เสื้อแดงนัดรวมพลครั้งใหญ่ 14 มีนาคม บอกว่าจะเข้ากรุงเทพฯ เป็นแสนๆ ผมเชื่อว่าทำได้ แต่ยังไม่เชื่อว่าจะล้มรัฐบาลได้
แต่ขณะเดียวกันเสื้อแดงก็ถอยไม่ได้ เพราะมาจนถึงวันนี้แล้ว ถ้าไม่มาตามนัด ก็เสียเครดิตในการต่อสู้ระยะยาว
รัฐบาลก็ไม่ยอมถอย ประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง ใช้สื่อสร้างกระแส ทำสงครามจิตวิทยา ประโคมข่าวว่าเสื้อแดงจะก่อความรุนแรง จะก่อวินาศกรรม มีปากเหมือนมี...พูดให้ร้ายกันไปได้เรื่อยๆ น่ารำคาญ
สถานการณ์จึงอยู่ระหว่างเขาควาย ไม่มีใครรู้ว่าจะออกหน้าไหนอย่างไร และไม่มีใครห้ามได้แล้วในวันนี้
ในฐานะที่-จะเรียกว่าไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดก็คงไม่ใช่ คือต่อต้านอำมาตยา ปฏิเสธรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม แต่ก็มีจุดต่างกับเสื้อแดง ผมขยับจะเขียนอะไรมาหลายวันยังเขียนไม่ออก
อยากจะบอกว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เสี่ยงมาก เสื้อแดงอาจจะแพ้ย่อยยับ อาจจะถูกปราบ และถ้าพูดถึงเป้าหมาย “ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์” ก็ยังไม่มีทางชนะ ยังต้องต่อสู้อีกยาวไกล
แต่จะบอกว่าควรอยู่เฉยๆ ก็กระไรอยู่ จะยอมให้เขารังแกได้รังแกเอา จะทนเห็นความอยุติธรรมตำตาหรือ มันก็ต้องยอมรับว่าเป็นสิทธิประชาธิปไตยของมวลชนเสื้อแดง ที่จะ “แสดงอารมณ์” เหมือนพันธมิตรชนชั้นกลาง
แต่ผลของมันจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ น่าวิตก เพื่อนผมที่เป็นพันธมิตร (แบบฝ่ายก้าวหน้าภาคประชาชนนะ ไม่ใช่พวกห้อยโหนอำมาตย์) ยังโทรมาคุยกันว่าเป็นห่วงมวลชน ไม่อยากให้มีคนบาดเจ็บล้มตาย เพราะได้ข่าวว่าคนทางเหนือ (เขตงานเก่า) เรี่ยไรกันเดินทางมา แบบว่าเขาโกรธจริง ร้อนแรงจริง และคงจะมามากด้วย
สิ่งที่เราไม่ไว้วางใจก็คือ ไม่ไว้วางใจทั้งฝ่ายรัฐ ฝ่ายอำมาตย์ และแกนนำเสื้อแดงบางส่วน รวมทั้งทักษิณ ฝ่ายอำมาตย์นั้นอำมหิตอยู่แล้ว อย่างที่เขาเคยพูดว่าแสนหนึ่งตายสัก 4-5 คนก็ไม่กระพริบตา แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์จริตนิยมมีเดิมพันมากกว่านั้น คือต้องชนะทางการเมืองด้วย ต้องหาเหตุอ้าง “ความชอบธรรม” ที่จะใช้กำลังเหมือนครั้งสงกรานต์ ไม่อย่างนั้นปราบเสื้อแดงแล้วต้องยุบสภา หรือเกิดรัฐประหาร ตัวเองก็มือเปื้อนเลือดเปล่า
หันไปดูฝ่ายเสื้อแดงรึ ถามว่าต้องการอะไร ข้อเรียกร้องคือยุบสภา หรือบางคนอาจจะหวังให้เกิดรัฐประหาร จะได้ตีโต้ เร่งปฏิกิริยาให้ฝ่ายอำมาตย์แพ้เร็วๆ ซึ่งถ้าทำอย่างนั้นได้ก็ต้องเกิดความรุนแรง ซึ่งถ้ามองอย่างแยกเสื้อแดงเป็นสองส่วน เสื้อแดงที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่จำเป็นที่จะต้องให้เกิดความรุนแรง ต้องมองการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นขั้นตอนหนึ่งของการต่อสู้ที่ยังยาวไกล ขณะที่ฝ่ายทักษิณ หรือแกนนำที่อยู่ใกล้ทักษิณ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาคิดอะไร และซ่อนอะไรไว้หรือเปล่า จึงน่าวิตก เพราะถ้าผมเป็นทักษิณ ก็คงอยาก “เสี่ยง” ให้แตกหัก
ถ้าเรามองด้วยทัศนะนักประชาธิปไตย จะต้องยอมรับว่าความขัดแย้งในสังคมไทยยังไม่ถึงจุดยุติ และไม่มีทางที่จะแตกหักได้ ไม่มีใครที่จะชนะเบ็ดเสร็จ การต่อสู้กันรอบนี้ ถ้าใครแพ้ ก็เป็นแค่ความพ่ายแพ้ทางยุทธวิธี สมมติเสื้อแดงแพ้ อาจเสียกระบวนไปพักหนึ่ง แต่ก็ยังสามารถกลับมาสู้ใหม่ เหมือนที่แพ้มาแล้วตอนสงกรานต์ หรือสมมติเสื้อแดงสามารถบีบให้ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เพื่อไทยชนะ ก็เข้ารอยเดิมคือปกครองไม่ได้ จะถูกต่อต้านขัดแข้งขัดขาจากพันธมิตร ทหาร ตุลาการภิวัตน์ และองค์กรอิสระ
โอเคล่ะ พวกทักษิณ พวกนักการเมือง อาจจะมองว่าชนะแบบนั้นก็ยังดีกว่า แต่สำหรับนักประชาธิปไตย จะต้องไม่แลกมาด้วยความสูญเสีย
พูดอย่างนี้ไม่ใช่ผมจะเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลที่โหมประโคมว่า “อย่ารุนแรง” นะครับ เพราะอีกฝ่ายใช้ความรุนแรงมาก่อนแล้ว รัฐประหารคือการใช้ความรุนแรงของกองทัพ การใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมก็คือความรุนแรงของชนชั้นนำ แล้วมีสิทธิอะไรจะมาห้ามประชาชนตาดำๆ ใช้ความรุนแรง
เพียงแต่ผมไม่อยากเห็นความรุนแรงเพราะเป็นห่วงมวลชน มันหมดสมัยที่จะร้องเพลงตายสิบเกิดแสน (พี่หงาเปลี่ยนขั้วไปแล้ว) ชีวิตคนมีค่าทั้งนั้น ลองหันกลับไปดูพันธมิตร 193 วันตายไปกี่ศพ แล้วได้อะไร ถ้าดวงวิญญาณสารวัตรจ๊าบมีจริง จะรู้สึกอย่างไรที่เห็นโอบามาร์คจูบปากไอ้ห้อย
คือต้องคิดด้วยว่าการต่อสู้นั้นคุ้มค่าไหม ในเมื่อนี่ยังไม่ใช่ “สงครามครั้งสุดท้าย” มันยังเป็นแค่ขั้นตอนหนึ่งของการต่อสู้ที่ต้องอีกยาว ยืดเยื้อ และอาจจะคดเคี้ยว
แล้วที่พูดอย่างนี้ก็ไม่ได้บอกว่าเสื้อแดงต้องมานั่งเจี๋ยมเจี้ยมตบแปะ สวด 7 วันแล้วกลับบ้าน เพราะการเคลื่อนไหวภาคประชาชนยุคโพสต์พันธมิตร ถ้าไม่ทำตามอย่างพันธมิตรบ้าง มันก็ไม่สร้างแรงกดดัน ฉะนั้นต้องมีกับแกล้มน้ำจิ้มพอให้เปรี้ยวปาก
แต่ตรงนี้แหละที่มันอันตราย เพราะมันขึ้นกับความคิดชี้นำของแกนนำ ตลอดจนประสิทธิภาพในการนำ พูดง่ายๆคือ แกนนำแฝงความคิดอยากให้รุนแรงหรือเปล่า หรือต่อให้ต้องการสันติจริง คุมกันอยู่หรือเปล่า
พันธมิตรก็ใช้การกดดันคุกคาม แต่เขามีเส้น เขามีสื่อ มีนักวิชาการช่วยกันสร้างกระแสหนุน และมีทหารคอยขู่ให้นายกฯ ลาออก รัฐบาลสมัครสมชายจึงทำอะไรไม่ได้ ต่างกับเสื้อแดงที่ไม่มีอะไรเลยจึงเสียเปรียบตั้งแต่ในมุ้ง
ขณะเดียวกันพันธมิตรก็มีการจัดตั้งที่เหนียวแน่นกว่า เพราะเขามีแกนเป็นสันติอโศก NGO สหภาพรัฐวิสาหกิจ พวกแรกเป็นครึ่งพระ สองพวกหลังเป็น “มืออาชีพ” ในการก่อม็อบ พันธมิตรจึงสามารถใช้ท่าทีรุนแรงกดดันแบบที่ภาษากำลังภายในเรียกว่า “จี้ถึงก็หยุด” ไม่บานปลายไปกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ (อันที่จริงเขาก็ทำให้ล้ำเส้นไปอีกคืบ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะยังมีสื่อมีกระแสช่วยปกป้อง) เสื้อแดงไม่สามารถทำอย่างเดียวกันได้ แม้อาจจะมีระบบมีการจัดตั้งดีกว่าครั้งสงกรานต์
จะสร้างแรงกดดันอย่างไร ที่ไม่ให้ล้ำเส้นไปสู่ความรุนแรง จนพ่ายแพ้ นี่คือโจทย์ข้อสำคัญ
เพราะต้องยอมรับว่าเสื้อแดงเสียเปรียบตั้งแต่เริ่มต้น ถูกรัฐบาลและสื่อกระแสหลักปิดล้อม สร้างกระแส ประโคมข่าวให้ร้ายอยู่ด้านเดียว ส่วนสำคัญก็มาจากคนกรุงเข็ดขยาดเหตุการณ์เมื่อครั้งสงกรานต์
นอกจากนี้ยังถูกผูกโยงกับทักษิณ ซึ่งรัฐและสื่อโหมถล่มตั้งแต่วันยึดทรัพย์ ว่าทักษิณและเสื้อแดงไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลผู้ศักดิ์สิทธิ์และสูงส่ง จะก่อความรุนแรงเพื่อล้มล้างคำพิพากษา
ซึ่งต้องยอมรับว่าได้ผลนะครับ ได้ผลกับคนทั่วๆ ไป เพราะทักษิณก็มีปัญหาความชอบธรรม แม้จะถูกโค่นล้มจากรัฐประหาร ถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม แม้ผมจะไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา คือผมเห็นว่าเป็นพฤติกรรมที่ “ไม่สมควร” ของคนที่เป็นผู้นำ แต่ “ไม่สมควร” ที่จะถือเป็นความผิดอาญาถึงขั้นริบทรัพย์สิน และยังต้องแยกแยะด้วยว่าอะไรคือการเอื้อประโยชน์โดยมิชอบ ไม่ใช่รวบทั้งหมด
แต่ในนั้นมันก็มีความไม่ชอบธรรมของทักษิณ ซึ่งถูกเอามาตอกย้ำทีไร ก็เละไปทีนั้น นี่คือปัญหาของทักษิณซึ่งมีความทับซ้อน หรือเรียกเล่นๆ ว่า “สองแง่สองง่าม” (ฮา) ทุกอย่างที่ทำมีทั้งถูกทั้งผิด มีทั้งไม่เหมาะสมไม่สมควร มีทั้งวิน-วิน การโต้แย้งทางเหตุผล การที่จะให้สังคมรู้จักแยกแยะ มันต้องใช้เวลา ต้องฝ่าการปิดล้อมทางสื่อ และต้องฝ่าอคติมากมาย คือพวกทักษิณก็จะเถียงว่าทักษิณถูกยันเต ซึ่งฟังไม่ขึ้น พวกพันธมิตรก็ปล่อยข่าวในวงกันเองว่าทักษิณยังมีเงินอยู่ต่างประเทศอีก 2 แสนล้าน
กล่าวโดยสรุปก็คือ ทักษิณเป็นทั้งปัจจัยบวกและลบเหมือนทุกคราว แยกกันไปคนละด้าน มวลชนเสื้อแดงก็ลุกฮือ รัฐ สื่อ และพวกที่สวมคราบนักวิชาการก็รุมถล่ม เอามาทำลายความชอบธรรมของการเคลื่อนไหวฝ่ายเสื้อแดง
อย่างไรก็ดี ถ้าพูดในกระแสวงกว้างแล้วต้องบอกว่ารัฐบาลได้เปรียบ โหมกระพือป้ายโคลนดำไว้ล่วงหน้า เดี๋ยวเทพเทือก เดี๋ยวเทพไท เดี๋ยวบุญยอด ออกมาดาหน้า (พูดมากๆ แหละดี คนจะได้เลี่ยน)
แต่มองกลับกัน ถ้าแกนนำเสื้อแดงสุขุมพอ ถ้ามวลชนมามากจริงและเหนียวแน่นจริง ในเบื้องต้นคุณต้องแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่ายึดสันติวิธี มาโดยสงบ ไม่ใช่มาถึงก็ฟาดหัวฟาดหาง ตั้งมั่นอยู่เฉยๆ ซัก 2-3 วัน ภาวะ panic ของคนกรุงที่รัฐพยายามปลุกปั่นก็จะลดลง
สงครามครั้งนี้จะต่อสู้กันด้วยจิตวิทยา ด้วยภาพลักษณ์ แม้รัฐบาลจะอยากแตกหัก อยากปราบ อยากรุนแรง ก็ทำไม่ได้ถ้าฝ่ายเสื้อแดงไม่เพลี่ยงพล้ำทางภาพลักษณ์อย่างหนักหน่วง ภายใต้สิทธิการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ นายกฯผู้ดีอังกฤษขวัญใจจริตนิยม ไม่กล้าใช้กำลังง่ายๆ หรอกครับ จะต้องรอให้เสื้อแดงอาละวาดโน่นนี่จนเข้าล็อก “เผาบ้านเผาเมือง” เสียก่อน
แน่นอนที่คงมีปัญหาประปราย มีความรุนแรงผสมโรง อย่างที่เทพเทือกแสนรู้ล่วงหน้าว่าจะมีคนแยกไปก่อวินาศกรรม แต่ถ้าเสื้อแดงตั้งมั่นกับที่ กูไม่รู้ไม่เห็นว่าใครไปทำอะไรที่ไหนอย่างไรเมื่อไหร่ รัฐบาลก็ปราบไม่ได้ ไม่เหมือนสงกรานต์ที่มีม็อบแยกไปปิดอนุสาวรีย์ชัย หรือไปพัทยา ครั้งนี้เสื้อแดงอาจจะปิดถนน แต่ไม่ได้บอกว่าปิด เป็นเพราะคนมามากจนไม่มีที่อยู่ต้องล้นลงถนน คือถ้าคนมากเสียอย่าง วันที่ 2-3-4 ไม่หดหาย รัฐบาลจะทำอะไรก็ลำบาก ถ้าคนมากเสียอย่าง ไม่ต้องทำอะไร มานั่งเฉยๆ กรุงเทพฯ ก็เป็นอัมพาต
ประเด็นที่น่าคิดถัดจากนั้นคือ ถ้ามาโดยสันติ ตั้งมั่นโดยสงบ คุมกันอยู่ ซักวันสองวันแล้วจะทำอะไร เพราะหลายคนคงคิดว่าถ้าไม่กดดัน “คุกคาม” รัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม การเคลื่อนไหวก็ไม่บรรลุผล และโดยธรรมชาติม็อบคนชนบทอยู่ได้อย่างมากก็ 7-8 วัน ไม่เหมือนม็อบพันธมิตรที่อาหารดี ดนตรีไพเราะ ตลอด 193 วัน ที่น่ากลัวคือผมเชื่อว่าอารมณ์มวลชนร้อนแรง มาแล้ว “ต้องชนะ” ไม่คิดว่าจะต้องมาๆ กลับๆ
ตรงนี้แหละที่ต้อง “วัดใจ” แกนนำว่าจะยึดมั่นในการต่อสู้โดยสันติหรือไม่ เพราะแกนนำจะต้องคิดรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ไม่นำไปสู่ความรุนแรง ซึ่งจะทำให้พ่ายแพ้ทางการเมืองและถูกปราบ ขณะเดียวกันก็ต้องตัดสินใจว่าถึงระดับไหนจะหยุด ถือเป็น “ชัยชนะ” แล้วกลับ โดยไม่เสียเลือดเนื้อ ไม่เสียหายทางการเมือง
เรื่องพวกนี้ต้องตัดสินใจกันวันต่อวัน หรือวันละหลายรอบ ตามสถานการณ์ที่ผันแปร จึงเป็นสิ่งที่น่าห่วง เพราะผมยังไม่เชื่อว่าแกนนำทุกคนยึดมั่นสันติวิธี ขณะที่มวลชนก็เคียดแค้น อารมณ์แรง โดยธรรมชาติของม็อบ ยิ่งอยู่นานยิ่งเครียด
รวมความแล้วก็น่าวิตก แต่อย่างที่บอกว่าจะให้เสื้อแดงนอนอยู่บ้านเฉยๆ ก็ไม่ได้ เพียงแต่อยากเรียกร้องให้แกนนำตั้งเป้าให้ชัดเจนว่าต้องการอะไร “ชัยชนะ” อยู่ที่ไหน เพราะคุณไม่มีทางยึดอำนาจรัฐได้ สมมติเรียกร้องให้ยุบสภาแล้วรัฐบาลไม่ยุบ จะทำอย่างไร อย่าคิดว่า “นองเลือด” แล้วจะชนะเหมือน 14 ตุลาหรือพฤษภาทมิฬ การใช้ความรุนแรงหรือเสี่ยงสูญเสีย ไม่รับประกันความเสี่ยงว่าจะเป็นผลสำเร็จ เพราะถ้าเลยธงล้ำเส้น พ่ายแพ้ทางการเมือง รัฐบาลก็ใช้กำลังทหารปราบม็อบได้
คือตั้งเป้าแล้วไม่ต้องมาบอกผมหรอก ปากอาจจะพูดไปว่า “สงครามครั้งสุดท้าย” แต่เป้าหมายต้องรู้กันภายในแกนนำ ต้องคิดล่วงหน้าไว้ว่าถึงจุดไหนที่จะสลายม็อบ โดยได้ชัยชนะทางการเมืองพอประมาณ แล้วไม่สูญเสีย
ในส่วนของผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ถ้ามองว่านี่เป็น “การต่อสู้ทางชนชั้น” ก็ยังต้องสู้กันอีกนานไม่มีใครชนะเบ็ดเสร็จ การต่อสู้ยกนี้ก็เป็นแค่ “การประลองกำลัง” กันอีกยกหนึ่งเท่านั้น เสื้อแดงจึงควรเข้าใจว่าเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่ “สงครามครั้งสุดท้าย” แต่เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงพลัง กดดันคุกคามอำนาจรัฐ ให้สังคมตระหนักว่า “เราพร้อมจะมาทุกเมื่อ” ตราบใดที่ยังไม่ได้รับความยุติธรรม
คือถ้าเรียกร้องให้ยุบสภาได้ก็ดี (พรรคการเมืองใหม่จะได้แจ้งเกิด-ฮา) แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องรู้ว่า เพียงแค่เสื้อแดงมามากๆ แสดงพลังโดยสันติได้ และสามารถ “คุมกันอยู่” จนจบ อย่างน้อยก็เป็นชัยชนะระดับหนึ่ง เหมือนย้อนไปตอนสงกรานต์ ถ้านับแค่วันที่มีคนออกมาเป็นแสน ก็ถือว่าชนะแล้ว พอเลยธงไปกว่านั้น เจ๊งเลย
ก็แค่อยากฝากให้มองยุทธศาสตร์ระยะยาว ว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องแตกหัก ฝ่ายอำมาตย์ต่างหากที่เขาต้องการแตกหัก เพราะเวลาเหลือน้อย และ “ระบอบไม่เอาทักษิณ” ที่ครองอำนาจอยู่ ก็ง่อนแง่นเต็มที มองเห็นได้ง่ายๆว่าเสื้อแดง fade ออกไปเมื่อไหร่ ก็ลากไส้กันเอง แต่ทักษิณปลุกกระแสขึ้นมาเมื่อไหร่ก็รวมหัวกันถล่ม ระบอบนี้ยิ่งอยู่นานยิ่งเสื่อม อย่าง GT200 เรือเหาะ หรือการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ผู้ว่าฯ
ในทางยุทธศาสตร์แล้วเสื้อแดงรอได้ กดดันแล้วถอย ออกไปตีวงอยู่รอบนอก ซักพักก็กดดันใหม่ แย็บเรื่องทุจริต อัปเปอร์คัดเรื่องความชอบธรรมเป็นระยะ อย่ากลัวว่า “ระบอบไม่เอาทักษิณ” จะไปรอด เพราะองค์ประกอบที่มีทั้งอำมาตย์ นักการเมือง และคนชั้นกลางที่มีพันธมิตร สื่อ นักวิชาการ เป็นตัวแทน มีความขัดแย้งกันเอง เช่นพันธมิตรเขาก็หยุดไม่ได้ ต้องสร้างอำนาจต่อรองของตัวเอง (พันธมิตรน่ะเป็นแนวร่วมด้านกลับของเสื้อแดงนะครับ เพราะเวลาพูดถึงปัจจัยเสี่ยง นักลงทุนต่างชาติก็จะบอกว่าหนึ่งการเมืองเรื่องเสื้อแดง สองมาบตาพุด)
“สู้ยืดเยื้อ” หรือ “เสี่ยง” จึงเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจให้รอบคอบ โดยคำนึงถึงมวลชนเป็นสำคัญ
ใบตองแห้ง
10 มี.ค.53
ผมว่า พี่หงา
ผมว่า พี่หงา ไม่ได้เปลี่ยนไปครับ
แต่อุดมการณ์ ยังมั่นคง เพียงแต่คนที่เคยชื่นชม พี่หงา
แล้ว มาว่าพี่หงา เปลี่ยนไป ยังไม่เข้าใจ การต่อสู้ของ พี่หงาในอดีต
พี่หงาไม่ยึดติด คำว่า ระบบ ระบอบ แต่ พี่หงา ยึดติดสิ่งที่ยืนยง กว่า คือ ศีลธรรม จริธรรม
เข้าใจ ไม๊ครับ ท่าน ใบตองแห้ง
เห็นด้วยกับคุณใบตองแห้งนะฮะคร
เห็นด้วยกับคุณใบตองแห้งนะฮะคราวนี้
ชุมนุมครั้งนี้เป็นการวัดใจวุฒิภาวะของกลุ่มเสื้อแดงเลยล่ะ ว่าจะคุมอารมณ์ตัวเองอยู่ ไม่แสดงความรุนแรงออกมาได้หรือไม่
ถ้าทำได้ ขบวนการจะยกระดับไปอีกขั้น ลบล้างภาพความรุนแรงสมัยเมษาได้ (เพิ่งผ่านไม่ถึงปีนะครับ ใคร ๆ ก็จำได้)
แต่ถ้าทำไม่ได้
ข้อหาทำร้ายประเทศชาติ คราวนี้น่าจะหนักกว่าพันธมิตรแล้วน่ะนะครับ (พันธมิตรยังหนเดียวตอนปิดสนามบิน นี่สองหนซ้อน ๆ ในเวลาไม่ถึงปี)
ฤา
ฤา "สงครามครั้งสุดท้าย"
จะหมายถึง "ปิดจ๊อบ และ วางบิล" ครับ
ฮา...
หากงานนี้รัฐบาลไม่ยอมยุบสภา
หากงานนี้รัฐบาลไม่ยอมยุบสภา หากฝ่ายเสื้อแดงพ่ายแพ้ เพราะเหตุใดก็ตาม งานนี้ แกนนำเสื้อแดง คงจะทะยอยเข้าคุกหรือค่อยๆสูญหายกันเป็นใบไม้ร่วงเป็นแน่แท้ จะเห็นว่า พวกเขาต้องสู้เพื่อตนเองกันแล้วละครับ ไม่เกี่ยวกับทักษิณแล้ว
เล่นกับใครไม่เล่น ไปเล่นกับระบบอำมหิต .... ขึ้นหลังเสือแล้ว ลงไม่ได้แล้วครับ ผมคิดเห็นเป็นอย่างนั้นน่ะ...
ถ้าทางฝ่ายผู้มีอำนาจจะมีเมตตา เห็นคนเสื้อแดงเป็นประชาชนคนไทยด้วยกัน ก็ออกมาเจรจาหารือกัน
ผมคิดว่าไม่น่ายากเย็นอะไร เหมือนตอนที่ ท่านชวลิตมีนโยบาย ปราบคอมมิวนิสต์ ให้มอบตัวเข้าร่วมกันพัฒนาชาติไทย เพราะรบกันไปมันก็มีแต่จะฆ่าฟันคนไทยด้วยกันเอง มาวันนี้ ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ ออกโรงมาคุยเอง มาเคลียร์ทุกๆอย่าง ให้มันสู่ความสงบกันเสียที
- ต้องการให้ยุบสภาคืนอำนาจ ก็ประกาศยุบสภา
- ต้องการให้นำรธน. ปี40 มาใช้ ก็ต่อรองกันดูว่าเป็นไปได้ไหม ก็เจรจาต่อรองกันหาทางออกที่เหมาะสม
- ต้องการให้นิรโทษกรรม ทางการเมืองให้ทุกๆคนที่เคลื่อนไหว ก็น่าจะให้ได้ เพราะว่า มาตรา 309 ยังนิรโทษกรรม
ให้กับ คณะรัฐประหารได้
ผมว่าคนไทยคงจะไชโย โห่ร้อง หันมาปรองดองกัน ร่วมกันสร้างชาติกันอีกครั้ง คำว่า นิรโทษกรรม หรือคำว่า การให้อภัย หากว่าเกิดขึ้นที่ใด ไม่เว้นแม้แต่ความขัดแย้งของคนในครอบครัว ก็จะทำให้อยู่ร่วมกันต่อไปได้
แต่ปัญหาก็คือว่า จะไม่มีใครยอมใคร นี่ละสิครับ เพราะเท่าที่ผ่านมา....
คนไทยมักจะมีฆ่ากันก่อน จึงจะหยุดมาร่วมมือกันได้
กฏหมาย ต้องทำให้บ้านเมืองสงบ
กฏหมาย ต้องทำให้บ้านเมืองสงบ มิใช่ใช้กฎหมายทำให้เกิดการแตกแยก
หากกฎหมายทำให้ความมั่นคงของประเทศเสื่อมคลอน ประชาชนขาดความสามัคคีขั้นวิกฤติ ไม่บังคับใช้กฎหมายนั้นจะดีกว่า
ความเป็นเอกภาพและเป็นหนึ่งเดียว ความรักความสามัคคีของคนในชาติ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ของความเป็นชาติ
อย่าอ้างแต่หลักกฎหมายเพื่อใช้ทำลายผู้อื่น อย่าใช้หลักนิติศาสตร์ จนลืมหลักรัฐศาสตร์
ความยุติธรรมไม่มี สามัคคีก็ไม่เกิด.....
@..สีแดงแรงฤทธิ์ต้าน.......เผ
@..สีแดงแรงฤทธิ์ต้าน.......เผด็จการ
มุ่งขจัดรัฐประหาร.......ห่วยบ้า
มิยอมรับผลพาล..........มารก่อ…ไว้นา
พวกก่อความชั่วช้า............อย่าได้กำแหง
@..สีแดงแรงฤทธิ์ต้าน.......พันธมาร
ผู้ชั่วช้าเชี่ยวชาญ...............ชั่วแท้
ต้านผลแห่งเผด็จการ.....มารก่อ....ไว้เอย
แดงแห่งแสงรุ่งแล้.........ก่อแก้กฎแฝง
@..สีแดงแสงส่องฟ้า..........คราอรุณ
แดงแห่งธรรมนำหนุน....แน่แท้
ความจริงสิ่งค้ำจุน.......... เจิดแจ่ม
ความเท็จถูกจริงแก้........เท็จแพ้จริงแถลง
@..สีแดงแห่งนักสู้..........ชูชน
สู้เพื่อธรรมนำผล.............ผ่องแผ้ว
สู้อย่างมิจำนน..................แน่วแน่
สู้อย่างสันติแล้ว..............เร่งสู้สุดแรง
@..สีแดงแรงร่วมสู้.........หมู่อธรรม
สู้อย่างสันตินำ.................แน่แท้
ไม่ยอมรับบ่วงกรรม.........มารก่อ......ไว้เอย
มาเถิดมาร่วมแก้...............อย่าแพ้หมู่พาล
อ่านจบสิ่งที่ได้ -
อ่านจบสิ่งที่ได้
- พธม.ดีโง้นดีงี้
- ทักษิณเลวหยั่งโง้นงี้
- เสื้อแดงอย่าใช้ความรุนแรงนะ เพราะพวกอำมาตย์มันใช้แน่ เอามือซุกหีบไว้
ให้โดนตีให้ตายก็ไม่ต้องสู้
กูเซ็งพวก 2 ไม่เอา , เหลืองแอ๊บขาว ชิบหายเลยว่ะ จากใจเลย
อ่านข่าวที่พันธมิตรกล่าวถึงเส
อ่านข่าวที่พันธมิตรกล่าวถึงเสื้อแดงชุมนุมแล้วรับไม่ได้จริงๆ
biloxi
เห็นด้วยโคตรๆ
ผมคิดว่า ใบตองแห้งอยุ่ใกล้เสื้อเหลืองมากไป อยู่ใกล้นักวิชาการ (ขายตัว) มากไปใกล้ NGO (เหี้ยๆ) มากไป
และเหตุผลที่ยกมาในบทความนี้ก็ "อ่อน" อย่างเหลือเชื่อ
เหลามาตั้งนานว่า เสื้อแดงเสียเปรียบยังงั้นยังงี้
...โถ คุณเอ๊ย ตอนเขาสร้าง นปก.กันน่ะ คุณไปทำห่าอะไรอยู่ที่หนครับ?
คุณรู้ไหมว่า ตอนนั้นแกนนำเสื้อแดง มีคนทำงานกี่คนกัน มีแนวร่วมไหม
ถ้านับใด้เกิน 10 คุณเอาผมไปยิงทิ้งได้เลย
ผู้ชุมนุมที่สนามหลวงตอนนั้น มีคนร่วมชุมนุมไม่เกิน 80 - 100 คน เท่านั้นเอง
..ข้อเสียที่ผมเห็นในพวก "ดัดจริต" สองไม่เอา ทุกตัว คือ ดูถุกมวลชน ชาวบ้าน คิดว่าเขาไม่มีทางมีอุดมการณ์ได้
ต้องพวกกูเท่านั้น พวกกูที่เข้าป่า.. พวกกูที่เป็น NGO.. ห่าลาก!
ผมจะบอกให้เอาบุญ วันนึงช่วงเมษาเลือด ผมเจอคุณยายคนนึง เดินมาในม๊อบกับหลานสาวแก ไม่ได้มีมาดนักวิชาการ ไม่ได้เต๊ะเป็น NGO อะไรเลย แต่ผมได้ยินเต็มสองรู้หูเลย พับผ่าเถอะ แกบอกว่า "เดี๋ยวก็เหมือนเนปาลหรอก...."
แค่นี้แหละครับ
พวกกูเสื้อแดงต้องการเปลี่ยนแป
พวกกูเสื้อแดงต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ต้องการได้การปกครองที่มีความ ยุติธรรม กูไม่รู้หรอกว่าจะเป็นใคร ควาย หรือ คน ที่เชื่อว่า ไ อ้สนธิมันทำดี กู้ชาติ ต้องปกป้องมันทุกอย่าง ทั้งไอ้เหี้ย อีเหี้ย ที่สั่งผู้พิพากควายๆ ให้ทำทุกอย่างที่เหยียบย่ำความ ยุติธรรม อะไรที่เป็นฝ่ายทักษิณฯ มันให้ตัดสิน ผิดทั้งหมด อะไรที่เป็นฝ่ายที่เคยร่วมมือกับ ไอ้โจรสีเหลือง ไอ้โจรโกเต๊กซ์ พวกมันไอ้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญจัญไร สั่งควายผู้พิพากษา และขบวนการยุติธรรม ไม่ให้เอาผิดสักอย่างเลย
กูไม่รู้ว่า ฟ้าต่ำ หรือแผ่นดินสูง แต่ที่รู้ที่เห็นในสังคมทุกวันนี้ ผู้ปกครองชนชั้นสูง บ้างตัวทำ เหี้ย จริงๆ
เขียนทำไมอะ
เขียนทำไมอะ ไม่เห็นมีอะไร
ตูก็อุตส่าห์อ่าน
ใบตองแห้งเขาเตือนสติเสื้อแดงน
ใบตองแห้งเขาเตือนสติเสื้อแดงนะ คิดให้ดี ประชาธิปไตยจะเกิดได้ต้องไม่เกิดความรุนแรงแก่ชีวิต เพื่อนๆร่วมอุดมการณ์นะ
และเราก็เห็นด้วย
ใช่แล้ว ถึงแม้ว่ารัฐบาลที่ชอบ
ใช่แล้ว
ถึงแม้ว่ารัฐบาลที่ชอบเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่นอย่างประชาธิปัตย์จะมีตัวช่วยมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นสื่อ (เดอะเนชั่น, ผู้จัดการ, ASTV, etc.)
ไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง สีเขียว และสีน้ำเงิน และสื่อบางสำนัก
แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลชุดนี้ไม่มีคือ ''ยางอาย''
ผมว่ายังไงรัฐบาลก็ยังไม่ยอมยุ
ผมว่ายังไงรัฐบาลก็ยังไม่ยอมยุบสภาอยู่ดี
ยกเว้นว่าไปใช้ความรุนแรงกับม็อบอย่างไม่เป็นธรรม และมีคนตายเป็นเบือ
แล้วชาวบ้านเขาจับได้คาหนังคาเขา
เมื่อนั้นอาจจะมีใครออกมาห้ามศึก
แล้วส่งคนที่คิดว่าทุกๆฝ่าย ยอมรับได้ มาเป็นนายก
ว่าแต่เมืองไทยยังเหลืออยู่อีกเหรอ คนที่ทุกๆฝ่ายจะยอมรับได้
ส่วนไอ้ใบตองแห้ง มึงนี่ฉลาดเน
ส่วนไอ้ใบตองแห้ง
มึงนี่ฉลาดเนาะ พอมองเห็นแนวโน้มนายใหญ่แพ้แน่ รีบออกตัวเลยนะมึง
กูอยากรู้หลัง 14 มี.ค มึงจะเขียนหนังสือเรื่องอะไรหากินหือ "วิธีเก็บขยะขาย" หรือ ไอ้เห่า
ฮา
สีดองางาม
โดนใจหลายเด้อ
ตอนที่พันธมิตรออกมาชุมนุม ท่า
ตอนที่พันธมิตรออกมาชุมนุม
ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะบอกว่า...
ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี แค่ 1 เสียงของประชาชนผมก็จะรับฟัง
และพร้อมที่จะยุบสภาทำตามที่ผู้ชุมนุมเรียกร้องทันที
คิดว่าประชาชนคนตาดำๆผู้มีการศึกษาน้อยๆเขาจะลืมแล้วเหรอกับคำพูดของท่าน
พวกเขาไม่ใช่บรรหาร ไม่ใช่เนวิน ไม่ใช่สนั่นนะ
ที่จะให้ท่านสับปลับกลับคำพูดของตัวเองได้ง่ายๆน่ะ
ที่จริงท่านควรจะขอบใจประชาชนผู้ออกมาร่วมชุมนุม
และรีบยุบสภาทันทีตามที่พวกเขาเรียกร้อง
เพราะการกระทำของพวกเขาสามารถทำให้ท่านไม่ต้องกลายเป็นคนที่กลืนน้ำลายตัวเอง
ไม่ต้องกลายเป็นที่เคยพูดด้วยปากแล้วลบด้วยเท้า
ทำให้ได้ให้เหมือนกับที่เคยพูดอะไรไว้
ให้สมกับที่เป็นนักเรียนนอกจบอ๊อกฟอร์ดเกียรตินิยมอันดับหนึ่งหน่อยสิ
คำพูดท่านยังรักษาไว้ไม่ได้
แล้วท่านจะรักษาความเป็นประชาธิปไตยและความสงบสุขของประเทศชาติไว้ได้อย่างไร
รักกันครับ wrote:ผมว่า พี่หงา
ห
ห
ห
ห
"""เหอๆๆๆๆ แล้ว ศีลธรรม จริยธรรม ของ พี่ .ง๋า. น่ะ มันสองมาตราฐาน เหมือนกับ ของ ตุลาการภิวัฒ
อ่ะป่าวววว พวกมรึงผิดหมด พวกกรู ถูกหมด""""""""""ไอ้ห่...ตอนนี้ รัฐบวม สาน(ที่เข้าไปอยู่องค์กรอิสระ) ตะหาน
ก็แดร๊ก กัน พุงปลิ้น... พี่ ง๋า มัว ทำ ห่ ไรอยู่ละ ไม่เห็น เดือดร้อนเลย
ซึ่งถ้าเอา มาตราฐาน
ซึ่งถ้าเอา มาตราฐาน ตอนโน้น...ตอนนี้ พี่ ง๋า ก็่น่าจะขึ้นเวทีเสื้อแดงได้แล้ว......หรือว่า....เวทีเสื้อแดงไม่ได้ให้ค่าใช้่จ่าย
เยอะๆ เหมือนเวที เหลืองล่ะ5555555555
………………………………………ปลาร้าก็พอแล้ว
………………………………………ปลาร้าก็พอแล้วเสื้อแดงจ๋าก่อนลาจาก .....................
......................ไม่ยอมยุบสภาก็ไปปากันคนละถุงที่ทำเนียบรัฐบาล.ฯลฯ.............
………….ขอของขวัญวันฟ้าใหม่ให้อภิสิทธิ์..............ขอข้อคิดประดิษฐ์คำนำสดใส
ขอวจีวาจาพาสุขใจ.........................................คงกล้าให้เมื่อกล้าขอต่อประชา
เมื่อเข้ามาเป็นนายกตกที่นั่ง...............................คงต้องชั่งใจแล้วแนวอย่างหนา
ทหารเฒ่าเขาหนุนหุ่นหน้าตา.............................มีวิชาอ็อกเหล็กเขกหัวคน
เอากระทรวงมหาดไทยไปล่อซื้อ.........................โจรรุมฮือเข้าหาตาถลน
เอากระทรวงคมนาคมบ่มไพร่พล..........................ชวนร่วมปล้นอำนาจอธิปไตย
.........เอากระทรวงต่างประเทศวิเศษผัน............ให้พวกพันธมิตรกษิตใส่
อาหารดีดนตรีไพเราะเจาะปากไป..........................เปิดร้านใหม่อยู่ไหนนะสนามบิน
สองมาตรฐานมารเทพเสพภักษา...........................ใช้กฎหมากฎหมู่สู้ทักษิณ
ยุบสภาก็หาว่าไม่น่ากิน........................................เมินให้สิ้นศรัทธาประชาชน
แล้วพากันสรรสร้างสถานการณ์.............................รัฐประหารรานร้าวยาวสับสน
ระบบเริ่มจะลงตัวกลับมัวมน.................................แล้วปี้ป่นจนวันนี้ไม่มีทาง
........วนอยู่ในอ่างอย่างอุบาทว์........................ประวัติศาสตร์ชาติบาดหมาง
แผนอำมาตย์มันบังคับลับลวงพราง......................ชาติอยู่กลางกลอำนาจอำมาตยา
........เอาของขวัญวันฟ้าใหม่ให้อภิสิทธิ์............เอาชนิดติดทนนานฐานอย่างหนา
ปลาร้าลพบุรีกรุงศรีอยุธยา....................................หรือปลาร้าปลากระดี่อีสานทำ
ปลาร้าเหนือเนื้อหวานชวนทานนะ..........................หรือว่าจะปนกะปิฮิขำขำ
น้ำบูดูก็ดูดีจะได้จำ..............................................แล้วจึงนำไปให้ใส่หลังคา
คนละมือฮือเขวี้ยงเสียงแปะแปะ.............................ทำเนียบจะเฉอะแฉะและหรรษา
กลิ่นปล้าร้าลอยไกลในโลกา..........................ต่างชาติมาหน้าเบ้...เฮเมืองไทย....
................................................&..ต่างชาติมาหน้าเลิ่กลั่ก..ฮักเมืองไทย…..
............................................&..ต่างชาติมาตาโต........โอ้หอมจัง..ฮา.....
.........................................&.อังกฤษมาตาโต.............โอ้ลัลล้า.....ฮา...
คุณใบตองแห้ง
คุณใบตองแห้ง ผมคิดว่าเรื่องแพ้ชนะ ทักษินกับพวก รู้อยู่แล้วว่าจะทำอย่างไร เพราะคราวที่แล้ว
พลาดมาแล้ว และเชื่ออย่างมากกว่า การที่รัฐบาลดื้อไม่ยุบสภา เพราะคนแก่ไม่สั่งยุบ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำมาคิดต้น ๆ อยู่แล้วว่า ถ้าเปนเช่นนั้นจะทำอย่างไรต่อไป
แต่คุณใบตองแห้ง การกระทำของสื่อ ของนักวิชาการ ก็เป็นผลเสียอย่างมากมาย เพราะเดี๋ยวนี้ไม่มีใครสามารถสั่งเสื้อแดงได้ มีแต่แกนนำ กับทักษินเท่านั้น คุณใบตองแห้งจะเห็นกองทัพหลายล้านคน
ที่อยู่ใต้คำพูดของคนคนเดียวไหม ต้องย้อนถามว่า ถ้ามากันเป็นล้าน แสดงพลังได้ขนาดนั้น
และทักษินยังมีชีวิต มีเงินอยู่ ผ่านไปแต่ละปี ๆ พวกอำมาตย์ในกะทะจะร้อนเร่าเพียงใด
ตอนนี้อำมาตย์ก็ทำถึงที่สุดแล้วคือยึดเงิน ถ้าจะคืบหน้าต่อไป โอเค อาจเอาของทักษินหมดได้
แต่ต้องแลกด้วยอะไรเล่า ต้องแลกด้วยบารมี ศรัทธา กับความแค้นของคนเป็นล้าน ๆ คน
และเพิ่มขึ้นตลอด จากญาติต่อญาติ เพื่อนต่อเพื่อน ปากต่อปาก โดยที่ไม่ฟัง "สื่อกับนักวิชาการ" แล้ว
นั่นไม่ใช่ยุทธวิธีการตลาดหรอกหรือ ถ้านั่นเป็นเป้าหมายของทักษินคือถ้าจะพังก็พังไปด้วยกันล่ะ
จะเป็นอย่างไร
พวกสื่อพวกเก่าของคุณใบตองแห้ง ไม่มีความเป็นมืออาชีพเพราะผ่านไปสามปีค่อยยอมรับได้ว่า
คนมาเพราะทักษิน และไม่ได้รับเงิน และมาเป็นแสน ๆ (แต่ก่อนมาเป็นแสนบอกมาเป็นหมื่น)
ความโง่ชางน่าตกใจนัก พวกสื่อ พวกนักวิชาการ พวกนี้ประเมินผิดตลอด อย่างไม่น่าเชื่อว่าอคติจะทำได้ขนาดนั้น พูดตรง ๆ ผมคิดว่าคุณใบตองแห้งก็ติดนิสัยดูเบาพวกสื่อมาเช่นกัน ถึงไม่มาก
แต่ประเมินเสื้อแดงต่ำไปตลอด
ถ้าทักษินอยู่นาน และอำมาตย์ทำกับทักษินไปเรื่อยๆ โดยที่ทักษินยังมีเงินและตัดสินใจเล่นเกมส์ยาว
อีกไม่กี่ปี คนครึ่งแผ่นดินจะฟังแต่ทักษินคนเดียว ถึงตอนนั้นก็คงสนุกน่าดูนะครับ
"...เพื่อนผมที่เป็นพันธมิตร
"...เพื่อนผมที่เป็นพันธมิตร (แบบฝ่ายก้าวหน้าภาคประชาชนนะ ไม่ใช่พวกห้อยโหนอำมาตย์).."
มีสิ่งนี้ด้วยหรือ? พันธมิตร ที่เป็น "ฝ่ายก้าวหน้าภาคประชาชน..ไม่ใช่พวกห้อยโหนอำมาตย์"??
เขียนเช่่นนี้ นอกจาก แสดงให้เห็นว่า คนเขียน "ใกล้พันธมิตร" มากไป ดังที่บางท่านใน rep ข้างต้นเสนอแล้ว
ที่สำคัญยังแสดงให้เห็นลักษณะ thoughtlessness (ไม่มีสมองคิด) ด้วย
ตั้งแต่วินาทีแรกที่พันธมิตรประกาศ "เราจะสู้เพื่อในหลวง" (และเรียกร้องให้ ทหารออกมาจัดการทักษิณ) ซึ่งก็คือ ตั้งแต่วันแรกๆของการตั้ง พันธมิตร นั่นแหละ ใครที่ยังอยู่ใน พันธมิตร ก็หมดความ "ก้าวหน้าภาคประชาชน" (ถ้าเคยมีสิ่งที่่ว่านี้อยู่) ไปแล้ว
แช่ม wrote:ฤา
พวกมืดบอดและอคติ วังเวงจริงๆ
ก็คงจะสู้กันยืดยาวจริงๆ
ก็คงจะสู้กันยืดยาวจริงๆ อย่างที่ใบตองแห้งบอกนั่นแหละ จนกว่าคนส่วนใหญ่จะพัฒนาความคิดและเข้าใจหลักการเหมือนประชาชนในประเทศประชาธิปไตยที่พัฒนาแล้ว (คนมีความรู้บางครั้งก็สิ้นคิด)
แต่ว่าท้ายที่สุดแล้ว ถ้าไม่แยกพวกทหาร ขุนนาง อำมาตย์ ออกจากการเมืองจริงๆ ก็คงต้องจบลงด้วยชัยชนะของประชาชน อย่างน้อยก็คงได้ลุ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจในระยะเวลาอันใกล้ๆ นี้ เพราะประวัติศาสตร์ชาติไทยนี่ เสียกรุงทุกครั้งก็คราวเปลี่ยนจากคนแข้มแข็งเป็นคนอ่อนแอขึ้นมา
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ผมว่า "สมศักดิ์ ดิว" นั่นแหละที่ เข้าลักษณะ "thoughtlessness" ด้วย
ใน "กลุ่มคนหมู่มาก" แม้จะมี "อุดมการณ์" เดียวกัน
ย่อมมีความคิดที่ "แตกต่าง" กันบ้าง
แสงที่เราเห็นเป็น "สีขาว" มันก็ยัง มี Spectrum ของมัน "หลากสี"
การที่เรา "เราจะสู้เพื่อในหลวง" ก็มี "ก้าวหน้าภาคประชาชน ได้เสมอ
มนุษย์เรามีสิทธิที่จะเลือก "ประเภทของผู้นำ" ตามความประสงค์ของเรา
เราอยู่ใน Kingdom of Thailand อย่างมีความสุขมานาน
มี "อิสระเสรี" ที่จะทำอะไรได้ อย่างมีขอบเขต อย่างมีเหตุผล
"ความหงุดหงิด" ก็มีบ้าง ตามประสาปุถุชน [มีประเทศใดบ้างไม่มีปัญหานี้]
คนอย่าง "นายสมศักดิ์" เปลี่ยนแปลงให้สังคม เกิดสิ่งที่ดีกว่าไม่ได้
มีแต่ทำลายของเดิม....
เพราะมี "จิตอคติ" อันเป็นที่ประจักษ์ โดยทั่วไป ครับ
เห็นด้วยกับคุณ "ใบตองแห้ง"
เห็นด้วยกับคุณ "ใบตองแห้ง" และเห็นว่าคุณเขียนด้วยความเป็นห่วง "ชาวบ้านเสื้อแดง" ที่จะถูก "ระบอบอำมหิต" จัดการอย่างเบ็ดเสร็จในคราวนี้หากสามเกลอควบคุมไม่ได้... ควรช่วยหาทางป้องกันการสูญเสีย มากกว่ามานั่งทะเลาะกัน
จากข้อความส่วนหนึ่ง อยากตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมคนกรุงไม่เข็ดขยาดกับการปราศัยรบกวนการเรียนการทำงานของนร. นศ. ข้าราชการ การปิดทำเนียบ ปิดสนามบิน แต่กลับทนไม่ได้หากเสื้อแดงจะทำเช่นเดียวกันบ้าง
เราคงไม่เห็นภาพนายทหารทุกเหล่าทัพออกนานั่งหน้าจอทีวีและขอร้องให้รัฐบาลลาออก ยุบสภาเลือกตั้งกันใหม่หาก "เสื้อแดง" มานั่งเรียกร้องที่ราชดำเนิน ใช่ไหม?
แต่เราจะเห็นคนกรุงออกมาชี้หน้าด่า ไอ้พวกเวรตะไล กลับบ้านมึงไป ชูว์ๆๆๆๆ
รู้ไหม "ไอ้พวกเวรตะไล" พวกนี้ มันเจ็บช้ำ มันอึดอัดมานานกับความยากจน ความแร้นแค้น ออกมาร้องเรียนกับเจ้าขุนมูลนาย ตัวแทนจากรัฐ "ท่าน"ก็ไม่มีเวลา เนื่องจากสัปดาห์หนึ่งๆ "ท่าน"ให้ถือเป็นวันหยุดการให้บริการประชาชนเพราะต้องไปรับใช้ ไปตีกอล์ฟกับเจ้านายใหญ่ ฯลฯ "ไอ้พวกเวรตะไล"มันอดทนจนถึงที่สุดแล้วครับ เมื่อมันมีช่องให้เลือก มันก็เลือกคนที่มันชอบและเห็นว่าช่วยมันได้ แต่ไม่คาดคิดว่าคนที่มันเลือก ไม่หล่อถูกใจเจ้านาย จึงลงขันกำจัดตัวแทนของมันเสีย แล้วตอนนี้จะให้มันทำอย่างไรครับเจ้านาย
"ไอ้พวกเวรตะไล" มันไม่เข้าใจว่า ที่มันขอให้ได้มีโอกาสเลือกคนของมันใหม่ ทำไมถึงไม่ให้โอกาสมันบ้าง ขอให้มันมีที่ยืนที่หายใจบนแผ่นดินนี้บ้างได้ไหม เพราะมันก็คนไทยเหมือนกัน
การเข้ากรุงของเสื้อแดง ถูกเตะสะกัดตั้งแต่ต้นทาง สี่ล้อแดงที่เชียงใหม่ไม่ได้รับอนุญาตให้ขับไปเพราะผิดพระราชบัญญัติขนส่ง.....
ชาวบ้านมีรถอีแต๋น มีรถสี่ล้อแดงเพื่อใช้ทำมาหากิน เมื่อต้องเดินทางไกลเพื่อร่วมแสดงเจตจำนงค์ของความต้องการมีชีวิต ประหนึ่งคนไทยคนหนึ่งของประเทศนี้ เขาก็ต้องใช้พาหนะเท่าที่มีอยู่ไป ใช้เงินที่พี่น้องที่อยู่ข้างหลังเรี่ยไรคนละเล็กละน้อย(ท่อน้ำเลี้ยงตัวจริง)เป็นค่าน้ำมัน แต่กลับถูกบีบจาก "ตัวแทนเจ้านาย" อย่างน่าเจ็บใจ.....
และหากถึงกรุง เจอสภาพกดดัน "ไอ้พวกเวรตะไล กลับบ้านมึงไป ชูว์ๆๆๆๆ"... น่ากลัว"ไอ้พวกเวรตะไล" มันจะเป็นมาตกร เอาง่ายๆ ...อย่าสาดน้ำมันเข้ากองไฟกันให้นักเลย....อย่าอำมหิตกับคนไทยด้วยกันเลย...."เจ้านาย"
คำว่าหัวก้าวหน้า กับคำว่า
คำว่าหัวก้าวหน้า กับคำว่า เชื่อคนที่มีโองการสวรรค์
หรือ คนดีที่ทำอะไรก็ดีไปหมด ไม่เคยผิด อย่างไม่สามารถตรวจสอบได้
หรือ เชื่อว่าคนหล่อ การศึกษาสูง ทำอะไรก็ดีไปหมด
ผมว่าคงเป็นเรื่อง หลอกตัวเองเสียมากกว่าเป็นคำเดียวกับ คำว่าหัวก้าวหน้า
ความสุขมานานนี่เป็นเรื่องหลอกลวงทั้งเพ คุณอาจจะสุข ชาวบ้านเขาไม่ได้สุข แต่เขามีที่ทาง
ปากเสียงในสังคมน้อยเหลือเกิน แม้จะติดต่อรวมตัวกัน เรียกร้องก็ลำบาก
http://en.wikipedia.org/wiki/Progressivism
Progressivism is a political attitude favoring or advocating changes or reform. Progressivism is often viewed in opposition to conservative or reactionary ideologies.
เมืองไทยนี่มันมีคนจำพวก อยากเท่ห์ เอาอะไรหรูหราทันสมัย มา label ตัวเอง แต่ท่าทีและทัศนคติไม่ตรงเยอะมาก
แบบคุณแช่ม เรียกร้องหา ความสุขปลอม ๆ เก่า ๆ
"เราอยู่ใน Kingdom of Thailand อย่างมีความสุขมานาน"
แบบนี้เค้าเรียก อนุรักษ์นิยมครับ คุณแช่ม
ก่อนอื่นต้องกำหนดกรอบความคิด
ก่อนอื่นต้องกำหนดกรอบความคิด
แดงจะชนะหรือไม่
ต้องนิยามคำว่าชนะ ในเชิงเป้าหมายสูงสุด และ เป้าของการชุมนุม
เป้าของการชุมนุมคือ ให้ยุบสภา เพื่อให้อำนาจการปกครอง ปรับสมดุล ให้อยู่ในสมดุลที่ควรจะเป็น ไม่ใช่เป็นระบอบเผด็จการชักใย
ผมมองดูแล้ว อาจจะเกิดได้ยาก เนื่องจาก อำมาตย์ยังไม่พร้อม ต้องการแบ่งเค้กให้ครบเสียก่อน กับงบมหาศาล กับงบประจำปีงบ ประมาณ และงบที่กู้มา และยังไม่พร้อม เพราะการปูพรมโฆษณาชวนเชื่อไม่ค่อยได้ผล จะได้ผลกับคนกลุ่มเดิม ๆ ในเมืองคนตามสื่อหลัก ไม่ขยายออกไปได้อีก ถ้าจบที่ยุบสภานับว่าสวย เพราะ สมดุลอำนาจจะเกิดหลังการเลือกตั้ง ทำให้ การต่อสู้ เนื้อที่ต่าง ๆ ยุติธรรมมากขึ้น ถึงแม้อาจต้องเสียเสียงคนในเืมืองที่ ปกติเทไปเทมา หลังความรุนแรง เขาคงไม่เทไปที่แดง แต่คาดว่า แดงน่าจะกลับมาคุมอำนาจบริหารและนิติบัญญัติได้ (ถ้าไม่ได้ก็ต้องไปสู้ในแนวรบด้านความคิดและอุดมการณ์ต่อ)
อีกแบบคือจบลงด้วยความรุนแรง และแดงกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาของคนจำนวนหนึ่ง และต้องล่าสลายกลับไป แกนนำถูกจับเข้าคุก ข้อนี้ผมเห็นว่า จบแบบนี้สวยเหมือนกัน เพราะจะทำให้ฝ่ายแดง ต้องกลับไปสู้ในแนวทางระยะยาว ในการเปลี่ยนและพัฒนา ความคิดและทัศนคติคน จะได้ฝึกฝนและเป็นทักษะสำคัญต่อการเมืองไทยในอนาคต เป็น กระบวนการเรียนรู้ของคนจำนวนมาก ๆ
อีกแบบคือจบลงด้วยความรุนแรง แล้วมีพระเอกขี่ม้าขาวออกมา แล้วทุกฝ่ายยอมรับ มีรัฐบาลเฉพาะกาล แบบนี้ผมมองว่า แย่ที่สุด เพราะมันต่ออายุให้ความล้าหลัง ตามแบบเดิม ๆ ที่โดนหลอกมาซ้ำ ๆ ซาก ๆ
เกี่ยวกับความรุนแรง อย่าลืมว่า มันมีทั้งจริงทั้งหลอก รวมถึงการสร้างหลอก ให้จริงผสมโรง มีได้หลายแบบ
เราสามารถให้คนที่จัดตั้งใส่เสื้อแดง ไปทำอะไรที่ดูเป็นสัญลักษณ์ได้ เช่นเผา ทำลาย แล้วเอากล้องเอาสื่อไปถ่าย
มันไม่ได้ต่างจากการถ่ายหนัง เพียงหาทหาร นักเลง จ้างใส่เสื้อแดง แล้วเอา กำลังทหารตำรวจคุมเชิงไว้ ทำท่าเหมือนจะระวังป้องกัน
สุดท้ายจับใครไม่ได้ เรื่องพวกนี้ทำไม่ยาก
แน่นอน คนเสื้อแดงจริง ๆ ทีุ่มุทะลุ ก็มีมาก อาจจะมีการจัดตั้ง แต่ไม่ได้เป็นระบบอะไร ถ้าจะปราบก็ปราบได้ง่ายมาก แต่คาดว่าจะไม่ปราบแต่เอาสื่อไปถ่ายเสียมากกว่า
ยังไงเป้าระยะยาว แดงชนะแน่นอน ขอให้ เน้นหนัก แนวรบด้้านแนวคิด ทัศนคติ และอุดมการณ์ไว้ เพราะมันเป็นสงครามเปลี่ยนประเทศ
เป็นสงครามแห่งการเปลี่ยนความคิดและทัศนคติของคน
*หยุดทำร้ายประเทศไทยใครควรหยุ
*หยุดทำร้ายประเทศไทยใครควรหยุด
จิตมนุษย์ย่อมรู้ดูก็เห็น
ใครเล่าฝ่ายกระทำพาลำเค็ญ
มันควรเป็นฝ่ายหยุดชั่วกาลนาน
*การเข่นฆ่า นักศึกษา หกตุลา...
เป็นการฆ่า ประชาธิปไตย ใฝ่ล้างผลาญ
ผิดกฎหมาย แจ้งชัด ใครจัดการ
อันธพาล ครองเมือง เรื่องเลวร้าย
*รัฐประหาร คือการก่อ อาชญากรรม
นับเป็นการ กระทำ ผิดกฎหมาย
มีโทษถึงประหาร มันควรตาย
อย่างมงาย ยกย่องมองว่าดี
*ม๊อบเข้ายึดทำเนียบ พวกเหยียบย่ำ
พวกล่วงล้ำ กฎหมาย ทำลายศรี
การกระทำ วิปริต จิตกาลี
ทำอัปรีย์ ถึงกับปิดสนามบิน
*ผิดกฎหมาย เลวร้าย ไร้คุณธรรม
จิตใจต่ำ เหลือร้าย ใจโหดหิน
การกระทำ ต่ำช้า เป็นอาจิณ
ควรดูหมิ่น เหยียดหยาม ประณามมัน
*อ้างทำผิดกฎหมาย เพราะใฝ่ดี
อ้างว่าพลี เพื่อชาติ ประกาศลั่น
อ้างอย่างไร ฟังไม่ขึ้น ขอยืนยัน
อ้างอย่างมัน คือปีศาจ คาบคัมภีร์
หากว่ามีการใช้ความรุนแรงกับปร
หากว่ามีการใช้ความรุนแรงกับประชาชน ก็หมายความว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รับ........มาปฏิบัติ
sure 100 เปอร์เซ็นต์
*คนเสื้อแดง รักษาไว้ ใน
*คนเสื้อแดง รักษาไว้ ใน “คุณค่า”
คือประชาธิปไตย...ใฝ่สร้างสรรค์
มุ่งหมายคน ทุกคน เท่าเทียมกัน
ล้วนมุ่งมั่น เสรีสิทธิ์ จิตเป็นธรรม
*ลิงหัวเหลือง และอำมาตยาธิปไตย ไร้ “คุณค่า”
ทำชั่วช้า มหาภัย ด้วยใจต่ำ
สร้างแต่ความ ฉิบหาย ทำลายล้ำ
รัฐประหาร ระยำ นำอัปรีย์
*คนเสื้อแดง ต่อสู้ ชู “คุณค่า”
สู้ระบอบ อำมาตยา พาศักดิ์ศรี
สู้เพื่อความ เป็นธรรม นำเสรี
สู้เพื่อมี ...ประชาธิปไตย
*ลิงหัวเหลือง ไร้ “คุณค่า” พาเสียหาย
อำมาตย์ใหญ่ ไร้ “คุณค่า” พามืดใหญ่
ล้วนพวกไร้ “คุณค่า” พายากไร้
ปากอวดอ้าง ประชาธิปไตย ใจเผด็จการ
แช่ม wrote:สมศักดิ์
สัจจธรรมแท้จริงของโลกนี้คือ ทุกสรรพสิ่งเกิดขึ้นเพื่อการเปลี่ยนแปลง
อาจารย์สมศักดิ์คงไม่ถึงกับคิดเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีกว่าหรือเลวกว่า อย่างที่ท่านว่า
เพราะตัวอาจารย์สมศักดิ์เองก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสัจจะธรรมของโลก
อ.สมศักดิ์เป็นเพียงผู้รู้สัจจะธรรมดังกล่าวและเป็นแต่เพียงผู้ชี้และบอกกล่าวสัจจะธรรม
ส่วนความเปลี่ยนแปลงใด จะเกิดขึ้นกับใคร หรือตระกูลใคร หรือสังคมใด ในทิศทางใด
มันก็ขึ้นอยู่กับใคร หรือตระกูลใด หรือสังคมใดๆเองแล...
อมิตตาพุทธ...แช่ม คงไม่เข้าใจที่พูดมาด๊อกสิบอกไห่... ใช่ไม๊พ่อนักอนุรักษ์แช่ม??????
ทักษิณ ดีที่สุุด
ทักษิณ ดีที่สุุด เท่าที่สังคมไทยเคยมี และจงเชื่อเถิดว่า เขาจะกลับมายิ่งใหญ่ในแผ่นดินไทย รออีกไม่นาน เพราะว่านี่
คือ บัญชาการจากสวรรค์ เมืองไทยถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแปลงแล้วจริง ๆ
คนเสื้อแดง อย่าโกรธคุณใบตองแห้งเลย ข้อเขียนเขาเป็ นประโยชน์มาก จงทำใจให้เป็นกลาง ใจว่าง ๆ แล้วจะพบสัจ
จธรรม ปัญญาจะสว่างไสว ครับ
การต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงต้องใช้ปัญญา อย่าใช้อารมณ์นะครับ
@..ใครทำกรรมก่อไว้..........อ
@..ใครทำกรรมก่อไว้..........อย่างไร
ย่อมรับผลเป็นไป..................อย่างนั้น
หลงตนว่าสดใส....................สุดหล่อ
แต่ก่อทุกข์แก่ท่าน.................ทุกข์นั้นคืนหา
@..ทีเอ็งข้าไม่ว่า
แต่ทีข้าเอ็งอย่าโวย
ยอมรับกรรมโหลยโท่ย
ที่เอ็งก่อข้าขอคืน
*เอ็งทำไว้อย่างไร
ต้องชดใช้ไม่เป็นอื่น
ทีเอ็งยังจุดยืน
คืนอำนาจประชาชน
*วันนี้ข้าขอบ้าง
ตามแบบอย่างเอ็งเริ่มต้น
มาตรฐานความเป็นคน
เอ็งกับข้าต้องเท่าเทียม
คนที่สร้างความแตกแยกให้แผ่นดิ
คนที่สร้างความแตกแยกให้แผ่นดิน คือคนที่คิดคำว่า "ระบอบทักษิน"
นับแต่วินาทีแรกที่มีคำนี้เกิดขึ้น คนไทยก็แบ่งเป็นสองฝ่ายทันทีคือ คนใน และคนนอกระบอบทักษิน
คนที่เสริมความแตกแยกให้แก่บ้านเมืองคือ พวกสื่อ ที่ดูถูกคนคิดต่าง ว่าไม่มีค่าความเป็นมนุษย์เหมือนตนถูกซื้อได้ และโง่
พวกนี้ต่างหากเป็นตัวการสำคัญ กระพือความชั่วร้ายให้อำมาตย์
ถามจริงเหอะ ใครกันแน่
ถามจริงเหอะ
ใครกันแน่ ลงมือใช้ลิ่มตอกแผ่นดิน?
รู้สึกละอายใจบ้างไหม?
@..แรงมาก็แรงไป แม้ยิ่งใหญ่ไม
@..แรงมาก็แรงไป
แม้ยิ่งใหญ่ไม่กลัวเกรง
รู้ไว้ใครข่มเหง
ด้วยวิธีที่สามานย์
@..แม้แดงต้องหลั่งเลือด
ยิ่งแดงเดือดยิ่งกล้าหาญ
ยิ่งไล่รัฐบาล
ที่หน้าด้านและทานทน
@..แม้ปราบก็ไม่กลัว
รู้ดีชั่วไม่สับสน
แม้หนักก็ไม่บ่น
จะต่อสู้จนตัวตาย
@..เรียกร้องยุติธรรม
ที่ตกต่ำพาหัวหาย
ใครครองเป็นเจ้านาย
ต้องขับไล่มันออกไป
0000000000000000000000000
เห็นหายไปจากไทยโพสต์
เห็นหายไปจากไทยโพสต์ มาอยู่นี่นี่เอง
ชอบความคิดคุณใบตองแห้งตั้งนานแระ
ทวนน้ำดี แสดงว่ามีชีวิต
คนไทยต้องการคนคิดแบบนี้เยอะๆ ครับ
นิทานเวตาลของนักเรียนนอก
นิทานเวตาลของนักเรียนนอก เกียรตินิยมอันดับ 1 จาก Oxford แห่งเมืองผู้ดีอังกฤษ
ผู้มีนามว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แห่งกรุงสตรอเบอร์รี่แลนด์
นิทานเรื่องที่ 1 เอาดีใส่ตัว พวกๆของตัว (และพวกที่สนับสนุนตัวเอง)
เสียงของประชาชนพันธมิตรเสื้อเหลือง แค่ 1 เสียง
ผมก็ยินดีจะรับฟังและร่วมสนับสนุน
เพราะถือว่าสิ่งที่พวกเขาทำ
เป็นการแสดงออกถึงการเมืองและประชาธิปไตยภาคประชาชน
จะเห็นได้ว่ามีผู้คนจำนวนมากศรัทธาโดยดูจากยอดเงินบริจาค
จนสามารถนำมาเป็นทุนก่อตั้งพรรคการเมืองได้
มันจึงไม่มีความชอบธรรมที่รัฐบาลจะประกาศใช้ พรบ. ความมั่นคง
ในช่วงที่พวกเขาออกมาแสดงพลัง
จะเห็นได้ว่าช่วงที่ผมเข้ามาทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี
เศรษฐกิจดีขึ้น เติบโตขึ้นมาก
ตัวที่บ่งชี้ได้คือมีการไหลเวียนเงินตราเข้ามาจากต่างประเทศอย่างมากมาย
นิทานเรื่องที่ 2 เอาชั่วให้คนอื่น (ที่พวกมันต่อต้านและไม่ได้สนุบสนุนพวกกระผม)
ถึงจะเป็นหลายล้านเสียงของประชาชนนปชเสื้อแดง
ผมก็ไม่ยินดีที่จะรับฟังและผมก็จะขอต่อต้านเต็มที่
เพราะผมถือว่าสิ่งที่พวกเขาทำ
เป็นการแสดงออกถึงการก่อความวุ่นวายของคนหมู่มากและจะนำไปสู่การสร้างความรุนแรง
ผู้คนที่มาร่วมชุมนุมมีแต่ถูกจ้างมาทั้งนั้น
ตอนนี้กำลังตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยงอยู่
ว่าจะมีท่อยาวออกไปถึงเมืองดูไบหรือเปล่า
จะสังเกตได้จากมีการไหลเวียนเงินตราเข้ามาจากต่างประเทศอย่างมากมาย
ตั้งแต่ที่ผมเข้ามารับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี
ดังนั้นมันจึงมีความชอบธรรมที่รัฐบาลจะประกาศใช้ พรบ. ความมั่นคง
พร้อมเกณฑ์กำลังพลทหารตำรวจ จำนวน 50,000 นาย เป็นอย่างน้อย
เพื่ออกมาปราบปราม
แช่ม wrote:ฤา
ถ้าคิดเล่นๆ
จ้างคนมาเปงล้าน
ต้องจ่ายตังเท่าไหร่เนี่ย
Love Thaksin
พูดได้แค่ว่า โคตรเลว
cdOxneU UaciZo
cdOxneU UaciZo