โวยรัฐสกัดกั้นสื่อเห็นต่าง บุกจับ 12 วิทยุชุมชนเมืองคอน

เผย ตร.-กทช.บุกปิดวิทยุชุมชนกว่า 12 แห่งในนครศรีธรรมราช อ้างขัด พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม-พ.ร.บ.ประกอบกิจการการจายเสียงฯ จี้รัฐหยุดปิดกั้นสื่อ แสวงกติกาการใช้สื่อที่ทุกฝ่ายยอมรับ เพื่อรักษาพื้นที่ความเห็นต่าง ลดทอนความขัดแย้งและความเกลียดชัง

เครือข่ายอาสาสมัครนักสื่อสารชุมชน ออกแถลงการณ์ระบุ วานนี้ (29 ก.ค. 53) เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปรามและเจ้าหน้าที่สำนักงาน กทช.นำกำลังเข้าปิดสถานีและจับกุมแกนนำในสถานีวิทยุชุมชน 12 แห่ง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยอ้างว่าขัดต่อ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 และ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 2551

โดยเครือข่ายฯ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการดำเนินการปิดกั้นสื่อ และยกเลิกคำสั่งสั่งปิดเว็บไซต์ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม และวิทยุชุมชนที่เกิดขึ้น และเปิดให้ทุกฝ่ายได้สื่อสารและแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ โดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นที่ตั้ง รวมถึงระงับยับยั้งการใช้สื่อในเครือข่ายของรัฐเป็นเครื่องมือยั่วยุให้เกิดการใช้ความรุนแรง สร้างการดูหมิ่นเหยียดหยาม เกลียดชังกัน และร่วมกันแสวงหาหลักเกณฑ์กติกาการใช้สื่อที่ทุกฝ่ายยอมรับ เพื่อรักษาพื้นที่ความคิดเห็นที่แตกต่าง ลดทอนความขัดแย้งและความเกลียดชัง

ด้านโครงการเฝ้าระวังการแทรกแซงวิทยุชุมชน (Community Radio Watch) โดยคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฎิรูปสื่อ (คปส.) รายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.-7 ก.ค. 53 มีสถานีวิทยุชุมชนถูกปิดไปแล้ว 26 แห่งในพื้นที่ 9 จังหวัด ยุติการออกอากาศ 6 แห่ง ปรากฎรายชื่อในข่ายที่มีความผิด (แบล็กลิสต์) 84 แห่ง ในพื้นที่ 12 จังหวัด มีหัวหน้าสถานี กรรมการ และผู้จัดรายการ ถูกตั้งข้อหาและดำเนินคดี 35 ราย

 

 

แถลงการณ์ประณามรัฐบาลปิดวิทยุชุมชนที่นครศรีธรรมราช

หลังการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 รัฐบาลได้อาศัยอำนาจของกฎหมายปิดกั้นช่องทางการสื่อสารของประชาชน ทั้งเว็บไซต์ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ตลอดจนปิดสถานีวิทยุชุมชนที่เสนอเนื้อหาตรงข้ามกับรัฐบาล ล่าสุด เมื่อวานนี้ (29 ก.ค. 53) เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปราม เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) กว่า 50 นาย ได้บุกจับวิทยุชุมชนและเคบิลทีวีชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชกว่า 12 สถานี โดยตั้งข้อหากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 และ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 โดยตั้งข้อหาความผิด 3 ประการ คือ การประกอบกิจการวิทยุชุมชนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต, การใช้เครื่องส่งโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และการใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับใบอนุญาต หนึ่งในนั้นมีผู้สื่อข่าวอาวุโส ของนครศรีธรรมราช เช่น สุรโรจน์ นวลมังสอ จากนครโพสต์ สมพร รักหวาน จากสถานี CSTV เคเบิลท้องถิ่น

