน่ากลัวเกินจริงทั้งที่เสื้อแดงโดนสารพัดทั้งทหารอาวุธสงครามตุลาการวิบัติไปเต็มๆ..การที่แดงจะไล่ล่าคนเป็นไปได้ยังไง..โถใครแยกออกว่าใครเป็นใคร ตำรวจ-ทหารจะยอมหรือ..

..ถ้ารัฐบาลยอมยุบสภาตอนนั้นก็คงไม่เป็นแบบนี้..ไม่มีเงื่อนไขไล่ล่าบ้าบออย่างที่กล่าวมาซักนิดเพราะผมติดตามข่าวแดงมาตลอด..ฮา ยืนยันได้..แกนนำแดงแต่ละคนตอนนั้นและตอนนี้ก็โดนคดีกันถ้าติดคุกก็ไม่รู้คนละกี่ร้อยปี..ยังจะไปไล่ล่าใครได้..อ่านนิยายมากไปแล้ว

..เห็นมีอะไรจะเป็นไปได้ที่แดงจะไล่ล่าใคร มีแต่แดงโดนอำนาจมืดเถื่อนๆไล่ล่า..ขนาดทีวีแดง เวบยังโดนปิดจะไล่ล่าใครไม่ทราบ...ปลุกปั่นขนาดนี้ยังหลงเชื่อเรื่องลวงโลกจนน่าหัวเราะ..มองโลกจริงเป็นนิยายแบบแป๊ะลิ้มกำกับและแต่งเรื่องเองได้เนียน..ฮา

นิยายรวันดา.แหมต้มกันขนาดนี้ยังมีคนหลงเชื่อเป็นตุเป็นตะ ไทยกับรวันดาต่างกันลิบลับ แป๊ะลิ้มคงจับจุดอ่อนคนไทยถูกหลอกต้มได้ง่ายๆก็เลยสร้างนิยายเรื่องนี้(ส่วนที่โยงมาผูกกับประเทศไทย) คนนำมาเทียบมีเจตนาร้ายต้องการล้างสมองมวลชนเหลืองแน่นอน เหมือนทหารถูกล้างสมองในค่ายทหารว่าแดงจะล้มเจ้าพอเชื่อได้ที่ก็ส่งออกมาฆ่าหมู่ประชาชนมือเปล่าๆตายเป็นเบือแบบโมเดลรวันดา(เวอร์ชั่นประเทศไทย)ที่เอแอสทีวีอำนวยผลิต แผนไทยฆ่าไทยเพื่อรักษาอำนาจอำมาตย์และสื่อเทียมกระบอกเสียงเผด็จการ

ฝีมือสื่อกระเทียมตุ๋นเงินชาวบ้านทำลายประชาธิปไตยบ้านเมืองจนวอดวาย แต่งนิยายรวันดา,แดงล้มเจ้า..ฯลฯ..สารพัดที่จะนึกเองแต่งเอง..ไม่ต้องสร้างเป็นหนังก็หากินกับมวลชนเหลืองและคนที่เชื่อบางคนได้สบายๆ

ดวง

[quote=ดวง]ไอ้วิธีคิดวิธีมองประชาธิปไตยแบบแดงๆของเจ้าของจดหมายนี่แหละที่มันโคตรด้อยพัฒนา คับแคบ ไร้การศึกษา จนไม่มีใครเขาเอาด้วยนอกจากพวกแดงด้วยกัน[/quote]
ใช่ คงไม่มีใครมาตราฐานสูงส่ง พัฒนาเลิศ มีการศึกษามาก ที่กล้าเชื่อว่า คนไม่เท่ากัน กล้าที่จะคิดว่าโฮโมซาเปียนเหมือนกันเป็นควายได้ กล้าที่จะเขื่อว่าคนชนบทโง่ หลอกได้ แต่เคยกล้าคิดมุมกลับใหม "หรื่อว่าเราโง่ เราถึงไม่เข้าใจที่เขาพูดกัน" กล้าพอที่จะคิดใหมว่าเรายังนอนอยู่ในเมติกส์

เขียนต่อไปนะ คุณวาด

เขียนต่อไปนะ คุณวาด รวี
เราจะรออ่าน เราเชียร์...

