เครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิ 5 จังหวัดออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลรับผิดชอบและแก้ปัญหาปรับปรุงศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ หลังจากเกิดปัญหาความผิดพลาดจากการฝึกซ้อมเตือนภัยเมื่อ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา
16 ก.ย. 2553 ณ มูลนิธิอันดามัน จ. ตรัง เครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิ ประกอบด้วย จังหวัดพังงา จังหวัดสตูล จังหวัดตรัง จังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ตกว่า 30 คน ได้ประชุมเพื่อกำหนดท่าทีต่อศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ หลังจากที่การฝึกซ้อมอพยพหนีภัยสึนามิในวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อม ความไร้ประสิทธิภาพของระบบเตือนภัยสึนามิ โดยมีบางที่สัญญาณเตือนภัยไม่ดัง ขณะที่บางที่สัญญาณเตือนภัยดังซ้ำต่อเนื่องหลังเสร็จสิ้นการซ้อมทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิดนึกว่าเกิดภัยสึนามิจริง
โดยทางเครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิได้ออกออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของศูนย์เตือนภัย ปรับปรุงระบบการเตือนภัย มีแผนงบประมาณปรับปรุงระบบเตือนภัยอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงแต่ช่วงซ้อมเตือนภัย และให้มีการตั้งคณะกรรมการเตือนภัยระดับจังหวัดโดยชุมชนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน
รายละเอียดแถลงการณ์ฉบับเต็มมีดังนี้
แถลงการณ์
“ยกเครื่องศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติและระบบเตือนภัยสึนามิ”
คลื่นยักษ์สึนามิเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สินและเศรษฐกิจของชายฝั่งอันดามันอย่างรุนแรงและต้องใช้เวลาในการเยียวยาฟื้นฟูมากกว่า ๔ ปี ความสูญเสียครอบครัว ญาติมิตรและหนีเอาชีวิตรอดในครั้งนั้นยังอยู่ในความทรงจำของผู้ประสบภัยจนถึงปัจจุบัน
ชุมชนชายฝั่งอันดามัน จำเป็นต้องอยู่ร่วมกับความเสี่ยงภัยสึนามิที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นระบบการเตือนภัยสึนามิ ที่ดีเชื่อถือได้จึงมีความจำเป็นอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของชุมชน โดยเฉพาะการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญของชายฝั่งอันดามันและประเทศไทย
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยืนยันกับชุมชนมาโดยตลอดว่า ระบบเตือนภัยสึนามิ มีประสิทธิภาพ ในระดับฝากชีวิตได้ โดยมีการตรวจสอบการใช้งานผ่านดาวเทียมทุกวัน
แต่การฝึกซ้อมอพยพหนีภัยสึนามิ ในพื้นที่ชายฝั่งอันดามันเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๓ ของ รัฐบาลภายใต้การอำนวยการของรองนายกรัฐมนตรีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รับผิดขอบโดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ปรากฏข้อผิดพลาดที่แสดงให้เห็นความไม่พร้อม ความไร้ประสิทธิภาพของระบบเตือนภัยสึนามิโดยบางพื้นที่สัญญาณเตือนภัยไม่ดังเช่น บ้านมดตะนอย จ.ตรัง บางพื้นที่เช่น บ้านป่าตอง หอเตือนภัยเสีย ๒ หอไม่สามารถใช้ได้มากว่า ๓ ปี ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่เช่น บ้านน้ำเค็ม บ้านเจ้าไหม บ้านเกาะมุกต์ เกาะหลีแป๊ะ ป่าตอง เขาหลัก สัญญาณเตือนภัยดังซ้ำต่อเนื่องหลังจากเสร็จสิ้นการซ้อมแล้ว ทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่า เกิดสึนามิขึ้น จนอพยพหนีภัยโกลาหล ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและเกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ทุ่นลอยตรวจจับคลื่นใต้น้ำมักจะเสีย หรือหลุดจากจุดที่วางโดยตลอด
ความผิดพลาด ความไม่พร้อมที่เกิดขึ้น ประกอบกับการที่รองนายกรัฐมนตรีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวว่า “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดเล็กน้อย เป็นความผิดพลาดที่ระบบ” ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าเกิดจากการกดสัญญาณซ้ำของเจ้าหน้าที่ ซึ่งแสดงให้เห็นข้อบกพร่องของระบบการตัดสินใจในการส่งสัญญาณของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
ความผิดพลาด และความเห็นของผู้รับผิดชอบระบบเตือนภัยแห่งชาติ แสดงให้เห็นถึงการไม่ให้ความสำคัญของรัฐบาลต่อชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ในพื้นที่เสี่ยงภัย ความไม่รับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ชีวิตของผู้คนชุมชนชายฝั่งตกอยู่ในความเสี่ยง ความหวาดระแวงภัยสึนามิ จนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และไม่สามารถไว้วางใจต่อระบบเตือนภัยสึนามิได้อีกต่อไป
เครือข่ายชุมชนผู้ประสบภัยสึนามิชายฝั่งอันดามัน ขอเรียกร้องให้รัฐบาล
๑. นายกรัฐมนตรีต้องชี้แจงต่อประชาชนว่า ระบบการเตือนภัยสึนามิ เป็นเรื่องเล็กน้อยดังที่
รองนายกรัฐมนตรีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าว หรือเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ
๒. ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติต้องแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นด้วยการ
ลาออก นายกรัฐมนตรีต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และดูแลความเสียหายทางร่างกายทรัพย์สิน และเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อระบบเตือนภัยให้เกิดขึ้นกับชุมชนชายฝั่งและภาคการท่องเที่ยว
๓. ดำเนินการปรับปรุงระบบการเตือนภัย การอพยพหลบภัยสึนามิ การปฏิรูปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้
มีเอกภาพในการปฏิบัติงาน โดยให้ชุมชนชายฝั่งเข้าไปมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน
๔. ให้มีคณะกรรมการเตือนภัยและอพยพหลบภัยระดับจังหวัดที่ชุมชนผู้ประสบภัยสึนามิมีส่วนร่วม
โดยให้มีอำนาจในการเปิดสัญญาณแจ้งเตือนภัย การติดตามประสิทธิภาพของระบบ และการซ้อมอพยพหนีภัย
๕. รัฐบาลต้องมีแผนงานและงบประมาณสนับสนุนการเตรียมความพร้อมเผชิญภัยสึนามิ และภัย
พิบัติธรรมชาติในระดับชุมชน การจัดให้มีอุปกรณ์และอาสาสมัครเฝ้าระวัง ป้องกัน และกู้ภัย
๖. รัฐบาลต้องจัดให้มีแผนงานและงบประมาณการซ่อมบำรุงอุปกรณ์เฝ้าระวังและเตือนภัยธรรมชาติ
อย่างสม่ำเสมอไม่ใช่ซ่อมบำรุงเฉพาะช่วงก่อนซ้อมอพยพดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ระบบเตือนภัยและการอพยพหลบภัยสึนามิ มีความสำคัญมากต่อการดำรงชีวิตของชุมชนชายฝั่ง และความมั่นใจของนักท่องเที่ยวซึ่งการท่องเที่ยวเป็นเศรษฐกิจสำคัญของอันดามันและประเทศไทย รัฐบาลจึงต้องตระหนัก ให้ความสำคัญ และเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอข้างต้นอย่างเร่งด่วน
เครือข่ายชุมชนผู้ประสบภัยสึนามิ
๑๖ กันยายน ๒๕๕๓
Comments
People in the disastrous
People in the disastrous areas had to count themselves "fortunate" that the 2004 Tsunami took place during PM Thaksin's government. Immediate financial help and relief were promptly at hand due to the effciency of the then government.
I shudder to think what would happen, if the same thing happened again today during Abhisit's reign. He and Suthep would probably shrug their shoulders, saying such things happen and they will go away by themselves. These people are where they are, not to serve the people in general but to serve only a handful of "elites".
If Abhisit had let ninety two people die and two thousand injured without blinking an eyelid, I doubt if such a thing as a Tsunami warning system would be his primary concern. Safety comes first is a motto served only for himself and those who count and definitely not the people who feed him with their taxes.