สัมภาษณ์ ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์: สันติวิธีของคนกรุงเทพฯเป็นเรื่องเหลวไหลและใจแคบ

 

หมายเหตุ ถอดความจากรายการประชาไทใส่เสียงรายวันประจำวันที่ 10 มี.ค. 2553 คลิกฟังที่นี่

“การที่คนกรุงเทพฯ กลุ่มหนึ่งคิดว่ารักสันติ จนถือดีมาบอกว่า คนเสื้อแดงคนอื่นๆ ที่มาชุมนุมไม่ใช่คนไทย
นี่มันคือการดูถูกความเป็นมนุษย์ของเขาอย่างถึงที่สุด ความเป็นคนไทยมันอยู่ที่ตัวตนของคนเรา
มันไม่ได้อยู่ที่การที่เขามีความคิดทางการเมืองที่แตกต่างกับคนกรุงเทพฯ ”

ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

พิณผกา: วันนี้เราจะพูดถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้า คือ วันที่ 12- 14 มีนาคมนี้ ซึ่งคนเสื้อแดงก็จะออกมาชุมนุมโดยที่มีข้อเรียกร้องหลักก็คือ ให้รัฐบาลยุบสภาแต่ในขณะเดียวกัน กระแสสังคมและภาพในสื่อกระแสหลักจะสะท้อนมุมมองของคนกรุงเทพฯ จำนวนไม่น้อย ที่ออกมาแสดงความวิตกกังวลในเรื่องความรุนแรง ประชาไทใส่เสียงพูดคุยกับคุณศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ เป็นนักวิชาการอิสระ ซึ่งมีผลงานผ่านทางเว็บไซต์ประชาไท เป็นทั้งบทความและบทสัมภาษณ์ รวมถึงมีผลงานแปลคือ “รัฐศาสตร์ไม่ฆ่า” และผลงานเขียนคือหนังสือชื่อ “ประชาธิปไตยไม่ใช่ของเรา” ศิโรตม์สอนทฤษฎีการเมืองสมัยใหม่ให้กับโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และวิชาการเมืองและสังคมไทยสมัยใหม่ให้กับโครงกรสิทธิมนุษยชนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

                                                                             0000


โง่ – จน – อคติความเชื่อเดิมๆ ต่อชาวชนบทของสังคมไทย
พิณผกา: บรรยากาศของสังคมคนกรุงเทพฯ ตอนนี้ที่แสดงความวิตกกังวลกันค่อนข้างมากเรื่องของความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 12 นี้ อะไรที่ทำให้คนกรุงเทพฯ หวาดกลัวคนเสื้อแดงมากขนาดนี้

ศิโรตม์: ผมคิดว่าการที่คนกรุงเทพฯ หวาดกลัวคนเสื้อแดง มาจากหลายๆ ปัจจัย ปัจจัยหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสำคัญมากๆ คือ คนกรุงเทพฯ ถูกรัฐบาลให้ข้อมูลด้านเดียวเกี่ยวกับคนเสื้อแดงมาเป็นเวลานานมาก เวลาเราฟังเจ้าหน้าที่ของรัฐเวลาเราฟังรัฐมนตรีหรือว่าเวลาเราฟังบุคคลสำคัญ ของหน่วยราชการต่างๆ พูดถึงคนเสื้อแดง ผมคิดว่าภาพมันออกมาค่อนข้างชัดเจนว่า รัฐบาลและข้าราชในปัจจุบันนี้พยายามที่จะทำให้ภาพของคนเสื้อแดงนี่เป็นเหมือนกับศัตรูของชาติ หรือพูดง่ายๆ คือว่ารัฐบาลทำให้คนเสื้อแดงนี่เป็นเหมือนกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อน แล้วก็พยายามจะสร้างภาพของคนเสื้อแดงที่จะเข้ามากรุงเทพฯ เหมือนกับว่าเป็นการเดินทัพหรือว่าเป็นการเดินทางของพรรคคอมมิวนิสต์ที่จะเดินทางมายึดเมืองหลวงอะไรทำนองนี้ อันนี้คือข้อหนึ่งที่เกิดขึ้นคือว่า การสร้างข่าวของคนเสื้อแดงในด้านลบมาเป็นเวลานาน

อันที่ 2 ก็คือ การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงเราปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีลักษณะหลายๆ ด้านซึ่งขัดแย้งหรือว่าแตกต่างกับทัศนคติของคนกรุงเทพฯ แตกต่างกับรสนิยมของคนกรุงเทพฯ แตกต่างกับวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ หลายเรื่อง เราปฏิเสธไม่ได้ในฐานะที่เราเป็นคนกรุงเทพฯ ว่าคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มีทัศนคติต่อคนชนบทในแง่ลบอยู่แล้ว คนกรุงเทพฯ ถูกสอนมาตลอดเวลาว่าคนชนบทคือคนโง่ ถูกสอนมาตลอดเวลาว่าคนชนบทคือคนที่ไร้การศึกษา คือคนที่ถูกซื้อเสียงได้ เพราะฉะนั้นแล้วสำหรับคนกรุงเทพฯ เขามีความคิดอยู่ก่อนแล้วว่าคนชนบทไม่รู้เรื่องการเมือง เป็นเหยื่อของนักการเมืองถูกนักการเมืองหลอก อันนี้คืออคติที่มีมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ

อคติข้อที่สองก็คือ ความรู้สึกว่าคนชนบทคนเสื้อแดงเป็นคนซึ่งหัวรุนแรง เป็นคนซึ่งถูกซื้อถูกหลอกใช้ด้วยพรรคไทยรักไทยโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นี่คืออคติข้อที่สอง แล้วผมคือว่าถ้าเราไล่ไปเรื่อยๆ นี่ ความไม่พอใจของคนกรุงเทพฯ ต่อคนเสื้อแดงมันก็มีอคติแบบนี้ซ่อนเร้นอยู่เยอะ แยะเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นผมคิดโดยเบื้องต้นผมคิดว่ามันอาจจะมีอยู่สองเรื่องที่ทำให้คนกรุงเทพฯ ไม่ค่อยไว้ใจคนเสื้อแดง ข้อหนึ่งก็คือการตกเป็นเหยื่อของข่าวที่รัฐบาลพยายามสร้างมาเป็นเวลานาน ข้อสองก็คือ อคติดั้งเดิมของคนกรุงเทพฯ เองต่อคนชนบท หรือต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศก็ว่าได้ ที่มีมานานแล้วก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะขึ้นมา เพราะตอนนี้อคติแบบนี้มันถูกใช้โดยรัฐบาลชุดนี้มากขึ้น จนทำให้เราเห็นความรู้สึกของคนกรุงเทพฯ ที่มีต่อคนเสื้อแดง ในแบบที่เหมือนกับเขาเป็นศัตรูอยู่ในปัจจุบัน


พื้นฐานความคิดคนละชุด
พิณผกา: แต่ว่าถ้ามองในมุมกลับอันนี้คือความล้มเหลวของคนเสื้อแดงเองด้วยหรือเปล่า ในการที่จะขยายเครือข่ายหรือขยายความเข้าใจไปสู่สื่อกระแสหลักแล้วก็ชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ?

ศิโรตม์: ผมคิดว่าถ้าพูดถึงความล้มเหลวก็ต้องพูดว่ามันเป็นความล้มเหลวในเงื่อนไขแบบไหน? เช่น ผมคิดว่าถึงที่สุดแล้วสิ่งที่คนเสื้อแดงพยายามจะพูด เป็นสิ่งซึ่งอยู่นอกกรอบความเข้าใจของคนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะความเข้าใจทางการเมืองของคนกรุงเทพฯ ทั้งชุดเลย สิ่งที่เราเห็นจากการชุมนุมคนเสื้อแดงคืออะไร เราเห็นการชุมนุมของคนจากต่างจังหวัดจำนวนมาก เราจะเห็นการชุมนุมของคนชั้นล่างจำนวนมากเราเห็นการชุมนุมโดยใช้เรื่องมือทางวัฒนธรรมเพลงลูกทุ่ง ใช้หมอลำ ใช้ศิลปินใช้นักร้องที่คนกรุงเทพฯ จะมองว่าเป็นคนละชั้นจำนวนมาก สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้คนเสื้อแดงพูดถึงประชาธิปไตยหรือพูดถึงการเมืองรวมทั้งเคลื่อนไหวทางการเมืองในโหมดหรือว่าในแบบแผนซึ่งยากมาที่คนกรุงเทพฯ จะเข้าใจพวกเขาได้

อย่างเช่นถ้าคนกรุงเทพฯ จะเข้าใจคนเสื้อแดงได้จะต้องมีความคิดอะไรบ้าง อย่างหนึ่งก็คือจะต้องคิดว่าคนชนบทนี่ก็รู้เรื่องการเมืองได้ อย่างที่สองคือต้องคิดว่าคนเราไม่ว่าจะมีการศึกษามากน้อยไม่ได้เป็นเหตุให้ เขามีสิทธิทางการเมืองต่างกัน อย่างที่สามต้องมีความคิดว่า คนเราไม่ว่าจะเป็นคนชนบทหรือคนชั้นล่าง ไม่ว่าเขาจะมีวิถีชีวิตแบบไหน เขาจะมีวัฒนธรรมแบบไหนเขาเป็นคนเท่ากับเรา เฉพาะแค่สามเรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่อยู่นอกความเข้าใจของคนกรุงเทพฯ จำนวนมากในปัจจุบันแล้ว

เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงความล้มเหลวของคนเสื้อแดงก็พูดได้ว่ามีความล้มเหลว แต่ว่าคำถามที่ต้องคิดคือ การเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนเสื้อแดงในเรื่องต่างๆ บนพื้นฐานแบบนี้ ใครบ้างที่จะทำสำเร็จ ใครบ้างที่จะชนะ หรือทำให้คนชั้นกลางในกรุงเทพฯ เข้าใจได้ ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องยากเพราะว่าสิ่งที่คนเสื้อแดงพูดนี่มันมาจากโลกทัศน์อีกชุดหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่ามันไกลตัวคนกรุงเทพฯ โดนเฉพาะคนชั้นกลางค่อนข้างมาก

ไม่ใช่แค่ดัดจริตชนชั้นกลาง แต่เป็นรากลึกที่ฝังมานาน
พิณผกา: อันนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของจริตใช่ไหม?

ศิโรตม์: ไม่ใช่ สิ่งที่เราพบเห็นในท่าทีของคนกรุงเทพฯ ต่อคนเสื้อแดงนี่ไม่ใช่แค่เรื่องจริต หรือไม่ใช่แค่เรื่องที่หลายคนวิจารณ์ว่าเป็นความดัดจริตของชนชั้นกลาง ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่มีรากฝังเป็นเวลานานมากๆ อย่างเช่น เรื่องหนึ่งที่ผมค้นพบจากการกลับไปอ่านงานของนักวิชาการรุ่นเก่าๆ ที่ทำ เรื่องการเมืองไทย จริงๆ ก็ไม่ใช่รุ่นเก่าบางคนก็ยังมีชีวิตอยู่ เป็นนักวิชาการรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ รุ่นอาวุโสเยอะแยะ พอเรากลับไปอ่านด้วยสายตาอีกแบบหนึ่ง ผมพบว่ามันมีร่องรอยของการมองชาวบ้านหรือมองคนส่วนใหญ่ในแง่ดูถูกหรือแง่ลบไปหมดเลย นักวิชาการรัฐศาสตร์คนหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงมากเป็นอันดับต้นๆ ในเมืองไทย เขียนถึงการเมืองไทยไว้ว่ามีปัญหาเพราะคนชนบทขาดการศึกษา นักวิชาด้านนิติศาสตร์คนหนึ่งที่เป็นปรมาจารย์ทางด้านกฎหมายมหาชนในปัจจุบันนี้เลยก็ว่าได้ เขียนถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญไทยว่า สาเหตุที่มีการฉีกรัฐธรรมนูญค่อนข้างเยอะเป็นเพราะว่า รัฐธรรมนูญไทยไม่สามารถตอบสนองความต้องการของชนชั้นนำได้อย่างเต็มที่ นี่คืออคติที่สอนอยู่ในระบบการศึกษาในมหาวิทยาลัยมาเป็นเวลานาน นี่คือตัวอย่างหนึ่งแค่นั้นเองว่า วิธีคิดหรือมุมมองที่ชนชั้นกลางมีต่อเสื้อแดงเองไม่ใช่แค่เรื่องดัดจริต แต่ว่าเป็นผลของการถูกครอบงำด้วยอุดมการณ์ต่างๆ ถูกครอบงำด้วยวัฒนธรรมต่างๆ หรือวาทกรรมต่างๆ ซึ่งยากมากที่ชนชั้นกลางจะหลุดจากกรอบนี้ได้

การใช้คำพูดต้องระวัง
พิณผกา: พยายามที่จะเข้าใจชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ มากขึ้น แกนนำของคนเสื้อแดงก็อาจจะมีส่วนทำให้เกิดความรู้สึกไม่ไว้วางใจด้วยหรือเปล่า? การพูดของคนเสื้อแดงซึ่งไม่เป็นภาพอันหนึ่งอันเดียวกัน เช่น บางคนพูดคล้ายๆ ว่าจะเกิดความรุนแรงเกิดขึ้น แล้วก็มักจะถูก quote ซ้ำๆ ในสื่อต่างๆ หรือว่าการที่คนเสื้อแดงเชื่อมโยงอยู่กับคุณทักษิณค่อนข้างมาก มันทำให้เกิดอคติต่อการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงว่า ทั้งหมด สารอย่างที่คุณศิโรตม์พูดมาอาจจะไม่ใช่ของคนเสื้อแดงก็ได้ ที่สุดแล้วเสื้อแดงอาจจะต้องการสู้เพื่อผู้นำที่เขาชอบก็คือคุณทักษิณเท่านั้น

ศิโรตม์: คำตอบก็คงจะมีอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกก็คือ ถ้าเรามองจากจุดยืนเรื่องประชาธิปไตย ต่อให้คนเสื้อแดงจะสู้เพื่อคุณทักษิณ ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาอะไร เพราะว่าคนทุกคนมีสิทธิที่จะมีผู้นำทางการเมืองที่เขาชอบได้ แล้วถ้าผู้นำทางการเมืองของเขาถูกกระทำด้วยเรื่องที่เขารู้สึกว่ามันไม่เป็นธรรม เขาก็มีสิทธิแสดงออกได้ ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าคุณอภิสิทธิ์ถูกกระทำแบบเดียวกัน ผมก็เชื่อว่าคงมีคนจำนวนมากที่ชอบคุณอภิสิทธิ์ออกมาประท้วงหรือออกมารวมตัว กันแบบนี้เหมือนกัน ผมไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาอะไร

เว้นแต่ว่า เราจะมองเรื่องนี้ในกรอบของคุณทักษิณว่านี่คือศัตรูของชาติ ว่าใครก็ตามที่ยังนิยมคุณทักษิณอยู่ก็คือคนที่เป็นศัตรูของชาติไปด้วย ซึ่งถ้ามองคนเสื้อแดงจากมุมแบบนี้มันก็ไม่สามารถจะเข้าใจคนเสื้อแดงทั้งหมดได้แล้ว

อันที่สองที่อาจจะสำคัญก็คือว่าการพูดถึงคนเสื้อแดงต้องระวังมากๆ ว่าเรากำลังพูดถึงใคร พูดถึงผู้นำของคนเสื้อแดง พูดถึงคุณวีระ คุณจตุพร หรือคุณณัฐวุฒิ หรือว่าพูดถึงนักปราศรัยของคนเสื้อแดงอย่างคุณแรมโบ้อีสาน คุณอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ก็ต้องเอาให้ชัดอยู่เหมือนกัน เพราะว่าถ้าไม่ชัดเจนมันก็จะเกิดปัญหาว่าสิ่งที่คนไหนพูดบ้างว่าเราสมารถนับได้ว่าเป็นเสียงของคนเสื้อแดง หรือว่าเรากำลังพูดถึงคนเสื้อแดงที่มาชุมนุม ที่นั่งรถจากอีสานมา 7-8 ชั่วโมง นั่งรถมาจากเชียงใหม่มา 9-10 ชั่วโมงเพื่อที่จะมาชุมนุม มันก็มีความหลากหลาย

การตอกย้ำภาพของคนเสื้อแดงโดยเลือกคำพูดของคนบางคนมาใช้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องซึ่งเกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาลมากกว่าพูดตรงๆ อย่างเช่น กรณีของคุณอริสมันต์ทุกวันนี้ที่ทุกคนชอบพูดว่า คุณอริสมันต์พูดว่าเอาน้ำมันมาคนละขวด ผมคิดว่าสำหรับผมแล้ว ผมเข้าใจว่าสิ่งที่คุณอริสมันต์พูด หนึ่ง โดยประโยคเต็มก็คือว่า ถ้ามีการปฏิวัติรัฐประหาร ให้คนเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ แล้วถือน้ำมันมาคนละขวด อันที่สองก็คือ ผมคิดว่ามันเป็นวิธีพูดเพื่อปลุกใจผู้ฟังมากกว่า ซึ่งในเวทีการชุมนุมทุกครั้งก็มีการพูดแบบนี้เยอะแยะ อย่างเช่นกรณีพันธมิตรฯ ชุมนุมปิดสนามบินหรือตอนที่พันธมิตรยึดทำเนียบ เราก็ได้ยินการปราศรัยแบบนี้ ผู้นำของพันธมิตรฯ ก็พูดกันเยอะแยะว่าฆ่ามันก็มี ก็มีการพูดถึงการทำสงครามเก้าทัพก็มี

ผมคิดว่าในแง่หนึ่งผู้นำของคนเสื้อแดงก็ต้องระวังคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องการจับผิดหรือหาเรื่อง อันที่สองก็คือคนที่พิจารณาเรื่องนี้ก็ต้องระวังเหมือนกันว่าเราจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร โดยที่ไม่ตกเป็นส่วนหนึ่งของการโฆษณาทางเมืองของฝ่ายรัฐบาล

กรุงเทพฯ คือเมืองของทุกคน – เป็นเรื่องติงต๊องถ้าให้คนต่างจังหวัดมาเดินไม่ได้
พิณผกา: กลับมาที่เรื่องของคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ที่กำลังเฝ้าจับตาดูคนเสื้อแดงด้วยความวิตกกังวลอยู่ตอนนี้ คือในด้านหนึ่งเขาก็กำลังพูดถึงสิทธิของตัวเองในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทยเหมือนกัน คือ ช่วงที่ผ่านมาที่เราออกมามีการเคลื่อนไหวทางการเมืองกันมากๆ เราก็มีการพูดถึงสิทธิในการเคลื่อนไหวทางการเมืองใช่ไหม แต่ว่าเมื่อสังคมไทยผ่านบทเรียนมามากว่า การเคลื่อนไหวในแต่ละครั้งก็ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการชุมนุม ช่วงหลังๆ ประเด็นนี้ถูกหยิบยกเอามาพูด คุณมองประเด็นนี้อย่างไร?

ศิโรตม์: ถ้าพูดแบบไม่เกรงใจคือผมมองว่าเป็นเรื่องเหลวไหล เพราะว่าอะไร เหลวไหล เพราะว่ามันมาจากสมมติฐานที่ว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองของคนกรุงเทพฯ เท่านั้น แล้วสมมติฐานนี้มันมาได้อย่างไร เราไม่เคยมีการพูดเรื่องแบบนี้มาก่อนจนกระทั่ง 2-3 อาทิตย์นี้เอง มาพร้อมกับการที่คนเสื้อแดงจะเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ ถึงเริ่มมีการพูดว่า กรุงเทพฯ เป็นของคนกรุงเทพฯ คนกรุงเทพฯ ได้รับความเดือดร้อน

ผมคิดว่าถ้าเรามองกลับกัน ถ้าเรามองว่ากรุงเทพฯ เป็นของคนทุกคน เราก็รู้ว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของคนทุกคน การที่มันเป็นเมืองหลวงมันหมายถึงการเป็นเมืองหลวงของคนทั้งประเทศ คนทุกคนในชาติ คนทุกภาค เพราะฉะนั้นสำหรับผมแล้วการที่คนจากต่างจังหวัดจะเดินทางเข้ามาชุมนุมในประเทศไม่ได้เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอะไรเลย ที่อเมริกาก็มีคนจากรัฐอื่นมาเดินขบวนที่วอชิงตันดีซีเป็นปกติ แล้วผมไม่เคยได้ยินคนวอชิงตันดีซีบอกเลยว่าวอชิงตันฯ เป็นเมืองหลวงของคนวอชิงตันฯ เท่านั้น คนที่อื่นห้ามมาเดิน ผมคิดว่าถ้าในอเมริกาเคยบอกแบบนี้คงจะถูกคนหาว่าติงต๊อง

ในกรณีของคนกรุงเทพฯ นี่ก็มีการสร้างวาทกรรมว่าคนกรุงเทพฯ ได้รับความเดือดร้อน คำถามก็คือว่าในช่วง 2-3 ปีก่อนที่มันมีการเดินขบวนของพันธมิตรฯ ทุกวัน มีการปิดถนน มีการยึดทำเนียบ ทำไมไม่มีการที่คนกรุงเทพฯ ออกมาพูดแบบนี้บ้างเลยว่าเราได้รับความเดือดร้อน

คนกรุงเทพฯ ใจแคบ – ชาติไม่ได้เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง

ผมคิดว่าเรื่องนี้เราจะพูดออกนอกเรื่องออกไปได้นิดหนึ่งก็คือว่า เวลาคนกรุงเทพฯ จะพูดอะไรในเรื่องการเมือง โดยอ้างถึงความเดือดร้อนของตัวเองผมคิดว่ามันสะท้อนถึงความใจแคบของคนกรุงเทพฯ ผมยกตัวอย่างว่าการที่คนกรุงเทพฯ จะพูดว่าคนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดมาชุมนุมที่กรุงเทพฯ แล้วทำให้คนกรุงเทพฯ รถติด สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะเดียวกันคืออะไร เมื่อเดือนก่อนมีปัญหาเรื่องน้ำท่วม มีปัญหาเรื่องน้ำจากภาคเหนือจะทะลักเข้ามากรุงเทพฯ สิ่งที่เราทำคืออะไร สร้างแนวกั้นน้ำ ไม่ให้น้ำเข้ากรุงเทพฯ และให้น้ำท่วมอยู่ในบริเวณต่างจังหวัดรอบนอก พอมาตอนนี้เดือนนี้เกิดปัญหาภัยแล้ง เกิดปัญหาที่กรุงเทพฯ อาจจะขาดน้ำ สิ่งที่เราทำคืออะไร สิ่งที่เราทำคือรัฐบาลประกาศ ออกข่าวทุกวันว่า ขอให้เกษตรกรหยุดการทำนา เกษตรกรที่อยากจะทำนาคือที่เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่ชาติ ผมคิดว่าถ้าเราเอาสองภาพนี้มาเทียบกันมันจะเกิดความน่าสนใจมากๆ ว่า ด้านหนึ่งคนกรุงเทพฯ ไม่เคยรักคนต่างจังหวัดพอจะแชร์ความเดือดร้อน จะยอมรับความเดือดร้อนอะไรเลยใช่ไหมครับ เวลาน้ำท่วมก็ผลักภาระให้คนต่างจังหวัด เวลาน้ำแล้งก็ด่าว่าคนต่างจังหวัดทำนาทำไม แต่พอคนต่างจังหวัดจะชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองในกรุงเทพฯ คุณก็บอกว่านี่คือจังหวัดของคนกรุงเทพฯ อย่ามา

ผมไม่รู้ว่านี่คือความคิดแบบไหน แต่ว่ามันไม่ใช่วิธีคิดหรือมุมมองว่าเราทุกคนเป็นคนในชาติเดียวกัน แล้วกรณีแบบนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดว่า ชาติเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีอยู่จริง คนเราพูดถึงชาติก็ต่อเมื่อเราจะใช้ชาติเป็นเครื่องมือทางการเมืองของเราแค่นั้นเอง

การรายงานข่าวต้องเป็นเสียงจากทุกฝ่าย –สำคัญคือใช้โครงเรื่องแบบไหน
พิณผกา: คุณศิโรตม์บอกว่าอันนี้เป็นเรื่องเหลวไหล แต่ว่าประเด็นนี้มันก็ได้รับการตอบสนองจากสื่อกระแสหลักในเมืองไทยจำนวนไม่น้อย ก็คือมีการพูดกันถึงว่าเวลาที่จะรายงานข่าวชุมนุม ไม่ควรจะรายงานแค่คู่ขัดแย้งเท่านั้นก็คือแค่ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายผู้ชุมนุม หรือฝ่ายค้าน แต่ว่าก็ควรจะให้พื้นที่กับเสียงอื่นด้วย อย่างเช่นกรณีของ 13 เม.ย.52 ก็จะมีการรายงานเสียงของคนที่ดินแดงด้วย อันนี้คุณศิโรตม์มองอย่างไร นี่เป็นการทำหน้าที่ของสื่อที่ balance ไหม?

 

 

ศิโรตม์: คือการรายงานเสียงของคนทุกฝ่าย ผมคิดว่านี่คือหน้าที่พื้นฐานของการทำสื่ออยู่แล้วประเด็นที่เราต้องคิดก็คือในการรายงานเสียงของทุกฝ่าย พล็อตหรือโครงเรื่องที่ใช้ในการอธิบายเสียงของคนทุกฝ่ายมันมีความเป็นอิสระจริงๆ หรือเปล่า เช่นยกตัวอย่างในกรณีของเหตุการณ์ที่ดินแดง ถ้าเราฟังพล็อตจากการอธิบายเรื่องนี้จากสื่อของรัฐหรือว่าจากนกรุงเทพฯ ก็คืออะไร ก็คือคนเสื้อแดงยึดรถก๊าซ แล้วก็ใช้รถก๊าซมาเป็นเครื่องมือในการล้มรัฐบาล แต่ถ้าเราฟังเหตุการณ์นี้จากคนเสื้อแดง เรื่องมันจะเป็นอีกชุดหนึ่งก็คือว่า คนเสื้อแดงยึดรถก๊าซจริง แต่ยึดเพื่อป้องกันไม่ให้ทหารส่งกำลังเข้ามาบุกปราบปรามประชาชนผู้เข้าชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล วิธีอธิบายสองเรื่องนี้มันต่างกัน แล้ววิธีการอธิบายที่ต่างกันมันนำไปสู่มุมมองต่อเหตุการณ์ที่ต่างกันด้วย เพราะฉะนั้นการรายงานเหตุการณ์จากคนทุกฝ่ายจำเป็นแน่ๆ ไม่มีปัญหา เป็นเรื่องที่ควรจะต้องทำ

คำถามหรือเรื่องที่ต้องระวังก็คือว่า รายงานเสียงของคนทุกฝ่าย โครงเรื่องหลักที่เราใช้เป็นโครงเรื่องของคนทุกฝ่ายหรือเปล่า หรือเราเอาคนทุกฝ่ายมาใส่ในโครงเรื่องบางอย่างที่ชอบอยู่แล้ว ผมคิดว่าในกรณีของเดือนเมษา การรายงานภาพความเดือดร้อนของคนที่ดินแดงหรือว่าหลายๆ ที่มันถูกรายงานบนพล็อตใหญ่คือคนเสื้อแดงเป็นพวกก่อการจลาจล เป็นพวกก่อความวุ่นวาย มุมมองที่จะอธิบายต่อเหตุการณ์นี้จากคนเสื้อแดงผมคิดว่าผมไม่ค่อยเห็น นี่ก็คือปัญหาของการรายงานเรื่องแบบนี้ก็คือว่าโครงเรื่องใหญ่มันไม่ใช่โครงเรื่องที่มาจากทุกฝ่ายจริงๆ

พิณผกา: อันนี้เราพูดในเชิงหลักการของการต่อสู้ของการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง แล้วก็การทำความเข้าใจคนเสื้อแดงในมุมมองของชนชั้นกลาง แต่ถ้าเราประเมินสถานการณ์ข้างหน้า 12-14 มีนาคมนี้ เสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหวภายใต้ภาวะที่คุณก็ไม่ได้รับแรงหนุนจากชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ แล้วก็รวมถึงไม่ได้รับแรงหนุนจากสื่อกระแสหลัก เขาออกมาเพื่อจะแพ้หรือเปล่า?

ศิโรตม์: ผมไม่สามารถตอบเรื่องนี้ได้ในเวลานี้เพราะว่าการแพ้ – ชนะ มันขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย แต่ผมคิดว่ายิ่งถ้าเรามองว่าคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือเข้ามากรุงเทพฯ บนสภาพแวดล้อมซึ่งไม่เอื้ออำนวยกับพวกเขาเลย เช่น หนึ่ง เขาเป็นคนต่างจังหวัดแล้วเข้ามาในกรุงเทพฯ ตากแดด ตากฝน ตากลม นั่งรถมา 8-9 ชั่วโมง มายืนชุมนุมกี่วันก็ไม่รู้ 2-3 วันเป็นอย่างน้อย อันที่สองเขารู้ว่าเขามาชุมนุมในเมือง ซึ่งไม่ใช่พื้นที่ของเขา อันที่สามเขารู้ว่าเขามาชุมนุมท่ามกลางสื่อของรัฐและสื่อของเอกชนซึ่งไม่ได้อยู่ข้างเขาเลย ผมคิดว่าเรื่องที่เราต้องตั้งคำถามก็คือว่า อะไรทำให้คนเหล่านี้มีจิตใจแบบนี้ขึ้นมาได้ ถ้าเป็นผมผมไม่กล้าทำ ทุกวันแค่ให้ผมพูดเรื่องอะไรแบบที่ไม่ต้องเป็นเสื้อแดงมาแต่ว่าพยายามทำความเข้าใจเสื้อแดงถ้าต้องไปพูดบนเวทีของคนบางกลุ่มผมก็ไม่ไป เพราะผมรู้สึกว่าเราไม่รู้ feedback จะเป็นอย่างไร

เพราะฉะนั้นยิ่งถ้าเรามองภาพคนเสื้อแดงในบริบทแบบนี้เท่าไหร่ ผมคิดว่าเราจะต้องตั้งคำถามมากขึ้นด้วยซ้ำว่าระดับแสนคนเป็นอย่างน้อยเขาทำสิ่งซึ่งมันมีต้นทุนที่เสี่ยงมากๆ แล้วผมคิดว่า ถ้าผมเป็นคนเสื้อแดงถ้าผมจะมากรุงเทพฯ ผมกลัวอะไร หนึ่งเลยผมกลัวถูกคนเสื้อแดงทำร้าย ผมกลัวรัฐบาลปล่อยข่าวให้ร้ายผม ผมกลัวมือที่สามแทรกแซง ผมกลัวสื่อของรัฐ สื่อหนังสือพิมพ์ สื่อทีวีให้ข่าวในแง่ลบผมตลอดเวลา แต่ผมก็เลือกที่จะมา ซึ่งมันต้องมีแรงขับอะไรที่ใหญ่มากในหมู่คนเสื้อแดงรอบนี้ ซึ่งถ้าเรามองคนเสื้อแดงโดยเอามุมมองเรื่องเสื้อ เอามุมมองเรื่องสีเหลืองสีแดงออกไป ว่านี่คือความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ใหญ่มากๆ ที่เราควรจะพิจารณามันให้ดีๆ

พิณผกา: แต่ว่าถ้าเราพูดถึงความรุนแรง มันมีโอกาสที่จะเกิดขึ้น?
ศิโรตม์: ผมคิดว่าเวลาเราพูดถึงความรุนแรง ส่วนใหญ่ที่พูดอยู่ในปัจจุบันคือการวิเคราะห์ว่าจะเกิดความรุนแรงหรือเปล่าโดยมองจากความขัดแย้งทางการเมืองแบบมหภาคเป็นหลัก คือมองว่ารัฐบาลก็อยู่ขั้วหนึ่ง เสื้อแดงคือฝ่ายทักษิณก็อยู่อีกขั้วหนึ่ง สิ่งที่คุณทักษิณต้องการไม่มีทางเกิดขึ้นได้ถ้าไม่ใช้ความรุนแรงเปลี่ยนระบบ ผมคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีมองที่เป็นคล้ายเซียนไพ่หรือเซียนฟุตบอล มองเวลาวิเคราะห์ฟุตบอลหรือเวลาวิเคราะห์หมากรุกอะไรพวกนี้ก็คือว่า เหมือนกันกับการเมืองเป็นเรื่องของเกม มันไม่ใช่เรื่องที่ว่าเราเข้าใจความรุนแรงมากเท่าไหร่

ถ้าเราจะสนใจความรุนแรงในเรื่องของการเมืองช่วง 2-3 วันนี้ ผมคิดว่าเรื่องที่เราอาจจะต้องดูคือ หนึ่งคือ เงื่อนไขที่ทำให้เกิดความรุนแรงจริงๆ แล้วมันมีหรือเปล่า เช่น การเผชิญหน้าระหว่างฝูงชนกับฝูงชนแต่ละกลุ่มมันมีไหม? การเผชิญหน้าระหว่างคนเสื้อแดงกับม็อบที่อาจจะมีการจัดตั้งของรัฐ หรือรอบเดือนเมษาที่หลายๆ คนพูดว่า คนเสื้อน้ำเงินหรือมือที่สามมีไหม? อันที่สองก็คือความสามารถของผู้นำการชุมนุมมันมีไหม? อันที่สามคือความสามารถของรัฐในการหลีกเลี่ยงการยั่วยุให้เกิดสถานการณ์รุนแรงมีไหม ?

