เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนอีสาน ประณามรัฐบาลสอดไส้ผลักดัน "ร่างกฎหมายห้ามการชุมนุม"

เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนภาคอีสานออกแถลงการณ์ประณาม "รัฐบาลอภิสิทธิ์" ยี้หยุดปฏิรูปประเทศไทยด้วยการสอดไส้ผลักดันร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ระบุเนื้อหาขัดรัฐธรรมนูญ ปิดกั้นสิทฺธิเสรีภาพ และไม่สร้างความเป็นธรรมทางสังคม จวกหวังปิดกั้นเสรีภาพการชุมนุมฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

วันนี้ (6 พ.ค.53) เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนภาคอีสานออกแถลงการณ์ ประณามรัฐบาลอภิสิทธิ์ หยุดปฏิรูปประเทศไทยด้วยการสอดไส้ผลักดันร่างกฎหมายห้ามการชุมนุม

มีรายละเอียดดังนี้

 

แถลงการณ์ประณามรัฐบาลอภิสิทธิ์ หยุดปฏิรูปประเทศไทยด้วยการสอด ไส้ผลักดันร่างกฎหมายห้ามการ ชุมนุม

ในขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศวาระทำการปฏิรูปสังคมและการเมืองของประเทศชาติ เพื่อกอบกู้ประเทศ จากวิกฤติความขัดแย้งทางด้านการเมืองและความไม่เท่าเทียมกันในสังคม แต่อีกด้านหนึ่งกลับให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำเสนอร่างกฎหมายห้ามการชุมนุมเพื่อขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี จึงเสมือนเป็นการตีสองหน้า และเล่นละครตบตาประชาชนทั้งประเทศ เรียกคะแนนนิยมด้วยการแสดงท่าทีที่จริงใจว่าจะร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในสังคมทำการปฏิรูปสังคมและการเมืองร่วมกัน

จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบผ่าน "ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ...." เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา โดยสาระสำคัญกำหนดให้การชุมนุมสาธารณะต้องเป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ และต้องไม่กีดขวางทางเข้า-ออก สถานที่ที่ประทับของพระมหากษัตริย์ พระราชินีและพระรัชทายาท และสถานที่พำนักของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล ศาลและหน่วยงานของรัฐ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ สถานีรถไฟหรือสถานีขนส่งสาธารณะ โรงพยาบาล สถานศึกษาและศาสนสถาน ตลอดจนสถานทูตหรือสถานกงสุลของรัฐต่างประเทศ ทางเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนจึงมีข้อเสนอดังนี้

๑.รัฐบาลต้องยุติการออกพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ... ดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ และเป็นการละเมิดสิทธิประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาของรัฐ

๒.ร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวเป็นการห้ามการชุมนุม เพื่อหวังปิดกั้นเสรีภาพการชุมนุมฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ที่ทำลายเสถียรภาพความมั่นคงทางการเมืองของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลมีกฎหมายหลายฉบับที่สามารถใช้ควบคุมการชุมนุมอยู่แล้ว การออกกฎหมายคุมการชุมนุมเช่นนี้ กลับเป็นการปิดกั้นสิทฺธิ เสรีภาพ และจะไม่สามารถสร้างความเป็นธรรมทางสังคมได้ รัฐบาลต้องสร้างการมีส่วนร่วมและเปิดการรับฟังความคิดเห็นกับประชาชนในวงกว้าง ให้เข้าไปมีส่วนร่วมต่อการร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะพ.ศ. ... ดังกล่าว

๓.เครือข่ายฯ จึงขอเรียกร้องภาคประชาสังคม นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรประชาชน องค์กรอิสระ สื่อมวลชน และกลุ่มเสื้อสีใดก็ตามประณามรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่พยายามผลักดันร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ...

เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนมีความเห็นว่า รัฐบาลต้องสร้างความจริงใจในการสร้างความปรองดองและลดช่องว่างทางอำนาจของภาครัฐลง เพื่อเป็นการสร้างโอกาสของกลุ่มผู้ที่เข้าไม่ถึงการใช้ทรัพยากรให้มีสิทธิ มีเสียงบนพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย และยึดมั่นการมีส่วนร่วมในทุกระดับ
 

ด้วยจิตคารวะ
๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

๑.คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคอีสาน
๒.เครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ ประเทศไทย
๓.ศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ (ศสส.) อีสาน
๔.กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา
๕.โครงการทามมูน
๖.กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี

Comments

กฎหมายเช่นนี้ไร้สภาพบังคับแน่

กฎหมายเช่นนี้ไร้สภาพบังคับแน่นอน!!

**ผู้ประท้วง เนื่องจากความเดือนร้อนไม่พอใจในเรื่องต่างๆ ย่อมไม่มีผู้ใดจะไปขออนุญาต ชุมนุมก่อนเป็นแน่แท้ ใครจะปราบจะสลาย เข้าย่อมไม่กล้ว....เพราะมันคือการประท้วง ไม่ใช้ขออนุญาต แสดงมหรสพซะที่ใหน!!!

** ข้อบัญญัติกรุงเทพฯ การใช้สนามหลวงต้องขออนุญาต กทม.ก่อน!!! มีผู้ประท้วง ผู้ตั้งเวทีประท้วง ที่ใหนเขาขออนุญาตกันเล่า...!!! ถึงจะขอ กทม. มันก็ไม่อนุญาตอยู่แล้ว....ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น!!!

**** จึงอย่าไปเกรงกลัว กฎหมายเสือกระดาษเช่นนี้เลย ครับผม!! ******