เกษียร เตชะพีระ: ความตายที่รอคำตอบของฟาบิโอ

 

ภาพถ่ายหน้าศพฟาบิโอ โพเลนกีในงานฌาปณกิจศพที่วัดคลองเตยใน, ๒๔ พ.ค. ๒๕๕๓

รายงานพิเศษของ The Committee to Protect Journalists (CPJ คณะกรรมการปกป้องนักข่าว – อันเป็นองค์การอิสระที่ไม่แสวงกำไรเพื่อส่งเสริมเสรีภาพหนังสือพิมพ์ทั่วโลกด้วยการปกป้องสิทธิของนักข่าวที่จะรายงานข่าวโดยไม่ต้องกลัวถูกเล่นงานตอบโต้) เรื่อง “In Thailand unrest, journalists under fire” (ในเหตุไม่สงบในประเทศไทย นักข่าวถูกยิงใส่ – http://www.cpj.org/reports/2010/07/in-thailand-unrest-journalists-under-fire.php) เขียนโดย Shawn W. Crispin ผู้แทนอาวุโสของ CPJ ประจำเอเชียอาคเนย์และเผยแพร่เมื่อ ๒๙ ก.ค. ศกนี้ได้ระบุถึงกรณีสังหารฟาบิโอ โพเลนกีว่า: ‐

ในกรณีการยิงโพเลนกี, การสอบสวนที่อึมครึม

การตายของฟาบิโอ โพเลนกี ช่างภาพชาวอิตาลี เป็นศูนย์รวมเรื่องเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฉบับต่าง ๆ ที่มาประชันขันแข่งกัน โพเลนกีวัย ๔๘ ปีถูกฆ่าด้วยกระสุนปืนเช้าวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ศกนี้ระหว่างรายงานข่าวปฏิบัติการทางทหารเพื่อขับไล่ผู้ชุมนุมออกจากบริเวณถนนราชดำริอันเป็นเขตพื้นที่การชุมนุมประท้วงที่ซับซ้อนพิสดารซึ่งนปช.ได้สร้างขึ้นในย่านการค้าสุดยอดของกรุงเทพฯ

แบรดลี คอกซ์ นักทำหนังสารคดีผู้อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เล่าว่าเช้าวันนั้นก่อนเกิดเหตุทหารได้ยิงปืนประปรายจากด้านหลังเครื่องกีดขวางเข้าใส่พื้นที่ห่างออกไป ๒๐๐ เมตรซึ่งอยู่ใต้การควบคุมของนปช. คอกซ์บอกว่าทั้งเขากับโพเลนกีได้บันทึกภาพผู้ประท้วงคนหนึ่งถูกยิงที่ขาเวลาประมาณ ๑๐.๔๕ น.

เวลา ๑๐.๕๘ น. เมื่อรู้สึกว่าการยิงสงบลงพักหนึ่ง คอกซ์เล่าว่าเขาก็ออกจากบังเกอร์ที่นปช.คุมอยู่ไปยังถนนที่เกือบโล่งร้างเพื่อสืบดูว่าความปั่นป่วนวุ่นวายในหมู่ผู้ประท้วงห่างไปราว ๓๐ – ๔๐ เมตรนั้นมันเรื่องอะไรกัน คอกซ์บอกว่าเขาเชื่อว่าโพเลนกีตามหลังเขาไปห่างกันไมกี่ก้าว ขณะวิ่งไปตามถนน คอกซ์รู้สึกปวดแปลบด้านข้างของขา ปรากฏว่ากระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวหัวเข่าเขาบาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อเขาหันกลับไปมองในทิศทางของกองทหาร เขาก็เห็นโพเลนกีแผ่หราอยู่กับพื้นข้างหลังเขา ๒ – ๓ เมตร ตอนนั้นโพเลนกีสวมหมวกกันน็อคสีฟ้าเขียนคำว่า “สื่อสิ่งพิมพ์” ทั้งหน้าหลังและติดปลอกแขนสีเขียวเพื่อบอกว่าเขาเป็นนักข่าวที่ปฏิบัติงานอยู่

“ตอนนั้นผมรู้สึกว่าเราถูกยิงพร้อมกันเป๊ะเลย บางทีอาจจะโดยกระสุนนัดเดียวกันด้วยซ้ำไป” คอกซ์กล่าวและเสริมว่าเขาไม่ได้ยินเสียงปืนหนึ่งหรือหลายนัดที่ยิงถูกเขาหรือโพเลนกี “ผมไม่รู้ว่าใครยิงผมหรือฟาบิโอ แต่ถ้าทหารกำลังพยายามยิงพวกเสื้อแดงละก็ มันไม่มีใครอยู่รอบตัวพวกเราเลยนี่ครับ … ทหารกำลังยิงใส่สิ่งของหรือผู้คนแบบไม่เลือก”

ภาพวีดิโอที่คอกซ์ถ่ายเหตุการณ์บรรดานักข่าวและผู้ประท้วงช่วยกันหามร่างโพเลนกีออกจากถนนขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไปยังโรงพยาบาลแถวนั้นดูเหมือนจะแสดงให้เห็นว่ากระสุนเจาะเข้าตัวโพเลนกีทางใต้รักแร้ซ้ายและทะลุออกสีข้าง รายงานข่าวต่าง ๆ ระบุว่าเขาเสียชีวิตแล้วเมื่อไปถึงโรงพยาบาลในท้องที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้รายงานว่าพบหัวกระสุนใด ๆ

ครอบครัวของโพเลนกีได้แสดงความห่วงกังวลที่รัฐบาลสนองตอบต่อการตายของเขาอย่างอึมครึม อิซาเบลลา โพเลนกี น้องสาวของเขาบอก CPJ ว่าครอบครัวเธอได้ร้องขอรายงานชันสูตรพลิกศพทางการครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ยังไม่ได้รับ เธอกล่าวว่าตำรวจกับกระทรวงยุติธรรมบอกเล่าขัดกันว่าตำแหน่งบาดแผลของน้องชายเธออยู่ตรงไหนแน่ ซึ่งเธอเองก็ไม่ทันได้เห็นร่างเขาก่อนฌาปณกิจศพ เธอยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าทรัพย์สินส่วนตัวของโพเลนกีหลายรายการรวมทั้งกล้องถ่ายรูปและโทรศัพท์หายไป ความขัดแย้งและคลุมเครือทำนองนี้ทำให้เธอยิ่งหวั่นวิตกว่าโพเลนกีอาจถูกหมายหัวในฐานที่เป็นนักข่าวก็เป็นได้

เธอกับเพื่อนร่วมงานของโพเลนกีกลุ่มหนึ่งจึงร่วมกันปะติดปะต่อวีดิโอคลิปต่าง ๆ ที่บ้างก็ได้จากนักข่าวผู้อยู่บริเวณข้างเคียงกับโพเลนกีและบ้างก็ดาวน์โหลดจากแหล่งไม่ทราบชื่อบนอินเทอร์เน็ตเพื่อพัฒนาขึ้นเป็นลำดับเหตุการณ์การเคลื่อนไหวก่อนและหลังการยิง เท่าที่ทราบไม่มีฟิล์มภาพตัวเหตุการณ์การยิงนั้นเอง วีดิโอคลิปอันหนึ่งแสดงภาพชายใส่หมวกกันน็อคสีเงินที่ไม่รู้ว่าเป็นใครเข้าถึงตัวโพเลนกีหลังถูกยิงเป็นคนแรก ฟิล์มภาพสั้น ๆ นั้นแสดงภาพเขาคลำไปรอบอกโพเลนกีและกระแทกเข้ากับกล้องถ่ายรูปของโพเลนกีอยู่ประเดี๋ยวหนึ่ง ขณะที่ชายใส่หมวกกันน็อคสีเหลืองที่ไม่รู้ว่าเป็นใครอีกคนคุกเข่าลงและถ่ายรูปโพเลนกีไว้

ฟิล์มภาพของคอกซ์ดูจะแสดงภาพชายคู่เดียวกันอยู่ในหมู่คนที่เคลื่อนย้ายร่างของโพเลนกีออกจากถนนไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ที่พาเขาไปโรงพยาบาล ภาพของชายใส่หมวกกันน็อคสีเงินถูกตีพิมพ์ทั้งในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและมติชน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่รู้ว่าเขากับชายใส่หมวกกันน็อคอีกคนหนึ่งนั้นเป็นใครกันแน่ อิซาเบลลา โพเลนกีกล่าว

นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกรัฐบาลไม่ตอบคำถามจาก CPJ เกี่ยวกับการยิงโพเลนกี รวมทั้งคำกล่าวอ้างที่ว่าตอนนั้นทหารยิงไม่เลือกหน้า หรือรายละเอียดของกรณีการยิงรายอื่น ๆ นายเสก วรรณเมธี อัครราชทูตของสถานทูตไทย ณ กรุงวอชิงตันตอบข้อห่วงใยของ CPJ กว้าง ๆในจดหมายลงวันที่ ๑๔ มิถุนายนว่ารัฐบาลเสียใจที่เกิดการสูญเสียชีวิตและยึดมั่นที่จะสืบสวนกรณีการตายทั้งหลายอย่างเต็มที่และเที่ยงธรรม…..”

ล่าสุด Shawn Crispin ยังได้รายงานความคืบหน้ากรณีนี้ไว้ในเว็บบล็อกของ CPJ เมื่อวันที่ ๒ ส.ค. ศกนี้ภายใต้หัวข้อ “In Polenghi case, autopsy shared but more needed” (ในคดีโพเลนกี เผยผลชันสูตรพลิกศพแล้ว แต่ต้องทำมากกว่านี้) http://cpj.org/blog/2010/08/in-polenghi-case-autopsy-shared-but-more-needed.php ว่า: ‐

…..อย่างไรก็ตาม กว่าสองเดือนต่อมา (หลังการตายของฟาบิโอ) มันก็ไม่ปรากฏชัดว่าทางการไทยกำลังพยายามทำดีที่สุดเพื่อไขคดีนี้ให้กระจ่างและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม

 

อิซาเบลลา โพเลนกี น้องสาวของเขา ได้แสดงความห่วงใยดังกล่าวนั้น ณ ที่แถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ (ที่ ๓๐ กรกฎาคม ศกนี้) ณ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทยในกรุงเทพฯ ทาง CPJ เราได้ร่วมขึ้นเวทีเพื่อนำเสนอรายงานพิเศษเรื่อง “ในเหตุไม่สงบในประเทศไทย นักข่าวถูกยิงใส่” ซึ่งสืบสวนกรณีการตายและบาดเจ็บต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้กับนักข่าวในประเทศไทย รวมทั้งการยิงโพเลนกีจนเสียชีวิตด้วย

