วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤษภาคม 2556 | อัพเดทล่าสุดเมื่อ 16 ชั่วโมง 37 นาที ที่ผ่านมา
เครือข่ายประชาชนแม่น้ำโขง เตรียมยื่นหนังสือสถานทูตจีน 3 เม.ย.
จากสถานการณ์ปัญหาระดับน้ำในแม่น้ำโขงแห้งขอด เข้าขั้นวิกฤตที่สุดในรอบหลายสิบปี จนสร้างปัญหา ผลกระทบแก่ชุมชนในลุ่มน้ำโขงเป็นอย่างมาก ปัญหาที่เกิดขึ้นเครือข่ายประชาชนแม่น้ำโขงระบุว่ามีสาเหตุหลักมาจากทางการจีนได้ปิดเขื่อน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 3 เขื่อนที่สร้างเสร็จแล้ว นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากกิจกรรมต่างๆ ของจีนที่สร้างผลกระทบกับลำน้ำโขง เช่น การระเบิดเกาะแก่งกลางลำน้ำโขงเพื่อการเดินเรือ เป็นต้น
กรณีปัญหาที่เกิดขึ้น เครือข่ายประชาชนแม่น้ำโขง เตรียมยื่นหนังสือถึงเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ในวันที่ 3 เม.ย. นี้ ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำอาณาจักรไทย 57 ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ พร้อมกันนั้นได้ชี้แจงเหตุผลการยื่นหนังสือครั้งนี้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้
-------------------
ด้วยเหตุจำเป็นอย่างสูงยิ่ง จากสถานการณ์วิกฤติน้ำโขงแห้งต่ำสุดในรอบ 50 ปี ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา รวมทั้งเหตุการณ์วิกฤติน้ำท่วมใหญ่สุดในรอบ 40 ปี เดือนสิงหาคม 2551 และสิ่งสำคัญคือภาวะน้ำขึ้นเร็วลงเร็วกว่าเมตรเพียงวันเดียวในหน้าน้ำท่วมและขึ้นเร็วลงเร็วเกือบ 50 เซ็นติเมตรในหน้าแล้ง สืบเนื่องซ้ำเติมมาสิบปีจากการควบคุมน้ำปิดเปิดเขื่อนจีนในแม่น้ำโขงตอนบน รวมทั้งการระเบิดแก่งในแม่น้ำโขงจากจีนลงมาถึงสามเหลี่ยมทองคำ
เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแม่น้ำโขงอย่างร้ายแรง มีผลต่อพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์น้ำโดยเฉพาะปลาลดลง ชาวประมงและคนท้องถิ่นริมโขงต้องเลิกอาชีพประมง อีกทั้งเกษตรริมโขงก็ลดลง ความมั่นคงทางอาหารของชาวบ้านมีผลกระทบโดยตรงและสืบเนื่องให้ระบบวัฒนธรรมวิถีชีวิตสังคมเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ยังก่อผลกระทบต่อการเดินเรือท้องถิ่น การท่องเที่ยวและระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วย
ด้วยเหตุและผลในเชิงประจักษ์จากท้องถิ่นริมน้ำโขง เป็นสิ่งยืนยันว่า คำโฆษณาของนักสร้างเขื่อนที่ว่า " เขื่อนจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในฤดูแล้ง และป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝน" ไม่เป็นความจริง แต่เขื่อนจีนยืนยันได้เพียงว่า "เขื่อนไม่ช่วยป้องกันน้ำท่วมและซ้ำเติมให้แห้งแล้งในท้ายเขื่อนยิ่งขึ้น" การสร้างเขื่อนตอนบนในแม่น้ำโขงซึ่งจีนเรียกว่า "หลานซางเจียง" เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว 3 เขื่อน คือ มันวาน (2539) ต้าเชาชาน (2546) และจินหง (2551) กับอีกหนึ่งเขื่อนยักษ์สูงเท่าตึก 30 ชั้น ซึ่งเสร็จเดินเครื่องปั่นไฟฟ้าตัวแรกไปแล้วในตุลาคม 2552 โดยรัฐบาลจีนให้สิทธิในการพัฒนาสร้างและบริหารเขื่อนแก่บรรษัทเอกชนรายใหญ่คือ บริษัทหัวนึง (Huaneng Power Internation-HPI) นอกจากนี้ พวกเขายังมีแผนการสร้างเขื่อนเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 4 เขื่อน ทั้งหมดนี้ รัฐบาลจีนไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนท้ายได้ เพราะสายน้ำโขงแม่จะคนละชื่อแต่เป็นสายน้ำเดียวกัน ไหลล่องหากันมาหลายพันปี
ด้วยเหตุนี้เครือข่ายประชาชนแม่น้ำโขงในประเทศไทยทั้งภาคเหนือและอีสานจึงจำเป็นยิ่งที่ต้องเดินทางมาเปิดเวทียื่นหนังสือร้องเรียนและมอบของขวัญหมายเลข 3 พร้อมให้ความเข้าใจในเหตุและผลกระทบที่เกิดขึ้นเชิงประจักษ์ต่อเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำอาณาจักรไทย ณ 57 รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ 10310 ในวันที่ 3 เมษายน 2553 เริ่มต้นเวทีเวลา 8.30 น. และพิธียื่นหนังสือเวลา 10.00 น. ตามกำหนดการที่แนบมาด้วยแล้ว
อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลจีนให้สิทธิแก่กลุ่มทุนเอกชนเป็นผู้มีสิทธิเด็ดขาดเพียงผู้เดียวในการพัฒนาสร้างและบริหารน้ำโขงตอนบนแก่บริษัททุนเอกชน ย่อมแสดงให้เห็นว่า ทรัพยากรธรรมชาติแม่น้ำโขงตอนบนไม่ใช่ของประชาชนคนธิเบตและจีนยูนนานอีกต่อไป ประชาชนจีนชาวนาเกษตรกร กรรมาชีพชาวจีนย่อมเข้าใจดีว่า พวกเขาคือหัวใจหลักของพรรคคอมมิวนิสต์จีน แล้วเหตุใดรัฐบาลจีนจึงปล่อยให้ทุนเอกชนมีสิทธิและได้ประโยชน์ในการจัดการน้ำโขงตอนบนเพียงผู้เดียว และยังผลให้เกิดกระทบร้ายแรงต่อคนท้ายน้ำซึ่งร่วมสายน้ำเดียวกัน เราหวังว่าประชาชน เกษตรกรและกรรมาชีพชาวจีนย่อมเข้าใจเกษตรกร ชาวประมง ในท้ายน้ำด้วยหัวใจเดียวกัน
ท้ายที่สุด เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำอาณาจักรไทยในนามของรัฐบาลจีนต้องต้อนรับการมายื่นหนังสือร้องเรียนของประชาชนแม่น้ำโขงผู้เดือดร้อนในครั้งนี้ด้วยมิตรไมตรีดั่งญาติพี่น้อง เพราะเราและท่านคือพี่น้องร่วมแม่น้ำเดียวกัน !
กำหนดการ
08.30 น. รวมพลคนรักแม่น้ำโขง
การแสดงทางวัฒนธรรม : กลองสะบัดชัย
09.00 น. โฆษกของเครือข่ายฯ กล่าวชี้แจงการจัดเวที
09.10 น. ตัวแทนเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา
นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว : แจ้งแถลงเหตุและผลของคนท้ายน้ำ
10.10 น. พิธียื่นหนังสือและมอบของขวัญแก่สถานฑูตจีน
10.20 น. การแสดงทางวัฒนธรรมจากอีสาน
10.40 น. ตัวแทนเครือข่ายประชาชนแม่น้ำโขง-ภาคอีสาน อภิปราย
11.10 น. การแสดงทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลุ่มน้ำโขง
12.00 น ปิดเวที
องค์กรร่วมเวทียื่นหนังสือฯ
1.กลุ่มรักษ์เชียงของ เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา
2.กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา จ.อุดรธานี
3.กลุ่มฮักน้ำของ จ.อุบลราชธานี
4.โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต
5.เครือข่ายประชาสังคมไทยเพื่อแม่น้ำโขง
6.โครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง
7.กลุ่มศึกษาวัฒนธรรมและนิเวศ/ ศูนย์ข้อมูลและสิทธิมนุษยชนและสันติภาพอีสาน
8.พันธมิตรเพื่อปกป้องแม่น้ำโขง (Save the Mekong Coalition)
Comments
What a wonderful world
What a wonderful world เพลงนี้มีความไพเราะมากๆ นักร้องเสียงแหบๆซึ่งจำชื่อไม่ได้ถ่ายทอดเนื้อหาของเพลงได้ดีเหลือเกิน โลกสีน้ำเงินใบนี้จะน่าอยู่และอยู่อย่างสุขสบายอีกนานถ้า "เรา" รบกวนธรรมชาติเพื่อสนองตอบความพอใจส่วนตนเท่าที่จำเป็น และใช้ความเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สิ่งมีชีวิตร่วมโลกอื่นๆเป็นแนวคิดหลัก มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่สนใจสิ่งมีชีวิตอื่นอีกมากมายเมื่อความต้องการบางอย่างของมนุษย์เป็นสิ่งเร้า เช่นต้องการพัฒนาที่ดินซึ่งเคยเป็นสวนเพื่อทำหมู่บ้านจัดสรร เคยมีใครนึกถึง นก ไส้เดือน ต้นไม้ หอยทาก ปลาช่อนในหนองน้ำ ฯลฯ มนุษย์ลืมว่าทุกสิ่งในโลกนี้มีความสัมพันธ์และพึ่งพิงอิงกัน ความล้มเหลวของของความคิดนี้เร่งให้หายนะของเผ่าพันธุ์มนุษยเกิดเร็วขึ้น อนิจจา...
มันไม่ใช่เรื่องเขื่่อนหรอกมั้
มันไม่ใช่เรื่องเขื่่อนหรอกมั้ง
ลองติดตามข่าวดูหน่อยก็ดี ทางจีนตอนใต้ เค้าแล้งหนักมาก ระดับร้อยปีเลยทีเดียว
ถ้าจีนสร้างเขื่อนสักตัวหนึ่งเ
ถ้าจีนสร้างเขื่อนสักตัวหนึ่งเพื่อใช้ในการเกษตรหรือบำบัดภัยแล้งมันคงไม่เท่าไรหรอก แต่นี่จีนมีแผนที่จะสร้างเขื่อนเป็นสิบตัวในแม่น้ำโขง ตอนนี้แค่สามตัวที่สร้างเสร็จและเก็บกักน้ำนะ ยังทำให้แล้งขนาดนี้ ถ้าทำเสร็จสิบตัวคนลุ่มน้ำโขงที่อาศัยแม่น้ำโขงเพื่อยังชีพ จับปลา จะไม่เดือดร้อนเหรอ และโครงการเขื่อนของจีนแต่ละตัวมันอภิมหาเขื่อนอย่างมาก สร้างเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อผลประโยชน์ประเทศจีนอย่างเดียว ประเทศอื่นที่ใช้ประโยชน์จากน้ำโขงด้วยไม่ได้อะไร
เนี่ย แค่มันปล่อยน้ำมาทีเดียวสามเขื่อนเมื่อ 2-3 ปีก่อนนะ ชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ริมตลิ่งนะยังเดือนร้อนจะแย่อยู่แล้ว รัฐบาลประเทศไทยเราไม่รู้เรื่องห่าอะไรเลย ไม่เชื่อลองถาม ชาวบ้านที่อยู่แถว อ.สังคม ท่าบ่อ หนองคายดูว่าเค้าเดือดร้อนช่วงจีนปล่อยน้ำมามากแค่ไหน แถมยังไม่รับผิดชอบ ถ้าแม่น้ำโขงไม่มีเขื่อนเนี่ย มันก็ไม่มีใครเดือดร้อนอยู่แล้ว
fToBVI tfDSpSpD
fToBVI tfDSpSpD