"มานิต" ให้ “ภูมิใจไทย” ชี้ขาดลาออก รมช.สาธารณสุข 5 ม.ค. นี้
“มานิต นพอมรบดี” รมช.สาธารณสุข ปิดปากลาออกจากตำแหน่ง โยนให้กก.บห.พรรคภูมิใจไทย หารือกัน 5 ม.ค.นี้ ด้าน “ศุภชัย ใจสมุทร” โฆษกพรรคภูมิใจไทย ยันทำงานดีแล้วไม่จำเป็นต้องปรับออก
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












Happy New Year To Prachatai,
Happy New Year To Prachatai, Prachatai's WM, Prachatai's Members and Webmates.
Wishing you all a marvellous society and prosperous lives for 2010 and always.
Unconventional Joke: Thai
Unconventional Joke:
Thai Government's planning to travel to the sun in a rocket next month,said a Minister. "But" said an Asian reporter," As you get near the sun the heat will melt the rocket.
"We are not stupid, said the Minister, "We're going to travel at night."
เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้น และ
เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้น และ ไทยไม่ค่อยได้รับผลกระทบ ความจำเป็นในการกู้เงินก็หมดไป เว้น แต่ ปชป.มุ่งหาเงินด้วยความกระหาย
ไว้ออกหลังอภิปราย ดีกว่า ออกตอนนี้มันเป็นการหลอกชาวบ้าน
ขำกลิ้งมั๊กมาก
ขำกลิ้งมั๊กมาก
ลาออกก็ไม่สนุกซิ
ลาออกก็ไม่สนุกซิ เก็บเอาไว้เป็นบ่อแบบนี้แหละ
การเมืองไทยหนีไม่พ้นอำนาจ กอบโกยโกง
จะให้ลาออกง่ายๆได้ไง โอกาสเดียวในชีวิต
ตายแล้วเกิดก็ไม่มีโอกาสทองแบบนี้อีกแล้ว 55555
มติประชาคม
มติประชาคม คืออาวุธ
คิดแบบชาวบ้าน ถึงการเมืองช่วงเปลี่ยนผ่าน มองการต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้น ระหว่างกลุ่มอำมาตย์ที่มีอำนาจควบคุมประเทศนี้มายาวนาน กับกลุ่มประชาชนระดับรากหญ้ากับประชาชนระดับกลางบางส่วน เห็นด้วยกับบทความในหนังสือพิมพ์ว่าถ้าฝ่ายอำมาตย์เป็นผู้กำชัย ประเทศไทยกับระบอบประชาธิปไตยก็ลุกๆล้มๆอย่างที่เป็นมาต่อไป แต่ถ้าฝ่ายประชาชนเป็นผู้กำชัยเพียงครั้งเดียว ฝ่ายอำมาตย์จะสูญพันธุ์ !!!!!!!!!
ที่เห็นด้วยเพราะประชาชนไม่เคยชนะ จากประสบการณ์ที่สู้ไม่เคยชนะ เพราะฉะนั้นการต่อสู้ของประชาชนครั้งนี้ ในฐานะชาวบ้านที่เขียนบทความนี้คิดว่าแตกต่างกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา จะน่ากลัวกว่าครั้งไหนๆ การต่อสู้ของนักศึกษาก็เกิดขึ้นแล้ว การต่อสู้ของคนชั้นกลางก็เกิดขึ้นแล้วและการต่อสู้ของคนรากหญ้ากำลังเกิดขึ้นกับคู่ต่อสู้ที่มีอำนาจล้นฟ้าที่ชนะมาแล้วสองชนชั้น ?
สิ่งที่ประชาชนต้องจดจำ
19 สิงหาคม 2550 คือการประลองกำลังระหว่างคนรากหญ้ากับอำมาตย์ก็เกิดขึ้นแล้วถึงฝ่ายอำมาตย์จะชนะ และ15 ธันวาคม 2551สามารถดันคนของฝ่ายตนขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่27ได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลที่ประชาชนเลือก!
8 เมษายน 2552 การประลองกำลังครั้งที่1 ในยุทธการ”แดงทั้งแผ่นดิน”
กรกฎาคม 2552 การประลองกำลังครั้งที่ 2 Media war ลงชื่อถวายฎีกามีผู้ร่วมลงนาม3.5 ล้านคน กำลังใจฝ่ายประชาชนดีขึ้นนำมาสู่การบริหารการจัดรูปแบบการต่อสู้ประชาธิปไตยของประชาชน
มติประชาคมควรเป็นอาวุธทำลายพวกอำมาตย์
การใช้ความรุนแรงไม่ใช่ทางออกของปัญหา กลับจะเกิดปัญหาตามมามากมาย
หลักการในการต่อสู้ที่ทักษิณพูดขอให้ยึดมั่นในวิธีการอดทน สงบ อหิงสา ไม่ใช้ความรุนแรงเป็นการพูดครั้งที่2 ที่สนามกีฬา700 ปีเชียงใหม่นับตั้งแต่ออกจากประเทศไทยครั้งล่าสุด
มติประชาคมสำหรับแผนงานของแต่ละหมู่บ้าน คือการฝึกใช้อาวุธชนิดนี้ของประชาชน
แต่การใช้มติประชาคมเป็นอาวุธในการทำลายกลุ่มอำมาตย์นั้น ข้อที่สำคัญที่สุดประชาชนต้องตระหนักว่าในระบอบประชาธิปไตย ถือมติประชาชนเป็นที่สิ้นสุด ไม่มีอำนาจใดมาล้มล้างมติประชาคมได้ ถ้าตระหนักและเชื่อดังนี้ มติประชาคมจะมีอนุภาพร้ายแรง การแสวงแนวร่วมได้มากเท่าใดย่อมมีประสิทธิภาพทำลายร้ายแรงมากขึ้น
การก่อตั้งสภาแดงล้านนาจะโตเมื่อการต่อสู้ครั้งนี้ประชาชนแพ้ จะสลายเมื่อประชาชนชนะ จึงเป็นคำตอบที่มีการพูดก่อนหน้านี้ว่า”ประเทศไทยจะไม่กลับมาเหมือนเดิมอีก”
ยังไม่ได้กินสักคำ
ยังไม่ได้กินสักคำ จะให้ไปล้างจานเสียแล้ว
โธ่