เครือข่ายอาสาสมัครนักสื่อสารชุมชน เห็นว่ามาตรการดังกล่าวของรัฐบาลเป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน และละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ให้ความคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน ซึ่งการจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำได้ก็เฉพาะในภาวะสงครามและเพื่อความมั่นคงของรัฐเท่านั้น การที่รัฐบาลปิดกั้นสื่อในทุกระดับและทุกช่องทางเพียงหวังจะลดทอนเสียงของกลุ่มผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากรัฐบาล จะเป็นชนวนเหตุทำให้สถานการณ์ยิ่งลุกลามและขยายตัวไปสู่ความรุนแรงได้ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง การเปิดให้สื่อของรัฐและสื่อเอกชนที่เห็นด้วยกับรัฐบาลทำหน้าที่แต่เพียงฝ่ายเดียวจึงไม่เพียงพอต่อความต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน รัฐบาลจึงควรเปิดให้ทุกฝ่ายมีสิทธิในการสื่อสารอย่างเท่าเทียมกันเพื่อสร้างสมดุลของข่าวสาร และไม่สนับสนุนการใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อยั่วยุให้เกิดการใช้ความรุนแรง หรือสร้างการดูหมิ่นเหยียดหยาม เกลียดชังฝ่ายตรงข้ามกับตัวเอง เครือข่ายอาสาสมัครนักสื่อสารชุมชน จึงขอเสนอความเห็นต่อรัฐบาล ดังนี้

1. ขอให้รัฐบาลยุติการดำเนินการปิดกั้นสื่อ และยกเลิกคำสั่งสั่งปิดเว็บไซต์ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม และวิทยุชุมชนที่เกิดขึ้น และเปิดให้ทุกฝ่ายได้สื่อสารและแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ โดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นที่ตั้ง

2. ขอให้รัฐบาลระงับยับยั้งการใช้สื่อในเครือข่ายของรัฐเป็นเครื่องมือยั่วยุให้เกิดการใช้ความรุนแรง สร้างการดูหมิ่นเหยียดหยาม เกลียดชังกัน และร่วมกันแสวงหาหลักเกณฑ์กติกาการใช้สื่อที่ทุกฝ่ายยอมรับ เพื่อรักษาพื้นที่ความคิดเห็นที่แตกต่าง ลดทอนความขัดแย้งและความเกลียดชัง

3. วิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบันที่นำมาซึ่งความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย ส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐในการปฏิรูปสื่อ ส่งผลให้สังคมไทยขาดกลไกที่เป็นอิสระกำกับดูแลสื่อวิทยุและโทรทัศน์เป็นเวลายาวนาน และรัฐมีการเลือกปฏิบัติหนุนสื่อที่เชียร์แต่ทำลายล้างสื่อที่คิดแตกต่าง ซึ่งมีแต่จะส่งผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อสังคมไทยโดยรวม

30 กรกฎาคม 2553
เครือข่ายอาสาสมัครนักสื่อสารชุมชน

 

อยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการ

อยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการ ไม่ต้องบ่นอะไรมากมายให้เสียเวลา แค่มีอากาศหายใจก็ถือว่าเป็นบุญมากแล้ว

กฎหมายที่ไม่ได้เกิดจากประชาชน

กฎหมายที่ไม่ได้เกิดจากประชาชน ก็คือ การกดขี่ข่มเหง
นักเลงหัวไม้ ไม่ทำมาหากิน คอยแต่จะแดกชาวบ้าน
ไปรบกับใครก็ไม่ชนะ ได้แต่แดกพวกเดียวกันเอง
พวกฝรั่งมันไปกินแขก กินจีน กินไอ้มืด
คนไทยมันก็เท่านี้เอง ปัญญามันก็มีเท่านี้แหละ
เอาเงินคนในบ้าน ไปซื้ออาวุธคนนอกบ้าน มาฆ่าคนในบ้าน
ชั่วๆๆๆๆๆๆ ช้าๆๆๆๆๆๆ สาๆๆๆๆๆ มารๆๆๆๆๆ

ก็คนมันชั่วระแวงไปหมด

ก็คนมันชั่วระแวงไปหมด ที่ปิดข่าวฝ่ายตรงข้ามไม่รู้ว่าจะหวังผลทางการเมืองรึเปล่า คื อเปิดสื่อที่สนับสนุนตนก็เปรียบเหมือนโฆษณาด้านเดียว ส่วนฝ่ายตรงข้ามก็ปิดแม่งให้หมด เป็นเพราะพวกมึงมาโดยไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมสิ่งเหล่านี้ที่มึงทำ ถ้าขั้วอำนาจใหม่ขึ้นมาเขาคงอยู่เฉยหรอกครับ ผมกล้าเอาหัวรับประกันเลยในช่วง 20 ปีนี้รัฐบาลต้องมีการเปลี่ยนขั้วอยู่แล้วบริหารไม่ได้เรื่องไม่ได้เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง แต่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งอย่างนี้จะดูว่ารอดไปสักกี่น้ำ

อย่างนี้อะนะที่มึงเรียกว่าสร้างความแตกแยก และตั้งแต่วินาทีนี้กูก็ไม่สนใจกับคำว่าปรองดองจอมปลอมของพวกมึง มึงอยากปรองดองกับพันธมารมึงก็ทำไป เพราะมันไม่เกิดประโยชน์อะไรกับการปรองดองกับคนพวกเดียวกันเอง

ก็ทุกวันนี้สิ่งที่พวกรัฐบาลฆา

ก็ทุกวันนี้สิ่งที่พวกรัฐบาลฆาตกรมันกลัวสุดๆๆคือความจริง

ไอ้ ศอฉ.แน่จริงช่วยไปปิด .น.ส.พ.Washington time กับ New York time หน่อยดิ เขาลากเอาใส้ของรัฐบาลทหารอุ้มออกมาสัปตั้งแต่ตัวหย่ายยยสุดลงมาถึงไอ้ม๊อบสีเหลือง สัปซะโจ๊กต้องเรีอกพ่อ แถมมีรูป ประชาชนถูกมัดมือปิดตาและที่เด็ดคือมีทหารถือปืนคุมอยู่ ปิดยังไงก็ไม่มิดแล้วไอ้มาคเอ๋ย

ผมเห็นว่า

ผมเห็นว่า สื่อจำนวนหนึ่งมีอิสระเสรี ทำหน้าที่สื่อได้สมกับเป็นสื่อ เสนอข้อมูลข่าวสารรอบด้านตามความจริงเป็นธรรม ไม่ดัดแปลง บิดเบือน ต่อเติม. ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องพิทักษฺสิทธิ์ของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง เป็นปากเสียงเถียงแทนประชาชน เรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ประชาชนที่ถูกกลั่นแกล้ง ถูกปรักปรำ ..แต่ก็ยังมีสื่ออิกจำนวนหนึ่งที่แอบแฝงตัวอยู่ใต้อาณัติของเผด็จการมารครองเมือง ใส่ร้ายประชาชนเหมือนไม่คน ไม่ได้ทำหน้าที่ของสื่อ ไม่มีอุดมการณ์(เพราะกินไม่ได้) ไม่ยี่หระ ไม่แยแส ไม่แคร์ต่ออารณ์ความรู้สึกของประชาชน ไม่ใส่ใจ ไม่เหลียวแลต่อความทุกข์ยาก การเอารัดเอาเปรียบของเจ้าหน้าที่ ของผู้มีอิทธิพล ของทหาร ของตำรวจ ของนักการเมือง ไม่ฟังความคิดเห็นของประชาชน ไม่ได้เป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน กลัวอำนาจมืด กลัวเผด็จการ ลนลาน กลัวถูกปิดหนังสือพิมพ์/ปิดเว็บไซท์/ปิดรายการ/ปิดสถานี...ด่าว่าประชาชนที่เห็นแตกต่าง สร้างหลักฐานเท็จ กุข่าว เต้าข่าว มอมเมาประชาชน หลอกให้ประชาชนฟังความข้างเดียว..ใช้ถ้อยคำหยาบคาย-ไอ๊อ้วนเจิมศักดิ์-จะเอาตีนไปลูบหน้านปช.คนเสื้อแดง แต่ยกย่องเทิดทูนพธม.เสื้อเหลือง หยั่งก๊ะพ่อของมัน-เจ๊กลิ้ม..พวกนปช.เสื้อแดง ทักษิณ ทำอะไรก็ผิดหมด. หาว่า ทุจริต(คตส.กกต.ปปช.ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา-ก็หาไม่ได้) ไม่จงรักภักดี (ไม่เป็นความจริง อัยการยกฟ้องไปหมด) เป็นผู้ก่อการร้าย(เป็นข้ออ้างปิดบังความจริงของฝ่ายรัฐบาล-ศอฉ. หลังขอพื้นที่คืน-สลายชุมนุมฆ่าประชาชน) ส่วนพวกพธม.เสื้อเหลือง กษิต,สมเกียรติ,เจ๊กลิ้ม,เจ๊กลอง (ที่มีปชป.แอบหนุนหลังอยู่)-ยึดทำเนียบฯ/รัฐสภา/สนามบิน/สถานีโทรทัศน์ -ไม่มีความผิดฐานกบฏ/ก่อการร้าย ตามที่กฎหมายกำหนด

อยากเห็นสังคมไทยอยู่กันอย่างมีความสุข อยู่ด้วยความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน มีเมตตา ให้อภัยในสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดไปแล้ว. ไม่สร้างความขัดแย้ง ไม่เพิ่มความชิงชัง รังเกียจ การสร้างภาพมายา โดยไม่มีความจริงใจ ตั้งกรรมการปรองดอง ปฏิรูปจะมีประโยชน์อะไร ถ้าไม่ได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ยังหวาดระแวง ยังสร้างความกลัว ความเกลียดชัง ยังไม่ยอมให้ประชาชน นักเรียน สื่อ ได้แสดงความคิดเห็น มีส่วนร่วมในการปกครองบ้านเมือง

การปิดกั้นการสื่อสาร/ การแสดงความเห็น/ การเสนอข่าวสารของสื่อโดยอิสระ/ การรับรู้ข่าวสารรอบด้านทั่วถึงของประชาชน ไม่ได้ทำให้เกิดความสามัคคีปรองดองขึ้นในบ้านเมือง ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหา อุปสรรคใด ๆ ของบ้านเมือง ของประชาชนได้...

รัฐบาลที่คิดปิดหู ปิดตา ปิดปาก ประชาชน โดยคาดหวังจะให้ประชาชนตกอยู่ในการครอบงำทางความคิดด้านเดียวที่รัฐบาลจะหยิบยื่น ยัดเยียดให้ แล้วจะครองอำนาจได้นาน..เป็นความคิดที่เร่อร่าล้าสมัย ตกยุค ตกขอบ..ไม่มีทางที่จะเป็นไปด้ ในยุคโลกไร้พรมแดน ยุคดิจิตัล ยุคไซเบอร์ ...คงเข้าใจผิด คิดว่า ถ้าครองสื่อได้ ก็ครองอำนาจได้..

ฝันหวาน จะเป็นรัฐบาลต่อไป ไม่ต้องใส่ใจประชาชน กดหัวมันไว้ด้วยกฎหมายประหลาดมีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ ไม่มีเหตุ ก็สามารถประกาศใช้ได้ ..และไม่ยอมยกเลิก..อิดออด ที่จะคงไว้ เพื่อกำหราบ ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลเพื่อความอยู่รอด เพราะไม่เชื่อมั่นในกฎหมายธรรมดา...กลัวจะหกคะเมน กระเด็นจากตำแหน่ง-กลัวประชาชน มากกว่ากลัวความหายนะของบ้านเมืองทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว การโรงแรม.

สื่อ+ทหาร+ตุลาการ+ปัญญาชน จะยังทนค้ำยันให้รัฐบาลเป็ดง่อย หมดสภาพ มีแต่การทุจริตทุกกระทรวง พรรครัฐบาลทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หัวหน้าพรรคในฐานะหัวหน้ารัฐบาลทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย-สั่งฆ่าประชาชนพลเมืองตายเป็นเบือโดยไม่แสดงความรับผิดชอบความสำนึกทางการเมือง ที่ปรึกษาพรรคประพฤติผิดรัฐธรรมนูญ ขาดสมาชิกภาพ..รัฐบาลเห็นประชาชนเป็นศัตรู ปรักปรำ ยัดเยียดข้อหาให้ประชาชน แล้วอย่างนี้ยังจะให้มันบริหารประเทศต่อไปหรือ ? จะไม่ให้มีการเลือกตั้ง จะปล่อยให้ความเหลื่อมล้ำทางสังคมยืดเยื้อต่อไปหรือ จะปล่อยให้ทหารหมารับใช้เผด็จการครองเมือง เป็นรัฐเผด็จการทหารหรือ ? จะปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมล้มเหลว ประชาชนไม่เชื่อถือคำพิพากษาที่ผิดหลักนิติธรรม ของตุลาการที่ไร้คุณธรรมตกเป็นสุนัขรับใช้ของเผด็จการหรือ ?

เป็นม้าไทยต้องมองไปข้างหน้า ถ

เป็นม้าไทยต้องมองไปข้างหน้า

ถ้าเปรียบคนไทยเป็นม้า
คนไทยไม่ได้เป็นม้าในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่
คนไทยไม่ได้เป็นม้าแข่งที่จะโชว์ศักยภาพอวดใครเขา
หากแต่คนไทยเป็นเพียงม้าใช้งานสำหรับเทียมรถ
รับภาระหนักอึ้งลากจูงเจ้าของที่นั่งสบายอยู่บนรถม้านั้น
สุดแล้วแต่เจ้าของจะบังคับให้ไปทางใด
มิหนำซ้ำเขายังติดอุปกรณ์ปิดบังตาด้านข้างทั้งสองข้าง
ไม่ให้มองเห็นอะไรด้านข้าง ไม่ให้สายตาวอกแวกไปทางใด
เขาตั้งใจให้ม้ามองเห็นเฉพาะเส้นทางที่จะไปเท่านั้น

คุณรู้ไหม...ม้าที่ถูกใช้งานเทียมรถนั้นน่าสงสารเพียงใด?

โจรในเครื่องแบบอาละวาดหนัก

โจรในเครื่องแบบอาละวาดหนัก สื่อ ประชาชนผวากลัวโดนปิด จับยัดข้อหาผู้ก่อการร้ายขังลืม ส่วนผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน-ทำเนียบยังเดินผิวปาก ออกทีวี ปลุกปั่นให้คลั่งชาติหาเรตติ่งกันสนุกสนาน ฆาตกรรูปหล่อก็อี๊อ๋อ เอาใจ ช่วยกันปั่นเรตติ่งกระจุยกระจาย ประชาชนในประเทศถูกย่ำยีขนาดนี้ ต้องชักศึกเข้าประเทศเบี่ยงเบนความทุกข์ยากและปิดปาปิดหูปิดตาประชาชนไปในตัว

มีรัฐบาลเฮงซวยก็แบบนี้ล่ะพี่น้องเลือกก็ไม่ได้เลือก ไล่ก็ไม่ไปดันเอาฝูงโจรในเครื่องแบบเสื้อเขียวมาไล่ฆ่าประชาชนกลางกรุงตายเป็นใบไม้ร่วงคิดแล้วอดสูใจ จดจำพวกนักการเมืองกระหรี่ให้ดีพี่น้อง ทำให้ประเทศและชีวิตประชาชนตาดำๆที่รักเสรีภาพมีสภาพตกต่ำได้ขนาดนี้ เพื่อความร่ำรวยสุขสภาพของวงศาขนาญาติว่านเครือมันล้วนๆ ไอ้ชิดชั่ว ศิลปหมาเตี้ย..ฯลฯ หมาเตี้ยอดีตนายกบอกจะถอนตัวถ้าไอ้ฆาตกรไม่หยุดทำชั่ว คงลืมคำพูดไปแลว

องค์การสิทธิ์มนุษย์หายหัวไปไหนหมด คงตาดมตดเซลล์แมนยากำจัดสิวหรือไอ้แป๊ะสื่อไร้ยางอายอยู่ ประชาชนต้องรวมตัวช่วยเหลือกันตามมีตามเกิด ทำเรื่องฟ้ององค์การสิทธิ์ฯโลกเองละมั้ง ให้หันมาดูแลประชาชนไทยคนชั้นสองนับสิบๆล้าน ด่วน หรือขอลี้ภัยให้รู้แล้วรู้รอด อาจต้องเป็นมนุษย์เรือเรฟฟูจี ประเทศอะไรฟ่ะจับอยู่ข้างเดียว

ผมว่าประเด็นคือ

ผมว่าประเด็นคือ การใช้คลื่นความถี่ ของสถานีโทรทัศน์ชุมชน นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี มันเถื่อนะ ง่ายๆ คือยังไม่มีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ดังกล่าว นอกจาก ช่อง 5 7 9 11 เท่านั้น ถ้าจะตั้งก็ต้องรอ กสทช. โน้นแหละ ผมว่า เจ้าหน้าที่เขาทำถูกต้องแล้วหละ ไม่งั้นคุณทำได้คนอื่นก็ทำได้ ประเทศไทยบอบช้ำมามากพอแล้วครับ (รอก่อนไหม) ใช้สื่ออื่นไปก่อนละกันนะครับ

หมอก wrote:ผมว่าประเด็นคือ

หมอก wrote:
ผมว่าประเด็นคือ การใช้คลื่นความถี่ ของสถานีโทรทัศน์ชุมชน นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี มันเถื่อนะ ง่ายๆ คือยังไม่มีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ดังกล่าว นอกจาก ช่อง 5 7 9 11 เท่านั้น ถ้าจะตั้งก็ต้องรอ กสทช. โน้นแหละ ผมว่า เจ้าหน้าที่เขาทำถูกต้องแล้วหละ ไม่งั้นคุณทำได้คนอื่นก็ทำได้ ประเทศไทยบอบช้ำมามากพอแล้วครับ (รอก่อนไหม) ใช้สื่ออื่นไปก่อนละกันนะครับ

ยอมรับว่า วิทยุชุมชนเกือบทั้่งหมดเป็นการใช้คลื่นความถี่ไม่ถูกต้อง แต่การใช้วิทยุในการกระจายข่าวสารของชุมชนก็จำเป็นเช่นกัน ยุคนี้เป็นยุคข่าวสาร ใครได้รับรู้ข่าวสารก่อนย่อมได้เปรียบ ราคายาง ข้าว มันสำประหลัง เป็นสื่งที่ชาวบ้านต้องการทราบ ก็ได้การกระจายข่าวสารของชุมชนนีแหละเป็นที่อาศัยว่าจะเก็บไว้ก่อนดีหรือขายดี การกระจายข่าวสารในชนบทเดิมทีก็ใช้การกระจายเสียงตามสาย มันก็ได้ไม่ทั่วถึง ในชนบทบ้านแต่ละหลังกระจายกันอยู่ ใครจะไปลากสายไว้ เมื่อมีวิทยุเกิดขึ้น ข่าวสารก็สามารถกระจายได้ทั่วถึง สะดวกสบายขึ้น วิทยุจึงมีความจำเป็นสำหรับชุมชน ถ้ารัฐบาลไม่แกล้งโง่ ผมว่าก็คงเข้าใจความจำเป็นของชาวบ้านดี แล้วเหตุไฉนไม่เร่งรีบให้ กสทช.เป็นตัวตนออกมาเสียที ทำบ้าอะไรอยู่ ถ้ายังไม่มีปัญญาทำให้ กสทช. มันคลอดออกมาได้ ก็ควรอนุโลมไปก่อน