ในบรรดาข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของเรา CPJ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยร่วมมือกับผู้สืบสวนอิสระและเปิดเผยผลการชันสูตรพลิก ศพทางการ รวมทั้งหลักฐานเชิงนิติเวชอื่น ๆ ปรากฏว่ารัฐบาลไม่ได้ตอบสนองผลการสืบสวนของเราอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด แม้ว่าดูเหมือนทางราชการจะรับฟังข้อเสนอแนะของ CPJ ประการหนึ่ง

ในวัน พฤหัสบดี (ที่ ๒๙ กรกฎาคม ศกนี้) อันเป็นวันเผยแพร่รายงานของ CPJ ข้างต้น ตำรวจกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้พบกับอิซาเบลลา โพเลนกีเป็นการส่วนตัวและนำผลการชันสูตรพลิกศพคดีพี่ชายของเธออย่างเป็นทาง การให้เธอเป็นครั้งแรก ตำแหน่งบาดแผลที่แน่ชัดของโพเลนกีจะเป็นร่องรอยให้สืบเสาะได้ว่าเขาถูกยิง โดยทหารจากระดับพื้นถนนหรือโดยผู้ประท้วงที่อยู่บนตึกข้างเคียง

ในที่ แถลงข่าว อิซาเบลลา โพเลนกี ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลการชันสูตรพลิกศพและเน้นว่าเป้าหมายของการพบปะกับทาง เจ้าหน้าที่ซึ่งสถานทูตอิตาลีช่วยจัดให้นั้นก็เพื่อ “ร่วมด้วยช่วยกัน”และหาทางประกันให้มั่นใจว่าการสืบสวนของของทางการ “กำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษถือ การค้นหากล้องถ่ายรูปและโทรศัพท์ของโพเลนกีที่หายไปคืนมาเป็นเรื่องสำคัญ ก่อนอื่นทั้งด้วยเหตุผลทางนิติเวชศาสตร์และทางอารมณ์ความรู้สึก

อิซาเบล ลา โพเลนกีกล่าวว่าเธอเข้าใจว่าการ สืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ “อาจนานหลายปี”แต่ก็บอกว่าถ้าหากไม่มี “ความรุดหน้า” ใด ๆ ในสองเดือนข้างหน้าแล้วเธอก็คงจะกลับมาเมืองไทยอีกเพื่อกดดันในเรื่องที่เธอ ห่วงใย

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

พรรคพวกเพื่อนฝูง ของฟาบิโอซึ่งหลายคนเป็นนักข่าวชาวต่างชาติผู้มาหลงรักเมืองไทย อาศัยอยู่เป็นเหย้าและตั้งใจจะเอาเป็นเรือนตายเหมือนกัน ได้เล่าให้ฟังว่าพวกเขาพิศวงงงงันมากว่าเพราะเหตุใดก็ไม่รู้หน่วยราชการต่าง ๆ ไม่ว่าอำอวด, อีเอสไอ, หรืออ๋ออออ๋อ ต่างพากันยัวะเป็นฟืนเป็นไฟที่พวกเขาพยายามร่วมด้วยช่วยกันหาความกระจ่าง เกี่ยวกับสภาพการณ์การตายของฟาบิโอ โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าใครเป็นคนเอาการ์ดบันทึกข้อมูล (memory card) และกล้องถ่ายรูปของฟาบิโอไป รวมทั้งช่วยกันจัดแถลงข่าวให้ อิซาเบลลา น้องสาวของฟาบิโอ

แล้วจู่ ๆ เพื่อนชาวอเมริกันที่นำภาพวีดิโอที่เขาถ่ายไว้ตอนฟาบิโอตายมาเปิดเผยก็ถูก ดำเนินการขับไล่ออกจากประเทศและข้างภรรยาที่เป็นคนไทยของเพื่อนคนนั้นก็ถูก คุมตัวด้วยอำนาจพิเศษ, โทรศัพท์บางเบอร์ที่เพื่อน ๆ ของฟาบิโอใช้ติดต่อประสานงานกันก็ชักมีอาการรบกวนแปลก ๆ, เวลาพวกเขาไปไหนมาไหนก็มีคนหน้าตาบ้องแบ๊วคอยติดตามยังกับนิยายสืบสวนสอบสวน…..

นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, รัฐมนตรีองอาจ คล้ามไพบูลย์, อธิบดีธาริต เพ็งดิษฐ์, โฆษกปณิธาน วัฒนายากร, ผู้การสรรเสริญ แก้วกำเนิด – ไม่แปลกหรือครับที่หน่วยงานราชการซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบสืบสวนสอบสวนหาความ จริงทุกกรณีการตายที่เกิดขึ้นช่วงเหตุการณ์เมษา-พฤษภาอำมหิตที่ผ่านมา – ทั้งการตายของฟาบิโอและคนไทยกับชาวต่างชาติอื่น ๆ อีก ๙๐ คน – ดูเหมือนจะพยายามนานัปการที่จะไม่ให้คนอื่นเขาทำความจริงให้ปรากฏต่อ สาธารณะ?

พวกคุณกลัวอะไรหรือครับ?

..................
ที่มา : เผยแพร่ครั้งแรก ในมติชนรายวัน 13 สิงหาคม 2553

Elisabetta Polenghi, don't

Elisabetta Polenghi, don't mix up DSI with the TV series CSI. You can trust DSI in certain issues, but not your brother's case. Wouldn't it be saver for DSI and the current Thai authoritarian to left Polenghi's death in mistery? The hope for an answer in this journalist's death is as slim as the hope for democracy in this oppressive country. Everything (politics included) must be kept as murky as possible for the sake of the undemocratic regime( also known as 'National security' ).

CPJ should give a better advise to all reporters/journalists serving their terms in this country, "get a better bullet-proof vests" and "take your own chances", "pray more to your God".

The only good news is "they do not practice slicing reporters' throats, like the Talibans". What a relief!

อ่านจากคำสัมภาษณ์ของเพื่อนและ

อ่านจากคำสัมภาษณ์ของเพื่อนและญาติที่เปิดเผยชื่อ
ก็ไม่เห็นมันจะอึมครึมอะไรนักหนา มันมีอยู่ 2 ทาง ไม่ทหาร ก็เป็นกองกำลังของม็อบ
เรื่องความคืบหน้าอาจจะช้า ก็เป็นเรื่องปกติของคดีแบบนี้ คนเป็นญาติยังเข้าใจ

แต่ไอ้ที่ทำให้อึมครึมกลายเป็นแหล่งข่าวที่ผู้เขียนยกมาโดยไม่เปิดเผยชื่อ
ไม่มีที่มาที่ไป ยกมาลอยๆ แต่เจตนาของผู้เขียนก็ไม่ไช่แค่ให้มันอึมครึม
แต่พยายามให้เข้าใจไปเลยว่าทหารยิง

เราจะเรียกว่ามีหลักนิติรัฐยัง

เราจะเรียกว่ามีหลักนิติรัฐยังหลงเหลืออยู่ในประเทศไทยอีกเหรอครับ
คนตายไป 90 คน คนบาทเจ็บพันกว่าคน เวลาผ่านไปเนิดนานคุณจับคนยิง ไม่ได้แม้แต่คนเดียว
แล้วเวลาเขารอ้งให้มีความสอบสวนโดยเร็ว กลับออกอาการไม่ชอบใจ
มันคงเป็น อย่างที่มันเคยๆ ไช่ไหมครับ 14ตุลา พฤษภาทมิฬ เดียวมันก็เงียบไป
พวก มึ..งคิดว่าพวก ก..กินหญ้า ไช่ไหม... จิตใจพวกมึ..งมันชังอำมหิตจริงๆ..ไม่เคยละอายใจตัวเองบ้างเลยเหรอ

สรุปว่าเป็น "ลูกหลง"

สรุปว่าเป็น "ลูกหลง" ครับ
ประมาณว่าลูกปืนไม่รู้ "หลงหาย" ไปไหน

ตอนนั้นเขากำลังยิงนกเป็ดน้ำกันอยู่มั้ง
เลยไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นลูกปืนของใคร
คนเป็นญาติเขาต้องเข้าใจอยู่แล้วละครับ

เอ้าไม่ไช่ญาติของมึ..งนิ

เอ้าไม่ไช่ญาติของมึ..งนิ ไอ้น้ำลัด รองเป็นพ่อมึงดิ ห่า..ลูกเขามีพ่อมีแม่ มีมิตร
มึงพูดแบบไม่มีสมองเลย เสียชาติเกิดจริงๆ มึ..ง

...อยู่ๆผมก็โดนลูกหลง คุณต่าง

...อยู่ๆผมก็โดนลูกหลง

คุณต่างแดนครับ ผมมีความเชื่อไม่ต่างจากที่คุณเชื่อ
ไม่เชื่อถามคุณ doctor J ดูก็ได้
คุณอาจจะได้เปรียบผมถ้าคุณอยู่ต่างแดนจริงๆ

แต่ผมไม่ได้อยู่ต่างแดน...
เพียงผมเชื่ออย่างที่คุณเชื่อผมก็อาจจะมีความผิดแล้วละครับ
ผมนั้นอยู่ในสภาพที่ "ใจถูกจองจำ" บางครั้งอาจจะมีประชดประชันบ้าง

