UNHCR ลงพื้นที่ท่าสองยาง ตรวจสอบการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยง
“พ.อ.นพดล” สั่งระงับส่งกลับผู้ลี้ภัย ย้ำยังอำนวยความสะดวกให้เดินทางกลับ ด้าน “UNHCR” รุดลงพื้นที่ตรวจสอบความโปร่งใส หวั่นผู้ลี้ภัยได้รับแรงงกดดัน ส่วนผู้ลี้ภัยแจงอยากกลับบ้านแต่ติดปัญหาระเบิดค้าง พร้อมร้องช่วยอาหาร 1 ปี หากไปอยู่ในพม่า
สืบเนื่องจากการที่นักสิทธิฯ และองค์กรภาคประชาสังคมไทย-กะเหรี่ยง ได้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านกรณีกองทัพภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการดำเนินการส่งกลับผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ ชาวกะเหรี่ยงสัญชาติพม่า ในพื้นที่พักรอชั่วคราวบ้านหนองบัว และบ้านแม่อุสุทะ ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ทั้งหมดภายในวันที่ 15 ก.พ.53 และจะมีการส่งกลับในวันที่ 5 ก.พ.นี้ 30 ครอบครัว หรือจำนวน 161 คน
วันนี้ (5ก.พ.53) พ.อ.นพดล วัชรจิตบวร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 อ.แม่สอด จ.ตาก ผู้รับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว ได้ลงพื้นที่ชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวกระเหรี่ยง แก่เจ้าหน้าที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติ (UNHCR) คณะกรรมการช่วยเหลือชาวพม่าตามแนวชายแดนไทย - พม่า (Thailand Burma Border Consortium: TBBC) อาสาสมัครกลุ่มเพื่อนพม่า และผู้สื่อข่าว
พ.อ.นพดล ชี้แจงว่า การดำเนินงานไม่ใช่การผลักดันผู้ลี้ภัยกลับประเทศ แต่ได้สั่งการให้ทหารอำนวยความสะดวกให้ผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงสัญชาติพม่า เพื่อให้เดินทางข้ามแม่น้ำเมยกลับไปยังภูมิลำเนาในประเทศพม่า ที่บ้านเลอเบอเฮอ ตรงข้ามบ้านหนองบัว ต.แม่อูสุ อ.ท่าสองยาง โดยยืนยันว่าผู้ลี้ภัยทั้งหมดกลับไปด้วยความสมัครใจ ไม่ได้ขู่เข็ญบังคับใดๆ และที่บ้านเอลเบอเฮอในฝั่งพม่าไม่ได้มีการสู้รบใดๆ แต่จากเหตุการณ์คัดค้านการส่งกลับดังกล่าวทำให้ได้สั่งการให้ทหารออกนอกพื้นที่ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ผ่านมา และยกเลิกการอำนวยความสะดวกให้ผู้ลี้ภัยในการเดินทางกลับในวันนี้ (5 ก.พ.)
พ.อ.นพดลกล่าวต่อมาถึงกำหนดการที่จะมีการจัดส่งผู้ลี้ภัยในพื้นที่พักรอชั่วคราวบ้านหนองบัว และบ้านแม่อุสุทะกลับสู่พม่าภายในวันที่ 15 ก.พ. โดยยืนยันว่าไม่เคยให้นโยบายหรือพูดถึงข้อมูลดังกล่าว และคงไม่มีใครอยากจะผูกมัดการทำงานของตัวเอง ทั้งนี้นับจากที่ผู้ลี้ภัยได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยเป็นเวลากว่า 8 เดือน ได้ทำการส่งกลับไปเพียง 18 ครั้ง ซึ่งรวมแล้วกว่า 1,500 คน และในปัจจุบันเหลือยังอยู่ในค่ายฯราว 1,500 คน หากจะดำเนินการในช่วงเวลาเพียงเท่านี้คงไม่สามารถทำได้ อีกทั้งยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้เนื่องจากขึ้นอยู่กับความพร้อมและความสมัครใจของผู้ลี้ภัยเอง
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แม้จะมีการยกเลิกการอำนวยความสะดวกให้ผู้ลี้ภัยในการเดินทางกลับในวันนี้ แต่จากการพูดคุยกับทหารในพื้นที่ได้รับทราบว่าในช่วงเช้าของวันที่ 5 ก.พ. ผู้ลี้ภัยได้สมัครใจเดินทางกลับไปแล้วจำนวน 3 ครอบครัว ทั้งหมด 12 คน โดยนั่งเรือหางยาวกลับไปโดยปลอดภัย ในขณะที่แหล่งข่าวในพื้นที่ที่เชื่อถือได้รายงานว่าผู้ที่เดินทางกลับในวันนี้มีทั้งหมด 13 คน โดยเป็นชายวันรุ่น 1 คน หญิง 4 และเด็กอีก 8 คน
นายโยชิมิ ไซตะ หัวหน้าภาคสนาม สำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติ (UNHCR) กล่าวว่าขณะที่เดินทางมาถึงพื้นที่พักรอชั่วคราวบ้านหนองบัว พบว่าผู้ลี้ภัยได้เดินทางออกจากพื้นที่ไปแล้วจึงไม่สามารถบอกได้ว่าไปอย่างสมัครใจหรือไม่ เพราะไม่ได้มีการพูดคุยกัน ทั้งนี้ในการเดินทางกลับของผู้ลี้ภัยได้ประสานกับ พ.อ.นพดล ให้ทาง UNHCR ได้เข้าไปร่วมสอบถามถึงความสมัครใจว่าผู้ลี้ภัยต้องการไปด้วยตัวเองจริงๆ ทหารไทยไม่ได้กดดันให้ต้องเดินทางกลับ
นายโยชิกล่าวให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ทางเจ้าหน้าที่ UNHCR ได้ทำการสัมภาษณ์ผู้ลี้ภัย 30 ครอบครัว ที่ทางทหารแจ้งว่ามีความประสงค์จะเดินทางกลับไปที่เลอเปอเฮอ ในวันที่ 5 ก.พ.โดยทหารจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับแต่พบว่า มีผู้ลี้ภัยจำนวนถึง 22 ครอบครัวที่ไม่ได้ต้องการเดินทางกลับ ทำให้้เกิดข้อสงสัยและห่วงใยต่อกระบวนการตรวจสอบความสมัครใจดังกล่าว
นายโยชิมิ กล่าวด้วยว่า ที่พูดกันในวันนี้ไม่ใช้การส่งกลับ แต่เป็นการเดินทางกลับด้วยตนเอง ซึ่งถือเป็นอิสระของทุกคน แต่หากมีเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่มั่นใจในการเดินทางกลับ ทางการไทยควรต้องจัดการแก้ปัญหาให้หมดไป
ส่วนแองเจรีน่า เจ้าหน้าที่องค์กร TBBC ได้ติงฝ่ายทหารว่า ควรจะสร้างความมั่นใจได้ให้กับผู้ลี้ภัยในการเกิดทางกลับได้อย่างปลอดภัยไม่มีอันตราย ถึงแม้ครอบครัวเตรียมในจะกลับ แต่ทางทหารควรต้องมีการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ก่อน ยกตัวอย่างการประสานงานในเรื่องความปลอดภัย และการเก็บกู้ระเบิดที่มีฝังอยู่มากมายในประเทศพม่า เพื่อให้เกิดความปลอดภัยตามหลักการสิทธิมนุษยชน และกฎของสากลในการที่จะพิทักษ์ซึ่งชีวิตเพื่อนมนุษย์
อนึ่ง บ้านเลอเปอเฮอ เป็นหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์สู้รบระหว่างกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ เคเอ็นยู (Karen National Union: KNU) และกองทัพรัฐบาลพม่าที่สนธิกำลังกับกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย หรือ ดีเคบีเอ (Democratic Karen Buddhist Army: DKBA) เมื่อวันที่ 2มิ.ย.52 ซึ่งทำให้มีผู้ลี้ชาวกะเหรี่ยง สัญชาติพม่า หนีภัยสู้รบเข้ามาในเขตไทยทั้งหมด กว่า 3,000 คน โดยเป็นฐานที่มั่นเก่าของ KNU แต่ปัจจุบันได้ตกเป็นที่มั่นของกะเหรี่ยง DKBA ไปแล้ว ทั้งนี้แม้ DKBA จะมีการไถเคลียร์พื้นที่แล้วบางส่วน แต่ยังไม่มีใครออกมารับรองความปลอดภัย
ทั้งนี้ ในช่วงเช้า TBBC และ UNHCR ได้สัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยจำนวน 3 ครอบครัว และได้รายงานในที่ประชุมโดยมีประเด็นสำคัญที่ผู้ลี้ภัยไม่อยากกลับไปประเทศพม่า คือ 1 กับระเบิดที่ยังไม่ได้เก็บกู้ 2 ปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาหารและการดำรงชีวิตหลังจากกลับไปแล้ว 3 ปัญหาความขัดแย้งระหว่างKNU กับ DKBA ซึ่งอาจปะทุขึ้นอีก 4 เกรงว่าจะถูกบังคับใช้แรงงานโดย DKBA
ช่วงบ่ายได้มีการสัมภาษณ์แกนนำในศูนย์พักรอชั่วคราวบ้านแม่อุซุทะจำนวน 8 คนจาการสัมภาษณ์พบว่าผู้ลี้ภัยมีความกังวลเช่นเดียวกับผู้ลี้ภัยบ้านหนองบัว และสำหรับผู้ลี้ภัยบางส่วนที่มีความต้องการจะเดินทางกลับประเทศพม่านั้นได้มีข้อเสนอต่อ TBBC และ UNHCR เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านอาหารเป็นเวลา 1 ปี โดยให้ผู้ชายเดินทางไปเตรียมพื้นที่ก่อน ส่วนผู้หญิงและเด็กให้อยู่ที่ศูนย์พักรอเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้เจ้าที่ของ UNHCR จะเดินทางลงพื้นที่สัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยที่มีความต้องการจะเดินทางกลับประเทศพม่าในวันจันทร์นี้ (8 ก.พ.)
นอกจากนี้ได้มีข้อเสนอในวงประชุมให้ทหารไทยทำข้อตกลงกับ KNU และ DKBA ในการเก็บกู้ระเบิดในพื้นที่ชุมชนร่วมกัน โดยมีผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศให้การช่วยเหลือ
ในกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่าทางทหารได้กดดันผู้ลี้ภัยให้เดินทางกลับประเทศพม่าโดยการจำกัดการส่งอาหารนั้น จากการประชุมชี้แจงพบว่าทหารไม่ได้รับผิดชอบเรื่องการแจกจ่ายอาหาร แต่เป็นหน้าที่ของ TBBC และ แกนนำชุมชน ซึ่งในพื้นต้นพบว่าสาเหตุที่ทำให้ผู้ลี้ภัยบางส่วนไม่ได้รับอาหารเกิดจากข้อมูลจำนวนผู้ลี้ภัยที่คลาดเคลื่อน ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป

คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












ไม่อยากฟัง แล้ว
ไม่อยากฟัง แล้ว ไม่อยากได้ยินแล้ว กะเหรี่ยงดี เค บี เอ กะเหรี่ยงเค เอน ยู รบกัน ทำให้พื้นที่เป็นสนามระเบิด มันเหมือนหมาตัวใหญ่สองตัวกัดกันแล้วลูกๆต่างวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง โดยเฉพาะกะเหรี่ยงดี เค บี เอ ที่จับมือกับทหารพม่ากลับมาฆ่าเผ่าพันธ์ตนเอง มันเสียชาติเกิดที่เกิดมาเป็นกะเหรี่ยง พวกนี้เกิดมาเป็นหมาดีกว่า ปลาตายหนึ่งตัวเน่าเฟะไปหมด คุณทะเลาะกันแล้วขึ้นชื่อว่าเป็นกะเหรี่ยง กะเหรี่ยงโดนไปหมด โดนไปถึงกะเรี่ยงไทยอีกต่างหาก มีสมองหน่อยซิ ผมเจ็บใจ เจ็บปวด เจ็บแปลบ เจ็บมาก เจ็บนิด เจ็บน้อย เจ็บเหลือเกิน มามากพอแล้วที่ได้ยินแต่กะเหรี่ยงก่อทูเล กะเหรี่ยงก่อทูเล กะเหรี่ยงก่อทูเล ต้องมาทะเลาะกัน กะเหรี่ยงก่อทูเล ต้องมาฆ่ากัน กลายเป็นผู้ลี้ภัยบ้าง กลายเป็นเป็นผู้พลาดถิ่นบ้าง เวรเอ้ย.......ทำไมกูต้องเกิดมาเป็นกะเหรี่ยงด้วย......โอ้ย......จะบ้าไปแล้วเนี่ย...ผมไม่เข้าใจกะเหรี่ยงเลย เขาโง่หรือฉลาดกันแน่ที่ต้องมารบกัน ฆ่ากัน...เผ่าอื่น คนอื่นเขามีแต่จะดูถูกนะ ถ้ากะเหรี่ยงเป็นแบบนี้...คนอื่นเขาไม่ปลื้มด้วยนะ...คุณทะเลาะกันอย่าคิดว่า คนไทยเขาไม่รู้เรื่องนะ อย่าคิดนะว่าเสียงปืนทางฝั่งโน้นเป็นเสียงปืนของทหาพม่า เสียงปืนทางฝั่งโน้นก็คือ เสียงปืน กะเหรี่ยงกับกะเหรี่ยงด้วยกันนั่นแหละ..เห็นกะเหรี่ยงระหกระเหิงมาทางฝั่งไทย ร้องห่ม ร้องให้ ไม่มีอะไรติดไม้ติดมือ ไม่มีข้าวกิน มานอนพักช่วงคราวบ้านเพื่อนทางฝั่งไทย...แบบหลบๆ ซ่อนๆ เช้าๆไม่ยอมกินข้าวกินน้ำก็รีบกลับยังไม่ทางสว่าง...บ้านถูกเผาวายวอด...ลูกชายหายไป ลูกสาวหายไป หัวใจแตกสลาย ผมถามเขาไครทำคุณเช่นนี้นะ "เมื่อคืนกะเหรี่ยงดี เค บี เอ มาเผาหมู่บ้าน" ผมเลยเจ็บปวดมาถึงทุกวันนี้..ที่ต้องมาพูดเช่นนี้ อยากให้กะเหรี่ยงก่อทูเลหันมาจับมือกันบ้าง โดยเฉพาะดี เค บี เอ มีสามัญสำนึกบ้างนะครับ พี่น้อง...........................
ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภ
ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
พ.ศ. 2545
30 มีนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอยุบ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหารที่ 43 (พตท. 43)
30 เมษายน รัฐบาลมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ยุบ ศอ.บต. และ พตท. 43
พ.ศ. 2547
4 มกราคม เกิดเหตุการณ์เผาโรงเรียน 20 แห่ง ใน จ.นราธิวาส ซึ่งเชื่อว่าเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส อันมีปืนไรเฟิล 400 กระบอก ปืนพก 20 กระบอก ปืนกล 2 กระบอก การจู่โจมครั้งนี้มีทหารตาย 4 นาย และทำให้รัฐบาลเสียหน้าอย่างมาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น หัวเสียอย่างหนัก กล่าวตำหนิทหารที่ไม่ระมัดระวัง และถึงกับหลุดคำพูดว่า "ถ้าคุณมีกองทหารทั้งกองพันอยู่ที่นั้น แต่คุณก็ยังไม่ระวังตัว ถ้าอย่างนั้นก็สมควรตาย"[3]
เหตุระเบิดกลางตลาดจังหวัดปัตตานี โดยมีระเบิดทิ้งไว้ที่จักรยานยนต์
พ.ต.ท. ทักษิณ ยืนยันจะแก้ปัญหาภาคใต้แบบถอนรากถอนโคน
12 มีนาคม สมชาย นีละไพจิตร ประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม ที่รับทำคดีเกี่ยวกับความมั่นคงในชายแดนใต้ ถูกลักพาตัว
28 เมษายน เกิดกรณีกรือเซะ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกระจายกันโจมตีฐานตำรวจ-ทหาร 12 จุด คนร้ายเสียชีวิต 107 ศพ บาดเจ็บ 6 คนถูกจับกุม 17 คน เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 15 นาย
25 ตุลาคม เกิดกรณีตากใบ เจ้าหน้าที่สลายผู้ชุมนุมมีผู้เสียชีวิต 84 ศพ แบ่งเป็นในที่เกิดเหตุ 6 ศพ ระหว่างขนย้าย 78 คน
5 ธันวาคม โปรยนกกระดาษ 60 ล้านตัว ตามโครงการ "60 ล้านใจ สานสายใยพี่น้องใต้ ด้วยดอกไม้และนกกระดาษ" จากประชาชนไทยทั่วประเทศ
โจรใต้แจกใบปลิวในจังหวัดปัตตานีและใกล้เคียง ขู่ฆ่าประชาชนที่เก็บนกกระดาษ
พ.ศ. 2548
8 มกราคม - ระเบิดสถานีรถไฟจังหวัดยะลา
23 กุมภาพันธ์ - ครูในจังหวัดปัตตานีขอให้รัฐบาลอนุญาตการพกปืน เพื่อป้องกันตัวจากผู้ก่อความไม่สงบ
17 มีนาคม - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส รับฟังปัญหาภาคใต้ ก่อนสรุปข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล
28 มีนาคม - นายกฯ พร้อมเผยผลสอบสวน กรณีกรือเซะและตากใบ ตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์เสนอ
17 กุมภาพันธ์ - เหตุการณ์ระเบิดคาร์บอมบ์ในตำบลสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีผู้เสียชีวิต 6 และบาดเจ็บมากกว่า 40 คน
3 เมษายน เกิดระเบิดพร้อมกัน 3 จุด ที่ห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูร์ หาดใหญ่, ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ และหน้าโรงแรมกรีนเวิลด์พาเลซ สงขลา
24 มิถุนายน กอบกุล รัญเสวะ ผอ.ร.ร.บ้านตือกอ อำเภอจะแนะ นราธิวาส ถูกยิงเสียชีวิต
14 กรกฎาคม - เกิดความรุนแรงในเขตเทศบาลนครยะลา โจมตีโรงไฟฟ้าในเวลากลางคืน ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย และประชาชนบาดเจ็บ 23 คน และไฟฟ้าดับทั้งเมืองเป็นเวลาหลายชั่วโมง
15 กรกฎาคม - จังหวัดยะลา เกิดเหตุระเบิด มีผู้บาดเจ็บ 4 คน และจังหวัดนราธิวาส มีเหตุการณ์ยิงกัน ครูเสียชีวิต 2 คน
16 กรกฎาคม - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยร่าง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548[4]
18 กรกฎาคม - รัฐบาลประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจัดตั้งตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ[5]
19 กรกฎาคม - สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสื่อหลายแขนงออกแถลงการณ์คัดค้านการออก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ[6]
21 กรกฎาคม - ยกเลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่ จ.นราธิวาส, จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา[7][8]
สิงหาคม มีคำขู่ฆ่าผู้เปิดร้านและทำงานในวันศุกร์
21 กันยายน- ทหารนาวิกโยธิน 2 นายจากค่ายจุฬาภรณ์ ถูกชาวบ้านกลุ่มหนึ่งในหมู่บ้านตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส รุมทำร้ายเสียชีวิต หลังจากมีการจับเป็นตัวประกันนานกว่า 19 ชั่วโมง เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นผู้ร่วมก่อเหตุใช้อาวุธสงครามกราดยิงเข้าใส่ร้านน้ำชาใน อ.ระแงะ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 5 ราย
26 ตุลาคม คนร้ายปล้นปืนพร้อมกันใน 3 จังหวัด ได้ปืนไป 99 กระบอก แบ่งเป็นใน จ.ปัตตานี 39 กระบอก ยะลา 41 กระบอก และนราธิวาส 19 กระบอก คนร้ายตาย 1 ศพ ถูกจับได้ 1 คน ฝ่ายรัฐผู้ใหญ่บ้านและ ชรบ.เสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บอีก 4 คน
2 พฤศจิกายน คนร้ายโจมตีระบบไฟฟ้าเมืองนราธิวาส ด้วยระเบิดพร้อมกัน 16 จุด ระเบิด 8 จุด
พ.ศ. 2549
1 สิงหาคม เวลาประมาณ 20.20 น. คนร้ายลอบวางเพลิงใน จ.ปัตตานี-นราธิวาส หลายจุดพร้อมกัน วางระเบิด ทำลายทรัพย์สินและเผายางรถยนต์ แต่ไม่มีรายงานผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต[9]
31 สิงหาคม เวลา 11.20 น. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดธนาคาร 22 จุดทั่ว จ.ยะลา มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 30 คน[10]
4 กันยายน มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,400 คนในเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2547[11]
16 กันยายน เกิดเหตุระเบิดในเวลาไล่เลี่ยกัน 4 จุด กลางเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน บาดเจ็บมากกว่า 50 คน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 1,000 คน ที่พักผ่อนอยู่ในโรงแรม ซึ่งตั้งอยู่ในแนวที่เกิดเหตุระเบิดมากกว่า 10 แห่ง ต่างพากันหลบหนีออกจากโรงแรม จนทำให้เกิดความโกลาหล[12]
21 กันยายน คนร้ายใช้อาวุธปืนระดมยิงใส่ชาวบ้านจนได้รับบาดเจ็บ 1 รายและเสียชีวิต 1 ราย[13]
23 กันยายน ตำรวจ 4 นาย ได้รับบาดจากระเบิดที่คนร้ายฝังไว้ที่จุดจอดรถ[14]
25 กันยายน คนร้ายประมาณ 30 คน ก่อเหตุโจมตีสถานีตำรวจที่ จ.ยะลา ทำให้ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 1 นาย[15]
28 กันยายน หน่วยปกป้องครูชายแดนภาคใต้ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ถูกคนร้ายใช้ระเบิดซุ่มโจมตี ทำให้ทหาร 5 นายได้รับบาดเจ็บ ทหารนายหนึ่งได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ[16]
27 ตุลาคม คนร้ายยิงพนักงานเก็บค่าไฟของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ยะลา อาการสาหัส
28 ตุลาคม คนร้ายลงมือก่อเหตุยิง ชาวบ้านขณะกำลังออกไปกรีดยาง เสียชีวิต 1 ราย ที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี[18]
2 พฤศจิกายน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พร้อมคณะรัฐบาล กล่าวขอโทษต่อชาวมุสลิมกรณี "กรือเซะ-ตากใบ" ที่มีความเห็นว่ารัฐบาลที่ผ่านมาทำเกินกว่าเหตุ[19]
3 พฤศจิกายน คนร้ายดักยิงรถบรรทุกนักเรียนบนถนนสาย 410 ยะลา–เบตง บ้านพงยือไร หมู่ที่ 1 ต.บันนังสาเร็ง อ.เมือง จ.ยะลา คนขับรถบาดเจ็บสาหัส ในเวลาไล่เลี่ยกัน คนร้ายก่อเหตุยิงลูกจ้าง 3 คนของ กอ.สสส.จชต ที่บริเวณริมถนนสาย 410 ยะลา–เบตง หมู่ที่ 5 บ้านบันนังสาเร็ง อ.เมือง จ.ยะลา บาดเจ็บสาหัส[20]
3 พฤศจิกายน คนร้ายประมาณ 5 คน พร้อมอาวุธปืนสงครามครบมือ ถล่มยิงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ รปภ.โรงเรียนคีรีบูรณ์วัฒนา ม.5 ต.ยะต๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ[21]
4 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้ายิง รองนายกฯ อบต.บาโงสะโต เสียชีวิต[22]
4 พฤศจิกายน เกิดเหตุลอบวางเพลิงโรงเรียนอีก 3 จุด ในพื้นที่ อ.บันนังสตา คือ โรงเรียนบ้านเตาปูน ม.3 ต.บันนังสตา โรงเรียนบ้านบางลาง ม.3 ต.บาเจาะ และโรงเรียนบ้านสาคู ม.4 ต.บาเจาะ[23]
5 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงชาวบ้าน อ.บันนังสตา เสียชีวิต 1 ราย[24]
5 พฤศจิกายน ชาวบ้านใน ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา กว่า 200 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง รวมตัวเพื่อเรียกร้องให้ถอนกำลัง ตำรวจ ตชด.ที่ดูแลความปลอดภัยให้กับโรงเรียนบ้านบาเจาะ ออกจากพื้นที่ และได้ปิดถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้าน สาเหตุมาจากมีราษฎรถูกยิงเสียชีวิต ทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่[25]
5 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ยอมรับข้อเสนอย้ายฐานปฏิบัติการ ตชด.ออกจากพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านพอใจและสลายการชุมนุม หลังการเจรจาเสร็จสิ้นในช่วงค่ำ เจ้าหน้าที่ทหารถูกลอบวางระเบิดเสียชีวิตทันที 2 นาย ระหว่างทางกลับจากหมู่บ้าน บริเวณถนนยะลา-เบตง ต.บันนังสาเรง อ.เมือง[26]
7 พฤศจิกายน คนร้ายลอบเผาโรงเรียนบ้านตะบิงติงงีสามัคคี บ้านบาลอบาตะ หมู่ที่ 13 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา[27]
9 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ก่อเหตุยิงผู้รับเหมาก่อสร้าง บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านดอนรัก หมู่ 2 บ้านดอนรัก ต.ดอนรัก จ.ปัตตานี เสียชีวิตคาที่[28]
9 พฤศจิกายน คนร้ายลอบวางระเบิดหน้าอู่ซ่อมรถ เลขที่ 83/1 ม.7 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ แต่โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน[29]
9 พฤศจิกายน โชว์รูมรถยนต์ถูกลอบวางระเบิดพร้อมกัน 8 แห่ง ที่ อ.เมืองยะลา[30]
10 พฤศจิกายน คนร้ายขับรถตามประกบยิงชาวบ้านขณะกำลังขับรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงบนถนนหน้าโรงเรียนบ้านกระโด ม.1 ต.กระโด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี[31]
10 พฤศจิกายน กลุ่มคนร้ายปาระเบิดและตามด้วยใช้อาวุธสงครามยิงถล่มฐานปฏิบัติการทหารชุด ฉก.11 ที่ยะลา[32]
11 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ขับจักรยานยนต์ประกบยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านโคกสะตอ ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิต[33]
11 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ขับจักรยานยนต์ประกบยิงชาวบ้านปัตตานีหน้ามัสยิดอูแตกอแล ม.3 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิต[34]
11 พฤศจิกายน คนร้ายกว่า 10 รายบุกโจมตีฐานปฏิบัติการตชด.33 อ.ยะหา จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย[35]
12 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คนบุกเข้าบ้านพักพ่อค้ารับซื้อไม้ยาง จ.ยะลา แล้วชักปืนพกสั้นประกบยิงจนเสียชีวิต[36]
13 พฤศจิกายน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ขณะนี้มีความรุนแรงมากขึ้น กลายเป็นปัญหาไปถึงชาวไทยพุทธที่อยู่ในพื้นที่ จนเกรงกันว่าปัญหาจะบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างไทยพุทธกับไทยมุสลิม พร้อมยินดีกราบเท้าขอโทษ หากทำให้เหตุการณ์ยุติ[37]
13 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่พ่อ-แม่-ลูกชาวยะลาได้รับบาดเจ็บ บริเวณบนถนนสาย 410 ยะลา-เบตง หน้าสถานีอนามัย บ้านแหร ม.1 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา[38]
13 พฤศจิกายน คนร้ายก่อเหตุยิงอุซตาชโรงเรียนปอเนาะใน ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เสียชีวิตคาที่[39]
17 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน หน้าร้านน้ำชาบริเวณปากซอยประชานิมิตร ถนนระแงะมรรคา ใกล้ตลาดบางนาค ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 19 ราย และเสียชีวิต 1 ราย[40]
17 พฤศจิกายน คนร้ายใช้ จยย.ประกบยิงพ่อค้าขายไอศกรีมวอลล์วัย 52 ปีระหว่างทางเข้าหมู่บ้านที่ยะลา เสียชีวิตคาที่[41]
17 พฤศจิกายน คนร้ายจำนวน 6 คน สวมชุดดาวะห์ เข้าปล้นอาวุธปืนลูกซองจำนวน 1 กระบอก ของชุด ชรบ. ในบ้านเลขที่ 118 หมู่ 5 ต.กระโด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี[42]
18 พฤศจิกายน คนร้ายก่อเหตุยิงนายนำ ศรีพลอย อายุ 73 ปีที่ออกไปเลี้ยงวัวกลางทุ่งใกล้บ้าน เสียชีวิตแล้วเผาศพจนไหม้เกรียมทิ้งไว้ก่อนหลบหนี[43]
18 พฤศจิกายน คนร้ายลอบยิงตำรวจ ตชด. กก.ที่ 44 ค่ายพยาลิไท อ.เมืองยะลา ระหว่างเดินทางกลับบ้านเพียงลำพัง อาการสาหัส[44]
18 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ไม่มีชื่อ หมู่ที่ 1 ต.ธารโต จ.ยะลา[45]
19 พฤศจิกายน คนร้ายจำนวน 2 คน ใช้อาวุธปืนยิงใส่ชาวบ้านจำนวน 4 นัด ก่อนที่จะใช้ของมีคมฟันเข้าบริเวณลำคอ ส่งผลให้เสียชีวิตในทันที[46]
20 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิดบริเวณตลาดสดใกล้โรงแรมเกนติ้ง เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 18 ราย[47]
21 พฤศจิกายน ชาวบ้าน ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา จำนวน 3 หมู่บ้าน กว่า 200 คน ชุมนุมเรียกร้องให้ถอนกำลังทหารพราน และ ตชด.ออกจากพื้นที่[48]
22 พฤศจิกายน กลุ่มคนร้าย 7 คน จุดไฟเผาห้องเรียนในพื้นที่ ต.บาเจาะ และ ต.บันนังสตา ต่อหน้าต่อตาครูและเด็ก[49]
23 พฤศจิกายน รัฐบาลกำหนดพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ[50]
23 พฤศจิกายน คนร้ายลอบวางเพลิง โรงอาหาร ร.ร.บ้านตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส[51]
23 พฤศจิกายน คนร้ายลอบวางเพลิงเผาอาคารเรียนโรงเรียนบ้านดอนนา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี[52]
23 พฤศจิกายน กลุ่มคนร้ายลักพาตัวเจ้าหน้าที่ ตจด. 3 นายจากฐานปฏิบัติการในหมู่บ้านสันติ 1 และหมู่บ้านสันติ 2 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา[53]
23 พฤศจิกายน คนร้ายลอบยิงลูกจ้างชั่วคราวชลประทานเขื่อน จ.ปัตตานี เสียชีวิต[54]
23 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้าดักซุ่มยิงใส่ชาวบ้าน ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เสียชีวิต[55]
23 พฤศจิกายน คนร้ายขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิงครูโรงเรียนบ้านดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เสียชีวิต[56]
24 พฤศจิกายน คนร้ายลอบเผาอาคารเรียนอนุบาล ร.ร.บ่อทอง อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เสียหายทั้งหลัง[57]
24 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิง ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านบางเก่า หมู่ 2 ต.บางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิต ส่งผลให้โรงเรียนในอำเภอหนองจิก กว่า 40 โรง ปิดการเรียนการสอน[58]
24 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิดร้านขายของชำกลางตลาดอำเภอยะหา จ.ยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน[59]
24 พฤศจิกายน คนร้ายก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครยะลา ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์มาที่บริเวณปากทางเข้า มสธ.ยะลา ได้รับบาดเจ็บสาหัส[60]
อยากจะตัดแปะ ก็ไม่ว่ากัน
อยากจะตัดแปะ ก็ไม่ว่ากัน (เพราะประชาไทก็ใจกว้างยอมให้ตัดแปะมานานแล้ว)
แต่อยากขอร้อง ช่วย"สรรหา"เรื่องที่มันใกล้เคียงกับบริบทของข่าวมั่งไม่ได้หรือไง?
หรือไม่ก็รวมพลกันเป็น"ชมรมคนเกลียดทักษิณ" ขออนุญาตประชาไทตั้งเป็นคอลัมน์ประจำไปเลยซิคุณ ช่วยตั้งชื่อให้ก็ได้ว่า "ยำสาระพัดทักษิณ" แฟนๆของคุณจะได้ไม่พลาด คนที่เขา"เอียน"เต็มทนก็จะได้ไม่ต้องทรมานสายตา อ่านเสร็จแล้วไป.....อ้วก..........(แฮ่ๆ)
rXIHqXt Cheap Valium Xanax
rXIHqXt Cheap Valium Xanax Buy Cialis Online Phentermine Ativan Cheap Ambien
CUKOUj Cheap Ambien Buy
CUKOUj Cheap Ambien Buy Cialis Phentermine Cheap Valium Ativan Xanax
tbINdouJ Ambien Buy Valium
tbINdouJ Ambien Buy Valium Viagra Cheap Ativan Xanax Buy Phentermine
AoHzCkpe Buy Viagra online
AoHzCkpe Buy Viagra online Viagra Buy Cialis Cheap viagra Buy Cialis Online Buy Phentermine
dxrGII Ativan Buy Ambien
dxrGII Ativan Buy Ambien Cialis Xanax Buy Phentermine
KhbkuEE Buy Tramadol Buy
KhbkuEE Buy Tramadol Buy Viagra Valium Buy Cialis Online Cheap Phentermine
qiBDBKAj Ativan Cialis Cheap
qiBDBKAj Ativan Cialis Cheap Tramadol Valium Xanax
bkpNCsPS Ambien Cheap
bkpNCsPS Ambien Cheap Cigarettes Cialis Xanax Valium Ativan
PAouzMN Buy Xanax Cialis Buy
PAouzMN Buy Xanax Cialis Buy Phentermine Buy Valium Ambien Cigarettes online
HyrRoRXU Phentermine Viagra
HyrRoRXU Phentermine Viagra Cheap Xanax Buy Ambien Cheap Valium Buy Ativan
IpPjMfC Valium Tramadol Buy
IpPjMfC Valium Tramadol Buy Phentermine Buy Ambien Cheapest Cialis Xanax