เลิกซื้อ จีที 200 หลังทดสอบ 20 ถูกแค่ 4
อภิสิทธิ์แถลงผลทดสอบ สั่งทำความเข้าใจหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โบ้ยรัฐบาลเพิ่งทราบ การจัดซื้อมีมาตั้งแต่ปี 2547 ขณะที่คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติออกแถลงการณ์ให้ยุติการใช้
16 กุมภาพันธ์ 2553 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงผลการทดสอบเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดจีที 200 ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบว่าจากการทดสอบ 20 ครั้ง สามารถตรวจสอบได้ถูกต้องเพียง 4 ครั้ง ซึ่งหมายความว่า ไม่มีนัยยะทางสถิติ นายอภิสิทธิ์ระบุด้วยว่า รัฐบาลจะไม่มีการจัดซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวเพิ่มเติม และจะได้มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯเร่งทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
นายอภิสิทธิ์ระบุด้วยว่า “รัฐบาลเพิ่งมาทราบเรื่องนี้ โดยกระบวนการจัดซื้อมีมาตั้งแต่ปี 2547"
ทั้งนี้ สำนักข่าวไทยรายงานว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ซึ่งเข้าประชุม ครม.ด้วย ได้รับทราบผลแล้ว ซึ่งไม่ได้ขัดข้องกับการระงับดังกล่าว
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องตำรว
ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องตำรวจทหารและราษฎรตาดำๆ ที่ไม่ต้องถูกละเมิดและเสี่ยงตายกับไม้ล้างป่าช้าอีกต่อไป
เอ้าแล้วไอ้บ้าตัวไหนเห่าออกมา
เอ้าแล้วไอ้บ้าตัวไหนเห่าออกมาว่า18ครั้ง เลวจริงๆ
ลีลาของอภิสิทธิ์และพลพรรคปชป.
ลีลาของอภิสิทธิ์และพลพรรคปชป. ก็คือ โบ๊ยเรื่องออกจากตัวเองทันที ที่สัจจะ หรือความจริงได้ถูกพิสูจน์
คงเป้นพรรคฝ่ายค้านซะเคยตัว ในเมื่อขณะนี้ตัวเองเป้นพรรครัฐบาลและเป้นผู้มีอำนาจบริหารในมือแท้ๆ แค่โบ๊ยเรื่องออกจากตัว มันไม่พอหรอกอภิสิทธิ์ .... เด็กน้อย
อย่าไปหลงประเด็นเรื่อง
อย่าไปหลงประเด็นเรื่อง ผลการตรวจสอบ เป็นเพียงการบิดเบือนเป้าหมายให้คนสนใจห่างจุดหลัก
จุดหลักคือ ราคา ของอุปกรณ์ชิ้นนี้ ว่าจริงๆแล้ว ควรเป็นราคาเท่าไหร่
กระทรวงกลาโหม รมต.ไปเอาเรื่องเอาราวกับเสธแดง ก็ควรเลิกซะ หันมาดูแลเล่นงาน คนที่ซื้ออนุมติซื้อเครื่องนี้ได้แล้วท่าน
ไหน แหกปากกันดีนัก เรื่อง ทุจริตไง ว่าไง ท่านอำมาตย์ใหญ่ เราต้องสุจริต เราต้องซื่อสัตย์ ว่าไงท่าน
ซื้อมาราคาเป็นล้านบาท ตั้งหลายร้อยล้านบาท ใครได้ใครเสีย แฉมา
ตั้งแต่อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ วันแรก เราจะมีกฏ9ข้อ เราจะไม่เอาการทุจริตเราใสสะอาดซื่อสัตย์ฯลฯ สุดยอด
หลังจากนั้น โกงนมบูด ปลากระป๋องเน่า โกงชุมชนพอเพียง โกงไทยเข้มแข็ง โกงเครื่องตรวจ ฯลฯ โกงทุกเรื่อง
เป็นเวลา 1ปี เป็นสถิติการโกงที่สุดยอดครองแชมป์ แต่สื่อทีวีสื่อหลักนักวิชาการ เงียบกริบ อะไรไปยัดปากมันไว้ว๊ะ
อุดมการณืรุนแรง ต่อต้านการทุจริต เงียบกริบ หายหัวหมด ปปช.เฉย ๆ ๆ ๆ สตง. เฉย ๆๆๆ
มาร์คบอกวาไม่เกี่ยวกับมาร์คเลย แต่ถ้าเป็นนายกคนอื่น ปชป.ก้ต้องบอกว่า นายกฯต้องรับผิดชอบ
แต่เป็นรัฐยาลมาร์ค ปชป. บอกว่าไม่เกี่ยวกับนายกฯ
ตลกดีประเทศไทย โพลบอกว่า ประชาชนมีความเชื่อมั่นในตัวมาร์คเพิ่มขึ้น อยากจะอวกว่ะ
ปปช เฉยอยู่ไยไม่คิดยึดทรัพย์
ปปช เฉยอยู่ไยไม่คิดยึดทรัพย์ คมช ทหารที่สั่งซื้อ รวมถึงผู้นำข้ามาขายที่เป็นสมาชิกพรรคประชาธิป้ตย์ด้วยหรือ
ไม่ใช่แค่เลิกซื้อ
ไม่ใช่แค่เลิกซื้อ ต้องดำเนินการกับผู้ซื้อด้วย ว่า ราคา นับล้านบาทเนี่ย ซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้ จะเอาผิดยังไง
กฏ เก้า ข้อ มาร์ค จัดซ์อในสมัยรัฐบาลนายก้เยอะ ต้องม่คนรับผิดชอบ รมต.กลาโหม รมต.มหาดไทย นายก มาร์ค รองนายก หรือ ปลัดกระทรวง ฯลฯ ใครจะต้องรับผิดชอบ
หรือว่า รัฐบาลมาร์ค โกง ก็ไม่เป็นไร ทำได้
แต่รัฐบาลอื่นห้ามโกง
ขอแช่งเหล่าบรรดาคนชั่วทุกๆตัว
ขอแช่งเหล่าบรรดาคนชั่วทุกๆตัวที่มีส่วนรู้เห็นและได้รับผลประโยชน์จากงานนี้ ขอให้พวกท่านทั้งหลายทุกๆตัวจงประสพกับความหายนะทุกรูปแบบ ขอให้ผลกรรมที่พวกท่านช่วยกันสร้างสมมาจงตกไปถึงลูกหลาน เหลนของพวกท่านให้ได้รับกรรมไม่รู้จักจบสิ้น
ขอกรรมจงตามไปสนองพวกท่านและลูกๆหลานอันเป็นสุดที่รักของพวกท่านทุกๆชาติไม่มีที่สิ้นสุด และขอให้ผลกรรม
จงสนองพวกท่านให้เร็วที่สุด
กูเสียเงินค่าภาษีให้โจรอีกแล้
กูเสียเงินค่าภาษีให้โจรอีกแล้ว
ถ้าโง่แล้วยอมรับว่าโง่
ก็อย่าโง่อีก
แต่นี่เสียค่าโง่แล้ว
ใครเป็นคนรับเงินค่าฉลาดไป
ใครเป็นผู้รับค่าเค
ใครเป็นผู้สั่งซื้อ
ต้องให้ประชาชนรู้
ว่ามันชื่ออะไร
อย่าไปเรียกหมอพรทิพย์
พิสูจน์ก็แล้วกัน
โง่ซับซ้อนครับ
ถ้าเครื่องมีปัญหา
ถ้าเครื่องมีปัญหา ไม่มีความน่าเชื่อถือ อย่าจบแค่นี้ อย่าพูดว่าซื้อเมื่อปี 2547 พูดแล้วต้องพูดให้หมดว่า ปีใด
ซื้อมาจำนวนเท่าใด ถ้าคิดว่าต้องการแสดงภาพ นายสะอาดแล้ว ต้องจัดการ อย่าทำเป็นว่า ดีเข้าตัว........
เงินภาษีประชาชนทั้งนั้นในการซื้อ ถ้างานนี้เกี่ยวกับทักษิณ อภิสิทธิ์ และเทพไท ทำการโปรโมตเต็มที่แล้ว
แต่พอเกี่ยวกับทหาร เป็นใบ้กันทั้งพรรค
เอ !
เอ ! หมอพรทิพย์ได้ร่วมพิสูจน์ขี้ที่มีคนโยนเข้าบ้านอภิสัตว์ด้วยหรือเปล่าหนอ ไม่ได้ติดตามข่าว
นสพ ญี่ปุ่นแฉแม้วเรื่อง 76000
นสพ ญี่ปุ่นแฉแม้วเรื่อง 76000 ล้าน
ต้นฉบับ http://www.tokyo-np.co.jp/article/world/news/CK2010021602000085.html
แปลแล้ว http://translate.google.com/translate?u=http://www.tokyo-np.co.jp/article/world/news/CK2010021602000085.html
ยุ่นเจ๋งว่ะ
การจัดซื้อเครื่องจับผีปอป
การจัดซื้อเครื่องจับผีปอป
เดือน/ปี หน่วยงาน ประเภท จำนวน ผู้แทนขายในไทย ราคา/ บาท
มิ.ย.48 กองทัพอากาศ จีที200 4 เอวิเอ แซทคอม ไม่พบข้อมูล ไม่พบข้อมูล
ก.พ.52 กองทัพบก จีที200 222 เอวิเอ แซทคอม 900,000 199,800,000
มี.ค.52 ป.ป.ส. อัลฟ่า6 10 ป.จำกัดเปโตกรุงเทพ 663,400 6,634,000
เม.ย.52 ปช.ภ.4 จีที200 50 เอวิเอ แซทคอม 1,000,000 50,000,000
มิ.ย.52 กรมศุลกากร จีที200 6 เอวิเอ แซทคอม 426,000 2,560,000
ก.ค.52 บก.ภ.ชัยนาท จีที200 1 เอวิเอ แซทคอม 550,000 550,000
ส.ค.52 มท. อัลฟ่า6 479 ป.จำกัดเปโตกรุงเทพ 720,000 344,880,000
แล้วเมื่อไร
แล้วเมื่อไร จะพิสูจน์โกงเสียที เสียดายเงินภาษี จ่ายไปตั้งล้าน ได้เครื่องมือเทียบเท่าลิงตัวเดียว
“ประเด็นที่ยังน่าสงสัยคือ
“ประเด็นที่ยังน่าสงสัยคือ ถ้าเครื่องจีที 200 ไม่มีประสิทธิภาพเลย เครื่องไม่น่าจะตรวจพบสารประกอบระเบิด แต่ในการทดสอบยังตรวจพบถึง 4 ครั้ง ส่วนการตรวจ 16 ครั้งไม่พบสารระเบิด ซึ่งจำเป็นต้องหาข้อพิสูจน์ให้ได้” นายพีระพันธุ์กล่าว
อนาถประเทศไทย ขนาดรัฐมนตรียังมีความคิดแบบนี้ ทดสอบ 20 ตรวจพบถึง 4 ควายไหมครับพี่น้อง ไว้ให้แม่งถือไปหาระเบิดที่ใต้กับหมอผีละกัน กล้าไหมวะ เหี้ยเอ๊ย เงินภาษีประชาชนนะโว๊ย
แต่ยังไง ๆ ผ๊มก็ยังเชียร์อภิสิด คนไทยโชคดีได้รัฐบาลอัปรีย์มาช่วยอำมาตย์แดกห่าภาษีประชาชน
ใครอ่านข่าวไม่ขาด
ใครอ่านข่าวไม่ขาด ว่าเค้าพยายามจะทำอะไรจะ ลองถอดรหัสให้ฟัง
นายอภิสิทธิ์ระบุด้วยว่า “รัฐบาลเพิ่งมาทราบเรื่องนี้ โดยกระบวนการจัดซื้อมีมาตั้งแต่ปี 2547"
=> โยนขี้ให้ทักษิณ ตอนนั้นจัดแค่สี่เครื่องเพื่อทดลอง
ประเด็นสำคัญคือ กรณีนี้ถ้าไม่ใช่ฝ่ายของตัวเองที่เป็นผู้เีกี่ยวข้องหลัก คือ เจ้าของบริษัทที่ จัดหา ขายให้กองทัพ เป็น สส บัญชี
รายชื่อ ปชป คงฟันไปแล้วและทำืเพื่อเอาหน้า การดีลกันลักษณะนี้ เป็น pattern อย่างนึงของ ปชป บริษัทรักเล่ห์ ที่เป็นเครือญาติ
ของคน ปชป ก็ชอบดีลขายของราคาแพง ให้กองทัพเสมอมา
ผลการทดสอบระบุว่า เครื่องมีความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาด
=> ในข่าวจะเน้นคำว่า ไม่มีประสิทธิภาพ และ เกิดความผิดพลาด สูง ซึ่ง ถ้าใครเข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ ต้องสรุปว่า ของเหล่านี้
ไม่สามารถทำงานได้ หลอกลวง และไร้ประสิทธิภาพ เพราะค่าที่ได้ อยู่ในเกณฎ์ค่า สุ่ม ( เช่นทำข้อสอบ ร้อยข้อ กา ก ไก่ หมด จะได้คะแนนอยู่บ้างอย่างแน่นอน)
“ประเด็นที่ยังน่า สงสัยคือ ถ้าเครื่องจีที 200 ไม่มีประสิทธิภาพเลย เครื่องไม่น่าจะตรวจพบสารประกอบระเบิด แต่ในการทดสอบยังตรวจพบถึง 4 ครั้ง ส่วนการตรวจ 16 ครั้งไม่พบสารระเบิด ซึ่งจำเป็นต้องหาข้อพิสูจน์ให้ได้” นายพีระพันธุ์กล่าว
=> เทคนิคหลอกชาวบ้าน เพื่อกันตัวเอง พยายามบอกกลาย ๆ ว่า มันทำงานได้ แต่ประสิทธิภาพต่ำ นี่คือวิธีจิตวิทยาของนักการเมือง
จริง ๆ มันเป็นของหลอกลวงต้มตุ๋น ต้องว่ากันอย่างงั้น ค่าที่ได้ออกมา เป็นค่าที่เกิดจากการสุ่ม มันต้องหาได้อยู่แล้วโดยธรรมชาติ
จริง ๆ คนที่พูดก็รู้อยู่แล้ว แต่แกล้งทำเป็นว่าตัวเองก็ยังสงสัย และคงต้องตั้งคณะกรรมการอะไรออกมา สมบทให้เกิดความน่าเชื่อถือ
วิธีการทดสอบ ที่สหรัฐเคยใช้ง่ายกว่านี้มาก คือ เอาระเบิดวางไว้ที่มุมห้องสี่ห้อง แล้วใช้คนถือให้มันชี้ ปรากฎผลออกมาไม่ได้แตกต่างจากไม้ที่ทำเอง และได้ค่าเป็นค่าถูกต้องแบบสุ่ม
พ.ศ. 2548 ในรัฐบาลทักษิณ 1
พ.ศ. 2548 ในรัฐบาลทักษิณ 1 มีการกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัยในการจัดซื้อและติดตั้งระบบตรวจวัตถุระเบิดในสัมภาระ โดยที่ข้อกำหนดคุณสมบัติของเครื่องรุ่น CTX 9000 อาจจะถูกล็อก เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับเหมา (บริษัทแพทริออต ซึ่งมีนายวรพจน์ ยศะทัศน์ เป็นผู้บริหาร) และบริษัทผู้ผลิต (บริษัท อินวิชั่น สหรัฐอเมริกา) โดยมีมูลค่าสัญญา 65 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งในกรณีนี้ หนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น ได้ตีพิมพ์รายงานเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการทุจริตการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด
เหตุการณ์นี้นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในวันที่ 28 มิถุนายน 2548 การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ก็ไม่สามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจนายสุริยะได้ตามข้อกล่าวหา
ปัญหาสัมปทานในการก่อสร้าง และจัดสรรพื้นที่ องค์ประกอบอื่นๆ สัมปทานบริการต่างๆ ภายในสนามบิน เช่น
มีนาคม 2549 สตง.ได้ทำหนังสือถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อขอความชี้แจงเรื่องที่ มีการจ่ายค่าบริการ 1,600 ล้านบาท ให้กับ บริษัทรับเหมาสร้างรถไฟขนส่ง จากตัวเมืองมายังสนามบิน (แอร์พอร์ตเรลลิงก์) เพียง 5 วันหลังจากมีการเซ็นสัญญา แทนที่จะมีการจ่าย หลังจากโครงการสร้างเสร็จ สตง.ได้สั่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทยชี้แจงภายใน 60 วัน
กรกฎาคม 2549 นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ตนจะแจ้งความกล่าวโทษต่อ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคล 6 คน (รวมถึงคนใกล้ชิดของนายกรัฐมนตรี) ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับสินบน 300 ล้านบาท จากบริษัทลัทธ์ เฟอร์ ไทย จำกัด ในโครงการก่อสร้างอาคารจอดรถ (คาร์ปาร์ก) และสัมปทานเก็บผลประโยชน์ 25 ปี
กรกฎาคม 2549 นายอลงกรณ์ พลบุตร ได้ตั้งข้อสังเกตในการประมูล รถเข็นสัมภาระในสนามบิน และการจัดหาบริษัทจำหน่ายไฟฟ้า สำหรับระบบเครื่องปรับอากาศ ให้กับเครื่องบินที่ลานจอด
เดือนกรกฎาคม 2549 นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ได้ตั้งข้อสังเกตเกียวกับ บริษัทไทยแอร์พอร์ตกราวน์เซอร์วิส (แทคส์, TAGS) (บริษัทที่ได้รับสัมปทาน บริหารเขตปลอดอากร และศูนย์โลจิสติกส์ในสนามบิน) ว่า มีบริษัทในสิงคโปร์ถือหุ้นอย่างไม่ปรกติ และไม่มีการประกาศประมูลอย่างที่ควรเป็น
เดือนสิงหาคม 2549 นายอลงกรณ์ พลบุตร ได้อ้างว่าตนเองมี บันทึกข้อตกลงลับระหว่างคณะผู้บริหารท่าอากาศยานไทย กับบริษัทแทคส์ ซึ่งระบุว่ามีการแก้ไขสเปครถเข็นเอื้อให้บางบริษัทได้งาน และลดสเปคลงมาเป็นการผลิตรถเข็นในประเทศ ทำให้มีส่วนต่างกำไรมากขึ้น 200 ล้านบาท โดยได้นำหลักฐานทั้งหมดไปยื่นให้กับ สตง.
ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2548 รัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรมีแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยยกระดับให้เป็นเขตบริหารพิเศษ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่า "สุวรรณภูมิมหานคร" ส่วนข้อกล่าวหาในแนวคิดดังกล่าว เป็นการคาดการณ์ถึงผลกระทบความยากจนที่อาจเพิ่มขึ้น และนักการเมืองได้เข้าไปซื้อที่ดินขนาดใหญ่ในพื้นที่เพื่อหากำไร อย่างไรก็ตาม หลังจากการเปิดท่าอากาศยานอย่างเป็นทางการ ราคาที่ดินในพื้นที่ก็ตกลงถึง 40-50% เนื่องจากปัญหามลภาวะทางเสียง
ไอ้เรื่องเอาดีเข้าตัวเอาชั่วใ
ไอ้เรื่องเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่นนี่ต้องบอกว่ามันเป็นสันดานชั่วของไอ้แมงสาปเน่าจริงๆ ขนาดที่มันตายคาหลักฐาน มันก็ยังพยายามโบ้ยโทษคนอื่น ไอ้ควายมารค นี่มันไร้อาย หน้าด้านที่ยังดันบอกว่าเพิ่งทราบเรื่องนี้ และก็เครื่องนี้ก็มีกระบวนการจัดซื้อมาตั้งแต่ปี47 ต้องบอกว่าไอ้เลว หน้าหนา ทำไมพูดความจริงไม่ให้มันหมดเล่า ว่าปี47น่ะ มันซื้อมาแค่2เครื่อง
แถมราคาไม่กี่สตางค์ แต่ทว่าไอ้ปี2552ยุครัดทะบวมโจรนี่มันกระหน่ำซื้อเกือบพันเครื่อง รวมเงินเหยียบพันล้านบาทเพราะเล่นซื้อกันเครื่องละ9แสนจนถึงเครื่องละ1ล้าน8แสนบาท แดกกันพุงกาง
มันไม่รู้สึกละอายใจหรือรู้สึกบาปกรรมบ้างเลยหรือว่าได้ก่อกรรมกระทำชั่วต่อแผ่นดินนี้อย่างไรบ้าง
คอรับชั่นเงินที่มาจากภาษีที่เป็นหยาดเหงื่อแรงงานของประชาชนเอามาแดกยัดห่ากันจนกระหึ่ม ไปซิ้อไอ้อุปกรณ์ลวงโลกที่มีค่าแค่เพียงไม้ง่ามล้า่งป่าช้า ที่เรียกว่าขนาดโยนหัวก้อยมันยังมีโอกาศถูกมากกว่า
มันไม่รู้สึกละอายใจเลยหรือ ที่ได้กระทำต่อพลทหารนนายสิบชั้นผู้น้อยที่ต้องเสี่ยงตายใช้ของที่มันไร้ค่าเชื่อถือไม่ได้เป็นอันตรายต่อชีวิตของตนเอง(เพราะไอ้เครื่องเวรดันชี้ไปที่อื่นขณะที่ตำแหน่งที่ตนเองเดินผ่าน ดันบึ้มขึ้นมา ตายเละเทะมันอย่างเดียว) มันไม่รู้สึกบาปกรรมเลยหรือที่เอาชีวิตสามี ลูกหลานเขาไปเสี่ยง เพื่อสนองตัณหาคอรับชั่น
มันไม่รู้สึกผิดเลยหรือที่ได้ก่อกรรมทำเข็ญต่อพี่น้องร่วมชาติสามจังหวัีดภาคใต้ ที่ต้องตกกลายเป็นเหยื่อ เพราะไอ้เครื่องเวรนี่ดันชี้กล่าวหาส่งเดชว่าเป็นโจรพกระเบิด ทำให้ถูกกล่าวหา ถูกจับกุมคุมขังสูญเสียอิสรภาพ ทั้งๆที่เป็นผู้บริสุทธิ์
ซึ่งแน่นอนมันยิ่งจะสร้างความร้าวฉานบาดหมาง สร้างความรู้สึกแบ่งแยกให้เกิดขึ้นอย่างรุนแรง
ทั้งหมดเพียงเพื่อสนองตัณหาการงาบ
ถ้าจะให้ถูกต้องยุติธรรม มะันก็ต้องส่งเรื่องให้ปปช ปปง ตรวจสอบ เรื่องไอ้เครื่องมือมหาประลัยไร้ค่านี่ ว่ามันมีการ
คอรับชั่นกันไปเท่าไหร่และต้องลากคอมาลงโทษ
ส่วนพีระพันธ์และพรทิพย์สมควรต้องแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก
เรื่องนี้ถ้าอยากจะเอาความจริง
เรื่องนี้ถ้าอยากจะเอาความจริงมาแฉกันแบบเอามันเข้าว่า ใครถูกใครผิดว่ากันตามหลักฐาน รัฐบาลไม่กลัวทหารปฎิวัติ ผมแนะนำให้ตั้งคณะกรรมการคตส.ชุดเดิมนั่นแหละครับมาตรวจสอบ ให้ปปง.และดีเอสไอให้ความร่วมมือด้วยอำนาจตามกฏหมายของทั้งสององค์กร....รับรองผู้ใหญผู้โตมีได้ติดคุกกันบ้าง หรือถ้าเป็นญี่ปุ่นหน้าบาง ก็คงโดดตึกให้เป็นข่าว..
ผมนั้นต่อต้านคอรัปชั่นแบบไม่สองมาตรฐานครับ ใครทำถือว่าชั่วทั้งนั้น...........สงสารพี่น้องมุสลิมภาคใต้ ไม่ทราบว่าโดนไอ้ไม้ล้างป่าช้าป้ายความผิดให้ไปกี่ร้อยกี่พันคนแล้ว....
เห็นด้วยกับแนวคิดบางกอกเรื่อง
เห็นด้วยกับแนวคิดบางกอกเรื่องนี้ และผมเสนอให้เพิ่มนักกฎหมาย นักสอบสวน ฝ่ายเพื่อไทย เช่น นพดล ปัทมะ หรือ จตุพร พรหมพันธุ์ เข้าไปร่วใใน คตส.เพื่อเช็คแอนด์บาลานซ์
ควายครับ ควายแน่ๆ
ควายครับ ควายแน่ๆ คิดได้แค่นี้ ไม่สมควรมาเป็นรัฐมนตรี
ให้ผมเดินตัวเปล่า ไปเลือกกล่องที่มีระเบิด หนึ่งกล่อง จาก สี่กล่อง ความน่าจะเป็นในการถูก คือ 25% ถ้าทำ 20 ครั้ง การถูก 5 ครั้งได้นี่ ยังปกติเลย (มากกว่านั้นก็ยังไม่แปลก)
fair enough
fair enough
รมว.กระลาโหม ท่านอยู่ที่ไหน
รมว.กระลาโหม ท่านอยู่ที่ไหน ...วันนี้ ท่านต้องสั่งเก็บ..มาทั้งหมด และสั่งตรวจสอบว่าหน่วยไหน ยังมีใช้ให้ทำโทษหนัก และ ต้องนำมาทำลายทิ้ง ต่อหน้า สื่อมวลชนทั่วโลก ประนามบริษัทผู้ผลิต...อย่างเร่งด่วน แล้วทำเรื่องฟ้องร้องเอาความกับ "บริษัท" ที่นำมาขาย ข้อหา ล่อลวงเจ้าพนักงาน ให้ใช้สินค้าไร้คุณสมบัติ...หากลูกน้อง ผบทบ.ยังดื้อจะให้ลูกน้องใช้งานเพราะอ้างว่า "จะใช้เพราะลูกน้องชอบ...ใช้ มันเท่ ดี ..ให้ถือว่า ขัดคำสั่ง โดยปลดออกไปเลย ...