แล้วผมคิดว่าในตอนนี้ถึงแม้เราจะเห็นแนวโน้มว่าจะมีอะไรแบบนี้อยู่ แต่ว่าถ้าตอบให้ชัดเจนว่ามันจะมีความรุนแรงไหม ผมคิดว่าไม่อยากจะพูดแบบนั้น ในกรณีของคนเสื้อแดงเขามีความระมัดระวังค่อนข้างสูงในการไม่ให้คนนอกเข้ามาสร้างสถานการณ์เหมือนเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในกรณีของผู้นำเสื้อแดงผมคิดว่ารอบนี้มีการพูดกันเยอะว่าจะมีการเคลื่อนไหวอย่างสันติวิธี อย่างรอบเดือนเมษาพูดน้อยกว่าคราวนี้มากๆ แล้วอันหนึ่งที่ผมคิดว่าชัดเจนมากๆ คือความพยายามจะพูดเรื่องของการมีระเบียบวินัย การเคลื่อนไหวอย่างที่รับฟังผู้นำให้มากขึ้นกว่าเดิม ผมคิดว่าเราก็ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาสิ่งที่เกิดขึ้น ในเดือนเมษา สำหรับคนจำนวนมากคือเสื้อแดงแพ้ แต่ว่าความพ่ายแพ้ของคนเสื้อแดงก็มีการปรับตัวของคนเสื้อแดงบางกลุ่มในการจัดการปัญหาแบบนี้ด้วยเหมือนกัน ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็คือเรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณา

ความรุนแรงจากรัฐบาล คือสิ่งที่ต้องกลัวมากกว่าคนเสื้อแดง

ถ้าถามว่าความรุนแรงจะมีไหม? ผมว่าสิ่งที่ผมกลัวไม่ใช่ความรุนแรงจากคนเสื้อแดง แต่ว่ากลัวความรุนแรงจากปัจจัยภายนอกคนเสื้อแดงมากว่า อันนี้ก็คือ ความรุนแรงจากรัฐบาล เวลาเราพูดถึงรัฐบาลเราต้องยอมรับว่าองค์ประกอบของรัฐบาลชุดนี้ไม่มีความเป็นเอกภาพเลย เรามีนายกฯ คือคุณอภิสิทธิ์ซึ่งเป็นคนที่ผมคิดว่าโดยพื้นฐานผมคิดว่าเป็นคนไม่นิยมความรุนแรง ถ้าเทียบกับคนอื่นๆ ในพรรคประชาธิปัตย์ แต่ผมก็ไม่อยากพูดเต็มปากเต็มคำเพราะมันมีหลายเรื่องที่ทำให้น่าสงสัยเหมือนกัน แต่ว่าองค์ประกอบของรัฐบาลที่จะทำให้เกิดความรุนแรงมีอะไร เราได้ยินถึงการพูดในลักษณะที่ว่ามีการเผชิญหน้าตลอดเวลาจากรองนายกรัฐมนตรี จากโฆษกรัฐมนตรี จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแบบนี้ ว่าคนเสื้อแดงเป็นพวกจลาจลเป็นพวกเผาบ้านเผาเมือง อันนี้เป็นสิ่งที่พูดเพื่อทำให้การเผชิญหน้าทางการเมือง แล้วผมก็ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลปล่อยให้คนแบบนี้พูดออกมาทุกวันได้อย่างไร

แล้วอันที่สองก็คือการเกิดเหตุการณ์แทรกแซงจากพวกมือที่สาม หรือว่ากองกำลังไม่ทราบฝ่ายซึ่งเป็นคนของรัฐแต่อาจจะไม่ได้อยู่กับรัฐบาลโดยตรง นี่ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากกว่า ผมไม่คิดว่าโดยธรรมชาติของการเคลื่อนไหวมวลชนแบบเสื้อแดง จะมีความต้องการการใช้ความรุนแรงเป็นพื้นฐาน เพราะว่าประชาชนก็ไม่มีอาวุธ ถ้ามีความรุนแรงผมคิดว่ามันจะเป็นปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐมากกว่า

ผมคิดว่าเหตุการณ์เดือนเมษา ผมคิดว่าจำนวนของคนเสื้อแดง ต้องมองแบบเป็นปฏิกิริยาตอบโต้การใช้กำลังของรัฐมากกว่า แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญแล้วผมก็คิดว่าเราไม่ค่อยพูดแบบนี้เท่าที่ควร

รัฐบาลทำงานบนความแตกแยก สังคมอยู่ไม่ได้แน่หากเป็นแบบนี้

พิณผกา: อาจจะถามแบบหาเรื่องกันก็คือว่า ขณะที่คุณศิโรตม์บอกว่าแกนนำของคนเสื้อแดงจะพูดเรื่องสันติวิธีมาก แต่สิ่งนี้ก็ไม่ได้ออกมาในสื่อ ขณะเดียวกันภาพของความรุนแรงมันกลับถูกฉายออกมาอย่างสม่ำเสมอกว่า เป็นเรื่องเป็นราว เป็นขั้นเป็นตอนมากกว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาอะไรที่เกี่ยวกับเสื้อแดงมันก็จะเป็นประเด็นความรุนแรงทั้งนั้น ทั้งเรื่องเสธ.แดง ทั้งเรื่องคำพูดของคุณอริสมันต์ ทั้งเรื่องการประเมินสถานการณ์ของรัฐ ทำไมมันถึงออกมาเป็นแบบนี้?

ศิโรตม์: คือเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เราต้องคิดต่อมากๆ ว่าสิ่งที่รัฐต้องการในการจัดการการชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติวิธีระหว่างรัฐบาลกับคนเสื้อแดง เพราะฉะนั้นภาพของการทำให้คนเสื้อแดงเป็นผู้ร้ายรุนแรงมาก เราจะเห็นภาพของการที่เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วรัฐบาลออกมาประโคมข่าวว่า คนกำลังเริ่มถอนเงินจากธนาคารแล้ว เพราะว่าถ้าเสื้อแดงมาจะมีการเผาธนาคาร จะมีการยึดธนาคาร มีการทุบตู้เอทีเอ็ม แล้วเมื่อวานนี้ก็มีข่าวที่ตลกออกมาว่า พอรัฐบาลประโคมข่าวจนคนกลัวจริงๆ เมื่อวานนี้คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตยก็มาการให้สัมภาษณ์ว่าถ้ามีการถอนเงินหรือใครชวนให้คนอื่นถอนเงิน คือคนซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วคนที่พูดมาที่สุดคือรัฐบาล

ผมคิดว่าการที่รัฐบาลรณรงค์ให้คนเกลียดเสื้อแดง ผมคิดว่าเอาประเทศชาติเป็นเดิมพันมากๆ แล้วนี่มันคือเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย ผมคิดว่าปัญหาหลักของรัฐบาลชุดนี้ในการทำงานการเมืองก็คือ ความไม่สามารถสร้างความสามัคคีของคนในชาติให้มันเกิดขึ้นมาได้จริงๆ รัฐบาลชุดนี้ทำงานบนการสร้างความแตกแยกของคนในชาติ หรือเราอาจจะพูดก็ได้ว่าสิ่งที่มันเป็นปัญหาหลักของสังคมการเมืองไทยหลังปี 49 คือรัฐบาลไทยทุกชุดไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม ไม่เคยจะพยายามจะสร้างการอยู่ร่วมกันกับคนอีกฝ่ายหนึ่ง นี่คือปัญหาหลักของสังคมการเมืองไทยหลัง ปี 49 ถ้ารัฐบาลของฝ่ายหนึ่งขึ้นมาก็จะทำให้มวลชนของอีกฝ่ายเป็นศัตรูของชาติ การอยู่ร่วมกันของคนในชาติ การอยู่ร่วมกันในชุมชนการเมืองอยู่ไม่ได้ถ้ารัฐทำแบบนี้

รัฐบาลที่ดีคืออะไร รัฐบาลที่ดีคือคนที่เมื่อคนในชาติมองขึ้นมารู้ว่ารัฐบาลเป็นของคนทุกคน ว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลซึ่งปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เป็นรัฐบาลซึ่งฟังเสียงของคนทุกฝ่ายอย่างแท้จริง ซึ่งในปัจจุบันนี้ รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ทำแบบนี้ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่าหลังปี 49 ไม่มีรัฐบาลไหนที่ทำแบบนี้เลย สิ่งที่คุณอภิสิทธิ์ทำก็คือ ทำสิ่งที่คุณสมัครทำกับพันธมิตร คือการทำให้รัฐบาลอยู่รอดบนการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แยกมิตรแยกศัตรู แล้วทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายต่างๆ ตลอดเวลา

สร้างภาพมายา – สังคมไทยคือสังคมแห่งสันติ

พิณผกา: คำถามสุดท้ายคือครั้งนี้มันอาจจะเป็นครั้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนก็คือมีกลุ่มทางสังคมที่ออกมาแสดงความวิตกกังวลเรื่องของความรุนแรง เรื่องของต้องการสันติภาพ สันติวิธีมาก ขนาดที่ว่ามีกลุ่มใหม่ๆ ขึ้นมาทางสังคมออนไลน์ เช่นกลุ่ม We love Peace, We love Thai อะไรเหล่านี้ ถามคุณศิโรตม์ว่าจริงๆ กลุ่มเหล่านี้ที่เขามีความวิตกกังวลเรื่องสันติภาพในพื้นที่ทางการเมืองของสังคมไทย ถ้าเขาต้องการสันติภาพหรือความสงบเรียบร้อยในสังคมไทย เขาควรจะทำอะไร?

ศิโรตม์: สันติภาพมีหลายแบบมีหลายความหมาย สันติภาพบางแบบหมายถึงการที่คนเราไม่ตีกันเฉยๆ สันติภาพบางแบบหมายถึงการมีโครงสร้างทางกฎหมาย โครงสร้างทางการเมืองที่ทำให้คนทุกกลุ่มได้รับความยุติธรรมเท่ากัน สันติภาพบางแบบหมายถึงการมีวัฒนธรรม การมีวาทกรรมการมีความคิดที่ยอมรับว่าคนทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติถ้าเราเห็นเขาเป็นคนเหมือนๆ กัน ผมคิดว่าการพูดถึงสันติภาพของสังคมไทยทุกวันนี้มันเป็นการพูดแบบฉาบฉวย พูดถึงสันติภาพเหมือนเป็นเรื่องของเด็กสองคนมันผิดใจกันแล้วก็มาตีกัน แล้วก็ควรจะมีผู้ใหญ่ที่เป็นกลางมาห้ามไม่ให้เด็กตีกัน ความขัดแย้งของสังคมไทยไม่เคยง่ายขนาดนี้

เราเคยอยู่ในสังคมที่มีการฆ่ากันกลางเมืองมาแล้วในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เราอยู่ในสังคมซึ่งเคยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งจบลงด้วยผู้นำการเปลี่ยนแปลงการปกครองทั้งหมดต้องไปตายในต่างประเทศ ปรีดี พนมยงค์ไปตายที่ฝรั่งเศส จอมพล ป.พิบูลสงครามไปตายที่ญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นสังคมไทยไม่เคยเป็นสังคมซึ่งอยู่ร่วมกันด้วยความสันติด้วยกันจริงๆ อยู่แล้ว เวลาคนในสังคมอยากพูดเรื่องสันติภาพก็ต้องทำความเข้าใจให้มากว่า ความขัดแย้งต่างๆ ในสังคมไทยมันสลับซับซ้อนแล้วเราพูดว่าทุกคนรักกันอย่าตีกัน พูดไม่ได้ ไม่ make sense ถ้าพูดแบบนี้สิ่งที่เราจะได้คือทำให้รู้สึกว่าเราเป็นคนดีเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้หมายถึงว่าเรารักสันติจริงๆ

อีกอย่างหนึ่งที่น่าประหลาดก็คือการที่เราพูดเรื่องสันติวิธี ภาพของคนต่างๆ ในเวลานี้คือมันมาโยงเรื่องความคิดที่ว่าความเป็นไทยต่างๆ คืออะไร มันมาโยงกับความคิดเรื่องไม่ใช่คนไทยคืออะไร เราจะเห็นว่ามีการรณรงค์ว่าคนไทยรักสันติภาพ คนไทยไม่ใช้ความรุนแรง คนไทยไม่ชุมนุม คำถามที่เกิดขึ้นก็คือคนที่เขาไปชุมนุมไม่ใช่คนไทยตรงไหน การรณรงค์เรื่องสันติภาพสันติวิธีบนฐานของการที่ว่าคนที่เขาชุมนุมไม่ใช่คนไทย แค่นี้มันก็คือความรุนแรงที่ใหญ่มากๆ แล้ว

เรามีเหตุการณ์หกตุลาซึ่งเกิดการฆ่านักศึกษาด้วยเหตุผลว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่คนไทย แล้วความเป็นคนไทยมันอยู่ในตัวของคนไทยทุกคน การที่คนกรุงเทพฯ กลุ่มหนึ่งคิดว่ารักสันติ จนถือดีมาบอกว่า คนเสื้อแดงคนอื่นๆ ที่มาชุมนุมไม่ใช่คนไทยนี่มันคือการดูถูกความเป็นมนุษย์ของเขาอย่างถึงที่สุด ความเป็นคนไทยมันอยู่ที่ตัวตนของคนเรา มันไม่ได้อยู่ที่การที่เขามีความคิดทางการเมืองที่แตกต่างกับคนกรุงเทพฯ แล้วนั่นทำให้คนกรุงเทพฯ ว่าเขาไม่ใช่คนไทย นี่คือความรุนแรงที่ผมคิดว่ารุนแรงกว่าการตีกันบนท้องถนนด้วยซ้ำ เรามองเขาว่าไม่ใช่คนเท่าเราถึงพูดแบบนี้ได้.

Comments

สรุปว่า

สรุปว่า คนไทยต้องฆ่ากันให้ตายไปฝ่ายนึงก่อนถึงจะหยุดกันได้่หรอครับ ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าจะใช้วิธีรุนแรงทำไม

สรุปว่าเหตุการณ์เดือนเมษาเป็น

สรุปว่าเหตุการณ์เดือนเมษาเป็นแค่การสร้างสถานะการณ์
คนกรุงเทพโดนหลอกรัฐบาลหลอก ให้ดูหนังฮอลีวู้ดฟอร์มยักษ์
และคนเสื้อเเดงก็โดนหลอกให้เล่นไปตามบทที่รัฐบาลเขียน

แท็กซี่ ที่มาปิดอนุสาวรีย์ เป็นแท็กซี่ที่รัฐบาลจ้างมา
รถแก๊ส ก็เป็นรัฐบาลทำ
คนที่ไปทุบรถนายกฯ ก็เป็นพวกนายกฯเอง

เสื้อแดงไม่ผิดเลยใช่ไหมครับ คุณ ศิโรตม์

ทำไมคนใต้ส่วนมากและคนกรุงเทพบ

ทำไมคนใต้ส่วนมากและคนกรุงเทพบางคน
ถึงต้องบังคับให้ตาสายายสีให้คิดตามและทำตามที่พวกเขาคิดด้วยนะ
คนที่พวกเขาชอบ คนที่พวกเขาชื่นชม คนที่พวกเขาเลือกถึงจะเป็นคนดียังงั้นหรือ??
ถ้าไม่ได้ตามใจฉัน พวกแกก็กลายเป็นคนเลว คนทรยศชาติทันที

''การที่คนกรุงเทพฯกลุ่มหนึ่งค

''การที่คนกรุงเทพฯกลุ่มหนึ่งคิดว่ารักสันติ
จนถือดีมาบอกว่าคนเสื้อแดงคนอื่นๆที่มาชุมนุมไม่ใช่คนไทย
นี่มันคือการดูถูกความเป็นมนุษย์ของเขาอย่างถึงที่สุด
ความเป็นคนไทยมันอยู่ที่ตัวตนของคนเรา
มันไม่ได้อยู่ที่การที่เขามีความคิดทางการเมืองที่แตกต่างกับคนกรุงเทพฯ ”

193 วันของพันธมิตร
การปิดสนามบิน
การยึดทำเนียบ
ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายและเดือดร้อนเลยใช่มั๊ย

เคารพความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง
ท่านไม่ชอบปลาร้าไม่เป็นไร
แต่อย่ามาบังคับให้ชาวบ้านเลิกกินปลาร้าเลย

ปัญหานี้มันลึกกว่าที่คิดครับ

ปัญหานี้มันลึกกว่าที่คิดครับ มันเป็นมานานก่อนเสื้อเหลืองเสื้อแดงแล้ว (แต่คุณศิโรตน์แกก็ถูกนะ)

แมวน้อยยังจำได้เมื่อร่วม 20 กว่าปีมาแล้ว สมัยคุณพุ่มพวงแกดังระเบิด นิตยสารไฮโซฉบับหนึ่ง (มีฉบับเดียวหละ ใช้ชื่อนิตยสารแทนคำเรียกตัวเองของผู้หญิง) ไปสัมภาษณ์คุณพุ่มพวง คุณพุ่มพวงคุยได้มันส์กระจายมากตามประสาสาวลูกทุ่ง

หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ ในฉบับต่อๆมา มี จม มาจากคนอ่านทั้งหลาย แสดงความไม่พอใจว่า "เอาเรื่องคนพวกนี้มาลงได้อย่างไร"

คนพวกนี้ ... คนบ้านนอกไงครับ ต้องลงเรื่องคุณหนูลูกไฮโซไปเรียนพิเศษปารีส ประมาณนั้น

แก้ยากมากครับ ฝรั่งบอกปัญหาประเทศยู...SO INGRAINED อยู่ในเลือดในเนื้อ

ถ้าพูดถึงสังคมไทยที่มันไม่เคย

ถ้าพูดถึงสังคมไทยที่มันไม่เคยมีสันติบางยุคเราจะเห็นและรู้มาโดยตลอดข้าราชการร่วมมือกับกล่มผู้มีอิทธิพลอย่างเมื่อ๓๐ปีก่อนผู้มีอิทธิพลอย่างพวกแขกปาทานข่มขู่บังคับให้ชาวบ้านขายที่ในราคาที่พวกมันกำหนดโดยร่วมมือกับข้าราชการใครไม่ขายยิงทิ้งสาวแก่เคยต้องตกงานเพราะพาแม่กลับลูกชายเล็กๆพ่อโดนยิงตายไปแล้วเพราะไม่ขายที่ให้พวกมันข้าราชมองว่าชาวบ้นโง่โดนขู่ก็ต้องยอมสาวแก่ตอนนั้ยังโงแนะให้เขาไปแจ้งความตำรวจเด็ก๙ขวบย้อนสาวแก่ว่าถ้าพาไปแจ้งความเท่ากับส่งเขาไปตายสาวแก่น่ะเซ่อไปเลยเลยต้องยอมพาเขาหนีเลยต้องเสียงานที่เพิ่งจะได้ทำแต่ดีกว่าปล่อยให้คน
บริสุทธืตาย กี่ยุคกี่สมัย ที่มีแต่ผู้มีอิทธิพลครองเมือง อย่างไอ้โหงวห้าพลัง แคล้ว หรืออีกหลายๆๆคนที่ขี้เกียจจะจำแล้วเราจะเห็นผู้มีอิทธิพลเวลาวันเกิด หรืเองานอะไร ก็เห็นมีข้าราชการตัวเป้งๆๆและนักการเมืองใหญ่ไปอวยพรกันตรึมทั้งทีคนพวกนี้สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านทั่วๆไป แต่ไม่เห็นมีหัวหน้านักการเมืองพรรคไหนไปขอร้องคนพวกนี้ไม่ให้ฆ่าผู้บริสุทธ์ เหมือนตอนเรื่องกลัวการฆ่าตัดตอนเรื่องยาบ้า คงกลัวพวกหัวคะแนนของตัวเองถูกฆ่ามากกว่า นั่นคือรอยแตกแยกระหว่างชาวบ้านกับข้าราชการหรือเรื่องหมอไม่เคยอยู่โรงพยาบาลไปอยู่แต่คลีนิคตัวเองยักยอกยาโรงพยาบาลไปไว้คลีนิคตัวเองเพราะคิดวาชาวบ้านโง่เง่า นี่มันเป็นเรื่องแตกแยก
อยู่ในใจของชาวบ้านนอกมานานคนกรุงเทพเองก็มองคนบ้านนอกเป็นแค่แรงงานที่จะกดขี่ยังไงก็ได้ยิ่งคนบ้านนอกจนมากเท่าไหรคนกรุงเทพก็หาขี้ข้าถูกๆๆได้มากเท่านั้นไม่ใช่เพราะทักษิณมาทำให้คนแตกแยกมันเป็นเรื่องที่ฝังรากลึกมานานเพียงแตทักษิณมาทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่าถ้ารัฐบาลจริงใจจะช่วยคนจนมันก็ทำได้แต่เพียงทุกๆๆรัฐบาลที่ผ่านมามาเพื่อกอบโกยอย่างเดียว เสธ ทหารมีไวท์ขวดละเป็นแสนๆเติมห้องใต้ดินใ นขณะที่ชาวบ้านแห้งแล้งน้ำไม่มีแม้แต่จะดื่ม นี่คือรอยร้าว
ที่มันยากจะประสานชาวบ้านไม่เคยไว้ใจข้าราชการ ไม่วาสถาบันไหน ตัวอย่างคนขับรถเมล์ขับรถโดยประมาททำให้คนตาย
ติดคุก๕ปี แต่ลูกเศรษฐีปู่เป็นอดีตนักการเมืองใหญ่ขับรถด้วยความคะนองทั้งที่รู้ว่าอาจจะทำให้คนตายและไม่ไหนเดียวบ่อยครั้ง แล้วเป็นไงไปถึงไหน ไม่อยากสนใจ

เห็นด้วยกับคุณศิโรตม์มากค่ะ

เห็นด้วยกับคุณศิโรตม์มากค่ะ พูดได้ดี

เบื่อมายาคติของคนกรุงหลายคน (ไม่อยากจะเหมาว่าเป็นหมดทุกคน) ณ วันนี้เปิดดู status ใน facebook ก็เห็นคนกรุงหลายคนไล่คนอื่นอย่างกับหมูกับหมา เมื่อไหร่จะเลิกคิดว่าประเทศไทยคือกรุงเทพและเลิกไม่รับรู้สิทธิในความเป็นคนไทยของคนอื่น

Anonymous

[quote=Anonymous]สรุปว่าเหตุการณ์เดือนเมษาเป็นแค่การสร้างสถานะการณ์
คนกรุงเทพโดนหลอกรัฐบาลหลอก ให้ดูหนังฮอลีวู้ดฟอร์มยักษ์
และคนเสื้อเเดงก็โดนหลอกให้เล่นไปตามบทที่รัฐบาลเขียน

แท็กซี่ ที่มาปิดอนุสาวรีย์ เป็นแท็กซี่ที่รัฐบาลจ้างมา
รถแก๊ส ก็เป็นรัฐบาลทำ
คนที่ไปทุบรถนายกฯ ก็เป็นพวกนายกฯเอง

เสื้อแดงไม่ผิดเลยใช่ไหมครับ คุณ ศิโรตม์[/quote]
ใช่แล้วเพราะเห็นไอ้ทนายหัวเหม่งมันเปลี่ยนชุดออกไปนำพวกเสื้อเหลืองปลุกระดมชาวบ้าน(หน้าม้า)จะจะ

เห็นด้วยและผมก็คนกทม.เช่นเดีย

เห็นด้วยและผมก็คนกทม.เช่นเดียวกัน กรุงเทพไม่ได้เป็นประเทศไทยทั้งประเทศ คนกทม. ไม่ได้วิเศษ วิโสกว่าคนต่างจว. มีมือมีตีนเหมือนกัน ถ้าคนกทม.ชุมนุมได้ ทำไมคนตจว. จะชุมนุมไม่ได้ ไม่มีใครวิเศษกว่าใคร ต่างเป็นคนเช่นเดียวกัน กิน ขี้ ปี้ นอน เหมือนกัน คนกทม. ควรจะต้องตระหนักเสียทีว่า ตนเองไม่ได้ฉลาด ไม่ได้ พิเศษกว่าคนอื่น ตื่นได้แล้ว เลิกงมงายเสียที

pol

[quote=pol]เห็นด้วยและผมก็คนกทม.เช่นเดียวกัน กรุงเทพไม่ได้เป็นประเทศไทยทั้งประเทศ คนกทม. ไม่ได้วิเศษ วิโสกว่าคนต่างจว. มีมือมีตีนเหมือนกัน ถ้าคนกทม.ชุมนุมได้ ทำไมคนตจว. จะชุมนุมไม่ได้ ไม่มีใครวิเศษกว่าใคร ต่างเป็นคนเช่นเดียวกัน กิน ขี้ ปี้ นอน เหมือนกัน คนกทม. ควรจะต้องตระหนักเสียทีว่า ตนเองไม่ได้ฉลาด ไม่ได้ พิเศษกว่าคนอื่น ตื่นได้แล้ว เลิกงมงายเสียที[/quote]

=======================================

คนกรุงเทพมีประชากรที่แท้จริงประมาณ 5.7 ล้านคน

นอกนั้นเป็นคนต่างจังหวัดเข้ามา...ถ้าจำไม่ผิด รวมทั้งหมด ทั้งกทม. และ ต่างจังหวัดอยู่ในกรุงเทพ (10 ล้าน ขึ้นไป)

แล้วคนที่เดือดร้อน...เป็นคนกรุงเทพฯ ที่ฐานะไม่ค่อยดี...อยู่กันแบบแออัด บ้านเรือนเป็นไม้

ชุมชนที่เดือดร้อน...ส่วนใหญ่ก็เป็นคนต่างจังหวัดเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ

เราไม่ใช่คนใต้...แต่เราเห็นคน

เราไม่ใช่คนใต้...แต่เราเห็นคนใต้อยู่ทั้งสองฝั่ง ไม่ว่า เหลือง หรือ แดง (เขาต่างๆ ล้วนมีบทบาทในสังคมไทย) เท่าที่เราเห็นไม่ว่าจะเป็นภาคไหน ก็มีคนดี และ ไม่ดี มากมาย คละเคล้ากันไป (เราว่าคุณอย่าไปเหมารวม ทำให้แตกแยกกันเลย) คนกรุงเทพฯ ก็ไม่ใช่ไม่มีคนเลว และคนเหนือก็มีคนเลวไม่น้อยเหมือนกัน ก็อ้ายตักขี้ ไงล่ะคุณ (เลวแบบปีศาจเรียก พี่ เลยง่ะ!)

การพิจรารณาชั่วดีใช่ว่าจะดูเเ

การพิจรารณาชั่วดีใช่ว่าจะดูเเค่คำมั่นสัญญาที่เเกนนำเป่าหูหาสันติ เเต่ที่ผ่านมาพฤติกรรมของเสื้อเเดงมันบ่งบอกถึงความเถื่อนเกินที่คนไทยเเดนพุทธจะรับได้ ศิโรตม์ลืมเเล้วหรือ ?? ชาวบ้านตาดำๆซื่อๆมักเป็นเครืองมือของกลุ่มเเสวงประโยชน์ ศิโรตม์ลองดูเเกนนำเช่นนายสุพร(empty coconut brain สมองไร้ความคิด) อริสมันต์ เเละอีกหลายๆคนที่ขึ้นเวที เราเข้าใจบนเวทีต้องพูดเอามัน เเต่การปลุกเล้าให้ชาวบ้านไล่ฆ่า ไล่จับตัวฝ่ายตรงข้ามมาเเขวนคอ เเกนนำมันใช้อะไรคิด ปลุกระดมผ่านวิทยุชุมชนดักเเละทุบรถเพื่อทำร้ายผู้นำประเทศ คล้ายผีดิบZombiesที่ถูกฝังความคิดเกลียดชัง การจับตัวรปภนายกจนหัวร้างข้างเเตก ประวัติศาสตร์เหล่านี้นายลืมหรือเเกล้งมองไม่เห็น คนกทมไม่โง่อย่างที่นายคิด เเม้ส่วนฬหญ่จะมาจาก ตจว เขามีตาเขามีสมองมากกว่านักนั่งเทียนเขียนบทความ บางครั้งการเรียนสูงมีชีวิตอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยจนมองไม่เห็นชีวิตจริงเป็นอย่างไร ตัวเป้งๆหนีออกนอกประเทศเเล้ว ตัวปัญหาก็หอบลูกเมียหนี บางคนก็เเกล้งจะไปหลบในคุก ในโรงพยาบาล คนกทมกินข้าวนะครับ

ขอถามคนที่พูดประโยคนี้ “การที

ขอถามคนที่พูดประโยคนี้

“การที่คนกรุงเทพฯ กลุ่มหนึ่งคิดว่ารักสันติ จนถือดีมาบอกว่า คนเสื้อแดงคนอื่นๆ ที่มาชุมนุมไม่ใช่คนไทย
นี่มันคือการดูถูกความเป็นมนุษย์ของเขาอย่างถึงที่สุด ความเป็นคนไทยมันอยู่ที่ตัวตนของคนเรา
มันไม่ได้อยู่ที่การที่เขามีความคิดทางการเมืองที่แตกต่างกับคนกรุงเทพฯ ”

ว่า ที่คุณบอกว่า 'คนกรุงเทพฯกลุ่มหนึ่งถือดีจนบอกว่าคนเสื้อแดงคนอื่นๆที่มาชุมนุมไม่ใช่คนไทย' คนกรุงเทพฯกลุ่มนั้นคือกลุ่มไหน
เพราะเราคิดว่า ขณะนี้พวกคำพูดที่คลุมเครือ มันสร้างความขัดแย้งได้ทั้งนั้น แม้แต่การนิ่งเฉย ก็ยังทำให้เกิดความขัดแย้งได้
เราคิดว่า การไตร่ตรองทุกคำพูดของความคิด มีส่วนช่วยลดความขัดแย้งได้

ต้องการคำตอบจริงๆ ว่าเป็นกลุ่มไหน

*เสียงจากคน บ้านนา

*เสียงจากคน บ้านนา มาสู่กรุง
เพื่อหมายมุ่ง เล่าแจ้ง แถลงไข
ข้อยทำนา บนผืนดิน ถิ่นไทย
กับคู่ใจ คูโบต้า มาช้านาน

*ใช้แรงกายหยาดเหงื่อเพื่อสร้างชาติ
ความสามารถสร้างข้าวปลาสร้างอาหาร
ซื้อสิ่งของก็มีภาษีอาน
พวกหน้าด้านยังเอาเปรียบเหยียบหัวไว้

*รายได้เพียงน้อยนิดไม่ผิดบาป
เป็นความหยาบของระบบที่พบได้
บังคับข้อยให้ลำบากให้ยากไร้
ทั้งที่ใช้สุดขีดรีดแรงงาน

*เจ้าทำนา บนหลังคน บนแรงข้อย
ยังคิดถ่อย ดูหมิ่น ถึงถิ่นฐาน
หาว่าโง่ ไม่รู้เรื่อง การเมืองชาญ
ไม่ต้องการ ให้มีเสียง สิทธิ์เพียงกัน

*เห็นตัวแทน ประชาชน คนอย่างข้อย
เป็นพวกด้อย จริยธรรม ทำขวางกั้น
ข้อยเลือกมา เจ้าไล่ไป ใฝ่ประจัญ
แล้วใครกัน มืดบอด ยอดอันธพาล

*ประชาธิปไตย ประเทศใด ไม่เลือกตั้ง
ไม่ถือฝั่ง เสียงข้างมาก มาบริหาร
ให้เลือกพระ มาปกครอง ไม่ต้องการ
เพราะพระท่าน ก็มีกิจ นำจิตใจ

*การเมืองใหม่ ไล่เขาไป แล้วตั้งพรรค
ดีตายชักบัก หัวเหลือง การเมืองใหม่
จริยธรรม คุณธรรม ย้ำเข้าไป
แล้วทำไม ใฝ่ลากตั้ง นั่งครองเมือง

*คิดหรือว่า คนส่วนใหญ่ ล้วนใฝ่เลว
ทองคำเปลว ฝ่าย “คนดี” ต้องสีเหลือง
ใครเล่าพา สู่ยุค ขุกเข็ญเคือง
ใครป่วนเมือง ถึงกับปิด สนามบิน

ทำไมต้องเหมารวมคนกรุงเทพทุกคน

ทำไมต้องเหมารวมคนกรุงเทพทุกคนด้วยครับ ผมเบื่อมากเลยนิสัยการเหมารวมของคนไทย ถ้าปลาในข้องมันตายตัวเดียว มันก็อาจจะเหม็นไปทั้งข้อง แต่ตัวอื่นมันยังไม่ดายนะครับ อย่าเหมารวม

กรุงเทพ ในฐานะที่มันเป็นเมืองหลวง มันไม่ใช่แค่แหล่งทำมาหากินของชาวต่างจังหวัดเท่านั้น แต่มันเป็นแหล่งชุมนุมด้วย เอะอะอะไรทุกคนก็จะมาชุมนุม มาปิดถนน มาสร้างความเดือดร้อนต่างๆ นาๆ ไม่ใช่เพิ่งมีนะครับ มีมานานแล้ว เราก็ต้องเห็นใจคนกรุงเทพ เขาก็คนเหมือนกัน เขาก็ต้องทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเหมือนกัน คนหาเช้ากินค่ำก็มี หรือคนทั่วๆ ไปเขาก็ต้องออกไปทำธุระปะปังของเขา ทุกวันที่รถมันติดก็หงุดหงิดกันอยู่แล้ว มาเจอแบบนี้อีก บางทีมันก็อารมณ์เสียนะครับ

ในทางตรงกันข้าม ถ้าเกิดคนกรุงเทพเขาไปปิดจังหวัดอื่นบ้างล่ะ คนจังหวัดนั้นเขาจะชอบไหม ปิดถนน เผาบ้าน เผาเมือง ใช้เครื่องกระจายเสียงด่ากัน ฯลฯ แล้วคนจังหวัดนั้นก็ทำมาหากินกันไม่ได้ สัญจรกันไม่สะดวก เอาใจเขามาใส่ใจเราครับ

รู้สึกว่าเว็บนี้จะพยายามเสี้ยมให้คนเห็นว่าคนกรุงเทพใจแคบ แต่คุณก็ต้องเข้าใจเขานะครับ ถ้านานๆ มันชุมนุมกันที ก็ยังพอทน แต่นี่ เดี๋ยวมา เดี๋ยวมา ใครไม่พอใจอะไรก็มา ก่อนที่จะชุมนุม เคยคิดแก้ปัญหากันด้วยวิธีอื่นก่อนไหม หรือมันกลายเป็นแฟชั่นกันไปแล้วว่า ถ้าอยากแก้ปัญหาให้ได้ดั่งใจ ต้องมาชุมนุมกดดันเท่านั้น

ผมทำงาน NGO เมื่อก่อนก็คิดว่าการชุมนุมนี่แหละช่วยแก้ปัญหาได้ แต่หลังๆ ลองเปลี่ยนมาใช้วิธีการเจรจา และทำงานกับรัฐหรือหน่วยงานต่างๆ ในเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น มันได้ผลดีกว่า มันเกิดการเรียนรู้กันหลายๆ ฝ่าย และที่สำคัญ ไม่ต้องทำให้ใครเดือดร้อน เราอ้างสิทธิในการชุมนุมได้ แต่ถ้ามันทำให้คนอื่นเดือดร้อน สิทธิเราก็ไม่ชอบธรรมแล้ว เมื่อมีสิทธิก็ต้องมีความรับผิดชอบ ผมไม่เคยเห็นมีใครพูดประเด็นนี้เลย พูดแต่ว่าจะเอาๆ ฉันมีสิทธิๆ แต่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีความรับผิดชอบอะไร

*ชนชั้นนำ เรียกร้อง

*ชนชั้นนำ เรียกร้อง สันติวิธี
ทั้งที่ตน ต่อตี อยู่ไม่หยุด
โหดระยำ ทำลาย ความเป็นมนุษย์
ให้ไพร่หยุด เรียกร้อง ความเท่าเทียม

*สันติวิธี ที่ไร้ ความเป็นธรรม
ผู้ต้อยต่ำ ไม่ยอมรับ กับความเหี้ยม
ถึงลำบาก ยากจน ไม่จนเจียม
ขอเท่าเทียม กับท่าน ทางการเมือง

*ชนชั้นนำ สามัคคี ตีไม่หยุด
อุตลุด ก่อเวร เล่นไข้เหลือง
การเรียกร้อง สันติวิธี ที่สิ้นเปลือง
ไปกับเรื่อง พิธีการ อ่านมนตรา

*สันติวิธี ที่ไร้ ความเป็นธรรม
จะก่อกรรม ทำไทย ให้ด้อยค่า
ถึงแม้นชน ชั้นนำ ล้ำเทวดา
มีคาถา ก็ตกต่ำ โปรดจำไว้

*ความเป็นธรรม นำหน้า สันติวิธี
จะก่อเกิด ความดี ศรีสดใส
จะก่อเกิด ประชาธิปไตย
ประเทศไทย จึงจะได้ สันติวิธี

ชุมนุมสงบได้

ชุมนุมสงบได้ อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน
เมษา 52 ภาพยังติด ศิโรต

ตรรกะเห็นแก่ตัวของศิโรต พี่น้

ตรรกะเห็นแก่ตัวของศิโรต
พี่น้องเอาขวดเปล่ามา มาเติมน้ำมันที่กรุงเทพ
เราจะทำให้กรุงเทพเป็นทะเลเพลิง
จาก อริสมัน
ถ้าชุมนุมสงบจริง
ทำไมเมษา 52 ถึงเผาเมือง
เพราะสร้างความวุ่นวายใช่ไหม
จะได้ให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ไป
แต่กรรมเลยตกที่คนไม่รู้เรื่อง
แน่จริงก็ควรไปปิดล้อมทำเนียบซะ
ศูนย์กลางอำนาจรัฐ
สัก 6 เดือน
ทำได้เปล่าแดง

คนที่อยู่กรุงเทพ ทุกคน

คนที่อยู่กรุงเทพ ทุกคน (รวมทั้งผม) ต้องสำเหนียก ถึงโอกาส ที่ตัวเอง ตักตวง จากคนจากทั้งประเทศ

จากการที่ ศูนย์กลางการปกครอง มาอยู่ที่นี่ ซึ่งทำให้สิ่งอื่น ๆ ตามมา เช่นสำนักงานใหญ่ของธุรกิจในประเทศต่างประเทศ

สาธารณูปโภค พื้นฐานที่พิเศษต่าง ๆเช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า และยังมี มหาวิทยาลัยชั้นนำ มากระจุกอยู่ที่นี่เป็นส่วนมาก

มันเป็น ราคาที่คุณต้องจ่าย

คุณได้ประโยชน์จากโครงสร้างการกระจายความมั่งคั่ง และโอกาส ที่ไม่สมดุลเท่าที่ควรมามากแล้ว

คนมาประท้วงไม่่ได้ตั้งใจมาให้คุณเดือดร้อน หากแต่ศูนย์กลางอำนาจการปกครองอยู่ที่นี่ มันเป็นศูนย์กลางอำนาจของคนทั้งประเทศ
เขามาเรียกร้องต่ออำนาจการปกครอง

คนอยู่กรุงเทพ คนเกิดกรุงเทพ ก็รู้ ๆ แก่ใจดีว่า ทำไมเลือกอยู่ หรือพ่อแม่เลือกอยู่ที่นี่ ก็เพราะมันโอกาสดีกว่าไงครับ

ถ้า ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ อุดร อุดรก็จะเจริญ ไม่ใช่เพราะคนอยู่กรุงเทพวิเศษวิโส โอกาสมันเกิดจากการมีอำนาจการปกครองมาอยู่ที่นี่

ถ้าคุณคิดว่า โอกาสมันไม่คุ้ม กับ ความไม่สะดวกที่จะเกิดขึ้น กรุณาพิจารณาย้ายที่อยู่ เพราะ การที่คุณอยู่เมืองหลวงแห่งโอกาสแห่งนี้มันมีความเสี่ยงสูง

หรือในทางกลับกัน ถ้าคุณรักที่นี่เพราะมันเป็นที่ที่ดีจริง ๆ มันดีในแง่อื่น ๆ ที่ไม่ใ่ช่เพราะมันเป็นเมืองหลวง ก็ให้คุณเรียกร้องให้ ย้ายศูนย์กลางอำนาจไปไว้ัจังหวัดอื่น แน่นอนเขาจะไม่มาประท้วงที่นี่

ที่ยกแนวคิดสองข้อเหมือนประชดนะครับ แต่มันเป็นการให้คุณได้ฉุกคิดถึงตัวแปร ที่คุณอาจจะลืมนึก หรือแกล้งลืมนึก

อย่าตกเป็นเครื่องมือของใคร

[quote=อย่าตกเป็นเครื่องมือของใคร]ทำไมต้องเหมารวมคนกรุงเทพทุกคนด้วยครับ ผมเบื่อมากเลยนิสัยการเหมารวมของคนไทย ถ้าปลาในข้องมันตายตัวเดียว มันก็อาจจะเหม็นไปทั้งข้อง แต่ตัวอื่นมันยังไม่ดายนะครับ อย่าเหมารวม

กรุงเทพ ในฐานะที่มันเป็นเมืองหลวง มันไม่ใช่แค่แหล่งทำมาหากินของชาวต่างจังหวัดเท่านั้น แต่มันเป็นแหล่งชุมนุมด้วย เอะอะอะไรทุกคนก็จะมาชุมนุม มาปิดถนน มาสร้างความเดือดร้อนต่างๆ นาๆ ไม่ใช่เพิ่งมีนะครับ มีมานานแล้ว เราก็ต้องเห็นใจคนกรุงเทพ เขาก็คนเหมือนกัน เขาก็ต้องทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเหมือนกัน คนหาเช้ากินค่ำก็มี หรือคนทั่วๆ ไปเขาก็ต้องออกไปทำธุระปะปังของเขา ทุกวันที่รถมันติดก็หงุดหงิดกันอยู่แล้ว มาเจอแบบนี้อีก บางทีมันก็อารมณ์เสียนะครับ

ในทางตรงกันข้าม ถ้าเกิดคนกรุงเทพเขาไปปิดจังหวัดอื่นบ้างล่ะ คนจังหวัดนั้นเขาจะชอบไหม ปิดถนน เผาบ้าน เผาเมือง ใช้เครื่องกระจายเสียงด่ากัน ฯลฯ แล้วคนจังหวัดนั้นก็ทำมาหากินกันไม่ได้ สัญจรกันไม่สะดวก เอาใจเขามาใส่ใจเราครับ

รู้สึกว่าเว็บนี้จะพยายามเสี้ยมให้คนเห็นว่าคนกรุงเทพใจแคบ แต่คุณก็ต้องเข้าใจเขานะครับ ถ้านานๆ มันชุมนุมกันที ก็ยังพอทน แต่นี่ เดี๋ยวมา เดี๋ยวมา ใครไม่พอใจอะไรก็มา ก่อนที่จะชุมนุม เคยคิดแก้ปัญหากันด้วยวิธีอื่นก่อนไหม หรือมันกลายเป็นแฟชั่นกันไปแล้วว่า ถ้าอยากแก้ปัญหาให้ได้ดั่งใจ ต้องมาชุมนุมกดดันเท่านั้น

ผมทำงาน NGO เมื่อก่อนก็คิดว่าการชุมนุมนี่แหละช่วยแก้ปัญหาได้ แต่หลังๆ ลองเปลี่ยนมาใช้วิธีการเจรจา และทำงานกับรัฐหรือหน่วยงานต่างๆ ในเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น มันได้ผลดีกว่า มันเกิดการเรียนรู้กันหลายๆ ฝ่าย และที่สำคัญ ไม่ต้องทำให้ใครเดือดร้อน เราอ้างสิทธิในการชุมนุมได้ แต่ถ้ามันทำให้คนอื่นเดือดร้อน สิทธิเราก็ไม่ชอบธรรมแล้ว เมื่อมีสิทธิก็ต้องมีความรับผิดชอบ ผมไม่เคยเห็นมีใครพูดประเด็นนี้เลย พูดแต่ว่าจะเอาๆ ฉันมีสิทธิๆ แต่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีความรับผิดชอบอะไร[/quote]

วิชาหน้าที่พลเมืองคงต้องนำมาปัดฝุ่นอีกครั้งเเล้วครับ

ความรุนแรงจะเกิดหรือไม่เกิด

ความรุนแรงจะเกิดหรือไม่เกิด ทุกฝ่ายล้วนเป็นตัวแปร ทำให้เกิดได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐ ฝ่ายผู้ชุมนุม สื่อ ชาวบ้าน กองเชียร์รัฐ กองเชียร์ผู้ชุมนุม ล้วนแต่อยู่ในข่ายที่จะทำให้สงบหรือรุนแรงได้ทั้งสิ้น ....ทางออกเบื้องต้น ทุกกลุ่มทุกฝ่ายต้องเคารพความคิดเห็นกัน ไม่ละเมิดสิทธิ์เสรีภาพผู้อื่น ไม่ยั่วยุกันและกัน มันก็น่าจะสงบสันติได้ .....ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้รักษากฏหมาย ก็ต้องทำหน้าที่อย่างจริงจัง ใครขนตอปิโด ขนขีปณาวุธมาให้จับกุมทันที อย่าปล่อยไว้ให้ถกเถียงกันไม่รู้จบ .....อย่างกรณีรถแก๊สเมื่อ ปี 52 เจ้าหน้าที่เป็นหมื่น เต็มถนนไปหมด ไม่มีใครสามรถจับกุมคนที่ขับรถบรรทุกแก๊สฝ่าด่านเข้าไปในที่ชุมนุมได้แม้แต่คนเดียว ....ไม่รูว่าพ่อมดเขมรเสกรถแก๊สหายแว๊ปไปโผล่ที่ชุมนุมได้ โดยที่เจ้าหน้าที่ทหารไม่มีใครรู้มันมาได้ยังไง.....หรือว่าพวกเสื้อแดงมีคาถาพรางตัวล่องหน ขับรถคันบะเริ่มเทิ่มฝ่าด่านทหารนับพันนายเข้าได้อย่างง่ายดาย .....เรื่องเหล่านี้มันแสดงถึงความไม่จริงจังที่จะจับกุมผู้จงใจก่อเหตุรุนแรง ของผู้ที่รักษากฏหมาย ซึ่งเป็นอีกต้นเหตุหนึ่ง ที่จะทำให้เกิดเหตุรุนแรงได้

บทสัมภาษณ์นี้ก็สัมภาษณ์เพื่อช

บทสัมภาษณ์นี้ก็สัมภาษณ์เพื่อชงกันให้เห็นว่า คนกรุงแตกต่างจากคนชนบท ทำไมไม่พูดว่า คนเราเหมือนๆกันละ รักสุขเกลียดทุกข์ มาเติมเชื้อให้ลุกไปทำไมอีกหนอ สอนสิทธิฯ แต่ดันทำให้เกิดความคิดแตกแยก แบ่งชนชั้น คนกรุงเทพฯส่วนน้อยที่คิดว่าต่างจังหวัดโง่ เดี๋ยวนี้เขาก็เข้าใจกันกับคำว่า "โง่ จน เจ็บ" และเขาก็เข้าใจว่าคนต่างจังหวัดไม่ "โง่ จน เจ็บ"แล้วครับ คุณศิโรตม์ ยังมาหาว่าคนกรุงเห็นว่าคนชนบทโง่อีก เขาเรียนรู้กันไปถึงไหนแล้ว เป็นอาจารย์นั้นต้องเป็นกลาง ยึดหลักให้มั่นคง แล้วก็ต้องเป็นผู้นำทางวิชาการ ทางจริยธรรมด้วย เราควรจะมาชวนคนกรุงคนกรุงเทพฯมาพูดคุยกันฉันท์มิตรดีกว่า อะไรไม่มีไม่งามก็ช่วยกันแก้กันไป ไม่ใช่พูดให้ท้ายและเติมเชื้อไฟเข้าไป

ด้วยความเคารพ

คุณศิโรตม์

คุณศิโรตม์ พูดความจริงที่เจ็บปวด

ที่รวมกันเป็นประเทศอยู่ได้ เพราะแต่ละท้องถิ่น มีวัฒนธรรมและประเพณี เป็นตัวเชื่อมสังคม ทำให้เกิดความมั่นคง

โดยทั่วไป คนกรุงมักดูหมิ่นคนต่างจังหวัด ยกตัวอย่าง อีสาน
ได้ยินว่า เรียก ไอ้คนปั้นจิ้ม บักเสี่ยว บักลาว อะไรทำนองนี้
ทั้งๆที่ในร้านอาหารชั้นดี เต็มไปด้วยอาหารอีสานสารพัด แม้แต่ฝรั่งมังค่าก็ชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ซกเล็ก"
เร็วๆนี้ มีระดับด๊อกเต้อร์พูดว่า คนรับใช้บ้านผมเป็นคนอีสาน เด็กปั๊มก็คนอีสาน
แทนที่มันจะมองว่า เขามาประกอบสัมมาอาชีวะ เขามีเรือกสวนไร่นา พ้นฤดูเพาะปลูกหรือเก็บเกี่ยวก็มาหารายได้เสริม

ที่จริง คนบ้านนอกอีสาน ไม่โง่อย่างที่ใครเห็น ด้วยอิทธิพลคำสอนของพุทธศาสนา ทำให้พวกเขาสงบเสงี่ยมเจียมตัว
ยอมหงอ แต่โดยแท้จริง พวกเขามีความเข้มแข็งในจิตใจอันยึดมั่นกับวัฒนธรรมและประเพณี นั่นคือ เอกภาพทางความคิด

การซื้อเสียง อาจได้ผล แต่ไม่ใช่เพราะอำนาจเงิน แต่เนื่องจาก "อำนาจของความเกรงใจ"
ขึ้นอยู่กับใครได้หัวคะแนนที่ชาวบ้านให้ความนับถือ
ความไม่เข้าใจประเพณีท้องถิ่น ทำให้เกิดความเข้าใจไม่ชัดเจน

การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมอย่างรุนแรงแบบบางประเทศ อาจได้ผลระยะสั้น แต่ในที่สุด ก็ต้องย้อนกลับสู่วัฒนธรรมดั้งเดิม เพราะพิสูจน์มาหลายพันปีว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ทว่า เมืองไทยวันนี้ เกิดข้อกังขาในระบบนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ
ผลที่ตามมาก็เป็นเช่นนี้
จะลงเอยอย่างไร ขึ้นอยู่กับผู้ใช้อำนาจ
ว่าจะวางตนอยู่บนฐานปิรามิด
หรือจะนั่งอยู่บนไม้หลักปักขี้เลน

คนเขาพูดเรื่องสิทธิคนเสื้อแดง

คนเขาพูดเรื่องสิทธิคนเสื้อแดงในการชุมนุม พูดเรื่องทำไมคนกรุงเทพมองคนแดงแบบนี้ คนด่าก็ไม่ด่าประเด็นนี้ แต่ไปด่าประเด็นซ้ำซ้ากๆ ว่าพวกนี้สมุนทักษิณ

ถ้าเห็นแดงเป็นทักษิณ ก็จะเกลียดแดงเพราะเกลียดทักษิณ เห็นคนแสนๆ เป็นคนของทืักษิณ คิดแบบนี้ มุมมองที่ตามมาจึงบิดไปหมด บิดเพราะเห็นอย่างทีตัวเองสร้างอคติให้ตัวเองเห็นเอง

อนาถใจ

ขอต่ออีกหน่อย...ทนายที่คุณกล่

ขอต่ออีกหน่อย...ทนายที่คุณกล่าวถึง เขาไม่ได้เปลี่ยนชุด เห็นเขาใส่แบบนั้นตลอด...เชิ๊ตขาว แขนยาว มีเนคไทบ้าง ไม่มีบ้าง กับสแลคขายาวสีเข้ม...

พวกคุณนี่โกหก ปลิ้นปล้อนเก่ง ตั้งแต่ หัว ยัน หาง จริงๆ

*กรุงเทพเป็นเมืองหลวง....ชนทั

*กรุงเทพเป็นเมืองหลวง....ชนทั้งชาติ
ไทยทุกคน สามารถ เข้ามาได้
รัฐบาล หากเป็น รัฐบาลไทย
ย่อมต้องให้ ความคุ้มครอง ป้องกัน

*คนเสื้อแดง มาโดย สันติวิธี
มาโดยสิทธิ์ เสรี ที่สร้างสรรค์
มีกฎหมาย รองรับ รับประกัน
รัฐบาล อย่าบั่น ความชอบธรรม

*คนเสื้อแดง ไม่มุ่งก่อ ความรุนแรง
เว้นแต่มาร กำแหง เข้าหั่นห้ำ
คนเสื้อแดง รู้ผิดชอบ แม้บอบช้ำ
ถูกกระทำ ย่ำยี อยู่ฝ่ายเดียว

*ที่สิบสอง ถึงสิบสี่ มีนาคม
ช่วยกันล้ม รัฐบาล ทหารเกี่ยว
เพื่อประชาธิปไตย ไม่ลดเลี้ยว
รัฐประหาร แห้งเหี่ยว เหือดหายไป

เป็นอีกบทหนึ่งของทัศนะคติย้อน

เป็นอีกบทหนึ่งของทัศนะคติย้อนยุค
ที่แบ่งแยกสังคมคนรวย คนจน คนเมือง คนชนบท
........................................................
จงใจเอาเรื่องแบบนี้มาสะท้อนภาพเหตุการณ์ปัจจุบัน
ถือว่าเจตนาไม่บริสุทธิ์ ถ้าคิดแบบนั้นจริงๆ นับว่าเป็นนักวิชาการที่คับแคบ
เอารสนิยมทัศนะส่วนตัวมาทึกทักเอาเอง
........................................................
แน่นอนว่าคนกรุงจำนวนมากไม่พอใจการชุมนุมของเสื่้อแดง
แต่ไม่ไช่เรื่องของชนชั้น ฐานะ การศึกษา หรือรวยจน
มันเป็นทัศนะ ความเห็นล้วนๆ
........................................................
ปัญหาของผู้ชุมนุมปัจจุบันจนอาจำให้เกิดการต่อต้านจากคนพื้นที่ก็เพราะ
คนพื้นที่เขาไม่GETในข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม เขาไม่เห็นด้วย
อย่าพยายามดึงให้เป็นอย่าที่พวกคุณพยายามให้มันเป็นเลย
เจตนาเอารถอีแต๋นมาเป็นสัญลักษณ์เข้ากรุง เพื่ออะไร
เรื่องนี้มันเข้าใจไม่ยาก

การเผากรุงในอดีตสองครั้ง

การเผากรุงในอดีตสองครั้ง ปฏิเสธไม่ได้กับความเจ็บแค้นของคนทางเหนือร่วมมือกับมอญและพม่า ที่ถูกกระทำกดขี่ย่ำยีจากชนชั้นปกครองอยุธยา
ถามว่า วันนี้อำมาตย์กรุงเทพฯ ได้กระทำต่อบุคคลที่สร้างคุณูปการแก่ชีวิตความเป็นอยู่ เฉกเช่นอดีตใช่ใหม? สมควรแก่เวลากระทำเช่นว่าแล้วหรือยัง?

ในสัดส่วนความคิดเห็นของผมแล้ว

ในสัดส่วนความคิดเห็นของผมแล้วผมค่อนข้างจะเห็นด้วยกับคุณ ศิโรตน์ ทั้งนี้เป็นเรื่องจริงทีเดียว ทั้งๆที่หลายๆคนอาจจะดัดจริตทำเป็นรับไม่ได้ หรือฉันไม่ได้เป็นอย่างนั้น แต่ด้วยเนื้อแท้แล้ว หลายๆท่าน ส่วนใหญ่ จะถูกปลูกฝัง หรือมีความคิดแบบนี้ลึกๆในใจครับ

ผมก็คนกรุงเทพฯ เมื่อตอนรุ่นๆ ก็คิดแบบนี้ แต่ต่อมาพอเราได้ประสบการณ์ชีวิตที่แท้จริงเราก็ถึงรู้ได้ว่า มโนคติแบบนี้ไม่ยุติธรรมกับคนต่างจังหวัด

คนชนบท มักจะถูกคนในกรุงเทพฯมองว่า " ถูกซื้อเสียง " " ถูกจ้างให้เลือก " โดยคนกรุงเทพฯ ก็ลืมนึกไปว่า สังคมการเมืองบ้านเราเป็นแบบ อุปถัมภ์ คือ นักการเมืองคนไหนที่เค้าพึ่งพาได้ เค้าก็จะเลือก เฉกเช่นเดียวกับ ที่คนกรุงเทพฯ เลือกตั้งผู้ว่าเช่นกัน คนกรุงเทพฯ เลือกก็เลือกคนที่จะเข้ามาทำประโยชน์ให้กับคนกรุงเทพฯได้ อย่าง สข. สก. ทั้งหลายนั่นเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ คนไหนที่เข้าช่วยชาวบ้านเค้าเวลายามยาก ก็จะได้รับความช่วยเหลือเต็มที่

ดังนั้น จึงเป็นความคิดที่ค่อนข้างจะเห็นแก่ตัวในมุมมองของคนกรุงเทพฯ ที่ว่า ชาวบ้านต่างจังหวัดโง่ เลือกคนเพราะถูกจ้าง ถูกซื้อเสียง หรือเพราะมีผลประโยชน์ ซึ่งควรจะให้เกียรติในมุมมองของเค้าด้วยเช่นกัน ถ้าคนกรุงเทพฯ ไม่ดิ้นรนสนับสนุน กลุ่มม๊อบเสื้อเหลือง ไม่ทำนิ่งเป็นพระอิฐพระปูน จนกระทั่งกลุ่มมีสีถือโอกาสเข้ามาเอี่ยวด้วยแล้ว ตอนนี้บ้านเมืองเราก็คงจะไม่ลุกเป็นไฟอย่างนี้

ผมเชื่อว่า ผม Post อย่างนี้คงจะมีหลายๆท่านด่าอยู่ในใจ ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ทัศนคติของแต่ละท่านน๊ะครับ แต่การที่จะออกความเห็นกัน ขอให้ออกด้วยความนึกคิดที่ตั้งมั่นอยู่ในความเคารพในความคิดเห็นของท่านอื่นๆด้วยครับ

ด้วยความเคารพ

*หยุดทำร้ายประเทศไทยใครควรหยุ

*หยุดทำร้ายประเทศไทยใครควรหยุด
จิตมนุษย์ย่อมรู้ดูก็เห็น
ใครเล่าฝ่ายกระทำพาลำเค็ญ
มันควรเป็นฝ่ายหยุดชั่วกาลนาน

*การเข่นฆ่า นักศึกษา หกตุลา...
เป็นการฆ่า ประชาธิปไตย ใฝ่ล้างผลาญ
ผิดกฎหมาย แจ้งชัด ใครจัดการ
อันธพาล ครองเมือง เรื่องเลวร้าย

*รัฐประหาร คือการก่อ อาชญากรรม
นับเป็นการ กระทำ ผิดกฎหมาย
มีโทษถึงประหาร มันควรตาย
อย่างมงาย ยกย่องมองว่าดี

*ม๊อบเข้ายึดทำเนียบ พวกเหยียบย่ำ
พวกล่วงล้ำ กฎหมาย ทำลายศรี
การกระทำ วิปริต จิตกาลี
ทำอัปรีย์ ถึงกับปิดสนามบิน

*ผิดกฎหมาย เลวร้าย ไร้คุณธรรม
จิตใจต่ำ เหลือร้าย ใจโหดหิน
การกระทำ ต่ำช้า เป็นอาจิณ
ควรดูหมิ่น เหยียดหยาม ประณามมัน

*อ้างทำผิดกฎหมาย เพราะใฝ่ดี
อ้างว่าพลี เพื่อชาติ ประกาศลั่น
อ้างอย่างไร ฟังไม่ขึ้น ขอยืนยัน
อ้างอย่างมัน คือปีศาจ คาบคัมภีร์

ครับคุณงานกร่อยเพราะทัศนะที่แ

ครับคุณงานกร่อยเพราะทัศนะที่แตกต่างบนเนื้อหาการแบ่งแยกแบบคุณนั้นล่ะคือต้นน้ำของความรุนแรง เพราะการอ้างว่าข้อเรียกร้องที่เขาไม่GET สาเหตุมาจากอะไร?มาจากการแบ่งแยกไม่รับฟัง เหตุผลในเนื้อหาที่แดงเรียกร้องจริงๆหรือไม่?หรือฟังครบทุกด้านแล้วแต่ไม่เก็ต?

คนกรุงเทพฯ เสพข้อมูลครบทุกด้านหรือไม่? สมาธิสั้นในการรับข้อมูลที่สร้างขึ้นผลิตซ้ำจากสื่อกระแสหลักที่เป็นยุทธศาสตร์เกมอำนาจสีเทาที่รบ.นี้ เจตนานำเสนอด้านเดียว ในเนื้อหาแบ่งแยกของการคุมสื่อ นั้นล่ะคือเงื่อนไขความรุนแรงหรือปลุกเร้าความไม่เข้าใจกัน?หรือปฎิเสธเนื้อหาจริงที่ค้างคาใจแดงที่ชี้ไปถึงการตอกย้ำความอยุติธรรมแล้วกระทืบซ้ำด้วยการแบ่งแยกดูถูก ทั้งที่คนดูถูกยังไม่เข้าใจเนื้อหาจริงๆว่าเขาเรียกร้องอะไร

บนการรับสื่อแบบสมาธิสั้นของชนชั้นกลาง ส่วนหนึ่งที่โยงกับคนกรุงเทพฯเพราะคุณภาพของการตัดสินใจของคุณกรุงเทพฯหลายครั้งได้สะท้อนคุณภาพตามกระแสฯแบบสมาธิสั้นเป็นหลัก เช่นกระแสม.7 กระแสพธม. กระแสคุณชูวิทย์ฯที่เกือบจะเอาพ่อเล้ามาเป็นพ่อเมืองด้วยกระแสสมาธิสั้นแบบคุณกรุงฯจนขาดการแยกแยะคุณสมบัติพ่อเมืองกับนักการเมืองควรแยกแยะอย่างไรควรใช้งานคนแบบไหน?

แม้ความคิดต่างมีได้?แต่ความคิดต่างที่ไปแบ่งแยกยกตัวเองเหนือคนชนบท? แต่คุณภาพในการตัดสินใจของคนในกรุงเทพฯ ได้สะท้อนคุรภาพการตัดสินใจผ่านกระแสแบบสมาธิสั้นของคุณกรุงเทพฯนั้นไม่ได้วัดคุณค่าการตัดสินใจผ่านกระบวนการปชต.ที่จะยกว่าตัวเองเหนือกว่าใครได้เท่าไหร่นัก?(อย่างกรณีตัวอย่างที่ยกมา)

เพราะคุณภาพแบบสมาธิสั้นนั้นมันสะท้อนจากสื่อกระแสหลักที่สร้างมายาคติจากการสร้างกระแสผ่านสื่อในการผูกขาดการนำเสนอด้านเดียวผลิตซ้ำ? ที่ตรงจริตวิธีการเสพสื่อของคุณกรุงฯที่นำมาสู่ทัศนะคติที่คุณงานกร่อยว่า มันจึงสร้างเงื่อนไขความเข้าใจหรือประเมินต่อสถานการณ์ปชต.ของคนกรุงฯ

ที่ติดกรอบมายาสัมพัทธกลยุทธสงครามทางสื่อ,กรอบความเชื่อศรัทธาที่บางทีครอบเหตุผลบนข้อเท็จจริง ไว้ที่ศรัทธาในใคร?มากกว่าความจริงคืออะไร? ที่ฝ่ายไหนยึดที่มั่นตรงนี้ได้อย่างเบล็ดเสร็จเด็ดขาดก็กุมความเข้าใจแบบสมาธิสั้นของคนในสังคมนั้นได้?(คนกรุงเทพฯ) สิ่งเหล่านี้มีตัวอย่างชี้ชัดสิ่งที่ผมกล่าวหาคนกรุงเช่นกรณีคุณชูวิทย์เขาสร้างมูลค่าเพิ่มในวิธีการนำเสนอตัวเองในวิธีการที่รุกเข้าหาพุ่งเข้าใส่กระแสการเสฟสื่อแบบสมาธิสั้นแบบรับตรงๆเดลิฯ ไม่ผ่านเครื่องกรอง จากข้อมูลหลายๆด้าน

หรือตัวอย่างที่สูงกว่าชูวิทยฯนั้นคือพันธนาการของกรอบศรัทธาที่เชื่อมันในตัวบุคคลจนเหนือเหตุผล ข้อเท็จจริงที่ถุกฝังลึกจนมันซึมลึกเป้นความเชื่อในตัวบุคคลมากกว่าเหตุผลบางอย่างจะเข้าไปทลายอะไร???ในนั้นได้ มันจึงเป็นการตัดสินใจผ่านความเชื่อตรงนั้นที่ให้ผลในการพันธนาการด้วยกรอบตรงนั้นได้มากกว่าความสมาธิสั้นตรงนั้นแบบคนกรุงฯ

นั้นคือ ตัดสินใจตามกระแส เช่นม.7ที่สะท้อนคุณภาพการตัดสินใจผ่านกระบวนการปชต.แบบสมาธิสั้นของคนกรุงฯจนสร้างเป็นจริต ,ทัศนะจนถึงเข้าใจในสถานการณ์ปชต.ภายใต้ระบอบสวนสัตว์(ปชต.ไม้ดัด) หรือหม้อตุ๋นกบ อย่างตระหนักรู้เข้าใจจนถึงรู้ทันสถานการณ์จริงๆหรือไม่?

ตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าถูกพันธนาการไว้ที่สื่อกระแสหลักที่คนกรุงฯเสฟมันอย่างสมาธิสั้นแบบนั้นมันจึงได้คุณภาพผ่านมายาคติที่สัมพัทธมากเพราะมันมีผลโดยตรงต่อคุณภาพการตัดสินใจของคนกรุงฯที่ผมฟันธงว่าคุณไม่ได้เหนือกว่าชาวบ้านต่างจังหวัดเลยครับ?แต่กลับจะมีเงื่อนไขที่ถูกพันธนาการณ์ไว้หลายชั้นเกินไปในทัศนะที่อาจจะบิดเบี้ยวได้???

ขอให้เสื้อแดงไปเดินชบวนแถวที่

ขอให้เสื้อแดงไปเดินชบวนแถวที่คุณอยู่นะครับ

ปากดีจริงๆ...เบื่อจริงไอ่พวกดีแต่ปากเนี่ย...ใช่สิคนชุมนุมเขาไม่ได้เอารถแก๊ซไปปิดรั้วบ้านคุณหนิ

บ้านผมอยูแถวที่คุณบอกแหละ

บ้านผมอยูแถวที่คุณบอกแหละ แต่ไม่ได้เกลียดเขา รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้มันต้องมีหลายฝ่ายมามั่วแน่ๆ

จะเอาเรื่องไม่พอใจเหตุร้ายแถวบ้านผมไปลงที่เสื้อแดง ผมว่าไม่ถูก นี่มันลัทธิหาแพะมมากกว่านะคุณ

n/a wrote:สรุปว่า

[quote=n/a]สรุปว่า คนไทยต้องฆ่ากันให้ตายไปฝ่ายนึงก่อนถึงจะหยุดกันได้่หรอครับ ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าจะใช้วิธีรุนแรงทำไม[/quote]

เสื้อแดงไม่เคยประกาศใช้ความรุนแรง มีแต่กล่าวอ้างหรือคาดว่าจากฝ่ายอื่นทั้งสิ้น และที่เห็นตอนนี้คือรัฐบาลทำทุกวิถีทางให้เชื่อว่าจะเกิดความรุนแรง ตกลงประเทศนี้จะปกครองด้วยระบอบอะไรกันแน่ พวกที่บอกว่าเป็นกลางให้ส่งเสียงออกมาเลยว่าต้องการระบอบอะไร และพวกคุณเคารพเสียงส่วนใหญ่หรือไม่ ถ้าคุณไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่พวกคุณก็ไม่ต่างจากพวกพันธมิตร

*ที่สิบสอง ถึงสิบสี่

*ที่สิบสอง ถึงสิบสี่ มีนาคม
ช่วยกันล้ม รัฐบาล ทหารเกี่ยว
เพื่อประชาธิปไตย ไม่ลดเลี้ยว
รัฐประหาร แห้งเหี่ยว เหือดหายไป

*มากันทั่ว ทุกทิศ แลทุกทาง
มากันอย่าง ตั้งใจ ไม่หวั่นไหว
ประชาชน สวัสดี มีขัย
รัฐประหาร จัญไร พินาศลง

*ทีละขั้น ทีละตอน ถอนหมุดใหญ่
เพื่อประชาธิปไตย...ใฝ่ประสงค์
รัฐบาล นอมินี ต้องจบลง
ความมั่นคง เป็นของ ประชาชน

*แพ้ชนะ อย่างไร ไม่ไหวหวั่น
นี่เป็นอีก หนึ่งขั้น อันก่อผล
ประชาชน จะไม่น้อม ยอมจำนน
ยิ่งเรียนรู้ เล่ห์กล อำมาตยา

*แผ่ขยาย ความคิด จิตสูงส่ง
เพื่อดำรง ประชาธิปไตย ให้มีค่า
สู้ต่อไป ต่อไป ไม่เหนื่อยล้า
สู้จนกว่า ...เกิดประชาธิปไตย

*

เป็นบทวิเคราะห์ที่ผมคิดว่าล่า

เป็นบทวิเคราะห์ที่ผมคิดว่าล่าหลังเอามากๆ..โดยเฉพาะแนวคิด!
หากบทความนี้เขียนขึ้นเมื่อยุค 16 ตุลา มันคงจะสอดคล้องกับสถานการณ์
แต่วันนี้ผมคิดว่าสถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว..

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..วันนี้คนชั้นกลางในกรุงเทพ ส่วนใหญ่พวกเขาก็มาจากลูกหลานชาวไร่ชาวนาในชนบทเสียส่วนใหญ่

เข้ากรุงเทพมาเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว..และพัฒนาตัวเองขึ้นมา

เอาอย่างตัวผมเอง..
เกิดมาจากในชนบท พ่อแม่เป็นชาวไร่ ส่งผมมาเรียนมหาวิทยาลัย
และทำงานใน กทม. กินเงินเดือนทุกเดือน ผมปฏิเสธความรุนแรง และเรียกร้องสันติวิธี

คุณว่าผมเป็น "คนชั้นกลาง" หรือไม่?? และผมในแคบ และเหลวไหลหรือ??

ที่สำคัญผมไม่เคยดูถูกพ่อแม่พี่น้องที่ชนบท..แถมยกย่องพวกเขาเสียด้วยซ้ำ

ที่สำคัญผมต่างจากศิโรตน์..เพราะตระกูลของศิโรตน์เป็นพวกพ่อค้านายทุน นักการเมือง
แต่เขากลับกระแดะมารักคนจน..และผมคิดว่าการเข้าถึงคนจนของศิโรตน์ และการเข้าถึงคนจนของผม มันต่างกันสิ้นดี
อย่างน้อยที่สุด..คนอย่างศิโรตน์ ก็ไม่เคยจับจอบจับเสียมเพื่อสู้ชีวิตด้วยตัวเอง!

ผมคนกรุงเทพ ฯ เกิด พระโขนง

ผมคนกรุงเทพ ฯ เกิด พระโขนง อยู่มา เกือบห้าสิบปี แล้ว ไม่เคย เข้าข้าง ฝ่ายอำมาตย์มาตลอดชีวิต
พวกผู้คนที่อ้างเป็นคนกรุงเทพ ฯ ไปเช็คประวัติพวกมันดูว่าใช่จริงหรือไม่
วันนี้ ออกหน้ามา บอก เรื่อง สันติวิธี บอกเรื่อง ไม่ใช้ความรุนแรง นี่คือ แผนการณ์หนึ่งของฝ่ายอำมาตย์ เท่่านั้น รัฐอำมาตย์กำลังคิดทำอะไรบางอย่าง กับประชาชนที่เห็นแย้ง(กลุ่มเสื้อแดงและใครก็ตามที่ไม่ได้ใส่เสื้อแดงแต่ไม่เข้ากับอำมาตย์) โดยพยายามประโครมข่าว แต่ในขณะเดียวกัน รัฐสร้าง กองกำลังนับหมื่นนับแสน ทั้งในและนอกเครื่องแบบทำเป็น ประชาชนไม่เห็นด้วยกับเสื้อแดง เพื่อเป็นจิตวิทยา ให้ประชาชนที่เป้ฯคนละฝ่ายออกมาต่อต้าน เพื่อนำไปสู่ความรุรนแรง โดยคนเสื้อแดงเป็นคนก่อ (นี่คือแผนของอำมาตย์ โดยใช้สื่อทีวีหลัก โฆษณาชวนเชื่อ)
ฝ่ายเสื้อแดงวันนี้ ยังเห็นขึ้นเวทีอยู่เลย ทำเหมือนกับว่ายังไม่พร้อมที่จะสู้
และเป้ฯข่าวว่า ฝ่ายรัฐจะปิดทีวีเสื้อแดงอีก แล้วเสื้อแดงหาทางออกไว้หรือยัง หรือว่ายอมให้ปิดหรือยังไง
ส่งคนมาไม่ต้องมาพร้อมกันก็ได้ เดินทางล่วงหน้ามาเลย
นัดพบกันเป็นการภายใน ไม่ต้องป่าวประกาศ
คุณมาแสดงพลังอย่างสันติตามระบอบ แต่อีกฝ่าย ไม่ได้คิดอย่างพวกคุณ เขากำลังหาทางกำจัดพวกคุณด้วยวิธีสกปรก อย่างที่พวกอำมาตย์ถนัด ระวัง

ผมเคยได้ยินพ่อค้าวาณิชผู้ได้ร

ผมเคยได้ยินพ่อค้าวาณิชผู้ได้รับอนุมัติโครงการพัฒนาลงไปสู่หมู่บ้านชนบทสนทนากันว่า "เรารักคนจน เรารักพวกมันจนน้ำลายไหล" แล้วพวกเขาก็ยิ้มแย้ม หัวเราะอันครื้นเครง สมกับความดีอกดีใจที่ได้โครงการใหม่มาหลายล้านบาท ซึ่งกลุ่มคนเหล่านั้นเป็นผู้นิยมความคิดแบบทักษิณมาก เพราะคุณทักษิณหัวคิดทางเศรษฐกิจเลิศหรู ยกชูคนจน คนชนบทเป็นพระเจ้า และประเทศเราก็มีคนจน คนชนบทผู้ถูกทอดทิ้งอย่างมหาศาล เขาไม่เคยได้อะไรเลย เพราะที่ผ่านมานับตั้งแต่พ.ศ. สองพันห้าร้อยสี่ รัฐให้ลงมา กว่าจะถึงมือชาวบ้าน อย่างที่เขาว่า เหลือแต่แท่งไอติม ดังนั้น จึงเป็นโอกาสดีของนักธุรกิจที่จะสร้างแผนธุรกิจอันเลิศหรู จึงต้องผลิตโครงการเงินล้าน เงินหมื่น และอีกหลายๆโครงการไปให้ด้วยความรัก แล้วพูดว่า"ผมรักพี่น้องประชาชนทุกคนครับ (รักจนน้ำลายไหล) ผมจะทำเพื่อพี่น้องประชาชน" เขาจะพูดด้วยรอยยิ้มและความปลาบปลื้มอย่างเต็มเปี่ยม แต่ผมกลับมาลองคิดดูแล้ว ก็รู้สึกหดหู่ชอบกล ผมคิดว่า ตอนนี้สังคมไทยกำลังต่อสู้ระหว่างลัทธิทุนนิยมกับลัทธิพอเพียง

ขอให้เสื้อแดงจงเจริญ มาร่วมขบวนการนี้กันเยอะๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกคุณต้องการอะไร เขาจะได้รู้กันว่าพวกคุณเป็นยังไงกันแน่

พ่อแม่พี่น้อง ลองคิดดู

เรานี่แหละ

เรานี่แหละ คนกรุงเทพโดยกำเหนิด เกิดพระโขนง สมัยก่อน เป็นสวน ชาวบ้านธรรมดา ไม่ใช่นายทุน
เราเห็น การชุมนุมมามากมาย
สมัย ปี 19 สมัย พฤษภา 35 สมัย ปี 49 50 51 52 53 ถึงปัจจุบัน ชุมนุมในกทม.กรุงเทพฯทั้งสิ้น
ปี 19 ล้อมฆ่านักศึกษา ปี 35 ล้อมฆ่า ประชาชนบนถนน ปี 49 ต่างฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บสาหัส (คนงที่ตายไม่แน่ชัดว่าถูกอะไรตาย) เมษา ถูกอาวุธปืน แล้วครั้งหลัง ยังไม่รู้ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับประชาชนที่มาชุมนุม
คนที่มา มีทั้งคนกรุงเทพ และต่างจังหวัด ปะปนกันไป
วันนี้ ฝ่ายรัฐ พยายามประโครมข่าว เรื่องการใช้ความรุนแรง และให้ผู้คนออกหน้ามาบอกว่า ชุมนุมอย่างสันติ

Love Thaksin

[quote=Love Thaksin]''การที่คนกรุงเทพฯกลุ่มหนึ่งคิดว่ารักสันติ
จนถือดีมาบอกว่าคนเสื้อแดงคนอื่นๆที่มาชุมนุมไม่ใช่คนไทย
นี่มันคือการดูถูกความเป็นมนุษย์ของเขาอย่างถึงที่สุด
ความเป็นคนไทยมันอยู่ที่ตัวตนของคนเรา
มันไม่ได้อยู่ที่การที่เขามีความคิดทางการเมืองที่แตกต่างกับคนกรุงเทพฯ ”

193 วันของพันธมิตร
การปิดสนามบิน
การยึดทำเนียบ
ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายและเดือดร้อนเลยใช่มั๊ย

เคารพความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง
ท่านไม่ชอบปลาร้าไม่เป็นไร
แต่อย่ามาบังคับให้ชาวบ้านเลิกกินปลาร้าเลย[/quote]

เห็นด้วยค่ะ

เห็นด้วยค่ะ การที่เขาคิดต่างจากคุณไม่ได้หมายความว่าเขาโง่
หรือไม่รักชาติ คุณไม่สามารถเอาตัวคุณเป็นมาตรฐานวัดคนอื่นหรอกนะ
คนต่างจังหวัด อิสาน เหนือ เขาก็คือคนไทยแต่ไม่นิยม ปชป เท่านั้นเอง

***รัฐธรรมนูญปี 2540

***รัฐธรรมนูญปี 2540 ถูกกบฎฉีกทำลาย ใช้ประกาศคณะปฏิวัติ กำจัดนัการเมืองที่ที่เกิดจากรัฐธรรมนูญปี 2540 นักการเมืองปี 2540 ใกล้ชิดกับรากหญ้า เป็นชาวต่างจังหวัด ต้องการดึงงบประมาณ และกระจายรายได้ไปสูต่างจังหวัด ต้องการให้ความเจริญทุกด้านให้เท่าเทียมกับชาวกรุง เขาเลือกรัฐบาลของเขาขึ้นมา เพราะเขารู้สึกและสัมผัสได้แล้วว่า มีรัฐบาลหนึ่งดูแลเขาได้ดีกว่ารัฐบาลก่อนๆ ที่เคยเป็นมาในอดีต กาลกลับปรากฏว่า คนในกรุงตีค่าเขาว่า เป็นเพียงคนโง่ ไม่รู้เรื่องอะไร

***แม้การเลือกตั้งในคราวต่อมา ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 คนต่างจังหวัด ก็ยังยืนยันว่า เขาเลือกรัฐบาลที่เคยเป็นที่พึ่งเขาได้ขึ้นมาอีก พวกปฏิวัติก็ไมยอม ทำสารพัด เพื่อให้รัฐบาลพลังประชาชนถูกยุบไป และได้ประชาธิปัด พรรคขวัญใจ่คนกรุงมาบริหารประเทศ

***บ้านเมืองในต่างจังหวัด กลับทรุดโทรมลง หนี้สินก็ล้นพ้น กลับไปสุ่สภาวะเดิมที่เขาเขยเป็นมาในอดีตตั้งแต่รุ่นปู่ย่า นายทุนเงินกู้ก็ยึดที่ไร่ที่นาไปตามที่คนจนไปกูเงินนอกระบบไว้ ทีละลายสองราย จนสถิติเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ที่ สปก.ก็ขายออกไป

***คนกรุงไม่ยอมรับความเรียกร้องต้องการของคนต่างจังหวัด แต่หารู้ไม่ว่า เงินที่หลั่งไหลเข้ามากองรวมอยู่ในกรุงนั้น เกิดจากความยากจน พินาศล่มจม อดอยากของคนต่างจังหวัด
***คนเสื้อแดง เรียกร้องรัฐธรรมนูญ ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดี ที่เขาได้ถูกปล้นไปกลับคืนมา มันก็ไม่คืนให้ มันไม่ให้แก้ เพราะมันฉีกรัฐธรมนูญ 2540 แล้ว จะให้แก้ทำไม เพราะไม่ให้อำนาจพวกอภิสิทธิ์ชนเข้ามากุมอำนาจบ้านเมืองได้สะดวก
***คนต่างจังหวัด จึงลุกขึ้นทวง ถ้าทวงแล้ว ยังคิดว่าเขาไม่ควรแก่การเอาใจใส่ และไม่ให้ความสำคัญ ก็เท่ากับว่า คนต่างจังหวัดเป็นแค่คนอาศัยคนกรุงเทพฯ ก็นับว่าเป็นโมหะอย่างน่าสงสาร และอาจก่อให้เกิดความหายนะแก่คนกรุงไทยได้สักวันหนึ่ง

***ขอเตือนไว้ ก่อนเป็นเมืองกรุง ก็อาศัยคนรากหญ้าทั้งนั้นสร้างกรุง ไม่เคยมีประเทศใด สร้างชาติโดยไม่เอาพลเมืองรากหญ้ามาร่วม นับแต่การก่ออิฐ สร้างกำแพงเมือง ก็ล้วนแต่หยาดเหงื่อแรงงานรากหญ้าบ้านนอกทั้งนั้น

******ขอให้คนกรุง ร่วมมือกับชาวรากหญ้า ทวงรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยคืนมา เอารัฐธรรมนูญของคณะปฏิวัติทิ้งไป

ผมว่า ศิโรจต์ เข้าใจถูกมากว่า

ผมว่า ศิโรจต์ เข้าใจถูกมากว่า แต่คุณกำลังดัดจริต ที่เป็นชาวนาจะผันตัวเป็นคน กทม. ลืมรากเหง้าที่แท้จริง คุณเลือกรักสันติ โดยทำลายความเท่าเทียมกันของคนจน คน ต่างจังหวัดใช่ไหม คุณเลือกทีจะอยู่ กทม.ออกลูกมาเป็นคอกๆ แล้วปรับเรียกตัวเองเป็นคน กทม.ใช่ไหม คุณรักสันติ แล้วคนอื่นเป็นอย่างไรช่างมันใช่ไหม
....................................................................................
1. ถามคุณลำพูดำง่ายๆ ว่า...ต้นตระกูลผมเป็นชาวไร่....ผมจำเป็นต้องเป็นชาวไร่ไปตลอดชีวิตหรือ?
ผมไม่มีสิทธิหรือที่จะมีความสะดวกสบายเช่นเดียวกับที่คุณกรุงเทพเขามีกัน
ผมไม่มีสิทธิหรือที่จะเสาะแสวงหางานดีๆ เงินเดือนดีๆ เพื่อให้ชีวิตผมและครอบครัวดีขึ้น

2. อย่าคิดว่าผมลืมรากเหง้าของชาวไร่ และคนยากจน เปล่าเลย...ทุกวันนี้งานของผม 80% นั้นช่วยเหลือชาไร่ชาวนาโดยตรง

3. ผมยังสงสัยว่า การที่ผมรักสันติ จะเป็นการทำลายความเท่าเทียมกันของคนจน คนต่างจังหวัดได้อย่างไร เพราะผมเชื่อว่าไม่ว่าทักษิณ หรือประชาธิปัตย์ แม่มก็ไม่เคยสร้างความเท่าเทียมของประชาชนห่าเหวอะไร? อย่างที่คุณเพ้อเจ้อเรียกร้องหามัน เอาง่ายๆ คุณคิดว่าวันนี้คนเสื้อแดงเท่าเทียมกับทักษิณหรือ???

ความเท่าเทียมเป็นนิยายหลอกเด็กของนักการเมือง และนายทุนเท่านั้น...หยุดเพ้อเจ้อเรียกร้องหามันซะที
ตราบใดที่ยังไปเดินตามตูดนักการเมือง นายทุน อำมาตพวกนั้น!

4. หากคุณเคารพสิทธิความเท่าเทียมกัน และคุณศรัทธาในประชาธิปไตยจริงๆ คุณจะไม่ดูถูกผมหากผมจะอยากเป็นคนกรุงเทพฯ เพราะนั่นคือสิทธิของผม ผมจะเป็นคนชนบท หรือคนกรุงเทพก็เรื่องของผม คุณใช้อำนาจอะไรมาบังคับบอกว่า "เฮ้ย มึงลูกชาวนา มึงต้องไปเป็นชาวนาตลอดชาติ"?

ฝรั่งมองสยามเมื่อ 239

ฝรั่งมองสยามเมื่อ 239 ปีที่แล้ว
วันนี้ เปลี่ยนไปบ้างไหม?
สิ่งดีที่ฝรั่งยกย่อง คือ การไม่เป็นคนขี้ปด (มดเท็จ) แต่วันนี้ พวกขี้ปด สอพลอ มักได้ดี

*******************************
http://www.siamrecorder.com/h/41.htm

ประวัติศาสตร์ไทยฉบับตุรแปง

เหตุการณ์ช่วงก่อนกรุงศรีอยุธยาจะแตกถึงสมัยต้นกรุงธนบุรีนั้น ชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง ชื่อนายฟรังซัว อังรี ตุรแปง (Turpin) ได้รวบรวมเรื่องประวัติศาสตร์ประเทศไทยไว้ตามข้อมูลที่ได้รับจากบาทหลวงบรีโกต์ซึ่งเป็นสังฆราช แห่งตาบรากา(Bishop of Tabraca) ประมุขมิสซังกรุงสยาม ที่เคยอยู่กรุงสยามหลายปี เมื่อกรุงแตกบาทหลวงบรีโกต์ ถูกพม่าจับตัวไปที่บางช้าง แล้วพาไปเมืองทวาย ต่อจากนั้นกัปตันเรือชาวอังกฤษ ชื่อรีเวียร์ พาไปถึงเมืองย่างกุ้งประเทศพม่าเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๓๑๐( ค.ศ. 1767) บาทหลวงบรีโกต์ได้รับการปล่อยตัวจากย่างกุ้งเดินทางมาเมืองปอนดิเชอรี่ เมื่อ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๓๑๑( ค.ศ.1768) แล้วได้เดินทางกลับไปปารีส ตุรแปง เขียนบันทึกดังกล่าวเป็นหนังสือภาษาฝรั่งเศส ๒ เล่ม ชื่อ “Histoire du Royaume de Siam” พิมพ์ที่กรุงปารีสในปี พ.ศ. ๒๓๑๔( ค.ศ. 1771) หนังสือนี้ กรมศิลปากรได้ให้นายปอล ซาเวียร์ แปลเล่มที่ ๑ และพิมพ์เป็นภาษาไทยในปี ๒๕๓๙ ชื่อ “ประวัติศาสตร์แห่งพระราชอาณาจักรสยาม” ส่วนเล่มที่สอง กรมศิลปากรให้นางสมศรี เอี่ยมธรรม แปลเป็นภาษาไทยจากฉบับภาษาอังกฤษ ใช้ชื่อว่า “ประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาฉบับตุรแปง” พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๒

ตุรแปง ได้บันทึกเรื่องเกี่ยวกับสยามไว้อย่างละเอียด สรุปได้ ดังนี้

นิสัยใจคอของชาวสยาม

ชาวสยามเป็นคนพากพูมใจในชาติและรักขนบธรรมเนียมอย่างเหนียวแน่น มีกิริยามารยาท อ่อนโยนสุภาพ มีเมตตา ซ่อนความรู้สึก ไม่ชอบพูดมาก มัธยัสถ์ ไม่ชอบหรูหราฟุ่มเฟือย ไม่เห็นแก่ตัว มีความรู้จักพอ ไม่ติดใจอยากได้สมบัติสิ่งของต่างๆ เหมือนคนยุโรป แต่ของที่มีอยู่จะรักษาอย่างหวงแหน ชอบฝังสมบัติมากกว่าจะนำออกมาใช้ นับถืออาวุโส เคารพพ่อแม่ คำสบประมาทของชาวสยามที่เจ็บแสบที่สุด คือ เป็นคนขี้ปด

จุดอ่อนของชาวสยามคือเป็นคนเฉื่อยชาเกียจคร้าน อันแก้ไม่หาย ย่อท้อ ไม่ชอบทำอะไรที่ลำบากยากเย็น ไม่ชอบทำของยาก ไม่ยินดียินร้าย ไม่ลุกลี้ลุกลน ไม่ออกกำลังบริหารร่างกายเพราะทำให้เหน็ดเหนื่อย ชาวสยามเป็นศัตรูกับความเหน็ดเหนื่อย และความยากลำบาก

ดูเหมือนจะมีชีวิตอยู่เพื่อจะกินและสืบเผ่าพันธุ์เท่านั้น

คนสยามมักจะเหลาะแหละไม่ยอมรับหลักการและผลที่เกิดจากหลักการ จิตใจไม่ค่อยได้รับการฝึกฝน จึงไม่เคยแยกว่าอะไรดีและอะไรดีที่สุด แล้วก็ประพฤติโดยไม่นึกจะคิดไตร่ตรองหาเหตุผล มักเป็นนายที่แข็งกระด้างไม่ค่อยรู้วิธีบังคับบัญชาคน
ชาวสยามมีความเจ็บแค้นสูงเมื่ออับอาย บ้าคลั่งอย่างไม่รู้จักชั่งใจเมื่อโมโห บางครั้งโหดเหี้ยมทารุณทำร้ายกันถึงตาย โดยเฉพาะวิธีประหารชีวิตของสยามแบบต่าง ๆ นั้นสยดสยองทรมานยิ่ง การปฏิวัติที่มีบ่อย ๆ ทำให้คนมั่งมีหลายคนถูกริบทรัพย์จนหมดตัว

คนสยาม มักยอมอ่อนน้อมต่อผู้อยู่เหนือกว่า แต่จะหยิ่งดูหมิ่นคนที่ต่ำกว่าและคนที่แสดงความยกย่องเขา บางคนช่างพูดอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม อ้างเหตุผลผิดๆมาตบตาคน เชื่อถือไสยศาสตร์ โชคลาง หมอดู เข้าทรงและคาถาอาคม
.......

เทศมองไทย..

เทศมองไทย.. http://www.siamrecorder.com/h/41.htm
ประวัติศาสตร์ไทยฉบับตุรแปง

การปกครองท้องที่

พระราชอาณาจักรสยามแบ่งออกเป็นสิบเมืองแต่ละเมืองมีเจ้าเมืองหนึ่งคน คือ ศรีอยุธยา Supthia บางกอก Bancok พิษณุโลก Porcelon เพชรบุรี Pipli กำแพงเ พชร Campine ราชบุรี Rappri ตะนาวศรี Tenasserim นครศรีธรรมราช Ligour กาญจนบุรี Cambouri และนครราชสีมา Concacema

การป้องกันประเทศ
ทหารสยามไม่ค่อยได้ออกรบ ใจไม่กล้า อ่อนแอ ไม่มีระเบียบวินัย.....
....
การศึกษา
การศึกษาของสยามขาดวิชารู้จักคิดหาเหตุผล คนสยามพยายามจะไม่คิดเพราะความคิดทำให้เหน็ดเหนื่อย

การศาสนา
ภาษาฝรั่งเศสเรียกพระภิกษุพุทธศาสนาว่า ตาลาปวง Talapoin ซึ่งได้มาจากคำว่า ตาลปัตร ที่พระภิกษุถือในมือ เพื่อไม่ให้เห็นสตรีขณะกำลังสวดมนต์

การยุติธรรม
ไม่มีประเทศใดในโลก ที่คนทุจริตจะมีวิธีพลิกแพลงมากเท่ากับในประเทศสยาม ในประเทศนี้ คนที่ชำนาญการในการทำให้คดียุ่ง สามารถทำให้เรื่องร้ายที่สุดกลับเป็นไปในทางดีได้ และเขาจะเรียกร้องค่าตอบแทนอย่างสูงทีเดียว

การลงโทษผู้กระทำผิดมีหลายระดับ เช่น ไปตัดหญ้าให้ช้างกิน เอามีดกรีดศรีษะ เฆี่ยน ดำน้ำลุยไฟ ตอกเล็บบีบขมับ จนถึง ตัดหัวประหารชีวิต
.....

http://www.bl.msu.ac.th/baila

http://www.bl.msu.ac.th/bailan/buncoum/12rasri.asp

กาลเวลาของชาวอีสานในอดีต
โดย สมัย วรรณอุดร
************************************
ชาวอีสาน เป็นกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมอันเก่าแก่และสวยงามที่เรียกว่า กลุ่มชนวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง หรือกลุ่มชนวัฒนธรรมไทย-ลาว ซึ่งในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านช้าง เป็นกลุ่มชนที่มีมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ดั้งด้านศิลปะและวัฒนธรรม

การเรียกชื่อเวลาหรือนับกาลเวลา คือการนับปี นับเดือน นับวัน และนับยาม ก็เป็นวัฒนธรรมอันโดดเด่นอย่างหนึ่งของชาวอีสานในอดีต ซึ่งมีการเรียกชื่อแตกต่างจาก ภาคกลางโดยสิ้นเชิง
......

สรุปคือ เมษาปีที่แล้ว

สรุปคือ เมษาปีที่แล้ว ที่มีความรุนแรง นั่นไม่ใช่ฝีมือคนเสื้อแดงทำกันเหรอครับ
ที่กรุงเทพฯ เขากลัว (จะเรียกว่ากลัวคงไม่ใช่) แต่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก
จะเรียกร้องอะไรก็ทำกันให้ยุติด้วยธรรมกันครับ

ที่น่ารังเกียจมากกว่านั้น คือทำโดยบอกว่าชุมนุมโดยสันติ ปีที่แล้วมีภาพถือดาบเล่มยาวๆ ออกมา มีภาพกำลังรองน้ำมันใส่ขวดอยู่ หลาย ๆ เรื่องที่ก่อความรุนแรงไว้ ทั้งที่ไปยิงคนแถวนางเลิ้งด้วย สิ่งเหล่านั้นเรียกว่า สันติเหรอครับ

จะบอกหรือว่า นั่นคือการกระทำของคนอื่น ไม่ใช่เสื้อแดงกันครับ

อ้อ เรื่องรถแก๊สที่โดนยึดไปตรงดินแดงอีก รถนั้นก็คือรถของบริษัทคนในตระกูลชินวัตร ซึ่งไปอยู่เหมาะเหม็งพอดีให้โดยยึดได้
จะบอกว่าเรื่องเหล่านี้ ไม่ใช่ฝีมือคนเสื้อแดงกันหรือครับ เป็นการทำของคนกลุ่มอื่นเหรอ

คนเขาเห็นกันทั้งประเทศ หลายคนก็ไปอยู่ในเหตุการณ์กันมาด้วย ยังจะหน้าด้านหน้าทนหลอกผู้คนแบบนั้นอีกเหรอคับ

ผมจะดูว่า

ผมจะดูว่า ครั้งนี้จะไม่มีความรุนแรง จะชุมนุมโดยสันติหรือไม่ครับ
ถ้าไม่สันติผมจะมา "ด่า" อีกรอบนึงครับ

ของฝากสำหรับหนุ่มๆ

ของฝากสำหรับหนุ่มๆ เมื่อพบสาวเสื้อแดง จีบไม่ได้ผล ใช้ร้อยเลห์เล่นกลไม่ได้ ก็ต้องใช้คาถา
ดังนี้

คาถาใจอ่อน

ปัญจะมังสิระสังชาตัง นะอตใจ นะกาโร โหติ สัมภะโว
ตรีนิกัตวานะ นะ การัง ปัญจะสัมภะวัง

คาถามนต์รัก

โอม นะ ปะ โร รันนะขุเภติ
พุทธัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา
ธัมมัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา
สังฆัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา

ใช้ภาวนากับดอกไม้ก่อนที่จะส่งให้กับคนรัก เมื่อเขาหรือเธอสูดดมดอกไม้ก็จะรักเราตอบ

ถ้าไม่อยากสันติก็เชิญ..บางกลุ

ถ้าไม่อยากสันติก็เชิญ..บางกลุ่มเขาพร้อมเหมือนกัน!
...................................................................
บรรยากาศการเตรียมพร้อมรับมือของชาวชุมชนต่างๆใน กทม.
ต่อการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงช่วงสุดสัปดาห์นี้

มุสลิมย่านดินแดง
ล้อมรั้วลวดหนามกันม็อบ
วอนอย่านำรถแก๊สกดดัน

ที่มัสยิดมูฮายีรีน บริเวณแยก 3 เหลี่ยมดินแดง ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่
ที่เคยมีการปะทะกัน ระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับทหาร เมื่อเดือนช่วงเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว
กรรมการมัสยิดได้นำลวดหนาม มาเสริมความแข็งแรงของแนวรั้ว
เพื่อป้องกันความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้น

โดยฮัจญีอิมรอน สว่างนวล กรรมการมัสยิด เปิดเผยว่า
การชุมนุมครั้งที่แล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมหลายคนได้พังรั้วมัสยิดเข้ามา
เพื่อหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ บางส่วนได้ขโมยธงชาติที่ประดับ
ตามแนวรั้วไป นอกจากนี้ ยังมีการเผายางรถยนต์บริเวณด้านหน้ามัสยิด
ทำให้ผู้ที่จะมาทำพิธีละหมาด ไม่สามารถเข้ามาในมัสยิดได้
ครั้งนี้จึงต้องป้องกันโดยนำลวดหนามเสริมแนวรั้ว เพราะเกรงว่า
หากปล่อยให้ผู้ชุมนุมเข้ามาอีก จะทำให้ทรัพย์สินเสียหาย
โดยเฉพาะรถยนต์จำนวนมากที่มาฝากจอดไว้ พร้อมฝากเตือนผู้ชุมนุมว่า
อย่าสร้างความเดือดร้อน ด้วยการเผาสิ่งต่าง ๆ
หรือนำรถบรรทุกแก๊สมากดดันอีก
เพราะเกรงว่าจะลุกลามเข้ามาภายในมัสยิด
ซึ่งหากเกิดขึ้นตนและชาวมุสลิมที่นี่พร้อมแลกด้วยชีวิต

ด้านนางสุพัตรา โชติกมล อายุ 51 ปี ชาวบ้านย่านชุมชนนางเลิ้ง
ที่เคยได้รับผลกระทบจากการชุมนุมช่วงเดือน เม.ย.ปีที่ผ่านมา
โดยต้องเสียลูกชายวัย19 ปีไปหนึ่งคน
ได้ออกมาเรียกร้องอย่าใช้ความรุนแรง

นางสุพัตรา เป็นมารดาของ นายยุทธการ จ้อยช้อยชด หรือน้องโต๊ด
ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 เม.ย.2552 ขณะออกมาต่อต้านการขู่เผารถเมล์
บริเวณชุมชนนางเลิ้ง กล่าวว่า ติดตามข่าวทางสื่อทราบว่า จะมีการชุมนุมกันอีก
และย่านนางเลิ้ง ก็เป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ชุมนุมทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ชุมนุมสีอะไร
เพราะอยู่ใกล้กับทำเนียบรัฐบาล แต่ขอร้องผู้ชุมนุม ว่าหากจะชุมนุม
ก็ขอให้อยู่ในขอบเขต ครอบครัวไม่ได้อยู่สีใดเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งเท่านั้น
แต่ต้องมาสูญเสียลูกชายเมื่อวัยเพียง 19 ปีเท่านั้น
แต่หากจะมีการมาปิดถนน ขู่เผาบ้าน
เผารถเมล์อย่างปีที่ผ่านมา
ชาวบ้านคงต้องออกไปต่อต้าน
ด้วยมือด้วยไม้ที่มีอยู่ เพราะทุกคนก็รักชีวิต

สำหรับหนึ่งปีที่ผ่านมา นางสุพัตรา ยอมรับว่า ยังคิดถึงลูกเสมอ
โดยเฉพาะตอนที่เดินผ่านจุดที่มีรอยกระสุนปืน เมื่อมองขึ้นไปตึก
ที่มือปืนยิงมาถูกลูกชาย และอดไม่ได้ที่จะร้องไห้
เพราะลูกอายุเพียง 19 ปี ยังมีอนาคตอีกไกล
วันนี้ใกล้ครบ 1 ปี การเสียชีวิต จะทำบุญที่วัด
และแม้จะไม่มีการสืบหาตัวผู้ยิงว่าเป็นใครก็ไม่ติดใจ
เพราะเป็นเพียงประชาชนตัวเล็กๆ แต่อยากบอกผ่านสื่อมวลชนว่า
การที่ลูกชายเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ครอบครัวได้รับเงินเยียวยา 400,000 บาท
จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
และ 100,000 บาท จากกระทรวงยุติธรรมเท่านั้น
แต่ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือรายเดือนตามที่เคยได้ยินข่าวมา

-- ***จงหาทางวางกำลังตั้งท่าร

--

***จงหาทางวางกำลังตั้งท่ารบ
อย่าให้มันมาสมทบพบกันได้
เราทหารลูกป๋าอย่ากลัวใคร
จงพร้อมใจให้เข้าตีสีเสื้อแดง

**สู้ครั้งนี้มีเดิมพันในขั้นสูง
จะผดุงฐานนันดรก่อนสิ้นแสง
แพ้ครั้งนี้ต้องหนีไกลไทยเปลี่ยนแปลง
สิ้นเรี่ยวแรงกำลังลดหมดตระกูล

*ต้องควบคุมกลุ่มต่อต้านให้มันหยุด
ช่วยกันขุดหลุมฝังร่างอสูร
6 ตุลาเอามาใช้ให้เป็นทุน
เอาให้พรุนหนุนพระเอกมาออกโรง

**ทั้งเทพไทไอ้ห้อยไอ้หอยมาร์ค
อย่าได้พรากจากไกลเดี๋ยวตายโหง
รัฐพลัดถิ่นได้ยินมาอย่าเชื่อมโยง
มันหาโลงใส่ร่างเทพแสนเจ็บใจ

ฝากไปบอกไอ้คนนามสกุลเดียวกัน

ฝากไปบอกไอ้คนนามสกุลเดียวกัน ที่ชื่อองอาจ พรรคปชป.ขี้เลนด้วยดิ ว่าให้พรรคมันเลิกใช้วิธีการโจรซะที

*เขามองเรา ว่าพวกเรา

*เขามองเรา ว่าพวกเรา คือผีบุญ
จึงทารุณ หยาบช้า บ้าหนักหนา
ความคิดเขา แบบระบอบ อำมาตยา
พวกไร้ค่า ไม่ยอมรับ ความเท่าเทียม

*เขามองเขา ว่าพวกเขา เป็นเทวดา
ผู้สูงส่ง เมืองฟ้า พายอดเยี่ยม
เขาหวังพวก คนจน ต้องจนเจียม
ไม่เท่าเทียม เสรีสิทธิ์ เขาลิดรอน

*เขาประกาศ ใช้กฎหมาย ความมั่นคง
เพื่อประสงค์ รานสิทธิ์ คิดไล่ต้อน
เขาขู่เข็ญ หนักหนา พาเดือดร้อน
ราษฎร จักยิ่งสู้ ชูยุติธรรม

*พวกเราคนเสื้อแดง...ดั่งแสงสูร
จักเพิ่มพูน พลังกล้า อย่าเหยียบย่ำ
ประชาชน จักต่อสู้ ผู้กระทำ
ที่ล่วงล้ำ เสรีสิทธิ์ คิดปราบปราม

*ในวันนี้ เราคือฝ่าย ประชาชน
ที่ถูกปล้น ประชาธิปไตย ใฝ่หยาบหยาม
ลุกขึ้นสู้ กับศัตรู ผู้คุกคาม
ยิ่งปราบปราม จักยิ่งสู้ กูไม่กลัว

หลายๆท่านที่ให้ความเห็นในที่น

หลายๆท่านที่ให้ความเห็นในที่นี้ เมื่ออ่านบทความเห็นของคุณศิโรตย์แล้ว หงุดหงิด เพราะไม่ตรงกับใจอคติของตน
ท่านเหล่านี้มีวันเปลี่ยนแปลง เพราะจิตใจเกลียดชังทักษิณสุดๆ เพราะรักประชาธิปัติสุดขั้วหัวใจ

ไม่ยอมรับรู้ รับดู รับฟัง คนบ้านนอก คนยากจน ชาวไร่ ชาวนา ที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจ อันเนื่องมาจากการกระทำย่ำยีต่อนายกทักษิณที่ได้ทำประโยชน์ให้กับมวลชนคนจน จากนโยบายที่ทำได้จริง ถ้ามวลชนบ้านนอกเหล่านี้ไม่เห็นคุณค่าของ" ประชาธิปไตยกินได้" ของนายกทักษิณแล้วไซร้ เขาจะยอมทุ่มเทหัวใจเพื่อการต่อสู้ครั้งนี้เพื่ออะไร เขาถูกหลอกหรือ เขาถูกซื้อหรือ ท่านที่ชิงชังทักษิณคงรู้ดีแกใจว่า คนเป็นแสน ถึงล้าน หลายล้าน ๆ จะถูกจิตวิทยาหมู่หลอกได้อย่างไร จะเอาเงินกีพันล้านถึงจะแจกได้หมด

ยิ่งไปกว่านั้น ความอยุติธรรมหลากหลายรูปแบบจากศาลต่างๆ สารพัดศาล ตอกช้ำความอธรรมที่กลุ่มอำมาตย์ย่ำยีจิตใจคนรากหญ้า บังคับใช้กฏหมายที่ใช้กับฝ่ายหนึ่ง...แต่ทำไม่รู้ไม่ชี้กับอีกฝ่ายหนึ่งที่ทำผิดกฏหมายเช่นเดียวกันหรือร้ายแรงกว่า เช่นการยึดสนามบิน ยึดทำเนียบ หมิ่นสถาบันโดยการเผยแพร่ข้อความ นี่คือการกดขี่ข่มเหงด้านจิตใจและความรู้สึกอย่างไม่ละอาย

สามปีนี่ก็นานสุดทนแล้ว...กดหัวกันมานานแล้ว ล้างสมองกันจนเอียนแล้ว...บ้านเมืองนี้ก็ของคนบ้านนอกเหมือนกัน...

Anonymous

[quote=Anonymous]สรุปว่าเหตุการณ์เดือนเมษาเป็นแค่การสร้างสถานะการณ์
คนกรุงเทพโดนหลอกรัฐบาลหลอก ให้ดูหนังฮอลีวู้ดฟอร์มยักษ์
และคนเสื้อเเดงก็โดนหลอกให้เล่นไปตามบทที่รัฐบาลเขียน

แท็กซี่ ที่มาปิดอนุสาวรีย์ เป็นแท็กซี่ที่รัฐบาลจ้างมา
รถแก๊ส ก็เป็นรัฐบาลทำ
คนที่ไปทุบรถนายกฯ ก็เป็นพวกนายกฯเอง

เสื้อแดงไม่ผิดเลยใช่ไหมครับ คุณ ศิโรตม์[/quote]
จับได้แล้วเหรอว่าใครทำ ใครทำก็เอามาลงโทษ

--- ****เสียงปี่กลองร้องด่าไอ

---

****เสียงปี่กลองร้องด่าไอ้ตากุด
เหนือมนุษย์สุดฟ้ามหาศาล
ไอ้ขี้ครอกหลอกลวงมาตั้งนาน
อำมาตย์มารประสานกายจนใหญ่โต

***แต่หนทางข้างหน้าท่าลำบาก
แดงมันมากหลากหลายใหญ่อักโข
ยิ่งทักษินดิ้นรนคนยิ่งโต
มหาโชโกรธา คนมาตรึม

**ทำยังไงไม่ให้ลูกถูกไล่ต้อน
ราษฎรสอนอย่างไรไม่เคร่งขรึม
มันเป่าแคนแสนสนุก ปลุกตังตึง
มันจะดึงให้ดับดิ้น สิ้นชีวัน

*ต้องเตรียมการประหารแดงให้แรงฤทธิ์
อภิสิทธิ์คิดคำขู่ชูสร้างสรรค์
ฝ่ายทหารทำให้โหดโฉดทั่วกัน
เพื่อตัวฉันครอบครัวฉันหรรษาเอย

หลายๆท่านที่ให้ความเห็นในที่น

หลายๆท่านที่ให้ความเห็นในที่นี้ เมื่ออ่านบทความเห็นของคุณศิโรตย์แล้ว หงุดหงิด เพราะไม่ตรงกับใจอคติของตน
ท่านเหล่านี้มีวันเปลี่ยนแปลง เพราะจิตใจเกลียดชังทักษิณสุดๆ เพราะรักประชาธิปัติสุดขั้วหัวใจ

ไม่ยอมรับรู้ รับดู รับฟัง คนบ้านนอก คนยากจน ชาวไร่ ชาวนา ที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจ อันเนื่องมาจากการกระทำย่ำยีต่อนายกทักษิณที่ได้ทำประโยชน์ให้กับมวลชนคนจน จากนโยบายที่ทำได้จริง ถ้ามวลชนบ้านนอกเหล่านี้ไม่เห็นคุณค่าของ" ประชาธิปไตยกินได้" ของนายกทักษิณแล้วไซร้ เขาจะยอมทุ่มเทหัวใจเพื่อการต่อสู้ครั้งนี้เพื่ออะไร เขาถูกหลอกหรือ เขาถูกซื้อหรือ ท่านที่ชิงชังทักษิณคงรู้ดีแกใจว่า คนเป็นแสน ถึงล้าน หลายล้าน ๆ จะถูกจิตวิทยาหมู่หลอกได้อย่างไร จะเอาเงินกีพันล้านถึงจะแจกได้หมด

ยิ่งไปกว่านั้น ความอยุติธรรมหลากหลายรูปแบบจากศาลต่างๆ สารพัดศาล ตอกช้ำความอธรรมที่กลุ่มอำมาตย์ย่ำยีจิตใจคนรากหญ้า บังคับใช้กฏหมายที่ใช้กับฝ่ายหนึ่ง...แต่ทำไม่รู้ไม่ชี้กับอีกฝ่ายหนึ่งที่ทำผิดกฏหมายเช่นเดียวกันหรือร้ายแรงกว่า เช่นการยึดสนามบิน ยึดทำเนียบ หมิ่นสถาบันโดยการเผยแพร่ข้อความ นี่คือการกดขี่ข่มเหงด้านจิตใจและความรู้สึกอย่างไม่ละอาย

สามปีนี่ก็นานสุดทนแล้ว...กดหัวกันมานานแล้ว ล้างสมองกันจนเอียนแล้ว...บ้านเมืองนี้ก็ของคนบ้านนอกเหมือนกัน...
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ redrose คุณเข้าใจผู้คนได้ลึกซึ้งดี ส่วนพวกที่มีความพยายาม dicradit คนเสื้อแดง กล่าวหาว่าทักษิณใช้เงินจูงคนเป็นล้าน และเป็นระยะเวลาถึงสี่ปีเข้าให้แล้ว เป็นไปได้อย่างงัยกัน ประวัติศาสตร์ชาติไหนๆก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพิ่งจะเกิดขึ้นในประเทศไทยนี่แหละ ที่มีเหตุการณ์ประหลาดสุดในโลก การทำลายล้างชนิดที่เข้มข้นสุดๆ แต่ไม่สามารถทำให้ฝ่ายถูกกระทำสิ้นสูญไปได้ แต่ตรงกันข้ามกลับเข้มแข็งยิ่งขึ้น และมีพลังที่สามารถมากขึ้นกว่าเดิมอีกมากมาย

บุญไม่แพ้บาป คนที่ทำบุญด้วยจิตใจที่บริสุทธิต่อผู้ยากไร้จะมีคุณอย่างกว้างขวางมาก เขาย่อมได้รับการตอบแทนกันเป็นธรรมดาสากล คนที่อยู่ในฐานะบุญ แต่ทำบาปสร้างเวรกรรม ย่อมได้รับผลแห่งกรรมเป็นธรรมดา เพราะบุญบาปเป็นสิ่งที่เที่ยงตรงหลบเลี่ยงไม่ได้ หากเป็นปัจเจกผลกรรมก็เฉพาะคน หากเป็นกลุ่มก็ส่งผลเป็นพวงตามขนาด

ขอแสดงความดีใจกับผู้มีส่วนร่ว

ขอแสดงความดีใจกับผู้มีส่วนร่วมในการลงบทความนี้ ที่คุณสามารถทำให้อะไรที่มันแย่อยู่แล้ว ยิ่งแย่ลงไปอีก ...
ถื่อว่าบรรลุวัตถุประสงค์ของ Web นี้เค้าล่ะ

ขอเป็นกำลังใจ ให้อาจารย์

ขอเป็นกำลังใจ ให้อาจารย์ ทั้งห้า ท่าน แม้จะอยู่ในคณะ ที่มีทั้งคฌะบดี และ อธิการบดีที่ทำงานให้ คมช. แต่ท่านยังมีความกล้าหาญ
อย่าเหมารวมกับการที่คนไม่เห็นด้วยกับรัฐประหารซ่อนรูปว่าพวกนี้เป็นพวกทักษิณทั้งหมด นั่นเท่ากับการผลักให้เค้าไปเป็นพวกทักษิณ
แต่ผมเห็นว่า
คปค.ไม่ใช่รัฐฐาธิปปัตย์ เนื่องจากเข้ารับการโปรดเกล้า เมื่อ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๙ ประกาศ และ องค์กรที่คปค.แต่งตั้งโดยไม่นำทูลเก้ลา ฯจึงไม่มีผล และ ไม่มีอำนาจ

“การที่คนกรุงเทพฯ

“การที่คนกรุงเทพฯ กลุ่มหนึ่งคิดว่ารักสันติ จนถือดีมาบอกว่า คนเสื้อแดงคนอื่นๆ ที่มาชุมนุมไม่ใช่คนไทย
นี่มันคือการดูถูกความเป็นมนุษย์ของเขาอย่างถึงที่สุด ความเป็นคนไทยมันอยู่ที่ตัวตนของคนเรา
มันไม่ได้อยู่ที่การที่เขามีความคิดทางการเมืองที่แตกต่างกับคนกรุงเทพฯ ”

ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

--------------------------------------------------------------------------------------

เอ่อ....นี่หรอความเห็นนักวิชาการ ขออนุญาตนะครับ

ถุยส์!!!

ที่คุณว่า "ความเป็นคนไทยมันอยู่ที่ตัวตนของคนเรา"

ที่คุณพูดมันถูกต้อง แน่นอนอยู่แล้ว ใครๆก็รู้
ก็เกิดอาศัยในไทย ไม่ทราบว่าจะให้คนไทยมีจิตสำนึกเป็นคน เขมรรึไง...

แล้วที่บอกว่า
” การที่คนกรุงเทพฯ กลุ่มหนึ่งคิดว่ารักสันติ จนถือดีมาบอกว่า คนเสื้อแดงคนอื่นๆ
ที่มาชุมนุมไม่ใช่คนไทย นี่มันคือการดูถูกความเป็นมนุษย์ของเขาอย่างถึงที่สุด”

เลว!!!!
ป้ายสีให้คนกรุงเทพฯว่ากำลังดูถูกคนที่คิดต่าง แบ่งชนชั้นคนกรุงเทพฯกับคนต่างจังหวัด
ให้เกิดความแตกแยก นี่คือสิ่งที่มรึงต้องการ

ถามหน่อยว่า...ผิดมากหรือที่คนกรุงเทพฯ รักสันติ ใครบ้างที่ไม่รักสันติ คนดีๆเค้าอยากอยู่กันสงบๆ ทั้งนั้น
แต่บทเรียนมันสอนให้ป้องกัน จำได้มั้ยหรือว่าสมองเสื่อม
สงกรานต์ที่ผ่านมา แทนที่จะเป็นเทศกาลแห่งความสุข กลับกลายมาเป็น "สงกรานต์เลือด"

ใครล่ะที่ทำลาย??!!!

มิใช่พวกแกนนำหรือ อย่างพวกมรึงรึ ที่สั่งป่วนเมือง !!!???
แผนป่วนเพื่อที่จะกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
แผนที่จะให้นายใหญ่ของพวกมันจะได้กลับมามีอำนาจ โกงบ้านโกงเมืองได้อีก เค้ารู้กันหมดแล้ว(กรุณาอย่าเถียง)

ย้ำอีกครั้งว่า สงกรานต์ที่แล้ว ก็ไอ้พวกแกนนำทั้งหลายนั่นแหละที่ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย
สั่งให้ล่าตัวนายก สั่งให้พกอาวุธ สั่งให้ยึดทำลายสถานที่ราชการ เผารถเมล์วายวอด ทำให้ผู้คนบริสุทธิ์ต้องโดนลูกหลง ร้านรวงเสียหาย เป็นผลพวงมาจากการชุมนุมที่ไม่สงบทั้งนั้น

ทั้งหมดนั้นคือฝีมือของคนเสื้อแดง ที่มีแกนนำยั่วยุ โดยมีนายใหญ่หนุนหลัง

แต่แผนไม่เป็นดังคาด...

โชคดีของคนกรุงเทพฯ ที่ยังมีบุญ
ทำให้รัฐบาลควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองไว้ได้ จนเหตุการณ์สงบ

เมื่อผิดแผน เกิดสถาณการณ์ล่อแหลม ความน่าเชื่อถือกำลังจะหมดลง
พวกมรึงจึงโยนความผิดทั้งหมดไปให้ "แพะ" กองเบ่อเร่อ
แพะบอก กูซวยอีกแล้ว มันคงอยากใส่เสื้อสกรีนคำว่า "อะไรก็กูๆ"

"แดงปลอม" "รัฐบาลจัดฉาก" คือแพะที่ว่า....ใส่ความกันดื้อๆ

งานนี้น่าเห็นใจ "แพะ" เป็นอย่างยิ่ง

ภาพที่เห็น เสื้อแดงเป็นร้อยๆคน จุดไฟเผารถเมล์ ทุบรถ ทำลายสถานที่ต่างๆ อย่างบ้าคลั่ง
แกนนำทั้งหลาย กำลังจะบอกให้สังคมรับรู้ว่า "นั่นคือเรื่องจัดฉากของรัฐบาล"

ถุยส์!!!

งานนี้ เจมส์ คาเมรอน ก็ เจมส์ คาเมรอนเถอะ
ถ้ารัฐบาลทำอย่างนั้นได้ เฮียแกคงมีคู่แข่งที่สูสี
ผมคนนึงจะ สนับสนุนให้รัฐบาลลาออก ไปทำหนังแข่งกับ "อวตาร์" รับรอง "รวย"แน่นนอน

แต่เอาเหอะ ไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่ ขนาดข้ออ้างโคตรห่วยแบบนี้ ยังมีคนเชื่อ!!!???

ปลงว่ะ...
คนเรามันไม่เหมือนกัน บางคนก็เชื่อแบบไร้เหตุผลเค้าบอกอะไรมาก็เชื่อไปหมด

แต่ขอบอกไว้อย่าง ของอย่างนี้ไม่เจอกับตัวไม่รู้ หรือกว่าจะรู้ก็สายเสียแล้ว
ไตร่ตรองสักนิด เมษาที่ผ่านมา จนมาถึงตอนนี้ที่จะชุมนุมใหญ่อีกครั้ง
ทำไมคนกรุงเทพฯเค้าจึงอยากยุติความรุนแรง อย่าดีแต่กล่าวหาลอยๆ โดยไม่มีอะไรมายืนยัน

มรึงรุ้ได้ไงว่า คนกรุงเทพฯไม่ยอมรับการชุมนุม
ตามหลักประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิ์คิดต่าง และแสดงความคิดเห็นได้
จะชุมนุมหรืออะไรก็ตาม ทุกคนมีสิทธิ์ ชุมนุมภายใต้ของกรอบกฎหมาย

แต่การชุมนุมของ ”คนเสื้อแดง” ในเดือนเมษาปีที่แล้ว เป็นบทเรียนสอนจำ
"ไม่มีใครอยากเห็นบ้านเมืองตกอยู่ในสภาพนั้นอีกครั้ง"

การรณรงค์ชุมนุมเพื่อสันติ ของคนกรุงเทพฯเป็นไป ก็เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำรอย
“อย่าทำร้ายประเทศไทยเพื่อคนคนเดียวอีกเลย”

นั่นสิครับ สงกรานต์ที่ผ่านมา

นั่นสิครับ สงกรานต์ที่ผ่านมา กลุ่มหมาตัวไหนที่ใส่ชุดนอกเครื่องแบบถือ M.16 แอบอยู่ตามซอยแถวดินแดง หมาชัดๆ

...คนกรุงเทพ!!!

...คนกรุงเทพ!!! ก็พอเข้าใจได้ครับ แค่คนของอำมาตย์ บวกกับคนของพรรคประชาธิปัตย์ บวกสื่อ ซึ่งส่วนมากก็อย่ฝ่าย รัฐบาลทั้งนั้น เท่านี้ก็ครึ่งค่อน กรุงเทพไปแล้ว และก็มีแต่ระดับ ศักยภาพสูงอีกต่างหาก ก็เลยไม่แปลกใจไงครับ แต่คนกรุงเทพที่อยู่ตรงกลางจริงๆ เขาไม่ตื่นไปตามสื่อพวกนี้หรอกครับ เขารู้ดีว่า มันเป็นกลเม็ดของรัฐบาลที่จะสร้างความปั่นป่วน ให้คนกรุง ออกมาต่อต้าน เสื้อแดง ซึ่งผมคิดว่าไม่สำเร็จหรอกครับ หรือถ้าเห็นคนกรุงออกมาต่อต้าน เขาพวกนั้นก็คือกลุ่มคนที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั่นแหละครับ ไมใช่ใครอื่น

*ที่สิบสอง ถึงสิบสี่

*ที่สิบสอง ถึงสิบสี่ มีนาคม
เร้าระดม ประชา มากันทั่ว
เรียกร้องสิทธิ์ เสรี มิเมามัว
ประชาชน ไม่กลัว อำมาตยา

*ยิ่งตรวจค้น บีบคั้น ยิ่งกันท่า
จะยิ่งมา มากมาย ไร้ปัญหา
ไม่ยอมให้ มันเบียดเบียน บีฑา
กดหัวเป็น ขี้ข้า ตลอดไป

*มาเถิดมา ประชาชน หัวใจแดง
ทนแดดกล้า ท้าลมแรง แสงสดใส
เราแนวร่วม รักษ์ประชาธิปไตย
รวมหัวใจ ต่อสู้ กู้แผ่นดิน

*การต่อสู้ ของพวกเรา ประชาชน
ก้าวไกลพ้น ผลประโยชน์ ท่านทักษิณ
แต่ยินดี ที่ยินเสียง ท่านโฟนอิน
ร่วมดูหมิ่น กระบวนการ อันโสมม

*ผลประโยชน์ ของท่าน ก็ของท่าน
อุดมการณ์ ร่วมกัน อันเหมาะสม
คือประชาธิปไตย...ใฝ่เกลียวกลม
ช่วยกันล้ม อำมาตยาธิปไตย

การชุมนุมของคนเสื้อแดง

การชุมนุมของคนเสื้อแดง ไม่มีรายการ " อาหารดี ดนตรีไพเราะ ไม่มีน้ำจาก........."
คนส่วนใหญ่มาไกลบ้าน เหนื่อย ยากลำบาก กิน นอน ขับถ่าย.....ไม่สดวก
แต่ต้องมา ถึงแม้จะถูกตราหน้าว่า โง่เขลาเบาปัญญา ยากจน ซื้อได้........
ก็ต้องมา เพราะประเทศนี้มันมีสองมาตรฐาน มันไม่เป็นประชาธิปไตย มันถูก
บงการด้วยคนกลุ่มเล็กๆที่มีอำนาจล้นฟ้า ประชาชนอย่างเราก็เป็นเจ้าของประเทศ
เหมือนกัน ไม่ใช่ผู้อาศัย คนที่บริหารประเทศต้องรับฟังประชาชน ไม่ใช่รวมหัวกันวาง
แผนปิดล้อมทำร้ายประชาชน เรามา เพราะต้องการแสดงให้รู้ว่าเรามีตัวตน
และเราคิดอย่างไร เราเชื่อในประชาธิปไตย และเชื่อว่าประชาชนคือผู้มีอำนาจ
สูงสุด รัฐบาลต้องมาจากประชาชน ไม่ใช่เกิดจากอำมาตย์หรือกองทัพ ทหาร
ไม่มีหน้าที่ตั้งรัฐบาล และอำมาตย์ไม่มีหน้าที่บงการ
เราต้องการมาขออำนาจของเรากลับคืน ขอได้โปรดล้มกระดานนี้ไปเถอะ
เลือกตั้งกันใหม่ดีกว่า สง่างามกว่า ไม่แน่นะ บางทีแค่เสียงของประชาธิปัตย์
กับพรรคการเมืองใหม่ก็อาจเพียงพอกับการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว เพราะคะแนนนิยมดีทั้งคู่ ส่วนจะให้ใครเป็นนายก สนธิลิ้มหรืออภิสิทธิ์ ก็แล้วแต่สาวกจะตกลงกัน ถึงเวลานั้นการชุมนุมก็หมดความจำเป็น เพราะคุณทั้งคู่ได้เข้ามาตามกระบวนที่ถูกต้อง ชอบธรรม ไม่ได้เกิดจากการปล้นสดมภ์หรืออุ้มสมของใคร

อภิสิทธ์ ยุบสภาเถอะ อย่าให้ ดำ แดง เหลือง เขียว ขาว น้ำเงิน กากี ชมพู ฟ้า ม่วง คราม ส้ม แสด..............ต้องสู้กันเลย

ไม่รู้จะดูช่องไหน

ไม่รู้จะดูช่องไหน มีแต่ใส่ร้าย ชาวเสื้อแดง
พยายาม ทุกวิถีทางที่จะประชาสัมพันธ์ให้คนเกลียดเสื้อแดง

ถามว่า คุณดูถูกความเป็นมนุษย์ชัดๆ ทำไมว่า เขา โง่ จน แล้วคุณช่วยอะไรเขา มีแต่เหยียดหยามดูถูก ชาวชนบทอยู่รำไป ว่าโง่ จน ถูกจูงจมูก ถูกจ้างมา ใส่ร้ายเขาสารพัด

ที่มาเพราะมันมีสองมาตรฐาน จงต้องมาสู้ มาด้วยน้ำพักนำแรง ขนข้าวสาร มาหุงกินเอง ยกทัพมารบ ทั้งฤดูแล้งและรบจนถึงฤดูฝน เพื่อขับไล่รัฐบาลเผด็จการหลังรัฐประหารออกไป แผ่นดีนนี้จึงจะสงบสุข

ทหารมีปืน

ทหารมีปืน เก่งแต่รบกับประชาชนเสื้อแดง บังอาจสั่งการ บังอาจตั้งรัฐบาล มันไม่ใช่หน้าที่ของทหาร ผิดบทบาทตนเอง ไทยเสียดินแดนรอบเขาพระวิหารและแนวตะเข็บชายแดน 4.6 ตรกม. ไปๆขับไล่เขมรออกจากพรมแดนด้านเขาพระวิหารไป

ประชาชนต่างหากคือเจ้าของประเทศ ประชาชนต้องเป็นผู้กำหนดประเทศด้วยตนเอง

อย่ามาดูถูกประชาชน คุณกำลังทรยศประเทศนี้ คุณควรคืนกำไรให้เสื้อแดง

งานก่อสร้างก็อาศัยเขา(เสื้อแดง) นั่งแท็กซี่ ใครขับ ทำนาก็อาศัยเขาทำนาให้กิน (เสื้อแดง) พนักงานโรงงงานก็อาศัยเขา(เสื้อแดง)

ทำงานบ้านก็(เสื้อแดง) ชับรถเมย์ให้คุณนั่งก็(เสื้อแดง) ขายสัมตำกินก็(เสื้อแดง) แฟนทางทีวีมีมากก็(เสื้อแดง) ขายเหล้ายาปลาปิ้งรวยเป้นกอบเป้นกำก็เพราะ(เสื้อแดง) สนับสนุนให้คุณรวย เหนือกับอีสานคือสัดส่วน 2 ใน 3 ของประเทศ

ถ้าถิ่นเสื้อแดง(โดยเฉพาะภาคอีสาน) ดินดีปลูกอะไรก็ขึ้นอุดมสมบูรณ์ เขาไม่ต้องการมาใช้แรงงานที่กรุงเทพฯหรอก

ลองเปลี่ยนกันไปอยู่ที่อีสานให้อีสานได้มาครอบครองเป้นเจ้าของในดินแดนภาคกลางดู คนภาคกลางไปครอบครองดินแดนอีสานแล้วลองทำมหากินดู แล้วคุณจะรู้ว่ารชาติของความแห้งแล้งว่ามันเป็นอย่างไร

เลิกดูถูกมนุษย์ด้วยกันเถิด ว่าโง่ จน

เลิกเสียเถอะเลิกดูถูกเสื้อแดง เดี๋ยวน้ำทะเล(โลกร้อนขึ้นน้ำแข็งขั้วโลกละลาย) จะท่วมกรุงเทพฯและภาคกลางแล้วจะลนลานหนีตายไปอยู่ทีสูง แล้วถึงเมื่อนั้นถ้าเราไม่ต้อนรับท่านให้ขึ้นไปอยู่ที่สูง จงลอยคอรอความตายก็แล้วกัน

ตั้งสาขาทำเนียบรัฐบาลไปไว้ที่

ตั้งสาขาทำเนียบรัฐบาลไปไว้ที่

สำนักงานใหญ่ อยู่กรุงเทพฯ บริหารประเทศช่วงปลายฤดูฝน นำเหนือกำลังหลาก

สาขา 1 ภาคเหนือ ต้นฤดูฝน

สาขา 2 ภาคอีสาน บริหารประเทศช่วงฤดูแล้ง จะเห็นปัญหาความแห้งแล้ง

สาขา 3 ภาคใต้ บริหารประเทศช่วง ธันวา- กุมภา แบบว่าฤดูแห่งการท่องเที่ยวทางทะเล

เปลี่ยนที่ทำงานทุก 3 เดือน

ให้ประชาชนประท้วงหรือร้องเรียน ที่ทำเนียบสาขาได้ เมื่อรัฐบาลไปนั่งทำงานแต่ละภาค

ใจกว้างเหมือนแม่นำไหมรัฐบาลยุคเผด็จการครองเมือง

อุ้งอิงแฟนกู

[quote=อุ้งอิงแฟนกู][/quote]

*หยุดทำร้าย ประเทศไทย ใครควรหยุด
ใครเริ่มฉุด ประเทศไทย ให้ลงเหว
ใครสุมไฟ ไล่ใคร ก่อไฟเปลว
ใครสุดเลว สุดชั่ว ว่าตัวดี

*เริ่มตั้งแต่ พวกอยู่อยู่ ร้องกู้ชาติ
อาละวาด ป่วนเมือง เคืองเต็มที่
สื่อชี้นำ ย้ำ ...เอ เอส ทีวี
โหมเต็มที่ ปลุกเร้า เผาบ้านเมือง

*พรรคฝ่ายแค้น นานมา ประชาวิบัติ
เข้าฟาดฟัด ร่วมด้วย ช่วยสร้างเรื่อง
เล่นการเมือง นอกสภา พาแค้นเคือง
จนบ้านเมือง ร้อนเร่า เผาไฟรุม

*เหล่าทหารชาญชัย ได้โอกาส
จึงไม่พลาด รัฐประหาร ผลาญไฟสุม
ออกกฎหมาย แก้กฎหมาย ใช้ควบคุม
ตั้งองค์กร ชุมนุมรุมต่อตี

*ตุลาการภิวัฒน์ จัดเอนเอียง
ก่อเกิดเสียง เล่าขาน ต้านศักดิ์ศรี
ความเป็นธรรม ล้ำเลิศ ไม่เกิดมี
เหมือนบดบี้ ประชาชน บนแผ่นดิน

*สิ่งเหล่านี้ ทำร้าย ประเทศไทย
แต่ทำไม จึงโทษ แต่ทักษิณ
คนเสื้อแดง เพียงปลายเหตุ เศษมลทิน
ถูกหยามหมิ่น จึงต้องรวม กันต่อกร

*หยุดทำร้ายคนไทกันก่อนเถิด ผล

*หยุดทำร้ายคนไทกันก่อนเถิด
ผลจะเกิดนำหนุนบุญกุศล
เร่งรีบคืนอำนาจประชาชน
มาเริ่มต้นด้วยกันอย่างเท่าเทียม

chanpen wrote:n/a

[quote=chanpen][quote=n/a]สรุปว่า คนไทยต้องฆ่ากันให้ตายไปฝ่ายนึงก่อนถึงจะหยุดกันได้่หรอครับ ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าจะใช้วิธีรุนแรงทำไม[/quote]

เสื้อแดงไม่เคยประกาศใช้ความรุนแรง มีแต่กล่าวอ้างหรือคาดว่าจากฝ่ายอื่นทั้งสิ้น และที่เห็นตอนนี้คือรัฐบาลทำทุกวิถีทางให้เชื่อว่าจะเกิดความรุนแรง ตกลงประเทศนี้จะปกครองด้วยระบอบอะไรกันแน่ พวกที่บอกว่าเป็นกลางให้ส่งเสียงออกมาเลยว่าต้องการระบอบอะไร และพวกคุณเคารพเสียงส่วนใหญ่หรือไม่ ถ้าคุณไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่พวกคุณก็ไม่ต่างจากพวกพันธมิตร[/quote]

อย่ามาทำไขสือ ผมได้ยินมากับหูตัวเอง ใครกันล่ะที่มันประกาศปาวๆ ในวิทยุว่าไม่มีชัยชนะใดที่ได้มาด้วยสันติวิธี อหิงสา ใครมันเป็นคนพูด ไปถามในกลุ่มเสื้อแดงคุณสิ แล้วที่ให้เอาขวดใส่น้ำมันมาคนละขวดน่ะ หมายความว่าไง ไม่ได้เตรียมจะเอามาทำอะไรรุนแรงใช่ไหม

เรื่องความรุนแรงน่ะ มันมาจากพวกคุณทั้งนั้น โดยเฉพาะเมื่อเดือนเมษาปีที่แล้ว ไล่ฆ่านายก ทุบรถลากคนออกมาตี ล้มงานอาเซียน เอารถแก๊สมาขู่ เผารถเมล์ ฯลฯ ทำอะไรกันไว้ล่ะ คนเขาถึงได้หวาดระแวงไง ไม่ต้องมาบอกว่าไม่ได้ทำ ประจักษ์พยานมันมีเยอะแยะ อันนี้คือสิ่งที่เสื้อแดงเรียกว่าไม่รุนแรงใช่ไหม เพราะความรุนแรงของเสื้อแดงคือ เผามันทั้งกรุงเทพไปเลย ลองดูสิ คราวนี้คงไม่ใช่แค่กทม ละที่จะโดนเผา คนกทม ก็จะไปเผาจังหวัดอื่นด้วย ถ้าคน กทม. ไม่มีที่จะอยู่ คนอื่นก็ไม่ต้องอยู่เหมือนกัน ไหนๆ จะแรงกันทั้งทีก็เอาให้มันแรงกันไปสุดๆ เลย ตายกันทั้งประเทศ หมดคนไทย ปัญหามันก็จบเองแหละ

How about ignoring and

How about ignoring and boycotting Bangkok's power? Do not march and do not mob. Do not negotiate and do not talk to those bureaucrats again. Only from now on do not cooperate. Stay where we are and build our own communities in our own territories, North, North-east, East, West, Central, furthest South, wherever. Build a just and caring land. Look to a brighter future of our own. Build our own politics, economy, society, cultures, education, health, communication, defense, and so on. Free ourselves from the oppressed mentality and oppressed cultures haunted our hearts and mind, and there will be nothing to fear or to worry about.

Forget about Bangkok. It remains the capital and center of power only because we have not abandoned it. Come back home. Leave it there. There is nothing to fancy about. Leave it for those who feel they own it. For years and for generations that people anywhere else in this country have been exploited, and suffered by power in this vicious city. Do we still need Bangkok? Say goodbye to it and many problems will have already been solved. Good luck.

With love from Australia.

เมื่อประชาชนส่วนหนึ่งเกิดข้อก

เมื่อประชาชนส่วนหนึ่งเกิดข้อกังขาในระบบนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ
ก็ได้ผลแบบนี้

ใครกันแน่
ที่ลงมือใช้ลิ่มตอกแผ่นดิน?

รู้สึกละอายใจบ้างไหม?

ถ้าเป็นแบบนี้ได้ป่าวคับ

ถ้าเป็นแบบนี้ได้ป่าวคับ ย้ายเมืองหลวงทุก 4 ปี

ความคิดที่เป็นมายาคติที่คนบางกอกมีต่อคนชนบทจะได้เท่าเทียมกัน

แล้วเรามาปลูกฝังเรื่องชาตินิยมกันใหม่ให้คนไทย แล้วหาศัตรูใหม่มาเพื่อเขียนประวัติศาตร์การกู้ชาติ

ขำขำน่ะคับ

ขอถามคุณศิโรตน์นะครับ ไอ้ที่แ

ขอถามคุณศิโรตน์นะครับ

ไอ้ที่แกนนำประกาศแบบนี้ มันคือสันติวิธีหรือครับ

http://www.youtube.com/watch?v=3hNCH7UVeYU

นี่คือสันติวิธีของคนเสื้อแดงเหรอ

ขอยกย่องนักเขียนที่เป็นแกนนำ

ขอยกย่องนักเขียนที่เป็นแกนนำ
ในการร่วมลงชื่อต่อต้านการใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้กับคนเสื้อแดง

ผมตั้งคำถามกับนักเขียนคนอื่น

เราเคารพบูชา ท่านปรีดี กุหลาบสายประดิษ ประเสริฐ จันทร์ดำ อัสนีพลจันทร์
จิตภูมิศักดิ์ และใครต่อใครอีกมากมาย

แต่ผมไม่แน่ใจว่าเราตกผลึกมากน้อยแค่ไหน กับสิ่งที่พวกท่านเหล่านี้ทำ ต่ออุดมการณ์ และท่านทำเพื่อใคร และถูกใครกระทำ

เพราะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ กับบ้านเมืองเรา มันเชื่อมต่อกันหรือไม่
หรือแท้จริงแล้วมันเป็นอันหนึ่งกับสิ่งที่พวกท่านเหล่านั้นต่อสู้ไว้ เพียงแต่เปลี่ยนรูป แปลงร่างเท่านั้น

ให้กำลังใจนะครับ สำหรับนักเขียนที่ร่วมลงชื่อ ท่านไม่โดดเดียวหรอกครับ
ทราบมาว่า พวกท่านเป็นแกะดำ ไปแล้วกับสำนักพิมพ์บางแห่ง

ตัวการใหญ่ปลุกระดมให้คนฆ่ากัน

ตัวการใหญ่ปลุกระดมให้คนฆ่ากัน คือตัวรัฐบาลนั่นเองที่พยายามพูดให้อีกฝ่ายดูเหลวร้ายไปหมด "เขามาไล่เอ็ง ที่มีอำนาจด้วยบารมีของ โจรปล้นประชาธิปไตย" แกล้งมึนปลุกระดมหาพวก และปลุกปั่นสารพัด เพื่อปกป้องตัวเอง

Anonymous

[quote=Anonymous]สรุปว่าเหตุการณ์เดือนเมษาเป็นแค่การสร้างสถานะการณ์
คนกรุงเทพโดนหลอกรัฐบาลหลอก ให้ดูหนังฮอลีวู้ดฟอร์มยักษ์
และคนเสื้อเเดงก็โดนหลอกให้เล่นไปตามบทที่รัฐบาลเขียน

แท็กซี่ ที่มาปิดอนุสาวรีย์ เป็นแท็กซี่ที่รัฐบาลจ้างมา
รถแก๊ส ก็เป็นรัฐบาลทำ
คนที่ไปทุบรถนายกฯ ก็เป็นพวกนายกฯเอง

เสื้อแดงไม่ผิดเลยใช่ไหมครับ คุณ ศิโรตม์[/quote]

งั้นคุณที่ปากบอกว่าไม่ใช่พันธมิตรอ่ะ แล้วไอ้ที่ไอ้เหลืองมันไปปิดสนามบิน ปิดรัฐสภา สร้างสถานการณ์เองจนแข้งขาขาดอ่ะเพราะแก๊สนำตาทั้งๆที่มันโดนระเบิดเองแล้วมาโท รบ. กับตำรวจอ่ะ ไม่ผิดเลยล่ะมั้งงงงงงงง คุณณณณณณณณณณณณณณณ

Anonymous wrote:chanpen

[quote=Anonymous][quote=chanpen][quote=n/a]สรุปว่า คนไทยต้องฆ่ากันให้ตายไปฝ่ายนึงก่อนถึงจะหยุดกันได้่หรอครับ ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าจะใช้วิธีรุนแรงทำไม[/quote]

เสื้อแดงไม่เคยประกาศใช้ความรุนแรง มีแต่กล่าวอ้างหรือคาดว่าจากฝ่ายอื่นทั้งสิ้น และที่เห็นตอนนี้คือรัฐบาลทำทุกวิถีทางให้เชื่อว่าจะเกิดความรุนแรง ตกลงประเทศนี้จะปกครองด้วยระบอบอะไรกันแน่ พวกที่บอกว่าเป็นกลางให้ส่งเสียงออกมาเลยว่าต้องการระบอบอะไร และพวกคุณเคารพเสียงส่วนใหญ่หรือไม่ ถ้าคุณไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่พวกคุณก็ไม่ต่างจากพวกพันธมิตร[/quote]

อย่ามาทำไขสือ ผมได้ยินมากับหูตัวเอง ใครกันล่ะที่มันประกาศปาวๆ ในวิทยุว่าไม่มีชัยชนะใดที่ได้มาด้วยสันติวิธี อหิงสา ใครมันเป็นคนพูด ไปถามในกลุ่มเสื้อแดงคุณสิ แล้วที่ให้เอาขวดใส่น้ำมันมาคนละขวดน่ะ หมายความว่าไง ไม่ได้เตรียมจะเอามาทำอะไรรุนแรงใช่ไหม

เรื่องความรุนแรงน่ะ มันมาจากพวกคุณทั้งนั้น โดยเฉพาะเมื่อเดือนเมษาปีที่แล้ว ไล่ฆ่านายก ทุบรถลากคนออกมาตี ล้มงานอาเซียน เอารถแก๊สมาขู่ เผารถเมล์ ฯลฯ ทำอะไรกันไว้ล่ะ คนเขาถึงได้หวาดระแวงไง ไม่ต้องมาบอกว่าไม่ได้ทำ ประจักษ์พยานมันมีเยอะแยะ อันนี้คือสิ่งที่เสื้อแดงเรียกว่าไม่รุนแรงใช่ไหม เพราะความรุนแรงของเสื้อแดงคือ เผามันทั้งกรุงเทพไปเลย ลองดูสิ คราวนี้คงไม่ใช่แค่กทม ละที่จะโดนเผา คนกทม ก็จะไปเผาจังหวัดอื่นด้วย ถ้าคน กทม. ไม่มีที่จะอยู่ คนอื่นก็ไม่ต้องอยู่เหมือนกัน ไหนๆ จะแรงกันทั้งทีก็เอาให้มันแรงกันไปสุดๆ เลย ตายกันทั้งประเทศ หมดคนไทย ปัญหามันก็จบเองแหละ[/quote]

เหรอออออออออ ตอนม็อบเหลืองไม่ก่อความรุนแรงเรยมั้งงงงงงงงง คุณณณณณณณณ เสื้อแดงชุมนุมมาตั้งนานไม่เห็นมีปัญหา ปัญหาเกิดเพราะรบ.อภิสิทธืนั่นแหละ ที่สร้างมือที่สามมาอ่ะ คุณจะปฎิเสธไม่ว่าเสื้อสน้ำเงินมันพวกใครล่ะ?
อย่าบอกว่าไม่รู้ เพราะถ้าคุณไม่รู้แนะนำไปเพิ่มรอยหยักในสมองโดยการไปหาข้อมูลให้ชัดแจ้ง แท้จริง อย่ามองด้านเดียวดูให้มันทุกช่อง เพื่อจะฉลาดขึ้นไม่ต้องตนเป็นพวกขี้ข้าอำมาตย์ นะพันธมาร

k9

[quote=k9]ขอถามคุณศิโรตน์นะครับ

ไอ้ที่แกนนำประกาศแบบนี้ มันคือสันติวิธีหรือครับ

http://www.youtube.com/watch?v=3hNCH7UVeYU

นี่คือสันติวิธีของคนเสื้อแดงเหรอ[/quote]

ถามตัวเองก่อนดีกว่าว่าม็อบเหลืองสันติวิธีไหม?

ได้ข่าวว่าชอบสร้างสถานการณ์นี่

มายา

[quote=มายา]เห็นด้วยกับคุณศิโรตม์มากค่ะ พูดได้ดี

เบื่อมายาคติของคนกรุงหลายคน (ไม่อยากจะเหมาว่าเป็นหมดทุกคน) ณ วันนี้เปิดดู status ใน facebook ก็เห็นคนกรุงหลายคนไล่คนอื่นอย่างกับหมูกับหมา เมื่อไหร่จะเลิกคิดว่าประเทศไทยคือกรุงเทพและเลิกไม่รับรู้สิทธิในความเป็นคนไทยของคนอื่น[/quote]

เห็นด้วยกับ ข้อความนั้ มักๆ เปิดเฟซบุกแล้วดูความคิดคับแคบของคนกรุงแล้วรู้สึกอนาถใจ เบื่อมาก

ผมว่าเราอย่ามาวิเคราะห์ที่ปลา

ผมว่าเราอย่ามาวิเคราะห์ที่ปลายเหตุจนไปจับผิดเงื่อนไขการเคลื่อนไหวไว้ที่ปลายน้ำคือความรุนแรง แต่สิ่งที่สังคมควรตรวจสอบคือเนื้อหาที่พัฒนามาจากต้นน้ำของปัญหา คืออะไร จะมีพัฒนาการไปแบบไหนจากวิธีการตอบโจทย์ข้อเรียกร้องแบบนี้ของเขา?

เพราะความรุนแรงในปลายเหตุที่ไม่มีใครพึงประสงค์? มันจะมีพัฒนาการได้ในทางดีขึ้นหรือยั่งยุให้มันยิ่งพัฒนาไปแบบที่ไม่มีใครอยากเห็น ผมว่าท่าทีการตอบสนองข้อเรียกร้องของอีกฝ่ายครับ?

ผมไม่สบายใจในท่าทีของรบ.,ผู้กำกับรบ.นี้? การส่งสัญญานแบบเดินหน้าฆ่ามันผมดูแล้วน่าเป็นห่วง? และที่แดงตอบโต้แค่นี้ผมถือว่าน้อยกว่าเงื่อนไขแบบอื่นๆของประเทศอื่นครับ นี่ถ้าไม่ใช่คนไทย? ตายเป็นเบื่อครับ? กับเนื้อหาการกระทำต่อกันที่อำหิต ระดับนี้?

ส่วนหนึ่งผมขอบคุณในความเป็นไทยตรงนี้เพราะเนื้อหาการเคลื่อนไหวแดง นั้นเขาถูกกระทำโดยตรง (ไม่ใช่แบบพธม.ด้วยซ้ำที่ไม่ถูกกระทำโดยตรงแต่พยายามร้องหาความเป็นธรรมในอีกแบบที่เป็นแบบพธม.) แต่แดง นี่เขาแดงเลือดอาบโดยตรงถูกกระทำตรงๆและฐานเสียงฐานคนสนับสนุนเขาก็มี

กับสถานการณ์ปชต.ที่อำนาจเข้าปากช้าง ระดับที่ทอนเศษให้ปชต. แบบตุ๋นกบ หรือระบอบสวนสัตว์จากปชต.ไม้ดัดระดับนี้คนกรุงยังไม่รู้สมรู้สา? ว่าเนื้อหาจริงๆมันคืออะไร? คุณยังไปติดเปลือกของปชต.เชิงพิธีกรรมกับรบ.มาร์ค ที่นายกแค่ผอ.สวนสัตว์ แต่สัดส่วนอำนาจทั้งหมดตอนนี้ปชต.ถูกครอบไว้หมดแล้ว แต่มีให้เห็นเชิงมายาสัมพัทธ

ให้คนกรุงฯได้เห็นแบบหลอกตัวเองว่าเป็นปชต แค่เพียงพิธีกรรม เพราะโครงสร้างอำนาจที่อำนาจนอกปชต.ใช้ผ่านศาลลงมาปกครองปชต. แล้วที่บอกว่าอำนาจต้องคู่กับการตรวจสอบ? แต่นี่อำนาจก็เบล็ดเสร็จเด็ดขาด(ตรวจสอบก้ของเขาผ่านการแต่งตั้ง???ในองคกรอิสระมิติการตรวจสอบ) แล้วว่าเขาใช้ผ่านศาล(หลายกรณีจะจะเช่นยุบพรรคจับตอน111ใช้กฎหมายขัดหลักนิติธรรมในการเอาผิดย้อนหลังนั้นแสดงถึงอำนาจศาลนั้นแบบปฎิวัติโดยศาล หรือตุลาการอภิบาลนุมัติ)

ไม่ใช่"ตุลาการภิวัฒ์" ใช้งานศาลแบบเคร่งครัดเพื่อมาระงับเหตุอย่างที่เข้าใจแต่นี่คือการปฎิวัติโดยศาล นั้นคือสัดส่วนการใช้อำนาจ แล้วสัดส่วนการตรวจสอบล่ะ ก็สัดส่วนอำนาจศาลแทบทั้งหมดแล้วอำนาจศาลใครใช้ล่ะ?

สรุปคือทั้งโครงสร้างอำนาจ(เหมือนเป็นปชต.แต่จริงๆใช่แค่พิธีกรรม) แต่การกระทำคือมีอำนาจนอกปชต.ใช้ผ่านอำนาจศาลครอบดุลอำนาจอื่นๆเช่นสามก้อนเส้าอำนาจหลัก นิติบัญญัติ,บริหาร.ตุลาการ แต่งานศาลมั่วหมดแล้ว เช่นกรณีมาบตาพุดแล้วหลายๆเรื่องที่ยุ่งๆตอนนี้

นั้นคือมีอำนาจนอกปชต.ครอบลงไปในสามอำนาจหลัก แล้วกระบวนการตรวจสอบสัดส่วนทั้งหมดก็คืออำนาจศาลที่มีคนใช้อำนาจศาลอีกที?

นี่ไงครับคือปชต. ในระบอบสวนสัตว์หรือ"แม็ตทริกซ์สยามซู" ที่คนกรุงฯหรือคนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวในสถานการณ์ชะตากรรมปชต.ยังเข้าใจแบบอินโนเช้นท์ว่านี่คือปชต.แบบปกติจึงไม่รู้สมรู้สาแบบคนไทยในกรุงฯตอนนี้ ส่วนที่รู้ เช่นปชป. ก็ต่างตอบแทนในการอยู่ในอำนาจในขนาดกรงที่อภิสัตว์กว่าใคร(ทหารเอกในกรงลิงและผอ.สวนสัตว์มาร์ค)

ในหน้าที่จับขังปชต.ในหม้อตุ๋นกบ คือมันเปื่อยสนิทจนไม่รู้ว่ามันคืออะไร?คือมันซึมลึกกับปชต.เชิงพิธีกรรมแล้วจึงไม่รู้สึกตัวว่าปชต.ถูกจับขังอยู่?

นี่คือความรับผิดชอบต่อสถานกาณ์ปชต.ของคนกรุงฯมองว่าปชต.ไม่ใช่กิจกรรมในมุ้งหรือกินไม่ได้? อย่างอาหารเมื้อเช้าชะตากรรมอย่างไรเรื่องของมัน? ฉันท้องอิ่มมีอาหารบริบูรณ์ดี แม้มันจะแค่ในกรงสวนสัตว์ แบบสื่อกระแสหลักก็เอา? คือเขาจะป้อนอะไรก็กินได้กินดี หรือเสิร์ฟตามน้ำตามสั่งเท่านั้น?

ความจริงส่วนที่เหลืออย่าเสือก? เดี๋ยวเดือดร้อน? ไปผจญภัยแบบหมาจรจัดชะกรรมกรรมเดียวกับผม? หรือเสื้อแดงหลายคนจนถึงคนสื่อที่ต้องการพื้นที่อิสระ โดนไปหลายรายแล้ว?นั้นคือโดนไปแบบความไม่รู้อะไรเลยของคนกรุงฯในชะตากรรมแบบนั้น? เพราะมันยังห่างตัวฉัน?ใครจะเป็นจะตายช่างมัน?

ทั้งที่หารู้ไม่ว่าที่ชะตากรรมประเทศชาติยังวิกฤตแบบนี้ ยังเป็นแบบนี้ นั้นล่ะสะท้อนว่ามาจากคุณภาพที่ไม่รู้สมรู้สาในชะตากรรมปชต.ที่คุณบอกว่ากินไม่ได้แต่ตอนนี้มันเดือดร้อนรู้สึกได้ไหม???

แต่คุณกลับไปรับรู้แค่ความรุนแรงที่ปลายเหตุที่จะกระทบตน บนภาระกิจเอาปชต.ออกจากหม้อตุ๋นกบอำมาตยฯ ที่หนักหนาสาหัสกว่าต้มกบระบอบทักษิณหลายเท่า?

ด้วยบทบาทตัวซวยของพธม. ที่เราหลงว่าคือตัวช่วยปลุกคนไทยออกจากหม้อต้มกบระบอบทักษิณตอนขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ แต่พอเหลาไปเหลามากลายเป็นเครื่องมือเสฟอำนาจร้อนก้อนยาฝิ่นแบบบ้องกัญชาเป็นเครื่องมือในการไฮแจ็คจับขังปชต.ลงในหม้อตุ๋นกบในบทบาททหารราบในกรงลิงพธม.ในการจับขังปชต.ลงหม้อตุ๋นกบอำมาตยฯ

นี่ไงบทบาทชนชั้นกลางชนชั้นที่ได้ชื่อว่าคือการเมืองภาคปชช.เพื่อปชต. แต่ทำไปทำมากับกลายเป็นทหาราบจับขังปชต. นี่ไงบทบาทที่สะท้อนวิธีคิดแบบคนกรุงฯในการมองสถานการณ์ปชต.ในการเป็นส่วนหนึ่งกระทืบซ้ำจับขังปชต.เสียเอง?

แล้วเป็นทั้งหารราบ(พธม.การเมืองภาคปชช.)และทหารเอกปชป.(การเมืองภาคตัวแทน) บนฐานสนับสนุนของชนชั้นกลางในกรุงฯ เพื่อหน้าที่ไฮแจ็คปชต.ลงหม้อตุ๋นกบเพราะหลงกระแสหม้อต้มกบทักษิณที่สร้างให้เกินจริงจนเกินเหตุ(จนตกหลุมพลางกลยุทธนกกระจิบในแหนายพรานคนหยับชิ้นปลามันคือใคร แต่ไม่ใช่ปชช.หรือปชต.แน่นอน)ที่สุดกลายไปเป็นจุดอ่อนที่สุดของปชต.เสียเองแบบนี้???

ครับสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดคื

ครับสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดคือท่าที นายกมาร์ค ตอบโจย์นี้ว่า "บ้านเมืองต้องมีหลัก"???

คือจริงๆถ้าฟังบนพื้นฐานปชต.ไทยมันยังปกติ ดี ไม่ได้อยู่ใน"แมตทริกซ์สยามซู" คำพูดสวยหรูคำนี้ของนายกมาร์ค ถือว่าเป็นวาทะกรรมภาวะผู้นำที่ดี(ผมเชื่อว่าคำนี้มีที่มาจากวันนั้นที่ศิริราชฯ)

ผมถามกลับคุณมาร์คครับ"บ้านเมืองต้องมีหลัก"ของคุณมาร์คผมใช้คำว่า"คุณมาร์ค" เพราะคุณสมบัติคุณตอนนี้ผมไม่ยอมรับว่าคือนายกของผม แต่คุณคือนายกที่ถูกยกมาของใคร?คุณรู้ดี?

"บ้านเมืองต้องมีหลัก"คำนี้ฟังดูสวยมาก ถ้าไม่ตรวจสอบสถานการณ์ปชต.ไทยขณะนี้ว่าหลักมันอยู่ตรงไหน? ปชต.ไม้ดัดหรือระบอบสวนสัตว์มันใช่หลักยึดแบบปชต.หรือไม่?หรือยังสัดส่วนอำนาจตอนนี้ มันคือปชต.หรือไม่ ?คุณคือน่ายก(เจตนาเขียนแบบนี้)หรือผอ.สวนสัตว์ล่ะ?

ถ้าคุณยอมรับสถานภาพ"ทหารเอกในกรงลิง" หรือผอ.สวนสัตว์ของคุณตอนนี้ว่าคือหลักยึดแบบปชต. ถ้าคุณเชื่อตามนั้นจริง กล้าพิสูจน์จริงตามจริงหรือไม่ว่าสถานภาพที่คุณต้องยึดเป็นหลักตอนนี้มันเป็นปชต.หรือไม่?มันเป้นทิศทางพัฒนาการในหลักการณ์แห่งปชต.หรือไม่?หรือพัฒนาสการแบบไหลย้อนกลับไปหาอะไร?กับคำว่า"หลัก"ของคุณ

คุณต้องนิยามตรงนี้ให้ถูกต้องก่อนไปพูดถึง"หลัก" เพราะตรงนี้มันชี้ไปถึงว่าตัวตนคุณมาร์คและรบ. ปชป.ตอนนี้ตรงลงคุณ เชื่อมั่นในอะไรกันแน่? ปชต.หรืออำนาจนอกปชต.แล้วหลักคุณคือปชต.?หรืออำนาจนอกปชต.?

ผมขอให้คุณมาร์คตอบตัวเองต่อสาธารณะชนให้ชัด หรือถ้าแบบนี้คงไม่ชัดเพราะมุกปชป. แบบคุณมันไหลไปเรือ่ยๆ

ผมท้าเลยกล้าดีเบตกับผมตัวต่อตัวไหม? ต่อประเด็นนี้เพื่อให้มันรู้กันเสียทีตัวตนคุณฝักใฝ่อำนาจอะไร? ผมจะได้ฉีกหน้ากากให้คนไทยรู้จริงๆเสียทีว่าหลักจริงๆที่คุณถือตอนนี้คืออะไร?
ถ้ากล้าก็ก็บอกมาเลยที่ไหน?เวทีไหน?แต่ขอให้พูดได้ทุกเรื่องห้ามมือมัดมือชกน่ะ?

แต่ถ้าไม่กล้านู๋มาร์คไปทบทวนตัวเองต่อคำพูดแบบนี้ต่อคนไทย(อย่าดูถูกคนไทยหรือปชต.เกินไป) เพราะคำว่า"หลัก"ของคุณตอนนี้ตบหน้าปชต.ตบหน้าคนไทยที่รู้เรื่องอะไร???ในบ้านเมืองนี้อยู่ ไม่ใช่คนไทยกับกระแสสมาธิสั้นทางปชต.ในกระแสหลักตอนนี้แบบนั้น

พิสูจน์ง่ายๆ คือรับคำท้าผม? ถ้าไม่กล้า? กลับไปทบทวนตัวเองในคำพูดนี้แต่ผมเชื่อว่าคุณเลือกเชื่อมั่นในอันธพาลตัวใหญ่หมัดหนักอำนาจนอกปชต.ในการต่างตอบแทนการอยู่ในอำนาจเพื่อรับหน้าที่ในการจับขังปชต.ต่อไป?

นั้นคือหลักยึดของคุณใช่หรือไม่???

ครับล่าสุดกับท่าที

ครับล่าสุดกับท่าที นายกมาร์ค(ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทย) คือผมไม่ได้ฟังตลอดแต่พอจับสาระบางประเด็นได้ ก็ยังน่าเป็นห่วงในท่าทีแบบนี้(เข้าใจว่าผอ.สวนสัตว์เข้าไปรับคำสั่งเจ้าของสวนสัตว์แล้วกับท่าทีแบบนี้)

นั้นคือมองแบบทองไม่รู้ร้อน ดิ้นได้ดิ้นไป? แต่ตัวเองตกถังข้าวสารอำนาจแบบต่างตอบแทน เจ้าของสวนสัตว์(อำมาตยฯ)เรียบร้อยแล้วอันธพาลตัวใหญ่หมัดหนักยึดที่มั่นสำคัญๆไว้หมดแล้วเป็นต่อทุกด้านแล้วจะเสียเวลาไปเจรจาทำไม?

สถานการณ์ปชต.เป็นยังไง? ไม่รู้?ใครอยากออกไปจากกรงสวนสัตว์ หรือหม้อตุ๋นกบอำมาตยฯ ไม่ได้โดยหน้าที่ผอ.สวนสัตว์หรือรบ.ปชป.(ทหารเอกในกรงลิง)คือ ตรึงกำลังยึดที่มั่นแต่ล่ะกรงขังให้ดี นั้นคืออ้างโดยหน้าที่?

แต่หน้าที่นั้นคือจับขังปชต. ใครอยากออกไปถือว่าพวกมันหรือสูเจ้า อย่าเอากำลังอันน้อยนิด ของเหล่าสรรพสัตว์ในกรงขัง"สยามซู" ทั้งหลาย ตัวไหนที่มันดิ้นรนขัดขืนกระเสือกกระสนมาต่อรองมากเอาอำนาจตัวเองคืน ให้เอามันไปซ่อมในกรงมืด อย่าให้เห็นเดือนเห็นตะวัน?

ที่บังอาจจะเอากำลังมาข่มขู่ฉัน? ท่านมาร์คบอกว่า การที่เขาพยายามส่งสัญญานปชต.ตอนนี้ถูกขังน่ะโดยหน้าที่ฝ่ายปชต.(หรือไม่คุณมาร์คคุณเชื่อในปชต.หรือะไร?) ถ้าเชื่อทำไมผันหน้าที่ไปเป็นทหารเอกในกรงลิงหรือผอ.สวนสัตว์ในการจับขังปชต.

เวทีในหน้าที่คุณ เพื่อแลกกับขนาดกรงที่อภิสัตว์กว่าใครๆ มองการดิ้นรนของฝ่ายปชต.ว่านี่คือการเอากำลังมาข่มขู่ต่อรอง มองปัญหาแบบตามน้ำหรือปลายเหตุ แล้วอ้างเอาเฉพาะเหตุที่ตัวเองได้เปรียบมาใช้เป็นเหตุผลข้ออ้าง แบบพูดความจริงตามน้ำ เอาปัญหาปลายน้ำมาอ้าง

อย่างคล้ายมีเหตุมีผล?มีภาวะผู้นำ แต่ถามตัวเองบ้างหรือยังว่าคุณเป็นผู้นำของใคร? ของปชต. หรือไม่ ?ใครต้องมาก่อน? เชื่อมั่นในอะไร? อันธพาลตัวใหญ่หมัดหนัก?หรือปชต.,ปชช.ดีล่ะหรือที่ทำตอนนี้จริงๆ? การพูดเอาดีเข้าตัวฯพุดความจริงด้านเดียวที่ปลายน้ำของปัญหา แต่ละเลยข้อเท็จจริงต่างๆระหว่างต้นน้ำไหลเป็นสายน้ำจนถึงปลายน้ำของปัญหาตอนนี้

คุณมาร์คไปตัดตอนเอาส่วนไหนมาอ้าง? เพื่อประกอบเหตุผลในการตอบนักข่าวในรายการแบบอ่านอาขยาน วันนั้นล่ะ? นั้นมันแค่อวัยวะปัญหาหรือตัวตนระดับต้นน้ำของปัญหา ที่ตัวเองได้เปรียบในตรรกะเหตุผลแบบเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น "ผิดถูกดีชั่วใครจะหาข้อแก้ตัวได้ดีกว่ากัน"?แบบนั้น?

การฟังหรือการอธิบายเหตุผลแบบหนวกบริโภคที่เคยยกไว้กรณีอาแปะหูหนวกขายไข่เน่าคืออันไหนมันพูดให้เราได้ หรือถามซื้อไข่ราคาเท่าไหร่ แปะตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยฟัง? แต่ลูกค้าคนไหนมาโวยวายแกจะแกล้งเอาเครื่องช่วยหูฟังออก บอกไม่ได้ยินพูดอะไร?

นี่ไงมุกหนวกบริโภค? หนวกเอาแต่ได้ ของรบ.หนวกไข่เน่าปชป. เพราะการบอกว่าใครอย่าเอากำลังมาข่มขู่? มาร์คหนวกไข่เน่าก็จะบอกว่า ฮ้าไม่ได้ยินเรียกร้องอะไรน้าๆหน้ายุบๆๆ หน้าใครยุบน้า อ้า!ก็ช่างหน้ามันไม่ใช่หน้ากูแต่อย่ามาข่มขู่ยุบสภาฯก็แล้วไปน้านมันไหลไปนั้น?

เหตุผลจึงคือใครอย่าเอากำลังมาข่มขู่หนวกไข่เน่าให้ยุบสภาฯ เพราะหนวกไข่เน่าเลือกฟังเฉพาะเหตุผล ของคนที่จะมาซื้อไข่ให้รบ.ตัวเองอยู่ต่อ แต่ใครมาด่าว่าขายไข่เน่าก็เอาบริหารเฮงซ่วย ห่วยแตก แกจะเอาเครื่องช่วยฟังออกทั้นที บอกไม่ได้ยิน?

คือเหตุผลที่น่าฟังเรื่องงานบริหารเป็นสูญญากาศที่ผมเคยขอไว้ว่าอย่าพึ่งทำรบ.มาร์คพึ่งตั้งไข่สมัยสงกรานต์เดือดผมเป็นคนขอว่าอย่ายุบสภาฯเด็ดขาดตอนนั้น เพราะมันจะเหมือนสมัยทักษิณที่พธม. ต้อนจนต้องเสียที่มั่นด่านอรหันต์สภาฯไป เพราะงานบริหารผ่านสามรบ.อำมาตยฯตรึงไว้จนมันเป็นสูญญากาศมายาวนาน เสียหายมหาศาล

แต่เงื่อนไขแบบนั้นได้คลี่คลายแล้ว? ส่วนเรื่องกติกาเลือกตั้งที่ยังไม่ลงตัว คือทั้งคู่มั่วกันปชป.ก็หลักลอยลื่นไปเรื่อยก็อ้างว่าฝ่ายค้านถอนตรงนี้ไม่ใช่ประเด็น เพราะถ้าเลือกตั้งใหม่ต่างฝ่ายต่างหาเสียงว่าตัวเองจุดยืนคือร.40หรือ50 หรือแก้ใหม่ทั้งฉบับ เป็นการประชามติไปในตัวผ่านการเลือกตั้ง

ส่วนเรื่องสถานการณ์ไม่ปกติเข้าพื้นที่ไม่ได้ ก็นี่ไง? ทำฉันทามิติให้ดีดีก่อนยุบพรรค เพราะฝ่ายขอให้ยุบพรรคเขาก็เปรยมท่าทีมาแล้วว่าจะหยุดเคลื่อนไหวแบบนั้น? ที่สำคัญที่สุดคือลดเงื่อนไขข้อกล่าวหา รัฐบาลนายงามฉกมงกฏ(อย่าเถียงข้างๆคูๆว่าไม่จริง)???

เพราะกลยุทธ ย้ายขั่วอำนาจมาฝากไว้กับปชป.จนผมให้สโลแกน ผู้กำกับหนังนี้ว่า"ล้านแล้วจ้าลูกป๋าเข้าวิน" อำมาตยฯทำทุกรูปแบบเพื่ออุ้มกระเตงลูกคนนี้เป็นรบ. ทั้งปฎิวัติ ยุบพรรคจับตอน111 ปฎิวัติโดยศาลเพิ่อเก็บงานตกแต่งภายในซ้ำด้วย109 เหลือแค่ปชป.พรรคเดียวคือสัตว์สงวน เพื่อเกมย้ายขั่วอำนาจทั้งที่ปชป.เป็นพรรคที่แสปที่สุดในบรรดาพรรคที่ถูกยุบแต่รอดปฎิหารย์?

ทำขนาดนั้นลูกป๋าฯมันยังไม่เข้าวิน? แข่งแพ้อีก? แล้วบอกว่าการที่พรรคที่เข้าวินมาป๋าฯให้รับเหรียญไปก่อน? เดี๋ยวสอยทีหลังเพื่อกัน ครหาที่สุดเก็บไปได้หนึ่งคือรบ.ท่านอดีตนายกสมัคร ด้วย"ตุลาการอภิบาลนุมัติ"ตามด้วยสมชาย ก็ฆาตรกรรมต่อเนื่องกด้วยฎหมายขัดหลักนิติธรรมม.237ที่ออกแบบเกมย้ายขั่วมาอย่างดี

นั้นคือที่สุดก็รวบหัวรวบหางตั้งรบ.ในกรมทหารตัวแปรคือล็อกเนวิเกเซ่อร์ ชิดซ้าย(เสนาห้อย) หญิงงามเมืองทางการเมืองจึงย้ายขั่วอำนาจได้สำเร็จ?แมห๋กว่าจะเอามันมาได้ มันยังมีหน้ามาคุยทับแบบนี้อีก แต่มาร์ค แย้งข้อกล่าวหาว่าอำมาตยฯอุ้มมา แก้ตัวว่าตัวเองมาด้วยกติกาการรวบรวมเสียงข้างมากได้?

นั้นคือการพูดความจริงครึ่งเดียวหรือมุกไหลตามน้ำของปชป.หรือมาร์คแต่กว่าจะถึงฝั่งที่ปลายน้ำ เบื้องหลังนั้นตอนอยู่ฟากกระโน้นที่ต้นน้ำ ป๋ากระเตงมาเท่าไหร่ อำมาตยฯลุ้นสุดตัว จนสร้างเหตุประกอบฉากหนังฮา"ล้านแล้วจ้าลูกป๋าเข้าวิน"ฆ่าตัดตอนไปหลายรอบ ลูกป๋าก็ไม่เข้าวิน?

ที่สุดรวบหัวรวบหางตั้งรบในกรมทหารด้วยการรวบเนวินฯ จึงตั้งรบ.ได้ ป๋ากระเตงระดับนี้อำมาตยฯกระเตงมาระดับนี้ ยังบอกว่ามาตามกติกาปกติ? แล้วฉายา ผอ.สวนสัตว์ ท่านได้แต่ใดมา? "หล่อหลักลอย"งี้ ท่านได้แต่ใดมามันไม่ลอยได้ไงใครอุ้มใครกระเตงมาขามันถึงดินที่ไหน? ความสามารถตามกติกาล้วนๆไหม?

ดังนั้นยุบสภาฯเพื่อลดเงื่อนไขความไม่เป็นธรรมตรงนี้? การเลือกปฎิบัติตรงนี้ของผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองที่เล่นบทอันธพาลตัวใหญ่หมัดหนักตั้งรบ.ให้ใครแบบน่าเกลียดจนสร้างมหาเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมนี้?

เพื่อนอาชีพเดียวกันกับคุณเขาขอแค่นี้เองคือแข่งใหม่? ใครชนะต้องยอมรับและห้ามอันธพาลตัวใหญ่แทรกแซง เงื่อนไขข้อ2(กติการ.40หรือ50ก็ใช้การเลือกตั้งประชามติไปในตัว)ข้อ3 ลงพื้นที่ไม่ได้ก็นี่ไงแลกกับการแลกยุบสภาฯกับฉันทามิติที่แดงเขาก็เปิดตัวประเด็นนี้แล้วแค่ปชป. โอเคจบ?

อย่ามาอ้างโน้นอ้างนี้ นู๋ มาร์ค "หนวกไข่เน่า" ขอซื้อไข่ห้าโหล?(ฮิฮิ รีบเชี่ยว?แต่เดี๋ยวเอาไว้ป่าไข่เน่าใส่ถ้ามันยังหล่อหลักลอยเล่นลิ้นอีกโดนไข่เน่าของตัวเองแน่ๆ)???

เฮ้อ ๆๆ

เฮ้อ ๆๆ แน่จริงกลับมาประเทศไทยดิ คุณ... รอให้แก้กฎหมายให้คุณบริสุทธิ์ก่อนช่ายมั้ย ถึงจะกล้ากลับมา เฮ้อๆ

Anonymous

[quote=Anonymous]สรุปว่าเหตุการณ์เดือนเมษาเป็นแค่การสร้างสถานะการณ์
คนกรุงเทพโดนหลอกรัฐบาลหลอก ให้ดูหนังฮอลีวู้ดฟอร์มยักษ์
และคนเสื้อเเดงก็โดนหลอกให้เล่นไปตามบทที่รัฐบาลเขียน

แท็กซี่ ที่มาปิดอนุสาวรีย์ เป็นแท็กซี่ที่รัฐบาลจ้างมา
รถแก๊ส ก็เป็นรัฐบาลทำ
คนที่ไปทุบรถนายกฯ ก็เป็นพวกนายกฯเอง

เสื้อแดงไม่ผิดเลยใช่ไหมครับ คุณ ศิโรตม์[/quote]

เสื้อแดงไม่เลยหรือว่าเสื้อเหลืองยึดทำเนียบ สนามบิน ใช้เวลา 6 เดือนล้มเลือกตั้งนี้ก้อไม่ผิดเลยใช่ไหม

ครับล่าสุดของท่านองหมอประเวศ

ครับล่าสุดของท่านองหมอประเวศ

ผมขอเอาที่เคยตอบ อ.หมอประเวศมาโพสซ้ำ เพราะเนื้อหาเดียวกันตามนี้(สำคัญมาก)???

เพราะอ.หมอฯมอง เกมการเมืองในเงื่อนไขทางยุทธศาสตร์ อย่างอ่อน?ถึงอินโนเซ้นท์เกินไปเพราะเงื่อนไขเจรจา มันไม่มีให้แล้วกับอีกฝ่ายที่เขาอำมหิตมาก เป้าหมายคือบี้ให้ตาย แล้วรวมหัวกับจุดอ่อนปชต.(ปชป.และพรรคร่วม,พธม.ตอนนี้) ในการดีเดย์มุก"นกกระจิบในแหนายพราน"ต่อฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายปชต.?

เพราะเรื่องนี้มันไม่ใช่ไล่บี้เฉพาะระบอบทักษิณ? มันรวมปชต.ในนั้นด้วย เพราะตอนนี้ปชต.เป็นแค่พิธีกรรมส่วนอำนาจที่แท้จริงแล้วของใคร?(ตรงนี้ใช้สติคิดให้ดี)พัฒนาการปชต.มันจะไหลย้อนกลับไปไกลมาก?เสียหายมาก? ด้วยการสมรู้ร่วมคิดของคนที่ได้ชื่อว่า(อ้างว่า) เป็นนักปชต. อย่างปชป.กลับผันตัวเองไปทำหน้าที่ ทหารเอกในกรงลิง นายกแค่ผอ.สวนสัตว์

แล้วเจตนาคือบี้หรือฆ่าอีกฝ่ายกระทืบให้จมดินให้ตายคามือ(คือถ้าแค่ระบอบทักษิรไม่เท่าไรมันรวมพัฒนาการปชตในนั้น)ด้วยการสร้างเงื่อนไข ตอกย้ำความอยุติธรรมเข้ามากๆเข้า เพิ่มเงื่อนไขให้มากขึ้นมากขึ้น? แบบได้ใจ เพราะฝ่ายปชต.รวมหัวกับอันธพาลตัวใหญ่หมัดหนักมันไม่ใช่แค่ฝ่ายการเมืองหรือระบอบทักษิณ

เพราะมันรวมพัฒนาการปชต.ในนั้นด้วย เงื่อนไขการเจรจา ฝ่ายที่ไม่เจรจาคือใครท่านอ.หมอฯรู้หรือไม่? ผมว่าระบอบทักษิณทฤษฎีต้มกบจะดีไม่ดีอย่างไร?มีข้อเสียแค่ไหน? มันยังเป็นปชต.ที่จะประคองในทิศทางได้ ? ไม่ใช่ตุ๋นกบแบบนี้คือมันกู่ไม่กลับ?

ทางเดียวที่จะฉุดกลับได้ นั้นคือฝ่ายการเมืองต้องแก้เกมตัดมุก"นกกระจิบในแหนายพราน" ยุบสภาฯก็เป็นยุทธวิธีด่านสำคัญด่านหนึ่งเพราะถ้าเราดึงเข้ากระบวนการทางปชต.ได้มากขึ้นเท่าไหร่? (ตรงนี้สำคัญมากเช่นกัน)อำนาจนอกระบบจะคุมเกมยาก และครอบงำยาก เพราะเขาออกแบบมาเป็นอย่างดีจากทีมงานวิ่งพลัดสี่คูณให้ร้าย?

นั้นคือให้มันสับสนวุ่นวายจับต้นชนปลายไม่ถูก?ในความชอบธรรมในการแทรกตัวมาได้? แต่ถ้าเราดึงเกมเข้ากระบวนการปชต.ลดเงื่อนไขตีกันเองแบบนกกระจิบในเหนายพรานดีเดย์ผ่านจุดอ่อนภาคตัวแทนแบบปชป.บนความเป็นนักฉวยโอกาส อะไรก็เอา และจุดอ่อนภาคปชช.คือพธม.ในการดีเดย์มุกนกกระจิบใหนายพราน

ยิ่งกระบวนการปชต.เป๋ฯมากเท่าไหร่? ยิ่งเข้าทางเขา(ที่เล่นผ่านปชป.และพธม.ขณะนี้) การอ้างโน้นอ้างนี่ เช่นฝ่าย เศรษฐกิจ ฝ่ายนักลงทุนในประเทศขอว่าอย่าพึ่งยุบฯ คือพวกนี้มองยุทธศาสตร์ แค่ไหลตามน้ำ? มองแค่ประโยชน์ระยะสั้น? ผลสรุปคือมันจะไหลมาเน่าเป็นวิกฤติหนักยิ่งกว่า? ที่มหาเงื่อนไขได้สร้างพอกไหลชึมเพาะเงื่อนไข ความอยุติธรรม(เห็นปัญหาภาคใต้ไหมชุดวิธีคิดวิธีการตอบโจทย์เดียวกันเลย) กับการสร้างเงื่อนไข อยุติธรรม,ความไม่พอใจความกดดันจากเงื่อนไขอยุติธรรม

จนการเคลื่อนไหวมันไหลลงดิน?(แม้เสื้อแดงจะยังอนุบาลแต่เงื่อนไขที่ฝ่ายชุดความคิดแบบนี้ยิ่งเร่งยิ่งสร้างยิ่งผันเงื่อนไขจากต้นน้ำลงไปหาปลายน้ำ) วันนั้นล่ะมันจะยิ่งหนัก เพราะมันลงทุนใต้ดินต่ำกว่าบนดินมหาศาล และไม่มีใครได้ประโยชน์รวม เสื้อแดง เพราะเขาพยายามจะเจรจาแล้ว พยายามจะขอเจรจาบนดินแล้ว แต่ถูกกระทืบซ้ำแถมนวดหน้าด้วยฝ่าเท้า อย่างอำมหิตเลือดเย็นแบบนี้?

ท่านองหมอ อย่าอินโนเซ้นท์ พูดให้ดูดีเกินข้อเท็จจริงปัญหา เสียเวลาเปล่า? อย่าไปฝันเรื่องเจรจากับฝ่ายที่กำลังต้อนกำลังมันมือแบบหมาหมู่ รุมทึ้งซากขณะนี้? ไม่มีทางเกิดขึ้นครับผมขอมานาน?(ตรงนี้ยืนยันนอนยันว่าเตือนและขอกันมานานจนเห็นสันยดานคนที่ผมขอแล้ว ว่ามันอำมหิตเกินกว่าที่คิด?)

ดังนั้นขอธรรมดาไม่ได้ครับ? กับพวกที่มองซากอย่างกระหายได้ใจแบบนี้ ปชช. หรือฝ่ายปชต.ต้องเอาน้ำราดไล่ตะเพิดล้มกระดานก่อน? นั้นคือคืนอำนาจให้ปชช.โดยเร็วที่สุด? เพื่อหยุดมหาเงื่อนไขที่จะตามมาอีกเยอะ? อย่าไปอ้างแบบ พวกไหลตามน้ำเอาประโยชน์เพาะหน้าอย่างที่นักลงทุนฝ่ายเศรษฐกิจพยายามชี้ อย่าพวกนักลุงทุนฝ่ายเอกชนที่มาว่า ไม่อยากเปลี่ยนแปลงตอนนี้ แบบไหลตามน้ำไปเรื่อยๆ

พอมันวิกฤตหนักแบบน้ำท่วมพันปี วันนั้นพวกคุณนั้นล่ะจะเจ็บหนัก?(ผมบอกตรงๆตามนี้ว่า เจ็บหนักเพราะพอกหางหมูหรือผันเงื่อนไขของปัญหามาหมกปลายน้ำ ด่านสุดท้ายมันจะคืออะไร? คิดกันให้ไกลๆกว่าปลายส้นตีนหน่อย? ผมว่าหยุดปัญหาตอนที่มันยังกลางๆน้ำนี่ล่ะ มันยังพอบังคับทิศทางได้ไม่ให้ไหล ไปตันที่ปลายน้ำแบบเดิมๆ(ม.7)อีกที่สุดผ่าทางตันด้วยปฎิวัติ

และตัวแปรเงื่อนไขตัวป่วนที่สุดควรหยุดอย่าเชื่อมากที่มันเละมากก็เพราะตัวแปรตัวป่วนที่สูงที่สุดตอนนี้นั้นล่ะต้องรักฯให้ถูกทางเพราะถ้าไม่ถูกทางยิ่งเละทั้งหมด มันเละสะสมมานานจากตัวแปรนี้มามากพอแล้วหยุดได้แล้ว เพราะถ้าปล่อยไปแบบนี้เราจะไม่ได้อะไรเลยทั้งปชต.และ???นั้น เพราะทิศทางมันล้างผลาญกันเองไม่ใช่คานหรือดุลกัน ไฟล้างไฟเหลือแต่ขี้เถ้าถุลีของความเสียหายของบ้ายเมืองบนวามเป็นสีเทาเท่าๆกันทั้งคู่แบบนี้มีแต่บรรลัยครับ???

สมาชิกปชป.ถูกจับได้ว่าเตรียมเ

สมาชิกปชป.ถูกจับได้ว่าเตรียมเงินล้านกว่าบาทนำไปแจกหาเสียง แต่ พรรคไม่โดนยุบ นายพลเข้าครอบครองที่ดินบนป่าสงวนเขายายเที่ยง หมอไทยฤ่าเมียตาย สองสามคน ไม่ติดคุก ได้แค่ทำงานชดใช้กรรมเพียงห้าสิบหกสิบชั่วโมง รวมแล้วความยุติธรรมถูดตัดสินอย่างง่ายๆ ว่า ไม่ได้เจตนา หรือ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ถ้าเป็นอีกฝ่ายหนึ่ง ทางศาลก็ตัดสินด้วย คำว่า เชื่อจำเลยทำผิดจริง คำว่า เชื่อว่า สำหรับฝ่ายตรงข้าม ถ้าฝ่ายเดียวกัน เค้า ใช้คำว่า ไม่ได้เจตนา หรือ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ การที่ หญิงอ้อ ซื้อที่ดิน ผิดกฎหมาย ก็ผิดไป คนไทยไม่มีสิทธิ์ซื้อ เป็นคนไทยได้อย่างไร แล้วทักษิณถูกตัดสินติดคุกเพื่อผลประโยชน์เพียงแสดงบัตรรอบรองว่าอนุญาตให้เมียประทูลซื้อที่ดิน ก็ผิดจริงตามกฎหมาย ควรได้รับโทษ แต่ก็เกินความเป็นจริง มันเปรียบเทียบกับการกระทำผิดกฎหมายเหมือนคนอื่นไม่ได้เลย เช่นหมอฆ่าเมียตายไม่ติดคุกแม้แต่วันเดียว ยึดที่ดินป่าสงวนก็ยังลอยนวลได้ พวกยึดทำเนียบบโมยปืนเอกสารจากทำเนียบ บุกสถานีทีวี ยึดสนามบินไม่ได้รับโทษใดๆ แถมคนนำได้มาเป็นรมต.ต่างประเทศเสียอีก ก็ดูเอาว่าบ้านเมืองไทยมีสองมาตรฐานจริงหรือไม่ เค้าออกมาประท้วงก็ฟังเค้าด้วย

เข้าใจว่าคนเสื้อแดง

เข้าใจว่าคนเสื้อแดง คนต่างจังหวัดก็มีสิทธิในการแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมืองไม่ต่างจากคนเสื้อเหลือง และ คนกรุงเทพ ความแตกต่างทางความคิดทางการเมืองเป็นสิ่งดี ที่ช่วยให้คนในสังคม ช่วยกันแก้ปัญหา หาทางออก การติดสินใจที่คนส่วนใหญ่ในสังคมยอมรับ การเเสดงออกทางการเมืองของคนเสื้อแดง จะดูดี มีเหตุผล กว่ามาก ถ้าไม่มี นช ทักษิณ โฟนอิน ปลุกระดม ม๊อบรายวัน ม๊อบเสื้อแดง บอกว่า "พวกเราก้าวผ่านทักษิณมาแล้ว" แต่ภาพที่เห็นมันไม่ใช่ ไม่ได้เกลียดเสื้อแดง กลับดีใจที่ชาวบ้าน สนใจที่จะมีส่วนร่วมทางการเมือง แต่ยอมรับว่าเกลียดทักษิณ เอะอะ ก็สองมาตรฐาน อำมาตย์ อภิสิทธิ์ชน ถามหน่อยว่า ทักษิณ หนีคดีอาญาแผ่นดิน หนีไปเขมร ดูไป มอนเต ลอยนวล ยุยงให้คนในชาติ ตีกัน แทนทีจะกลับมาสู้คดี อย่างนี้ไม่เรียกว่า สองมาตรฐาน เป็นอำมาตย์ มีอภิสิทธิ์ เหนือคนไทยคนอื่น แล้วเรียกว่าอะไร ทักษิณ ใช้คนเสื้อเเดงเป็นหมากเดินเกม เอาความสงบของชาติเป็นเครื่องต่อรอง เอาประชาธิปไตย มาบังหน้า เพื่อสิทธิในการแสดงตัวเป็นหัวหน้าม๊อบ อ้างว่าโดนกลั่นแกล้งจากอำมาตย์ ทั้งที่สมัยตนเองดำรง ตำแหน่ง ทักษิณ คืออำมาตย์ตัวจริง ใช้อภิสิทธิ์ เปลี่ยนแปลง กฏหมายเพื่อเอื้อผลประโยชน์ตนเอง เอาคนในครอบครัวมาดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง ไม่เรียกอำมาตย์ เรียกว่าอะไร ? ยอมรับว่าทักษิณเก่ง แต่ประเทศชาติต้องการผู้นำที่มีคุณธรรมด้วย พอเห็นว่าตนเอง และครอบครัวจะเดือดร้อน ติดคุก ก็พากันหนี ไปต่างประเทศ แล้วจะฝากประเทศชาติไว้กับอย่างนี้ได้อย่างไร แล้วบอกจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์แล้วไอ้หน้า ปก หนังสือ voice of thaksin บ้านจะดีต้องเริ่มที่พ่อ รูปพญาครุฑ พยามยกตนเสมือนสมเด็จพระเจ้าตาก มันหมายความว่าอย่างไร ชาติไทยมีทุกวันนี้ได้เพราะ กษัตริย์ ทุกพระองค์ ในหลวงองค์ปัจจุบันทำอะไรให้ประเทศชาติมากมาย ฝนเทียม เขือน สร้างอาชีพ ท่านเหนื่อยเพื่อคนไทยเท่าไหร่..... มันเทียบกับตระกูลชินวัตรไม่ได้เลยเหรอ ไม่เข้าใจ เสื้อแดงต้องการอะไร ประชาธิปไตย ยุบสภา หรือเพื่อ นช ทักษิณ Thanksin, stop talking shit about my king and my country, if you cant back it up! Dumpass.

การเที่ยวรอบกรุงเมื่อวันที่

การเที่ยวรอบกรุงเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2553 พวกเสื้อแดงยังมีหน้ามาประกาศชัยชนะ ทั้งที่ทำให้คนกรุงเทพเดือนร้อนมาก ๆๆๆ นี่หรือประชาธิปไตยตามแบบเสื้อแดงที่หวังผลเพียงให้บุคคลเพียงคนเดือนกลับมาได้ น่าเศร้าจริงๆๆ

ครับคุณศิโรฒฯครับ

ครับคุณศิโรฒฯครับ ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ชนชั้นกทม.หรือชนชั้นกลางที่เป็นแบบที่คุณศิโรฒว่า แต่ มีอีกกลุ่มที่คุณกล่าวถึงไม่รวมที่คุณ พิชญ์อ้างถึงพวกขาวเนียน(เพราะพวกขาวเนียนตรงนี้ผมพอเข้าใจในตัวเขาระดับหนึ่งในจุดยืนแบบนั้น)

แต่กลุ่มที่น่าจับตาที่สุดคือ คือกลุ่มสื่อที่อ้างตัวเองว่าสื่อกลางเนี่ยนที่แยกจากสื่อแบบอ.เจิมศักดิ์,เสรี,กับทีวีสีม่วงฯลฯตรงนั้นจริตเลือกข้างแบบเหล่,เหยินเป่เซมากูเตะชั้ดเจนแบบแม่ปูทางสื่อชัดเจน

แต่ตัวอย่างกลางเนียนแบบกรณี ท่านอ.สุขุมฯที่ต้นทุนในทางวิชาการท่านสูงมากเรื่องการเมืองท่านรู้เรื่องอะไรเยอะมาก(แต่นำเสนอตรงๆไม่ได้) แต่บทบาทหน้าที่สื่อของท่านมันมีกรอบของค่ายสังกัดและรูปแบบรายการผู้ดูแลรายการที่ต้องตามนโยบายรบ.กรอบตรงนั้นมันจึงหลายชั้นว่าทำอะไรเสนออะไรได้แค่ไหนในฐานะตัวประกันของสื่อต่อสถานการณ์ตอนนี้

ว่าเขาอนุญาติให้อ.เสิร์ฟได้ระดับไหน ?การนำเสนอแบบตามน้ำตามใบสั่งแบบนั้นมันจึงซ่อนข้อเท็จจริงหลายเรื่องผ่านต้นทุนบนความคาดหวังของคนดูอันเดิมของอ. เป็นจึงเป็นการให้คุณกับอีกฝ่ายหรือให้โทษกับอีกฝ่ายบนความที่มันเสิร์ฟได้แค่นั้น ไม่ได้เจตนาไม่เป็นกลาง

การให้ประโยชน์ต่อฝ่ายที่มีอำนาจคุมรายการ แบบซึมลึกแม้องจะไม่ได้เลือกข้างไหน แต่เสิร์ฟได้แค่ไหนตรงนี้ล่ะคือประเด็น

ส่วนตัวเข้าใจอ.ระดับที่เห็นใจเลย? ในความเป็นผู้มีวุฒิภาวะที่ท่านต้องสุขุมฯสมชื่อในการที่จะพูดอะไรออกไปทั้งที่รู้เยอะทุกเรื่องมากมาย แต่ที่พูดไปได้ผ่านต้นทุนระดับนั้นได้แค่นี้ที่แน่นอนมันจะต้องแค่ฝ่ายที่คุมรายการได้ประโยชน์นั้นคืออำนาจรัฐขณะนี้

แต่ผู้เสียหายคือปชช. และอีกฝ่าย? ในต้นทุนระดับนั้นที่เขาเชื่อต้นทุนเก่านั้นทำไมไม่ได้เสิร์ฟข้อมูลที่เหลืออีกเยอะมาก(แต่คุณดูเขาไม่ได้แยกตรงนี้ เขาฟังแค่ว่าต้นทุนทางสังคมระดับนี้ว่าอย่างไร เขาค่อนข้างให้น้ำหนักตาม) ในระดับต้นทุนทางวิชาการแบบนั้นที่เขาคาดหวังโดยส่วนตัวผมยังเชื่อมั่นในต้นทุนทางวิชาการของอ.สุขุมในบทบาทนักวิชาการ แต่ผมค่อนข้างไม่แน่ใจในบทบาทสื่อ???

เพราะมันชี้นำไปถึงสาวกอจนถึงลูกศิษย์อ.(กลุ่มสนนท.เขาจะสับสนไหม?ว่าผู้มีอิทธิพลทางความคิดต่อเขามองเรื่องนี้แบบนี้แถมยังให้คุณกับอีกฝ่าย?แม้ไม่ให้โทษกับอีกฝ่ายตรงๆแต่ไม่เสิร์ฟเนื้อหาตรงๆจนมันมีคนได้คนเสียแบบนี้)กับบทบาทสื่อสายกลางเนียน

และที่ผมสังเกตุอีกคนนั้นคือคุณอี้(แทนคุณ จิตอิสระ) คนนี้ต้นทุนทางสังคมดีมากแบ็คดีสายป่านแน่นทั้งคนสื่อศิษย์เก่าจุฬาฯรุ่นที่สุดยอดมาก ผมเคยห่อข้าวหนีเรียนวิ่งตามมาแล้วตอนยังมัธยมต่อมหาลัยฯที่หลายคนและหนึ่งในนั้นคือคนต้นแบบผม?

ต้นทุนของคุณอี้ฯจึงมาไสมาก แล้วอาจจะมีภาพของคนรุ่นใหม่ที่มีภาพลักษณ์ดีมาก(ส่วนจะชงจะปั้นอย่างไรในระดับตัวตนผมไม่สนเพราะเอาหน้าที่ที่เขาทำได้ดีขณะนี้เป็นตัวอย่างที่ดีตอนนี้ก็พอแล้วอี้ทำได้ดีมากสมกับที่มีแบ็คฯดี)

เข้าเรื่องพูดตรงๆว่าอี้เขาเป็นสื่อแบบกลุ่มกลางเบลอๆกลางสับสน ไม่ชัดเจน? ยังหาอะไรไม่ชัด? ส่วนหนึ่งต้นทุนทางข้อมูลทางการเมืองมันไม่ชัด แต่มันไปชี้นำตรงที่ภาพยังไสตัวแทนเยาวชน บนตัวตนที่ยังเบลอๆบลาๆหรืออยู่ห่างเกินไปกับข้อเท็จจริงปัญหาการเมืองขณะนี้

เพราะกรอบแบบคุณแทนคุณหรือคุณอี้มันครอบหลายชั้นเกินไป เพราะแบ็คอัพสายนี้ใกล้ชิดอำมาตย์ฯมาก แม้แต่สถาบันฯที่เรียน(จุฬาฯ) ยังเป็นตลาดวิชาแบบชนชั้นสูงยังสัมผัสข้อมูลจริงที่ไม่ผ่านมายาที่สัมพัทธบนข้อเท็จจริงอีกด้านเท่าไหร่กับภาพตรงนั้น

นั้นคือสัมผัสจริงแค่ด้านที่ไสด้านที่รื่นรมณ์ ผสมกับกรอบศรัทธาแบบนั้นของความใกล้ชิดฐานข้อมูลทางอำมาตยฯที่ครอบไว้อย่างเหนี่ยวและแน่นมากตลอดจนเข้าไปมี ส่วนในรายการที่รบ.นี้ออกแบบมันจึงใกล้ชิดฐานข้อมูลแบบปชป. และฝั่งอำมาตยฯมาก

แม้จะได้ข้อมูลอีกด้านบ้างแล้วเพราะระดับนี้แล้วไม่รู้ข้อมูลเชิงลึกอื่นๆเป็นไปไม่ได้? แต่ผลมันกลับคือเบลอๆบราๆเมื่อโดนข้อมูลอีกด้านเกทับบนทุนเดิมของกรอบศรัทธาเดิมตรงนั้นแบบนั้น ที่มีทั้งข้อเท็จจริงและแฝงการแก้ตัวในนั้นที่น่าเชื่อถือบวกกับหน้าที่ที่ต้องรับใช้สื่ออีกฟาก(ทีวีสีม่วง)

ผมดูในรายการเกาะติดการชุมนุน แล้ว แม้อี้ฯจะตั้งคำถามได้ดีมีฐานแน่น แม่นในประเด็นจนผมดูคุณ อะไรนามสกุลนาครทัพจำชื่อไม่ได้ แกดูพล่ามไร้สาระแบบเด็กๆไปเลยจนอี้ดูมีสาระตรงประเด็นมีวุฒิภาวะในบทสนทนามากกว่ามากด้วยซ้ำไม่นับอาวุโส?

แต่นั้นมันกลับไปเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้อี้แบบชี้นำในสิ่งที่ผมเป็นห่วงมากขึ้นในความที่มันกลางแบบเบลอๆบราๆเพราะพื้นฐานที่แท้จริงของอี้คือยังสับสน หาจุดยืนที่แท้จริงต่อสถานการณ์ไม่ได้มันจึงไม่ได้ออกมาอย่างมีพลังจากความมั่นใจภายในของตัวเอง?

วันนี้คนนี้มาแบบนี้ให้ข้อมูลนี้ ท่าทีอี้จะเทน้ำหนักมาทางนี้? แต่พอข้อมูลเจ้านายจริงๆแก้ตัวมาแบบนี้อี้จะไปอีกแบบ? ไม่แน่ใจไม่เชื่อมั่นในข้อมูลหลายด้าน จนมันสับสน

ที่สะท้อนตัวตนของคนไทยส่วนใหญ่ที่สมาธิสั้นต่อสถานการณ์การรับข้อมูลทางสื่อกระแสหลักขณะนี้ที่เน้นเสิร์ฟตามน้ำตามกระแสในเงื่อนไขเสิร์ฟตามน้ำแบบเอาปัญหาปลายน้ำมาขยายฉายหรือแฉตามใบสั่งเท่านั้น

ข้อมูลด้านอื่นไม่อนุญาติตรงๆไม่ได้ผุ้คุมสื่อจะเสีย?นั้นคือเงื่อนไขตะวแปรสำคัญที่ทำให้คนไทยชนชั้นกลางที่เสฟสื่อกระแสหลักแบบนี้จะเบลอๆ อะไรกันแน่ หาจุดยืนบนข้อเท็จจริงปัญหายาก?

สรุป ปัญหามันจึงคือ ต้นทุนทางสังคมแบบอี้ฯที่เจาะฐานมวลชนระดับเยาวชนและคนรุ่นที่ใหม่แบบเยาวชนตอนปลายไปถึงผู้ใหญ่ตอนต้น อี้สามารถชี้นำหรือมีอิทธิพลต่อคนกลุ่มนี้มาก แต่บนความสับสนของคนเสิร์ฟหรืออี้เอง ที่ยังกลางแบบเบลอๆมองภาพไม่ชัด จนผมจับอาการได้ว่า อี้เป็นอย่างนั้นจริงๆ?

คือตัวอี้เองยังเป็นที่พึ่งในสถานการณ์ทางการเมืองตอนนี้แบบนี้ให้ใครไม่ได้(พูดในฐานะบทบาทหน้าที่ภาพลักษ์ที่อี้มีในต้นทุนแบบต้นแบบกลุ่มที่ผมว่า) ถ้าให้ดี อี้ฯถอยออกมากลับไปทำในสิ่งที่เราทำได้ดี บนต้นทุนทางสังคมอันเดิม เพราะที่มาในรุ่นพี่สายป่านเราดีมาก ผมยังแอบอิจฉา ทั้งที่เคยห่อข้าววิ่งตามมาก่อนอี้แต่ผมยังไม่มีโอกาสหรือได้โอกาสระดับอี้เลย

อี้โชคดีมากกับตรงนี้ ถอยออกมาเถอะน้อง? พี่เป็นห่วงกับเรื่องการเมืองตรงนี้ตอนนี้เพราะต้นทุนน้องแบบนี้มันเสี่ยงเกินไป? (ตอนนี้ผมเองยังไม่กล้าใกล้ชิดใครที่ผมรักนับถือเป็นพิเศษเลย เพราะผมกลัวเขาเดือดร้อนแบบพี่ผม) คือตรงนี้มันไม่ใช่? ผมจึงอยากแน่ะนำด้วยความเป็นห่วงว่า น้องกลับไปทำในสิ่งที่เราถนัดดีกว่าเพราะตรงนั้นอี้ทำได้ดีมากผมชื่นชมตรงนั้นแบบนั้นดีกว่า?

เเพราะตรงนั้นแบบนั้นเราหาตัวเองเจอแล้ว?เป็นตัวตนของเราแล้ว ตรงนี้ไม่เหมาะผมเป็นห่วง(ที่ไม่ได้ห่สวงเฉพาะตัวอี้ห่วงการชี้นำแบบนั้นมากกว่าและมากที่สุด???

คำว่าอำมาตย์

คำว่าอำมาตย์ ของนักโทษชายหนีคุก ทักษิณ ชินวัตร!
หากใครที่ได้ติดตามข่าวของเวทีเสื้อแดง เราจะเห็นว่าคอนเซปต์ของเวทีเสื้อแดงก็คือ ชวนไพร่มาไล่ “อำมาตย์” คำถามก็คือคำว่า“อำมาตย์”ของผู้นำคนเสื้อแดงหมายถึงใคร
ฉากหลังของเวทีเขียนว่า โค่นรัฐบาลอำมาตย์ จะหมายถึงคุณอภิสิทธิ์ใช่ไหม หรือว่าหมายถึงใคร นี่ก็เป็นคำถามหนึ่ง แล้วคุณทักษิณให้ความหมายคำว่า“อำมาตย์”ว่าอย่างไร หลายครั้งที่ทักษิณโฟนอิน มีเนื้อหาที่ชวนให้คนไทยทุกคนต้องร่วมกันคิด... จากการวบรวมคำพูดของทักษิณที่โฟนอินทั้งสี่วันที่ผ่านมา ขอตั้งคำถามกับทักษิณว่าคำว่า “อำมาตย์”ของคุณนั้น...หมายถึงใคร???
1.ทักษิณบอกว่าอำมาตย์อายุแปดสิบกว่าแล้ว ถามว่าอำมาตย์คนไหนอายุแปดสิบ ในขณะที่เวทีเสื้อแดงล้วนมุ่งเป้าไปที่พลเอกเปรมฯ แต่คนอย่างทักษิณจะไม่รู้เชียวหรือว่าพลเอกเปรมฯนั้น อายุเก้าสิบเอ็ดปีแล้ว คำถามคือ “อำมาตย์”ที่ทักษิณว่าอายุแปดสิบกว่านั้นหมายถึงใคร?
2.ทักษิณบอกว่าอำมาตย์นั้นรวยแล้ว มีมรดกเพียงพอแก่ลูกหลานแล้ว ปล่อยประชาชนไปเถอะ คำถามก็คือ พลเอกเปรมฯที่ทักษิณว่าเป็นอำมาตย์นั้น ท่านมีลูกหรือเปล่า ท่านไม่เคยแต่งงาน และไม่มีลูก!!!แล้วคำว่าอำมาตย์ที่ว่านั้นหมายถึงใคร????
3.ทักษิณบอกว่าอำมาตย์ไทยไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้รับการยอมรับเหมือนกับในประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะไทยมีวัฒนธรรมประเพณีศาสนาที่มั่นคง คำถามก็คือทักษิณกำลังหมายถึงใคร???
4.ทักษิณบอกว่าถ้าอำมาตย์รัก “ประชาชน”จริงก็ต้องเลิกอุ้มอีกฝ่ายหนึ่ง ถามว่าคำว่า “ประชาชน”ในบริบทนี้โดยทั่วไปเราจะใช้กับใคร???
5.ทักษิณพูดว่ามีคนไป “เพ็จทูล”อำมาตย์ คำว่าเท็จทูลนี้เราจะใช้กับใคร??? พลเอกเปรมฯหรือ???
6.ทักษิณบอกให้อำมาตย์เลิกเอาไม้ค้ำประชาชนได้แล้ว เพราะไม้ค้ำนั้นเป็นไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ คำถามก็คือ “ความศักดิ์สิทธิ์”ที่เราพวกเราชาวไทยเคารพนับถือนั้นคือใคร!!!
7.ทักษิณบอกว่า อำมาตย์ไปอยู่เหนือการเมืองเถอะ อำมาตย์ในที่นี้หมายถึงใคร เพราะในรัฐธรรมมีกฏหมายบางข้อที่เขียนว่า พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง!!!
8.คนที่บอกให้ผมพัก ทำไมไม่บอกให้นายอภิสิทธิ์พักบ้าง ซึ่งมีความสอดคล้องกับวันที่ 5 เมษายน 2549 ที่ทักษิณออกมาแถลงว่าจะเว้นวรรคโดยการไม่รับตำแหน่งนายก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วคำว่าอำมาตย์ของทักษิณนั้น หมายถึงใคร!!!
9.ทักษิณทวงระบอบประชาธิปไตยโดยผ่านการโฟนอิน และเรียกว่าระบอบประชาธิปไตยเพื่อประชาชน แทนที่จะบอกว่า ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประชาชนทุกคนต้องแสวงหาความจริงและออกมาปกป้องในหลวงของเรา...ในหลวงผู้ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม ผู้ที่ได้เหยียบย่างพื้นที่ทุกตารางของแผ่นดินไทย เพื่อเยี่ยมเยียนพสกนิกรของพระองค์ ผู้ที่เป็นเอ็นจีโอตัวจริงที่ไม่เคยอวดอ้างถึงความดีที่ทรงทำมาตลอดหกสิบกว่าปีที่ทรงครองราชย์ ผู้ที่บอกให้เราใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ผู้ที่สร้างงานสร้างอาชีพ ผู้ที่อุทิศทั้งชีวิตในการค้นคว้าทดลองเพื่อพัฒนาถิ่นที่อยู่ให้กับประชาชนของพระองค์ และพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างให้กับเราได้รู้ว่าการปิดทองหลังพระนั้นคืออะไร...
(ข้อมูลข้างต้นได้มากจากการวิเคราะห์ของพลเรือโท ปทีป ชื่นอารมณ์ ในรายการสภาท่าพระอาทิตย์ วันที่ 21 มีนาคม 2554 ทางสถานีเอเอสทีวี)
ข้อย้ำว่าท่านอย่าได้เชื่อข้อมูลทั้งหมดนี้ แต่จงแสวงหาคำตอบด้วยตนเอง เพื่อท่านจะมีสติปัญญารู้แจ้งเห็นแจ้ง เพราะมันคือหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะร่วมกันตัดสิน และแก้ไขวิกฤตครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี และเราจะกู้เอาประเทศไทยที่เคยร่มเย็นผาสุกของเรากลับคืนมา!!!

อย่าตกเป็นเครื่องมือของใคร

[quote=อย่าตกเป็นเครื่องมือของใคร]ทำไมต้องเหมารวมคนกรุงเทพทุกคนด้วยครับ ผมเบื่อมากเลยนิสัยการเหมารวมของคนไทย ถ้าปลาในข้องมันตายตัวเดียว มันก็อาจจะเหม็นไปทั้งข้อง แต่ตัวอื่นมันยังไม่ดายนะครับ อย่าเหมารวม

กรุงเทพ ในฐานะที่มันเป็นเมืองหลวง มันไม่ใช่แค่แหล่งทำมาหากินของชาวต่างจังหวัดเท่านั้น แต่มันเป็นแหล่งชุมนุมด้วย เอะอะอะไรทุกคนก็จะมาชุมนุม มาปิดถนน มาสร้างความเดือดร้อนต่างๆ นาๆ ไม่ใช่เพิ่งมีนะครับ มีมานานแล้ว เราก็ต้องเห็นใจคนกรุงเทพ เขาก็คนเหมือนกัน เขาก็ต้องทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเหมือนกัน คนหาเช้ากินค่ำก็มี หรือคนทั่วๆ ไปเขาก็ต้องออกไปทำธุระปะปังของเขา ทุกวันที่รถมันติดก็หงุดหงิดกันอยู่แล้ว มาเจอแบบนี้อีก บางทีมันก็อารมณ์เสียนะครับ

ในทางตรงกันข้าม ถ้าเกิดคนกรุงเทพเขาไปปิดจังหวัดอื่นบ้างล่ะ คนจังหวัดนั้นเขาจะชอบไหม ปิดถนน เผาบ้าน เผาเมือง ใช้เครื่องกระจายเสียงด่ากัน ฯลฯ แล้วคนจังหวัดนั้นก็ทำมาหากินกันไม่ได้ สัญจรกันไม่สะดวก เอาใจเขามาใส่ใจเราครับ

รู้สึกว่าเว็บนี้จะพยายามเสี้ยมให้คนเห็นว่าคนกรุงเทพใจแคบ แต่คุณก็ต้องเข้าใจเขานะครับ ถ้านานๆ มันชุมนุมกันที ก็ยังพอทน แต่นี่ เดี๋ยวมา เดี๋ยวมา ใครไม่พอใจอะไรก็มา ก่อนที่จะชุมนุม เคยคิดแก้ปัญหากันด้วยวิธีอื่นก่อนไหม หรือมันกลายเป็นแฟชั่นกันไปแล้วว่า ถ้าอยากแก้ปัญหาให้ได้ดั่งใจ ต้องมาชุมนุมกดดันเท่านั้น

ผมทำงาน NGO เมื่อก่อนก็คิดว่าการชุมนุมนี่แหละช่วยแก้ปัญหาได้ แต่หลังๆ ลองเปลี่ยนมาใช้วิธีการเจรจา และทำงานกับรัฐหรือหน่วยงานต่างๆ ในเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น มันได้ผลดีกว่า มันเกิดการเรียนรู้กันหลายๆ ฝ่าย และที่สำคัญ ไม่ต้องทำให้ใครเดือดร้อน เราอ้างสิทธิในการชุมนุมได้ แต่ถ้ามันทำให้คนอื่นเดือดร้อน สิทธิเราก็ไม่ชอบธรรมแล้ว เมื่อมีสิทธิก็ต้องมีความรับผิดชอบ ผมไม่เคยเห็นมีใครพูดประเด็นนี้เลย พูดแต่ว่าจะเอาๆ ฉันมีสิทธิๆ แต่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีความรับผิดชอบอะไร[/quote]

เขียนได้ดี่ค่ะ....ชอบย่อหน้าสุดท้ายจัง

สวัสดีทักษิณ เมิงคิดถึงกรูอยู

สวัสดีทักษิณ

เมิงคิดถึงกรูอยู่หรือเปล่า????????

จริงๆ แล้ววันนี้กรูไม่ตั้งใจจะมาเม้นต์เมิงหรอก......
แต่เมิงทำกรูเดือดร้อน....ก็เลยต้องมาต่อว่าเมิงสักเล็กน้อย.....อุ อุ

อ้อ ก่อนอื่นต้องขอรายงานราคาน้ำมันวันนี้......
แก๊สโซฮอล ออกเทน 95 E10 ราคา 33.44 บาท
ดีเซลหมุนเร็ว บี5 ราคา 27.59 บาท...........

กรูให้ไว้....เผื่อไอ้สามโปกมาวางบิล.....เมิงจะได้ราคาอ้างอิง......อุ อุ
เห็นไม๊กรูเป็นห่วงเมิงแค่ไหน....
เพื่อน..... กรูรักเมิงว่ะ......ฮ่า ฮ่า ฮ่า

กรูเล่าเรื่องเดือดร้อนกรูให้เมิงฟัง..................
วันนี้ กรูกำลังนอนกลางวันอย่างมีความสุข...........
อาอี๊กรูก็ถือตะกร้าไปตลาดตามปกติ................
ออกไปซัก 15 นาที ก็กลับเข้ามา.....
อารมณ์เสียหัวฟัดหัวเหวี่ยง.....เดินมาหากรู.............
แล้วพูด 5 คำ "เมิง.....ไปตลาดกับกรู"
อาจไม่ค่อยสุภาพแต่.....จริงใจนะ....อ่ะ อ่ะ
เซ็งห่านเลยไอ้แม้ว...... วินมอเตอร์ไซค์บ้านกรู...โดนเมิงยกเค้าไปทั้งซอย......
ทำให้กรูอดนอนกลางวัน........ ต้องไปตลาดเป็นชั่วโมง...........
เห็นไม๊ว่าเมิงทำให้กรูเดือดร้อน......
กรูก็เข้าใจพวกวิน.....นานๆ ทีจะมีอีเว้นท์........
มันบอกไปม๊อบเมิงวันเดียวเท่ากับขี่มอร์ไซค์เข้าซอยซักร้อยรอบ...อ่ะ อ่ะ อ่ะ....เงินโกงชาติเมิงนี่เหลือเยอะดีจริงๆ ....แต่ระวังไว้...รมต.คลัง....กรูเตือนเมิงแล้วววว....

แต่....ช่วงนี้ชีวิตกรูก็พอมีเรื่องดีอยู่บ้าง....
คือช่วงนี้อาม่ากรูดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ.......
ไม่รู้เป็นไร....ใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ......
บำรุงน่าดู.......ออกกำลังกายทุกวัน............
กินอาหารตามเวลา...ผักผลไม้วิตามิน....โภชนาการเป๊ะ เป๊ะ........
รังนก รังเป็ด รังไก่ หามากินเพียบ............
เอ๊....กรูก็นึกว่าเอเอฟปีนี้ไม่จำกัดอายุ....อ่ะ อ่ะ
วันก่อนกรูก็ไปส่งอาม่ารำไท้เก๊กที่สวนลุม......
เห็นวัยรุ่น (รุ่นอาม่า) มากันตรึม....
กำลังรำไท้เก๊กกันอย่างเมามันส์......ออกสเตปประชันกันอย่างพร้อมเพรียง...........เต็มสวนลุม.....
กรูถาม "มาทำไรกันเยอะแยะไปหมด????"
อาม่ากรู "พวกกรูยังไม่อยากตาย....อยากจะอยู่นางๆ ....ดูว่าไอ้แม้วมันจะชิหายตายห่ายังงายยย........."
อีกครั้งหนึ่ง....อาจดูไม่สุภาพแต่........จริงใจนะ....อ่ะ อ่ะ อ่ะ

อ้อ...........มันเป็นอย่างนี้นี่เอง.......
แหม่...เรียกได้ว่ามีแม้วเป็นกำลังใจในการมีชีวิต......ฮ่า ฮ่า ฮ่า
อันนี้กรูยกเครดิตให้เมิง.........

หันมาดูที่ฝูงลิงแรงงานเถื่อนเมิงบ้าง......
วันก่อนเมิงลิงค์มาบอกให้ดูทีวีผ่านแบล๊คเบอร์รี่......
ปรากฏว่าไอ้พวกข้างล่างฮือฮากันใหญ่.............ตัวอะไรหนอแบล๊คเบอร์รี่????
ไอ้แรงงานเถื่อนตัวแรกมันถามเพื่อนเป็นภาษาบ้านมัน.....กรูแปลให้เมิงฟัง
มันถาม "นี่ นี่ เมิงรู้หรือเปล่า.....มันอะไรวะ แบล๊คเบอร์รี่????"
เพื่อนมัน "ช่างแมร่ง.... เบอร์ล่ง เบอร์ลี่.... เมิงจับตาเต๊นอาหารไว้ให้ดี....กรูเห็นมีข้าวต้มหมู.....ไอ้แม้วลิงค์จบแล้วรีบไปแย่งกัน......" ฮ่าาาาาาา
ไอ้คนถามมันก็ยังไม่เลิกสงสัย ไปเขี่ยถามเพื่อนมันอีกคน.........ไอ้ขงเบ้งกลับชาติมาเกิด......
ไอ้ขงเบ้งหน้าแบนสะบัดตีนตบ เอามือไขว้หลังตอบเก๊กๆ ตามเคย..............
"ไอ้แบ๊ตเตอร์รี่เนี่ย ปกติเอาไว้ใส่ไฟให้มือถือ....เดี๋ยวนี้แม้วมันพัฒนาให้ดูทีวีผ่านแบ๊ตเตอร์รี่ได้แล้ว....อืม น่าสนใจ น่าสนใจ....."
กร๊าก....... ไอ้แม้ว.....นี่ล่ะ.......ความจริงวันนี้
นี่เห็นบางตัวบอก...ต้องกลับไปปลูกต้นแบล๊กเบอร์รี่ที่บ้านจะได้ออกลูกมาเป็นทีวี.......อ่ะ อ่ะ อ่ะ...เอากันเข้าไป

ส่วนพวกสามโปกลูกกระจ๊อกเมิงบนเวทีนี่กรูเห็นแล้วก็สะเทือนใจ............
เฮ้ออออ.....จะเลียเมิงทั้งที....ไม่ได้ดูสารรูปเล๊ย.....
ท่าทางไม่เคยดูข่าวต่างประเทศ ซีเอ็นเอ็น บีบีซี อัลจาซีร่า...........
ว่าเค้ารู้ไส้เมิงไปถึงไหนแล้ว......
แม๊....เลียมาได้....เป็นเนลสัน แมนเดอล่าบ้างล่ะ ....เป็นอองซานซูจีบ้างล่ะ.....
นี่กรูว่าถ้าอองซานซูจีรู้เข้าล่ะก็.....คงหัวเราะเบาๆ แล้วพูด "เอาเถอะค่ะ......." ฮ่า ฮ่า ฮ่า
จริงๆ กรูว่ามันจับจุดเมิงถูก...เพราะชอบไปสะกิดโดนต่อมเฮ้าเลี่ยนเมิง......
แค่ได้เจอผู้นำประเทศไก่กายังตัวเกร็งขนาดนั้น....นี่เปรียบเทียบเป็นฮีโร่ขนาดนี้ อาการเฮ้าเลี่ยนลิซึ่มเมิงคงกำเริบหนัก.....ซี๊ดดดดดดดดด.....อ่ะ อ่ะ อ่ะ

นี่กรูฟังเมิงวันก่อนยิ่งขำ.....
บ๊ะ....อยากเป็นคานธี สู้แบบสันติอหิงสา.............
โถถถถถถถถ แม้วเอ๊ย........กรูว่าอย่างเมิงไม่ใช่คานธีหรอก...น่าจะเป็นเป็น...คาทีน....มากกว่าอ่ะ....อ่ะ อ่ะ อ่ะ
เทียบกันหน่อยไม๊.....
คานธีสู้เพื่อเรียกร้องอิสรภาพของประชาชน.....
แต่......
คาทีนสู้เพื่ออิสรภาพของมันเอง........ต้องคืนเงินเข้ากระเป๋าและห้ามเอากรูเข้าคุก.......อุ อุ

คานธีสู้แบบเดินนำหน้าฝูงชน......
แต่.....
คาทีนสู้แบบไม่อยู่ในฝูงชน....แว๊บไปแว๊บมา......หัวซุกหัวซุนอยู่ประเทศไหนก็ไม่มีใครรู้.........
ผลุบๆ โผล่ๆ จนฝูงชนสับสนไปหมด...ว่าวันนี้ จ่าฝูงจะลิงค์มาจากมุมไหนของโลก.....
นี่เห็นว่าจะตั้งโต๊ะรับแทง......ว่าวันนี้คาทีนจะโผล่มาจากไหน...........
ดูไบ แทง 5 จ่าย 1
มอนเตรเนโกร แทง 3จ่าย 2
เขมรแทง 1 จ่าย 2
นรกแทง 100 จ่าย 1 อะไรแบบเนี๊ย...อ่ะ อ่ะ อ่ะ

แล้วยังงี๊เมิงจะให้กรูเรียกเมิงว่าเป็นคานธีได้ยังไง.......
ใช่ไม๊ไอ้คาตีนเอ๊ย คาทีนนนนนน.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ยิ่งอองซานซูจีนี่ยิ่งห่างอ่ะ....เมิงมันอเวจีต่างหากอ่ะ...ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เมิงดู
อองซานซูจีไม่เคยยอมพวกเผด็จการ..... แต่....อเวจียืนกุมไข่ยิ้มหน้าแป้นไปขอสัมปทานมือถือ ดาวเทียม............
อองซานซูจีไม่เคยเอาประโยชน์ชาวบ้าน....แต่....อเวจีโกงภาษีแถมซุกหุ้นซุกเงินต่างประเทศเป็นแสนล้าน...........
อองซานซูจียอมติดคุกไม่เคยหนีออกนอกประเทศทั้งๆ ที่ไม่ผิด.....แต่.... อเวจีนี่สี่คูณร้อยตั้งแต่รู้ว่ายัดเงินไม่ได้.....อ่ะ อ่ะ
อองซานซูจีทุกประเทศพร้อมยื่นมือให้ไปอยู่ด้วย.....แต่...อเวจีทุกประเทศพร้อมยกทีนขึ้นมาถีบออกนอกประเทศ............ฮ่า ฮ่า ฮ่า....อนาถจริง จริง......

กรูว่ามีวิธีเดียวไอ้แม้ว...ที่เมิงจะได้เป็นอองซานซูจี......
อีหนูโอ๊คคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยเมิงได้.........
เมิงไปหาอีหนูโอ๊ค ขอไอซ์มาสองเม็ด....อัพเข้าไปเลยไอ้แม้ว......
รับรอง........เมิงจะได้เป็นอองซานซูจีท้างงงคืนนนน...อ่ะ อ่ะ อ่ะ.....
เมิงลองดู....เม็ดแรก....ภาพเริ่มมาละ..มาละ......เวทีโนเบล....โอ้ใหญ่โตอลังการ.......แขกผู้มีเกียรติมากมาย......
เม็ดที่สอง....เมิงกำลังรับรางวัล กล่าวสุนทรพจน์..... ขอบคุณสามโปก สองแต๋ว เลือด อุจจาระ สิ่งปฏิกูล และฝูงแรงงานเถื่อน...........
โอ้วววว สุดยอด สุดยอด..... ล่องลอย ล่องลอย.......
แล้วเมิงก็แปลงร่างเป็นซุปเปอร์แมนนเหาะออกจากงาน....บินวนไปรอบโลก ดวงจันทร์ ดาวอังคาร ดวงอาทิตย์ กาแล๊คซี่ทางช้างเผือก อัลฟ่าเซ็นจูรี่..........
อ้าาาาาาา....เคลิ้มเลยล่ะไอ้แม้ว.....ออกนอกจักรวาลไปเลย.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ไหนๆ วันนี้กรูก็ไม่ได้นอนกลางวัน......แถมยังติดค้างสินค้าโอทอปเมิงอีกต่างหาก....
มา.............กรูจะแนะนำสินค้าใหม่เข้าร้านเมิง....เมิงจะได้มีอาชีพยามหมดตรูด......อิ อิ
ตุ๊กตาอัปมงคลที่กรูจะแนะนำวันนี้ได้แก่...................

++++++++++++++ ตุ๊กตาทหารต๊องส์ส์ส์ส์ส์!!!!!!!!!!! +++++++++++++++++++++

ลักษณะของตุ๊กตาอัปมงคลตัวนี้ ก็เป็นทหารบ้านแต่มันมักจะใส่ชุดลายพราง.....
ชอบมากกกก....อยู่บ้านก็พราง ไปกินข้าวก็พราง ไปเดินห้างก็พราง ดูหนังฟังเพลงก็พราง ไปอาบอบนวดก็ยังพราง....... พรางกันเข้าไป......อิ อิ

เมิงอาจจะสงสัย "ตุ๊กตาเฮียอะไรพรางกันได้เป็นเซเว่นอีเลฟเว่น???? เปลี่ยนชุดเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ก็ไม่ได้"

กรูอธิบายให้เมิงฟัง....ไอ้นิสัยพรางเนี่ย มันได้มาจากชาติที่แล้ว......
ชาติที่แล้วมันเป็นตัวอะไรซักอย่างที่ชอบพราง.....
อยู่บนกองใบไม้แห้ง ตัวมันก็จะกลายเป็นสีน้ำตาล.....
อยู่บนกองใบไม้สด ตัวมันก็จะกลายเป็นสีเขียว......
อยู่บนกองเปลือกไม้ ตัวมันก็จะกลายเป็นสีดำ.....พรางเพื่อชีวิต....อุ อุ
บังเอิญตายไปโชคดี จับได้ใบดำมาเกิดเป็นมนุษย์......
แต่ไปทำเปรี้ยวกับเทวดาอีท่าไหนไม่รู้.......เลยถูกถีบออกมาเกิดทั้งที่ยังแปลงร่างเป็นคนไม่เสร็จ....อ่ะ อ่ะ อ่ะ......
ก็เลยเอาทั้งนิสัยและหน้าตาจากชาติที่แล้วติดมาด้วย........
เมิงลองจับมันโยนลงน้ำแถวสภาแล้วโผล่มาเหลือแต่หัวดิ.......เดี๋ยวเพื่อนมันก็โผล่มาทักทายอีกสองสามตัว.............
รับรอง.....แยกกันไม่ถูกกันเลยทีเดียว.......อ่ะ อ่ะ อ่ะ
แต่........
อย่าให้อาหารนะ...เค้าห้าม.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า

สรรพคุณของทหารต๊องส์ตัวนี้คือ มันจะทำการลดไอคิวของผู้ครอบครอง ทำให้เป็นบ้า กร่าง กักขฬะ ปากพล่อย ไฝ่ต่ำ อุปนิสัยตามแต่นักเลงปลายแถวจะพึงมี.......
เหมาะสำหรับให้ บุตรหลานของศัตรูคู่อาฆาตที่เรียนเก่ง นิสัยดี ท็อปเอมาตลอด.... หมอแหงม แหงม วิศวะแหงม แหงม....
รับไอ้ตัวนี้ไปเลี้ยงซักอาทิตย์รับรอง......
ก้าวร้าว ระราน มาเฟีย โอเน็ต เอเน็ต ทำสถิติต่ำสุดของประเทศแน่นอนนนนน...ฮ่า ฮ่า ฮ่า
หรือเมิงเถียง....
เมิงดู.... วันที่ลูกน้องมันถูกประกาศจับ....มันยังพานั่งรถตู้ไปส่งถึงโรงพักให้เค้าจับง่ายๆ......
แบบว่า "เมิงแอบในรถ ไม่มีใครเห็นหรอก....ทางเดียวกันไปด้วยกัน...ประหยัดน้ำมัน....รักษ์โลก" อุ อุ
ป่านนี้ลูกน้องแมร่งคงบ่นในคุก "ซวยชิหายมีเจ้านายปัญญาอ่อน" ฮ่า ฮ่า ฮ่า

นี่ได้ข่าวมันไปยิ้มน่าแป้นที่บ้านเมิงที่เมืองแขก.....
เห็นไม๊....ตั้งแต่นั้นมา เมิงก็ระหกระเหินไปมา..... เจ็บออดๆ แอดๆ หาความโชคดีไม่เจออีกเลย....อ่ะ อ่ะ อ่ะ......

กรูก็หวังว่า ตุ๊กตาอัปมงคลตัวนี้คงจะทำเงินให้เมิงอีกไม่น้อย............
คงมีคนอุดหนุนมากมาย....เพราะเศรษฐกิจช่วงนี้ดีเหลื๊อเกิน..........
หุ้นขึ้นจนกรูตั้งตัวไม่ทันทีเดียว......อุ อุ อุ
เออ พูดไปก็นึกขึ้นได้.....นี่กรูไม่เห็นเมิงพูดเรื่องเศรษฐกิจเด็กสองคนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว....ทำไมล่ะแม้ว.....อ๊าย อาย เน๊อะ.....อ่ะ อ่ะ อ่ะ

วันนี้กรูไปก่อน..............
หวังว่าเมิงจะอิ๊บหายวายป่วง........
รับกรรมที่เมิงทำไว้แบบเรื่อยๆ นานๆ....อย่ารีบตายแม้ว....กรูเป็นห่วง....ทรมานให้มากๆ ก่อน.....อ่ะ อ่ะ อ่ะ
บ๊าย บาย....

ปล. เมิงว่าไอ้สามโปก.... ตัวไหนอมเงินเมิงเยอะสุด...........
ทักษิณกินเมือง

Iterator

[quote=Iterator]คนที่อยู่กรุงเทพ ทุกคน (รวมทั้งผม) ต้องสำเหนียก ถึงโอกาส ที่ตัวเอง ตักตวง จากคนจากทั้งประเทศ

จากการที่ ศูนย์กลางการปกครอง มาอยู่ที่นี่ ซึ่งทำให้สิ่งอื่น ๆ ตามมา เช่นสำนักงานใหญ่ของธุรกิจในประเทศต่างประเทศ

สาธารณูปโภค พื้นฐานที่พิเศษต่าง ๆเช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า และยังมี มหาวิทยาลัยชั้นนำ มากระจุกอยู่ที่นี่เป็นส่วนมาก

มันเป็น ราคาที่คุณต้องจ่าย

คุณได้ประโยชน์จากโครงสร้างการกระจายความมั่งคั่ง และโอกาส ที่ไม่สมดุลเท่าที่ควรมามากแล้ว

คนมาประท้วงไม่่ได้ตั้งใจมาให้คุณเดือดร้อน หากแต่ศูนย์กลางอำนาจการปกครองอยู่ที่นี่ มันเป็นศูนย์กลางอำนาจของคนทั้งประเทศ
เขามาเรียกร้องต่ออำนาจการปกครอง

คนอยู่กรุงเทพ คนเกิดกรุงเทพ ก็รู้ ๆ แก่ใจดีว่า ทำไมเลือกอยู่ หรือพ่อแม่เลือกอยู่ที่นี่ ก็เพราะมันโอกาสดีกว่าไงครับ

ถ้า ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ อุดร อุดรก็จะเจริญ ไม่ใช่เพราะคนอยู่กรุงเทพวิเศษวิโส โอกาสมันเกิดจากการมีอำนาจการปกครองมาอยู่ที่นี่

ถ้าคุณคิดว่า โอกาสมันไม่คุ้ม กับ ความไม่สะดวกที่จะเกิดขึ้น กรุณาพิจารณาย้ายที่อยู่ เพราะ การที่คุณอยู่เมืองหลวงแห่งโอกาสแห่งนี้มันมีความเสี่ยงสูง

หรือในทางกลับกัน ถ้าคุณรักที่นี่เพราะมันเป็นที่ที่ดีจริง ๆ มันดีในแง่อื่น ๆ ที่ไม่ใ่ช่เพราะมันเป็นเมืองหลวง ก็ให้คุณเรียกร้องให้ ย้ายศูนย์กลางอำนาจไปไว้ัจังหวัดอื่น แน่นอนเขาจะไม่มาประท้วงที่นี่

ที่ยกแนวคิดสองข้อเหมือนประชดนะครับ แต่มันเป็นการให้คุณได้ฉุกคิดถึงตัวแปร ที่คุณอาจจะลืมนึก หรือแกล้งลืมนึก[/quote]

อาจต้องเรียนวิชาหน้าที่พลเมืองใหม่จริงๆ

คนกรุงเทพฯ???

คนกรุงเทพฯ??? คือใคร
บางส่วนก็มาจากคนชนบทนั้นแหละ
คนที่ใจแคบ และดูถูกตัวเอง อย่างนู้น นั่น นี่คือ นายศิโรตม์ที่ใจแคบ
มาแบ่งแยกคนไทย ไม่มีใครมาดูถูกใครนอกจากเราจะดูถูกตัวเอง
เลิกปลุกปั่นให้คนไทยทะเลาะกันได้แล้วนายศิโรตม์
อยากจะถามจริงๆความรู้ที่ไปเรียนมาคิดได้แค่นี้เองเหรอ เอาความรู้แบบเลียตรูดฝรั่งมาช่วยพัฒนาประเทศจะดีกว่ามายุให้คนไทยเกลียดกันดีกว่า

จากคน เกลียดนักวิชาการใจแคบ

Iterator

[quote=Iterator]คนที่อยู่กรุงเทพ ทุกคน (รวมทั้งผม) ต้องสำเหนียก ถึงโอกาส ที่ตัวเอง ตักตวง จากคนจากทั้งประเทศ

จากการที่ ศูนย์กลางการปกครอง มาอยู่ที่นี่ ซึ่งทำให้สิ่งอื่น ๆ ตามมา เช่นสำนักงานใหญ่ของธุรกิจในประเทศต่างประเทศ

สาธารณูปโภค พื้นฐานที่พิเศษต่าง ๆเช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า และยังมี มหาวิทยาลัยชั้นนำ มากระจุกอยู่ที่นี่เป็นส่วนมาก

มันเป็น ราคาที่คุณต้องจ่าย

คุณได้ประโยชน์จากโครงสร้างการกระจายความมั่งคั่ง และโอกาส ที่ไม่สมดุลเท่าที่ควรมามากแล้ว

คนมาประท้วงไม่่ได้ตั้งใจมาให้คุณเดือดร้อน หากแต่ศูนย์กลางอำนาจการปกครองอยู่ที่นี่ มันเป็นศูนย์กลางอำนาจของคนทั้งประเทศ
เขามาเรียกร้องต่ออำนาจการปกครอง

คนอยู่กรุงเทพ คนเกิดกรุงเทพ ก็รู้ ๆ แก่ใจดีว่า ทำไมเลือกอยู่ หรือพ่อแม่เลือกอยู่ที่นี่ ก็เพราะมันโอกาสดีกว่าไงครับ

ถ้า ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ อุดร อุดรก็จะเจริญ ไม่ใช่เพราะคนอยู่กรุงเทพวิเศษวิโส โอกาสมันเกิดจากการมีอำนาจการปกครองมาอยู่ที่นี่

ถ้าคุณคิดว่า โอกาสมันไม่คุ้ม กับ ความไม่สะดวกที่จะเกิดขึ้น กรุณาพิจารณาย้ายที่อยู่ เพราะ การที่คุณอยู่เมืองหลวงแห่งโอกาสแห่งนี้มันมีความเสี่ยงสูง

หรือในทางกลับกัน ถ้าคุณรักที่นี่เพราะมันเป็นที่ที่ดีจริง ๆ มันดีในแง่อื่น ๆ ที่ไม่ใ่ช่เพราะมันเป็นเมืองหลวง ก็ให้คุณเรียกร้องให้ ย้ายศูนย์กลางอำนาจไปไว้ัจังหวัดอื่น แน่นอนเขาจะไม่มาประท้วงที่นี่

ที่ยกแนวคิดสองข้อเหมือนประชดนะครับ แต่มันเป็นการให้คุณได้ฉุกคิดถึงตัวแปร ที่คุณอาจจะลืมนึก หรือแกล้งลืมนึก[/quote]

เห็นด้วยอย่างมาก