kkk(เอี้ยก้วย) wrote:นวนคร

[quote=kkk(เอี้ยก้วย)][quote=นวนคร]อ่านแล้วนึกอยากจะเขีบนบทความเองสักตั้งหนึ่ง

1. เจ้าของกระทู้อย่างี่เง่า ก่อนรัฐประหาร รัฐบาลขณะนั้นทำยังไงกับเสื้อเหลือง
ผมจำได้ดี ภาพอาเจ๊กอาแป๊ะ วิ่งหนีอันธพาล ที่เข้ามาไล่ทุบตี เสื้อเหลืองต่างจังหวัด
จะเข้ากรุงเทพถูกกักตัวไว้ นักการเมืองทรท. แข่งกันส่งสมุนไปกลั่นแกล้งเสื้อเหลือง เพื่อเอาใจนาย

2. การรัฐประหาร ผมว่าคุณคงสติดีอยู่นะครับ เพราะผลมันคือเผด็จการทั้งคู่ ทบทวนความจำนะ พันธมิตรฯ
ประกาศนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 21 ก.ย 53 ที่ลานพระบรมรูป จู่ๆเสื้อแดงก็บอกว่าขอชุมนุมบ้าง เท่าที่จำได้คือวันที่20 ก.ย. 53
ที่สนามหลวง ทั้งสื่อ ทั้งนักวิชาการ ชาวบ้านทั่วไป เขาขอร้องให้ยุติการชุมนุมทั้งสองฝ่าย เหลืองบอกว่าพันธมิตรแจ้งล่วงหน้าแล้ว ทางแดงจู่ๆก็มาชุมนุมตัดหน้า 1 วัน แถมไม่พอมาชุมนุมห่างกันแค่ 2 กม. ขอร้องแดงให้ไปชุมนุมที่สมามกีฬารัชมังคลา
ก็ไม่ไป
ตอนนั้นมันก็อ่านเกมกันออกถูกใหม ฝ่ายรัฐบาลต้องการให้เกิดการปะทะกับระหว่างมวลชนแล้วจะประกาศ บังคับใช้พรบ. ฉุกเฉิน แล้วปลดผบทบ. ผบ. แถมทหารในกรุงเทพระดับผู้บังคับกองพล เป็น ฝ่ายรัฐแทบทั้งนั้น
ส่วนฝ่ายต่อต้านรัฐ ก็หวังว่าทหารฝ่ายข้างน้อยจะช่วยเหลือ ตอนปะทะ แล้วยึดอำนาจรัฐ

ขอโทษ สถานการณ์ทั้งสองเหตุการณ์ นี่มันประชาธิปไตยหรือเปล่า รบกวนเจ้าของบทความ ไปหาข้อมูลหรือเหตุผลเลยนะว่าจู่ๆเสื้อแดงก็ประกาศชุมนุมตัดหน้าเหลืองแถมไม่พอมาชุมนุมใกล้ๆ อีกด้วย มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
มันเป็นแผนการของใครที่จะเอาไว้กวาดล้างฝ่ายต่อต้านรัฐบาลหรือเปล่า

3. เรื่องสถาบัน ผมสรุปเหตุการณ์ง่ายๆว่า หลักคิดของเสื้อแดงคือ ถ้าไม่มีสถาบันฯ มวลชนเสื้อแดง สามารถไปไล่ฆ่าใครก็ได้ด้วยข้อหาเป็นเผด็จการ เสื้อแดงสามารถตั้งตัวแบบอัลกออิดะห์ หรือมวลชนอินเตอร์แรมเว ของรวันดา ได้เลย

ผมถามเจ้าของบทความจริงๆ ว่าสถาบันฯ ช่วย กัน M79 11 ลูก ไม่ให้ลงกลางวงพันธมิตรฯ ได้ใหม ช่วย ไม่ให้เสื้อแดงลากเสื้อเหลืองไปประชาฑัณฑ์แล้วฆ่า หน้าบ้านเสื้อเหลืองเองได้ใหม ช่วยกันเสื้อแดงบุกเผาสถานที่ของสันติอโศกได้ใหม
ทั้งหมดนี่นะ สถาบันช่วยอะไรไม่ได้เลย

ถ้าคุณถูกกระทำในระดับนี้แล้วหาที่พึงไม่ได้ แค่การเข้าไปขอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากสถาบันฯ เสื้อแดงก็มองว่ามันผิด แม้แต่เสื้อแดงบาดเจ็บล้มตาย สถาบันเขาก็ช่วยเหลือไม่ใช่เหรอ

4. เรื่องคนนิ่งเฉยกับเหตุการณ์เมษาพฤษภาคม 53 ผมคนหนึ่งละที่นิ่งเฉย สมเพชและสังเวชใจ มันง่ายๆว่าผมไม่ต้องการรวันดาโมเดลที่ทางเสื้อแดงทางปฏิบัติเสนอมา ถ้าเสื้อแดงชนะ เสื้อแดงจะตั้งกลุ่มมวลชนเที่ยวไล่ฆ่าคนเห็นต่างอย่างที่ทำอยู่เสมอ เป็นกิจวัตรของเสื้อแดง (แดงเทียมมั้ง) เสื้อแดงเหิมเกริมถึงขั้นไปใช้อาวุธสงครามกับทหารกับเจ้าหน้าที่ คุณดูตัวอย่างเสื้อเหลืองที่คุณยกมาอ้างก็ได้ นั่นนะเป็นแค่ครั้งเดียวที่พันธมิตรฯ ทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วยังเป็นอาวุธที่คว้าเอาแถวนั้น มันเทียบไม่ได้เลยกับพฤติกรรมของเสื้อแดง
ถึงจะเข้าใจในความคับแค้นใจของเสื้อแดง แต่มันรับไม่ได้ ที่เสื้อแดงยกการรัฐประหารมาสร้างความชอบธรรมเพื่อหาประโยชน์อยู่ตลอดเวลา หลังเหตุการณ์ก็ผ่านกระบวนการประชาธิปไตยมาแล้ว ก็อ้างอยู่นั่นแหละ

ผมจำได้นะ วันนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เสื้อแดงนิ่งเฉยยังไงแถมยุให้ตำรวจทหารจัดการพวกเสื้อเหลืองให้หมด มาวันนี้คุณโดนบ้าง
คุณจะตัดพ้อต่อว่าไปทำไม คุณควรที่จะไปสัมภาษณ์แดงที่ใช้อาวุธสงครามกับเจ้าหน้าที่ดีกว่า จะได้ป้องกันในภายหลังได้[/quote]
ขอบอกชัดๆ ขบวนการเสื้องเหลืองถูกจัดตั้งให้เป็นเงื่อนไขปฏิวัติเท่านั้นโดยผู้มีบารมี[/quote]

ใช่แล้ว

ชงเอง

กินเอง

อร่อยทั้งระบอบ

หึหึ

อ่านแล้วนึกอยากจะเขีบนบทความเ

อ่านแล้วนึกอยากจะเขีบนบทความเองสักตั้งหนึ่ง

1. เจ้าของกระทู้อย่างี่เง่า ก่อนรัฐประหาร รัฐบาลขณะนั้นทำยังไงกับเสื้อเหลือง
ผมจำได้ดี ภาพอาเจ๊กอาแป๊ะ วิ่งหนีอันธพาล ที่เข้ามาไล่ทุบตี เสื้อเหลืองต่างจังหวัด
จะเข้ากรุงเทพถูกกักตัวไว้ นักการเมืองทรท. แข่งกันส่งสมุนไปกลั่นแกล้งเสื้อเหลือง เพื่อเอาใจนาย

*******ผมว่าคนที่แสดงความคิดเห็นดังกล่าวคงจะเป็น พวกตกยุค หรือไม่ก็เมาใบกระท่อม....ที่แป้ะลิ้มต้มใส่โกเต็กที่ใช้แล้วให้กิน เลยปัญญาอ่อน มองไม่ออกว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรคือหลักการประชาธิปไตย.....ทุกวันนี้มันเป็นหลักการปกครองโดยหลักโจร......แต่แอบอ้างความถูกต้องตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญฉบับโจร......แค่นี้ คห. ดังกล่าวยังคิดและเรียบเรียงเทียบเคียงเหตุและผลไม่ได้........เขาเรียกว่าพวกโง่ดักดาน........