เครือข่ายเพื่อนนักพัฒนารุ่นใหม่อีสานออกแถลงการณ์ผ่าทางตันเอ็นจีโออีสาน

 18 ธ.ค. 52 -เครือข่ายเพื่อนนักพัฒนารุ่นใหม่อีสานออกแถลงการณ์ “การผ่าทางตันความขัดแย้งทางสามแพร่งเอ็นจีโออีสาน ด้วยวิธีการเจรจาและสร้างการยอมรับจากทุกภาคส่วน” จากกรณีเรื่องการเมืองเรื่องทุนสนับสนุน ขององค์กรภาคประชาสังคมและเอ็นจีโอในกรณีของโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชน ภาคประชาสังคม ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 

 
แถลงการณ์ฉบับที่ 1
การผ่าทางตันความขัดแย้งทางสามแพร่งเอ็นจีโออีสาน
ด้วยวิธีการเจรจาและสร้างการยอมรับจากทุกภาคส่วน
 
การเมืองเรื่องทุนสนับสนุน ขององค์กรภาคประชาสังคมและเอ็นจีโอในกรณีของโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชน ภาคประชาสังคม ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงขึ้นมาทันที เมื่อกลุ่มสร้างสรรค์ชีวิตและสังคมอีสาน (กสส.) และภาคี/เครือข่าย (17 โครงการ)ได้ทำหนังสือ ขอให้มีการทบทวนกระบวนการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณ โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชน ภาคประชาสังคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะกระบวนการพิจารณาไม่ได้รับความเห็นชอบจากหลายฝายหากมองโลกในแง่ดี การทำหนังสือและเผยแพร่ต่อสาธารณะชนดังกล่าว ได้ท้าทายต่อการหาคุณภาพใหม่ในการจัดการปัญหาและผ่าทางตันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั่นเอง
 
ปมประเด็นแห่งความขัดแย้งเรื่อง ทุนสนับสนุน จากพอช.ได้สั่นสะเทือนวงการภาคประชาสังคมและเอ็นจีโอในภาคอีสานเป็นอย่างยิ่งความขัดแย้งดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้เกิดการต่อสู้ขับเคี่ยว กันอย่างเข้มข้นยังมีวาทกรรมคำพูดที่ร้อนแรงแฝงด้วยอารมณ์แห่งความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งล่อแหลมต่อการเป็นศึกสายเลือดระหว่างพี่น้องนักพัฒนาองค์กรเอกชนด้วยกันเอง อันเป็นผลสะท้อนจากภาพแห่งความขัดแย้งในอดีตที่ไม่เคยถูกคลี่ปมหรือถูกอธิบายให้เห็นถึงความเป็นธรรม ในกระบวนการพิจารณาโครงการที่ทุกฝ่ายยอมรับหรือแม้กระทั่งมีคำถามถึงผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้พิจารณาโครงการ ความขัดแย้งนี้เป็นรอบปริร้าวของระบบการจัดการทุนสนับสนุนที่มีปัญหา ซึ่งไม่เพียงแต่จะเกิดขึ้นในภาคอีสานเท่านั้นหากแต่ความขัดแย้งยังมีลักษณะกระจายตัวไปในทุกภาคของประเทศไทย ความขัดแย้งก็สลับซับซ้อนมากขึ้นแต่ที่ดูจะหนักหน่วงและกำลังกลายเป็นความขัดแย้งระดับตำนาน คือภาคอีสานโดยมีประเด็นที่น่าใจในการพิจารณาซึ่งพบว่าการไม่ยอมรับกระบวนการพิจารณาโครงการของ กสส.และภาคี/เครือข่ายในครั้งนี้ เพราะ กสส.และภาคี/เครือข่ายมี 5 ประเด็นคำถามหลัก ที่มีต่อ พอช.และ กลไก PRCภายใต้ กป.อพช.อีสาน ว่า
 
1.เพราะเหตุไดตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา กระบวนการพิจารณาโครงการ จึงอยู่ในกลไก PRC ที่มี กป.อพช.อีสาน กุมสภาพอยู่เพียงฝ่ายเดียวโดยละเลยหลักการ มีส่วนร่วมขององค์กรภาคประชาสังคมที่อยู่นอกวงหรือไม่ใช่คนวงใน ของ กป.อพช.อีสาน?
 
2.กรรมการผู้ที่พิจารณามีแต่คนเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายนัก มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการพิจารณา ด้วยหรือไม่เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีคณะกรรมการชุดอื่นในการพิจารณาบ้าง ?
 
3.ผู้ที่ได้โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชน ภาคประชาสังคม ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในปีที่ผ่านมามีหลายโครงการที่ได้ซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะอะไร มีหลักเกณฑ์อะไร ทำไมที่อื่นไม่ได้บ้าง ?
 
4.โครงการของหน่วยงานที่ไม่เคยได้รับการพิจารณาจาก กลไก PRC ทั้งหลาย หรือโครงการที่ตกหล่นจากการพิจารณา ล้วนแต่มีคำถามที่อัดอั้นอยู่ข้างใน โดยที่กลไก PRC ไม่ได้ใส่ในการตอบคำถามนั้นอย่างจริงจังไม่ได้มีเหตุผลในเชิงตรรกะที่เที่ยงธรรมในการอธิบายคำอธิบายเชิงประจักษ์และน่าตลกขบขัน คือ “เราขอเช็คหน้าตักของคุณก่อน” ซึ่งไม่ใช่หลักการพิจารณาที่เป็นสากลเพราะล่อแหลมต่อการเลือกปฏิบัติได้ ซึ่งหลักการนี้ก็เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าไม่ได้ถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน หลักการนี้จึงสร้างปัญหาเพราะทำให้เกิดเป็นคำถามภายในตัวของมันเอง
 
5.บรรยากาศที่ กสส.และภาคี/เครือข่าย ตั้งคำถามและมีความกังขาอีกประการหนึ่งคือ ในขณะที่คำถามยังไม่ถูกอธิบายให้กระจ่างชัด คือเรายังไม่เข้าใจ แต่กระบวนการจัดการกับผู้ท้าทายต่อกลไก PRC ของ กป.อพช.อีสาน รายบุคคลก็เริ่มต้นขึ้นคนที่ตั้งคำถามถูกหมายหัวและขีดเส้นแดง ว่าเป็น กป.อพช.อีสานพันธุ์แท้พันธุ์ทาง หรือไม่เป็นพร้อมกันนั้น กป.อพช.อีสาน ยังได้จัดวางกฏเกณฑ์ใหม่ขึ้น ให้เกิดมี คนวงในและคนวงนอกขึ้น แบ่งเขาแบ่งเราจนเกิดบรรยากาศตึงเครียดอย่างยิ่ง การสร้างวัฒนธรรมลักษณะนี้ส่งผลให้เกิดลักษณะผู้เชื่อฟังและไม่โต้แย้งจึงอยู่ในบู๊ลิ้มหรือไต้หล้าได้ผู้ที่มีคำถาม (แม้จะเป็นคำถามเชิงหลักการ)ก็จะถูกผลักใสให้เป็นคนนอกบู๊ลิ้มหรือ คนนอกด่าน และถูกจัดการในที่สุดการทำให้เกิดการแบ่งแยกเช่นนี้ไม่ต่างจากการทำให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมความเป็นเสื้อเหลืองเสื้อแดง ความเป็นเขา ความเป็นเราหรืออาจจะเรียกว่าความอับจนทางปัญญา ถอยหลังเข้าคลอง ก็ว่าได้ซึ่งไม่น่าจะเกิดในวงการพัฒนาที่สะสมบทเรียนประสบการณ์การจัดการความขัดแย้งมานานร่วม 30 ปี
 
กระบวนการที่ทำให้เราแก้ไขปัญหาได้คือ การตั้งสติทบทวนตนเองหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ สมานฉันท์เท่าทันอารมณ์ทั้งในส่วนของกลไก PRC ของ กป.อพช.อีสาน กสส.และภาคีเครือข่ายแล้วเอาบทเรียนความขัดแย้งนี้ มาชี้นำการพัฒนากลไกการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลให้เป็นที่ยอมรับ กติกาของทุกฝ่าย หรือ ถ้าหากยังยอมรับในกระบวนการพิจารณาในแบบเดียวกันไม่ได้เครือข่ายเพื่อนนักพัฒนารุ่นใหม่ภาคอีสาน ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่ไม่ได้เขียนโครงการของบประชาสังคมในครั้งนี้ จึงมีข้อเสนอแนะต่อผู้เกี่ยวข้องและ ผู้มีอำนาจใน พอช. ถึงประเด็นการผ่าทางตันแห่งความขัดแย้งครั้งนี้ ด้วยวิธีการกระจายความขัดแย้ง ดังนี้
 
1.กลไกการพิจารณา โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชนภาคประชาสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องมีหลายช่องทาง มีหลายทางเลือก ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะกลไก PRC ของกป.อพช.อีสาน
 
2.กลไกคณะกรรมการทุกชุดต้องประกอบด้วยผู้คนหลากหลาย เป็นที่ยอมรับหลักเกณฑ์
 ต้องถูกวางให้เป็นกลางโดยสนับสนุนให้เกิดการเข้าถึงทุนขององค์กรภาคประชาสังคมขนาดเล็ก
 ที่ทำงานและปฏิบัติการในท้องถิ่นมีพื้นที่เป็นของตนเอง
 
3.ช่องทางการประชาสัมพันธ์ต้องเป็นไปอย่างกว้างขวาง รับรู้หลักเกณฑ์ร่วมกัน
 
4.การสร้างหลักเกณฑ์ของแต่ละคณะต้องมีอิสระ และ มีส่วนร่วมจากองค์กรภาคประชาสังคม
 
 
ทาง เครือข่ายเพื่อนนักพัฒนารุ่นใหม่ภาคอีสาน เล็งเห็นและเข้าใจความอ่อนไหวของสถานการณ์นี้ว่าหาก พอช.วางตัวนิ่งเฉย ลอยตัวอยู่เหนือปัญหาไม่มีความพยายามอย่างเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาเครือข่ายฯเห็นว่า ในอนาคตอันใกล้นี้จะไม่มีเฉพาะ กสส. เท่านั้นที่เป็นผู้ขับเคลื่อนและเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ เพราะหากมองให้เห็นความจริงก็จะพบว่า กสส. เป็นเพียงปรากฏการณ์หนึ่งเท่านั้น หากข้อเสนอนี้ไม่ได้ถูกดำเนินการใดๆเลยเรามั่นใจว่าจะเกิดการย้อนศรของสถานการณ์ ซึ่งจะสร้างแรงกระเพื่อม และกดดันต่อ พอช. เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะมีการรวมกลุ่มของของผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมหลายกลุ่มมากขึ้นๆ และเป็นแรงพลังมหาศาลพุ่งตรงเข้าสู่พอช. ในฐานะผู้ให้ทุน และกลไก PRC ของ กป.อพช.อีสาน อย่างแน่นอนประการแรกคือ พอช. จะถูกตั้งคำถามและเป็นโจทย์ของสังคมในเรื่องหลักการ และ หน้าที่ขององค์กรเชื่อมประสานและการให้ทุนสนับสนุน รวมทั้งจะเป็นปมขัดแย้งที่ยืดเยื้อยาวนานยากจะเยียวยาในอนาคตนอกจากนี้ ทาง เครือข่ายฯ จะกระทำทุกวิถีทางในการรณรงค์ให้สาธารณะชนผู้มีใจใฝ่ความเป็นธรรม รับรู้ทั้งแผ่นดิน โดยจะเปิดเผยทุกรายละเอียดที่เรามีข้อมูล และ ขับเคลื่อนงานทางการเมืองเพื่อทวงถามความเป็นธรรมดังกล่าวนี่คือ มาตรการที่พวกเราจะเพิ่มระดับความเข้มข้นในการขับเคลื่อนเชิงรูปธรรมต่อไป
 
ถึงแม้ว่า เครือข่ายเพื่อนนักพัฒนารุ่นใหม่ภาคอีสาน จะวิเคราะห์และเห็นว่า การผ่าทางตันนี้จะทำได้ยากลำบากมาก เพราะจะมีอุปสรรคปัญหาในเรื่องแรงเสียดทานทางสังคมจากหลายฝ่ายโดยเฉพาะ กลไก PRC ของกป.อพช.อีสาน แต่ยังมีความหวังว่าจะเห็นแสงสว่างอยู่ปลายอุโมงค์ว่า กระบวนการแก้ไขปัญหา และลดความขัดแย้ง คือการเจรจาหาทางออกยุติปัญหา และจัดการความสัมพันธ์ใหม่ร่วมกันรวมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีความกล้าหาญในการผ่าทางตันและแสวงหาความเป็นพี่น้องร่วมกัน (ภราดรภาพ) ซึ่งจะเป็นคุณูปการทำให้วงการเอ็นจีโอและภาคประชาสังคมปลดล็อค ผ่อนคลายบรรยากาศ คลายปมปัญหาที่ค้างคาใจรวมทั้งป้องกันความอ่อนแอขององค์กรพัฒนาเอกชนของภาคอีสานโดยรวม และป้องกันปัญหาความไม่เข้าใจในอนาคต รวมทั้งการสร้างวัฒนธรรมของการอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจในความแตกต่างโดยมีเป้าหมายเชิงอุดมการณ์ร่วมกัน คือ การสร้างสังคมที่ดีงาม
 
การเสนอทางเลือกและทางออกนี้เป็นความคิดเห็นเชิงเหตุผล ของ เครือข่ายฯ ซึ่งคิดว่าเป็นการเสนอความคิดเห็น แบบ กลางๆไม่สุดโต่ง ซึ่งจะมีทั้งผู้ที่เห็นว่า ถูกจริต ไม่ถูกจริตผู้ที่ไม่เห็นด้วยผู้เกลียดชังเบื่อหน่ายไม่อยากคบหาสมาคม ก่นด่าด้วยอารมณ์ขื่นขมเพราะน้อยใจชื่นชมเพราะเห็นว่าเป็นความชอบธรรมของตนเองหรือ แม้กระทั่งหมั่นไส้อยากใช้ความรุนแรง ทาง เครือข่ายฯ ขอน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์จากทุกผู้คนทั้งสูงต่ำดำขาวยิ่งใหญ่หรือต้อยต่ำ คนยากจน หรือผู้มีฐานันดรศักดิ์ คุณจะเป็นเอ็นจีโอสายไหนก็แล้วแต่ผู้ชอบเราหรือไม่ชอบเรา รวมทั้งกป.อพช.อีสานพันธุ์แท้พันธุ์ทาง หรือไม่สังกัด กป.อพช.อีสานด้วยความเคารพทุกท่านทุกความคิดเห็นแต่ขอรับคำวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ที่มีปิยะวาจาและใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
 
สุดท้ายสำหรับผู้นิยมชมชอบการจัดหมวดหมู่ให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองว่าเราเป็น “เหลืองหรือแดง” ว่าเป็นพวกนั้นพวกนี้ขอความกรุณาอย่าจัดประเภทพวกเราเลยเพราะการจัดประเภทของพวกเราไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ถูกจุด หรือ เกาไม่ถูกที่คัน พร้อมกันนั้นยังเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นการแก้ไขปัญหา เพราะปมความขัดแย้งเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับสีเหลืองสีแดงความนิยมชมชอบหรือความเชื่อทางการเมืองซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ส่วนบุคคลตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้เกี่ยวกับสัมพันธ์ความเป็นพี่น้องประเด็นหลักคือ เรื่องของหลักการที่เรามีคิดเห็นที่ ไม่ตรงกัน ซึ่งมีสิทธิเกิดได้เสมอในสังคมประชาธิปไตย หลักการที่เรายืนยันถึงความชอบธรรมของการต่อสู้ครั้งนี้ คือ
 
1.เราเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับประชาคมนักพัฒนาภาคประชาสังคม ภาคอีสานและเสนอบทเรียนการผ่าทางตันการจัดการงบประมาณให้กับพอช. เพื่อแก้ไข
ปัญหาระยะยาวและเป็นข้อเสนอแนะเชิงป้องกันปัญหา
 
2.เราเรียกร้องให้เกิดกระบวนการที่เป็นธรรมอธิบายได้ และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
 
ขอความกรุณา อย่าตัดตอนอย่าลิดรอน อย่าปฏิบัติต่อเรา2 มาตรฐาน ฟังเสียงของพวกเราบ้าง พร้อมกันนั้น เครือข่ายฯ ยินดีร่วม พูดจาปสาทะ แลกเปลี่ยน และปฏิบัติการร่วมกับผู้ใช้สติปัญญาแก้ไข ความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ และ ใช้วัฒนธรรมประชาธิปไตยแบบก้าวหน้าในการนำเสนอความคิดเห็นของตนเอง อย่างตรงไปตรงมาเครือข่ายฯ หวังว่าปัญหาทางความคิดที่ไม่ตรงกันนี้จะได้รับการแก้ไขปัญหาจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งจาก พอช. และ กลไก PRC กป.อพช.อีสาน อย่างเร่งด่วนเพื่อคงไว้ซึ่งเชื่อมั่นต่อกัน และการเป็นตัวอย่างที่ดีแก่วงการอื่น
 
เครือข่ายเพื่อนนักพัฒนารุ่นใหม่อีสาน
18 ธันวาคม 2552
 
 

 

เอ้า...

เอ้า... กสส.เค้าก็แสดงจุดยืนในหนังสือประท้วงไปแว้ว!!!
และนี่ก็ "นักพัฒนารุ่นใหม่" ก็เด็ก ๆ อะนะ ก็มีข้อเสนอดี ๆ มาแว้วววว....
ที่นี้....พวกเมิงละ ทั้ง พอช. ทั้ง กป.อพช.อีสาน นั่นแหละ
กล้าหาญหน่อย อย่าดีแต่เห่าในวงเหล้า
จงชักกระบี่ออกมาเถิดสหายเอ๋ย
ไม่งั้น....อายหมามันวะ

ปล.โปรดอย่ารอคอย แต่จงติดตามด้วยความระทึกในดวงหฤทัย ใน "ซีรีย์ลากไส้ กป.อพช.อีสาน ภาคพิสดาร" ...ที่นี่ เร็ว ๆ นี้ พลัน !!!

จาก...คุณรักเอ็นโตดีห่วงประชาชน

ลุกขึ้นตื่นเถิดตื่นนจากจิตนาก

ลุกขึ้นตื่นเถิดตื่นนจากจิตนาการและความฝันที่มีอยู่ อยู่กับความเป็นจริงยอมรับหลักการเหตุผลกันบ้าง อย่าเอาแต่ตัวและประสบการณ์เป็นที่ตั้ง

พี่เปี๊ยก บำรุง

พี่เปี๊ยก บำรุง ฟังๆน้องๆพวกนี้มันหน่อยนะฮะ
มันก็มีความปรารถนาดีต่อชาวบ้นเหมือนกันกับพี่เปี๊ยก เหมือนเดชา สมภพ น้าแต สุนทรีฯลฯนั่นแหละ

อย่าเอาหมวกไปสวมให้ใคร เปิดใจกว้างๆ

เอาไงดีวะเป็ง กูว่าคุยกันดีกว

เอาไงดีวะเป็ง
กูว่าคุยกันดีกว่าวะ
อายเขานะโว้ย

โดนไปสองหมัดแล้ว

โดนไปสองหมัดแล้ว ยังนิ่งเงียบ

เสียแต้มนะโว้ย...เฮ้ย.

จะทำไรก็รีบเข้า...เด๋วโดนสเตปสามเข้าไปอีกจะยุ่ง

หุหุหุ

โปรดน้อมรับ

โปรดน้อมรับ จะได้การแก้ไขร่วมกันด้วยจ้า อย่าไว้ลายมากนัก พลังมดแดงที่พร้อมเพื่อการเปลี่ยนแปลง เฝ้ารอดูอยู่

เป็ง ตอบกูหน่อย มึง อย่าลีลา

เป็ง ตอบกูหน่อย
มึง อย่าลีลา อย่าล่อยเกาะกูนะโว้ย

เป็งว่าไงวะ เงียบเลยนะมึง

เป็งว่าไงวะ
เงียบเลยนะมึง

เงีียบปานเป่าสาก พวก NGO

เงีียบปานเป่าสาก พวก NGO ขุนนาง พวกเมิงมีหน้าที่หนุนเสริม
ทำงานเทคนิคหนุนขบวนการชาวบ้าน ไม่ใช่ ชงเองกินเอง
สะอิด สะเอียด กับพวกปากว่าตาขยิบ
เงินภาษีประชาชนทั้งนั้น
ปล.รอซีรีลากไส้ NGO อีสาน

ความจริงเรื่องชงเองกินเองนี่เ

ความจริงเรื่องชงเองกินเองนี่เจ้าหน้าที่ของ พอช,ก็มีปัญหาเหมือนกัน
ทราบว่า พอช.จัดให้มีการระชุมเพื่อยุติความขัดแย้งภายในกลุ่มเอ็นจีโออีสานแล้ว
ก่อนที่จะมีการสาวไส้กันไปมากกว่านี้ ซึ่งอาจจะลามถึง จนท.พอช.ด้วย

ส่วนหนึ่งเอ็นจีโอรุ่นใหม่ก็เป

ส่วนหนึ่งเอ็นจีโอรุ่นใหม่ก็เป็นเครื่องมือของ พอช.
ที่ใช้ในการถ่วงดุลย์อำนาจของ กป.อีสาน

ความจริง พอช.ไม่ได้ปลื้มกับเอ็นจีโอรุ่นใหม่หรอกเพราะว่ามันเป็นพวกสองไม่เอา
หรือบางคนก็เป็นพวกเสื้อแดง (ประมาณแดงสยามเลยแหละ)

ขณะที่ พอช.กับ กป.อีสาน แม่งเป็นพวกแอบเหลือง
คือไม่ใช่เสื้อเหลืองแต่เป็นระดับ กกน.เหลืองเลยแหละ

มันจึงสนับสนนุนงบให้กันมาโดยตลอดเป็นสิบปีแล้ว แต่ก็มีปัญหาท่าทีสะสมมาตลอด
พวก กป.เอ็นจีโอแก่ในอีสานก็กรรโชกทรัพย์จาก พอช.ไป..คุยข่มเรื่อง
ประสบการณ์พรรษาในงานพัฒนาไป....

พวก พอช.ก็เลยเกิดความแค้นสะสม....

ไอ้เอี้ย..... นี่มันเงินของกรูนะเว๊ย สาด....

จะเอาเงินกรุแล้วยัง...ให้กรูเลี้ยงเบียร์.....
แล้วยังเสรือกมาลำเลิกสั่งสอนคุยข่มกรูอีก....
แล้วจะเก็บไว้ทำพ่อกรุเร๊อะ????

แล้วปฏิบัติการเสี้ยมก็เริ่มดำเนินการ

สำหรับ พอช.ทั่วประเทศ

สำหรับ พอช.ทั่วประเทศ เรื่องการถ่วงดุลย์หรือการเสี้ยมให้ผู้นำภาคประชาชน
ทั้งหลายกัดกันเหมือนหมานี่เป็นเรื่องธรรมดามาก

ใครที่ดูว่าเลี้ยงไม่เชื่อง ทำงานเกินธงที่ พอช.วางไว้
หรือไอ้เหรี้ย...ผู้นำภาคประชาชนบางตัวมันก็ระยำจริงเอาเงิน พอช.มาแดกหน้าตาเฉย
ความจริงน่าจะฟ้องร้อแจ้งความดำเนินคดีแต่ พอช.ก็ไม่ยอมทำ

พอช.ก็จะดันตูดคนอื่นขึ้นมาเสียบแทน มันก็เกิดอาการมองหน้ากันไม่ติดหรือ
บางรายถึงขนาดไม่ยอมเผาผีกันในหมู่ผู้นำภาคประชาชน

เดี๋ยวก่อนนะ

เดี๋ยวก่อนนะ ข้าพเจ้าเพิ่งกลับถึงบ้าน
อ่านคร่าวๆแล้ว มีอยู่จุด 2 จุด ที่ต้องคุยกันหน่อย
ข้อเสนอเรื่องพิจารณางบโครงการก็พอรับได้นะหากมองเป้าหมายอยู่ที่ "ได้เงิน"
แต่หากมองเรื่องการกำจัดพวกเหี้ยหางเหลืองที่พวกมันทั้งหลอกลวง จอมปลอม ทั้งยักยอกเงินส่วนรวม ทั้งคลานเข้าไปรับใช้เผด็จการกากเดนศักดินา เป็นศัตรูต่อประชาธิปไตยของประชาชนอีกด้วยแล้วไซร้ อย่างนี้จะแค่ "2ไม่เอา" หรือเพียงแค่ "ฮั้ว" กันไม่ได้เด็ดขาด

ขอเวลากินข้าว ขี้ให้เรียบร้อยก่อนค่ะ

Ngoใต้ก็เป็นแบบเดียวกันเลย

Ngoใต้ก็เป็นแบบเดียวกันเลย เพียงแต่อาจจะแตกต่างในเนื้อห่ คือไม่ได้มีปัญหาชัดเจนกับเรื่อง พอช. แต่การขับเคลื่อนงานทั้งการเข้าถึงแหล่งทุน การเข้าถึงโอกาสต่างๆอยู่มือของผู้เป็นใหญ่ในกป.อพช.มาหลายยุคสมัยแล้ว ใครที่คิดต่างหรือวิพากษืวิจารณืก็จะถูกหมายหัวและถูกเบียดขับออกจากวงจรโดยปริยาย ไม่เข้าใจจริงๆเลยว่า Ngoชอบไปตรวจสอบการทำงานของทุกหน่วยงานแต่กลับไม่เคยยอมรับการตรวจสอบขององค์กรตนเอง ถ้าใครไปแตะเข้าก็จะกางปีกปกป้องพวกพ้องและใช้วิชามารจัดการคู่ตรงข้าม ในส่วนของพอช.ภาคใต้ก็มีปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใสมายาวนาน เคยมีการลงข่าวหนังสือพิมพ์ใหญ่โตมาก่อนหน้าแล้ว แต่ก็ยังเห็นคนผิดลอยหน้าลอยตา เป็นใหญ่เป็นโตอยู่เลย สงสารประชาชนทั้งภาคอีสานและภาคใต้ที่ถูกคนกลุ่มนี้ แอบอ้างว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาครับ

ถ้ายังไม่ได้คำตอบชัดเจน

ถ้ายังไม่ได้คำตอบชัดเจน ต้องเพิ่มมาตรการกดดันอย่างเข้มข้น
เป่านกหวีด เรียกระดมพล ไปต้องคนเยอะ มาพอเป็นน้ำจิ้ม (ม็อบ)

1.พอช อีสาน

2.กป.อพช

3.เข้ากรุงเทพ พอช พม.

ถ้าจะวิพากษ์แต่ พอช.ก็ไม่ได้

ถ้าจะวิพากษ์แต่ พอช.ก็ไม่ได้ กป.อีสาน เองก็เหี้ยยยย...โคดดดๆๆๆ....

ที่ผ่านมาพวก กป. มีงกินแต่เงิน พอช. งานก็ไม่ยอมทำ
แหล่งทุนอื่นเขาก็ไม่ให้ เพราะเค๊าไม่ใช่ควาย เค๊ารู้สันดานพวกมรึงดี

ที่ผ่านมา มรึงเก็บหัวคิวอย่างเดียวไม่ยอมทำเฮรี่ย...อะไรเขาก็รู้

มรึงพูดถึงการทำงานในพื้นที่ต้องอยู่ได้ เ(ฮรี่ยอะไรสาดดด...)
แต่จริงๆแล้วคนที่ต้องอยู่ได้ก็คือพวกมรึงเองนั่นแหละ สราดด

อั้ย สราด......

อั้ย สราด...... เช็ดแม่ง.....มรึง.

นอกจากเขียนโครงการแล้ว คุณมรึงหาแดรกกก...ทางอื่นไม่เป็นแล้วใช่ไหม....

ไอ้หน้าด้าน........................

ท่านกรรมการ กป อีสาน

ท่านกรรมการ กป อีสาน และประธาน กป. และ ผู้ประสานงาน PRC คิดยังไง ตอบที
อย่าทำทีเปนหมีกินผึ้งอยู่ได้
งานนี้เคี้ยวยากนะจะบอกให้ อาจจะปวดท้อง
บอกแล้วว่าเงินทองมันของร้อน
ใช้ไม่เปนก้อทำลายขบวน
ใช้เป็นก้อหนุนขบวน
เช็ค แต่หน้าตักคนอื่น โดนเขาเช็คบ้าง ลมขึ้นหน้าเลย
อนิจจัง วาตะสังขารา งบประชาสังคม

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน