การเลือกตั้งฮอนดูรัส โลโบ จากพรรคชาตินิยมคว้าชัย สหรัฐฯ กับโคลัมเบีย ยอมรับ แต่บราซิลและประเทศ “ฝ่ายซ้าย” ชี้รัฐประหารยังไม่ถูกลงโทษ ผู้สนับสนุนเซลายาบอกยังคงสู้ต่อ ขณะที่เซลายาวิจารณ์ การเลือกตั้งแค่เปลี่ยนประธานาธิบดี ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างที่เอื้อให้เกิดการรัฐประหาร
พอฟิริโอ "เปเป้" โลโบ จากพรรคชาตินิยม ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนล่าสุดของฮอนดูรัส
(Reuters Pictures/Daylife)
โลโบ จากพรรคชาตินิยมชนะเลือกตั้ง ปธน. แต่สถิติเรื่องผู้มาใช้สิทธิ์ยังไม่นิ่ง
จากผลการเลือกตั้งวันที่ 29 พ.ย. ของฮอนดูรัส พบว่า พอฟิริโอ โลโบ ผู้สมัครจากพรรคชาตินิยมได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีคนถัดไปของฮอนดูรัส
คณะกรรมการการเลือกตั้งเปิดเผยในวันจันทร์ (30 พ.ย.) ว่า เจ้าของฟาร์มหัวอนุรักษ์นิยมเอาชนะคะแนนเสียงคู่แข่งของเขาอย่างเอลวิน ซานโตส จากพรรคเสรีนิยมไปได้ นอกจากนี้ยังระบุอีกว่ามีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนมากกว่า 60 เปอร์เซนต์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว
ทางด้านตัวเลขของผู้มาใช้สิทธินั้น มานูเอล เซลายา ประธานาธิบดีสมัยก่อนหน้าที่ถูกทำรัฐประหารเถียงว่า ตัวเลขอย่างเป็นทางการที่เขาได้มาจากหน่วยเลือกตั้งต่าง ๆ พบว่ามีประชาชนถึงสองในสาม ที่ไม่มาใช้สิทธิในครั้งนี้
ขณะที่กลุ่มประชาชนไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดในฮอนดูรัส ทำการเก็บสถิติพบว่ามีประชาชนมาใช้สิทธิเพียง 47.6 เปอร์เซนต์ น้อยกว่าในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว 7 เปอร์เซนต์ โดย วอชิงตัน โพสท์ ระบุว่ากลุ่มที่ทำการสำรวจดังกล่าวได้รับทุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ และมีการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคจากสถาบันระชาธิปไตยแห่งชาติ (NDI) ที่มีความเกี่ยวโยงกับพรรคเดโมแครทอย่างหลวม ๆ
ในหน้าแรกของเว็บไซต์ข่าว La Prensa ของฮอนดูรัส (วันที่ 1 ธ.ค.) มีการแสดงแผนภาพผลการเลือกตั้ง 29 พ.ย. เป็นแผนที่ประเทศฮอนดูรัสที่ถูกแบ่งออกเป็นเขตต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดยังไม่ครบถ้วยทุกพื้นที่ แต่ก้แสดงผลว่า พอฟิริโอ โลโบ ได้รับคะแนนเสียง 57 เปอร์เซนต์ ขณะที่เอลวิน ซานโตส ได้รับคะแนนเสียง 33 เปอร์เซนต์ พรรคอื่น ๆ ที่เหลือได้คะแนนเสียงไม่เกิน 4 เปอร์เซนต์
สหรัฐฯ ชื่นชมการเลือกตั้ง ส่วนประเทศ "ฝ่ายซ้าย" ชี้รัฐประหารยังไม่ถูกลงโทษ
สหรัฐฯ ชื่นชมการเลือกตั้งในครั้งนี้ แต่ก็ยังคงบอกว่าควรมีการเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลร่วมจนกว่าโลโบจะขึ้นดำรงตำแหน่งในวันที่ 27 ม.ค.
"นี้คือโอกาสที่พวกเขาได้แสดงความรู้สึกออกมา ชาวฮอนดูรัสมองเห็นการเลือกตั้งในครั้งนี้ว่าเป็นส่วนสำคัญในการแก้ไขวิกฤติของประเทศ" เอียน เคลลี่ โฆษกการต่างประเทศของสหรัฐฯ กล่าว "แม้จะยังมีสิ่งสำคัญที่ต้องทำเพื่อคืนความเป็นประชาธิปไตยและระเบียบรัฐธรรมนูญในฮอนดูรัส แต่ในวันนี้ชาวฮอนดูรัสได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของก้าวย่างที่สำคัญแล้ว"
ในกรณีที่จะมีการประชุมสภาวันที่ 2 ธ.ค. เพื่อลงมติเรื่องการคืนตำแหน่งแก่เซลายาให้เขาดำรงตำแหน่งจนครบวาระในเดือน ม.ค. ข่าวจาก วอชิงตัน โพสท์ ก็กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าชาวฮอนดูรัสและทางการสหรัฐฯ มองว่าสภาฮอนดูรัสส่วนใหญ่คงโหวตลงมติไม่ให้เซลายากลับสู่ตำแหน่งอีก
ทางด้านโคลัมเบีย ประธานาธิบดีสายอนุรักษ์นิยม อัลวาโร อูริบ ก็ร่วมแสดงจุดยืนเป็นหนึ่งในประเทศที่ยอมรับรัฐบาลชุดใหม่ของฮอนดูรัสที่มาจากการเลือกตั้ง 29 พ.ย. และบอกว่ามีผู้มาเข้าร่วมลงคะแนนเป็นจำนวนมาก โดยที่ไม่มีการโกงการเลือกตั้งเลย
ขณะที่ประธานาธิบดีบราซิล ลุลา ดา ซิลวา ยังคงยืนยันว่าประเทศเขาไม่ยอมรับการเลือกตั้งในฮอนดูรัสเนื่องจากอาจกลายเป็นการกระตุ้นให้เกิดการรัฐประหารในประเทศอื่นอีก นอกจากนี้อาร์เจนติน่า, เวเนซุเอลลา และประเทศฝ่ายซ้ายอื่น ๆ ที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ก็ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งในฮอนดูรัสเช่นกัน ทั้งยังเตือนว่าการรัฐประหารที่มีประชาชนต่อต้านอย่างมากยังไม่ถูกลงโทษ
ว่าที่ ปธน. กล่าว การเลือกตั้งครั้งนี้โปร่งใสที่สุด
โลโบ ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีบอกว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์โปร่งใสที่สุด ขณะที่เอลวิน ซานโตส จากพรรคเสรีนิยมผู้ที่พ่ายคะแนนไปยอมรับความพ่ายแพ้โดยบอกว่า นี่เป็นเวลาของความสมานฉันท์ เป็นหนทางเดียวที่วางอนาคตที่ชาวฮอนดูรัสทุกคนมีชัยชนะร่วมกัน โลโบยังกล่าวในการให้สัมภาษณ์อีกว่า ประชาชนออกมาเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก
ในกรณีบรรยากาศของการเลือกตั้ง สถาบันสาธารณรัฐสากล (IRI) ที่มีความเกี่ยวโยงกับพรรคริพับลิกันของสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งและบอกว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่มีเหตุรุนแรงหรือการยั่วยุใด ๆ เกิดขึ้น
กลุ่มผู้สนับสนุนเซลายา ประท้วงด้วยการชูนิ้ว
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนการไม่ไปลงคะแนนในการเลือกตั้ง 29 พ.ย.
(Reuters Pictures/Daylife)
กลุ่มต้านรัฐประหารย้ำยังไม่เลิกสู้ - ชูนิ้วเป็นสัญลักษณ์คว่ำบาตรการเลือกตั้ง
ด้านผู้สนับสนุนเซลายาที่ประท้วงต่อต้านรัฐประหารมาโดยตลอด ก็ยังคงชุมนุมประท้วงใกล้กับสถานฑูตบราซิลในกรุงเตกูซิกัลปา โดยหลายคนยังคงชูนิ้วก้อยที่เป็นสัญลักษณ์ต่อต้านการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ฮวน บาราโฮนา ผู้นำกลุ่มต่อต้านรัฐประหารในฮอนดูรัสบอกว่า "พวกเราจะยังไม่ละทิ้งการต่อสู้ เพราะในอีกสี่ปีข้างหน้าหรือไม่เกินนั้น รุ่งอรุณใหม่จะฉายแสง"
ด้าน โฮเซ มิกุเอล วิวานโค จากฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่า รัฐบาลรักษาการจากการรัฐประหารได้จับกุม สังหาร และปิดกั้นสื่อของฝ่ายสนับสนุนเซลายา โดยที่การเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่สามารถลบล้างภาพเดิมออกไปได้ จาเวียร์ ซูนิกา จากองค์รนิรโทษกรรมสากลก็มองว่า การที่คณะรัฐประหารไม่ถูกตัดสินโทษกลายเป็นตราประทับของรัฐบาลไปแล้ว
ขณะที่ เจนนิเฟอร์ แมคคอย จากศูนย์ทวีปอเมริกาในแอตแลนต้าให้ความเห็นว่า ประธานาธิบดีคนใหม่จะต้องเผชิญกับความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการระบบที่ให้ส่วนร่วมในการตัดสินใจมากกว่าเดิม จากก่อนหน้านี้ที่เศรษฐกิจและการเมืองของฮอนดูรัสตกอยู่ในมือชนชั้นนำกลุ่มเล็ก ๆ และพวกเขาคงแสดงความต้องการออกมามากกว่าในสมัยรัฐบาลของเซลายาเสียอีก
เซลายาวิจารณ์ การเลือกตั้งแค่เปลี่ยน ปธน. ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างที่เอื้อให้เกิดรัฐประหาร
ส่วนอดีตประธานาธิบดีผู้ที่ถูกทำรัฐประหารและยังคงอาศัยอยู่ในสถานฑูตบราซิลกล่าวให้ความเห็นในกรณีที่สหรัฐฯ ยอมรับการเลือกตั้งของฮอนดูรัสว่า สหรัฐฯ ได้ทำสิ่งที่ผิดพลาด และรัฐบาลโอบาม่าจะต้องเสียใจที่แสดงจุดยืนเช่นนี้ "ถ้าพวกเขามีความเป็นประชาธิปไตยในประเทศเขา เขาก็ควรเป็นประชาธิปไตยในละตินอเมริกาด้วย"
ในสมัยที่เซลายาเป็นประธานาธิบดี เขาเป็นผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากเหล่าคนจนในฮอนดูรัส และหมายมั่นว่าจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเมืองของฮอนดูรัสที่ถูกครอบโดยสองพรรคใหญ่ที่ได้รับอิทธิพลจากครอบครัวร่ำรวยไม่กี่ครอบครัว และมีอุดมการณ์ไม่ต่างกันนัก
อย่างไรก็ตามสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองหลังการรัฐประหารก็ทำให้ประชาชนต้องการให้วิกฤติการเมืองจบลงโดยเร็ว
โลโบ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ ให้ความหวังกับประชาชนว่า จะสนับสนุนการลงทุนในภาคเอกชนเพื่อให้คนมีงานทำ และสร้างผลกำไรสู่สังคม
ขณะเดียวกันเขาก็กล่าวในเรื่องของเซลายาว่า ในฐานะประธานาธิบดีเขาจะลองพูดคุยกับเซลายาและอาจอนุญาตให้เขาออกจากสถานฑูตบราซิลโดยไม่ถูกจับกุม ขณะที่นิวยอร์ก ไทม์ รายงานว่าเมื่อถามเขาถึงเรื่องเซลายา โลโบทำท่าถูมือไปมาแล้วตอบว่าให้สภาเป็นผู้ตัดสินใจ
โดยเซลายายังได้กล่าวให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ นิวยอร์ก ไทม์ ว่าถ้าสภาโหวตให้เขาคืนสู่ตำแหน่งเพียงแต่ในนาม เขาก็จะไม่รับตำแหน่งคืน ทั้งยังกล่าวอีกว่า "การเลือกตั้งเป้นแค่การเปลี่ยนประธานาธิบดีเท่านั้น มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างเดิม ๆ ที่เอื้ออำนวยให้เกิดการรัฐประหารเลย"
เรื่องราวความขัดแย้งก่อนหน้าการเลือกตั้ง 29 พ.ย. สามารถติดตามรายงานย้อนหลังได้ที่
ที่มา แปลและเรียบเรียงจาก
ให้กำลังใจ เรามีเรา
ให้กำลังใจ เรามีเรา หัวอกเดียวกันครับ
*การเลือกตั้ง ภายใต้
*การเลือกตั้ง ภายใต้ รัฐประหาร
ยึดกระดาน เล่นฝ่ายเดียว เก็บเกี่ยวผล
ขวาแข่งขวา อภิสิทธิ์ อิทธิพล
ประชาชน อยากเลือกซ้าย ให้วังเวง
*อภิสิทธิ์ อภิชน คนชั้นนำ
ร่วมเหยียบย่ำ คนส่วนใหญ่ ใฝ่ข่มเหง
รัฐประหาร กดหัวไว้ ให้กลัวเกรง
แล้วบรรเลง เพลงเลือกตั้ง แบบตั้งธง
*ประชาชน ผู้รัก ความเป็นธรรม
ถูกเหยียบย่ำ อย่างไร ไม่โง่หลง
มันต้องสู้ ต่อไป ไม่งุนงง
เพื่อคืนคง ประชาธิปไตย
*ไม่ยอมรับ ผลพวง รัฐประหาร
ต้องต่อต้าน หมู่พาล พวกมารใหญ่
รวมกำลัง มั่นคง ดำรงชัย
ร่วมขับไล่ รัฐบาล ทหารค้ำ
Sometime too hot the eye of
Sometime too hot the eye of heaven shines,
And often is his gold complexion dimm'd,
And every faire fromfaire some-time declines
By chance,or natures changing course untrimm'd:
But thy eternall sommer shall not fade,
Nor loose possession of that faire thou ow'st,
Nor shall death brag thou wandr'st in his shade,
When in eternall lines to time thou grow'st.
..So long as men can breathor eyes can see,
..So long lives this,and this gives life to thee.
poem by: Anonymous
สวัสดีครับช่อฟ้า
สวัสดีครับช่อฟ้า
Good Afternoon Tirak,joof :)
Good Afternoon Tirak,joof :)