ผมเห็นว่าเราต้องให้ความเป็นธร

ผมเห็นว่าเราต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลและทหารด้วยครับ และก็รักษาสิทธิ์ของผู้ตายด้วย สรุปคือให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จะมาสรุปอะไรเองโดยปราศจากหลักฐานจากกระบวนการยุติธรรมคงไม่ได้หรอกครับ เหตุการต่างๆมันเกิดขึ้นแล้ว คุณผู้เขียนบทความจะมาเขียนโจมตีและปรักปรำทหารฝ่ายเดียวคงไม่ถูกต้องหรอกครับ เพราะคุณเองก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เช่นกัน ต้องให้กระบวนการยุุติธรรมสืบสวนหาประจักษ์พยานหลักฐานไปตามขั้นตอน ผมขอถามคุณกลับบ้าง คุณกลัวอะไรกันหรือ รอผลการพิสูจน์ทราบทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่ได้หรือไงครับ ผมมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศเรา ผมจะไม่ฟังคุณหรอกกับการที่คุณมาเขียนบทความปรักปรำผู้อื่นแบบใช้อารมณ์ อคติ เลื่อนรอย ไร้หลักฐานจากกระบวนการยุติธรรมลองรับ เขียนแบบนี้มันเรียกว่าเขียนปลุกระดมแล้วครับ ไอ้ห่าไม่ยุติธรรมเลย ใช้คนตายมาเป็นเครืองมือปลุกระดมมันไม่เข้าท่าจริงๆ คุณอย่าอคติซิครับ ผมเองก็รักเสรีภาพและความเป็นธรรมเหมือนกันแหละ ให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเขาทำงานไปก่อนครับ ผู้ตายคงไม่ตายฟรีหรอก มันต้องมีผู้รับผิดชอบ จะเป็นฝ่ายไหนที่ทำก็ว่ากันไปตามหลักฐานครับ รอหน่อยซิ หรือว่ารอไม่ได้ต้องรีบปลุกระดมให้สังคมสับสน และโยนความผิดให้รัฐบาลและทหาร

แล้วเกษียรกับประชาไทกลัวอะไรห

แล้วเกษียรกับประชาไทกลัวอะไรหรือครับ เรื่องราวบทความที่มีประเด็นน่าสนใจ อย่างทีสมศักดิ์เจียมเขียน ถึงไม่ปล่อยให้ผู้คนแสดงความคิดเห็น

ทีบทความไร้สาระอย่างนักข่าวถูกลูกหลงตาย ในที่ปะทะระหว่างฝ่ายก่อการร้ายกับฝ่ายปราบปราม ของเกษียร ดันลงอยู่ได้ตั้งสองสามบทความทั้งที่ไม่ได้มีผู้ใดให้ความสนใจนัก

แม้แต่ครอบครัวผู้ตายเขาก็เข้าใจการทำงานเสี่ยงตายของนักข่าวในแนวหน้าดีครับ เงินดีแต่พลาดก็ตายง่ายหน่อย เขาไม่ได้สนใจประเด็นการเมืองในประเทศไทยแต่ประการใด ไม่ตายที่ไทย ก็อาจไปพลาดโดนลูกหลงตายที่อาฟกานิสถานหรือที่อื่นได้ ไม่แตกต่างกันสำหรับเขา

ไม่มีใครเขาบ้าจี้ประเด็นเดียวแบบเกษียร......เท่าที่เคยติดตาม เกษียรเขียนเรื่องการเมืองสังคมเศรษฐกิจอื่นๆก็เป็นไม่งั้น มติชนเขาคงไม่ให้เขียนประจำ

เลิกเขียนประเด็นนี้ได้แล้วครับ ลงประชาไทยังขายไม่ออก ไม่มีใครพลอยพยักตามเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนคนอื่นเขา..

หรือถ้าไม่เขียนตามประเด็นที่เขาให้มา....ก็กลัวว่า...จะไม่ได้ตังค์ค่าเขียน

มากันเป็นแผงเลยครับ

มากันเป็นแผงเลยครับ กลัวอะไรนักหนา

คุณคน คุณบางกอก คุณงานกร่อย ไม่ชวนคุณแช่ม คุณ I Pad มาด้วยดิ๊ จะได้ครบทีม

คุณไปอ่านหัวข้อนี้หรือยัง http://www.prachatai.com/journal/2010/08/30682

แล้วช่วยตอบคำถามแทนคุณแช่มหน่อย อย่าแถนะ

มาย้ำ

มาย้ำ พวกคุณกลัวอะไรหรือครับ?
พวกคุณกลัวอะไรหรือครับ?
พวกคุณกลัวอะไรหรือครับ?

ถ้าคุณหูไม่หนวก ตาไม่บอด

ถ้าคุณหูไม่หนวก ตาไม่บอด สมองไม่พิกาล คุณจะรู้ว่ามันเกิดอาไรขึ้นในประเทศนี้ มองสิ มอง อารยะประเทศเขาไปถึงไหนกันแล้ว เรายังดักดาน อยู่กับ เหี ..ย ไรอยู่เนี้ย เลีย กันเข้าไป เอากันเข้าไป การศึกษาไม่ตอ้งมีมันแล้วจะเรียนกันไปทำไม ถ้า ดร.เติมบ้านยังคิดกันได้แค่นี้ ....เหตุผลก็ไม่ต้องยกมา ยกแม่ง.. กำลังเข้าอำหันกัน..เหมือนสัตว์เดรฉานมันกัดกัน..ประเทศต่อแหละ..

mm wrote:มาย้ำ

mm wrote:
มาย้ำ พวกคุณกลัวอะไรหรือครับ?
พวกคุณกลัวอะไรหรือครับ?
พวกคุณกลัวอะไรหรือครับ?

ขออภัยที่อ้างความเห็นครับ
ก็แค่เด็กที่เชียงราย5คน ชูป้ายแค่นั้น รบ. ศอฉ. ไอ้หมี ตำรวจ ฯลฯ ผวากันไปหมด นี่นักข่าวต่างประเทศนะครับ ข่าวที่ออกไปถึงต่างประเทศ เขาสงสัยว่าทหารไทยเป็นคนยิง
ยิ่งภาพลักษณ์ ของทหารไทยยุคนี้เก่งครับ เก่งกับประชาชนมือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนชรา สตรีมีครรภ์ ขอให้ได้รับคำสั่งเถอะ พ่อยิงเรียบ พอดีนักข่าวคนนี้ตายในเหตุการณ์ที่ชาวโลกกำลังสงสัย
นี่เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของความกลัวครับ หมดอำนาจเมื่อไรมีอีกเพียบขอรับกระผม

"ฟาบิโอ

"ฟาบิโอ โพเลนกี"
......................

น่าอนาถ ชาติไทย ต้องอายทั่ว
เพราะคนกลัว ถูกเชิดชัก หลักการหาย
ปฏิบัติ ผิดระบอบ ความชอบกลาย
สิ้นสลาย ความเป็นธรรม เพราะอำพราง

ทุกเรื่องราว ฉาวโฉ่ โชว์ทั้งหล้า
เล็งปืนฆ่า คนเกลื่อน เพราะเถื่อนจ้าง
"ฟาบิโอ" หวังโชว์ภาพ ต้องทาบทาง
เหลือแต่ร่าง ไร้วิญญาณ ประจานไทย

อีกกี่ศพ ทบทับ นับไม่ถ้วน
มือเปล่าล้วน ล้มกอง สมองไหล
กระโหลกแหลก อกพรุน กระสุนใคร
โลหิตไพร่ โลมล้าง กลางนคร

เขาเข่นฆ่า ผู้คน คะนองนัก
อาวุธหนัก โหมกระหน่ำ ระยำสมร
กระสุนปลิว ชีวิตปลิด ไปกองฟอน
ภาพสะท้อน เมืองป่า น่าละอาย

อีกกี่วัน กี่เดือน เขาเตือนแล้ว
มิเห็นแวว ว่าวันไหน ได้วายร้าย
ชันสูตรพลิกศพ ก็กลบกลาย
โถ ช่างขายหน้านัก หลักการไทย

Guest ดำดิน
15 สิงหาคม 2553

มาย้ำ

มาย้ำ พวกคุณกลัวอะไรหรือครับ?
พวกคุณกลัวอะไรหรือครับ?
พวกคุณกลัวอะไรหรือครับ?

กลัวความจริงปรากฏ....
กลัวความจริงปรากฏ....
กลัวความจริงปรากฏ....

อ่านข้อมูลที่คอกซ์ให้

อ่านข้อมูลที่คอกซ์ให้ อาจเกิดความสับสนและเข้าใจไปได้ว่าเป็นหทารยิง แต่ถ้าเรารู้ทิศทางวิ่งของช่างภาพอิตาเลียนคนนี้น่าจะให้ภาพได้ดีว่าฝ่ายไหนน่าเป็นฝ่ายลั่นกระสุนใส่
ช่างปากคำของช่างภาพทีวีไทยที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะที่ช่างภาพคนนี้ถูกยิง เหตุเกิดเมื่อทหารรุกเข้ามาในพท.จนใก้ลถึงแนวของนปช.บริเวณแยกสารสิน-ราชดำริ ซึี่งเป็นแยกที่นปช.ตั้งด่านไว้ ขณะเกิดเหตุทหารยังเข้ามาไม่ถึงแนวดังกล่าว แต่มีการปะทะกันตั้งแต่ช่วงเช่้า 19 พค. กำลังหทารม้าส่วนหนึ่งเข้าเคลียร์พท.ในสวนลุม ช่วงใก้ลเที่ยงประมาณสิบโมงกว่ามีกระสุนเอม79 ลงใก้ลแยก ทหารตายทันทีหนึ่งคน จากนั้นสื่อมวลชนที่อยู่พท.ตรงแยกถูกการ์ดนปช.บอกให้ถอยห่างออกจากพท.แยกเกรงทหารจะเข้าเคลียร์พท. สื่อมมวลชนส่วนใหญ่วิ่งหันหลังกลับไปทางแยกราชประสงค์ สื่อมวลชนส่วนนี้ติดตามทำข่าวจากฝั่งของนปช. จุดที่ช่างภาพถูกยิงอยู่เลยอาการบางกอกกล๊าสไปทางเอยูเอ กระสุนเข้าด้านหน้าครับไม่ใช่เข้าจากด้านหลัง จากทิศทางที่อยู่จากปากคำของช่างภาพทีวีไทยคนนี้บอกไม่น่าเป็นไปได้ที่จะยิงมาจากด้านทหารที่อยู่ด้านหลัง ทหารยังเข้ามาไม่ถุึงแยกสารสิน-ราชดำริ ให้เป็นข้อมูลเพื่อใไห้ได้ภาพที่ชัดเจน เพราะดูจากที่แปลมานี่อ่านแล้วสับสนแน่นอนครับ ถ้าเราไม่รู้ทิศทางวิ่ง กระสุนเข้าตรงไหน แล้วจะสรุปว่าเป็นทหารยิง ผมว่าใจร้ายไปครับ ไม่เห็นเหตุผลจริงๆว่าทหารจะยิงใส่เพื่อะไร ดุจากสภาพเหตุการณ์ขณะนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ..ยินดีแลกเปลี่ยนความเห็นผ่านเมล์ที่ให้มาครับ เพื่อความเข้าใจกันมากขึ้น

เป็ปซี่

เป็ปซี่ wrote:
อ่านข้อมูลที่คอกซ์ให้ อาจเกิดความสับสนและเข้าใจไปได้ว่าเป็นหทารยิง แต่ถ้าเรารู้ทิศทางวิ่งของช่างภาพอิตาเลียนคนนี้น่าจะให้ภาพได้ดีว่าฝ่ายไหนน่าเป็นฝ่ายลั่นกระสุนใส่
ช่างปากคำของช่างภาพทีวีไทยที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะที่ช่างภาพคนนี้ถูกยิง เหตุเกิดเมื่อทหารรุกเข้ามาในพท.จนใก้ลถึงแนวของนปช.บริเวณแยกสารสิน-ราชดำริ ซึี่งเป็นแยกที่นปช.ตั้งด่านไว้ ขณะเกิดเหตุทหารยังเข้ามาไม่ถึงแนวดังกล่าว แต่มีการปะทะกันตั้งแต่ช่วงเช่้า 19 พค. กำลังหทารม้าส่วนหนึ่งเข้าเคลียร์พท.ในสวนลุม ช่วงใก้ลเที่ยงประมาณสิบโมงกว่ามีกระสุนเอม79 ลงใก้ลแยก ทหารตายทันทีหนึ่งคน จากนั้นสื่อมวลชนที่อยู่พท.ตรงแยกถูกการ์ดนปช.บอกให้ถอยห่างออกจากพท.แยกเกรงทหารจะเข้าเคลียร์พท. สื่อมมวลชนส่วนใหญ่วิ่งหันหลังกลับไปทางแยกราชประสงค์ สื่อมวลชนส่วนนี้ติดตามทำข่าวจากฝั่งของนปช. จุดที่ช่างภาพถูกยิงอยู่เลยอาการบางกอกกล๊าสไปทางเอยูเอ กระสุนเข้าด้านหน้าครับไม่ใช่เข้าจากด้านหลัง จากทิศทางที่อยู่จากปากคำของช่างภาพทีวีไทยคนนี้บอกไม่น่าเป็นไปได้ที่จะยิงมาจากด้านทหารที่อยู่ด้านหลัง ทหารยังเข้ามาไม่ถุึงแยกสารสิน-ราชดำริ ให้เป็นข้อมูลเพื่อใไห้ได้ภาพที่ชัดเจน เพราะดูจากที่แปลมานี่อ่านแล้วสับสนแน่นอนครับ ถ้าเราไม่รู้ทิศทางวิ่ง กระสุนเข้าตรงไหน แล้วจะสรุปว่าเป็นทหารยิง ผมว่าใจร้ายไปครับ ไม่เห็นเหตุผลจริงๆว่าทหารจะยิงใส่เพื่อะไร ดุจากสภาพเหตุการณ์ขณะนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ..ยินดีแลกเปลี่ยนความเห็นผ่านเมล์ที่ให้มาครับ เพื่อความเข้าใจกันมากขึ้น

"ถ้าเราไม่รู้ทิศทางวิ่ง กระสุนเข้าตรงไหน แล้วจะสรุปว่าเป็นทหารยิง ผมว่าใจร้ายไปครับ ไม่เห็นเหตุผลจริงๆว่าทหารจะยิงใส่เพื่อะไร ดุจากสภาพเหตุการณ์ขณะนั้นเป็นไปไม่ได้เลย"

จะวิ่งอย่างไรก็ตาม ไม่สำคัญเท่ากับกระสุนในศพ ร่องรอยบาดแผลของศพ ว่าเป็นกระสุนชนิดใด ระยะยิงจากบาดแผลทางเข้าทางออกของกระสุนปืนที่ศพ มีอย่างไร และยังมีประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการชันสูตรพลิกศพ

การชันสูตรพลิกศพที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายต้องนำ และรายงานตามขั้นตอนรวมทั้งต้องนำคดีขึ้นสู่ศาลเพื่อทำการไต่สวนการตาย ที่เป็นการตายผิดธรรมชาติเนื่องจากถูกฆาตกรรม

ผ่านมานานเท่าใดแล้วที่ กระบวนการทางกฎหมายไม่คืบหน้า ไม่สามารถตอบคำถามสาธารณะได้

นี่ไม่เฉพาะแต่กรณีของคุณฟาบิโอ โพเลนกี นะ

บางกอก

บางกอก wrote:
แล้วเกษียรกับประชาไทกลัวอะไรหรือครับ เรื่องราวบทความที่มีประเด็นน่าสนใจ อย่างทีสมศักดิ์เจียมเขียน ถึงไม่ปล่อยให้ผู้คนแสดงความคิดเห็น

ทีบทความไร้สาระอย่างนักข่าวถูกลูกหลงตาย ในที่ปะทะระหว่างฝ่ายก่อการร้ายกับฝ่ายปราบปราม ของเกษียร ดันลงอยู่ได้ตั้งสองสามบทความทั้งที่ไม่ได้มีผู้ใดให้ความสนใจนัก

แม้แต่ครอบครัวผู้ตายเขาก็เข้าใจการทำงานเสี่ยงตายของนักข่าวในแนวหน้าดีครับ เงินดีแต่พลาดก็ตายง่ายหน่อย เขาไม่ได้สนใจประเด็นการเมืองในประเทศไทยแต่ประการใด ไม่ตายที่ไทย ก็อาจไปพลาดโดนลูกหลงตายที่อาฟกานิสถานหรือที่อื่นได้ ไม่แตกต่างกันสำหรับเขา

ไม่มีใครเขาบ้าจี้ประเด็นเดียวแบบเกษียร......เท่าที่เคยติดตาม เกษียรเขียนเรื่องการเมืองสังคมเศรษฐกิจอื่นๆก็เป็นไม่งั้น มติชนเขาคงไม่ให้เขียนประจำ

เลิกเขียนประเด็นนี้ได้แล้วครับ ลงประชาไทยังขายไม่ออก ไม่มีใครพลอยพยักตามเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนคนอื่นเขา..

หรือถ้าไม่เขียนตามประเด็นที่เขาให้มา....ก็กลัวว่า...จะไม่ได้ตังค์ค่าเขียน

คุณบางกอกคนกล้าก็ลองเขียนcommentบทความของอาจารย์สมศักดิ์เป็นคนแรกดูในหัวข้อนี้ก็ได้ครับ เขียนแรงๆเลยนะครับ จะได้รู้เสียทีว่ากลัวอะไร หรือไม่คุณบางกอกก็ลองนั่งไขว่ห้างกระดิกหัวแม่ตีนไปมาในโรงภาพยนต์ก่อนที่หนังจะฉายดูซิครับ ถ้าแน่จริง ไม่กลัวจริงๆ ก็ลองทำให้คนอ่านประชาไทเห็นก่อนครับแล้วค่อยมาตะโกนโหวกเหวกหนวกหูชาวบ้านแบบนี้

ผมสัญญาว่าจะซื้อโอเลี้ยงและข้าวผัดไปเยี่ยม : )

ส่วนประเด็นนักข่าวฝรั่งตาน้ำข้าวคนนี้ ถูกautopsyมาตั้งแต่ตายใหม่ๆแล้ว แถมถูกฌาปนกิจไปเรียบร้อยโรงเรียน......ไปแล้ว ทำไมผลการชันสูตรจึงไม่สามารถเปิดเผยได้? เด็กปัญญาอ่อนอย่างdoctor Jและชาวโลกก็รู้ว่าแค่เอาผลชันสูตรบวกกับภาพข่าวว่าแกอยู่ในท่าใดก่อนถูกยิงก็ได้คำตอบ แต่ไม่ยักกะมีใครสนใจทำ ทั้งๆที่รู้ว่าคนค่อนโลกเขาสนใจcaseนี้อยู่ หรือว่าเป็นเรื่องของคนไทย,เมืองไทยที่คนทั้งโลกไม่มีวันเข้าใจ?

น้ำลัด

น้ำลัด wrote:
...อยู่ๆผมก็โดนลูกหลง

คุณต่างแดนครับ ผมมีความเชื่อไม่ต่างจากที่คุณเชื่อ
ไม่เชื่อถามคุณ doctor J ดูก็ได้
คุณอาจจะได้เปรียบผมถ้าคุณอยู่ต่างแดนจริงๆ

แต่ผมไม่ได้อยู่ต่างแดน...
เพียงผมเชื่ออย่างที่คุณเชื่อผมก็อาจจะมีความผิดแล้วละครับ
ผมนั้นอยู่ในสภาพที่ "ใจถูกจองจำ" บางครั้งอาจจะมีประชดประชันบ้าง

คุณสมบัติ บุญงามอนงค์เคยเขียนไว้ว่า

ห้ามฉันพูด ฉันก็จะพิมพ์
ห้ามฉันพิมพ์ ฉันก็จะเขียน
ห้ามฉันเขียน ฉันก็จะคิด
หากจะห้ามฉันคิด
ก็ต้องห้ามลมหายใจฉัน

บางที อาจมีคนอยากจะห้ามลมหายใจของคุณน้ำลัดกับลมหายใจอันรวยรินของผมเต็มทนแล้ว แฮ่ๆ

"ถ้าเราไม่รู้ทิศทางวิ่ง

"ถ้าเราไม่รู้ทิศทางวิ่ง กระสุนเข้าตรงไหน แล้วจะสรุปว่าเป็นทหารยิง ผมว่าใจร้ายไปครับ ไม่เห็นเหตุผลจริงๆว่าทหารจะยิงใส่เพื่อะไร ดุจากสภาพเหตุการณ์ขณะนั้นเป็นไปไม่ได้เลย"

เหตุผลเพียงเท่านี้มันสรุปไม่ได้หรอกว่าใครยิง จึงต้องเปิดผลการชันสูตรให้มีการไต่สวนกันที่ศาลไง
.....................................................................................................................

จะวิ่งอย่างไรก็ตาม ไม่สำคัญเท่ากับกระสุนในศพ ร่องรอยบาดแผลของศพ ว่าเป็นกระสุนชนิดใด ระยะยิงจากบาดแผลทางเข้าทางออกของกระสุนปืนที่ศพ มีอย่างไร และยังมีประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการชันสูตรพลิกศพ

การชันสูตรพลิกศพที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายต้องนำ และรายงานตามขั้นตอนรวมทั้งต้องนำคดีขึ้นสู่ศาลเพื่อทำการไต่สวนการตาย ที่เป็นการตายผิดธรรมชาติเนื่องจากถูกฆาตกรรม

ผ่านมานานเท่าใดแล้วที่ กระบวนการทางกฎหมายไม่คืบหน้า ไม่สามารถตอบคำถามสาธารณะได้

............................................................................................................

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน