สังคมไทยกับวิถีการต่อสู้อย่าง 'สันติวิธี'

ในช่วงความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ นอกจากผู้คนในสังคมไทยเริ่มคุ้นชินกันมากขึ้นกับคำว่า “สันติวิธี” แล้ว “สันติวิธี” ยังกลายเป็นยุทธวิธีหลักที่คนกลุ่มต่างๆ ยึดถือและประกาศมั่นว่า ด้วยแนวทาง “สันติวิธี” เท่านั้นจึงจะสามารถเอาชนะการต่อสู้กดดันเพื่อบรรลุข้อเรียกร้องของกลุ่มตน

การเติบโตและเริ่มกลายเป็นคุณค่าสำคัญในการต่อสู้ในสังคมไทยของ “สันติวิธี” ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ หากแต่พัฒนามาจากการเรียนรู้ของผู้คนทุกหมู่เหล่าร่วมกันในสังคม จากความผิดพลาด เจ็บปวด และสูญเสียมากมาย ในครั้งที่ผ่านๆ มา ไม่ว่าจะจากฝ่ายใดก็ตาม

ในแง่รูปแบบ คงไม่มีใครที่จะสามารถชี้นิ้วฟันธงได้ว่า วิธีการแบบไหนคือ “สันติวิธี” หรือแบบไหนไม่ใช่ ทั้งนี้เพราะ “สันติวิธี” ไม่มีสูตรสำเร็จว่าต้องเป็น 1,2,3 เท่านั้น หากผู้คนแต่ละสังคมต้องช่วยกันให้คำนิยาม ช่วยกันส่งเสียงสะท้อนกลับว่า วิธีการต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้นั้น วิธีการใดยอมรับได้หรือไม่ได้ แล้วกลุ่มการต่อสู้เคลื่อนไหวต่างๆ จะเรียนรู้และทบทวนและพัฒนารูปแบบของ “สันติวิธี” ให้มีความเหมาะสมให้เป็นที่ยอมรับของสังคมต่อไป

อย่างไรก็ตาม นอกจากการยึดมั่นในรูปแบบของ “สันติวิธี” ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากแล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันหรืออาจจะสำคัญมากกว่าก็คือ ด้านที่เป็นจิตวิญญาณของ “สันติวิธี”

มาร์ติน ลูเธอร์ คิง นักต่อสู้สันติวิธีคนสำคัญคนหนึ่งของโลก ได้ให้หลักการสำคัญที่เป็นจิตวิญาณของ “สันติวิธี” ว่า สันติวิธี คือวิถีชีวิตสำหรับผู้กล้าหาญ เป็นการต่อต้านอย่างเข้มข้นต่อความเลวร้ายฉ้อฉลด้วยอารมณ์ที่เข้มแข็งและทรงพลัง มุ่งแสวงหาความเป็นมิตรและความเข้าใจ เลือกยืนอยู่บนข้างความรักแทนความเกลียด ความรักจะช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ของคนในชุมชนและต่อต้านความอยุติธรรม ยอมรับความเจ็บปวดโดยปราศจากการคิดแก้แค้น ความทนทุกข์ทรมานที่ได้รับนั้นมีอำนาจที่ลบล้างเหตุผลและแปรเปลี่ยนฝ่ายตรงข้าม “สันติวิธี” เชื่อมั่นว่า พระเจ้าจะอยู่เคียงข้างความยุติธรรม นักสันติวิธีจึงมีความศรัทธาอย่างลุ่มลึกว่า ในที่สุดแล้วความยุติธรรมจะเป็นผู้ชนะ

การชุมนุมเรียกร้องต่อสู้ของคนเสื้อแดง และ นปช. ที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน เพื่อเรียกร้องกดดันให้รัฐบาลของนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภานั้น มีคุณค่าและคุณูปการมากมายสำหรับการพัฒนาบทเรียนการต่อสู้แบบ “สันติวิธี” ให้เติบโตยิ่งขึ้นในสังคมไทย ดังนี้

1) คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในอดีตที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของกลุ่มคนเสื้อแดงได้ถูกนำไปผูกโยงกับการนิยมใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์บุกตะลุยเข้าไปในโรงแรมที่พัทยา การทุบรถนายกรัฐมนตรี รวมทั้งความรุนแรงในจังหวัดอื่นๆ ที่เป็นฐานที่มั่นของคนเสื้อแดง เช่น อุดรธานี เชียงใหม่ ในช่วงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อเหลือง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การชุมนุมของคนเสื้อแดงในครั้งนี้ ฝ่ายแกนนำได้ประกาศชัดเจนที่จะยึดรูปแบบการต่อสู้แบบ “สันติวิธี” และปฏิเสธที่จะทำตามรูปแบบการต่อสู้ของฝ่ายพันธมิตรฯ ที่ผ่านมา เช่น การยึดสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง และการยึดทำเนียบรัฐบาล โดยเห็นว่าวิธีการเหล่านั้นไม่ใช่แนวทาง “สันติวิธี” เพราะได้สร้างความเสียหายมากมายให้กับสังคมไทย ดังนั้น

2)  กลุ่มเสื้อแดง จึงเลือกวิธีการอื่นด้วยการสละเลือดของตัวเองแล้วนำไปเทราดในสถานที่ต่างๆ เพื่อแสดงสัญลักษณ์ของการต่อสู้เรียกร้อง แทนการเลือกจะไปต่อสู้ทำร้ายผู้อื่นแบบตาต่อตาฟันต่อฟันเหมือนประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ดังนั้น การสละเลือดของคนเสื้อแดงจึงเป็นการพัฒนาเรียนรู้จากประสบการณ์ความผิดพลาดในอดีตของทั้งจากฟากตัวเอง และจากฝั่งกลุ่มพันธมิตร การใช้รูปแบบการสละเลือดของคนเสื้อแดงครั้งนี้ แน่นอนว่าผู้คนในสังคมคงเห็นแตกต่างมุมมองกันไปสุดแล้วแต่จุดยืนของแต่ละคนว่า เป็นวิธีการที่ยอมรับได้หรือพึงรังเกียจ เสียสละ หรือไร้สาระ แต่ไม่ว่าผู้คนจะเห็นต่างกันอย่างไรก็ตาม อย่างน้อย การเลือกยืนยันที่จะไม่เอาเลือดหัวคนอื่นออกด้วยการสละเลือดของตนเองนั้น ก็นับเป็นสิ่งที่ไม่ได้สร้างความรุนแรงเสียหายให้กับชีวิตผู้คนเหมือนที่เคยเกิดขึ้น 

3) การต่อสู้ของคนเสื้อแดงในครั้งนี้ไม่เป็นที่น่าสงสัยเลยว่า ได้ให้ความหวังและทำให้“สันติวิธี” มีที่ยืนที่มั่นคงยิ่งขึ้นในสังคมไทย ผู้เขียนจึงหวังว่า คนเสื้อแดงจะยังคงยืนหยัดในแนวทางการต่อสู้แบบ“สันติวิธี” ดังคำยืนยันของแกนนำตลอดไป และขณะเดียวกันคงได้สดับตรับฟังเสียงสะท้อนจากสังคมเพื่อพัฒนาให้รูปแบบของ“สันติวิธี” ให้มีสาระที่สัมพันธ์สอดรับกับจิตวิญญาณของ “สันติวิธี” ให้มากยิ่งขึ้น เช่น การสละเลือดในครั้งหน้า แทนที่คนเสื้อแดงจะนำไปสาดเทด้วยถ้อยคำความสาปแช่ง พวกเขาจะนำเลือดไปบริจาคให้ทหาร-ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บในโรงพยาบาล หรือญาติของทหารตำรวจที่ต้องการเลือด แทนการนำไปทิ้งบ้านคนที่พวกตนเกลียดชัง พวกเขาจะสวดด้วยคำขอพรด้วยถ้อยคำอันงดงามให้กับฝ่ายตรงข้ามแทนการสาปแช่งเพื่อจะได้เปลี่ยนแปลงหัวใจของพวกเขา ด้วยการมอบความรักให้กับคนที่เราเกลียด จึงนับเป็นอาวุธของคนกล้า และจะมีอำนาจในการประหัตประหารหัวใจของคนที่เข็งกระด้างอย่างแท้จริง

4) ขออย่าคิดว่าแนวทางการต่อสู้แบบ “สันติวิธี” เหมาะกับสังคมที่มีความยุติธรรมและมีความเป็นประชาธิปไตยเท่านั้น เพราะนั่นคือตรรกะที่ผิดพลาด หากสังคมมีความยุติธรรมและมีประชาธิปไตยอย่างเต็มที่แล้ว เราก็คงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องออกมาต่อสู้เรียกร้อง ดังนั้น เพราะสังคมไม่มีความยุติธรรมและไม่เป็นประชาธิปไตยต่างหาก จึงมีผู้คนมากมายออกมาต่อต้านการเหยียดสีผิว ต่อต้านการกดขี่ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการทำลายสภาพแวดล้อม เป็นต้น   

โดยส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่า สิ่งที่สังคมพึงรังเกียจอย่างยิ่ง ไม่ใช่การใช้วิธีสละเลือดของคนเสื้อแดงเพื่อแสดงสัญลักษณ์ในการต่อสู้โดยไม่ได้ไปทำร้ายใคร หากสิ่งที่พึงน่ารังเกียจและสมควรประณามอย่างยิ่งอย่างยิ่งคือ เผด็จการที่ใช้กำลังอาวุธออกมาทำการรัฐประหารถึงแม้ว่าจะไม่มีการเสียเลือดสักหยดเดียวก็ตาม

 

ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10 cc.

ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10 cc. แล้วเททิ้ง เป็นฮีโร่

แล้วคนที่บริจาคเลือด 500 cc. ทุก 3 เดือนตลอดชีวิต เพื่อยืดชีวิตให้ผู้อื่น จะเป็นอะไร ???
-
-
-

ด้วยความสัตย์จริง ...... ผมบริจาคเลือดมาแล้วมากกว่า 25 ครั้ง

มันถึงทำให้คนที่บริจาคเลือด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่รับบริจาคเลือด รู้สึกอดสูกับการกระทำที่เอาเลือดมาทำแบบนี้

**** อย่าใส่ใจกับเสียงวิจารณ์

**** อย่าใส่ใจกับเสียงวิจารณ์ เลยมันก็เหมือน ตัวอย่างเช่นนี้แหละ ******

1. คนแก่ ขึ้นนั่งหลังม้า ให้เด็กจูง ก็วิจารณ์ว่า..... ทรมานเด็ก

2. ให้เด็ก ขึ้นนั่งหลังม้า ให้คนแก่จูงก็วิจารณ์ว่า.....ทรมานคนแก่

3. คนแก่ และเด็ก ขึ้นนั่งหลังม้า ก็วิจารณ์ว่า.......ทรมานสัตว์

4. คนแก่ และเด็ก ไม่ขึ้นนั่งหลังม้า จูงเดิน ก็วิจารณ์ว่า .... โง่

*อย่างสงบ สันติ

*อย่างสงบ สันติ อหิงสา
มีคุณค่า มีปัญญา อย่าสงสัย
สู้ขับไล่ รัฐประหาร ที่ผลาญไทย
ให้หมดสูญ สิ้นไป จากแผ่นดิน

*พลเมืองสามัญ...นั้นคือไพร่
พจนานุกรม เขียนไว้ ใครดูหมิ่น
เป็นเจ้าของ อธิปไตย ใช่เล่นลิ้น
เป็นเจ้าของ แผ่นดิน ที่แท้จริง

*ไพร่ต่อสู้ เชิดชู ประชาธิปไตย
เลือกรัฐบาลของไพร่ ให้ใหญ่ยิ่ง
ขอให้ไร้รัฐประหาร ผลาญช่วงชิง
ความเท่าเทียม คือสิ่งที่ต้องการ

*ถึงสู้นานเพียงใดไม่ไหวหวั่น
สู้ชนชั้น อภิสิทธิ์ชน ก่นล้างผลาญ
ถึงต่อสู้ ยืดเยื้อ และยาวนาน
ไม่สะท้าน หวั่นไหว ใจแกร่งเกิน

เป็นจิตใจที่ยิ่งใหญ่ นั่นเพรา

เป็นจิตใจที่ยิ่งใหญ่
นั่นเพราะว่าประชาชนหรือมนุษยชาติยิ่งใหญ่ตลอดกาล

a wrote:ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10

a wrote:
ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10 cc. แล้วเททิ้ง เป็นฮีโร่

แล้วคนที่บริจาคเลือด 500 cc. ทุก 3 เดือนตลอดชีวิต เพื่อยืดชีวิตให้ผู้อื่น จะเป็นอะไร ???
-
-
-

ด้วยความสัตย์จริง ...... ผมบริจาคเลือดมาแล้วมากกว่า 25 ครั้ง

มันถึงทำให้คนที่บริจาคเลือด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่รับบริจาคเลือด รู้สึกอดสูกับการกระทำที่เอาเลือดมาทำแบบนี้

+++++

เป็นอะไรมากมั้ยเนี้ย ..เห็นลงความเห็นไปทั่ว หลายบทความ
คนเสื้อแดง ไม่ได้อยากเป็นฮีโร่ แค่เรียกร้องประชาธิปไตยในกรอบสันติวิธี
ทัศนะคุณมีปัญหาแน่นอน

รู้จักความคับแค้นมั้ย...
รู้จักคำว่าประชาธิปไตยมั้ย...
รู้จักคำว่า สิทธิเสรีภาพ เสมอภาค แห่การแสดงออกมั้ย...

ผมถึงถามว่า คุณไม่สบายรึเปล่า หรือแค่เป็นคนจิตใจคับแคบ

a wrote:ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10

a wrote:
ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10 cc. แล้วเททิ้ง เป็นฮีโร่

แล้วคนที่บริจาคเลือด 500 cc. ทุก 3 เดือนตลอดชีวิต เพื่อยืดชีวิตให้ผู้อื่น จะเป็นอะไร ???
-
-
-

ด้วยความสัตย์จริง ...... ผมบริจาคเลือดมาแล้วมากกว่า 25 ครั้ง

มันถึงทำให้คนที่บริจาคเลือด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่รับบริจาคเลือด รู้สึกอดสูกับการกระทำที่เอาเลือดมาทำแบบนี้

เกี่ยวอะไรกับคุณเนี่ย!

เลือดเสื้อแดงไม่คุณค่าหรือไร

เลือดเสื้อแดงไม่คุณค่าหรือไร คุณจึงไม่เห็นคุณค่าเลือดเสื้อแดง

เชิญชวนพี่น้องชาวกรุงเทพออกมาเดินขบวนขับไล่อำนาจเผด็จการออกไป

มันกู้เงินมาแล้วแต่ละคนต้องติดหนี้มันจะขูดรีดภาษี แล้วคุณจะเสียภาษีให้ชาติหรือไร

เชิญชวนทหารน้อยออกมาได้แล้ว พวกผบทบ.ระดับบนมันทำให้คุณเดือดร้อน

เชิญชวนชมรมคนแท็กซี่ออกมา และชาวบ้านเอื้ออาทรออกมาให้เยอะๆ

เชิญชวนวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ออกมาเดินขบวนล้มอำมาตยาะปไตย บ้านเมืองเสียหายมากตั้งแต่ปฏิวัติเมื่อครั้ง

19 กันยนายน 49 มาสามสี่ปี่ นักท่องเที่ยวหายหดโดยเฉพาะชาวเกาหลี จีนญี่ปุ่น ฯลฯ

พี่น้องชาวกรุงเทพฯโปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟังรับชมข่าวอย่าไปเชื่อรัฐบาลเชื่อสื่อที่ตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาล

สงสารจ่าเพียรท่านตายและเพื่อนตร.เพราะคนใต้ด้วยกันและพรรค ปชป. การตายของท่านจ่าเพียรต้องมีผู้รับผิดชอบ

จ่าเพียรท่านเป้นไพร่ ท่านไปยื่นหนังสือขอย้ายไปบ้านเกิดเพื่อไปพักผ่อนเพราะจะเกษียณอายุที่บ้านเกิด อำเภอกันตัง จ.สตูล ใครคุมตร.พรรคไหน พรรคปชป. แล้วชาวใต้ตาสว่างได้แล้ว และแดงใต้จงลุกขึ้นมาสู้ขับไล่รัฐบาลโจรครองเมือง

อภิสิทธิ์เป็นเพียงหุ่นเชิดของอำนาจที่มองไม่เห็น

--ขอเชิญชาวกรุงเทพออกมา ขับไล่รัฐบาลออกไป

--หวยออนไลน์ก็หาย หวยใต้ดินมีทุกตำบล มอมเมาเข้ากระเป๋า เตะหมูเข้าปากหมา

--ยาบ้าระบาดเต็มบ้านเต็มเมือง รถไฟไม่ไปไหนถึงก้ช่างไม่ถึงก็ช่าง รัฐวิสาหกิจร่ำรวย ทุกโครงการมีการทุจริตไปทุกโครงการ

--ชาวเชื้อแดงมีความจงรักภักดีพระมหากษัตริย์

--ชาวเสื้อแดงต้องการความยุติธรรม เพราะบ้านนี้เมืองนี้มันสองมาตรฐาน

--สื่อมวลชนเลิกรับใช้อำมาตย์เสียเถิด เลิกใส่ร้ายชาวเสื้อแดง เสื้อแดงต่อสู้ด้วยสันติ และอหิงสา ไม่มีความรุนแรงแน่นอน

--ถ้าเกิดเหตุการณ์รุนแรง ไม่ใช่เสื้อแดงทำ

--ชาวเสื้อแดงต้องควักเงินเองมากรุงเทพ เรามาเรียกร้องความเท่าเทียมกัน เราเรียกร้องความยุติธรรม

--เรา ไพร่ไล่อำมาตย์ ไพร่หมายถึงคนเป็นคนเท่าเทียมกัน มีทั้ง ดร. จบปริญญา ทำไร่ทำนา

พวกอำมาตย์เห็นตัวเองสุงกว่าคนอื่น ดูถูกคนเสื้อแดงว่ามาไล่ เปาปุ้นจิ้น ท่านว่าฮ่องเต้ทำผิดรับโทษเท่าไพร่เท่าเทียมกัน

ที่อังกฤษกฎหมายบังคับใช้เท่าเทียมกัน

ไม่ว่าคุณจะเป้นไพร่เนอำมาตย์รับโทษเท่าทเยมกัน

วันพรุ่งนี้(20 มีนาคม 53) ขอเชิญชวนชาวกรุงเทพออกมาเดินขบวนขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ออกไป พร้อมกับเสื้อแดงจะไปพบท่านทั่วทั้งกรุงเทพฯ เชิญครับ เราไม่มีความรุนแรงครับท่าน..
เชิญออกมาเดินขบวนด้วยกัน อย่านอนหลับทับสิทธิ์ ออกมาเถอะครับ ขับไล่รัฐบาลอำมาตย์ออกไป เอาอำนาจของคนส่วนใหญ่กลับคืนมา เชิญครับทุกท่าน เชิญ....เชิญ...

สันติวิธีหรือเเยกกันตี

สันติวิธีหรือเเยกกันตี

หากเป็นสถานะการณ์ปรกติ

หากเป็นสถานะการณ์ปรกติ ใครมาทำอย่างนี้ ก็ไม่น่ายกย่อง แต่เมืองไทยขณะนี้ ไม่ปรกติ เพราะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่มีคนทุกระดับโดยเฉพาะระดับทำมาหากินไม่รำไม่รวย มารวมกันจากแต่ละจุดแต่ละจังหวัด เพื่อเรียกร้องขอประชาธิปไตยเต็มใบ มาขอร้องว่าโปรดอย่าให้ผู้มีอำนาจขณะนี้ใจร้อน อย่าใช้ทางลัดดังที่เกิดขึ้นแล้วเมื่อกันยายน 2549 เพราะนั่นมันเป็นการถอยหลังของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เรามาใช้วิถีทางในระบอบรัฐสภากันเถิด จะช้าบ้าง ก็ยังอยู่ในวิถี ดังนั้นอย่าเอาการเจาะเลือดอย่างนั้นอย่างนี้มาเปรียบเทียบกันเลย มันดีทั้งสองอย่างแต่มันคนละเรื่องกัน

a wrote:
ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10 cc. แล้วเททิ้ง เป็นฮีโร่

แล้วคนที่บริจาคเลือด 500 cc. ทุก 3 เดือนตลอดชีวิต เพื่อยืดชีวิตให้ผู้อื่น จะเป็นอะไร ???
-
-
-

ด้วยความสัตย์จริง ...... ผมบริจาคเลือดมาแล้วมากกว่า 25 ครั้ง

มันถึงทำให้คนที่บริจาคเลือด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่รับบริจาคเลือด รู้สึกอดสูกับการกระทำที่เอาเลือดมาทำแบบนี้

เรารู้สึกน่าสลดเหลือเกิน

เรารู้สึกน่าสลดเหลือเกิน ที่ยังเห็นนักการเมืองยังไม่เข้าใจและยอมรับการต่อสู้ของประชาชนส่วนใหญ่ในวันนี้ พวกเขาเป็นตัวแทนประชาชนในมิติไหนกันแน่นะ น่าสงสัย และเหตุใดจึงไม่เข้าใจว่า เราทุกคนถูกเอาเปรียบมานานเหลือเกิน ถูกกดหัวให้ยอมรับว่าชีวิตทุกวันนี้ดีแล้วมานานเหลือเกิน และจะดีได้อย่างไร เมื่อประชาชนยังรวยกระจุก จนกระจาย การปกครองระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นคือบทแรกของการจะทำให้ประชาชนทั่วแผ่นดินมีอิสระในการคิด เพราะเมื่อเรามีอิสระที่จะคิด คนไทยเก่งนะคะ เมื่อนั้นชาติจะเจริญ คนไทยคิดเองเป็นค่ะ ทุกวันนี้ก็คิดได้ คิดเองเป็น เห็นอยู่ รู้อยู่ ว่าใครเป็นใคร เป็นอย่างไร แต่ขาดอิสระที่จะสะท้อนความคิด ประชาธิปไตยเท่านั้นจะเป็นยาแก้ ใช่ไหมคะ ขอบคุณ คุณ ว ณ ปากนัง อ่านบทกลอนแล้ว มันสะทกสะท้อนในหัวใจนะคะ คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ได้โปรดอย่าดูหมิ่นถิ่นแคลนประชาชนที่มาใช้สถานที่เพื่อเรียกร้องเลยนะ เราคนไทยเหมือนกัน ทำหน้ที่เสียภาษีเหมือนกัน พวกเรามาต่อสู้เพื่อคนไทยทั้งมวลนะ เรามองไปข้างหน้าเถิด มันน่าคิดนะที่คนไทยเรามารวมกันเองเป็นกลุ่มเล็กๆ แล้วมาร่วมมือกัน รวมกันได้มากมายขนาดนี้

ว ณ ปากนัง wrote:
*อย่างสงบ สันติ อหิงสา
มีคุณค่า มีปัญญา อย่าสงสัย
สู้ขับไล่ รัฐประหาร ที่ผลาญไทย
ให้หมดสูญ สิ้นไป จากแผ่นดิน

*พลเมืองสามัญ...นั้นคือไพร่
พจนานุกรม เขียนไว้ ใครดูหมิ่น
เป็นเจ้าของ อธิปไตย ใช่เล่นลิ้น
เป็นเจ้าของ แผ่นดิน ที่แท้จริง

*ไพร่ต่อสู้ เชิดชู ประชาธิปไตย
เลือกรัฐบาลของไพร่ ให้ใหญ่ยิ่ง
ขอให้ไร้รัฐประหาร ผลาญช่วงชิง
ความเท่าเทียม คือสิ่งที่ต้องการ

*ถึงสู้นานเพียงใดไม่ไหวหวั่น
สู้ชนชั้น อภิสิทธิ์ชน ก่นล้างผลาญ
ถึงต่อสู้ ยืดเยื้อ และยาวนาน
ไม่สะท้าน หวั่นไหว ใจแกร่งเกิน

#302084 » ความคิดเห็นของ PPT

#302084 » ความคิดเห็นของ PPT (visitor) (127.0.0.1 118.172.31.131) .. Sat, 2010-03-20 06:24
พันธะกิจดอกไม้หลากสี
เมื่อยกระดับการต่อสู้ไม่ใช้ความรุนแรง ใช้วิธีสันติอหิงสา คู่ปรับจับทางไม่ได้ รัฐบาลจึงกลายเป็นตัวตลก ที่เต้าข่าวป่วนบ้านป่วนเมืองเสียเอง สุดยอดการยกระดับการต่อสู้ แต่การต่อสู้ยังอีกแสนลี้นำไปสู่การยกระดับกำลังครั้งสำคัญด้วยยุทธศาสตร์ดอกไม้หลากสี นี้คือการประกาศเป็นภารกิจร่วมของคนชนบทและคนเมืองหลวง เป็นพันธะกิจที่ยิ่งใหญ่ของประชาชน เมื่อการต่อสู้ใกล้ถึงจุดแตกหักจะต้องมีผู้ชนะและผู้แพ้ กติกาใหม่ผู้ชนะย่อมเป็นผู้กำหนด แม้วันนี้ยังไม่รู้ว่าชัยชนะจะเป็นของใคร แต่ก็ไม่ยากที่จะเดาได้

ถ้าอำมาตย์ ชนะ ทำร้ายคนของประชนและทำลายระบบด้วย50
ถ้าทักษิณ ชนะ รัฐบาลทำงานไม่ได้เพราะใช้40
แต่หากพันธะกิจนี้ประชาชนข้ามผ่านสองกลุ่มการเมืองหลักได้ก็ย่อมเป็นผู้กำหนดกติกา
ในมุมมองของประชาชน
ไม่ว่าฝ่ายไหนจะเป็นผู้ชนะ แต่ทั้งสองฝ่ายไม่อาจนำความสงบสุขเกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินได้จริง
ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนจะใช้รัฐธรรมนูญ40หรือ50 ก็จะมีอีกฝ่ายหนึ่งออกมาต่อต้าน ทางออกวิกฤตของประเทศไทยครั้งนี้ ต้องไม่มีทั้งรัฐธรรมนูญ40และ50 ตามเป้าของอำมาตย์และฝ่ายการเมือง หากแกนนำยกระดับข้ามผ่านรัฐธรรมนูญ40ได้ และให้สังคมได้เลือกอนาคตเอง

ความสงบสุขของประเทศจะเกิดได้จริงอยู่ที่การไม่ชี้นำ แต่การปรับกำลังมวลชนเพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับว่านี้คือตัวตนของประชาชนที่ออกมาร่วมสำแดงพลัง ออกมามากเท่าใดย่อมหมายถึงความต้องการของประชาชน ย่อมหมายถึงชัยชนะของประชาชน หากการต่อสู้ยึดหลักสันติวิธีจะไม่สูญเสียอะไร?

พี่น้อง ประชาชนทุกท่านครับถ้า เบื่อพวกเอาเปรียบสังคม เบื่อนักธุรกิจการเมือง เบื่อปฏิวัติ รัฐประหาร
ประชาชนทุกหมู่เหล่าต้องออกมาเพราะว่าภารกิจนี้ใหญ่เกินกำลังของคนเสื้อแดงเพื่อ
โอกาสทำลายอำมาตย์ โอกาสข้ามผ่านนักการเมือง เมื่อนั้นกฎของผู้ชนะจะเป็นของประชาชน
ประชาชนจึงจะเป็นผู้กำหนด กฎกติกา กำหนดอนาคตประเทศไทย เพื่ออนาคตลูกหลานและคนรุ่นต่อไปจะต้องได้ กติกาที่ทุกฝ่ายต้องเคารพ เชิญร่วมเป็นหนึ่งในบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่

อ้างอิงความเห็นนี้

#302114 » ความคิดเห็นของ ความรุนแรงเชิงโครงสร้างของอำนาจเงินที่ใช้ซื้อพรรค ซื้อ ส.ว. (visitor) (127.0.0.1 222.123.230.181) .. Sat, 2010-03-20 08:34
ผมนั่งๆ นอนๆ อยู่หน้าจอเกือบตลอด 24 ชั่วโมงตลอดเกือบ 1 สัปดาห์มานี้ นับตั้งแต่บอกว่า แดงจะมาเป็นล้านนั่นแหละครับ

แล้วผมก็เห็นคนต่างจังหวัดเพื่อนร่วมชาติของผมแห่แหนเข้ามากันจริงๆ เป็นกองคาราวานของคนจนอันยิ่งใหญ่ แม้ว่า จะห่างล้านไปไกลอีก 9 แสนกว่าๆ แต่บนเวทีก็ยังช่วยกันหลอนมวลชนของตัวเองว่า มากันเป็นล้านแล้ว บางช่วงก็บอกว่า 3 ล้านแล้ว

หลายคนพากันตื่นเต้นอึกทึกที่มีคนกรุงเทพฯ ออกมาโบกไม้โบกมือต้อนรับคนเสื้อแดง แล้วเหมาเอาว่า คนกรุงเทพฯ เห็นด้วยกับคนเสื้อแดงแล้ว ผมก็ไม่เห็นแแปลกตรงไหน เพราะเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคของทักษิณก็มีเสียงของคนกรุงเทพฯ ไม่น้อย

แต่นี่คือประชาธิปไตย ที่สู้กันด้วยเสียงข้างมากในระบบตัวแทน ถ้าจะบอกว่า คนที่ออกมาเป็นคนยากคนจนในต่างจังหวัด ก็ยังมีคนยากคนจนในต่างจังหวัดอีกมากที่ไม่เห็นด้วย

ผมไม่รู้เหมือนกันว่า การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างที่พวกเขากำลังหลอกลวงมวลชนได้อย่างไร นอกจากการต่อสู้เพื่อทักษิณที่วิดีโอลิงก์เหมือนคนบ้ามาทุกคืน

ผมพูดไปหลายครั้งแล้วว่า รัฐบาลชุดนี้มีที่มาอย่างชอบธรรม ผมได้ยินว่า นักวิชาการแดงซ่อนรูปอย่างนิธิบอกว่า รัฐบาลมีที่มาไม่ชอบธรรม ผมก็เลยสงสัยว่า ถ้าวันนั้นหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินที่ชื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ชนะโหวตอภิสิทธิ์ พวกเขาจะบอกว่า พล.ต.อ.ประชาจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ชอบธรรมหรือไม่

ผมได้ยินพวกเขาแก้ประเด็นนี้ว่า ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเสียงข้างมาก แปลว่า เขาต้องการนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ผมก็สงสัยว่า แล้วทำไมพรรคเพื่อไทยเสนอนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อแผ่นดินที่เป็นพรรคเสียงข้างน้อย

แล้วถ้าผมจะย้อนกลับไปบ้างว่า ตอนที่เลือกตั้งครั้งแรกหลังรัฐประหาร 19 กันยานั้น พรรคเพื่อแผ่นดิน รวมใจไทยชาติพัฒนา ชาติไทย ล้วนแล้วแต่ทำให้ประชาชนเชื่อว่าไม่เอาทักษิณใช่หรือไม่

ระบอบทักษิณนั้นมีที่มาจากการเลือกตั้งแน่ แต่ทำไมมองไม่เห็นเลยหรือถึงความรุนแรงเชิงโครงสร้างของอำนาจเงินที่ใช้ซื้อพรรค ซื้อ ส.ว. ซื้อองค์กรอิสระ และการใช้อำนาจนอกกระบวนการยุติธรรมแบบฆ่าตัดตอน และการหาประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนของตัวเองผ่านอำนาจรัฐเลยหรือ

ชาวชนบทอาจรักทักษิณที่เอาเงินไปให้กู้ยืม ผมคิดว่า แม้แต่นักวิชาการที่รักทักษิณอยู่ในเวลานี้ (ซึ่งชอบคุยว่า ผมเคยด่าทักษิณมาก่อน) ก็ฉลาดพอที่จะรู้ถึงผลกระทบที่ตามมา และรู้อยู่ว่า เป็นเพียงการเอาเงินของรัฐไปหว่านเพื่อหวังผลประโยชน์ในการเลือกตั้งเท่านั้น และรู้ว่านโยบายประชานิยมนั้นยิ่งทำให้คนในชนบทต้องพึ่งพิงกับระบอบอุปถัมภ์ของนักการเมืองมากกว่าการช่วยเหลือตัวเอง

มีการวิจัยและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบแล้วว่า นโยบายประชานิยมของทักษิณนั้น ทำให้ประชาชนยากจนขึ้น มีหนี้สินเพิ่มขึ้น และผลประโยชน์นั้นตกอยู่กับบริษัททุนขนาดใหญ่ของพวกทักษิณ เพราะประชาชนนั้นใช้จ่ายฟุ่มเฟือยขึ้นจากเงินที่ได้รับมา

พวกเขาบอกว่า ออกมาเพื่อไล่อำมาตย์ แล้วอำมาตย์คืออะไร ใครบ้างที่ควรจะถูกนิยามว่าเป็นอำมาตย์

แล้วอำมาตย์ในฟากทักษิณจะต้องไล่ออกไปด้วยหรือไม่ เพราะผมเห็นว่า แท้จริงแล้ว ทักษิณก็คือ อำมาตย์ ไปดูรูปของทักษิณที่แต่งเครื่องทรงเต็มยศที่ชาวบ้านแห่แหนอยู่นี่คือ อำมาตย์ใหญ่ใช่หรือไม่ ทักษิณก็ใช้ระบบราชการหาประโยชน์ และตอบแทนข้าราชการและนักวิชาการที่สามิภักดิ์ด้วยตำแหน่งและผลประโยชน์

ถ้าจะเถียงก็ช่วยอธิบายหน่อยว่า พฤติกรรมของทักษิณแตกต่างกันตรงไหนกับนัยของอำมาตย์ที่พวกเขาพูดอยู่บนเวที และอำมาตย์เชิงรูปธรรมในความหมายของพวกเขาเป็นอย่างไรและแตกต่างกับที่ทักษิณเคยเป็นอย่างไร

ตอนนี้พวกฝ่ายซ้ายฝันเฟื่องคิดว่า สีแดงซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ที่พวกเขาเคยต่อสู้ในนามของพรรคคอมมิวนิสต์นั้นกำลังฟื้นคืนชีพ เขาผลักชาวบ้านยากจนที่ถูกหลอกให้ใส่เสื้อแดง และถูกปลุกให้คลั่งแค้นด้วยคลิปเสียงปลอมของอภิสิทธิ์ออกไปเป็นแนวหน้าในการต่อสู้กับอำนาจรัฐอย่างเหี้ยมโหด

เขาบอกให้ผู้ชุมนุมต่อสู้ด้วยสันติวิธี แต่กลับระดมมวลชนเจาะเลือดเพื่อเอาไปละเลง เพราะรู้อยู่แล้วว่า นี่เป็นเป็นวิธีการที่จะนำไปสู่การปลุกเร้าให้พวกเขาคลั่งแค้นมากขึ้น

นักวิชาการแดง สื่อมวลชนแดง และคนเดือนตุลาที่ยังหลงเพ้อพากันตัดแต่งวาทกรรมให้เห็นว่า การต่อสู้ของพวกเขามีความชอบธรรม เป็นการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม เพื่อประชาธิปไตย ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วเป็นการต่อสู้เพื่อทักษิณคนเดียว

มวลชนในต่างจังหวัดถูกขับเคลื่อนด้วยหัวคะแนนของทักษิณ นักการเมืองในฟากของทักษิณ สื่อมวลชนรับรู้กันอย่างกว้างขวางถึงกระบวนการกะเกณฑ์คนชนบทออกมา มีคลิปแจกเงินให้เห็น และตกลงราคากันที่ 3 วัน 2,000 บาทบ้าง 3,000 บาทบ้าง เอาเถอะครับว่า อาจมีคนที่ออกมาด้วยหัวจิตหัวใจและอุดมการณ์ แต่ก็ไม่สามารถมองข้าม “ปริมาณ” ของข้อเท็จจริงในมวลชนได้

และมวลชนที่รับเงินทักษิณมาก็ไม่ผิด เพราะพวกเขาต้องทิ้งบ้านทิ้งเรือน ทิ้งงาน และมีค่ารถ ค่าน้ำมันที่ต้องใช้จ่าย และนี่เป็นข้อเท็จจริงที่เป็นปัญหาระบอบประชาธิปไตยของบ้านเราอยู่แล้ว

นักวิชาการแดงและบนเวทีพยายามอธิบายตอบโต้ข้อเท็จจริงนี้ด้วยวิธีง่ายๆ ว่า คนที่กล่าวว่าเสื้อแดงรับเงินมานั้น ดูถูกคนจน และปลุกเร้าให้คนจนเห็นว่า นี่คือการเหยียดหยามทางชนชั้น กล่าวหาว่า คนจนโง่และไม่มีสมอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ตลกสิ้นดี เพราะถ้าอย่างนั้น ผมจะพูดบ้างว่า พวกคุณกำลังกล่าวหาคนที่ไม่เชื่อว่า การต่อสู้ของทักษิณเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเป็นคนโง่หรือไม่มีสมองเช่นนั้นหรือ

แต่ผมเห็นใจและเข้าใจมวลชนเสื้อแดงที่มาจากชนบท พวกเขาถูกทำให้เชื่อว่า ทักษิณถูกกลั่นแกล้งด้วยอำนาจแฝงที่ชั่วจากการปลุกเร้าด้วยความเท็จบนเวที

ผมคิดว่า การที่ประชาชนส่วนใหญ่ออกมาต่อสู้เพื่อทักษิณ เพราะถูกทำให้เชื่อว่า ทักษิณไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่การพยายามอธิบายของนักวิชาการกลุ่มหนึ่งว่า นี่เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเพื่อหวังเอาชีวิตของมวลชนเหล่านี้แลกด้วยการล้มล้างอำนาจรัฐในรูปแบบที่พวกเขาชิงชังนั้น เป็นความชั่วร้ายทางวิชาการ

เพราะแท้จริงแล้ว ทักษิณเพียงแต่ต้องการต่อสู้เพื่อล้มล้างอำนาจรัฐ แล้วเอาอำนาจรัฐที่จะเข้าไปแก้ไขความผิดต่างๆ ของตัวเองเท่านั้น ซึ่งนี่เป็นข้อเท็จจริงที่คนมีสติปัญญาขั้นพื้นฐานต้องรู้

การต่อสู้เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืน และการทำให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมนั้นโดยความหมายของมันเป็นวิถีทางการต่อสู้ที่ชอบธรรมอย่างแน่นอน แต่คำถามว่า เราจะพบมันในการต่อสู้เพื่อให้ทักษิณกลับจากความผิดเป็นถูกอย่างที่เป็นอยู่จริงๆ หรือ

ผมเห็นใจและกำลังใจมวลชนรากหญ้าเสื้อแดงที่ออกมาชุมนุมกันที่ถนนราชดำเนิน

ผมหวังว่า วันหนึ่งพวกเขาจะรับรู้ว่า ระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืนนั้นพวกเขาสามารถสร้างได้ด้วยตัวเอง และมองเห็นว่า การต่อสู้ครั้งนี้เป็นเพียงการใช้พวกเขาเป็นเหยื่อของนักการเมืองและนักวิชาการที่ชั่วร้ายเท่านั้น

aaaaa

ความรุนแรงเชิงโครงสร้างของอำนาจเงินที่ใช้ซื้อพรรค ซื้อ ส.ว. ซื้อองค์กรอิสระ""""""

aaa
ใครเชื่อว่าไอ้ทักสินเป็นนักสันติวิธี...ก็ออกลูกเป็นหมาหัวเน้่าแหละฟะ

อ้างอิงความเห็นนี้

#302115 » ความคิดเห็นของ เวลาไอ้ชั่วทักสินมันพูดอะไร.... (visitor) (127.0.0.1 222.123.230.181) .. Sat, 2010-03-20 08:37
เวลาไอ้พวกแดงเถือกมันพูดอะไร...กรู๋นึกว่ามันด่าตัวมันและพวกมันกันเองทุกที......เพราะที่มันด่าๆออกมานั้นน่ะเป็นพฤติกรรมของมันและพวกมันทั้งหมด......เช่น......ครอบครัวจะดีเริ่มที่พ่องี้.....ฯลฯ

ฟฟฟ

ถ้าจะเถียงก็ช่วยอธิบายหน่อยว่า พฤติกรรมของทักษิณแตกต่างกันตรงไหนกับนัยของอำมาตย์ที่พวกเขาพูดอยู่บนเวที และอำมาตย์เชิงรูปธรรมในความหมายของพวกเขาเป็นอย่างไรและแตกต่างกับที่ทักษิณเคยเป็นอย่างไร

อ้างอิงความเห็นนี้

#302116 » ความคิดเห็นของ ถึงได้เรียกพวกมันว่าเดรัจฉานวิชาเกินไง (visitor) (127.0.0.1 222.123.230.181) .. Sat, 2010-03-20 08:41
ผมคิดว่า การที่ประชาชนส่วนใหญ่ออกมาต่อสู้เพื่อทักษิณ เพราะถูกทำให้เชื่อว่า ทักษิณไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่การพยายามอธิบายของนักวิชาการกลุ่มหนึ่งว่า นี่เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเพื่อหวังเอาชีวิตของมวลชนเหล่านี้แลกด้วยการล้มล้างอำนาจรัฐในรูปแบบที่พวกเขาชิงชังนั้น เป็นความชั่วร้ายทางวิชาการ

aaa

ถึงได้เรียกพวกมันว่า.....เดรัจแานวิชาเกินไง...ทั้งบักหัวดต...บักทะเนดเสื่อมเมือง....บักใจ...บักยิ้ม....บักนิธิ...บักกะเสียน.....ฯลฯ ผศ. ดร......อ้วกกกก

อ้างอิงความเห็นนี้

#302118 » ความคิดเห็นของ แนวร่วมนิรนาม (visitor) (127.0.0.1 118.172.69.115) .. Sat, 2010-03-20 08:47
กองทัพแดง เคลื่อนพลไพร่ ไปเมืองหลวง
ก็ให้ห่วง แสนห่วง ดวงสมร
สาวเสื้อแดง อ้อนแอ้น อรชร
แม่บังอร เหนื่อยมากไหม ใจอยากรู้

ทั้งหนุ่มใหญ่ ชายฉกรรจ์ มุ่งมั่นนัก
ล้วนคึกคัก สู้ศึกใหญ่ ไม่อดสู
ทั้งปู่ย่า ตายาย ตามไปดู
การต่อสู้ สงคราม ทางความคิด

เพื่อเรียกร้อง ในสิ่งที่ พึงมีได้
และมิใช่ ใช้วิธี ที่ผิดผิด
คงไม่ต้อง แลกมา ด้วยชีวิต
อภิสิทธิ์ ยุบสภา ลาออกไป...

ด้วยสันติ วิธี อหิงสา
ขอผู้กล้า จงสมหวัง ดังฝันใฝ่
เรานักรบ ไซเบอร์ อยู่แสนไกล
ขอสู้ใน แนวตะเข็บ เว็บไซต์ เอย.....

ลงชื่อ
แนวร่วมนิรนาม

_/\_ ^0^

อ้างอิงความเห็นนี้

#302124 » ความคิดเห็นของ Love Thaksin (visitor) (127.0.0.1 98.228.36.76) .. Sat, 2010-03-20 08:56
เพราะต้องใช้กำลังตำรวจทหารจำนวนมากควบคุมสถานการณ์

รัฐบาลต้องอัดฉีดเบี้ยเลี้ยงกำลังพลห้าหมื่นคน
(ตำรวจ 24,000 นาย ทหาร 26,000 นาย) เป็นรายจ่ายก้อนโต

เพราะทหารตำรวจ 1 คน ที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง
ต้องได้รับเบี้ยเลี้ยงตามชั้นยศคนละ 180-300 บาทต่อวัน

แถมคราวนี้ "รองนายกฯสุเทพ เทือกสุบรรณ"
ยังขออนุมัติ ครม.จ่ายเบี้ยเลี้ยงเพิ่มพิเศษให้กำลังพลอีกคนละ 300 บาทต่อวัน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
ทำให้กำลังพลได้รับเบี้ยเลี้ยง 2 เด้ง เฉลี่ยวันละ 500 บาทต่อคน!!

การที่รัฐบาลใช้กำลังทั้งทหารตำรวจมากถึงห้าหมื่นคนปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง
เฉพาะเบี้ยเลี้ยงอย่างเดียวก็วันละ 25 ล้านบาทขาดตัว

ถ้าม็อบชุมนุม 10 วัน ก็ต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยง 250 ล้านบาท
ถ้าลากยาวถึง 20 วัน ก็เป็นเงิน 500 ล้านบาท
หากชุมนุมยืดเยื้อต่อไปก็ต้องจ่ายเพิ่มวันละ 25 ล้านบาทจนกว่าม็อบเสื้อแดงจะสลายตัว

นี่คือรายจ่ายพิเศษที่รัฐบาลไม่ได้ควักเงินส่วนตัว แต่ควักเงินภาษีประชาชนไปจ่ายแทน

Taken from Thairath
_______________________________________________________________

ก็อย่างว่าหละนะ
เพิ่งจะได้เงินทักษิณมา 4.6 หมื่นล้านบาท
แถมที่กู้มาอีกบานตะไท
ดังนั้นรัฐบาลอภิสิทธิ์ชนจึงไม่ยั่นที่ต้องควักเฉพาะค่าเบี้ยเลี้ยงถึงวันละ 25 ล้านบาท
นี่ไงท่อน้ำเลี้ยงตัวจริง เสียงจริง

ถ้านายไม่อมตังค์ จ่ายให้จริงทุกบาททุกสตางค์อย่างที่ขออนุมัติงบ
รับรองว่านายทหารตำรวจชั้นผู้น้อยที่มาเฝ้าม็อบคนเสื้อแดงนี้
คงอยากให้ม็อบเสื้อแดงชุมนุมไปนานๆ

แต่ก็ขอให้จ่ายวันต่อวันนะท่านเทพเทือก
ถ้ารอให้ตกเบิกปีหน้า คงไม่ไหว

อ้างอิงความเห็นนี้

#302137 » (อ้างอิงจากความเห็นที่ 302124) » ความคิดเห็นของ แนวร่วมนิรนาม (visitor) (127.0.0.1 118.172.69.115) .. Sat, 2010-03-20 09:17
Love Thaksin wrote:
เพราะต้องใช้กำลังตำรวจทหารจำนวนมากควบคุมสถานการณ์
รัฐบาลต้องอัดฉีดเบี้ยเลี้ยงกำลังพลห้าหมื่นคน
(ตำรวจ 24,000 นาย ทหาร 26,000 นาย) เป็นรายจ่ายก้อนโต

เพราะทหารตำรวจ 1 คน ที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง
ต้องได้รับเบี้ยเลี้ยงตามชั้นยศคนละ 180-300 บาทต่อวัน

แถมคราวนี้ "รองนายกฯสุเทพ เทือกสุบรรณ"
ยังขออนุมัติ ครม.จ่ายเบี้ยเลี้ยงเพิ่มพิเศษให้กำลังพลอีกคนละ 300 บาทต่อวัน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
ทำให้กำลังพลได้รับเบี้ยเลี้ยง 2 เด้ง เฉลี่ยวันละ 500 บาทต่อคน!!

การที่รัฐบาลใช้กำลังทั้งทหารตำรวจมากถึงห้าหมื่นคนปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง
เฉพาะเบี้ยเลี้ยงอย่างเดียวก็วันละ 25 ล้านบาทขาดตัว

ถ้าม็อบชุมนุม 10 วัน ก็ต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยง 250 ล้านบาท
ถ้าลากยาวถึง 20 วัน ก็เป็นเงิน 500 ล้านบาท
หากชุมนุมยืดเยื้อต่อไปก็ต้องจ่ายเพิ่มวันละ 25 ล้านบาทจนกว่าม็อบเสื้อแดงจะสลายตัว

นี่คือรายจ่ายพิเศษที่รัฐบาลไม่ได้ควักเงินส่วนตัว แต่ควักเงินภาษีประชาชนไปจ่ายแทน

Taken from Thairath
_______________________________________________________________

ก็อย่างว่าหละนะ
เพิ่งจะได้เงินทักษิณมา 4.6 หมื่นล้านบาท
แถมที่กู้มาอีกบานตะไท
ดังนั้นรัฐบาลอภิสิทธิ์ชนจึงไม่ยั่นที่ต้องควักเฉพาะค่าเบี้ยเลี้ยงถึงวันละ 25 ล้านบาท
นี่ไงท่อน้ำเลี้ยงตัวจริง เสียงจริง

ถ้านายไม่อมตังค์ จ่ายให้จริงทุกบาททุกสตางค์อย่างที่ขออนุมัติงบ
รับรองว่านายทหารตำรวจชั้นผู้น้อยที่มาเฝ้าม็อบคนเสื้อแดงนี้
คงอยากให้ม็อบเสื้อแดงชุมนุมไปนานๆ

แต่ก็ขอให้จ่ายวันต่อวันนะท่านเทพเทือก
ถ้ารอให้ตกเบิกปีหน้า คงไม่ไหว

ให้เขาทำกันไป เปลี่ยนขั้วเมื่อไร ก็ตรวจสอบทรัพย์สิน นายเทพเถือก และพลพรรคประชาธิปัตย์ให้ละเอียดยิบ
แล้วก็ยึดทรัพย์คืนแผ่นดิน เพื่อความยุติธรรม

อ้างอิงความเห็นนี้

#302167 » ความคิดเห็นของ doctor J (visitor) (127.0.0.1 58.8.89.48) .. Sat, 2010-03-20 10:27
keywordของบทความนี้คือโดยส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่า สิ่งที่สังคมพึงรังเกียจอย่างยิ่ง ไม่ใช่การใช้วิธีสละเลือดของคนเสื้อแดงเพื่อแสดงสัญลักษณ์ในการต่อสู้โดยไม่ได้ไปทำร้ายใคร หากสิ่งที่พึงน่ารังเกียจและสมควรประณามอย่างยิ่งอย่างยิ่งคือ เผด็จการที่ใช้กำลังอาวุธออกมาทำการรัฐประหารถึงแม้ว่าจะไม่มีการเสียเลือดสักหยดเดียวก็ตาม ซึ่งโดยส่วนตัว ผมเห็นด้วยและสนับสนุนแนวคิดนี้ครับ

อยากฝากข้อความนี้ไปให้คณะกรรมการสิทธิฯแห่งชาติ ที่กำลังเสนอหน้าออกมาตอนนี้ แต่ผมไม่ค่อยมั่นใจว่าพวกเขาเป็นคณะกรรมการเพื่อพิทักษ์สิทธิมนุษยชนของทุกคนในชาติ หรือพิทักษ์สิทธิของคนบางกลุ่มเท่านั้น

ตราบใดที่จุดยืนของNHRCยังคลุมเคลือ ความน่าเชื่อถือ ก็ ไม่มากไปกว่าตลกหน้าขาวอย่างปริญญา เทวดาเนรมิตร

อ้างอิงความเห็นนี้

#302176 » ความคิดเห็นของ ดอกไม้จะบาน (visitor) (127.0.0.1 58.9.99.59) .. Sat, 2010-03-20 10:52
ดอกไม้ ดอกไม้จะบาน

บริสุทธิ์กล้าหาญ จะบานในใจ

สีขาว หนุ่มสาวจะใฝ่

แน่วแน่แก้ไข จุดไฟศรัทธา

เรียนรู้ ต่อสู้มายา

ก้าวไปข้างหน้า เข้าหามวลชน

ชีวิต อุทิศยอมตน

ฝ่าความสับสน เพื่อผลประชา

ดอกไม้ บานให้คุณค่า

จงบานช้าๆ แต่ว่ายั่งยืน

ที่นี่ และที่อื่นๆ

ดอกไม้สดชื่น ยื่นให้มวลชน...

อ้างอิงความเห็นนี้

#302221 » ความคิดเห็นของ Red Simon (visitor) (127.0.0.1 118.173.5.121) .. Sat, 2010-03-20 14:26
The Times They Are A-Changin' โดย Bob Dylan :::

Come gather ’round people
Wherever you roam
And admit that the waters
Around you have grown
And accept it that soon
You’ll be drenched to the bone.
If your time to you is worth savin’
Then you better start swimmin’ or you’ll sink like a stone
For the times they are a-changin’.
Come writers and critics
Who prophesize with your pen
And keep your eyes wide
The chance won’t come again
And don’t speak too soon
For the wheel’s still in spin
And there’s no tellin’ who that it’s naming.’
For the loser now will be later to win
For the times they are a-changin’.
Come senators, congressmen
Please heed the call
Don’t stand in the doorway
Don’t block up the hall
For he that gets hurt
Will be he who has stalled
There’s a battle outside and it is ragin’.
It’ll soon shake your windows and rattle your walls
For the times they are a-changin’.
Come mothers and fathers
Throughout the land
And don’t criticize
What you can’t understand
Your sons and your daughters
Are beyond your command
Your old road is rapidly agin’.
Please get out of the new one if you can’t lend your hand
For the times they are a-changin’.
The line it is drawn
The curse it is cast
The slow one now
Will later be fast
As the present now
Will later be past
The order is rapidly fadin’.
And the first one now will later be last
For the times they are a-changin’.

อ้างอิงความเห็นนี้

#302225 » (อ้างอิงจากความเห็นที่ 302114) » ความคิดเห็นของ Anonymous (127.0.0.1 119.42.95.183) .. Sat, 2010-03-20 14:39
ความรุนแรงเชิงโครงสร้างของอำนาจเงินที่ใช้ซื้อพรรค ซื้อ ส.ว. wrote:
ผมนั่งๆ นอนๆ อยู่หน้าจอเกือบตลอด 24 ชั่วโมงตลอดเกือบ 1 สัปดาห์มานี้ นับตั้งแต่บอกว่า แดงจะมาเป็นล้านนั่นแหละครับ
แล้วผมก็เห็นคนต่างจังหวัดเพื่อนร่วมชาติของผมแห่แหนเข้ามากันจริงๆ เป็นกองคาราวานของคนจนอันยิ่งใหญ่ แม้ว่า จะห่างล้านไปไกลอีก 9 แสนกว่าๆ แต่บนเวทีก็ยังช่วยกันหลอนมวลชนของตัวเองว่า มากันเป็นล้านแล้ว บางช่วงก็บอกว่า 3 ล้านแล้ว

หลายคนพากันตื่นเต้นอึกทึกที่มีคนกรุงเทพฯ ออกมาโบกไม้โบกมือต้อนรับคนเสื้อแดง แล้วเหมาเอาว่า คนกรุงเทพฯ เห็นด้วยกับคนเสื้อแดงแล้ว ผมก็ไม่เห็นแแปลกตรงไหน เพราะเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคของทักษิณก็มีเสียงของคนกรุงเทพฯ ไม่น้อย

แต่นี่คือประชาธิปไตย ที่สู้กันด้วยเสียงข้างมากในระบบตัวแทน ถ้าจะบอกว่า คนที่ออกมาเป็นคนยากคนจนในต่างจังหวัด ก็ยังมีคนยากคนจนในต่างจังหวัดอีกมากที่ไม่เห็นด้วย

ผมไม่รู้เหมือนกันว่า การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างที่พวกเขากำลังหลอกลวงมวลชนได้อย่างไร นอกจากการต่อสู้เพื่อทักษิณที่วิดีโอลิงก์เหมือนคนบ้ามาทุกคืน

ผมพูดไปหลายครั้งแล้วว่า รัฐบาลชุดนี้มีที่มาอย่างชอบธรรม ผมได้ยินว่า นักวิชาการแดงซ่อนรูปอย่างนิธิบอกว่า รัฐบาลมีที่มาไม่ชอบธรรม ผมก็เลยสงสัยว่า ถ้าวันนั้นหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินที่ชื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ชนะโหวตอภิสิทธิ์ พวกเขาจะบอกว่า พล.ต.อ.ประชาจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ชอบธรรมหรือไม่

ผมได้ยินพวกเขาแก้ประเด็นนี้ว่า ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเสียงข้างมาก แปลว่า เขาต้องการนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ผมก็สงสัยว่า แล้วทำไมพรรคเพื่อไทยเสนอนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อแผ่นดินที่เป็นพรรคเสียงข้างน้อย

แล้วถ้าผมจะย้อนกลับไปบ้างว่า ตอนที่เลือกตั้งครั้งแรกหลังรัฐประหาร 19 กันยานั้น พรรคเพื่อแผ่นดิน รวมใจไทยชาติพัฒนา ชาติไทย ล้วนแล้วแต่ทำให้ประชาชนเชื่อว่าไม่เอาทักษิณใช่หรือไม่

ระบอบทักษิณนั้นมีที่มาจากการเลือกตั้งแน่ แต่ทำไมมองไม่เห็นเลยหรือถึงความรุนแรงเชิงโครงสร้างของอำนาจเงินที่ใช้ซื้อพรรค ซื้อ ส.ว. ซื้อองค์กรอิสระ และการใช้อำนาจนอกกระบวนการยุติธรรมแบบฆ่าตัดตอน และการหาประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนของตัวเองผ่านอำนาจรัฐเลยหรือ

ชาวชนบทอาจรักทักษิณที่เอาเงินไปให้กู้ยืม ผมคิดว่า แม้แต่นักวิชาการที่รักทักษิณอยู่ในเวลานี้ (ซึ่งชอบคุยว่า ผมเคยด่าทักษิณมาก่อน) ก็ฉลาดพอที่จะรู้ถึงผลกระทบที่ตามมา และรู้อยู่ว่า เป็นเพียงการเอาเงินของรัฐไปหว่านเพื่อหวังผลประโยชน์ในการเลือกตั้งเท่านั้น และรู้ว่านโยบายประชานิยมนั้นยิ่งทำให้คนในชนบทต้องพึ่งพิงกับระบอบอุปถัมภ์ของนักการเมืองมากกว่าการช่วยเหลือตัวเอง

มีการวิจัยและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบแล้วว่า นโยบายประชานิยมของทักษิณนั้น ทำให้ประชาชนยากจนขึ้น มีหนี้สินเพิ่มขึ้น และผลประโยชน์นั้นตกอยู่กับบริษัททุนขนาดใหญ่ของพวกทักษิณ เพราะประชาชนนั้นใช้จ่ายฟุ่มเฟือยขึ้นจากเงินที่ได้รับมา

พวกเขาบอกว่า ออกมาเพื่อไล่อำมาตย์ แล้วอำมาตย์คืออะไร ใครบ้างที่ควรจะถูกนิยามว่าเป็นอำมาตย์

แล้วอำมาตย์ในฟากทักษิณจะต้องไล่ออกไปด้วยหรือไม่ เพราะผมเห็นว่า แท้จริงแล้ว ทักษิณก็คือ อำมาตย์ ไปดูรูปของทักษิณที่แต่งเครื่องทรงเต็มยศที่ชาวบ้านแห่แหนอยู่นี่คือ อำมาตย์ใหญ่ใช่หรือไม่ ทักษิณก็ใช้ระบบราชการหาประโยชน์ และตอบแทนข้าราชการและนักวิชาการที่สามิภักดิ์ด้วยตำแหน่งและผลประโยชน์

ถ้าจะเถียงก็ช่วยอธิบายหน่อยว่า พฤติกรรมของทักษิณแตกต่างกันตรงไหนกับนัยของอำมาตย์ที่พวกเขาพูดอยู่บนเวที และอำมาตย์เชิงรูปธรรมในความหมายของพวกเขาเป็นอย่างไรและแตกต่างกับที่ทักษิณเคยเป็นอย่างไร

ตอนนี้พวกฝ่ายซ้ายฝันเฟื่องคิดว่า สีแดงซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ที่พวกเขาเคยต่อสู้ในนามของพรรคคอมมิวนิสต์นั้นกำลังฟื้นคืนชีพ เขาผลักชาวบ้านยากจนที่ถูกหลอกให้ใส่เสื้อแดง และถูกปลุกให้คลั่งแค้นด้วยคลิปเสียงปลอมของอภิสิทธิ์ออกไปเป็นแนวหน้าในการต่อสู้กับอำนาจรัฐอย่างเหี้ยมโหด

เขาบอกให้ผู้ชุมนุมต่อสู้ด้วยสันติวิธี แต่กลับระดมมวลชนเจาะเลือดเพื่อเอาไปละเลง เพราะรู้อยู่แล้วว่า นี่เป็นเป็นวิธีการที่จะนำไปสู่การปลุกเร้าให้พวกเขาคลั่งแค้นมากขึ้น

นักวิชาการแดง สื่อมวลชนแดง และคนเดือนตุลาที่ยังหลงเพ้อพากันตัดแต่งวาทกรรมให้เห็นว่า การต่อสู้ของพวกเขามีความชอบธรรม เป็นการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม เพื่อประชาธิปไตย ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วเป็นการต่อสู้เพื่อทักษิณคนเดียว

มวลชนในต่างจังหวัดถูกขับเคลื่อนด้วยหัวคะแนนของทักษิณ นักการเมืองในฟากของทักษิณ สื่อมวลชนรับรู้กันอย่างกว้างขวางถึงกระบวนการกะเกณฑ์คนชนบทออกมา มีคลิปแจกเงินให้เห็น และตกลงราคากันที่ 3 วัน 2,000 บาทบ้าง 3,000 บาทบ้าง เอาเถอะครับว่า อาจมีคนที่ออกมาด้วยหัวจิตหัวใจและอุดมการณ์ แต่ก็ไม่สามารถมองข้าม “ปริมาณ” ของข้อเท็จจริงในมวลชนได้

และมวลชนที่รับเงินทักษิณมาก็ไม่ผิด เพราะพวกเขาต้องทิ้งบ้านทิ้งเรือน ทิ้งงาน และมีค่ารถ ค่าน้ำมันที่ต้องใช้จ่าย และนี่เป็นข้อเท็จจริงที่เป็นปัญหาระบอบประชาธิปไตยของบ้านเราอยู่แล้ว

นักวิชาการแดงและบนเวทีพยายามอธิบายตอบโต้ข้อเท็จจริงนี้ด้วยวิธีง่ายๆ ว่า คนที่กล่าวว่าเสื้อแดงรับเงินมานั้น ดูถูกคนจน และปลุกเร้าให้คนจนเห็นว่า นี่คือการเหยียดหยามทางชนชั้น กล่าวหาว่า คนจนโง่และไม่มีสมอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ตลกสิ้นดี เพราะถ้าอย่างนั้น ผมจะพูดบ้างว่า พวกคุณกำลังกล่าวหาคนที่ไม่เชื่อว่า การต่อสู้ของทักษิณเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเป็นคนโง่หรือไม่มีสมองเช่นนั้นหรือ

แต่ผมเห็นใจและเข้าใจมวลชนเสื้อแดงที่มาจากชนบท พวกเขาถูกทำให้เชื่อว่า ทักษิณถูกกลั่นแกล้งด้วยอำนาจแฝงที่ชั่วจากการปลุกเร้าด้วยความเท็จบนเวที

ผมคิดว่า การที่ประชาชนส่วนใหญ่ออกมาต่อสู้เพื่อทักษิณ เพราะถูกทำให้เชื่อว่า ทักษิณไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่การพยายามอธิบายของนักวิชาการกลุ่มหนึ่งว่า นี่เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเพื่อหวังเอาชีวิตของมวลชนเหล่านี้แลกด้วยการล้มล้างอำนาจรัฐในรูปแบบที่พวกเขาชิงชังนั้น เป็นความชั่วร้ายทางวิชาการ

เพราะแท้จริงแล้ว ทักษิณเพียงแต่ต้องการต่อสู้เพื่อล้มล้างอำนาจรัฐ แล้วเอาอำนาจรัฐที่จะเข้าไปแก้ไขความผิดต่างๆ ของตัวเองเท่านั้น ซึ่งนี่เป็นข้อเท็จจริงที่คนมีสติปัญญาขั้นพื้นฐานต้องรู้

การต่อสู้เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืน และการทำให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมนั้นโดยความหมายของมันเป็นวิถีทางการต่อสู้ที่ชอบธรรมอย่างแน่นอน แต่คำถามว่า เราจะพบมันในการต่อสู้เพื่อให้ทักษิณกลับจากความผิดเป็นถูกอย่างที่เป็นอยู่จริงๆ หรือ

ผมเห็นใจและกำลังใจมวลชนรากหญ้าเสื้อแดงที่ออกมาชุมนุมกันที่ถนนราชดำเนิน

ผมหวังว่า วันหนึ่งพวกเขาจะรับรู้ว่า ระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืนนั้นพวกเขาสามารถสร้างได้ด้วยตัวเอง และมองเห็นว่า การต่อสู้ครั้งนี้เป็นเพียงการใช้พวกเขาเป็นเหยื่อของนักการเมืองและนักวิชาการที่ชั่วร้ายเท่านั้น

aaaaa

ความรุนแรงเชิงโครงสร้างของอำนาจเงินที่ใช้ซื้อพรรค ซื้อ ส.ว. ซื้อองค์กรอิสระ""""""

aaa
ใครเชื่อว่าไอ้ทักสินเป็นนักสันติวิธี...ก็ออกลูกเป็นหมาหัวเน้่าแหละฟะ

"แต่นี่คือประชาธิปไตย ที่สู้กันด้วยเสียงข้างมากในระบบตัวแทน ถ้าจะบอกว่า คนที่ออกมาเป็นคนยากคนจนในต่างจังหวัด ก็ยังมีคนยากคนจนในต่างจังหวัดอีกมากที่ไม่เห็นด้วย"

ถูกแล้ว ทั่วประเทศมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับทักษิณ และแนวทางประชาธิปไตยก็เป็นการตัดสินโดยเสียงส่วนใหญ่
ก็ในเมื่อทักษิณชนะใจประชาชนได้คะแนนเสียงเลือกตั้งมากที่สุด แล้วทำไมไอ้พวกอำมาตย์จึงไม่ยอมรับ ทำปฏิวัติโค่นล้มทักษิณ อย่างนี้ยังมีปากมาพูดอีกหรือว่า นี่คือประชาธิปไตย ทำไมไม่ออกมาประณามไอ้พวกอำมาตย์ด้วยกันเล่าเพื่อนเอ๋ย ด่า ๆ แต่ทักษิณ ตกลงมึงอยู่ข้างประชาธิปไตยหรืออำมาตย์กันแน่ เอาให้ชัด ๆ อย่าสับสนตัวเอง

อ้างอิงความเห็นนี้

#302246 » ความคิดเห็นของ นักรบสันติวิธี (visitor) (127.0.0.1 125.25.248.152) .. Sat, 2010-03-20 15:34
สันติวิธีมีที่มานานแล้ว แต่เราขาดการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยในมิตินี้ต่างหาก จึงเพิ่งแลเห็นมันในสมัยปัจจุบัน

อ้างอิงความเห็นนี้

#302275 » ความคิดเห็นของ Suwannaphnume (visitor) (127.0.0.1 111.118.138.137) .. Sat, 2010-03-20 17:19
agreed with you krub, acharn suchart.

i hope that apisid sees what you said in this article.

การปิดสนามบิน การปิดทำเนียบ

การปิดสนามบิน การปิดทำเนียบ การปิดรัฐสภา การถอยรถทับชนตำรวจ พ่นน้ำลายใส่หัวตำรวจ เอาด้ามธงฝากใว้ที่ตัวตำรวจ หรือขนระเบิดมาเตรียมระเบิด ตั้งแก็งค่ายบังเกอร์ในทำเนียบกลางเมือง ปล้นรถเมล์ ยึดรถเมล์ อนุญาติให้สมาชิกพกปืนได้ ยังไม่นับอีกร้อยกว่าคดี หรือนี่เป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมายไทยทุกประการ

มนุษย์ประชาชนที่มีวิจารณญาณแห่งความถูกต้องหรือถ้ายังเป็นคนอยู่ ย่อมรู้ผิดชั่วดีไม่ใช่และไม่ควรที่สนับสนุนให้ม็อบโจรคณาธิปไตยแบบนี้เกิดขึ้นและเป็นมาตรฐานให้ม็อบเถื่อนถ่อยรุ่นหลังตามมา

โดยมีประชาชนเป็นฐานเครื่องมือที่ถูกอคตินำพาให้รับสื่อทิศทางเดียว ข้อมูลที่ถูกป้อนให้ฝ่ายเดียว เป็นกลุ่มสื่อที่ร่วมอคติชนที่คิดในแนวทางเดียวกันสะกดจิตให้รับแต่ข้อมูลแต่ไม่สนใจข้อเท็จจริง ถูกสอนให้เกลียดชังคนคิดต่าง มองคนจนคนขาดโอกาศเป็นคนโง่ไม่ฉลาดเหมือนตน ถูกแกนนำฝึกมองโลกให้เป็นสุดโต่ง ดำขาวนรกสวรรค์ ซึ่งโดยธรรมชาติทุกสรรพสิ่งแล้ว ไม่มีใครดีที่สุดและไม่มีใครชั่วที่สุดมีเทากันไป แกนนำจะมาฝึกกล่อมให้ประชาชนเป็นอย่างนี้ไมได้ สงสารบางคนที่ต้องเอาหูฟังวิทยุตลอดเวลาเพราะไม่อยากพลาดฟังการด่า การสาบแช่ง การสบถทุกๆเรื่อง

แถมประชาชนที่เป็นฐานเครื่องมือยังหลงตัวเองอีกนะ คิดไปเองว่ามากู้ชาติ คิดไปเองว่าฉลาดรู้ทัน คิดไปเองว่าตัวเองเก่งเป็นผู้มีความรักบ้านรักเมืองเห็นแก่ชาติ คิดไปเองว่าตัวเองมีประชาธิปไตยอย่างสูงแม้แต่เสรีภาพทางความคิด คนกลุ่มนี้ยังรับความคิดเห็นเสรีภาพของคนอื่นไม่ได้ ใครคิดต่างป็นคนโง่ตามที่แกนนำและพิธีกรสะกดจิตในเคเบิ้ล รับแต่ข้อมูลแต่ข้อเท็จจริงไม่สน และเป็นต้นฉบับ master สื่อที่กรอกข้อมูลฝ่ายเดียวให้ประชาชนกลุ่มนี้ คือยิ่งอ่านหนังสือน้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วและไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองไทยการพัฒนาของระบอบประชาธิปไตยไทยที่ต้องอดทนเรียนรู้ คือถ้าเขาบอกนักการเมืองชั่วเลวโกงกินต้องอคติและพร้อมจะช่วยรื้อโครงสร้างและทำลายระบบนี้ทันทีและสนับสนุนทุกวิถีทางให้ทำลายล้างผลาญให้จบสิ้นให้ได้

ทั้งที่ประเทศทั่วโลกเขาลองใช้และผ่านการฆ่าฟันใช้ทุกระบบมาหมดแล้วแต่ไม่มีระบบไหนเหนือประชาธิปไตยเหนือกฏแห่งธรรมชาติที่มนุษย์ทกคนมีเสีภาพขั้นพื้นฐานทุกๆคนไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร ทุกๆคนมีสิทธิ์ในการลงคะแนนเสียง 1 เสียงเท่ากันมีสิทธิที่จะเลือกเสรีภาพตามความต้องการของตัวเอง ฉันทามติคือบทสรุปเหนือตะแบงทั้งปวง ถ้าคุณคิดจะเปลี่ยนจากระบบนี้เป็น 70:30 ก็ตามพวกเราต้องรื้อสอนสังคมกันใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ชั้นประถมที่เวลาเลือกหัวหน้าห้องก็ต้องแต่งตั้งขึ้นมาตามใจผู้มีอำนาจผู้ที่เห็นว่าดี ผู้ที่เห็นว่าปกครองได้ แต่งตั้งจากอะไร ได้รับเสียงสนับสนุนจากทุกคนในห้องจริงหรือไม่ เป็นอำนาจที่ได้รับความชอบธรรมหรือไม่ ลองคิดดูว่าสังคมมันเพี้ยนขนาดใหน ส่วนหนึ่งเพราะทางแกนนำที่ไม่สามารถลงเลือกตั้งไม่สามารถแปรนโยบายให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างเดียวต่อคนส่วนใหญ่ได้พวกนี้มักจะปากดีอยู่ข้างสนามเหมือนคนเล่นหมากรุกแล้วมีคนดุ พวกนี้รู๔ทันทุกเรื่องทุกอย่าง แต่ไม่เคยรู้ทันปากท้องพี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาศและไม่เข้าถึงนโยบาย ไม่เคยรู้ถึงโครงสร้างพื้นฐานของสังคมที่คนมีสะสมกินกัน 200 ชาติก็ไม่หมดจากระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา โดยอาศัยพรรคการเมืองพรรคข้าราชการและนักการเมืองเป็นฐานอำนาจธุรกิจ(แต่ปากด่านักการเมืองชั่ว นักการเมืองเลว นักการเมืองซื้อเสียง แต่ข้าราชการ(อํามาตย์)เราไม่คอรับชั่นเราไม่เอื้อพวกพ้องไม่เอื้อหน่วยงานตนเอง)กลุ่มทุนกลุ่มผลประโยชน์และพรรคข้าราชการ(อำมาตย์)ที่เป็นอีแอบเล่นข้างหลังนอมินีบุคคลพวกนี้เหมือนกันที่ชอบเล่นเกมใต้ดินพวกนี้เป็นพวกกาฝากสังคมที่เกาะกินผลประโยชน์คนส่วนใหญ่ บ้างวันก็ปากดีออกมาเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผลประโยชน์ตัวเอง หากใตร่ตรองและเปิดสมองดูดีๆจะรู้ว่าชาติเริ่มจะพังตั้งแต่เพี้ยนสนับสนุนการยึดอำนาจรัฐด้วยการสนับสนุนทหารให้ทำการรัฐประหาร ร่วมถึงร่วมปิดทำเนียบและปิดสนามบิน

ยาก ถ้าเมืองไทยยังเต็มไปด้วย ปัญญาชนหางเครื่องเผด็จการ(ปัญญาชนรุ่นใหม่รับสื่อรับข้อมูลตามสื่อกระแสหลัก) สื่อกระแสหลักที่รับใช้อำมาตย์เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ นักวิชาการที่โตมาด้วยทุนของอำมาตย์ นักวิชาการกลุ่มนี้จะคิดเพียงแต่ประดิษฐ์ประดอยคำพูดสวยหรูเพื่อประสานกับสื่อกระแสหลักรับใช้อำมาตย์เผด็จการ และกลุ่มทุนกลุ่มธุรกิจที่พร้อมพันตัวแปลงร่างตามที่ใครจะมามีอำนาจเพื่อผลประโยชน์ของธุรกิจตัวเอง แทนที่จะคิดถึงหลักการส่วนรวมที่ต้องพังไป

หากชีวิตเรายังไม่สิ้น เราคงๆได้เห็นการสร้างภาพให้ดอกไม้แก่ทหาร เวลาเอารถถังถือปืนมายึดอำนาจที่มาจากการเลือตั้งของประชาชนทั้งประเทศ แล้วเราจะเห็นภาพซ้ำๆการออกมาประสานเสียงเป็นแนวทางเดียวกัน

หากคนไทยเราไม่มีจิตสำนึกหวงแหนอำนาจที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน ตามฉันทามติและจัดการสิ่งที่ผิดด้วยระบบของกฏหมายตามหลักการนิติรัฐ นิติธรรม โดยยึดหมั่นในระบบรัฐสภาปวงชน เมื่อนั้นประเทศหาความสงบสุขได้ยากจริงๆ เพราะสุดท้ายแล้ว ต้นทางกระบวนการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ยังถูกฉีกทิ้งได้โดยง่ายดาย ไม่ต้องหวังถึงความชอบธรรมอื่นใดทั้งสิ้นที่จะไม่ถูกฉีกทิ้ง 2 มาตรฐานจะปรากฏขึ้นในสังคมไทยต่อไป ให้เป็นเรื่องน่าอาย น่ารังเกียจแก่รุ่นลูกรุ่นหลานว่าคนยุคนี้ทำบัดซบกับบ้านเมืองไทย

ยังโง่ไม่รู้ตัวอีกว่าวันที่รัฐประหาร ที่เขาจัดฉากไปให้ดอกไม้กันก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งไอ้เจ้าของสื่อสะกดจิตทางเคเบิ้ล นำไปซื้อไปแจกให้ทหารแท้ๆ ซึ่งไม่ต้องบอกถึงความ บรมโง่บัดซบ ไม่รักเสรีภาพของตัวเอง ของพวกชนชั้นกลางในเมือง พวกทาสศักดินาเผด็จการ ชาตินี้พวกมรึงต้องถูกกดหัวทั้งชาติ ให้เขาแดกผลประโยชน์ชาติ แล้วโยนเศษกระดูกนโยบายอันน้อยนิดให้พวกมึงแดก โง่ไม่รู้เสรีภาพของตัวเอง เรื่องทักษิณมันเป็นเบี้ยตัวประกอบฉากของฝ่ายเสื้อแดงโว้ย ของจริงคือรื้อโครงสร้างระบบ คุกควยนี่ไปให้หมด แค่เกิดเปนคนแล้วยอมรับให้มีรัฐประหารนี้ก็น่าอายในความเป็นคนจริงๆ ไปเป็นเหี้ยดีกว่า

klwrJSZa pUiWlmX

klwrJSZa pUiWlmX

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน