ครบ 61 ปีวันปฏิวัติชนชาติกะเหรี่ยง KNU งดจัดใหญ่เหตุสถานการณ์ไม่น่าไว้ใจ

สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU จัดงานรำลึกครบรอบ 61 ปี วันปฏิวัติชนชาติกะเหรี่ยงเป็นการภายใน โดยไม่เชิญสื่อมวลชนและชาวต่างชาติร่วมสังเกตการณ์เหมือนเช่นทุกปี เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนไม่ปกติ ทหารพม่า-DKBA ตรึงกำลังเข้ม ขณะที่ทหารไทยกดดันผู้ลี้ภัยกะเหรี่ยง 1,000 คน ให้อพยพกลับ ด้านประธาน KNU เรียกร้องให้ชาวกะเหรี่ยงต่อสู้จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย

 
 

ในวันที่ 31 ม.ค. ของทุกปี “สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง” (Karen National Union - KNU) กองกำลังเรียกร้องเอกราชที่เก่าแก่ที่สุดของเอเชีย จะจัดงานรำลึกการปฏิวัติชนชาติกะเหรี่ยงขึ้นทุกปี โดยตามกำหนดการจัดการในปีนี้ ถือเป็นการรำลึกในปีที่ 61 โดยกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ภายใต้สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) กองพลที่ 6 และกองพลที่ 7 ตรงข้าม 5 อำเภอชายแดนไทย - พม่า ด้านจังหวัดตาก จะจัดงานวันปฏิวัติครบรอบ 61 ปี ตามฐานที่มั่นต่างๆ ดังเช่นทุกปี

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่แต่ละแห่งของ KNLA มีการเผชิญหน้ากันระหว่างทหารรัฐบาลพม่า และทหารกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย (DKBA) ซึ่งทาง KNLA เกรงว่าหากมีการจัดงาน ฝ่ายรัฐบาลพม่าจะยิงก่อกวน

ขณะที่ในระยะหลังนี้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด พยายามกดดันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายกำลังตามแนวชายแดนไทย - พม่า โดยเฉพาะการลักลอบใช้พื้นที่ไทยเคลื่อนย้ายกำลังทหาร และซุ่มโจมตีอีกฝ่ายหนึ่งเนื่องจากฝ่ายไทยต้องการให้เหตุการณ์พื้นที่ชายแดนสงบ เพื่อเป็นเงื่อนไขส่งผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงกว่า 1,000 คน ที่หนีภัยจากการสู้รบเข้ามาตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2552 มาอยู่บริเวณค่ายอพยพชั่วคราวที่บ้านอุสุท่า และบ้านหนองบัว อ.ท่าสองยาง จ.ตาก กลับไปยังฝั่งพม่า โดยขณะนี้กำลังทำความเข้าใจกับฝ่ายสำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติและฝ่ายผู้ลี้ภัยในการประสานการส่งกลับ

นายทหารฝ่ายกะเหรี่ยง KNU สังกัดกองพลที่ 6 ด้านตรงข้ามอำเภออุ้มผาง จ.ตาก แจ้งว่า ทางฝ่าย KNU จะให้เฉพาะทหารทุกพื้นที่ทำพิธีรำลึกถึงวีรบุรุษในวันปฏิวัติชนชาติกะเหรี่ยง แต่ไม่มีการเชิญประชาชน และชาวต่างชาติไปร่วมพิธีดังเช่นทุกปี เนื่องจากสถานการณ์ไม่ปกติ

ส่วนกองพลที่ 5 ซึ่งมีที่ตั้งตรงข้ามจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยพลจัตวาบ่อจ่อ แฮ ผู้บัญชาการกองพลที่ 5 ยังคงมีการจัดงานวันปฏิวัติชนชาติกะเหรี่ยง โดยมีการเชิญประชาชนชาวกะเหรี่ยงจำนวนมากไปร่วมงาน

ด้าน พล.อ.ทะมะละบอ (Tamalabaw) ประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ได้ส่งสาส์นเนื่องในวันปฏิวัติชนชาติกะเหรี่ยง ไปยังทหารกะเหรี่ยง KNU ทุกพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย - พม่า รวมทั้งประชาชนชาวกะเหรี่ยง เนื้อความระบุว่า เป็นเวลา 61 ปี ที่กองทัพปฏิวัติกะเหรี่ยง ได้ต่อสู้เพื่อเรียกร้องอิสรภาพจากรัฐบาลทหารพม่า แต่มาจนถึงบัดนี้ 61 ปีแล้ว ยังไม่บรรลุเป้าหมาย ซึ่งจากนี้ไปจะต้องร่วมกับชนกลุ่มน้อยทุกกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลพม่า และฝ่ายประชาธิปไตย ในการต่อสู้กับรัฐบาลพม่าต่อไป

ในสาส์นของประธาน KNU ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งที่ทางรัฐบาลพม่าจะจัดขึ้นในปีนี้ว่า รัฐบาลพม่าไม่มีความจริงใจในการจัดการเลือกตั้ง ชนกลุ่มน้อยยังถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง และนักการเมืองส่วนมาก รวมทั้งนางออง ซาน ซูจี ยังถูกคุมขังอยู่

มีรายงานว่า พล.อ.ทะมะละบอ ขณะนี้มีปัญหาสุขภาพ และเพิ่งออกจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สอด จ.ตาก

สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU ก่อตั้งขึ้นเพื่ออิสรภาพของกะเหรี่ยงใน พ.ศ.2492 หนึ่งปีหลังจากพม่าประกาศเอกราชจากสหราชอาณาจักรอังกฤษ โดยกลุ่มกบฏกะเหรี่ยงและองค์กรการทหารของพวกเขาคือ กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Liberation Army - KNLA) ถือเป็นหนึ่งในกบฏติดอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคนี้ ในช่วงทศวรรษที่ 1950 เคยยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของปากแม่น้ำอิระวดีเอาไว้ได้ และสามารถเกือบจะยึดกรุงย่างกุ้งได้ โดยสามารถตั้งฐานบัญชาการอยู่ชานกรุงย่างกุ้ง ก่อนจะถูกทหารพม่าโจมตีจนต้องล่าถอยเข้าไปอยู่ในเขตป่าเขาของรัฐกะเหรี่ยง ชายแดนไทย-พม่า โดยในทศวรรษที่ 1960 พวกเขาสามารถตั้งฐานที่มั่นมาเนอปลอว์ (Manerplaw) อยู่ริมแม่น้ำเมย ใกล้ชายแดนไทย

ต่อมาในปี 2538 KNU เกิดการแตกแยกภายใน มีการแยกตัวออกไปตั้งกองทัพกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย (DKBA - Democratic Karen Buddhist Army) ซึ่งลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลทหารพม่า และฐานที่มั่นมาเนปลอว์ของ KNU ก็แตกในปีนั้นหลังถูกกองทัพพม่า และกองทัพกะเหรี่ยง DKBA ร่วมกันโจมตี

หลังจากนั้นกองทัพกะเหรี่ยง KNLA ก็จำกัดการโจมตีลงเหลือเพียงทำสงครามกองโจร โจมตีศัตรูแล้วแยกย้ายหนีภายในป่า ทั้งนี้การเสียฐานที่มั่นของ KNU หมายถึงการสูญเสียพื้นที่ทางยุทธศาสตร์และที่สำคัญคือเสียเส้นทางการค้า ระหว่างเขตพม่ากับเขตไทย