จักรภพตอบ “ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล”
จักรภพ เพ็ญแข ตอบกระทู้ของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุลว่าด้วย ข้อจำกัดของการเขียนแบบอุปลักษณ์และความจำเป็นของการเขียนถึงสถาบันกษัตริย์เชิงวิพากษ์อย่างถูกกฎหมาย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้อ่านกระทู้เรื่อง “แลกเปลี่ยนกับคุณจักรภพ เพ็ญแข: ข้อจำกัดของการเขียนแบบอุปลักษณ์ (metaphorical) และความจำเป็นของการเขียนถึงสถาบันกษัตริย์เชิงวิพากษ์อย่างถูกกฎหมาย” ของ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และอ่านซ้ำสองหน รู้ทันทีว่าอาจารย์สมศักดิ์ฯ กำลังสื่อสารกับผมในเรื่องสำคัญและอาจมีผลต่อขบวนต่อสู้ของเราได้
แรกทีเดียวต้องขอขอบคุณอาจารย์สมศักดิ์ฯ ที่เขียนความเห็นออกมาเป็นสาธารณะ เพื่อให้ผมและคนอื่นๆ นำมาพิจารณาได้อย่างถี่ถ้วน บางทีครรลองไทยทำให้เราห่วงการรักษาหน้ากันมากเกินไป ทำให้ต้องพูดจากระซิบกระซาบจนคนอื่นไม่ได้ยินหรือพูดเป็นส่วนตัวทั้งที่หลายเรื่องเป็นประโยชน์สาธารณะ วิธีการพูดดังๆ แบบนี้มีประโยชน์และมีความจำเป็น
ผมขอยกท่อนหนึ่งของอาจารย์สมศักดิ์ฯ มาตรงนี้ สำหรับท่านที่ยังไม่ได้อ่าน
“...ผมไม่มีเวลาเขียนกระทู้ที่เขียนค้างไว้หลายสัปดาห์แล้ว เรื่อง "แลกเปลี่ยนกับคุณจักรภพ ว่าด้วยข้อจำกัดของการเขียนแบบอุปลักษณ์ metaphorical"
พอดีเห็นบทความใหม่นี้อีก
ผมอยากเขียนไว้สั้นๆ (ยาว ต้องรอกระทู้) คือ ขอให้สังเกตว่า เมื่อคุณจักรภพ ใช้โวหารแบบ metaphorical นั้น เขียนได้ "คม" มาก (เช่นบทความช่วง "ดูไบ" และอีกหลายบท)
แต่พอใช้โวหารแบบธรรมดา อย่างบทความนี้ กลับเขียนได้ไม่ค่อยดี ไม่มีประเด็นแหลมคมน่าสนใจนัก (อันที่จริง ก่อนหน้านี้ ที่เคยเขียนเรื่อง องคมนตรี ด้วยโวหารแบบธรรมดา แบบนี้มีส่วนที่เขียนผิดหลักการสำคัญของประชาธิปไตย ด้วย)
สิ่งที่ผมอยากเสนอคุณจักรภพ แต่ยังไม่มีเวลาเขียนอธิบายประกอบข้อเสนอโดยละเอียดคือ การเขียนแบบ metaphorical นั้น แม้คุณจักรภพ จะเขียนได้ดีมากๆ แต่รูปแบบการเขียนนั้น มีข้อจำกัด คือ (ก) ต้องเป็นคนที่ "ตาสว่าง" แล้ว จึงจะอ่านได้เข้าใจและ "ซาบซึ้ง" หรือ "สะใจ" และ (ข) ต่อเนื่องกัน การเขียนแบบ metaphorical จึงไม่ใช่อะไรที่สามารถใช้เป็นการอภิปรายด้วยเหตุผล โต้แย้ง (argumentative) ในระดับสาธารณะได้ พูดง่ายๆ คือ นอกจาก อ่าน "สะใจ" ในหมู่ คนทีคิดแบบเดียวกัน ("ตาสว่าง" เหมือนกัน) แล้ว ไม่สามารถใช้ในการอภิปรายในวงกว้างทั่วไปได้ โดยเฉพาะไม่สามารถใช้ในแง่ของการต่อสู้ทางอุดมการณ์...”
“...แต่ในระยะยาวแล้ว การต่อสู้ทางอุดมการณ์ การโต้แย้งด้วยเหตุผล เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่งยวดต่ออนาคตประชาธิปไตยไทย
บอกตรงๆว่า การเขียนในลักษณะธรรมดา ในลักษณะ argumentative เกี่ยวกับสถาบันฯ ไม่ใช่อะไรบางอย่างที่ สามารถเขียนได้ง่ายๆ ทันที แม้แต่คนที่เป็นนักเขียนอย่างคุณจักรภพก็ตาม บทความล่าสุดนี้ (และบทความ องคมนตรี ก่อนหน้านี้) ได้พิสูจน์ให้เห็น...”
และอีกท่อนหนึ่ง
“...ที่สำคัญยังเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก ที่คิดว่า การเขียนแบบ metaphorical นั้น safe (ปลอดภัย) จากการเล่นงานของกฎหมาย
ใน "ระบบกฎหมาย" หรือ "กระบวนการยุติธรรม" แบบไทยๆ นั้น การเขียนแบบ metaphorical ไม่ทำให้หลีกเลี่ยงการถูกเล่นงานได้เลย เรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์มาแล้วตั้งแต่ช่วงปี 2500 และตลอดเรื่อยมาจนปัจจุบัน (กรณีที่คุณจักรภพโดนเล่นงานเองเป็นตัวอย่างหนึ่ง)...”
ขอบอกตั้งแต่แรกนี้เลย โดยไม่ต้องลีลามากว่า ผมเห็นด้วยกับอาจารย์สมศักดิ์ฯ ผมรู้ตัวดีว่าอยากสื่อสารอะไรในข้อเขียนของตัวเอง แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อขัดแย้งอยู่ในใจหลายอย่างที่ทำให้เขียนออกมาอย่างนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานภาพที่ขัดแย้งระหว่างการต่อสู้ในระบบและนอกระบบเลือกตั้ง
ตัวตนของผมพ้นจากผลประโยชน์ในการเลือกตั้งมานานแล้ว
แต่คนแวดล้อมและสิ่งแวดล้อมของผมยังไม่พ้น และผมต้องอาศัยเขาเหล่านี้ในการเดินงานการเมือง ผมใช้เวลาในการปรับทัศนะของเขาเหล่านี้ให้ “ก้าวหน้า” และเห็นภาพเดียวกับอาจารย์สมศักดิ์ฯ และผม ซึ่งเป็นเรื่องยากและใช้เวลา บางครั้งต้องรอจนสถานการณ์จริงเกิดขึ้นแล้วจึงถึงบางอ้อ ส่วนคนที่เห็นแล้วจน “ตาสว่าง” แล้ว ก็มีลักษณะพฤติกรรมการเมืองแบบ “ฉันเป็นฉันเอง” เป็นส่วนใหญ่ เป็นแนวร่วมกันได้ แต่จับมาใส่กรอบปฏิบัติการเดียวกันอย่างมีวินัยและวิถีปฏิบัติรวมหมู่ทีไร เกิดปัญหาทุกที บางคนวิ่งหนีเอาดื้อๆ พึ่งพาอะไรในยามหน้าสิ่วหน้าขวานไม่ได้ ผมจึงต้องระวังมิให้การสื่อสารใดๆ ทำให้เขาวิ่งหนีไปไกลกว่านั้นก่อนที่เราจะมีโอกาสอธิบายความอย่างเป็นระบบจนเขาเกิดความเข้าใจถ่องแท้
คนแวดล้อมและสิ่งแวดล้อมนั้น ผมหมายความถึงทุกอย่างในขบวนประชาธิปไตย ตั้งแต่เพื่อนฝูงญาติมิตร ทีมงาน กลุ่มมวลชน ไปจนถึงพรรคเพื่อไทยและนายกทักษิณฯ
แต่นั่นคือปัญหาที่ผ่านมา ขณะนี้ผมคิดว่าเวลาของการอธิบายความอย่างเป็นระบบ เปิดเผย ทั้งสำหรับผู้คนในสิ่งแวดล้อมของผมและสาธารณชนมาถึงแล้ว พวกเราหลายคน รวมทั้งตัวอาจารย์เอง ทั้งใน “ฟ้าเดียวกัน” และอื่นๆ ได้ช่วยอธิบายความทางสังคมจนประเด็นสถาบันกษัตริย์เป็นเรื่องที่พูดได้ฟังได้แล้ว โอกาสจะตั้งสติจนคิดแตกแขนงได้เกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องพูดเฉียดไปเฉียดมาแบบอุปลักษณ์หรือลงไปนั่งทำงานอยู่ใต้ดินอย่างเดียว
ตอบอาจารย์สมศักดิ์ฯ ด้วยความเคารพว่า ผมเห็นแล้วว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยไม่วิพากษ์สถาบันกษัตริย์อย่างเป็นวิชาการ จริงจัง และเป็นสาธารณะนั้น เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว
การนำเสนอด้วยกลวิธีแบบอุปลักษณ์อย่างเดียว ไม่อาจเข้าถึงความคิดและทัศนะของคนไทยส่วนใหญ่ที่ถูกครอบงำด้วยเครื่องมือทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม จนมองไม่เห็นว่าเราอยู่ในสภาพอย่างไรได้ ผู้ที่ “รู้อยู่แล้ว” ยังไม่มีพลังพอจะเปลี่ยนแปลงสังคมเพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงเกิดขึ้นได้ เราต้องเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้
แต่ผมคงต้องทดสอบตัวเองว่ามีความสามารถเพียงพอหรือไม่ งานวิชาการชั้นดีใช้ความสามารถและความอดทนอย่างสูงในการผลิต
ต้องเลี่ยงที่จะไม่หมกมุ่นกับงานนั้นๆ จนนึกว่าการตีความของตนเองเป็น “ความจริง” ในทุกกรณี จนภาวะจิตติดขัดและไม่อาจเดินงานในโลกของคนที่อ่อนวิชาการได้
ส่วนที่เขียนแบบอุปลักษณ์เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงความผิดทางกฎหมายนั้น ให้สบายใจได้ว่าผมไม่เคยคิดและเห็นเป็นเรื่อง “อุดหูขโมยระฆัง” เสียด้วยซ้ำ
อาจารย์คงจำนิทานจีนเรื่องนี้ได้ คนเขลาคนหนึ่งแกจะขโมยระฆังหน้าบ้านเศรษฐี แต่กลัวระฆังจะดังแล้วคนในบ้านจะรู้ ก็เลยทำอย่างแยบคายด้วยการเอาดินอุดหูตัวเองแล้วจึงเอื้อมมือคว้าระฆังใบนั้น ผลคือตัวเองไม่ได้ยินอยู่คนเดียว แต่คนอื่นเขาได้ยินหมดทั้งบ้าน ในที่สุดถูกจับไปโบยหลังเสียอานไป
ผมรับแนวคิดของอาจารย์ครับ แต่ขอเวลาสักนิด.
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน









Good Morning, Happy
Good Morning,
Happy Valentine's Day & Xin Nian Kwai Le,
I wish you Love, Success in Democracy and Having a Super Happy Family na ka.
:)
Kannika Rachaprarop
A nice song for Prachatai
A nice song for Prachatai Sweethearts:
**I wanna know what Love is
I want you to show me
I wanna feel what Love is
I know, you can show me
.. I gotta take a little
.. I gotta take a little time
A little time to think things over
I better read between the lines
In case I need it when I'm colder
* In my life
There's been heartache and pain
I don't know if I can face it again
Can't stop now, I've traveled so far
To change this lonely life
** I wanna know what Love is
I want you to show me
I wanna feel what Love is
I know, you can show me
I gonna take a little time
A little time to look around me
I've nowhere left to hide
It looks like Love has finally found me
*
**
************************************
Song by: Foreigner in 1984
Mariah Carey: I Want To Know What Love Is
Album: Memoirs of An Imperfect Angel
December 4,2009
อรุณสวัสดิ์และสวัสดีปีใหม่ครั
อรุณสวัสดิ์และสวัสดีปีใหม่ครับคุณ Kannika
ขอให้สุขภาพแข็งแรง เงินทอง... oop cancel that!... ประชาธิปไตย ไหลมาเทมา
ความรักด้วย
วันนี้เขาพูดดี ๆ ให้กัน
วันนี้เขาพูดดี ๆ ให้กัน ก็ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขในการใช้ชีวิต และ มีสมองปลอดโปรง คิดอะไร แม้จะนาน ขอขอให้เป้นจริง นะครับ
Yeah..aaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaa
Yeah..aaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaah!
khob khun ka,
:)
:)
:)
ขอให้ทุกท่านประสบแต่สิ่งที่ดี
ขอให้ทุกท่านประสบแต่สิ่งที่ดีงาม
ให้มีพลังในการช่วยเหลือประชาชน ลูกหลานภายหน้า
ไม่ต้องมาเจอกับระบบที่ชั่วร้ายอย่างที่เป็นอยู่
ผมเข้าใจว่า จักรภพ
ผมเข้าใจว่า จักรภพ ยังไม่เก็ทที่ อ.สมศักดิ์ เสนอ นะครับ (?)
อ.สมศักดิ์ แกสื่อว่า คุณสามารถพูดอย่างตรงไปตรงมาในเรื่องกษัตริย์ได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย(แม้จะไม่ใช่เรื่องที่เขียนง่าย) ก็ตาม
คือ อ.สมศักดิ์ คงเห็นว่า พวกคุณมักพูดอะไรแรงๆ ได้แต่สะใจน่ะ(ขนาดสมศักดิ์ ยังไม่กล้า) แต่ "ความสะใจ"นั้น กลับไม่ใช่ลักษณะที่เป็น argument เลย คือ ก็ได้สะใจและไม่เป็นประโยชน์แก่คนอื่นๆ ที่ยัง "มืดบอด" น่ะ คือ มันไม่สามารถเป็นฐานในเชิงอุดมการณ์ร่วมได้อะ
คุณจักรภพ วนอยู่ว่า ต้องอุปลักษณ์จึงปลอดภัย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด และน่าประหลาดใจมาก ที่คุณจักรภพ ยังไม่เห็นแจ้งในเรื่องนี้
ต่อให้คุณอุปลักษณ์อ้อมโลกอย่างไร ถ้ามัน "บังอาจล่วงเกิน" มันก็ผิด๑๑๒ น่ะครับ (กรณีคุณดา ใช้คำว่า "คุณ" ยังถูกตีความว่าหมายถึงกษัตริย์ เลย) มันกว้างมาก
แต่การที่ อ.สมศักดิ์ เสนอให้อภิปราย เชิงสถาบัน/องค์กร ให้มากขึ้น คือ ถ้าเป็นในเชิงองค์กรหรือสถาบัน ผมเข้าใจว่า มันพอหลีกเลี่ยงการปะทะกับบุคคลในมาตรา๑๑๒ ได้(โดยตรง)นะครับ
เช่น กรณีในหลวงทรงทำดี อะไรแบบนี้ มันเป็น "ศิลปะทางการสื่อสาร" อีกรูปแบบหนึ่ง ที่ "ไม่หมิ่น" เลยนะครับ แต่สร้าง "การวิพากษ์ระบบความคิดของสังคมไทย"ได้เป็นอย่างดี ซึ่ง อ.สมศักดิ์ อยากให้ คุณจักรภพ ใช้ความสามารถของคุณ พัฒนาแท็คติคการสื่อสารทำนองนี้ ไม่ใช่ "สะใจ" หรือ "ซึ้ง" เท่านั้น คือ มันไม่จำเป็นต้องแรง ถึงแบบ "ในหลวงทรงทำดี" ก็ได้ อาจเป็นประเด็นอื่นที่วิพากษ์ "ลักษณะที่ไม่โจมตีการกระทำ"อะ (คือ จะเป็นลักษณะวิพากษ์เชิงระบบ)
คุณจักรภพ กล้าออกตัว ว่า "คนละวงกับสามเกลอจอมซึ้ง" แล้ว คุณกลัวเสียแนวร่วม ทำไมอีกล่ะครับ? คือ ถ้าสู้เชิง ปชต ผมว่า ใครซึ้งจัด รับคุณจักรภพไม่ได้ เค้าก็กับไปหาสามเกลอ นั่นล่ะครับ
ต้องคนที่เรียนประวัติศาสตร์แบ
ต้องคนที่เรียนประวัติศาสตร์แบบก้าวหน้าจึงรับแนวคิดของจักรภพและดร.สมศักดิ์ได้ และมีacademic mind อย่างที่
ดร. J ว่าถึงจะรับได้
ผมสงสัย และข้องใจ
ผมสงสัย และข้องใจ ทำไมเราต้องไปเรียนภาษาอังกฤษ ไปเรียนรู้วัฒนธรรมของพวกมัน ถามว่า พวกฝรั่งส่วนใหญ่มันเคยสนใจที่จะมาเรียนภาษาของเราบ้างไหม มันมองเราเป็นเพียงแค่ชนชาติด้อยพัฒนา เก็บไปคิดเอาเองเถอะนะกรรณณิกา
คนใดใช้ชื่อไทยอยู่
คนใดใช้ชื่อไทยอยู่ กายก็ดูเหมือนไทยด้วยกัน
ได้อาศัยโพธิ์ทองแผ่นดินของราชันย์ แต่ใจมันยังเฝ้าคิดทำลาย
คนใดเห็นไทยเป็นทาส ดูถูกชาติเชื้อชนถิ่นไทย
แต่ยังฝังทำกิน กอบโกยสินไทยไป เหยียดคนไทยเป็นทาสของมัน
(สร้อย)
คนใดยุยงปลุกปั่น ไทยด้วยกันหวังให้แตกกระจาย
ปลุกระดมมวลชนให้สับสนวุ่นวาย เพื่อคนไทยแบ่งฝ่ายรบกันเอง
คนใดหลงชมชาติอื่น ชาติเดียวกันเขายืนข่มเหง
ได้สินทรัพย์เจือจานก็ประหารกันเอง ชาติอื่นเกรงดังญาติของมัน
(สร้อย)
คนใดขายตนขายชาติ ได้โอกาสชี้ทางให้ศัตรู
เข้าทลายพลังไทยให้สลายทางสู้ เมื่อศัตรูโจมจู่เสียทีมัน
คนใดคิดร้ายราวี ประเพณีของไทยไม่ต้องการ
เกื้อหนุนอคติ เชื่อลัทธิอันธพาล แพร่นำมันมาบ้านเมืองเรา
(สร้อย)
คนใดใช้ชื่อไทยอยู่
คนใดใช้ชื่อไทยอยู่ กายก็ดูเหมือนไทยด้วยกัน
ได้อาศัยโพธิ์ทองแผ่นดินของราชันย์ แต่ใจมันยังเฝ้าคิดทำลาย
คนใดเห็นไทยเป็นทาส ดูถูกชาติเชื้อชนถิ่นไทย
แต่ยังฝังทำกิน กอบโกยสินไทยไป เหยียดคนไทยเป็นทาสของมัน
(สร้อย)
คนใดยุยงปลุกปั่น ไทยด้วยกันหวังให้แตกกระจาย
ปลุกระดมมวลชนให้สับสนวุ่นวาย เพื่อคนไทยแบ่งฝ่ายรบกันเอง
คนใดหลงชมชาติอื่น ชาติเดียวกันเขายืนข่มเหง
ได้สินทรัพย์เจือจานก็ประหารกันเอง ชาติอื่นเกรงดังญาติของมัน
(สร้อย)
คนใดขายตนขายชาติ ได้โอกาสชี้ทางให้ศัตรู
เข้าทลายพลังไทยให้สลายทางสู้ เมื่อศัตรูโจมจู่เสียทีมัน
คนใดคิดร้ายราวี ประเพณีของไทยไม่ต้องการ
เกื้อหนุนอคติ เชื่อลัทธิอันธพาล แพร่นำมันมาบ้านเมืองเรา
(สร้อย)
คุณครูที่สอน "Writing"
คุณครูที่สอน "Writing" ให้กรรณิกา เป็นชาวอเมริกันผู้ที่เขียนและอ่านภาษาไทยได้
คนฮอลแลนด์ คนเยอรมันที่กรรณิการู้จัก พูดและเขียนภาษาของเราได้หลายคน
และมีคอร์สที่เปิดสอนภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติทั้งในประเทศและต่างประเทศfด้วย
แต่ละวัฒนธรรมมีเสน่ห์ในตัวของมันเอง หากเราต้องการเรียนรู้ ศึกษาวัฒนธรรมของใคร ประเทศใดเราก็ต้องหาทางสื่อสารด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ภาษาจึงเป็นช่องทางหนึ่งในการสื่อความหมาย
หากเรามีอะไรที่ไม่ด้อยกว่าเขาเราก็ไม่ด้อยพัฒนาค่ะ
We learn more things to interplay and promote social skills,
to gain layers of knowledge & experiences,
to add the extra dimensions of learning,solving and exploring situations
and most importantly to maximize self-improvement of human being in producing individual creative mind for creating human activities & works.
These are all I could say by such a romantic time of today :)
:) ซินเจียยู่อี่
:)
ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้นะคะ
Happy Chinese New Year To You and Me....
เพลงหนักแผ่นดิน
เพลงหนักแผ่นดิน เป็นเพลงที่แต่งเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๘ ใช้เปิดออกอากาศทางสถานีวิทยุ จ.ส. กรมการสื่อสารทหารบก กองทัพบก ในการต่อสู้ทางการเมืองกับขบวนการคอมมิวนิสต์ ในช่วง พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๒๓ ประพันธ์คำร้องโดย
พ.อ.บุญส่ง หักฤทธิ์ศึก และขับร้องโดย สันติ ลุนเผ่
เพลงนี้ไม่เคยล้าสมัย ตราบใดที่ยังมีคนไทยแต่หัวใจไม่ได้เป็นคนไทยยังอยู่ ไม่มีเพลงไหนเหมาะสมเท่ากับเพลงนี้อีกแล้ว
(สร้อย) หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน
"หน่ออ่อน"
"หน่ออ่อน" ของผู้อยู่แถวหน้าของการต่อสู้เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่ "ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย" อย่างแท้จริง
ในทางยุทธวิธี ไม่จำเป็นที่จะต้อง พูด เขียน ให้สะใจเหมือนกับที่ใครบางคนต้องการหรอกนะ
แต่การกระทำของคุณต่างหาก ที่จะพิสูจน์แสดงถึงจุดยืน
ประชาชนสูญเสียคนที่เคยคิดว่าเป็นวีรชนนักต่อสู้เดือนตุลา ที่หันไปสวามิภักดิ์ศักดินาใหญ่ ไปคนแล้วคนเล่า
จิตร ภูมิศักดิ์ เคยเขียนไว้ว่า หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ลาภยศสรรเสิญย่อมพิสูจน์ว่าใครแท้ใครเทียม
ดัดแปลงตนเอง สั่งสมความเข้มแข็ง แยกมิตรแยกศัตรู ยึดกุมแนวทางการต่อสู้ เดินแนวทางมวลชน มีวินัยรักษาความลับ
ให้ดีนะ
คุณคือ คลื่นลูกใหม่ ทีนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และความเป็นธรรมของสังคมไทยรุ่นก่อน ภาคภูมิใจมากครับ.
ฟังภาษาวิชาการ แล้วปวดหัว
ฟังภาษาวิชาการ แล้วปวดหัว ไม่เข้าใจ สงสัยจะเป็นพวกมืดบอด ตายังไม่สว่างเหมือนท่านว่า คนจะวิจารณ์สถาบัน แล้วคนไทยจะมีเสรีภาพ มีประชาธิปไตย แล้ว คนไทย อยู่ดีกินดี หรืออย่างไร ใช้อคติเป็นตัวตั้ง แล้วหาเหตุผล ใส่ โดยอ้างอิงหลักฐาน ตามทฤษฎีที่สร้างกันขึ้นมาเอง หรือจำรูปแบบจากต่างประเทศมา ประเทศไทย อยู่แบบที่ใช้สถาบันเป็นเสาหลัก มันผิดตรงไหน ถ้าไร้เสาหลัก แล้วได้นักธุรกิจ หรือ พ่อค้ามาดูแลประเทศมันดีกว่าหรืออย่างไร ขอต่อต้านแนวคิด ทั้งของ อ.สมศักดิ์ และ คุณจักรภพ และจะตามไปต่อต้านทุกที่
5555...สรุปว่ามึงยังไม่รู้ตัว
5555...สรุปว่ามึงยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่ามึงเป็นโจรก่อการร้าย ฆาตรกรฆ่าคน ปล้นปืนหลวง ไอ้ปรสิตp__n__
กูไม่อยากคุยกับมึงแล้ว ไอ้
กูไม่อยากคุยกับมึงแล้ว ไอ้ ยากะอาเม็ด มึงมันควายปัญญาอ่อน ถามซ้ำซาก ไม่มีอะไรมีสาระ
ไม่มีใครเขาคุยกับควายปัญญาอ่อนหรอก ไป้ ไปแดกยาซะ อาละวาดมากๆเดี๋ยวจับแม่งช็อตไฟฟ้า
ให้หายอ่อนเลยมึง ไอ้อ่อนเอ้ยยยยยยย
ผมด้วยครับ doc t
ผมด้วยครับ doc t เราจะไปทุกที่ ในทุกๆที่
เอ๊ ไอ้แก่วอไปไหน
เอ๊ ไอ้แก่วอไปไหน ต้องจุดธูปเรียกมั๊ยยย เนี่ยะ
โลกเขาไปถึงไหนแล้ว
โลกเขาไปถึงไหนแล้ว คนไทยยังต้องเป็นใบ้เรื่องนี้
(สร้อย) หนักแผ่นดิน
(สร้อย) หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน..........หนักแผ่นดิน
***วันความรักอุ่นซึ้ง
***วันความรักอุ่นซึ้ง ชีวัน แม่เอย
สิบสีกุมภาพันธ์ นี่นี้
สองเราต่างผูกพัน รักซื่อ สัตย์นา
นับแต่กาลนานชี้ ชื่นไว้ในจินต์
กรรณิกา...หว่อไอ๊หนี่
กรรณิกา...หว่อไอ๊หนี่ อี๋โตวๆ อี๋เตี่ยน
หนี เห่ามา ซิงเจี่ยยู่อี่ ซิงนี้อวดไช้
ไจ้เจี้ยน
แล้วคนไทยส่วนใหญ่พวกคุณจะเอาเ
แล้วคนไทยส่วนใหญ่พวกคุณจะเอาเราไปไว้ตรงไหน หึ พวกเราหรือพวกคุณสมควรไปอยู่ที่อื่นดีล่ะ
ประชาธิปไตยของประชาชนจงเจริญ
ประชาธิปไตยของประชาชนจงเจริญ
ทามไมต้องตามวัฒนธรรมของฝรั่งด
ทามไมต้องตามวัฒนธรรมของฝรั่งด้วยน้า เพื่อให้เห็นว่าเราเจริญหรือไง
หรือพยายามบอกฝรั่งว่าเราจะเดินตามตูดพวกเค้า งั้นเหรอ
หน่ออ่อน
หน่ออ่อน ถ้ากินได้ก็คงมีประโยชน์ แต่ถ้าหน่อเป็นพิษก็น่าจะเด็ดทิ้งซะ ก่อนที่เด็กๆไม่รู้เรื่องจะไปกินเข้าไป
การต่อสู้เพื่อปชต.ที่ไม่สะอาด ก็เหมือนกับยาพิษที่พยายามยัดเยียดให้ผู้อื่นกิน แล้วใครจะยอมกินล่ะ
เพลงนี้คงจะดังขึ้น ดังขึ้น
เพลงนี้คงจะดังขึ้น ดังขึ้น จนกว่าพวกคนไทยหัวใจต่างชาติจะหมดไป
คงต้องไปเรียนที่ตต.
คงต้องไปเรียนที่ตต. แล้วกรุณาอยู่ที่นั่นเลยนะ อย่ากลับมาอีกเลย ขอร้องละ
เราอยากอยู่ขอเราอย่างนี้ ไม่ต้องมาพยายามยัดเยียดสิ่งที่เราไม่ต้องการเลย
ของเราดีอยู่แล้วววว
จะเจริญไปทำไม
จะเจริญไปทำไม หากทำให้เราไม่มีความสุข
จะรวยไปทำไม หากรวยแล้วมีแต่ความทุกข์