จาตุรนต์ : คำถาม-ข้อโต้แย้งความเห็น คตส.ในคดียึดทรัพย์ “วัวกินหญ้าหรือคนกินหญ้ากันแน่”

เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้แสดงความเห็นต่อกรณีคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาทไปว่า ผมคาดว่าคงมีการยึดทรัพย์ทั้งหมดด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ส่วน

ส่วนที่หนึ่งคือ รัฐธรรมนูญของไทยได้รับรององค์กรตรวจสอบที่ตั้งโดยคณะรัฐประหาร ทั้งยังรับรองให้กระทำการใดๆ ก็ได้แม้การกระทำนั้นจะผิดกฎหมายก็ตาม และระบบยุติธรรมของไทยก็ยอมรับการรัฐประหารและคำสั่งต่างๆ ของคณะรัฐประหาร

ส่วนที่สองคือ ได้มีการแสดงความเห็นในลักษณะชี้นำสังคมและการกดดันศาลโดยบุคคลสำคัญในรัฐบาล กลุ่มพันธมิตรฯ และอดีตกรรมการ คตส.อย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ โดยใช้สื่อของรัฐบาลเพื่อการนี้อย่างเต็มที่

ที่ผมเสนอความเห็นไปนั้นก็เพื่อเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐและผู้เกี่ยวข้องยุติการชี้นำสังคมเพื่อให้สังคมตัดสินไปก่อนการตัดสินของศาล และเลิกล้มการวางแผนปูทางไปสู่การปราบประชาชน

ขณะเดียวกัน ผมก็เรียกร้องให้ฝ่ายประชาชนผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยืนยันการต่อสู้โดยสันติวิธีอย่างเคร่งครัด ระมัดระวังไม่ให้เข้าทางฝ่ายรัฐบาล

ผมยังได้คาดการณ์ไว้ด้วยว่า ผลการตัดสินคดีนี้ย่อมมีทั้งผู้ที่พอใจยินดีและไม่พอใจ หรือแม้แต่โกรธแค้น ซึ่งก็คงต้องช่วยกันเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีความอดทนอดกลั้น ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหาอย่างสันติ

นอกจากนี้ผมก็คาดการณ์ว่า ผลการตัดสินคดีนี้จะนำไปสู่การตั้งคำถามต่อระบบยุติธรรมของประเทศไทยอย่างมาก ซึ่งทางที่ดีก็ควรส่งเสริมให้มีการศึกษา วิพากษ์วิจารณ์อย่างเต็มที่ เพื่อสังคมไทยจะได้หาทางปรับปรุงระบบยุติธรรมของประเทศให้เกิดความยุติธรรม

ถึงวันนี้ผมก็ยังคาดการณ์อย่างเดิม แม้ว่าจะอยากให้คาดผิดอย่างที่เคยพูดไว้แล้วนั่นเอง

การคาดการณ์และวิเคราะห์ทั้งหมดที่ได้ทำไปก่อนหน้านี้ไม่ได้เกิดจากการศึกษาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายของคดีนี้เท่าไรนัก ส่วนใหญ่เป็นการวิเคราะห์จากการติดตามพฤติกรรมของฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเสียมากกว่า

เมื่อปรากฏว่าการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคดีนี้สามารถกระทำได้ทั่วไป ผมจึงเห็นว่าควรจะแสดงความเห็นเกี่ยวกับคดีนี้เพิ่มเติม เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยเฉพาะผู้สนใจบ้างตามสมควร

ในการแสดงความเห็นนี้ ผมไม่ประสงค์จะอธิบายอะไรแทนใคร และไม่ประสงค์จะตอบคำถามหรือเสนอข้อสรุปว่าควรจะเป็นอย่างไร แต่จะขอตั้งคำถามและเสนอปัญหาให้ผู้สนใจช่วยกันคิดต่อไป

ทรัพย์สิน 76,000 ล้านบาทนี้ ตามกฎหมายไม่ใช่ทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นของผู้อื่น คือน้องสาวและลูก ซึ่งมิใช่ข้าราชการการเมือง คตส.อาศัยเหตุผลอะไรในการยึดเป็นของรัฐ

หากจะใช้เหตุผลว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ซุกหุ้น โดยถือว่าหุ้นทั้งหลายนั้น แท้จริงเป็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ พ.ต.ท.ทักษิณก็จะมีความผิด 2 ประการคือ 1).ทำผิดข้อห้ามที่ไม่ให้รัฐมนตรีถือหุ้น และ 2).จงใจปกปิดไม่แสดงบัญชีทรัพย์สินให้ถูกต้อง

สมมุติว่าผิดทั้งสองข้อจริง ก็ไม่มีกฎหมายข้อไหนให้ยึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณได้

ที่ผ่านมามีรัฐมนตรีในหลายรัฐบาลถือหุ้นอันเป็นการขัดต่อข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็เห็นเพียงแค่ทำให้รัฐมนตรีเหล่านั้นขาดคุณสมบัติไป ไม่มีการลงโทษอย่างอื่น หากรัฐมนตรีเหล่านั้นต้องการที่จะกลับมาดำรงตำแหน่งอีก ก็สามารถกระทำได้โดยไม่ขาดคุณสมบัติแต่อย่างใดด้วย

ส่วนรัฐมนตรีที่จงใจปกปิดทรัพย์สินก็มีมาแล้วหลายคน ผลก็คือต้องพ้นจากตำแหน่งไป และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี

แต่ในทั้งสองกรณีไม่มีใครถูกยึดทรัพย์

คตส.กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้นโยบายเอื้อประโยชน์

ข้อกล่าวหานี้มีคำถามหลายอย่าง การดำเนินนโยบายเหล่านั้นเป็นไปโดยขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ที่ว่าเอื้อประโยชน์นั้นเอื้อแก่ใครบ้าง เอื้อเป็นการทั่วไปหรือเอื้อเฉพาะราย ทำให้รัฐเสียประโยชน์จริงหรือไม่ ใครควรเป็นผู้วินิจฉัยว่า การใช้นโยบายเหล่านั้นดีหรือไม่ดี และการดำเนินนโยบายเหล่านั้นใครควรเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย นายกฯคนเดียวหรือคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ และสมมุติว่าผิดกฎหมายจริง มีบทลงโทษให้ยึดทรัพย์ทั้งหมดเป็นของรัฐหรือไม่

ดูจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จะเห็นได้ว่าการดำเนินนโยบายต่างๆ นั้น ไม่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่น การออก พ.ร.ก.ซึ่งมีการร้องค้านต่อศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว และศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยมาแล้วว่า สามารถออกได้โดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

การตกลงให้เงินกู้แก่ต่างประเทศ ก็เป็นไปตามมติ ครม. ซึ่งกฎหมายให้อำนาจไว้ให้ทำได้

ปัญหาที่เหลือในส่วนนี้คือ เป็นการเอื้อประโยชน์หรือทำให้รัฐเสียประโยชน์หรือไม่ เสียประโยชน์เท่าไร และถ้าเอื้อประโยชน์หรือทำให้รัฐเสียประโยชน์ เอื้อประโยชน์ไปเท่าไร ทำให้รัฐเสียประโยชน์ไปเท่าไร และจะเรียกค่าเสียหายกันอย่างไร

กรณีเอื้อประโยชน์ในการให้ต่างประเทศกู้เงินนั้น เมื่อเป็นการกู้ก็ย่อมมีสัญญากู้เงิน มีการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น ต้องถามว่ามีการชำระหรือไม่ ทวงหนี้ได้หรือไม่ หนี้เสียไปเท่าไร

ถึงแม้หนี้สูญไปทั้งหมด 4,000 ล้านบาท ก็ควรจะเรียกเงินชดเชยเอากับผู้ทำให้เกิดความเสียหาย แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบความเสียหาย จะเอามาเป็นเหตุในการยึดทรัพย์ทั้งหมดไปได้อย่างไร

ส่วนเรื่องการเปลี่ยนจากระบบสัมปทานมาเป็นภาษีสรรพสามิตนั้น ดูเหมือนจะมีข้อโต้แย้งทั้งในเชิงหลักการและข้อเท็จจริงว่า ทำให้รัฐเสียประโยชน์จริงหรือไม่ และทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางธุรกิจจริงหรือไม่ ประเด็นนี้ผมไม่ขอวิจารณ์ในที่นี้ เพียงแต่อยากให้มีการรับฟังความเห็นของฝ่ายที่เขาชี้แจงกันมากกว่าที่เป็นอยู่เท่านั้น

ประเด็นที่ผมจะเสนอเกี่ยวกับการเปลี่ยนระบบสัมปทานมาเป็นการเก็บภาษีสรรพสามิตก็คือ การตัดสินใจว่า จะใช้ระบบใด จะเก็บภาษีหรือไม่ จะเก็บมากหรือน้อย รัฐจะเก็บภาษีมากหรือน้อย เป็นปัญหานโยบายไม่ใช่หรือ ทั่วโลกเขาถือเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติไม่ใช่หรือ ความรับผิดชอบต่อเรื่องเช่นนี้ เมื่อไม่เป็นการผิดกฎหมาย แท้จริงแล้วย่อมเป็นความรับผิดชอบทางการเมืองที่รัฐบาลพึงมีต่อสภาและต่อประชาชน กระบวนการที่พึงตรวจสอบเรื่องที่ไม่ผิดกฎหมายมาตั้งแต่ต้นนี้จึงควรเป็นของรัฐสภาและประชาชน

ถึงแม้ว่าเป็นไปโดยผิดกฎหมายและให้รัฐเสียประโยชน์จริง ก็ต้องลงโทษทางอาญาและให้ชดเชยความเสียหาย ไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลในการยึดทรัพย์ได้อยู่ดี

คำถามที่คนจำนวนมากยังสงสัยอยู่ก็คือ แล้ว คตส.อาศัยข้อกล่าวหาและเหตุผลอะไรมาใช้ในการเสนอให้ยึดทรัพย์ทั้งหมด 76,000 ล้านบาท

คตส.บอกว่า เขาเห็นว่าทรัพย์สินนี้แท้จริงแล้วเป็นของ พตท.ทักษิณ ที่โอนให้ลูกและน้องนั้นไม่ได้โอนขาด แต่เป็นการอำพรางว่าโอน

คตส.ไม่ได้เล่นงานเรื่องถือหุ้นหรือซุกหุ้น ไม่เปิดเผยทรัพย์สิน แต่กล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ทำให้ทรัพย์สินของตนนั้นมีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งเป็นการทำให้ “ได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควร”

ถือว่าเป็น “การร่ำรวยผิดปกติ”

เมื่อร่ำรวยผิดปรกติ ก็สามารถใช้กฎหมายว่าด้วยการร่ำรวยผิดปรกติมายึดทรัพย์ได้

ธรรมดาข้อหาร่ำรวยผิดปรกติเป็นเรื่องที่ต้องดูว่า ทรัพย์สินส่วนไหนที่ไม่สามารถแสดงที่มาได้ ก็ต้องยึดส่วนนั้น

แต่กรณีนี้ถือว่าเมื่อทรัพย์นี้ “ได้มาโดยไม่สมควร” ก็ต้องยึดเสียทั้งหมด โดยไม่ต้องคำนวณว่าเดิมมีอยู่เท่าไร และที่เพิ่มมาโดยชอบและไม่ชอบเป็นเท่าไร

ทฤษฎี “วัวกินหญ้า” ก็เข้ามาเกี่ยวข้องตรงนี้

เขาบอกว่า เมื่อมีคนเอาวัวไปกินหญ้าของทางการจนอ้วน ก็ต้องยึดวัวทั้งตัวนั้นเป็นของทางการ

การใช้เหตุผลในประเด็นนี้มีปัญหามากกว่าประเด็นที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด เพราะเป็นประเด็นเดียวที่ใช้เป็นเหตุผลในการยึดทรัพย์ทั้งหมดในครั้งนี้

รัฐธรรมนูญห้ามรัฐมนตรีถือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสัมปทานของรัฐ เพราะฉะนั้นใครที่มีหุ้นแบบนี้อยู่ก่อนมาเป็นรัฐมนตรี ก็ต้องขายหรือโอนให้คนอื่นไปเสีย รัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามโอนให้ลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้วหรือญาติพี่น้อง

เมื่อโอนให้ลูกและน้องไม่ผิดกฎหมาย การตามไปดูว่าโอนให้กันอย่างไร ซื้อขายกันในเวลาต่อมาในราคาอย่างไร อย่างที่ คตส.นำมากล่าวหานั้น ต้องถือว่าเป็นปัญหาโลกแตก จะจับผิดใครในกรณีทำนองเดียวกันก็ได้ทั้งนั้น ที่ถูกก็จะกลายเป็นผิดได้หมด

เช่นที่บอกว่า มีการขายให้กันในราคาถูกผิดปกติ หรือพ่อยังใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของลูกได้ แสดงว่าทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ของลูกจริง แต่ยังเป็นของพ่ออยู่

ใช้บรรทัดฐานอย่างนี้เท่ากับไม่คำนึงถึงความเป็นพ่อลูกเลยแม้แต่น้อย

ถ้าใช้หลักเกณฑ์เดียวกันนี้ สมมุติว่าทรัพย์สินนั้นเป็นรถยนต์สักคันหนึ่ง พ่อซื้อให้ลูก จดทะเบียนในชื่อลูก ต่อมาพ่อไม่มีรถใช้หรือไม่ชอบรถของตัวเอง ก็ขอยืมรถลูกมาใช้เรื่อย แถมขอให้ลูกมาช่วยขับรถให้ทุกวันด้วย ลูกก็ไปขับรถของตนเองให้พ่อนั่งทุกวัน ไม่ได้ใช้สำหรับตัวเองเลย มีปัญหาขึ้นมาว่ารถนี้เป้นของใคร

ถ้าใช้หลักเกณฑ์ของคตส.ที่ใช้ในเรื่องหุ้น ก็คงต้องสรุปว่า รถคันนี้เป็นของพ่ออยู่ ใครจะมายึดทรัพย์พ่อ ก็คงสามารถยึดรถคันนี้ได้ด้วย หลักกฎหมายที่จะใช้พิจารณาว่าทรัพย์สินใดเป็นของใคร และจะกลายเป็นของใครเมื่อใดก็คงสับสนไปหมด

ส่วนการตีขลุมเอาดื้อๆ ว่า เมื่อมีการใช้นโยบายเอื้อประโยชน์แล้ว ไม่ต้องพิจารณาเลยว่าเอื้อประโยชน์ไปเท่าไร ทำให้รัฐเสียประโยชน์ไปเท่าไร และทำให้ทรัพย์สินที่มีอยู่เดิมเพิ่มขึ้นเท่าไร โดยการถือว่าทั้งหมดเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่สมควร แล้วสนับสนุนโดยใช้ทฤษฎีวัวกินหญ้านั้น ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นการยกตัวอย่างเปรียบเทียบที่เลอะเทอะที่สุด

สมมุติว่ามีวัวอยู่ฝูงหนึ่ง มีราคารวมกันสัก 1 ล้านบาท ไปกินหญ้าในหมู่บ้านเสียเรียบ สมมุติว่ากินหญ้าของทางราชการไปด้วยก็ได้ แต่ถ้าปรากฏว่า หญ้าที่วัวกินไปนั้นมีมูลค่ารวมกันคำนวณได้ประมาณ 1 หมื่นบาท ถามว่าควรจะทำยังไงกับเจ้าของวัว จะยึดวัวทั้งฝูงได้หรือ จะถือว่าวัวเป็นเครื่องมือในการกระทำผิดจึงต้องยึดเสียทั้งหมดได้หรือ

ทฤษฎีวัวกินหญ้าจึงเหมาะที่จะเป็นคำอธิบายของผู้ที่กินหญ้าเป็นอาหารเสียมากกว่า

ดูข้อกล่าวหาและเหตุผลของ คตส.แล้ว จะเห็นว่าเป็นการจับแพะชนแกะเสียมากกว่าการอาศัยข้อกฎหมายที่มีเหตุผล หรือยึดหลักความยุติธรรมใดๆ

ถือว่าเป็นการกล่าวหาที่ขัดต่อหลักนิติธรรมอย่างร้ายแรง

ข้อกล่าวหาและเหตุผลของ คตส.นี้ นอกจากขัดต่อหลักนิติธรรมและไม่ยุติธรรมแล้ว ยังจะทำให้เป็นปัญหาต่อหลักการสำคัญในรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องสำคัญดังนี้

ข้อกล่าวหาและเหตุผลของ คตส.มีความหมายเท่ากับการห้ามรัฐมนตรีโอนหุ้นให้ลูกหรือญาติพี่น้อง ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามไว้นั่นเอง

มีความหมายว่า ความที่ว่าคณะรัฐมนตรีย่อมรับผิดชอบร่วมกันในการบริหารราชการ ใช้ไม่ได้อีกต่อไป

มีความหมายว่า ผู้ใดจะร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องคำนึงว่ามีทรัพย์สินเดิมอยู่เท่าใด ไม่จำเป็นต้องดูว่า สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ แต่หากทางการเห็นว่าได้ทรัพย์สินนั้นมาโดยไม่สมควรแม้เพียงบางส่วน ก็สามารถยึดทรัพย์นั้นทั้งหมดได้ รวมทั้งทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย และที่เคยถูกตรวจสอบว่าถูกกฎหมายมาแล้วด้วย

มีความหมายว่าบุคคลหรือบริษัทเอกชนอาจถูกลงโทษถึงขั้นยึดทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์โดยชอบของตนตามกฎหมายเนื่องจากการกระทำผิดของผู้อื่น

มาถึงตรงนี้ก็นึกถึงความเห็นที่ได้ยินอยู่บ่อยๆ ในช่วงนี้คือ หากยึดทรัพย์นี้มาได้หมด แล้วเอามาแบ่งให้ประชาชนทั้งประเทศก็ดีเหมือนกัน เพราะคงได้คนละเป็นพันบาท บางคนก็ว่า การเอาทรัพย์คนรวยมาช่วยคนจนเป็นเรื่องไม่บาป เป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ

ความเห็นนี้ฟังดูเผินๆ ก็เข้าทีดีอยู่หรอก คนเดือดร้อนก็มีแค่ครอบครัวเดียว แต่สังคมไทยไม่ควรลืมว่า นี่เป็นความคิดแบบคอมมิวนิสต์ ที่แม้แต่ประเทศที่นิยมในลัทธินี้ก็ไม่ทำกันมานานแล้ว

พิจารณาจากข้อกล่าวหาและเหตุผลของคตส.แล้ว เรื่องคดียึดทรัพย์นี้อาจมีผลทำให้มีคนเดือดร้อนเพียงครอบครัวเดียวก็จริง แต่ความเสียหายอื่นที่อาจจะตามมาก็คือ ผลกระทบอย่างใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้นกับความเชื่อถือต่อระบบยุติธรรมของประเทศไทย และความขัดแย้งแตกต่างทางความคิดในสังคมไทยอาจจะมากยิ่งกว่าครั้งใดๆ ที่ผ่านมา

สังคมไทยจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมรับกับสภาพการณ์เช่นนี้

วิธีป้องกันมิให้ปัญหาบานปลายและทางออกที่ดีก็คือ เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ใช้เหตุผลแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะหาทางทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย และทำให้ระบบยุติธรรมของประเทศนี้มีความยุติธรรมจริงๆ ได้โดยสันติวิธี 

19 กุมภาพันธ์ 2553 

 

หวังว่าผู้ที่เกี่ยวข้องได้อ่า

หวังว่าผู้ที่เกี่ยวข้องได้อ่านบทความนี้บ้าง

รายละเอียดที่เสนอเป็นบทความขอ

รายละเอียดที่เสนอเป็นบทความของคุณ Arismarnนั้นเป็นข้อกล่าวหาทั้งสิ้นผิดถูกอย่างไร?ก็ต้องให้ศาลในวิถีปกติพิจารณาตัดสิน ก็คงต้องยอมรับแต่จะใช้กระบวนการแบบศาลเตี้ย ยึดอำนาจ ตั้งองค์กรพิเศษแบบ คตส มาเป็นผู้สอบสวน ก็คงยอมรับไม่ได้ไม่ว่าข้อกล่าวหาของคุณ Arismarnจะน่าเชื่อถือเพียงไร

หน่วย ต่อต้านข่าวสารของ

หน่วย ต่อต้านข่าวสารของ ใครกันเอ่ย

การแก้ไข พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ผ่าน ครม. ด้วยเสียงข้างมากใน
สภาผู้แทนราษฎร การแก้ไข พ.ร.บ. ดังกล่าวจึงเป็นไปอย่างเรียบร้อย พ.ร.บ.การประกอบกิจ
การโทรคทนาคมฉบับใหม่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2549 โดยมี
ผลบังคับใช้วันเสาร์ที่ 21 มกราคม 2549 การซื้อขายหุ้นที่มีมูลค่ามากที่สุดในประเทศเกิดขึ้นใน
วันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2549

ความจริงคือ คนขอร้องไปคือ ปชป นะครับ โดยขอให้ ทาง ดีแทคนั่นแหละ เพราะเทเลนอร์เค้าเข้ามานานแล้ว

ใคร ๆ ก็ขายทางนี้นะครับ ลองดู คราวเทเลนอร์ ดีแทค คนมอนิเตอร์ดู ตัว online ก็เห็นทุกคนครับ ล๊อตเบ้อเร่อนั่น

เห็นด้วยกับการแปรรูปรัฐวิสาหก

เห็นด้วยกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เพราะมันอุ้ยอ้ายเหลือเกิน เป็นภาระกับภาษีประชาชนเป็นอย่างมาก หนี้สินเยอะ แต่พนักงานเงินเดือนขึ้นเอาขึ้นเอา สวัสดิการก็เลิศหรู ทำงานเช้าชามเย็นชาม

ก่อนปฏิวัติ มีคนโพส ข้อความ

ก่อนปฏิวัติ มีคนโพส ข้อความ เข้าเวปสนุป บอกว่า จะยึดเงินทักษิณ และ จะทำให้ไม่มีแผ่นดินอยู่ พอหลังจากนั้น ก็ปฏิวัติ แล้ว ตั้งศาลเตี้ยขึ้นมา ยัดข้อหา และตัดสินเขา
คนเหล่านี้มีเจตนายัดข้อหาและยึดเงินเขา (โกงเงินนั่นแหละ)ด้วยเหตุผลใดนั้นไม่มีใครทราบได้ว่า ทักษิณมีปัญหากับใคร
แต่ เป้าหมายการปฏิวัติ หรือเรียกว่า เจตนาการปฏิวัติคือ ยึดเงินทักษิณ เป้าหมายหลัก และรองคือทำลายไม่ให้มีแผ่นดินอยู่ หลักๆก็เป็นแบบนี้
คนมันจะหาเรื่องโกงเขา มันก็อ้างได้ทั้งนั้นแหละ
ถ้าสมมุติว่า นายกคนอื่น ออกกฏหมายแล้วทำให้ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งดีขึ้นหุ้นก็ขึ้น อะไรก็ดีไปหมด แล้วถามว่า บังเอิญธุรกิจนั้นเป็นของ พ่อ ของเพื่อ ของพี่ ของน้อง ของลูก ของเมีย ของหลาน ฯลฯ ถามว่า จะยึดเงินและทรัพย์สินนั้นได้หรือไม่ ถ้าเอาเหตุผลเดียวกันกับพวก ศาลเตี้ยอ้าง
และถ้าทักษิณไม่ได้ขายหุ้นให้เทมาเสกล่ะ จะเอาเหตุผลว่าออกกฏหมายแล้วเอื้อธุรกิจตัวเองได้หรือไม่ แล้วก็ยึดทรัพย์ได้หรือ อย่างนี้ ก็เท่ากับว่า นายกฯ คนต่อๆ ต่อๆ ไป ที่เป็นนักธุรกิจ มีเพื่อน มีพี่ มีเมีย มีลูก มีหลาน ฯลน เป็นเจ้าของกิจการในตลาดหลักทรัพย์ ก้เป็นนายกไม่ได้ซิจริงไม๊ ถามมาอย่างนั้นแหละ
ก็พวกมันมีอำนาจในมือ มันเจตนาจะยึดเงินเขา ก็ต้องสู้กันไป เห็นทักษิณบอกจะฟ้องศาลโลก ทำได้จะดีมากๆ เป็นบรรทัดฐานต่อไป เพราะไม่งั้นอีกหน่อยเกลียดขี้น่าใครก็สั่งปฏิวัติ ยึดทรัพย์ อย่างนี้ก็แย่

แปรรูปรัฐวิสาหกิจ วันนี้

แปรรูปรัฐวิสาหกิจ วันนี้ คนไทยนับแสน มีงานที่ดีทำ คนไทยนับหมื่น สามารถถือหุ้นที่มีราคาดีในมือซื้อขายได้ ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศดีขึ้นมากๆ รวมถึงตลาดหลักทรัพย์ และเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงมาก และก็สามารถพยุงและช่วยเหลือในการค้าขายในและต่างประเทศทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขั้นโดยไม่ต้องนำเงินภาษีประชาชนไปโปะมากมาย เช่น การไฟฟ้า การประปา ฯลฯ หลายอย่างรัฐแทนที่จะได้เงินกํับต้องเสีย
พวกคนเลวแม่งก็อ้างเหี้ยอะไรเรื่อย

ผมเห็นว่า ประชาไท น่าจะ "แบน"

ผมเห็นว่า ประชาไท น่าจะ "แบน" พวก "ตัดแปะ" ยาวๆ ในหน้า ความเห็นท้ายบทความ แบบคนที่ใช้ชื่อ Arismarn ข้างบนนะครับ เห็นหลายครั้งแล้ว คือถ้าต้องการอ้าง ก็ใส่ url มาก็พอ
แล้วตัดแปะซ้ำๆด้วย (เรื่อง "รัฐวิสาหกิจ" ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับบทความเลย)

ไม่ได้เรียนกฎหมาย

ไม่ได้เรียนกฎหมาย แต่ด้วยเหตุและผล ถ้าผู้มีอำนาจใช้กฎหมายไม่เป็นธรรมเกือบทุกกรณีกับคู่ต่อสู้
เหมือนพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน ต้องเกิดศึกสายเลือด แล้วโทษอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่แฟร์

Prachatai ช่วยกรูณาเช็ค

Prachatai ช่วยกรูณาเช็ค บทความใบตองแห้งออนไลน์ : ถ้าเสื้อแดงแพ้ประเทศนี้สิ้นหวัง แต่...
page 15
Tues 26.01.2010
จำนวนความเห็น: 556 ความเห็นด้วย

ว่าเป็นเหตุปกติหรือไม่
เนื่องจากมีพ่วงท้ายในหลายๆบทความ ระหว่างปลายเดือนมกราคม จนถึงปัจจุบัน

อย่าเอาแต่ก็อป

อย่าเอาแต่ก็อป หัดคิดเอง
หัดกินข้าว เลิกกินหญ้า ซะ

ดังนิทานอีสปเรื่องหมาป่ากับลู

ดังนิทานอีสปเรื่องหมาป่ากับลูกแกะฉันใดก็ฉันนั้น ถึงอย่างไรเขาก็บอกว่าชาติปางก่อนพ่อแม่ของลูกแกะก็ทำน้ำในลำธารขุ่นอยู่ดี เพราะหมาป่าเขามีกำลังและอำนาจเหมือนเทียบกับลูกแกะ จะบีบก็ตามจะคลายก็รอด

ช่วยกรุณาอ่านบทความของคุณใบตอ

ช่วยกรุณาอ่านบทความของคุณใบตองแห้ง: ถ้าเสื้อแดงแพ้..ด้วยค่ะ
page 15 วันที่ 26.01.10

อีก ๗ วันก็รู้หมู่หรือจ่า

อีก ๗ วันก็รู้หมู่หรือจ่า ไอ้พวกขี้โกงทั้งหลายมันตั้งเป้าจะยึดทรัพย์ของทักษิณตั้งแต่ยังไม่ได้ปฏิวัติ และมันก็ลงมือทำกันจริงๆ
อยากถามว่า ไอ้พวกปฏิวัติทำไมตอนที่ทักษิณ อยู่ทำไมไม่ยึดอำนาจและจับกุมทักษิณ ทำไมทำลับหลังทักษิณ อย่างนี้ที่บ้านผมเขาเรียกว่า หักหลัง ครับ เพราะฉะนั้นพวกคณะปฏิวัติก็ควรไปหากระโปรงมานุ่งเสีย ถ้าทักษิณ โกงชาติจริงก็ปฏิวัติจับกุมเลยซิ ทำไม่ไม่กล้าทำต่อหน้าเล่า คนโกงใครจะมาร่วมมือด้วยจริงไหม

จาตุรนต์

จาตุรนต์ ตอบได้ถูกใจ
ยึดทรัพย์หรืองาบทรัพย์กันแน่

หมดเวลาแลกเปลี่ยนข้อมูล หมดเว

หมดเวลาแลกเปลี่ยนข้อมูล

หมดเวลาส่งสัญญาณ

หมดเวลาเสนอข้อตกลง

มันเป็นสิ่งที่ต้องจดจำเป็นประวัติศาสตร์

คำพิพากษานั้นได้ตั้งธงไว้แล้วก่อน 19 กย. 49

เพียงแต่เหยี่ยวไม่สุด

หยดสุดท้ายกลายเป็นเลือด

เลยรู้ว่ามันเป็นประจำเดือน

ต้องใช้โกเต๊ก

จึงรู้ว่าที่มานั้นเป็นอย่างไร

นี่แหละทำไมถึงต้องเอาโกเต๊กมาทำพิธี

อ๋อย เอ๋ย ปล่อยไปเถอะ

แล้วชาติจะดีขึ้น

คราวนี้มันต้องเหยี่ยวให้สุด

แล้วก็ขี้ให้หมดด้วย

พระเจ้าตากกู้ชาติใช้เวลาแค่หกเดือน

ปล่อยให้กรุงแตกเถอะ

สร้างใหม่ไม่ยาก

เขาก็อยากเอาไอ้ทักกี้มาเข้าคุ

เขาก็อยากเอาไอ้ทักกี้มาเข้าคุกซะที แต่มันไม่ยอมอยู่ให้จับ ถ้าเป็นคนดีจริงก็ยอมติดคุกแบบเนลสันแมนเดล่า

หรืออองซานซูจีซิ ป่านนี้ยังไม่รู้อีกว่าทักกี้มันหวังดีหรือหวังร้ายกับประเทศชาติ เฮ้อ............

อ้าว ไปแบนทำไม

อ้าว ไปแบนทำไม ข้อมูลที่เขาเลือกมายังดีกว่าผู้เขียนบทความในนี้เลย น่าอ่านกว่าตั้งเยอะ ไม่อ่านก็ข้ามไป

คนที่จะอ่านเขามี ผมก็ได้อ่านบทความดีๆจากคุณArismarnนี่แหละ บางทีก็ต้องก็อปไว้เลย

นอกเรื่องบ้างในเรื่องบ้าง แต่รวมๆก็รู้ว่าการเมือง คิดต่างกัน เท่านั้น อย่าคิดมาก อย่าคิดมาก

.............................

.................................ยุทธศาสตร์..........................
......................................................................

...........ไม่เคยลืมเลือนเลื่อน.............ความหลัง
ความฝันสูงสุดฝัง............................ฝากไว้
นกน้อยคล้อยบินดัง.........................เดียวดาย....นั้นนา
ฝาบ้านบอกเราใช้...........................เชิญยศยึดถือ......

............แล้วลืมคุณท่านผู้................ประศาสน์..การเลย
ร.๘ ปราศชีวาตม์............................ท่านไหว้
อัญเชิญชุบขวัญชาติ........................ชนนบ...น้อมมา
รัชกาลที่ ๙ ใกล้.............................อยู่กับไทยผอง...

............อ่านท่านอ้างอย่างรู้..............งูปลา
เหตุผลน่าทัศนา..............................แน่แท้
อดีตดุจศาสดา...............................วิชา....ชนเอย
จู่จู่จะยี้แย้.....................................ยื้อยศปลดไฉน

............ป๊ะป๋าท่านมีดี.....................แสดง
ตาสว่างอย่างตะแบง.........................คงบ้า
มิใช่จู่อยู่แดง..................................ดุ่มดุ่ม...เดินตาม
ตาสว่างสร้างหลักกล้า........................ประชาธิปไตย

............ตายเป็นเบือเบือเหยื่อ............ทรราช
พระบารมีอำนาจ..............................เหนือฟ้า
แต่หลักประชาราษฎร์........................ต้องรุ่ง..เรืองนา
ธรรมนูญ ๔0 กล้า............................ประชาธิปไตย

............ทหารเกณฑ์เลวเลว..............เล็งมา
รัวกระสุนเย็นขา...............................ชั่วร้าย
ทรราชมันบัญชา..............................ยังเชื่อ
เชื่องเชื่องเปรื่องปาดป้าย....................สีเสื้อแดงหมอง

............มิใช่จู่จู่เดียด......................ฉันท์ป๋า
มีเรื่องหลายครั้งครา...........................ปล่อยให้
ฟางเส้นสุดท้ายมา............................๔๙ กันยา..
ป๋าเถอะป๋าไปให้..............................ไทยพ้นคนหมาย

............ทักษิณมันไม่ดี....................หากใช่
รถถังพลังไม่...................................ถูกต้อง
ไม่ดีไยมีไพร่..................................เป็นพวก...พ้องฤา
สองมาตรฐานคับข้อง.........................ขจัดเสียสหาย

จะถามอะไรหน่อยก็ทำเป็นเล่นตัว

จะถามอะไรหน่อยก็ทำเป็นเล่นตัวนะ! จำไว้เล๊ยยยยยย

คตส. คาบหญ้ามาวางไว้หน้าศาล

คตส. คาบหญ้ามาวางไว้หน้าศาล กำลังรอดูว่าท่านผู้พิพากษาจะกินหญ้าหรือไม่

ราวปีคศ1861หรือราว149ปีก่อน

ราวปีคศ1861หรือราว149ปีก่อน ได้เกิดสงครามกลางเมืองในสหรัฐ ที่แบ่งออกเป็นเหนือและใต้
สาเหตุเพราะ รัฐบาลกลางที่ลินคอลน์แห่งพรรครีพับลิคกัน ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ได้ประกาศกฏหมายให้เลิกทาส

ยกเลิกทาสที่เป็นคนผิวดำที่ถูกต้อนมาจากทวีปอัฟริกาให้มาทำงานในไร่ฝ้าย เพราะ ลินคอลน์เห็นว่า ทาส คือสัญญลักษณ์ของความเป็นทรราช ไม่ใช่อารยชน ไม่ใช่ประเทศที่ศิวิไลซ์ เพราะมันคือการละเมิดศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรงชนิดที่ไม่อาจที่จะรับได้

ฝ่ายภาคใต้ที่ส่วนใหญ่ทำอาชีพทางเกษตรกรรมโดยเฉพาะไร่ฝ้าย พวกนี้มักใช้แรงงานทาสให้ทำงานในไร่
ฝ่ายใต้ไม่ยอม และมีประธานาธิบดีของตนเองนั่นคือเจฟเฟอร์สันเดวิส
และมีนายพลโรเบิรติ อี ลี เป็นแม่ทัพ ในการรุกรบกับฝ่ายเหนือ ซึ่งต่อมาฝ่ายเหนือได้นายพลยูลิซิสเอชแกรนท์เป็นแม่ทัพ
ซึ่งสามารถรบชนะนายพลลีได้ณที่สมรภูมิเกตตี้สเบิรก และชนะอย่างเด็ดขาดที่สมรภูมิแอพโพแม๊ทท๊อกคอร์ทเฮาส์ในปี1865ที่นี่เองที่นายพลลียอมจำนน ลูกหลานลุงแซมได้ตายในการรบถึงกว่า6แสนสองหมื่นนาย รวมทั้งพลเรือนและทหารที่บาดเจ็บจำนวนมหาศาล

ลินคอลน์ได้กล่าวคำสุนทรพจน์ที่เป็นอมตะและโด่งดังมาจนทุกวันนี้ณที่ เกตตี้สเบิรก เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ที่สูญเสียในสงครามกลางเมือง ว่า รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ซึ่งมันคือความหมายของสิ่งที่ยืนยันถึง
หัวใจของความเป็นประชาธิปไตย นั่นคือ ประชาชน ที่ประชาชนทุกคนล้วนเป็นพลเมืองที่มีสิทธิเสรีภาพและมีความเป็นปัจเจกชนที่เท่าเทียมกัน

ทว่า มันกลับดันมีสิ่งที่ประหลาด นั่นคือ ดันมีเหล่าทาสผิวดำ ที่ปล่อยไม่ไป เพราะมีเหล่าทาสผิวดำบางส่วน ที่รู้สึกว่าตนเองจะเคว้งคว้าง ไม่อาจที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ถ้าหากขาดนายทาส

Arismarn คนที่นี่และเว็บประชา

Arismarn
คนที่นี่และเว็บประชาธิปไตยอื่นๆ เขาได้อ่านข้อเท็จจริงจาก Nirvana
ที่นำมาเปิดเผย เขาระบุเลยเอาข้อมูลมาจากไหน เขาเป็นนักบัญชีที่รักความเป็นธรรม
ลองเข้าไปอ่านข้อเขียนของ Nirvana หน่อยดีไหม ถ้าคุณมีความรู้จริง
เผื่อคุณจะได้เห็นแสงสว่างกับเขาบ้าง อย่าอยูในโลกแห่งความมืดเลย
http://www.newskythailand.us/board/index.php?topic=9362.0;all

อยู่ไกลถึง เนเธอร์แลนด์

อยู่ไกลถึง เนเธอร์แลนด์ แต่รู้อะไรจริงไปหมด เหลือ แต่ความเชื่อ

ลองไปดู manager

ลองไปดู manager ยังเอาข้อมูลมาไม่หมด นะ

อีกนิด ไกล้หมดแล้ว

อีกนิด ไกล้หมดแล้ว

ไง copy เหนื่อยไหม

ไง copy เหนื่อยไหม

ใช่ผมเห็นด้วย

ใช่ผมเห็นด้วย มันแสดงให้เห็นถึงสติปัญหาได้ดี เลย หละ

แสบไปหน่อย หรือเปล่า

แสบไปหน่อย หรือเปล่า

ดีเดี่ยวจะไปอ่าน จักกะหน่อย

ดีเดี่ยวจะไปอ่าน จักกะหน่อย แต่สะใจประโยคคุณจตุรนต์จังว๊ะ

ต้องบอกว่าชอบ ๆ มากับประโยคที่ว่า "ทฤษฎีวัวกินหญ้าจึงเหมาะที่จะเป็นคำอธิบายของผู้ที่กินหญ้าเป็นอาหารเสียมากกว่า"

วันข้างหน้า วันหลังจากนี้ ต้องขอนุญาต สมชิกประชาไท copy ไปใช้ นะครับ

Arismarn, Old bed time story

Arismarn, Old bed time story as he does just copy and paste.

This is the reasonable one.

This is the reasonable one. Good solve Mr. J

เราขอชื่นชมท่าน คุณจาตุรนต์

เราขอชื่นชมท่าน คุณจาตุรนต์ ฉายแสง วันหนึ่งท่านคงได้นั่งเป็นหัวหน้ารัฐบาลที่บริหารประเทศนี้ด้วยความเป็นธรรม

Dear Khun สมศักดิ์

Dear Khun สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล,

I read a news about a pharmacy being accused of
DISREGARDING REGULATION THAT PROTECT THE PUBLIC.

diazepam and sildenafil are better known as VALIUM and VIAGRA

Would you please read a headline news about .....Vegus Mixx

DEA probes Valium,Viagra combo promoted to "mellow mind" and give "last erection".
By Marshall Allen, Las Vegus Sun
Posted December 17,2009
at 11:24 am

************************************************************
Please also search whether can klonopin and phentermine combo can cause any side effects.

Ignorance>>lead to a tragedy

Cheap drugs is one thing but

Cheap drugs is one thing but illegal harmful drugs is un acceptable

Everyone knows that and too afraid to talk about it.
Democracy to remain silence?.....

WHAT A HECK!

"จาตุรนค์" แกนนำ

"จาตุรนค์" แกนนำ คนเดือนตุลา

ได้รับอิทธิพล "ทฤษฎีวัวควาย"

จาก "ท่านโอ๊ค พานทองแท้"

ผู้นำแนวความคิดคนใหม่ ต่อจาก "ท่านเศรษฐีดูไบ"

ฮา....

เราเห็นว่าพวกนี้

เราเห็นว่าพวกนี้ เขามีทฤษฎีแปลกง่ะ...คุณแช่ม

เช่น เฉลิม (บางบอน) บอกว่า "ทักษิณ ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทักษิณทำสิ่งที่กฎ
หมายห้าม"

เฮ้อ! เหนื่อยใจกับตรรกะของ ดร.จริงวุ้ย

บ้านเมืองยุคนี้ คนมีใจเป็นธรร

บ้านเมืองยุคนี้
คนมีใจเป็นธรรม กลายเป็นคนโง่
คนใจต่ำ กลายเป็นคนดี แสนรู้

ทำไปเถิด ตราบที่ยังมีลมหายใจ
เรารอได้ ธรรมชาติจะตัดสินท่านเอง

จะตามล้างคนโกงโดยวิธีการบิดเบ

จะตามล้างคนโกงโดยวิธีการบิดเบือน หลักกฏหมายกันอีกกี่ครั้ง ในขณะนี้มีการโกงกินบ้านเมืองชัดเจน ทำไมนักวิชาการรักชาตฺ ม๊อบข้างถนน ,องคมนตรี ไม่ออกมาขัดขวางจะได้ไม่ต้องตามยึดคืนโดยบิดเบือนหลักกฎหมาย
แสดงให้เห็นว่านักวิชาการรักชาตฺ ม๊อบข้างถนน ,องคมนตรี เมื่อสมประโยชน์ของตนความรักชาติก็หายไป

มันซ้ำซากครับ ข้ามไปไม่ได้

มันซ้ำซากครับ ข้ามไปไม่ได้ เพราะมัน กินเนื้อที่ เหมือน เราคุยกันอยู่ดีดี มีคนตะโกนโหวกเหวก ออกมาเสียยาว

เหมือนเค้าอภิปรายกันแล้วมีคนเปิดเทปซ้ำ ๆ ดัง ๆ ยาว ๆ แบบนี้

บอกตามตรงว่า เปลืองนิ้ว ในการ scroll เม้าส์ คนเป็นพันนะที่ scroll ทิ้งขว้าง เมื่อยนิ้วคนเป็นพัน

และเปลือง bandwidth

โพสแบบคุณแบบเนี้ยรับได้ ยังออกมาจากสมองอยู่บ้าง

แล้วไอ้ตัวที่พยายามแปรรูป

แล้วไอ้ตัวที่พยายามแปรรูป การบินไทย นี่หล่ะ ดีแล้วไช่ไหม? ถึงไม่เห็นคนดีๆแถวๆการบินไทย ออกมาต่อต้านมั่ง

บทความนี้ของคุณจาตุรนต์ฯ

บทความนี้ของคุณจาตุรนต์ฯ ทำให้เห็นคุณสภาพสมองและความคิดของพวกเหลืองที่เข้ามา(ไม่ว่าเข้ามาเพื่อตอบหรือก่อกวนก็ตาม)ได้เป็นอย่างดี

แต่สำหรับพวกนี้ยังน่าให้อภัยและน่าสงสารเพราะเป็นแค่ลูกกะโล่ชั้นต่ำของเผด็จการ ยังใช้เหตุผลไม่ค่อยเป็น หากแสดงความเห็นโง่ ๆ ออกมาบ้างก็ไม่น่าเกลียดมากนัก

ต่างจากคนประเภทแก้วสรรฯ ที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย กลับแสดงความเห็นงี่เง่าปัญญาอ่อนระดับจักรวาล "วัวกินหญ้า" ต้องยึดวัวทั้งตัว

ตอนแรกผมก็ไม่เห็นด้วยที่แก้วสรรฯกับพวกเหลืองออกมาแสดงความเห็นชี้นำสังคมเพื่อให้มึนและคล้อยตามกรณีปล้นทรัพย์สุดขอบฟ้า

แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจกลับมาสนับสนุนให้พวกมันออกมาพูดออกมาแสดงความเห็นมาก ๆ

เพราะยิ่งพูดยิ่งแสดงความเห็นก็ยิ่งแสดงความงี่เง่าไร้หลักการ แสดงธาตุแท้ที่เป็นทาสเผด็จการ ใช้เหตุผลไม่ได้ก็ใช้กำลัง ไม่มีเหตุก็สร้างเอาเอง ถึงมึงจะไม่ผิดก็ต้องผิดเพราะกูจะเอาผิดมึงให้ได้ (เพราะถ้าเอาผิดมึงไม่ได้กูก็ตาย)

........."อยุติธรรม""ถึอเป็น.

........."อยุติธรรม""ถึอเป็น..""โมฆะๆ"""""มาเริ่มต้นให่มๆ เอารัฐบาลที่""ยติธรรม """มาตัดสินทุกคดีของทุก นายก.ที่เคนถูกกล่าวหา.ทุกรัฐมนตรี..ทุกคนและบริษัทที่ร่วมทำผิด....ที่ผ่านมาจะเอาผิด"""เฉพาะทีมอัศวินขี่ม้าขาวเท่านั้น"" ไมมีรายอื่นเลย....นี่คือ""""""""""อยุติธรรม"""""""""..อย่างขัดเจน.. ดี-ชั่ว,,,,บุญ-บาป....ต้องทำเอง......หา""อัศวินมาบริหาร แผ่นดินทองนี้ก่อนที่จะ.......

การพิสูจน์เรื่องการคอรัปชั่นเ

การพิสูจน์เรื่องการคอรัปชั่นเชิงนโยบายเป็นเรื่องยาก

อย่างเรื่องปล่อยกู้พม่า คุณต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ทักษิณมีข้อตกลง/สัญญา กับรัฐบาลพม่า ว่าจะเอาเงินกู้ไปใช้ทำอะไร อยางเฉพาะเจาะจง เพราะถ้าหากไม่มีหลักฐานมาแสดง ก็คงลำบากที่จะทำให้คนเชื่อได้ว่า เป็นการตั้งใจโกง นอกจากคนที่เชื่อไปเรียบร้อยแล้วว่าโกง เพราะไม่ต้องพิสูจน์คนพวกนี้ก็พร้อมจะเชื่ออยู่แล้ว

อย่างที่จาตุรนพูดครับ ว่าเรื่องบางอย่างมันไม่ผิดกฏหมาย แต่หมิ่นเหม่ต่อจริยธรรม ต้องถือว่าเป็นเรื่องการเมือง ก็ต้องปล่อยให้ตัดสินกันตามวิถีทางการเมือง พวกคุณก็สามารถ รณรงค์ให้คนเห็นด้วยกับคุณ เลิกสนับสนุนทักษิณ ถ้าคนส่วนใหญ่เห็นด้วย ทักษิณก็ฝ่อไปเอง

เรื่องทางการเมืองตัดสินด้วยรถถัง ไม่ได้

ยกเว้นประเทศที่มีวัฒนธรรมในการตอแหลอยู่ในสายเลือด หน้าด้านพอจะโกหกตัวเองว่าเป็น"ประชาธิปไตยแบบไทยๆ" อย่างนี้เขาเรียกว่า มียีนตอแหลฝังอยู่ในเส้นโครโมโซมเลยทีเดียว

หากใช้ตรรก

หากใช้ตรรก ดำเนินนโยบายเพื่อประโยชน์ของตนและพวกพ้องเอาผิด รัฐบาลชุดนี้ก็ทำไปแล้วหลายเรื่อง คงต้องยึดทรัพย์กันด้วย
เช่น นโยบายเช็คช่วยชาติ มีเหตุผลอะไรที่ต้องให้ธนาคารกรุงเทพพิมพ์เช็ค ทั้งที่มี ธนาคารกรุงไทย ออมสิน
ทำให้ธนาคารกรุงเทพได้ประโยชน์ทางการตลาด ได้ลูกค้าเปิดบัญชีใหม่ เงินต้องพักในธนาคารกรุงเทพ

การไม่ทำหวยออนไลน์ ก็ถือว่าเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง

การซื้อ GT 200 ในราคาแพง จัดซื้อแบบพิเศษ ก็ถือว่าเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ผุ้นำเข้ามาขายก็เป็นผู้สมัคร สส บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์
และอีกมาก

ผลประโยชน์ทีเสียไป ล้วนเป็นหญ้าของประเทศทั้งนั้น

อภิสิทธิ และคณะรมต ล้วนได้ประโยชน์ต่อเนื่องจากพวกนี้ทั้งนั้น คงต้องถูกยึดทรัพย์ด้วย

เป็นที่น่าสังเกตุว่า

เป็นที่น่าสังเกตุว่า กลุ่มคนเหล่านี้ทำอะไรก็ไม่ผิด เช่นการปฏิวัติรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ การเขียน ม.309 มานิรโทษกรรมตนเอง เขียนกฎหมายมาเอาทษฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง แม้แต่ Cabinet ชุดปัจจุบันกระทำที่เอื้อต่อพวกพร้องก็ไม่มีใครเอาผิดกล่าวหาได้ สั่งปราบปรามประชาชน ป่วยการที่จะร้องขอความเป้นธรรมจากกลุ่มคนอธรรมะพวกนี้ รอ......ให้บ้านเมืองปฏิวัติประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์เสียก่อน อะไรๆมันจะชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อนั้นจงเอาพวกอธรรมเหล่านี้มาลงโทษโดยศาลประชาชน

อืม! ถูกต้องแล้ว...ที่

อืม! ถูกต้องแล้ว...ที่ อ.แก้ว...ได้ทำความจริงให้ปรากฏว่า

พวกมรัน..โ ค ต ร อภิมหาโกง อย่างซับซ้อน ซ่อนเงื่อน แยบยล ที่สุด ตั้งแต่มีประวัติศาสตร์ชาติไทยมา

เราขอเสนอ และ ออก ไอเดีย...ให้ใครก็ได้...เอาเรื่องราวของ "อ้ายตักขี้" ไปทำเป็นหนัง เอาไปสอนหนังสือ สอนนิสิต นักศึกษา...เป็นกรณีศึกษา...ให้เด็กรุ่นใหม่ มีจิตสำนึกสาธารณะ...ปลูกฝังค่านิยม...ว่า การอาสาเป็น "ผู้นำ" ต้องเสียสละ

ไม่ใช่พาโคตร เหง้า ลูกเมีย เข้ามากอบโกย โกงกิน เพราะทรัพย์สินในประเทศมีอยู่จำกัด...ต้องเอาไว้ให้ลูกหลานไทยทุกคนในภายภาคหน้า...ทรัพยากรในไทยไม่ได้มีไว้คนในตระกูล "อ้ายตักขี้ มั่งมีอยู่ตระกูลเดียว" แล้วใครจะคุ้ยขยะกินอย่างไรก็ช่าง

ต้องพยายามให้เด็กรุ่นใหม่...รู้จักเลือก สส. (ผู้แทนปวงชนชาวไทย)...ใครมีรากเหง้า สันดาน โลภ อย่างไปเลือกมรัน...เพราะเวลามรันโกง มรันรุนแรง (คือ อย่าให้คนเลวมีอำนาจ)...เลือก สส. ก็เลือกคนที่คิดว่าเลวน้อยที่สุด

========================================

คุณไม่ต้องห่วงเราจะกินหญ้า หรือ กินอะไรก็ได้ทั้งนั้น...แต่ชาตินี้...ไม่ยอมเป็นขี้ข้าคนเลวแบบ "อ้ายตักขี้" แน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์...(เออ! แล้วถามหน่อยพวกคุณกินอะไรกัน...จึงได้เข้าข้าง และ สนับสนุนคนเลวได้ถึงเพียงนี้)

ถึง...คุณอึดอัด เราก็อึดอัดเห

ถึง...คุณอึดอัด

เราก็อึดอัดเหมือนกัน ตั้งแต่ "ยุคอ้ายตักขี้แล้ว"

น้องสาวปลอมวุฒิบัตรการศึกษา...ถูกจับได้...ได้เป็นนายกสภาสตรีแห่งชาติ (อะไรประมาณนี้ 2 สมัย)

ลูกสาวคนโต...อยากเรียนคณะนี้ ที่ มหาลัยเกษตรฯ แต่เขาไม่มี...มรันให้ตั้งคณะนี้ให้ลูกมรันเลย...(แล้วเลื่อนตำแหน่งให้คนตั้งคณะใหม่)

ลูกสาวคนเล็ก...โกงข้อสอบเอ็นทรานซ์...(คนขโมยข้อสอบมาให้ ได้ย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ดีขึ้นกว่าเดิม)

ลูกชายคนโต...ลอกข้อสอบรามฯ ....(บางคนยังกังขาอยู่ว่าได้ปริญญาด้วยวิธีพิเศษรึเปล่า)

====================================

แต่ คุณหญิง จารุวรรณ (สตง.) ท่านละเอียดมาก มรันกลัวไปเจอ การคอร์รับชั่นที่มันหมกเม็ดไว้มากมาย...มรันไม่ยอมให้เขาได้รับตำแหน่ง ดองเขาไว้ 2 ปี ถ้าจำไม่ผิด

====================================

ส่วนเรื่องปัจจุบัน

ผู้บุกรุก ปั่นป่วน หน้าบ้านป๋า (ได้เป็นรองประธานสภา) น่าทุเรศเนอะ

สส.จตุพังพอน (ผู้แทนปวงชนชาวไทย) ตัดต่อคลิปเสียง ขู่ฆ่าคน น่าอึดอัดเนอะ

มานิตย์ จิตรวิบัติ (ผู้พิพากษาเก่า)...สอนคน ให้ฆ่า นายกฯ บอกไม่ผิด มรันยังมีความเป็นคนอยู่รึเปล่าฟ่ะเนีย

กี้ อมฮอร์ล (อดีต สส.)..ปลุกระดมให้คน เอาน้ำมัน "เผากรุงเทพให้เป็นทะเลเพลิง"

============================================

ตกลงอะไรมรันน่า "อึดอัด" มากกว่ากันฟ่ะเนื่ย!

อ.แก้วสรร...เคยทำชาร์ต...แผนผ

อ.แก้วสรร...เคยทำชาร์ต...แผนผัง "เรื่องทศหมึก" ไว้ได้ดีมาก

คือวาดหน้าที่หัวเป็น "อ้ายตักขี้"....แต่มีลำตัวมีขาเป็นหนวดปลาหมึก...

หนวดแต่ละเส้น...จะบอกโครงการ ธุรกิจ การทับซ้อนผลประโยชน์ไว้อย่างละเอียดดีมาก

==================================

จำได้ว่า...เคยออกรายการ "คม ชัด ลึก"...ประชาชน SMS มาชมกันเยอะว่า "ใช้ภาษาเรียบง่าย"

มีรูปภาพ...แผนผัง ประก่อบ เข้าให้เข้าใจกลโกง การทับซ้อน เส้นทางการเงิน ได้ดีทีเดียวเชียว

อัยการ

อัยการ เอาสิทธิ์มาฆ่าตัดตอนสุรยุุทธ์ ไม่สั่งฟ้อง อ้างว่าไม่เจตนา ไอ้ห่า เจตนา ครอบครอง ชัดเจน ไอ้สองมาตรฐาน เอ๊ย

ชอบ! คิดได้ไง?

ชอบ! คิดได้ไง?

อืม! ใช่ สองมาตรฐาน ชัดๆ

อืม! ใช่ สองมาตรฐาน ชัดๆ เลย

ทำไมไม่จัดการเรื่อง สนามกอล์ฟอัลไพน์...เรื่องโบนันซ่า...เรื่องเกาะสมุย...ด้วยน้าจะได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

เฮ้อ... ปฏิวัติกันทั้งที

เฮ้อ... ปฏิวัติกันทั้งที แทนที่มันจะมีอะไรดีขึ้น กลับเลวลง ใครครองอำนาจ ก็เหลิงอำนาจ ไม่ว่าฝ่ายไหน
ประชาชนทั้งหลาย มารวมมือกัน สร้างบรรทัดฐานให้สังคมกันเถิด สร้างสรรค์กันดีกว่า จ้องทำลายล้างกัน

"เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา จงเลือกเอาส่วนดีเขามีอยู่" ดังคำท่านพุทธาส ได้กล่าวไว้

มัีวแต่ขุดคุ้ยความเลวกันออกมา มันไม่มีทางรวมกันได้ ไม่มีทางสงบได้

มาประชุมร่วมกันดีกว่า ทักษิณ เปรม สนธิลิ้ม สนธิบัง อนุพงษ์ และแกนนำฝ่ายต่างๆ
มาจับมือกันสร้างชาติ หนังฝรั่ง เขายังมีการเอานักโทษในคุกไปช่วยราชการยังมีเลย
เพราะว่า มันเก่งอะไรประมาณนี้
เราควรใช้ความสามารถคนมาสร้างสรรค์เป็นการไถ่โทษกันเถิด

"กฎมากมาย ผู้ร้ายก็เต็มเมือง "

เอากฎน้อยๆ แต่ให้มีความเป็นมาตรฐานเดียว มีความศักดิ์สิทธิ์ มีความยุติธรรม ยังดีกว่า

ประชาชนตื่นตัวในเรื่องการเมืองกันให้มากๆ ซึ่งตอนนี้ ก็เป็นนิมิตหมายที่ดี ทั้งสีเหลืองทั้งสีแดง
ต่างก็ออกมาแสดงบทบาทกันมากขึ้น

ยุบสภา เถอะครับ คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจกันอีกครั้ง

อย่าให้มีการปฏิวัติรัฐประหารอีก เพราะมันก็โกงเหมือนกัน ทั้งงบลับงบล้วง

มาวางระบบทหารให้อยู่ภายใต้ประชาธิปไตยกันดีกว่า
ระบบอำมาตย์ก็ไม่ควรมี เพราะว่า แทรกแซงข้าราชการประจำได้ตลอดเวลา เพราะอยู่นานไม่มีเลือกตั้ง

รัฐบาลถ้าบริหารประเทศชาติไม่ได้ ก็ต้องยุบสภา เลือกกันเข้าไปใหม่
เป็นอย่างนี้มันก็ไม่มีปัญหาอะไร

ต่อไปควรมีสถาบันที่ทำการอบรมเรื่องการเป็นรัฐมนตรี เป็นนายก
การได้ตำแหน่งต่างๆ ควรมีการแข่งขันกัน วัดกันที่ความสามารถ มิใช่ ตอบแทนบุญคุณนายทุนพรรค
อย่างที่เป็นกันอยู่

กิจกรรมภายในพรรคการเมืองควรมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งปี
มีการจัดปราศรัย ทำประชาคมกันบ่อยๆเพื่อนำข้อมูลจากประชาชนไปทำนโยบาย
ที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

นักการเมือง ต้องมีหน้าที่ตรวจสอบข้าราชการกังฉิน ต้องกำกับดูแลให้ทำงานรับใช้ประชาชน
ที่ผ่านมาข้าราชการเคยทำตัวเป็นนายประชาชน ทักษิณเข้า้มาปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ก็เกิดการ
เกลียดชังกันเป็นวงกว้าง แต่ประชาชนเขา่ชอบใจ

ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ช่างเถิด แต่การทำงานน่ีะ ทำให้ได้เหมือนทักษิณเขาทำไว้
ส่วนดีเขาก็มี ส่วนเสียเขาก็มี ถ้าสุรยุทธ์หรือ อภิสิทธิ์ ทำให้ประเทศชาติเจริญ
ประชาชนกินดีอยู่ดี คงจะไม่มีคนเสื้อแดง ออกมาแสดงพลังกันมากมายขนาดนี้หรอก
คุณมีโอกาสที่จะได้แสดงฝีมือแล้วแต่ทำให้ประชาชนไม่ได้ มันก็ต้องโดนปฏิเสธแบบนี้แหละ

ถ้าคุณทักษิณมาบริหารงานบ้านเมืองแบบอภิสิทธิ์ ก็ต้องโดนโห่ไล่เหมือนกันแหละ
ประชาชนต้องการความกินดีอยู่ดี มีความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน

มาช่วยกันหาทางออกให้กับบ้านเมืองเถอะครับ อย่ามัวทะเลาะกันเลย...

บ้านเมืองกุลียุค

บ้านเมืองกุลียุค อาเพศทะเลาะขัดแย้งกันเองทุกวงการไม่มีการถ่วงดุล เนื้องอกจากการปฎิวัติเจริญเติบโตเกินไปเพราะกินหญ้ามาก ใก้ลถึงการเปลี่ยนแผ่นดินแล้ว

ตาสว่าง ขึ้นเยอะ ท่านจรตุฯ

ตาสว่าง ขึ้นเยอะ ท่านจรตุฯ

อยากให้ประชาชนทุกฝ่าย

อยากให้ประชาชนทุกฝ่าย ช่วยกันตรวจสอบพวกที่กำลังโกงกินกันตอนนี้จะดีกว่า
มัวแต่ไปสนใจ คดี 76,000 ล้าน อยู่นั่นแหละ 800,000 ล้าน เขากู้มา เป็นยังไงกันบ้างก็ไม่รู้ตอนนี้
งาบกันเพลินแล้วม้าง เนี่ย....

จริงๆแล้ว ในความคิดของผม เงิน 76,000 ล้าน ที่คุณทักษิณขายหุ้นให้กับ เทมาเส็ก
ก็ไม่ใช่เงินของรัฐบาลไทยนะสิ เป็นเงินสิงคโปร์ ที่เขาเอามาซื้อหุ้น จึงเป็นการนำเงินตรา
เข้าประเทศจำนวน 76,000 ล้านบาท พวกฝ่ายตรงข้ามพยายามโจมตีว่า ทักษิณขายชาติ
นั่นหมายถึงการขายกิจการโทรคมนาคม ให้ต่างชาติได้ถือหุ้นมากขึ้น มีบทบาทในการบริหารมากขึ้น

ดังนั้นถ้ารัฐบาลไทยเป็นห่วงเรื่องความมั่นคงของชาติ ก็ต้องทำการซื้อกิจการคืนจากเทมาเส็ก
มิใช่มาทำการยึดทรัพย์ ซึ่งมันไม่ได้ทำให้ความมั่นคงของชาติมันดีขึ้นเลยเนี่ย ... จริงป่าวครับ

ในส่วนของที่ทักษิณเขาลงทุนไป ก็ต้องคืนให้เขา เพราะรัฐยึดสัมปทานคืนมาแล้วนี่
เรื่องมันจะได้จบๆ และทำเพื่อชาติจริงๆ และต้องตัดเรื่องสินบนนำจับ 25% ออกไป
คตส. ก็รับเงินเดือนกันมามากแล้ว และผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหลาย ที่หวังตบทรัพย์กะเขาด้วย
ก็เลิกคิดซะ เพราะน่ารังเกียจ ยังมีนักการเมืองอีกหลายคนที่สมควรโดนยึดทรัพย์จากการทุจริต
โกงบ้านกินเมือง ทำมันให้ถ้วนทั่ว ทุกคนสิ ประชาชนเขาจะได้ยอมรับในความสุจริตใจ
ว่าพวกท่านมิได้ จ้องทำลายแต่ทักษิณคนเดียว ซะเมื่อไหร่...

ทฤษฎี วัวกินหญ้า หมากินขี้

ทฤษฎี วัวกินหญ้า หมากินขี้ ม้ากินสินบน สับสนจริงๆ เข้าใจนะ แต่ไม่รู้เรื่อง ... ^0^

คตส. แค้นนี้ต้องสะสาง

คตส. แค้นนี้ต้องสะสาง (เพราะคณะนี้มีแต่ผู้ที่มีอคติกับทักษิณ ทั้งนั้น)

หากว่ามีการยึดทรัพย์ทั้งหมดและมีการแบ่งสินบนนำจับ จริงๆ

คตส. ก็จะหมายความว่า

คณะกรรมการ ตบทรัพย์ สิน

เพื่อส่วนแบ่งสินบนนำจับ ตามทฤษฎี วัวกินหญ้า ของแก้วสรร
ยึดวัวที่กินหญ้าหลวงไว้ทั้งตัว แล้ว ก็มาตัดขาตัดหาง เอาไปทำซุปแบ่งกันกิน
ส่วนเนื้อและเครื่องในต่างๆ ก็เอาไปทำต้มแซบ น้ำตก ซกเล็ก ลาบก้อย
หรอย จั๋งฮู้ , ลำแต้ๆ กา, แซบอีหลีเด้อ...

........สู้ต่อครับผม ก๊วยเจ๋ง

........สู้ต่อครับผม ก๊วยเจ๋ง คุณไม่เดียวดายหรอกครับ สู้ด้วยเหตุละผลแบบนี้แหละครับ ผมตามอ่านตลอดครับผม เป็นกำลังใจให้ครับ.....ก๊วยเจ๋ง..........

.....ต้องไปเอา กกต.

.....ต้องไปเอา กกต. เก่าออกมาด้วยไหม ชุดที่ทำงานให้ไอ้แม้วมันนะ ชุดนั้นโดนลงโทษไปแล้ว สองมาตรฐานไหม......ชอบแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ต้นเหตุมันเกิดจากจิตรใจไอ้แม้ว ที่มันบ้าอำนาจ โลภไม่สิ้นสุด มักใหญ่ใฝ่สูง..

เพื่อไม่ให้ประเทศไทยมีการเหลื

เพื่อไม่ให้ประเทศไทยมีการเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจนมากเกินไป
กระผมขอเสนอให้ คนไทยทุกคน ที่ร่ำรวย สามารถมีเงินสะสมได้คนละไม่เกิน 5 ล้านบาท
มีรถยนต์ได้คนละไม่เกินสองคัน บ้านมีได้ไม่เกินสองหลัง มีที่ดินได้ไม่เกินคนละ 5 ไร่

ที่ทำเกินมาด้วยความเก่งกาจ ให้ตกเป็นส่วนกลางทั้งหมด
รถบรรทุกหรือเครื่องกลหนักที่ใช้ทำมาหากิน ให้ตกเป็นของบริษัท
ทุกบริษัทก็มีรัฐเป็นผู้ถือหุ้น สร้างงานให้ประชาชนทุกพื้นที่มีงานทำ
จะต้องไม่มีคนตกงานในประเทศไทยอีก
พื้นที่เกษตรกรรม จะถูกบริหารในรูปองค์กร หรือสหกรณ์ ชาวไร่ชาวนา
ต้องเป็นสมาชิกสหกรณ์

ทุกคนทำงานเสียภาษี พอถึงวัยเกษียณ ก็มีเงินบำนาญกินไปจนตาย
มีวันหยุดพักผ่อน ปีละหนึ่งเดือน ให้ประชาชนไปเที่ยวหาประสบการณ์ต่างประเทศ

วัดวาอาราม จะต้องเป็นที่พึ่งของคนทุกข์ยาก ข้าวปลาอาหารที่พระบิณฑบาทมา
หลังจากฉันแล้ว ก็บริจาคให้คนทุึกข์ยากในชุมชนตนเอง หรือให้เป็นอาหารกลางวันชนชั้นแรงงานที่ยังยากจน
เป็นการแบ่งปันกันในสังคมเอื้ออาทร อย่างแท้จริง

ทุกๆคน ในสังคมยอมรับกันที่ ความสามารถ ความดี เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญา อย่างแท้จริง ไม่มีระบบอุปถัมภ์ เด็กเส้น ลูกท่าน หลานเธอ ในระบบราชการ และรัฐวิสาหกิจ ต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง

ใครโกหกหลอกลวง สร้างข่าวเท็จใส่ร้ายผู้อื่น
ทำให้สังคมแตกแยก ต้องมีโทษหนัก โดยเฉพาะ สื่อสารมวลชน นักการเมือง ข้าราชการชั้นสูง ที่ทำงานเกี่ยวกับส่วนรวม

กฎหมายไทยต้องศักดิ์สิทธิ์ มีมาตรฐานเดียว ใครทำผิด ให้ทำดีทดแทน

(ยกเว้นพวกคดีอาญา ปล้น ฆ่า ข่มขืน ประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สิน หลอกลวงต้มตุ๋น
อันนี้ต้องเฉียบขาด เพื่อควบคุมคนเลว)

น้องก๊วยเจ๋ง...ครับ

น้องก๊วยเจ๋ง...ครับ ...ลืมหู-ลืมตา บ้าง น้องเอ๊ย...

ข้อ หา จะเผาบ้าน-เผาเมือง "ให้กรุงเทพเป็นทะเลเพลิง" นั้นมัน แผนลับ-ลวง-พราง ของ ไอ้ อภิสิทธิ์ ที่มันใช้ โฆษก ส่วนตัว มันไปทำแผนนี้มา เพื่อให้ เหลือง -แดง ฆ่ากัน ก็แค่นั้น... เกมส์นี้ ประชาธิ-ปัด ชอบอยู่แล้ว ...มันจะหลอกให้ เหลือง และ แดง ..ฆ่าแกงกัน .....แล้ว เอาความดี ความชอบ คนเดียว พวกมันก็สบาย อยู่บนหอคอยงาช้าง เสวยสุข ...แม่ง สุดยอดของวิชา จิตวิทยา การรบ ในเมืองเลย ...น้องเอ๋ย ...ว่างๆ ให้ เจ๊กลิ้ม มันเล่าเรื่อง "ลับ-ลวง-พราง"ให้ฟังบ้างนะ ...คราวที่แล้ว พวก PAD ก็ใช้แผนนี้ไม่ใช่หรือ...

ทุกวันนี้ น้ำลด-ตอผุด แล้ว ...ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ว่าไม่มีใครดี-ไม่มีใครชั่ว หรอก " ... เพราะมันก็เหี้ยๆ กันทั้งนั้น ....ดูอย่างคราวปิดสนามบิน...มันหลอกใช้พวกมึง อ้างทำเพื่อชาติ ...ถุย ...เพื่ออำนาจ เพื่อพวกพ้องของมันสิไม่ว่า ... แล้วเป็นไง วันนี้ คนของ PAD ได้เป็นใหญ่-เป็นโต อะไรบ้าง ...จะติดคุกหัวโต ไม่ว่า ...ไอ้ลิ้ม และพวก มันถึงต้องมาเล่นการเมืองเพื่อ เอาพรรคการเมืองมาคุ้มกะลาหัว กลัว ตหาร เอาชีวิต... โธ่เอย...อนาถใจ ขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้ ...

พวกคุณ มันไม่มี อุดมการณ์อะไรหรอก ... แค่ หัวรุนแรง ...ใจภักดิ์-ลักจำ โดนไอ้ ลิ้มป้อนข้อมูล ให้ เลยกลายเป็นสมาชิก พรรคคุณธรรม ไล่ ปราบพรรคมาร ไปทั่ว เลย ...แต่หารู้ไม่ ว่า ที่ทำไปนั้น ....ถูกหลอก...

@เพลงยาวพยากรณ์

@เพลงยาวพยากรณ์
กรุงเทพทวาราวดีศรี
พุทธศกสองห้าห้าสามปี
เกิดมีมหาวิกฤตการณ์

@ระอุอ้าวผ่าวร้อนฝนหนาว
เดือนดาวดินฟ้าอาเพศผสาน
สัปปุรุษ จะแพ้แก่อันธพาล
ฝูงมารทั้งผองจะครองเมือง

@ระเบิดบาปบ้าจะระบาด
เอมเจ็ดสิบเก้าสาดกระสุนเรื่อง
อุจจาระปลาร้าไม่เปล่าเปลือง
จะเป็นเครื่องอาวุธยุทธยง

@ผู้มีอำนาจจะกัดกัน
หญ้าแพรกทั้งนั้นจะเป็นผง
พวกผีโม่แป้งจะแห้งลง
วิ่งเวียนว่ายวงหลงป่าช้า

@เหตุผู้มีสินจะสิ้นทรัพย์
ยิ่งดิ้นยิ่งดับสาหัสสา
ผู้มีวิชาไร้ปัญญา
ผู้กล้าก็จะเสื่อมซึ่งหัวใจ

@กงจักรจะกลายเป็นดอกบัว
คนชั่วก็จะฉวยโอกาสใหญ่
หวังแต่คนไทยที่เป็นไท
แก้ไขสถานการณ์ทันการเอย

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
พฤ.๑๘/๒/๕๓

คุณคนระยอง

คุณคนระยอง อริสมันต์พูดออกมาจากปากตัวเองว่าให้เสื้อแดงทุกคนถือขวดเปล่าเข้ากรุงเทพ ฯ แล้วเติมน้ำมันเพื่อจุดไฟเผา กรุงเทพ ฯ คุณคงไม่กล้าบอกนะว่าเป็นอริสมันต์ตัวปลอมสวมหน้ากากอริสมันต์เข้ามา ที่พวกคุณเข้าไปชุมนุมป่วนคนกรุงเทพ ฯ ไม่คิดว่าพวกเขาต้องเสียหายเท่าไร ชาติต้องเสียหายเท่าไร แล้วยังมีแผนการณ์เผากรุงเทพ ฯ อีก อย่างทำเป็นพูดสองมาตรฐานไป

สวัสดี...คุณไฟ เมื่อวานไม่ได้

สวัสดี...คุณไฟ

เมื่อวานไม่ได้ตอบ...คอมฯ ไม่ว่าง...เลยไม่ได้เข้ามาอ่านต่อ...ก็ไปสอนการบ้านลูกง่ะ...(ดูประกวด The Star เป็นเพื่อนลูกไปด้วย)

คุณไฟ...อย่าลืม! รักษาสุขภาพด้วยนะ

ถึง....คนระยอง

ถึง....คนระยอง (ฮิสั้น)...เอาเป็นข้อๆ เลยนะ

1. คุณบอกให้เราลืมหู...ลืมตา (เราว่าคุณเตือนตัวเองดีกว่ามั๊ย!)....เพราะเขาได้ดูกันทั้งบ้านทั้งเมืองว่า "อ้ายกี้ อมฮอร์ล"มันพูดบนเวทีสีแดง....ฮั่นแน่ คุณ อย่า ลับ ลวง แหล ว่า อ้ายกี้ตัวปลอม อีกนะ

2. ไม่ต้องยุให้เกลียด ปชป.เลย...เรารู้ เราติดตาม ณ ตอนนี้ ยังเชื่อมั่น นายกฯ อภิสิทธิ์สุดหล่ออยู่...เหมือนเคย เคารพ นับถือ อดีตนายกฯ ชวน ยังไง ยังงั้นเลย...(แถมเหตุผลให้ก็ได้ ณ ห้วงเวลานี้ ไม่เห็นมีใครเหมาะสมจะเป็นนายกฯ เท่า มาร์ค สุดหล่อ เลย)...ยิ่งฟากฝั่งฝ้ายแค้นละก็ พี่เหลิม เจ๊มิ่ง อภิวาน...บรื๊อ! น่าขนหัวลุก

3. เรื่องคุณ "สนธิ" เราพูดบ่อยมาก เพราะถูกยัดข้อหาเป็น "สาวกโกเต็กซ์ลิ้ม" บ้าง เป็นลูกหลานอำมาตย์ บ้าง...บางครั้งเวปนี้ว่า "เราเป็น สนช." "บางวันว่า เราอยู่ "สถาบันพระปกเกล้า"....ดีจริงวุ้ย! เป็นหลายอย่างดี

ไม่ต้องห่วงเรา...อายุปูนนี้แล้ว...ไม่มีใครหลอกเราได้ง่ายๆ หรอก...(เราไม่ใช่พวกชักเข้าชักออก อัลไซเมอร์ เอ๋อ! ตอนแก่ เหมือน พ่อใหญ่จิ๋ว หวานเจี๊ยบ นี่นา พี่ยองฮิสั้น)

ขอบคุณกลอนที่แสนไพเราะ...ซาบซ

ขอบคุณกลอนที่แสนไพเราะ...ซาบซึ้ง...กินใจ...ของท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์...(ที่เขียนเตือนสติคนไทยทุกท่าน)

ผมมาลองคิดขยาย

ผมมาลองคิดขยาย ทฤษฎีวัวกินหญ้าต่อ

ถ้าวัวมีนม เทียบได้กับ ชินและบริษัทปันผล และลดค่าบริการ

ดังนั้นผู้ที่ได้ใช้บริการที่ถูกลง และได้รับปันผล เหมือนได้กินนมเข้าไป ตัวอ้วนพี (อันนั้นเป็นลูกเล่นคำเลียน)

ก็แยกแยะไม่ได้ว่า ร่างกายนั้นเกิดจากอะไรกันแน่ ให้ยึดวัวด้วย คนด้วย ทั้งหมด

วัวขี้เป็นเศษหญ้า เป็นปุ๋ยที่ของชาวนา ที่ของชาวนาก็ต้องตกเป็นของรัฐ ชาวนากินข้าวตัวอ้วนพี

คนกินนม มีแรง แรงส่วนนึงมาจากรัฐ เอาแรงไปทำ ... ก็จะต้องตกเป็นของรัฐ ...

เรืื่่องแปรรูปรัฐิสาหกิจยังเป

เรืื่่องแปรรูปรัฐิสาหกิจยังเป็นข้อถกเถียง...แต่จะชี้ให้เห็นว่า การบริการของเอกชน ดีกว่ารัฐวิสาหกิจมาก เช่น โทรศัพย์

การสื่อสาร การขนส่ง ...รัฐวิสาหกิจในเรื่องแบบนี้ ควรยุบไปเสียด้วยซ้ำ....แต่ประเด็นนี้ เป็นเรื่องยึดทรัพย์ ก็ต้องว่าเป็นประเด็นไป

ไม่ใช่ว่า กล่าวหาว่า ข่มขืน แต่ไปฟ้อง ข้อหา ลักทรัพย์ มันคนละเรื่องกัน....พวกเหลือง ..มันเป็นแบบนี้ จิงๆ

โง่...จับประเด็นไม่ค่อยถูก

การบินไทย..ไม่ควร..แปรรูป

การบินไทย..ไม่ควร..แปรรูป แต่.. ควร ยุบทิ้ง ไปเสียดีกว่า เลี้ยงไว้ ก็ เปลืองข้าวสุก

คุณช่วยวิจารญ์การทำงานของรัฐบ

คุณช่วยวิจารญ์การทำงานของรัฐบาลยุคปัจจุบันนี้ด้วยได้ไหม ?

ครับ เรื่องเกี่ยวกับคดีความ

ครับ เรื่องเกี่ยวกับคดีความ เป็นเรื่องของกระบวนการเป็นหน้าที่เฉพาะที่เราจะมาใช้ความรู้สึกส่วนตัวตัดสินหรืออกแบบความผิดใครไปก่อนแบบมี"ธง" จนมีการวางเกมวางแผนการล่วงหน้าก่อนคำตัดสินออกมาด้วยซ้ำ

เรื่องนี้ต่างหากที่ควรเป็นห่วงนั้นคือโครงสร้างกระบวนการยุติธรรมเราตอนนี้เป็นอย่างไรปกติอยู่หรือไม่? มันเป็นการปฎิวัติโดยศาล(ตุลาการอภิบาลนุมัติ)อยู่หรือไม่? ทั้งขบวนการชงพยานหลักฐานจากคตส.ก็คือคมช. ที่ถึงจะไม่ผูกขาดการชงพยานหลักฐานโดยทีเดียวมีการให้ชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวหาบ้าง แต่กระบวนการหลายเรื่องมัดมือชก

เข้าข่ายคล้ายๆกรณีคดีเชอรรี่แอนด์สมัยนั้นที่กระบวนการชงพยานหลักฐานชงสำนวนผูกขาดไว้กับงานตำรวจหรือกระบวนการยุติธรรมชั้นต้นผูกขาดงานชงพยานหลักฐานไว้ที่งานตำรวจขณะนั้นผลคือคดีแบบเชอรรี่แอนด์เต็มบ้านเต็มเมือง

จนผมและอ.คุณหญิงหมอพรทิพย์ฯ(มาข่าวดังช่วงคดีห้างทองที่ท่านไฟ้ต์กับงานตำรวจจนเราได้นิติวิทย์ฯมาคานงานตำรวจและได้ดีเอสไอในกรณีคดีพิเศษ) นั้นคือผลจากการต่อสู่เชิงโครงสร้างงานระบบยุติธรรมที่เป็นรูปธรรม

มันโยงกับเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร ผมชี้ชัดเลยกรณีตรงนี้มีการใช้กระบวนการ"ยุติโดยทำ"หน้าด้านๆกว่าเถื่อนกว่าของกรณีเชอรี่แอนด์เชิงโครงสร้าง(แม้เนื้อหาการเอาผิดนักการเมืองที่มีแนวโน้มว่าโกงจริงแต่บนข้อกล่าวหาชตพ.กันด้วยกระบวนการที่ถูกต้อง)

คือเรื่องนี้จุดเริ่มต้นคือโจรเลยนั้นคือคอมอซอด้วยการให้คลอดคตส. แล้วใช้อำนาจในกฎหมายโจรม.309ฟอกอำนาจบทบาทหน้าที่ให้โจร(ของเชอรรี่แอนด์คือยังเริ่มต้นที่ตำรวจ)

ดังนั้นกระบวนการโจรตอนนี้ทำหน้าที่ได้เพราะกฎหมายโจรรองรับ(ม.309)ตรงนี้ตอนนี้พูดถึงโครงสร้างก่อนส่วนเนื้อหาในความผิดนั้นอีกเรื่องหนึ่ง? แต่เจตนาเพื่อจะชี้ให้เห็นถึงขั้นตอนในกระบวนการยุติโดยทำ ต่างจากยุติธรรมอย่างไร?

การไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมไทยตอนนี้ไม่ใช่ไม่ยอมรับในตัวอำนาจศาลหรือความสักดิ์สิทธิของอำนาจศาลในบ้านในเมืองถ้าไม่เคารพก็ไม่ต้องถามถึงขื่อแป?(แม้ความจริงอำนาจศาลตอนนี้ทำหน้าที่ไม้กระดานค้ำยันดันอำนาจอื่นๆจนโย้ในโครงสร้างร.50)ยังไงมันก็คือกกหมายสูงสุดขณะนี้ต้องยอมรับ

แต่เราปฎิเสธโครงสร้างของกระบวนการก่อนถึงอำนาจศาล(แม้ตอนนี้อำนาจศาลเราจะถูกปฎิวัติโดนอำนาจศาลอยู่ไม่ใช่อำนาจศาลปกติแต่เอาแค่ตรงนี้ก่อน)

คือเอาแค่จุดเริ่มต้นก็โจรแล้ว?แต่เราฟอกโจรคอมอซอผ่านการทำคลอดคตส.ด้วยกฏหมายโจรม.309มันจึงจบลงที่ตรงนี้ นั้นคือประหารชีวิตด้วยกระบวนการยุติโดยทำแบบโจรโดยใช้ศาลรับรอง(คือเท่าที่ผ่านมายึดทรัพย์ด้วยหน่วยงานอื่นโจรแบบอื่นไม่ใช่ศาลจึงที่สุดต้องคืนเขา แต่ตอนนี้ต้องใช้วิธีการฟอกความผิดให้โจรในการรับรองการปล้นด้วยม.309)

แม้เนื้อหาเบื้องต้นบนสมุมติฐานการเอาผิดโจรคอรรัปฯทำไมผมจะต้องไปอะไรมากมายควรห่วงความเสียหายบ้านเมืองมากกว่า ใช่ครับแต่สิ่งที่ผมห่วงมากกว่านั้นคือบรรทัดฐานมาตรฐานนิติรัฐนิติธรรม มันสร้างผลกระทบถึงประเด็นความน่าเชื่อถือ,ความเชื่อมั่นในรัฐนั้นๆ ตรงนี้มหาศาลมากในหลายๆมิติ

ซึ่งรวมไปถึงบรรทัดฐานในคดีประวัติศาสตร์นี้ ถ้าออกมาแบบปฎิวัติโดยศาลแบบที่แล้วๆมา(ยุบพรรคจับตอน111กฎหมายย้อนหลังเอาผิดแบบนั้นถ้าไม่ใช่ศาลพระภูมิกฎหมายที่ไหนในโลกเขาทำกัน)

แต่เรื่องนี้ที่ผมชี้เชิงโครงสร้างการใช้กระบวนการยุติธรรมมันถูกปล้นด้วยกฎหมายโจรคอมอซอม.309เรื่องนี้คดีจะออกมาอย่างไร? ผิดก็ต้องเป็นถูก(เพราะเขานิรโทษกรรมความผิดให้โจรแล้วในกฎหมายนี้) แล้วถ้าถูกคืออำนาจศาลเอาผิดเขาได้อย่างตรงไปตรงมา แต่ความรู้สึกที่คาใจปชชงมันก็คงยังต้องผิด(เพราะตัดสินภายใต้กกหมายโจรไปเอาผิดโจรความน่าเชื่อถือมันจะมีหรือไม่?

ประเด็นโครงสร้างกระบวนการ"ยุติทำ"(ถีบหรือเอาตีนทำ)มันจึงจบตรงนี้แล้วครับ???

คุณ Arismarn

คุณ Arismarn ช่วยวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ด้วยได้ไหม เพราะท่าทางคุณจะแสนรู้ดี

การทำความดีให้แก่ประเทศชาติ

การทำความดีให้แก่ประเทศชาติ หากแม้มีเพียงหนึ่งคนในครอบครัว เช่น คุณทักษิณ ทำดีก็เพียงพอแล้ว ทำไมต้อง

ขุดเอาคนในตระกูลเขามาด่าอย่างหยาบคาย อยากถามแล้วโคตรเหง้าตระกูลของคุณเป็นใครได้ทำความดีอะไรปรากฏ

บ้าง ว่าง ๆ คุณควรไปเช็คต่อมอิจฉาบ้างว่าต่อมนี้ทำงานโอเวอร์มากไปหรือเปล่า

มาที่เนื้อหาในฐานความผิด(ตรงน

มาที่เนื้อหาในฐานความผิด(ตรงนี้ขอไม่ลึกเพราะเราไม่ใช่เจ้าหน้าที่หรือหน้าที่โดยตรงใกล้ชิดฐานข้อมูลทุกกระบวนการตามหน้าที่เฉพาะ) แต่จากการให้ข่าวแบบสาวไส้ ข้อมูลแบบนี้มันมากองประจานก่อนถึงหน้าศาลแล้ว ผมจึงเก็บตกเอาตรงนี้ จึงขอออกตัวว่าไม่บังอาจนั่งบัญลังแทนศาล แบบปชป.หรือคนไทยส่วนใหญ่ทำกันขณะนี้

จนมันมีมาตรการล่วงหน้ารองรับผลตัดสินล่วงหน้าออกมาแล้ว เพราะเนื้อหาฐานความผิดนี้ ผมขอแยกเป็นประเด็น

ฐานความผิดบุคคล,และฐานความผิดบุคคลที่ถูกกล่าวหาไปยังบคคลอื่นที่สองที่สาม(ลูก,เมีย)
จนถึง ฐานความผิดเชิงนโยบาย? แต่เท่าที่ดูข้อกล่าวหาของคตส. แล้วเขาใช้วิธีการจับมาเขย่ามั่วรวมกันเป็นฐานความผิดอันเดียวกันครับ(ไม่งั้นทฤษฎีโคกินหญ้าคงไม่เกิด)

แม้ทั้งหมดมีความเชื่อมโยงทับซ้อนผลประโยชน์ทับซ้อนโยงมาหาบุคคลคนเดียวที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาแต่เนื้อหาในฐานความผิดที่แยกแยะไว้ทั้งในข้อกฎหมายและฐานความผิดเชิงบุคคล

โดยเฉพาะฐานความผิดเชิงนโยบายตรงนี้ละเอียดออ่อนมากครับ เพราะถ้าจะเอาตรงนี้รบ.ที่ผ่านมาก่อนทักษิณผิดมหาศาลอลังการชนิดทริปเปิ้ลคูณ(สามคูณสี่)เลยต่อมูลค่าความเสียหายจากนโยบายผิดพลาด เอาใกล้ๆสมัยค่าเงินบาท กี่ล้านๆๆบาท แล้วโยงไปถึงปชป.สมัยชวน1 ในนโยบายปล่อยเงินไหลเข้าอย่างขาดธรรมาภิบาลหรือการบริหารจัดการที่ดีจนไปให้กลุ่มทุนนักการเมืองและทุนศักดินาเอาไปผลาญเหลือเศษมาถึงรากหญ้าเท่าไหร่แล้วเสียหายมาใครจ่ายใครรับผิดชอบตัวจริงปชช.ตาดำๆใช่ไหม?

แต่พอเกิดNPLแผลกลางหลังห่วงใครก่อน กลับไปห่วงพวกตัวเองจะหนี้เพิ่มจนพาเอาสถานภาพเหยื่อในระบบ หมูสยามหลังหวะแผลเอ็นพีแอลเน่ากลางหลัง จึงตัดสินใจสู้เต็มตัวกับเหยี่ยวเวหานักล่าค่าเงินฯ เพราะกลัวพวกตัวเองหนี้เพิ่ม? มากกว่าห่วงชีวิตลมหายใจประเทศชาติ? ที่สุดสังเวยเหยี่ยวเวหาความเสียหายคงไม่ต้องพูดถึงแล้วใครจ่ายล่ะมหาศาลเลย?

คนสร้างเรื่องไว้ชวน1 กับมากระทืบซ้ำปัญหาด้วยชวน2กับปรส.บบส.นั้นคือกระบวนการบีบไข่เขียวคนไทยมัดมือชกให้ฝรั่งแบบเหมาเข่งตีไปถามจีอีฯสิ? ขายแยกเข่งดีโดยที่ปรส.ขายเหมาเข่งแบบให้ฟรี? โดยที่ไปบีบไข่เขียวคนไทยให้ต้องไปเปิดท้ายขายของหรือโชว์ไข่เขียวว่าใครโดนมากโดนน้อยกว่าใครไข่ใครเขียวกว่ากัน(เปิดท้ายขายของ)สมัยนั้นเพราะอะไร เพราะไปบีบคนไทยให้ต้องทิ้งกิจการ

ไม่สามารถรวมทุนมาซื้อกิจการตัวเองได้ด้วยเงื่อนไขกติกาปรส.แบบบีบไข่เขียวคนไทยทุบให้บ.ข้ามชาติฝรั่ง ด้วยหวังแค่แรงจูงใจเงินก้อนโตแบบเงินเข้ามหาศาลความเสียหายมหาศาลแค่ไหน นโยบายใช่ไหม? แล้วถ้าตรวจสอบใครได้ใครเสียในจังหง่ะแบบนั้น

เทียบกับเรื่องทักษิณตอนนี้คนล่ะเรื่องเลย มาที่สมัยนายกคอมอซอ(สุรยุทธ) กับกติกาช็อคโลก"หมากเก็บโลกตะลึง"อะไรอย่างไรไปถามหม๋อมอุ๋ยรู้ดี(ก็กติกาช็อคตลาดหลักทรัพย์ฯอ้างอิงเศรษฐกิจพอเพียงช็อคตลาดตอนนั้น)เพราะเราหักดิบ360องศาจนเขามองว่าเราจะพึ่งพาตัวเองเท่านั้น(เพราะตีความไปตามจริตคนส่งสัญญานผิดพลาดตรงนั้นตอนนั้น เสียหายต่อหลักการณ์ที่ดีในพระราชดำรัชด้วยซ้ำ)

นโยบายรัฐาลสมัยนั้นใช่ไหม?เสียหายเท่าไหร่ ใครรับผิดชอบล่ะ? เอามาใกล้ที่สุดรบ.สมัยนายกมาร์คหุ่นยนต์V1นี่ล่ะมาบตะพุดว่าไง?มหาศาลขนาดไหน(คงไม่ลงรายละเอียดรู้ๆกัน) ผิดพลาดด้านนโยบายหรืออะไร? ใครต้องรับผิดชอบ กรณีหวยออนไลน์เหมือนกันถ้าอ้างเป็นนโยบายที่ชัดเจนมาตลอดทำไม

มันชัดเจนจนซัดนักลงทุนจมูกไวหลงทางไปไกลสร้างความเสียหายไปไกลขนาดนั้น? จนมากลับลำภายเท็จจริงๆๆเขาดื้อเองหรือตัวเองไม่ชัดเจนเอง สรุปที่ต้องชดเชย เงินใคร แล้วใครบริหารนโยบายล่ะ? ใครต้องรับผิดชอบล่ะ ? ต้องลาออกหรือต้องปฎิวัติแบบทักษิณแล้วยึดทรัพย์ด้วยมาตรฐานเดียวกันไหม?

แล้วถ้าจะให้ไล่ให้หมด ฝ่ายที่ไล่บีบไล่ตีไล่บี้ทักษิณตลอดสามสี่ปีมานี่ประเมินเป็นความเสียหายต่อรัฐทั้งกรณีปฎิวัติ,พธม.เผาเมือง ปิดสนามบินการบริหารช่วงที่สรุยุทธโดยคอมอซอ.หลายเรื่อง ทั้งเขายายเที่ยง "หมากเก็บโลกตะลึง"มาบตะพุด(ภาคสองภาคต่อของหมากเก็บโลกตะลึง)ที่โยงกับผู้บังคับบัญชารัฐบาลสองรบ.นี้ตัวจริง บนความรับผิดชอบที่แท้จริงต้องไปถึงใคร?

ทำไมไม่มีปฎิวัติยึดอำนาจ ยึดทรัพย์เอาผิดเพราะถ้าเอาผิดได้จากฝั่งนี้ทั้งหมดแบบที่ไล่บี้ทักษิณ ผมว่ามันมหาศาลหลายล้านๆบาท เอามาทำไมแค่7หมื่นกว่าล้านบาท ถ้านั้นคือนโยบายปราบคอรัปฯหรือหาเงินคืนให้ปชช. ทำไมมันปล้นทรัพย์โจรด้วยกันมาได้แค่ฝั่งเดียวแค่นี้ล่ะ?มันกี่มาตรฐานกันแน่ล่ะ?บ้านนี้เมืองนี้???

คุณ เก๋าเจ้ง

คุณ เก๋าเจ้ง พูดว่าจะไม่เป็นขี้ข้าคนเลวอย่างทักษิณ หมายความว่าคุณยอมเป็นขี้ข้าคนดีอย่างพวกอภิสิทธิ์ อย่างพวก

คนดีในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งกำลังถูกขุดคุ้ยเรื่องทุจริตอย่างมโหราณ และเป็นการทุจริตแบบหน้าด้าน ๆ พวกคุณยินดี

พอใจกับความเป็นไปของบ้านเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้ก็แสดงว่าพวกคุณเป็นพวกบัวใต้น้ำ

คุณไฟ คนมักใหญ่ใฝ่สูงของคุณ

คุณไฟ คนมักใหญ่ใฝ่สูงของคุณ คือ คนที่ทำเพื่อคนจน คนที่ปราบยาเสพติด คนที่ปราบมาเฟียร์หวยใต้ดิน หรือ ?

ถ้าอย่างนั้น คนดีของคุณ คือ คนที่ฆ่าประชาชนมือเปล่า คนที่ทุจริตคดโกงชาติอย่างหน้าด้าน ๆ อยู่ขณะนี้ ใช่ไหม ?

สรุปครับ

สรุปครับ เกมกาสิโนอำนาจสีเทา???

ก็ในเมื่อมันเทาๆเท่ากันทั้งคู่ดังนั้นการเพ่งโทษเอาผิดหรือล้างเทาได้เฉพาะเทาใดเทาหนึ่งที่สุดมันก็จะคงสีเทากว่าที่ไปทับเทาที่อ่อนกว่า(อำนาจต่อรองน้อยกว่า)ให้สีมันยิ่งมืดดำคือถ้าฝ่ายที่ไล่บี้ทักษิณขาวจั่ว หรือฝ่ายธรรม

ตรงนี้คุณมีความชอบธรรมเต็มที่ในการล้างเทาออกไปแต่ตอนนี้แบบนี้ไม่ใช่? ผมจึงเห็นว่าถ้าเป็นแบบนี้ ตีกันพอประมาณให้นวดหน้าด้วยฝ่าเท้ากันอย่าง"พอเพียง" เอาแค่สังสอนอย่าเอาถึงตายหรือฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กัน เพราะมันจะสร้างเงื่อนไขมากกว่าขจัดให้ราบคาบหรือเบล็ดเสร็จเด็ดขาด(เป็นไปไม่ได้หรอกขนาดเขมรฆ่าล้าเผ่าพันธุ์เป็นล้านที่สุดฝ่ายที่อยู่ไม่ได้ก่อนคือฝ่ายไหนในสามฝ่าย)

หรือประเมินว่าอย่าตีงูแค่หลังหัก เอาให้ตาย ทฤษฎีนี้ใช้ได้เฉพาะคนกับงู แต่ถ้าคนกับคน สถานะมีมือมีเท้ามีสมองสองขาเท่ากันการตอบโต้แบบคนจึงคนล่ะอย่างกับงู? มหากาพย์แน่นอนครับ ? มันจะสร้างเงื่อนไขเป็นมหาเงื่อนไขเปล่าๆส่งเงื่อนไขอยุติธรรมลงมาจากต้นน้ำลงมาปลายน้ำ

แล้วคุณก็จะเอากระสอบทรายแบบเก่าๆ เอาขี้เฒ่าไปกลบเตาปฎิกรณ์ปัญหาไว้ที่ปลายน้ำเอาความคิดเก่าๆไปวิดเงื่อนไขน้ำท่วมพันปีที่ปลายน้ำมันไม่จบง่ายๆหรอกครับ? บานปลายและมหากาพยืแน่นอน ถ้าต้นน้ำยังส่งเงื่อนไขตอกย้ำความอยุติธรรมซ้ำเติมเงื่อนไขลงมาเรื่อยๆแบบนี้

ดังนั้น ถ้าจะตีก็ตีแค่สั่งสอน? หรือจะยึดก็ควรยึด"พอประมาณ"ตามฐานความผิดจริงของบุคคลอย่ามั่วไปหาคนอื่น?(แบบกรณีเหมาเข่งจับตอนน111มั่วระบบนิติรัฐกับการย้อนหลังไปเอาผิดแบบนิทานมแสอกับลูกวัวกินน้ำในลำธารเดียวกัน)

หรือเพราะมันดื้อมากมันดิ้นไปไกลสร้างเรื่องสร้างราวไปถึงไหนแล้ว แค่นั้นไม่พอไม่หลาบจำ จนต้องมีการนวดหน้าด้วยฝ่าเท้าเพื่อเรียกสติ ก็ควรนวดหน้าด้วยฝ่าเท้ามันอย่างพอเพียงเพื่อให้มันพอดีกับฐานความผิดที่เขาทำไว้ อย่ามั่วจนมันขยายให้บานปลายไปแบบที่พยายมทำอยู่ เอาแค่นวดหน้าด้วยฝ่าเท้า(กระบวนการยุติโดยทำและถีบ)มันอย่างพอเพียงแค่นั้นพอ???

ครับ"ทฤษฎีวัวกินหญ้า" ผมว่าให

ครับ"ทฤษฎีวัวกินหญ้า"

ผมว่าให้เรียกใหม่ว่าทฤษฎี"พระโค"(เสี่ยงทายแรกนาขวัญ) ดีไหม?

อย่างแรกให้เกียรติศาลหรืองานตุลาการฯ คือถ้าไปเรียกน้าวัวน้าวัวเดี๋ยวท่านโกรธ แล้วทรงพระขวิดเอา?

ตอนนี้เรายังเดาไม่ออกว่าพระโคจะเสี่ยงทายคำตัดสินออกทางไหน? จะเลือกกินหญ้ากิน รำ กินถั่วกินงาหรือนึกเเฮฮานาก้า โจ๊ะเหล้า? เราก็อย่าพึ่งไปเดาใจเดี๋ยวท่านโกรธให้ทรงพระขวิดเอา?

เอางี้ตอนนี้เราเดาใจพระโคไม่ออกอย่างแรกที่ควรทำคือเปลี่ยนจากชื่อน้าวัวน้าวัวมาเรียกพระโคแทนจะรื่นหูกว่าดีไหม?555

เพิ่มเติมกรณีฐานความผิดเชิงนโ

เพิ่มเติมกรณีฐานความผิดเชิงนโยบาย(ที่ตรงนี้ละเอียดอ่อนมากจนผมยกตัวอย่างร่ายยาวมาเพื่อเจตนาแยกแยะฐานความผิดบุคคลให้ชัดกับฐานความผิดเชิงนโยบาย)

เพราะถ้าคุณอธิบายสิ่งนี้ไม่ชัดทุกกรณีที่ผมอ้างมาทั้งที่เอ่ยและไม่เอ่ยถึง? อีกมายมายที่เกิดความเสียหายต่อรับเชิงนโยบาย ทำไมไม่มีใครที่จะตามไปไต๋สวนถามหาเอาผิด ทั้งที่เหตุเกิดในแฟคฯและแอ๊คฯเดียวกัน(เอาแค่ปฎิวัติ49มานี่สองฝ่ายสร้างความเสียหายต่อรับมากมายหลายกรณี)

แต่เนื้อหาของความผิดเชิงนโยบายนั้นมันเป็นเนื้อหาที่โยงหลายตัวแปรมาก มีคนเห็นต่างกันมากในประเด็นเรื่องเสียหายหรือไม่เสียหาย เพราะนโยบายยึดโยงฐานเสี่ยงการสนับสนุนในการขอความเห็นชอบผ่าน นโยบายก่อนได้รับประชามติเป็นรบ.มาได้

ดังนั้นการมอบอำนาจให้เป็นรบ.จึงมาจากนโยบายที่เขาชอบไว้วางใจที่ยึดโยงมาจากปชชผุ้เลือกเขาตามปชต.เป็นที่ตั้งในการอนุญาติให้เป็นรบ. ดังนั้นนิยามความเสียหายหรือไม่เสียหายมันจึงละเอียดอ่อนผ่านหลายมุมมองมาก เช่นกรณีหวยออนไลน์ หลายฝ่ายตอบรับ(แม้แต่ผม)

แต่ในนโยบายตรงนั้นกลับซ่อนความเสียหายต่อรัฐ(กรณีชดเชยจากความไม่ชัดเจนในนโยบายตลอดจนความไม่สามารถบริหารจัดการปัญหาอย่างเข้าถึงปัญหาที่แท้จริงตรงนี้เคยพุดในนี้แล้วว่าอะไรอย่างไร) มันเป็นการแก้ไขปัญหาบริหารจัดการตามกระแส เอาใจบางมิติของปัญหามากกว่าแก้ไขปัยหาอย่างเข้าถึงปัญหาอย่างยั่งยืนตรงโจทย์จริงๆ

นี่ไงครับความละเอียดอ่อนในนิยามความเสียหาย หลายคนมองต่างกัน? ฝ่ายที่ชื่นชมก็บอกว่าไม่เสียหาย? จนละเลยข้อเท็จจริงบางอย่างนี้ไป เช่นกรณีชดเชย นั้นความผิดจากใคร ถ้าชัดเจนทำไมต้องชดเชย? แล้วที่ชดเชยเพราะไม่ชัดเจนใช่ไหม? แล้วเงินใคร?ใครต้องรับผิดชอบ?

นี่แค่ตัวอย่างเล็กๆอย่างแรกมันยังยุ่งเลย? ยังไม่รวมกรณีมาบตะพุด(เพราะนี่มันโยงไปถึงผู้กำกับผู้บังคับบัญชารบ.ทำยุ่ง) เห็นไหม?มันยุ่งเสียหายขนาดไหน ? แต่คนที่ได้ส่วนหนึ่งเช่นปชช.ในแถบนั้น ก็บอกว่าไม่ได้เสียหาย แต่เป็นความชอบธรรมและเป็นนโยบายที่ดี?

แล้วถ้าไปเอาผิดต่อฐานความผิดที่บริหารจัดการต่อนโยบายนั้นผิดพลาด เขาไม่เห็นด้วยว่าเสียหายแต่คือผลงานล่ะ? เช่นกันหลายกรณีของนโยบายทักษิณ มันมีลักษณะคล้ายๆแบบนี้ที่มันตีความได้หลายกรณีมาก อย่างแรกเสียหายหรือได้? ใครเป็นคนตัดสิน? เพราะมีคนได้คนเสียจากนโยบายนั้นๆ?

การฟันธงว่ารัฐเสียหาย แต่ในนิยามตรงนั้นมันมีปชช.ได้ประโยชน์มหาศาลส่วนหนึ่ง ตกลงมันเสียหรือมันได้?ตรงนี้ตรวจสอบยากครับ? แล้วถ้าเอามาเป็นเงื่อนไขยึดทรัพย์ ต้องแยกแยะให้ชัดครับว่า นโยบายกับฐานความผิดคอรัปชั่นเชิงนโยบายที่โยงมาหาตัวบุคคลมันต่างกันอย่างไรในแต่ละกรณี?

ต้องแยกในการโยงให้ชัดก่อนฟันธงเป็นคำตัดสินครับตรงนี้สำคัญครับ(เพราะคตส.ชงมาอย่างเหมาเข่งให้ศาล แล้วระบบศาลไทยตบตามพยานหลักฐานส่วนใหญ่มีศาลไทยที่ไหนลงไปค้ยข้อเท็จจริงที่ควรแยกแยะในเข่งบ้าง?

แต่ถ้าคุณไม่ชัดเจนตรงนี้อย่างเสี่ยงครับ? (ไม่ได้ขู่ศาลครับบอกตรงๆเพราะตุลาการอภิบาลนุมัติสร้างเรื่องไว้ผิดพลาดหลายๆเรื่องบนมาตรฐานที่"เอาตีนทำ"(ยุติโดยทำ) ไม่ใช่"ยุติโดยธรรม"หลายกรณีจนผมไม่ไว้ใจว่าจะยุติโดยทำ(ตีนทำ)หรือ"ธรรม" บนผลงานที่เคยใช้ตีนทำมาแล้ว

เพราะสร้างเงื่อนไขบานปลายแน่นอนอย่างเช่นการย้อนหลังเอาผิดได้กรณีจับตอน111 แล้วทำไมกลับไปเอาผิดกรณีปรส. หรือหลายเรื่องในรบ.ชวนปชป.สรุยุทธหลายกรณีครับรวมไปถึงการบริหารเชิงนโยบายผิดพลาดหลายอย่างในรบ.นี้(ที่ยกตัวอย่างมาหลายอันเลย) ทำไมเลือกปฎิบัติล่ะ(อันนี้ไม่ย้อนหลัง)

ครับงานศาลถ้าคุณทำตัวให้มีเกียรติ มีอิสระทรงไว้ซึ่งความเป็นศาลสถิตย์ยุติธรรม ไม่ใช่ศาลสถิตมดง่ามดงผลประโยชน์การได้เสียทางการเมือง(กรณีค่าขนมศาลมีให้เห็นจะจะแล้วไม่ใช่ข้อกล่าวหา)ด้วยการลงมามั่วทุกสนามในสถานะผู้เล่นมั่วเหนือกว่าผุ้เล่นเท่ากัน(เจ้ามือบ่อนกาสิโนอำนาจ)ไม่ใช่ผุ้ระงับเหตุแบบนี้?

นั้นคือท่านลดเกียรติ ลงมาเป็นผู้เล่นมั่วในวงสหาบาทสหบาทาฝุ่นตลบ(CHAOS)ตรงนี่ขาใครพาดก้านคอใครแม้แต่ศาล จะไปโทษใครเขาล่ะ(ที่โดนแบบนั้น) แล้วใครแหย่ขาลงมามั่วไปมั่วกับเขาล่ะ? ที่แม้แต่ทฤษฎี วัวๆตรงนี้ตอนนี้ กับการเสี่ยงทายคำตัดสินตอนนี้ ใครจะเดาใจท่านออกว่าจะทานหญ้าหรือทานถั่วงา?เป้นอาญษคำตัดสินแบบใดมาตรฐานแบบไหน แต่ถ้าแบบที่แล้วมา เขาเรียกพระโคนั้นก็ให้เกียรติเกินจริงแล้ว?

ก็พยายามจะเรียกใหม่เป็น"ทฤษฎีพระโค"แล้วให้เกียรติแล้ว อยู่ที่ท่านเองต่างหาก จะยกตัวในบทบาทหน้าที่เป็นพระโคหรือวัวล่ะ???

อ้อคุณ Iterator

อ้อคุณ Iterator ถ้าสมมุติวันนั้นศาลขึ้นนั่งบัลลังก์ก็ต้องกล่าวให้เกียรติท่านหน่อยว่า"ศาลพระโคนั่งแท่น"???

จุ๊ๆๆห้ามหลุดปากเรียกชื่อเดิมท่านเชี่ยวน่ะว่า น้าวัวน้าวัว เดี๋ยวทรงพระขวิดเอา???

ทฤษฎี

ทฤษฎี หมากินขี้

มีหมาตัวหนึ่งตัวสีขาว เรียกชื่่อสมมติว่า เจ้าขาว
ถูกเลี้ยงดูอย่างดี เวลานอนก็นอนในบ้าน อาหารก็กินอาหารสำเร็จรูปดีๆ อาบน้ำอาบท่า เนื้อตัวสะอาดดี
ไม่มีเห็บไม่มีหมัด วันหนึ่งเจ้าของไปกินข้าวที่ร้านอาหารใกล้สนามฟุตบอลในชุมชน ในร้านอาหารนี้ก็มีหมาอยู่ตัวหนึ่งตัวสีดำ
เรียกชื่อสมมติว่า เจ้าดำ ซึ่งถูกเลี้ยงตามมีตามเกิด เอาไว้เฝ้าร้าน (เพราะร้านเป็นเพิง เวลาเจ้าของร้านกลับบ้าน ก็จะปิดร้าน ใ้ห้เจ้าดำเฝ้าบ้าน เมื่อเจ้าของปล่อยเจ้าขาวลง ก็ไปวิ่งเล่นกับเจ้าดำ หายไป บริเวณป่าละเมาะข้างสนามฟุตบอล
จนกระทั่งเจ้าของเจ้าขาว กินข้าวเสร็จ ก็เริ่มตามหา หมาตัวโปรด เรียกอยู่พักใหญ่ เจ้าดำกลับเจ้าขาว ก็วิ่งออกมาจากป่าข้างสนามฟุตบอล แต่ปรากฎว่า เจ้้าขาว มีสิ่งหนึ่งติดริมฝีปากมาด้วย สิ่งนั้น ทำให้เจ้าของโกรธมาก นั่นก็คือ "ขี้"

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้น แม้หมาจะถูกเลี้ยงมาอย่างดี แต่เมื่อเจอพรรคพวกพาไป เจอขี้ โดยธรรมชาติ หมาก็จะกินขี้
เพราะว่า กินมันคงจะเตะจมูก มันนั่นเอง

คุณจาตุรน พวกโจรน่ะ

คุณจาตุรน พวกโจรน่ะ ไม่สังเกตุหรือว่า พอตำรวจจับ พอไปถามก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งนั้นแหละ
คตส.มันก็อ้างไปเรื่อย

คุณจาตุรน พวกโจรน่ะ

คุณจาตุรน พวกโจรน่ะ ไม่สังเกตุหรือว่า พอตำรวจจับ พอไปถามก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งนั้นแหละ
คตส.มันก็อ้างไปเรื่อย

......คุณไปถามใจไอ้แม้วก่อนนะ

......คุณไปถามใจไอ้แม้วก่อนนะครับผม ว่าเขาคิดเช่นไร...

อ้อIterator

อ้อIterator พระโคนั้นก็มีชื่อเฉพาะด้วยน่ะ เรียกให้ถูกล่ะ? เช่นพระโคเงิน พระโคทอง พระโคเทิดพระโคทูล พระโคค้ำ พระโคคูณ เรียกให้ถูกด้วยเวลาศาลพระโคนั่งแท่น เดียวพระโค ทรงกริ้วจนทรงพระขวิดเอา555

แหม่ ...น้องก๊วยเจ๋ง พูดเพราะ

แหม่ ...น้องก๊วยเจ๋ง พูดเพราะ เชียว ...ยุคนี้ไม่มีใครเหมาะสมเป็นนายกฯ... ก็ใช่สิ แม่ง เล่น เกมส์ แท๊ตทีม รวมตัวกัน ถล่ม "ทักษิน" กันขนาดนี้ ...ทั้ง PAD-คมช-ปปช-กกต-อัยการศาลฯ-ตหารทั้งกองทัพบก-ทัพอากาศ-ทัพเรือ- ที่สำคัญ องค์มนตรีทั้งคณะ อุ้มสมกัน ...แทะ-กินงบประมาณของประเทศ ....ไม่ยินดียินร้าย ...ว่า ประเทศไทย จะเป็นอย่างไร ...วันนี้ ขอให้ ตัวกู ( อีเปรม และพวก) อยู่ดี มีสุขก็พอ...เน้น นะ ว่า "ดึงเอาใครก็ได้ มาร่วม แล้ว ค่อยเก็บ ทีละราย หลังงานสำเร็จ...

วันนี้ตอพุดแล้ว...ว่า ใครเป็นใคร อยู่เบื้องหลัง "ภาระกิจ ล้ม ทักษินก็ไม่สำเร็จ ...แถมซ้ำ จะเอาตัวไม่รอด

หากน้อง ก๊วยเจ๋ง คิดว่า "คนระยอง" จะมายุให้ คุณเกลียด "ไอ้ มาร์ค" จิ้งจกเกาะโพเดียม ...ก็ขอแจ้ง ว่า ..."แล้วแต่คุณๆ ก็ สาวก ปชป เมืองชล ...(ลืมไป ว่า ปชป พยายามยึด เมืองชล) เป็นแผนของ "ไอ้สาธิต-ปิตตุ" ชำระแค้น กำนันฯ ...แต่ยังไม่มีบารมีพอ ขอบอกไว้เลยนะ น้อง ...แค้นนี้ต้อง ชำระ...10ปี ยังไม่สาย...

วันนี้ "คนไทย" ทั้งประเทศ ( เพราะไม่มีที่ไปไหน จึงอยู่ ในแผ่นดินนี้ เกิดที่นี้-โตที่นี้-ก็ต้องตายที่นี้) แต่คนไทยมีฐานันดร ศักดิ์ ต่างกัน เพราะสืบ-สานความเชื่อมากันตั้งแต่ ปู่-ย่า-ตา-ยาย ว่า อย่าลืมตัว ต้องรู้หัวนอนปลายเท้าของตนเอง ...ว่า ใครเป็นใคร ...ใครเป็นผู้มีพระคุณ ...แต่ วันนี้ อำมาตย์ ได้ทำลายความเชื่อนั้นลงไปแล้ว ...และคงไม่มีทางที่จะกอบกู้ ความเชื่อนั้นกลับมา ให้ ชาวบ้าน "รากหญ้า" นัพถืออีกต่อไป

ก็เพราะ เหตุนี้ยังไงเล่า คนไทย ระดับ รากหญ้า ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ กำลัง ลุกขึ้นมา ใส่เสื้อแดง ...และจะมีเสื้อแดงเต็มบ้านเต็มเมือง จนกระทั้ง วันที่ เลข 10 ... มาถึง... คือวันอวสานของบรรดา"เปรม มิกา...

(ต่อ) วันนี้

(ต่อ)

วันนี้ ไม่มีใครเหมาะสมเป็นนายกหรอก "นอกจาก" มาร์ค หนีทหาร คนหล่อฟันห่าง คนเดียว ...เพราะมัน ล้ม พรรค เขาไปหมดแล้วนี้ ...มันจึงไม่เหลือใครอีกแล้ว ...แต่เป็นนายก เด็กๆ ไม่ค้า-ไม่ขาย กับเพื่อนบ้านเลย ...นอกจากโม้ อย่างเดียว

ด้วยวิสัยทัศน์ สมัยทักษิน เป็นนายกฯ มองเอเชียทั้ง 9 ประเทศ เมื่อรวมตัวกันได้ จะเป็นตลาดขนาดใหญ่ ที่ทั่วโลกต้องมาลงทุน อันมี ไทย-มาเล-อินโด-ฟิลิปิน-ลาว-เขมร-พม่า-เวียดนาม-สิงค์โป. โดยเฉพาะ "พม่า-ลาว-เขมร" ยุคนั้น ที่ทักษิน เป็นนายก ...กำลัง ขยายอำนาจแผ่ บารมีไป กำลัง สร้างถนน-หนทาง ไปมาหาสู่กัน ทำให้ผู้คนในต่างประเทศได้เห็น วิสัยทัศน์ ของ "ทักษิน" ที่กำลังจะเปิดตลาด แห่ง "เอเชีย" แม้แต่ "อาคีโน" ยังเอ่ยปากยกย่อง...

แต่อนิจา ...มีคนไทยกลุ่มที่อดยากปากแห้ง เพราะทักษิน ส่อแวว ลากยาวเป็นนายกฯ หากปล่อยไว้นาน มีหวัง แห้งตาย จึงร่วมมือกันล้มล้าง โดยไปร่วมมือกับ นักธุรกิจ สิงค์โปร์-มาเล เอาเรื่อง สนามบิน หนองงูเห่า มาเป็นเหตุ ล้ม ทักษิน ....

อย่างงี้ จะเรียกว่า "คนขายชาติตัวจริง" ได้หรือเปล่า ...

ตามมาอีก คดี ซื้อที่ดิน ต้องถูกพิพากษา ติดคุก 2ปี วันนี้ จะปิดคดี 7.6 หมื่นล้าน อีก นี้แหละ ที่คณะปฎิวัติ-รัฐประหาร ทำมาก็แค่จะ ล้มและ ยึดทรัพย์ ...และตามล่า ทักษิน จริงๆ น่า จะยึดไปตั้งแต่ ปฎิวัติเสร็จใหม่ ๆ ...มาวันนี้ ข่างดังไปทั่งโลกแล้ว คงลำบากใจไม่น้อย...

อนิจา ..."ทักษิน" กลายเป็น นักโทษ หนีคดีไปแล้ว ข้อหาขายชาติ ...รอไปอีก 100ปีข้างหน้า ลูกหลานไทย จะได้รู้ว่า ประวัติศาสตร์ของไทย จะจารึกไว้ว่า "ใครกันแน่ ที่ขายชาติ"

อย่าพึ่งตายเสียล่ะ "ก๊วยเจ๋ง......

โอย.. "ก๊วยเหี่ยว"

โอย.. "ก๊วยเหี่ยว" ประสาทกลับหรือเปล่า บทความที่ "ตามืดบอด" ก็อปมานั่นน่ะเหรอ "บทความดีๆ" ของคุณมิน่า เขาถกกันเรื่องกรอบความคิด กับข้อมูล พวกคุณพากันยกความเชื่อ มาร่วมถกแถลง ไอ้คิดแบบคุณน่ะ ผมก็คิดได้ แถมสมจริงกว่าด้วย

พวกคุณเชื่อเหลือเกินกับ "ทฤษฎีสวามิภักดิ์" น่ะ คุณสมมติมาได้ ผมก็สมมติที่ต่างจากพวกคุณได้ด้วยนะเฮ้ย เช่น "ทฤษฎีตีหลายหน้า" เพือธำรงค์ภาพ "พระเอกผู้พิทักษ์" แนวคิดนี้มีกระบวนการ ย่อยๆ มารองรับ คือ 1.อารักขา อ้างการอารักขา เพื่อสร้างความใกล้ชิด เอาภาพความใกล้ชิดไป อ้างเป็นพระราชอำนาจ หรือบางทีมีขู่กรรโชกจักรพรรดิ เพื่อให้ได้อำนาจที่ตัวต้องการ 2.ปิศาจ อ้างภาพผู้ทำลาย เพื่อตอกย้ำภาพการอารักขา 3.ทำลายคู่แข่ง โดยอ้างพระราชอำนาจ ไปทำลายคู่แข่งทางการเมือง 4.ยุแยงตะแคงรั่ว ให้สมุนในเครือข่ายกัดกันเอง 5.สมคบกับสมุนฉ้อราษฏร์บังหลวง กระทำการทุจริต และใส่ความคนดี 6.จัดตั้งกลุ่มนักฆ่าส่วนตัว เอาไว้ลอบทำร้ายคนที่ไม่ต้องการ 7.กำหนดกระบวนการยุติธรรม โดยอ้างพระราชอำนาจ

ถ้าดูหนังกำลังภายในที่เกี่ยวกับราชสำนักจีน เช่น เฉาฮั่วฉุน ไต่เต้ามาจากขันที จนกลายเป็น "เจ้าแห่งกงกง" ขนาดมีอายุมากแล้ว แต่ยังไม่ยอมตาย เพราะวิทยายุทธ์สูงล้ำ อยู่ใกล้ชิดจักรพรรดิมานาน เลยรู้ความลับเยอะ จึงเอาความลับนั้นมาขู่กรรโชกจักรพรรดิให้ทำตามที่ต้องการ แถมเอาชีวิตเชื้อพระวงศ์ มาเป็นเครื่องข่มขู่อีก วิธีการขึ้นสู่อำนาจก็คือ "อ้างว่ามีคนปองร้าย" สมคบกับสมุนก่อการ แล้วทำตัวเข้าปกป้อง จนเป็นที่ไว้วางพระทัย ต่อมาก็เริ่มแอบอ้างคำสั่ง "ฆ่าขุนพลยอดนักรบ" ที่ปกป้องประเทศกับ "ข้าราชการตงฉิน" เพราะกลัวมาได้ดี เป็นที่โปรดปราน เกินหน้าเกินตา แล้วเปิดรับ "ลูกเลี้ยง" เอาไว้สืบทอดอำนาจ รับข้าราชการชะเลียร์ประจบประแจง มาเป็นพวก เพื่อสมคบกันฉ้อราษฏร์บังหลวง หลอกลวงจักรพรรดิ ส่วนพวกสมุนมือดี ก็มีแต่ใครทำท่าจะเด่น จะเจ๋งเกินหน้า ก็จะถูกสมุนอีกก๊กให้ร้าย จนตาย ใครร้องเรียนก็จะถูกผู้พิพากษา ที่อยู่ในเครือข่าย ตัดสินโทษหนัก ขั้นประหารชีวิต คนร้องเรียน หลังคุมอำนาจได้ทั้งหมด ก็สั่งสมุนขุนนางทั้งหลาย ให้เสนอแต่งตั้งตัวเองเป็น "ผู้สำเร็จราชการแทนองค์จักรพรรดิ" แล้วเตรียมโค่นบัลลังค์ และให้ "ลูกเลี้ยง" เป็นอุปราช รอสืบทอดตำแหน่งต่อ ...

พอดีเขาเอาเกร็ดประวัติศาสตร์ราชสำนักจีน ไปผสมผสานในหนัง ตอนท้าย เฉาฮั่วฉุน เลยถูกพระเอกฆ่าตายก่อนจะโค่นบัลลังค์จักรพรรดิสำเร็จ อันหลังช่างมัน แต่แนวคิดมันอธิบายทฤษฎีตีหลายหน้าของผมโป๊ะเช๊ะเลย พอเอาในจับกรอบการเมืองไทย โอ้โห... อะไรมันจะไปกันได้ปานนั้น

นี่ขนาดสร้างทฤษฎีจากหนังนะครับ

.............................

...............................................ไปเป็นทหาร..........................

.............ลูกหลานชาวไร่นามาเป็นทหาร.................เกณฑ์มาเป็นรั้วบ้านงานนักสู้
เกณฑ์มาชี้เป็นขี้ข้า who are you…………………………….เกณฑ์มาขู่เข่นฆ่าประชาชน
มึงเห็นกูโง่เง่าเข้าปกครอง................................สั่งกูผองต้องทำตามหยามเหตุผล
เหมือนว่ากูไม่รู้เรื่องเมืองมณฑล...........................สั่งให้ปล้นอธิปไตยไพร่ผองกู
มึงมีดาวพราวฟ้าอนาคต..................................ทหารเลวทรหดและอดสู
มึงสั่งซ้ายขวาหันไปพันตู......................................ลั่นไกสู่ผู้คนพลเมือง
............ทำไมกูโง่งั่งมึงสั่งได้...........................ไม่ใช่ควายแต่มึงรู้กูมันเชื่อง
มึงสั่งได้ให้กูเขลาเง่าเนืองเนือง.............อย่าปราดเปรื่องจงเซื่องซึมลืมรอยตีน.........

วิเคราะห์ให้เห็นภาพได้อย่างชั

วิเคราะห์ให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจน ชื่นชม และชื่นชมต่อไป แต่ ควายตัวเสือก ก็ยังเป็นควายอยู่วันยังค่ำ

BBBBB BBBBB -------- สรุป : [

BBBBB
BBBBB
--------

สรุป :
[ จดหมายไม่ปิดแสตมป์ ]
----------------------------------------

ถึง : คุณจาตุรนต์ฯ(อ๋อย-แต่ไม่เหลือง)

แม้ว่าเหตุผลที่คุณจาฯได้สาธกมา
จะมีหลักการถูกต้องและดูดีกว่า "ทฤษฎีเฮียแก้วสรรกินหญ้า" แบบเถียงไม่ออก....

แต่พวกเราก็มิอาจนำเหตุผลที่คุณจาฯได้สาธกไว้
มาร่วมประกอบพิจารณากับ "การปล้นทรัพย์" ของพวกเราในครั้งนี้ด้วยได้

ทั้งนี้เนื่องจากว่า
พวกเราได้ตั้งธง "ปล้นทรัพย์ทักษิณ"
ไม่ใช่ตั้งธง "ปล้นทรัพย์จาตุรนต์" แต่อย่างใด.....

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

กล้าณรงค์ จันเถิก/
ในนาม คตส.(คนติงต๊องสองสลึง)
22 กพ. 2553
----------------------------------------

คิกคัก คิกคัก
:)
BBBBB
BBBBB

@เพลงยาวพยากรณ์กกรุงเทพทวารวด

@เพลงยาวพยากรณ์กกรุงเทพทวารวดี@

@กรุงเทพทวาราวดีศรีอมร
เป็นกรุงรัตนราชพิลาสนคร
ประชากรเป็นสุขสวัสดี

@สิบเก้ากันยาสองห้าสี่เก้าเข้า
หมู่โจรเอาพลพรรคยักกรุงศรี
ไล่นายกประชาธิปไตยไกลธานี
มันพาทีพริ้งเพราะเสนาะความ

@กล่าวหาเขาเอาผิดมาใส่ไคล้
ประชาธิปไตยซื้อเสียงเพียงหยาบหยาม
พวกกูนี้ดีใสใครเกินงาม
พวกต่ำทรามออกไปกูไล่เลียง

@เชิดสรุยุทธ์บุรุษทุษเป็นนายก
สกปรกหมกจังไรไว้ยายเที่ยง
รัฐนาวาประชาธิปไตยจึงได้เอียง
ไม่ฟังเสียงโลกสกลคนนิยม

@โจรยุบพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม
ตามปราบปรามพวกต่อตานพาลสาสม
ยิงปืนใส่ไทยกล้าขัดอารมณ์
ต้องเจ็บจมกองเลือดเดือดสงกรานต์

@สารพัดอุบัติเหตุอาเพศผิด
พันธมิตรกวีรัตน์สัตว์วิตถาร
อวดตัวเองว่าเลิศประเสริฐญาณ
แท้สันดานโลภหลงลงเต็มตัว

@กรุงเทพฯจะสิ้นซึ่งความาสุข
ทุรยุคย่างเข้าเราเห็ฯทั่ว
ตุลาการอาธรรม์มันพันพัว
ชั่วกลับดีดีกลับช่วมั่วเหม็นหมอง

@เด็กจะได้เป็นใหญ่ในเลิศรัฐ
สร้างวิบัติกันดารทุกบ้านช่อง
พวกผู้ใหญ่จะได้เป็นเพียงรอง
นั่งมึนมองฉิบหายไม่วายวัน

@คนมีศีลจะเสื่อมซึ่งยศศักดิ์
คนใจภักดิ์จะอดสูดูขบขัน
คนทรยศโยโสจะโตวัน
คนอาธรรม์เย่อหยิ่งจะสิงเมือง

@อีกลมฝนฤดูกาลจะพาลผิด
ทั่วทุกทิศอัปราฟ้าจะเหลือง
จะสูญทรัพย์กำศรดหมดเปล่าเปลือง
จะกู้เงินต่างเมืองมาผ่อนกิน

@ครั้นประชาธิปไตยได้เกิดใหม่
พวกคนไทยจะอยู่ดีมีสุขสิ้น
ทรราชอมาตย์ร้ายตายจมดิน
ชาวธานินทรจึงสำราญมานแจ่มเอยฯ

@ปติ ตันขุนทด@
จันทร์ 22/02/53

26 ก.พ.53

26 ก.พ.53 คือวันประวัติศาสตร์ที่ทุกองคาพยพของสังคมไทยต้องจับตามองชนิดที่ไม่อาจ กะพริบตาได้เลยทีเดียว เนื่องเพราะเป็นวันที่จะมีการพิพากษา “นช.ทักษิณ ชินวัตร” ในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท โดยมีมูลเหตุมาจากการที่เขากระทำการอันเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจของตน เองและพวกพ้อง ทำให้มีทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้นมาก หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควร ระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ สำหรับแนวโน้มคำพิพากษาของศาลนั้น ก็มีนักวิชาการและบรรดาผู้รู้ต่างๆ คาดเดากันไปต่างๆ นานา บางคนก็อยากให้ยึดทั้งหมด 7.6 หมื่นล้าน เพราะเห็นว่า แม้จะได้มาก่อนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ก็ควรยึดเอาไว้ เนื่องจากเป็นเงินต้นทุนที่ใช้ในการกระทำความผิด ขณะที่บางคนก็บอกว่า ศาลน่าจะยึดทรัพย์เพียงบางส่วน เพราะหากดูที่มาที่ไปของคดี ดูมูลเหตุแห่งการสั่งฟ้อง เงินที่ถูกอายัดเอาไว้ 7.6 หมื่นล้าน บางส่วนเป็นเงินที่นช.ทักษิณได้มาก่อนที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

แต่ถ้าหากจะให้ฟันธงชนิดไม่กลัวธงหัก ก็ต้องบอกว่า “ยึดแน่” แต่เท่าไหร่ไม่มีใครรู้

แต่จะอย่างไรก็ตาม สุดท้ายคงต้องรอฟังคำพิพากษาของศาลที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 26 ก.พ.ว่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างไร และทุกฝ่ายควรจะยอมรับคำตัดสิน

โคตรโกง 1
“คุณหญิง” ใบเสร็จมัดซุกหุ้นลวงโลก

ความผิดข้อที่ 1 ของ นช.ทักษิณก็คือ การซุกหุ้น
ในประเด็นนี้ อัยการสูงสุดได้สรุปสำนวนฟ้องเอาไว้ว่า ในขณะที่นช.ทักษิณดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ณ ป้อมเพชร ได้ปกปิดการถือหุ้น “บ.ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,419,4790,150 หุ้น ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง แต่กลับมีการปิดบังอำพรางไว้ในชื่อของบุคคล 4 คนคือ นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ทั้งนี้ การซุกหุ้นดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้เงินซื้อหุ้นเพิ่มทุนในชื่อของนาย บรรณพจน์และการโอนหุ้นให้นายพานทองแท้และน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ไม่ได้ชำระเงินกันจริง โดยทำเพียงแค่ทำหลักฐานตั๋วสัญญาใช้เงินให้ไว้กับ นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมานรวมจำนวน 5 ฉบับเป็นเงินเพียง 1,124,335,225 บาท

นอกจากนั้น ยังได้ทำตั๋วสัญญาใช้เงิน “ลวงโลก” ย้อนหลังเพื่อสร้างหลักฐานเท็จเพิ่มเติมขึ้นมาในภายหลังอีก ซึ่งประจักษ์พยานที่ชัดเจนคือตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับวันที่ 16 มี.ค.52 เพราะระบุเอาไว้ชัดเจนว่า สัญญาจะจ่ายเงินจำนวน 102,135,225 ล้านบาทให้แก่ “คุณหญิงพจมาน ชินวัตร” ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว ขณะนั้น คุณหญิงพจมานยังไม่ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯที่จะสามารถใช้คำนำหน้านามว่า “คุณหญิง" ได้เพราะจริงๆ แล้วคุณหญิงพจมานจะสามารถใช้คำนำหน้านามว่า “คุณหญิง” ได้ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.52 เป็นต้นไป

แถมข้ออ้างที่ว่าตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับเดิมสูญหายจึงจัดทำขึ้นใหม่ก็ไม่มีการแจ้งความเอกสารหายแต่อย่างใด

หรือสรุปให้เข้าใจง่ายๆ มีการจัดทำ “หลักฐานเท็จ” ขึ้นมาในภายหลังอย่างรีบเร่งโดยไม่ได้ตรวจสอบเรื่องการใช้คำนำหน้านามของคุณ หญิงพจมานให้รอบคอบเสียก่อน

ดังนั้น การทำธุรกรรมดังกล่าวจึงทำเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อได้ว่ามีการซื้อขายเท่า นั้น ทั้งๆ ที่ไม่มีการซื้อขายกันจริง หรือเป็นการทำธุรกรรมเพื่ออำพรางการซุกหุ้นเท่านั้น ทั้งๆ ในความเป็นจริงแล้ว หุ้นดังกล่าวยังคงเป็นของนช.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ซึ่งการที่ชินคอร์ปเป็นบริษัทที่ได้รับสัมปทานกิจการโทรคมนาคมจากรัฐ ทำให้เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2540 พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี 2543 และพ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช. 2542

โคตรโกง 2

โคตรโกง 2
วินมาร์ค-แอมเพิลริช
สุดยอดมหากาพย์ซุกหุ้น

นอกจากกรณีข้างต้น นช.ทักษิณยังได้มีการปกปิดการถือครองหุ้นในอีก 2 บริษัทคือ 1. บ.วินมาร์ค จำกัด และบ.แอมเพิลริช อินเวสเม้นท์ จำกัด ซึ่งการซุกหุ้นใน 2 บริษัทนั้นต้องถือว่าเป็น “สุดยอด” คัมภีร์การซุกหุ้นภาค 2 หลังจากประสบความสำเร็จโดยไม่มีความผิดมาแล้วในภาคแรก และกว่าจะจับได้ไล่ทันก็เล่นเอาหืดจับทีเดียว

สำหรับกรณี วินมาร์ค นั้น นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมานได้ตั้งบริษัทแห่งนี้ขึ้นโดยจดทะเบียนที่ “บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์” เมื่อวันที่ 31 ม.ค.37 ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของพวกที่ต้องการทำธุรกรรมอำพราง

ต่อมากลางปี 2543 ทั้ง 2 คนได้ขายหุ้น บ.เอสซี แอสเซทฯ และหุ้นบางส่วนของบริษัทในครอบครัวอีก 5 แห่งได้แก่ บ.พี.ที.คอร์ปอเรชั่น จำกัด,บ.เวิร์ธ ซัพพลาย จำกัด,บ.บี.พี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด,บ.เอสซีเค เอสเทต จำกัดและ บ.เอซี ออฟฟิสปาร์ค จำกัด ให้กับวินมาร์ครวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,527 ล้านบาท โดยเงินทั้งหมดมาจากบัญชีเงินฝากในสิงคโปร์ และส่วนหนึ่งมาจาก 3 บัญชีของวินมาร์คซึ่งเป็นบัญชีที่ นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมานเป็นผู้รับประโยชน์รวม 1,219 ล้านบาท อีกส่วนหนึ่งมาจากบัญชีของทั้งสองคนจำนวน 308 ล้านบาท

จากนั้นก็มีการเล่นแร่แปรธาตุเมื่อวันที่ 1 ส.ค.43 วินมาร์คเปลี่ยนผู้ถือหุ้นเดิมเป็น “บลูไดมอนด์” ซึ่งบลูไดมอนด์เป็นส่วนหนี่งของ “ซิเนตร้าทรัสต์” ที่ถือหุ้นในบลูไดมอนด์ 100%

และที่ต้องขีดเส้นใต้เอาไว้ก็คือ ซิเนตร้าทรัสต์นั้น มีนช.ทักษิณ คุณหญิงพจมานและครอบครัวเป็นเจ้าของผู้รับประโยชน์

ถัดมาอีก 3 ปี คือวันที่ 11 ส.ค.46 วินมาร์คได้ทำสัญญาซื้อขายหุ้น 14 ล้านหุ้นกับ VIF ส่งผลทำให้วินมาร์คกลายเป็นเจ้าของ VIF ในทันที โดยการชำระค่าหุ้นดังกล่าว วินมาร์คได้โอนหุ้น บ.โอเอไอ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “บ. เอสซี แอสเซทฯ”) ที่ถือครองทั้งหมดให้ VIF และจากนั้นไม่นานนักคือวันที่ 1 ก.ย.46 VIF ได้โอนหุ้นเอสซีแอสเซทฯให้กับ “โอเวอร์ซี โกรว์ธ ฟันด์(OGF)” และ “ออฟชอร์ไดนามิกฟันด์(ODF)” แต่ VIF ก็ยังคงเป็นเจ้าของเอสซี แอสเซทฯ เพราะเป็นผู้ถือครองหุ้น 100% ใน OGF และ ODF

ต่อมาเอสซี แอสเซทฯ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 13 พ.ย.46 ซึ่ง OGF และ ODFได้ถือหุ้นเอสซี แอสเซทฯ มาตลอด กระทั่งในเดือนเม.ย.-ส.ค.49 จึงได้ทยอยขายออกไปในตลาดหลักทรัพย์ฯ จนหมด

ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า ทั้งวินมาร์ค VIF, OGF และ ODF คือนิติบุคคลที่อำพรางการถือหุ้นของ นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน และทั้ง 2 คนมีอำนาจสั่งการและเป็นผู้รับประโยชน์ โดยเฉพาะการที่วินมาร์คเข้าไปถือหุ้นชินคอร์ปฯ จำนวน 53,642,130 หุ้นขณะที่ นช.ทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเงินที่ซื้อขายหุ้นก็วนกลับไปเข้าบัญชีของ นช.ทักษิณทั้งสิ้น

ความผิดของนช.ทักษิณในกรณีนี้คือ ไม่แสดงการถือครองหุ้นดังกล่าวในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน หรือสรุปง่ายๆ ก็คือซุกหุ้นการถือครองชินคอร์ปผ่านทางวินมาร์ค ซึ่งการที่ชินคอร์ป ฯ ทำธุรกิจโทรคมนาคมสื่อสารอันรับสัมปทานจากรัฐ จึงเป็นการกระทำที่ขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม ด้วยเหตุดังกล่าว ทรัพย์ที่นช.ทักษิณได้รับจากชินคอร์ปฯ จึงเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วย

อย่างไรก็ตาม นช.ทักษิณดิ้นสุดตัวเพื่อแก้ข้อกล่าวหานี้ โดยในคำแถลงปิดคดีของคุณหญิงพจมานที่ยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองเมื่อวันที่ 9 ก.พ. ได้มีการนำเอกสารเพื่อแสดงให้เห็นว่า นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมานไม่ได้เป็นเจ้าของวินมาร์ค แต่เจ้าของที่แท้จริงก็คือ “นายมาห์มูด โมฮัมหมัด อัล อันซารี” พร้อมทั้งนำคำรับรองจากศาลดูไบมายืนยันว่า นายมาห์มูดเป็นเจ้าของวินมาร์คแท้จริงเพียงผู้เดียวและได้ซื้อหุ้นกลุ่ม บริษัทของครอบครัวชินวัตรที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จาก นช.ทักษิณในปี 43 พร้อมทั้งได้รับการโอนหุ้นมาจากธนาคารยูบีเอส เอจี สาขาสิงคโปร์ในปี 44

คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ ทำไมคุณหญิงพจมานถึงเพิ่งเปิดตัวนายมาห์มูดออกมาในช่วงนี้ ทำไมคุณหญิงพจมานถึงไม่นำนายมาห์มูดตัวเป็นๆ มาเป็นพยานในศาล ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วเขาคือพยานสำคัญที่อาจจะทำให้พ้นผิดจากคดีได้

ส่วนกรณี แอมเพิลริชฯ นั้น ก็เป็นไปในท่วงทำนองเดียวกับวินมาร์ค โดย นช.ทักษิณได้จัดตั้งบริษัทแห่งนี้ขึ้นที่บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์ และต้องการใช้แอมเพิลริชในการทำนิติกรรมอำพรางเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.42 นช.ทักษิณได้นำหุ้นชินคอร์ปที่ตนเองถืออยู่จำนวน 329,000,000 หุ้น หรือคิดเป็น 11.875% โอนให้กับแอมเพิลริชเพื่อนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์แนสแดค (NASDAQ)

จากนั้น นช.ทักษิณอ้างว่า ได้ขายหุ้นแอมเพิลริชฯ ให้กับนายพานทองแท้ทั้งหมดในราคา 1 เหรียญตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.43 ซึ่งความผิดปกติที่เกิดขึ้นก็คือ ไม่ได้มีการรายงานตลาดหลักทรัพย์ได้รับทราบ กระทั่งนายพานทองแท้ได้แจ้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์ (ก.ล.ต.) หลังจากได้รับโอนแล้วถึง 6 ปี โดยไม่มีหลักฐานอื่นใด รวมทั้งไม่มีการบันทึกการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงหรือจดแจ้งกับผู้ใดหรือหน่วย งานใด

ขณะเดียวกันการชำระเงินค่าซื้อหุ้นเพิ่มทุน การซื้อโอนหุ้น ต่างก็เป็นเงินที่จ่ายจากบัญชีคุณหญิงพจมานทั้งสิ้น และหลังจากนั้นเงินจำนวนดังกล่าวก็โอนกลับเข้ามาบัญชีคุณหญิงพจมานเหมือน เดิม

หลักฐานที่มัดนช.ทักษิณเอาไว้อยู่หมัดก็คือ ธนาคารยูบีเอส เอจี สิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลหุ้นดังกล่าวได้ยื่นรายงานตามแบบ 246-2 เมื่อวันที่ 24 ส.ค.44 ต่อ ก.ล.ต.เนื่องจากได้รับโอนหุ้นจากชินคอร์ป คิดเป็นร้อยละ 3.40 จำนวน10 ล้านหุ้นเมื่อวันที่ 21 ส.ค.มาไว้ในบัญชี ซึ่งเมื่อนับรวมกับหุ้นชินคอร์ป ที่อยู่ในบัญชีนี้อยู่ก่อนแล้ว จำนวน 5,405,913 หุ้น ทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 5 ทำให้ต้องรายงานก.ล.ต.ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งนั่นแสดงว่า ในเดือนส.ค.44 นช.ทักษิณก็ยังคงเป็นเจ้าของแอมเพิลริชฯอยู่เหมือนเดิม ดังนั้น การกล่าวอ้างว่าได้โอนขายให้กับนายพานทองแท้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.43 จึงฟังไม่ขึ้น

ความจริงก็คือ นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมานยังคงเป็นผู้ถือหุ้นในชินคอร์ปเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นนี้ นช.ทักษิณก็แก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ เช่นกัน กล่าวคือในคำแถลงปิดคดี สิ่งที่ นช.ทักษิณและครอบครัว ทำได้ดีที่สุดคือ เพียงบอกว่า ยูบีเอสฯ “อาจ” เข้าใจผิด จึงรายงานโดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย ทำให้ขาดน้ำหนักในการโต้แย้ง โดยสิ้นเชิง

จากนั้นในวันที่ 23 ม.ค. 2549 นช.ทักษิณและคุณหญิงพจมานก็ได้รวบรวมหุ้นทั้งหมดขายให้กับ “กลุ่มเทมาเส็กของประเทศสิงคโปร์” โดยมี บริษัทซีดาร์ โฮลดิ้งส์ จำกัดและบริษัทแอสเพน โฮลดิ้งจำกัด เป็นผู้ซื้อ รวมเป็นเงินทั้งหมด 76,621,603,061.05 บาท

และนั่นคือความผิดในข้อหาซุกหุ้นที่ชัดเสียยิ่งกว่าชัดของ นช.ทักษิณ เพราะเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยไม่สมควร สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติการตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่และได้ มาเนื่องจากการกระทำที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ ส่วนรวม

โคตรโกง 3

โคตรโกง 3
โกงทั้งโคตรเอื้อประโยชน์ชิน-บ.ในเครือ

นอกจากเรื่องการซุกหุ้นแล้ว ความผิดประการถัดมาของ นช.ทักษิณก็คือ ในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจ หน้าที่สั่งการ มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานของรัฐกระทำการที่เอื้อประโยชน์ แก่ชินคอร์ปและบริษัทในเครืออีก 6 กระทงความผิดด้วยกันคือ

หนึ่ง-การแปลงค่าสัมปทานเป็นค่าภาษีสรรพสามิต

กรณีนี้ นช.ทักษิณได้สั่งการและมอบนโยบายในการออก พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต 2527 และ 2546 โดยส่งผลทำให้มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากกิจการโทรคมนาคมด้วยการให้นำค่า สัมปทานมาหักกับภาษีสรรพสามิต อันเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกิจการของตนเองและพวกพ้อง อีกทั้งยังมีการกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 20-50 ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่ต้องรับภาระมากขึ้น ในขณะที่ผู้ประกอบการรายเดิมมีสิทธินำค่าสัมปทานไปหักจากภาษีของตนได้

พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการกีดกันระบบโทรคมนาคมเสรี ทำให้ไม่มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาแข่งขันได้ ซึ่งถือเป็นการทุจริตเชิงนโยบายอย่างชัดเจน

สอง-การแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม

กรณีนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่คลาสสิกมาก เพราะเป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นของคนต่างด้าว จากเดิมร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 49 ก่อนที่จะมีการขายหุ้นชินคอร์ปให้กับ “เทมาเส็ก” หลังประกาศกฎหมายเพียงวันเดียว

สาม-การแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่

ความผิดข้อนี้คือการปรับลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า (PREPAID CARD) ให้กับบ.เอไอเอส ซึ่งทำให้เอไอเอสมีความได้เปรียบคู่แข่งในทางธุรกิจ และที่สำคัญคือประโยชน์ที่เอไอเอสได้รับจากครั้งนี้คิดเป็นเม็ดเงินที่มี มูลค่าสูงถึง 70,872 ล้านบาท ขณะที่ ทศท.ต้องสูญเสียรายได้ที่พึงจะได้รับก้อนนี้ไป

สี่-การแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่ออนุญาตให้ใช้เครือข่ายร่วมหรือโรมมิ่ง

ความผิดในข้อนี้ก็ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ชินคอร์ป และเอไอเอส เช่นกัน กล่าวคือการที่ทศท.ได้ทำสัญญาอนุญาตให้เอไอเอสใช้เครือข่ายร่วมและให้หักค่า ใช้จ่ายจากรายรับนั้น เป็นการกระทำที่หลีกเลี่ยงขั้นตอนตามกฎหมาย และเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ 2535

นอกจากนั้น การที่ กสทได้ปรับลดอัตราค่าใช้เครือข่ายร่วมตามสัญญาให้ดำเนินการให้บริการวิทยุ คมนาคมระบบเซลลูล่า DIGITAL PCN 1800 ทำให้ ทศท.และกสท.ต้องสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้รับไม่น้อยกว่า 18,970,579,711 บาท ตลอดอายุสัมปทาน ขณะที่เอไอเอสได้รับผลประโยชน์จากเงินก้อนนี้ไปแทน

ห้า-การอนุมัติและส่งเสริมการลงทุนดาวเทียมไอพีสตาร์โดยมิชอบ

กรณีนี้เกี่ยวข้องกับการอนุมัติโครงการดาวเทียม IPSTAR โดยได้มีการอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทาน ลดสัดส่วนการถือหุ้นของชินคอร์ปที่ต้องถือในบ.ชิน แซทเทิลไลท์จากไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 เป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 และกรณีการอนุมัติให้ใช้เงินค่าสินไหมทดแทนของดาวเทียมไทยคม 3 จำนวน 6.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเงิน 268 ล้านบาท ไปเช่าช่องสัญญาณของดาวเทียมต่างประเทศ เป็นการเอื้อประโยชน์แก่ชินคอร์ปและชิน แซทเทิลไลท์ โดยผลเสียหายที่เกิดขึ้นก็คือ

-ได้ประโยชน์จากการไม่ต้องระดมทุนหรือกู้ยืมเงินมาเพื่อลงทุนใน โครงการดาวเทียมไทยคม 4 เพื่อใช้เป็นดาวเทียมสำรองให้ดาวเทียมไทยคม 3 มูลค่า 4,000 ล้านบาท และได้ประโยชน์จากการไม่ต้องดำเนินกระบวนการรับสัมปทานใหม่จากโครงการดาว เทียม IPSTAR มูลค่า 16,000 ล้านบาท

-ได้ประโยชน์จากการไม่ต้องระดมทุนหรือกู้ยืมเงินมาเพื่อรักษาสัดส่วน ที่ชินคอร์ปจะต้องถือไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ในชินแซทฯ โดยการแก้ไขสัญญาสัมปทานให้คงเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 40

-ได้ประโยชน์จากการไม่ต้องซ่อมแซมหรือจัดหาดาวเทียมมาแทนดาวเทียมไทย คม 3 ที่เสียหาย ซึ่งเมื่อซ่อมแซมและจัดหามาทดแทนแล้ว จะต้องตกเป็นทรัพย์สินของรัฐตามสัญญาสัมปทาน แต่ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนที่กระทรวงได้รับจากบริษัทประกันภัยมาใช้ในการ เช่าดาวเทียมต่างประเทศมาทดแทนดาวเทียมไทยคม 3 ที่เสียหายจำนวนเงิน 268 ล้านบาท ซึ่งไม่ถูกต้องตามสัญญาสัมปทาน

นี่คือการเล่นแร่แปรธาตุระดับพระกาฬทีเดียว

หก-การสั่งให้เอ็กซิมแบงก์ปล่อยเงินกู้ 4,000 ล้านให้พม่า

เรื่องนี้ ต้องถือว่า เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการคอร์รัปชันทางนโยบายที่ นช.ทักษิณเข้ามาล้วงลูกโดยตรง เพราะเป็นการสั่งการและเห็นชอบให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศ ไทยหรือเอ็กซิมแบงก์ ให้วงเงินกู้สินเชื่อวงเงิน 3,000 ล้านบาทแก่รัฐบาลพม่า และต่อมาได้เพิ่มวงเงินกู้อีก 1,000 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 4,000 ล้านบาทสำหรับโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของพม่า โดยให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าต้นทุน รวมทั้งให้ขยายระยะเวลาปลอดการชำระหนี้การจ่ายเงินต้นจาก 2 ปีเป็น 5 ปี

ทั้งนี้ ความอุบาทว์ที่เกิดขึ้นคือ ส่วนหนึ่งของเงินกู้จำนวน 15 ล้านเหรียญสหรัฐถูกนำมาใช้ในการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์โทรคมนาคมจาก บ.ชินแซทเทิลไลน์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ นช.ทักษิณเอง

การกระทำดังกล่าวทำให้เอ็กซิมแบงก์ได้รับความเสียหายและต้องให้ กระทรวงการคลังจัดสรรเงินงบประมาณประจำปีเพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น

...ถึง ตรงนี้ คงต้องบอกว่า แม้ฝ่ายนช.ทักษิณและวงศ์วานว่านเครือ โดยเฉพาะอดีตภรรยาสุดที่รักและลูกชาย ลูกสาว จะทุ่มทั้งชีวิตและหัวใจให้ถ้อยแถลงช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่หากมองด้วยใจเป็นธรรมแล้ว แม้จะไม่มีใครทราบว่าคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร ทว่า เมื่อพิจารณาถึงประจักษ์พยานทั้งหลายทั้งปวงแล้ว เชื่อได้ว่า นช.ทักษิณคงหนีไม่พ้น เพราะความผิดของเขานั้นคือ การละเมิดหรือทรยศต่อความไว้วางใจของปวงชน (Treason) ดังเช่นที่อัยการสูงสุดระบุเอาไว้ในคำแถลงปิดคดี

อืม...ไม่ต้องห่วง

อืม...ไม่ต้องห่วง เรายังไม่ตายง่ายๆ หรอก

รอดู วัน เวลา นาที...วินาที...หายนะ ของ "อ้ายตักขี้" ก่อน

รอดู วัน เวลา นาที...วินาที...หายนะ ของ พวกแดงเข้ม (แดงที่มรันคิดทำร้าย ทำลาย สร้างความแตกแยก ให้คนไทย...แดงที่มรัน ทำร้าย ทำลาย เผา บ้านเกิดเมืองนอนตัวเอง)...

======================================

ท้ายนี้ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมือง...จงคุ้มครองคนดี...ขออำนาจพระบุญญา บารมีในพระองค์ท่าน...จงช่วยดลจิต ดลใจ และดลบันดาล ให้ประเทศไทยกลับมาสงบสุขเหมือนเดิม (เหมือนตอนที่อ้าย "ตักขี้" ยังไม่อุบัติขึ้นในการเมืองไทย)...ไชโย!

คุณ

คุณ กลีบ้านกลีเมือง

เรายังมั่นใจ นายกฯ อภิสิทธิ์ อยู่....แต่ไม่เคยไว้ใจ "พี่ห้อย" เลย (พูดหลายครั้ง และโพสต์ หลายครั้งแล้ว)

เราไม่ได้บอกสักคำว่า "พอใจ" ความเป็นไปของบ้านเมือง

ใจจริงอยากเห็นสังคมไทย มีค่านิยมใหม่ คือ "อย่ายอมนักการเมืองโกง"...(ไม่ใช่นักการเมืองอย่างเดียว ข้าราชการด้วย นักธุรกิจ ที่ยัดเงินใต้โต๊ะให้นักการเมืองด้วย)

คุณ...ก็เป็นคนหนึ่ง ที่ทำความเจริญให้ประเทศได้...เมื่อเห็นการทุจริต แบบที่คุณว่า "หน้าด้านๆ" คุณหาข้อมูล รวมตัวกันเป็นกลุ่ม เป็นก้อน ร้อง ปปช.เลย

============================================

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

- นักการเมือง เป็น สิ่งน่ารังเกียจ ที่จำเป็น

- ในเมื่อมีสิทธิ์เลือกตั้ง...ให้เลือกคนที่เลวน้อยที่สุด...(ที่รู้ๆ เราไม่เคยเลือก พี่ห้อย ห้าสั้นสุพรรณ หรือ "อ้ายตักขี้" เลย )

- สปิริตของ ปชป...(ถึงบางคนจะค่อนขอดว่า "สร้างภาพ" แต่เราสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น คุณชวน ท่านผู้ว่าฯ อภิรักษ์ คุณวิฑูรย์ และ ท่านวิทยา)...อยากเห็นนักการเมืองทุกพรรค ทุกคน เป็นแบบนี้

แน่นนอน คุณ ประชาชน

แน่นนอน คุณ ประชาชน ...

สุดท้าย "ทักษิณ" คงหนีไม่พ้น(ประเทศไทย ยังไงก็ต้องกลับมา แน่นอน) และกลับมาแบบ เป็นใหญ่ เหมือนเดิม ...นี้แหละ การเมืองไทย ...ไอ้น้อง ...จงจด-จำไว้

แต่ ความผิด ข้อหา " การละเมิดหรือทรยศต่อความไว้วางใจของปวงชน (Treason)" ที่อัยการสูงสุด จะระบุเอาไว้ในคำแถลงปิดคดี (มรึง รู้ได้ไงว่า ปวงชน ไม่ไว้วางใจ) ...ถ้าไม่ไว้วางใจ จะมีเสื้อแดง เต็มบ้าน-เต็มเมือง เหรอ...

ก็มีเพียงพวกมรึง ไง ...ที่ไม่ไว้วางใจ เพราะพวกมรึง ทำมาหากินไม่เป็น ...แต่อยากได้ ผลประโยชน์ เหมือน "ไอ้ ลิ้ม โกเต๊ก" อยากได้ สถานี โทรทัศน์ (เราเรียก พวกมึงว่า ฝ่ายตรงข้าม) พรรค ปชป+ PAD ของพวกมึงมีสมาชิก กี่ล้านคน...แค่ เอาข้อมูล ใน ASTV มาอวดภูมิปัญญา ...โค-ตะ-ระ อ่อนเลย ถึงว่า "เป็นรัฐบาลมาร่วมปี ประเทศไปไม่ถึงไหน เลย ..มีแต่กู้ ๆๆๆ ทำมาค้า-ขายก็ไม่เป็น ...ทั้งประเทศ พม่า-ลาว-เขมร ยังรู้เลย ว่า "อ่อน น๊อม-แน๊ม"

ไป๊ ออกไป เถอะ ...ปวงชน(Treason) อยากพวกกูก็ไม่ไว้วางใจ พวกมึงเหมือนกัน แดก...ไม่มีหูรูด ทั้ง GT 200 ทั้ง ตำแหน่ง ในกรมมหาดไทย - ทั้งตำรวจ ...โครงการไทยเข็มแข็ง ...ข้าวสารราคาตก ...ฯลฯ ...ไป ออกไปเถอะ ...

พวกกู จะเอาทักษิน กลับมา เป็นรัฐบาลแทน ...เพราะพวกมึงไปไม่ไหวแล้ว ...

การแก้ปัญหาเรื่องการทุจริตและ

การแก้ปัญหาเรื่องการทุจริตและคอรัปชั่น ก็คือ จำกัดให้คนไทยทุกคน มีเงินเก็บได้ไม่เกินคนละ 5 ล้านบาท
และมีที่ดินได้ไม่เกิน 5 ไร่ เราต้องจำกัดความรวยกันแล้ว เพื่อเอาส่วนเกินไปพัฒนาประเทศชาติประชาชน
ให้อยู่ดีกินดี คนไทยที่ีเกิดมาทุกๆคนในประเทศ จะได้รับการศึกษาฟรี ตั้งแต่อนุบาลจนกระทั่งจบมหาวิทยาลัย
การรักษาพยาบาลฟรี และเมื่อเรียนจบ รัฐบาลก็จะมีโรงงานไว้รองรับ เข้าทำงาน ไม่มีการตกงาน
หากผู้ใดต้องการประกอบธุรกิจ ก็มีวงเงินเครดิตให้โดยนำแผนธุรกิจไปนำเสนอกับหน่วยงานราชการ
ทุกๆ หมู่บ้าน จะมีโรงงานในชุมชน ชาวบ้านจะมีงานทำตลอดทั้งปี ทุกคนทั้งประเทศ จะมองเสมือนว่า
เป็นญาติพี่น้องกัน เงินได้ต่างๆ ก็เก็บไว้เป็นกองทุนหมู่บ้าน เอาไว้หมุนเวียนในองค์กรหมู่บ้าน และจ่ายเข้าส่วนกลาง

จะไม่มีใครอยากโกงกิน เพราะกฎหมายได้จำกัดความรวยเข้าไว้แล้ว ดีไหมครับ ท่านทั้งหลาย ^0^

คนที่มีโอกาสทำผิดศีล ผิดกฏหมายมากที่สุด ก็คือคนที่มีเงินมีอำนาจอยู่ในมือนี่แหละ.....

ให้กำลังใจคุณ คนระยอง กับ

ให้กำลังใจคุณ คนระยอง กับ คุณอะตอม นะครับ

ครับคุณประชาชน

ครับคุณประชาชน นี่เป็นข้อกล่าวหาฝั่งคตส.ที่ผูกขาดการนำเสนอฝ่ายเดียวแบบมัดมือชกจนลานตาทุกสื่อเต็มไปหมด(แม้จะโดยหน้าที่แต่ในที่มาแบบโจรแล้วรับรองการปฎิบัติหน้าที่ด้วยกฎหมายโจรม.309) แม้เนื้อหา จะเป็นข้อกล่าวหาที่รวบรวมมาอย่างดีมีที่มาที่ไปเพื่อโยงเอาผิดกับผู้ถูกกล่าวหาตามหลักฐานพยานหลักฐานแบบนี้

แม้โดยเนื้อหามีความน่าจะเป็นตามข้อกล่าวหา? แต่กระบวนการนี้ได้ชงมาจากผู้กล่าวหา ยังขาดข้อมูลทุกมิติในสัดส่วนการชี้แจงของฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาในการอธิบายตามสัดส่วนข้อกล่าวหาหักล้างหรือไม่หักล้างข้อกล่าวหา? แต่เท่าที่ดูสัดส่วนการกล่าวมากกว่าการให้สัดส่วนการแก้ข้อกล่าวหา

ซึ่งทั้งหมดจะถูกจะผิดกระบวนการไต่สวนตลอดจนกระบวนการยุติธรรม ต้องไม่มีลักษณะมัดมือชก? ด้วยกระบวนการที่มีที่มาไม่ถูกต้อง(คตส.กระบวนการโจรที่มาจากการทำคลอดโดยโจรคอมอซอที่มีอคติต่อผู้ถูกกล่าวซึ่งเป็นได้สูงว่าจะมีการชงสำนวนพยานหลักฐานที่ผูกขาดด้วยการทำสำนวนกล่าวหา) อย่างกรณีคดีเชอรรี่แอนด์ที่สร้างเอกสารพยานเท็จจากกระบวนการยุติธรรมชั้นต้น(ตำรวจขณะนั้นผูกขาดการชงสำนวนพยานหลักฐานปั้นความผิดให้แพะสมัยนั้น)

เพราะกระบวนการมันผูกขาดในการรวบรวมจากกระบวนการกล่าวหาในที่มาแบบตำรวจโจร แต่ครั้งนี้มันไม่ได้เริ่มต้นที่คำว่าตำรวจแม้พฤติกรรมพิสูจน์ได้ภายหลังว่าจะคือโจรในคราบเจ้าหน้าที่ แต่เคสนี้เริ่มต้นจากโจรเลยในที่มาของหน่วยงาน(คตส.)ชงพยานหลักฐาน

ตรงนี้แสดงถึงอะไรในความหมายผม? แม้เนื้อหาที่เขาเอามากล่าวหาถ้าเป็นข้อเท็จจริงที่เสิร์ฟผ่านมือโจรหรือมือใคร? ถ้ามันก็คือข้อเท็จ ก็จะต้องคือจริงอยู่ดี นั้นคือการให้น้ำหนักที่เนื้อหาที่คตส.ทำมากกว่าที่มา? แต่อย่าลืมว่า ในเนื้อหาแบบนี้ มันมีกรณีการมัดมือชกในการรวบรวมข้อกล่าวหาฝั่งเดียว

และสัดส่วนการชี้แจงตามข้อกล่าวหาที่คุณ"ประชาชนเอา"มามันชี้ให้เห็นว่าสัดส่วนการแก้ข้อกล่าวหาแทบไม่มีเลย?(ตรงนี้สำคัญมากเสียด้วยในมติกระบวนการยุติธรรมที่ดีและที่จะยอมรับได้)แล้วเนื้อหาที่นำเสนอต่อสื่อไปยังปชช.ก็ไม่มีพื้นที่ให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อกล่าวหาแบบนี้อย่างหลากหลายมันเป็นไปในลักษณะแบบมัดมือชก ให้ข้อมูลด้านเดียวให้ปชช.เชื่อตามเนื้อหาตรงนี้เท่านั้น

ส่วนจะถูกจะผิดหรือจะให้ปชช.เชื่อตามนั้น? ก็ต้องเพิ่มพื้นที่ในสัดส่วนของผู้กล่าวหา? และผู้ถูกกล่าวหา? เท่าๆกัน เพื่อให้เขาประมวลด้วยเหตุด้วยผล อธิบายหักล้างข้อกล่าวหาใดตกไปหรือยังไม่ตก ที่จะสรุปว่าส่วนที่ยังไม่ตกนั้นจะยกมาเอาผิดเขา

สัดส่วนการนำเสนอถ้าเจตนาให้คดีนี้เป็นคดีประวัติศาสตร์ว่าโปร่งไสจริงๆ ทำไมมัดมือชกนำเสนอข้อมูลด้านเดียวฝ่ายเดียวล่ะ? อย่างที่สื่อรัฐทำอย่างมโหฬารตอนนี้ แต่ที่ผมผมออกมาพยายามให้ความเป็นธรรมต่ออีกฝ่ายด้วยเหตุผลนี้(ไม่ได้มีเจตนาเข้าข้างฝั่งไหน?แต่เห้นแบบนี้มันรับไม่ได้)

และผมไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงทั้งจากบทบาทหน้าที่หรือได้เสียอะไรตรงนี้ แต่หน้าที่ตรวจสอบภาคปชช. ตามรัฐธรรมนูญตรงนี้มันจึงยังไกลกับฐานข้อมูลที่ใกล้ชิดของฝั่งผู้ถูกกล่าวหาและหน้าที่รักษษไว้ซึ่งความสักดิ์สิทธิของกระบวนการยุติธรรมไทยไม่ให้ใครเอาไปใช้เป็น"ตุลาการอภิบาลนุมัติ" จนกลายเป็นกระบวนการยุติโดยทำ(เอาตีนทำ(ถีบ)กระทำต่อกัน)จนอาจจะส่งผลระยะยาวต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมไทย เพราะที่แล้วๆมาหลายกรณีเอาตีนทำจริงๆ เช่นการเอาผิดย้อนหลังหรือฯลฯหลายกรณีเอาตีนทำ(ยุติโดยทำ)จริงๆแล้วกรณีได้เสียทางการเมืองเกมอำนาจสูงขนาดนี้ มันจะเหลือเหรอ???

ผมจึงไม่มีข้อมูลเชิงลึกมาแก้ข้อกล่าวหาให้แทน แต่เพราะเงื่อนไขของสังคมไทยขณะนี้กับเกมกาสิโนอำนาจตอนนี้ผมเห็นว่ามีการมัดมือชกการชี้แจงและเจตนานำเสนอข้อมูลด้านเดียวเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เชื่อตามฐานข้อมูลผู้กล่าวหาเท่านั้น เช่นตรงนี้ของคุณปชช.และทุกๆสื่อรัฐ คือเห็นด้านเดียวจนลานตาไปหมด

แสดงถึงขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมตอนนี้ มันมัดมือชกเพื่อยุติโดยธรรมหรือ"รุมสะกรำ"กันแน่???

ส่วนเรื่องความเสียหายต่อรัฐจา

ส่วนเรื่องความเสียหายต่อรัฐจากนโยบายตามข้อกล่าวหาแบบนี้ ผมอธิบายไว้ข้างบนประมาณหนึ่งแล้ว?สิ่งที่อยากเพิ่มเติมหรือเน้นคือการเลือกปฎิบัติในการเอาผิด หรือเปล่า? ทั้งที่แอ็คฯเดียวกันแฟคเดียวกัน?

ความผิดมหาศาลของอีกฝ่ายมากมายนั้นคือฝ่ายที่ไล่บี้ไล่ตีทักษิณในเรื่องเดียวกัน ทั้งปฎิวัติ,รบ.สุรุยุทธ(กติกาหมากเก็บโลกตะลึง)พธม.เผาเมือง,ปิดสนามบิน รบ.มาร์คV1มาบตะพุด(นี่โยงผบบ.รบ.ด้วย) หวยออนไลน์(กรณีชดเชยถ้านโยบายชัดเจนไม่ผิดพลาดชดเชยทำไม) คือหลายอย่างมากโยงความเสียหายและฐานความผิดหลายคนมาก? ถ้าชั่งน้ำหนักมันมากกว่า7หมื่นกว่าล้านบาทมาก ผมว่าหลายล้านๆๆบาทเลยน่ะ?

ความเสียหายต่อรัฐเอามาทำไมแค่7หมื่นกว่าล้านล่ะ? ถ้าไม่เลือกปฎิบัติหรือต้องการปกป้องความเสียหายต่อรัฐจริงๆไม่อิงเกมกาสิโนอำนาจ?

เพราะกว่าจะเป็นนโยบายกว่าจะได้ปฎิบัติกระบวนการมันมีการกรอง, ซอยฐานความผิดต่อความรับผิดชอบระดับนโยบายในการร่วมตัดสินใจจากหลายฝ่าย แล้วฐานความผิดแบบนี้มันจะต้องกระจายไปหลายส่วนที่ร่วมตัดสินใจไปตามบทบาทหน้าที่ไหม?

ทำไมมาไล่บี้ไล่ตีแค่กรณีเดียวหรือคนๆเดียวล่ะ ? มันสื่อเนื้อหาจริงๆของการไล่ฆ่าไล่ตีครั้งนี้คืออะไร"กาสิโนอำนาจ"หรือไม่?ฝากคุณปชช.ด้วยถ้าจะเอาผิด ทำไมของอีกฝ่ายที่เผาเอาไฟเผาบ้านเผาเมืองไล่ตีเอาผิดนั้นน่ะ? ความเสียหายในการกระทำต่อบ้านเมืองสัดส่วนความเสียหายของอีกฝ่ายที่มหาศาลกว่าอยู่ไหน?

หรือว่ามันแค่"ค่าปฎิกรรมสงครามเกมอำนาจสีเทา"ที่เอาได้หาได้? จ่ายได้เฉพาะคนแพ้สงครามเท่านั้น ? แต่คนที่ทำให้เสียหายคนตายเรือนล้านอย่างกรณีฮิโรชิม่า มันถามหาจากใครล่ะ? เพราะปฎิบัติการณ์เผากรุงรัตนโกสินทร์ ของทหารราบในกรงลิงพธม.,ปฎิวัติฯลฯความเสียหายไม่ต่างจากปรมาณูลงเลยน่ะ? แต่คนจ่ายปฎิกรรมสงครามมีแค่ทักษิณคนแพ้คนเดียวแค่7หมื่นกว่าล้านแบทแค่นี้เหรอ? แล้วอีกหลายล้านๆๆบาทจากคนสั่งบ็อมสั่งปรมาณูลงเผากรุงรัตนโกสินทร์ล่ะ อยู่ไหนน่าสมเพสไหมประเทศไทย???

ให้กำลังใจแช่ม...I Pad pn

ให้กำลังใจแช่ม...I Pad pn คุณ ไฟ และ คุณ ดิน นะครับ

ทฤษฎี หมากินขี้

ทฤษฎี หมากินขี้

สามารถใช้ได้กับ คนที่มีความตั้งใจในการดำเินินชีวิตให้ดี ไม่อยากให้ตัวเองพบกับความเสื่อมหรือสิ่งที่ไม่ดีที่เคยผ่านมา
หรือพบเห็นกันทั่วไปในสังคม เช่นคนเคยกินเหล้า แล้วพยายามเลิกเหล้า หรือโดนคนอื่นบังคับหรือขอร้องให้เลิก ก็จะทำได้อยู่พักหนึ่ง แต่หากมีโอกาส ก็จะแอบไปกินเหล้าอีกโดยไม่ให้ใครรู้ เพราะว่าแพ้ใจตนเอง

อย่างนี้ เมื่อผู้อื่นมาล่วงรู้พฤติกรรมดังกล่าว ก็จะพูดได้ว่า "ก็หมามันเคยกินขี้ ยังไงมันก็เลิกไม่ได้หรอก"

ถ้าเทียบกับนักการเมืองหรือข้าราชการชั้นสูง ก็จะเป็นจะเป็นลักษณะที่สร้างภาพลักษณ์ว่า ตนเองสุจริต ไม่โกงไม่กิน
แต่ถ้ามีโอกาส ก็มีการรับใต้โต๊ะกัน เพื่อใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้อื่นเป็นการแลกเปลี่ยน

ทฤษฎี หมากินขี้ จึงไม่เกี่ยวกับ วัวกินหญ้า แต่อย่างใด

แต่เอาไว้ เปรียบเปรย สำหรับ ผู้ที่ชอบทุจริต กินสินบาทคาดสินบน เอาตำแหน่งหน้าที่ ไปเอื้อประโยชน์
ให้ผู้อื่นกระทำผิดกฎหมาย โดยไม่มีความผิด และตนเองได้ผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ

เรียกได้ว่า ปกติก็จะดูภาพลักษณ์ดี แต่ถ้ามีโอกาสละก็ จะต้องแอบทำสิ่งที่ไม่ดี อยู่เนืองๆ

เปรียบได้กับ ธรรมชาิติของหมา แม้จะเลี้ยงดูแลเป็นอย่างดี แต่เมื่อไปเจอขี้ ก็มักจะอดใจที่จะกินขี้เสียมิได้ ฉันใดก็ฉันนั้น

ไม่ได้โจมตีใครนะขอรับ แต่หากใครดันมาเข้าข่ายทฤษฎีนี้เอง ก็ช่วยไม่ได้ ละเนาะ ^0^

* ---ยึดไปเลยให้หมด

*
---ยึดไปเลยให้หมด

ผล...1.ทักษิณสู้จริงๆ เสียที ไม่มัวหลงรอประนีประนอม ทักษิณจะได้สู้แบบแตกหัก โค่นล้มแบบฝรั่งเศส เนปาล
.......2.ทักษิณจะบัญชาการต่อสู้แบบรายวัน แทนที่จะพูดแต่ยุทธศาสตร์..ไม่วางยุทธวิธี
....3 สุดท้ายอำมาตย์พ่ายแพ้ราบคาบ

......ยึดบางส่วน คืนบางส่วน

ผล...1.สู้บางส่วน ไม่สู้บางส่วน

.........2.ยืดเวลาแห่งชัยชนะออกไปอีก

คืนทรัพย์ให้หมด

ผล...1.ทักษิณสู้ต่อ กลับมาเลือกตั้ง ชนะ
......2.อำมาตย์ก็เดือดร้อน

...ยึดทั้งหมด...และเพิ่มด้วยการยึดทรัพย์ญาติและคนใกล้ชิดต่อเนื่อง(สมชาย/ชัยสิทธิ์ /พายัพ/ฯลฯ)

ขยายวงการยึดทรัพย์

ผล...1. อำมาตย์ได้ชัยชนะมากขึ้น

...2.อำมาตย์ทำลายคู่ปรปักษ์ได้มากหลายเท่า

..3.อำมาตย์อายุยืน เอาทรัพย์ไปแบ่งปันกันมากขึ้น

...อำมาตย์ควรเลือข้อนี้ ยึดทั้งหมด และยึดแบบขยายวง ยึดทรัพย์จาตุรนต์ด้วย

คุณจาตุรนต์ ขอความกรุณาเลิกอ้

คุณจาตุรนต์

ขอความกรุณาเลิกอ้างว่าเป็นคนตุลาเสียที
จริงๆคุณก็รู้ว่าคุณไม่ได้ทำอะไรเลย
กระดากปากด้วยครับ

ลุงเล็ก

อ้อครับกรณีที่มีข่าวความพยายา

อ้อครับกรณีที่มีข่าวความพยายามจะติดสินบนศาล ที่พธม.โดยสุริยะไหล ศรีหาเหตุ พยายามเต้าข่าว(เพราะกลัวผลออกมายกฟ้องแล้วเขากลับมาเฉ่งเรียงตัว) ผมว่า เนื้อหาที่จะมีการตัดสินบนศาล

มันมีความเป็นไปได้หรืออ่อนกว่า การแทรกแซงศาล(อย่าลืมว่าอำนาจศาลขณะนี้80%.ใครใช้?ในโครงสร้างอำนาจขณะนี้) ตรงนี้มีความเป็นไปได้สูงสุดกว่าติดสินบนศาล(ก็ลองมีจริงสิหัวขาดแน่อำนาจศาลของใคร) แล้วท่าทีล่าสุดของคนที่กำลังจะตายเขาพูดอะไรเขาบอกอะไรเขาชี้ไปที่ใคร?

ผมว่าตรงนั้นน่าจะมีความเป็นไปได้สูงสุดครับ?เพราะผมงานที่ผ่านมาการตัดสินหลายเรื่อง เด็กมัธยมก็คาใจ(อย่างมีเหตุมีผลน่ะไม่ต้องด.ร.ทางกฏหมายหรอก) เช่นย้อนหลังไปเอาผิด?ฯลฯ

และกรณีนี้จะไว้ใจได้อย่างไร? เพราะมันได้เสียเชิงเกมอำนาจสูงมากเลยพธม. ถ้าจะถามหรือเต้าข่าวทำไมไม่ทำสิ่งที่มันใกล้เคียงความน่าจะเป็นหน่อย? กล้าไหมสุริยะไหลหรือกล้าแค่ให้ร้ายคนอื่นแค่กับทีมวิ่งผลัดสี่คูณให้ร้ายฝ่ายตรงข้าม

แต่สิ่งที่เป็นไปได้สูงสุดในฝ่ายตนเงียบกริบ ทำตามปริบๆเชื่องๆว่าง่ายแบบสนัขรับใช้เปี๊ยบเลย???

คุณกลียุคครับ ผมอ่านความเห็นข

คุณกลียุคครับ

ผมอ่านความเห็นของคุณมาตลอด ยังหาไม่พบว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณมองไม่เห็นว่าทักษิณมีพฤติกรรมอย่างไร?
ว่างๆเปิดดู Clip ที่ทักษิณส่งมาตลอด ๓ ปี แล้วใช้สติใตร่ตรอง คุณก็จะพบคำตอบเองครับ

ปล้นประชาธิปไตย ,

ปล้นประชาธิปไตย , ปล้นทรัพย์ผู้อื่น , หลบเลี่ยงภาษี , ปล้นทรัพยากรชาติ ต้องขอชมเชย ... พล.อ.สนธิ , พล.อ.เปรม , คตส. ,ปปช., กกต., โดยเฉพาะคุณเปรม เดินหมากได้เฉียบขาดมาก ยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากจะกล่าว แต่ขอไว้แค่นี้ก่อน ขอเป็นกำลังใจให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อสู้ต่อไป...ประชาชนจะอยู่เคียงข้างท่าน

คุณอะตอมครับ ว่างๆลองอ่านคำสร

คุณอะตอมครับ
ว่างๆลองอ่านคำสรุปของทนายทักษิณบ้างนะครับ
จะได้มองอะไรๆที่มันใสสว่างกว่านี้นะครับ
สงสารนะครับ

คุณอะตอมครับ กรุณาอดใจรออีก ๓

คุณอะตอมครับ

กรุณาอดใจรออีก ๓ วันก็จะรู้คำตอบแล้ว อย่าอึดอัดนักเลยครับ
ปล่อยเป็หน้าที่ของศาลเถอะครับ แต่ต้องระลึกไว้หน่อยนะครับ
ศาลชุดนี้ไม่ใช่ชุดเดียวกันกับที่ ตัดสินคดีซุกหุ้นภาค ๑ นะครับ

ก๊วยเจ๋ง

ก๊วยเจ๋ง โพสต์ว่า

คุณ...ก็เป็นคนหนึ่ง ที่ทำความเจริญให้ประเทศได้...เมื่อเห็นการทุจริต แบบที่คุณว่า "หน้าด้านๆ" คุณหาข้อมูล รวมตัวกันเป็นกลุ่ม เป็นก้อน ร้อง ปปช.เลย

*******************************************

ก๊วยเจ๋ง รู้หรือไม่ ว่า ปปช.ชุดนี้

ใครเป็นคนแต่งตั้งพวกมัน?

คดีของพวกเดียวกับมัน มันเอาไปดองไว้ ไม่ทำอะไร

ไม่รู้หรือ? ก๊วยเจ๋ง

Thank You ..."คนบางระจัน"

Thank You ..."คนบางระจัน"

เสื้อแดง ...ต้องสู้อยู่แล้ว โดยใช้ "ความจริง"

วันที่ 26 รู้ผล ว่า...ทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน จะเป็นอย่างไร ...เหตุผลที่จะยึดทรัพย์ เฉลยออกมาอย่างไ? ..อย่างไรก็แล้วแต่ ... มีเสียกับเสีย ...คือ ...ยึด ก็เสีย ไม่ยึดก็เสีย ... เกมส์นี้ บรรดา อำมาตย์และเครือข่าย จะเข้าเนื้อตัวเอง ...ทั้ง ขึ้น-ทั้งล่อง ...โง่ กี่ต่อ อย่างไร?

โง่ ต่อที่ 1 ...คือตั้งธงยึด "ยึดหมด หรือ ยึดแค่บางส่วน (1หรือ2หรือ3:4)" อ้างว่า "ความยุติธรรม"มาก่อน... ยังไงก็ต้องยึด ...ตามที่ใจอยากจะตัด "ท่อน้ำเลี้ยง"ให้หมด...แต่อ่านเกมส์ แล้วว่า "ตัด หมด หรือตัด บางส่วน "เพราะเสื้อแดงไม่มีเงินจำนวนนี้ ก็ไม่อดตาย ไม่สามารถก่อเหตุประท้วงได้อีก ...แต่จะถูกตราหน้าว่า 2 มาตราฐาน รุนแรงเด่นชัดขึ้น ...และจะถูก คนเสื้อแดง แฉ เบื้องหลัง "อำมาตย์" รุนแรงมากขึ้น ...และทุกคนที่ร่วม "สังคกรรม" คราวนี้ มีแต่ "เสีย" ประเทศก็จะเสียไปด้วย ..

แต่ ไม่เสียใจ จึงเห็นพ้องเลื่อกเอาข้อนี้แน่นอน ...ยอมเสีย ...ยอมโง่ ว่า เป็น 2 มาตราฐาน ดีกว่า "ให้เสื้อแดงมีทุน ต่อท่อน้ำเลี้ยง มาประท้วงไป อีก หลายปี"

โง่ ต่อที่ 2 คิดผิด เพราะจะเอาเงินที่ยึดไปไหน..? จะทำอย่างไรกับเงินจำนวนนี้ ? ถ้าเอาคืนแผ่นดิน ...ความผิดในข้อหา "ผลประโยชน์ของแผ่นดิน" ตามที่ฟ้อง ...และ ผู้ฟ้องร้องศาลต้อง กล่าวข้อหาหนักๆ ที่ถึงขั้นกระเทือน ระดับความมั่นคงของประเทศ ถึงจะสามารถ ยึดทรพย์ได้ ผลกระทบจะรุนแรงตามมาอีก อย่างคาดสาเหตุไม่ได้ ...

เพราะผู้เดือดร้อนตามมาในคดีนี้คือ"ตลาดหุ้นของไทย" เพราะไม่สามารถควบคุม การซื้อ-ขายให้อยู่ในกติกาได้ ...จะมีเหตุรุนแรง คือ แดงทั้งแผง การซื้อขาย "ประเทศ สิงคโปร์"ที่มาลงทุน ไม่อยากได้หุ้นนี้แล้ว(หลงกล ซื้อ) เพราะหาจังหวะ ฟ้องร้องเอาการ ซื้อขาย ต้องเป็น "โมฆะ" ??? แล้ว 7.6 หมื่นล้าน ก็จะ กลับไปหาเจ้าของเดิมๆ ได้หรือไม่? อาจจมีการฟ้องร้องต่อ ศาลโลก (ประเทศไทย จะขายขี้หน้า ขนาดไหน) ...คาดว่า อำมาตย์ไม่น่าเลื่อกเอาข้อนี้

ไม่ยึด ก็เสีย คือ ก็จะถูกพวก PAD+ ปชป ต่อว่า โง่ อยู่ดี ...เพราะมันต้องการ ตัดท่อน้ำเลี้ยงของคนเสื้อแดง แต่ มี ศรัตรูทางการเมือง เพื่มขึ้น ...และพลพรรคที่รวมตัวกัน ล้มรัฐบาลทักษิน ก็จะแตกคอกัน ...เป็นเสี่ยงๆ แต่ ความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง จะเบาบางลง ...อำมาตย์ น่า จะเลือก ข้อนี้ ...

ดังนั้นจึง หนักใจ ในการเลื่อกว่า จะยอมเสียน้อย หรือ ยอมเสียมาก ในการขจัด "ทักษิน" หนนี้ ...

***** เรื่อง สนามกอล์ฟอัลไพน์

***** เรื่อง สนามกอล์ฟอัลไพน์ *****

คุณยายเนื่อม เจ้าของที่ดิน เสียชีวิต

พินัยกรรมของยาย ยกที่ดินให้กับวัด ที่จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์

ปัญหาเกิดขึ้นคือ

วัด อยู่ที่จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ แต่ที่ดิน อยู่จังหวัดปทุมธานี ห่างกัน 300 ก.ม.เศษ

วัดไม่รู้จะทำยังไง

วัดจึงได้ขายที่ดิน เพื่อนำเงินมาใช้ประโยชน์

****************************************

พวกที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวัด แต่ต้องการหาเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ

ก็ออกมากล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งซื้อที่ดินต่อจาก นายเสนาะ เทียนทอง ว่าโกงที่วัด

สนธิ :

สนธิ : คำถาม-ข้อโต้แย้งความเห็น คนเสื้อแดงในคดียึดทรัพย์ “เมิงแกล้งโง่หรือโง่จริงๆกันแน่”

จากนโยบายประชานิยม ที่แม้วใช้เป็นเครื่องมือปูทางเข้าสู่อำนาจได้อย่างสวยสดงดงาม
ด้วยการชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย และเป็นนโยบายที่ใช้เม็ดเงินงบประมาณแผ่นดิน
จำนวนมหาศาล รวมแล้วเป็นมูลค่างบประมาณ 890,000 ล้านบาท (แปดแสนเก้าหมื่นล้าน
บาท) เป็นการหว่านเงินงบประมาณแผ่นดินลงไปเพื่อการหาเสียง สร้างฐานกำลังเพื่อตนเอง
และพวกพ้อง นโยบายประชานิยมของแม้วยังสร้างความเสี่ยงสูงให้แก่เศรษฐกิจ ในระดับ
ประเทศและระดับชุมชน ครัวเรือนมีหนี้สินพอกพูนขึ้น ในขณะที่ผลผลิตทางเศรษฐกิจไม่ได้
เพิ่มขึ้นอย่างที่แม้วได้โฆษณาไว้แต่อย่างใด ผลกระทบที่เกิดขึ้นคงไม่ต้องอธิบาย เพราะ
มีให้เห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน

นโยบายต่อจากประชานิยมของรัฐบาลแม้ว คือ นโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยรัฐบาลแม้ว
ได้ประกาศนโยบายชัดเจนว่ามีความต้องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ
ทำงาน และประหยัดงบประมาณแผ่นดิน 4 ปีกว่าที่รัฐบาลแม้วครองอำนาจบริหารประเทศ
ได้ทำการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ภายใต้ข้ออ้างที่ว่า
เป็นการระดมทุนจากภาคเอกชนและนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

ลักษณะของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลแม้ว คือ การทำให้ภาคเอกชนเข้ามาเป็น
เจ้าของบางส่วนในรูปแบบของผู้ถือหุ้น โดยรัฐบาลยังคงมีอำนาจในการบริหาร แต่ไม่ได้
ใช้อำนาจการบริหารนั้นเพื่อประชาชน กลับทำเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนผู้ถือหุ้น
ซึ่งเป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลแม้ว เช่น ในกรณีของ ปตท. มีประชาชนเข้าคิว
รอเพื่อจับจองหุ้นก่อนเวลานานหลายชั่วโมง พอเริ่มเปิดให้จองเพียง 1 นาที 2 วินาที
หุ้นที่เตรียมจัดสรรให้ประชาชนทั่วไปถูกจองหมดแล้ว 1 นาที 2 วินาทีเท่านั้น

ผลที่ปรากฏหลังจากนั้น คนที่ได้สิทธิซื้อหุ้นจองมากที่สุด 20 อันดับแรกเป็นตระกูลของ
นักการเมือง ส่วนหุ้นอีกจำนวนหนึ่งถูกขายให้กับนักลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งบริษัทที่ถือ
หุ้นใหญ่ที่สุดจำนวน 3 ใน 5 ราย เป็นบริษัทตัวแทนนักลงทุนโดยไม่ได้ระบุชื่อนักลงทุน
แต่อย่างใด สุดแล้วแต่ว่าใครจะคาดเดาว่ากลุ่มนักลงทุนเหล่านั้นเป็นใคร (มีเพียงเสียง
กระซิบผ่านสายลม ว่า คงเป็นกลุ่มนักธุรกิจในคราบของนักการเมือง เป็นพียงเสียงกระซิบ
จากสายลมเท่านั้น)

การแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นบริษัทจำกัด เพื่อเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์นอกจากเป็นการหา
รายได้เข้าประเทศ (หลังจากใช้เงินคงคลังที่เหลือจากการใช้หนี้ IMF จนแทบไม่เหลือ)
ผลพวงที่ได้รับคือ การเพิ่มขนาดของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของดัชนี
ตลาดหลักทรัพย์ ทำให้มูลค่าหุ้นตัวอื่นขยับขึ้นตามไปด้วย ซึ่งผู้ถือหุ้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
นักธุรกิจนักการเมืองทั้งหลายในเครือข่ายของแม้วทั้งนั้น

อีกมุมหนึ่งการกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ มีการกำหนดมูลค่าซื้อขายต่ำกว่าความเป็น
จริง เช่น กรณีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินของ กฟผ.เพื่อทำการแปรรูปต่ำกว่าความเป็นจริง
ถึง 10 เท่า ดังนั้นราคาหุ้นที่เสนอขายจึงมีมูลค่าค่ำ นั้นหมายความว่า ผู้ที่ซื้อหุ้นรัฐวิสาหกิจ
ได้ในราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็น สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างมหาศาลจากส่วนต่างของ
มูลค่าหุ้นในอนาคต การดำเนินการเช่นนี่สามารถสะท้อนพฤติกรรมแสวงหากำไรจากการ
แปรรูปได้อย่างชัดเจน

การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ไม่ได้ลดการผูกขาด หรือ ลดการแข่งขันอย่างที่รัฐบาลแม้วได้
โฆษณาไว้แต่อย่างใด และไม่ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น เพียงแต่เปลี่ยน
จากการผูกขาดของรัฐบาลเป็นการผูกขาดของเอกชน ส่งผลให้อำนาจการต่อรองของ
ประชาชนลดลง.. และมีแนวโน้มที่อาจจะต้องจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ในอัตราที่
สูงขึ้นต่อไปในอนาคต...

ในส่วนของการแปรรูป ปตท. คงไม่ต้องอธิบายรายละเอียด การดำเนินการของรัฐบาล
รวมถึงผลกระทบต่อประชาชนของประเทศ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างได้ปรากฏอยู่ในคำฟ้อง
ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่ายยื่นฟ้องนายกและคณะรัฐมนตรี ตามสำเนาที่นำมา
ให้ทุกท่านได้อ่าน ได้วิเคราะห์ รวมถึงผลคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ในหัวข้อ
ที่ผ่านมา "คำฟ้องกรณีแปรรูป ปตท.

โกงเชิงนโยบาย มีความหมายแบบพอสรุปให้เข้าใจได้ง่ายๆ หมายถึง การโกง การทุจริต การคอรัปชั่น
โดยการออกกฎระเบียบ ออกกฎหมาย ออกคำสั่ง มอบหมายแนวนโยบายทางปฏิบัติ
ข้อบังคับทั้งในส่วนท้องถิ่น ชนบท หรือตัวเมือง ในระดับประเทศ ระดับจังหวัด หมู่บ้าน
ให้เข้าทางของตนเองและพวกพ้อง เพื่อนำสิ่งต่าง ๆ เข้าพกเข้าห่อที่ได้จัดเตรียมไว้
อย่างถูกต้องตามระเบียบ ตามคำสั่ง ตามกฎหมาย

การโกง การทุจริต การคอรัปชั่น นับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา มีการพัฒนารูปแบบ
แนบเนียนชนิดที่หน่วยงานและองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่สามารถเอาผิดได้
เพราะถือเป็นการให้โดย เสน่หา หรือออกมาในรูปของการเข้า ร่วมทุน
โดยไม่ต้องนำเงินมาลงทุน หรือที่นิยมเรียกกันว่า หุ้นลม แทนการจ่ายเป็นตัวเงิน
เป็นเช็คหรือสิ่งของสุดแล้วแต่จะประเคนมาให้ เค้าเรียกว่าเป็น การโกงกินแบบยาวนาน
ต่อเนื่องชั่วลูกชั่วหลาน

การกระทำข้างต้นได้อาศัยช่องว่างของรัฐธรรมนูญที่พยายามเรียกร้องให้นำกลับมา
บังคับใช้ของมวลชนกลุ่มหนึ่ง ช่องว่างดังกล่าวเพียง 2 มาตราก็สามารถกระทำการ
ที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน ระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองและทางธุรกิจ

มาตรา 110 ห้ามมิให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องไม่รับสัมปทานจากรัฐ
หรือไม่รับประโยชน์ใด ๆ จากรัฐ

มาตรา 209 ห้ามมิให้รัฐมนตรีเป็นหุ้นส่วน หรือ ผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
หรือห้ามไม่ให้รัฐมนตรีกระทำการใดอันมีลักษณะเข้าไปบริหารหรือจัดการใด ๆ
เกี่ยวกับหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

ในข้อความที่ปรากฏตามรัฐธรรมนูญ ตีความภาษาซื่อ ของคนซื่อ ๆ คือ ห้ามเฉพาะ
ตัวรัฐมนตรี ไม่ได้ห้ามภรรยาและบุตร ไม่ได้ห้ามไปถึงพี่น้อง เครือญาติ จึงไม่ใช่
เรื่องแปลกที่บรรดาท่านรัฐมนตรีจะทำการโอนหุ้นและกิจการต่างๆให้กับ ภรรยา
บุตร พี่น้อง และ เครือญาติ แทนที่จะโอนให้บรรษัทบริหารสินทรัพย์หรือบริษัท
ตัวแทนผู้ถือหุ้นให้ดูแลรักษาผลประโยชน์แทน...

21 ม.ค.46 ครม.มีมติออกพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษี
สรรพสามิต พ.ศ.2537 เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิต
กับผู้รับสัมปทานโทรคมนาคม แทนการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้แก่รัฐ ทำให้แอดวานซ์
ได้รับผลประโยชน์จากการแปรค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต

19 พ.ย.46 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีมติส่งเสริมการลงทุน
โครงการดาวเทียม "ไอพีสตาร์" ของชินแซท โดยให้การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
เฉพาะรายได้ที่ได้รับจากต่างประเทศ เป็นระยะเวลา 8 ปี ทำให้ชินแซท ได้รับการยก
เว้นภาษีครั้งนี้สูงถึง 16,459 ล้านบาท

14 ธ.ค.46 กระทรวงคมนาคมให้สิทธิการใช้สนามบินแก่สายการบินราคาถูกและ
ยกเลิกการคุมค่าโดยสารขั้นต่ำ 3.8 บาทต่อกิโลเมตร ทำให้แอร์เอเชียได้ผลประโยชน์
จากนโยบายนี้

30 ม.ค. 47 คณะอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้สำนักงานปลัดนายกฯ
ปรับลดค่าสัมปทานกับไอทีวี เป็นเงิน 20 ล้านบาท พร้อมมีคำสั่งให้ สปน.ปรับลดค่า
สัมปทานให้ไอทีวี เหลือปีละ 230 ล้านบาท ทำให้ไอทีวีได้ประโยชน์ไปไม่น้อยกว่า
17,000 ล้านบาท

กลางปี 2547 ครม.มีมติอนุมัติให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า ออกเงินกู้ดอกเบี้ย
ต่ำให้รัฐบาลพม่า เพื่อมาทำสัญญาขอใช้บริษัทดาวเทียมไทยคมกับชินแซท ซึ่งนอกจาก
รัฐบาลต้องค้ำประกันความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ให้กับพม่าซึ่งถือเป็นการโอนภาระของ
ชินแซท ในฐานะคู่สัญญาโดยตรงมาให้ การคลังด้วย

20 ม.ค.2549 ประกาศใช้ พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544
แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 โดยแก้ไขให้คนต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% ซึ่งเดิมระบุ
ให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 25% เท่านั้น และมีการตัดเงื่อนไขเรื่องสัดส่วนกรรมการบริษัท
ที่ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ออกทั้งหมด โดยกม.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้
ในวันที่ 21 ม.ค. 2549 ก่อนที่จะเกิดการขายหุ้นให้กับเทมาเส็กเพียงแค่ 2 วัน คือขายวันที่
23 ม.ค.49

ข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่นอกเหนือจากนี้เล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นส่วนของพวกพ้องและ
เครือข่าย ซึ่งยากต้องการพิสุจน์เพราะกระทำการอย่างถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับ
ทุกประการ จึงไม่ถือว่าเป็นความผิดแต่อย่างใด หากแต่ว่า ความผิดที่กระทำมันคงฝังลึก
อยู่ในจิตใจ ตราบจนถึงวันสิ้นลมหายใจ ตราบาปหากแม้นไม่ปรากฏต่อสายตาสาธารณชน
ตราบาปนั้นจะจมลึกอยู่ในสามัญสำนึกทั้งในปัจจุบัน ในจิตใจของลูกหลานให้หาความสุข
ในชีวิตมิได้ ถึงแม้ว่า กองเงิน กองทุน จะทำให้ชีวิตหรูหรา ฟู่ฟ่า แต่ ชีวิตยากนักที่จะพบ
กับความสงบสุข หากแต่ต้องดิ้นรน ต่อสู้ กับตราบาปที่ยังคงอยู่ ตราบนานเท่านาน....

***** เรื่องเผา

***** เรื่องเผา ไม่ใช่เผาแค่กรุงเทพ *****

เรื่องนี้ อริสมันต์ พูดว่า "ถ้าทหารยิงประชาชน" ประชาชนก็สู้โดยการ เผาเมือง

แต่พวกอำมาตย์ พูดไม่หมด

อยู่ดีๆ พวกเสื้อแดง จะมาเผาเมืองทำไม

เขาจะเผา ต่อเมื่อโดนทหารยิง

อย่าว่าแต่คนเลย

แม้แต่หมา มันยังสู้ ถ้าถูกทำร้าย

***** ไม่ต้องทะเลาะกัน

***** ไม่ต้องทะเลาะกัน *****

สภาพเมืองไทยตอนนี้ กำลังจะเกิด "สงครามชนชั้น"

แต่ก่อนนี้ อ่านหนังสือ ไม่เข้าใจว่า "สงครามชนชั้น" คืออะไร

มาบัดนี้ เข้าใจแล้ว

มันเป็นการต่อสู้ระหว่าง คนที่ได้เปรียบ กับคนที่เสียเปรียบ ในสังคม

สมัยก่อน คนที่เสียเปรียบ ถูกเอารัดเอาเปรียบยังไง ก็ยังอยู่ได้

เพราะเมืองไทยอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา มีเบ็ดอันเดียวก็ตกปลาได้ ไม่อดตาย

แต่ปัจจุบัน มันไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว

คนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ทนไม่ไหวแล้ว ไม่สู้ก็อดตาย หรืออยู่อย่างยากลำบาก

เขาลุกขึ้นมาสู้แล้ว เขาไม่ทนต่อไปแล้ว

*******************************

ทุกท่านโปรดเตรียมตัวให้พร้อม

เพื่อเข้าสู้ "สงครามชนชั้น"

******************************

"สงครามชนชั้น" ได้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

คราวนี้ เป็นคิวของ ประเทศไทย

คตส. :

คตส. : คำถาม-ข้อโต้แย้งความเห็น คนเสื้อแดงในคดียึดทรัพย์ “พวกเมิงกินข้าวหรือกินหญ้ากันแน่”

เส้นทางสายธุรกิจ

ความมั่นคงและมั่งคั่งของชินคอร์ป เกิดจากความสามารถของผู้บริหาร หรือเกิดจากโอกาส
ที่ประชาชนหยิบยื่นให้ ได้มีโอกาสเข้ามาบริหารบ้านเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี (โดยประมาณ)
ยังเป็นสิ่งที่ต้องวิเคราะห์โดยปราศจากภาพลวงตาใด ๆ

เอไอเอส : ได้สัมปทานและยังสามารถขยายเวลาสัมปทานโทรศัพท์มือถือที่สร้างรายได้
ในลักษณะของการสูบเงินจากประชาชนด้วยจำนวนเลขหมายรวมเกือบ 21 ล้านเลขหมาย
(ข้อมูล ณ ปี 2549) หรือประมาณ 90 % ของเลขหมายที่เปิดใช้บริการ มีรายได้รวมต่อปี
ประมาณ 80,000 ล้านบาท

ชินแซทเทิลไลท์ : ได้รับสัมปทานดาวเทียมจากรัฐบาล รสช และยังได้รับยกเว้นภาษี
เงินได้จากบีโอไอประมาณ 16,400 ล้านบาท ในปี 2546 (19 พย. 2546) ในสมัยรัฐบาล
ของใครคงไม่ต้องอธิบาย

แคปปิตอลโอเค : บริษัทให้สินเชื่อในรูปแบบเงินกู้ด่วน โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าผู้มีรายได้
น้อย คนยากจน และอาจจะรวมถึงชาวรากหญ้า โดยการปล่อยสินเชื่อเงินกู้ด่วน ดอกเบี้ย
สูง (ชาวบ้านบอกว่า มหาโหด)

แอร์เอเซีย : สายการบินราคาถูก ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อปันส่วนลูกค้าจากการบินไทย

ไอทีวี : ทีวีได้รับสัมปทานจากกรมประชาสัมพันธ์ ได้รับการอนุมัติให้ลดค่าสัมปทาน
พร้อมทั้งอนุญาตให้ปรับผังเวลาขยายรายการบันเทิง เพื่อผลประโยชน์เชิงธุรกิจในปี 2547

เอสซีแอทเซท : บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือบริษัทสร้างที่อยู่อาศัย หมู่บ้าน เพื่อ
ขาย ที่สามารถซื้อที่ดินราคาถูกทั้งจากบุคคลธรรมดาและหน่วยงานบรรษัทบริหารสินทรัพย์

เส้นทางการเติบโตของเครือข่ายธุรกิจในครอบครอง

27 มีนาคม 2533 – วิ่งเต้นจนเอไอเอสได้รับสัมปทานจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย
ให้เป็นผู้ดำเนินโครงการระบบเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 900 MHZ เป็นระยะเวลา 20 ปี

ปี 2535 – วิ่งเต้นจนได้รับสัมปทานดาวเทียมไทยคมโดยการสนับสนุนอย่างดีจากรัฐบาล รสช.
โดยอิงความสัมพันธ์ที่สนิทแนบแน่นกับ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ในการชดใช้บุญคุณเกิด
หรือไม่ ไม่ขอเอยถึง แต่คนสนิทของท่าน ได้เป็นรมว.กลาโหม และ ผบ.สูงสุด

18 พฤศจิกายน 2535 - เอไอเอสแปรสภาพเป็นมหาชนจำกัด กระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

1 ตุลาคม 2537 - รัฐบาลชวน 1 เอไอเอสเปิดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ Digital GSM

20 กันยายน 2539 - รัฐบาลนายบรรหาร ทักษิณ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เอไอเอส
ลงนามสัญญาแก้ไขสัญญาสัมปทานกับองค์การโทรศัพท์ โดยเพิ่มอายุสัมปทานจาก 20 ปี เป็น
25 ปี

กรกฎาคม 2542 - เอไอเอสเริ่มเปิดจำหน่ายและให้บริการผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ One-2-Call
ซึ่งเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบดิจิตอล GSM แบบ Pre-paid โดยใช้บัตรเติมเงินที่ไม่จัดเก็บค่า
บริการรายเดือน และไม่ต้องมีการจดทะเบียนเลขหมาย

ปี 2544 – ปีแรกของการเข้าบริหารบ้านเมือง ภายใต้นโยบายเพื่อชาติ

• แปรสภาพคู่สัญญาและคู่แข่งของเอไอเอสอย่างองค์การโทรศัพท์ มาเป็นบริษัท ทศท.
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้รายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงลงทุนโครงข่ายที่ไม่
คุ้มทุนเพื่อประชานิยม โดยรัฐบาลทำหน้าที่กำกับดูแลการจัดซื้อจัดจ้างและการสัมปทานที่
ไม่คุ้มค่าและทำให้การแข่งขันของ ทศท.อ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ

• แปรสภาพคู่แข่งของเอไอเอสอย่างการสื่อสาร มาเป็นบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด
(มหาชน) ยกเลิกการประมูลสัมปทานเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือของคู่แข่ง CDMA เฟส 2
ที่เอกชนรายอื่นชนะประมูลแล้วกลับมาให้ กสท. ลงทุนเอง รัฐบาลก็กำกับดูแลเช่นเดียว
กับกรณี ทศท. จนรายได้ของ กสท. ก็ลดลงและอ่อนแอลงอีกเช่นกัน

ในปี 2546 - ตรา พ.ร.ก.จัดเก็บภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม โดยไม่ให้กระทบ
รายได้สัมปทานของผู้ประกอบการรายเดิม กีดกันผู้ประกอบการรายใหม่ จนไม่มีผู้ประกอบ
การรายใหม่เข้ามาแข่งขันได้

19 พฤศจิกายน 2546 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีมติส่งเสริมการลงทุนโครง
การดาวเทียมไอพีสตาร์ของชินแซทเทิลไลท์ โดยให้การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเฉพาะ
รายได้ที่ได้รับจากต่างประเทศ ทั้ง ๆ ที่เป็นกิจการที่ลงทุนเดิมอยู่แล้ว ชินแซทฯ จึงได้รับ
การยกเว้นภาษีเงินได้อีก 16,459 ล้านบาทต่อปี

14 ธันวาคม 2546 - ชินคอร์ปลงทุนในสายการบินราคาถูก แอร์เอเซียมาเป็นคู่แข่งการบินไทย
(นกแอร์) โดยรัฐบาลจัดส่งคนไปดูแลและตัดสินใจนโยบายเส้นทางการบินและการจัดซื้อจัดจ้าง
พร้อมกับเปิดเสรีการบินภายในประเทศโดยยกเลิกอัตราค่าโดยสารขั้นต่ำ 3.8 บาทต่อกิโลเมตร
และในที่สุดการบินไทยก็เริ่มเข้าสู่การขาดทุนจากนโยบายเส้นทางบินที่ผิดพลาด

30 มกราคม 2547 - ไอทีวีได้ลดค่าสัมปทาน และไอทีวีสามารถปรับเพิ่มรายการบันเทิงได้

ปื 2547 - ชินคอร์ปเริ่มเข้าสู่ธุรกิจสินเชื่อแก่ผู้บริโภค แคปิตอล โอเค ปล่อยสินเชื่อนอกระบบ
ธนาคารพาณิชย์ ทำมาหากินเพิ่มเติมจากภาคประชาชนที่เดือดร้อนเงินทอง

ข้อมูล ณ ปี 2547 เฉพาะบริษัทมือถืออย่างเอไอเอสมีรายได้รวมทั้งสิ้นประมาณ 77,708 ล้านบาท
โดยที่ไม่ต้องเสียค่าเช่าโครงข่าย (access charges) ของ ทศท ฯ เหมือนผู้ประกอบการรายอื่น

ผลการวิเคราะห์ที่มาของความมั่นคงและมั่งคั่งของชินคอร์ป จะเกิดจากความสามารถหรือโอกาส
สุดแล้วแต่ท่านจะวิเคราะห์ ไม่มีทั้งคำอธิบายหรือคำนิยามใด ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างปรากฏอยู่ในตัว
ของมันเองแล้วทุกกรณี

ครับแล้วนู๋"warawut T"

ครับแล้วนู๋"warawut T" ไปได้อวัยวะส่วนไหนมาครับ?ของจริงของปลอมนู๋ตรวจสอบยัง?แต่ที่สำคัญที่สุด เข้าใจเชิงโครงสร้างเชิงลึกของคดีนี้ไหม?มันโยงอะไรมีที่มาที่ไปในต้นน้ำอย่างไร ?หรือคลำๆไปเจออวัยวะไหนมา(จากปลายน้ำของปัญหาไปเจอก้อนกรวดมา)แล้วเอามาโพยทนาว่าตัวเองรู้จริงหรือมีหมัดเด็ด

แน่จริงเอามาเฉลยครับ?(ผมก็ไม่รู้ว่าคืออะไรในสิ่งที่คุณจะเสิร์ฟ แต่มองที่มาที่ไปเลยไปถึงต้นน้ำของปัญหาแล้วสิ่งที่คุณพยายามสร้างมูลค่าเพิ่มมาแบบอุบไต๋ ผมเฉยๆ)เพราะบางที่มีว่าเด็ดๆหรือหมัดเด็ดนั้นมวยวัดครับ? หมัดแบบนี้เวทีมวยวัดเขาเอามาวัดกันแบบจำอวดครับนู๋"warawut T" ผมเข้าใจมุกแบบนี้ดี นั้นคืออุบไต๋ไม่แบตั๋วแต่พอเอามาแบจริงๆของเก้ไร้สาระทั้งนั้นครับ? คือมันเก่าและไม่เข้าประเด็นเลยก็มี?คือเปิดออกมาเด๋อน่ะ?ไร้สาระน่ะ?

เอาเป็นว่าผมไม่รู้ว่ามุกคุณของจริงของปลอมเพราะเจตนาอุบไต๋เลยไม่แน่ใจว่าที่อุบไว้มันไม่มีอะไรเลยก็ได้ แต่ถ้าจะให้ผมไปอ่านเงื่อนไข หรือไปงมเข็มปัญหาที่ปลายน้ำเสียเวลาและไร้สาระสำหรับผมมากครับ ?ขอบายเพราะมันไร้สาระเกินไป ถ้ามีอะไรจริงๆ คุณ แบมาเลยดีกว่า อย่ามาใช้มุกนี้เลยครับมันเด็กๆเกินไปเสียเวลาสนทนา(บังเอิญว่าเอ่ยชื่อพาดพิงมาเลยต้องเสียเวลาสนทนาด้วย)???

ครับคุณwarawut

ครับคุณwarawut Tจริงๆก็คือต้องรอนั้นล่ะ แต่เนื้อหาตรงนี้แบบนี้มันพยากรณ์อากาศได้เลย?เพราะโครงสร้างอำนาจโครงสร้างปัญหา มันออกแบบอะไร???ไว้ล่วงหน้าแล้วนู๋อย่ามาอินโนเช้นท์?อะไรๆแบบมาแคะๆเกาๆ หรืองมเข็มปัญหาที่ปลายน้ำตรงนี้แบบนี้เลยครับ มันไร้สาระเกินไป?

เพราะโครงสร้างอำนาจเกมกาสิโนอำนาจแบบนี้ หลายเรื่องมันได้พิสูจน์ตัวตนในสถานะภาพที่แท้จริงของศาลไทยว่าจริงๆอำนาจนี้ใครใช้ ใครประกาสิต หรือถ้าจะให้ชัดกว่านั้นเชิญศาลทั้งหมดทุกศาลเลยครับ แล้วกล้าสาบานต่อหน้าผมไหม?ว่าอำนาจศาลรับใช้ใครยึดโยงปชต.หรือในหลักการแบบปชต.หรือไม่?

แล้วที่ลงไปมั่วทุกสนามนั้นน่ะเพราะอะไร? เป็นงานที่มีเกียรติใช่ไหม? ลงไปเขย่าไฮโลในกาสิโนอำนาจกับสถานภาพเจ้ามือหรือนักเลงคุมบ่อนเป็นหมากหนึ่งของเกมอำนาจในสถานะตัวผู้เล่นเต็มตัวแบบนั้นมันน่าทรงเกียรติหรือน่าทรงเกือกล่ะ?

บทบาทอำนาจศาลตามปชต.ว่าไว้อย่างไร ความศักดิ์สิทธิ์ ความน่าเชื่อถือบนความอิสระจากสามก้อนเส้าอำนาจหลัก แต่คุณกลับผันบทบาทหน้าที่ มาเป็นเจ้ามือคุมบ่อนในกาสิโนอำนาจ เขย่าไฮโลหัวสั่นกับเขา ลงไปมั่วฝุ่นตลบทุกสนามกับเขา กับหน้าที่"ตุลาการอภิบาลนุมมัติ"(ปฎิวัติโดยศาล)

หรือกล้าสาบานหรือกล้าเถียงว่าไม่จริง แล้วกรณียุบพรรคจับตอน111กฎหมายย้อนหลังไปเอาผิดถ้าศาลไม่สิ้นคิดจนกลายเป็นเครื่องมือเกมอำนาจ มันทำได้เหรอ?ศาลที่ไหนในโลกเขาทำกัน?ฮ้า!ว่าตรงนี้แบบนี้หรือกรณีอื่นๆที่ใช้กระบวนการยุติโดยทำ(ตีนทำ) จะให้แฉกล้ามาดีเบตกับผมไหม?แล้วต้องพูดได้ทุกเรื่องน่ะ?จะประจานให้เสียหมาเลย?กล้าไหม?ถ้าแน่จริงว่าตัวเองทำถูกแล้วไม่ได้ใช้อำนาจศาลไปรับใช้อำนาจพิเศษอะไร?จนมันเบี้ยวถาวรแบบนี้

เพราะอะไร เพราะการกระทำที่ต่ำของหน้าที่คุณไหม?จนลดตัวมาเป็นผู้เล่นในกาสิโนอำนาจกับเขาเขย่าไฮโลหัวสั่นแบบนั้นการลดตัวเองมาเป็นผู้เล่นแทนที่จะอยู่ในสถานะที่ทรงเกียรติในมิติการระงับเหตุความอิสระตามบทบาทหน้าที่ที่ทรงเกียรติ ไม่ใช่ทรงเกือก ใช้กระบวนการยุติโดยทำ(ถีบ) ใช้เกือกมากระทืบใครแบบนั้น แล้วบอกตัวเองว่าผู้รักษากฏหมายตามหน้าที่ทรงเกียรติของกระบวนการยุติธรรมไทย ทำไม่มันกลายเป็นยุติโดย"ทำ" หรือ"ถีบ"กระทำใครตรามใบสั่งแบบนั้น ใช้ตีนกระทำใครอย่างไร้เกียรติแบบนี้?

ไปถามตัวเองว่าทำอยู่หรือไม่ ถ้าจะเถียงจะได้ชี้ชัดๆว่ากรณีไหนบ้างใช้ตีนทำ ไม่ใช่กระบวนการยุติโดยธรรมตามบทบาทหน้าที่ศาลที่แท้จริง???

แบบนี้ประเทศรักกันตายเลย

แบบนี้ประเทศรักกันตายเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมาประเทศชาติไม่ได้พัฒนาไปไหนเลย วนเวียนอยู่ที่เดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร ดีใจที่ยุคสมัยเปลี่ยนไป ชนชั้นล่างเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น แต่ยังไงก็ถูกเอ่รัดเอาเปรียบเหมือนเดิม ชนชั้นสูงยังไม่หยุดทำร้ายประเทศแบบนี้ ระวังแผ่นดินแยกแน่ๆ
ยังไงอย่าเห็นคนหน้าชนชั้นสูงตอนถูกลดปลดจากตำแหน่งโดยประชาชน ถือจอบ ถือเสียม ปฏิวัติประเทศเอง แทนทหาร นายพลนักตีกอล์ฟ รอไม่เป็น ไม่รู้ว่าแข่งยิ่งปืนกับเด็กจะสู้ได้หรือเปล่า

ประเทศไทย ถึงคราวปิดฉากประเทศอันรุ่งเรืองเสียที

อ้อครับกรณีตัวอย่างเรื่องทฤษฎ

อ้อครับกรณีตัวอย่างเรื่องทฤษฎีตีงูอย่าแค่หลังหัก(เชื่อว่ากุนซืออำมาตยฯเชื่อในทฤษฎีจนถือว่าคือกลยุทธหลักในการไล่บี้ทักษิณขณะนี้) นั้นคือต้องการเบล็ดเสร็จเด็ดขาดอย่าให้เหลือซาก(ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์)นี่ไม่ใช่พึ่งทำ?เขาทำมานานแล้วตั้งแต่ปฎิวัติยุบพรรคจับตอนทั้ง111 และตามด้วยดาบสอง109 เพื่อสังเวยเกมย้ายขั่วอำนาจ(ตามเป้าหมายของเจ้าของสโลแกน"ล้านแล้วจ้านลูกป๋าเข้าวิน)

ขนาดนั้นลูกป๋าฯยังไม่เข้าวินยังออกแบบไม่เด็ดขาดที่สุดใช้วิธีการฉกมงกฏแย่งเหรียญตั้งรบ.ในกรมทหารแบบดื้อๆเลย นั้นคือสิ่งยืนยันว่ายุทธวิธีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นั้นเขาดีเดย์มานานแล้ว

เป้าหมายในวิธีคิดแบบตีงูอย่าเอาแค่หลังหัก(คือเอาให้ตาย)ที่ผมชี้ว่ามันใช้ไม่ได้ เพราะคู่กรณีผิดในเงื่อนไขความต่างที่ผิดมันจะเอามาใช้ในกรณีตัวอย่างเดียวกันไม่ได้?

เอาง่ายๆงู เมื่อมันถูกกระทำบนความรู้สึกไม่เป็นธรรม และมีความรักชีวิตหวงแหนชีวิตในสิทธิการดำรงอยู่ในโลกนี้เหมือนกับคน แต่ถูกคนกระทำด้วยการกระชากชีวิต ก่อนวัยอันควรด้วยการกระทำที่ไปเบียดเบียนต่อเขาแบบนั้น

การทวงสิทธิ์ การทวงความเป็นธรรมจากการถูกกระชากชีวิตเขาไปอย่างไม่เป็นธรรม ความอาฆาตรแค้นของงูที่ได้ชื่อว่าสัตว์เดรัจฉานมีพัฒนาการหลายด้านต่ำกว่าคนมันยังอาฆาตรจนสามารถมาเอาคืนคนได้อย่างมหัศจรรย์ได้ขนาดนั้น?

เพราะอะไรเพราะเงื่อนไขอะไร?เพราะความมักง่ายของคนที่มองเรื่องการเบียดเบียนคนด้วยกันในตรรกะเดียวกับการรังแกสัตว์แบบนั้นหรือไม่? แต่ความอาฆาตรของคนที่มีพัฒนาการอะไรหลายอย่างเสมอกัน เพียงแต่สถานะทางสังคมที่เป็นเปลือกนอกที่ครอบไว้อย่างหลวมๆ แค่นั้นที่ปรุงแต่งให้คนดูเหมือนต่างกัน

แต่ทุกคนที่เป็นคนเหมือนกันที่ว่าใหญ่แค่ไหนก็ไม่ใหญ่มากไปกว่าโลงครับ?หรือที่ว่าทั้งใหญ่ทั้งสูงแค่ไหนกลับคืนสู่สามัญหมด ดังนั้นคนทุกคนตายเป็นเหมือนกัน?แต่ถ้าคำว่าคนเหมือนกันไปลิขิตออกแบบวิธีการตายหรือวิธีการเบียดเบียนคนอื่น อย่างไม่เป็นธรรม?

ความอาฆาตรของคนมันสูงกว่าสัตว์ทั้งในวิธีการตอบโต้วิธีคิดที่ซับซ้อน มีอวัยวะ,มีสมองมีเครื่องมือตัวช่วยต่างจากงูมากครับ นั้นล่ะคือมหาเงื่อนไข ถ้าเราไปใช้สมมุติฐานที่มักง่ายตามวิธีคิดตีงูอย่าแค่หลังหักครับ? แนวคิดนี้อันตรายครับ แล้วเป็นแนวคิดหลักของกุนซือฝั่งอำมาตยฯเสียด้วย

ที่คือเงื่อนไขความป่วนอยู่ทกวันนี้เพราะชุดความคิดเดิมๆคนเดิมๆวิธีการเดิมๆ ที่ล้วนแล้วแต่สร้างมหาวิบากกรรมร่วมเป็นมหาวิกฤตร่วมของบ้านเมืองแบบเดิมๆเพราะคนเดิมๆตรงนี้ ที่สมควรยุติบทบาทตัวสร้างปัญหามหาวิบากกรรมร่วมของบ้านเมืองนี้ไว้ด้วยวิธีคิดคนกลุ่มนี้ ที่ควรอยู่ในพิพิธภัณท์ ไม่ควรออกมาเพ่นพ่านสร้างเงื่อนไขความป่วนให้บ้านเมืองแบบนี้

ใครบ้างที่คือตัวแปรตัวป่วนไม่สร้างสรรกลุ่มนั้นไปเชคเอาเอง? ผมไม่สามารถไปชี้ชัดใครที่ตัวบุคคลเพราะมันจะแค่กล่าวหา?และมาตรฐานเครื่องวัดที่ยังเป้นมายาสัมพัทธแบบไทยๆตอนนี้มันวัดให้เห้นจริงจะจะยากครับ

แต่อยากให้เชคไปที่พฤติกรรมและผลที่แล้วๆมาดีกว่า เพราะคนจะสูงหรือมีค่ามากน้อยต่อสังคมอยุ่ที่ผลรวมของการกระทำในอดีตและมหาวิบากกรรมที่กำลังจะทำในกรรมปัจจุบันจะสร้างเงื่อนไขอันตรายในมหาวิบากกรรมร่วมแบบใดบนทิศทางเนื้อหาแบบมิจฉาฯ หรือสัมมาฯอย่างไร?

สังคมป้องกันมหาวิบากกรรมร่วมตรงนี้ได้? ที่การตรวจสอบวิธีคิดวิธีการ ต่อการกระทำนั้นๆมากกว่าหน้าตาเปลือกนอกที่พอกตัวตนที่มีอยู่ภายในอย่างเป็นมายาสัมพัทธที่สัมผัสได้แค่แบบคนไทยสมาธิสั้นแค่นั้น???

ครับเรื่องนี้(สมมุติถ้ายึดจริ

ครับเรื่องนี้(สมมุติถ้ายึดจริง) ถึงศาลโลกอย่างที่ทักษิณขู่ไว้ไหม? ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นไปได้(ตัวแปรคือสิงคโปร? เพราะบ.ใหญ่ในสิงคโปรซื้อหุ้นชินฯมันต้องตีความปัญหาทางคดีหลายส่วนเกี่ยวพันกับเงื่อนไขระหว่างประเทศ)

ซึ่งตรงนี้ทักษิณจะเดินเกมต่อผมว่ายุ่งหลายเรื่อง?(ก็ไปทำเขานิ?เป็นสิทธิที่เขาจะดิ้นใครจะอยากฟรีๆแบบพี่ผม) มันกระทบหลายมิติมากและจะเสียหายบานปลายหลายเรื่องมาก เช่น สมมุติทักษิณชนะ คดีในที่สุดบนศาลระหว่างประเทศ)จะต้องมีการฟ้องกลับและชดใช้ความเสียหายหลายๆเรื่อง จะกระทบพาลไปหลายๆเรื่องหลายมิติมาก ถึงความน่าเชื่อถือความเชื่อมั่นในศาลไทย

ก็จะเชื่อมั่นได้ไง? ยึดแล้วต้องคืนเขาแถมโยงกับนักลงทุนต่างชาติ(เรื่องนี้อ่อนไหวมาก จะเสียหายระดับที่ประเมินเป็นเงินแค่เศรษฐกิจไม่ได้มันเสียหายทุกมิติเลย) เรื่องนี้อย่าทำเป็นเล่นๆไป? นึกอยากทำอะไรก็คืออธิปไตยฉันคนในบ้านฉัน? จะข่มขืนแบบฆาตรกรซ้ำซ้อนต่อเนื่องอย่างไรก็อธิปไตยฉัน?มันคิดมักง่ายอย่างนั้นต่อไปไม่ได้แล้ว?ๆม่ได้ขู่ของจริง???

เพราะผมฟันธงว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องในบ้านฉันอีกต่อไปแล้ว? มันไปไกลบนโลกาภิฯแล้วในเชิงข่าวสารเราเสียหายมหาศาลไปไกลแล้ว เราไม่ได้ล่องหนหายกรรมได้อย่างกุนซืออำมาตยฯตัวป่วนยุไว้?ให้ใครหลงเชื่อตามจนทำอะไรๆไม่รู้ตัว แต่เรากำลังเดินเปลือยเปล่าโดยที่เข้าใจว่าตัวเองล่องหนหายกรรมตามความเชื่อว่ามีมือที่มองไม่เห็น อย่างหลอกตัวเองและหลอกได้แค่คนไทยเราเองให้เชื่อตามนั้น

แต่จริงๆคือโทงๆเปลื่อยกลางถนนหลวงโลกาภิวัฒน์เลยครับ? นี่แค่กระแสข่าว แต่เรื่องที่จะเป็นคดีเป็นรูปธรรมเรื่องนี้ก็ไม่ใช่แค่เรื่องในประเทศอธิปไตยฉันคนในบ้านฉัน? ทหารฉันจะพาคนไทยไปนุ่งผ้าถุงแข่งกับพม่าอย่างไร? ใครจะทำไมก็อธิปไตยฉัน?จะยึดมันทั้งหมดนั้นล่ะเพราะมันคนในบ้านฉัน?

เปล่าเลยครับ7หมื่นกว่าล้านบาทนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องในบ้านครับ? มีนักลงทุนสิงคโปร เสียหายในกรณีนี้ด้วย เป็นเรื่องระหว่างประเทศครับ ? มันจบแค่ศาลไทยไม่ได้ครับ ถ้าทักษิณจะชงเรื่องขึ้นศาลโลก มีโอกาสครับ?

อย่าทำเป็นเล่นๆหรือทำเป็นเด็กเล่นขายของ คือมั่วๆในบ้านเท่าไหร่อย่างไรเรารู้กันหยวนๆได้? ยอมได้เพื่อใคร? เรายอมๆกันได้? แต่คนอื่นประเทศอื่นถ้าเขาไม่ยอมล่ะ? เพราะความเสียหายไปถึงเขา? ผมเตือนด้วยห่วงผลที่มันจะบานปลายกว่าที่เป็นนี้ครับ

เพราะความเสียหายมันก็คือประเทศผมพ่อแม่พี่น้องผม(แม้จะโดนถึงชีวิติไปแล้ว) ผมยอมให้คุณแล้ว? แต่ถ้ามันมีการฆาตรกรรมซ้ำซ้อน ด้วยความมั่วถาวรของ???หรือใครส่วนไหน?แบบ "ร้ายเดียงสา" จนสร้างมหาวิบากกรรมร่วมแบบนี้ ผมไม่ยอม???

ขอคา-ระ-วะ คุณ "อะตอม" ใช่

ขอคา-ระ-วะ คุณ "อะตอม"

ใช่ แล้ว "สิงคโปร" เป็นตัวแปรของเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ ต้นเลยหล่ะ ...(เห็นด้วยกับ อะตอม)

เรื่องฟ้องศาลโลกเอาไว้ก่อน ...มันต้องเป็นไปอย่างนั้นอยู่แล้ว ...เพราะ พวกเด็กดื้อ 2 คน มันคิดได้ แค่หมาก 2ชั้นเท่านั้น ...เกมส์นี้ มันหลงกล หมาก 4 ชั้นของ สิงคโปร์แน่ๆๆๆ ไม่เชื่อคอยดู

เอาย้อนไปตั้งแต่การสร้าง "สนามบินหนองงูเห่า " สิงคโปร์" มันก็เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ใส่ไฟ ป้อนข้อมูลให้ ปชป...ถล่ม "ทักษิน" เพราะไม่อยากให้ ไทยแลนด์เป็น ที่ 1 ..ทางขนส่งทางอากาศ ...และสนามบินของมันก็สร้างเสร็จก่อนของเราจริงๆ

เงินกู้ พม่า ก็เช่นกัน ...ในพม่าตอนนี้มี คนสิงคโปร์ ที่ทำมาหากินในประเทศก่อน คนไทยเสียอีก แล้ว "ทักษิน" จะมาชุบมือเปิบมาทีหลังดังกว่าได้ยังไง ...เกมส์นี้ก็เช่นกัน "สิงคโปร์" ต้องกีดกัน "ไทยแลนด์"ทุกอย่าง เพราะ ลิขสิทธิ์เหนือน่านฟ้าของพม่า ดาวเทียม สัญญาณความเร็วสูงครอบคลุม ไปถึงตะวันออกกลาง ...ไม่เชื่อ ซื้อจานดำ PSI มาดู TV รับได้ ทั้ง เอเชีย...

AIS ก็เช่นกัน "ทักษิน"ล้ำลึกกว่า เพราะคาดคะเนว่า ได้ผลประโยชน์สูงสุดแล้วหากยังเก็บไว้อีกไม่นาน 3G เข้ามา จะต้องรื้อทั้งระบบลงทุนใหม่ เพราะ ระบบ 900/1800 จะหมดความนิยม จึงเทขายยกล๊อต "สิงคโปร์" โดดงับทันที เพราะหวังเป็นจ้าวแห่งระบบ สื่อสาร ...ของเอเชีย

แต่ ....ทักษิน เล่นหมาก 5 ชั้น "สิงคโปร" รู้ตัวว่า หลงกล ....จึงกบดานรอเล่นตามน้ำ ในคดี ยึกทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ...อย่าง ลุ้น ว่า เอ้าเลย ยึดเลย ...กูจะได้ออกตัวเสียที ...

มันแน่นอน ไม่เชื่อคุณ "อะตอม" ตามดู อย่ากระพริบตา ...นะครับ

มาร์ค อยู่ไหน ...เอา ...เอา

มาร์ค อยู่ไหน ...เอา ...เอา Arismarn ไปเป็น โฆษก ส่วนตัวสัยคน ...แม่ง รู้มากเกิน คนธรรมดาแล้ว ...

อ้อครับ

อ้อครับ กรณีศาลโลกตามที่ทักษิณพยายามจะชี้ว่ามีช่องทางนั้น แต่เท่าที่ตรวจสอบอีกที มันมีในแบบนั้นไม่ได้? แต่ความจริงคือเราขึ้นศาลโลก(แบบแก้ผ้าเดินโทงๆกลางถนนหลวงโลกาภิฯเพราะความหลงตัวเองว่าล่องหนหายกรรมได้แบบมือที่มองไม่เห็นอยู่) ผ่านสื่อยุคโลกาภิวัฒน์มานานแล้ว เพราะจริงๆมันแรงกว่าศาลโลกตามแบบทักษิณว่าครับ?(ผลกระทบมากกว่าเงิน7หมื่นกว่าล้านบาทมหาศาลถ้าคิดตื้นแบบกุนซืออำมาตยฯแบบนักเอาตัวรอดไม่มองความเสียหายบ้านเมืองมันก็รอดแบบยังงั้นล่ะครับ)

ยังไงก็ประเมินกันดีๆอย่ามักง่ายครับอย่าได้ใจครับ?ความถูกต้องแบบถุกใจใครบางคนเท่านั้นคือความถูกต้องของชาติแม้มันจะฆาตรกรรมอนาคตปชต.ยังไงก็ไม่สนก็กูจะเอาให้ได้แบบหน้าไหว้หลังหลอก?ที่ปากบอกสร้างโบถส์ศาลา แต่มือกลับบั่นเศียรพระข่มขืนปชต.ข่มขืน"ธรรม"ด้วยการ"ทำ" ในการสังฆกรรมวิธีการโจรปล้นปชต.กุนซืออำมาตยฯยังไงผมก็ยังฟันธงว่าพวกคุณจิ๊กโก๋กิโลเดียว?เพราะวิธีคิดที่เก่าเต่าขุดแบบนั้นมันใช้ได้เฉพาะคนไทยสมาธิสั้นในช่วงนี้เท่านั้น? เน้นว่าเท่านั้น ไม่นานครับไม่นานครับๆๆ

ความจริงถ้าถูกเสิร์ฟใหม่ ภายใต้เงื่อนไขแบบใหม่(ที่ไม่นาน)เพราะโลกาภิจะล้อมกรอบความหลงยุคตกขบวนและความสมาธิสั้นของคนไทย(โดยเฉพาะสื่อกระแสหลัก) บางทีพวกที่รับใช้ไปแล้ว เช่นสื่อกระแสหลัก,พธม.ปชป.จะอายตัวเองจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ?ว่าตัวเองทำอะไรลงไป?กับปชต. และสถานการณ์รวมบ้านเมือง แต่ถ้าเอาประโยชน์ระยะสั้นแบบฉาบฉวย ผมไม่เถียงว่าพวกคุณอ้วนกันทั้งนั้น?

ไม่นานครับอีกไม่นาน พวกคุณจะหลงยุคตกขบวน???

มาเช็คดู โอโฮ มันลบคห.ของ pn

มาเช็คดู โอโฮ มันลบคห.ของ pn กับ I pad หมดเลย เหนือคำบรรยาย

อะตอมเอ้ยย บางครั้งผิดตอนนี้แต่ไปถูกตอนข้างหน้า ถูกตอนนี้แต่ไปผิดข้างหน้า ทำไมไม่ทำให้ถูกทั้งตอนนี้และต่อไปข้างหน้าล่ะ

พธม.ไม่มีใครต้องอายหรอกเพราะเราทำแต่ในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่สนับสนุนคนชั่ว เสื้อแดงกลับสนับสนุนคนชั่วแบบตักขี้ แล้วจะมาบอกว่าทำถูกต้องได้ไง หือ

เสื้อแดงแบบคุณตางหากที่ต้องอายทั้งตอนนี้และวันข้างหน้า

รัฐประหาร

รัฐประหาร คือการทำลายชาติ
คนที่ยอมรับอำนาจจากรัฐประหาร
ก็คือพวกที่ทำลายชาติ
.......................................
เห็นด้วยกับคุณจตุรน อย่างยิ่ง
อำนาจจากปลายกระบอกปืนไม่มยั่งยืนหรอกครับ
และระบบตุลาการที่หยัดพิงอิงกระบอกปืนมีแต่จะเป็น
สถาบันที่ล้มละลายทางความน่าเชื่อถือ
แล้วเราจะเห็นกัน...วันนั้นอย่างแน่นอน

“ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง”

“ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง” “สตาร์วอร์” “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ภาพยนตร์ดังหลายตอนจบที่ผู้คนติดกันงอมแงมนั้น เป็นหนังยาว..ยาวกว่าหนังธรรมดาทั่วไป..

แต่หนังชีวิตเรื่อง “เหลี่ยมมหาภัย” กลับยาวกว่า เป็นหนังที่ฉายจนคนดูในประเทศไทยเบื่อแล้วเบื่ออีก ฉายยืดยาดมากว่า 10 ปี

ดารานำหลักที่ติดหู-ติดตา-ติดปากคนดู หนีไม่พ้น “คนหน้าเหลี่ยม” ที่หากใครสร้างหนัง..ก็ต้องใช้ชื่อเรื่องว่า “เหลี่ยมมหาภัย-ใจขายชาติ” ครับ

ไม่ต้องลำดับความเป็นมาของ “เหลี่ยมมหาภัย” ให้เสียเวลา เพราะผลงาน “คนหน้าเหลี่ยม” นั้น ผู้คนเขารู้กันทั่วประเทศแล้วล่ะว่า “ชั่วเหนือจินตนาการ”

หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแล้วล่ะก็ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 จะเป็นจุดเริ่มต้นบทบู๊ของหนัง “เหลี่ยมมหาภัย” แล้วครับ

เพราะเป็นวันที่ผู้พิพากษา “ศาลฎีกาฯ” จะตัดสินคดีอายัดทรัพย์สินกว่า 76,000 ล้านบาท ของ “คนหน้าเหลี่ยม” อย่างเป็นทางการ

ยึดหมด-ยึดส่วนหนึ่ง...คืนส่วนหนึ่ง-ไม่ยึดเลย ทั้งหมดล้วนเป็นชนวนแห่งความรุนแรงทั้งสิ้น เพราะ “คนหน้าเหลี่ยม” กับสุนัขรับใช้จะเห่าเป็นเสียงเดียวกันว่า

เงินของทักษิณเขา...ไปยึดของเขาทำไม? ทักษิณรวยมาก่อนนะโว้ย ศาลไม่ยุติธรรม...ศาลตัดสินแบบสองมาตรฐานนี่หว่า?

หมอดู-หมอเดา-คอการเมือง-สื่อมวลชน ต่างวิเคราะห์เจาะลึกกันอย่างหนัก ในที่สุดก็สรุปแทบจะเป็นเสียงเดียวกันว่า การยุทธระหว่าง “คนหน้าเหลี่ยม” กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ รวมทั้งประชาชนคนไทยที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ กำลังจะจบลงแล้วครับ

ส่วนจะจบลงแบบไหนน่ะหรือ..พอจะตั้งข้อสังเกตการจบเกมการเมืองลากยาวนี้ได้หลายรูปแบบด้วยกัน นั่นคือ

หนี่ง-อภิสิทธิ์...นายกรัฐมนตรี...ทนแรงกดแรงดันของทักษิณและพวกเสื้อแดง รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลไม่ไหว...จึงตัดสินใจ “ยุบสภา”

เกมนี้...ทักษิณชอบและเรียกร้องอยู่เสมอ เพราะเชื่อมั่นว่า...เงินของตนจะซื้อเสียงเอาชนะการเลือกตั้ง เพื่อกลับมาเป็นใหญ่ได้อีกครั้งหนึ่ง!

สอง-เกมการเมืองพลิกขั้วแบบเย้ยฟ้าท้าดิน ไม่แยแสหน้าอินทร์หน้าพรหม พลิกจาก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นนายกฯ และปชป.เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล กลับมาเป็นพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำอีกครั้งหนึ่ง ส่วนนายกรัฐมนตรีจะเป็นใครในพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ปล่อยให้ ส.ส.สมองกลวงในสภาฯ เลือกสรรกันเอาเอง

แต่งานนี้..ฟันธงไปได้เลยว่า..หากเกิดเมื่อใด..โดนมาร์คยุบสภาก่อนแน่นอน!

สาม-ตั้งรัฐบาล “ยาดอง”..เอ๊ย..“ปรองดองแห่งชาติ” ขึ้น โดยมี “สีเขียว” บางคนที่เคยสร้างผลงานพลิกขั้วนายกฯ “สมชาย ซาลาเปาแดง” มาเป็น “มาร์ค รูปหล่อ” ทำการบีบเค้นให้ทุกพรรคมาแต่งงานผสมพันธุ์กันแบบไม่อายฟ้าดิน ก่อนจะนิรโทษกรรมคดีการเมืองให้กับทุกฝ่าย

คำถาม..ก็คือ..งานแบบนี้..มาร์ค ณ ปชป.จะเอาด้วยหรือ? คำตอบ-ตามสไตล์ปชป.แบบมาร์คๆ ชวนๆ บัญญัติๆ ก็คือ..โน..โน..โน..ไม่เอา-ไม่เล่นด้วยอย่างแน่นอน

แถมหากใครหน้าไหนขืนเสนอไอเดียสั่วๆ เช่นนี้ นายกฯ อภิสิทธิ์และพรรค ปชป.อาจทุบโต๊ะไม่เห็นด้วย ถึบขั้นทหารบางคนอาจจะโดนปลดกลางแดดก็ได้นะครับ

งานนี้..ปมอุปสรรคและปมความสำเร็จ อยู่ที่นายกฯ อภิสิทธิ์และพรรคปชป.นั่นเอง แต่ความสำเร็จนั้นยากแสนยาก..ยากยิ่งกว่า “เข็นครกขึ้นเขายายเที่ยง” เสียอีก

เกมนี้มีข้อยกเว้น..หรือ..เกิดอุบัติเหตุกะทันหันแบบฉับพลัน เช่น จู่ๆ นายกฯ รูปหล่อของพลเมืองไทยที่ชื่อ “อภิสิทธิ์” เกิดมีอันเป็นไปแบบเหนือความคาดคิด ครานี้แหละ..เกมชิงตำแหน่งนายกฯ คนต่อไปจะวุ่นวายน่าดู เพราะพรรค ปชป.อาจไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้นะครับ

นั่นทำให้หมอดู-หมอเดา-เดากันวุ่นไปหมดว่า นายกฯ คนต่อไปมีชื่อย่อว่า “ป”ครับ ส่วนจะเป็น “ป.ประวิตร” ที่มีชื่อเล่นว่า “ป.ป้อม” หรืออาจเป็น “ป.ป๊อกแป๊ก” ก็ได้นี่นา..จริงไหม?

หาก “ป.ประวิตร” กับ “ป.ป๊อกแป๊ก” พลิกขั้วตั้งรัฐบาลปรองดองได้ คนที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดชื่อ..ทักษิณ และรับรองได้เลยว่า..พวกเสื้อแดงที่กระเหี้ยนกระหือรือบนท้องถนน จะกลับกลายเป็น “งูโดนเชือกกล้วย” อ่อนปวกเปียกหมดฤทธิ์ไปเลยหล่ะครับ

อ้อ..เกมการเมืองนี้..เล่นได้ทั้งก่อนและหลังวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ครับ!

สี่-ทักษิณเล่นเกมแรงแบบ “พฤษภาทมิฬ” นั่นคือ ก่อการจลาจลเผาบ้านเผาเมือง จนทหารของชาติอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ต้องยกกำลังออกมาปราบปรามคนเสื้อแดง จนเกิดการสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อคนไทยด้วยกัน

เกมการเมืองนี้..ทักษิณหวังดึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ลงมายุติหรือคลี่คลายสถานการณ์ชาติ และหวังจะเกิดการอภัยโทษให้กับทุกฝ่าย..รวมทั้งตนเองด้วย

ห้า-ทักษิณก่อการจลาจลเผาบ้านเผาเมือง เอื้อให้ทหารรับจ้างของฝ่ายตนหรือทหารที่พวกตนเจรจาได้ ออกมาทำการรัฐประหาร หากชนะ..ทักษิณจะสบายไปหมดทุกอย่าง เพราะได้ฉีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 แถมได้รับการนิรโทษกรรมอีกต่างหาก

เกมนี้..ทักษิณจะมั่นคงและมีโอกาสกลับมาเป็นใหญ่ในไม่ช้า ในขณะที่พลพรรคคนเสื้อแดงสายล้มเจ้า จะตามล้างตามเช็ดอำมาตย์ใหญ่-น้อยทั่วแผ่นดินทันที

แต่หากเกมรัฐประหารของทักษิณกับพรรคพวก เกิดแพ้พ่ายฝ่ายรัฐบาลอภิสิทธิ์ หรือพ่ายต่อฝ่ายทหารที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ล่ะก็ เฮ้อ..งานนี้..ตัวใครตัวมันนะครับ ใครหนีรอดไปจนถึงชายแดนกัมพูชาของฮุนเซนได้..ก็จะพ้นคุก-พ้นตะราง-พ้นภัยชั่วคราว

ต่อจากนั้น..ทักษิณจะให้ใครอยู่แขมร์ แลหน้าแลตากันไปมาในรัฐบาลส้นตีนแดงพลัดถิ่น..ก็ตามใจครับ

หก-เกมการเมืองเป็นไปแบบ “ไม่มีอะไรในกอไผ่” พวกแกนนำคนเสื้อแดงกับเสธฯ ส้นตีนแดง หลอกรับประทานเงินทักษิณไปเรื่อยๆ ทักษิณก็หวังจะเจรจาประนีประนอม..ไม่เล่นเกมแรง มีแค่แกนนำคนเสื้อแดงนัดชุมนุมที่โน่นที-ที่นี่ที ชุมนุมแล้วชุมนุมอีกไม่มีจุดจบ..เพราะจบไม่ลง

เกมแบบนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์ชอบครับ เพราะการชุมนุมดูดเงินทักษิณโดยไม่มีอะไรรุนแรงนั้น รัฐบาลก็ทำหน้าที่แค่ส่งคนไปดูแลตามสภาพการณ์ พร้อมๆ กับบริหารประเทศไปเรื่อยๆ มาเรียงๆ พรรคร่วมรัฐบาลก็รับประทานโครงการถนนไร้ฝุ่น รถเมล์เอ็นจีวีฝังเพชร รถไฟรางคู่กู้เพลิน รถไฟใต้ดินกินระเบิด โครงการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิใจไทยกระเป๋าตุง ฯลฯ

มองดูแล้ว..เรื่องใดเรื่องหนึ่งจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะทักษิณไม่มีทางถอย-ไร้ทางหนี-สิ้นทางไป เนื่องจากการตัดสินคดีเงิน 76,000 กว่าล้านบาทนั้น หากศาลฯ สั่งให้มีการยึดเงินดังกล่าวไม่ว่ามากหรือน้อย หลังจากนั้น..ทักษิณและลูกเมียจะต้องเจอคดีอาญาต่ออีกมากมาย

ด้วยเกมเป็นตายเช่นนี้แหละ..ที่ทักษิณจะแพ้ไม่ได้ เพราะแพ้เกมนี้..จะแพ้ต่อเนื่องอีกมากมายหลายเกม แพ้จนถึงขั้น..ต้องติดคุกติดตะรางกันเลยนะครับ

ความเดือดร้อนของทักษิณและครอบครัวทั้งหมดนี้ ไม่มีใครหน้าไหนไปทำร้ายรังแกทักษิณและครอบครัวเลย หากแต่ทักษิณและภริยาต่างหาก ที่ทำเรื่องร้ายๆ ทั้งหมดนี้ขึ้นมา ทำร้ายตนเองและลูกๆ ด้วยเหตุละโมบโลภมาก ทั้งๆ ที่ร่ำรวยเงินทองมากมายอยู่แล้ว

เกมรุนแรงทางการเมืองที่ทักษิณจ่ายเงินให้แกนนำคนเสื้อแดงจ้างผู้คนจัดชุมนุมผ่านมาเป็นปีๆ แต่ยังไม่มีแนวโน้มจะนำพาทักษิณกลับมายังประเทศไทยได้ และนับวัน..การกลับมายังบ้านเกิดอย่างมีเกียรติของทักษิณ จะยิ่งเลื่อนลอยออกไปทุกที..ทุกที..

เสียเงินให้แกนนำเสื้อแดงทำม็อบ แต่ผลงานไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายออกไป บางครั้งได้แค่วิดีโอลิงก์พูดคุยกับผู้คนไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น นับเป็นสิ่งเจ็บช้ำน้ำใจต่อทักษิณ..ที่ทั้งพูดไม่ออก..บอกไม่ถูกจนทุกวันนี้ครับ

วันนี้...ต้องยอมรับว่า..เงินทองทักษิณร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ สภาพร่างกายก็เหนื่อยล้าท้อแท้ทบทวี หนทางแห่งชัยชนะก็ถดถอยห่างไกลออกไปทุกที..ทุกที..

เส้นทางการต่อสู้ของทักษิณวันนี้ จึงเน้นหนักที่การชุมนุมของคนเสื้อแดง แต่เกมชุมนุมเช่นนี้..พันธมิตรฯ ทำมาแล้วอย่างต่อเนื่อง..จุดจบในฐานะผู้ชนะ..อยู่ตรงไหน?

หวังให้การชุมนุมของคนเสื้อแดง..ทำให้รัฐบาลยุบสภาง่ายๆ น่ะหรือ?

เกมพลิกขั้วในสภาฯ หรือตั้งรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ ที่ทักษิณและ “บิ๊กจิ๋ว” กับ “สีเขียวผู้ลึกลับ” บางคนกำลังทำกันอยู่ ทักษิณจะยอมลดราวาศอกกับเงื่อนไขยกทิ้งความผิดทั้งหมดหรือไม่? และนายกฯ อภิสิทธิ์และปชป.จะเล่นเกมนี้หรือ? หากนายกฯอภิสิทธิ์และปชป.ไม่เห็นด้วยกับเกมรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ..คนที่คิดจะทำ..จะทำอย่างไร?

หากเกิดการเล่นเกมแรง..อะไรจะเกิดขึ้น? ใครจะเป็นฝ่ายชนะ..ใครจะเป็นฝ่ายแพ้?

ที่แน่ๆ..ทักษิณคนเดียว ที่ทำให้บ้านเมืองไทยป่วนแล้วป่วนอีก แต่ผมเชื่อว่า..คงป่วนได้อีกไม่นาน เพราะหนังยาวเรื่อง “เหลี่ยมมหาภัย” ต้องจบลงแล้วล่ะ

เพียงแต่หนังเรื่องนี้..จะจบลงแบบไหนเท่านั้นเอง..น่าติดตามจริงๆ!!!
aaa

จบแบบแฮปปี้แอนดิ้งอยู่แล้ว ผู้ร้ายตาย เมียเป็นบ้า ลูกถูกเนรเทศ ญาติพี่น้องที่สมรู้ร่วมคิดและสนับสนุนให้ทำชั่วถูกไล่ออกจากสังคม สุดท้ายบ้านเมืองก็สงบสุขตราบชั่วกาลนาน
ละครหลังข่าว

พวกทักษินจะถูกมากสุดๆตามกฏหมา

พวกทักษินจะถูกมากสุดๆตามกฏหมาย มันก็เป็นเพียงตัวหนังสือในกระดาษ มันขึ้นอยู่กับคนที่จะเอามาใช้คือศาล ที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งใดคือความคิดที่ออกมาจากใจ ถ้าศาลจะคิดว่าถูกมันก็ถูก ถ้าจะคิดว้าผิดมันก็ผิด พูดตามภาษาชาวย้านก็คือว่ากูมีอารมณ์ตัดสินว่าทักษินผิด ไครจะทำไม เพราะพวกกูคือศาล บวกกับที่พวกกูได้รัยคำสั่งมา

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน