นักข่าวพลเมืองรายงาน: ชาวจะนะขึ้นป้ายไม่เอาท่าเทียบเรือน้ำลึก

 
 
 
 
6 ธ.ค.52 เวลา 10.00 น. ชาวบ้านสวนกง หมู่ที่ 11 บ้านนาเสมียน หมู่ที่7 บ้านโล๊ะ และบ้านท่าคลอง ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา บ้านป่าชิง ต.ป่าชิง บ้านควนหัวช้าง ต.คลองเปียะ บ้านบ่อโชน บ้านสะกอม บ้านปากบาง ต. สะกอม รวมประมาณ 200 คน รวมกันขึ้นป้ายเพื่อคัดค้านโครงการท่าเทียบเรือน้ำลึกบริเวณตลอดแนวถนนที่ดินสาธารณะประโยชน์หมู่ที่7 และหมู่ที่ 11 ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายที่กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี และกระทรวงคมนาคมจะใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 เพื่อเชื่อมกับท่าเทียบเรือปากบารา ฝั่งทะเลอันดามัน
 
ข้อความว่า “หยุดแผนพัฒนาภาคใต้อุตสาหกรรมต่อเนื่อง ไม่เอาท่าเรือน้ำลึก2 ระวังสงขลาจะเป็นดั่งมาบตาพุด”  “สวนกงจะหายไป ถ้ายกให้ท่าเรือน้ำลึก พัฒนาหรือทำลาย”  “ชายหาดผืนสุดท้ายของสงขลา ต้องช่วยกันรักษา อย่าทำลาย”  “คนสงขลาไม่เอาอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ร่วมหยุดอุตสาหกรรมต่อเนื่อง”
 
นายดนรอนี ระหมันยะ ชาวบ้านหมู่ที่ 11 บ้านสวนกง กล่าวว่าหากดูจากข้อมูลโครงการนี้เกิดขึ้นจริงๆ ชาวบ้านสวนกงและบ้านนาเสมียนต้องอพยพอย่างแน่นอนทั้งที่อาศัยอยู่กันมาร่วมร้อยปี เพราะเป็นโครงการที่ใหญ่มากและมีโครงการต่อเนื่องมากมายตามมา แล้วจะให้ชาวบ้านย้ายไปอยู่ไหนเพราะนอกจากท่าเทียบเรือน้ำลึกแล้ว นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พูดชัดว่าต้องมีอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่องมิเช่นนั้นแล้วจะไม่คุ้มกับการลงทุนก่อสร้าง เราชาวสวนกงและพี่น้องหมู่บ้านต่างๆในอำเภอจะนะไม่ต้องการนิคมอุตสาหกรรมแบบมาบตาพุดที่ระยอง  ชาวบ้านจะนะและคนสงขลาคงไม่อยากเจอปัญหามลพิษแบบมาบตาพุด โดยเฉพาะล่าสุดกรณีสารเคมีรั่วไหลที่ท่าเรือแหลมฉบังเป็นตัวอย่างผลกระทบทางมลพิษและความไม่ปลอดภัยของท่าเรือที่เห็นได้ชัด เราไม่ต้องการให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นที่สงขลาบ้านเรากับลูกหลานของเรา
 
นายดนรอนี กล่าวอีกว่า ที่สำคัญเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีความจริงใจในการดำเนินโครงการ แทบจะไม่มีการลงพื้นที่ชี้แจงข้อมูลให้ชาวบ้านในชุมชนรู้และร่วมตัดสินใจ อยู่ๆก็มารู้ว่าจะมีท่าเทียบเรือน้ำลึกขนาดใหญ่เพื่อเชื่อมกับท่าเทียบเรือน้ำลึกฝั่งสตูล มีโครงการต่อเนื่องไม่ว่า รางรถไฟคู่ ถนน โครงการข่ายท่อน้ำมัน คลังน้ำมันขนาดใหญ่คำถามคือหากโครงการดำเนินการเสร็จคนสงขลาจะไปอยู่ที่ไหน ชายหาดที่เต่าเคยขึ้นมาวางไข่ก็จะไม่มีชายหาดให้เต่าวางไข่ได้อีก ที่สำคัญแม้แต่การศึกษาของโครงการระบุว่าบริเวณบ้านสวนกงไม่มีสัตว์น้ำหายากประเภทปลาโลมา แต่ข้อเท็จจริงคือบริเวณทะเลบ้านสวนกงมีปลาโลมาเข้ามาว่ายน้ำบริเวณนี้เสมอ ชาวบ้านโดยเฉพาะชาวประมงพบเห็นอยู่บ่อยๆซึ่งทำให้เห็นว่าทีมศึกษารายงานข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงเพื่อให้สังคมข้างนอกเห็นว่าที่ตำบลนาทับไม่มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ทำให้การเลือกพื้นที่บริเวณนี้ง่ายขึ้นในการก่อสร้างโครงการ
 
“ในวันนี้ที่มากันหลายหมู่บ้านเพราะโครงการท่าเทียบเรือน้ำลึกที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องของพี่น้องบ้านสวนกงหรือบ้านนาเสมียนที่ถูกเลือกให้เป็นพื้นที่ตั้งโครงการเท่านั้น แต่หมายถึงโครงการที่จะพลิกวิถีชีวิตของคนสงขลาทั้งหมดให้เปลี่ยนแปลง อยากฝากไปถึงนายกอภิสิทธิ์ว่าเราไม่ต้องการท่าเทียบเรือน้ำลึกและไม่ต้องการนิคมอุตสาหกรรม เพราะนายกได้พูดกับคนสงขลาถึงสองครั้งเรื่องของคนสงขลาต้องเลือกว่าต้องการหรือไม่ต้องการ วันนี้เราขอบอกย้ำอีกครั้งว่าเราไม่ต้องการ เพราะฟังจากคำพูดของนายกทั้งสองครั้งโครงการนี้เกิดขึ้นแน่และต้องมีอุตสาหกรรมด้วย อยากเรียกร้องให้นายกฟังความคิดเห็นของพี่น้องจริงๆอไม่ใช่มีคำตอบในใจแต่ใช้วิธีหยอดคำหวานเอาใจคนสงขลาว่าให้คนสงขลาตัดสินใจ ว่าต้องการให้นายกทำอย่างนั้นจริงๆ ไม่ใช่แค่คำพูด” ชาวบ้านสวนกงกล่าว
 
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนแยกย้ายกันกลับนายหมัด ระหมันยะ โต๊ะอิหม่ามบ้านสวนกงและชาวบ้านจากพื้นที่ต่างที่มาร่วมได้ประกาศที่จะยืนหยัดต่อสู้คัดค้านโครงการร่วมกันให้ถึงที่สุดเพื่อปกป้องแผ่นดินของคนสงขลาให้ปราศจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและมลพิษ

Comments

ไปบอกบรรจงสิ

ไปบอกบรรจงสิ เดี๋ยวพรรคการเมืองใหม่เขาจัดการให้ ตอนนี้เขาใหญ่คับปักษ์ใต้อยู่นะ