โอ๊ย...นี่หากสมัยทักษิณ-สมัคร

โอ๊ย...นี่หากสมัยทักษิณ-สมัคร-สมชาย ทำอย่างนี้ รับรองว่าป่านนี้ประชาธิปัตย์และสมุนด่าเช็ดเละเป็นขี้ไปแล้ว
นี่แหละ เคารพเสรีภาพของสื่อแบบประชาธิปัตย์

ศิลา

ศิลา wrote:
โอ๊ย...นี่หากสมัยทักษิณ-สมัคร-สมชาย ทำอย่างนี้ รับรองว่าป่านนี้ประชาธิปัตย์และสมุนด่าเช็ดเละเป็นขี้ไปแล้ว
นี่แหละ เคารพเสรีภาพของสื่อแบบประชาธิปัตย์

พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่า ประเทศไทยโชคดีที่ได้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ศาล ตลอดจนเหล่าอำมาตยา ทั้งหนุนทั้งดัน ทำอะไรก็ไม่ผิด ฆ่าคนตายเกือบร้อย ก็ไม่ผิด สมัยนายกสมชายตายสองคน เป็นนายกมือเปื้อนเลือด คอยจับตาดูศาลรัฐธรรมนูญกันให้ดี จะแก้ตัวกันอย่างไร ที่ไม่ยุบประชาธิปัตย์ ทั้งๆที่พยานหลักฐานคนทั้งบ้านทั้งเมืองเขาก็บอกว่ามันชัดแจ้งที่สุด เวลายุบพรรคอื่น พิจารณาเช้า บ่ายตัดสินเลย รีบเร่งร้อนรน จนเขียนตำตัดสินผิดๆพลาดๆ เรามาพูดกันอยู่นี่เปลืองน้ำลายจริงๆ ไปร่วมกิจกรรมกับพวกผู้ผ้าแดงที่ราชประสงค์ดีกว่ามั้ง

กทช

กทช ควรจะเรียกสถานีที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนมาขึ้นทะเบียนเสียมากกว่าการจับกุมและปิดสถานี

CRMA.7319 wrote:ศิลา

CRMA.7319 wrote:
ศิลา wrote:
โอ๊ย...นี่หากสมัยทักษิณ-สมัคร-สมชาย ทำอย่างนี้ รับรองว่าป่านนี้ประชาธิปัตย์และสมุนด่าเช็ดเละเป็นขี้ไปแล้ว
นี่แหละ เคารพเสรีภาพของสื่อแบบประชาธิปัตย์

พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่า ประเทศไทยโชคดีที่ได้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ศาล ตลอดจนเหล่าอำมาตยา ทั้งหนุนทั้งดัน ทำอะไรก็ไม่ผิด ฆ่าคนตายเกือบร้อย ก็ไม่ผิด สมัยนายกสมชายตายสองคน เป็นนายกมือเปื้อนเลือด คอยจับตาดูศาลรัฐธรรมนูญกันให้ดี จะแก้ตัวกันอย่างไร ที่ไม่ยุบประชาธิปัตย์ ทั้งๆที่พยานหลักฐานคนทั้งบ้านทั้งเมืองเขาก็บอกว่ามันชัดแจ้งที่สุด เวลายุบพรรคอื่น พิจารณาเช้า บ่ายตัดสินเลย รีบเร่งร้อนรน จนเขียนตำตัดสินผิดๆพลาดๆ เรามาพูดกันอยู่นี่เปลืองน้ำลายจริงๆ ไปร่วมกิจกรรมกับพวกผู้ผ้าแดงที่ราชประสงค์ดีกว่ามั้ง

จริงอย่างคุณพูดผมไปร่วมกับชาวเสื้อแดงหลังปีใหม่ไปแล้วแน่นไม่เปลี่อนแผนการเดินทางแน่นอน

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน