ภัควดี แปล 'ชีวิตภายใต้เงาอำมหิตของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ'
สัญญาณที่จับต้องได้ส่วนใหญ่ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน อาจไม่มีเหลือให้เห็นมากนักในภาคอีสานของประเทศไทย รั้วลวดหนามที่ล้อมรอบศาลากลางจังหวัดถูกรื้อออกไปแล้ว ทหารจากกองทัพที่เข้ามาคุมเชิงตามหมู่บ้านต่าง ๆ หลังจากการสลายการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนพฤษภาคม ก็ถอนตัวออกไปหมดแล้วเช่นกัน สภาพการณ์ทั่วไปดูเหมือนกลับมาเป็นปรกติ
กระนั้นก็ตาม หลังจากทยอยกลับมาบ้านจากกรุงเทพฯ ผู้สนับสนุนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือที่เรียกกันว่า “คนเสื้อแดง” ยังคงรู้สึกถูกคุกคาม ในบรรดาผู้คนจำนวน 417 คนที่ถูกจับตัวไว้ภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ด้วยข้อหาต่าง ๆ นับตั้งแต่การเข้าร่วมชุมนุมโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธอยู่ในครอบครอง ไปจนถึงวางเพลิง มีถึง 134 คนที่มาจากภาคอีสาน หมายจับอีกกว่า 800 คนที่รัฐบาลออกคำสั่งหลังสลายการชุมนุม ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ตามหมายจับนี้ก็เป็นคนในต่างจังหวัด ข่าวการสังหารผู้นำเสื้อแดงสองคน คนหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งและทำให้เกิดข่าวลือต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับผู้นำคนอื่น ๆ ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เป็นเรื่องยากที่จะหาข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ด้วยความกลัวว่าจะถูกจับหรือประสบชะตากรรมเลวร้ายกว่านั้น ผู้นำจำนวนมากจึงหนีไปที่อื่น หลบไปกบดานหรือปิดปากเงียบ พวกเขาวิตกว่าตัวเองถูกจับตามองและถูกดักฟังโทรศัพท์ หลายคนไม่เต็มใจที่จะพบปะกับผู้สื่อข่าวหรือคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชน มีความรับรู้อย่างหนึ่งในหมู่คนเสื้อแดงว่า รัฐบาลสามารถทำได้ทุกอย่างตามอำเภอใจภายใต้พระราชกำหนดฉุกเฉิน ในส่วนรัฐบาลเองนั้น รัฐบาลก็ไม่เคยแสดงจุดยืนชัดเจนว่ามีแผนการจะจัดการกับคนเสื้อแดงอย่างไร หลังจากปล่อยผู้ต้องขังจำนวนหนึ่งออกมาเมื่อเดือนที่แล้ว นอกจากพูดว่า คนเสื้อแดงที่มีโทษสถานเบาอาจได้รับนิรโทษกรรม
ดูเหมือนรัฐบาลยังใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อรื้อทำลายความสามารถในการจัดตั้งของคนเสื้อแดงตามท้องถิ่นต่าง ๆ จากปากคำของแหล่งข่าวเสื้อแดงคนหนึ่งในภาคอีสานที่ขอร้องไม่ให้ระบุชื่อเพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย สถานีวิทยุชุมชนของคนเสื้อแดงเกือบทั้งหมดได้ส่งมอบเครื่องส่งสัญญาณวิทยุให้ทางราชการเมื่อเดือนที่ผ่านมา ตามคำบอกเล่าของแหล่งข่าวผู้นี้ สำนักผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้อ้าง พ.ร.ก.ฉุกเฉินและภายใต้แรงกดดันของ ศอฉ. จากกรุงเทพฯ กำลังพิจารณาที่จะรื้อทิ้งเสาอากาศของสถานีวิทยุชุมชนของคนเสื้อแดงในขอนแก่น แต่เพราะคำยืนกรานของเจ้าของสถานีว่าจะฟ้องรัฐบาลหากทำเช่นนั้นจริง ๆ ทำให้เงื้อมมือของรัฐบาลชะงักไปก่อน อย่างน้อยก็ในตอนนี้
ในระยะสั้น ดูเหมือนการตัดสินใจของรัฐบาลไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วให้ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีกในหลายจังหวัดของภาคอีสาน จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ผล มีความเงียบงันอย่างเด่นชัดครอบคลุมไปทั่วทั้งดินแดนแถบนี้ แม้กระทั่งตามบ้านเรือนของผู้คนจำนวนมากก็เงียบกริบ เมื่อไม่มีวิทยุหรือโทรทัศน์เสื้อแดงเหลือให้รับฟังรับชม หลาย ๆ ครอบครัวก็เลือกไม่ฟังอะไรเลย พวกเขาบอกว่า ถ้าต้องดูข่าวที่รัฐคุมเข้มหรือแม้แต่อ่านหนังสือพิมพ์ก็พาลให้โมโหเปล่า ๆ
เมื่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจัดโครงการเปิดรับสายโทรศัพท์จากประชาชน เพื่อรับฟังทัศนะเกี่ยวกับ “การปรองดองแห่งชาติ” คำแนะนำจากคนเสื้อแดงที่โกรธแค้นจำนวนมากที่โทรเข้าไป เช่น บอกให้นายกฯ ยุบสภาและสอบสวนรองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในข้อหาการใช้กำลังปราบปรามเกินขอบเขต ฯลฯ แน่นอน รัฐบาลย่อมมองว่าคำพูดเหล่านี้เป็นคำแนะนำที่ไม่สร้างสรรค์ แต่อันที่จริง ก่อนที่รัฐบาลอภิสิทธิ์จะประกาศ “โรดแม็ป” แผนปรองดองเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ฝ่ายเสื้อแดงบอกว่าพวกเขาเสนอโรดแม็ปอันหนึ่งมาตั้งนานแล้ว นั่นคือ ยุบสภา ยกเลิกการสั่งปิดสื่อของเสื้อแดงและยุติปัญหาสองมาตรฐานในระบบยุติธรรม เพราะเหตุนี้เอง คนเสื้อแดงจำนวนมากจึงไม่อยากเสียเวลาโทรศัพท์เข้าไปในรายการ “6 วัน 63 ล้านความคิด” พวกเขาเลือกความเงียบดีกว่า
แต่ความเงียบและสภาพที่ดูผิวเผินเหมือนปรกติในภาคอีสานเป็นแค่ภาพลวงตา มันคือหน้าฉากที่อำพรางความรู้สึกหวาดกลัว คับข้อง รังเกียจและเคียดแค้น
ถ้ามองในเชิงประวัติศาสตร์แล้ว อารมณ์ความรู้สึกแบบนี้ไม่เหมือนสภาพหลังการรัฐประหาร 2549 หรือแม้กระทั่งสภาพหลังการปราบปรามประชาชนของกองทัพเมื่อ พ.ศ. 2535 ทั้ง ๆ ที่ครั้งนั้นก็มีผู้ประท้วงถูกสังหารจำนวนมาก สภาพในตอนนี้มีบรรยากาศคล้ายประเทศไทยสมัยหลังการกวาดล้างนองเลือดนักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2519 มากกว่า เช่นเดียวกับผู้นำเสื้อแดงในตอนนี้ ผู้นำนักศึกษาในตอนนั้นก็ถูกกล่าวหาว่าก่อการร้าย ล้มเจ้าและปลุกปั่นก่อความไม่สงบเช่นกัน เหตุการณ์ตุลาคม 2519 เป็นจุดเริ่มต้นที่สังคมไทยเสื่อมถอยไปสู่ระบอบเผด็จการทหาร ความแตกแยกอย่างลึกซึ้งและการกดขี่ปราบปรามประชาชนเป็นระยะเวลายาวนาน
คนไทยจำนวนมาก และไม่ใช่เฉพาะคนเสื้อแดงเท่านั้น เริ่มตั้งข้อสงสัยว่า วิธีการของรัฐบาลอภิสิทธิ์กำลังนำพาประเทศไทยถอยหลังกลับไปสู่ระบอบเผด็จการด้วยการขยายภาวะฉุกเฉินไปอย่างไม่มีกำหนดหรือไม่ ตัวอย่างก่อนหน้านี้ก็มีให้เห็นใน พ.ศ. 2501 มีการประกาศงดใช้ระบบกฎหมายตามปรกติ และสั่งให้ยึดถือเอาประกาศของคณะปฏิวัติมีความสำคัญเหนือกว่ากฎหมายอาญาและกฎหมายรัฐธรรมนูญ มองจากในแง่ของกฎหมายแล้ว ประเทศไทยอยู่ภายใต้สภาวะนี้ต่อมาอีกถึง 4 ทศวรรษ มีแต่รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 เท่านั้นที่มีความก้าวหน้าในแง่ของการรื้อทิ้งเศษซากตกค้างของระบอบเผด็จการ แต่การรัฐประหารของกองทัพเมื่อ พ.ศ. 2549 เพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่ได้รับการเลือกตั้งมาตามระบอบประชาธิปไตย ได้ผลักไสประเทศไทยจมลงสู่ความไร้เสถียรภาพอีกครั้ง
รัฐบาลอภิสิทธิ์บอกว่า การปราบปรามคนเสื้อแดงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาหลักนิติรัฐ แต่การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินกลับเป็นสิ่งที่สวนทางตรงกันข้าม มันจะกัดเซาะความเข้มแข็งและความมั่นคงระยะยาวของระบอบนิติรัฐ ถึงแม้มีการยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินในห้าจังหวัด แต่การขยาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปอีก 3 เดือนใน 18 จังหวัดและในกรุงเทพฯ เป็นแค่สัญญาณบ่งบอกครั้งล่าสุดถึงภาวะความไม่มั่นคงทางกฎหมายที่จะเพิ่มขึ้นในระยะยาว
เป็นเรื่องยากที่จะคิดว่า รัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจะสามารถทลายกำแพงความเงียบหรือบรรเทาความโกรธแค้นของคนจำนวนมากในภาคอีสาน แน่นอน การยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินหรือการอนุญาตให้วิทยุโทรทัศน์เสื้อแดงกลับมาออกอากาศ อาจไม่ทำให้รัฐบาลชนะใจคนในภาคอีสานได้ง่าย ๆ ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่สามารถ “คืน” สิทธิที่ประชาชนรู้สึกว่าเป็นของเขาในระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งผู้วางนโยบายในกรุงเทพฯ ก็ไม่ควรประหลาดใจด้วย หากการคืนสิทธินี้จะทำลายความเงียบในภาคอีสานและเปิดช่องให้การส่งเสียงที่โกรธแค้นยิ่งกว่าเดิม
*David Streckfuss เป็นนักเขียนที่อาศัยอยู่ใน จ.ขอนแก่น
Comments
How about one more
How about one more translation if you dare.
The Washington Post (in Washington D.C.) Newspaper today (July 15, 2010) in the Editorials Page. There is an article "Wrong way in Thailand" printed.
This Washington Post Newspaper probably read by most politicians in Washington. And The Editorials Page normally represent the policy of the Newspaper.
You can see how they viewed the situation of the current Prime Minister Abhisit and Thailand.
Remember...The most influence capital of the world is Washington D.C.
บทความนี้เหรอ? Can Thailand's
บทความนี้เหรอ?
Can Thailand's state of emergency lead to A reconciliation'?
Thursday, July 15, 2010
AFTER BLOODY clashes between the Thai army and opposition demonstrators killed some 90 people in the center of Bangkok in May, the unelected government of Prime Minister Abhisit Vejjajiva promised to launch what he called a "national reconciliation plan." Since then authorities have arrested hundreds of opposition leaders; closed media; frozen the bank accounts of suspected supporters of the Bangkok demonstrations and brought terrorism charges against the movement's exiled leader, Thaksin Shinawatra.
On July 6, Mr. Abhisit renewed a state of emergency in Bangkok and 18 other provinces, allowing his regime to arrest and hold people without charge, censor the media and prevent public gatherings. Meanwhile, he has announced that the parliamentary elections he had offered to hold in November will be postponed until next year. If this is what he calls "national reconciliation," Mr. Abhisit, a graduate of Eton and Oxford, must have taken a lesson in Orwellian language.
In fact Thailand's government is carrying out something close to the opposite of a policy that might heal the country's deep polarization. It is trying to crush the "red shirt" movement that still supports Mr. Thaksin, a former prime minister whose ouster in a 2006 military coup has plunged a once-promising democracy into endless turmoil. In the process, Mr. Abhisit is raising the chances that the opposition will go underground and turn violent. That would ensure that Thailand loses the foreign tourists and investors on which it depends -- not to mention the support of Western democracies.
Mr. Thaksin and the red shirts have contributed to Thailand's impasse by blockading the center of Bangkok for two months last spring and for refusing the compromise Mr. Abhisit offered before the violence began and the army moved in. But the root cause of the troubles is the refusal of the traditional political class, the military and the royal court, which Mr. Abhisit's government represents, to accept the results of democratic elections.
Repression will not solve this problem. If Mr. Abhisit really wants reconciliation, the steps he must take are clear: End the state of emergency, release the red shirt leaders and negotiate leading to elections, with a commitment by all sides to allow the winners to rule within the boundaries of a reformed constitution.
http://www.washingtonpost.com/wp-dyn/content/article/2010/07/14/AR2010071405048.html
เชิญอ่าน บทความ (แปล)
เชิญอ่าน บทความ (แปล) ได้ที่นี่
สื่อโลกตบหน้าระบอบอภิสิทธิ์หยันแผนปรองดอง
http://thaienews.blogspot.com/2010/07/blog-post_15.html
ถ้าแปลบทความข้างบนลงในประชาไท
ถ้าแปลบทความข้างบนลงในประชาไท จะโดนจับข้อหาหมิ่นหรือเปล่าครับ เพราะเดี๋ยวนี้มันเป็นกฏหมายครอบจักรวาลเหลือเกิน ศาลรัฐธรรมนูญก็คงไม่กล้ารับตีความซะด้วยสิ
รัตตินิรันดร์กาล ท้องฟ้ามืดมิ
[b]รัตตินิรันดร์กาล[/b]
ท้องฟ้ามืดมิดไม่รู้กลางวันไม่รู้กลางคืน
ผืนดินเจิ่งนองด้วยเลือดสีแดง
แต่มิอาจมองห็นท่ามกลางความมืดมิด
กลิ่นคาวคละคลุ้ง
เสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นปะปนความคลั่งแค้น
เป็นสิ่งที่เรายังคงสัมผัสได้อยู่ทั่วไป
แผ่นดินนี้เคยร่มเย็น
แผ่นดินนี้เคยสงบสุข
แผ่นดินนี้เคยให้ความหวัง
ใยเวลาี้นี้แผ่นดินมืดมิดมองไม่เห็นอะไร?
มีเพียงแสงหนึ่งส่องจากฟ้า แสงนั้นริบหรี่รอวันดับสูญ
แผ่นดินนี้จะมืดมิดเหมือนรัตติกาลไปนานอีกเท่าใด?
That's correct Khun
That's correct Khun Anonymous.
And if you read the whole article and underline " But the root cause of the troubles is the refusal of the traditional political class, the military and the royal court, which Mr. Abhisit's government represents, to accep the results of the democratic elections"
How did they know about What was going on in Thailand better than a lot of Thais themself who live in the country.
We're all have to live under the same rule and under the same law. Because " The Law is the foundation of the Democracy"
Boydkc
[quote=Boydkc]ถ้าแปลบทความข้างบนลงในประชาไท จะโดนจับข้อหาหมิ่นหรือเปล่าครับ เพราะเดี๋ยวนี้มันเป็นกฏหมายครอบจักรวาลเหลือเกิน ศาลรัฐธรรมนูญก็คงไม่กล้ารับตีความซะด้วยสิ[/quote]
มีคนแปลแล้วครับ http://thaienews.blogspot.com/ แต่สงสัยเว็บยังถูกบล็อคอยู่
ก็ลองใช้พวก Ultrasurf หรือ Tor Browser หรืออื่นๆ ช่วยเอานะครับยังไงๆก็อ่านได้ครับ
*แผ่นดินนี้ ประชาชน
*แผ่นดินนี้ ประชาชน เป็นเจ้าของ
เจ้าถือครอง มาจากฟ้า มาจากไหน
จึงชอบใช้ อภิสิทธิ์ จนติดใจ
เจ้าทำให้ แผ่นดินนี้ เขาเดือดร้อน
*การไล่ล่า ฆ่าเข่น เช่นสิงห์ใหญ่
เล่นตามอำเภอใจ ครูไหนสอน
อำมหิต ผิดมนุษย์ สุดบั่นทอน
ขอถามย้อน คนหรือไม่ ใจเจ้านั้น
*ในความเงียบ วังเวง เพลงคั่งแค้น
ระอุแน่น ในใจ อันไหวหวั่น
หากระเบิดวันใด ได้เห็นกัน
ประชาทัณฑ์ เป็นอย่างไร ไม่อยากคิด
*แผ่นดินนี้ ไม่อยากมี เผด็จการ
ผู้ระราน เลือดเปื้อนมือ ถืออภิสิทธิ์
ใช้กฎหมาย ล่าฉุกเฉิน เพลินพิชิต
มีความคิด เหมือนกับคน ไม่ใช่คน
ตามไปดูแล้วครับคุณน้ำลัด
ตามไปดูแล้วครับคุณน้ำลัด ผมก็ประชดไปงั้นแหละ เพราะเชื่อว่ามีหมูไม่กลัวน้ำร้อนอีกเยอะ แต่หากว่ากันจริงๆ ผมว่ากฏหมาย ม 112 มันขัดรัฐธรรมนูญเต็มๆ แต่ก็ปล่อยให้มีกฏหมายประเภทนี้หลงเหลืออยู่ได้
งั้นไปเอากฏหมายรัฐธรรมนูญที่ว่า ด้วยเรื่องสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ออกจากรัฐธรรมนูญจะได้ไม่ขัดเขินเวลาใช้กฏหมายประหลาดนี้
Boydkc
[quote=Boydkc]ตามไปดูแล้วครับคุณน้ำลัด ผมก็ประชดไปงั้นแหละ เพราะเชื่อว่ามีหมูไม่กลัวน้ำร้อนอีกเยอะ แต่หากว่ากันจริงๆ ผมว่ากฏหมาย ม 112 มันขัดรัฐธรรมนูญเต็มๆ แต่ก็ปล่อยให้มีกฏหมายประเภทนี้หลงเหลืออยู่ได้
งั้นไปเอากฏหมายรัฐธรรมนูญที่ว่า ด้วยเรื่องสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ออกจากรัฐธรรมนูญจะได้ไม่ขัดเขินเวลาใช้กฏหมายประหลาดนี้[/quote]
ขอถามไอ้คนโพสหน่อยวะ คือถ้ามึงไม่ไปทำผิดกฎหมายมาตรานี้ เจ้าหน้าที่เขาคงไม่มายุ่งวุ่นวายกับพวกมึงหรอก มึงอยู่เฉยๆกันไม่ได้หรือไง มึงต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน มึงต้องอย่าเชื่อคำยุยงปลุกปั่นอะไรง่ายๆ มึงต้องบริโภคสื่อให้ครบทุกด้าน มึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่าใช้อคติตนเองเป็นเกณฑ์ กูรู้ว่าหมูไม่กลัวน้ำร้อนมีเยอะ แต่กูก็เห็นมาเยอะแล้วเหมือนกันแหละว่าตำรวจไทยเก่ง สืบสวนหาเบาะแสจับไอ้ประเภทหมูไม่กลัวน้ำร้อนได้หลายคนแล้ว กูยังไม่เคยเห็นกฎหมายมาตรานี้มาสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนส่วนใหญ่ตรงไหนเลย ก็มีแต่พวกมึงนี่แหละอยู่ไม่สุข จาบจ้วงตลอด ถ้ามึงเห็นว่าประเทศนี้ไม่น่าอยู่ มึงอพยพไปอยู่ประเทศอื่นเลยไป้ ไปให้พ้น อย่ามาสร้างความปั่นป่วนให้กับสังคมไทย
ใจเย็นๆ
ใจเย็นๆ อย่ามาไล่ผมแบบหมูแบบหมาอย่างนั้นสิครับ อย่าเพิ่งอคติกับผม หรือคนที่แปลข้อความนั้น โปรดฟังความให้รอบด้าน และโปรดอย่าเพิ่งเชื่อในคำยุยงให้สังคมไทยปั่นป่วน อย่างที่คุณมองว่าผมหรือหลายคนคิดจะทำ และก็อย่าเพิ่งเชื่อในคำโฆษณาชวนเชื่อหลังข่าวภาคค่ำ อย่างที่ที่ผมหรือหลายๆคนมองกัน
ที่ผมติดใจคือ เรื่องที่สื่อต่างประเทศเขียนไว้อย่างโจ๋งครึมว่า ใครเป็นตัวละครในเรื่องการเมืองประเทศกล้วยหอมนั้น มันตรงกับความเห็นและการวิเคราะห์จากที่ผมได้ฟังมาจากคนนอก (ที่ไม่ใช่คนประเทศกล้วยหอม แต่ตามข่าวประเทศนี้) เขาก็วิเคราะห์ออกมาเหมือนกับที่สื่อเจ้านี้พูดแหละครับว่าใครเป็นใคร ใครอยู่ข้างไหน
ผมก็เลยแปลกใจว่า ไอ้คนที่ไม่ใช่คนประเทศกล้วยหอม ทำไมมันรู้ดีนัก แต่ทำไมคนในประเทศกล้วยหอมจึงไม่ค่อยรู้เรื่องนี้เท่าไหร่ บางส่วนอาจจะเพราะมีกฏหมายประหลาดที่คุณพยายามบอกผมนี่แหละว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศกล้วยหอมไม่ได้รับผลกระทบ จึงทำให้เราไม่มีโอกาส รับฟัง คิด วิเคราะห์ จากมุมมองที่ต่างออกไปบ้าง สมองก็เลยมีหน้าที่เป็นแค่ หน่วยความจำ แต่ขาดหน่วยประมวลผลไป
เอะอะ อะไรเวลาเห็นความเห็นต่าง ในเรื่องพวกนี้ ก็จะไล่ออกจากความเป็นคนประเทศกล้วยหอมนั่นเชียว อย่างที่คุณไล่ผมเนี่ย แล้วคุณจะมีโอกาสฟังความรอบด้านได้ไงครับ หากคุณไม่ยอมฟังจากอีกข้างหนึ่งบ้าง
กลับมาที่ ม 112 ต่อ คือที่ผมไม่เห็นด้วยอย่างแรงกับกฏหมายข้อนี้คือ มันมีการตีความที่ไม่จำกัด เกินขอบเขต คุณสมบัติเป็นยาหม่อง ใช้ทาถู สูดดม ครอบจักรวาล ทั้งที่ตัวกฏหมายเขามุ่งปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประมุขประเทศ แต่ด้วยการตีความกันแบบสุดโต่ง คนเมาเอาสีสเปรย์ไปพ่นรูป โดนจับติดคุก โดนเนรเทศ ทั้งที่เขาไม่ได้แสดงว่าจะปรองร้ายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประมุขประเทศแม้แต่น้อย
พอนานวันเข้ายิ่งไปกันใหญ่ คนมีความสงสัยหลายๆ เรื่อง เกี่ยวกับประมุขประเทศ เขาไม่ได้จาบจ้วง เขาสงสัย เขาอยากตั้งคำถาม เขาอยากได้คำตอบ คุณต้องอย่าลืมนะครับ ประมุขของประเทศก็คือ บุคคลที่สาฐารณะ เป็นบุคคลที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาล หรือก็คือภาษีของคุณหรือผมนั่นเอง บุคคลเหล่านี้ย่อมถูกต้ังคำถามจากคนเสียภาษีอย่างเราๆ ได้ เช่นว่า เงินที่เอาไปทำโครงการนี้ ใช้จ่ายอย่างไรบ้าง คุ้มไหม เป็นต้น
แต่ทุกวันนี้คำถามเหล่านี้ ไม่สามารถจะถามได้ เพราะถูกตีความว่าผิดกฏหมายหมด ซึ่งผมว่ามันชักจะไปกันใหญ่แล้ว นี่มันไม่ได้เป็นการจาบจ้วงล่วงเกิน หยาบคาย หรือแสดงว่าต้องการประทุษร้ายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินแม้แต่น้อย ผมเสนอความเห็นว่า ควรจะปรับปรุงกฏหมายนี้ซะให้เรียบร้อย ขีดเส้นขอบข่ายให้มันชัดเจน ให้มันเป็นไปตามเจตนารมของกฏหมายที่จะปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประมุขประเทศ แต่ไม่ใช่ไปจำกัดสิทธิในการคิด การตั้งคำถามต่อบุคคลสาฐารณะอย่างสุภาพ หากทำอย่างนี้คุณก็ไม่เดือดร้อน ผมก็ตั้งคำถามได้ไม่เดือดร้อน คนถูกตั้งคำถามเป็นคนพูดเองซะด้วยซ้ำว่า "ข้าพเจ้าวิจารณ์ได้"
โปรดฟังความให้รอบด้านบ้าง ผมไม่ได้จะไปสร้างความปั่นป่วนให้ใคร ผมเรียกร้องขอใช้เสรีภาพข้ันพื้นฐานของผมในการแสดงออก วิภากษ์วิจารณ์กฏหมายที่ผมเห็นว่ามีข้อบกพร่องเท่านั้น อย่าเพิ่งไล่กันให้ตายกันไปข้างเลย
หลายร้อยปีก่อน ตอนที่โลกยังแบนๆ อยู่ ก็มีคนบ้าตั้งคำถามซึ่งสร้างความปั่นป่วน แบบที่คุณว่านี่แหละ เขาชื่อ กาลิเลโอ สุดท้ายอีตานี่ก็ตายในบ้านตัวเอง ขณะถุกคุมขััง
แล้วหลายร้อยปีต่อมา โลกก็จากแบนๆ กลายเป็นเป็นผลส้มซะงั้น แต่หากไม่มีคนบ้าอย่าง กาลิเลโอ ตั้งคำถามท้าทายศาสนจักร ไม่แน่นะครับ ตอนนี้โลกเรายังแบนๆ อยู่เลย คุณเชื่อไหม
เอ้อ!
เอ้อ! เห็นรูปแบบอ๊อฟพงพัดอีกแล้ว เอะอะก็ไล่คนที่เห็นต่างไปอยู่ที่อื่น มูลความที่ใส่ให้กันจริงเท็จยังไม่รู้
หรือนี่พิมพ์เขียวของความแตกแยก มันร้าวลึกไปจนสุดชั้ว
อนาจใจที่แม้แต่คนในครอบครัวเดียวกันยังมีอ๊อฟพงพัดให้เห็น ประเทศนี้ไม่แหลกราญได้อย่างไร
เหลืออด wrote:Boydkc
[quote=เหลืออด][quote=Boydkc]ตามไปดูแล้วครับคุณน้ำลัด ผมก็ประชดไปงั้นแหละ เพราะเชื่อว่ามีหมูไม่กลัวน้ำร้อนอีกเยอะ แต่หากว่ากันจริงๆ ผมว่ากฏหมาย ม 112 มันขัดรัฐธรรมนูญเต็มๆ แต่ก็ปล่อยให้มีกฏหมายประเภทนี้หลงเหลืออยู่ได้
งั้นไปเอากฏหมายรัฐธรรมนูญที่ว่า ด้วยเรื่องสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ออกจากรัฐธรรมนูญจะได้ไม่ขัดเขินเวลาใช้กฏหมายประหลาดนี้[/quote]
ขอถามไอ้คนโพสหน่อยวะ คือถ้ามึงไม่ไปทำผิดกฎหมายมาตรานี้ เจ้าหน้าที่เขาคงไม่มายุ่งวุ่นวายกับพวกมึงหรอก มึงอยู่เฉยๆกันไม่ได้หรือไง มึงต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน มึงต้องอย่าเชื่อคำยุยงปลุกปั่นอะไรง่ายๆ มึงต้องบริโภคสื่อให้ครบทุกด้าน มึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่าใช้อคติตนเองเป็นเกณฑ์ กูรู้ว่าหมูไม่กลัวน้ำร้อนมีเยอะ แต่กูก็เห็นมาเยอะแล้วเหมือนกันแหละว่าตำรวจไทยเก่ง สืบสวนหาเบาะแสจับไอ้ประเภทหมูไม่กลัวน้ำร้อนได้หลายคนแล้ว กูยังไม่เคยเห็นกฎหมายมาตรานี้มาสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนส่วนใหญ่ตรงไหนเลย ก็มีแต่พวกมึงนี่แหละอยู่ไม่สุข จาบจ้วงตลอด ถ้ามึงเห็นว่าประเทศนี้ไม่น่าอยู่ มึงอพยพไปอยู่ประเทศอื่นเลยไป้ ไปให้พ้น อย่ามาสร้างความปั่นป่วนให้กับสังคมไทย[/quote]
เห็นใจพวกผมเถอะครับ พวกผมไม่มีที่ไปจริงๆ
อย่าไล่กันเลย ยิ่งไล่มันก็ยิ่งวุ่นวายกันเปล่าๆ
เพียงแค่คืนสิทธิให้พวกผมแค่นั้น ทำไม่ได้เชียวหรือ?
พวกผมก็อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินนี้มายาวนานเหมือนคุณนั่นแหละ
เพียงไม่พอใจพวกผมก็จะไล่ไปอย่างนั้นหรือครับ
คุณ"เหลืออด" ก็อายุไม่ใช่น้อย 45 แล้วไม่ใช่หรือครับ
เป็นวัยกลางคนที่ควรจะรู้จัก compromise ได้แล้ว
คุณ"เหลืออด" ชอบศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วยมิใช่หรือครับ
รัตนโกสินทร์นั้นเพิ่งจะแค่สองร้อยกว่าปีเอง การเปลียนแปลงมันยังไม่สิ้นสุดง่ายๆหรอกครับ
สุวรรณภูิมิมีการเปลี่ยนแปลงมาตลอด ไม่ว่าจะอาณาจักรทวาราวดี ศรีวิชัย ศรีโคตบูรณ์
โยนก สุโขทัย อยุธยา ฯลฯ ไม่เห็นจะมีอาณาจักรใดจะอยู่ค้ำฟ้าได้ตลอดกาล
ถึงเวลาล่มมันก็ต้องล่ม ล่มแล้วมันก็เกิดใหม่ได้ เป็นวัฏจักรอยู่เสมอ
วันก่อนโน้นดูทีวีช่อง ThaiPBS เขาพาไปพบชายคนหนึ่่งที่อำเภอเสาไห้
(ชื่ออำเภอนี้มันน่ากลัวนะครับ ขนาดเสาัยังต้องร้องไห้ แล้วคนจะเหลือเรอะ)
ชายคนนั้นอายุ 70 แต่ยังดูแข็งแรงมาก เคยรับราชการครูมาก่อน
เขาทุ่มเททรัพย์สินแรงกายแรงใจ อนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมของบรรพบุรุษครับ
บรรพบุรุษของพวกเขามาจากเมืองโยนก ถูกกวาดต้อนมาสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
ก็คงเหมือนกับราชบุรีที่เต็มไปด้วยลูกหลานอดีตเชลยศึก ทำให้ลึกๆอาจจะมีDNAของความแค้น
สั่งสมในใจถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษตกทอดมายัง เสธ.แดง และอริสมันต์
ผมก็มั่วไปเรื่อยๆอย่างนั้นแหละครับ...อย่าถือสา
กรุณาอย่าไล่ผมเลยครับ...ขอร้อง...ผมยังรักต้นมะม่วงของผมอยู่ครับ
น้ำลัด wrote:เหลืออด
[quote=น้ำลัด][quote=เหลืออด][quote=Boydkc]ตามไปดูแล้วครับคุณน้ำลัด ผมก็ประชดไปงั้นแหละ เพราะเชื่อว่ามีหมูไม่กลัวน้ำร้อนอีกเยอะ แต่หากว่ากันจริงๆ ผมว่ากฏหมาย ม 112 มันขัดรัฐธรรมนูญเต็มๆ แต่ก็ปล่อยให้มีกฏหมายประเภทนี้หลงเหลืออยู่ได้
งั้นไปเอากฏหมายรัฐธรรมนูญที่ว่า ด้วยเรื่องสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ออกจากรัฐธรรมนูญจะได้ไม่ขัดเขินเวลาใช้กฏหมายประหลาดนี้[/quote]
ขอถามไอ้คนโพสหน่อยวะ คือถ้ามึงไม่ไปทำผิดกฎหมายมาตรานี้ เจ้าหน้าที่เขาคงไม่มายุ่งวุ่นวายกับพวกมึงหรอก มึงอยู่เฉยๆกันไม่ได้หรือไง มึงต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน มึงต้องอย่าเชื่อคำยุยงปลุกปั่นอะไรง่ายๆ มึงต้องบริโภคสื่อให้ครบทุกด้าน มึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่าใช้อคติตนเองเป็นเกณฑ์ กูรู้ว่าหมูไม่กลัวน้ำร้อนมีเยอะ แต่กูก็เห็นมาเยอะแล้วเหมือนกันแหละว่าตำรวจไทยเก่ง สืบสวนหาเบาะแสจับไอ้ประเภทหมูไม่กลัวน้ำร้อนได้หลายคนแล้ว กูยังไม่เคยเห็นกฎหมายมาตรานี้มาสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนส่วนใหญ่ตรงไหนเลย ก็มีแต่พวกมึงนี่แหละอยู่ไม่สุข จาบจ้วงตลอด ถ้ามึงเห็นว่าประเทศนี้ไม่น่าอยู่ มึงอพยพไปอยู่ประเทศอื่นเลยไป้ ไปให้พ้น อย่ามาสร้างความปั่นป่วนให้กับสังคมไทย[/quote]
เห็นใจพวกผมเถอะครับ พวกผมไม่มีที่ไปจริงๆ
อย่าไล่กันเลย ยิ่งไล่มันก็ยิ่งวุ่นวายกันเปล่าๆ
เพียงแค่คืนสิทธิให้พวกผมแค่นั้น ทำไม่ได้เชียวหรือ?
พวกผมก็อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินนี้มายาวนานเหมือนคุณนั่นแหละ
เพียงไม่พอใจพวกผมก็จะไล่ไปอย่างนั้นหรือครับ
คุณ"เหลืออด" ก็อายุไม่ใช่น้อย 45 แล้วไม่ใช่หรือครับ
เป็นวัยกลางคนที่ควรจะรู้จัก compromise ได้แล้ว
คุณ"เหลืออด" ชอบศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วยมิใช่หรือครับ
รัตนโกสินทร์นั้นเพิ่งจะแค่สองร้อยกว่าปีเอง การเปลียนแปลงมันยังไม่สิ้นสุดง่ายๆหรอกครับ
สุวรรณภูิมิมีการเปลี่ยนแปลงมาตลอด ไม่ว่าจะอาณาจักรทวาราวดี ศรีวิชัย ศรีโคตบูรณ์
โยนก สุโขทัย อยุธยา ฯลฯ ไม่เห็นจะมีอาณาจักรใดจะอยู่ค้ำฟ้าได้ตลอดกาล
ถึงเวลาล่มมันก็ต้องล่ม ล่มแล้วมันก็เกิดใหม่ได้ เป็นวัฏจักรอยู่เสมอ
วันก่อนโน้นดูทีวีช่อง ThaiPBS เขาพาไปพบชายคนหนึ่่งที่อำเภอเสาไห้
(ชื่ออำเภอนี้มันน่ากลัวนะครับ ขนาดเสาัยังต้องร้องไห้ แล้วคนจะเหลือเรอะ)
ชายคนนั้นอายุ 70 แต่ยังดูแข็งแรงมาก เคยรับราชการครูมาก่อน
เขาทุ่มเททรัพย์สินแรงกายแรงใจ อนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมของบรรพบุรุษครับ
บรรพบุรุษของพวกเขามาจากเมืองโยนก ถูกกวาดต้อนมาสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
ก็คงเหมือนกับราชบุรีที่เต็มไปด้วยลูกหลานอดีตเชลยศึก ทำให้ลึกๆอาจจะมีDNAของความแค้น
สั่งสมในใจถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษตกทอดมายัง เสธ.แดง และอริสมันต์
ผมก็มั่วไปเรื่อยๆอย่างนั้นแหละครับ...อย่าถือสา
กรุณาอย่าไล่ผมเลยครับ...ขอร้อง...ผมยังรักต้นมะม่วงของผมอยู่ครับ[/quote]
แล้วคุณเคยอ่านประวัติศาสตร์ สงครามเก้าทัพช่วงต้นกรุงฯหรือปล่าวล่ะ ทั้งๆที่กำลังคนก็น้อยกว่าข้าศึก ( พระเจ้าปดุง ) แต่ก็สามารถเอาชนะได้ สรุปแล้วไม่มีความดีอะไรเลยหรือบรรพบุรุษไทย การเปลี่ยนแปลงต่างๆมันเป็นธรรมดาโลกอยู่แล้ว แต่การที่จะเปลี่ยนแปลง อะไรนั้น ต้องดูที่ความดีด้วย กษัตย์ไทยในยุคต่อๆมาหลายพระองค์ ก็สร้างความดีให้กับประเทศอย่างมาก ดังนั้นสถาบันกษัตริย์ จึงอยู่ควบคู่กับรัฐไทยตลอดเกือบพันปีแล้ว ปัจจุบันนี้อำนาจบริหารประเทศที่แท้จริงก็อยู่ที่นายกรัฐมนตรี ขนาดประเทศต้นแบบแห่งประชาธิปไตยคืออังกฤษ ก็ยังมีสถาบันกษัตริย์ หรือว่าจะมาเถียง ผมก็เป็นเจ้าของต้นมะม่วงเหมือนกันแหละไม่ใช่คุณคนเดียวที่เป็นเจ้าของ ผมพอใจแบบนี้ ผมชื่นชมแบบนี้ มันเป็นเรื่องของผมและครอบครัวผมก็คิดแบบเดียวกัน และผมก็เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศก็คิดแบบนี้ กฎหมายก็มีมานานแล้ว(112) ทำไมเพิ่งมามีปัญหาตอนนี้ ถ้าคุณจะมาเถียงกับผมเรื่องนี้มันไม่จบหรอกครับ ผมไม่มีวันยอมรับความคิดของพวกคุณถึงแม้จะหมดลมหายใจก็ตาม เพราะผมเคารพในคุณงามความดีเป็นหลัก ถ้ามีปัญหาก็รวมพวกมารบกันไหม เพราะสมัยผมวัยรุ่นปี 2522 อายุแค่ 15เองตอนนั้น ผมก็เคยเป็นอาสาสมัครคุ้มกันเส้นทางก่อสร้าง ( ทหารรับจ้าง ) ถนนสายบ้านห้วยหลักลาย อ.ปัว จ.น่าน มาแล้ว ยิงคอมมิวนิตย์ ดิ้นมาเยอะแล้ว ตอนนี้ยังไหวนะ อายุ แค่ 45 เอง ประสบการณ์เก่าๆมีเยอะ
Boydkc wrote:ใจเย็นๆ
[quote=Boydkc]ใจเย็นๆ อย่ามาไล่ผมแบบหมูแบบหมาอย่างนั้นสิครับ อย่าเพิ่งอคติกับผม หรือคนที่แปลข้อความนั้น โปรดฟังความให้รอบด้าน และโปรดอย่าเพิ่งเชื่อในคำยุยงให้สังคมไทยปั่นป่วน อย่างที่คุณมองว่าผมหรือหลายคนคิดจะทำ และก็อย่าเพิ่งเชื่อในคำโฆษณาชวนเชื่อหลังข่าวภาคค่ำ อย่างที่ที่ผมหรือหลายๆคนมองกัน
ที่ผมติดใจคือ เรื่องที่สื่อต่างประเทศเขียนไว้อย่างโจ๋งครึมว่า ใครเป็นตัวละครในเรื่องการเมืองประเทศกล้วยหอมนั้น มันตรงกับความเห็นและการวิเคราะห์จากที่ผมได้ฟังมาจากคนนอก (ที่ไม่ใช่คนประเทศกล้วยหอม แต่ตามข่าวประเทศนี้) เขาก็วิเคราะห์ออกมาเหมือนกับที่สื่อเจ้านี้พูดแหละครับว่าใครเป็นใคร ใครอยู่ข้างไหน
ผมก็เลยแปลกใจว่า ไอ้คนที่ไม่ใช่คนประเทศกล้วยหอม ทำไมมันรู้ดีนัก แต่ทำไมคนในประเทศกล้วยหอมจึงไม่ค่อยรู้เรื่องนี้เท่าไหร่ บางส่วนอาจจะเพราะมีกฏหมายประหลาดที่คุณพยายามบอกผมนี่แหละว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศกล้วยหอมไม่ได้รับผลกระทบ จึงทำให้เราไม่มีโอกาส รับฟัง คิด วิเคราะห์ จากมุมมองที่ต่างออกไปบ้าง สมองก็เลยมีหน้าที่เป็นแค่ หน่วยความจำ แต่ขาดหน่วยประมวลผลไป
เอะอะ อะไรเวลาเห็นความเห็นต่าง ในเรื่องพวกนี้ ก็จะไล่ออกจากความเป็นคนประเทศกล้วยหอมนั่นเชียว อย่างที่คุณไล่ผมเนี่ย แล้วคุณจะมีโอกาสฟังความรอบด้านได้ไงครับ หากคุณไม่ยอมฟังจากอีกข้างหนึ่งบ้าง
กลับมาที่ ม 112 ต่อ คือที่ผมไม่เห็นด้วยอย่างแรงกับกฏหมายข้อนี้คือ มันมีการตีความที่ไม่จำกัด เกินขอบเขต คุณสมบัติเป็นยาหม่อง ใช้ทาถู สูดดม ครอบจักรวาล ทั้งที่ตัวกฏหมายเขามุ่งปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประมุขประเทศ แต่ด้วยการตีความกันแบบสุดโต่ง คนเมาเอาสีสเปรย์ไปพ่นรูป โดนจับติดคุก โดนเนรเทศ ทั้งที่เขาไม่ได้แสดงว่าจะปรองร้ายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประมุขประเทศแม้แต่น้อย
พอนานวันเข้ายิ่งไปกันใหญ่ คนมีความสงสัยหลายๆ เรื่อง เกี่ยวกับประมุขประเทศ เขาไม่ได้จาบจ้วง เขาสงสัย เขาอยากตั้งคำถาม เขาอยากได้คำตอบ คุณต้องอย่าลืมนะครับ ประมุขของประเทศก็คือ บุคคลที่สาฐารณะ เป็นบุคคลที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาล หรือก็คือภาษีของคุณหรือผมนั่นเอง บุคคลเหล่านี้ย่อมถูกต้ังคำถามจากคนเสียภาษีอย่างเราๆ ได้ เช่นว่า เงินที่เอาไปทำโครงการนี้ ใช้จ่ายอย่างไรบ้าง คุ้มไหม เป็นต้น
แต่ทุกวันนี้คำถามเหล่านี้ ไม่สามารถจะถามได้ เพราะถูกตีความว่าผิดกฏหมายหมด ซึ่งผมว่ามันชักจะไปกันใหญ่แล้ว นี่มันไม่ได้เป็นการจาบจ้วงล่วงเกิน หยาบคาย หรือแสดงว่าต้องการประทุษร้ายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินแม้แต่น้อย ผมเสนอความเห็นว่า ควรจะปรับปรุงกฏหมายนี้ซะให้เรียบร้อย ขีดเส้นขอบข่ายให้มันชัดเจน ให้มันเป็นไปตามเจตนารมของกฏหมายที่จะปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประมุขประเทศ แต่ไม่ใช่ไปจำกัดสิทธิในการคิด การตั้งคำถามต่อบุคคลสาฐารณะอย่างสุภาพ หากทำอย่างนี้คุณก็ไม่เดือดร้อน ผมก็ตั้งคำถามได้ไม่เดือดร้อน คนถูกตั้งคำถามเป็นคนพูดเองซะด้วยซ้ำว่า "ข้าพเจ้าวิจารณ์ได้"
โปรดฟังความให้รอบด้านบ้าง ผมไม่ได้จะไปสร้างความปั่นป่วนให้ใคร ผมเรียกร้องขอใช้เสรีภาพข้ันพื้นฐานของผมในการแสดงออก วิภากษ์วิจารณ์กฏหมายที่ผมเห็นว่ามีข้อบกพร่องเท่านั้น อย่าเพิ่งไล่กันให้ตายกันไปข้างเลย
หลายร้อยปีก่อน ตอนที่โลกยังแบนๆ อยู่ ก็มีคนบ้าตั้งคำถามซึ่งสร้างความปั่นป่วน แบบที่คุณว่านี่แหละ เขาชื่อ กาลิเลโอ สุดท้ายอีตานี่ก็ตายในบ้านตัวเอง ขณะถุกคุมขััง
แล้วหลายร้อยปีต่อมา โลกก็จากแบนๆ กลายเป็นเป็นผลส้มซะงั้น แต่หากไม่มีคนบ้าอย่าง กาลิเลโอ ตั้งคำถามท้าทายศาสนจักร ไม่แน่นะครับ ตอนนี้โลกเรายังแบนๆ อยู่เลย คุณเชื่อไหม[/quote]
[b]Couldn't agree more with your comment : )[/b]
ดีจังเลยที่ได้เห็นการโต้แย้งดีๆแบบนี้ ชอบมากๆ ขอคารวะสักสามครั้ง
ไม่พอใจ
[quote=ไม่พอใจ]
แล้วคุณเคยอ่านประวัติศาสตร์ สงครามเก้าทัพช่วงต้นกรุงฯหรือปล่าวล่ะ ทั้งๆที่กำลังคนก็น้อยกว่าข้าศึก ( พระเจ้าปดุง ) แต่ก็สามารถเอาชนะได้ สรุปแล้วไม่มีความดีอะไรเลยหรือบรรพบุรุษไทย การเปลี่ยนแปลงต่างๆมันเป็นธรรมดาโลกอยู่แล้ว แต่การที่จะเปลี่ยนแปลง อะไรนั้น ต้องดูที่ความดีด้วย กษัตย์ไทยในยุคต่อๆมาหลายพระองค์ ก็สร้างความดีให้กับประเทศอย่างมาก ดังนั้นสถาบันกษัตริย์ จึงอยู่ควบคู่กับรัฐไทยตลอดเกือบพันปีแล้ว ปัจจุบันนี้อำนาจบริหารประเทศที่แท้จริงก็อยู่ที่นายกรัฐมนตรี ขนาดประเทศต้นแบบแห่งประชาธิปไตยคืออังกฤษ ก็ยังมีสถาบันกษัตริย์ หรือว่าจะมาเถียง ผมก็เป็นเจ้าของต้นมะม่วงเหมือนกันแหละไม่ใช่คุณคนเดียวที่เป็นเจ้าของ ผมพอใจแบบนี้ ผมชื่นชมแบบนี้ มันเป็นเรื่องของผมและครอบครัวผมก็คิดแบบเดียวกัน และผมก็เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศก็คิดแบบนี้ กฎหมายก็มีมานานแล้ว(112) ทำไมเพิ่งมามีปัญหาตอนนี้ ถ้าคุณจะมาเถียงกับผมเรื่องนี้มันไม่จบหรอกครับ ผมไม่มีวันยอมรับความคิดของพวกคุณถึงแม้จะหมดลมหายใจก็ตาม เพราะผมเคารพในคุณงามความดีเป็นหลัก ถ้ามีปัญหาก็รวมพวกมารบกันไหม เพราะสมัยผมวัยรุ่นปี 2522 อายุแค่ 15เองตอนนั้น ผมก็เคยเป็นอาสาสมัครคุ้มกันเส้นทางก่อสร้าง ( ทหารรับจ้าง ) ถนนสายบ้านห้วยหลักลาย อ.ปัว จ.น่าน มาแล้ว ยิงคอมมิวนิตย์ ดิ้นมาเยอะแล้ว ตอนนี้ยังไหวนะ อายุ แค่ 45 เอง ประสบการณ์เก่าๆมีเยอะ[/quote]
คุณไม่พอใจ
ผมอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้จริงๆ คนที่มีแนวคิดแบบคุณชอบตั้งข้อหาเหมาเข่งคนที่เห็นต่างจากคุณดังนี้
หนึ่ง[b]คนที่ไม่เห็นด้วยกับการตีความกฏหมายหมิ่นฯแบบครอบจักรวาล, การใช้กฏหมายนี้เล่นงานคนอื่นทางการเมือง มักถูกคุณกล่าวหาว่าต้องการล้มล้างสถาบันฯเสมอ[/b] ผมไม่เห็นด้วยกับการabuse กฏหมายแบบนี้แต่ไม่ได้ต้องการให้ยกเลิก ต้องการเพียงแค่ตีกรอบให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการabuseเท่านั้นเอง ผมไม่มีเจตนาจะล้มล้างสถาบันฯแต่อย่างใด ทำไมคนที่ต้องการ"ปรับปรุง"กฏหมายจะต้องเป็นคนที่ต้องการล้มเจ้าเสมอไป? ผมเรียกร้องให้ป้องกันการเล่นงานคนอื่นๆด้วยเหตุจูงใจทางการเมืองด้วยกฏหมายนี้ [b]ไม่ได้เรียกร้องให้เลิกปกป้องสถาบันฯด้วยกฏหมายนี้[/b]
สอง [b]คนที่ต้องการปรับปรุงกฏหมายนี้มักถูกตราหน้าว่าเป็นคอมมิวนิสต์[/b] ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่คอมมิวนิสต์เหลืออยู่แต่ในมิวเซียม แทบจะต้องไป"ขุด"แล้วจึงจะพบ คุณก็ยังคงพยายามปลุกผีคอมมิวนิสต์ขึ้นมาจากหลุม มาหลอกหลอนผมอีก สงสัยว่าคุณคงจะไม่มีปัญญาทำมาหากินอย่างอื่นแล้วมัง ถึงต้องอาศัยหากินกับการปลุกผีคอมฯ หรือว่ามันเป็นข้ออ้างที่ดีที่สุด ที่จะใช้"จัดการ"คนที่คุณไม่ชอบขี้หน้าได้อย่างโหดเหี้ยม เพราะคอมฯมันไม่ไช่คน จึงไม่จำเป็นต้องปฏิบัติกับคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมฯเหมือนที่ปฏิบัติกับ"คน" ศีลธรรม, ศาสนาพุทธของคุณจึงไม่จำเป็นต้องครอบคลุมถึงคนที่คุณกล่าวหาว่าเป็นคอมฯ เลยยิงหัวมัน เอามันไปนั่งยางเผาไฟ เอาลิ่มตอกอกมันได้ [b][color=red]โดยไม่บาป[/color][/b]
doctor J wrote:ไม่พอใจ
[quote=doctor J][quote=ไม่พอใจ]
แล้วคุณเคยอ่านประวัติศาสตร์ สงครามเก้าทัพช่วงต้นกรุงฯหรือปล่าวล่ะ ทั้งๆที่กำลังคนก็น้อยกว่าข้าศึก ( พระเจ้าปดุง ) แต่ก็สามารถเอาชนะได้ สรุปแล้วไม่มีความดีอะไรเลยหรือบรรพบุรุษไทย การเปลี่ยนแปลงต่างๆมันเป็นธรรมดาโลกอยู่แล้ว แต่การที่จะเปลี่ยนแปลง อะไรนั้น ต้องดูที่ความดีด้วย กษัตย์ไทยในยุคต่อๆมาหลายพระองค์ ก็สร้างความดีให้กับประเทศอย่างมาก ดังนั้นสถาบันกษัตริย์ จึงอยู่ควบคู่กับรัฐไทยตลอดเกือบพันปีแล้ว ปัจจุบันนี้อำนาจบริหารประเทศที่แท้จริงก็อยู่ที่นายกรัฐมนตรี ขนาดประเทศต้นแบบแห่งประชาธิปไตยคืออังกฤษ ก็ยังมีสถาบันกษัตริย์ หรือว่าจะมาเถียง ผมก็เป็นเจ้าของต้นมะม่วงเหมือนกันแหละไม่ใช่คุณคนเดียวที่เป็นเจ้าของ ผมพอใจแบบนี้ ผมชื่นชมแบบนี้ มันเป็นเรื่องของผมและครอบครัวผมก็คิดแบบเดียวกัน และผมก็เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศก็คิดแบบนี้ กฎหมายก็มีมานานแล้ว(112) ทำไมเพิ่งมามีปัญหาตอนนี้ ถ้าคุณจะมาเถียงกับผมเรื่องนี้มันไม่จบหรอกครับ ผมไม่มีวันยอมรับความคิดของพวกคุณถึงแม้จะหมดลมหายใจก็ตาม เพราะผมเคารพในคุณงามความดีเป็นหลัก ถ้ามีปัญหาก็รวมพวกมารบกันไหม เพราะสมัยผมวัยรุ่นปี 2522 อายุแค่ 15เองตอนนั้น ผมก็เคยเป็นอาสาสมัครคุ้มกันเส้นทางก่อสร้าง ( ทหารรับจ้าง ) ถนนสายบ้านห้วยหลักลาย อ.ปัว จ.น่าน มาแล้ว ยิงคอมมิวนิตย์ ดิ้นมาเยอะแล้ว ตอนนี้ยังไหวนะ อายุ แค่ 45 เอง ประสบการณ์เก่าๆมีเยอะ[/quote]
คุณไม่พอใจ
ผมอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้จริงๆ คนที่มีแนวคิดแบบคุณชอบตั้งข้อหาเหมาเข่งคนที่เห็นต่างจากคุณดังนี้
หนึ่ง[b]คนที่ไม่เห็นด้วยกับการตีความกฏหมายหมิ่นฯแบบครอบจักรวาล, การใช้กฏหมายนี้เล่นงานคนอื่นทางการเมือง มักถูกคุณกล่าวหาว่าต้องการล้มล้างสถาบันฯเสมอ[/b] ผมไม่เห็นด้วยกับการabuse กฏหมายแบบนี้แต่ไม่ได้ต้องการให้ยกเลิก ต้องการเพียงแค่ตีกรอบให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการabuseเท่านั้นเอง ผมไม่มีเจตนาจะล้มล้างสถาบันฯแต่อย่างใด ทำไมคนที่ต้องการ"ปรับปรุง"กฏหมายจะต้องเป็นคนที่ต้องการล้มเจ้าเสมอไป? ผมเรียกร้องให้ป้องกันการเล่นงานคนอื่นๆด้วยเหตุจูงใจทางการเมืองด้วยกฏหมายนี้ [b]ไม่ได้เรียกร้องให้เลิกปกป้องสถาบันฯด้วยกฏหมายนี้[/b]
สอง [b]คนที่ต้องการปรับปรุงกฏหมายนี้มักถูกตราหน้าว่าเป็นคอมมิวนิสต์[/b] ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่คอมมิวนิสต์เหลืออยู่แต่ในมิวเซียม แทบจะต้องไป"ขุด"แล้วจึงจะพบ คุณก็ยังคงพยายามปลุกผีคอมมิวนิสต์ขึ้นมาจากหลุม มาหลอกหลอนผมอีก สงสัยว่าคุณคงจะไม่มีปัญญาทำมาหากินอย่างอื่นแล้วมัง ถึงต้องอาศัยหากินกับการปลุกผีคอมฯ หรือว่ามันเป็นข้ออ้างที่ดีที่สุด ที่จะใช้"จัดการ"คนที่คุณไม่ชอบขี้หน้าได้อย่างโหดเหี้ยม เพราะคอมฯมันไม่ไช่คน จึงไม่จำเป็นต้องปฏิบัติกับคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมฯเหมือนที่ปฏิบัติกับ"คน" ศีลธรรม, ศาสนาพุทธของคุณจึงไม่จำเป็นต้องครอบคลุมถึงคนที่คุณกล่าวหาว่าเป็นคอมฯ เลยยิงหัวมัน เอามันไปนั่งยางเผาไฟ เอาลิ่มตอกอกมันได้ [b][color=red]โดยไม่บาป[/color][/b][/quote]
แหมก็ผมบอกแล้วว่าถ้าจะมาเถียงกันเรื่องนี้ มันคุยกันไม่รู้เรื่องหรอกครับ ผมเป็นคนหัวอนุรักษ์นิยม นี่เปิดใจโพสเลยนะ ถึงแม้ผมจะเป็นคนประเภทอนุรักษ์นิยม ผมก็เห็นว่าประชาธิปไตยก็ก้าวไปข้างหน้าได้โดยมีกษัตริย์เป็นประมุข ไม่เห็นจะขัดแย้งกับระบบประชาธิปไตยตรงไหนเลย ด็อกเตอร์ เจ เจ้าเก่า และตามกฎหมาย อำนาจบริหารมีอยู่ 3 ฝ่าย คุณก็รู้มิใช่หรือดังนั้นระบบกษัตริย์จึงไม่ขัดแย้งกับกระบวนการประชาธิปไตยแต่อย่างใดเลยนี่ยิ่งโพสตอบโต้กันผมยิ่งโมโหรู้ไหมเนี่ย ตามความเชื่อผม ผมเชื่อว่าพวกคุณหาเหตุจะป่วนสถาบันต่างหาก ผมไม่ยอมรับพวกคุณหรอกครับ และผมรับไม่ได้จริงๆ ก็เพราะผมเป็นคนหัวอนุรักษ์นี่ไง อายุ 15 ผมถึงต้องจับปืนไปรบกับพวกคอมฯไง ผมไม่ได้มากล่าวหาว่าพวกคุณเป็นคอมฯ แต่ผมไม่พอใจพวกคุณที่กระทำการโพสหมิ่นเหม่ต่อสถาบัน ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมหัวอนุรักษ์ ผมคิดของผมแบบนี้ คือคิดกันคนละขั้ว มันไม่จบจริงๆ จะไปแก้ทำไมกฎหมายมาตรานี้ ก็อย่าไปล่วงละเมิดซิครับ และกฎหมายนี้ก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรให้กับประชาชนทั่วไปมิใช่หรือครับ ผมมีเหตุผลของผมแบบนี้ไง เถียงกันตลอดชีวิตก็ไม่จบ คนอะไรว่ะพูดอธิบายให้ฟังแล้วยังพูดไม่รู้เรื่องอีก
ไม่พอใจ
[quote=ไม่พอใจ]
แล้วคุณเคยอ่านประวัติศาสตร์ สงครามเก้าทัพช่วงต้นกรุงฯหรือปล่าวล่ะ ทั้งๆที่กำลังคนก็น้อยกว่าข้าศึก ( พระเจ้าปดุง ) แต่ก็สามารถเอาชนะได้ สรุปแล้วไม่มีความดีอะไรเลยหรือบรรพบุรุษไทย การเปลี่ยนแปลงต่างๆมันเป็นธรรมดาโลกอยู่แล้ว แต่การที่จะเปลี่ยนแปลง อะไรนั้น ต้องดูที่ความดีด้วย กษัตย์ไทยในยุคต่อๆมาหลายพระองค์ ก็สร้างความดีให้กับประเทศอย่างมาก ดังนั้นสถาบันกษัตริย์ จึงอยู่ควบคู่กับรัฐไทยตลอดเกือบพันปีแล้ว ปัจจุบันนี้อำนาจบริหารประเทศที่แท้จริงก็อยู่ที่นายกรัฐมนตรี ขนาดประเทศต้นแบบแห่งประชาธิปไตยคืออังกฤษ ก็ยังมีสถาบันกษัตริย์ หรือว่าจะมาเถียง ผมก็เป็นเจ้าของต้นมะม่วง เหมือนกันแหละไม่ใช่คุณคนเดียวที่เป็นเจ้าของ ผมพอใจแบบนี้ ผมชื่นชมแบบนี้ มันเป็นเรื่องของผมและครอบครัวผมก็คิดแบบเดียวกัน และผมก็เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศก็คิดแบบนี้ กฎหมายก็มีมานานแล้ว(112) ทำไมเพิ่งมามีปัญหาตอนนี้ ถ้าคุณจะมาเถียงกับผมเรื่องนี้มันไม่จบหรอกครับ ผมไม่มีวันยอมรับความคิดของพวกคุณถึงแม้จะหมดลมหายใจก็ตาม เพราะผมเคารพในคุณงามความดีเป็นหลัก ถ้ามีปัญหาก็รวมพวกมารบกันไหม เพราะสมัยผมวัยรุ่นปี 2522 อายุแค่ 15เองตอนนั้น ผมก็เคยเป็นอาสาสมัครคุ้มกันเส้นทางก่อสร้าง ( ทหารรับจ้าง ) ถนนสายบ้านห้วยหลักลาย อ.ปัว จ.น่าน มาแล้ว ยิงคอมมิวนิตย์ ดิ้นมาเยอะแล้ว ตอนนี้ยังไหวนะ อายุ แค่ 45 เอง ประสบการณ์เก่าๆมีเยอะ[/quote]
คุณไม่พอใจ ผมเชื่อครับว่ายังไงคุณก็ไม่ยอมเรื่องนี้หรอก
และผมคิดว่าผมเข้าใจนะ และก็ไม่โทษคุณด้วย
ผมไม่ได้ถึงขั้นคิดล้มล้างสถาบัน แต่ก็ไม่ต้องการเอาสถาบันมาฟาดฟันกันในทางการเมือง
และไม่ต้องการเห็นบรรยากาศ ที่ัมีลักษณะเหมือนมีคนใช้อำนาจแบบนี้ มาเป็นเครื่องมือเล่นงานกันทางการเมือง
ประสาทสัมผัสรับรู้เรื่องนี้แต่ละคนมันไม่เหมือนกัน ผมเห็นว่าน่าจะมีใครบางคนยับยั้งเรื่องนี้ได้ ขอเพียงมีใจเท่านั้น
และก็ไม่ควรเปรียบเทียบอังกฤษกับญี่ปุ่น ถึงเขาจะมีสถาบันกษัตริย์แต่บ้านเขาไม่มี Lèse majesté
ถ้าการเมืองบ้านเราทำแบบบ้านเขามันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก และกรุณาอย่าคิดว่าคนเสื้อแดงโง่ถูกหลอก
ทุกคนรักชาติเหมือนกันครับแต่แนวทางอาจดูไม่สอดคล้องกันนัก
คุณเองก็เคยบอกเองนะว่า คุณอาจจะคิดไม่เหมือนที่โพสต์ก็ได้
คอมมิวนิสต์ดิ้นไปเยอะ แต่ทหารก็คงตายกันไม่น้อยนะครับ
ไม่งั้นคงไม่ต้องให้ทหารจีนกองพล 93 ไปช่วยที่ผาตั้งกับที่เขาค้อหรอกนะครับ
เรื่องแบบนี้ทำไมต้องรบพุ่งกันด้วยครับ แล้วมันจะสงบสุขได้อย่างไร?
พวกนิยมเผด็จการต่างหากควรไสหั
พวกนิยมเผด็จการต่างหากควรไสหัวไปอยู่เหมียนม่ามากกว่า ประเทศนี้ชื่อก็บอกแล้วว่าไทยหรือเป็นไทไม่ใช่ขี้ข้า(ของเผด็จการซ่อนและไม่ซ่อนรูป) พวกที่ชอบเป็นขี้ข้าเผด็จการอำมาตย์ควรหาประเทศเผด็จการเหมาะๆอยู่ซะให้เข็ด
อย่ามาตีกินอ้างว่าคนอื่นอยู่ได้ แล้วให้ทุกคนยอมสยบพรรคการเมืองสื่อเลวๆเพื่อกดหัวคนทั้งประเทศ ถึงคนจะออกมามากเป็นแสนคนแค่แสดงสิทธิการชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตย ก็ต้องโดนกฎหมา แค่5คนก็โดนหาเรื่องได้แล้วถ้าไม่เชลียร์พรรคฆาตกร ทำไมไม่ยกเลิก พรก.นี้ มันก็ฟ้องในตัวว่าไม่ต้องการฟังเสียงประชาชนที่เห็นต่าง ขอกดขี่เอาเปรียบทางการเมืองอย่างสามานย์ได้เป็นพอ รัฐบาลที่ดีต้องมาจากประชาชนที่ประชาชนรักและยอมรับไม่ใช่มาจากอำนาจปลายกระบอกปืนหรือไปตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร(ทุเรสสิ้นดี) ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ทำไมกลัวการเลือกตั้ง ผู้นำที่สั่งฆ่าประชาชนเขาเรียกว่า ทรราช
รัฐธรรมนูญก็ระบุว่าการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย ตอนนี้มีแค่ชื่อหรือเปลือกแต่ในทางปฏิบัติมันไม่ใช่ ...คนเรียกร้องประชาธิปไตยทำไมต้องไปอยู่ประเทศปล่อยให้พวกทรราชและสมุนทรราชเสวยสุข ก็เสร็จหมาสิ
Boydkc wrote:ใจเย็นๆ
[quote=Boydkc]ใจเย็นๆ อย่ามาไล่ผมแบบหมูแบบหมาอย่างนั้นสิครับ อย่าเพิ่งอคติกับผม หรือคนที่แปลข้อความนั้น โปรดฟังความให้รอบด้าน และโปรดอย่าเพิ่งเชื่อในคำยุยงให้สังคมไทยปั่นป่วน อย่างที่คุณมองว่าผมหรือหลายคนคิดจะทำ และก็อย่าเพิ่งเชื่อในคำโฆษณาชวนเชื่อหลังข่าวภาคค่ำ อย่างที่ที่ผมหรือหลายๆคนมองกัน
ที่ผมติดใจคือ เรื่องที่สื่อต่างประเทศเขียนไว้อย่างโจ๋งครึมว่า ใครเป็นตัวละครในเรื่องการเมืองประเทศกล้วยหอมนั้น มันตรงกับความเห็นและการวิเคราะห์จากที่ผมได้ฟังมาจากคนนอก (ที่ไม่ใช่คนประเทศกล้วยหอม แต่ตามข่าวประเทศนี้) เขาก็วิเคราะห์ออกมาเหมือนกับที่สื่อเจ้านี้พูดแหละครับว่าใครเป็นใคร ใครอยู่ข้างไหน
ผมก็เลยแปลกใจว่า ไอ้คนที่ไม่ใช่คนประเทศกล้วยหอม ทำไมมันรู้ดีนัก แต่ทำไมคนในประเทศกล้วยหอมจึงไม่ค่อยรู้เรื่องนี้เท่าไหร่ บางส่วนอาจจะเพราะมีกฏหมายประหลาดที่คุณพยายามบอกผมนี่แหละว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศกล้วยหอมไม่ได้รับผลกระทบ จึงทำให้เราไม่มีโอกาส รับฟัง คิด วิเคราะห์ จากมุมมองที่ต่างออกไปบ้าง สมองก็เลยมีหน้าที่เป็นแค่ หน่วยความจำ แต่ขาดหน่วยประมวลผลไป
เอะอะ อะไรเวลาเห็นความเห็นต่าง ในเรื่องพวกนี้ ก็จะไล่ออกจากความเป็นคนประเทศกล้วยหอมนั่นเชียว อย่างที่คุณไล่ผมเนี่ย แล้วคุณจะมีโอกาสฟังความรอบด้านได้ไงครับ หากคุณไม่ยอมฟังจากอีกข้างหนึ่งบ้าง
กลับมาที่ ม 112 ต่อ คือที่ผมไม่เห็นด้วยอย่างแรงกับกฏหมายข้อนี้คือ มันมีการตีความที่ไม่จำกัด เกินขอบเขต คุณสมบัติเป็นยาหม่อง ใช้ทาถู สูดดม ครอบจักรวาล ทั้งที่ตัวกฏหมายเขามุ่งปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประมุขประเทศ แต่ด้วยการตีความกันแบบสุดโต่ง คนเมาเอาสีสเปรย์ไปพ่นรูป โดนจับติดคุก โดนเนรเทศ ทั้งที่เขาไม่ได้แสดงว่าจะปรองร้ายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประมุขประเทศแม้แต่น้อย
พอนานวันเข้ายิ่งไปกันใหญ่ คนมีความสงสัยหลายๆ เรื่อง เกี่ยวกับประมุขประเทศ เขาไม่ได้จาบจ้วง เขาสงสัย เขาอยากตั้งคำถาม เขาอยากได้คำตอบ คุณต้องอย่าลืมนะครับ ประมุขของประเทศก็คือ บุคคลที่สาฐารณะ เป็นบุคคลที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาล หรือก็คือภาษีของคุณหรือผมนั่นเอง บุคคลเหล่านี้ย่อมถูกต้ังคำถามจากคนเสียภาษีอย่างเราๆ ได้ เช่นว่า เงินที่เอาไปทำโครงการนี้ ใช้จ่ายอย่างไรบ้าง คุ้มไหม เป็นต้น
แต่ทุกวันนี้คำถามเหล่านี้ ไม่สามารถจะถามได้ เพราะถูกตีความว่าผิดกฏหมายหมด ซึ่งผมว่ามันชักจะไปกันใหญ่แล้ว นี่มันไม่ได้เป็นการจาบจ้วงล่วงเกิน หยาบคาย หรือแสดงว่าต้องการประทุษร้ายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินแม้แต่น้อย ผมเสนอความเห็นว่า ควรจะปรับปรุงกฏหมายนี้ซะให้เรียบร้อย ขีดเส้นขอบข่ายให้มันชัดเจน ให้มันเป็นไปตามเจตนารมของกฏหมายที่จะปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประมุขประเทศ แต่ไม่ใช่ไปจำกัดสิทธิในการคิด การตั้งคำถามต่อบุคคลสาฐารณะอย่างสุภาพ หากทำอย่างนี้คุณก็ไม่เดือดร้อน ผมก็ตั้งคำถามได้ไม่เดือดร้อน คนถูกตั้งคำถามเป็นคนพูดเองซะด้วยซ้ำว่า "ข้าพเจ้าวิจารณ์ได้"
โปรดฟังความให้รอบด้านบ้าง ผมไม่ได้จะไปสร้างความปั่นป่วนให้ใคร ผมเรียกร้องขอใช้เสรีภาพข้ันพื้นฐานของผมในการแสดงออก วิภากษ์วิจารณ์กฏหมายที่ผมเห็นว่ามีข้อบกพร่องเท่านั้น อย่าเพิ่งไล่กันให้ตายกันไปข้างเลย
หลายร้อยปีก่อน ตอนที่โลกยังแบนๆ อยู่ ก็มีคนบ้าตั้งคำถามซึ่งสร้างความปั่นป่วน แบบที่คุณว่านี่แหละ เขาชื่อ กาลิเลโอ สุดท้ายอีตานี่ก็ตายในบ้านตัวเอง ขณะถุกคุมขััง
แล้วหลายร้อยปีต่อมา โลกก็จากแบนๆ กลายเป็นเป็นผลส้มซะงั้น แต่หากไม่มีคนบ้าอย่าง กาลิเลโอ ตั้งคำถามท้าทายศาสนจักร ไม่แน่นะครับ ตอนนี้โลกเรายังแบนๆ อยู่เลย คุณเชื่อไหม[/quote]
ผมขอสนับสนุนความคิดของคุณ สำหรับ คุณเหลืออด ถ้าทนไม่ได้ก็อย่าเข้ามายุ่ง เวบนี้ส่วนใหญ่เขาใช้สมองคิดกัน ถ้าถนัดใช้อย่างอื่นคิด ก็เชิญที่อื่นเถิดครับ
ประโยคเดียว ....
ประโยคเดียว ....
กรูยังแค้นและจะเเค้นไปจนกว่าพวกมรึงจะสิ้นซาก..........ไอ้เผด็จการ
ไอ้รัฐบาลเสื้อเหลือง
ไอ้รัฐบาลเสื้อเหลือง กูอยากรู้นักมึงลบข้อความกูทําไมในเมื่อกูรักทักษิณรักเสื้อแดงกูเสียใจกับกับผู้ตายที่เสียสระชีวิตเพื่อเรีอกร้องประชาธิบปไตย แล้วพวกเค้าต้องมาตาย บาดเจ็บติดคุกด้วยข้อหารายแรง กูเจ็บแค้นแล้วกูด่าพวกมึงมันผดด้วยหรือเมื่อก่อนและกระทั่งเดี๋ยวนี้ไอ้ช่องเหลืงด่าทักษินแบบถ่อยสถุนมึงพอใจกันพอกูด่าพวกมึงมังมึงมาตามลบตามปิดสื่อของพวกกู ไอ้พวกขี้ขลาด
รัฐบาลอภิสิทธิ์ กำลัง
รัฐบาลอภิสิทธิ์ กำลัง "ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ" กำลัง "ลวงโลก"อย่างหน้าด้านๆ ทั้งๆที่พฤติกรรมทั้งหมดของพวกเขา มันยิ่งกว่ารัฐบาลเผด็จการทหารในยุคก่อนๆซะอีก พวกมันเชื่อว่า " คนไทยยังโง่" ปิดเครื่องมือสื่อสารด้านอื่นหมด มีแต่แถลงด้านมันด้านเดียว " คนโง่ทั้งหลาย" ก็คงเชื่อกันไปเต็มๆ
แต่โลกยุค"ยูทูป" มันไม่เป็นอย่างที่พวกมันคิดเสียแล้ว ปิดหนังสือพิมพ์ ปิดวิทยุชุมชน ปีด ทีวี ฯลฯ ของฝ่ายที่เสนอความจริงหมด ก็ทำได้ภายในประเทศหรอก ในต่างประเทศที่ล้อมรอบประเทศไทย เขามีเสรีภาพทางด้านนี้กันเต็มที่ ยิ่งยุโรป อเมริกา ข่าวความเป็นเผด็จการของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่ว รมต.ต่างประเทศของไทย ไปที่ไหน ก็ไม่ค่อยมีใครอยากสนทนาด้วยเลย เราจึงเห็นได้ง่ายๆว่ายุคนี้ ไม่มีต่างประเทศไหนเชิญรัฐมนตรีไทยไปเยือนเขาเลย ไอ้ที่ไปๆกันน่ะ มันไปทัวร์กันเองทั้งนั้น
บทความฝรั่งมีมากที่เขาเขียนกันตามความเป็นจริง นานาชาติเขาจึงรู้ว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์มันเป็นอย่างไร? มันปราบปรามประชาชนไทย ยิงเอาผู้สื่อข่าวต่างประเทศตายไป3-4 คน จับไปขังคุกอีก 2 คน แล้วอย่างนี้ มันยังจะมา " ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ"ไว้อีกหรือ? ปิดไม่มิดหรอกครับ และวันหนึ่ง จะเกิดแรงขึ้นไปอีก คอยดู
ขาประจำ
[quote=ขาประจำ]แหมก็ผมบอกแล้วว่าถ้าจะมาเถียงกันเรื่องนี้ มันคุยกันไม่รู้เรื่องหรอกครับ ผมเป็นคนหัวอนุรักษ์นิยม นี่เปิดใจโพสเลยนะ ถึงแม้ผมจะเป็นคนประเภทอนุรักษ์นิยม ผมก็เห็นว่าประชาธิปไตยก็ก้าวไปข้างหน้าได้โดยมีกษัตริย์เป็นประมุข ไม่เห็นจะขัดแย้งกับระบบประชาธิปไตยตรงไหนเลย ด็อกเตอร์ เจ เจ้าเก่า [color=blue]และตามกฎหมาย อำนาจบริหารมีอยู่ 3 ฝ่าย คุณก็รู้มิใช่หรือดังนั้นระบบกษัตริย์จึงไม่ขัดแย้งกับกระบวนการประชาธิปไตยแต่อย่างใดเลยนี่[/color]ยิ่งโพสตอบโต้กันผมยิ่งโมโหรู้ไหมเนี่ย ตามความเชื่อผม ผมเชื่อว่าพวกคุณหาเหตุจะป่วนสถาบันต่างหาก ผมไม่ยอมรับพวกคุณหรอกครับ และผมรับไม่ได้จริงๆ ก็เพราะผมเป็นคนหัวอนุรักษ์นี่ไง อายุ 15 ผมถึงต้องจับปืนไปรบกับพวกคอมฯไง ผมไม่ได้มากล่าวหาว่าพวกคุณเป็นคอมฯ แต่ผมไม่พอใจพวกคุณที่กระทำการโพสหมิ่นเหม่ต่อสถาบัน ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมหัวอนุรักษ์ ผมคิดของผมแบบนี้ คือคิดกันคนละขั้ว มันไม่จบจริงๆ จะไปแก้ทำไมกฎหมายมาตรานี้ ก็อย่าไปล่วงละเมิดซิครับ และกฎหมายนี้ก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรให้กับประชาชนทั่วไปมิใช่หรือครับ ผมมีเหตุผลของผมแบบนี้ไง เถียงกันตลอดชีวิตก็ไม่จบ คนอะไรว่ะพูดอธิบายให้ฟังแล้วยังพูดไม่รู้เรื่องอีก[/quote]
.
อำนาจอธิปไตย 3 อย่าง
- [b]อำนาจนิติบัญญัติ[/b]
- [b]อำนาจบริหาร[/b]
- [b]อำนาจตุลาการ[/b]
ผมเชื่อว่าทุกคนทราบกันดีครับ ถ้าไม่ทราบก็จะต้องสอบตกซ้ำั้ชั้นเรียน
ดูๆไปมันไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับสถาบันนะครับ
อำนาจ 3 อย่างนี้เป็นเพียงอำนาจในอุดมคติ
อำนาจที่แท้จริงมันซับซ้อนกว่าที่เขียนไว้เยอะ
เยอะกว่าสมัยสามก๊กครับ เพราะสมัยสามก๊กเป็นการปกครองแบบราชาธิปไตย
อำนาจสมัยสามก๊กจึงไม่ซับซ้อนมาก การควบคุมอำนาจจึงทำได้ง่ายกว่า
อำนาจบางอย่างที่ผมอยากเพิ่มเติม เป็นอำนาจที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
- [b]อำนาจทหาร[/b] คงไม่ปฏิเสธนะครับว่าอำนาจนี้มีจริง เห็นยึดอำนาจกันประจำด้วยทหาร
ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเห็น 3 อำนาจข้างบนมาประกาศยึดอำนาจอื่นใดได้
- [b]อำนาจการสื่อสาร[/b] อันนี้เวลาเขายึดอำนาจกันเขาต้องยึดการสื่อสารด้วยเสมอ ไม่เคยเห็นเขาไปยึดตลาดสด หรือห้างร้านอะไรที่ไหนเลย
- [b]อำนาจที่มองไ่ม่เห็น[/b] อันนี้อาจจะมีหรือไม่มีก็ไ้ด้ เพราะยังไงๆเรา็ก็มองไม่เห็น ถ้ามีก็จะหมายถึงกลุ่มบุคคลที่มีป้ายอาญาสิทธิถืออยู่ในมือ เมื่อติดต่ออำนาจอื่นๆฝ่ายใด ไม่มีใครกล้าหือหรอกครับ อำนาจอื่นๆที่กล่าวมาทั้งหมดย่อมถูกสยบได้ด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น แล้วอะไรจะเกิดขึ้นหากอำนาจที่มองไม่เห็น กระทำการต่างๆนานาเพื่อพวกพ้องและผลประโยชน์ของตนเอง ใครจะควบคุมพวกเขาได้
[b]แล้วเราจะลดบทบาทของอำนาจที่มองไม่เห็นลงได้อย่างไร?[/b]
เราไม่ไ้ด้ต้องการล้มล้างสถาบันเลยครับ ในเมื่อสถาบันยังคงเปี่ยมล้นไปด้วยคุณงามความดี
และเราอยากเห็นสถาบันดำรงอยู่ได้อย่างสง่างามเช่นเดียวกับอังกฤษ ญี่ปุ่น สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ
การที่มีกลุ่มคนถือป้ายอาญาสิทธิอยู่ต่างหาก ที่ดูอันตรายมากถ้าหากพวกเขาทำอะไรในทางไม่ดีงาม
ส่วน Lèse majesté นั้นเหมือนอาวุธอันตรายที่ถูกใช้ทำลายล้างศัตรู แต่ถ้าใช้ไม่ถูกต้องตามคู่มือการใช้งาน
ก่อเกิดอธรรมในสังคม อาวุธอันตรายนี้จะกลายเป็นระเบิดเวลาทำลายล้างตัวเองครับ
ถึงเราจะมี 3 สถาบันสูงสุดของชาติ
แต่ [b]ความเป็นคน[/b] นั้นอยู่เหนือสิ่งใดๆในโลกนี้เสมอ
โลกใบนี้จะไม่มีทางสงบสุขได้เลยเมื่อ [b]ความเป็นคน[/b] นั้นถูกคุกคาม
ขาประจำ
[quote=ขาประจำ]แหมก็ผมบอกแล้วว่าถ้าจะมาเถียงกันเรื่องนี้ มันคุยกันไม่รู้เรื่องหรอกครับ ผมเป็นคนหัวอนุรักษ์นิยม นี่เปิดใจโพสเลยนะ ถึงแม้ผมจะเป็นคนประเภทอนุรักษ์นิยม ผมก็เห็นว่าประชาธิปไตยก็ก้าวไปข้างหน้าได้โดยมีกษัตริย์เป็นประมุข ไม่เห็นจะขัดแย้งกับระบบประชาธิปไตยตรงไหนเลย ด็อกเตอร์ เจ เจ้าเก่า [color=blue]และตามกฎหมาย อำนาจบริหารมีอยู่ 3 ฝ่าย คุณก็รู้มิใช่หรือดังนั้นระบบกษัตริย์จึงไม่ขัดแย้งกับกระบวนการประชาธิปไตยแต่อย่างใดเลยนี่[/color]ยิ่งโพสตอบโต้กันผมยิ่งโมโหรู้ไหมเนี่ย ตามความเชื่อผม ผมเชื่อว่าพวกคุณหาเหตุจะป่วนสถาบันต่างหาก ผมไม่ยอมรับพวกคุณหรอกครับ และผมรับไม่ได้จริงๆ ก็เพราะผมเป็นคนหัวอนุรักษ์นี่ไง อายุ 15 ผมถึงต้องจับปืนไปรบกับพวกคอมฯไง ผมไม่ได้มากล่าวหาว่าพวกคุณเป็นคอมฯ แต่ผมไม่พอใจพวกคุณที่กระทำการโพสหมิ่นเหม่ต่อสถาบัน ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมหัวอนุรักษ์ ผมคิดของผมแบบนี้ คือคิดกันคนละขั้ว มันไม่จบจริงๆ จะไปแก้ทำไมกฎหมายมาตรานี้ ก็อย่าไปล่วงละเมิดซิครับ และกฎหมายนี้ก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรให้กับประชาชนทั่วไปมิใช่หรือครับ ผมมีเหตุผลของผมแบบนี้ไง เถียงกันตลอดชีวิตก็ไม่จบ คนอะไรว่ะพูดอธิบายให้ฟังแล้วยังพูดไม่รู้เรื่องอีก[/quote]
.
อำนาจอธิปไตย 3 อย่าง
- [b]อำนาจนิติบัญญัติ[/b]
- [b]อำนาจบริหาร[/b]
- [b]อำนาจตุลาการ[/b]
ผมเชื่อว่าทุกคนทราบกันดีครับ ถ้าไม่ทราบก็จะต้องสอบตกซ้ำั้ชั้นเรียน
ดูๆไปมันไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับสถาบันนะครับ
อำนาจ 3 อย่างนี้เป็นเพียงอำนาจในอุดมคติ
อำนาจที่แท้จริงมันซับซ้อนกว่าที่เขียนไว้เยอะ
เยอะกว่าสมัยสามก๊กครับ เพราะสมัยสามก๊กเป็นการปกครองแบบราชาธิปไตย
อำนาจสมัยสามก๊กจึงไม่ซับซ้อนมาก การควบคุมอำนาจจึงทำได้ง่ายกว่า
อำนาจบางอย่างที่ผมอยากเพิ่มเติม เป็นอำนาจที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
- [b]อำนาจทหาร[/b] คงไม่ปฏิเสธนะครับว่าอำนาจนี้มีจริง เห็นยึดอำนาจกันประจำด้วยทหาร
ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเห็น 3 อำนาจข้างบนมาประกาศยึดอำนาจอื่นใดได้
- [b]อำนาจการสื่อสาร[/b] อันนี้เวลาเขายึดอำนาจกันเขาต้องยึดการสื่อสารด้วยเสมอ ไม่เคยเห็นเขาไปยึดตลาดสด หรือห้างร้านอะไรที่ไหนเลย
- [b]อำนาจที่มองไ่ม่เห็น[/b] อันนี้อาจจะมีหรือไม่มีก็ไ้ด้ เพราะยังไงๆเรา็ก็มองไม่เห็น ถ้ามีก็จะหมายถึงกลุ่มบุคคลที่มีป้ายอาญาสิทธิถืออยู่ในมือ เมื่อติดต่ออำนาจอื่นๆฝ่ายใด ไม่มีใครกล้าหือหรอกครับ อำนาจอื่นๆที่กล่าวมาทั้งหมดย่อมถูกสยบได้ด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น แล้วอะไรจะเกิดขึ้นหากอำนาจที่มองไม่เห็น กระทำการต่างๆนานาเพื่อพวกพ้องและผลประโยชน์ของตนเอง ใครจะควบคุมพวกเขาได้
[b]แล้วเราจะลดบทบาทของอำนาจที่มองไม่เห็นลงได้อย่างไร?[/b]
เราไม่ไ้ด้ต้องการล้มล้างสถาบันเลยครับ ในเมื่อสถาบันยังคงเปี่ยมล้นไปด้วยคุณงามความดี
และเราอยากเห็นสถาบันดำรงอยู่ได้อย่างสง่างามเช่นเดียวกับอังกฤษ ญี่ปุ่น สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ
การที่มีกลุ่มคนถือป้ายอาญาสิทธิอยู่ต่างหาก ที่ดูอันตรายมากถ้าหากพวกเขาทำอะไรในทางไม่ดีงาม
ส่วน Lèse majesté นั้นเหมือนอาวุธอันตรายที่ถูกใช้ทำลายล้างศัตรู แต่ถ้าใช้ไม่ถูกต้องตามคู่มือการใช้งาน
ก่อเกิดอธรรมในสังคม อาวุธอันตรายนี้จะกลายเป็นระเบิดเวลาทำลายล้างตัวเองครับ
ถึงเราจะมี 3 สถาบันสูงสุดของชาติ
แต่ [b]ความเป็นคน[/b] นั้นอยู่เหนือสิ่งใดๆในโลกนี้เสมอ
โลกใบนี้จะไม่มีทางสงบสุขได้เลยเมื่อ [b]ความเป็นคน[/b] นั้นถูกคุกคาม
*ขอคืน
*ขอคืน พื้นที่..ประชาธิปไตย
ขอคืน ความเป็นไท ได้มีผล
ขอคืน ความเป็นคน ให้กับคน
ขอสิทธิมนุษยชน ให้คนไท
*โลกวันนี้ เปลี่ยนไป ไม่หวนกลับ
ตะวันลับ วันนี้ มีวันใหม่
วันแห่งฟ้า สีทอง ผ่องอำไพ
วันประชาธิปไตย ที่ยั่งยืน
*การกระชับพื้นที่ รุกตีไล่
จักจำไว้ ให้มั่น วันขมขื่น
รอวันสีแดงดับ กลับพลิกฟื้น
วันขอคืน พื้นที่ ประชาธิปไตย
*ประชาชน คนไท รักเสรี
ขอพื้นที่ ความเป็นธรรม นำสดใส
ความปรองดอง ต้องเท่าเทียม เปี่ยมน้ำใจ
ไม่มีใคร ถืออภิสิทธิ์ คิดปราบปราม
รู้สึกว่าเวลาของประชาธิปัตย์ใ
รู้สึกว่าเวลาของประชาธิปัตย์ใกล้หมด
ลมการเืมืองดูเหมือนจะเปลี่ยนทิศอีกแล้ว
มีสัญญานแรงชัดคล้ายสมัยก่อนปี 2549
รัฐบาลถูกดิสเครดิตมากขึ้นเรือยๆ
มีการใช้ประเด็นอ่อนไหวเพื่อการก่อม็อบขับไล่
เมื่อมีม็อบขับไล่ ก็จะมีศาลตัดสินยุบพรรค
ดูเผินๆก็เหมือนจะยุติธรรมดีนะ...
แต่...ประชาธิปัตย์จะกลายเป็นเพียง "แพะบูชายัญ" หรือเปล่า?
น้ำลัด wrote:ขาประจำ
[quote=น้ำลัด][quote=ขาประจำ]แหมก็ผมบอกแล้วว่าถ้าจะมาเถียงกันเรื่องนี้ มันคุยกันไม่รู้เรื่องหรอกครับ ผมเป็นคนหัวอนุรักษ์นิยม นี่เปิดใจโพสเลยนะ ถึงแม้ผมจะเป็นคนประเภทอนุรักษ์นิยม ผมก็เห็นว่าประชาธิปไตยก็ก้าวไปข้างหน้าได้โดยมีกษัตริย์เป็นประมุข ไม่เห็นจะขัดแย้งกับระบบประชาธิปไตยตรงไหนเลย ด็อกเตอร์ เจ เจ้าเก่า [color=blue]และตามกฎหมาย อำนาจบริหารมีอยู่ 3 ฝ่าย คุณก็รู้มิใช่หรือดังนั้นระบบกษัตริย์จึงไม่ขัดแย้งกับกระบวนการประชาธิปไตยแต่อย่างใดเลยนี่[/color]ยิ่งโพสตอบโต้กันผมยิ่งโมโหรู้ไหมเนี่ย ตามความเชื่อผม ผมเชื่อว่าพวกคุณหาเหตุจะป่วนสถาบันต่างหาก ผมไม่ยอมรับพวกคุณหรอกครับ และผมรับไม่ได้จริงๆ ก็เพราะผมเป็นคนหัวอนุรักษ์นี่ไง อายุ 15 ผมถึงต้องจับปืนไปรบกับพวกคอมฯไง ผมไม่ได้มากล่าวหาว่าพวกคุณเป็นคอมฯ แต่ผมไม่พอใจพวกคุณที่กระทำการโพสหมิ่นเหม่ต่อสถาบัน ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมหัวอนุรักษ์ ผมคิดของผมแบบนี้ คือคิดกันคนละขั้ว มันไม่จบจริงๆ จะไปแก้ทำไมกฎหมายมาตรานี้ ก็อย่าไปล่วงละเมิดซิครับ และกฎหมายนี้ก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรให้กับประชาชนทั่วไปมิใช่หรือครับ ผมมีเหตุผลของผมแบบนี้ไง เถียงกันตลอดชีวิตก็ไม่จบ คนอะไรว่ะพูดอธิบายให้ฟังแล้วยังพูดไม่รู้เรื่องอีก[/quote]
.
อำนาจอธิปไตย 3 อย่าง
- [b]อำนาจนิติบัญญัติ[/b]
- [b]อำนาจบริหาร[/b]
- [b]อำนาจตุลาการ[/b]
ผมเชื่อว่าทุกคนทราบกันดีครับ ถ้าไม่ทราบก็จะต้องสอบตกซ้ำั้ชั้นเรียน
ดูๆไปมันไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับสถาบันนะครับ
อำนาจ 3 อย่างนี้เป็นเพียงอำนาจในอุดมคติ
อำนาจที่แท้จริงมันซับซ้อนกว่าที่เขียนไว้เยอะ
เยอะกว่าสมัยสามก๊กครับ เพราะสมัยสามก๊กเป็นการปกครองแบบราชาธิปไตย
อำนาจสมัยสามก๊กจึงไม่ซับซ้อนมาก การควบคุมอำนาจจึงทำได้ง่ายกว่า
อำนาจบางอย่างที่ผมอยากเพิ่มเติม เป็นอำนาจที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
- [b]อำนาจทหาร[/b] คงไม่ปฏิเสธนะครับว่าอำนาจนี้มีจริง เห็นยึดอำนาจกันประจำด้วยทหาร
ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเห็น 3 อำนาจข้างบนมาประกาศยึดอำนาจอื่นใดได้
- [b]อำนาจการสื่อสาร[/b] อันนี้เวลาเขายึดอำนาจกันเขาต้องยึดการสื่อสารด้วยเสมอ ไม่เคยเห็นเขาไปยึดตลาดสด หรือห้างร้านอะไรที่ไหนเลย
- [b]อำนาจที่มองไ่ม่เห็น[/b] อันนี้อาจจะมีหรือไม่มีก็ไ้ด้ เพราะยังไงๆเรา็ก็มองไม่เห็น ถ้ามีก็จะหมายถึงกลุ่มบุคคลที่มีป้ายอาญาสิทธิถืออยู่ในมือ เมื่อติดต่ออำนาจอื่นๆฝ่ายใด ไม่มีใครกล้าหือหรอกครับ อำนาจอื่นๆที่กล่าวมาทั้งหมดย่อมถูกสยบได้ด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น แล้วอะไรจะเกิดขึ้นหากอำนาจที่มองไม่เห็น กระทำการต่างๆนานาเพื่อพวกพ้องและผลประโยชน์ของตนเอง ใครจะควบคุมพวกเขาได้
[b]แล้วเราจะลดบทบาทของอำนาจที่มองไม่เห็นลงได้อย่างไร?[/b]
เราไม่ไ้ด้ต้องการล้มล้างสถาบันเลยครับ ในเมื่อสถาบันยังคงเปี่ยมล้นไปด้วยคุณงามความดี
และเราอยากเห็นสถาบันดำรงอยู่ได้อย่างสง่างามเช่นเดียวกับอังกฤษ ญี่ปุ่น สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ
การที่มีกลุ่มคนถือป้ายอาญาสิทธิอยู่ต่างหาก ที่ดูอันตรายมากถ้าหากพวกเขาทำอะไรในทางไม่ดีงาม
ส่วน Lèse majesté นั้นเหมือนอาวุธอันตรายที่ถูกใช้ทำลายล้างศัตรู แต่ถ้าใช้ไม่ถูกต้องตามคู่มือการใช้งาน
ก่อเกิดอธรรมในสังคม อาวุธอันตรายนี้จะกลายเป็นระเบิดเวลาทำลายล้างตัวเองครับ
ถึงเราจะมี 3 สถาบันสูงสุดของชาติ
แต่ [b]ความเป็นคน[/b] นั้นอยู่เหนือสิ่งใดๆในโลกนี้เสมอ
โลกใบนี้จะไม่มีทางสงบสุขได้เลยเมื่อ [b]ความเป็นคน[/b] นั้นถูกคุกคาม[/quote]
นั่นไงแล้วคุณก็ตะแบงไปเรื่อยเหมืนจตุพรเลย คุณบอกว่ามันซับซ้อน มันซับซ้อนตรงไหน และผมก็ไม่เคยโพสเลยว่านิยมชมชอบให้ทหารปฏิวัติ ในเมื่อคุณมีปัญหากับทหาร คุณก็ไปโจมตีหรือถือป้ายประท้วงที่หน้าค่ายทหารซิครับ คุณต้องหัดแยกให้ออกระหว่างทหารกับสถาบันกษัติย์ คือถ้าไม่ชอบใจทหารแล้วมาเรียกร้องให้แก้ ม 112 มันคนละเรื่องกันเลย และคุณต้องไปอ่านกฎหมายนี้ให้ดีด้วย ไม่มีกฏหมายข้อไหนเขียนไว้เลยว่าห้ามวิจารณ์ แต่การวิจารณ์นั้นต้องตั้งอยู่บนข้อพื้นฐานแห่งความเป็นจริงโดยไม่ไปจาบจ้วงล่วงเกินกล่าวหาอย่างเลื่อนลอยไร้ความจริง เขาต้องการป้องกันการกล่าวหาหมิ่นประมาทอย่างไร้ความจริงไง ถึงต้องออกกฎหมายข้อนี้มาและผมก็เห็นด้วย สรุปเลย เมื่อมีปัญหากับทหารก็ไปตั้งป้อมราวีกับทหารโน่นอย่ามาเอาเรื่องนี้ไปโยงก็เพราะคุณเอาไปโยงกันไง ฝ่ายตรงข้ามของพวกคุณถึงได้หาเหตุเอาจุดนี้มาเล่นงานพวกคุณ ถ้าพวกคุณเน้นไปที่ความจริงโจมตีทหารที่ทำลายระบอบประชาธิปไตย ว่าไปเรื่อยตามความคิดของพวกคุณกลุ่มคนเขาก็จะหันไปฟังคุณ และคุณก็ต้องดูด้วยว่าฝ่ายที่คุณหนุนอยู่นั้นดีจริงหรือปล่าว ปปช ก็เพิ่งชี้มูลออกมาไงเรื่อง ทีพีไอ ที่ทักษิณ ผิด ม 157 เห็นไหมแล้วดีจริงไหมล่ะ หางโผล่ออกมาเรื่อยๆแหละ เอาล่ะเหนื่อยที่ต้องมาโพสเถียงกับคนที่พูดไม่รู้เรื่อง ประเภท "ถามว่า ไปไหนมา ตอบว่า สามวาสองศอก" เฮ้อ มีบางคนพอเหตุผลสู้ไม่ได้ แม่งไล่ไม่ให้โพสในเวปนี้ซะอีก เอากับมันซิ ถือว่าในเวปนี้พวกมากกว่าว่างั้นเถอะ ผมจะพยายามเข้ามาโพสรังควาญพวกคุณทุกวันแหละ ใครจะทำไม ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
การเมืองประเทศกล้วยหอมนั้น
การเมืองประเทศกล้วยหอมนั้น มันไม่ได้มองได้ง่ายๆ ชั้นเดียวอย่างที่หลายๆ คนในประเทศเราคิด หรือพยายามจะคิดให้เป็นเช่นนั้น มันผูกโยงกันมั่ว อิรุงตุงนัง กันไปหมด
ไม่ว่าจะทหาร ทักษิณ ปชป ปปช คตส เสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อขาว เสื้อหลากสี หัวดำ หัวหงอก หัวเทา พวกนี้มีส่วนผูกโยงทางผลประโยชน์กันไปหมด ไม่ว่าจะเคยได้ผลประโยชน์ร่วมกัน หรือหักผลประโยชน์กัน
ซึ่งมันก็คือ ธรรมชาติของ "การเมืองเรื่องผลประโยชน์" นั่นเอง มันเป็นอย่างนี้มานานแล้ว ควบคู่กับประวัติศาสตร์มนุษย์ เป็นกันทุกประเทศแหละครับ ไม่ใช่แค่ประเทศกล้วหอมอย่างเดียว อย่าเพิ่งภูมิใจไปว่าเราเป็นชาติเดียวที่มีเอกลักษณ์อย่างนี้
แต่ที่ประเทศอื่นๆ ที่เห็นๆ ว่ามันดูสะอาด ดูเป็นระบบกว่าเราหน่อยนั้น เพราะมันมีการตรวจสอบ มีการวิพากษ์วิจารณ์ มีการวิเคราะห์ มีการตั้งคำถาม ต่อบุคคลสาธารณะที่ได้รับภาษีจากประชาชน มันก็เลยเป็นการถ่วงดุลย์อำนาจกันไปในตัวว่า จะทำอะไรก็ให้มันอายกันบ้าง คนเขารู้นะว่าคิดอะไรอยู่ หากยังไม่ละอาย เลือกตั้งคราวหน้าอย่าหวังจะได้เป็นผู้แทน
หลายท่านอาจจะเข้าใจผิดว่า ที่คุณน้ำลัด หรือหลายคนในนี้เขามีปัญหากับ ท ทหาร แต่พาลไปหาเรื่องกับ ส สถาบัน จริงๆ แล้วคนเหล่านั้นเขามอง ท ทหาร เป็นตัวละครตัวหนึ่ง ในศึกชิงบ้านทรายทอง ที่เขาพอจะพูด จะตั้งคำถาม จะวิจารณ์ได้ (จริงๆ แล้ว ท ทหาร กล้วยหอม ก็ใหญ่ซะเหลือเกิน กินเงินภาษีแล้วยังเจือกมาทวงบุญคุณคนจ้างอีกแนะ จะเรียกให้หยาบหน่อยต้องบอกว่า เลี้ยงไม่เชื่อง)
หลายคน รวมทั้งผมด้วย ก็อยากจะตั้งคำถามเหลือเกินว่า ที่เขาบอกว่า ส สถาบัน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่มีอะไรในกอไผ่ ไม่ได้สนับสนุน ไม่ได้เอนเอียงนั้น เท็จจริงแค่ไหน อยากฟังคำอธิบาย เพราะทุกวันนี้มันขัดกับที่กล่าวไว้ข้างต้น ตามสายตาคนดูละครอย่างผมเหลือเกิน
แต่...แต่... แค่จะถามเท่านี้แหละ ไม่ได้หยาบคายแม้แต่น้อย เอาแหละครับ อ้าย อี พวกนี้จาบจ้วงล่วงเกิน ไม่ให้ความเคารพยำเกรง หมิ่น ไม่สมควรเป็นคนไทย ไม่ควรอยู่ในแผ่นดิน อื่นๆ อีกมากมาย จบลงด้วยการดำเนินคดีตามมาตรา 112 และ พรบ ความผิดทางคอมพิวเตอร์
อย่างนี้แล้วจะไม่ให้พวกผมบ่น โวยวาย แหกปาก ขอร้อง กราบเท้า ให้แก้ข้อกฏหมาย ม 112 ได้อย่างไรครับ หากยังไม่มีการตีความ แก้ไข ให้มันยุติธรรม และชัดเจนขึ้น ทุกวันนี้มันก็เหมือน เราสองฝ่ายมีความเห็นต่างกัน แล้วคุณกับผมก็ขึ้นเวทีมาชกกัน แล้วกติกาก็คือ ผมต้องถูกมัดมือ มัดปาก ปิดตา ปิดหูไว้ อย่างนี้มันไม่เรียกว่ามวยแล้วครับ มันเรียกลากไปซ้อมกันบนเวที
ไม่ได้ เป็นประเภทแถนะครับ ขอกันแฟร์ๆ ชกกันแบบสมศักดิ์ศรีตามกติกาสากล อย่าตีความ ม 112 อย่างไร้ขอบเขตเช่นนี้ แล้วเอาข้อมูลมาแย้งกันแบบสุภาพชน คนมีสมองไว้คิดวิเคราะห์ หลังฉากละครอาจจะไม่เป็นอย่างที่ผม หรือคุณ คิดก็ได้นะครับ
ขำกลิ้งจริงๆ wrote:น้ำลัด
[quote=ขำกลิ้งจริงๆ][quote=น้ำลัด][quote=ขาประจำ]แหมก็ผมบอกแล้วว่าถ้าจะมาเถียงกันเรื่องนี้ มันคุยกันไม่รู้เรื่องหรอกครับ... คนอะไรว่ะพูดอธิบายให้ฟังแล้วยังพูดไม่รู้เรื่องอีก[/quote]
อำนาจอธิปไตย 3 อย่าง
...
...
โลกใบนี้จะไม่มีทางสงบสุขได้เลยเมื่อ [b]ความเป็นคน[/b] นั้นถูกคุกคาม[/quote]
นั่นไงแล้วคุณก็ตะแบงไปเรื่อยเหมืนจตุพรเลย คุณบอกว่ามันซับซ้อน มันซับซ้อนตรงไหน และผมก็ไม่เคยโพสเลยว่านิยมชมชอบให้ทหารปฏิวัติ ในเมื่อคุณมีปัญหากับทหาร คุณก็ไปโจมตีหรือถือป้ายประท้วงที่หน้าค่ายทหารซิครับ คุณต้องหัดแยกให้ออกระหว่างทหารกับสถาบันกษัติย์ คือถ้าไม่ชอบใจทหารแล้วมาเรียกร้องให้แก้ ม 112 มันคนละเรื่องกันเลย และคุณต้องไปอ่านกฎหมายนี้ให้ดีด้วย ไม่มีกฏหมายข้อไหนเขียนไว้เลยว่าห้ามวิจารณ์ แต่การวิจารณ์นั้นต้องตั้งอยู่บนข้อพื้นฐานแห่งความเป็นจริงโดยไม่ไปจาบจ้วงล่วงเกินกล่าวหาอย่างเลื่อนลอยไร้ความจริง เขาต้องการป้องกันการกล่าวหาหมิ่นประมาทอย่างไร้ความจริงไง ถึงต้องออกกฎหมายข้อนี้มาและผมก็เห็นด้วย สรุปเลย เมื่อมีปัญหากับทหารก็ไปตั้งป้อมราวีกับทหารโน่นอย่ามาเอาเรื่องนี้ไปโยงก็เพราะคุณเอาไปโยงกันไง ฝ่ายตรงข้ามของพวกคุณถึงได้หาเหตุเอาจุดนี้มาเล่นงานพวกคุณ ถ้าพวกคุณเน้นไปที่ความจริงโจมตีทหารที่ทำลายระบอบประชาธิปไตย ว่าไปเรื่อยตามความคิดของพวกคุณกลุ่มคนเขาก็จะหันไปฟังคุณ และคุณก็ต้องดูด้วยว่าฝ่ายที่คุณหนุนอยู่นั้นดีจริงหรือปล่าว ปปช ก็เพิ่งชี้มูลออกมาไงเรื่อง ทีพีไอ ที่ทักษิณ ผิด ม 157 เห็นไหมแล้วดีจริงไหมล่ะ หางโผล่ออกมาเรื่อยๆแหละ เอาล่ะเหนื่อยที่ต้องมาโพสเถียงกับคนที่พูดไม่รู้เรื่อง ประเภท "ถามว่า ไปไหนมา ตอบว่า สามวาสองศอก" เฮ้อ มีบางคนพอเหตุผลสู้ไม่ได้ แม่งไล่ไม่ให้โพสในเวปนี้ซะอีก เอากับมันซิ ถือว่าในเวปนี้พวกมากกว่าว่างั้นเถอะ ผมจะพยายามเข้ามาโพสรังควาญพวกคุณทุกวันแหละ ใครจะทำไม ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ[/quote]
สงสัย Front Lobe Cerebrum ของผมมันจะบกพร่อง เลยคุยกับคุณขำกลิ้งไม่รู้เรื่องครับ
เอาเป็นว่าผมยอมแพ้ก็แล้วกัน พอใจไหมครับ เดี๋ยวผมจะไปอ่านเว็บผู้จัดการอย่างตั้งใจ
จะได้รับรู้ข้อมูลรอบด้าน และฉลาดรอบรู้อย่างคุณขำกลิ้งบ้าง สักเสี้ยวหนึ่งก็ยังดีครับ
ผมนั้นเปรียบเหมือนบัวอยู่ในตมครับ ไม่เคยได้ชูช่อรับแสงเหนือน้ำเลย
ประชาไทเนี่ยะเปรียบเหมือนโคลนตมที่ผมตะกายหนีไม่พ้น
ผมจะลองหาช่องทางหาโอกาสอยู่เหนือน้ำบ้าง เว็บผู้จัดการคงช่วยผมได้ครับ
ผมลองพยามยามอ่านอยู่ครับแต่ IQ ขอผมมันน้อยนิดเกินกว่าจะเข้าใจ
เขาพูดแต่ HERO สมัยจิ๋นซี พูดเรื่อง เติ้งลี่จวิน ไช่ซี ฯลฯ แต่ผมไมเข้าใจครับ
ผมไม่รูู้เขาพูดถึงใครกัน เมื่อคืนมาบอก MOU อัปยศ อะไรประมาณนี้
ผมก็ไม่รู้อีกว่านายMOU เนี่ยะมันใครกัน ทำไมมันถึงอับยศ ไม่มียศ แล้วมันต้องการยศอะไร?
กลับบ้านก่อนครับ เดี๋ยวกลับบ้านสาย
ขออีกนี๊สนึง ถ้าจะโอดครวญว่าก
ขออีกนี๊สนึง
ถ้าจะโอดครวญว่าการใช้ชีวิตภายใต้เงาอำหิด (ไม่ใช่อำมหิตนะ ฮิฮิ) ของมาร์คน่ะนะ ข้าพเจ้าอยู่ร้อยเอ็ด ตลอดเดือนกว่าๆ ในภาวะ พรก. ไม่เห็นชีวิตจะติดขัดมัวหมองอะไรเลยว่ะจริงๆ นะ
ลำบากนิดเดว ตอนจะผ่านศาลากลางต้องอ้อมไกลกว่าปรกติเท่านั้น แต่ก็มีข้อดีตอนผ่านแยกที่โดนล้อมทำให้ไม่มีรถสวนฝั่งตรงข้ามขี่มอไซทิ้งโค้งข้างศาลากางได้แบบปรกติไม่มีทางได้ทำ ก็กลายเป็นข้อดีไปซะอีก ฮ่ะฮ่ะฮ่า เห็นมะ
ส่วนจะโอดครวญเรื่องขอร้ายของมาร์ค ผมว่าน่าไปถามคนที่โดนเบียดบังสิทธิ์ ชีวิต ร่างกาย ภายใต้ นบ. ปราบยาบ้าไอ้แม้วทั้ง 2พันกว่าศพนั่นดีกว่า อันนี้ดิ้ ความชั่วของผู้บริหารประเทศของจริง
อ้อ! แล้วก็อย่าลืมทวงสิทธิ์ให้ชีวิตคุณยุทธพงศ์ และ คุณป้อม แห่งตลาดนางเลิ้ง คุณแม่ค้าขายอาหารแห่งแยกศาลาแดงด้วยนะ ที่ชีวิตพวกเขาสูญเสียไปเพราะการกระทำของลิ่วล้อทักษิณ
ไม่งั้นเด๋วโดนด่า 2 มาดฐาน ฮิฮิฮิ
น้ำลัด wrote:ขาประจำ
[quote=น้ำลัด][quote=ขาประจำ]แหมก็ผมบอกแล้วว่าถ้าจะมาเถียงกันเรื่องนี้ มันคุยกันไม่รู้เรื่องหรอกครับ ผมเป็นคนหัวอนุรักษ์นิยม นี่เปิดใจโพสเลยนะ ถึงแม้ผมจะเป็นคนประเภทอนุรักษ์นิยม ผมก็เห็นว่าประชาธิปไตยก็ก้าวไปข้างหน้าได้โดยมีกษัตริย์เป็นประมุข ไม่เห็นจะขัดแย้งกับระบบประชาธิปไตยตรงไหนเลย ด็อกเตอร์ เจ เจ้าเก่า [color=blue]และตามกฎหมาย อำนาจบริหารมีอยู่ 3 ฝ่าย คุณก็รู้มิใช่หรือดังนั้นระบบกษัตริย์จึงไม่ขัดแย้งกับกระบวนการประชาธิปไตยแต่อย่างใดเลยนี่[/color]ยิ่งโพสตอบโต้กันผมยิ่งโมโหรู้ไหมเนี่ย ตามความเชื่อผม ผมเชื่อว่าพวกคุณหาเหตุจะป่วนสถาบันต่างหาก ผมไม่ยอมรับพวกคุณหรอกครับ และผมรับไม่ได้จริงๆ ก็เพราะผมเป็นคนหัวอนุรักษ์นี่ไง อายุ 15 ผมถึงต้องจับปืนไปรบกับพวกคอมฯไง ผมไม่ได้มากล่าวหาว่าพวกคุณเป็นคอมฯ แต่ผมไม่พอใจพวกคุณที่กระทำการโพสหมิ่นเหม่ต่อสถาบัน ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมหัวอนุรักษ์ ผมคิดของผมแบบนี้ คือคิดกันคนละขั้ว มันไม่จบจริงๆ จะไปแก้ทำไมกฎหมายมาตรานี้ ก็อย่าไปล่วงละเมิดซิครับ และกฎหมายนี้ก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรให้กับประชาชนทั่วไปมิใช่หรือครับ ผมมีเหตุผลของผมแบบนี้ไง เถียงกันตลอดชีวิตก็ไม่จบ คนอะไรว่ะพูดอธิบายให้ฟังแล้วยังพูดไม่รู้เรื่องอีก[/quote]
.
อำนาจอธิปไตย 3 อย่าง
- [b]อำนาจนิติบัญญัติ[/b]
- [b]อำนาจบริหาร[/b]
- [b]อำนาจตุลาการ[/b]
ผมเชื่อว่าทุกคนทราบกันดีครับ ถ้าไม่ทราบก็จะต้องสอบตกซ้ำั้ชั้นเรียน
ดูๆไปมันไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับสถาบันนะครับ
อำนาจ 3 อย่างนี้เป็นเพียงอำนาจในอุดมคติ
อำนาจที่แท้จริงมันซับซ้อนกว่าที่เขียนไว้เยอะ
เยอะกว่าสมัยสามก๊กครับ เพราะสมัยสามก๊กเป็นการปกครองแบบราชาธิปไตย
อำนาจสมัยสามก๊กจึงไม่ซับซ้อนมาก การควบคุมอำนาจจึงทำได้ง่ายกว่า
อำนาจบางอย่างที่ผมอยากเพิ่มเติม เป็นอำนาจที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
- [b]อำนาจทหาร[/b] คงไม่ปฏิเสธนะครับว่าอำนาจนี้มีจริง เห็นยึดอำนาจกันประจำด้วยทหาร
ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเห็น 3 อำนาจข้างบนมาประกาศยึดอำนาจอื่นใดได้
- [b]อำนาจการสื่อสาร[/b] อันนี้เวลาเขายึดอำนาจกันเขาต้องยึดการสื่อสารด้วยเสมอ ไม่เคยเห็นเขาไปยึดตลาดสด หรือห้างร้านอะไรที่ไหนเลย
- [b]อำนาจที่มองไ่ม่เห็น[/b] อันนี้อาจจะมีหรือไม่มีก็ไ้ด้ เพราะยังไงๆเรา็ก็มองไม่เห็น ถ้ามีก็จะหมายถึงกลุ่มบุคคลที่มีป้ายอาญาสิทธิถืออยู่ในมือ เมื่อติดต่ออำนาจอื่นๆฝ่ายใด ไม่มีใครกล้าหือหรอกครับ อำนาจอื่นๆที่กล่าวมาทั้งหมดย่อมถูกสยบได้ด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น แล้วอะไรจะเกิดขึ้นหากอำนาจที่มองไม่เห็น กระทำการต่างๆนานาเพื่อพวกพ้องและผลประโยชน์ของตนเอง ใครจะควบคุมพวกเขาได้
[b]แล้วเราจะลดบทบาทของอำนาจที่มองไม่เห็นลงได้อย่างไร?[/b]
เราไม่ไ้ด้ต้องการล้มล้างสถาบันเลยครับ ในเมื่อสถาบันยังคงเปี่ยมล้นไปด้วยคุณงามความดี
และเราอยากเห็นสถาบันดำรงอยู่ได้อย่างสง่างามเช่นเดียวกับอังกฤษ ญี่ปุ่น สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ
การที่มีกลุ่มคนถือป้ายอาญาสิทธิอยู่ต่างหาก ที่ดูอันตรายมากถ้าหากพวกเขาทำอะไรในทางไม่ดีงาม
ส่วน Lèse majesté นั้นเหมือนอาวุธอันตรายที่ถูกใช้ทำลายล้างศัตรู แต่ถ้าใช้ไม่ถูกต้องตามคู่มือการใช้งาน
ก่อเกิดอธรรมในสังคม อาวุธอันตรายนี้จะกลายเป็นระเบิดเวลาทำลายล้างตัวเองครับ
ถึงเราจะมี 3 สถาบันสูงสุดของชาติ
แต่ [b]ความเป็นคน[/b] นั้นอยู่เหนือสิ่งใดๆในโลกนี้เสมอ
โลกใบนี้จะไม่มีทางสงบสุขได้เลยเมื่อ [b]ความเป็นคน[/b] นั้นถูกคุกคาม[/quote]
คนไทยมีหกสิบกว่าล้าน แต่คนที่โดนลงโทษโดย Lese Majeste ที่เห็นชัดๆ มีกี่คน ตอนนี้เหลือคนเดียว คือ อีดา ที่เหลือได้รับอภัยโทษไปหมดแล้ว
แล้วทำไมต้องเดือดร้อนกับเรื่องที่คนหยิบมือเดียวทำผิด ซึ่งถ้าหากไม่ทำผิดศาลคงไม่ลงโทษ ยกเว้นจะเถียงว่าศาลก็ลงโทษไปตามคำสั่งของใครบางคน เพราะถ้าเถียงอย่างนั้นประเทสไทยคงไม่อยู่รอดมาได้จนทุกวันนี้ และประเทศที่ศาลก็ไม่เที่ยงธรรมอย่างนั้น ฝรั่ง เจ๊ก ญี่ป่น แขก จนแม้แต่คนในประเทศที่สถานะต่ำกว่าเราอย่างแรงงานพม่า แรงงานเขมร แรงงานลาว คงไม่อพยพมาปักหลักหาความก้าวหน้าและความสงบสุขใปประเทศไทยอย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้หรอก เคยคิดในแฝ่นี้บ้างไหม
แล้วทำไมไม่พูดถึงการที่ใครก็ตามที่โดน Lese Majeste ลงโทษ สุดท้ายได้อภัยโทษทุกคนกันบ้าง ทำไมไม่มองเห็นถึงความสุดยอดของสถาบันฯ ที่แม้มีคนทำผิด กม. (อย่าลืมนะเพราะศาลตัดสินแล้วว่าอย่างไอ้สุวิชา หรือไอ้วีระ ทำผิด กม.) แต่สุดท้ายก็ได้รับการอภัยโทษทุกครั้ง
การพยายามตะแบงไปเรื่องอื่น ไปอ้างเรื่องเบื้องหน้าเบื้องหลัง แบบนั้น ใครก็พูดได้ แต่มีใครมีหลักฐานชัดเจนหรือว่ามีจริง เพราะแม้แต่ตัว จขคห. ก็พูดเองว่าใช้แค่ความรู้สึก
แล้วเตือนนิดที่คุณแสดง คห. อยู่นี่ก็เข้าข่ายหมิ่นพระบรมฯ แล้วนะคุณน้ำ จึงขอแจ้งข่าวดีว่าถ้าพรุ่งนี้ผมว่างผมจะไปแจ้งความ คห. นี้ของคุณ แต่อย่าตกใจนะเพราะผมแจ้งไว้หลายคนแล้ว ทั้ง Doc J น้ำปิง ฯลฯ แต่ ตำรวจมันก็เดินเรื่องอืดเหลือเกิน อย่ากังวลเลย อาจจะรอดหรืออาจจะโดนก็ได้ อย่ากังวัล อย่ากังวล อิอิอิ
ผมเป็นประชาชนธรรมดาๆ
ผมเป็นประชาชนธรรมดาๆ แต่ไม่รู้ทำไม เวลาฟังความเห็นของพวกเสื้อเหลืองแล้วมันก็พอจะเข้าใจ เห็นใจ และค่อนข้างเห็นด้วย แต่พอมาฟังพวกเสื้อแดงพูดบ้าง มันยังไงๆไม่รู้ ผมก็พยายามจะฟัง พยายามจะเข้าใจนะ แต่ถึงจะพยายามยังไงๆ ก็ยังไม่ค่อยเห็นด้วยเลย ทำได้แค่เห็นใจ เพราะผมถือว่า คนเรามีเสรีภาพที่จะคิด ที่จะเชื่อ จะรักใคร เกลียดใคร ก็เป็นสิทธิของแต่ละท่าน แต่สังคมเราต้องอยู่ร่วมกัน ดังนั้น ยังไงๆ ก็ต้องฟังๆกัน จะหลับหูหลับตาไม่ฟังใครๆเลย หรือ ผลักไสไล่ส่งกันไม่ได้ ผมก็เลยฟังๆคนอื่นเขาพูดกัน ส่วนใหญ่รอบๆตัวผมนี่เป็นพวกเสื้อแดงทั้งนั้น ผมฟังวิทยุเสื้อแดงตั้งแต่พวกเขายังไม่ได้เป็นเสื้อแดงเลย เมื่อห้า หก ปีที่แล้ว เพราะเพื่อนที่ทำงานเดียวกันเขาเอาวิทยุมา แล้ว วันๆก็เห็นเอาแต่เปิดวิทยุของเสื้อแดง จนตอนนี้โดนปิดไปหมดแล้ว ผมฟังมานานแล้ว ที่จริงโดนบังคับให้ฟัง เพราะมันเปิดแต่ช่องนี้แหละ ดีเจมีมากมายหลายคน คุยเก่งๆกันทั้งนั้น เปิดเพลงลูกทุ่ง สลับกับยกย่องท่านนายกทักษิณเก่งยังโง้น ดียังงี้ จนกระทั่งทักษิณโดนปฏิวัติ หลังจากนั้นพวกดีเจก็ทำท่าจะกลายเป็นนักรบขึ้นมาทุกที ตอนหลังก็เลยกลายเป็นผู้นำมวลชน แล้วก็พาคนไปบุกบ้านคนที่ตนเองเห็นว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม เป็นเสื้อเหลือง ฆ่าพวกเสื้อเหลือง ตายไปหนึ่งคน บาดเจ็บไปสองสามคน คดีโดนตัดสินไปแล้วก็มี ยังคาราคาซังอยู่ก็เยอะ พักหลังสุดนี่ก็พาคนไปชุมนุมที่กรุงเทพ สุดท้าย ก็เห็นว่าพ่ายแพ้กลับมา พวกดีเจ หลายๆคนตอนนี้ ได้ยินแต่ข่าวว่ากำลังหลบหนีกันอยู่ ผมว่ามันก็แปลกๆอยู่ที่ ทำไมอยู่ดีๆบ้านเมืองมันถึงได้เกิดโกลาหนอลหม่านขึ้นมาได้ก็ไม่รู้ เพื่อนๆผมส่วนใหญ่เป็นเสื้อแดงทั้งนั้น ตอนนี้แต่ละคน หน้าตาหมองเศร้า เก็บกด พูดจาออกมาแต่ละที มีแต่สาบแช่งให้คนนั้นคนนี้ตาย ผมพยายามเงี่ยหูฟังว่ามันอยากจะให้ใครตาย แต่ฟังไม่ถนัด มันงึมงัมๆ อยู่แต่ในลำคอ พูดส่ายไปทางนู้นส่ายไปทางนี้ ซุบซิบๆกันเอง พอผมคาดคั้นก็เฉไฉไปว่ากำลังด่าไอ้เทพ เทพไหนก็ไม่รู้มัน สงสัยจะเทพ โพธิ์งามมั๊ง
ตอนนี้เท่าที่รู้คร่าวๆก็คือ พวกเสื้อแดงสู้เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง สู้เพื่อประชาธิปไตย สู้เพื่อเสรีภาพ เสมอภาค พวกเสื้อเหลืองสู้เพื่อส่วนรวม สู้เพื่ออุดมการณ์ เพื่อกำจัดคนคดโกง สู้เพื่อคุณธรรม จริยธรรม สู้เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ลองอีแบบนี้ ผมว่า คงต้องสู้กันอีกยาวนานแน่นอน คนหนึ่งรักทักษิณ อีกคนรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สู้กัน สุดท้ายใครจะชนะ มันก็น่าคิดนิ อิ อิ.
*ชีวิตใต้ ร่มเงา
*ชีวิตใต้ ร่มเงา อำมหิต
ของผู้มี อภิสิทธิ์ จิตหยาบหยาม
มีแต่การ ข่มขู่ แลคุกคาม
การปราบปราม ประชาชน คนไทย
*ทั้งไล่ล่า ฆ่าเข่น ผู้เห็นต่าง
ทำลายล้าง ด้วยอำนาจ บาตรใหญ่
ทั้งปิด ปาก หู ตา พาเป็นไป
ประเทศไทย จึงไร้รัก สามัคคี
*ควบคุมสื่อ ครองสื่อ เสริมสามานย์
มีแต่การ ใส่ร้าย ป้ายสี
สร้างข้อหา ก่อการร้าย หมายชีวี
แล้วอย่างนี้ หรือจะมี ความปรองดอง
*ชีวิตใต้ ร่มเงา อำมหิต
ของผู้ใช้ อภิสิทธิ์ จิตหม่นหมอง
อภิชน เป็นใหญ่ ใฝ่ถือครอง
ประชาชน ผู้เรียกร้อง ถึงต้องตาย
I Pad
[quote=I Pad]
การพยายามตะแบงไปเรื่องอื่น ไปอ้างเรื่องเบื้องหน้าเบื้องหลัง แบบนั้น ใครก็พูดได้ แต่มีใครมีหลักฐานชัดเจนหรือว่ามีจริง เพราะแม้แต่ตัว จขคห. ก็พูดเองว่าใช้แค่ความรู้สึก
แล้วเตือนนิดที่คุณแสดง คห. อยู่นี่ก็เข้าข่ายหมิ่นพระบรมฯ แล้วนะคุณน้ำ จึงขอแจ้งข่าวดีว่าถ้าพรุ่งนี้ผมว่างผมจะไปแจ้งความ คห. นี้ของคุณ แต่อย่าตกใจนะเพราะผมแจ้งไว้หลายคนแล้ว ทั้ง Doc J น้ำปิง ฯลฯ แต่ ตำรวจมันก็เดินเรื่องอืดเหลือเกิน อย่ากังวลเลย อาจจะรอดหรืออาจจะโดนก็ได้ อย่ากังวัล อย่ากังวล อิอิอิ
[/quote]
ก็สุดแล้วแต่คุณI Pad จะเห็นสมควรก็แล้วกัน ผมไม่ตำหนิคุณI Pad หรอกนะครับ
เพราะมันเ็ป็นสิทธิองคุณI Padที่จะต้องทำการปกป้องสิ่งที่ตนเองเทิดทูน
และถ้าหากคุณI Pad เข้าใจว่านั่นคือการรักชาติและปกป้องชาติ
ผมอาจจะเป็นคนส่วนน้อยของชาติ และชาติอาจจะไม่ยอมให้คนส่วนน้อยมีที่ให้ยืน
บางทีคุกมันอาจจะเป็นที่ยืนอันเหมาะสมสำหรับคนส่วนน้อยอย่างผม
ขอตัวไปสั่งเสียคนในครอบครัวก่อนนะครับ
น้ำลัด wrote:I Pad
[quote=น้ำลัด][quote=I Pad]
การพยายามตะแบงไปเรื่องอื่น ไปอ้างเรื่องเบื้องหน้าเบื้องหลัง แบบนั้น ใครก็พูดได้ แต่มีใครมีหลักฐานชัดเจนหรือว่ามีจริง เพราะแม้แต่ตัว จขคห. ก็พูดเองว่าใช้แค่ความรู้สึก
แล้วเตือนนิดที่คุณแสดง คห. อยู่นี่ก็เข้าข่ายหมิ่นพระบรมฯ แล้วนะคุณน้ำ จึงขอแจ้งข่าวดีว่าถ้าพรุ่งนี้ผมว่างผมจะไปแจ้งความ คห. นี้ของคุณ แต่อย่าตกใจนะเพราะผมแจ้งไว้หลายคนแล้ว ทั้ง Doc J น้ำปิง ฯลฯ แต่ ตำรวจมันก็เดินเรื่องอืดเหลือเกิน อย่ากังวลเลย อาจจะรอดหรืออาจจะโดนก็ได้ อย่ากังวัล อย่ากังวล อิอิอิ
[/quote]
ก็สุดแล้วแต่คุณI Pad จะเห็นสมควรก็แล้วกัน ผมไม่ตำหนิคุณI Pad หรอกนะครับ
เพราะมันเ็ป็นสิทธิองคุณI Padที่จะต้องทำการปกป้องสิ่งที่ตนเองเทิดทูน
และถ้าหากคุณI Pad เข้าใจว่านั่นคือการรักชาติและปกป้องชาติ
ผมอาจจะเป็นคนส่วนน้อยของชาติ และชาติอาจจะไม่ยอมให้คนส่วนน้อยมีที่ให้ยืน
บางทีคุกมันอาจจะเป็นที่ยืนอันเหมาะสมสำหรับคนส่วนน้อยอย่างผม
ขอตัวไปสั่งเสียคนในครอบครัวก่อนนะครับ[/quote]
แน่ะ! ยังไม่วายแสดงความเนรคุณในกมลสันดานอีก
สิ่งที่ผมปกป้องโดย กม. สูงสุดของประเทศก็บอกอยู่แล้วว่าคนไทยมีหน้าที่ต้องปกป้อง แล้วทำไมพวกตะแบงเสแสร้งอ้างว่ารักประชาธิปไตยไม่รู้จักทำหน้าที่นั้น ก็ไหนชอบแหงนหน้าหอนอยู่เรื่อยไม่ใช่หรือว่ารักประชาธิปไตย แล้วทำไมถึงชอบจะตะแบง กม. สูงสุด อย่าง รธน. อยู่เรื่อย อ้อ! อย่าอ้างนะว่า รธน. 50 กรูไม่เอา เพราะไม่ว่าจะเถียงยังไงคนไทยส่วนใหญ่ก็เลือกเอา รธน. ฉบับนี้ ซึ่งตามหลักการ ปชต. ในเมื่อคนส่วนใหญ่ตัดสินอะไรไปแล้วคนส่วนน้อยก็ต้องยอมทำตามเพราะนั่นคือ ปชต. ไม่ใช่หรือ? ยกเว้นว่าอยากจะแก้ไข รธน. นี้ ก็ใช้ขั้นตอนตาม รธน. ที่ระบุไว้แล้วผลักดันให้เกิดแก้ รธน. ดูทีดิ๊!
ที่สำคัญกล้าบอกชัดๆ เลยหรือไม่ล่ะว่าที่คุณว่าอำนาจที่มองไม่เห็นนั้นที่จริงคือใคร? อำนาจที่มองไม่เห็นที่คุณกล่าวหาว่าแสวงหาผล ปย. ที่ไม่ควรได้นั้นคือ กลุ่มไหน กล้าระบุชัดๆ หรือไม่? (แต่เดาว่าไม่กล้า แต่จะแถไปว่าเป็นป๋าเปรมมั่ง ทหารมั่ง จริงมะ) ซึ่งคิดว่าพวกไร้ยางอายในโลกจริง แต่ทำเป็นสิงห์ในโลกไซเบอร์อย่างคุณคงจะไม่กล้าระบุ ชิมิ อิอิอิ
ตราบใดที่ไม่มีความยุติธรรม
ตราบใดที่ไม่มีความยุติธรรม อย่าหวังว่าจะมีความสามัคคี อยู่กันบนความัดแย้งไปยังงี้แหละเดียวเวียดนามเขมรก็แซงหน้า
คนชั้นกลางชั้นสูงก็รวยเอ๊ารวยเอา ชาวนาปลูกข้าวยังขาดทุนปุ๋ยก็แพงไม่เห็นรัฐเอาเงินมาอุดหนุนค่าปุ๋ยบ้าง ที่น้ำมันแก๊สอุดหนุนเอ๊า อุดหนุนเอา ที่รถไฟฟ้าสร้างได้(มีผล...) แต่ที่โครงการที่จะผันน้ำโขงมาเก็บเพื่อไว้เพาะปลูกไม่เห็นทำ(ไม่มีผล...) แล้วไม่เรียกว่าเหลือมล้ำแล้วเรียกว่าอะไร โครงการหนึ่วตำบลหนึ่งทุนก็ดีส่งเด็กไปเรียนเมืองนอกเยอะ อีกสิบปีกลับมาพัฒนาประเทศของดีก็ทำต่อดิ หรือกลัวคนจะฉลาดขึ้นปกครองลำบาก ที่ให้งบทหารได้ตั้งเยอะแล้วอย่างนี้สรุปทำเพื่อใครหว่า เราเห็น เรารู้ เราคิด เราจะรอ อุดมการณ์จะยังคงอยู่ตลอดไปสำหรับคนที่รักความถูกต้อง
I Pad
[quote=I Pad]
.
คนไทยมีหกสิบกว่าล้าน แต่คนที่โดนลงโทษโดย Lese Majeste ที่เห็นชัดๆ มีกี่คน ตอนนี้เหลือคนเดียว คือ อีดา ที่เหลือได้รับอภัยโทษไปหมดแล้ว
แล้วทำไมต้องเดือดร้อนกับเรื่องที่คนหยิบมือเดียวทำผิด ซึ่งถ้าหากไม่ทำผิดศาลคงไม่ลงโทษ ยกเว้นจะเถียงว่าศาลก็ลงโทษไปตามคำสั่งของใครบางคน เพราะถ้าเถียงอย่างนั้นประเทสไทยคงไม่อยู่รอดมาได้จนทุกวันนี้ และประเทศที่ศาลก็ไม่เที่ยงธรรมอย่างนั้น ฝรั่ง เจ๊ก ญี่ป่น แขก จนแม้แต่คนในประเทศที่สถานะต่ำกว่าเราอย่างแรงงานพม่า แรงงานเขมร แรงงานลาว คงไม่อพยพมาปักหลักหาความก้าวหน้าและความสงบสุขใปประเทศไทยอย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้หรอก เคยคิดในแฝ่นี้บ้างไหม
แล้วทำไมไม่พูดถึงการที่ใครก็ตามที่โดน Lese Majeste ลงโทษ สุดท้ายได้อภัยโทษทุกคนกันบ้าง ทำไมไม่มองเห็นถึงความสุดยอดของสถาบันฯ ที่แม้มีคนทำผิด กม. (อย่าลืมนะเพราะศาลตัดสินแล้วว่าอย่างไอ้สุวิชา หรือไอ้วีระ ทำผิด กม.) แต่สุดท้ายก็ได้รับการอภัยโทษทุกครั้ง
การพยายามตะแบงไปเรื่องอื่น ไปอ้างเรื่องเบื้องหน้าเบื้องหลัง แบบนั้น ใครก็พูดได้ แต่มีใครมีหลักฐานชัดเจนหรือว่ามีจริง เพราะแม้แต่ตัว จขคห. ก็พูดเองว่าใช้แค่ความรู้สึก
แล้วเตือนนิดที่คุณแสดง คห. อยู่นี่ก็เข้าข่ายหมิ่นพระบรมฯ แล้วนะคุณน้ำ จึงขอแจ้งข่าวดีว่าถ้าพรุ่งนี้ผมว่างผมจะไปแจ้งความ คห. นี้ของคุณ แต่อย่าตกใจนะเพราะผมแจ้งไว้หลายคนแล้ว ทั้ง Doc J น้ำปิง ฯลฯ แต่ ตำรวจมันก็เดินเรื่องอืดเหลือเกิน อย่ากังวลเลย อาจจะรอดหรืออาจจะโดนก็ได้ อย่ากังวัล อย่ากังวล อิอิอิ[/quote]
สงสัยว่าตำรวจคงยังไม่มีเวลามาจับdoctor Jหรอกครับ เพราะกำลังสาระวนกับคดีของคุณสนธิ สุดที่รักของI Pad เห็นดิ้นพล่านไปทั่วmanager.comเลยนี่ครับ ฟาดหัวฟาดหางว่าจะฟ้องตำรวจ ว่าจะฟ้องอัยการ ฯลฯ
doctor Jเลยนั่งรอตำรวจของI Padมาตั้งหลายเดีอน
ตกลง I Pad จับแม่มดไปได้กี่ตัวแล้วครับ? น่าสงสารนะ ถ้าจะจับแม่มดให้หมดประเทศ คงต้องจับอีกหลายล้านคน I Padคงเหนื่อยน่าดู อย่าลืมไปหาหมอเช็คสุขภาพดูด้วยนะ อยามัวแต่ไล่จับแม่มดจนตัวเองสติแตกตายไปก่อน
จาก doctor J the wizard ( unlike Harry Potter, I have no scar )
PS ไม่ทราบว่าI Padได้รับdirect order จาก He who must not be named หรือเปล่าครับ?
นรกในเมืองไทย
นรกในเมืองไทย ไอ๊พวกชิงหมาเกิด.อย่าไปตำหนิคนอื่นก่อนพิจารณาว่า ข้อเท็จจริง ความจริงเป็นอย่างไร.อำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎรทั้งหลาย กลับกลายเป็นอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน กษัตริย์ใช้อำนาจบริหาร/นิติบัญญัติ/ตุลาการ-นั้นผ่านทางรัฐบาล/รัฐสภา/ศาล.ประชาชนถูกหลอกมา 78 ปี .กษัตริย์ยังมัอำนาจอยู่ -ประชาชนออกกฎหมายเองได้ที่ไหน ถ้าไม่ลงพระปรมาภิไธย....ใครว่าประชาชนนมีอำนาจ...จริงครับ.ตั้งกะปี 2475 ที่คณะราษฎร ยึดอำนาจจากพระปกเกล้า...ก็ทำได้แค่หน้าฉากเท่านั้น.ขุนทหาร พระยาพหล/จอมพลป.ครองอำนาจมาโดยตลอด ใครแหลมแหยมร้องแรกแหกกะเฌอ ถูกสั่งยิงทิ้ง ฆ่าปิดปาก ขังคุกจนลืม มาเสียมากต่อมากแล้ว.ครั้นถึง 2501 ถึง 2516 ขุนทหาร สฤษดิ์-ถนอมยึดอำนาจได้เบ็ดเสร็จ ไม่ต้องมีกฎหมายรัฐธรรมนูญ อ้างจะปกปักพิทักษ์ราชบัลลังก์เทิดทูนแสดงความจงรักภักดีบังหน้า ทำการทุจริตคอร์รัปชั่นกันมโหฬาร.ต่อมา2516 นักศึกษาลุกฮือขึ้นมาขับไล่เผด็จการถนอมได้ก็เพราะความขัดแย้งแย่งอำนาจของขุนทหาร ประชาชนได้ลิ้มชิมรสประชาธิปไตยเลอะเทอะเกินพอดีย่ำยีพวกศักดินาขุนทหารเกินไป ทำให้เมื่อปี 2519 ขุนทหารจึงสร้างสถานการณ์ปราบปรามนักศึกษาที่ชุมนุมอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน แล้วก็กำกับดูแลให้เป็นประชาธิปไตยแบบครึ่งใบค่อนใบ มีรัฐประหารประปราย มีแต่รัฐบาลผสม พรรคการเมืองอ่อนแอ รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ มีปี 2535 ที่ขุนทหารสั่งปราบปรามประชาชนที่ชุมนุมเกิดการเผาอาคารกรมสรรพากร/ประชาสัมพันธ์/สลากกินแบ่ง....จนหลายคนคิดว่าน่าจะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารอิกแล้ว.แต่พอปี 2549 ขุนทหารหน้าโง่ก็ยึดอำนาจอีกจนได้ด้วยข้ออ้างตื้นเขิน..และไม่ยอมปล่อยมือจากอำนาจจนกระทั่งปัจจุบัน.
เรื่องบางอย่างถูกต้องเหมาะสมตามศีลธรรม แต่กฎหมายกลับมองข้ามไป เรื่องบางเรื่องถูกต้องตามกฎหมาย แต่โหดร้ายไร้ศีลธรรม การสลายฝูงชนด้วยปืนทำให้คนตาย ไม่อาจแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแตกแยก ไม่อาจความปรองดองให้เกิดขึ้นเพียงลมปาก จากพฤติกรรมเห็นประชาชนเป็นข้าศึกศัตรูที่จะต้องไล่ล่าจับกุม ฆ่า สร้างความหวาดระแวง สร้างความกลัวเกรง...การตั้งคณะกรรมการปรองดองจึงไม่อาจทำได้จริงในทางปฏิบัติ ไม่อาจลบล้างความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน -ยิ่งมีทหารอุ้ม ตุลาการช่วย จัดการปัญหาการต่อต้านแข็งขืนของชาวบ้าน ยิ่งทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลง่อนแง่น จักกะแหล่นจะพังมิพังแหล่ รัฐบาลใดที่เห็นพลเมืองของประเทศเป็นศัตรู ปฏิเสธการสานสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลนั้นมิอาจตั้งมั่นยืนยงคงอยู่ได้ท่ามกลางกระแสคลื่นลมพายุฝนที่โหมกระหน่ำพัดเข้ามาจากทุกสารทิศ.
อยากให้สังคมช่วยกันผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล อยากให้นาย-ก.ยอมเสียสละตำแหน่ง(ไม่ต้องกลัวเสียหน้า) เพื่อรักษาประเทศไว้.ไม่ให้เกิดความแตกแยกขัดแย้งมากไปกว่านี้ อย่าไปตกเป็นเหยื่อ เป็นเครื่องมือของคนที่แล้งน้ำใจเลย.
ไม่มีใครกล้าไปสอนท่านาย-ก.ให้ยุติความขัดแย้ง หยุดสร้างความแตกแยก.เลิกก่อศัตรู--เพียงขอให้ผูกมิตรกับประชาชนทุกคน ไม่เลือกสี ไม่เลือกพวก ไม่เลือกพรรค..ดังภาษิตที่ว่า-แม้นปรารถนาสิ่งใดในปฐพี เอาไมตรีแลกได้ดังใจจง-การใช้กำลังบังคับข่มขู่ ด้วยการใช้พระเดช ใช้กฎหมาย ไม่อาจกดหัวประชาชนในประเทศไทยหรือผู้นำในประเทศเพื่อนบ้านอย่างได้ผลชงัด ดุจดังกรณีการใช้การพูดจา การเจรจาต่อรอง การขอร้องด้วยเหตุด้วยผล การแสดงความรู้สึกเห็นใจ เข้าใจ การให้อภัย การไม่จองเวร การมองเห็นแต่ส่วนดี ...ถ้าทำให้ประชาชนพลเมืองของประเทศยินดีปฏิบัติตามด้วยความสมัครใจ...ทำอะไรก็สำเร็จ ไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง จะไม่มีประชาชนบาดเจ็บล้มตาย..อยากเห็นรัฐบาลที่มีความจริงใจจริงจัง ฟังความเห็นที่แตกต่าง. เร่งเร้าให้คนรักชาติเป็นชาตินิยม แตไม่ปลุกระดมให้เกิดกระแสความคลั่งชาติ ไม่ทำให้คนไขว้เขวเห็นถูกเป็นผิด เห็นผิดเป็นถูก.
เลิกปฏิวัติรัฐประหารเมื่อไหร่
เลิกปฏิวัติรัฐประหารเมื่อไหร่ เมื่อนั้นประเทศไทยเจริญเพราะแสดงว่า ทหารรู้จักหน้าที่ที่ตนมีคือป้องกันประเทศ ไม่ใช่สะเออะไปยุ่มย่ามก้าวก่าย แทรกแซง แย่งอำนาจกันเป็นใหญ่ในทางการเมือง
เลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ/หมิ่นพระราชอำนาจ/หมิ่นพระเกียรติยศ/หมิ่นสถาบันกษัตริย์เมื่อไหร่ เมื่อนั้นประเทศไทยจะไม่มีปัญหาความขัดแย้งแตกแยก ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันหมด ทุกคนถูกตำหนิวิจารณ์ได้ไม่มีข้อยกเว้น ในหลวงนักประชาธิปไตยเองยังบอกว่า คิงทำอะไรได้ไม่ผิด คิงเสียหายเพราะคิงก็ทำอะไรผิดได้เหมือนกัน...จะมายกเว้นคิงได้ไง.ในหลวงพูดถูกทีสุด...สงสารคนที่ถูกฟ้องร้องในเรื่องเช่นนี้ แล้วถูกจำคุก.ทำให้ในหลงยุ่งยากลำบากใจ.กฎหมายหมิ่นสถาบันกษัตริย์ถูกพรรคประชาธิปัตย์ ทหาร ตำรวจ พธม.เสื้อเหลืองเจ๊กลิ้มแป๊ะลอง นำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการทำลายคู่แข่งทางการเมือง ใช้เป็นข้ออ้างในการทำปฏิวัติรัฐประหาร(น่าแปลกที่พรรคประชาธิปัตย์ เจ๊กลิ้ม แคล้วคลาดถูกแช่ ถูกดองเรื่อง เลื่อนการพิจารณาออกไปเรื่อย ๆ เป็นแบบอภิสิทธิ์ชน เหมือนคนอยู่เหนือกฎหมาย ตนทำผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ ส่วนคนอื่นทำผิด ต้องรีบรับโทษทันใด)
ปรารถนาให้ผู้นำประเทศไทยปฏิบัติการอย่างอเมริกาแม่แบบประชาธิปไตย..-ประธานาธิบดีสั่งปลดนายพล-ผู้บัญชาการกองทัพออกจากตำแหน่งทันทีถ้าขัดขืนฝ่าฝืนคำสั่ง(และเขาจะปฏิบัติตามทันที-ไม่มีการทำรัฐประหาร)..ถ้าผบ.เหล่าทัพทำการปฏิติรัฐประหารเมื่อใด ให้ทำการปลดออกจากตำแหน่งได้ทันที และดำเนินคดีเอาผิดถึงติดคุกหรือประหารชีวิตดังที่ปกาสิตกำหนดไว้ในตัวบทกฎหมายอาญา
ต้องการให้ขุนทหารและตุลาการ เลิกจุ้นจ้าน แทรกแซงการเมือง -หยุดเข้ามาแก้ปัญหาทางการเมือง อย่าล้ำเล้น จากที่เห็น ได้สร้างปัญหาให้บ้านเมืองมากมาย ไม่มีอะไรดี่ขึ้น ทำให้เสียบรรยากาศในการท่องเที่ยง การลงทุน ทำให้การพัฒนาประเทศหยุดชะงัก -ทำให้กระบวนการยุติธรรมรวนเร ทำให้สถาบันตุลาการเอมความเชื่อถือศรัทธา ทำให้สงสัยคำพิพากษาที่ไม่ต้องด้วยหลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักประชาธิปไตย..
.จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเจนว่า คำวินิจฉัยตัดสินของศาล กกต.ปปช.สตง.ตกอยู้อาณัติ การครอบงำขงเผด็จการ ผู้มีอิทธิพล ผู้มีอำนาจวาสนาบารมี ปีศาจสิ่งลึกลับดำมืดที่มองไม่เห็น เห็นการรีบพิจารณา ละล่ำละลัก ลุกลี้ลุกรน รีบอ่านคำพิพากษาตะกุกตะกัก เหมือนมิได้พิจารณาให้รอบคอบ ดังปกติวิสัยของผู้พิพากษา ไม่มีคุณธรรมยกประโยชน์ให้จำเลยในกรณีมีข้อสงสัย ไม่เทียบเคียงองหลักกฎหมายใกล้เคียง แต่เลี่ยงไปอ้างพจนานุกรม ไม่ฟังพยานเอกสารหลักฐานจนสิ้นกระแสความ แต่รวบรัดตัดความ ฟังความข้างเดียว ไม่ทุจริต ก็ยังเอาผิดทางจริยธรรมทั้งที่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด ไมคำนึงถึงคุณงามความดีในอดีตไม่มีการลดโทษรอลงอาญาแต่ให้จำคุกทันที ไม่คำนึงถึงความยติธรรม การได้ประโยชน์ของรัฐ ไม่มีใครได้ประโยชน์เฉพาะตัว ไม่มีใครเสียหาย
หยุดสร้างปัญหา หยุดการใช้พรก.ฉุกเฉิน ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ดีกว่า ทำให้บ้านเมืองเสียหายจนยากที่เยียวยาแก้ไข.
พรรคประชาธิปัตย์ ที่ปรึกษาพรรค หัวหน้าพรรค ลูกพรรค กำลังตกต่ำถึงขีดสุด ฉุดให้ประเทศลงเหว ยังหวงอำนาจ ไม่ยอมวางมือ นี่หรือรักประชาธิปไตย เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา รักชาติ รักกษัตริย์...